Latest News

2009-08-10 Patani Post Launches 10 August 2008 !

Anda pembaca Kini pelancaran patanipost sudahpun berusia setahun ,berbagai penglaman bertambah dan kelemahan2 yang telah dialami sepanjang tahun kami akan cuba mengatasi, dengan semperna setahun umur Patanipost akan kami perluaskan lagi berita tanah air kepada dua bahasa yaitu arab dan melayu dengan pakai web patanipost.net, perbezaan diantara kedua patanipost ialah satu memetik surat khabar asing dan satu lagi cari berita sendiri dan tulis berita senderi oleh kaki tangan patanipost.

Terima kasih.

OIC RESOLUTION ABOUTH THAILAND

24 May 2010

RESOLUTIONS ON MUSLIM COMMUNITIES AND MINORITIES IN NON-OIC MEMBER STATES ADOPTED BY THETHIRTY-SEVENTH SESSION OF THE COUNCIL OF FOREIGN MINISTERS

(SESSION OF SHARED VISIONOF A MORE SECURE AND PROSPEROUS ISLAMIC WORLD)

DUSHANBE — REPUBLIC OF TAJIKISTAN

patanipost.

Will Dato' Seri Najib’s visit to Thailand bring any change?

6 DECEMBER 2009 03:00

During the ASEAN conference in Hua Hin on October 26, the Prime Minister of Malaysia, Dato’ Seri Najib Tun Razak, expressed that the Thai Government should give autonomy to Southern Thailand (Patani). This declaration was received well by his Thai collegue Abhisit Vejjajiva and was supported by opposition leader General Chavalit Yongchaiyudh- making it a hot discussion topic among politicians, media and the general Thai public.

On 7-9 December Dato 'Seri Najib will be in Patani. Can he convince Abhisit to give autonomy to the people of Southern Thailand?

Original Article In Malay

Summary in English

PULO President invited to speak at OIC Meeting

The PULO President, Al Haj Abu Yasir Fikri, was invited as an expert speaker on the situation in Southern Thailand.

Read More

090816 PULO and Mujahidin join forces

090816 Gabungan PULO dan Mujahidin Islam Patani

090418 Ihsanoglu urges OIC Member States to accord greater attention to Muslim minority issues

081204 OIC Resolution regarding Patani

Kerajaan Thai Meloby Negara OIC

Patanipost.net.

Today

บึมศาลาที่พักหน้าโรงเรียนบันนัง

9 กันยายน 2553, 01:35 น.

คนร้ายวางระเบิดศาลาที่พักผู้โดยสารหน้าโรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตร จ.ยะลา โชคดีเจ้าหน้าที่ปรับแผน เฝ้าระวังในที่ตั้ง ทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ...

เมื่อเวลา 20.20 น.วันที่ 8 ก.ย. ได้เกิดระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่่นหวั่่นไหวมาจากหน้า ร.ร.บันนังสตาอินทรฉัตร เขตเทศบาลตำบลบันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งอยู่ห่างจาก สภ.บันนังสตา ไปราว 100 เมตร เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วตลาด ทำให้ประชาชนสะดุ้งตระหนกตกใจ

ต่อมา พ.ต.อ.สุวัตต์ วงค์ ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา พ.ต.ท.วิชัย แจ้งสกุล รอง ผกก.สส.นำกำลังรุดไปตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณศาลาที่พักผู้โดยสารหน้าโรงเรียน

ริมถนนสาย 410 (ยะลา-เบตง) แรงระเบิดส่งผลให้ศาลาได้รับความเสียหายไปบางส่วน ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย ส่วนคนร้ายคาดว่าเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบที่พยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแอบนำระเบิดแสวงเครื่องชนิดตั้งเวลามาวางไว้บริเวณดังกล่าว

เนื่องจากทุกคืนที่ผ่านมา พ.ต.อ.สุวัตต์ วงค์ไพบูลย์ ผกก.ได้ส่งชุดเฉพาะกิจมาตั้งด่านตรวจยานยนต์ที่ผ่านไปมาตามแผน พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผบก.ภ.จ.ยะลา แต่ได้มีการปรับแผนอย่างกะทันหันในวันนี้

โดยได้ให้ชุดเฉพาะกิจดังกล่าวเฝ้าระวังอยู่ในที่ตั้งภายใน สภ.บันนังสตา ดังนั้นระเบิดของคนร้ายที่ทำงาน จึงไม่ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือประชาชนได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

thairath.

โจรใต้ตามยิงตำรวจเจ็บ 1 ขณะดูแลเส้นทางครูที่ปัตตานี

8 กันยายน 2553 17:05 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุลอบทำร้ายตำรวจสายตรวจขณะดูแลเส้นทางครู บนถนนบ้านเขาตูม จ.ปัตตานี โชคดีหมอบทันพร้อมยิงสวนคนร้าย แค่ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้แพทย์ช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว

เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (8 ก.ย.) พ.ต.ท.มานะ นาคทั่ง สวญ.สภ.โสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายถล่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ขณะดูแลเส้นทางครู

เหตุเกิดบนถนนบ้านเขาตูม ม.3 ต.เขาตูม นำกำลังเข้าไปตรวจสอบ ไปถึงที่เกิดเหตุมีเพียงเจ้าหน้าที่กำลังคุมเชิงบริเวณที่เกิดเหตุ ส่วนคนเจ็บถูนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา ทราบชื่อ ส.ต.ท.สุพิเชต ตามพระหัตถ์ อายุ 28 ปี สภ.หมู่ ป.สภ.โสร่ง มีบาดแผลถูกเข้าลำตัวได้รับบาดเจ็บ แพทย์ได้ช่วยเหลือพ้นขีดอันตรายแล้ว

สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ รตท.ประสพชัย นาควิสุทธิ์ รอง สวป.สภ.โสร่ง นำกำลัง 6 นาย ออกตรวจพื้นที่ด้วยรถยนต์สายตรวจ เพื่อดูแลความปลอดภัยเส้นทางครู

เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 3 คนใช้รถ จยย.2 คันตามหลัง ก่อนจะฉวยโอกาสใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ที่นั่งอยู่ท้ายกระบะ เจ้าหน้าที่จึงต้องหมอบก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงสวนคนร้าย แต่ไม่ถูก คนร้ายจึงเร่งเครื่องหลบหนีไป เชื่อเป็นฝีมือโจรใต้สร้างสถานการณ์

manager.

คนร้ายประกบยิง จนท.อส.ยะลาดับกลางถนนลำใหม่-ท่าสาป

7 กันยายน 2553 19:17 น.

ยะลา- จนท.อส.อำเภอเมืองยะลา ขับ จยย.กลับบ้าน หลังออกเวรประจำวัน ไปตามถนนสายทางลัดลำใหม่-ท่าสาป ถูกคนร้าย 3 คนนั่งรถกระบะตามประกบยิงจน จยย.เสียหลักล้มลงก่อนยิงซ้ำจนเสียชีวิต แล้วยึดเอาปืน .38 และกางเกงลายพรางหลบหนีไป

วันนี้ (7 ก.ย.) เมื่อเวลา 17.45 น. ร.ต.ท.ประภาส ทองมา ร้อยเวร สภ.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันบนถนนสายทางลัด ลำใหม่-ท่าสาป หมู่ที่ 4 บ้านท่าวัง ต.พร่อน หลังได้รับแจ้ง รีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ มัธยาท สว.ญ พ.ต.อ.สุริยา ไชยโยธา รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา พ.ท.ยุทธนาม เพชรม่วง ผบ.ฉก.11 นายอายา ดิษฐาภินันท์ นายอำเภอเมืองยะลา และกำลัง ทหาร ตำรวจจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุ ริมถนนพบศพ นายสนิท จอมคำสิงห์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 161/3 หมู่ที่ 1 ต.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร (อส.) ประจำอำเภอเมืองยะลา นอนเสียชีวิต สภาพศพสวมเสื้อยืดสีเขียว ส่วนท่อนล่างสวมกางเกงในสีแดงตัวเดียวถูกยิงที่ศีรษะ 1 นัด และลำตัวอีก 3 นัด ข้างศพพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีส้มเทา หมายเลขทะเบียน กรย-101 ยะลาของผู้ตายล้มอยู่ 1 คัน ห่างกันเล็กน้อยพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่เก็บรวบรวมได้ จำนวน 3 ปลอก

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นอาสาสมัครอำเภอเมืองยะลา หลังจากออกเวรประจำวัน กำลังขี่รถ จยย.จะกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีพยานเห็นพวกคนร้ายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 3 คน ใช้รถปิกอัพสีบรอนซ์ไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียนไล่ติดตามมาจากสี่แยกบ้านจาหนัน ก่อนใช้ปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ยิงใส่ติดต่อกันหลายนัดจน จยย.เสียหลักล้มลง และจ่อยิงที่ศีรษะอีก 1 นัดจนแน่ใจว่าเสียชีวิตแล้ว

หลังจากนั้น จึงได้ดึงเอาอาวุธปืนขนาด .32 พร้อมปลดกางเกงสีเขียวลายพรางพาขึ้นรถหลบหนีไปโดยผู้ตายไม่ทันได้ใช้อาวุธปืนพกประจำกายออกมาตอบโต้แต่อย่างใด ซึ่งเบื้องต้น จนท.สันนิษฐานว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ

manager.

โจรใต้ป่วนหนัก! ก่อเหตุคืนเดียว 30 จุด 9 อำเภอนราฯ

6 กันยายน 2553 13:54 น.

นราธิวาส - ป่วนคนร้ายก่อเหตุ 30 จุด ใน 9 อำเภอ ในจ.นราธิวาส เบื้องต้น จนท.สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน ขณะตระเวนขี่รถ จยย.เพื่อเตรียมก่อเหตุร้าย

วันนี้ (6 ก.ย. 53) เมื่อเวลา 08.30 น.พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาสและเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งชุดที่เกี่ยวข้องได้ตระเวนตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เผาตู้โทรศัพท์สาธารณะ เผาศาลาที่พักริมทาง เผายางรถยนต์บนถนนสายหลัก เผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ยิงถล่มที่ทำการ อบต. ยิงถล่มฐานปฏิบัติการณ์ ตชด. โปรยตะปูเรือใบ และตัดต้นไม้ขวางถนน รวมทั้งสิ้น จำนวน 30 จุด ในพื้นที่ 9 อำเภอ

ได้แก่ อำเภอจะแนะ 4 จุด ยี่งอ 2 จุด บาเจาะ 8 จุด เมือง 2 จุด รือเสาะ 4 จุด สุไหงปาดี 4 จุด แว้ง 2 จุด ศรีสาคร 2 จุด และอำเภอระแงะ 2 จุด เหตุเกิดขึ้นในช่วงเวลา 18.50 น.- 19.50 น.ของคืนวันที่ 5 กันยายน 53 ที่ผ่านมา

โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ศรีสาคร กลุ่มคนร้ายมีเป้าหมายต้องการชีวิตของเจ้าหน้าที่ ด้วยการลอบวางเพลิงตู้โทรศัพท์สาธารณะ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนปากทางเข้าโรงพยาบาลศรีสาคร ม.2 บ้านตะโล๊ะ ต.ซากอ แล้วนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ

ที่นำไปวางไว้ใต้พุ่มไม้ และได้จุดชนวนขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสาครเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ แต่โชคดีรัศมีการทำลายล้างได้แพรเข้าไปริมทาง จึงทำให้เจ้าหน้าที่รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด

ส่วนในพื้นที่อำเภออื่นๆ อีก 8 อำเภอนั้น ส่วนใหญ่คนร้ายไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ เพียงเพื่อแสดงศักยภาพให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในพื้นที่เท่านั้น และจากการประเมินเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดเจ้าหน้าที่เชื่อว่า กลุ่มคนร้ายได้มีการนัดแนะก่อเหตุร้ายขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ตามคำประกาศที่ได้ข่มขู่ไว้ก่อนหน้านี้

ส่วนความคืบหน้ากรณีการติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายนั้น ในช่วงคืนที่ผ่านมา (5) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงปาดี สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ จำนวน 2 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ขอสงวนชื่อและนามสกุล ที่กำลังตระเวนขี่รถ จยย.เพื่อก่อเหตุร้าย ซึ่งต่อมาได้มีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส มาทำการตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยทั้ง 2 คน และพบว่าตามร่างกายมีการปนเปื้อนคราบน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ใช้กฏอัยการศึกในการควบคุมตัวบุคคลทั้ง2 ไปสอบสวนขยายผลที่ศูนย์เสริมสร้างความสมานฉันท์ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อเข้าสู่กระบวนการต่างๆ ต่อไปแล้ว

manager.

โจรใต้กราดกระสุนใส่กำนันรอดหวุดหวิดที่รือเสาะ

6 กันยายน 2553 14:08 น.

นราธิวาส - โจรใต้กราดอาวุธปืนสงครามถล่มกำนันรอดหวุดหวิด ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผรส.ถูกกระสุนปืนสาหัส 3 ขณะขับขี่รถยนต์ไปทำธุระที่รือเสาะ

วันนี้ (6 ก.ย.53) เมื่อเวลา 10.30 น.ร.ต.อ.ไพรัช เกียรติเจริญศิริ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บบนถนนในหมู่บ้านยะบะ ม.2 ต.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สามารถ วิชัยขัทขะ ผกก.สภ.รือเสาะ นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนส์-ทอง ทะเบียน กค-5725 ยะลา จอดเสียหลักอยู่ริมถนน โดยอยู่ในสภาพกระโปรงหน้ามีร่องรอยถูกกระสุนปืนเป็นรูพรุน และที่บริเวณกระจกด้านประตูคนขับและฝั่งตรงกันข้ามถูกกระสุนปืนจอดแตกละเอียด

พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ภายในเบาะห้องโดยสาร ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 คน เพื่อนๆและพลเมืองดีได้ส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลรือเสาะไปก่อนหน้าแล้ว ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆของคนร้าย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลทราบชื่อคือ 1. นายสะรี บือราเฮง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 ม.9 ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ผู้ช่วยฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย (ผรส.)

ถูกกระสุนปืนสงครามไม่ทราบชนิดที่บริเวณสีข้างขวา 2 นัด 2.นายอับดุลเลาะห์ ยีมะยี อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านลาโล๊ะ อยู่บ้านเลขที่ 62 ม.9 ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ถูกกระสุนปืนชนิดเดียวกันที่บริเวณขาขวา 1 นัด และ3.นายมูหะหมัด เจ๊ะแอ อายุ 21 ปี ผู้ช่วยฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย อยู่บ้านเลขที่ 10 ม.9 ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายชนิดเดียวกันที่บริเวณหน้าท้องและขาซ้าย 1 นัด ซึ่งทั้ง 3 อาการสาหัสแพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

จากการสอบสวนนายยูโซ๊ะ สามะ กำนัน ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ ซึ่งร่วมอยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสารี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้ขับรถยนต์กระบะโดยมีพวกตนรวม 6 คน นั่งโดยสารเพื่อเดินทางไปทำธุระที่อำเภอรือเสาะ ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิซิ รุ่นไทตัลสีดำไม่ทราบหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะ ตามประกบไล่หลัง

เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ขับรถยนต์แซงขึ้นหน้า และคนร้ายที่นั่งกระบะหลังได้ใช้อาวุธปืนสงครามไม่ทราบชนิดยิงถล่มใส่รถยนต์กระบะที่นายสารีขับจำนวน 5-6 นัดซ้อน เมื่อนายสารีและพวกถูกกระสุนปืน จึงได้พยายามจอดรถ เพื่อขอความช่วยเหลือชาวบ้านที่ขับรถยนต์ผ่านไปมา คนร้ายเห็นดังนั้นจึงได้รีบขับรถยนต์หลบหนีไป

ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการก่อเหตุกลุ่มก่อร้ายในพื้นที่ เนื่องจากถนนสายดังกล่าวในช่วงที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกคนร้ายตามประกบยิงเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บแล้วหลายราย

manager.

โจรป่วนใต้รอบใหม่เผา 7 อำเภอนราฯ จนท.รวบผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน

5 กันยายน 2553 21:24 น.

นราธิวาส - แนวร่วมโจรใต้ โชว์ผลงาน 7 อำเภอของนราฯ เผาเรียบ เสาสัญญาณมือถือ ศาลาที่พัก วางเรือใบ และก่อเหตุอีกหลายจุด รวบทันควันผู้ต้องสงสัย 2 ราย

วันนี้ (5 ก.ย.) เมื่อเวลา 18.50 น. คนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ได้กระจายกำลังก่อเหตุหลายจุดพร้อมกันในเวลาไล่เลี่ย ในพื้นที่ 7 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.สุไหงปาดี อ.ระแงะ อ.บาเจาะ อ.ยี่งอ อ.จะแนะ อ.รือเสาะ

เหตุการณ์ที่ 1 ในพื้นที่ อ.ยี่งอ คนร้ายเผายางรถยนต์ บนถนนสาย 42 บาเจาะ-นราธิวาส ห่างจากป้อมยาม จุดตรวจบูเก๊ะบากง ประมาณ 500 เมตร บริเวณบ้านบูเก๊ะบางกง ม.2 ต.ยี่งอ อ.ยี่งอ และโปรยตะปูเรือใบ ทำให้รถยนต์ของประชาชนที่สัญจรในเส้นทางดังกล่าว ถูกตะปูเรือได้รับความเสียหายกว่า 10 คัน

จุดที่ 2 คนร้ายวางเพลิงเผาศาลาที่พักผู้โดยสารริมทาง บริเวณบ้านศาลาลูกไก่ ม.6 ต.ยี่งอ อ.ยี่งอ แต่ชาวบ้านประสบเหตุได้ช่วยกันดับไฟ ทำให้ศาลาได้รับความเสียหายบางส่วน

เหตุการณ์ที่ 2 เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.บาเจาะ ช่วงเวลา 18.40 น. ได้มีคนร้ายลอบวางเพลิงเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือระบบดีแทค ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมสายนราธิวาส-ปัตตานี ช่วงบริเวณบ้านกาเยาะมาตี ม.3 ต.กาเยาะมาตี ทำให้สายส่งสัญญาณได้รับความเสียหาย รวมทั้งคนร้ายได้เผาตู้โทรศัพท์สาธารณะซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลตำบลต้นไทร อ.บาเจาะ ได้รับความเสียหายไปด้วยอีก 1 ตู้

เหตุการณ์ที่ 3 เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.จะแนะ ช่วงเวลา 19.30 น. โดยคนร้ายได้กระจายกำลังใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม.16 และอาก้ายิงถล่มใส่ที่ทำการ อบต.ช้างเผือก ซึ่งตั้งอยู่ ม.1 บ้านน้ำวน ต.ช้างเผือก ทำให้อาคารถูกกระสุนปืนได้รับความเสียหาย

และก่อนหลบหนีคนร้ายได้โปรยตะปูเรือใบตามเส้นทาง เพื่อสกัดกั้นเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามจับกุม ทำให้รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะแนะและรถยนต์ของชาวบ้านที่ขับผ่านไปมาจุดดังกล่าวถูกตะปูเรือใบได้รับความเสียหายไปหลายคัน

เหตุการณ์ที่ 4 เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.ระแงะ ช่วงเวลา 19.50 น. โดยคนร้ายได้ลอบวางเพลิงตู้โทรศัพท์สาธารณะ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายนราธิวาส-ตันหยงมัส ช่วงบริเวณบ้านแกแม ม.9 ต.ตันหยงมัส ทำให้ตู้โทรศัพท์ได้รับความเสียหายเล็กน้อย เนื่องจาก ชรบ.ใกล้ที่เกิดเหตุได้ช่วยกันสกัดกั้นต้นเพลิงเอาไว้ได้

เหตุการณ์ที่ 5 เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี ช่วงเวลา 19.55 น. โดยคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนโปรยตะปูเรือใบบนถนนภายในเขตเทศบาลตำบลปะลุรู อ.สุไหงปาดี ส่งผลทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่สัญจรไปมาบนถนนสายดังกล่าวถูกตะปูเรือใบได้รับความเสียหายไปจำนวนหลายคัน

เหตุการณ์ที่ 6.เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.เมืองนราธิวาส ช่วงเวลา 20.15 น. โดยคนร้ายได้ได้วางเพลิงตู้โทรศัพท์สาธารณะ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายมะนังตายอ-โคกสุมุ ต.มะนังตายอ ทำให้ตู้โทรศัพท์ได้รับความเสียหาย .

และเหตุการณ์ที่ 7 ที่ อ.รือเสาะ คนร้ายวางเพลิงเผาตู้โทรศัพท์สาธารณะ ชนิดยอดเหรียญ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนน หน้าบ้านพักผู้ใหญ่บ้านยาเบาะ ม.8 ต.สามัคคี ได้รับความเสียหาย 1 ตู้ เผายางรถยนต์ ที่บริเวณหัวสะพานบ้านละหาร ม.5 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ เพื่อสร้างความปั่นป่วน

จากนั้นคนร้ายอีกกลุ่มได้วางเพลิงศาลาที่พักริมทาง บ้านปูโป ม.1 ต.สามัคคี เสียหาย ก่อนหลบหนีได้โปรยตะปูเรือใบตามเส้นทาง และเผาป้ายต่อต้านยาเสพติดหมู่บ้านปูโป ในเวลาไล่เลี่ยกัน คนร้ายได้เผายางรถยนต์ถนนสายหลักบ้านยือลาแปม.3 ต.สุวารี อ.รือเสาะ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายจุดดังกล่าว ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการ บริษัทเอกชนรวมทั้งรถยนต์ของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ล่าสุด พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ สภ.ทั้ง 13 อำเภอ

ให้เพิ่มความเข้ม และวางกำลังตรวจสอบสถานที่ราชการเป็นกรณีพิเศษ เพื่อป้องกันคนร้ายก่อเหตุซ้ำซาก และให้เจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวังในการออกตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เนื่องจากอาจเป็นแผนลวงของคนร้าย เพื่อวางแผนดักสังหารเจ้าหน้าที่

เบื้องต้นมีรายงาน ว่าในพื้นที่ สภ.สุไหงปาดี ได้ควบคุมตัวชายต้องสงสัยก่อเหตุได้จำนวน 2 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาสอบสวน ที่ สภ.สุไหงปาดี เพื่อขยายผลในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว

manager.

โจรใต้กดระเบิด จยย.บอมบ์กลางตลาดนัดในปัตตานี ชาวบ้านเจ็บ 4

5 กันยายน 2553 14:41 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณตลาดนัดบ้านทรายขาวริมถนนสายนาประดู่-ทรายขาว โดยคนร้ายได้ซุกซ้อมระเบิดน้ำหนักประมาณ 3 กก.ไว้ในรถ จยย.แล้วกดระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย

วันนี้ (5 ก.ย.) เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.โคกโพธิ์ จงปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบริเวณตลาดนัดบ้านทรายขาว ริมถนนสายนาประดู่-ทรายขาว ม.3 ต.ทรายขาว จึงนำกำลังพร้อมประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบแล้วกั้นบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันลูกที่สอง ไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามตลาด พบซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าที่คนร้ายซุกระเบิดไว้ สภาพแหลกพังยับเยิน

นอกจากนี้ ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือแตกกระจายไปทั่วบริเวณ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย ถูกนำส่ง รพ.โคกโพธิ์ ทราบชื่อ นายสมพร ไชยบุญแก้ว อายุ 43 ปี ชุดรักษาความปลอดภัยตลาด นายซัมซูดิง เจ๊ะมูซอ อายุ 40 ปี พ่อค้าขายเสื้อมือสอง นางสาปีเนาะ โต๊ะดอเลาะ อายุ 35 ปี และ ดช.บุญโชค ไชยบุญแก้ว อายุ 13 ปี ทั้งหมดอาการปลอดภัยแล้ว

สอบสวนทราบว่า ตลาดนัดดังกล่าวเปิดทุกวันอาทิตย์ โดยส่วนใหญ่จะมีพ่อค้าแม่ค้าต่างถิ่นและในพื้นที่มาขายของ ส่วนลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนในพื้นที่ อีกทั้งพื้นที่บ้านทรายขาวถือเป็นพื้นที่สันติสุขไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น โดยก่อนเกิดเหตุขณะที่พ่อค้าแม่ค้ารวมไปถึงประชาชนกำลังจับจ่ายซื้อของในตลาด และมีชุดรักษาความปลอดภัยตลาดนัด จำนวน 4 คนยืนดูแลความปลอดภัย

ระหว่างนั้นมีคนร้ายนำรถจักรยานยนต์ซุกระเบิดหนักประมาณ 3 กิโลกรัมมาจอดห่างชุดรักษาความปลอดภัยประมาณ 3 เมตร ก่อนจะเดินหนีแล้วกดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือจนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นและมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว สาเหตุเชื่อเป็นการกระทำของแนวร่วมพยายามสร้างสถานการณ์

manager.

ระเบิด 2 ลูกซ้อนที่นราฯไร้เจ็บ-ตาย จนท.เชื่อมีตลอดช่วงถือศีลอด

3 กันยายน 2553 14:29 น.

นราธิวาส - โจรใต้ป่วนระเบิด 2 ลูกซ้อน ขณะทหารซ่อมบ้านชาวบ้านและลาดตระเวนเส้นทาง จนท.เชื่อ จะยังคงมีเหตุรุนแรงต่อเนื่องในเดือนศีลอดของชาวไทยมุสลิม

วันนี้ (3 ก.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น.ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฝ้าตรวจชายแดนและชุดร้อย ร.1924 หมวดปืนเล็กที่ 2 ฉก.นราธิวาส 36 จำนวน 10 นาย กำลังซ่อมแซมบ้านพักของนายดือเร๊ะ ยูโซ๊ะ อายุ 84 ปี เลขที่ 134 ม.3 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ

ทันใดนั้นได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนที่แฝงตัวเคลื่อนไหวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก.ที่นำไปวางไว้บริเวณข้างบ้านพัก จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ส่งผลทำให้สะเก็ดระเบิดได้แพรรัศมีไปสร้างความเสียหายต่อบ้านพักเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ซึ่งต่อมา พ.ต.อ.จักรพร แท่นทอง ผกก.สภ.ตากใบ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมหลักฐานนำขยายผลไปสู่การจับกุมคนร้าย

ต่อมาเมื่อเวลา 10.35 น.ของวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.ตากใบ มีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนเส้นทาง สังกัด ร้อย ร.ปชด.ที่2 ฉก.นราธิวาส 36 เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านแฆเป๊ะ ม.1 ต.นานาค อ.ตากใบ

จึงยกกำลังเดินทางไปตรวจสอบ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าดีแมคซ์ 4 ประตู สีฟ้าไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เสียหลักตกไปอยู่ข้างทาง โดยสภาพรถได้รับความเสียหายทั้งคัน

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณเกิดเหตุ พบหลุมกลางถนนลึก 1 เมตร กว้าง 2 เมตร และมีสายไฟฟ้าลากยาวเข้าไปในป่าริมทาง พร้อมด้วยเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 20 กก.จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ ตกกระจายเกลื่อนบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ร.อ.เสริมพงษ์ วงศ์สิทธิโชค ผบ.ร้อย ปชด.ที่ 2 ฉก.นราธิวาส 36 ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกำลังจำนวน 10 นาย นั่งโดยสารรถยนต์กระบะ เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง

ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปฝังไว้กลางถนน จนเกิดระเบิดขณะที่รถยนต์ผ่าน แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บทำให้เพียงรถยนต์ได้รับความเสียหายเท่านั้น โดยทั้ง 2 เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ จากกลุ่มผู้ก่อความการร้าย ที่ได้ประกาศจะก่อเหตุรุนแรงต่อเนื่อง ในเดือนศีลอด ของชาวมุสลิม

manager.

คนร้ายซุ่มยิง ผญบ.ปัตตานีดับ อส.เจ็บ - กล่มรถสายตรวจ ผกก.รอดหวุดหวิด

3 กันยายน 2553 00:00 น.

ปัตตานี - คนร้ายซุ่มยิงผู้ใหญ่บ้าน ต.เมาะมาวีดับ ส่วนอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอยะรัง ถูกยิงเข้าลำตัวได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ขณะตรวจพื้นที่รับผิดชอบภายในหมู่บ้าน

วันที่ 2 ก.ย.53 เมื่อเวลา 20.30 น. พ.ต.อ.วิโรจน์ บุญญรัตน์ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายบ้านบ่อดาน - บ้านม่วงหวาน ม.5 ต.เมาะมาวี จึงนำกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และหน่วยพิสูจน์หลักฐานไปที่เกิดเหตุ

ปรากฏว่าขณะเดินทางมีตะปูเรือใบจำนวนมากบนถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เคลียร์เส้นทางและตรวจสอบเส้นทางตลอดการเดินทางเข้าที่เกิดเหตุเนื่องจากเกรงว่าคนร้ายจะวางวัตถุระเบิดและซุ่มยิง

เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือดใกล้รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า ทราบชื่อ นายมะรอวี ตาลีหะ อายุ 35 ปี

ตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 105 ม.5 ต.เมาะมาวี สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าลำตัวหลายนัด และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายถูกนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา ชื่อนายสุรินทร์ กาซอ เป็นอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอยะรัง ถูกยิงเข้าลำตัว

สอบสวนทราบว่า ขณะที่ทั้งสองคนขับรถ จยย.มาด้วยกัน เพื่อตรวจพื้นที่รับผิดชอบภายในหมู่บ้าน ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย ประมาณ 5 คนซุ่มอยู่ในป่าข้างทาง ใช้อาวุธปืนกราดยิงทันทีหลายนัด กระสุนถูกผู้ตายเสียชีวิตทันที

ส่วน นายสุรินทร์ ได้ชักอาวุธปืนประจำกายยิงต่อสู้กับคนร้าย พร้อมวิทยุขอกำลังเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า ระหว่างนั้น พ.ต.อ.วิโรจน์ นำกำลังเข้าไปที่เกิดเหตุก็ได้ถูกคนร้ายอีกกลุ่มซุ่มข้างทางยิงใส่รถยนต์สายตรวจ เจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้จนคนร้ายหลบหนีไป ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ได้วิทยุสั่งการให้เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายกระจายกำลังเข้าปิดล้อมไล่ล่ากลุ่มคนร้ายอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะถูกยิงบาดเจ็บและหนีกบดานอยู่ในพื้นที่ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ เรื่องส่วนตัวและสร้างสถานการณ์

manager.

โจรใต้ซุ่มยิงทหารรือเสาะรถพัง จนท.ปลอดภัย

2 กันยายน 2553 19:35 น.

นราธิวาส - คนร้ายดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร.1024 ฉก.นราธิวาส 30 บนถนนในหมู่บ้านพงกิตติ ม.4 ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะโชคดีไร้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ

วันนี้ (2 ก.ย.) เมื่อเวลา 12.50 น. ร.ต.ท.แดนชัย มูลป้อม ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร.1024 ฉก.นราธิวาส 30 บนถนนในหมู่บ้านพงกิตติ ม.4 ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สามารถ วิชัยขัทขะ ผกก.สภ.รือเสาะ นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตูสีน้ำเงินทะเบียน บผ 3519 นราธิวาส จอดเสียหลักอยู่ริมถนน ซึ่งอยู่ในสภาพยางล้อหลังด้านขวา ถูกกระสุนปืนแตก และที่บริเวณประตูหลังด้านขวา มีร่องรอยถูกกระสุนปืนเป็นรูโหว่ จำนวน 1 แห่ง

ส่วนที่บริเวณพุ่มไม้รกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และอาก้าตกอยู่จำนวนกว่า 20 นัด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมา พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.กรมทหารพรานที่ 46 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนกว่า 50 นาย สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.นราธิวาส 30 กระจายกำลังกันออกติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ได้หลบหนีขึ้นเทือกเขาหลังหมู่บ้าน

โดย ร.อ.นราพัทร์ วิริยา ผบ.ร้อย ร.1024 ฉก.นราธิวาส 30 ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกำลังรวม 7 นาย นั่งรถยนต์กระบะเพื่อไปทำการตรวจค้นบ้านพักต้องสงสัยหลังหนึ่งในหมู่บ้านลาโล๊ะ ม.9 ต.ลาโล๊ะ หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านมีชายวัยรุ่นแปลกหน้าจำนวนหลายคนแฝงตัวเข้าไปกบดานในบ้านหลังดังกล่าว

เมื่อตนและพวกทำการตรวจค้นแล้วเสร็จได้นำกำลังเพื่อเดินทางกลับฐาน ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางพารา ได้ใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม16และ อาก้า ยิงถล่มใส่รถยนต์กระบะ

ตนจึงสั่งพลขับจอดรถแล้วให้กระจายกำลังลงจากรถหาที่กำบังยิงต่อสู้กับกลุ่มคนร้ายเป็นเวลานานกว่า 10 นาที พร้อมทั้งได้ขอสนับสนุนกำลังจากกรมทหารพรานที่ 46 ซึ่งตั้งฐานอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ จนกระทั่งกลุ่มคนร้ายเห็นทหารเข้าสนับสนุนจึงได้อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีขึ้นเทือกเขาหลังหมู่บ้านไป

manager.

โจรใต้ไล่ยิงทหารดับคาถนนอีก 1 ศพ ย่านชุมชนตลาดเก่ายะลา

1 กันยายน 2553 14:19 น.

ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ ประกบยิงเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร.5 พัน 3 ค่ายสิรินธร เสียชีวิต กลางถนนย่านตลาดเก่า ในเขตเทศบาลนครยะลา

วันนี้ (1 ก.ย.) เมื่อเวลา 12.40 น. ร.ต.อ.กิตติภูมิ ตาบุตรวงศ์ รอง สวป.สภ.เมืองยะลา นำกำลังออกปฏิบัติหน้าที่ ได้รับวิทยุแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าโชว์รูมรถเชฟโรเลต ถนนสิโรรส ย่านตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา

จึงรุดไปตรวจสอบ พบศพ จ.ส.อ.เมธา เพ็งโอ อายุ 40 ปี สังกัด ร.5 พัน 3 ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .357 เข้าที่กลางหลัง และศีรษะ รวม 3 นัด นอนเสียชีวิตอยู่ใกล้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125 สีเทาแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของทางราชการ อยู่ริมถนน

เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.เมธา ขับขี่จักรยานยนต์คันดังกล่าวออกจากมาค่ายสิรินธร เพื่อเดินทางเข้าตัวเมืองยะลา ขณะขับมาถึงหน้าโชว์รูมรถเชฟโรเล็ต คนร้าย จำนวน 2 คนขับขี่ รถจักรยานยนต์ไม่ทราบสียี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน ไล่ติดตามประกบยิง ขณะขับแซง เป็นเหตุให้ จ.ส.อ.เมธา ถูกกระสุนปืนรถจักรยานยนต์ล้มลง และเสียชีวิตดังกล่าว

ส่วนคนร้ายได้เร่งเครื่องรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทาง หมู่ที่ 3 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา อย่างรวดเร็ว และคาดว่าเป็นพวกก่อเหตุความรุนแรงที่ได้เฝ้าสังเกตดูพฤติการณ์คนของเจ้าหน้าที่รัฐแล้วติดตาม จ.ส.อ.เมธา มาจากหน้าค่าย สบโอกาสจึงประกบยิงจนเสียชีวิตดังกล่าว หลังจากการชันสูตรศพ ญาติจะนำศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม ที่ จ.พัทลุง ต่อไป

manager.

โจรใต้บึ้มทหารชุด รปภ.ครูตากใบเจ็บ 6 นาย

1 กันยายน 2553 12:11 น.

นราธิวาส - โจรใต้ฝังระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กก. ก่อนจุดชนวนหวังสังหารทหารชุด รปภ.ครูที่ตากใบ ซึ่งนำกำลัง 6 นายปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บ แต่มี 3 นายที่ส่งโรงพยาบาลหลังเกิดเหตุ

วันนี้ (1 ก.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. ร.ต.ท.ธงชัย พุกกาพันธุ์ ร้อยเวร สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู สังกัดร้อย ร.1921 ฉก.นราธิวาส 36 ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 6 นาย

เหตุเกิดริมถนนสายนราธิวาส-ตากใบ ช่วงบริเวณบ้านศาลาใหม่ ม.3 ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.อดุลย์ ปีแนปาโง

รอง ผกก.สส.สภ.ตากใบ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถจักรยานยนต์ทั้ง 3 คันล้มตะแคงได้รับความเสียหายอยู่ริมถนน และมีหลุมลึก 2 ฟุต กว้าง 4 ฟุต พร้อมด้วยเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องแบบเคโม ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 กก.

จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนถนน ส่วนผู้ได้นำบาดเจ็บเล็กน้อยทั้ง 3 ราย เพื่อนทหารได้ทยอยทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ก่อนที่จะส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลตากใบ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.สุทธิ นามอ่อน หัวหน้าชุด ได้นำกำลัง รวม 6 นาย ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ 3 คัน ลาดตระเวนเส้นทางเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยให้กับคณะครูในพื้นที่ ต.สาลาใหม่

เพื่อเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ริมถนน และเกิดระเบิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 6 นาย

ขี่รถจักรยานยนต์ผ่าน ทำให้ จ.ส.อ.สุทธิ หัวหน้าชุดถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณหลังมือซ้ายและทหารอีก 5 นาย ถูกแรงอัดของอนุภาพระเบิด จนมีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อดังกล่าว

manager.

คนร้ายวางบึ้มรถกระบนขนทหารร่วมพิธีปอซอรอดหวุดหวิด 10 นาย

1 กันยายน 2553 10:17 น.

นราธิวาส - โจรป่วนใต้ลอบวางระเบิดรถลำเลียงทหารที่สุไหงปาดี ขณะเดินทางไปร่วมเปิดพิธีปอซอ โชคดีระเบิดทำงานช้าทหารรอดตายหวุดหวิดทั้ง 10 นาย

ร.ต.ท.เด่นพงษ์ เต็มยอด ร้อยเวร สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ค่ำวานนี้ (31 ส.ค.) ได้เกิดเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหาร

เจ้าหน้าที่ทหารบนถนนสายสุไหงปาดี-สากอ ช่วงบริเวณบ้านบูเก๊ะปูลา ม.1 ต.ริโก๋ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.พีระพล ณ พัทลุง ผกก.สภ.สุไหงปาดี นายจำนัล

เหมือนดำ นายอำเภอสุไหงปาดี เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตชด.ที่ 447 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในบริเวณที่เกิดเหตุพบริมถนนลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องแบบเคโม ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก.

จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

จากการสอบสวน ร.ต.นาวี มัดละ หัวหน้าชุดสันติสุข 404 ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ร่วมสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารชุดทักษิณสัมพันธ์ที่ 303 รวม 10 นาย

นั่งโดยสารรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน สีขาว ทะเบียน 3ฟ-3080 กทม. ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี เพื่อเดินทางไปร่วมรับประทานอาหารในช่วงเปิดปอซอ หรือละศีลอดกับผู้นำศาสนา

และผู้นำท้องถิ่นในหมู่บ้านกำปงซือแน ม.6 ต.ริโก๋ แต่เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ริมทาง

จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่โชคดีที่รถยนต์กระบะวิ่งผ่านจุดเกิดเหตุไป 5 เมตร ระเบิดจึงทำงานทำให้ตนและเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 10 นาย รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ตามคำประกาศที่ได้ข่มขู่ไว้ก่อนหน้านี้ว่าในช่วงถือศีลอดหรือเดือนปอสอจะลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการข่มขวัญไม่ให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้ความร่วมมือกับทางการที่เข้าไปสร้างมวลชนในเทศกาลถือศีลอดดังกล่าว

manager.

โจรใต้ขว้างระเบิดด้านถล่มวงกินข้าวทหารบาเจาะกระเจิง

30 สิงหาคม 2553 16:26 น.

นราธิวาส - คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ เหิมจัดขว้างระเบิดชนิดสังหารเข้าใส่ทหารกลาววันแสกๆ ขณะกำลังเริ่มกินข้าวเที่ยว ที่ใต้อาคารสำนักงานหมวดการทาง อ.บาเจาะ แต่ระเบิดด้านจึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

วันนี้ (30 ส.ค.) เวลา 12.30 น.ขณะที่กำลังทหาร ฉก.นราธิวาส 32 กองทัพเรือ ชุดรักษาความปลอดภัยย่านการ ค้าในเขตเทศ บาล ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

จำนวนหนึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารมื้อเที่ยงกันที่โต๊ะหินอ่อน ซึ่งวางอยู่ใต้ถุนอาคาร สำนักงานหมวดการทางบาเจาะ ตั้งอยู่ถนนเพชรเกษม กลางย่านชุมชนเขตเทศบาล ต.บาเจาะ คนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาแล้วใช้ระเบิดสังหารแบบน้อยหน่า ชนิดเอ็ม 76 ขว้างเข้าใส่

ระเบิดได้ตกลงบนพื้นปูนซีเมนต์ ห่างจากม้าหินอ่อน 2 เมตร ทำให้ทหารที่กำลังนั่งทานข้าวมื้อเที่ยงกันได้เพียงคนละคำสองคำวิ่งหาที่หลบระเบิดกันกระเจิง แต่โชคดีระเบิดไม่ทำงานจึงไม่มีทหารนายใดได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.จำลอง งามเนตร ผกก.สภ.บาเจาะ และ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้าชุดพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.นราธิวาส มาตรวจจุดเกิดเหตุ และทำการเก็บกู้ระเบิดไว้ได้ในเวลาต่อมา

manager.

โจรใต้ซุกระเบิดใต้ท้องรถ อส.จะแนะ สาหัส 3

30 สิงหาคม 2553 14:18 น.

นราธิวาส - โจรใต้แอบผูกระเบิดใต้ท้องรถเจ้าหน้าที่ อส.จะแนะ และได้กดชนวนระเบิดขณะขับผ่านป้อมจุดตรวจทางเข้าที่ว่าการอำเภอจะแนะ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ อส.ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 นาย

วันนี้ (30 ส.ค.) เมื่อเวลา 08.35 น. ร.ต.ท.เทอดศักดิ์ มีจิตร์ ร้อยเวร สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดรถยนต์กระบะของ อส.ประจำที่ว่าการอำเภอจะแนะ ขณะขับผ่านป้อมจุดตรวจทางเข้าที่ว่าการอำเภอ ทำให้เจ้าหน้า อส.ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 นาย

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรวุฒิ ทิศเสถียร ผกก.สภ.จะแนะ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบเจ้าหน้าที่ อส.ซึ่งนั่งอยู่บริเวณด้านหลังของแค๊ปโดยสาร รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนส์ทอง ทะเบียน บธ-3589 แพร่ ซึ่งอยู่ในสภาพเลือดท่วมตัว และรถยนต์กระบะได้รับความเสียหายทั้งคัน เจ้าหน้าที่จึงได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บทั้ง 3 นาย ส่งรักษาเป็นการเร่งด่วนที่โรงพยาบาลจะแนะ

ประกอบด้วย 1.อส.อับดุลเลาะ อับดุลลาเต๊ะ 2.อส.อาหะมะ เจ๊ะแว 3.อส.อดิศร บาโด ซึ่งทั้ง 3 นายถูกสะเก็ดระเบิดตามบริเวณลำตัวเป็นแผลฉกรรจ์ และอาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานสำคัญๆ ประกอบด้วย เศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก น้ำหนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน อส.พงศกร เจ้าของรถยนต์กระบะ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถยนต์กระบะออกจากบ้านพัก โดยมีเพื่อน อส.อีก 3 นาย นั่งโดยสารที่บริเวณแค๊ปเพื่อเดินทางมาทำงานเป็นประจำทุกวัน และคาดว่าในช่วงคืนที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายได้แอบนำระเบิด

แสวงเครื่องนำไปผูกไว้ใต้บริเวณคัดซีของรถยนต์กระบะที่ตนมักจะนำมาจอดไว้หน้าบริเวณบ้านพัก และขณะที่ตนขับรถยนต์ผ่านป้อมจุดตรวจทางเข้าที่ว่าการอำเภอ กลุ่มคนร้ายคงจะขี่รถจักรยานยนต์ตามความเคลื่อนไหวไล่หลังมาห่างๆ และได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิด จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนทำให้รถยนต์เสียหายและเพื่อน อส.ทั้ง 3 นายได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

manager.

หญิงท้อง9เดือน เจ็บสาหัส บึมตลาดยะลา

30 สิงหาคม 2553, 00:05 น.

คนร้ายกดระเบิดแสวงเครื่องที่ซุกไว้ ในถุงพลาสติก ที่ตลาดนัดผลไม้ ในเขตเทศบาลนครยะลา ส่งผลให้ หญิงท้อง 9เดือน ที่เดินอยู่แถวนั้น ได้รับบาดเจ็บสาหัส เชื่อเป็นการก่อกวนสร้างสถานการณ์...

เมื่อเวลา 22.10 น. วันที่ 29 ส.ค. ด.ต.เกียรติ พัฒนา หัวหน้าศูนย์วิทยุสื่อสาร 191 สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุด่วนเกิดเหตุระเบิด และมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ตลาดนัดผลไม้บ้านมลายูบางกอก

เขตเทศบาลนครยะลา จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมา ร.ต.ท.ฮากีม หมัดอาด้ำ ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา พร้อมผู้เกี่ยวข้องรุดไปสอบสวน พบเพียงรอยเลือดเปรอะอยู่บนพื้น ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ

นางเสาวลักษณ์ จั่นเจริญ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 220/7 หมู่ 3 ต.เจะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส มีครรภ์ราว 9 เดือน ถูกสะเก็ดระเบิดที่แขนซ้ายและบริเวณก้นกบ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ผู้ประสบเหตนำส่ง โรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว ในที่เกิดเหตุพบสะเก็ดระเบิด ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เศษหน้ากากโทรศัพท์มือถือ ตกกระจัดกระจายอยู่บนพื้นจึงได้รวบรวมไว้เป็นหลักฐาน แล้วติดตามไปสอบสวนผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล

เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางเสาวลักษณ์ จั่นเจริญ ซึ่งมีอาชีพเป็นแม่ค้าคนกลางคอยรับซื้อผลไม้เพื่อขายส่งไปยังตลาด กทม.และขณะที่กำลังเดินเลือกดูผลไม้หลากหลายชนิดอยู่ จู่ ๆ ได้เกิดระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว

เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่ว ปรากฏว่า นางเสาวลักษณ์ ซึ่งเดินอยู่ใกล้จุดระเบิดที่สุด ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ส่วนคนร้ายคาดว่าเป็นพวกก่อความไม่สงบแอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักราว 3 กก.

ใส่ถุงพลาสติกคล้ายถุงใส่ผลไม้ นำมาวางปะปนบนพื้น รอจังหวะเหมาะแล้วจึงกดชนวนกับโทรศัพท์ให้ระเบิดทำงาน ทำให้นางเสาวลักษณ์ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว เชื่อว่าเป็นการก่อกวนเพื่อสร้างสถานการณ์

thairath.

สลดโจรใต้ยิงถล่มครอบครัว จนท.พิทักษ์ป่าบูโดลูกชาย 2 ขวบตาย พ่อสาหัส

29 สิงหาคม 2553 15:12 น.

นราธิวาส - สุดสลดโจรใต้ยิงครอบครัวเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าบูโด ลูกชาย 2 ขวบ รับเคราะห์ตาย พ่อสาหัสที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

วันนี้ (29 ส.ค.) เวลา 12.20 น. ร.ต.ท.เฮรามาน เจ๊ะดี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส บนถนนสายตันหยงมัส-ดุซงญอ ช่วงบริเวณบ้านปาเซ ม.7 ต.บองอ

จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส นายปรีชา นวลน้อย ปลัดอาวุโส อ.ระแงะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ไดฮันสุ รุ่นมิร่า สีแดง จอดเสียหลักอยู่ริมถนน ซึ่งอยู่ในสภาพกระจกหน้าตัวถังถูกกระสุนปืนเป็นรูพรุน และมีกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ที่เบาะนั่งภายในห้องโดยสาร ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 คน

ญาติและพลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลจะแนะไปก่อนหน้าแล้ว ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนสงคราม เอ็ม 16 และปลอกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 11 มม.ตกอยู่จำนวน 8 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ทราบชื่อคือ 1.นายมาฮะดี สะมะแอ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 ม.4 ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ จ.นราธิวาส

ซึ่งเป็นพนักงานพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเทือกเขาบูโด-สุไหงปาดี โดยมีบาดแผลถูกกระสุนปืน เอ็ม 16 และ 11 มม.ที่บริเวณหน้าอก 4 นัด หัวไหล่ขวา 1 นัด 2. ด.ช.มาหะมะอาฟีซี สะมะแอ อายุ 2 ขวบ ซึ่งเป็นลูกชาย มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม 16 ที่บริเวณศีรษะ 1 นัด ทั้งคู่อาการสาหัส แพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ แต่ ด.ช.มาหะมะอาฟีซี ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว

จากการสอบสวน นางไซนะ สะมะแอ อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นภรรยาและแม่ของ ด.ช.มาหะมะอาฟีซี ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุสามีลูกและตนได้นั่งรถยนต์เก๋งออกจากบ้านพักใน อ.จะแนะ เพื่อเดินทางไปยังพื้นที่ อ.บาเจาะ

ซึ่งเป็นที่ทำงานของสามี ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณน้ำตกปาโจ หรือ อุทยานแห่งชาติเทือกเขาบูโด-สุไหงปาดี โดยตนได้นั่งโดยสารอยู่ช่วงบริเวณเบาะหลัง เมื่อสามีขับรถยนต์ถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขับรถยนต์กระบะไม่ทราบยี่ห้อ สี และแผ่นป้ายทะเบียน เป็นพาหนะ ปาดหน้าเพื่อบังคับให้สามีจอดรถ

ทันใดนั้นคนร้ายที่นั่งกระบะ จำนวน 2 คัน ซึ่งในมือถืออาวุธปืน เอ็ม 16 และอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม.คนละกระบอก ออกมายิงใส่รถยนต์ที่สามีลูกและตนนั่ง จำนวน 8 นัดซ้อน จนรถเสียหลักจอดริมถนน

แล้วกลุ่มคนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เมื่อตนตั้งสติได้พบว่าสามีและลูกชายถูกยิง จึงได้เปิดประตูรถยนต์เก๋งออกไปขอความช่วยเหลือเพื่อน เพื่อนำตัวสามีและลูกส่งรักษาที่โรงพยาบาลจะแนะดังกล่าว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ เชื่อว่า เป็นฝีมือการกลุ่มก่อการร้าย เพื่อสร้างสถานการณ์ป่วนใต้

manager.

คนร้ายซิ่ง จยย.ประกบยิง นศ.หนุ่ม ม.อิสลามยะลา ดับกลางถนน

29 สิงหาคม 2553 15:07 น.

ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายซิ่ง จยย.ประกบยิงหนุ่มนักศึกษา ม.อิสลามยะลา ขณะขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากมหาวิทยาลัยดับคาถนนกลางวันแสกๆ

วันนี้ (29 ส.ค.) เวลา 12.15 น. ร.ต.อ.สมศักดิ์ ราชริวงศ์ ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า มีเหตุผู้ถูกยิงนอนเสียชีวิตที่บ้านเปาะยานิ หมู่ที่ 3 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ

พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุริยา ไชยโยธา รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.ท.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย รอง ผกก.(ป.) พ.ต.ท.ภูไชยวัฒน์ นทีรัตน์ สวป.กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.11 อ.เมืองยะลา ฝ่ายปกครอง ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 จ.ยะลา ชุดศรศึก-ศรชัย และชุดตัดสัญญาณโทรศัพท์

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายวัดสวนใหม่-บ้านตำเสา เลยจากวัดสวนใหม่ไปราว 300 เมตร พบศพนายอับดุลเลาะ สาและ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ที่ 5 บ้านปาแดลางา ต.ปุโละปุโย อ.หนอกจิก จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่สะบักหลังกระสุนตุงหน้าอก

กกหูซ้ายทะลุหมวกกันน็อกรวม 3 นัด นอนตายเลือดไหลนองพื้นอยู่ใกล้ๆ รถ จยย.ยี่ห้อ ซูซูกิ สวิง สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กมฉ-767 ยะลา บริเวณหน้าอกผู้ตายมีป้ายมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา คล้องคอ พบปลอกระสุนปืน จำนวน 3 ปลอก กระสุนอีก 1 นัด ตกกระจัดกระจายบริเวณใกล้กัน เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ช่วงเวลา 12.00 น.วันเดียวกัน นายอับดุลเลาะ สาและ ผู้ตายได้ขับขี่ จยย.คันดังกล่าวเดินทางออกจากมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านโสร่ง ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เพื่อเดินทางเข้าไปในตัวเมืองยะลา

โดยใช้เส้นทางลัดสายเปาะยานิ-บ้านตำเสา เมื่อขับมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุมีคนร้ายจำนวน 2 คนขับขี่ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า ไม่ทราบสี และหมายเลขทะเบียนไล่ติดตามมา คนซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนออกมาจ่อยิงหลังนายอับดุลเลาะติดต่อกัน 2-3 นัด จน จยย.เสียหลักล้มลง คนร้ายยังได้จอด จยย.ตามลงไปยิงซ้ำที่กกหูซ้ายอีก 1 นัดให้แน่ใจว่าเสียชีวิต แล้วจึงได้ขึ้นรถ จยย.ขับหลบหนีไปทางบ้านตลาดเก่าอย่างรวดเร็ว

ส่วนสาเหตุการตายเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ว่า เป็นเรื่องส่วนตัว หรือเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

manager.

โจรใต้ถล่ม ชรบ.ดับอีก 1 ที่นราฯ แถมคว้าปืนอาก้าไปด้วย

29 สิงหาคม 2553 14:54 น.

นราธิวาส - โจรใต้ดักซุ่มยิง ชรบ.เสียชีวิตอีก 1 ที่ นราธิวาส แถมก่อนหลบหนียังหยิบปืนอาก้าของทางราชการไปด้วย 1 กระบอก

ช่วงเช้าวันนี้ (29 ส.ค.) พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ท.อุกฤษฎ์ สังฆะมณี พนักงานสอบสวน สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง

รุดเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายดักซุ่มยิง นายรอมมือลี อาบู อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/1 ม.4 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ซึ่งเป็น ชรบ.บ้านรือเสาะ เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น.ของคืนวันที่ 29 ส.ค.53 บนถนนสายรือเสาะ-บ้านนาดา ม.4 ต.รือเสาะ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ ทะเบียน วลก-618 กทม.เสียหลักล้มคว่ำอยู่ริมถนนที่รกทึบ พร้อมด้วยปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 จำนวน 41 ปลอก ปลอกอาก้า จำนวน 15 ปลอก และปลอกกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 4 ปลอก ตกกระจายเกลื่อนอยู่บนถนนและพุ่มไม้ริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังบ้านของผู้เสียชีวิต ซึ่งญาติได้นำศพไปเพื่อเตรียมประกอบพิธีทางศาสนา โดยเจ้าหน้าที่พบร่องรอยถูกกระสุนปืน เอ็ม 16 อาก้าและลูกซอง จนพรุนไปทั้งร่าง

โดยพยานบุคคลที่อาศัยอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุให้การกับเจ้าหน้าที่ ว่า ในขณะที่นอนหลับอยู่ในบ้านพัก ได้ยินเสียงรถ จยย.ที่นายรอมมือลีขี่กลับมาจากจุดตรวจ ชรบ.เพื่อเดินทางกลับบ้านพัก ถึงที่เกิดเหตุได้ยินเสียงปืนของคนร้ายที่ดักซุ่มอยู่ในป่ารกทึบริมทาง

กระหน่ำยิงใส่ร่างของนายรอมมือลี จำนวนหลายสิบนัด จนรถ จยย.เสียหลักล้มคว่ำแล้วนายรอมมือลีเสียชีวิต จากนั้น 1 ในกลุ่มคนร้ายได้วิ่งออกมาจากป่าแล้วหยิบอาวุธปืนอาก้าของนายรอมมือลีหลบหนีไปด้วย

ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เนื่องจากถนนสายดังกล่าวในช่วงวันที่ 16 มิ.ย.2551 ที่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายได้ดักซุ่มยิงลูกสาวของนายรอมมือลี จนพิการ และลูกเขยเสียชีวิตมาแล้ว

manager.

โจรใต้โหดไล่ยิงผัว-เมียดับคารถยนต์

29 สิงหาคม 2553 12:33 น.

ปัตตานี- สองผัวเมียตกเป็นเหยื่อก่อเหตุไม่สงบ ถูกโจรขี่รถ จยย.ตามประกบยิงตกลงข้างทาง ซ้ำยังจ่อยิงซ้ำจนเสียชีวิตทั้งคู่ทันที

วันนี้ (29 สค.53) เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.ท.ไพสิทธิ์ แก้วจรัส รอง ผกก.ป.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี นำกำลังเข้าไปตรวจสอบเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบนถนนสายบ้านพ่อมิ้ง - บ้านน้ำบ่อ ม.3 ต.พ่อมิ้ง ไปถึงพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน บง 9791 ยะลา ตกลงข้างทาง สภาพด้านหน้าชนกับตอไม้พังเสียหายและมีรูกระสุนที่กระจกและประตูรถด้านขวาหลายแห่ง

ภายในรถพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อ นายคุ้ม สาหมาน อายุ 50 ปี และ นางลิ้ม สาหมาน อายุ 50 ปี ทั้งสองอยู่บ้านเลขที่ 76/3 ม.3 ต.คอกกระบือ อ.ปะนาเระ สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. เข้าศีรษะและลำตัว ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนตกอยู่จำนวน 4 ปลอก

สอบสวนทราบว่า ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินทางกลับบ้านพัก หลังจากที่ไปซื้อปลาที่ตลาดนัด ปรากฏว่ามาถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้าย 2 คนขี่รถ จยย.ตามประกบยิงจนรถเสียหลังตกลงข้างทาง คนร้ายยังได้เดินเข้ามาจ่อยิงซ้ำอีกจนเสียชีวิตทันที จากนั้นคนร้ายวิ่งขึ้นรถ จยย.เร่งเครื่องหลบหนีไป สาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่สร้างสถานการณ์ใต้

manager.

โจรใต้วางจยย.บอมบ์ป่วนเมืองนราฯ ตร.เจ็บ 1 ซ้ำวางระลอก 2 หวังสังหารหมู่

29 สิงหาคม 2553 12:31 น.

นราธิวาส - โจรใต้วางระเบิด จยย.บอมบ์ร้านโอเกะป่วนเมืองนราฯ 2 ลูกซ้อน ตำรวจเจ็บ 1 นาย รถยนต์ตำรวจและรถชาวบ้าน เสียหายยับ 3 คัน ก่อนจนท.กู้ระเบิดระลอก 2 ได้สำเร็จ

เมื่อคืนวานวันที่ (28 ส.ค. 53) เมื่อเวลา 20.30 น. ร.ต.ท.กริช พงศ์รัตนศักดิ์ ร้อยเวร สภ.เมืองนราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณริมกำแพง หจก.ศิวะเทรดดิ้ง นรา ซึ่งตั้งอยู่ ถ. ณ นคร เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส นายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส พ.ต.ท.สมชาย พนมอุปการ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบว่าถังใส่ขยะมูลฝอยของเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งตั้งอยู่ริมกำแพง หจก.ศิวะเทรดดิ้งนรา ถูกอนุภาพระเบิดได้รับความเสียหาย โดยมีรถยนต์กระบะถูกสะเก็ดระเบิดเสียหายเป็นรูพรุนจำนวน 3 คัน

ประกอบด้วย1.รถยนต์กระบะแคปยี่ห้อ อีซูซุ ดีแมค สีน้ำเงิน ทะเบียน บง-5680 นราธิวาส 2. รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ ไฮแลนเนอร์ สีบรอนส์เงิน ทะเบียน กบ-4188 สงขลา3.

รถยนต์ตราโล้ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส ทะเบียน ขผ-1025 กทม. ซึ่งจอดอยู่บริเวณข้างถังขยะ โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก. จุดชนวนด้วยการด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน

สะเก็ดระเบิดส่งผลให้ ส.ต.ต.จตุพร ชุมคง ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองนราธิวาส ถูกอนุภาพระเบิดทำให้หูอื้อและแน่นหน้าอก ซึ่งหลังจากเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์แล้ว แพทย์อนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่บ้านพัก

และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุอยู่นั้น ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีมีรถ จยย.ต้องสงสัยยี่ห้อฮอนด้าดรีมสีดำ ทะเบียน กบง-293 ยะลา ซึ่งจอดอยู่หน้าร้านหงส์ฟ้าคาราโอเกะ เลขที่ 22/3 ซึ่งห่างจากจุดระเบิดแรกประมาณ 50 เมตร

เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบ และพบว่ารถ จยย.คันดังกล่าว คนร้ายได้วางระเบิดให้ทำงานในเวลา 20.38 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการเก็บกู้นาน 5 นาที จึงสามารถกู้ระเบิดเอาไว้ได้

จากการวางระเบิดจุดนี้พบว่า คนร้ายได้ติดตั้งชนวนระเบิดในรถ จยย.คันดังกล่าวใน 2 รูปแบบ คือ ระบบตั้งเวลาด้วยนาฬิกาดิจิตอล และโทรศัพท์มือถือ

ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปสอบสวนเครียดในเบื้องต้น ส่วนสาเหตุที่คนร้ายวางระเบิดดังกล่าว เจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายหวังผลเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครตำรวจ ซึ่งมักจะเข้าเวรยามในบริเวณดังกล่าว

manager.

บึมคาราโอเกะ 2ลูกซ้อน ใต้ป่วนรายวัน

28 สิงหาคม 2553, 23:15 น.

โจรป่วนใต้วางระเบิดร้านคาราโอเกะป่วนเมืองนราธิวาส 2 ลูกซ้อน เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ็บ 1 นาย เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปสอบสวนเครียดในเบื้องต้นแล้ว.....

เมื่อ เวลา 20.30 น. วันที่ 28 ส.ค. 53 ร.ต.ท.กริช พงศ์รัตนศักดิ์ ร้อยเวร สภ.เมืองนราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณริมกำแพง หจก.ศิวะเทรดดิ้งนรา ถนน ณ นคร เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส นายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส พ.ต.ท.สมชาย พนมอุปการ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบถังใส่ขยะมูลฝอยของเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งตั้งอยู่ริมกำแพง หจก.ศิวะเทรดดิ้งนรา ถูกระเบิดได้รับความเสียหาย และยังมีรถยนต์กระบะอีก จำนวน 2 คัน ซึ่งจอดอยู่บริเวณข้างถังขยะถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย

โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก.จุดชนวนด้วยการตั้งปลุกจากนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน นอกจากนี้ยังทำให้ ส.ต.ต.จตุพร ชุมคง ผบ.หมู่ ป. สภ.เมืองนราธิวาส ที่เดินเท้าลาดตระเวนอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ถูกอนุภาพระเบิดทำให้หูอื้อและแน่นหน้าอก ซึ่งหลังจากเข้ารักษาตัวที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ แล้ว แพทย์อนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่บ้านพัก

และ ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุอยู่นั้น ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีรถ จยย.ต้องสงสัยยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีดำ ทะเบียน กบง-293 ยะลา ซึ่งจอดอยู่หน้าร้านหงส์ฟ้าคาราโอเกะ เลขที่ 22/3 ห่างจากจุดระเบิดประมาณ 80 เมตร

เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบ และพบว่ารถ จยย.คันดังกล่าว คนร้ายได้วางระเบิดหนัก 5 ก.ก. ใส่ไว้ภายในถังน้ำมัน และตั้งเวลาให้ทำงานในเวลา 20.38 น. โดยเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้เอาไว้ได้ และนอกจากนี้เจ้าหน้าที่ สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปสอบสวนเครียดในเบื้องต้นแล้ว.

thairath.

ยิงหลานสาว สจ.คาใต้ถุนบ้านที่บาเจาะ

28 สิงหาคม 2553 15:04 น.

ยะลา - โจรใต้ดอดยิงหลานสาว สจ.คาใต้ถุนบ้าน ที่ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา พบผู้ตายเป็นอดีตลูกจ้างโครงการ 4,500 ของ อ.บันนังสตา

วันนี้ (27 ส.ค.) เมื่อเวลา 21.45 น.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สุวัตต์ วงค์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าเกิดเหตุยิงกันที่บ้านกำปงลาแล หมู่ที่ 2 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย จ.อ.ปรเมศร์ จันทร์แสง ปลัดป้องกันอำเภอบันนังสตา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.ยะลา 15 และ ฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าวอยู่ใต้ถุนของบ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 2 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพ น.ส.รอซีบ๊ะห์ สะแอ อายุ 26 ปี พักอาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าว ถูกยิงกับกระสุนปืนขนาด 9 มม.ที่กลางลำคอ หน้าอกรวม 4 นัด นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนพื้น พบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ใกล้ ๆ เก็บไว้ได้จำนวน 4 ปลอก กับหัวกระสุนบนพื้นดินอีก 3 หัว

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า น.ส.รอซีบ๊ะห์ อดีตเป็นลูกจ้างโครงการ 4,500 ของ อำเภอบันนังสตา และเป็นหลานสาวของนายกามารูดิง ซูแอ สจ.เขต อ.บันนังสตา ก่อนเกิดเหตุ น.ส.รอซีบ๊ะห์ ได้ขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮนด้าเวฟ 125 ซีซี ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ออกไปหาซื้อขนมหวานเพื่อเก็บไว้ทานระหว่างการถือศีลอดช่วงเดือนรอมฎอน ขณะเข็น จยย.เข้าไปจอดใต้ถุนบ้าน

เพื่อเตรียมจะเดินขึ้นบ้าน คนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ในเงามืดข้างเสาเรือนบุกเข้ามาประชิดพร้อมใช้อาวุธปืนจ่อยิง น.ส.รอซีบ๊ะห์ จนล้มลง คนร้ายยังกระหน่ำยิงซ้ำอีก 3 นัดจนแน่ใจว่าเหยื่อไม่รอด หลังจากนั้นจึงได้เล็ดลอดเข้าเงามืดหนีหายไป ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ

manager.

โจรเหี้ยมยิงเจาะกะโหลกทหารหัวหน้าชุดมวลชนสัมพันธ์ปางตาย

27 สิงหาคม 2553 17:37 น.

นราธิวาส - โจรใต้ซุ่มภายในบ้านร้างใช้อาวุธปืนสงครามยิงผู้หมวดทหารมวลชนสัมพันธ์ กระสุนเจาะกะโหลก อาการสาหัสปางตาย ซึ่งจุดที่เกิดเหตุนั้นเคยถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบอุปกรณ์พยาบาลที่คาดว่าจะเป็นของกลุ่มแนวร่วมมาแล้ว

วันนี้ (27 ส.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.อ.ไพรัช เจ็ดเจริญศิริ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัด ร้อย ร.1024 ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งออกปฏิบัติหน้าที่มวลชนสัมพันธ์ในหมู่บ้านปงยือจิ หมู่ 9 ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ ถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สามารถ วิชัยคัทคะ ผกก.สภ.รือเสาะ นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ และกำลังเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจและฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบชาวบ้านจำนวนมาก และมีกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่หน้าบ้านเลขที่ 60 บ้านปงยือจิ หมู่ 9 ต.ลาโล๊ะ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลรือเสาะ ไปก่อนหน้าแล้ว โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน เอสเคของคนร้ายตกอยู่ภายในบ้านพักหลังดังกล่าวจำนวน 1 ปลอก

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปดูอาการผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อคือ ร.ต.วสุธา พงศ์ปฏิมา อายุ 40 ปี หัวหน้าชุดมวลชนสัมพันธ์ ถูกกระสุนปืนที่ศีรษะ จำนวน 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์ ต้องขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จาก ฉก.นราธิวาส เพื่อนำตัว ร.ต.วสุธา ส่งรักษาโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นการเร่งด่วน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.วสุธา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 12 นาย ออกปฏิบัติงานจิตวิทยามวลชนสัมพันธ์ ในหมู่บ้านดังกล่าว โดยในระหว่างที่ ร.ต.วสุธา พร้อมลูกน้องอีก 3 นาย

กำลังเดินเข้าไปภายในบ้านหลังดังกล่าว ถูกคนร้ายที่ดักซุ่มอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวใช้อาวุธปืนสงคราม เอส.เค.จำนวน 1 นัด จนล้มทั้งยืน จากนั้นคนร้ายจึงกระโดดลงทางหน้าต่างวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า เพื่อนทหารจึงได้นำตัว ร.ต.วสุธา ส่งรักษา

ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นการก่อเหตุของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เนื่องจากก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าว และพบอุปกรณ์เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ประกอบระเบิด ภายในบ้านหลังดังกล่าว แต่ไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านร้าง

manager.

ประกบยิง ผญบ.อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ดับ

26 สิงหาคม 2553 21:49 น.

ปัตตานี - คนร้ายขี่จยย.ประกบยิงผู้ใหญ่บ้านม.5 ต.บางเขา จ.ปัตตานีดับ บริเวณปากทางเข้าโครงการจุฬาภรณ์ 6 ขณะเดินทางกลับบ้านพัก

วันนี้ (26 ส.ค.53) เมื่อเวลา 18.00 น. คนร้ายจำนวน 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ 2 คัน ขับตามประกบ ก่อนชักอาวุธปืนขนาด 9 มม. กระหน่ำยิงถูกลำตัวนายมามุ แมเลาะ ผู้ใหญ่บ้าน อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 ม.5 ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ มิซูบิซิ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กข.633 ยะลาได้รับบาดเจ็บสาหัส

จากการสืบสวนทราบว่า นายมามุ กลับจากทำธุระจากภายในหมู่บ้านและกำลังเดินทางกลับบ้านพัก ถึงบริเวณปากทางเข้าโครงการจุฬาภรณ์ 6 ม.5 ต.บางเขา ได้มีคนร้ายจำนวน 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ 2 คัน ขับตามประกบ ก่อนชักอาวุธปืนขนาด 9 มม. กระหน่ำยิงถูกลำตัวจำนวน 5 นัด ทำให้รถเสียหลักตกข้างทางก่อนเร่งเครื่องหลบหนีไป ด้านชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้นำร่างของ นายมามุ ส่ง รพ.หนองจิก และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ชัชชัย วงศ์สุนะ ผกก.สภ.หนองจิก จงปัตตานี พร้อมด้วย พท.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผบ.ฉก.ปัตตานี 24 นำกำลัง ตำรวจ ทหาร เข้าไปที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 7 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุอยู่ในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ว่าจะเกี่ยวข้องสถานการณ์ก่อความไม่สงบ หรือเรื่องขัดแย้งส่วนตัว

manager.

โจรใต้แต่งชุดดะวะห์ประกบยิง รปภ.สถานีรถไฟบาดเจ็บที่รามัน

26 สิงหาคม 2553 19:55 น.

ยะลา - คนร้ายแต่งกายชุดดะวะห์ ประกบ รปภ.สถานีรถไฟไม้แก่น อ.รามัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่ ยะลา

วันนี้ (26 ส.ค.) เวลา 17.10 น. พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 สภ.เมืองยะลา ว่า เกิดเหตุใช้อาวุธปืนที่บริเวณตลาดนัดวันพฤหัสบดี หมู่ที่ 9 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ

พร้อมด้วย พ.ท.ยุทธนาม เพชรม่วง ผบ.ฉก.11 อ.เมืองยะลา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.11 อ.เมืองยะลา ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่กองศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 จ.ยะลา เข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจพบ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125 ซีซี สีดำ หมายเลขทะเบียน กกธ 857 ยะลา ล้มลงอยู่จำนวน 1 คัน บนรถเต็มไปด้วยคราบเลือดจำนวนมาก ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บชุดกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา

ทราบชื่อ นายชูเกียรติ สุพงศ์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/1 หมู่ที่ 2 ต.เนินงาม อ.รามัน จ.ยะลา เป็น ซึ่งเป็น รปภ.ของสถานีรถไฟบ้านไม้แก่น อ.รามัน จ.ยะลา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าที่บริเวณสี่โครงด้านซ้าย จำนวน 1 นัด อาการสาหัส แพทย์ต้องรีบนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเป็นการด่วน

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ นายชูเกียรติ กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ คันดังกล่าว มุ่งหน้าจะกลับบ้านพักในพื้นที่ อ.รามัน มีคนร้ายจำนวน 2 คน อายุประมาณ 25-30 ปี แต่งกายด้วยชุดดะวะห์ ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบสียี่ห้อ และแผ่นป้ายทะเบียน ขับประกบยิงเข้าใส่ นายชูเกียรติ

จำนวนหลายนัด แต่กระสุนเข้าร่างของนายชูเกียรติ เพียงนัดเดียว ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลง และ ทำให้นายชูเกียรติได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการก่อเหตุร้ายเพื่อสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

manager.

โจรใต้ดักซุ่มยิง ตชด.ตาย 1 หาย 1

26 สิงหาคม 2553 19:54 น.

นราธิวาส -โจรใต้ดักซุ่มยิง ตร.ตระเวนชายแดน สังกัด ตชด.ที่ 44 ค่ายพญาลิไท ขณะเดินทางไปซื้อกับข้าวที่ตลาดอำเภอศรีสาคร พบเสียชีวิต 1 นาย หลบหนีกระสุนโจรเข้าป่าไป 1 นาย

วันนี้ (26 ส.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ศิริจันทร์ สว.เวร สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน สังกัด ตชด.ที่ 44 ค่ายพญาลิไท ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สอนหนังสือโรงเรียนบ้านตืองอ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในที่สุด 1 นาย สูญหายอีก 1 นาย เหตุเกิดเยื้องปากทางเข้าโรงเรียนบ้านตืองอ ม.3 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร

จึงพร้อมด้วย นายไพโรจน์ จริตงาม นายอำเภอศรีสาคร พ.ต.อ.พรพันธ์ ทิมขำ ผกก.สภ.ศรีสาคร และ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถ จยย.ล้มตะแคงอยู่ริมถนน โยมีปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่ด้วยจำนวน 8 ปลอก พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย เพื่อนตำรวจและชาวบ้านได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลศรีสาครไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ คือ ส.ต.ท.ธงชัย บุตรนนท์ อายุ 30 ปี ซึ่งถูกกระสุนปืนเอ็ม 16 ของคนร้ายที่บริเวณสีข้างซ้ายทะลุ 1 นัด แต่เนื่องจากอาการสาหัส แพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ แต่เนื่องจากเสียเลือดมาก และทนพิษบาดแผลไม่ไหว ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วน ส.ต.ต.กิตติพงษ์ จันทวัตร อายุ 29 ปี สังกัดเดียวกัน หลังเกิดเหตุได้กระโดดรถ จยย.วิ่งหนีเข้าป่าหายไป ซึ่งล่าสุด เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถค้นหาพบแต่อย่างใด และคาดว่า อาจจะได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนของคนร้ายในครั้งนี้ด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม นายไพโรจน์ นายอำเภอศรีสาคร ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง ทำการสะกดรอยเพื่อออกค้นหาตัว ส.ต.ต.กิตติพงษ์ แล้ว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุภายหลังจากโรงเรียนเลิก ส.ต.ท.ธงชัย ได้ชวน ส.ต.ต.กิตติพงษ์ นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.เพื่อเดินทางไปซื้อกับข้าวที่ตลาดอำเภอศรีสาคร และในขณะที่ ส.ต.ท.ธงชัย ขี่รถ จยย.ออกมาจากโรงเรียนได้ประมาณ 20 เมตร ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มใส่ ส.ต.ท.ธงชัย และ ส.ต.ต.กิตติพงษ์ จำนวน 8 นัด

ซ้อน เมื่อถูกกระสุนปืน รถ จยย.ได้เสียหลักล้มคว่ำ ส.ต.ต.กิตติพงษ์ ซึ่งตั้งสติได้จึงได้กระโดดลงจากรถ จยย.แล้วรีบวิ่งหลบหนีเข้าป่า แล้วคนร้ายได้อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป

ส่วนสาเหตุที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อเป็นการตอบโต้เจ้าหน้าที่ทางการ ซึ่งในช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถบุกจับกุมแกนนำกลุ่มผู้ไม่หวังดีได้ 2 คน คือ นายมาหามะ มะนอตาเร๊าะ อายุ 50 ปี

และนายซอบือรี หาแว อายุ 32 ปี ซึ่งทั้ง 2 คน ถูกจับกุมขณะเข้ากบดานอาศัยอยู่ภายในบ้านพักเลขที่ 57 บ้านตืองอ ม.3 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร พร้อมของกลางเวชภัณฑ์ ถุงน้ำเกลือและเข็มฉีดยา

manager.

ลอบบึมตร.ยะลา โชคดีระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์

25 สิงหาคม 2553, 13:53 น.

คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาดูแลความปลอดภัยย่านตลาดเก่ายะลา โชคดีระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ รอดหวุดหวิด ...

โจรใต้ลอบวางระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทางการอีกครั้ง เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 25 ส.ค. ศูนย์วิทยุ 191 สภ.เมืองยะลา รับแจ้งมีเหตุระเบิดที่หน้าร้านสวัสดีเลขที่ 610 ถ.สิโรรส ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา

แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ซึ่งในที่เกิดเหตุพบ ส.ต.ต.ปรีชา กองเกิด และ ส.ต.ต.จิรายุทธ เกตุชู สังกัดตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษยะลาที่มาช่วยราชการอยู่ที่ป้อมจุดตรวจขุนไวย์ ย่านตลาดเก่ายะลา อยู่ในอาการตกใจ พร้อมระบุว่า พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด

เนื่องจากได้ยินเสียงดัง และมีควันไฟออกมาเล็กน้อย จึงได้หลบหาที่กำบัง หลังจากหมดควันไฟแล้ว ได้เข้าไปตรวจสอบ พบว่ามีสายไฟฟ้าสีแดงโผล่ออกมา จึงได้แจ้งให้ต้นสังกัดทราบ พร้อมประสานชุดเก็บกู้ระเบิดเข้าตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่า เป็นวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่อง จุดชนวนด้วยนาฬิกาปลุกแบบข้อมือ น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม แต่ระเบิดดังกล่าวได้ทำงานไปแล้ว แต่ไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นาย ปลอดภัย เบื้องต้น คาดว่าคนร้ายต้องการที่จะลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย

ซึ่งมาดูแลความปลอดภัยบริเวณร้านสวัสดีและบริเวณใกล้เคียง แต่ระเบิดทำงานไม่ครบวงจร จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายปลอดภัย เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์รายวันในพื้นที่.

thairath.

4 คนร้ายประกบยิง อส.รือเสาะดับ 2 นาย ก่อนฉก M.16 ติดมือไป 2 กระบอก

24 สิงหาคม 2553 00:23 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้าย 4 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง อส.อำเภอรือเสาะ 2 นาย เสียชีวิตคาที่ ขณะทั้งสองออกมาซื้ออาหารเพื่อเปิดละศีลอด ที่ร้านขายของชำ ห่างจากโรงพยาบาลรือเสาะ 500 เมตร ก่อนฉกปืน เอ็ม 16 พร้อมกระสุนไป 2 กระบอก

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 23 ส.ค. ร.ต.อ.ไพรัตน์ เกียรติเจริญกิจ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายตามประกบยิง อส.อำเภอรือเสาะเสียชีวิต 2 นาย หน้าร้านขายของชำเลขที่ 17 บ้านยาแลเบาะ ม.5 ต.รือเสาะ ห่างจากโรงพยาบาลรือเสาะ ประมาณ 500 เมตร

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สามารถ วิชัยขัทคะ ผกก.สภ.รือเสาะ นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ พ.ท.จักกฤษ ศรีนนท์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบชาวบ้านเป็นจำนวนมากจอดรถยืนมุงดูศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 นาย ที่นอนจมกองเลือดอยู่ข้างรถ จักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิสีเหลืองไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดเสียหลักอยู่ริมถนน จากการตรวจสอบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ อส.มะกือตา เจ๊ะมะ อายุ 40 ปี ซึ่งมีร่องรอยถูกกระสุนปืน ที่บริเวณหน้าอกและแผ่นหลัง และ อส.ซาการียา มามะ อายุ 27 ปี ซึ่งมีบาดแผลถูกกระสุนปืนทั้ง 2 ชนิดที่บริเวณลำตัว แผ่นหลังและชายโครงขวา

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน อา.ก้า. ตกอยู่บนถนน จำนวน 12 ปลอกและปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่ที่ใกล้เคียงกัน จำนวน 7 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 นาย ส่งโรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ อส.มะกือตา ได้ขี่รถจัรยานยนต์ออกจากที่ว่าการอำเภอรือเสาะ โดยชวน อส.ซาการียา นั่งซ้อนท้ายเพื่อเดินทางไปซื้ออาหารเพื่อเปิดละศิลอด และขณะที่ อส.มะกือตา ขี่รถจัรยานยนต์อยู่นั้น ได้มีคนร้าย จำนวน 4 คน ขี่รถจักรยารยนต์ 2 คัน

เป็นพาหนะตามประกบไล่หลัง เมื่อใกล้ถึงบริเวณหน้าร้านค้า อส.มะกือตา จึงได้ชะลอความเร็ว รถเพื่อเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าร้าน ทันใดนั้น 2 ใน 4 คนร้ายที่นั่งซ้อนท้าย ในมือถืออาวุธปืน อา.ก้า.และอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม. คนละกระบอก แล้วใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่ อส.ทั้ง 2 นาย กว่า 20 นัดซ้อน

เมื่อถูกกระสุนปืนรถจึงได้เสียหลักล้มคว่ำทำให้ อส.ทั้ง 2 นายเสียชีวิตคาที่ แล้วคนร้ายได้จอดรถ จยย.ทั้ง 2 คัน ให้มือปืนที่นั่งซ้อนท้ายทั้ง 2 คน ลงเดินไปหยิบอาวุธปืน เอ็ม.16 ของ อส.ทั้ง 2 นาย จำนวน 2 กระบอก พร้อมด้วยเข็มขัดที่ใส่กระสุนปืนรวมอีกเกือบ 100 นัดหลบหนีไป

manager.

ยะลาตรวจเข้มหลังได้รับแจ้งเตือนอาจเกิดเหตุ จยย.บอมบ์

22 สิงหาคม 2553 15:49 น.

ยะลา - เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ตรวจเข้มหวั่นเกิด จยย.บอมบ์ และคาร์บอมบ์ ที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดยะลา หลังการข่าวด้านความมั่นคงออกมาแจ้งเตือน

วันนี้ (22 ส.ค.) กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ จ.ยะลา ได้สนธิกำลังคุมเข้มมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ 8 อำเภอ หวั่นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เตรียมใช้คาร์บอมบ์ และจักรยานยนต์บอมบ์

เข้ามาก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่หลังการข่าวด้านความมั่นคงแจ้งเตือนว่ากลุ่มคนร้ายจะนำจักรยานยนต์บอมบ์ ยี่ห้อซูซูกิ สแมช 110 ซีซี สีดำ ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน จากพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ จ.ยะลา โดยเฉพาะย่านการค้าในเขตเทศบาลนครยะลา

เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามถนนสายหลัก และถนนสายรอง ที่จะเข้าไปยังเทศบาลนครยะลา และในพื้นที่ของ จ.ยะลา ทุกจุด 4 มุมเมือง พร้อมกับมีการลาดตระเวนในพื้นที่เป้าหมาย และการดูแลความปลอดภัยในย่านชุมชน และสถานที่ราชการต่างๆ โดยทางผู้บังคับบัญชาของทุกหน่วยได้เน้นย้ำให้มีการตรวจสอบรถทุกชนิด อาวุธต่างๆ และ บุคคลเป้าหมายอย่างเข้มงวดที่สุด

สำหรับในเขตเทศบาลนครยะลา ได้ให้ สภ.เมืองยะลา และฝ่ายปกครอง จัดกำลังเสริมประจำด่านตรวจ 4 มุมเมืองที่จะเข้ามายังในเขตเทศบาลนครยะลา ให้ตรวจค้นรถยนต์ทุกชนิด และ รถจักรยายนต์ ที่จะเข้ามาในเขตเทศบาลนครยะลาทุกคัน โดยไม่มีการยกเว้น เพื่อป้องกันคาร์บอมบ์ และจักรยานยนต์บอมบ์ เพราะในเขตเทศบาลนครยะลาไม่มีเหตุการณ์ใหญ่เป็นเวลานาน

นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้วิทยุด่วนถึง ฝ่ายความมั่นคงอำเภอทุกอำเภอ ให้จัดกำลัง อส. และ ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดูแลสถานที่ราชการอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผบก.ภ.จว.ยะลา

ได้สั่งการให้ทุก สภ.เพิ่มความเข้มจัดกำลังตำรวจ สายตรวจออกลาดตระเวนดูแลพื้นที่เป้าหมาย ย่านชุมชน สถานที่ราชการ และ ให้จัดตั้งด่านตรวจลอย เพื่อกดดันกลุ่มคนร้ายที่อาจจะลักลอบเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่อย่างเข้มข้น

manager.

ปัตตานีทลายแหล่งฝึกอาวุธโจรใต้ ยึดอุปกรณ์ประกอบระเบิด 11 ลูก

21 สิงหาคม 2553 18:08 น.

ปัตตานี - เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมแถลงข่าวบุกยึดอุปกรณ์ที่สามารถประกอบเป็นระเบิดอานุภาพร้ายแรก รวม 11 ลูกจ้าหน้าที่บุกทลายแหล่งกบดานและฝึกอาวุธของกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบ โดยมี 2 ผู้ต้องหาซึ่งไหวตัวทันทำให้เกิดการ ปะทะกับเจ้าหน้าที่ในป่า

วันนี้ (21 ส.ค.) เมื่อเวลา 12.00 น. พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี, พลตรีจีระศักดิ์ ชมประสพ ผบ.ฉก.ปัตตานี และ พ.อ.ปกรณ์ จันทรโชตะ ผบ.ทพ.44 นำกำลังตำรวจ ทหาร เข้าไปตรวจสอบ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สายบุรี ได้เกิดยิงปะทะกับกลุ่มก่อความไม่สงบและสามารถบุกเข้าไปทลายแหล่งกบดานและยึดอุปกรณ์ประกอบระเบิด และระเบิด หลายรายการ พื้นที่ในป่า ม.4 บ้านแซะโมะ ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

พื้นที่ดังกล่าวอยู่ลึกเข้าไปในป่าห่างจากหมู่บ้าน ประมาณ 2.5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงเดินเท้าเข้าไป และเมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่หน่วยวิทยาการเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดกำลังจัดเรียงและตรวจสอบชิ้นส่วน อุปกรณ์ระเบิด ซึ่งสามารถยึดได้จำนวนมาก ประกอบด้วย

1.นาฬิกาข้อมือ

2.วิทยุสื่อสาร

3.โทรศัพท์มือถือ

4.สวิตซ์ชนิดเหยียบกับระเบิด

5.แผงวงจรระเบิด

6.สวิตซ์ไฟฟ้า

7. สายไฟ

8.กล่องเหล็กคลายเคโม

9.ดินระเบิดและปุ๋ยยูเรีย

10.เอกสารวงจรประกอบระเบิด และอุปกรณ์ประกอบระเบิดอีกจำนวนมาก

ชิ้นส่วนอุปกรณ์ระเบิดทั้งหมดนี้ หากนำมาประกอบเป็นระเบิดแสวงเครื่องจะได้ระเบิดทั้งหมด 11 ลูก ซึ่งระเบิดแต่ละลูกจะมีอนุภาพสูง เนื่องจากเป็นชิ้นส่วนที่ประกอบด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ด้าน พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยถึงสาเหตุที่สามารถตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ว่า เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่า นายมาหะมะซอรี สะแม อายุ 27ปี อยู่บ้านเลขที่ 29/2 ม.4 ต.ดอนทราย อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี และนายอาฟันดี กาพา อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 ม.1 ต.มะนังดาลำ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

ทั้งสองเป็นแกนนำระเบิดปฏิบัติการและเป็นมือประกอบระเบิดที่มีความเชี่ยวชาญ เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ดังกล่าว ตนจึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สมพร จันทรดา สว.สส.สภ.สายบุรี นำกำลังเข้าไปปิดล้อมตรวจค้น แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึง คนร้ายทั้งสองคนไหวตัวทันจึงใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้นและคนร้ายล่าถอยเข้าไปในป่า จึงได้ขอกำลังเสริมเข้าปิดล้อมตรวจค้นอย่างหนัก

กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถบุกเข้าไปถึงแหล่งกบดาน และเป็นจุดที่ฝึกอาวุธของกลุ่มแนวร่วมและสามารถยึดของกลางเป็นอุปกรณ์ระเบิดที่ฝั่งไว้ใต้ดินจำนวนมาก ซึ่งอุปกรณ์ระเบิดทั้งหมดที่ยึดมาได้นั้น หากนำมาประกอบระเบิดก็จะได้ระเบิดแสวงเครื่องจำนวน 11 ลูก

แบ่งเป็น 4 ชนิด คือ ชนิดจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ จุดชนวนด้วยนาฬิกา จุดชนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร และชนิดเหยียบ และจากการตรวจยึดครั้งนี้ถือเป็นประสบความสำเร็จอีกในระดับหนึ่ง เพราะหากคนร้ายประกอบระเบิดเสร็จและนำไปก่อเหตุก็จะเกิดความสูญเสียอีกมาก

manager.

โจรใต้วางระเบิดที่ยี่งอ ทหาร-ชาวบ้าน-เด็ก 5 ขวบ เจ็บรวม 6 ราย

19 สิงหาคม 2553 20:06 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด น้ำหนัก 5 กก.บริเวณพงหญ้ารกทึบด้านหลังเพิงขายเนื้อวัวริมถนนสาย นราธิวาส-ปัตตานี เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่ รปภ.ครูโรงเรียนอายุมกียะห์ ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย

วันนี้ (19 ส.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ร.ต.ท.วรพงษ์ สนพลอย ร้อยเวร สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณพงหญ้ารกทึบด้านหลังเพิงขายเนื้อวัว ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมสายนราธิวาส-ปัตตานี ช่วงบริเวณบ้านกาเด็ง ม.7 ต.ละหาร อ.ยี่งอ

ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร ชาวบ้าน และเด็กอายุ 5 ขวบ ได้รับบาดเจ็บรวม 6 ราย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ทะเบียน กข 9079 นราธิวาส และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีบรอนซ์ ทะเบียน กลค 145 นราธิวาส รวมทั้งรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่จอดอยู่หน้าเพิงขายเนื้อวัว ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายทั้ง 2 คัน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่

โดยเฉพาะที่บริเวณพงหญ้ารกทึบด้านหลังเพิงขายเนื้อวัว เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิด ลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก น้ำหนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพงหญ้ารกทึบ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 6 ราย เพื่อนทหารและชาวบ้านได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลยี่งอไปก่อนหน้าแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลยี่งอ ทราบชื่อคือ 1.พลทหารอารีเป็ง มะแซ 2.พลทหารมูฮำมัดซาอูดี ดอเลาะ 3.นางตอยัง วาเด็งพง 4.นางมะซือกะ หะยีดือเร๊ะ 5.ด.ญ.อายีซะ ไม่ทราบนามสกุล และ 6.หญิงไม่ทราบชื่อซึ่งเป็นเจ้าของเพิงขายเนื้อวัว ซึ่งทั้งหมดถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส

จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่ทหารซึ่งได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 นาย ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่บริเวณเพิงขายเนื้อวัว เพื่อทำหน้าที่ รปภ.ครู และนักเรียนโรงเรียนอายุมกียะห์อยู่นั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ

ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ในพงหญ้าด้านหลังเพิงขายเนื้อวัว จนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร และชาวบ้านรวมทั้งเด็กที่จอดรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ เพื่อซื้อเนื้อวัวไปปรุงอาหารช่วงเดือนถือศีลอดได้รับบาดเจ็บไปทั้ง 6 รายดังกล่าว

manager.

ซุ่มยิงทหารพรานสาหัส โจรป่วนใต้รายวัน

18 สิงหาคม 2553, 23:15 น.

อาสาสมัครทหารพรานสังกัดกรมทหารพรานที่ 47 ถูกคนร้ายซุ่มยิงขณะขี่ จยย.กลับไปจอดหน้าบ้าน กระสุนเจาะหน้าอก 3-4 นัด กระสุนทะลุหลัง อาการสาหัส แพทย์เร่งช่วยหลือ.....

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 18 ส.ค.ร.ต.อ.จรินทร์ ฉ่ำทอง ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา รับแจ้งจาก รพ.ศูนย์ยะลา ว่า มีผู้ถูกยิงมารับการรักษาจึงพร้อม พ.ต.อ.ปิยะวัตน์ เฉลิมศรี ผกก.พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส.รุดไปสอบสวนชื่อนายสมชาย สมพงศ์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่ 4 บ้านสาคอ ต.ท่าสาป ถูกกระสุนไม่ทราบชนิดเจาะหน้าอก 3-4 นัด กระสุนทะลุหลัง แพทย์กำลังให้การช่วยเหลืออยู่ในห้องฉุกเฉิน

เบื้องต้นทราบว่า นายสมชาย เป็นอาสาสมัครทหารพรานสังกัดกรมทหารพรานที่ 47 เขื่อนแม่น้ำปัตตานี ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ก่อนเกิดเหตุได้ขับขึ่ จยย.

ไปซื้ออาหารที่ตลาดในตัวเมืองยะลา ขณะขี่ จยย.กลับไปจอดหน้าบ้าน คนร้ายที่ซุ่มอยู่ในเงามืดข้างบ้านได้บุกเข้าไปใช้อาวุธปืนจ่อยิงนายสมชาย ติดต่อกันหลายนัดแล้ววิ่งหนีไป ญาติ ๆ ได้ยินเสียงปืนวิ่งออกมาดูเห็นนายสมชาย นอนแน่นิ่ง จึงได้รับนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือสร้างสถานการณ์

thairath.

คนร้ายประกบยิง ผช.ผญบ.ดับกลางถนนที่ปัตตานี

17 สิงหาคม 2553 21:17 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายขับรถ จยย.ประกบยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.บาโรย อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เสียชีวิต ขณะขับรถ จยย.กลับจากทำธุระกำลังจะกลับบ้านพัก

วันนี้ (17 ส.ค.) เมื่อเวลา 18.15 น. พ.ต.อ.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส ม.4 ต.กระหวะ

จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด ทราบชื่อ นายดอเลาะ อาแวปาเจ อายุ 30 ปี เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 69 ม.2 ต.บาโรย อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าศีรษะ 1 นัด ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าของผู้ตายล้มอยู่

สอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ตามลำพังมาจากทำธุระ และกำลังเดินทางกลับบ้านพัก ระหว่างทางได้มีคนร้าย 2 คนขับรถจักรยานยนต์ตามประกบหลัง แล้วชักอาวุธปืนยิงจนเสียชีวิตทันที สาเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ เรื่องส่วนตัวหรืออาจจะเกี่ยวโยงเหตุสร้างสถานการณ์ใต้

manager.

โจรใต้สุดชั่วเดินเข้าบ้านจ่อยิงครูขณะกินข้าวกับครอบครัวดับคาหม้อข้าวที่ปัตตานี

17 สิงหาคม 2553 21:16 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายบุกยิงผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนอก อ.ปะนาเระ ขณะกำลังทานข้าวภายในห้องครัว ต่อหน้าภรรยาและลูกเสียชีวิตคาที่ จนท.คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

วันนี้ (17 ส.ค.) เมื่อเวลา 19.30 น. พ.ต.อ.วัลลพ จำนงอาสา ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันในบ้านเลขที่ 41/42 ม.3 ต.ปะนาเระ เขตเทศบาลตำบลปะนาเระ หลังรับแจ้งได้นำกำลังตำรวจ ทหาร ไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. และหน่วยพิสูจน์หลักฐาน ไปถึงพบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือดอยู่คาโต๊ะกินข้าวภายในห้องครัว

โดยมีภรรยาและลูกกอดศพร้องไห้อย่างน่าเวทนา ตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิต นายสัญชัย อัครพงษ์พันธ์ อายุ 57 ปี เป็นเจ้าของบ้าน และเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านนอก อ.ปะนาเระ สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นเข้าศีรษะและลำตัว จำนวน 3 นัด

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ผู้ตายและครอบครัวกำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะอาหารในครัว ปรากฏว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาในบ้าน โดยที่คนในบ้านไม่ทันระวังตัว คนร้ายได้ชักอาวุธปืนจ่อยิงผู้ตายทันทีต่อหน้าภรรยา และลูกอย่างอุอาจโหดเหี้ยมจนเสียชีวิตไปต่อหน้า ก่อนจะวิ่งหนีไป หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ได้กระจายกำลังไล่ล่าคนร้ายแต่ก็ไร่วี่แวว เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่ต้องการสร้างสถานการณ์

manager.

โจรใต้กดบึ้ม จยย.บอมบ์ทหารพราน รปภ.ครู เจ็บ 1 นาย ที่จะแนะ

17 สิงหาคม 2553 16:38 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดจักรยานยนต์บอมบ์ ที่บริเวณปากทางเข้าโรงเรียนบ้านตือกอ ต.จะแนะ ขณะที่ทหารพรานชุดรักษาความปลอดภัยครู กำลังเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทางดูแลความเรียบร้อย แรงระเบิดส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย

เมื่อเวลา 12.10 น.วันนี้ (17 ส.ค.) ร.ต.ท.สุดใจ พันธุ์แสง ร้อยเวร สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิด จักรยานยนต์บอมบ์ เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดพัฒนาสันติที่ 34-2 กรมทหารพรานที่ 46

ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย เหตุเกิดริมถนนในหมู่บ้านตือกอ ม.7 ต.จะแนะ ซึ่งอยู่เยื้องกับปากทางเข้าโรงเรียนบ้านตือกอ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.พูลศักดิ์ เซ็งแซ่ รอง ผกก.ป.สภ.จะแนะ พ.ต.ท.เลียบ พรมจันทร์ รอง สว.กลุ่มงานสืบสวนตำรวจภูธร จ.นราธิวาส พ.ท.วินัย จันทร์ละเอียด

รอง ผบ.กรมทหารพรานที่ 46 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า เมท สีดำ ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งคัน ล้มตะแคงอยู่ริมถนน โดยมีซากเศษชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ และระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก.

จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือที่นำไปวางไว้ในช่องเก็บแบตเตอรี่ของรถจักรยานยนต์ ตกกระจายคลุกเคล้ากันเกลื่อนถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง พร้อมด้วยปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวนหนึ่งที่ตกอยู่บนถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลจะแนะไปก่อนแล้ว ทราบชื่อต่อมาคือ อส.ทพ.สมควร หัตถกิจ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัวและขาซ้าย อาการสาหัส แพทย์ต้องรีบทำการปฐมพยาบาลเป็นการเร่งด่วน

จากการสอบสวน ส.ท.สิทธิชัย แตงทอง หัวหน้าชุด ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกำลังออกจากฐาน ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร ในการเดินเท้าลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นการล่วงหน้าให้กับคณะครูโรงเรียนบ้านตือกอ

เพื่อเดินทางกลับที่พักในช่วงโรงเรียนเลิก และในระหว่างที่เดินลาดตระเวนผ่านรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนนนั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่นำไปใส่ไว้ในช่องเก็บแบตเตอรี่ของรถจักรยานยนต์

จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ส่งผลทำให้ อส.ทพ.สมควร ที่เดินผ่านรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ใช้อาวุธปืนสงครามประจำกาย ยิงใส่กลุ่มคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบ เพื่อป้องกันการถูกโจมตีซ้ำ

manager.

กำลัง 3 ฝ่ายปิดล้อมบาเจาะปะทะโจรใต้ดับ 1 จับเป็น 2

15 สิงหาคม 2553 20:48 น.

นราธิวาส - เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านฮูแตยือลอ หมู่ 6 ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีก่อเหตุความไม่สงบ ระหว่างตรวจค้นได้เกิดการปะทะส่งผลให้ฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิต 1 ราย จับได้อีก 2 ราย

วันนี้ (15 ส.ค.) นาวาโท นฤมิตร ศุขสมิติ ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 สนธิกำลังตำรวจ สภ.บาเจาะ ทหาร และ อส.จากฝ่ายปกครอง อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เข้าปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านฮูแตยือลอ หมู่ 6 ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีก่อเหตุความไม่สงบ รวมถึงคดีลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขารือเสาะ อ.รือเสาะ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม

ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่นำกำลังปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านนั้น ได้เกิดเหตุยิงปะทะกับกลุ่มคนร้ายเป็นเวลานานประมาณ 10 นาที โดยผลจาการปะทะทำให้คนร้ายเสียชีวิต 1 ราย และสามารถควมคุมตัวได้อีก 2 ราย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งตรึงกำลังอยู่บนถนนบริเวณ 3 แยกบ้านบูเก๊ะสูดอ ซึ่งเป็นปากทางเข้าหมู่ฮูแตยือลอ ไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนเข้าไปในจุดเกิดเหตุโดยเด็ดขาด

โดยแจ้งว่า เส้นทางเข้าจากบ้านบูเก๊ะสูดอ ถึงบ้านฮูแตยือลอ ระยะทางประมาณ 8กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่เปลี่ยว หวั่นเกรงว่ากลุ่มแนวร่วมของคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านจะดักทำร้ายเจ้าหน้าที่รวมถึงบุคคลต่างๆ ที่เข้าไปในหมู่บ้านดังกล่าว จึงไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในจุดเกิดเหตุดังกล่าว

manager.

ฟังความรู้สึกของ"คนสิ้นอิสรภาพ" และร่วมบริจาคในเดือนถือศีลอดช่วยผู้ต้องขังคดีความมั่นคง

Saturday, 14 August 2010 22:24

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บิน ชาฟิอีย์

ผู้ช่วยผู้จัดการโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ

เมื่อช่วงเดือน พ.ค.ถึง มิ.ย.2553 ผู้เขียนได้มีโอกาสร่วมกับ “กลุ่มด้วยใจ” เข้าไปจัดอบรมให้ความรู้เรื่องอิสลามศาสนาสันติภาพ รวมทั้งการใช้ชีวิตตามวิถีอิสลามภายใต้รัฐธรรมนูญไทย (โดยเฉพาะความเป็นมลายูมุสลิม) กับผู้ต้องขังคดีความมั่นคงประมาณ 60 คนในเรือนจำกลางจังหวัดสงขลา

บรรยากาศของงานได้รับการต้อนรับและร่วมมือเป็นอย่างดี หลังจากสัมมนาเสร็จ ผู้เขียนได้แบ่งกลุ่มเพื่อนๆ ผู้ต้องขัง โดยตั้งคำถามให้เขาคิดวิเคราะห์ด้วยกันในประเด็นดังนี้

1.ตอนนี้ชาวบ้านมลายูมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้กำหนดชีวิตตัวเองได้หรือยัง ต้องทำอย่างไรถึงจะกำหนดชีวิตตัวเองได้?

ผู้เขียนได้รับคำตอบซึ่งพอสรุปได้ว่า พวกเขามองว่าชาวบ้านยังกำหนดชีวิตตัวเองไม่ได้ โดยมีเหตุผลต่างๆ กัน เช่น การจะไปกรีดยาง ทหารก็ยังเฝ้าอยู่ (ไม่รู้ว่าจะเฝ้าดูอะไร) หรือการกระทำของเจ้าหน้าที่บังคับให้เราไม่สามารถกำหนดตัวเองได้ รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาเสนอให้เอาทหารออกไปสถานเดียวถึงจะสามารถกำหนดชีวิตตัวเองได้ แล้วสถานการณ์อาจจะดีขึ้น

2.อยากให้ข้าราชการระดับผู้บริหารในพื้นที่เป็นคนใน พื้นที่หรือไม่ มีความเข้าใจอัตลักษณ์ของคนมลายูมุสลิมและตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ ไหม?

คำตอบที่ได้รับคือต้องการให้ผู้ปกครองมาจากคนในพื้นที่ แต่จะต้องเข้าใจอัตลักษณ์ของคนมลายู และสามารถตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ได้ (อินชาอัลเลาะห์) มีการส่งเสริมการเรียนภาษามลายูในหลักสูตรสถานศึกษาของรัฐอย่างเต็มที่ เพราะภาษามลายูเป็นภาษาแม่ของคนในพื้นที่ รวมทั้งเห็นด้วยอย่างยิ่งหากใช้ภาษามลายูเป็นภาษาราชการอีกภาษาหนึ่งคู่กับ ภาษาไทย

3.ประเด็นการเมืองการปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

ได้รับคำตอบว่า การกระจายอำนาจอย่างแท้จริงให้กับคนในพื้นที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถบรรเทาปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็น “เขตปกครองพิเศษ” หรือ “การเลือกตั้งผู้ว่าราชการ” ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไรเป็นเรื่องรายละเอียด แต่น่าจะตรงเจตนารมณ์ของการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง

สำหรับข้อเสนออื่นๆ คือข้อสงสัยในเรื่องของการ “ประกันตัว” ความรู้สึกของกลุ่มผู้ต้องขังก็คือ หลายคนอยากได้รับการประกันตัว ผู้ต้องขังบางคนแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีสิทธิได้รับการประกันตัวหรือ ปล่อยตัวชั่วคราวได้ และเมื่อคดีสิ้นสุดแล้วโดยศาลยกฟ้อง หรืออัยการสั่งไม่ฟ้อง สามารถไปยื่นเอกสารเรียกร้องค่าชดเชยจากรัฐได้

กล่าวโดยสรุปก็คือ ผู้ต้องขังขาดความรู้ในเรื่องนี้มากที่สุด ในขณะที่ผู้เขียนเองก็ไม่สามารถตอบผู้ต้องขังเรื่องสิทธิของพวกเขาได้อย่าง ชัดเจนเช่นกัน แต่ก็ทราบว่าการได้รับการปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) นั้นเป็นสิทธิของผู้ต้องหาหรือจำเลยตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ทั้งนี้นั้นต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในเรื่องหลักเกณฑ์ที่ศาลจะอนุญาตปล่อยชั่วคราวหรือไม่ด้วย

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดรับรองให้ทุกคนมีสิทธิขอประกันตัวได้ ผู้ต้องขังทุกคนก็ย่อมยื่นได้ ส่วนศาลจะอนุญาตหรือไม่ก็เป็นไปตามดุลพินิจของศาล

จากข้อสงสัยดังกล่าว จึงอยากเรียกร้องให้ผู้มีความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนผู้รับผิดชอบตามกฎหมายได้คำนึงถึงถึงสิทธิของผู้ต้องขังในข้อนี้ด้วย เพราะผู้ต้องขังเหล่านี้ยังไม่ถูกตัดสินว่าผิดหรือถูก การอธิบายทำความเข้าใจกับญาติและผู้ต้องขังให้รับทราบถึงหลักเกณฑ์การขอ ประกันตัว หรือการขอความช่วยเหลือเรียกร้องค่าเสียหายจากยุติธรรมจังหวัดเป็นสิ่งจำ เป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการ

ขณะเดียวกันเดือนนี้เป็นเดือนรอมฎอน ระหว่างวันที่ 12 ส.ค.ถึง 9 ก.ย. ผู้ต้องขังมุสลิมคดีความมั่นคงกำลังถือศีลอดและปฏิบัติศาสนกิจในที่คุมขัง ทุกคนต้องการอาหารที่เหมาะสมต่อการละศีลอด ในการนี้ผู้เขียนจึงขอเรียกร้องผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านร่วมโครงการมอบ อินทผลัมและสิ่งของจำเป็นแก่ผู้ต้องขังมุสลิมที่ถือศีลอดในเรือนจำ 6 แห่ง

ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยร่วมกับสมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย ซึ่งทางสมาคมฯจะนำเงินบริจาคไปซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็น เช่น เสื่อละหมาด อินทผลัม ชา น้ำตาล และอื่นๆ มอบให้ผู้ต้องขังมุสลิมที่ถือศีลอดตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 26 ส.ค.

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถโอนเงินเข้าบัญชี “กองทุนสิทธิมนุษยชน” สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เลขที่บัญชี 89-102-1-03814-8 และโทรศัพท์ยืนยันการโอนเงินกับทางสำนักงานสมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย สาขายะลา โทร. 073-221665

isranews.

คนร้ายซิ่งประกบยิงทหารขณะซ้อนท้าย จยย.ภรรยากลับบ้านดับ

14 สิงหาคม 2553 19:28 น.

ยะลา - คนร้ายประกบยิงนายสิบทหารขณะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ภรรยาเดินทางกลับบ้าน ตกลงจากรถ ภรรยาขับรถออกไปขอความช่วยเหลือชาวบ้านนั้น คนร้ายวกกลับมาจ่อยิงที่ศีรษะซ้ำเสียชีวิตคาที่ จนท.สันนิษฐานเป็นฝีมือแนวร่วมก่อความไม่สงบ

วันนี้ (14 ส.ค.) เวลา 13.50 น. พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก.สภ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีผู้ถูกยิง เสียชีวิตบนถนนสายรามัน - บาลอ บ้านปูลัย หมู่ที่ 7 ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งรีบนำกำลังเดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ทอิศรา จันทกระยอม ผบ.ฉก.12 อ.รามันกำลัง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุพบศพ ส.ท.สุริยัน แจ่มสุวรรณ อายุ 25 ปี สังกัด กองพลทหารราบที่ 15 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 145 หมู่ที่ 5 ต.อากาศ อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร นอนเสียชีวิตอยู่ข้างถนน สภาพศพถูกยิงที่ลำตัว 2 นัด และศีรษะ 1 นัด

ข้างศพพบนางฝาตีเมาะ อาแด อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/3 หมู่ที่ 1 บ้านสูเปะตือเงาะ ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กอดศพร้องไห้เหมือนใจจะขาด โดยมีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาวป้ายแดง พาหนะคู่ใจจอดอยู่ใกล้ศพ

จากการสอบสวนนางฝาตีเมาะ ทราบว่า ผู้ตายเป็นสามีตน และเป็นทหารอยู่ในกองพลทหารราบที่ 15 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ก่อนเกิดเหตุสามีนั่งรถตู้เดินทางกลับมาจากที่ทำงานเพื่อมาหาตนที่บ้าน โดยมาลงรถที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลรามัน และโทรศัพท์ให้ตนมารับเพื่อเดินทางกลับ

ระหว่างการเดินทาง ตนเป็นผู้ขับรถและผู้ตายนั่งซ้อนท้าย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นที่ปลอดบ้านผู้คน มีคนร้ายเป็นวัยรุ่นจำนวน 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125 ไอ สีเทาควันบุหรี่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน คนซ้อนท้ายได้ขับรถประกบหลังชักปืนพกสั้นไม่ทราบขนาด กระหน่ำยิงหลายนัด

จนผู้ตายกระเด็นตกจากรถ ตนตกใจขับรถไปแจ้งให้ชาวบ้านมาช่วย แต่คนร้ายยังใจเย็นกลับรถมาจ่อยิงซ้ำที่ศีรษะอีก 1 นัด จนแน่ใจว่าเหยื่อตายสนิทแล้ว จึงขับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปทางตลาดบาลออย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้ตายโดยปกติจะกลับมาหาภรรยาทุกเย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน แต่วันศุกร์ที่ผ่านมาติดเวรยาม จึงได้เดินทางในวันนี้จนถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่

manager.

โจรใต้กร่าง สะกดรอยยิงตำรวจสายสืบปัตตานีดับ

14 สิงหาคม 2553 11:50 น.

ปัตตานี - คนร้ายชิ่งมอไซต์ สะกดรอยตามยิงตำรวจสืบสวน สภ.ยะหริ่ง ขณะขับมอไซต์ไปเข้าเวร ถูกยิงเข้าศรีษะและลำตัวหลายนัด แถมรถเสียหลังชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต

วันนี้ (14 ส.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.จักรภพ ท้าวฤทธิ์ ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสาย 42 เส้นทางนราธิวาส ปัตตานี ม.3 ต.ตันหยงดาลอ จึงนำกำลังตำรวจ ทหาร เข้าไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศษฐพันธ์ ผบก. พ.ต.อ.จีรวัฒน์ อุดมสุด รอง ผบก. และหน่วยพิสูจน์หลักฐาน

ทั้งนี้ ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ทะเบียน กมก 334 ยะลา สภาพชนกับเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ส่วนคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลยะหริ่ง และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อ จ.ส.ต.ตาเละ ดอเลาะ อายุ 37 ปี

สังกัด ผบ.หมู่ งานสืบสวนสอบสวน สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. เข้าศีรษะ 2 นัด ลำตัว 2 นัด ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน จำนวน 6 ปลอก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านพักใน ต.ปาลัส อ.มายอ และกำลังมุ่งหน้าไปโรงพักเพื่อเข้าเวร โดยที่ผู้ตายได้ใส่เสื้อนอกเครื่องแบบ

ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คนขับรถไล่ตามหลัง ผู้ตายเห็นผิดสังเกตจึงได้เร่งเครื่องหนีด้วยความเร็ว แต่ก็ไม่ทันถูกคนร้ายชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงหลายนัดถูกผู้ตาย จนรถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตในที่สุด จากนั้นคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.จีรวัฒน์ อุดมสุด รอง ผบก.นำกำลังเข้าไปปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุทันที เชื่อว่าคนร้ายยังคงกบดานในพื้นที่และพยายามที่จะออกมาก่อเหตุสร้างสถานการณ์อีก

manager.

เผยโจรใต้วางระเบิด ตร.ระแงะ สาหัส 3 รถพังยับ

12 สิงหาคม 2553 12:52 น.

นราธิวาส - คนร้ายจุดชนวนระเบิดหวังสังหารตำรวจที่ ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ด้านพลเมืองดี นำตัว ตร.ส่งโรงพยาบาล แต่ตอนนี้อาการยังสาหัส

วันนี้ (12 ส.ค.) เมื่อเวลา 10.20 น. ร.ต.อ.ศรเพชร ตันติอมรชัยกุล ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหาร พ.ต.ท.สมใจ เหมืองมิ้น สว.ป.สภ.ระแงะ และพวกได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 นาย

เหตุเกิดประตูทางเข้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดตันหยงมัสออยล์ เลขที่ 157/4 ม.1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านพักของ นายนัจมุดดีน อูมา ส.ส.นราธิวาส

พรรคมาตุภูมิ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาญ วิมลศรี รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอระงะ และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะ 4 ประตูยี่ห้อโตโยต้า ของ สภ.จอดอยู่บริเวณประตูทางเข้า โดยอยู่ในสภาพถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายทั่วคัน และมีกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ที่บริเวณเบาะโดยสาร

และห่างจากรถไปประมาณ 2 เมตร เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดใต้ป้ายบอกทางเข้าของปั๊มน้ำมัน ปตท.มีหลุมลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก

หนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 นาย มีพลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลระแงะไปก่อนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล คือ 1.พ.ต.ท.สมใจ เหมืองมิ้น สว.ป.สภ.ระแงะ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแขนซ้ายหัก และที่บริเวณลำตัวอีกหลายแห่ง 2. ร.ต.ต.มนัส อนุกูล ร้อยเวรปราบปราม สภ.ระแงะ

ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณใบ ลำคอ และหน้าอก 3. ส.ต.ท.พิเชษฐ์ มิพย์วารี พลขับ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแขนซ้าย ใบหน้า และหน้าอก ซึ่งทั้ง 3 นายอาการสาหัส แพทย์ต้องรีบทำการปฐมพยาบาล ก่อนที่จะส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ต.ท.พิเชษฐ์ พลขับ ได้ขับรถยนต์สายตรวจออกจาก สภ.โดยมี พ.ต.ท.สมใจ และ ร.ต.ต.มนัส นั่งโดยสารมาในรถ เพื่อเดินทางไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.และเมื่อเติมน้ำมันแล้วเสร็จ ส.ต.ท.พิเชษฐ์

จึงได้ขับรถเพื่อนำ พ.ต.ท.สมใจและ ร.ต.ต.มนัส ออกลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยพื้นที่รับผิดชอบ โดย ส.ต.ท.มนัส ได้ขับรถยนต์สวนประตูทางเข้าเพื่อออกถนนใหญ่

ในช่วงจังหวะนั้นได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้ที่บริเวณป้ายประตูทางเข้าของปั๊มน้ำมัน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสั่นหวั่นไหว

จนทำให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ จะลอบก่อเหตุร้ายในช่วงเดือนรอมฎอน

manager.

ป่วนยะลา เผารถค้าเร่วอด 2 เจอบึมอีก 30 กก.

11 สิงหาคม 2553, 10:05 น.

เจ้าของรถ ยืนยัน ไม่มีความขัดแย้งกับใคร ขณะที่ ตร.เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ ส่วนระเบิดคาดเป็นการวางไว้หวังทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารที่ลาดตระเวณ...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ (11 ส.ค.) พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.กาบัง จ.ยะลา พร้อม พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา

พ.ต.ท.มุสตอพา มะนิ รอง ผกก.สส.เจ้าหน้าที่วิทยาการเขต 45 ฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน สนธิกำลังหลายฝ่ายเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงรถปิกอัพได้รับ ความเสียหาย 2 คัน ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนสาย 4085 ยะลา-สะบ้าย้อย

บริเวณหน้าสถานที่จัดงานลานสวนสนุกบ้านบันนังดามา หมู่ 1 ต.กาบัง พบซากรถปิกอัพยี่ห้ออิซูสุทะเบียน บว-4041 นครศรีธรรมราช และ ยี่ห้อนิสสันทะเบียน บม-5445 อุดรธานี

ซึ่งเป็นของนายอาทิตย์ ไก่แก้ว ราษฎร ต.หินตาก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช และนางจำปี สุทธิประภา ภูมิลำเนาอยู่ จ.อุดรธานี ได้รับความเสียหายหมดทั้งสองคันพร้อมสิ่งของอีกหลายรายการ ไม่พบหลักฐานใด ๆ คาดว่าถูกเผาไหม้ไปหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายอาทิตย์ ไก่แก้ว และนางจำปี สุทธิประภา ผู้เสียหาย เป็นพ่อค้าแม่ค้าขนมเร่ขายไปตามสถานที่จัดงานยังที่ต่าง ๆ และเมื่อตอนจวนใกล้เที่ยงคืน

ขณะที่ผู้เสียหายทั้งสองรายกำลังเปิดขายขนมถังแตกอยู่ภายในบริเวณงาน ได้เห็นแสงไฟสว่างขึ้นมาจากบริเวณที่จอดรถปิกอัพทั้ง 2 คัน จึงได้วิ่งไปดูแล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมามีรถดับเพลิงท้องถิ่นได้เข้าช่วยดับไฟ ปรากฏว่าไฟได้ไหม้รถทั้งสองคันพร้อมสิ่งของต่าง ๆ จนได้รับความเสียหายทั้งหมด ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ เพราะผู้เสียหายทั้งคู่ไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ก่อนหน้านั้น มีรายงานว่า พ.ต.อ.สวัสดิ์ เตียวิรัตน์ ผกก.สภ.ยะหา พ.ต.ท.ประสม หลวงพูล สวป.นำกำลังไปที่เกิดเหตุหลังรับแจ้งว่ามีชาวบ้านพบระเบิดแสวงเครื่อง

ที่บ้านเจาะตาแม หมู่ 4 ต.กาตอง เขตติดต่อ ต.กาบัง อ.กาบัง ที่เกิดเหตุเป็นสวนยางพารา พบถังแก๊สปิกนิกสีเขียว น้ำหนักราว 30 กก.มีสายไฟฟ้ายังไม่ได้เชื่อมต่อยาว 10 เมตร ทั้งหมดอยู่ในกระสอบปุ๋ยซุกอยู่ถุงพลาสติกสีดำอีกชั้นวางในกอหญ้าริมถนนสาย บ้านเจาะตาแม-บ้านพงกูแว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากการตรวจสอบรอบๆ ที่เกิดเหตุ ของเจ้าหน้าที่ยัง พบสายไฟฟ้าอ่อนวางทอดยาวเข้าไปในป่าทึบราว 300 เมตร ต่อมาฝ่ายเทคนิคเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 14 เข้าทำการเก็บกู้ได้สำเร็จ

ภายในถังอัดปุ๋ยยูเรีย เชื่อปะทุ ดินขยายระเบิด เหล็กเส้นตัดเป็นข้อเล็ก ๆ จำนวนมาก คาดว่าคนร้ายแอบนำระเบิดดังกล่าวมาวางไว้เตรียมประกอบนำไปวางไว้บริเวณสะพาน ข้ามคลองบ้านเจาะตาแมที่อยู่ใกล้ ๆ หวังดักทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารที่ออกลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยคณะครูในละแวก นั้น แต่มีชาวบ้านมาพบแล้วแจ้งให้ไปเก็บกู้ได้ดังกล่าว

thairath.

ประกบยิงภารโรง ร.ร.เดชะปัตตนยานุกูลดับ-ซุ่มยิงตำรวจเจ็บ2

11 สิงหาคม 2553 21:01 น.

ปัตตานี - คนร้ายประกบยิงภารโรงดับ เวลาไล่เลี่ยกันคนร้ายซุ่มยิงชุด รปภ.ปะทะกัน ตำรวจเจ็บเล็กน้อย 2 นาย

วันนี้ (11 สค.53) เมื่อเวลา 18.00 น. พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบนถนนสายช้างไห้ตก - โคกโพธิ์ ม.4 ต.ช้างไห้ตก จึงนำกำลังตำรวจ ทหาร และหน่วยพิสูจน์หลักฐานเข้าไปที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด

ทราบชื่อ นายสายันต์ ชุ้นสุวรรณ อายุ 47 ปี เป็นนักการภารโรงโรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูลปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าศีรษะและลำตัว จำนวน 2 นัด ใกล้กันพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า ของผู้ตายล้มอยู่ แต่ไม่พบหลักฐานใด ๆ

สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า หลังเลิกงานที่โรงเรียนดังกล่าว นายสายันต์กำลังขับรถ จักรยานยนต์กำลังจะกลับบ้านพักที่ ม.4 ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ระหว่างทางมีคนร้าย 2 คนขับรถ จักรยานยนต์ ตามประกบยิง ทำให้นายสายันต์เสียชีวิตทันที ก่อนเร่งเครื่องหลบหนีไป

เวลาเดียวกัน เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ในป่าข้างทางบริเวณ ถนนภายในหมู่บ้าน ม.1 บ้านมะพร้าวต้นเดียว ต.ปุโละปูโย อ.หนองจิก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จำนวน 8 นายใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะกำลังตรวจพื้นที่รับผิดชอบเพื่อดูแลความปลอดภัยประชาชน มาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามถล่มยิงทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหักรถลงข้างทางก่อนจะกระโดดลงจากรถแล้วใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้

อย่างไรก็ตาม ได้เกิดการปะทะขึ้น ประมาณ 5 นาที ก่อนที่คนร้ายจะล่าถอยหนีเข้าไปในป่า ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย ถูกนำส่ง รพ.หนองจิก ทราบชื่อ สตต.สมชาย ทองทวี อายุ 25 ปี สตต.พรชัย ไตรโสม อายุ 24 ปี ทั้งสองนายสังกัด ผบ.หมู่ ป.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี จากการบาดเจ็บ แพทย์ได้ทำแผลปลอดภัยแล้ว

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ชัชชัย วงศ์สุนะ ผกก.สภ.หนองจิก พ.ท.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผบ.ฉก.ปัตตานี 24 นำกำลังตำรวจ ทหาร เข้าไปที่เกิดเหตุ พร้อมกระจายกำลังติดตามไล่ล่าคนร้ายทันที แต่ไร่วี่แวว อย่างไรก็ตามทั้ง 2 เหตุการณ์เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่สร้างสถานการณ์

manager.

คาร์บอมบ์หน้า ธ.กสิกรไทยรือเสาะเซ่นเดือนรอมฎอน

11 สิงหาคม 2553 12:41 น.

นราธิวาส - โจรใต้วางคาร์บอมบ์หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขารือเสาะประตูพังยับ บ้านเรือน ร้านค้ากว่า 10 หลังคาเสียหาย ตร.เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อต้อนรับเดือนรอมฏอน

วันนี้ (11 ส.ค.) เมื่อเวลา 08.05 น. ขณะที่ พ.ต.ท.สมชาย นพศรี รอง ผกก.สส.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ สภ.ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นไหวที่บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาอำเภอรือเสาะ ซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลตำบลรือเสาะและห่างจาก สภ.รือเสาะ ประมาณ 150 เมตร

พ.ต.ท.สมชาย นพศรี รอง ผกก.สส.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้ากองวิทยาการ จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลรือเสาะ ร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ทะเบียน กน-4803 สงขลา ซึ่งจอดอยู่บนถนนหน้าธนาคารมีไฟลุกท่วมทั้งคัน เจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ใช้น้ำฉีดสกัดต้นเพลิงที่อาจจะลุกลามไปยังอาคารพาณิชย์ของชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ และกำลังเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้กระจายกำลังปิดกั้นการจราจร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้รถบนท้องถนน

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเพลิงสงบลง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบและพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวถูกอนุภาพระเบิดได้รับความเสียหายทั้งคัน และพบซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 20 กก. จุดชนวนด้วยการตั้งปลุกจากโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ อานุภาพของระเบิดยังส่งผลทำให้กระจกประตูทางเข้าของธนาคารกสิกรไทย สาขาอำเภอรือเสาะ ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย รวมทั้งอาคารพาณิชย์ของชาวบ้านได้รับความเสียหายไปอีกจำนวนเกือบ 10 หลัง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งได้ประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ทำการตรวจสอบภาพโทรทัศน์วงจรปิด ตามจุดต่างๆที่ติดไว้ตามเสาไฟฟ้าตลอดบริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย และบ้านเรือนของชาวบ้าน เพื่อตรวจสอบภาพที่บันทึกไว้ในการติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายมาลงโทษ

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อันเนื่องมาจาก จ.ส.ต.สุรินทร เสียงอ่อน ผู้บังคับหมู่งานจราจร หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้าน ว่าได้มีชายวัยรุ่น จำนวน 1 คน ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาจอดและมีท่าทางพิรุธ แถมยังมีวัยรุ่นอีก 1 คน

ขี่รถ จยย.มารับออกจากจุดเกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว จ.ส.ต.สุรินทรจึงได้ปิดกั้นการจราจรก่อนที่จะเดินเข้าไปตรวจสอบ และพบว่าที่บริเวณเบาะนั่งของคนขับมีโทรศัพท์มือถือวางอยู่และมีการต่อวงจรด้วยสายไฟ จ.ส.ต.สุรินทร จึงมั่นใจว่าเป็นระเบิด และได้ประสานหน่วยที่เกี่ยวมาตรวจสอบ

ส่วนสาเหตุที่ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะเก็บกู้เอาไว้ได้ เนื่องจากคนร้ายได้ตั้งเวลาระเบิดในช่วงเวลา 08.05 น.ดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะก่อเหตุร้ายขึ้นในช่วงเดือนรอมฎอนของทุกๆ ปีที่ผ่านมา

manager.

“กษิต” แจงผู้นำศาสนา-อบจ.นราธิวาสถึงผลงานดับไฟใต้

9 สิงหาคม 2553 09:44 น.

นราธิวาส - “กษิต ภิรมย์” รมว.การต่างประเทศ พบผู้นำศาสนาและนายก อบจ.นราธิวาส เพื่อชี้แจงถึงผลงานการแก้ปัญหาเหตุความไม่สงบ และมอบผลอินทผาลัมแก่ผู้นำศาสนาเพื่อใช้ประกอบในพิธีละศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอนนี้ด้วย

วันนี้ (8 ส.ค.) เวลา 17.00 น. นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นำคณะ เดินทางมาที่มัสยิดกลางอจ.นราธิวาส เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส พบนายอับดุลรอซัค อาลี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.นราธิวาส และนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส รวมถึงคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.นราธิวาส

ทั้งนี้ มีการชี้แจงถึงผลงานการแก้ปัญหาเหตุความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ของกระทรวงการต่างประเทศซึ่งได้แจ้งให้กลุ่มประเทศมุสลิม หรือไอโอซี. ได้รับทราบ

และก่อนเดินทางกลับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มอบข้าวสารและผลอินทผาลัมให้แก่ผู้นำศาสนาเพื่อใช้ประกอบในพิธีการละศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 หรือ วันที่ 12 สิงหาคมนี้ด้วย

manager.

“กษิต”นำคณะทูตเยี่ยม ตร.-รับฟังแนวปฏิบัติงานต่อ ปชช.ชายแดนใต้

8 สิงหาคม 2553 15:48 น.

ปัตตานี - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมคณะเดินทางลงจังหวัดปัตตานี พบปะกำลังพลในพื้นที่ เพื่อรับทราบข้อมูลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าของรัฐ ต่อชาวไทยมุสลิม เพื่อล้างภาพลักษณ์เก่าๆ ในสายตาของมุสลิมโลก

วันนี้ (8 ส.ค.) นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอิศร ปกมนตรี เอกอัคราชทูตประจำกระทรวง และคณะได้เดินทางตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองจิก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และรับฟังบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่

ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อรับทราบข้อมูลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าของรัฐ ที่ปฏิบัติต่อประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีจำนวนกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

เนื่องจากที่ผ่านมาที่ประชุมโลกมองประเทศไทยในการปกครองของรัฐไทยที่มีต่อชาวไทยมุสลิมที่อยู่ในประเทศไทย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศได้ฝากให้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ประมวลข้อมูลในภาพรวม เพื่อนำข้อมูล

ข้อเท็จจริงไปชี้แจงต่อที่ประชุมมุสลิมโลก เพื่อล้างภาพลักษณ์ และภาพพจน์เก่าๆ ในสายตาของมุสลิมโลกในโอกาสต่อไป จากนั้นได้เดินทางเข้าเยี่ยมพบปะเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติของหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ที่ตำบลบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

manager.

โจรใต้รุมยิงทหารพรานดับ 1 ศพ ที่ยะลา

7 สิงหาคม 2553 18:31 น.

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ชาวเมืองหาดใหญ่วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือลิงน้อยผู้น่าสงสาร หลุดจากกรง 3 วัน หนีตื่นคนขึ้นปีนป่านสายไฟ หิวจัดกัดกินมั่วไม่เว้นแม้แต่สายไฟจนหวั่นถูกช็อตตาย วอนสวนสัตว์ยิงยาสลบช่วยเหลือ

วันนี้ (7 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพบ ลูกลิงหางยาวซึ่งหลุดออกมาจากกรงเลี้ยงของชาวบ้านใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อยู่ในสภาพที่หิวโซกัดกินสิ่งของต่างๆไม่เลือกแม้แต่สายไฟ และปีนป่ายอยู่บนสายไฟฟ้าแรงสูงภายในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ท่ามกลางความหวาดเสียวของประชาชนที่พบเห็นเพราะเกรงว่าอาจจะถูกไฟช็อต

แม้หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยงตึ้งหาดใหญ่จะพยายามทุกวิถีทางที่จะเข้าช่วยเหลือและจับตัวมันลงมาตลอดช่วง 3 วันที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่สำเร็จเนื่องจากลิงน้อยอยู่ในอาการที่ตื่นคนและวิ่งหนีปีนขึ้นที่สูงตลอดเวลาเมื่อหน่วยกู้ภัยพยายามไล่ต้อนและใช้เครื่องมือจับตัว ชาวบ้านวอนปศุสัตว์หรือเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เร่งนำยาสลบมายิงเพื่อให้การช่วยเหลือโดยด่วนเพราะเสี่ยงที่จะถูกไฟช็อตเสียชีวิต

manager.

โจรใต้โหดบุกยิงช่างจักรยานยนต์พร้อมครอบครัวเสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 2 ที่ปัตตานี

7 สิงหาคม 2553 18:39 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายบุกยิงช่างซ้อมรถจักรยานยนต์ พร้อมภรรยาเสียชีวิต และทำให้หลานชาย และลูกน้องในร้านได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย

วันนี้ (7 ส.ค.) พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันทีบ้านเลขที่ 51/1 ม.4 ต.รูสะมิแล จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง

พร้อมด้วยหน่วยพิสูจน์หลักฐาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบเป็นร้านซ่อมจักรยานยนต์ ที่พื้นพบรอยเลือดจำนวนมาก และยังพบปลอกกระสุน 9 มม. ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลปัตตานี

ทราบชื่อ นายนิกร วงศ์ใหญ่ อายุ 39 ปี เป็นเครือข่ายตาสัปปะรด อ.หนองจิก รหัส 902 มีบาดแผลถูกกระสุนปืนขนาด 9 มม. เข้าที่บริเวณลำตัว และศรีษะ นางเบญจนีย์ เพชรศรี อายุ 47 ปี ภรรยา

ถูกอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าที่บริเวณลำตัว และศีรษะ บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อ ดช.ตันติกร เพชรศรี อายุ 4 ขวบ หลานชาย ถูกกระสุนปืนเข้าที่ บริเวณ แขน และนายคมสัน เกการิด อายุ 16 ปี ลูกน้องในร้านถูกกระสุนเข้าที่บริเวณขา

จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่นายนิกร กำลังซ่อมรถจักรยานยนต์หน้าร้าน พร้อมด้วยภรรยา และหลานชาย ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน

เข้ามาจอดอยู่บริเวณหน้าร้าน แล้วคนซ้อนท้ายได้เดินลงจากรถทำที่เข้ามาซื้อของแต่งรถในร้านเมื่อ นายนิกร หันหลังเพื่อหยิบของ คนร้ายก็ได้ชักอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงใส่นายนิกร ทันที

จากนั้น จึงได้หันกระบอกปืนยิงใส่นางเบญจนีย์ ภรรยา และยิงใส่ นายคมสัน ในขณะที่วิ่งหนีถูกกระสุนเข้าที่บริเวณขาได้รับบาดเจ็บ และกระสุนพลาดไปโดนแขนซ้าย ของหลานชายที่นั่งเล่นอยู่ที่ร้าน ได้รับบาดเจ็บอีกราย หลังก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์เร่งเครื่องหลบหนีไป สาเหตุเบื้องต้นตั้งไว้ 2 ประเด็นคือเรื่องส่วนตัวและเรื่องสร้

manager.

ตร.ปัตตานีสอบเหตุคนร้ายยิงถล่มเลขานายก อบต.ดับ ญาติเจ็บอีก 7

6 สิงหาคม 2553 15:40 น.

ปัตตานี - ตำรวจปัตตานีเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายยิงเลขานายก อบต.กะรุบี เสียชีวิต ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยมีญาติโดนลูกหลงเจ็บ 7 คน และอาการปลอดภัยแล้ว ตั้งประเด็นสาเหตุเกี่ยวข้องเหตุความไม่สงบ และการเมืองท้องถิ่น

วันนี้ (6 ส.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.ท.กองอรรถ สุวรรณขำ รอง ผกก.(สส.) สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี พร้อมด้วย ร.ต.ท.วัฒนชัย พรหมโชติชัย พนักงานสืบสวนเวร และเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ปัตตานี

ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายยิงใส่บ้านเรือนราษฎร เลขที่ 10/4บ้านบาโง ม.1 ต.กะรุบี ทำให้ชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย คือ นายตัรมีซี ติพอง มีตำแหน่งเป็นเลขานายก อบต.กะรุบี และบาดเจ็บ 7 ราย โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกเมื่อคืน ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 จำนวน 10 ปลอก นอกจากนี้ ยังพบว่า ผนังบ้านได้รับความเสียหายมีรอยกระสุนหลายแห่ง

จากการสอบสวนทราบว่า บ้านเกิดเหตุเป็นบ้านพี่สาวของผู้เสียชีวิต โดยก่อนเกิดเหตุทราบว่า นายตัรมีซี พร้อมด้วยผู้บาดเจ็บทั้งหมด ซึ่งเป็นญาติกันได้มาร่วมงานทำบุญที่บ้านหลังดังกล่าว ขณะที่ นายตัรมีซี ได้เดินออกมาอยู่บริเวณหน้าบ้าน ปรากฏว่า

มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 ซุ่มยิงใส่กระสุนถูก นายตัรมีซี บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล และญาติๆ บาดเจ็บอีก 7 ราย สำหรับประเด็นสาเหตุเจ้าหน้าที่ตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ เหตุความไม่สงบและความขัดส่วนตัวที่เกี่ยวกับการเมืองท้องถิ่น

สำหรับผู้บาดเจ็บ 7 ราย ประกอบด้วย นางสาพีอะ สาแม, ด.ช.ซุบเฮา ติพอง, นางเจ๊ะแม๊ะ เจ๊ะซอ, น.ส.ซูไมย๊ะห์ สือแม, นางเจ๊ะวอ สมาแอ, นางดอลีต๊ะ กาแมแล และ ด.ช.อัสรี ติพอง อาการปลอดภัยแล้วรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกะพ้อ

manager.

นาวิกฯ ใช้กฎอัยการศึกวิสามัญมือระเบิดเมืองนราฯ ดับ 1 -ผู้นำศาสนาชี้มีพิรุธ

6 สิงหาคม 2553 00:18 น.

นราธิวาส - ทหารนาวิกโยธินหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 วิสามัญผู้ต้องหาคดีวางระเบิดเสียชีวิต 1 ราย พร้อมจับเป็นอีก 1 ที่อำเภอยี่งอ จุดเกิดเหตุห่างมัสยิดเพียง 30 เมตร ผู้นำศาสนาตั้งข้อสงสัย จนท.มีพิรุธ กันนักข่าวเข้าพื้นที่ ห้ามชาวบ้านให้ข่าว เตรียมเคลื่อนไหวทวงถามความจริง

วันที่ 5 ส.ค. 53 เมื่อเวลา 18.00 น. ทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ได้ระดมกำลัง 40 นาย พร้อมอาวุธปืนครบมือ ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกบุกจู่โจมบ้านพักหลังหนึ่งในหมู่บ้านบูแม ม.1 ต.ยี่งอ หลังสืบทราบว่านายอัมรี บือราเฮง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ม.3 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีวางระเบิดและก่อเหตุอุกฉกรรจ์ในพื้นที่ จ.นราธิวาส 5 คดี ได้ใช้บ้านหลังดังกล่าวในการกบดานร่วมกับพวกในกลุ่ม

เมื่อถึงเป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันโอบล้อม จนกระทั่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่บ้านหลังใกล้เคียงได้ยินเสียงปืนดังขึ้น จำนวน 2 นัด โดยที่ไม่ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ในการเจรจา จนกระทั่งได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่อีกครั้งว่าคนร้ายได้เสียชีวิตแล้ว และสามารถจับกุมได้อีก 1 คน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือ นายอัมรี บือราเฮง ถูกกระสุนปืนเอ็ม.16ของเจ้าหน้าที่ที่บริเวณศีรษะ 1 นัด ส่วนผู้ที่ถูกจับกุมได้ คือ นายสุไลมาน ไม่ทราบนามสกุล โดยเจ้าหน้าที่รีบนำตัวขึ้นรถยนต์กระบะ ไปสอบสวนที่ฐานปฏิบัติการณ์ย่อย ฉก.นราธิวาส 32 ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดยี่งอ

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวทุกแขนงได้เดินทางไปทำข่าวตามปกติ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ห้ามเข้าไปโดยเด็ดขาด ถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงก็ยังถูกเจ้าหน้าที่ทหารไล่เข้าไปอาศัยในบ้านพัก พร้อมทั้งสั่งกำชับห้ามให้รายละเอียดและพูดคุยกับผู้สื่อข่าวโดยเด็ดขาด

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจุดเกิดเหตุอยู่ห่างมัสยิดในหมู่บ้านเพียง 30 เมตร ผู้นำศาสนาและชาวบ้านต่างได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่สามารถที่จะประกอบพิธีทางศาสนาได้ตามปกติ จนสร้างความไม่พอใจกับผู้นำศาสนาและชาวบ้าน

ทั้งนี้ ตัวแทนผู้นำศาสนารายหนึ่ง เตรียมเคลื่อนไหวที่จะรวมตัวเพื่อไปทวงถามกับผู้รับผิดชอบ เนื่องจากเห็นว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหารครั้งนี้มีเงื่อนงำ อีกทั้ง เป็นการทำงานที่ไม่โปร่งใส ซึ่งเชื่อว่านายอัมรี ที่ถูกวิสามัญฆาตกรรมและนายสุไลมาน ที่ถูกจับกุมตัวในครั้งนี้มีปมปริศนาการตายอย่างแน่นอน

manager.

คนร้ายซุ่มยิง ตร.ขณะลาดตระเวนริมถนนปัตตานี-หาดใหญ่ จนท.เสียชีวิต 1 สาหัส 1

5 สิงหาคม 2553 08:34 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายประมาณ 3 คน ดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะลาดตระเวนเส้นทางปัตตานี-หาดใหญ่ บริเวณห่างจากจุดตรวจร่วมเกาะหม้อแกง ประมาณ 500 เมตร จนเกิดการปะทะกันขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นายและสาหัสอีก 1 นาย

เมื่อเวลา 21.30 น.คืนที่ผ่านมา (4 ส.ค.) พ.ต.อ.ชัชชัย วงศ์สุนะ ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งว่ามีการยิงปะทะกันมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บบนถนนสาย 42 ปัตตานี-หาดใหญ่ ม.2 บ้านปรัง ต.ท่ากำชำ ห่างจุดตรวจร่วมเกาะหม้อแกง ประมาณ 500 เมตร หลังรับแจ้งได้นำกำลังตำรวจ ทหาร พร้อมอาวุธหนักเข้าไปเสริมกำลังช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เมื่อใกล้ถึงที่เกิดเหตุปรากฏว่ายังมีการยิงปะทะกันเป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดเส้นทางขาเข้าและออกปัตตานี-หาดใหญ่ทันทีเพราะเกรงว่าประชาชนจะได้รับอันตราย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำรถหุ้มเกราะ วี 150 ติดอาวุธเร่งช่วยเหลือกำลังที่ถูกซุ่มยิง และเมื่อไปถึงพบว่าสถานการณ์สงบลงแล้ว พบตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นายนอนหมดสติบนถนนจึงรีบลำเลียงส่ง โรงพยาบาลหนองจิก

ทราบชื่อ ส.ต.ท.ฉัตรชัย เขตจำนง อายุ 28 ปี ผบ.หมู่ นปพ.ภ.จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธสงครามเข้าศีรษะ 1 นัด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วน ส.ต.ท.นพรัตน์ สร้อยคำ อายุ 28 ปี สังกัดเดียวกันถูกยิงเข้าลำตัวอาการสาหัส แพทย์ได้ส่งต่อไปโรงพยาบาลปัตตานี

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะตราโล่ สภาพถูกยิงจนพรุนทั้งคัน และรถจักรยานยนต์ตราโล่ 2 คันตกข้างทาง นอกจากนี้ พบปลอกกระสุนปืนอาก้า และเอ็ม 16 กว่า 40 ปลอกของคนร้ายตกอยู่บริเวณริมถนนในป่าละเมาะ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ทั้ง 2 นายขับรถจักรยานยนต์ออกลาดตระเวนเส้นทางรับผิดชอบ โดยมีกำลังตำรวจอีก 6 นายตามหลัง แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ขับ 1 นาย และอีก 5 นายใช้รถยนต์เป็นพาหนะ และระหว่างลาดตระเวนมาถึงที่เกิดเหตุ

ได้มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คนมีอาวุธสงครามครบมือยิงถล่มใส่ทันทีจนเกิดเสียงดังสนั่น ปรากฏว่ากระสุนถูกทั้ง 2 นายจนล้มกองกับพื้น ส่วนกำลังที่เหลือได้หักหลบลงข้างทางแล้วใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้นประมาณ 10 นาที จนคนร้ายล่าถอยหนีเข้าไปในป่า

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. พร้อมด้วย พ.ท.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผบ.ฉก.ปัตตานี 24 ได้นำกำลังเข้าไปปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุและไล่ล่ากลุ่มคนร้ายทันที เชื่อยังคงกบดานในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการตอบโต้ของกลุ่มก่อความไม่สงบหลังถูกกดดันอย่างหนักจนแนวร่วมหลายรายถูกจับกุมและวิสามัญฆาตกรรมไปก่อนหน้านี้

manager.

บุกยิงกำนันรือเสาะและพวกตาย 2 สาหัส 1

4 สิงหาคม 2553 10:06 น.

นราธิวาส - 8 โจรใต้ใช้เอ็ม 16 บุกยิงกำนันรือเสาะและพวกตาย 2 สาหัส 1 ก่อนตัดต้นไม้ขวางถนนและวางระเบิดปลอมถ่วงเวลาหนี

เมื่อวานนี้ (3 ส.ค.) เวลา 17.50 น. ร.ต.ท.อุกฤษฎ์ สังฆะมณี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 บุกยิงชาวบ้านเสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย เหตุเกิดหน้าบ้านเลขที่ 3/2 บ้านไอร์กลูแป ม.2 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สามารถ วิชัยขัทขะ ผกก.สภ.รือเสาะ นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อถึงบริเวณ 3 แยกปากทางเข้าซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 400 เมตร เจ้าหน้าที่พบคนร้ายตัดต้นไม้ขวางถนน และวางวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดไว้กลางถนน 2 จุด เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงทำลายและพบว่าเป็นระเบิดปลอม ก่อนที่จะใช้เลื่อยยนต์ตัดต้นไม้ขวางถนนออกเพื่อเดินทางเข้าจุดเกิดเหตุ ซึ่งต้องเสียเวลานานกว่า 30 นาที

เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณเก้าอี้นั่งเล่นหน้าบ้านพัก ซึ่งทั้ง 2 คนมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่บริเวณลำตัวพรุนไปทั้งร่าง และทราบชื่อต่อมา คือ 1.นายอาแซ นิกำไร อายุ 58 ปี เจ้าของบ้านพัก

ซึ่งเป็นกำนันตำบลโคกสะตอ อ.รือเสาะ และ 2.นายมะการี ดือเร๊ะ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 ม.2 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ ซึ่งเป็นสารวัตรกำนัน ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน ซึ่งเพื่อนบ้านกำลังปฐมพยาบาลอยู่ทราบชื่อ คือ นายอาแซ ดือสะเอะ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/3 ม.2 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไอร์กลูแป ม.2 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ

ซึ่งมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดและขนาดเดียวกันที่บริเวณแขนขวาและขา จำนวน 3 นัด อาการสาหัส หลังจากเพื่อนบ้านส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลรือเสาะแล้ว แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 30 ปลอก ตกอยู่ที่บริเวณถนนหน้าบ้านพัก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ส่งโรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา

จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่นายอาแซ กำนันตำบลโคกสะตอ และพวกรวม 3 คน กำลังนั่งคุยอยู่ที่หน้าบ้านพัก ได้มีคนร้ายจำนวน 8 คนถืออาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก ส่วนที่เหลือยืนคุมเชิงให้คนร้าย 2 คนที่ถืออาวุธปืนบุกเข้าไปยิงใส่บุคคลทั้ง 3

จำนวน 30 นัดซ้อน จนทั้ง 3 คนได้ตกจากเก้าอี้ม้านั่งมานอนกองกับพื้น แล้วคนร้ายได้อาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป โดยคนร้ายอีกกลุ่มหนึ่งได้ใช้เลื่อยยนต์ตัดต้นไม้ขวางถนนและวางกล่องต้องสงสัยคล้ายระเบิด เพื่อถ่วงเวลาหลบหนีและถ่วงเวลาเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือบุคคลทั้ง 3 คน

manager.

โจรใต้กดระเบิด 15 กก.หวังปลิดชีพ ตร.แต่แค่เจ็บ 4 ชาวบ้าน 1

3 สิงหาคม 2553 19:08 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายบ้านต้นมะขาม-บ้านยือลาแป จ.ปัตตานี ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 นายถูกนำส่ง รพ.ยะรัง ส่วนชาวบ้านเจ็บ 1

วันนี้ (3 ส.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.ท.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ รอง ผกก.สส.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายบ้านต้นมะขาม-บ้านยือลาแป ม.4 ต.เมาะมาวี นำกำลังตำรวจ ทหาร เข้าไปที่เกิดเหตุ

พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.นายสามารถ วราดิศัย ปลัดจังหวัดปัตตานี ไปถึงพบรถยนต์กระบะ 4 ประตูตราโล่ ทะเบียน 39405 จอดข้างทางสภาพถูกแรงอัดระเบิดทำให้ด้านหน้าเครื่องยนต์พังยับกระจกแจกทั้งหมด

นอกจากนี้ ใกล้กันมีรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กพจ 740 ยะลา ล้มอยู่ ซึ่งห่างกันประมาณ 20 เมตร พบหลุมระเบิดกว้าง 2 เมตร ลึก 1.5 เมตร และมีชิ้นส่วนถังเคมีดับเพลิงและระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ และสายไฟลากยาวเข้าไปในป่า 100 เมตร โดยมีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 นายถูกนำส่ง รพ.ยะรัง

ทราบชื่อ ด.ต.สมมาตร พรหมวัชรานน์ ด.ต.นิกร กอนไพชน์ ส.ต.ต.ประวิน เจ๊ะหะ ส.ต.ต.ปรีดี จันทร์หอม ทั้งหมดถูกสะเก็ดระเบิดและแรงระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และมี น.ส.รอกือยะ บาเหะ อายุ 27 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเช่นกัน

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังตำรวจทั้ง 4 นายสังกัด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.ปัตตานี กำลังลาดตระเวนเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบตามปกติ ปรากฏว่า มาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายซุ่มอยู่ในป่าข้างทางได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 15 กก.

จนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง แต่โชคดีรถยนต์ยังขับไม่ถึงจุดที่ระเบิดห่างเพียง 3 เมตรจนสามารถหลบได้ทัน ทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อย

นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านลูกหลงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ขณะขับรถ จยย.บริเวณดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่ต้องการทำร้ายเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์

manager.

เตือนโจรใต้เตรียม จยย.บอมบ์ 3 คันก่อเหตุรับรอมฎอน

3 สิงหาคม 2553 11:24 น.

ปัตตานี - แหล่งข่าวความมั่นคงแจ้งเตือนกลุ่มก่อความไม่สงบเตรียมก่อเหตุลอบวางระเบิดด้วยรถจักรยานยนต์ 3 คันในห้วงก่อนเวลาเข้าสู่การถือศีลอด บริเวณสถานที่ราชการ แหล่งชุมชน โรงแรมและสถานบันเทิง

มีรายงานแจ้งมาจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคงระบุว่า กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ บ้านกูแบกีแย ต.ดาโต๊ะ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้ร่วมกับแนวร่วมในพื้นที่ จ.ยะลา มีการวางแผนเตรียมที่จะก่อเหตุลอบวางระเบิดก่อนถึงเดือนรอมฎอน หรือเดือนถือศีลอดของชาวมุสลิมในพื้นที่เขต อ.เมือง จ.ปัตตานี ในห้วงวันที่ 7-9 สิงหาคมนี้

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า กลุ่มก่อความไม่สงบได้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องซุกซ่อนภายในรถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน ซึ่งระเบิดดังกล่าวประกอบใน จ.ยะลา เสร็จแล้ว และได้ทยอยลักลอบขับเข้ามาในพื้นที่ จ.ปัตตานี ตามเส้นทางภายในหมู่บ้าน โดยเป้าหมายในการก่อเหตุครั้งนี้ คือ สถานที่ราชการ แหล่งชุมชน โรงแรม และสถานบันเทิง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายธีระเทพ ศรียะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้กำชับให้ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ทั้ง 12 อำเภอสนธิกำลังร่วม ตรวจเข้มตามจุดตรวจจุดสกัด และให้มีการลาดตระเวนในพื้นที่ทุกจุด โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมาย และพื้นที่เขตเมืองตามอำเภอ

ทั้งนี้ ยังคงมีรายงานอย่างต่อเนื่องว่า กลุ่มก่อความไม่สงบยังคงมีแผนการร้ายที่จะก่อวินาศกรรมและทำร้ายเจ้าหน้าที่ รวมไปถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์ จึงได้เน้นย้ำให้มีการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่สัญจรไปมา หากรถหรือบุคคลที่ไม่พกหลักฐานก็ให้มีการคุมตัวและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด

manager.

ใต้ป่วนตลอดสัปดาห์ วิสามัญฯ 2 จุด 3 ศพ คนแก่เจ้าของร้านชำตกเป็นเป้า 6 วันตายสาม

Monday, 02 August 2010 13:06

ไฟใต้ยังคุต่อเนื่อง ตลอดสัปดาห์เจ้าหน้าที่ยิงปะทะคนร้าย 2 จุดที่บันนังสตา และรามัน ฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบเสียชีวิต 3 ราย ยิงรายวันยังเพียบ ทั้งสร้างสถานการณ์ การเมืองท้องถิ่น และขัดแย้งส่วนตัว คนแก่เจ้าของร้านชำตกเป็นเหยื่อ 6 วันสังเวย 3 ศพ ประกบยิงลูกจ้าง 4,500 ตายต่อหน้าลูกเมีย

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงมีเหตุรุนแรงในลักษณะ “ยิงรายวัน” เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปิดล้อมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ที่นำไปสู่การวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้อง สงสัยคดีความมั่นคงอีก 2 เหตุการณ์

เริ่มจากคดีวิสามัญฆาตกรรม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 ก.ค.2553 เวลาประมาณ 16.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) พร้อมกำลังตำรวจจาก สภ.บันนังสตา จ.ยะลา

และทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 41 รวมทั้งฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังกันจำนวน 30 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 100 หมู่ 3 บ้านพงยามู ต.บันนังสตา หลังจากสืบทราบว่า นายอาหามะ ดอนิ อายุ 28 ปี ผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงที่เคลื่อนไหวในท้องที่ อ.บันนังสตา ซ่อนตัวอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ในจังหวะที่เจ้าหน้าที่จะบุกเข้าไปนั้น ปรากฏว่าผู้ต้องสงสัยที่หลบอยู่ในบ้านได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดและ ขนาดยิงสวนออกมา ทำให้ ส.ต.ท.ไมตรี เรียงรวบ อายุ 31 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม (ผบ.หมู่ ป.) ช่วยราชการ ศชต.ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องประสานนำเฮลิคอปเตอร์เข้ามารับเพื่อนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา

ต่อมา เจ้าหน้าที่ซึ่งเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยที่หลบอยู่ในบ้านคือนายอาหามะ ได้ประสานผู้นำท้องถิ่นและมารดาของนายอาหามะมาเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ยอมออกมา มอบตัว แต่ก็ล้มเหลว โดยผู้ต้องสงสัยในบ้านยืนยันว่าจะไม่ยอมออกมามอบตัวเด็ดขาด

เวลาผ่านไปนานถึง 5 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจส่งชุดคอมมานโดเข้าปฏิบัติการ มีการยิงต่อสู้กันนาน 30 นาที เมื่อเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ พบผู้ต้องสงสัยภายในบ้านถูกยิงเสียชีวิต 2 ราย ตรวจสอบหลักฐานพบว่าคือ นายอาหามะ ดอยิ อายุ 31 ปี ชาวบ้านพงยามู หมู่ 3 ต.บันนังสตา และ นายสุกรี ดือราแม อายุ 24 ปี ราษฎรในพื้นที่บ้านบาเจาะ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา

นอกจากนี้ ยังพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนขนาด 9 มม.ของส.ต.ท.ไมตรี ซึ่งผู้ต้องสงสัยแย่งเอาไปขณะยิงปะทะกันอีก 1 กระบอก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังสามารถควบคุมตัว นายอามิน สาแม อายุประมาณ 18 ปีได้อีก 1 คน ในฐานะผู้ต้องสงสัย และนำไปสอบปากคำที่ สภ.บันนังสตา

จากการตรวจสอบประวัติของนายอาหามะ ฐานข้อมูลของฝ่ายความมั่นคงระบุว่า มีหมายจับในคดีความมั่นคงจำนวน 4 หมาย และเป็นแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.บันนังสตา และ อ.เมืองยะลา เคยก่อเหตุยิง ด.ต.บุญธรรม จิตระแวง อายุ 45 ปี ผบ.หมู่ ป. สภ.บันนังสตา เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2550 และคดีอื่นๆ อีกหลายคดี

ส่วน นายสุกรี ดือราแม มีหมายจับที่ออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) 1 หมายในคดียิง นายอรุณเวียงชัย เจริญสุข อายุ 42 ปีจนเสียชีวิต เหตุเกิดในท้องที่หมู่ 9 บ้านเจาะบันตัง ต.บันนังสตา เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2550 และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียิง ร.ต.อ.ธรณิศ ศรีสุข หรือ ผู้กองแคน ตำรวจพลร่มจากค่ายนเรศวร เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 ก.ย.2550 ด้วย

รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง (ศุกร์ที่ 30 ก.ค.) ตำรวจ สภ.บันนังสตา ได้นำเจ้าหน้าที่เก็บกู้ทำลายล้างวัตถุระเบิด (อีโอดี) และเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจหาหลักฐานที่บ้านซึ่งเป็นจุดยิง ปะทะอีกครั้ง พบระเบิดแบบขว้างอีก 1 ลูก จึงยึดไปตรวจสอบ

ปะทะเดือดก่อนวิสามัญฯอีกศพที่รามัน

ก่อน หน้านั้น เมื่อบ่ายวันอังคารที่ 27 ก.ค.2553 พ.ท.อิศรา จันทกระยอม ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจยะลา 12 ได้นำกำลังทหารเข้าปิดล้อมพื้นที่ป่าสวนยางพาราท้ายหมู่บ้านบ้านลีเซ็งใน หมู่ 5 ต.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า

ผู้ต้องสงสัยกลุ่มขจอง นายมาหามะ มะสีละ แกนนำอาร์เคเค (กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ได้รับการฝึกรบแบบจรยุทธ์) ได้นัดหมายกันประชุมวางแผนเตรียมก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้ที่เคลื่อนกำลังเข้าไปก็พบ นายมาหามะกับพวกไม่ต่ำกว่า 5 คนนั่งซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ จึงถูกฝ่ายนายมาหามะใช้อาวุธปืนยิงถล่มเข้าใส่ทันที จนเกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 20 นาที กลุ่มผู้ต้องสงสัยจึงล่าถอยไป

จากการเข้าเคลียร์พื้นที่ พบศพ นายมาหามะ นอนกำอาวุธปืนพกเอาไว้แน่น ตรวจสอบประวัติพบว่าเคยก่อเหตุรุนแรงในท้องที่ อ.รามัน หลายคดี และน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบยิง นายมาหามะซากี สีส้มอ่อน อาสารักษาดินแดน (อส.) อ.รามัน ประจำ ต.อาซ่อง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมาด้วย

ยิงเจ้าของร้านชำดับที่ปะนาเระ-บึ้ม อส.สุไหงปาดีเจ็บ 3

สำหรับ เหตุการณ์ความรุนแรงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้ วันเสาร์ที่ 31 ก.ค.2553 คนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดที่หน้าร้านขายของชำ เลขที่ 195 หมู่ 1 ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี และใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดจ่อยิง นางนฤมล ปราโมทไพบูลย์ อายุ 52 ปี เจ้าของร้านจนเสียชีวิต เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

วันศุกร์ที่ 30 ก.ค.2553 คนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารอาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยครู (รปภ.ครู) ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 นาย เหตุเกิดบริเวณคอสะพานบ้านเจาะน้ำใส หมู่ 3 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี ขณะนำกำลังไปเฝ้าเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัยให้คณะครู

ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (บก.ภ.จว.ปัตตานี) พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐ์พันธ์ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 เปิดแถลงข่าวผลการจับกุม นายสาการียา สาแม็ง อายุ 28 ปี

อยู่บ้านเลขที่ 38/1 หมู่ 2 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โดยฝ่ายเจ้าหน้าที่อ้างข้อมูลว่า นายสาการียาถูกออกหมายจับในคดีความมั่นคงจำนวน 7 หมาย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและโดยทรมานกระทำทารุณ และเป็นอั่งยี่ซ่องโจร รวมทั้งก่อการร้าย โดยหนึ่งในนั้นเป็นคดีฆ่าตัดคอ

ดักสังหารตำรวจปฏิบัติการพิเศษ-ถล่มฐานทหาร

วัน พุธที่ 28 ก.ค.2553 เวลาประมาณ 18.10 น. คนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง ส.ต.ต.ชินพัฒน์ กาญจนวงศ์ อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) สภ.ราตาปันยัง ช่วยราชการงานจราจร สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 ช่วงโคกโพธิ์-ลำไพล เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านในท้องที่ ต.โคกโพธิ์ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง

กลางดึกคืนเดียวกัน คนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง นายมาหามัดซาซูดิน อาดัม อายุ 55 ปี เลขานุการของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 96 บ้านต้นแซะ (บ้านย่อยของบ้านเมาะมาวี)หมู่ที่ 3 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง

ได้รับบาดเจ็บขณะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของลูกชายกลับบ้าน หลังเสร็จจากการประกอบศาสนกิจที่มัสยิด เหตุเกิดบนถนนสาย 410 บ้านต้นแซะ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง แต่ให้น้ำหนักไปที่การขัดผลประโยชน์เรื่องการเมืองท้องถิ่น

คืนเดียวกัน ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามไม่ทราบชนิดและขนาดลอบยิงฐานปฏิบัติการ ฐานย่อยของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ซึ่งตั้งฐานอยู่ในโรงเรียนบ้านตายา บ้านตาเปาะ หมู่ 7 ต.สุวารี อ.รือเสาะ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ยิงลูกจ้าง 4,500 ตายต่อหน้าลูกเมีย

วัน อังคารที่ 27 ก.ค.2553 คนร้ายจำนวน 2 คน แต่งกายคล้ายผู้หญิงมุสลิม ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง นายอิสมาแอ อาลีกาจิ อายุ 27 ปี ลูกจ้างโครงการสร้างงานเร่งด่วนของทางการ อยู่บ้านเลขที่ 57 บ้านพงจือบือเระ หมู่ 3 ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จ.ยะลา เสียชีวิตในท้องที่บ้านกอลำ หมู่ 1 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

โดยขณะ เกิดเหตุ นายอิสมาแอ กำลังขี่รถจักรยานยนต์พาภรรยาและบุตรชายกลับบ้าน คนร้ายยิงนายอิสมาแอเสียชีวิตต่อหน้าบุตรและภรรยา แต่ยังโชคดีที่ทั้งคู่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

ช่วงค่ำวันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไซโคลน สีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายอุสมาน ดอเลาะ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/1บ้านทุ่งยาว หมู่ 6 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดขณะกำลังช่วยเพื่อนบ้านยกกระถางต้นไม้บริเวณข้างบ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าทั้งสองเหตุการณ์เป็นการกระทำของกลุ่มก่อความ ไม่สงบ หรือมีชนวนเหตุจากความขัดแย้งด้านอื่น โดยเฉพาะรายของนายอุสมาน อาจเป็นเรื่องการเมืองท้องถิ่น

ซัลโวชาวบ้าน-ลุงเจ้าของร้านชำสังเวยอีกศพ

ช่วง เวลาใกล้เคียงกัน คนร้ายจำนวน 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง นายมะเปาซี มะเล๊ะ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 บ้านช่องแมว หมู่ 4 ต.ละหาร อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในท้องที่บ้านปาแตรายอ หมู่ 2 ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุของการสังหารโหดดังกล่าว

คืนวันที่ 27 ก.ค. ยังเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามยิง นายมะแอ ลาเต๊ะ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84/15 บ้านสกูปา หมู่ 8 ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เสียชีวิตขณะขายของอยู่บริเวณหน้าบ้านซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ

ยิงหญิงชราเจ้าของร้านชำดับอีกที่ระแงะ

วัน จันทร์ที่ 26 ก.ค.2553 คนร้ายจำนวน 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ขี่ไปจอดที่หน้าร้านขายของชำ เลขที่ 134 หมู่ 4 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำทีเข้าไปซื้อบุหรี่และปากกา เมื่อสบโอกาสได้ชักอาวุธปืนออกมายิง น.ส.วิลาวัณย์ สติกรกุล อายุ 59 ปี เจ้าของร้านขายของชำ จนเสียชีวิตคาที่ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายเป็นแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบ

isranews.

พบระเบิด TNT พร้อมถังดับเพลิงหลังวิทยาลัยอาชีวะยะลา

2 สิงหาคม 2553 12:17 น.

ยะลา - เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.11 ตำรวจ และฝ่ายปกครองยะลา สนธิกำลังปิดล้อมตรวจค้น หลังวิทยาลัยอาชีวะศึกษายะลา พบระเบิด TNT พร้อมถังดับเพลิง 2 ลูก ซ่อนใต้ต้นไม้ คาดคนร้ายเตรียมใช้ก่อเหตุในพื้นที่

วันนี้ (2 ส.ค.53) เวลา 11.00 น. พ.ท.ยุทธนาม เพชรม่วง ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 นำกำลัง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.11 อ.เมืองยะลา 11 ฉก.13 อ.กรงปินัง

ทหารพราน กรมทหารพรานที่ 47 ชุดสุนัขสงคราม และชุด (EOD-ARMY) เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด จากหน่วยเฉพาะกิจอโณทัย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนภูธรจังหวัดยะลา และฝ่ายปกครอง จำนวน 50 นาย เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่เป้าหมายบริเวณริมแม่น้ำปัตตานี ข้างวิทยาลัยอาชีวะศึกษายะลา บ้านบาโงยบาแด หมู่ที่ 5ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา

หลังสืบทราบข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ได้นำอาวุธปืน และวัตถุระเบิดมาซุกซ่อนไว้บริเวณใต้ต้นพญาสัตบรรณ (ต้นตีนเป็ด) ในป่ารกทึบ ริมแม่น้ำปัตตานี ห่างจากวิทยาลัยอาชีวะศึกษาประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นโดยใช้สุนัขสงคราม

ตรวจสอบประมาณ 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดระเบิด TNT น้ำหนัก 1/4 ปอนด์ จำนวน 2 แท่ง ห่ออยู่ในถุงพลาสติกสีดำพันด้วยเทปกาวสีดำ

ห่างกันเล็กน้อยพบถังดับเพลิงเปล่าสีแดงจำนวน 2 ถัง พร้อมใช้งานประกอบระเบิด จึงได้รีบประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 10 และชุดนิติวิทยาศาสตร์ จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เข้าตรวจสอบ และเก็บหลักฐานเพื่อนำไปตรวจสอบ เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

พ.ท.ยุทธนาม เพชรม่วง ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่า มีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ได้นำอุปกรณ์ผลิตวัตถุระเบิด มาซุกซ่อนอยู่ใต้ต้นพญาสัตบรรณ (ต้นตีนเป็ด) ในป่ารกทึบ ริมแม่น้ำปัตตานี หลัง วิทยาลัยอาชีวะศึกษายะลา เพื่อเตรียมมาก่อเหตุร้ายในเขตเทศบาลนครยะลา และ พื้นที่รอบนอกของ อ.เมืองยะลา

จึงได้ประสานงานกับกำลังทั้ง 3 ฝ่าย เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ดังกล่าว จนสามารถตรวจยึดอุปกรณ์ผลิตวัตถุระเบิดได้ ซึ่งหากคนร้ายนำไปประกอบระเบิดแล้วจะสามารถประกอบเป็นระเบิดถังดับเพลิงได้ จำนวน 2 ลูก น้ำหนักลูกละ 15 - 20 กิโลกรัม มีอนุภาพร้ายแรง หากนำไปฝั่งไว้ใต้พื้นถนนจะเกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง

manager.

วางบึม'อส.รปภ.ครู'เจ็บ3ป่วนใต้รายวัน

30 กรกฎาคม 2553, 20:15 น.

คนร้ายจุดชนวนระเบิดที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 ก.ก.ก่อนจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือหวังดักสังหารเจ้าหน้าที่ ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย สร้างสถานการณ์รายวัน....

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.เวลา 15.00 น.พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ ทองสองศรี สารวัตรเวร สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดทำให้ อส.อ.สุไหงปาดี ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

เหตุเกิดที่บริเวณคอสะพานบ้านเจาะน้ำใส หมู่ 3 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.พีระพล ณ พัทลุง ผกก.สภ.สุไหงปาดี เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตชด.447 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดริมถนนลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องแบบเคโม ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 ก.ก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและริมไหล่ทาง

เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อน อ.ส.ได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่ รพ.สุไหงปาดี ไปก่อนหน้าแล้ว ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดตามบริเวณลำตัวและมีอาการแน่นหน้าอก ประกอบด้วย 1.อส.นุกูล เงินเนียม อายุ 23 ปี 2.อส.สุวิช นุเคราะห์วัฒน์ อายุ 35 ปี และ 3.อส.บัญจิตร สาลี อายุ 31 ปี

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ อส.สุวิช หัวหน้าชุด ได้นำกำลังเดินเท้าออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 1 ก.ม. เพื่อเดินทางไปวางกำลังที่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุในการ รปภ.ครู เพื่อเดินทางกลับบ้านพัก และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ อส.กำลังแยกย้ายกันวางกำลังตามจุดต่าง ๆ บนถนนนั้น

ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดัง สนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ อส.ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

thairath.

เผยโจรใต้ถูกยิงดับ มีประวัติติดตัวทั้งคู่

30 กรกฎาคม 2553, 12:15 น.

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ระบุ คนร้ายที่ถูกวิสามัญฯ 2 ศพ เมื่อกลางดึกที่บันนังสตา มีหมายจับตาม ป.วิอาญา ในคดีความมั่นคงทั้งคู่....

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุปะทะในพื้นที่บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า เนื่องจากแหล่งข่าวได้พบเบาะแส

กลุ่มก่อเหตุรุนแรงจะเข้ามาประชุมวางแผนเพื่อก่อเหตุโดยมีการประชุมกันที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่จึงได้ประสานกำลัง 3 ฝ่าย เข้าทำการปิดล้อม ที่บ้านเลขที่ 100 บ้านพงยามู ม. 3 ต. บันนังสตา

พล.ต.ต.สายัณห์ กล่าวว่า ขณะเข้าทำการปิดล้อม ปรากฏว่า กลุ่มคนร้ายได้มีการเคลื่อนไหวอยู่ในบ้านดังกล่าว และได้ใช้อาวุธปืนยิงออกมา กระสุนปืนถูก ส.ต.ท.ไมตรี เรียงรวบ ได้รับบาดเจ็บที่แขนขวา

ขณะเดียวกันกลุ่มคนร้ายที่อยู่ภายในบ้าน ก็ได้วิ่งออกมาเพื่อแสดงการมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ 1 คน คือ นายอามีน ละแม ส่วนคนร้ายที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามพูดคุยและเจราจา

ให้ออกมามอบตัว โดยได้มีการเชิญแม่ของกลุ่มคนร้าย รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปลัดอาวุโสไปเจรจาพูดคุยกัน และให้กลุ่มคนร้ายมอบตัว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมปรากฏว่า คนร้ายไม่ยอม

จนกระทั่งปิดล้อมถึงเวลา 22.00 น.และได้ยิงต่อสู้กัน หลังจากนั้นคนร้ายได้เสียชีวิต 2 คน คือ นายอาหะมะ ดอนิ อายุ 25 ปี และนายสุกรี ดือราแม อายุ 24 ปี

พล.ต.ต.สายัณห์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบข้อมูล นายอะหามะ ดอนิ มีหมายจับ ป.อาญา 2 หมาย ส่วนนายสุกรี ดือราแม มีหมายจับ ป.วิอาญา 1 หมาย และจากการเข้าตรวจค้นอย่างละเอียด

โดยได้มีการเชิญอัยการ แพทย์ และเจ้าหน้าที่ชุดนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมตรวจสอบปรากฏว่า ในที่เกิดเหตุพบอาวุธปืนจำนวน 2 กระบอก ซึ่งคนร้ายใช้ในการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามการเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นนั้น

ทางเจ้าหน้าได้มีการระมัดระวัง ซึ่งปรากฏว่า หลังเกิดเหตุปะทะในเส้นทางระหว่างอำเภอบันนังสตา ถึง อำเภอกรงปินังมีการวางวัตถุต้องสงสัยไว้ 2 จุด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ยิงทำลาย พบเป็นวัตถุปลอมซึ่งคิดว่า ฝ่ายคนร้ายได้พยายามตอบโต้อย่างแน่นอน.

thairath.

ยิงปะทะคนร้าย จนท.เจ็บ 1 ราย ที่บันนังสตา

29 กรกฎาคม 2553 19:40 น.

ยะลา - เจ้าหน้าที่ยิงปะทะกับคนร้าย ขณะเข้าทำการปิดล้อมบ้านต้องสงสัย ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

วันนี้ (29 ก.ค.) เวลา 16.50 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 41 และ

ฝ่ายปกครอง จำนวน 30 นาย เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 3 บ้านพงยามู ต.บันนังสตา เนื่องจากสืบทราบข่าวมาว่า นายอาหามะ ดอนิ อายุ 28 ปี ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อ.บันนังสตา แอบมาหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว

ปรากฏว่า จังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะบุกเข้าไปนั้น นายอาหามะ ดอนิ ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดและขนาดยิงสวนออกมาติดต่อกันจำนวนหลายนัด หลังเสียงปืนสงบลงเป็นเหตุให้กระสุนปืนเข้าที่บริเวณแขนขวาของ ส.ต.ท.ไมตรี เรียงรวบ อายุ 31 ปี

ผบ.หมู่ ป.ศชต.จนล้มลงได้รับบาดเจ็บสาหัส กำลังที่เหลือจึงได้ใช้อาวุธปืนระดมยิงเข้าไปในบ้าน และได้รีบรีบนำตัว ส.ต.ท.ไมตรี ออกมา ต่อมาทาง ศชต.ได้จัดเฮลิคอปเตอร์บินไปรับผู้บาดเจ็บส่งไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา เป็นการด่วน เพื่อช่วยชีวิตต่อไป

ส่วนในที่เกิดเหตุยังคงมีการปิดล้อมอยู่ ต่อมาผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ได้ติดต่อญาติของนายอาหามะ มาเจรจาขอให้ออกมามอบตัว โดยใช้เวลาเจรจาร่วมชั่วโมงแต่ล้มเหลว นายอาหามะ ยืนยันว่าจะไม่ยอมออกมามอบตัวเด็ดขาด และจะขอยอมตายอยู่ในบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังปิดล้อมบ้านที่เกิดเหตุอยู่เพื่อหาทางบุกเข้าจับกุม นายอาหามะ เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีต่อไป

manager.

โจรใต้ป่วนปัตตานี 2 เหตุการณ์ในคืนเดียว

29 กรกฎาคม 2553 10:24 น.

ปัตตานี - ป่วนวางวัตถุต้องสงสัยหน้าธนาคารกรุงไทย สาขายะรัง เมื่อช่วงกลางดึก ส่วนอีกเหตุการณ์เป็นคนร้ายซุ่มยิงเลขานุการนายกอบต.เมาะมาวี อ.ยะรัง โชคดีแค่ได้รับบาดเจ็บกระสุนถูกที่น่องขวา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.ปัตตานี เมื่อวานนี้ (28 ก.ค.53) เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะรัง รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัย คาดว่าเป็นระเบิดใส่กล่อง วางอยู่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขายะรัง อ.ยะรัง ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสาย410 ปัตตานี-ยะลา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดเส้นทางการจราจรชั่วคราวและกันประชาชนออกจากพื้นที่ เนื่องจากชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกำลังทำการเก็บกู้เพื่อยิงทำลาย

ส่วนเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา(28 ก.ค.53) ในเวลา 23.00 น เกิดเหตุคนร้ายยิงนายมูฮำหมัด ซำซูดิง อาดัม อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 ม.3 ต.เมาะมาวี ตำแหน่ง เลขานุการนายก อบต.เมาะมาวี อ.ยะรัง ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ ม.3 ต.เมาะมาวี

ก่อนเกิดเหตุในขณะที่ นายมูฮำหมัด ซำซูดิง กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ ทะเบียน กยร 210 ยะลา เดินทางกลับจากมัสยิดเพื่อจะกลับบ้านพัก เมื่อถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดซุ่มยิงใส่ กระสุนถูกที่น่องขวาบาดเจ็บ

หลังจากนั้นได้มีคนร้ายอีกชุดขับขี่รถจักรยานยนต์มารับมือปืนหลบหนีไปทางถนนสาย 410 ฝั่งไปทาง จ.ยะลา พลเมืองดีได้ช่วยนำส่ง รพ.ยะรังและ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ปัตตานีอาการปลอดภัยแล้ว

manager.

โจรใต้ประกบยิง ตร.จราจรปัตตานีดับอีกราย

28 กรกฎาคม 2553 20:14 น.

ปัตตานี - ผบ.หมู่งานจราจร สภ.โคกโพธิ์ ปัตตานี ถูกโจรใต้กระหน่ำยิงหลังจากออกเวร ด้านแพทย์พยายามยื้อชีวิตแต่ไม่สำเร็จ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

วันนี้ (28 ก.ค.) เมื่อเวลา 18.30 น. พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงบนถนนในเขตเทศบาล ม.4 ต.โคกโพธิ์ นำกำลังตำรวจ ทหารเข้าไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.และหน่วยพิสูจน์หลักฐาน

เมื่อไปถึงบริเวณเกิดเหตุพบเพียงรถจักรยายนตร์ตราโล่ ล้มข้างทาง และมีกองเลือดจำนวนมาก ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง รพ.โคกโพธิ์ ทราบชื่อ ส.ต.ต.ชินพัฒน์ กาญจนวงศ์ อายุ 28 ปี ผบ.หมู่งานจราจร สภ.โคกโพธิ์ ถูกยิงอยู่ในสภาพเครื่องแบบครึ่งท่อน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าต้นคอและลำตัว 3 นัด ขาขวา 1 นัด อาการสาหัสแพทย์พยายามปั้มหัวใจแต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ ส.ต.ต.ชินพัฒน์ ขับรถ จยย.เพื่อเดินทางกลับบ้านพักหลังจากออกเวร โดยได้ถอดเครื่องแบบช่วงบนออกเหลือครึ่งตัวเพื่อความปลอดภัยขณะขับรถ จยย.กลับบ้าน ปรากฏว่า มาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คนขับรถ จักรยายนต์ จยย.ตามประกบหลังก่อนจะชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงหลายนัดจนรถเสียหลักล้มข้างทางก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม ด้านคนร้ายหลังก่อเหตุได้เร่งเครื่องหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในสร้างสถานการณ์และเพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐหลังถูกกดดัน และจับกุมอย่างหนัก

manager.

ยะลาเดือด!จนท.ปะทะเด็ดหัวโจรใต้1ศพ

27 กรกฎาคม 2553, 19:30 น.

ทหารสนธิกำลังปิดล้อมพื้นที่ป่าสวนยาง เปิดฉากปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ก่อนคนร้ายล่าถอย ทิ้งศพแกนนำหลบหนีเข้าป่าทึบ.... เมื่อวันที่ 27 ก.ค.เวลา 18.00 น.พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.ท.ทรงวุฒิ ศรีอาราม สวญ.สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน

นำกำลังไปสอบสวนเหตุเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 12 ปะทะกับคนร้ายพวกก่อความไม่สงบ คนร้ายตาย 1 รายที่บ้านลีเซ็งใน หมู่ 5 ต.จะกว๊ะ ที่เกิดเหตุเป็นสวนยางพารารกทึบอยู่ท้ายหมู่บ้าน พบ พ.ท.อิศรา จันทกระยอม ผบ.ฉก.ยะลา 12 พร้อมกำลังจำนวนหนึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ

พบศพคนร้ายทราบชื่อต่อมาคือนายมาหามะ มะสีละ อายุ 25 ปี เป็นคนในหมู่บ้าน ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะและร่างกายจนพรุน นอนตายจมกองเลือด มีอาวุธปืนขนาด .38 กำอยู่ในมือ

เบื้องต้นทราบว่า พ.ท.อิศรา จันทกระยอม ผบ.ฉก.ยะลา 12 ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ป่าสวนยางท้ายหมู่บ้านบ้านลีเซ็งในเนื่องจากมี สายข่าวได้แจ้งให้ทราบว่า พวกคนร้ายกลุ่มนายมาหามะ มะสีละ แกนนำอาร์เคเค.นัดหมายพรรคพวกมาประชุมวางแผนเตรียมก่อเหตุหวังสร้าง สถานการณ์

ปรากฏว่าขณะกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเคลื่อนเข้าไป นายมาหามะ กับเพื่อนไม่ต่ำกว่า 5 คนที่นั่งซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ได้ใช้อาวุธปืนยิงถล่มเจ้าหน้าที่จนเกิดการปะทะ กันขึ้นนานราว 15 นาที พวกคนร้ายอาศัยความชำนาญในพื้นที่ยิงพลางล่าถอยพลางแล้วหลบหนีเข้าป่าทึบไป

ได้ เคลียร์พื้นที่ต่อมาพบว่า นายมาหามะ ซึ่งเป็นแกนนำถูกยิงนอนกำอาวุธปืนตาย 1 รายดังกล่าว ส่วนพวกที่เหลือเจ้าหน้าที่ทหารได้วางแผนส่งกำลังออกตามล่าต่อไปแล้ว

thairath.

กดบึ้ม! หวังสังหารทหาร รปภ.ร.ร.บ้านดอเฮะ เจ็บ 5 นาย - รวบทันควัน 2 รายสอบเครียด

26 กรกฎาคม 2553 14:52 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดหวังสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดพัฒนาสันติที่ 31 ขณะลาดตระเวนรับกำลังที่ปฏิบัติหน้าที่ รปภ.โรงเรียนบ้านดอเฮะ ส่งผลให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 5 นาย รถพัง สามารถรวบตัวผู้ต้องสงสัยได้ทันควัน 2 ราย

เมื่อเวลา 11.45 น.วันนี้ (26 ก.ค.) ร.ต.ท.เด่นพงษ์ เต็มยอด ร้อยเวร สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดพัฒนาสันติที่ 31-4 กรมทหารพรานที่ 45 บนถนนในหมู่บ้านดอเฮะ ม.3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี

ทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อยและรถยนต์กระบะได้รับความเสียหาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.พีระพล ณ พัทลุง ผกก.สภ.สุไหงปาดี พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส

รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตชด.447 บ้านเจาะวา อ.สุไหงปาดี และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีน้ำเงิน ซึ่งจอดอยู่ริมถนนอยู่ในสภาพกระจกหน้า ไฟหน้า ตัวถัง และฝากระโปรงรถถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย และที่บริเวณไหล่ถนนซึ่งห่างจากรถยนต์กระบะ ประมาณ 5 เมตร เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต

และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 15 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และมีเศษซากชิ้นส่วนของตะกร้าพลาสติกใส่ผลไม้ตกอยู่ที่เกิดเหตุจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้ทยอยนำตัวไปทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ฐานปฏิบัติการณ์ ซึ่งมีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อจากแรงอัดของระเบิด คือ 1.ส.ท.มงคล พรมปลอด หัวหน้าชุด 2.อส.ทพ.ธีระวัฒน์ สุขวรรณะ พลขับ 3.อส.ทพ.สมนึก แก้วศรีอ่อน 4.อส.ทพ.เอกวิช แก้ววิหค และ 5.อาสาสมัครรักษาดินแดนประจำที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี คือ อส.ซอบอรี สารีกะ

จากการสอบสวน ส.ท.มงคล หัวหน้าชุดทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำรถยนต์กระบะออกจากฐานร่วมกับพลขับ จำนวน 2 นาย เพื่อนั่งรถยนต์กระบะตระเวนรับกำลังที่ปฏิบัติหน้าที่ รปภ.โรงเรียนบ้านดอเฮะ เพื่อรับกำลังเจ้าหน้าที่ อีก 3 นายกลับฐาน

และขณะนั่งรถยนต์ผ่านจุดเกิดเหตุนั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปใส่ไว้ในตะกร้าพลาสติกใส่ผลไม้วางไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะรถยนต์ขับผ่าน โชคดีที่รัศมีการทำลายล้างได้หักเหเข้าไปในป่ารกทึบริมทาง

จึงทำให้เจ้าหน้าที่ถูกแรงอัดของระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่รถยนต์ได้รับความเสียหายและจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ จำนวน 2 คน ไปสอบสวนเครียด พร้อมหลักฐานเป็นโทรศัพท์มือถือที่เจ้าหน้าที่เตรียมนำไปตรวจสอบว่า เป็นกลุ่มคนร้ายที่จุดชนวนระเบิดหรือไม่อย่างไร

manager.

ยะลาแถลงผลยึดของกลางจากธารโต มั่นใจรวบโจรใต้วางกับระเบิดได้

23 กรกฎาคม 2553 17:45 น.

ยะลา - พ่อเมืองยะลาแถลงข่าวผลการตรวจยึดปืนสงคราม และระเบิดแสวงเครื่อง พร้อมทั้งอุปกรณ์ได้หลายรายการ พร้อมระบุคนร้ายใช้ก่อเหตุในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา มาแล้วหลายครั้ง ส่วนความคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดชนิดเหยียบในสวนยาง อ.ธารโต คาดว่าจะได้ตัวคนร้ายเร็วๆ นี้

วันนี้ (23 ก.ค.) เวลา 14.00 น. ที่ศูนย์ยะลาสันติสุข ชั้น 2 อาคารศาลากลางจังหวัดยะลา (หลังเก่า) อ.เมือง จ.ยะลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิเพช็ร พิพัฒเพ็ชรภูมิ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา, พ.อ.มณี จันทร์ทิพย์

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา (ฝ่ายทหาร), นายสุรินทร์ เพ็ชรสังข์ ปลัดจังหวัดยะลา ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย หมู่ที่ 1 บ้าน ก.ม. 28 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธปืนสงคราม และระเบิดชนิดแสวงเครื่อง พร้อมอุปกรณ์จุดชนวนได้หลายรายการ ประกอบด้วย

1.ระเบิดชนิดแสวงเครื่องชนิดก้อนขนาดน้ำหนักประมาณ 300 กรัม จำนวน 10 ลูก สภาพพร้อมใช้

2.เชื้อปะทุระเบิดชนิดกระตุกจำนวน 10 ดอก

3.สายไฟอีก 4 มัด

4.อาวุธปืน M16 A1 จำนวน 1 กระบอกหมายเลข 3295770

5.ปืนกลเล็ก M4 จำนวน 1 กระบอก หมายเลข 626289

6.แมกกาซีน M16 จำนวน 1 อันพร้อมกระสุนเต็ม

7.แมกกาซีน M4 จำนวน 2 อัน กระสุนเต็ม

8.ถังแก๊สปิกนิก น้ำหนัก 5 กก. จำนวน 1 ถัง

หลังจากที่ได้รับแจ้งเบาะแส และสืบทราบว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ได้นำอาวุธปืนสงคราม และวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่องมาซุกซ่อนในพื้นที่เป้าหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังร่วมทั้ง 3 ฝ่าย อสจ.ยะลาที่ 1 ร้อย อสอ.เบตง ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ชุด (EOD-ARMY) ตชด.44 เจ้าหน้าที่ สภ.ธารโต สภ.อัยเยอร์เวง และ สภ.เบตง สนธิกำลังเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่

นายกฤษฎากล่าวต่อว่า การตรวจยึดของกลางทั้งหมดในครั้งนี้ ระเบิดชนิดแสวงเครื่องจำนวน 10 ลูก เป็นระเบิดที่คนร้ายได้ใช้ในเขตพื้นที่ของ อ.ธารโตมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งเป็นเหตุให้ชาวบ้านที่มีอาชีพทำสวนยางพารา และเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย

ส่วนอาวุธปืนสงครามที่ตรวจยึดมาได้นั้น เจ้าหน้าที่จะได้มีการประสานไปยังกรมสรรพาวุธทหารบก เพื่อทำการตรวจสอบหมายเลขของอาวุธปืน ว่าเป็นอาวุธปืนที่ถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบปล้นมาจากพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ อย่างไร

ส่วนความคืบหน้าของคดีคนร้ายลอบวางระเบิดชนิดแสวงเครื่องแบบเหยียบ ในสวนยางพารา ในพื้นที่บ้านผ่านศึก ต.คีรีเขต อ.ธารโต นั้น ทาง พ.ต.อ.เฉลิมเกียรติ อัมรากระสินธุ์ ผกก.สภ.ธารโต

ยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูลในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เพราะอาจส่งผลต่อรูปคดีได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวอยู่ บริเวณบ้านหน้าเกษตร ต.ธารโต อ.ธารโต คาดว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดีในเร็วๆ นี้

manager.

ถล่มรถ ผอ.โรงเรียนบ้านดูซงปาแย ดับ 1 บาดเจ็บ 2

21 กรกฎาคม 2553 20:05 น.

ปัตตานี - คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามอาก้า ถล่มรถผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดูซงปาแย เมืองปัตตานี เป็นเหตุให้ผู้อำนวยการโรงเรียนชีวิตทันที และชาวบ้านบาดเจ็บอีก 2 ราย

วันนี้ (21 ก.ค.) เมื่อเวลา 17.00 น. พ.ต.ท.โกวิท รัคนโชติ รอง ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันบนถนนสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส บริเวณบ้านจาแบปะ ม.4 ต.ตอหลัง อ.ยะหริ่ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 2 ราย พลเมืองดีช่วยนำส่งโรงพยาบาลยะหริ่งเป็นการด่วน

ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นทราบชื่อภายหลัง คือ นายพิชัย เสือแสง ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดูซงปาแย สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามอาก้าจำนวนหลายนัด

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ขับรถยนต์คันที่เกิดเหตุออกจากโรงเรียนบ้านดูซงปาแย เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน ในระหว่างที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ 2 คัน หนึ่งในคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามอาก้ากราดยิงจำนวนหลายนัด เข้ามายังรถยนต์คันดังกล่าว เป็นเหตุให้เสียชีวิตทันที และกระสุนยังถูกชาวบ้านที่สัญจรบนถนนสายดังกล่าว

ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ส่วนคนร้ายหลังจากก่อเหตุได้เร่งเครื่องหลบหนีตามเส้นทางไปปาลัสอย่างลอยนวล ซึ่งขณะนี้กำลังในพื้นที่ได้มีการติดตามไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ แต่ยังไม่มีรายงานว่าสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด

manager.

โจรใต้วางระเบิดทหารที่เจาะไอร้องไร้เจ็บแต่รถยนต์หุ้มเกราะเสียหาย

21 กรกฎาคม 2553 09:44 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.นราธิวาส 31 ริมถนนจารุเสถียรสายเจาะไอร้อง-นราธิวาส ไร้เจ็บแต่รถยนต์หุ้มเกราะเสียหาย

วันนี้ (20 ก.ค. 53) เมื่อเวลา 16.50 น. พ.ต.ท.ปกป้อง ท่อแก้ว สว.เวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.นราธิวาส 31 ริมถนนจารุเสถียรสายเจาะไอร้อง-นราธิวาส ช่วงบริเวณบ้านบาโงดุดุง ม.6 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง

พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาสและเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบเสาปูนซิเมนต์กันทางโค้งถูกอนุภาพระเบิดจนหัก และมีหลุมลึก 20 ซ.ม. กว้าง 50 ซ.ม. รวมทั้งเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 15 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อนถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 ทราบว่า ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทหารในสังกัด จำนวน 10 นาย นั่งรถยนต์กระบะหุ้มเกราะขับไล่หลังกันมาจากตัวเมืองนราธิวาส เพื่อเดินทางกลับฐานนั้น ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่แอบลักลอบนำไปไว้ในกระสอบปุ๋ย แล้วนำมาพิงไว้กับโคกเสาปูนซิเมนต์กันทางโค้ง

จนเกิดระเบิดขึ้นขณะที่รถยนต์หุ้มเกราะของทหารขับผ่าน แต่รัศมีการทำลายล้างได้หักเหเข้าไปในป่า จึงทำให้ทหารรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด มีเพียงตัวถังรถด้านซ้ายมือถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายไปเล็กน้อย

manager.

โจรใต้ยิงชาวบ้านดับ 1 ที่ปัตตานี

21 กรกฎาคม 2553 10:09 น.

ปัตตานี - ยิงชาวบ้านเสียชีวิต 1 รายด้วยอาวุธปืนสงคราม M16 ขณะขี่จักรยานภายในหมู่บ้าน ด้านคนร้ายสามารถหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล ประเด็นสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่

วันนี้ (21 ก.ค.) เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 21 กค. พ.ต.อ.ชัชชัย วงศ์สุนะ ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายโคกโพธิ์-บ้านปรัง ม.1 บ้านควนคูหา ต.บ่อทอง นำกำลังเข้าตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบมีผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงคราม M16 จำนวนหลายนัด ทราบชื่อคือนายนายอับดุลรอมัน อาแว อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/1 ม.1 ต.บ่อทอง มีอาชีพรับจ้างสภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม 16 เข้าลำตัว 3 นัด ใกล้กันมีรถจักรยานของผู้ตายล้มอยู่ ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน เอ็น 16 จำนวน 5 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนจากพยานในที่เกิดเหตุทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่รถจักรยานออกจากร้านน้ำชาภายในหมู่บ้านเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน ในระหว่างทางได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขับตามหลังแล้วใช้อาวุธปืนกราดยิงทันทีจนเสียชีวิต ก่อนขึ้นรถยนต์กระบะสีดำยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน ไม่ทราบเลขป้ายทะเบียนที่จอดก่อนแล้วหลบหนีอย่างลอยนวล

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ประสานแจ้งทางวิทยุสื่อสาร เพื่อให้มีการสกัดรถยนต์คันดังกล่าวตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้เป็นทางหลบหนี ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนชนิด M16 จำนวนหนึ่งจึงเก็บไว้ตรวจสอบ

ส่วนประเด็นสาเหตุ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งการสืบสวนและสอบสวน แต่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นห่วงจะเกิดกรณีการยิงเพื่อล้างแค้นระหว่างประชาชนในพื้นที่ หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีพี่ไทยพุทธถูกยิงเสียชีวิตมาอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้ชุดมวลชนสัมพันธ์ต้องรีบลงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างพี่น้องประชาชนในพื้นที่

manager.

ธารโตระอุบึ้มสวนยางซ้ำซาก จนท.-ชาวบ้านตายเจ็บเพียบ ตูมสนั่นโก-ลกหวิดสังเวยอีก 9

Wednesday, 21 July 2010 02:24

ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ธารโต เหยียบกับระเบิดคาสวนยางขาขาดอีกราย หลังบึ้มซ้ำซาก 5 ครั้งในรอบ 3 เดือน เจ้าหน้าที่-ชาวบ้านไม่ตายก็พิการ สุไหงโก-ลกป่วน วางระเบิดศาลาที่พักริมทาง ตูมสนั่นทหาร อส. ประชาชนบาดเจ็บอีก 9 ราย ปัตตานีวุ่นยิงรายวัน 3 เหตุ ตาย 2 เจ็บ 2 เอ็ม 79 โผล่นราฯถล่มสถานีรถไฟบูกิต

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงหน้าเป็นห่วง โดยเฉพาะเหตุระเบิดซ้ำซ้อนที่ อ.ธารโต จ.ยะลา และเหตุระเบิดครั้งรุนแรงอีกครั้งที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

เมี่อวันจันทร์ที่ 19 ก.ค.2553 เวลาประมาณ 13.00 น. ขณะที่ ด.ต.นิยม สุวรรณมณี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม (ผบ.หมู่ ป.) สภ.ธารโต นำกำลังออกสืบสวนหาข่าวกลุ่มคนร้ายในพื้นที่บ้านผ่านศึก หมู่ 2 ต.คีรีเขต อ.ธารโต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุลอบวางกับระเบิดไว้ตามร่องต้นยางพารา เป็นเหตุให้เจ้าของสวนยางพาราเหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตไปแล้วหลายรายในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมานั้น

ปรากฏว่าขณะที่ ด.ต.นิยม กำลังเดินลัดเลาะผ่านเข้าไปในสวนผลไม้และสวนยางพารา ได้เหยียบกับระเบิดที่คาดว่าคนร้ายลอบนำมาฝังไว้ก่อนหน้า จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้ ด.ต.นิยม ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาซ้ายขาด

ต่อมา พ.ต.อ.เฉลิมเกียรติ อัมรากระสินธุ์ ผู้กำกับการ สภ.ธารโต พร้อมด้วย พ.ต.ต.มานพ สืบบุก สารวัตรป้องกันและปราบปราม (สวป.) สภ.ธารโต ได้จัดกำลังเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมประสาน พล.ต.ต.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (รอง ผบช.ศชต.) ให้จัดเฮลิคอปเตอร์บินไปรับตัว ด.ต.นิยม ส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเศษถังแก๊สปิกนิก สะเก็ดระเบิด เศษแบตเตอรี่ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กระจายเกลื่อน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นสันนิษฐานว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลอบนำระเบิดมาฝังไว้หวังขับไล่เจ้าของสวนยางเพาราให้อพยพออกนอกพื้นที่ แต่ ด.ต.นิยม เดินไปเหยียบเสียก่อน จนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

บึ้มสวนยางลูกที่ 2 ในรอบ 3 วัน

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ก.ค.2553 นางแดง มณีโชติ อายุ 52 ปี เจ้าของสวนยางพารา ได้เดินไปเหยียบกับระเบิดจนขาขาดทั้งสองข้าง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดในสวนยางพาราท้องที่บ้านผ่านศึก หมู่ 2 ต.คีรีเขต อ.ธารโต หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง ส.ต.ท.พิภพ ศรีกันยา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้และทำลายล้างวัตถุระเบิด (อีโอดี) ศชต. ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

และพลาดเหยียบกับระเบิดอีก 1 ลูกซึ่งถูกวางไว้ในละแวกเดียวกัน ทำให้ ส.ต.ท.พิภพ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ส่วน ร.ต.ท.ธีรศักดิ์ หลอดแก้ว กับ ด.ต.ชูชาติ คมขำ เพื่อนร่วมทีมของ ส.ต.ท.พิภพ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

อนึ่ง ในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดในสวนยางพาราในท้องที่ อ.ธารโต แล้วถึง 5 ครั้ง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นขาขาดและเสียชีวิตหลายราย

ตูมสนั่นโก-ลก เจ็บระนาว 9 ราย

เมื่อเวลา 17.15 น.วันจันทร์ที่ 19 ก.ค.เช่นกัน ร.ต.ท.นพดล ดิเรกวัฒนสาร ร้อยเวร สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ บริเวณศาลาที่พักริมทาง ตั้งอยู่บริเวณแยกอนุสาวรีย์นกสันติภาพ ถนนเอเซีย 18 ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร อาสารักษาดินแดน (อส.) และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 9 ราย จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บนอนร้องครวญครางอยู่บริเวณศาลาที่พักริมทาง จึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล ส่วนบริเวณพงหญ้าด้านหลังศาลา พบหลุมระเบิดลึก 2 ฟุต กว้าง 5 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดชนิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือกระจายเกลื่อน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการของผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล พบเป็นเจ้าหน้าที่ 6 นาย และชาวบ้าน 3 ราย ประกอบด้วย ส.ท.วสันต์ ชุมพล อายุ 22 ปี พลทหารไพฑูรย์ โพธิ์ศรี อายุ 22 ปี พลทหารวิชิต พรมสาเฆม อายุ 23 ปี อส.ไพโรจน์ สือแม อายุ 33 ปี อส.มนูญศักดิ์ อารง อายุ 29 ปี อส.ซุนกิฟฟี ดาโอ๊ะ อายุ 26 ปี น.ส. ไซด๊ะ ปูละ อายุ 15 ปี นางต่วน ลีมิง อายุ 40 ปี และ นาย วีนัส แก้วอัมพร อายุ 46 ปี

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ท.วสันต์ หัวหน้าชุดจากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 36 ได้นำกำลังทหาร และ อส.ปะจำที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก รวม 6 นาย ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันไปที่ศาลาที่พักริมทางจุดเกิดเหตุ เพื่อรอกำลังภาคประชาชน ในการตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณถนนหน้าศาลา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทั้ง 6 นายกำลังนั่งรออยู่ในศาลา ปรากฏว่ามีคนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ

ใช้โทรศัพท์มือถือกดจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ในพงหญ้ารกทึบด้านหลังศาลา แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บ และรัศมีของระเบิดยังทำให้ชาวบ้านที่กำลังซื้อของอยู่ฝั่งตรงข้ามศาลาซึ่งเป็นร้านเบเกอรี่ได้รับบาดเจ็บด้วยอีก 3 ราย เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ปัตตานีป่วนยิงรายวัน 3 รายซ้อน ตาย 2 เจ็บ 2

วันเดียวกัน ที่ จ.ปัตตานี ยังเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีกหลายเหตุการณ์ โดยเมื่อเวลา 20.00 น. คนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ นายสำเริง ไสสุข อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/1 หมู่ 3 ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 (ปัตตานี-หาดใหญ่) ท้องที่หมู่ 4 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยมี น.ส.กมลทิพย์ เกตุแก้ว อายุ 18 ปี ชาว ต.ตุยง นั่งซ้อนท้ายมาด้วย โดยทั้งคู่เป็นแฟนกัน

เมื่อสบโอกาส คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิงใส่ นายสำเริง กับ น.ส.กมลทิพย์ ทำให้นายสำเริงเสียชีวิต ส่วน น.ส.กมลทิพย์ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าสาเหตุของการดักสังหารเป็นเรื่องชู้สาวหรือการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ก่อนหน้านั้น เวลา 13.00 น. ที่ อ.หนองจิกเช่นกัน คนร้าย 2 คนยืนดักอยู่ริมถนน ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงใส่ นายสัมพันธ์ ลำภา อาวุ 46 ปี ชาว จ.สมุทรสงคราม อาชีพโฟร์แมน (หัวหน้าคนงานก่อสร้าง) บริษัทเจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งรับงานรับเหมาก่อสร้างกองพันพัฒนาและพิทักษ์ทรัพยากรที่ 1 กรมพัฒนาและพิทักษ์ทรัพยากรที่ 3 ขณะขับรถกระบะอยู่บริเวณตลาดนัดกาแลกุโบ หมู่ 2 ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก

มุ่งหน้าไปยังไซต์งานก่อสร้าง เป็นเหตุให้นายสัมพันธ์ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัวหรือการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ไม่หวังดี

คืนวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ค. คนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสามโฉบผ่านไปทางหน้าร้านใหม่ซักอบรีด ตั้งอยู่ริมถนนเจริญประดิษฐ์ หมู่ 1 ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี จากนั้นใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงใส่ นายวีระ ปานทน อายุ 50 ปี อาจารย์วิทยาลัยเทคนิคปัตตานี เสียชีวิต เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นเหตุล้างแค้นส่วนตัว

ที่ จ.ยะลา เย็นวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ค. คนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน มีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ก่อเหตุยิง นายซุลกิฟลี มูซอ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97/1 ถนนสิโรรส ต.สะเตง อ.เมืองยะลา อาชีพรับเหมาก่อสร้าง ขณะที่ นายซุลกิฟลี กำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนในซอยมูซอ 1 ถนนสิโรรส ใกล้สะพานบ้านสะเตง โดยคนร้ายเรียกนายซุลกิฟลีให้จอดรถก่อนจ่อยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์

เป็นเหตุให้นายซุลกิฟลีได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุว่าเป็นการล้างแค้นส่วนตัวหรือสร้างสถานการณ์ของผู้ก่อความไม่สงบ

เอ็ม 79 ถล่มสถานีรถไฟบูกิต 2 ลูกซ้อน

ก่อนหน้านั้นเมื่อกลางดึกคืนวันเสาร์ที่ 17 ก.ค. เกิดเหตุคนร้ายใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 ยิงถล่มสถานีรถไฟบูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส 2 ลูกซ้อน กระสุนตกบริเวณชานชลา โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และสถานีรถไฟก็ไม่ได้รับความเสียหาย โดยภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารที่ตั้งฐานอยู่หลังอาคารสถานีรถไฟได้ยิงปืนขึ้นฟ้า ทำให้คนร้ายล่าถอยไป เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพราะเคยก่อเหตุลักษณะคล้ายคลึงกันมาแล้วถึง 3 ครั้ง

ช่วงเช้ามืดวันศุกร์ที่ 16 ก.ค. กองกำลังผสมตำรวจทหาร บุกเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 49 หมู่ 5 บ้านดอนนา ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังสืบทราบว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับเข้าไปหลบซ่อนตัว ผลการตรวจค้นสามารถจับกุม นายอารง หามะ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคง พร้อมอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นอาวุธของเจ้าของนากุ้งในพื้นที่ อ.หนองจิก ที่ถูกฆ่าตัดคอเมื่อปี 2552

อีกรายเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าจับกุม นายสุฮัยรี นิติจิบุสัต ผู้ต้องหาคดียิงเจ้าของสวนยางพารา ขณะหลบหนีอยู่ในพื้นที่บ้านเพียร ต.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวทั้งคู่ไปสอบปากคำที่หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี

isranews.

โจรใต้วางระเบิดทหารชุด รปภ.ครูที่รือเสาะไร้เจ็บ-ตาย

20 กรกฎาคม 2553 12:19 น.

นราธิวาส - ทหารและลูกจ้างรอดตายหวุดหวิด หลังโจรใต้ก่อเหตุกดมือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ใต้ตอไม้ในกองฟาง จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บ-ตาย

วันนี้ (20 ก.ค.) เมื่อเวลา 08.30 น. ร.ต.ท.อุกฤษฎ์ สังฆะมณี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู สังกัด ร้อย ร.1021 ฉก.นราธิวาส 30 เหตุเกิดบริเวณข้างโรงสีร้างในหมู่บ้านลูโบ๊ะปูโละ ม.3 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.พชร ณ นคร รอง ผกก.ป.สภ.รือเสาะ

พ.ต.ณัฎฐพงศ์ อัศวินวงศ์ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุบริเวณตอไม้ในกองฟางข้างโรงสีร้างมีหลุมลึก 4 ฟุต กว้าง 5 ฟุต มีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ส.อ.เอกพล โมกทิพย์ หัวหน้าชุด ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกำลัง รวม 4 นายและลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน จำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันเป็นพาหนะออกจากฐานเพื่อเดินทางไปตรวจสอบความเรียบร้อยของเส้นทาง เมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จได้นำกำลังแยกย้ายกันยืนบล็อกเส้นทางให้คณะครูโรงเรียนบ้านสามัคคีและครูโรงเรียนบ้านสุวารี ขับยานพาหนะเพื่อเดินทางไปสอนหนังสือตามปกติเป็นกิจวัตร

ในระหว่างที่ยืนบล็อกเส้นทางอยู่นั้นได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ใต้ตอไม้ในกองฟาง จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากรัศมีการทำลายล้างได้หักเหเข้าไปในป่ารกทึบ จึงทำให้ทหารและลูกจ้างรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด

manager.

บึมศาลาริมทาง เจ็บ9ราย ป่วนใต้รายวัน

19 กรกฎาคม 2553, 20:45 น.

โจรใต้แฝงตัวใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดศาลาที่พักริมทางกลางเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ทหาร อาสาสมัครและชาวบ้านบาดเจ็บ 9 ราย โดยไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว.....

เมื่อวันที่ 19 ก.ค.เวลา 17.15 น.ร.ต.ท.นพดล ดิเรกวัฒนสาร ร้อยเวร สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ ที่บริเวณศาลาที่พักริมทาง ซึ่งตั้งอยู่สามแยกอนุสาวรีย์นกสันติภาพ

ถนนเอเซีย 18 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร อส.และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บรวม 9 ราย จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดที่บริเวณพงหญ้ารกทึบ ด้านหลังของศาลาที่พักริมทางลึก 2 ฟุต กว้าง 5 ฟุต และมีเศษชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ

กระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่มูลนิธิธารน้ำใจสุไหงโก-ลก ได้นำตัวส่ง รพ.สุไหงโก-ลก ไปก่อนหน้าแล้ว โดยถูกสะเก็ดตามบริเวณลำตัว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ 6 นายและชาวบ้าน 3 ราย

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ท.วสันต์ หัวหน้าชุด สังกัดร้อย ร.1922 ฉก.นราธิวาส 36 ได้นำกำลังทหารและ อส.อ.สุไหงโก-ลก รวม 6 นาย ขี่รถ จยย.3 คัน มาที่ศาลาที่พักริมทางจุดเกิดเหตุ

เพื่อรอกำลังภาคประชาชน ในการตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่บริเวณถนนหน้าศาลาที่เกิดเหตุ และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทั้ง 6 นาย กำลังนั่งอยู่นั้น ได้มีคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ

ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ในพงหญ้ารกทึบริมทางด้าน หลังของศาลาที่พัก จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ถูกสะเก็ดระเบิดกระเด็นไปคนละทิศละทาง และยังส่งผลทำให้ชาวบ้านที่กำลังซื้อของอยู่ที่บริเวณหน้าร้านบาบูเบเกอร์รี่ ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บไปด้วย 3 คน.

thairath.

บึ้มไม่หยุด! ฮ.ลำเลียง ตร.เหยียบกับระเบิดส่งยัง รพ.ม.อ.

19 กรกฎาคม 2553 17:34 น.

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เฮลิคอปเตอร์ตำรวจ ลำเลียง ด.ต.นิยม สุวรรณมณี ตำรวจ สภ.ธารโต จ.ยะลา ที่เหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัสส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) ภรรยาเผยสามีปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญบาดเจ็บสาหัสครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง

วันนี้ (19 ก.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. เฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลำเลียง ด.ต.นิยม สุวรรณมณี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ธารโต จ.ยะลา ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) เป็นการด่วน

หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุเหยียบกับระเบิด ขณะออกปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่ที่บ้านผ่านศึก หมู่ที่ 2 ต.คีรีเขต อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (19 ก.ค.)

แรงระเบิดส่งผลให้ขาซ้ายของ ด.ต.นิยมหักและเป็นแผลฉกรรจ์ และทันทีที่เดินทางมาถึงโรงพยาบาลสงขลานครินทร์แพทย์ได้นำเข้าห้องผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตเป็นการด่วน ขณะที่ภรรยาของ ด.ต.นิยม ซึ่งเดินทางมากับเฮลิคอปเตอร์พร้อมกันเฝ้าดูแลสามีด้วยความเป็นห่วง

พร้อมกับเผยว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ ด.ต.นิยมได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่และต้องถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยครั้งแรกบาดเจ็บสาหัสจากการปะทะกับกลุ่มคนร้ายเมื่อปี 49

สำหรับเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่บ้านผ่านศึก หมู่ 2 ต.คีรีเขต อ.ธารโต จ.ยะลา เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนที่ผ่านมา เป็นให้ชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย คือ นางแดง มณีโชติ อายุ 52 ปี เจ้าของสวนยาง เดินเหยียบกับระเบิดขาขาดทั้งสองข้าง

เสียชีวิตในเวลาต่อมา และหลังจากนั้น ส.ต.ท.พิภพ ศรีกันยา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้ได้เหยียบกับระเบิดอีกลูกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้เสียชีวิตขณะเข้าเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุในระยะห่างกันเพียง 1 ชั่วโมง

manager.

โจรใต้ยิงเอ็ม 79 ถล่มสถานีรถไฟเจาะไอร้อง 2 ลูกซ้อน

18 กรกฎาคม 2553 12:09 น.

นราธิวาส - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เจาะไอร้อง เข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายยิงระเบิด เอ็ม 79 ใส่สถานีรถไฟบูกิต จำนวน 2 ลูกซ้อน โชดดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

วันนี้ (18 ก.ค.) เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส พ.ต.ท.เลียบ พรมจันทร์ รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน นปพ.จ.นราธิวาส

และ ร.ต.อ.หมัดอุเส็น เหมาะสะนิ พนักงานสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปยังสถานีรถไฟบูกิต อ.เจาะไอร้อง

ซึ่งตั้งอยู่บ้านโต๊ะเล็ง ม.3 ต.บูกิต ที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืน เอ็ม 79 ยิงถล่มใส่สถานีรถไฟบูกิต จำนวน 2 ลูกซ้อน เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.50 น.ของคืนวันที่ 17 ก.ค. 53 ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เกรงกลุ่มคนร้ายจะวางแผนลวงยิงถล่มซ้ำ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบร่องรอยหลุมลูกระเบิด เอ็ม 79 ลูกที่ 1 ตกอยู่ที่บริเวณชานชาลาด้านขวามือของสถานีรถไฟ ซึ่งห่างจากอาคารประมาณ 5 เมตร ลึก 5 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว และมีเศษซากชิ้นส่วนของลูกระเบิดเอ็ม 79

ตกอยู่บนพื้นชานชาลา ส่วนลูกที่ 2 ตกอยู่ภายในสวนเงาะข้างฐานปฏิบัติการทหารสังกัดร้อย ร.15132 ฉก.นราธิวาส 31 ซึ่งมีหลุมลึก 6 นิ้ว กว้าง 8 นิ้ว และมีเศษซากชิ้นส่วนของลูกระเบิด เอ็ม 79 ตกกระจายเกลื่อนเหมือนจุดที่ 1 เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน จ.ส.อ.สุทัศน์ อิ่มพราหมณ์ หัวหน้าชุด ร้อย ร.15132 ฉก.นราธิวาส 31 ซึ่งตั้งฐานอยู่หลังอาคารสถานีรถไฟบูกิต อ.เจาะไอร้อง ทราบว่า ในช่วงที่เจ้าหน้าที่ทหารได้กระจายกำลังกันเดินตรวจสอบความเรียบร้อยอาคารของสถานีรถไฟอยู่นั้น

ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนอาศัยความมืดแฝงตัวอยู่ที่บริเวณถนนพาดเส้นทางรถไฟ ห่างจากสถานีรถไฟบูกิต ประมาณ 150 เมตร ใช้อาวุธปืนเอ็ม 79 ยิงถล่มใส่อาคารสถานีรถไฟบูกิต อ.เจาะไอร้อง จำนวน 2 ลูกซ้อน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่กระสุนพลาดเป้า

เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้เข้าที่กำบังและใช้อาวุธปืนประจำกายยิงขู่ขึ้นฟ้าจำนวน 1 ชุดใหญ่ กลุ่มคนร้ายจึงได้พากันล่าถอยไป เมื่อเสียงปืนสงบลงจึงได้เข้าตรวจสอบ และพบว่าผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมทั้งทรัพย์สินไม่ได้รับความเสียหาย จึงได้แจ้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เจาะไอร้องให้รับทราบดังกล่าว

ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เนื่องจากในช่วง 1 ปีเศษที่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 79 ยิงถล่มใส่ฐานและสถานีรถไฟดังกล่าวมาแล้วรวม 3 ครั้ง

manager.

ธารโตเดือดวางกับระเบิดลวง ตร.เหยียบตูมเจ็บ 3

16 กรกฎาคม 2553, 17:50 น.

ส.ต.ท.ชุดกู้บึมโชคร้าย เหยียบกับระเบิดในสวนยางธารโต ขณะเข้าตรวจสอบเหตุร้ายก่อนหน้า ทำให้ขาขาดทั้ง 2 ข้าง มี ด.ต.กับ ร.ต.ท.เจ็บอีก 2...

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2553 เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ นางแดง มณีโชติ อายุ 52 ปี เหยียบกับระเบิดในสวนยางพารา บริเวณ ม.2 ต.คีรีเขต อ.ธารโต จ.ยะลา เสียชีวิต เหยียบกับระเบิดที่คนร้ายวางไว้อีก 1 ลูก ได้รับบาดเจ็บรวม 3 นาย

เหตุการณ์ดังกล่าว สืบเนื่องจาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ศชต. เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุปรากฏว่า ส.ต.ท.พิภพ ศรีธัญญา เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ได้เหยียบกับระเบิดที่คนร้ายวางไว้อีก 1 ลูก

ห่างจากจุดแรกประมาณ 20 เมตร จนเกิดการระเบิดเสียงดังสนั่น และทำให้ ส.ต.ท.พิภพ ได้รับบาดเจ็บสาหัสขาขาดทั้ง 2 ข้าง นอกจากนั้นยังมี ด.ต.ชูชาติ คมขำ และ ร.ต.ท.ธีรศักดิ์ หลอดแก้ว เจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีสำคัญ ศชต.ได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.เฉลิมเกียรติ อัมรากระสินธุ์ ผกก.สภ.ธารโต ซึ่งนำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลธารโตแล้วส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เบื้องต้น เชื่อว่า เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบชุดเดียวกันกับที่วางกับระเบิดทำร้ายนางแดง เพื่อลวงเจ้าหน้าที่

thairath.

สำรวจ 3 พื้นที่"อ้างหยุดยิง" ชาวบ้านขำกลิ้ง นายอำเภอไม่เชื่อ!

Friday, 16 July 2010 22:14

การลงพื้นที่สำรวจความเห็นของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐในท้องที่ 3 อำเภอของ จ.นราธิวาส คือ อ.ระแงะ อ.ยี่งอ และ อ.เจาะไอร้อง ของ "ทีมข่าวอิศรา" เกี่ยวกับประเด็นร้อนว่าด้วยการ "หยุดยิง" เป็นเวลา 1 เดือนนั้น พบข้อมูลและความเห็นของผู้คนในพื้นที่เหล่านี้อย่างหลากหลายและน่าสนใจยิ่ง

ก่อนหน้านี้ เมื่อราววันที่ 10 ก.ค.2553 กลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็น "ขบวนการปลดปล่อยมลายูปัตตานี" หรือ พีเอ็มแอลเอ็ม (The Pattani Malay Liberation Movement : PMLM) ได้กระจายข่าวผ่านสื่อบางแขนงว่า พีเอ็มแอลเอ็มซึ่งเป็นการรวมตัวกันของสมาชิกกลุ่มพูโล กับ บีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต ได้ประกาศมาตรการหยุดยิงฝ่ายเดียวเป็นเวลา 1 เดือน ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.ถึง 10 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความจริงใจต่อรัฐบาลไทย และยืนยันศักยภาพของกลุ่มในการควบคุมกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ โดยหวังผลสร้างความเชื่อมั่นในการเปิดเจรจากับรัฐบาลไทย

นอภ.ระแงะ: หยุดยิงกับใคร วันก่อนเพิ่งระเบิด

จากการพูดคุยกับ นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอระแงะ เขาเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าข่าวการประกาศหยุดยิงมาจากไหน เพราะส่วนตัวก็ได้แต่ทำงานไปเรื่อย แต่ก็ทราบข้อมูลมาบ้างเหมือนกัน เป็นการทราบจากข่าวที่ไม่รู้แหล่งที่มา

"ผมก็ได้ยินมา แต่ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย เพราะไม่รู้ว่าใครจะหยุดยิงกับใคร แต่เขาว่ากันอย่างนั้น ตามความรู้สึกส่วนตัวแล้ว ผมไม่รู้ว่าจะหยุดยิงได้อย่างไร เพราะเมื่อคืนก่อนก็มีการวางระเบิด และก็มีเหตุการณ์คล้ายๆ การตอบโต้กันตามมาอีก"

นายอำเภอระเงะ เผยความรู้สึกด้วยว่า ถ้าจะให้ดี ไม่อยากให้มีข่าวหรือการประกาศอะไรเกี่ยวกับหยุดยิงน่าจะดีกว่า เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้น

"ถ้าจะให้ดี อยู่เงียบๆ ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปประกาศให้รู้กันเป็นวงกว้าง เพราะตอนที่ไม่มีประกาศอะไร ทุกคนก็สามารถทำงานได้ แต่พอประกาศขึ้นมา การทำงานก็มีอุปสรรคขึ้น ยากขึ้น อีกอย่างเจ้าหน้าที่ก็เหนื่อยเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า คืองานของผมมักจะออกทำกันตอนกลางคืนตลอด พอมีข่าวแบบนี้จะออกไปทำงานเหมือนปกติก็ยากขึ้น เพราะมันเกิดความสับสน ถ้าประกาศก็ประกาศให้รู้กันภายในก็ได้ คนทำงานในพื้นที่เขาไม่ยุ่งอยู่แล้ว ถ้าเป็นเรื่องนโยบายก็เป็นเรื่องระดับนโยบายไป ระดับพื้นที่คงไม่เกี่ยวข้องด้วย” นายศุภวริศ ย้ำ

นอภ.ยี่งอ: แค่สร้างกระแส ไม่ใช่ของจริง

นายสมศักดิ์ สิทธิวรการ นายอำเภอยี่งอ กล่าวว่า ทราบข่าวเรื่องหยุดยิงมาบ้าง แต่ก็เชื่อว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เพราะตามที่อ้างว่าขบวนการปลดปล่อยมลายูปัตตานีประกาศหยุดก่อเหตุในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.ระแงะ อ.ยี่งอ และ อ.เจาะไอร้อง ก็ไม่เห็นว่าจะมีการหยุดยิงจริงตามที่ประกาศ เชื่อว่าเป็นการสร้างกระแสมากกว่า และชาวบ้านเองก็รู้ว่ามันไม่ใช่ของจริง

นอภ.เจาะไอร้อง: ชาวบ้านมองเป็นเรื่องตลก

ขณะที่ นายนิมิตร ภูมิประเสริฐ นายอำเภอเจาะไอร้อง กล่าวว่า ทราบข่าวเรื่องหยุดยิงเช่นกัน แต่ก็มานั่งคิดอยู่ว่าเป็นการตกลงกับใคร แล้วมาบอกว่าตกลงกับหัวหน้า หรือควบคุมกองกำลังในพื้นที่ได้ แต่คำถามคือใครเป็นหัวหน้า ผู้สั่งการของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใน อ.เจาะไอร้อง รู้หรือเปล่าว่าเป็นใคร ถ้ารู้ก็แสดงว่าเก่งที่สามารถคุยกันได้

"ช่วงที่ผ่านมา อ.เจาะไอร้อง ไม่ค่อยมีเหตุรุนแรงจริงๆ แต่สาเหตุที่เหตุการณ์ไม่ค่อยเกิด เป็นเพราะนายอำเภอลงพื้นที่บ่อย ออกทุกวัน ทำงานมวลชนกับชาวบ้าน สร้างความเข้าใจ สถานการณ์ขณะนี้มีอย่างเดียวที่ต้องทำคือสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน ให้ชาวบ้านได้รู้ว่าการกระทำของฝ่ายตรงข้ามคือการทำลายศาสนา เพราะสิ่งที่ถูกคือถ้าเราเดินบนถนนแล้วเราเห็นหนาม เราต้องเอาหนามออก แต่ปัจจุบันแทนที่จะเอาหนามออก กลับเอาตะปูไปโปรย เราสอนให้ลูกหลานเราไปวางระเบิด มันก็ไม่ถูกต้อง" นายนิมิตร กล่าว

เมื่อถามย้ำเกี่ยวกับข่าวการประกาศหยุดยิง นายอำเภอเจาะไอร้อง กล่าวว่า จะหยุดยิงได้อย่างไร เนื่องจากทุกอำเภอยังเกิดเหตุรุนแรงตลอด เฉพาะที่ อ.เจาะไอร้อง วันที่ 18 มิ.ย. (ช่วงที่อ้างว่ามีการประกาศหยุดยิง) ก็เกิดระเบิดในพื้นที่ ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บหลายนาย ส่วนที่ อ.ยี่งอ อ.ระแงะ ก็มียิงรายวัน ฉะนั้นมันคงไม่ใช่แล้ว

"สรุปคือว่าคนร้ายก็คือคนร้าย แต่ก็ไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ อาจเป็นงานจิตวิทยาก็ได้ รัฐบาลอาจต้องการทำให้ชาวบ้านเห็นว่าตอนนี้มีการพูดคุย มีการเจรจากันอยู่ ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องกลัวอีกแล้ว" นายนิมิตร กล่าว

เมื่อสอบถามถึงท่าทีของชาวบ้านในพื้นที่ นายอำเภอเจาะไอร้อง บอกว่า "ชาวบ้านมองเป็นเรื่องตลก ชาวบ้านหัวเราะ มาถามว่าเขาตกลงกับใคร ผมตอบไปว่าผมก็ไม่ทราบ แต่ถ้ามีการเจรจาจริงก็โอเค เห็นด้วย นี่ก็เกินกำหนดเวลาที่อ้างว่าหยุดยิงแล้ว แต่เหตุการณ์ก็ยังเกิดขึ้นเหมือนเดิม”

ชาวบ้าน: แม้กลุ่มนี้หยุดยิง แต่กลุ่มอื่นยังไม่หยุด

ด้านความเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ นางแมะซง กาเล็ง ชาว อ.ยี่งอ กล่าวว่า ไม่รู้เรื่องข่าวหยุดยิงเลย และไม่เชื่อว่าจะมีจริง เพราะคิดว่าปัญหาภาคใต้ไม่มีวันสงบได้ถ้าชาวบ้านยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ฉะนั้นใครหรือฝ่ายไหนจะออกมาประกาศกี่ครั้งก็ไม่จบหรือสงบลงได้ ที่สำคัญคนที่ก่อเหตุไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียว หากกลุ่มนี้ไม่ก่อเหตุ อีกกลุ่มก็ต้องมาก่อเหตุเพื่อให้พื้นที่นี้เกิดความรุนแรงอยู่ตลอด

นายแวนาแซ กูแวกามา ชาวบ้านไอร์ปาแย ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง กล่าวว่า ยังไม่ทราบข่าวเลย ถ้ามีการหยุดยิงจริงก็ดี แต่ที่ผ่านมาก็ยังมีเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จะมาบอกว่าเหตุการณ์สงบลงคงไม่ได้ ตอนนี้เหตุก็เกิดขึ้นอยู่ ยังไม่หยุด จะให้เชื่อว่าหยุดยิงคงลำบาก ส่วนฝ่ายที่ออกมาประกาศใช่ของจริงหรือเปล่าก็ไม่มีใครตอบได้เหมือนกัน

นางนิรมล กลางแท่น สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ยี่งอ กล่าวว่า พอจะทราบข่าวที่ว่ามีการพูดคุยเรื่องหยุดยิงอยู่บ้าง หากกลุ่มที่ประกาศเป็นของจริงก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะช่วงที่ผ่านมาเหตุการณ์รุนแรงก็ลดลง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหยุดไปเสียทีเดียว

"ตอนนี้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีแค่เรื่องการก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน แต่ยังมีการก่อการร้ายที่เกี่ยวกับการเมือง ก่อการร้ายที่เกี่ยวกับยาเสพติดด้วย อย่าง อ.ยี่งอ ตอนนี้ชาวบ้านเชื่อว่าไม่มีกลุ่มขบวนการที่มาจากคนในพื้นที่แล้ว ส่วนใหญ่ที่เข้ามาก่อเหตุมาจากต่างถิ่นทั้งหมด พวกนั้นส่วนใหญ่จะเป็นพวกรับจ้าง ขณะที่คนในพื้นที่ถูกทหารพาไปอบรมหมดแล้ว และเหตุการณ์ที่ยังเกิดขึ้นก็เป็นการก่อเหตุกันเองเพื่อให้ดูว่าในพื้นที่ยังเกิดเหตุอยู่" นางนิรมล กล่าว

อดีตรองแม่ทัพ: บีอาร์เอ็นฯไม่มีนโยบายหยุดยิง

พล.ต.สำเร็จ ศรีหร่าย อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ) เจ้าของงานวิจัยเรื่อง "บีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต" กล่าวกับ "ทีมข่าวอิศรา" ว่า กระแสข่าวหยุดยิงไม่เป็นความจริง เพราะกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นขบวนการพีเอ็มแอลเอ็ม ไม่สามารถสั่งการกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ได้ ไม่ว่าจะอำเภอไหนก็ตาม

"เท่าที่ผมได้ศึกษาโครงสร้างของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง พบว่าการที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะออกมากล่าวอ้างว่าสามารถสั่งการให้กองกำลังติดอาวุธออกปฏิบัติการหรือหยุดปฏิบัติการได้นั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะการจัดโครงสร้างของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมีการตัดตอนทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง จึงไม่มีใครรู้จักคนในขบวนการทั้งหมด แต่ทุกส่วน (หรืออาจจะเรียกว่าเซลล์อิสระ) ทำภารกิจเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือแบ่งแยกดินแดนตามที่กลุ่มขบวนการได้บ่มเพาะความคิดและอุดมการณ์มายาวนานกว่า 20 ปี"

พล.ต.สำเร็จ บอกด้วยว่า แนวคิดเรื่องการหยุดยิง ไม่มีทางเป็นนโยบายของกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต เพราะยุทธศาสตร์ของกลุ่มนี้คือการก่อความรุนแรงไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้มวลชน และล่อให้รัฐเปิดปฏิบัติการตอบโต้ ซึ่งก็จะทำให้รัฐเสียมวลชนไปเรื่อยๆ กลายเป็นแนวร่วมมุมกลับของกลุ่มขบวนการ และในที่สุดประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ก็จะกลายไปเป็นมวลชนของขบวนการ

"บีอาร์เอ็นไม่สนใจเรื่องหยุดยิง เขามีแต่จะก่อความรุนแรงเพื่อให้เกิดผลตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ ฉะนั้นผมไม่เชื่อข่าวนี้ และสรุปได้ว่าไม่ใช่ข่าวจริง รวมทั้งที่ว่าพูโลจับมือกับบีอาร์เอ็นด้วย เนื่องจากกลุ่มพูโลไม่มีศักยภาพอะไรแล้ว" อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว

และทั้งหมดนี้คือข้อคิดเห็นล่าสุดจากทุกฝ่ายในพื้นที่จริงที่มีต่อข่าวประกาศ "หยุดยิง" ของขบวนการพีเอ็มแอลเอ็ม!

isranews.

โจรใต้ดักซุ่มยิงตชด.ระแงะเจ็บ2

14 กรกฎาคม 2553, 23:34 น.

คนร้าย ซุ่มยิง คณะ ผกก.ตชด.41 ที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ขณะนั่งรถเยี่ยมปลอบขวัญกำลังพล ตชด. ส่งผลให้บาดเจ็บ 2 นาย... เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 14 ก.ค. 2553 ร.ต.อ.ศรเพชร ตันติอมรชัยกุล ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส

รับแจ้งเหตุคนร้ายดักซุ่มยิงขบวนรถยนต์ของ ผกก.ตชด.24 จ.อุดรธานี ขณะนั่งรถยนต์ไปเยี่ยมปลอบขวัญกำลังพลที่ตั้งฐานอยู่ที่ อ.จะแนะ เหตุเกิดบนถนนสายดุซงญอ-ตันหยงมัส บ้านกาลิซา หมู่ 2 ต.กาลิซา ทำให้เจ้าหน้าที่ ตชด.ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ พ.ต.ท.เลียบ พรมจันทร์ รอง ผกก.นปพ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าสีขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีร่องรอยถูกกระสุนปืนที่บริเวณตัวถังด้านซ้ายพรุนทั้งแถบ แถมกระจกหน้าและด้านซ้ายถูกกระสุนปืนแตกละเอียด รวมทั้งยางล้อหลังซ้าย 1 เส้น ที่จอดอยู่ริมถนน และจากการตรวจสอบบริเวณป่าสวนยางพาราที่รกทึบ

เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน เอ็ม.16 ของคนร้ายตกอยู่จำนวน 2 จุดใหญ่ รวม 25 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยทั้ง 2 นาย คือ ด.ต.โชคดี บัวถนอม หัวหน้าชุด และ ด.ต.ฉลอง สุนเจิม แพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนให้กลับไปพักรักษาตัวที่ฐาน

จากการสอบสวน ด.ต.ประมวล นวะศรี ผบ.หมู่ ตชด.24 จ.อุดรธานี ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.โชคดี บัวถนอม หัวหน้าชุด ได้นำกำลัง รวม 5 นาย นั่งรถยนต์กระบะออกจากฐาน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณข้าง อบต.ดุซงญอ อ.จะแนะ เพื่อเดินทางไปรับคณะ พ.ต.อ.สุภัทร ม่วงสมัย ผกก.ตชด.24 ที่ตลาด อ.ระแงะ

เพื่อเดินทางมาเยี่ยมปลอบขวัญกำลังพลในพื้นที่ โดย ด.ต.โชคดี หัวหน้าชุด ได้นั่งรถยนต์กระบะนำหน้าขบวน โดยมี พ.ต.อ.สุภัทร ผกก.ตชด 24 นั่งรถยนต์ตู้โดยสารตามหลังมาห่าง ๆ เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเนินเขาสวนยางพาราที่สูงชันทั้ง 2 ฟากถนน ได้มีคนร้ายจำนวน 2-3 คน ดักซุ่มอยู่ในป่าสวนยางพารา เมื่อรถยนต์กระบะของ ด.ต.โชคดี หัวหน้าชุดขับผ่าน

คนร้ายได้ใช้อาวุธปืน เอ็ม 16 ยิงถล่มใส่จำนวนชุดใหญ่ จนกระสุนเฉียวที่บริเวณศีรษะของ ด.ต.โชคดี หัวหน้าชุด และ ด.ต.ฉลอง สุนเจิม พลขับรถยนต์ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ด.ต.โชคดี หัวหน้าชุด จึงได้วิทยุประสานไปยังเจ้าหน้าที่ประจำรถยนต์ตู้โดยสาร ที่ พ.ต.อ.สุภัทร ผกก.ตชด.ที่ 24 นั่งมาให้รับทราบ และได้สั่งให้พลขับรีบขับรถออกจากที่เกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว

thairath.

พบแกนนำโจรใต้เหตุยิงปะทะเคยโดนหมายจับ 7 คดี

15 กรกฎาคม 2553 18:26 น.

ปัตตานี - คืบหน้าเหตุยิงปะทะที่บ้านตุนหยงจ.ปัตตานี จนท.ระบุแกนนำก่อความไม่สงบมีหมายจับ 7 คดี ทั้งยิงทหาร ตำรวจ ครู ตชด.หญิง กำนัน เผาโรงเรียน

กรณีเหตุยิงปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบที่บ้านเลขที่ 49 ม.3 บ้านตุนหยง ต.สาคอบน อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ นายสาบูดิง เด็ง อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาหมายจับและเป็นแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบเสียชีวิต ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังเหตุยิงปะทะว่า เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 15 ก.ค. พ.ต.อ.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี พร้อมด้วย พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ปัตตานี 25 ได้เข้าไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม และตรวจสอบความเสียหายของบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นของ นายยูโซ๊ะ มะยี อายุ 68 ปี ปรากฏว่าสภาพบ้านมีรูกระสุนนับร้อยรูทำให้ตัวบ้าน หลังคาบ้านและข้าวของภายในบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก

จากความเสียหายครั้งนี้ ทาง พลตรีจีระศักดิ์ ชมประสบ ผบ.ฉก.ปัตตานี ระบุว่า จะดำเนินการเยียวยาซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมโดยเร็ว ส่วน นายอิสมาแอ แยนา อายุ 29 ปี ผู้ต้องสงสัยซึ่งอยู่ร่วมกับ นายสาบูดิง บนบ้านก่อนการปะทะกันและได้ลงมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ถูกนำไปควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก เพื่อสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและอยู่ในเครือข่ายกลุ่มก่อความไม่สงบหรือไม่

เบื้องต้น นายอิสมาแอ ให้การว่า รู้จักกับ นายสาบูดิง เพราะเรียนหนังสือมาด้วยกัน และที่มาหาตนที่บ้านเกิดเหตุ เพราะมาขอละหมาด ส่วนเรื่องก่อความไม่สงบ ตนไม่รู้เรื่องจนมีเจ้าหน้าที่มาปิดล้อมและปะทะครั้งนี้

สำหรับอาวุธปืนขนาด .45 ของ นายสาบูดิง ที่ใช้ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่นั้น เป็นปืนของ นายอามะ สามะ กำนัน ต.ปะโด อ.มายอ ที่ นายสาบูดิง ลอบยิงเสียชีวิตและขโมยปืนไปเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2552 และจากการตรวจสอบข้อมูลประวัตินายสาบูดิง พบว่ามีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 7 คดี ประกอบด้วย 1.เมื่อวันที่ 30 ก.ค.50 พยายามฆ่า นายดอเลาะ เด็ง นายก อบต.ปะโด 2.เมื่อวันที่ 13 ส.ค.51 ลอบเผาโรงเรียนบ้านปาตะกูโบร์ ต.สาคอบน

3.เมื่อวันที่ 13 ก.พ.52 ยิง นายมือลี ตายา เสียชีวิต 4.เมื่อวันที่ 13 ส.ค.52 ลอบยิง ส.ต.ท.หญิงศุภาวดี ตั้งประสพสุข ครู ตชด.โรงเรียน ตชด.พิทยานุเคราะห์ 4 เสียชีวิต 5.เมื่อวันที่ 9 พ.ย.52 พยายามฆ่า จ.ส.ต.รอมือลี ประชานิยม 6.เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.52 ร่วมกันพยายามฆ่า นายการียา อาแว และ 7.เมื่อวันที่ 30 เม.ย.52 ฆ่า นายอามะ สามะ กำนัน ต.ปะโด

ด้าน พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า คนร้ายที่ถูกวิสามัญถือเป็นแกนนำระดับปฏิบัติการณ์คอมมานโด และเป็นเครือข่ายกลุ่มของ นายมาหามะ จาจ้า แกนนำคนสำคัญ โดยชุดสืบสวนทราบความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้แล้ว ว่า นายสาบูดิง เข้ามาเคลื่อนไหวเพื่อประชุมเตรียมสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ แต่เป็นความโชคดีที่ส่วนหนึ่งมีชาวบ้านที่เป็นฝ่ายรัฐได้แจ้งข้อมูล ว่า นายสาบูดิง เข้ามาหลบซ้อนตัวจึงสามารถหยุดความเคลื่อนไหว

อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มก่อความไม่สงบ ก็ถือเป็นการปฏิบัติภารกิจตามสถานการณ์ เพราะก่อนปะทะกัน เจ้าหน้าที่พยายามเจรจาโดยให้อิหม่าม หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจรจาหลายชั่วโมง แต่คนร้ายก็ไม่ยินยอม

ภายหลังจากได้รับการตอบโต้จาก นายสาบูดิง ได้ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตลอด เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจยุติสถานการณ์โดยเร็ว ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ได้มีการกำชับให้กำลังในพื้นที่มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น ป้องกันกลุ่มแนวร่วมออกมาตอบโต้สถานการณ์

manager.

หน่วยข่าวฯแจ้งโจรใต้ซุ่มป่วน สั่งคุมชุดรปภ.ครูยะลา

14 กรกฎาคม 2553, 11:59 น.

กอ.รมน.ภาค 4 ปฏิเสธข่าวการหยุดยิงของกลุ่มก่อเหตุรุนแรงใน 3 อำเภอนราฯ ยันไม่มีการเจรจาหยุดยิง ระบุ1เดือนที่ผ่านมาเกิดเหตุ10ครั้ง หน่วยข่าวฯแจ้งโจรใต้ซุ่มป่วนอีก สั่งคุมเข้าชุด รปภ.ครูยะลา...

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน. ภาค 4 สน. ได้ออกมาปฏิเสธข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ

ที่ระบุว่าขบวนการเพื่ออิสรภาพชาวมาลายูปัตตานี หรือ The Pattani Malay Liberation Movement (PMLM) ได้ประกาศจะหยุดยิงใน 3 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส ได้แก่ อำเภอระแงะ ยี่งอและเจาะไอร้อง เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. และสิ้นสุดในวันที่ 10 ก.ค.

โดยได้สื่อสารกับรัฐบาล แต่ไม่ได้รับการเผยแพร่คำแถลงการณ์การหยุดยิงว่า ได้รับการยืนยันจากหน่วยในพื้นที่ว่า ไม่มีการเจรจาแต่อย่างใด และในห้วงเวลาดังกล่าวยังปรากฏเหตุร้ายในพื้นที่ 3 อำเภอ อาทิ การก่อเหตุระเบิดที่อำเภอเจาะไอร้องเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. นอกจากนั้น ยังมีเหตุยิงอีกหลายเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

ส่วนข้อมูลที่บอกว่ามีการเจรจาทางลับ พล.ท.พิเชษฐ์วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 ยังสงสัยในประเด็นว่าเหตุการณ์ได้ผ่านมาแล้ว 1 เดือน พอมาช่วงท้ายของเหตุการณ์ถึงมาปรากฏเป็นข่าวเผยแพร่ออกมาซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4

ส่วนหน้า ได้วิเคราะห์ข่าวพบว่า หลังจากมีข่าวสารการตั้งกลุ่มใหม่ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในต่างประเทศก็มี ความพยายามที่จะชี้แจงผลงานว่ามีศักยภาพในการดำเนินการต่างๆ การก่อเหตุร้ายในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากน้อยเพียงใด และกล่าวอ้างว่าสามารถสั่งการได้ นอกจากนี้

ในช่วงวันที่ 10 มิ.ย. ถึง 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุรวม 10 ครั้งแบ่งเป็นเหตุระเบิด 1 ครั้ง เหตุยิง 9 ครั้งมีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บ 6 ราย

ด้านหน่วยข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่ยะลาได้แจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ และ ฝ่ายปกครองให้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดเนื่องจาก ที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่ากลุ่มก่อเหตุรุนแรงซึ่ง

ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดก่อเหตุหรือมีการหยุดยิงตามที่เป็นข่าวล่าสุด นายอิสมะแอ ระยะหลง แกนนำคนสำคัญได้เรียกประชุม อาร์.เค.เค ระดับปฏิบัติการในพื้นที่เขตเมืองยะลา จำนวน 6 คน เข้าประชุมที่บ้านพักของกลุ่มแนวหลังหนึ่งที่ บ.รั้วตะวัน ม.7 ต.บุดี อ.เมืองจ.ยะลา เมื่อค่ำที่ผ่านมา เพื่อเตรียมก่อเหตุลอบโจมตีและลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยครู

ในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทราบชื่อกลุ่มแนวร่วมจำนวน 3 คน จาก 6 คน ที่เป็นแกนนำปฏิบัติการในครั้งนี้คือ นายอัมมาน กาเดร์ นายซาการียา เปาะอีแต และ นายนภดล กาเซะ ทั้ง3 คน อยู่ระหว่างการหลบหนีการติดตามจับกุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายท้องที่ของ จังหวัดยะลาและปัตตานี

thairath.

กอ.รมน.ภาค 4 ซัด"หยุดยิง"แค่สร้างภาพ นายกฯพร้อมหนุนหากลดรุนแรง

Wednesday, 14 July 2010 01:17

หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมใจกันปฏิเสธข่าวกลุ่มพูโลและบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต จับมือประกาศมาตรการหยุดยิงเป็นเวลา 1 เดือนในพื้นที่ 3 อำเภอของ จ.นราธิวาส แม่ทัพภาค 4 สงสัยทำไมเพิ่งเป็นข่าว "กสิกร" แจงเหตุการณ์ในพื้นที่ยังรุนแรงเป็นปกติ ขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เชื่อแค่กลยุทธ์ "กลุ่มใหม่" หวังโชว์ศักยภาพ ด้านนายกฯไปอีกทาง บอกกำลังรอดูผล หากลดรุนแรงได้ก็เป็นเรื่องดี

ความคืบหน้ากรณีมีข่าวขบวนการปลดปล่อยมลายูปัตตานี หรือ พีเอ็มแอลเอ็ม (The Pattani Malay Liberation Movement : PMLM) ที่อ้างว่าเป็นการรวมตัวกันของสมาชิกกลุ่มพูโลและบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต ประกาศมาตรการหยุดยิงฝ่ายเดียวในพื้นที่ 3 อำเภอของ จ.นราธิวาส คือ อ.ระแงะ อ.ยี่งอ และ อ.เจาะไอร้อง ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.ถึง 10 ก.ค.ที่ผ่านมา

เพื่อแสดงความจริงใจต่อรัฐบาลไทยและแสดงให้เห็นว่า พีเอ็มแอลเอ็ม สามารถควบคุมกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ได้จริง โดยหวังผลสร้างความเชื่อมั่นในการเปิดเจรจากับรัฐบาลไทยเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น

ล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ 13 ก.ค.2553 ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงว่า ในเบื้องต้นได้รับการยืนยันจากหน่วยในพื้นที่ว่า ไม่มีการเจรจาใดๆ กับกลุ่มขบวนการที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

"หลังจากมีข่าวปรากฏทางสื่อเกี่ยวกับการหยุดยิงใน 3 อำเภอของ จ.นราธิวาส ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.ถึงวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าในห้วงเวลาดังกล่าวก็ยังเกิดเหตุร้ายในพื้นที่ 3 อำเภอ ไม่ว่าจะเป็นเหตุระเบิดที่ อ.เจาะไอร้อง เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าเป็นเหตุเกี่ยวกับความมั่นคง นอกจากนั้นยังมีเหตุยิงรายวันอีกหลายเหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

ฉะนั้นข้อมูลที่บอกว่ามีการเจรจาทางลับจึงไม่เป็นความจริง และจากการตรวจสอบก็ไม่มีการเจรจาใดๆ ทางกองทัพขอปฏิเสธข่าวที่ออกมาทั้งหมด โดย พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 ก็สงสัยในประเด็นที่ว่าเหตุการณ์ผ่านมาแล้วถึง 1 เดือน กลับเพิ่งมีข่าวเผยแพร่ออกมา" พ.อ.บรรพต ระบุ

พ.อ.บรรพต กล่าวต่อว่า ทาง กอ.รมน.ภาค 4 สน.ได้มีการวิเคราะห์ข่าวชิ้นนี้ พบว่าเกิดขึ้นหลังจากมีข่าวการตั้งกลุ่มใหม่ในต่างประเทศของผู้ก่อเหตุรุนแรง จึงเชื่อว่ามีความพยายามชี้แจงผลงานว่ามีศักยภาพในการดำเนินการต่างๆ โดยเฉพาะสามารถควบคุมการก่อเหตุร้ายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ คือมีการกล่าวอ้างว่าสามารถสั่งการได้ ส่วนเรื่องการเจรจานั้น

ในขณะนี้ยังไม่มีนโยบายจากหน่วยเหนือให้ดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ถึงวันนี้ยังคงให้ใช้กำลังในการดูแลพื้นที่ รักษาความสงบเรียบร้อย รักษากฎหมาย รวมทั้งปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

มีรายงานด้วยว่า ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.ถึงวันที่ 10 ก.ค.ซึ่งกลุ่มพีเอ็มแอลเอ็มอ้างว่ามีการประกาศมาตรการหยุดยิงนั้น ยังคงเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง อ.ระแงะ และ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รวมทั้งสิ้น 10 เหตุการณ์ แบ่งเป็นเหตุระเบิด 1 เหตุการณ์ และเหตุยิง 9 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และได้รับบาดเจ็บ 6 ราย

พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการกองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร (ผบ.พตท.) กล่าวว่า รัฐบาลไม่เคยมีนโยบายเรื่องการเจรจากับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นประเด็นข่าวที่ออกมาจึงไม่น่าจะเป็นความจริง และไม่มีผลอะไรต่อสถานการณ์ในพื้นที่ เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบถึงความเชื่อมโยงของกลุ่มที่ออกมาอ้างว่าหยุดการก่อเหตุ

กับกลุ่มผู้ก่อการและเครือข่ายแนวร่วมที่เคลื่อนไหวในพื้นที่จริงได้ว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่ ขณะเดียวกันเท่าที่มีการตรวจสอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรายวัน ก็ไม่พบว่ามีความผิดปกติใดๆ ที่ส่อแสดงให้เห็นว่าการประกาศของพีเอ็มแอลเอ็มมีผลต่อกลุ่มเครือข่ายในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เลย

"ขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าการออกมาให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นการสร้างกระแสข่าวเพื่อหวังประโยชน์อะไร หรือเป็นฝีมือของกลุ่มขบวนการใดที่ต้องหาผลประโยชน์แอบแฝงทั้งทางตรงและทางอ้อมจากพื้นที่ชายแดนภาคใต้หรือไม่ แต่เท่าที่ตรวจสอบสถานการณ์ในทุกพื้นที่ ทุกอย่างถือว่าอยู่ในภาวะปกติ คือยังมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง" พล.ท.กสิกร ระบุ

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบข้อถามของสื่อมวลชนถึงข่าวการประกาศหยุดยิงของกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนบางกลุ่มว่า ทราบจากข่าวแถลงว่าได้ดำเนินการแล้ว (หมายถึงได้หยุดยิงมาแล้ว) โดยขณะนี้กำลังดูตัวเลขว่ามีการงดหรือลดการใช้ความรุนแรงหรือไม่ อย่างไร แต่ทั้งนี้การดำเนินการอะไรก็ตาม หากช่วยลดความรุนแรงได้ก็ถือเป็นเรื่องดี

แต่จะต้องตรวจสอบและดูต่อไปว่าเป็นอย่างไร สิ่งที่ย้ำมาตลอดก็คือ การแก้ปัญหาจะต้องแก้ทุกมิติ ดังนั้นการติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายผู้ก่อการ ฝ่ายปฏิบัติก็กำลังดำเนินการอยู่

isranews.

โจรใต้ขว้าง M67 ใส่จุดตรวจปลักปลา ก่อนถล่มซ้ำด้วย M 16 จนท.สาหัส 2

12 กรกฎาคม 2553 22:23 น.

นราธิวาส – เกิดเหตุคนร้าย ขว้างระเบิดเอ็ม 67 ใส่ จุดตรวจบ้านปลักปลา อ.เมืองนราธิวาส ก่อนใช้อาวุธสงครามถล่มซ้ำ ปะทะกับเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้ ตชด.และทหารเรือ ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย

เมื่อเวลา 19.30 น. วันนี้ (12 ก.ค.) ร.ต.ท.สุรศักดิ์ วงษ์ประวิทย์ ร้อยเวร สภ.เมือง จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายขว้างระเบิดแล้วยิงถล่มซ้ำจุดตรวจบริการประชาชนบ้านปลักปลา ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

จึงพร้อมด้วย นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส น.ท.พงษ์ศักดิ์ ทองใส ผบ.ฉก.นราธิวาส 33 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบปลอกกระสุนปืนสงคราม เอ็ม 16 ของคนร้ายตกเกลื่อนอยู่บนถนนจำนวน 2 จุดใหญ่ รวมกว่า 100 ปลอก และที่บริเวณบังเกอร์หน้าป้อมจุดตรวจ เจ้าหน้าที่พบสลักนิรภัยของระเบิดขว้างชนิด เอ็ม 67 ตกอยู่จำนวน 1 อัน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ที่บริเวณป้องบังเกอร์ด้านซ้ายและด้านขวาของจุดตรวจ

ส่วนผู้บาดเจ็บเพื่อนทหารและตำรวจได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ทราบชื่อ คือ ด.ต.เชิดศักดิ์ สิงบุตรดา อายุ 52 ปี ผบ.หมู่ตชด.ที่ 22 จ.อุบลราชธานี

ซึ่งมีบาดแผลถูกกระสุนปืนเอ็ม 16 ของคนร้ายที่บริเวณขาซ้าย 1 นัด และ พลทหารเอก นิ่มนวล อายุ 22 ปี สังกัดชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 33 ซึ่งมีบาดแผลถูกกระสุนปืนชนิดและขนาดเดียวกันที่บริเวณศีรษะ 1 นัด ทั้งคู่อาการสาหัส แพทย์ต้องรับนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเป็นการฉุกเฉิน

จากการสอบสวนพลทหารวัฒนา โอระกะ สังกัดชุด ฉก.นราธิวาส 33 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ ตชด.ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส และอส.เมืองนราธิวาส รวม 10 นาย กระจายกำลังกันอยู่ตามบังเกอร์ต่างๆ เพื่อคอยตรวจสอบยานพาหนะที่ผ่านสัญจรไปมาบนท้องถนน และทันใดนั้นได้มีรถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน สีดำและสีขาว ไม่ทราบยี่ห้อผ่านมาที่บริเวณป้อมบังเกอร์

คนร้ายที่นั่งอยู่ในกระบะหลังของรถยนต์กระบะสีดำ ได้ใช้ระเบิดเอ็ม 67 ขว้างใส่ป้อมจุดตรวจจำนวน 1 ลูก จนไฟส่องสว่างดับ แล้วคนร้าย จำนวน 2-3 คน ที่นั่งกระบะหลังของรถยนต์กระบะสีขาวที่ขับตามหลังมา ได้ใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 ยิงถล่มซ้ำใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกัน

จนคนร้ายที่ขับรถยนต์กระบะทั้ง 2 คัน ได้ขับหลบหนีโดยมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ อ.ยี่งอ จนเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่จุดตรวจปลักปลาได้เข้าเคลียร์พื้นที่ และพบว่าเจ้าหน้าที่ถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลดังกล่าว

manager.

ใต้ป่วนตลอดสัปดาห์ “บึ้ม-ยิงซ้ำ”ทหารที่บาเจาะเจ็บ 3 ระเบิดบันนังสตา จนท.สาหัส

Sunday, 11 July 2010 08:24

ชายแดนใต้ยังป่วนต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ กลุ่มก่อความไม่สงบลอบวางระเบิด-ยิงถล่มซ้ำทหารขณะลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส บาดเจ็บ 3 นาย ขณะที่บันนังสตายังวุ่น ดักบึ้มทหารพรานชุดลาดตระเวนเส้นทาง รปภ.ครูสาหัสอีก 1 กองกำลังสามฝ่ายบุกทลายฐานฝึกกลุ่มติดอาวุธที่ธารโต ส่วนที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ปิดล้อมตรวจค้นรวบ 7 ผู้ต้องสงสัย

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ้างประปราย หลังจากมีเหตุร้ายที่สร้างความสูญเสียขนาดใหญ่ในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนหน้าหลายครั้ง โดยเมื่อเวลา 10.50 น.วันเสาร์ที่ 10 ก.ค.2553 ร.ต.อ.สุชาติ หมีลำพอง ร้อยเวรสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดแล้วยิงถล่มซ้ำเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 นาย เหตุเกิดบนถนนสายบ้านอัดตอฮีรียะห์-บ้านดูกู ท้องที่หมู่ 3 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกลางถนนลึกประมาณ 1 เมตร กว้าง 2 เมตร มีสายไฟฟ้าลากยาวเข้าไปในป่ารกทึบข้างทางประมาณ 100 เมตร รวมทั้งเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบไว้ในถังดับเพลิง น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ กระจายเกลื่อนพื้นถนน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ห่างจากหลุมระเบิดประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน บจ 5055 นราธิวาส จอดเสียหลักอยู่ในสภาพถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณใต้บังโคลนล้อหลังด้านซ้ายได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด เพื่อนทหารได้ช่วยกันนำส่งรักษาโรงพยาบาลบาเจาะไปก่อนแล้ว ได้แก่ พ.จ.อ.ยุทธ์ดนัย จินดาวงษ์ พ.จ.อ.เลอศักดิ์ ร้าวสกุล และ พลทหารบากรี เงาะดีแม ทั้งหมดอาการไม่สาหัส

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทหารชุดดังกล่าวเดินทางไปจัดการแสดงดิเกร์ฮูลูที่โรงเรียนศิริธรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้าน จากนั้นได้ชวนกันเดินทางออกจากโรงเรียนเพื่อไปซื้อหาเสบียงอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชน แต่เมื่อรถแล่นออกจากโรงเรียนไปได้เพียง 500 เมตร

ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนซึ่งแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่ลอบฝังไว้กลางถนนจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้รถกระบะของเจ้าหน้าที่เสียหลักตกไปไหล่ทาง จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มซ้ำ จนเกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 5 นาที ก่อนที่ฝ่ายคนร้ายจะล่าถอยไป ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นายดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ทลายแหล่งฝึกกลุ่มติดอาวุธที่ธารโต

ที่ อ.ธารโต จ.ยะลา มีรายงานว่ากำลังทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลา 16 ได้สนธิกำลังกับตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบบริเวณภูเขาหิน ท้องที่บ้านจาเราะแป หมู่ 3 ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีกลุ่มติดอาวุธเข้าไปสร้างค่ายพักซ่องสุมกำลังเพื่อเตรียมก่อเหตุร้าย

จากการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ดังกล่าว พบฐานปฏิบัติการที่คาดว่าเป็นแหล่งฝึกของกลุ่มติดอาวุธจริง แต่ไม่พบใครในฐานดังกล่าว คาดว่าจะไหวตัวทันหลบหนีไปก่อน เจ้าหน้าที่จึงเข้ตรวจยึดของกลางไว้ได้เป็นจำนวนมาก

บันนังสตาป่วนอีก บึ้มทหารพรานสาหัส 1

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลา 07.40 น. เกิดระเบิดบนถนนในหมู่บ้าน สายตือร๊ะ–วังหิน ท้องที่หมู่ 8 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา

เพื่อดักสังหารทหารพรานจำนวน 9 นาย สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4115 กรมทหารพรานที่ 41 ขณะออกลาดตระเวนเดินเท้าเพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทางที่คณะครูจะเดินทางผ่าน แรงระเบิดทำให้ อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) วิเชียร รัศมีวุฒิธร อายุ 27 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ทั้งนี้ ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง บรรจุในถังแก๊ส น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ฝังไว้ริมถนน และจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ปิดล้อมที่ยะรังรวบ 7 ผู้ต้องสงสัยป่วนใต้

วันเดียวกันที่ จ.ปัตตานี พ.ท.สัมพันธ์ อิสริยเตชะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิโรจน์ บุญยรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี และ นายวชิระ อัลภาชน์ นายอำเภอยะรัง ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย จำนวน 60 นาย เข้าปิดล้อมบ้านไม่มีเลขที่ ในท้องที่บ้านบินยา หมู่ 2 ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง หลังได้รับรายงานจากสายข่าวว่า มีบุคคลต้องสงสัยเข้าไปเคลื่อนไหวกบดาน

ผลการตรวจค้นสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 7 ราย โดย 2 ใน 7 รายดังกล่าว มีข้อมูลเป็นสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบระดับปฏิบัติการ และเคยถูกจับกุมเมื่อปี 2549 คือ นายอิบรอเฮ็ง ตาเยะ อายุ 33 ปี และ นายซอลลาฮูดิน ยูโซะ อายุ 26 ปี ส่วนอีก 5 คนเป็นผู้ต้องสงสัย

ยิงคนงานก่อสร้างผัวเมียบาดเจ็บที่หนองจิก

ช่วงเย็นวันเดียวกัน เกิดเหตุคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง นายเจิบ ชูแว่น อายุ 53 ปี และ นางสุภา ชูแว่น อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน อยู่บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 2 บ้านดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ประกอบอาชีพเป็นคนงานก่อสร้างที่ อ.เทพา จ.สงขลา

เหตุเกิดขณะที่ทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 (ปัตตานี-หาดใหญ่) ท้องที่หมู่ 5 บ้านดอนนา ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้ อาวุธปืนที่คนร้ายใช้เป็นปืนพกสั้นขนาด 9 มม. เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าเป็นเหตุขัดแย้งส่วนตัวหรือเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

isranews.

จนท.สนธิกำลังทลายรังฝึก-แหล่งกบดานโจรป่วนใต้

10 กรกฎาคม 2553 21:20 น.

ยะลา – เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสนธิกำลังทหาร ตชด.ทลายรังฝึกและแหล่งกบดานวางแผนป่วนใต้ของกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบกลางป่าธารโต พร้อมยึดอุปกรณ์ของกลาง เผยข่าวกระแสเงินซากาตไหลจากโลกอาหรับหนุนก่อเหตุ ส่งคนเกลี้ยกล่อมเยาวชนให้หลงผิด

วันนี้ (10 ก.ค.) เมื่อเวลา 11.30 น.นายสุรชัย วงศ์ศุภลักษณ์ นายอำเภอธารโต จ.ยะลา พร้อมด้วย พ.ท.วิรัช วทัญญู ผบ.ฉก.ยะลา 16 ร.ต.ท.จรูญ ศรีนวล ผบ.มว.(สบ1)รรท.ผบ.ร้อย ตชด.445 ได้นำกำลัง ตชด. อส. และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ร้อย ตชด.445เบตง

จำนวน 20 นาย เข้าพิสูจน์ทราบที่ภูเขาหิน ท้องที่บ้านจาเราะแป หมู่ 3 ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านว่ามีกลุ่มติดอาวุธจำนวน 15 คน เข้ามาสร้างค่ายพักเพื่อซ่องสุมกำลังเตรียมก่อเหตุร้าย

จากการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ดังกล่าว พบฐานปฏิบัติการที่คาดว่าเป็นแหล่งฝึกของกลุ่มคนร้าย อยู่ห่างจากหมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ตั้งอยู่เชิงเขาในป่ารกทึบ ไม่สามารถตรวจการทางอากาศได้ แต่ละจุดมีที่พักแห่งละ 1 หลัง และโรงครัว1 หลัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเต็นท์ จำนวน 2 หลัง รวมทั้งถังแก๊ส ข้าวสาร เสื้อผ้า

รวมทั้งแผนที่ที่เขียนด้วยภาษารูมี และไฟฉาย ซึ่งเชื่อว่าจุดดังกล่าวเป็นฐานฝึกของกลุ่มคนร้ายที่ใช้วางแผน ซ่องสุมกำลัง และฝึกอาวุธของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่และนอกพื้นที่

นายสุรชัย วงศ์สุภลักษณ์ นายอำเภอธารโต กล่าวว่า การเดินทางเข้าตรวจสอบฐานดังกล่าวของคนร้าย ต้องใช้วิธีเดินเท้าเพียงวิธีเดียว ซึ่งจะต้องใช้เวลาเดินเท้านานถึง 3 ชั่วโมง จึงทำให้กลุ่มคนร้ายที่มีการวางจุดสังเกตการณ์ทราบความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ก่อน และสามารถหลบหนีไปได้ แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ ทางเจ้าหน้าที่พอจะทราบตัวทั้งหมด และจะติดตามไล่ล่าจับกุมต่อไป

นอกจากนี้มีรายงานจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคงว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่าในช่วงก่อนและหลังวันที่ 15 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันก่อตั้งองค์กรสมัชชาประจำชาติมลายูปัตตานี หรือ MPRMP และเป็นวันชาติรัฐมลายู อิสลามปัตตานีของขบวนการ PULO เก่า รวมทั้งเป็นวันที่ครบรอบสังหารหมู่ 10 ศพ

ที่มัสยิดอัลฟุรกอน กำปงอาเยร ตึมปายัน (ไอร์ปาแย) จังหวัดนราธิวาส เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2552 ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว กลุ่มแกนนำระดับสั่งการที่หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านได้หยิบยกมายุยง ส่งเสริมเยาวชนให้ก่อกวนทุกวิถีทางเพื่อแบ่งแยกรัฐปัตตานี นอกจากนี้ยังได้ซ่องสุมกำลังรอเวลาเพื่อก่อเหตุรวมทั้งสร้างสถานการณ์ในการฆ่ามุสลิม ฆ่าโต๊ะครู แล้วโยนเรื่องว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ

ก่อนจะถึงวันก่อตั้งองค์กรสมัชชาประจำชาติมลายูปัตตานี หรือ MPRMP และวันชาติรัฐมลายู อิสลามปัตตานี จะมีการสนับสนุนเงินให้กลุ่มแบ่งแยกรัฐปัตตานี ด้วยซากาต (การบริจาคทรัพย์สมบัติเมื่อครบรอบปี หรือส่วนที่เกินจากความจำเป็น) จากโลกอาหรับ โดยเงินทุกบาททุกสตางค์ จะตกถึงมือผู้ร่วมขบวนการและมีการชักชวนกลุ่มแนวร่วมให้ทำจีฮัดตอบโต้ในห้วงเวลาดังกล่าว

manager.

โจรใต้วางระเบิดแล้วยิงถล่มซ้ำทหารเจ็บ 3 นายที่บาเจาะ

10 กรกฎาคม 2553 13:57 น.

นราธิวาส – คนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ทหาร ฉก.นราธิวาส 32 แล้วยิงถล่มซ้ำ โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 นาย เผยเหตุเกิดระหว่างเดินทางไปซื้อหาเสบียงอาหารแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน หลังจากจัดแสดงลิเกฮูลูกระชับความสัมพันธ์ในหมู่บ้าน

วันนี้ (10 ก.ค.) เมื่อเวลา 10.50 น. ร.ต.อ.สุชาติ หมีลำพอง ร้อยเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดแล้วยิงถล่มซ้ำเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกิจการพลเรือน ฉก.นราธิวาส 32 ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

บนถนนสายบ้านอัดตอฮีรียะห์-บ้านดูกู ม.3 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส, พ.ต.อ.จำลอง งามเนตร ผกก.สภ.บาเจาะ, น.ต.อมร ครวญหาเวช รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 1 เมตร กว้าง 2 เมตร และมีสายไฟฟ้าโผล่ออกจากหลุดลากยาวเข้าไปในป่ารกทึบข้างทาง ประมาณ 100 เมตร รวมทั้งเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 20 ก.ก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้าริมทาง

นอกจากนี้ห่างจากหลุมระเบิดประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าสีขาว ทะเบียน บจ-5055 นราธิวาส จอดเสียหลักอยู่ริมไหล่ถนนในสภาพที่บริเวณใต้บังโคลนล้อหลังด้านซ้ายถูกสะเก็ดระเบิดจนได้รับความเสียหาย พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งที่ตกอยู่ในกระบะ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลบาเจาะไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดตามบริเวณลำตัวอาการไม่สาหัสมากนัก เมื่อแพทย์ปฐมพยาบาลแล้วเสร็จได้อนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่ฐานปฏิบัติการ ประกอบด้วย

1. พ.จ.อ.ยุทธ์ดนัย จินดาวงษ์

2. พ.จ.อ.เลอศักดิ์ ร้าวสกุล

3 พลทหารบากรี เงาะดีแม

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทหารชุดดังกล่าวได้เดินทางไปจัดงานแสดงลิเกฮูลูที่ภายในหมู่บ้านดูกูมัสยิด ใกล้โรงเรียนศิริธรรม เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้าน และหลังจากนั้นได้ชวนกันเดินทางออกจากโรงเรียน เพื่อไปซื้อหาเสบียงอาหารแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน

ระหว่างที่นั่งรถยนต์กระบะออกจากโรงเรียนไปได้ประมาณ 500 เมตร ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง และได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่ลอบไปฝังไว้กลางถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหารขับผ่าน

จนรถยนต์กระบะเสียหลักตกไหล่ทาง แล้วคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่เจ้าหน้าที่ทหารซ้ำ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันนาน 5 นาที เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ทหารมาให้การสนับสนุนกลุ่มคนร้ายจึงอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป

manager.

ระเบิดทหารพรานเจ็บสาหัส 1 ที่ยะลา

8 กรกฎาคม 2553 10:55 น.

ยะลา - เกิดเหตุลอบวางระเบิดบนถนนหมู่บ้าน สายตือร๊ะ – วังหิน จนท.ทหารพรานบาดเจ็บสาหัส 1 นาย พบเป็นระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุถังแก๊สปิกนิก กดชนวนด้วยวิทยุมือถือ

วันนี้ (8 ก.ค.) เมื่อเวลา 07.40 น. พ.ต.อ.สุวัตต์ วงศ์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพราน บนถนนภายในหมู่บ้าน สายตือร๊ะ – วังหิน หมู่ที่ 8 ต.บันนังสตา หลังได้รับแจ้งรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย จ.อ.ปรเมศร์ จันทร์แสง ปลัดฝ่ายความมั่นคง และกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดขนาดกว้าง บนถนนห่างกันพบเศษดิน กรวด และเศษเหล็กที่จัดเป็นชิ้นเล็กๆ กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ใกล้จุดเกิดเหตุ มีกำลังทหารพรานพร้อมอาวุธปืน อยู่ในสภาพเตรียมพร้อมอย่างเข้มข้น และมีรอยเลือดกองใหญ่ 1 จุด ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา 1 นาย ทราบชื่ออาสาสมัครทหารพราน วิเชียร รัศมีวุฒิธร อายุ 27 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดหน้าอกและต้นแขน อาการสาหัส

จากการสอบสวนทราบว่า กำลังทหารพราน กองร้อย ทพ.4115 กรมทหารพรานที่ 4