Latest News

2009-08-10 Patani Post Launches 10 August 2008 !

Anda pembaca Kini pelancaran patanipost sudahpun berusia setahun ,berbagai penglaman bertambah dan kelemahan2 yang telah dialami sepanjang tahun kami akan cuba mengatasi, dengan semperna setahun umur Patanipost akan kami perluaskan lagi berita tanah air kepada dua bahasa yaitu arab dan melayu dengan pakai web patanipost.net, perbezaan diantara kedua patanipost ialah satu memetik surat khabar asing dan satu lagi cari berita sendiri dan tulis berita senderi oleh kaki tangan patanipost.

Terima kasih.

OIC RESOLUTION ABOUTH THAILAND

24 May 2010

RESOLUTIONS ON MUSLIM COMMUNITIES AND MINORITIES IN NON-OIC MEMBER STATES ADOPTED BY THETHIRTY-SEVENTH SESSION OF THE COUNCIL OF FOREIGN MINISTERS

(SESSION OF SHARED VISIONOF A MORE SECURE AND PROSPEROUS ISLAMIC WORLD)

DUSHANBE — REPUBLIC OF TAJIKISTAN

patanipost.

Will Dato' Seri Najib’s visit to Thailand bring any change?

6 DECEMBER 2009 03:00

During the ASEAN conference in Hua Hin on October 26, the Prime Minister of Malaysia, Dato’ Seri Najib Tun Razak, expressed that the Thai Government should give autonomy to Southern Thailand (Patani). This declaration was received well by his Thai collegue Abhisit Vejjajiva and was supported by opposition leader General Chavalit Yongchaiyudh- making it a hot discussion topic among politicians, media and the general Thai public.

On 7-9 December Dato 'Seri Najib will be in Patani. Can he convince Abhisit to give autonomy to the people of Southern Thailand?

Original Article In Malay

Summary in English

PULO President invited to speak at OIC Meeting

The PULO President, Al Haj Abu Yasir Fikri, was invited as an expert speaker on the situation in Southern Thailand.

Read More

090816 PULO and Mujahidin join forces

090816 Gabungan PULO dan Mujahidin Islam Patani

090418 Ihsanoglu urges OIC Member States to accord greater attention to Muslim minority issues

081204 OIC Resolution regarding Patani

Kerajaan Thai Meloby Negara OIC

Patanipost.net.

Today

โจรใต้ป่วนปัตตานี 2 เหตุการณ์ในคืนเดียว

29 กรกฎาคม 2553 10:24 น.

ปัตตานี - ป่วนวางวัตถุต้องสงสัยหน้าธนาคารกรุงไทย สาขายะรัง เมื่อช่วงกลางดึก ส่วนอีกเหตุการณ์เป็นคนร้ายซุ่มยิงเลขานุการนายกอบต.เมาะมาวี อ.ยะรัง โชคดีแค่ได้รับบาดเจ็บกระสุนถูกที่น่องขวา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.ปัตตานี เมื่อวานนี้ (28 ก.ค.53) เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะรัง รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัย คาดว่าเป็นระเบิดใส่กล่อง วางอยู่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขายะรัง อ.ยะรัง ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสาย410 ปัตตานี-ยะลา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดเส้นทางการจราจรชั่วคราวและกันประชาชนออกจากพื้นที่ เนื่องจากชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกำลังทำการเก็บกู้เพื่อยิงทำลาย

ส่วนเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา(28 ก.ค.53) ในเวลา 23.00 น เกิดเหตุคนร้ายยิงนายมูฮำหมัด ซำซูดิง อาดัม อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 ม.3 ต.เมาะมาวี ตำแหน่ง เลขานุการนายก อบต.เมาะมาวี อ.ยะรัง ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ ม.3 ต.เมาะมาวี

ก่อนเกิดเหตุในขณะที่ นายมูฮำหมัด ซำซูดิง กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ ทะเบียน กยร 210 ยะลา เดินทางกลับจากมัสยิดเพื่อจะกลับบ้านพัก เมื่อถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดซุ่มยิงใส่ กระสุนถูกที่น่องขวาบาดเจ็บ

หลังจากนั้นได้มีคนร้ายอีกชุดขับขี่รถจักรยานยนต์มารับมือปืนหลบหนีไปทางถนนสาย 410 ฝั่งไปทาง จ.ยะลา พลเมืองดีได้ช่วยนำส่ง รพ.ยะรังและ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ปัตตานีอาการปลอดภัยแล้ว

manager.

โจรใต้ประกบยิง ตร.จราจรปัตตานีดับอีกราย

28 กรกฎาคม 2553 20:14 น.

ปัตตานี - ผบ.หมู่งานจราจร สภ.โคกโพธิ์ ปัตตานี ถูกโจรใต้กระหน่ำยิงหลังจากออกเวร ด้านแพทย์พยายามยื้อชีวิตแต่ไม่สำเร็จ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

วันนี้ (28 ก.ค.) เมื่อเวลา 18.30 น. พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงบนถนนในเขตเทศบาล ม.4 ต.โคกโพธิ์ นำกำลังตำรวจ ทหารเข้าไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.และหน่วยพิสูจน์หลักฐาน

เมื่อไปถึงบริเวณเกิดเหตุพบเพียงรถจักรยายนตร์ตราโล่ ล้มข้างทาง และมีกองเลือดจำนวนมาก ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง รพ.โคกโพธิ์ ทราบชื่อ ส.ต.ต.ชินพัฒน์ กาญจนวงศ์ อายุ 28 ปี ผบ.หมู่งานจราจร สภ.โคกโพธิ์ ถูกยิงอยู่ในสภาพเครื่องแบบครึ่งท่อน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าต้นคอและลำตัว 3 นัด ขาขวา 1 นัด อาการสาหัสแพทย์พยายามปั้มหัวใจแต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ ส.ต.ต.ชินพัฒน์ ขับรถ จยย.เพื่อเดินทางกลับบ้านพักหลังจากออกเวร โดยได้ถอดเครื่องแบบช่วงบนออกเหลือครึ่งตัวเพื่อความปลอดภัยขณะขับรถ จยย.กลับบ้าน ปรากฏว่า มาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คนขับรถ จักรยายนต์ จยย.ตามประกบหลังก่อนจะชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงหลายนัดจนรถเสียหลักล้มข้างทางก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม ด้านคนร้ายหลังก่อเหตุได้เร่งเครื่องหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในสร้างสถานการณ์และเพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐหลังถูกกดดัน และจับกุมอย่างหนัก

manager.

ยะลาเดือด!จนท.ปะทะเด็ดหัวโจรใต้1ศพ

27 กรกฎาคม 2553, 19:30 น.

ทหารสนธิกำลังปิดล้อมพื้นที่ป่าสวนยาง เปิดฉากปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ก่อนคนร้ายล่าถอย ทิ้งศพแกนนำหลบหนีเข้าป่าทึบ.... เมื่อวันที่ 27 ก.ค.เวลา 18.00 น.พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.ท.ทรงวุฒิ ศรีอาราม สวญ.สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน

นำกำลังไปสอบสวนเหตุเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 12 ปะทะกับคนร้ายพวกก่อความไม่สงบ คนร้ายตาย 1 รายที่บ้านลีเซ็งใน หมู่ 5 ต.จะกว๊ะ ที่เกิดเหตุเป็นสวนยางพารารกทึบอยู่ท้ายหมู่บ้าน พบ พ.ท.อิศรา จันทกระยอม ผบ.ฉก.ยะลา 12 พร้อมกำลังจำนวนหนึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ

พบศพคนร้ายทราบชื่อต่อมาคือนายมาหามะ มะสีละ อายุ 25 ปี เป็นคนในหมู่บ้าน ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะและร่างกายจนพรุน นอนตายจมกองเลือด มีอาวุธปืนขนาด .38 กำอยู่ในมือ

เบื้องต้นทราบว่า พ.ท.อิศรา จันทกระยอม ผบ.ฉก.ยะลา 12 ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ป่าสวนยางท้ายหมู่บ้านบ้านลีเซ็งในเนื่องจากมี สายข่าวได้แจ้งให้ทราบว่า พวกคนร้ายกลุ่มนายมาหามะ มะสีละ แกนนำอาร์เคเค.นัดหมายพรรคพวกมาประชุมวางแผนเตรียมก่อเหตุหวังสร้าง สถานการณ์

ปรากฏว่าขณะกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเคลื่อนเข้าไป นายมาหามะ กับเพื่อนไม่ต่ำกว่า 5 คนที่นั่งซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ได้ใช้อาวุธปืนยิงถล่มเจ้าหน้าที่จนเกิดการปะทะ กันขึ้นนานราว 15 นาที พวกคนร้ายอาศัยความชำนาญในพื้นที่ยิงพลางล่าถอยพลางแล้วหลบหนีเข้าป่าทึบไป

ได้ เคลียร์พื้นที่ต่อมาพบว่า นายมาหามะ ซึ่งเป็นแกนนำถูกยิงนอนกำอาวุธปืนตาย 1 รายดังกล่าว ส่วนพวกที่เหลือเจ้าหน้าที่ทหารได้วางแผนส่งกำลังออกตามล่าต่อไปแล้ว

thairath.

กดบึ้ม! หวังสังหารทหาร รปภ.ร.ร.บ้านดอเฮะ เจ็บ 5 นาย - รวบทันควัน 2 รายสอบเครียด

26 กรกฎาคม 2553 14:52 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดหวังสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดพัฒนาสันติที่ 31 ขณะลาดตระเวนรับกำลังที่ปฏิบัติหน้าที่ รปภ.โรงเรียนบ้านดอเฮะ ส่งผลให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 5 นาย รถพัง สามารถรวบตัวผู้ต้องสงสัยได้ทันควัน 2 ราย

เมื่อเวลา 11.45 น.วันนี้ (26 ก.ค.) ร.ต.ท.เด่นพงษ์ เต็มยอด ร้อยเวร สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดพัฒนาสันติที่ 31-4 กรมทหารพรานที่ 45 บนถนนในหมู่บ้านดอเฮะ ม.3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี

ทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อยและรถยนต์กระบะได้รับความเสียหาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.พีระพล ณ พัทลุง ผกก.สภ.สุไหงปาดี พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส

รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตชด.447 บ้านเจาะวา อ.สุไหงปาดี และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีน้ำเงิน ซึ่งจอดอยู่ริมถนนอยู่ในสภาพกระจกหน้า ไฟหน้า ตัวถัง และฝากระโปรงรถถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย และที่บริเวณไหล่ถนนซึ่งห่างจากรถยนต์กระบะ ประมาณ 5 เมตร เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต

และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 15 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และมีเศษซากชิ้นส่วนของตะกร้าพลาสติกใส่ผลไม้ตกอยู่ที่เกิดเหตุจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้ทยอยนำตัวไปทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ฐานปฏิบัติการณ์ ซึ่งมีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อจากแรงอัดของระเบิด คือ 1.ส.ท.มงคล พรมปลอด หัวหน้าชุด 2.อส.ทพ.ธีระวัฒน์ สุขวรรณะ พลขับ 3.อส.ทพ.สมนึก แก้วศรีอ่อน 4.อส.ทพ.เอกวิช แก้ววิหค และ 5.อาสาสมัครรักษาดินแดนประจำที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี คือ อส.ซอบอรี สารีกะ

จากการสอบสวน ส.ท.มงคล หัวหน้าชุดทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำรถยนต์กระบะออกจากฐานร่วมกับพลขับ จำนวน 2 นาย เพื่อนั่งรถยนต์กระบะตระเวนรับกำลังที่ปฏิบัติหน้าที่ รปภ.โรงเรียนบ้านดอเฮะ เพื่อรับกำลังเจ้าหน้าที่ อีก 3 นายกลับฐาน

และขณะนั่งรถยนต์ผ่านจุดเกิดเหตุนั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปใส่ไว้ในตะกร้าพลาสติกใส่ผลไม้วางไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะรถยนต์ขับผ่าน โชคดีที่รัศมีการทำลายล้างได้หักเหเข้าไปในป่ารกทึบริมทาง

จึงทำให้เจ้าหน้าที่ถูกแรงอัดของระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่รถยนต์ได้รับความเสียหายและจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ จำนวน 2 คน ไปสอบสวนเครียด พร้อมหลักฐานเป็นโทรศัพท์มือถือที่เจ้าหน้าที่เตรียมนำไปตรวจสอบว่า เป็นกลุ่มคนร้ายที่จุดชนวนระเบิดหรือไม่อย่างไร

manager.

ยะลาแถลงผลยึดของกลางจากธารโต มั่นใจรวบโจรใต้วางกับระเบิดได้

23 กรกฎาคม 2553 17:45 น.

ยะลา - พ่อเมืองยะลาแถลงข่าวผลการตรวจยึดปืนสงคราม และระเบิดแสวงเครื่อง พร้อมทั้งอุปกรณ์ได้หลายรายการ พร้อมระบุคนร้ายใช้ก่อเหตุในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา มาแล้วหลายครั้ง ส่วนความคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดชนิดเหยียบในสวนยาง อ.ธารโต คาดว่าจะได้ตัวคนร้ายเร็วๆ นี้

วันนี้ (23 ก.ค.) เวลา 14.00 น. ที่ศูนย์ยะลาสันติสุข ชั้น 2 อาคารศาลากลางจังหวัดยะลา (หลังเก่า) อ.เมือง จ.ยะลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิเพช็ร พิพัฒเพ็ชรภูมิ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา, พ.อ.มณี จันทร์ทิพย์

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา (ฝ่ายทหาร), นายสุรินทร์ เพ็ชรสังข์ ปลัดจังหวัดยะลา ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย หมู่ที่ 1 บ้าน ก.ม. 28 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธปืนสงคราม และระเบิดชนิดแสวงเครื่อง พร้อมอุปกรณ์จุดชนวนได้หลายรายการ ประกอบด้วย

1.ระเบิดชนิดแสวงเครื่องชนิดก้อนขนาดน้ำหนักประมาณ 300 กรัม จำนวน 10 ลูก สภาพพร้อมใช้

2.เชื้อปะทุระเบิดชนิดกระตุกจำนวน 10 ดอก

3.สายไฟอีก 4 มัด

4.อาวุธปืน M16 A1 จำนวน 1 กระบอกหมายเลข 3295770

5.ปืนกลเล็ก M4 จำนวน 1 กระบอก หมายเลข 626289

6.แมกกาซีน M16 จำนวน 1 อันพร้อมกระสุนเต็ม

7.แมกกาซีน M4 จำนวน 2 อัน กระสุนเต็ม

8.ถังแก๊สปิกนิก น้ำหนัก 5 กก. จำนวน 1 ถัง

หลังจากที่ได้รับแจ้งเบาะแส และสืบทราบว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ได้นำอาวุธปืนสงคราม และวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่องมาซุกซ่อนในพื้นที่เป้าหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังร่วมทั้ง 3 ฝ่าย อสจ.ยะลาที่ 1 ร้อย อสอ.เบตง ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ชุด (EOD-ARMY) ตชด.44 เจ้าหน้าที่ สภ.ธารโต สภ.อัยเยอร์เวง และ สภ.เบตง สนธิกำลังเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่

นายกฤษฎากล่าวต่อว่า การตรวจยึดของกลางทั้งหมดในครั้งนี้ ระเบิดชนิดแสวงเครื่องจำนวน 10 ลูก เป็นระเบิดที่คนร้ายได้ใช้ในเขตพื้นที่ของ อ.ธารโตมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งเป็นเหตุให้ชาวบ้านที่มีอาชีพทำสวนยางพารา และเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย

ส่วนอาวุธปืนสงครามที่ตรวจยึดมาได้นั้น เจ้าหน้าที่จะได้มีการประสานไปยังกรมสรรพาวุธทหารบก เพื่อทำการตรวจสอบหมายเลขของอาวุธปืน ว่าเป็นอาวุธปืนที่ถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบปล้นมาจากพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ อย่างไร

ส่วนความคืบหน้าของคดีคนร้ายลอบวางระเบิดชนิดแสวงเครื่องแบบเหยียบ ในสวนยางพารา ในพื้นที่บ้านผ่านศึก ต.คีรีเขต อ.ธารโต นั้น ทาง พ.ต.อ.เฉลิมเกียรติ อัมรากระสินธุ์ ผกก.สภ.ธารโต

ยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูลในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เพราะอาจส่งผลต่อรูปคดีได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวอยู่ บริเวณบ้านหน้าเกษตร ต.ธารโต อ.ธารโต คาดว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดีในเร็วๆ นี้

manager.

ถล่มรถ ผอ.โรงเรียนบ้านดูซงปาแย ดับ 1 บาดเจ็บ 2

21 กรกฎาคม 2553 20:05 น.

ปัตตานี - คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามอาก้า ถล่มรถผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดูซงปาแย เมืองปัตตานี เป็นเหตุให้ผู้อำนวยการโรงเรียนชีวิตทันที และชาวบ้านบาดเจ็บอีก 2 ราย

วันนี้ (21 ก.ค.) เมื่อเวลา 17.00 น. พ.ต.ท.โกวิท รัคนโชติ รอง ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันบนถนนสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส บริเวณบ้านจาแบปะ ม.4 ต.ตอหลัง อ.ยะหริ่ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 2 ราย พลเมืองดีช่วยนำส่งโรงพยาบาลยะหริ่งเป็นการด่วน

ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นทราบชื่อภายหลัง คือ นายพิชัย เสือแสง ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดูซงปาแย สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามอาก้าจำนวนหลายนัด

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ขับรถยนต์คันที่เกิดเหตุออกจากโรงเรียนบ้านดูซงปาแย เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน ในระหว่างที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ 2 คัน หนึ่งในคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามอาก้ากราดยิงจำนวนหลายนัด เข้ามายังรถยนต์คันดังกล่าว เป็นเหตุให้เสียชีวิตทันที และกระสุนยังถูกชาวบ้านที่สัญจรบนถนนสายดังกล่าว

ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ส่วนคนร้ายหลังจากก่อเหตุได้เร่งเครื่องหลบหนีตามเส้นทางไปปาลัสอย่างลอยนวล ซึ่งขณะนี้กำลังในพื้นที่ได้มีการติดตามไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ แต่ยังไม่มีรายงานว่าสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด

manager.

โจรใต้วางระเบิดทหารที่เจาะไอร้องไร้เจ็บแต่รถยนต์หุ้มเกราะเสียหาย

21 กรกฎาคม 2553 09:44 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.นราธิวาส 31 ริมถนนจารุเสถียรสายเจาะไอร้อง-นราธิวาส ไร้เจ็บแต่รถยนต์หุ้มเกราะเสียหาย

วันนี้ (20 ก.ค. 53) เมื่อเวลา 16.50 น. พ.ต.ท.ปกป้อง ท่อแก้ว สว.เวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.นราธิวาส 31 ริมถนนจารุเสถียรสายเจาะไอร้อง-นราธิวาส ช่วงบริเวณบ้านบาโงดุดุง ม.6 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง

พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาสและเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบเสาปูนซิเมนต์กันทางโค้งถูกอนุภาพระเบิดจนหัก และมีหลุมลึก 20 ซ.ม. กว้าง 50 ซ.ม. รวมทั้งเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 15 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อนถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 ทราบว่า ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทหารในสังกัด จำนวน 10 นาย นั่งรถยนต์กระบะหุ้มเกราะขับไล่หลังกันมาจากตัวเมืองนราธิวาส เพื่อเดินทางกลับฐานนั้น ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่แอบลักลอบนำไปไว้ในกระสอบปุ๋ย แล้วนำมาพิงไว้กับโคกเสาปูนซิเมนต์กันทางโค้ง

จนเกิดระเบิดขึ้นขณะที่รถยนต์หุ้มเกราะของทหารขับผ่าน แต่รัศมีการทำลายล้างได้หักเหเข้าไปในป่า จึงทำให้ทหารรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด มีเพียงตัวถังรถด้านซ้ายมือถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายไปเล็กน้อย

manager.

โจรใต้ยิงชาวบ้านดับ 1 ที่ปัตตานี

21 กรกฎาคม 2553 10:09 น.

ปัตตานี - ยิงชาวบ้านเสียชีวิต 1 รายด้วยอาวุธปืนสงคราม M16 ขณะขี่จักรยานภายในหมู่บ้าน ด้านคนร้ายสามารถหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล ประเด็นสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่

วันนี้ (21 ก.ค.) เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 21 กค. พ.ต.อ.ชัชชัย วงศ์สุนะ ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายโคกโพธิ์-บ้านปรัง ม.1 บ้านควนคูหา ต.บ่อทอง นำกำลังเข้าตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบมีผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงคราม M16 จำนวนหลายนัด ทราบชื่อคือนายนายอับดุลรอมัน อาแว อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/1 ม.1 ต.บ่อทอง มีอาชีพรับจ้างสภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม 16 เข้าลำตัว 3 นัด ใกล้กันมีรถจักรยานของผู้ตายล้มอยู่ ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน เอ็น 16 จำนวน 5 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนจากพยานในที่เกิดเหตุทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่รถจักรยานออกจากร้านน้ำชาภายในหมู่บ้านเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน ในระหว่างทางได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขับตามหลังแล้วใช้อาวุธปืนกราดยิงทันทีจนเสียชีวิต ก่อนขึ้นรถยนต์กระบะสีดำยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน ไม่ทราบเลขป้ายทะเบียนที่จอดก่อนแล้วหลบหนีอย่างลอยนวล

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ประสานแจ้งทางวิทยุสื่อสาร เพื่อให้มีการสกัดรถยนต์คันดังกล่าวตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้เป็นทางหลบหนี ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนชนิด M16 จำนวนหนึ่งจึงเก็บไว้ตรวจสอบ

ส่วนประเด็นสาเหตุ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งการสืบสวนและสอบสวน แต่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นห่วงจะเกิดกรณีการยิงเพื่อล้างแค้นระหว่างประชาชนในพื้นที่ หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีพี่ไทยพุทธถูกยิงเสียชีวิตมาอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้ชุดมวลชนสัมพันธ์ต้องรีบลงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างพี่น้องประชาชนในพื้นที่

manager.

ธารโตระอุบึ้มสวนยางซ้ำซาก จนท.-ชาวบ้านตายเจ็บเพียบ ตูมสนั่นโก-ลกหวิดสังเวยอีก 9

Wednesday, 21 July 2010 02:24

ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ธารโต เหยียบกับระเบิดคาสวนยางขาขาดอีกราย หลังบึ้มซ้ำซาก 5 ครั้งในรอบ 3 เดือน เจ้าหน้าที่-ชาวบ้านไม่ตายก็พิการ สุไหงโก-ลกป่วน วางระเบิดศาลาที่พักริมทาง ตูมสนั่นทหาร อส. ประชาชนบาดเจ็บอีก 9 ราย ปัตตานีวุ่นยิงรายวัน 3 เหตุ ตาย 2 เจ็บ 2 เอ็ม 79 โผล่นราฯถล่มสถานีรถไฟบูกิต

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงหน้าเป็นห่วง โดยเฉพาะเหตุระเบิดซ้ำซ้อนที่ อ.ธารโต จ.ยะลา และเหตุระเบิดครั้งรุนแรงอีกครั้งที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

เมี่อวันจันทร์ที่ 19 ก.ค.2553 เวลาประมาณ 13.00 น. ขณะที่ ด.ต.นิยม สุวรรณมณี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม (ผบ.หมู่ ป.) สภ.ธารโต นำกำลังออกสืบสวนหาข่าวกลุ่มคนร้ายในพื้นที่บ้านผ่านศึก หมู่ 2 ต.คีรีเขต อ.ธารโต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุลอบวางกับระเบิดไว้ตามร่องต้นยางพารา เป็นเหตุให้เจ้าของสวนยางพาราเหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตไปแล้วหลายรายในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมานั้น

ปรากฏว่าขณะที่ ด.ต.นิยม กำลังเดินลัดเลาะผ่านเข้าไปในสวนผลไม้และสวนยางพารา ได้เหยียบกับระเบิดที่คาดว่าคนร้ายลอบนำมาฝังไว้ก่อนหน้า จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้ ด.ต.นิยม ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาซ้ายขาด

ต่อมา พ.ต.อ.เฉลิมเกียรติ อัมรากระสินธุ์ ผู้กำกับการ สภ.ธารโต พร้อมด้วย พ.ต.ต.มานพ สืบบุก สารวัตรป้องกันและปราบปราม (สวป.) สภ.ธารโต ได้จัดกำลังเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมประสาน พล.ต.ต.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (รอง ผบช.ศชต.) ให้จัดเฮลิคอปเตอร์บินไปรับตัว ด.ต.นิยม ส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเศษถังแก๊สปิกนิก สะเก็ดระเบิด เศษแบตเตอรี่ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กระจายเกลื่อน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นสันนิษฐานว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลอบนำระเบิดมาฝังไว้หวังขับไล่เจ้าของสวนยางเพาราให้อพยพออกนอกพื้นที่ แต่ ด.ต.นิยม เดินไปเหยียบเสียก่อน จนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

บึ้มสวนยางลูกที่ 2 ในรอบ 3 วัน

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ก.ค.2553 นางแดง มณีโชติ อายุ 52 ปี เจ้าของสวนยางพารา ได้เดินไปเหยียบกับระเบิดจนขาขาดทั้งสองข้าง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดในสวนยางพาราท้องที่บ้านผ่านศึก หมู่ 2 ต.คีรีเขต อ.ธารโต หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง ส.ต.ท.พิภพ ศรีกันยา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้และทำลายล้างวัตถุระเบิด (อีโอดี) ศชต. ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

และพลาดเหยียบกับระเบิดอีก 1 ลูกซึ่งถูกวางไว้ในละแวกเดียวกัน ทำให้ ส.ต.ท.พิภพ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ส่วน ร.ต.ท.ธีรศักดิ์ หลอดแก้ว กับ ด.ต.ชูชาติ คมขำ เพื่อนร่วมทีมของ ส.ต.ท.พิภพ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

อนึ่ง ในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดในสวนยางพาราในท้องที่ อ.ธารโต แล้วถึง 5 ครั้ง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นขาขาดและเสียชีวิตหลายราย

ตูมสนั่นโก-ลก เจ็บระนาว 9 ราย

เมื่อเวลา 17.15 น.วันจันทร์ที่ 19 ก.ค.เช่นกัน ร.ต.ท.นพดล ดิเรกวัฒนสาร ร้อยเวร สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ บริเวณศาลาที่พักริมทาง ตั้งอยู่บริเวณแยกอนุสาวรีย์นกสันติภาพ ถนนเอเซีย 18 ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร อาสารักษาดินแดน (อส.) และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 9 ราย จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บนอนร้องครวญครางอยู่บริเวณศาลาที่พักริมทาง จึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล ส่วนบริเวณพงหญ้าด้านหลังศาลา พบหลุมระเบิดลึก 2 ฟุต กว้าง 5 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดชนิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือกระจายเกลื่อน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการของผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล พบเป็นเจ้าหน้าที่ 6 นาย และชาวบ้าน 3 ราย ประกอบด้วย ส.ท.วสันต์ ชุมพล อายุ 22 ปี พลทหารไพฑูรย์ โพธิ์ศรี อายุ 22 ปี พลทหารวิชิต พรมสาเฆม อายุ 23 ปี อส.ไพโรจน์ สือแม อายุ 33 ปี อส.มนูญศักดิ์ อารง อายุ 29 ปี อส.ซุนกิฟฟี ดาโอ๊ะ อายุ 26 ปี น.ส. ไซด๊ะ ปูละ อายุ 15 ปี นางต่วน ลีมิง อายุ 40 ปี และ นาย วีนัส แก้วอัมพร อายุ 46 ปี

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ท.วสันต์ หัวหน้าชุดจากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 36 ได้นำกำลังทหาร และ อส.ปะจำที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก รวม 6 นาย ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันไปที่ศาลาที่พักริมทางจุดเกิดเหตุ เพื่อรอกำลังภาคประชาชน ในการตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณถนนหน้าศาลา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทั้ง 6 นายกำลังนั่งรออยู่ในศาลา ปรากฏว่ามีคนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ

ใช้โทรศัพท์มือถือกดจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ในพงหญ้ารกทึบด้านหลังศาลา แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บ และรัศมีของระเบิดยังทำให้ชาวบ้านที่กำลังซื้อของอยู่ฝั่งตรงข้ามศาลาซึ่งเป็นร้านเบเกอรี่ได้รับบาดเจ็บด้วยอีก 3 ราย เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ปัตตานีป่วนยิงรายวัน 3 รายซ้อน ตาย 2 เจ็บ 2

วันเดียวกัน ที่ จ.ปัตตานี ยังเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีกหลายเหตุการณ์ โดยเมื่อเวลา 20.00 น. คนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ นายสำเริง ไสสุข อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/1 หมู่ 3 ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 (ปัตตานี-หาดใหญ่) ท้องที่หมู่ 4 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยมี น.ส.กมลทิพย์ เกตุแก้ว อายุ 18 ปี ชาว ต.ตุยง นั่งซ้อนท้ายมาด้วย โดยทั้งคู่เป็นแฟนกัน

เมื่อสบโอกาส คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิงใส่ นายสำเริง กับ น.ส.กมลทิพย์ ทำให้นายสำเริงเสียชีวิต ส่วน น.ส.กมลทิพย์ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าสาเหตุของการดักสังหารเป็นเรื่องชู้สาวหรือการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ก่อนหน้านั้น เวลา 13.00 น. ที่ อ.หนองจิกเช่นกัน คนร้าย 2 คนยืนดักอยู่ริมถนน ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงใส่ นายสัมพันธ์ ลำภา อาวุ 46 ปี ชาว จ.สมุทรสงคราม อาชีพโฟร์แมน (หัวหน้าคนงานก่อสร้าง) บริษัทเจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งรับงานรับเหมาก่อสร้างกองพันพัฒนาและพิทักษ์ทรัพยากรที่ 1 กรมพัฒนาและพิทักษ์ทรัพยากรที่ 3 ขณะขับรถกระบะอยู่บริเวณตลาดนัดกาแลกุโบ หมู่ 2 ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก

มุ่งหน้าไปยังไซต์งานก่อสร้าง เป็นเหตุให้นายสัมพันธ์ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัวหรือการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ไม่หวังดี

คืนวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ค. คนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสามโฉบผ่านไปทางหน้าร้านใหม่ซักอบรีด ตั้งอยู่ริมถนนเจริญประดิษฐ์ หมู่ 1 ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี จากนั้นใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงใส่ นายวีระ ปานทน อายุ 50 ปี อาจารย์วิทยาลัยเทคนิคปัตตานี เสียชีวิต เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นเหตุล้างแค้นส่วนตัว

ที่ จ.ยะลา เย็นวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ค. คนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน มีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ก่อเหตุยิง นายซุลกิฟลี มูซอ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97/1 ถนนสิโรรส ต.สะเตง อ.เมืองยะลา อาชีพรับเหมาก่อสร้าง ขณะที่ นายซุลกิฟลี กำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนในซอยมูซอ 1 ถนนสิโรรส ใกล้สะพานบ้านสะเตง โดยคนร้ายเรียกนายซุลกิฟลีให้จอดรถก่อนจ่อยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์

เป็นเหตุให้นายซุลกิฟลีได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุว่าเป็นการล้างแค้นส่วนตัวหรือสร้างสถานการณ์ของผู้ก่อความไม่สงบ

เอ็ม 79 ถล่มสถานีรถไฟบูกิต 2 ลูกซ้อน

ก่อนหน้านั้นเมื่อกลางดึกคืนวันเสาร์ที่ 17 ก.ค. เกิดเหตุคนร้ายใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 ยิงถล่มสถานีรถไฟบูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส 2 ลูกซ้อน กระสุนตกบริเวณชานชลา โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และสถานีรถไฟก็ไม่ได้รับความเสียหาย โดยภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารที่ตั้งฐานอยู่หลังอาคารสถานีรถไฟได้ยิงปืนขึ้นฟ้า ทำให้คนร้ายล่าถอยไป เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพราะเคยก่อเหตุลักษณะคล้ายคลึงกันมาแล้วถึง 3 ครั้ง

ช่วงเช้ามืดวันศุกร์ที่ 16 ก.ค. กองกำลังผสมตำรวจทหาร บุกเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 49 หมู่ 5 บ้านดอนนา ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังสืบทราบว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับเข้าไปหลบซ่อนตัว ผลการตรวจค้นสามารถจับกุม นายอารง หามะ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคง พร้อมอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นอาวุธของเจ้าของนากุ้งในพื้นที่ อ.หนองจิก ที่ถูกฆ่าตัดคอเมื่อปี 2552

อีกรายเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าจับกุม นายสุฮัยรี นิติจิบุสัต ผู้ต้องหาคดียิงเจ้าของสวนยางพารา ขณะหลบหนีอยู่ในพื้นที่บ้านเพียร ต.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวทั้งคู่ไปสอบปากคำที่หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี

isranews.

โจรใต้วางระเบิดทหารชุด รปภ.ครูที่รือเสาะไร้เจ็บ-ตาย

20 กรกฎาคม 2553 12:19 น.

นราธิวาส - ทหารและลูกจ้างรอดตายหวุดหวิด หลังโจรใต้ก่อเหตุกดมือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ใต้ตอไม้ในกองฟาง จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บ-ตาย

วันนี้ (20 ก.ค.) เมื่อเวลา 08.30 น. ร.ต.ท.อุกฤษฎ์ สังฆะมณี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู สังกัด ร้อย ร.1021 ฉก.นราธิวาส 30 เหตุเกิดบริเวณข้างโรงสีร้างในหมู่บ้านลูโบ๊ะปูโละ ม.3 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.พชร ณ นคร รอง ผกก.ป.สภ.รือเสาะ

พ.ต.ณัฎฐพงศ์ อัศวินวงศ์ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุบริเวณตอไม้ในกองฟางข้างโรงสีร้างมีหลุมลึก 4 ฟุต กว้าง 5 ฟุต มีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ส.อ.เอกพล โมกทิพย์ หัวหน้าชุด ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกำลัง รวม 4 นายและลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน จำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันเป็นพาหนะออกจากฐานเพื่อเดินทางไปตรวจสอบความเรียบร้อยของเส้นทาง เมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จได้นำกำลังแยกย้ายกันยืนบล็อกเส้นทางให้คณะครูโรงเรียนบ้านสามัคคีและครูโรงเรียนบ้านสุวารี ขับยานพาหนะเพื่อเดินทางไปสอนหนังสือตามปกติเป็นกิจวัตร

ในระหว่างที่ยืนบล็อกเส้นทางอยู่นั้นได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ใต้ตอไม้ในกองฟาง จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากรัศมีการทำลายล้างได้หักเหเข้าไปในป่ารกทึบ จึงทำให้ทหารและลูกจ้างรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด

manager.

บึมศาลาริมทาง เจ็บ9ราย ป่วนใต้รายวัน

19 กรกฎาคม 2553, 20:45 น.

โจรใต้แฝงตัวใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดศาลาที่พักริมทางกลางเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ทหาร อาสาสมัครและชาวบ้านบาดเจ็บ 9 ราย โดยไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว.....

เมื่อวันที่ 19 ก.ค.เวลา 17.15 น.ร.ต.ท.นพดล ดิเรกวัฒนสาร ร้อยเวร สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ ที่บริเวณศาลาที่พักริมทาง ซึ่งตั้งอยู่สามแยกอนุสาวรีย์นกสันติภาพ

ถนนเอเซีย 18 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร อส.และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บรวม 9 ราย จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดที่บริเวณพงหญ้ารกทึบ ด้านหลังของศาลาที่พักริมทางลึก 2 ฟุต กว้าง 5 ฟุต และมีเศษชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ

กระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่มูลนิธิธารน้ำใจสุไหงโก-ลก ได้นำตัวส่ง รพ.สุไหงโก-ลก ไปก่อนหน้าแล้ว โดยถูกสะเก็ดตามบริเวณลำตัว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ 6 นายและชาวบ้าน 3 ราย

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ท.วสันต์ หัวหน้าชุด สังกัดร้อย ร.1922 ฉก.นราธิวาส 36 ได้นำกำลังทหารและ อส.อ.สุไหงโก-ลก รวม 6 นาย ขี่รถ จยย.3 คัน มาที่ศาลาที่พักริมทางจุดเกิดเหตุ

เพื่อรอกำลังภาคประชาชน ในการตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่บริเวณถนนหน้าศาลาที่เกิดเหตุ และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทั้ง 6 นาย กำลังนั่งอยู่นั้น ได้มีคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ

ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ในพงหญ้ารกทึบริมทางด้าน หลังของศาลาที่พัก จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ถูกสะเก็ดระเบิดกระเด็นไปคนละทิศละทาง และยังส่งผลทำให้ชาวบ้านที่กำลังซื้อของอยู่ที่บริเวณหน้าร้านบาบูเบเกอร์รี่ ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บไปด้วย 3 คน.

thairath.

บึ้มไม่หยุด! ฮ.ลำเลียง ตร.เหยียบกับระเบิดส่งยัง รพ.ม.อ.

19 กรกฎาคม 2553 17:34 น.

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เฮลิคอปเตอร์ตำรวจ ลำเลียง ด.ต.นิยม สุวรรณมณี ตำรวจ สภ.ธารโต จ.ยะลา ที่เหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัสส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) ภรรยาเผยสามีปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญบาดเจ็บสาหัสครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง

วันนี้ (19 ก.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. เฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลำเลียง ด.ต.นิยม สุวรรณมณี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ธารโต จ.ยะลา ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) เป็นการด่วน

หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุเหยียบกับระเบิด ขณะออกปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่ที่บ้านผ่านศึก หมู่ที่ 2 ต.คีรีเขต อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (19 ก.ค.)

แรงระเบิดส่งผลให้ขาซ้ายของ ด.ต.นิยมหักและเป็นแผลฉกรรจ์ และทันทีที่เดินทางมาถึงโรงพยาบาลสงขลานครินทร์แพทย์ได้นำเข้าห้องผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตเป็นการด่วน ขณะที่ภรรยาของ ด.ต.นิยม ซึ่งเดินทางมากับเฮลิคอปเตอร์พร้อมกันเฝ้าดูแลสามีด้วยความเป็นห่วง

พร้อมกับเผยว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ ด.ต.นิยมได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่และต้องถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยครั้งแรกบาดเจ็บสาหัสจากการปะทะกับกลุ่มคนร้ายเมื่อปี 49

สำหรับเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่บ้านผ่านศึก หมู่ 2 ต.คีรีเขต อ.ธารโต จ.ยะลา เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนที่ผ่านมา เป็นให้ชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย คือ นางแดง มณีโชติ อายุ 52 ปี เจ้าของสวนยาง เดินเหยียบกับระเบิดขาขาดทั้งสองข้าง

เสียชีวิตในเวลาต่อมา และหลังจากนั้น ส.ต.ท.พิภพ ศรีกันยา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้ได้เหยียบกับระเบิดอีกลูกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้เสียชีวิตขณะเข้าเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุในระยะห่างกันเพียง 1 ชั่วโมง

manager.

โจรใต้ยิงเอ็ม 79 ถล่มสถานีรถไฟเจาะไอร้อง 2 ลูกซ้อน

18 กรกฎาคม 2553 12:09 น.

นราธิวาส - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เจาะไอร้อง เข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายยิงระเบิด เอ็ม 79 ใส่สถานีรถไฟบูกิต จำนวน 2 ลูกซ้อน โชดดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

วันนี้ (18 ก.ค.) เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส พ.ต.ท.เลียบ พรมจันทร์ รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน นปพ.จ.นราธิวาส

และ ร.ต.อ.หมัดอุเส็น เหมาะสะนิ พนักงานสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปยังสถานีรถไฟบูกิต อ.เจาะไอร้อง

ซึ่งตั้งอยู่บ้านโต๊ะเล็ง ม.3 ต.บูกิต ที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืน เอ็ม 79 ยิงถล่มใส่สถานีรถไฟบูกิต จำนวน 2 ลูกซ้อน เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.50 น.ของคืนวันที่ 17 ก.ค. 53 ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เกรงกลุ่มคนร้ายจะวางแผนลวงยิงถล่มซ้ำ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบร่องรอยหลุมลูกระเบิด เอ็ม 79 ลูกที่ 1 ตกอยู่ที่บริเวณชานชาลาด้านขวามือของสถานีรถไฟ ซึ่งห่างจากอาคารประมาณ 5 เมตร ลึก 5 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว และมีเศษซากชิ้นส่วนของลูกระเบิดเอ็ม 79

ตกอยู่บนพื้นชานชาลา ส่วนลูกที่ 2 ตกอยู่ภายในสวนเงาะข้างฐานปฏิบัติการทหารสังกัดร้อย ร.15132 ฉก.นราธิวาส 31 ซึ่งมีหลุมลึก 6 นิ้ว กว้าง 8 นิ้ว และมีเศษซากชิ้นส่วนของลูกระเบิด เอ็ม 79 ตกกระจายเกลื่อนเหมือนจุดที่ 1 เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน จ.ส.อ.สุทัศน์ อิ่มพราหมณ์ หัวหน้าชุด ร้อย ร.15132 ฉก.นราธิวาส 31 ซึ่งตั้งฐานอยู่หลังอาคารสถานีรถไฟบูกิต อ.เจาะไอร้อง ทราบว่า ในช่วงที่เจ้าหน้าที่ทหารได้กระจายกำลังกันเดินตรวจสอบความเรียบร้อยอาคารของสถานีรถไฟอยู่นั้น

ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนอาศัยความมืดแฝงตัวอยู่ที่บริเวณถนนพาดเส้นทางรถไฟ ห่างจากสถานีรถไฟบูกิต ประมาณ 150 เมตร ใช้อาวุธปืนเอ็ม 79 ยิงถล่มใส่อาคารสถานีรถไฟบูกิต อ.เจาะไอร้อง จำนวน 2 ลูกซ้อน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่กระสุนพลาดเป้า

เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้เข้าที่กำบังและใช้อาวุธปืนประจำกายยิงขู่ขึ้นฟ้าจำนวน 1 ชุดใหญ่ กลุ่มคนร้ายจึงได้พากันล่าถอยไป เมื่อเสียงปืนสงบลงจึงได้เข้าตรวจสอบ และพบว่าผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมทั้งทรัพย์สินไม่ได้รับความเสียหาย จึงได้แจ้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เจาะไอร้องให้รับทราบดังกล่าว

ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เนื่องจากในช่วง 1 ปีเศษที่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 79 ยิงถล่มใส่ฐานและสถานีรถไฟดังกล่าวมาแล้วรวม 3 ครั้ง

manager.

ธารโตเดือดวางกับระเบิดลวง ตร.เหยียบตูมเจ็บ 3

16 กรกฎาคม 2553, 17:50 น.

ส.ต.ท.ชุดกู้บึมโชคร้าย เหยียบกับระเบิดในสวนยางธารโต ขณะเข้าตรวจสอบเหตุร้ายก่อนหน้า ทำให้ขาขาดทั้ง 2 ข้าง มี ด.ต.กับ ร.ต.ท.เจ็บอีก 2...

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2553 เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ นางแดง มณีโชติ อายุ 52 ปี เหยียบกับระเบิดในสวนยางพารา บริเวณ ม.2 ต.คีรีเขต อ.ธารโต จ.ยะลา เสียชีวิต เหยียบกับระเบิดที่คนร้ายวางไว้อีก 1 ลูก ได้รับบาดเจ็บรวม 3 นาย

เหตุการณ์ดังกล่าว สืบเนื่องจาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ศชต. เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุปรากฏว่า ส.ต.ท.พิภพ ศรีธัญญา เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ได้เหยียบกับระเบิดที่คนร้ายวางไว้อีก 1 ลูก

ห่างจากจุดแรกประมาณ 20 เมตร จนเกิดการระเบิดเสียงดังสนั่น และทำให้ ส.ต.ท.พิภพ ได้รับบาดเจ็บสาหัสขาขาดทั้ง 2 ข้าง นอกจากนั้นยังมี ด.ต.ชูชาติ คมขำ และ ร.ต.ท.ธีรศักดิ์ หลอดแก้ว เจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีสำคัญ ศชต.ได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.เฉลิมเกียรติ อัมรากระสินธุ์ ผกก.สภ.ธารโต ซึ่งนำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลธารโตแล้วส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เบื้องต้น เชื่อว่า เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบชุดเดียวกันกับที่วางกับระเบิดทำร้ายนางแดง เพื่อลวงเจ้าหน้าที่

thairath.

สำรวจ 3 พื้นที่"อ้างหยุดยิง" ชาวบ้านขำกลิ้ง นายอำเภอไม่เชื่อ!

Friday, 16 July 2010 22:14

การลงพื้นที่สำรวจความเห็นของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐในท้องที่ 3 อำเภอของ จ.นราธิวาส คือ อ.ระแงะ อ.ยี่งอ และ อ.เจาะไอร้อง ของ "ทีมข่าวอิศรา" เกี่ยวกับประเด็นร้อนว่าด้วยการ "หยุดยิง" เป็นเวลา 1 เดือนนั้น พบข้อมูลและความเห็นของผู้คนในพื้นที่เหล่านี้อย่างหลากหลายและน่าสนใจยิ่ง

ก่อนหน้านี้ เมื่อราววันที่ 10 ก.ค.2553 กลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็น "ขบวนการปลดปล่อยมลายูปัตตานี" หรือ พีเอ็มแอลเอ็ม (The Pattani Malay Liberation Movement : PMLM) ได้กระจายข่าวผ่านสื่อบางแขนงว่า พีเอ็มแอลเอ็มซึ่งเป็นการรวมตัวกันของสมาชิกกลุ่มพูโล กับ บีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต ได้ประกาศมาตรการหยุดยิงฝ่ายเดียวเป็นเวลา 1 เดือน ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.ถึง 10 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความจริงใจต่อรัฐบาลไทย และยืนยันศักยภาพของกลุ่มในการควบคุมกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ โดยหวังผลสร้างความเชื่อมั่นในการเปิดเจรจากับรัฐบาลไทย

นอภ.ระแงะ: หยุดยิงกับใคร วันก่อนเพิ่งระเบิด

จากการพูดคุยกับ นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอระแงะ เขาเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าข่าวการประกาศหยุดยิงมาจากไหน เพราะส่วนตัวก็ได้แต่ทำงานไปเรื่อย แต่ก็ทราบข้อมูลมาบ้างเหมือนกัน เป็นการทราบจากข่าวที่ไม่รู้แหล่งที่มา

"ผมก็ได้ยินมา แต่ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย เพราะไม่รู้ว่าใครจะหยุดยิงกับใคร แต่เขาว่ากันอย่างนั้น ตามความรู้สึกส่วนตัวแล้ว ผมไม่รู้ว่าจะหยุดยิงได้อย่างไร เพราะเมื่อคืนก่อนก็มีการวางระเบิด และก็มีเหตุการณ์คล้ายๆ การตอบโต้กันตามมาอีก"

นายอำเภอระเงะ เผยความรู้สึกด้วยว่า ถ้าจะให้ดี ไม่อยากให้มีข่าวหรือการประกาศอะไรเกี่ยวกับหยุดยิงน่าจะดีกว่า เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้น

"ถ้าจะให้ดี อยู่เงียบๆ ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปประกาศให้รู้กันเป็นวงกว้าง เพราะตอนที่ไม่มีประกาศอะไร ทุกคนก็สามารถทำงานได้ แต่พอประกาศขึ้นมา การทำงานก็มีอุปสรรคขึ้น ยากขึ้น อีกอย่างเจ้าหน้าที่ก็เหนื่อยเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า คืองานของผมมักจะออกทำกันตอนกลางคืนตลอด พอมีข่าวแบบนี้จะออกไปทำงานเหมือนปกติก็ยากขึ้น เพราะมันเกิดความสับสน ถ้าประกาศก็ประกาศให้รู้กันภายในก็ได้ คนทำงานในพื้นที่เขาไม่ยุ่งอยู่แล้ว ถ้าเป็นเรื่องนโยบายก็เป็นเรื่องระดับนโยบายไป ระดับพื้นที่คงไม่เกี่ยวข้องด้วย” นายศุภวริศ ย้ำ

นอภ.ยี่งอ: แค่สร้างกระแส ไม่ใช่ของจริง

นายสมศักดิ์ สิทธิวรการ นายอำเภอยี่งอ กล่าวว่า ทราบข่าวเรื่องหยุดยิงมาบ้าง แต่ก็เชื่อว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เพราะตามที่อ้างว่าขบวนการปลดปล่อยมลายูปัตตานีประกาศหยุดก่อเหตุในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.ระแงะ อ.ยี่งอ และ อ.เจาะไอร้อง ก็ไม่เห็นว่าจะมีการหยุดยิงจริงตามที่ประกาศ เชื่อว่าเป็นการสร้างกระแสมากกว่า และชาวบ้านเองก็รู้ว่ามันไม่ใช่ของจริง

นอภ.เจาะไอร้อง: ชาวบ้านมองเป็นเรื่องตลก

ขณะที่ นายนิมิตร ภูมิประเสริฐ นายอำเภอเจาะไอร้อง กล่าวว่า ทราบข่าวเรื่องหยุดยิงเช่นกัน แต่ก็มานั่งคิดอยู่ว่าเป็นการตกลงกับใคร แล้วมาบอกว่าตกลงกับหัวหน้า หรือควบคุมกองกำลังในพื้นที่ได้ แต่คำถามคือใครเป็นหัวหน้า ผู้สั่งการของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใน อ.เจาะไอร้อง รู้หรือเปล่าว่าเป็นใคร ถ้ารู้ก็แสดงว่าเก่งที่สามารถคุยกันได้

"ช่วงที่ผ่านมา อ.เจาะไอร้อง ไม่ค่อยมีเหตุรุนแรงจริงๆ แต่สาเหตุที่เหตุการณ์ไม่ค่อยเกิด เป็นเพราะนายอำเภอลงพื้นที่บ่อย ออกทุกวัน ทำงานมวลชนกับชาวบ้าน สร้างความเข้าใจ สถานการณ์ขณะนี้มีอย่างเดียวที่ต้องทำคือสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน ให้ชาวบ้านได้รู้ว่าการกระทำของฝ่ายตรงข้ามคือการทำลายศาสนา เพราะสิ่งที่ถูกคือถ้าเราเดินบนถนนแล้วเราเห็นหนาม เราต้องเอาหนามออก แต่ปัจจุบันแทนที่จะเอาหนามออก กลับเอาตะปูไปโปรย เราสอนให้ลูกหลานเราไปวางระเบิด มันก็ไม่ถูกต้อง" นายนิมิตร กล่าว

เมื่อถามย้ำเกี่ยวกับข่าวการประกาศหยุดยิง นายอำเภอเจาะไอร้อง กล่าวว่า จะหยุดยิงได้อย่างไร เนื่องจากทุกอำเภอยังเกิดเหตุรุนแรงตลอด เฉพาะที่ อ.เจาะไอร้อง วันที่ 18 มิ.ย. (ช่วงที่อ้างว่ามีการประกาศหยุดยิง) ก็เกิดระเบิดในพื้นที่ ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บหลายนาย ส่วนที่ อ.ยี่งอ อ.ระแงะ ก็มียิงรายวัน ฉะนั้นมันคงไม่ใช่แล้ว

"สรุปคือว่าคนร้ายก็คือคนร้าย แต่ก็ไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ อาจเป็นงานจิตวิทยาก็ได้ รัฐบาลอาจต้องการทำให้ชาวบ้านเห็นว่าตอนนี้มีการพูดคุย มีการเจรจากันอยู่ ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องกลัวอีกแล้ว" นายนิมิตร กล่าว

เมื่อสอบถามถึงท่าทีของชาวบ้านในพื้นที่ นายอำเภอเจาะไอร้อง บอกว่า "ชาวบ้านมองเป็นเรื่องตลก ชาวบ้านหัวเราะ มาถามว่าเขาตกลงกับใคร ผมตอบไปว่าผมก็ไม่ทราบ แต่ถ้ามีการเจรจาจริงก็โอเค เห็นด้วย นี่ก็เกินกำหนดเวลาที่อ้างว่าหยุดยิงแล้ว แต่เหตุการณ์ก็ยังเกิดขึ้นเหมือนเดิม”

ชาวบ้าน: แม้กลุ่มนี้หยุดยิง แต่กลุ่มอื่นยังไม่หยุด

ด้านความเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ นางแมะซง กาเล็ง ชาว อ.ยี่งอ กล่าวว่า ไม่รู้เรื่องข่าวหยุดยิงเลย และไม่เชื่อว่าจะมีจริง เพราะคิดว่าปัญหาภาคใต้ไม่มีวันสงบได้ถ้าชาวบ้านยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ฉะนั้นใครหรือฝ่ายไหนจะออกมาประกาศกี่ครั้งก็ไม่จบหรือสงบลงได้ ที่สำคัญคนที่ก่อเหตุไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียว หากกลุ่มนี้ไม่ก่อเหตุ อีกกลุ่มก็ต้องมาก่อเหตุเพื่อให้พื้นที่นี้เกิดความรุนแรงอยู่ตลอด

นายแวนาแซ กูแวกามา ชาวบ้านไอร์ปาแย ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง กล่าวว่า ยังไม่ทราบข่าวเลย ถ้ามีการหยุดยิงจริงก็ดี แต่ที่ผ่านมาก็ยังมีเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จะมาบอกว่าเหตุการณ์สงบลงคงไม่ได้ ตอนนี้เหตุก็เกิดขึ้นอยู่ ยังไม่หยุด จะให้เชื่อว่าหยุดยิงคงลำบาก ส่วนฝ่ายที่ออกมาประกาศใช่ของจริงหรือเปล่าก็ไม่มีใครตอบได้เหมือนกัน

นางนิรมล กลางแท่น สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ยี่งอ กล่าวว่า พอจะทราบข่าวที่ว่ามีการพูดคุยเรื่องหยุดยิงอยู่บ้าง หากกลุ่มที่ประกาศเป็นของจริงก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะช่วงที่ผ่านมาเหตุการณ์รุนแรงก็ลดลง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหยุดไปเสียทีเดียว

"ตอนนี้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีแค่เรื่องการก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน แต่ยังมีการก่อการร้ายที่เกี่ยวกับการเมือง ก่อการร้ายที่เกี่ยวกับยาเสพติดด้วย อย่าง อ.ยี่งอ ตอนนี้ชาวบ้านเชื่อว่าไม่มีกลุ่มขบวนการที่มาจากคนในพื้นที่แล้ว ส่วนใหญ่ที่เข้ามาก่อเหตุมาจากต่างถิ่นทั้งหมด พวกนั้นส่วนใหญ่จะเป็นพวกรับจ้าง ขณะที่คนในพื้นที่ถูกทหารพาไปอบรมหมดแล้ว และเหตุการณ์ที่ยังเกิดขึ้นก็เป็นการก่อเหตุกันเองเพื่อให้ดูว่าในพื้นที่ยังเกิดเหตุอยู่" นางนิรมล กล่าว

อดีตรองแม่ทัพ: บีอาร์เอ็นฯไม่มีนโยบายหยุดยิง

พล.ต.สำเร็จ ศรีหร่าย อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ) เจ้าของงานวิจัยเรื่อง "บีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต" กล่าวกับ "ทีมข่าวอิศรา" ว่า กระแสข่าวหยุดยิงไม่เป็นความจริง เพราะกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นขบวนการพีเอ็มแอลเอ็ม ไม่สามารถสั่งการกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ได้ ไม่ว่าจะอำเภอไหนก็ตาม

"เท่าที่ผมได้ศึกษาโครงสร้างของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง พบว่าการที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะออกมากล่าวอ้างว่าสามารถสั่งการให้กองกำลังติดอาวุธออกปฏิบัติการหรือหยุดปฏิบัติการได้นั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะการจัดโครงสร้างของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมีการตัดตอนทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง จึงไม่มีใครรู้จักคนในขบวนการทั้งหมด แต่ทุกส่วน (หรืออาจจะเรียกว่าเซลล์อิสระ) ทำภารกิจเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือแบ่งแยกดินแดนตามที่กลุ่มขบวนการได้บ่มเพาะความคิดและอุดมการณ์มายาวนานกว่า 20 ปี"

พล.ต.สำเร็จ บอกด้วยว่า แนวคิดเรื่องการหยุดยิง ไม่มีทางเป็นนโยบายของกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต เพราะยุทธศาสตร์ของกลุ่มนี้คือการก่อความรุนแรงไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้มวลชน และล่อให้รัฐเปิดปฏิบัติการตอบโต้ ซึ่งก็จะทำให้รัฐเสียมวลชนไปเรื่อยๆ กลายเป็นแนวร่วมมุมกลับของกลุ่มขบวนการ และในที่สุดประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ก็จะกลายไปเป็นมวลชนของขบวนการ

"บีอาร์เอ็นไม่สนใจเรื่องหยุดยิง เขามีแต่จะก่อความรุนแรงเพื่อให้เกิดผลตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ ฉะนั้นผมไม่เชื่อข่าวนี้ และสรุปได้ว่าไม่ใช่ข่าวจริง รวมทั้งที่ว่าพูโลจับมือกับบีอาร์เอ็นด้วย เนื่องจากกลุ่มพูโลไม่มีศักยภาพอะไรแล้ว" อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว

และทั้งหมดนี้คือข้อคิดเห็นล่าสุดจากทุกฝ่ายในพื้นที่จริงที่มีต่อข่าวประกาศ "หยุดยิง" ของขบวนการพีเอ็มแอลเอ็ม!

isranews.

โจรใต้ดักซุ่มยิงตชด.ระแงะเจ็บ2

14 กรกฎาคม 2553, 23:34 น.

คนร้าย ซุ่มยิง คณะ ผกก.ตชด.41 ที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ขณะนั่งรถเยี่ยมปลอบขวัญกำลังพล ตชด. ส่งผลให้บาดเจ็บ 2 นาย... เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 14 ก.ค. 2553 ร.ต.อ.ศรเพชร ตันติอมรชัยกุล ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส

รับแจ้งเหตุคนร้ายดักซุ่มยิงขบวนรถยนต์ของ ผกก.ตชด.24 จ.อุดรธานี ขณะนั่งรถยนต์ไปเยี่ยมปลอบขวัญกำลังพลที่ตั้งฐานอยู่ที่ อ.จะแนะ เหตุเกิดบนถนนสายดุซงญอ-ตันหยงมัส บ้านกาลิซา หมู่ 2 ต.กาลิซา ทำให้เจ้าหน้าที่ ตชด.ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ พ.ต.ท.เลียบ พรมจันทร์ รอง ผกก.นปพ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าสีขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีร่องรอยถูกกระสุนปืนที่บริเวณตัวถังด้านซ้ายพรุนทั้งแถบ แถมกระจกหน้าและด้านซ้ายถูกกระสุนปืนแตกละเอียด รวมทั้งยางล้อหลังซ้าย 1 เส้น ที่จอดอยู่ริมถนน และจากการตรวจสอบบริเวณป่าสวนยางพาราที่รกทึบ

เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน เอ็ม.16 ของคนร้ายตกอยู่จำนวน 2 จุดใหญ่ รวม 25 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยทั้ง 2 นาย คือ ด.ต.โชคดี บัวถนอม หัวหน้าชุด และ ด.ต.ฉลอง สุนเจิม แพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนให้กลับไปพักรักษาตัวที่ฐาน

จากการสอบสวน ด.ต.ประมวล นวะศรี ผบ.หมู่ ตชด.24 จ.อุดรธานี ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.โชคดี บัวถนอม หัวหน้าชุด ได้นำกำลัง รวม 5 นาย นั่งรถยนต์กระบะออกจากฐาน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณข้าง อบต.ดุซงญอ อ.จะแนะ เพื่อเดินทางไปรับคณะ พ.ต.อ.สุภัทร ม่วงสมัย ผกก.ตชด.24 ที่ตลาด อ.ระแงะ

เพื่อเดินทางมาเยี่ยมปลอบขวัญกำลังพลในพื้นที่ โดย ด.ต.โชคดี หัวหน้าชุด ได้นั่งรถยนต์กระบะนำหน้าขบวน โดยมี พ.ต.อ.สุภัทร ผกก.ตชด 24 นั่งรถยนต์ตู้โดยสารตามหลังมาห่าง ๆ เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเนินเขาสวนยางพาราที่สูงชันทั้ง 2 ฟากถนน ได้มีคนร้ายจำนวน 2-3 คน ดักซุ่มอยู่ในป่าสวนยางพารา เมื่อรถยนต์กระบะของ ด.ต.โชคดี หัวหน้าชุดขับผ่าน

คนร้ายได้ใช้อาวุธปืน เอ็ม 16 ยิงถล่มใส่จำนวนชุดใหญ่ จนกระสุนเฉียวที่บริเวณศีรษะของ ด.ต.โชคดี หัวหน้าชุด และ ด.ต.ฉลอง สุนเจิม พลขับรถยนต์ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ด.ต.โชคดี หัวหน้าชุด จึงได้วิทยุประสานไปยังเจ้าหน้าที่ประจำรถยนต์ตู้โดยสาร ที่ พ.ต.อ.สุภัทร ผกก.ตชด.ที่ 24 นั่งมาให้รับทราบ และได้สั่งให้พลขับรีบขับรถออกจากที่เกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว

thairath.

พบแกนนำโจรใต้เหตุยิงปะทะเคยโดนหมายจับ 7 คดี

15 กรกฎาคม 2553 18:26 น.

ปัตตานี - คืบหน้าเหตุยิงปะทะที่บ้านตุนหยงจ.ปัตตานี จนท.ระบุแกนนำก่อความไม่สงบมีหมายจับ 7 คดี ทั้งยิงทหาร ตำรวจ ครู ตชด.หญิง กำนัน เผาโรงเรียน

กรณีเหตุยิงปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบที่บ้านเลขที่ 49 ม.3 บ้านตุนหยง ต.สาคอบน อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ นายสาบูดิง เด็ง อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาหมายจับและเป็นแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบเสียชีวิต ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังเหตุยิงปะทะว่า เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 15 ก.ค. พ.ต.อ.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี พร้อมด้วย พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ปัตตานี 25 ได้เข้าไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม และตรวจสอบความเสียหายของบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นของ นายยูโซ๊ะ มะยี อายุ 68 ปี ปรากฏว่าสภาพบ้านมีรูกระสุนนับร้อยรูทำให้ตัวบ้าน หลังคาบ้านและข้าวของภายในบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก

จากความเสียหายครั้งนี้ ทาง พลตรีจีระศักดิ์ ชมประสบ ผบ.ฉก.ปัตตานี ระบุว่า จะดำเนินการเยียวยาซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมโดยเร็ว ส่วน นายอิสมาแอ แยนา อายุ 29 ปี ผู้ต้องสงสัยซึ่งอยู่ร่วมกับ นายสาบูดิง บนบ้านก่อนการปะทะกันและได้ลงมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ถูกนำไปควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก เพื่อสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและอยู่ในเครือข่ายกลุ่มก่อความไม่สงบหรือไม่

เบื้องต้น นายอิสมาแอ ให้การว่า รู้จักกับ นายสาบูดิง เพราะเรียนหนังสือมาด้วยกัน และที่มาหาตนที่บ้านเกิดเหตุ เพราะมาขอละหมาด ส่วนเรื่องก่อความไม่สงบ ตนไม่รู้เรื่องจนมีเจ้าหน้าที่มาปิดล้อมและปะทะครั้งนี้

สำหรับอาวุธปืนขนาด .45 ของ นายสาบูดิง ที่ใช้ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่นั้น เป็นปืนของ นายอามะ สามะ กำนัน ต.ปะโด อ.มายอ ที่ นายสาบูดิง ลอบยิงเสียชีวิตและขโมยปืนไปเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2552 และจากการตรวจสอบข้อมูลประวัตินายสาบูดิง พบว่ามีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 7 คดี ประกอบด้วย 1.เมื่อวันที่ 30 ก.ค.50 พยายามฆ่า นายดอเลาะ เด็ง นายก อบต.ปะโด 2.เมื่อวันที่ 13 ส.ค.51 ลอบเผาโรงเรียนบ้านปาตะกูโบร์ ต.สาคอบน

3.เมื่อวันที่ 13 ก.พ.52 ยิง นายมือลี ตายา เสียชีวิต 4.เมื่อวันที่ 13 ส.ค.52 ลอบยิง ส.ต.ท.หญิงศุภาวดี ตั้งประสพสุข ครู ตชด.โรงเรียน ตชด.พิทยานุเคราะห์ 4 เสียชีวิต 5.เมื่อวันที่ 9 พ.ย.52 พยายามฆ่า จ.ส.ต.รอมือลี ประชานิยม 6.เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.52 ร่วมกันพยายามฆ่า นายการียา อาแว และ 7.เมื่อวันที่ 30 เม.ย.52 ฆ่า นายอามะ สามะ กำนัน ต.ปะโด

ด้าน พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า คนร้ายที่ถูกวิสามัญถือเป็นแกนนำระดับปฏิบัติการณ์คอมมานโด และเป็นเครือข่ายกลุ่มของ นายมาหามะ จาจ้า แกนนำคนสำคัญ โดยชุดสืบสวนทราบความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้แล้ว ว่า นายสาบูดิง เข้ามาเคลื่อนไหวเพื่อประชุมเตรียมสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ แต่เป็นความโชคดีที่ส่วนหนึ่งมีชาวบ้านที่เป็นฝ่ายรัฐได้แจ้งข้อมูล ว่า นายสาบูดิง เข้ามาหลบซ้อนตัวจึงสามารถหยุดความเคลื่อนไหว

อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มก่อความไม่สงบ ก็ถือเป็นการปฏิบัติภารกิจตามสถานการณ์ เพราะก่อนปะทะกัน เจ้าหน้าที่พยายามเจรจาโดยให้อิหม่าม หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจรจาหลายชั่วโมง แต่คนร้ายก็ไม่ยินยอม

ภายหลังจากได้รับการตอบโต้จาก นายสาบูดิง ได้ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตลอด เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจยุติสถานการณ์โดยเร็ว ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ได้มีการกำชับให้กำลังในพื้นที่มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น ป้องกันกลุ่มแนวร่วมออกมาตอบโต้สถานการณ์

manager.

หน่วยข่าวฯแจ้งโจรใต้ซุ่มป่วน สั่งคุมชุดรปภ.ครูยะลา

14 กรกฎาคม 2553, 11:59 น.

กอ.รมน.ภาค 4 ปฏิเสธข่าวการหยุดยิงของกลุ่มก่อเหตุรุนแรงใน 3 อำเภอนราฯ ยันไม่มีการเจรจาหยุดยิง ระบุ1เดือนที่ผ่านมาเกิดเหตุ10ครั้ง หน่วยข่าวฯแจ้งโจรใต้ซุ่มป่วนอีก สั่งคุมเข้าชุด รปภ.ครูยะลา...

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน. ภาค 4 สน. ได้ออกมาปฏิเสธข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ

ที่ระบุว่าขบวนการเพื่ออิสรภาพชาวมาลายูปัตตานี หรือ The Pattani Malay Liberation Movement (PMLM) ได้ประกาศจะหยุดยิงใน 3 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส ได้แก่ อำเภอระแงะ ยี่งอและเจาะไอร้อง เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. และสิ้นสุดในวันที่ 10 ก.ค.

โดยได้สื่อสารกับรัฐบาล แต่ไม่ได้รับการเผยแพร่คำแถลงการณ์การหยุดยิงว่า ได้รับการยืนยันจากหน่วยในพื้นที่ว่า ไม่มีการเจรจาแต่อย่างใด และในห้วงเวลาดังกล่าวยังปรากฏเหตุร้ายในพื้นที่ 3 อำเภอ อาทิ การก่อเหตุระเบิดที่อำเภอเจาะไอร้องเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. นอกจากนั้น ยังมีเหตุยิงอีกหลายเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

ส่วนข้อมูลที่บอกว่ามีการเจรจาทางลับ พล.ท.พิเชษฐ์วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 ยังสงสัยในประเด็นว่าเหตุการณ์ได้ผ่านมาแล้ว 1 เดือน พอมาช่วงท้ายของเหตุการณ์ถึงมาปรากฏเป็นข่าวเผยแพร่ออกมาซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4

ส่วนหน้า ได้วิเคราะห์ข่าวพบว่า หลังจากมีข่าวสารการตั้งกลุ่มใหม่ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในต่างประเทศก็มี ความพยายามที่จะชี้แจงผลงานว่ามีศักยภาพในการดำเนินการต่างๆ การก่อเหตุร้ายในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากน้อยเพียงใด และกล่าวอ้างว่าสามารถสั่งการได้ นอกจากนี้

ในช่วงวันที่ 10 มิ.ย. ถึง 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุรวม 10 ครั้งแบ่งเป็นเหตุระเบิด 1 ครั้ง เหตุยิง 9 ครั้งมีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บ 6 ราย

ด้านหน่วยข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่ยะลาได้แจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ และ ฝ่ายปกครองให้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดเนื่องจาก ที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่ากลุ่มก่อเหตุรุนแรงซึ่ง

ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดก่อเหตุหรือมีการหยุดยิงตามที่เป็นข่าวล่าสุด นายอิสมะแอ ระยะหลง แกนนำคนสำคัญได้เรียกประชุม อาร์.เค.เค ระดับปฏิบัติการในพื้นที่เขตเมืองยะลา จำนวน 6 คน เข้าประชุมที่บ้านพักของกลุ่มแนวหลังหนึ่งที่ บ.รั้วตะวัน ม.7 ต.บุดี อ.เมืองจ.ยะลา เมื่อค่ำที่ผ่านมา เพื่อเตรียมก่อเหตุลอบโจมตีและลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยครู

ในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทราบชื่อกลุ่มแนวร่วมจำนวน 3 คน จาก 6 คน ที่เป็นแกนนำปฏิบัติการในครั้งนี้คือ นายอัมมาน กาเดร์ นายซาการียา เปาะอีแต และ นายนภดล กาเซะ ทั้ง3 คน อยู่ระหว่างการหลบหนีการติดตามจับกุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายท้องที่ของ จังหวัดยะลาและปัตตานี

thairath.

กอ.รมน.ภาค 4 ซัด"หยุดยิง"แค่สร้างภาพ นายกฯพร้อมหนุนหากลดรุนแรง

Wednesday, 14 July 2010 01:17

หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมใจกันปฏิเสธข่าวกลุ่มพูโลและบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต จับมือประกาศมาตรการหยุดยิงเป็นเวลา 1 เดือนในพื้นที่ 3 อำเภอของ จ.นราธิวาส แม่ทัพภาค 4 สงสัยทำไมเพิ่งเป็นข่าว "กสิกร" แจงเหตุการณ์ในพื้นที่ยังรุนแรงเป็นปกติ ขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เชื่อแค่กลยุทธ์ "กลุ่มใหม่" หวังโชว์ศักยภาพ ด้านนายกฯไปอีกทาง บอกกำลังรอดูผล หากลดรุนแรงได้ก็เป็นเรื่องดี

ความคืบหน้ากรณีมีข่าวขบวนการปลดปล่อยมลายูปัตตานี หรือ พีเอ็มแอลเอ็ม (The Pattani Malay Liberation Movement : PMLM) ที่อ้างว่าเป็นการรวมตัวกันของสมาชิกกลุ่มพูโลและบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต ประกาศมาตรการหยุดยิงฝ่ายเดียวในพื้นที่ 3 อำเภอของ จ.นราธิวาส คือ อ.ระแงะ อ.ยี่งอ และ อ.เจาะไอร้อง ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.ถึง 10 ก.ค.ที่ผ่านมา

เพื่อแสดงความจริงใจต่อรัฐบาลไทยและแสดงให้เห็นว่า พีเอ็มแอลเอ็ม สามารถควบคุมกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ได้จริง โดยหวังผลสร้างความเชื่อมั่นในการเปิดเจรจากับรัฐบาลไทยเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น

ล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ 13 ก.ค.2553 ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงว่า ในเบื้องต้นได้รับการยืนยันจากหน่วยในพื้นที่ว่า ไม่มีการเจรจาใดๆ กับกลุ่มขบวนการที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

"หลังจากมีข่าวปรากฏทางสื่อเกี่ยวกับการหยุดยิงใน 3 อำเภอของ จ.นราธิวาส ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.ถึงวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าในห้วงเวลาดังกล่าวก็ยังเกิดเหตุร้ายในพื้นที่ 3 อำเภอ ไม่ว่าจะเป็นเหตุระเบิดที่ อ.เจาะไอร้อง เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าเป็นเหตุเกี่ยวกับความมั่นคง นอกจากนั้นยังมีเหตุยิงรายวันอีกหลายเหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

ฉะนั้นข้อมูลที่บอกว่ามีการเจรจาทางลับจึงไม่เป็นความจริง และจากการตรวจสอบก็ไม่มีการเจรจาใดๆ ทางกองทัพขอปฏิเสธข่าวที่ออกมาทั้งหมด โดย พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 ก็สงสัยในประเด็นที่ว่าเหตุการณ์ผ่านมาแล้วถึง 1 เดือน กลับเพิ่งมีข่าวเผยแพร่ออกมา" พ.อ.บรรพต ระบุ

พ.อ.บรรพต กล่าวต่อว่า ทาง กอ.รมน.ภาค 4 สน.ได้มีการวิเคราะห์ข่าวชิ้นนี้ พบว่าเกิดขึ้นหลังจากมีข่าวการตั้งกลุ่มใหม่ในต่างประเทศของผู้ก่อเหตุรุนแรง จึงเชื่อว่ามีความพยายามชี้แจงผลงานว่ามีศักยภาพในการดำเนินการต่างๆ โดยเฉพาะสามารถควบคุมการก่อเหตุร้ายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ คือมีการกล่าวอ้างว่าสามารถสั่งการได้ ส่วนเรื่องการเจรจานั้น

ในขณะนี้ยังไม่มีนโยบายจากหน่วยเหนือให้ดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ถึงวันนี้ยังคงให้ใช้กำลังในการดูแลพื้นที่ รักษาความสงบเรียบร้อย รักษากฎหมาย รวมทั้งปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

มีรายงานด้วยว่า ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.ถึงวันที่ 10 ก.ค.ซึ่งกลุ่มพีเอ็มแอลเอ็มอ้างว่ามีการประกาศมาตรการหยุดยิงนั้น ยังคงเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง อ.ระแงะ และ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รวมทั้งสิ้น 10 เหตุการณ์ แบ่งเป็นเหตุระเบิด 1 เหตุการณ์ และเหตุยิง 9 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และได้รับบาดเจ็บ 6 ราย

พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการกองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร (ผบ.พตท.) กล่าวว่า รัฐบาลไม่เคยมีนโยบายเรื่องการเจรจากับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นประเด็นข่าวที่ออกมาจึงไม่น่าจะเป็นความจริง และไม่มีผลอะไรต่อสถานการณ์ในพื้นที่ เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบถึงความเชื่อมโยงของกลุ่มที่ออกมาอ้างว่าหยุดการก่อเหตุ

กับกลุ่มผู้ก่อการและเครือข่ายแนวร่วมที่เคลื่อนไหวในพื้นที่จริงได้ว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่ ขณะเดียวกันเท่าที่มีการตรวจสอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรายวัน ก็ไม่พบว่ามีความผิดปกติใดๆ ที่ส่อแสดงให้เห็นว่าการประกาศของพีเอ็มแอลเอ็มมีผลต่อกลุ่มเครือข่ายในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เลย

"ขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าการออกมาให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นการสร้างกระแสข่าวเพื่อหวังประโยชน์อะไร หรือเป็นฝีมือของกลุ่มขบวนการใดที่ต้องหาผลประโยชน์แอบแฝงทั้งทางตรงและทางอ้อมจากพื้นที่ชายแดนภาคใต้หรือไม่ แต่เท่าที่ตรวจสอบสถานการณ์ในทุกพื้นที่ ทุกอย่างถือว่าอยู่ในภาวะปกติ คือยังมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง" พล.ท.กสิกร ระบุ

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบข้อถามของสื่อมวลชนถึงข่าวการประกาศหยุดยิงของกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนบางกลุ่มว่า ทราบจากข่าวแถลงว่าได้ดำเนินการแล้ว (หมายถึงได้หยุดยิงมาแล้ว) โดยขณะนี้กำลังดูตัวเลขว่ามีการงดหรือลดการใช้ความรุนแรงหรือไม่ อย่างไร แต่ทั้งนี้การดำเนินการอะไรก็ตาม หากช่วยลดความรุนแรงได้ก็ถือเป็นเรื่องดี

แต่จะต้องตรวจสอบและดูต่อไปว่าเป็นอย่างไร สิ่งที่ย้ำมาตลอดก็คือ การแก้ปัญหาจะต้องแก้ทุกมิติ ดังนั้นการติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายผู้ก่อการ ฝ่ายปฏิบัติก็กำลังดำเนินการอยู่

isranews.

โจรใต้ขว้าง M67 ใส่จุดตรวจปลักปลา ก่อนถล่มซ้ำด้วย M 16 จนท.สาหัส 2

12 กรกฎาคม 2553 22:23 น.

นราธิวาส – เกิดเหตุคนร้าย ขว้างระเบิดเอ็ม 67 ใส่ จุดตรวจบ้านปลักปลา อ.เมืองนราธิวาส ก่อนใช้อาวุธสงครามถล่มซ้ำ ปะทะกับเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้ ตชด.และทหารเรือ ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย

เมื่อเวลา 19.30 น. วันนี้ (12 ก.ค.) ร.ต.ท.สุรศักดิ์ วงษ์ประวิทย์ ร้อยเวร สภ.เมือง จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายขว้างระเบิดแล้วยิงถล่มซ้ำจุดตรวจบริการประชาชนบ้านปลักปลา ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

จึงพร้อมด้วย นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส น.ท.พงษ์ศักดิ์ ทองใส ผบ.ฉก.นราธิวาส 33 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบปลอกกระสุนปืนสงคราม เอ็ม 16 ของคนร้ายตกเกลื่อนอยู่บนถนนจำนวน 2 จุดใหญ่ รวมกว่า 100 ปลอก และที่บริเวณบังเกอร์หน้าป้อมจุดตรวจ เจ้าหน้าที่พบสลักนิรภัยของระเบิดขว้างชนิด เอ็ม 67 ตกอยู่จำนวน 1 อัน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ที่บริเวณป้องบังเกอร์ด้านซ้ายและด้านขวาของจุดตรวจ

ส่วนผู้บาดเจ็บเพื่อนทหารและตำรวจได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ทราบชื่อ คือ ด.ต.เชิดศักดิ์ สิงบุตรดา อายุ 52 ปี ผบ.หมู่ตชด.ที่ 22 จ.อุบลราชธานี

ซึ่งมีบาดแผลถูกกระสุนปืนเอ็ม 16 ของคนร้ายที่บริเวณขาซ้าย 1 นัด และ พลทหารเอก นิ่มนวล อายุ 22 ปี สังกัดชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 33 ซึ่งมีบาดแผลถูกกระสุนปืนชนิดและขนาดเดียวกันที่บริเวณศีรษะ 1 นัด ทั้งคู่อาการสาหัส แพทย์ต้องรับนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเป็นการฉุกเฉิน

จากการสอบสวนพลทหารวัฒนา โอระกะ สังกัดชุด ฉก.นราธิวาส 33 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ ตชด.ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส และอส.เมืองนราธิวาส รวม 10 นาย กระจายกำลังกันอยู่ตามบังเกอร์ต่างๆ เพื่อคอยตรวจสอบยานพาหนะที่ผ่านสัญจรไปมาบนท้องถนน และทันใดนั้นได้มีรถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน สีดำและสีขาว ไม่ทราบยี่ห้อผ่านมาที่บริเวณป้อมบังเกอร์

คนร้ายที่นั่งอยู่ในกระบะหลังของรถยนต์กระบะสีดำ ได้ใช้ระเบิดเอ็ม 67 ขว้างใส่ป้อมจุดตรวจจำนวน 1 ลูก จนไฟส่องสว่างดับ แล้วคนร้าย จำนวน 2-3 คน ที่นั่งกระบะหลังของรถยนต์กระบะสีขาวที่ขับตามหลังมา ได้ใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 ยิงถล่มซ้ำใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกัน

จนคนร้ายที่ขับรถยนต์กระบะทั้ง 2 คัน ได้ขับหลบหนีโดยมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ อ.ยี่งอ จนเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่จุดตรวจปลักปลาได้เข้าเคลียร์พื้นที่ และพบว่าเจ้าหน้าที่ถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลดังกล่าว

manager.

ใต้ป่วนตลอดสัปดาห์ “บึ้ม-ยิงซ้ำ”ทหารที่บาเจาะเจ็บ 3 ระเบิดบันนังสตา จนท.สาหัส

Sunday, 11 July 2010 08:24

ชายแดนใต้ยังป่วนต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ กลุ่มก่อความไม่สงบลอบวางระเบิด-ยิงถล่มซ้ำทหารขณะลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส บาดเจ็บ 3 นาย ขณะที่บันนังสตายังวุ่น ดักบึ้มทหารพรานชุดลาดตระเวนเส้นทาง รปภ.ครูสาหัสอีก 1 กองกำลังสามฝ่ายบุกทลายฐานฝึกกลุ่มติดอาวุธที่ธารโต ส่วนที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ปิดล้อมตรวจค้นรวบ 7 ผู้ต้องสงสัย

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ้างประปราย หลังจากมีเหตุร้ายที่สร้างความสูญเสียขนาดใหญ่ในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนหน้าหลายครั้ง โดยเมื่อเวลา 10.50 น.วันเสาร์ที่ 10 ก.ค.2553 ร.ต.อ.สุชาติ หมีลำพอง ร้อยเวรสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดแล้วยิงถล่มซ้ำเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 นาย เหตุเกิดบนถนนสายบ้านอัดตอฮีรียะห์-บ้านดูกู ท้องที่หมู่ 3 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกลางถนนลึกประมาณ 1 เมตร กว้าง 2 เมตร มีสายไฟฟ้าลากยาวเข้าไปในป่ารกทึบข้างทางประมาณ 100 เมตร รวมทั้งเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบไว้ในถังดับเพลิง น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ กระจายเกลื่อนพื้นถนน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ห่างจากหลุมระเบิดประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน บจ 5055 นราธิวาส จอดเสียหลักอยู่ในสภาพถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณใต้บังโคลนล้อหลังด้านซ้ายได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด เพื่อนทหารได้ช่วยกันนำส่งรักษาโรงพยาบาลบาเจาะไปก่อนแล้ว ได้แก่ พ.จ.อ.ยุทธ์ดนัย จินดาวงษ์ พ.จ.อ.เลอศักดิ์ ร้าวสกุล และ พลทหารบากรี เงาะดีแม ทั้งหมดอาการไม่สาหัส

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทหารชุดดังกล่าวเดินทางไปจัดการแสดงดิเกร์ฮูลูที่โรงเรียนศิริธรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้าน จากนั้นได้ชวนกันเดินทางออกจากโรงเรียนเพื่อไปซื้อหาเสบียงอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชน แต่เมื่อรถแล่นออกจากโรงเรียนไปได้เพียง 500 เมตร

ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนซึ่งแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่ลอบฝังไว้กลางถนนจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้รถกระบะของเจ้าหน้าที่เสียหลักตกไปไหล่ทาง จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มซ้ำ จนเกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 5 นาที ก่อนที่ฝ่ายคนร้ายจะล่าถอยไป ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นายดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ทลายแหล่งฝึกกลุ่มติดอาวุธที่ธารโต

ที่ อ.ธารโต จ.ยะลา มีรายงานว่ากำลังทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลา 16 ได้สนธิกำลังกับตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบบริเวณภูเขาหิน ท้องที่บ้านจาเราะแป หมู่ 3 ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีกลุ่มติดอาวุธเข้าไปสร้างค่ายพักซ่องสุมกำลังเพื่อเตรียมก่อเหตุร้าย

จากการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ดังกล่าว พบฐานปฏิบัติการที่คาดว่าเป็นแหล่งฝึกของกลุ่มติดอาวุธจริง แต่ไม่พบใครในฐานดังกล่าว คาดว่าจะไหวตัวทันหลบหนีไปก่อน เจ้าหน้าที่จึงเข้ตรวจยึดของกลางไว้ได้เป็นจำนวนมาก

บันนังสตาป่วนอีก บึ้มทหารพรานสาหัส 1

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลา 07.40 น. เกิดระเบิดบนถนนในหมู่บ้าน สายตือร๊ะ–วังหิน ท้องที่หมู่ 8 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา

เพื่อดักสังหารทหารพรานจำนวน 9 นาย สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4115 กรมทหารพรานที่ 41 ขณะออกลาดตระเวนเดินเท้าเพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทางที่คณะครูจะเดินทางผ่าน แรงระเบิดทำให้ อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) วิเชียร รัศมีวุฒิธร อายุ 27 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ทั้งนี้ ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง บรรจุในถังแก๊ส น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ฝังไว้ริมถนน และจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ปิดล้อมที่ยะรังรวบ 7 ผู้ต้องสงสัยป่วนใต้

วันเดียวกันที่ จ.ปัตตานี พ.ท.สัมพันธ์ อิสริยเตชะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิโรจน์ บุญยรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี และ นายวชิระ อัลภาชน์ นายอำเภอยะรัง ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย จำนวน 60 นาย เข้าปิดล้อมบ้านไม่มีเลขที่ ในท้องที่บ้านบินยา หมู่ 2 ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง หลังได้รับรายงานจากสายข่าวว่า มีบุคคลต้องสงสัยเข้าไปเคลื่อนไหวกบดาน

ผลการตรวจค้นสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 7 ราย โดย 2 ใน 7 รายดังกล่าว มีข้อมูลเป็นสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบระดับปฏิบัติการ และเคยถูกจับกุมเมื่อปี 2549 คือ นายอิบรอเฮ็ง ตาเยะ อายุ 33 ปี และ นายซอลลาฮูดิน ยูโซะ อายุ 26 ปี ส่วนอีก 5 คนเป็นผู้ต้องสงสัย

ยิงคนงานก่อสร้างผัวเมียบาดเจ็บที่หนองจิก

ช่วงเย็นวันเดียวกัน เกิดเหตุคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง นายเจิบ ชูแว่น อายุ 53 ปี และ นางสุภา ชูแว่น อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน อยู่บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 2 บ้านดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ประกอบอาชีพเป็นคนงานก่อสร้างที่ อ.เทพา จ.สงขลา

เหตุเกิดขณะที่ทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 (ปัตตานี-หาดใหญ่) ท้องที่หมู่ 5 บ้านดอนนา ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้ อาวุธปืนที่คนร้ายใช้เป็นปืนพกสั้นขนาด 9 มม. เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าเป็นเหตุขัดแย้งส่วนตัวหรือเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

isranews.

จนท.สนธิกำลังทลายรังฝึก-แหล่งกบดานโจรป่วนใต้

10 กรกฎาคม 2553 21:20 น.

ยะลา – เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสนธิกำลังทหาร ตชด.ทลายรังฝึกและแหล่งกบดานวางแผนป่วนใต้ของกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบกลางป่าธารโต พร้อมยึดอุปกรณ์ของกลาง เผยข่าวกระแสเงินซากาตไหลจากโลกอาหรับหนุนก่อเหตุ ส่งคนเกลี้ยกล่อมเยาวชนให้หลงผิด

วันนี้ (10 ก.ค.) เมื่อเวลา 11.30 น.นายสุรชัย วงศ์ศุภลักษณ์ นายอำเภอธารโต จ.ยะลา พร้อมด้วย พ.ท.วิรัช วทัญญู ผบ.ฉก.ยะลา 16 ร.ต.ท.จรูญ ศรีนวล ผบ.มว.(สบ1)รรท.ผบ.ร้อย ตชด.445 ได้นำกำลัง ตชด. อส. และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ร้อย ตชด.445เบตง

จำนวน 20 นาย เข้าพิสูจน์ทราบที่ภูเขาหิน ท้องที่บ้านจาเราะแป หมู่ 3 ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านว่ามีกลุ่มติดอาวุธจำนวน 15 คน เข้ามาสร้างค่ายพักเพื่อซ่องสุมกำลังเตรียมก่อเหตุร้าย

จากการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ดังกล่าว พบฐานปฏิบัติการที่คาดว่าเป็นแหล่งฝึกของกลุ่มคนร้าย อยู่ห่างจากหมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ตั้งอยู่เชิงเขาในป่ารกทึบ ไม่สามารถตรวจการทางอากาศได้ แต่ละจุดมีที่พักแห่งละ 1 หลัง และโรงครัว1 หลัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเต็นท์ จำนวน 2 หลัง รวมทั้งถังแก๊ส ข้าวสาร เสื้อผ้า

รวมทั้งแผนที่ที่เขียนด้วยภาษารูมี และไฟฉาย ซึ่งเชื่อว่าจุดดังกล่าวเป็นฐานฝึกของกลุ่มคนร้ายที่ใช้วางแผน ซ่องสุมกำลัง และฝึกอาวุธของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่และนอกพื้นที่

นายสุรชัย วงศ์สุภลักษณ์ นายอำเภอธารโต กล่าวว่า การเดินทางเข้าตรวจสอบฐานดังกล่าวของคนร้าย ต้องใช้วิธีเดินเท้าเพียงวิธีเดียว ซึ่งจะต้องใช้เวลาเดินเท้านานถึง 3 ชั่วโมง จึงทำให้กลุ่มคนร้ายที่มีการวางจุดสังเกตการณ์ทราบความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ก่อน และสามารถหลบหนีไปได้ แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ ทางเจ้าหน้าที่พอจะทราบตัวทั้งหมด และจะติดตามไล่ล่าจับกุมต่อไป

นอกจากนี้มีรายงานจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคงว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่าในช่วงก่อนและหลังวันที่ 15 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันก่อตั้งองค์กรสมัชชาประจำชาติมลายูปัตตานี หรือ MPRMP และเป็นวันชาติรัฐมลายู อิสลามปัตตานีของขบวนการ PULO เก่า รวมทั้งเป็นวันที่ครบรอบสังหารหมู่ 10 ศพ

ที่มัสยิดอัลฟุรกอน กำปงอาเยร ตึมปายัน (ไอร์ปาแย) จังหวัดนราธิวาส เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2552 ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว กลุ่มแกนนำระดับสั่งการที่หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านได้หยิบยกมายุยง ส่งเสริมเยาวชนให้ก่อกวนทุกวิถีทางเพื่อแบ่งแยกรัฐปัตตานี นอกจากนี้ยังได้ซ่องสุมกำลังรอเวลาเพื่อก่อเหตุรวมทั้งสร้างสถานการณ์ในการฆ่ามุสลิม ฆ่าโต๊ะครู แล้วโยนเรื่องว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ

ก่อนจะถึงวันก่อตั้งองค์กรสมัชชาประจำชาติมลายูปัตตานี หรือ MPRMP และวันชาติรัฐมลายู อิสลามปัตตานี จะมีการสนับสนุนเงินให้กลุ่มแบ่งแยกรัฐปัตตานี ด้วยซากาต (การบริจาคทรัพย์สมบัติเมื่อครบรอบปี หรือส่วนที่เกินจากความจำเป็น) จากโลกอาหรับ โดยเงินทุกบาททุกสตางค์ จะตกถึงมือผู้ร่วมขบวนการและมีการชักชวนกลุ่มแนวร่วมให้ทำจีฮัดตอบโต้ในห้วงเวลาดังกล่าว

manager.

โจรใต้วางระเบิดแล้วยิงถล่มซ้ำทหารเจ็บ 3 นายที่บาเจาะ

10 กรกฎาคม 2553 13:57 น.

นราธิวาส – คนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ทหาร ฉก.นราธิวาส 32 แล้วยิงถล่มซ้ำ โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 นาย เผยเหตุเกิดระหว่างเดินทางไปซื้อหาเสบียงอาหารแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน หลังจากจัดแสดงลิเกฮูลูกระชับความสัมพันธ์ในหมู่บ้าน

วันนี้ (10 ก.ค.) เมื่อเวลา 10.50 น. ร.ต.อ.สุชาติ หมีลำพอง ร้อยเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดแล้วยิงถล่มซ้ำเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกิจการพลเรือน ฉก.นราธิวาส 32 ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

บนถนนสายบ้านอัดตอฮีรียะห์-บ้านดูกู ม.3 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส, พ.ต.อ.จำลอง งามเนตร ผกก.สภ.บาเจาะ, น.ต.อมร ครวญหาเวช รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 1 เมตร กว้าง 2 เมตร และมีสายไฟฟ้าโผล่ออกจากหลุดลากยาวเข้าไปในป่ารกทึบข้างทาง ประมาณ 100 เมตร รวมทั้งเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 20 ก.ก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้าริมทาง

นอกจากนี้ห่างจากหลุมระเบิดประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าสีขาว ทะเบียน บจ-5055 นราธิวาส จอดเสียหลักอยู่ริมไหล่ถนนในสภาพที่บริเวณใต้บังโคลนล้อหลังด้านซ้ายถูกสะเก็ดระเบิดจนได้รับความเสียหาย พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งที่ตกอยู่ในกระบะ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลบาเจาะไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดตามบริเวณลำตัวอาการไม่สาหัสมากนัก เมื่อแพทย์ปฐมพยาบาลแล้วเสร็จได้อนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่ฐานปฏิบัติการ ประกอบด้วย

1. พ.จ.อ.ยุทธ์ดนัย จินดาวงษ์

2. พ.จ.อ.เลอศักดิ์ ร้าวสกุล

3 พลทหารบากรี เงาะดีแม

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทหารชุดดังกล่าวได้เดินทางไปจัดงานแสดงลิเกฮูลูที่ภายในหมู่บ้านดูกูมัสยิด ใกล้โรงเรียนศิริธรรม เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้าน และหลังจากนั้นได้ชวนกันเดินทางออกจากโรงเรียน เพื่อไปซื้อหาเสบียงอาหารแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน

ระหว่างที่นั่งรถยนต์กระบะออกจากโรงเรียนไปได้ประมาณ 500 เมตร ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง และได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่ลอบไปฝังไว้กลางถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหารขับผ่าน

จนรถยนต์กระบะเสียหลักตกไหล่ทาง แล้วคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่เจ้าหน้าที่ทหารซ้ำ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันนาน 5 นาที เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ทหารมาให้การสนับสนุนกลุ่มคนร้ายจึงอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป

manager.

ระเบิดทหารพรานเจ็บสาหัส 1 ที่ยะลา

8 กรกฎาคม 2553 10:55 น.

ยะลา - เกิดเหตุลอบวางระเบิดบนถนนหมู่บ้าน สายตือร๊ะ – วังหิน จนท.ทหารพรานบาดเจ็บสาหัส 1 นาย พบเป็นระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุถังแก๊สปิกนิก กดชนวนด้วยวิทยุมือถือ

วันนี้ (8 ก.ค.) เมื่อเวลา 07.40 น. พ.ต.อ.สุวัตต์ วงศ์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพราน บนถนนภายในหมู่บ้าน สายตือร๊ะ – วังหิน หมู่ที่ 8 ต.บันนังสตา หลังได้รับแจ้งรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย จ.อ.ปรเมศร์ จันทร์แสง ปลัดฝ่ายความมั่นคง และกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดขนาดกว้าง บนถนนห่างกันพบเศษดิน กรวด และเศษเหล็กที่จัดเป็นชิ้นเล็กๆ กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ใกล้จุดเกิดเหตุ มีกำลังทหารพรานพร้อมอาวุธปืน อยู่ในสภาพเตรียมพร้อมอย่างเข้มข้น และมีรอยเลือดกองใหญ่ 1 จุด ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา 1 นาย ทราบชื่ออาสาสมัครทหารพราน วิเชียร รัศมีวุฒิธร อายุ 27 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดหน้าอกและต้นแขน อาการสาหัส

จากการสอบสวนทราบว่า กำลังทหารพราน กองร้อย ทพ.4115 กรมทหารพรานที่ 41 ค่ายวังพญา อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการใกล้ที่เกิดเหตุ ออกลาดตระเวนด้วยการเดินเท้า จำนวน 9 นาย

นำโดย ส.ต.ชัยกิจ สกุลพันธ์ หัวหน้าชุด เพื่อรักษาความปลอดภัยครู เส้นทางก่อนที่คณะครูจะเดินทางไปโรงเรียน ขณะเดินทางลาดตระเวนได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เจ้าหน้าที่ทหารพรานต้องหลบกันจ้าละหวั่น และยิงตอบโต้ในทิศทางของเสียงระเบิด หลังเสียงระเบิดสงบลง พบมีทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 1 นาย และช่วยกันนำส่ง รพ.บันนังสตา

ตรวจสอบพบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุถังแก๊สปิกนิก กดชนวนด้วยวิทยุมือถือ น้ำหนักประมาณ 10 กก. โดยฝังไว้ริมถนนไว้ตรงหลักโค้ง บริเวณหลัก กม.5 เมื่อ เจ้าหน้าีที่ผ่านจุดระเบิด คนร้ายได้กดชนวนจนเป็นเหตุมีการบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ และตอบโต้การปฏิบัติของเจ้าหน้เาที่ที่เฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบอย่างเข้มงวด

manager.

ยิง-บึมป่วนใต้ ดับ1ศพ 'ยะลา'คุมเข้ม

6 กรกฎาคม 2553, 09:30 น.

ดักซุ่มรอเหยื่อหน้าบ้านพักในเขตเทศบาลนครยะลา แล้วขับรถกระบะสีดำหลบหนีหลังก่อเหตุ ส่วนคนเจ็บทั้งคู่ถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว ขณะที่อีกรายถูกบึมเสียชีวิตคาที่...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.15 น.วันนี้ (6 ก.ค.) ร.ต.อ.สมศักดิ์ ราชริวงศ์ ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงชาวบ้านได้รับบาดเจ็บที่ใกล้สามแยก

ถนนชมพูจิตกับถนนพระไพศาลประชานาถ เขตเทศบาลนครยะลา หน้าศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาพร้อม พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส.รุดไปที่เกิดเหตุ พบเพียงปลอกกระสุนปืนอาก้าตกกระจัดกระจายอยู่เก็บ รวบรวมไว้ได้จำนวน 5 ปลอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าต่อว่า สำหรับผู้ถูกยิงทั้ง 2 คน ชื่อนายสุเทพ เจริญสุข อายุ 51 ปี และนางบังอร บอนแดง อาย 39 ปี ภรรยา ทั้งคู่อยู่บ้านเลขที่ 241 ถนนเวฬุวัน ต.สะเตง นายสุเทพถูกยิงเข้าที่ขาขวา 2 นัด ส่วนนางบังอรถูกบริเวณข้อพับขาขวา 1 นัด เข้ารับการรักษาที่ รพ.ศูนย์ยะลาแล้ว จึงได้เดินทางตามไปสอบสวนที่ รพ.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จนท.สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสุเทพ ขับขี่ จยย.มีนางบังอร นั่งซ้อนท้ายกลับจากตลาดเดินทางกลับบ้าน มาถึงที่เกิดเหตุพยานเห็นรถกระบะสีดำไม่ทราบยี่ห้อ

และหมายเลขทะเบียนจอดซุ่มอยู่ คนร้ายยืนอยู่ข้างรถได้คว้าเอาอาวุธปืนอาก้าออกมายิงถล่ม กระสุนถูกนายสุเทพบาดเจ็บแต่ยังแข็งใจขับขี่ จยย.พานางบังอรที่ร้องว่าถูกยิงด้วยไป รพ.ศูนย์ยะลา หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขึ้นรถขับหลบหนีไปทางบ้านสะเตงอย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุการยิงครั้งนี้ อยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือสร้างสถานการณ์

ต่อมาเมื่อเวลา 08.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.เฉลิมเกียรติ อัมรากระสินธุ์ ผกก.สภ.ธารโต จ.ยะลา รับแจ้งมีคนงานกรีดยางพาราเหยียบกับระเบิดเสียชีวิตที่บ้านซาไก หมู่ 3 ต.

บ้านแหร จึงพร้อม พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.ต.มานพ สืบบุก สวป.สนธิกำลังเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่บนภูเขาท้ายหมู่บ้าน พบศพนายจั่ว แซ่ย่าง เป็นชาวม้ง มารับจ้างกรีดยางพาราในสวนดังกล่าว สภาพศพขาเละทั้งสองข้างนอนตายจมกองเลือดอยู่บริเวณแนวร่องต้นยางพารา และใกล้กันพบหลุมระเบิดลึกกว้าง 1 x 1.50 เมตร พบสะเก็ดระเบิด เศษถังแก๊สปิกนิก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กระจายเกลื่อนเป็นวงกว้าง จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า นายจั่ว มาอาศัยรับจ้างกรีดยางพาราอยู่ในสวนดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุได้นำอุปกรณ์ออกไปทำงานตามปรกติ แล้วเดินไปเหยียบกับระเบิดดังขึ้นอย่างกึกก้องสนั่นไปทั่วหุบเขา

นายจั่วกระเด็นขึ้นแล้วตกลงมาเสียชีวิตทันที ต่อมาเพื่อนชาวสวนพากันไปดูจึงได้รีบแจ้งให้ทางการทราบ ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นฝีมือแนวร่วมพวกก่อความไม่สงบวางแผนและสร้างสถานการณ์.

thairath.

ผกก.บันนังสตาแจงบึ้มบันนังสตา เหตุล้างแค้น “อุสตาซแม”

5 กรกฎาคม 2553 12:57 น.

ยะลา - ทหารพรานเหยื่อระเบิดดับเพิ่มอีก 1 นาย ส่วนอีก 2 นายอาการยังสาหัส ด้าน ผกก.สภ.บันนังสตา แจงเหตุจูงใจลอบบึ้มระเบิดบันนังสตา เพราะล้างแค้นให้คดี “อุสตาซแม”

สำหรับความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของทหารพราน ร้อย.ทพ. 4709 กรมทหารพรานที่ 47 ที่ถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดขณะลาดตระเวนดูแลรักษาความปลอดภัยเส้นทาง 410 ยะลา-เบตง หมู่ที่ 4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา

จนทำให้ อส.ทพ.สงคราม ดำรงรักษา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130/1 หมู่ที่ 5 ต.ปากพูล อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา และมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 4 ก.ค.53 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด วันนี้ (5 ก.ค.) เวลา 05.20 น.มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 1 นาย คือ อส.ทพ.สมปอง เกิดสมบัติ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65/1 หมู่ที่ 3 ต.เขาชัยราช อ.ประทิว จ.ชุมพร เสียชีวิตที่ห้องไอซียู ส่วน อส.ทพ.สุริยัน เกตุขาว 25 ปี

อยู่บ้านเลขที่ 62/1 หมู่ที่ 6 ต.ห้วยลึก อ.ควนเนียง จ.สงขลา และ อส.ทพ.สบาย มากเหลือ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124 หมู่ที่ 3 ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ทั้งคู่อาการยังสาหัส นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้อง ICU แพทย์ต้องดูแลอาการเป็นกรณีพิเศษ เพราะบาดแผลอาจจะมีการติดเชื้อได้

สำหรับศพของ อส.ทพ.สงคราม ธรรมรงรักษ์ อายุ 30 ปี เมื่อคืนที่ผ่านมา (4 ก.ค.) ญาติได้นำตัวกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม ที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เรียบร้อยแล้ว

ส่วน อส.ทพ.สมปอง เกิดสมบัติ อายุ 29 ปี จะมีพิธีรดน้ำศพที่พระอารามหลวง วัดพุธภูมิ ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา ในเวลา 13.00 น. ของวันนี้ (5)

ด้านความคืบหน้าของคดี พ.ต.อ.สุวัตต์ วงศ์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดในครั้งนี้ น่าจะเป็นชุดเดียวกันที่เคยก่อเหตุลอบวางระเบิดทหารพราน ร้อยทหารพรานที่ 4104

กรมทหารพรานที่ 41 เหตุเกิดหน้าโรงเรียนบ้านบาเจาะ หมู่ที่ 2 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา จนทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บสาหัส 2 นาย เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.53 ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้กลุ่มคนร้ายในพื้นที่ อ.บันนังสตา ได้ปล่อยข่าวออกมาว่าจะก่อเหตุร้ายหลายรูปแบบ เพื่อแก้แค้นให้แก่นายดอรอแม ดะเก๊ะ อายุ 51 ปี หรือ อุสตาซแม ซึ่งสอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนดำรงวิทยา อ.บันนังสตา จ.ยะลา

ถูกคนร้ายประกบยิงจนเสียชีวิตขณะขับขี่รถจักรยานยนต์บนถนนสาย 410 ที่บ้านตะบิงติงงี หมู่ที่ 1 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.53 ที่ผ่านมา

manager.

โจรใต้ยิงถล่มผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดับคาบ้านพัก ที่ยะลา

5 กรกฎาคม 2553 10:03 น.

ยะลา – เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านบางลาง หมู่ 3 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เสียชีวิต ขณะกำลังจะเดินทางออกจากบ้านพักเพื่อไปทำธุระ

วานนี้(4 ก.ค.)พ.ต.ท.วิชัย แจ้งสกุล รอง ผกก.สส.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มที่บ้านบางลาง หมู่ 3 ต.บาเจาะ และมีผู้เสียชีวิต จึงพร้อม พ.ต.อ.สุวัตต วงค์ไพบูลย์ ผกก., นายเสน่ห์ สนิทชาติ ปลัดหัวหน้างานปกครองอำเภอบันนังสตา, เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 15 สนธิกำลังเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่หน้าบ้านเลขที่ 117/1 พบศพนายอาซือมิง บูรอแม อายุ 45 ปี เจ้าของบ้านถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนพื้นหน้าบ้านพัก และพบปลอกกระสุนปืนอาก้า และเอ็ม.16 ตกอยู่จำนวนนับสิบปลอกเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายอาซือมิง เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ผรส.) ก่อนเกิดเหตุกำลังจะออกไปทำธุระ จังหวะที่เปิดประตูก้าวออกมา คนร้ายไม่ทราบจำนวนดักซุ่มอยู่ในเงามืดข้างบ้าน

ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่ม จนนายอาซือมิงล้มลงตายคาที่ หลังก่อเหตุพวกคนร้ายได้อาศัยความมืดกำบังตัวหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือพวกก่อความไม่สงบสร้างสถานการณ์

manager.

โจรใต้ป่วนถอดนอตเสาไฟฟ้าแรงสูงล้ม 3 ต้น แถมเผายางรถยนต์เย้ยอีกหลายจุด

5 กรกฎาคม 2553 17:51 น.

ปัตตานี - คนร้ายลักลอบถอดนอตเสาไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง อ.มายอ จำนวน 3 จุด จนเป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าแรงสูงล้มได้รับความเสียหาย ด้าน จนท.เชื่อฝีมือแนวร่วมในพื้นที่ทำเพื่อตอบโต้ จนท.รัฐ

วันที่ (5 ก.ค.) พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้รับรายงานเหตุวิทยุภูธรจังหวัดปัตตานี ว่า เกิดเหตุคนร้ายลักลอบถอดนอตเสาไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง อ.มายอ จำนวน 3 จุด

จนเป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าแรงสูงล้มได้รับความเสียหาย โดยจุดแรก จำนวน 2 ต้นที่ บนถนนสาย 4092 อ.ทุ่งยางแดง-อ.รามัน ม.3 บ.เขาดิน ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง และบนถนนสาย 4092 อ.ทุ่งยางแดง-อ.มายอ ม.6 บ.เจาะบาแน ต.ลุโบะยิไร อ.มายอ และมีการเผายางรถยนต์อีก 2 จุด ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบพร้อมประสานไปยังเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเข้าไปแก้ไขแล้ว ส่วนค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่ต้องการตอบโต้ จนท.รัฐ ในกรณีเชิญตัวผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการลอบวางระเบิดในพื้นที่ บ.มะนังยง ม.4 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เมื่อ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา

manager.

ลอบบึ้มอีก?! ทหารพรานชุดลาดตระเวนหมู่บ้านดับ 1 สาหัส 3 ที่ยะลา

4 กรกฎาคม 2553 18:27 น.

ยะลา – โจรใต้ยังไม่ลดราการลอบกัดเจ้าหน้าที่รัฐ?! เผยทหารพรานชุดเดินเท้าลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยเส้นทางในหมู่บ้านที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ถูกลอบวางระเบิดอีกแล้ว คราวนี้ยังคงเล่นของหนักใช้ระเบิดหนัก 15 กก.ส่งผลให้เสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาล 1 และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 นาย

วันนี้ (4 ก.ค.) เวลา 16.15 น. พ.ต.ท.วิชัย แจ้งสกุล รอง ผกก.สส.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 4 นาย ที่บ้านตารอยต่อระหว่าง หมู่ที่ 8 กับ หมู่ที่ 4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา

หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุวัตต วงค์ไพบูลย์ ผกก. จ.อ.ปรเมศวร์ จันทร์แสง ปลัดป้องกันอำเภอบันนังสตา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.15 อ.บันนังสตา ชุดศรศึก-ศรชัย (EOD-ARMY) และฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนสาย 410 ยะลา-เบตง ระหว่างหลักกิโลเมตร 26-27 พบเลือดเปรอะอยู่บนพื้นข้างทาง ส่วนผู้บาดได้รับบาดเจ็บทราบชื่อภายหลังคือ

1. อส.ทพ.สงคราม ดำรงรักษา

2. อส.ทพ.สุรินัย เกศขาว

3. อส.ทพ.สบาย มากเหลือ และ

4. อส.ทพ.สมปอง เกิดสมบัติ

ทั้งหมดสังกัด ร้อย.ทพ 4709 กรมทหารพรานที่ 47 เขื่อนแม่น้ำปัตตานี ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี อาการสาหัสทั้งหมด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว แต่ปรากฏว่า อส.ทพ.สงคราม ดำรงรักษา เสียชีวิตระหว่างทาง

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุต่อมา พบว่า อยู่ห่างไหล่ทางเข้าไปใต้ร่มไม้ใหญ่ราว 10 เมตร พบหลุมระเบิดลึกประมาณ 50 เซนติเมตร มีสะเก็ดระเบิด และเศษชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ กระจัดกระจายทั่วทั้งบริเวณ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดดังกล่าว มี ส.ท.นุซูรัน เจ๊ะสะแม เป็นหัวหน้าชุดนำกำลังทหารจำนวน 8 นายออกจากฐานในหมู่บ้านเดินเท้าลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยเส้นทางสายดังกล่าว ขณะมาถึงที่เกิดเหตุได้แวะพักเหนื่อย ปรากฏว่า จู่ๆ ได้เกิดระเบิดดังขึ้นอย่างกึกก้อง

แรงระเบิดทำให้อาสาสมัครทหารพรานทั้ง 4 นาย ที่อยู่ใกล้ที่สุดกระเด็นไปคนละทาง อส.สุริยัน ขาขวาขาด ส่วน อส.ทพ.สงครามลำตัวพรุน ต่อมาได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บถูกลำเลียงส่ง โรงพยาบาลศูนย์ยะลา จน อส.ทพ.สงคราม เสียชีวิตในที่สุด

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายเป็นแนวร่วมอาร์เคเค (RKK) ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่แอบสังเกตพฤติการณ์เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดนี้ออกลาดตระเวน และมักจะมาพักเหนื่อยอยู่ในบริเวณนั้นเป็นประจำ

จึงได้นำระเบิดแสวงเครื่องอัดถังแก๊สปิกนิกหนักไม่ต่ำกว่า 15 กก.มาฝังไว้จุดชนวนให้ระเบิดขณะกำลังทหารพรานเข้ามาพักเหนื่อย จนทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 1 นายและได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 นายดังกล่าว

manager.

บึ้มถังแก๊สที่ยะหา ทหารพลีชีพอีก 3

Saturday, 03 July 2010 07:11

กลุ่มก่อความไม่สงบเปิดปฏิบัติการรุนแรงต่อเนื่อง กดระเบิดถังแก๊สที่ อ.ยะหา จ.ยะลา ตูมสนั่นทหารพลีชีพอีก 3 นาย ทั้งๆ ที่เพิ่งก่อเหตุ “บึ้ม-ยิงซ้ำ” ที่ อ.รือเสาะ เพียง 1 วัน ส่งผลให้ทั้งทหารพรานและฝ่ายปกครองสังเวย 5 ศพ รวม 2 วันสูญเสีย 8 ชีวิต พตท.บุกค้นบ้านต้องสงสัย ยึดระเบิดและเครื่องกระสุนเพียบ ก่อนรวบสองพี่น้องสอบเข้ม

สถานการณในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียดอย่างหนัก และเกิดเหตุรุนแรงที่สร้างความสูญเสียขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อเวลา 13.40 น. วันศุกร์ที่ 2 ก.ค.2553 พ.ต.อ.สวัสดิ์ เตียวิรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.ยะหา จ.ยะลา รับแจ้งเหตุระเบิดรถยนต์ของทหาร ทำให้กำลังพลเสียชีวิต 3 นาย บนถนนทางเข้าวัดปูแหล บ้านบาโย หมู่ 8 ต.บาโระ อ.ยะหา จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุอยู่ถนนในหมู่บ้าน ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4077 (ยะหา-บันนังสตา) เข้าไปในหมู่บ้านราว 1,500 เมตร เลยสามแยกทางเข้าวัดสวนแก้ว 100 เมตร พบซากรถกรบะยี่ห้อมิตซูบิชิ 4 ประตู รุ่นไซโคลน สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ม-0514 ปัตตานี

ในสภาพพังยับเยินเหมือนเศษเหล็ก ห่างกันเล็กน้อยพบศพทหารร่างกายแหลกเหลวรวม 3 นาย คือ ส.อ.วีระวุฒิ หวังกลิ่น อายุ 25 ปี ส.ท.วีระชาติ บุญเกื้อ อายุ 25 ปี และ พลทหารกามารูดิง ตูวี อายุ 22 ปี ทั้งหมดสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 อ.คลองท่อม จ.กระบี่

นอกจากนั้นบนถนนยังพบหลุมระเบิดขนาดใหญ่และสายไฟฟ้าลากยาวเข้าไปในสวนยางพาราร่วม 100 เมตร รวมถึงเศษถังแก๊สสีฟ้า ซากแบตเตอรี่ และสะเก็ดระเบิดกระจายเกลื่อน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทหารทั้ง 3 นายได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ไปช่วยต่อท่อประปาเข้าหมู่บ้าน แต่ระหว่างทางถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ฝังไว้กลางถนน จนเกิดระเบิดอย่างรุนแรงขึ้น 1 ครั้ง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไกลไปถึงตลาดยะหา แรงระเบิดทำให้รถกระบะพังยับ และทหารกระเด็นจากตัวรถ เสียชีวิตทั้งหมด เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ตรวจจุดเกิดเหตุบึ้ม-ยิงซ้ำทหารพรานพบปลอกกระสุนเกลื่อน

เหตุระเบิดสังหารทหาร 3 นายที่ อ.ยะหา จ.ยะลา เกิดขึ้นภายหลังเหตุระเบิดดักสังหารทหารพรานชุดพัฒนาสันติ 30-15 กรมทหารพรานที่ 46 และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) รวม 5 ศพ ที่บ้านบอมิ หมู่ 5 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เพียง 1 วัน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ก.ค. พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (รองผบก.ภ.จว.นราธิวาส) พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้นำกำลังรุดไปตรวจจุดเกิดเหตุบนถนนในหมู่บ้านบอมิอีกรอบหนึ่ง เพื่อเก็บหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน เอชเค และปลอกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม.

ของคนร้ายที่ใช้ยิงถล่มรถกระบะของเจ้าหน้าที่หลังจากที่ได้จุดชนวนระเบิดแล้ว จำนวนกว่า 40 ปลอก พร้อมซากชิ้นส่วนถังดับเพลิงที่คนร้ายใช้ประกอบเป็นระเบิดแสวงเครื่อง รวมทั้งสายไฟสีเขียวจำนวนหนึ่งที่คนร้ายต่อพวงไปจุดชนวนระเบิดบริเวณหลังโคนต้นไม้ใหญ่ริมทาง ห่างจากจุดระเบิดประมาณ 80 เมตร จึงเก็บรวบรวมทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

สงสัยฝีมือกลุ่ม “มานะ สาแม” –ตามรวบ 2 ผู้ต้องสงสัย

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการกระทำของกองกำลังติดอาวุธอาร์เคเค กลุ่มนายมานะ สาแม ที่รับผิดชอบเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่บ้านบอมิ จึงได้จัดกำลังออกติดตามไล่ล่ากดดัน เพราะเชื่อว่ายังแฝงตัวอยู่ในพื้นที่

ต่อมา พ.อ.จัตุพร กลัมพสุต หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายข่าว กองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร (พตท.) ได้ร่วมสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร จำนวน 50 นาย อาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึกบุกจู่โจมตรวจค้นบ้านต้องสงสัยเลขที่ 60 บ้านพงจือติ หมู่ 9 ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ ซึ่งคาดว่าเป็นแหล่งกบดานของกลุ่มคนร้าย

ผลการตรวจค้นสามารถตรวจยึดของกลางได้หลายรายการ อาทิ ระเบิด 50 ลูก ประทัดยักษ์ 100 อัน ซองกระสุนปืนอาก้า 1 ซอง หมวกไหมพรม กล้องติดอาวุธปืน โทรศัพท์มือถือ และชุดลายพรางทหาร ทั้งยังควบคุมตัวสองพี่น้องต้องสงสัยไปสอบสวนที่ สภ.รือเสาะ ด้วย แต่เบื้องต้นทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธ

ส่วนศพผู้เสียชีวิตทั้ง 5 รายนั้น พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 46 ได้เคลื่อนย้ายศพ อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) การิม แก้วสลัม อายุ 22 ปี ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กลับไปยังภูมิลำเนา จ.สตูล เพื่อประกอบพิธีฝังตามหลักศาสนา

ขณะที่ศพของ จ.ส.อ.เกียรติชัย แย้มทัพ และ อส.ทพ.ภาสกร ซุ่มประการ นั้น ได้ประกอบพิธีรดน้ำศพที่วัดบางนรา อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยมี พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท.เป็นประธาน สำหรบศพนายอับดุลรอแม แวกาจิ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสโลว์ หมุ่ 7 ต.รือเสาะ และนายรุสมัน มะมิง ชรบ. ญาติได้รับไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว

isranews.

สุดสลด! ลอบบึ้ม 3 ทหารที่ถูกส่งไปช่วยทำระบบประปาหมู่บ้านที่ยะลา

2 กรกฎาคม 2553 17:46 น.

ยะลา – โจรใต้โหดเหี้ยมไม่เลิก! ลอบวางระเบิดรถยนต์ทหารที่ผู้บังคับบัญชาส่งไปช่วยชาวบ้านสร้างระบบน้ำประปาหมู่บ้าน อ.ยะหา จ.ยะลา ส่งผลให้มีทหารเสียชีวิตทันที 3 นาย สภาพศพแหลกเละไม่เป็นชิ้นดี เชื่อเป็นแนวร่วมที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการสร้างสถาการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลา ว่า วันนี้ (2 ก.ค.) เวลา 13.40 น. พ.ต.อ.สวัสดิ์ เตียวิรัตน์ ผกก.สภ.ยะหา จ.ยะลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ทหาร มีทหารเสียชีวิตจำนวน 3 นาย

เหตุเกิดบนถนนทางเข้าวัดปูแหล บ้านบาโย หมู่ที่ 8 ต.บาโระ อ.ยะหา จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงพร้อม พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.ท.ประสม เกื้อหนุน สวป.พ.ต.ท.อัครโยธิน บุญวิโรจน์ สว.สส.สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 14 นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่

ในที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ถนนในหมู่บ้าน ห่างจากถนนสาย 4077 เส้นทางยะหา-บันนังสตา เข้าไปในหมู่บ้านราว 1,500 เมตร เลยสามแยกทางเข้าวัดสวนแก้วราว 100 เมตร พบซากรถปิกอัพ ยี่ห้อมิตซูบิชิ 4 ประตู รุ่นไซโคลน สีบรอนซ์ทอง แผ่นป้ายทะเบียน ม 0514 ปัตตานี สภาพรถยนต์พังยับเยินเป็นเศษเหล็ก หงายท้องอยู่บนเนินข้างทาง ไม่สามารถนำรถยนต์คันดังกล่าวกลับมาใช้ได้

ห่างกันเล็กน้อยริมป่าสวนยางพารา เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพเจ้าหน้าที่ทหารในสภาพศพเละ อวัยวะแขนขากระจัดกระจายไปทั่ว จำนวน 3 นาย ทราบชื่อคือ ส.อ.วีระวุฒิ หวังกลิ่น อายุ 25 ปี ส.ท.วีระชาติ บุญเกื้อ อายุ 25 ปี และ พลทหาร กามารูดิง ตูวี อายุ 22 ปี ทั้งหมดสังกัด ร.15 พัน 1 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกันเก็บชิ้นส่วนร่างกายผู้เสียชีวิตนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา เพื่อดำเนินการต่อไป

ห่างจากรถไปราว 5 เมตร พบหลุมระเบิดอยู่กึ่งกลางถนนดิน ลึกและกว้างราว 1 เมตร พบสายไฟฟ้าลากยาวเข้าไปในสวนยางพาราร่วม 100 เมตร ชิ้นส่วนเศษถังแก๊สปิกนิก สีฟ้า เศษแบตเตอรี่ สะเก็ดระเบิดกระจายเป็นวงกว้าง จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 3 นาย ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ไปช่วยต่อเดินท่อประปาเข้าไปในหมู่บ้าน ขณะที่ขับรถยนต์ปิกอัพคันดังกล่าวเดินทางออกจากฐานในวัดสวนแก้ว มาถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร คนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน

ที่แอบนำระเบิดแสวงเครื่องมาฝังไว้กลางถนนได้จุดชนวนกับแบตเตอรี่ จนเป็นเหตุให้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เสียงระเบิดดังไปถึงตลาดยะหาที่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร

โดยแรงระเบิดทำให้รถยนต์ปิกอัพพลิกขึ้นหงายท้อง กระเด็นไปค้างบนเนินดินข้างทาง ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในรถทั้งจำนวน 3 นาย ร่างแหลกกระจัดกระจายออกจากตัวรถไปเสียชีวิตทั้งหมด ส่วนกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า เป็นแนวร่วมที่แฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านพยายามก่อเหตุ เพื่อสร้างสถานการณ์

manager.

บึ้ม 15 กก.ทหารลาดตระเวนเส้นทางยะลาดับ 3 นาย

2 กรกฎาคม 2553 15:45 น.

ยะลา – คนร้ายลอบวางระเบิดทหารลาดตระเวนเส้นทางในหมู่บ้าน อ.ยะหา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 นาย ส่วนอีก 2 นายปลอดภัย วันนี้ (2 ก.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น.เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดทหาร ร้อย ร.1541 ฉก.14 ซึ่งเป็นชุดลาดตระเวนเส้นทางบนถนนภายในหมู่บ้าน เหตุเกิดที่บ้านบาโย ม.8 ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา เป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิตทันที 3 นาย ทราบชื่อ

1.ส.อ.วีรยุทธ หวังกลิ่น

2.ส.ต.วีรชาติ บุญเกื้อ

3.พลทหาร กำมารูดิง ตูวี

จากการสอบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ทั้งหมด 5 นาย กำลังปฏิบัติหน้าที่บริเวณดังกล่าว โดยใช้รถยนต์เป็นพาหนะ 1 คัน และรถจักรยานยนต์จำนวน 1 คัน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้กดชนวนระเบิดบรรจุในถังแก๊สน้ำหนักประมาณ 15 กก.จนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว ส่วนความคืบหน้าและรายละเอียด “เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์” จะรายงานให้ทราบต่อไป

manager.

บึมทหาร-ชรบ. ดับ5ศพ ป่วนใต้รายวัน

1 กรกฎาคม 2553, 23:30 น

โจรใต้แฝงตัวในป่ารกทึบริมทาง ก่อนกดระเบิดบึมทหารพรานที่รือเสาะตายยกคันพร้อม ชรบ. 5 ศพ ก่อนขโมยปืนหนี 4 กระบอกหลบหนีลอยนวล ขณะที่เจ้าหน้าที่สนธิกำลังไล่ล่าตัวอย่างใกล้ชิด.....

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 1 ก.ค.ร.ต.อ.ไพรัช เกียรติเจริญศิริ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดพัฒนาสันติ ที่ 3015 กรมทหารพรานที่ 45 เสียชีวิต

บนถนนในหมู่บ้านบอมิ หมู่ 7 ต.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สามารถ วิชัยขัทคะ ผกก.สภ.รือเสาะ พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อยู่ในสภาพพังยับเยิน และมีศพผู้เสียชีวิตนอนอยู่ภายในห้องโดยสารและบนถนน ซึ่งอยู่ห่างจากหลุมระเบิด ลึก 2 ฟุต กว้าง 3 เมตร จำนวน 5 ราย

ซึ่งถูกอนุภาพของระเบิดจนร่างกายแหลกเหลว ประกอบด้วย 1.จ.ส.อ.เกียรติชัย แย้มทัพ อายุ 46 ปี หัวหน้าชุด 2.อส.ทพ.ภาสกร ซุ่มประการ อายุ 30 ปี 3.อส.ทพ.การิม แก้วสลัม อายุ 22 ปี 4.นายอับดุลรอแม แวกะจิ อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสโลว์ หมู่ 7 ต.รือเสาะ และ 5.นายรุสมัน มะมิง อายุ 28 ปี ซึ่งเป็น ชรบ.บ้านสโลว์ หมู่ 7 ต.รือเสาะ

จากการ สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.เกียรติชัย หัวหน้าชุด ได้นำกำลังรวม 3 นาย โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและ ชรบ.อีก 2 คน นั่งรถยนต์กระบะ เพื่อเดินทางเข้าไปสังเกตการณ์กลุ่มผู้ไม่หวังดีที่แฝงตัวเคลื่อนไหวภายใน หมู่บ้านจุดเกิดเหตุ

และระหว่างที่ จ.ส.อ.เกียรชัย และพวกนั่งรถยนต์อยู่นั้นผ่านที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 20 ก.ก.แล้วนำไปฝังไว้กลางถนน

จนเกิดระเบิดขึ้นขณะขับรถยนต์ขับผ่าน จนรถยนต์ได้กระเด็นพลิกคว่ำ จากนั้นคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่ จ.ส.อ.เกียรติชัย และพวก จนชีวิตเสียทั้งหมด แล้วคนร้ายได้วิ่งออกจากป่าหยิบอาวุธปืน เอส.เค.ของเจ้าหน้าที่หลบหนีไปด้วย 4 กระบอก ล่าสุด พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ได้ระดมกำลัง จำนวน 30 นาย ออกติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายไปอย่างกระชั้นชิดแล้ว.

thairath.

โจรใต้เหี้ยม! ระเบิดชุดลาดตระเวนก่อนยิงซ้ำ จนท.ตาย 5 ที่นราธิวาส

1 กรกฎาคม 2553 22:20 น.

นราธิวาส – โจรใต้เหี้ยม ลอบวางระเบิดและยิงซ้ำชุดลาดตระเวนที่นราธิวาส ส่งผลให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่เสียชีวิตรวม 5 คน เป็นทหารพรานตาย 3 นาย ชรบ. 1 นายและผู้ใหญ่บ้านอีก 1 คน เผยกำลังออกหาข่าวเพื่อเตรียมปิดชอบจับกุมฝ่ายตรงข้ามในวันพรุ่งนี้ (2)

วันนี้ (1 ก.ค.) เวลา 18.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุเกิดระเบิดขึ้นในพื้นที่ ม.3 บ.บอมิ ต.นาดา อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส หลังเกิดระเบิดมีการปะทะกันระหว่างกลุ่มคนร้ายกับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังเกิดเหตุแล้วเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองในรือเสาะสนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 46 ชุดพัฒนาสันติ เสียชีวิต 3 นาย เจ้าหน้าที่ชุด ชรบ. 1 นาย และผู้ใหญ่บ้านบ้านสโลว์ 1 คน ด้าน พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรนราธิวาส ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

จากการสอบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เดินทางเข้าที่เกิดเหตุจำนวน 5 นาย โดยรถยนต์เพื่อเข้าไปหาข่าว ก่อนที่จะมีการนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ แต่เมื่อขับรถยนต์ผ่านจุดเกิดเหตุ คนร้ายได้จุดฉนวนระเบิดขึ้น และได้ใช้อาวุธสงครามยิงซ้ำ จนทำให้ทั้งหมดเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

หลังจากเกิดเหตุ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนราธิวาสได้กำชับให้กองกำลังในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดดูแลความปลอดภัยตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงสนธิกำลังปิดล้อมพื้นที่เพื่อตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่คาดคนร้ายน่าจะยังกบดานในพื้นที่ดังกล่าว

manager.

สถาบันพระปกเกล้าชี้ไฟใต้ในรอบ 7 ปี ยอดเสียชีวิต 4,262 ราย

30 มิถุนายน 2553 19:15 น.

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - นักศึกษาจากสถาบันจากสถาบันพระปกเกล้า ติดตามสถานการณ์ปัญหาไฟใต้เกือบ 7 ปี พบยอดเสียชีวิตสูงถึง 4,262 ราย วันนี้ (30 มิ.ย.) ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครนิทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

คณะนักศึกษาจากสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตร การเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 2 จำนวน 90 คน ประกอบด้วย ข้าราชการ ภาคเอกชน และองค์กรสื่อ ลงพื้นที่รับฟังการบรรยายสรุปประเด็นสถานการณ์และแนวทางการแก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยสันติวิธี จากกรรมการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

ซึ่งจากการสรุปข้อมูลล่าสุดของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ เกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ ม.ค.47 – มิ.ย.53 เกิดเหตุความไม่สงบ 11,298 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 4,262 ราย และได้รับบาดเจ็บ 7,036 ราย โดยผู้เสียชีวิตเป็นชาวไทยพุทธ 1,622 ราย และมุสลิม 2,515 ราย และไม่ระบุสัญชาติอีก 125 ราย

ส่วนที่ได้รับบาดเจ็บเป็นชาวไทยพุทธ 4,242 ราย ชาวไทยมุสลิม 2,270 ราย และไม่ระบุสัญชาติ 524 ราย และผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ส่วนใหญ่จะเป็นราษฎรทั่วไป มากถึง 50% รองลงมาเป็นทหาร 16% ตำรวจ 11% เป็น ชรบ.และ อส.อีก 5% กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ลูกจ้างรัฐ อีก 4% ราชการ 1% และครูอีก 1% เยาวชน 2% อบต./อบจ.อีก 1%

โดยเหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในระดับตำบลมากที่สุด คือ ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา 185 ครั้ง รองลงมา คือ ต.รือเสาะ จ.นราธิวาส 183 ครั้งและ ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส 138 ครั้ง

ทั้งนี้ ข้อสังเกตของที่นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า เกี่ยวกับปัญหาไฟใต้ที่ยังคงเกิดเหตุการณ์ตลอดระยะเวลาเกือบ7 ปี ที่ได้มีการตั้งคำถามกันมาก คือ หน่วยงานภาครัฐและนักวิชาการที่เกาะติดปัญหาสามารถสรุปออกมาได้แล้วหรือไม่ว่าต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหาและเป้าหมายของความรุนแรงที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่องคืออะไร

รวมถึงประเด็นสำคัญที่มีการมองกันว่าเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการทำสงครามงบประมาณของส่วนราชการเพื่อไม่ต้องการให้เหตุการณ์สงบลงนั้นจึงหรือไม่

manager.

สื่อมุสลิมลงนราฯ สร้างความเข้าใจพื้นที่ จชต.

30 มิถุนายน 2553 11:36 น.

นราธิวาส – สื่อมุสลิมลุยพื้นที่นราฯ เยี่ยมการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริพร้อมฟังแนวทางการแก้ปัญหา สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อวานนี้ (29 มิ.ย.) ที่บริเวณท่าอากาศยานนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากประเทศมุสลิม ประกอบด้วย ประเทศกาตาร์ ประเทศลิเบีย ประเทศอียิปต์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย และประเทศทาจิกิสถาน ซึ่งเดินทางลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสร่วมสัมผัสการใช้ชีวิดของประชาชนในพื้นที่ และเยี่ยมชมการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ

สำหรับการเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นโครงการของกระทรวงต่างประเทศและ ศอ.บต.ที่จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และรับทราบถึงการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหา โดยคณะสื่อมวลชนมีกำหนดการอยู่ในพื้นที่ 2 วันตั้งแต่วันที่ 29-30 มิถุนายนนี้

manager.

โจรใต้กดบึ้มหวังสังหารทหารพรานที่ศรีสาครเจ็บ 1 นาย

29 มิถุนายน 2553 19:41 น.

นราธิวาส – คนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องหนัก 10 กก.หวังสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพราน ขณะกลับจากส่งเสบียงอาหารให้กับกำลังเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลฝายกั้นน้ำในพื้นที่ ต.ศรีบรรพต แรงระเบิดทำให้ทหารพรานบาดเจ็บเล็กน้อย 1 นาย

วันนี้ (29 มิ.ย.) พ.ต.ท.วีระศักดิ์ สิริจันทร์ สารวัตร สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งว่ามีเหตุ คนร้ายกดชนวนระเบิด บนถนนบริเวณหน้ามัสยิดไอร์กอเดร์ เส้นทางบ้านตืองอ-บ้านไอร์กอเดร์ ม.4 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นราธิวาส

ซึ่งเป็นชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด ร้อย ทพ.4603 ฉก.ทหารพรานที่ 46 กว่า 30 นาย ยืนตั้งกำลังควบคุมพื้นที่รอบบริเวณเกิดเหตุ และมี อส.ทพ.นพดล มณีปรีชา ไม่ทราบอายุ เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4605 ถูกแรงอัดระเบิด โดยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น มีอาการแน่นหน้าอก และหูอื้อ บาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนที่จะนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสาคร เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง

ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบคนร้ายซุกระเบิดแสวงเครื่อง บนเนินดินริมถนน แรงระเบิดทำให้เกิดหลุมกว้าง 1 เมตร ลึก 40 ซม.และทำให้สายไฟฟ้าขาดจนไฟดับ ซึ่งมีเศษเหล็กตัดชิ้นส่วนถังแก๊สกระจัดกระจายบริเวณรัศมี 20 เมตร โดยเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง ส่วนผสมแอมโมเนียไนเตรท บรรจุในถังแก๊สปิกนิก น้ำหนักรวม 10 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร

สอบสวนทราบว่า กำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4603 ทั้งหมด 6 นาย ได้ขึ้นรถยนต์กระบะ กลับจากส่งเสบียงอาหารให้กับกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน ซึ่งทำหน้าที่ดูแลฝายกั้นน้ำในพื้นที่ ต.ศรีบรรพต ระหว่างเดินทางมุงหน้ากลับไปยังฐานปฏิบัติการ ห่างจากฐานปฏิบัติการทหาร ร้อย ร.1722 ฉก.นราธิวาส 37 ประมาณ 1 กิโลเมตร

คนร้ายซึ่งติดตามและสังเกตการเจ้าหน้าที่ ได้กดชนวนระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่โชคดีที่รถเจ้าหน้าที่ขับผ่านก่อน จึงรอดได้อย่างหวุดหวิด ส่วนสาเหตุคาดเป็นฝีมือกลุ่มก่อความรุนแรงวางระเบิด เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่

manager.

โจรใต้วางระเบิดทหารชุด รปภ.ครูทหารเจ็บ 1 ครูหญิงเจ็บ 2

28 มิถุนายน 2553 13:08 น.

นราธิวาส – เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัดร้อย ร.1724 ฉก.นราธิวาส 37 ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ รปภ.ครู โรงเรียนบ้านบือแนนากอ อ.ศรีสาคร เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย และ ครูได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย

วันนี้ (28 มิ.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.ท.วีระศักดิ์ สิริจันทร์ สว.เวร สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู สังกัดร้อย ร.1724 ฉก.นราธิวาส 37 ที่บริเวณหัวสะพานคลองบ้านบือแนนากอ ม.6 ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร

ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย และครูโรงเรียนบ้านบือแนนากอได้รับบาดเจ็บ 2 คน จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส นายไพโรจน์ จริตงาม นายอำเภอศรีสาคร พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส

พ.ต.ท.เลียบ พรหมจันทร์ รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวนตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มตะแคงอยู่บนสะพาน และที่บริเวณหัวสะพานด้านซ้ายมือเจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิด ลึก 4 ฟุต กว้าง 5 ฟุต และเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก น้ำหนัก 5 กิโลกรัม

จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลศรีสาครไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล โดยแยกเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 1 นาย คือ พลทหารสุรชาต นาระถี อายุ 22 ปี ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแขนซ้าย ส่วนข้าราชการครู 2 คน

ทราบชื่อคือ 1.นางพรทิพย์ ใจเย็น และ 2.น.ส.สมจิตร สุวรรณะ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดและเป็นแผลจากรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำที่บริเวณขา หัวเข้าและลำตัว อาการไม่บาดเจ็บมากนัก

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.พรมินทร์ มโณรัตน์ หัวหน้าชุด รปภ.ครูโรงเรียนบ้านบือแนนากอ สังกัด ร้อย ร.1724 ฉก.นราธิวาส 37 ได้ระดมกำลังผู้ใต้บังคับบัญชา รวม 9 นาย

ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ 2 คัน และนั่งรถยนต์ฮัมวี่ปิดท้าย 1 คัน ไปรับและส่งครูโรงเรียนบ้านบือแนนากอ โดยคณะครูจะขี่รถจักรยานยนต์อยู่กลางขบวน เมื่อถึงบริเวณจุดเกิดเหตุคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปฝั่งไว้ที่หัวสะพาน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนทำให้เจ้าหน้าที่ทหารและครูได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้โรงเรียนบ้านบือแนนากอหยุดการเรียนการสอนเป็นการฉุกเฉิน 1 วัน เนื่องจากครูเกิดความหวาดกลัว ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ นายไพโรจน์ จริตงาม นายอำเภอศรีสาคร ได้เดินทางไปเยี่ยมปลอบขวัญและให้กำลังใจ ซึ่งคาดว่าในวันพรุ่งนี้จะทำการเปิดการเรียนการสอนตามปกติ

manager.

คนร้ายไล่ยิง ผญบ.เสียชีวิตที่ปัตตานี

27 มิถุนายน 2553 18:05 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงผู้ใหญ่บ้าน บ้านห้วยเปียะ ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ ขณะขับขี่รถจักรย่นยนต์เพื่อเดินทางไปเก็บน้ำยางพารา วันนี้ (27 มิ.ย.) พ.ต.ท.อนุสรณ์ จันทร์กลับ สารวัตร สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนชนบทสาย 4072 บ้านกล้วย ม.2 ต.นาประดู่ นำกำลังเข้าไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบเพียงรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ล้มอยู่ข้างทาง และมีกองเลือดจำนวนมาก ส่วนคนเจ็บพลเมืองดีได้นำส่ง รพ.โคกโพธิ์

ทราบชื่อ นายศักดิ์เสนา เจ๊ะปอ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/4 บ้านห้วยเปียะ ม.3 ต.นาประดู่ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าบริเวณใบหน้า แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบสวนทราบว่า ผู้ตายมีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ก่อนเกิดเหตุ ขณะขับขี่รถจักรย่นยนต์เพื่อเดินทางไปเก็บน้ำยางพารา ระหว่างทางถูก 2 คนร้ายขับรถ จยย.ตามประกบยิง สาเหตุอยู่ในระหว่างการสอบสวนว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ

manager.

โจรใต้ลอบวางระเบิดทหาร รปภ.เส้นทางที่บาเจาะ-ไร้เจ็บ

27 มิถุนายน 2553 14:05 น.

นราธิวาส – เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.เส้นทาง สังกัด หมวดปืนเล็ก ที่ 2 ฉก.นราธิวาส 32 บนถนนสายบ้านทอน-บาเจาะ แต่โชดดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

วันนี้ (27 มิ.ย.) ร.ต.อ.สุชาติ หมีลำพอง ร้อยเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.เส้นทาง สังกัดหมวดปืนเล็ก ที่ 2 ฉก.นราธิวาส 32 บนถนนสายบ้านทอน-บาเจาะ ห่างจากสะพานบ้านบือเระ ม.1 ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ ประมาณ 30 เมตร

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.จำลอง งามเนตร ผกก.สภ.บาเจาะ กำลังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบหลุมระเบิดที่บริเวณจอมปลวกริมทาง ลึก 2 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และมีซากเศษชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวน จ.อ.สิทธิพงษ์ เข็มวงศ์ หัวหน้าชุดหมวดปืนเล็กที่ 2 ฉก.นราธิวาส 32 ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกำลัง รวม 8 นาย ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ 4 คัน เพื่อเดินทางไปวางกำลัง รปภ.เส้นทาง ในการอำนวยความสะดวกประชาชน และข้าราชการ เดินทางไปใช้บริการเครื่องบินที่ท่าอากาศยานนราธิวาสเป็นประจำเหมือนทุกวัน

ในระหว่างที่ จ.อ.สิทธิพงษ์ หัวหน้าชุดกำลังขี่รถจักรยานยนต์นำเจ้าหน้าที่ทหารอยู่นั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง และได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ที่บริเวณจอมปลวก จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่รัศมีการทำลายล้างของระเบิดได้เบี่ยงเข้าไปในบริเวณไหล่ทาง จึงทำให้ จ.อ.สิทธิพงษ์ หัวหน้าชุดและเจ้าหน้าที่ทหารรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด

manager.

บึ้มทหาร ฉก.13 กรงปินังเจ็บ 1

25 มิถุนายน 2553 10:14 น.

ยะลา – เกินเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ชุดร้อย ร.4033 ฉก.13 อ.กรงปีนัง จ.ยะลา ขณะกำลังเดินลาดตระเวนเส้นทางภายในหมู่บ้านสะเอะ – กรงปินัง ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

วันนี้ (25 มิ.ย.) เมื่อเวลา 07.05 น. เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.4033 ฉก.13 อ.กรงปีนัง จ.ยะลา ประจำฐานปฏิบัติการบ้านบาโงยือรา จำนวน 7 นาย ออกเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทาง

เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับชาวบ้านในพื้นที่ โดยใช้เส้นทางภายในหมู่บ้านสะเอะ – กรงปินัง หมู่ที่ 1 บ้านบาโงยือรา ต.สะเอะ อ.กรงปีนัง ขณะเจ้าหน้าที่ทหารทั้งหมดกำลังเดินผ่านจุดที่เกิดเหตุ ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

แรงระเบิดทำให้ พลทหารวัฒนา แสงพิมา อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณต้นคอ แต่อาการไม่สาหัส เพื่อนทหารช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาเป็นการด่วน ต่อมา นายกฏษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.จุมพล เปรมศิริ ผกก.สภ.กรงปินัง นายอวยชัย จุฬาศิริวงศ์ ปลัดป้องกัน อ.กรงปินัง กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.13 อ.กรงปีนัง ชุดศรศึก-ศรชัย (EOD-ARMY) ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด สนธิกำลังเข้าไปตรวจสอบในทีเกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าวอยู่ใต้ต้นไม้ริมถนนเจ้าหน้าที่ตำรวจพบร่องรอยระเบิดพื้นหญ้ากระจุยกระจาย เป็นวงกว้าง บนถนนยังพบเศษของสะเก็ดระเบิดตัดจากเหล็กเส้น โซ่เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เศษสายไฟฟ้า ตกกระจัดกระจายจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ส.อ.เทิดพงศ์ เรือนมั่น หน.ชป.อยู่ในที่เกิดเหตุให้การว่า ก่อนหน้านี้ได้นำกำลังจำนวน 7 นายเดินเท้าลาดตระเวนออกจากฐานปฏิบัติการที่บ้านบาโงยยือรา หมู่ที่ 1 เพื่อปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยเส้นทางตามปกติ ทันใดนั้น

ก็ได้เกิดระเบิดดังขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้พลทหารวัฒนา ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนคนร้ายคาดว่าเป็นแนวร่วมอาร์เคเค.ในพื้นที่ แอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม มาตรึงตะปูแขวนไว้ที่ลำต้นต้นตีนเป็ด บริเวณริมไหล่ทาง

รอจังหวะเจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าว ที่เดินเท้าลาดตระเวนเส้นทางทุกวันผ่านมาแล้ว ทำการจุดชนวนให้ระเบิดทำงานจนเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บดังกล่าว หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.13 และกำลังฝ่ายปกครอง จำนวน 30 นาย

ออกติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่คาดว่ายังหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่า เป็นการก่อเหตุร้ายเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบเพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่เหตุยิงอุสตาสในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

manager.

โจรใต้ยิงชาวบ้านสาหัส 2 รายที่แว้ง

24 มิถุนายน 2553 20:36 น.

นราธิวาส – โจรใต้ขี่จยย.กราดยิงชาวบ้านสาหัส 2 ราย ขณะเดินทางกลับบ้านที่อ.แว้ง คาดเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เนื่องจากถนนสายดังกล่าวมีชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ถูกยิงเสียชีวิตมาแล้วหลายราย

วันนี้ (24 มิ.ย. 53) เมื่อเวลา 16.50 น. ร.ต.ท.อาลัม เมฆารัฐ ร้อยเวร สภ.แว้ง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย บนถนนในหมู่บ้านลูโบ๊ะดำ หมู่ 1 ต.แว้ง อ.แว้ง จึงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เหตุเกิด พบรถ จยย. ล้มคว่ำอยู่บนถนน พร้อมกับกองเลือดจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บพลเมืองดีนำตัวส่งรักษายัง รพ.แว้ง

ทราบชื่อคือ 1.นายซูไฮลี อูเซ็ง อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 4 ต.แว้ง อ.แว้ง มีร่อยรอยถูกกระสุนปืนลูกซองที่บริเวณใต้ราวนมซ้ายและลำตัวรวม 2 นัด 2.นายอารอฟัด ยูโซะ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/2 หมู่ 1 ต.แว้ง อ.แว้ง มีร่อยรอยถูกกระสุนปืนชนิดและขนาดเดียวกันที่บริเวณหัวไหล่ซ้ายจำนวน 1 นัด ทั้งคู่อาการสาหัสแพทย์ได้นำตัวส่งรักษาต่อยัง รพ.สุไหงโก-ลก

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายซูไฮลี ได้ขี่รถ จยย. โดยมีนายอารอฟัด นั่งซ้อนท้ายมาด้วย เพื่อเดินทางไปทำธุระที่ อ.สุคิริน กระทั่งเดินทางกลับบ้านพัก ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนขี่รถ จยย. ตามประกบไล่หลัง และใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 นัด

ซ้อน ส่วนคนร้ายได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป จนกระทั่งมีพลเมืองดีมาประสบเหตุช่วยนำตัวส่ง รพ.แว้ง ส่วนสาเหตุ คาดเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เนื่องจากถนนสายดังกล่าวมีชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ถูกยิงเสียชีวิตมาแล้วหลายราย

manager.

คนร้ายดักซุ่มยิงคนหาของป่าพื้นที่ระแงะดับ 1 สาหัส 2

23 มิถุนายน 2553 13:56 น.

นราธิวาส – เกิดเหตุคนร้ายดักซุ่มยิงคนหาของป่า บนถนนสายกูจิรือปะ-มะรือโบตก อ.ระแงะ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ป่วนใต้

เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา (22 มิ.ย.) พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.อ.ระแงะเกิดเหตุ ได้รับแจ้งว่า มีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ บนถนนสายกูจิรือปะ-มะรือโบตก บริเวณบ้านกำปงปาเระ ม.8 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ

จึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบสภาพศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดทราบชื่อนายสะมะแอ เจ๊ะดอ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/2 ม.4 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงคราม เข้าที่ศีรษะ จนกะโหลกสมองเปิด เสียชีวิตคาที่

ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย ได้ถูกชาวบ้านนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ทราบชื่อต่อมา คือนายฮาซาน วามะ อายุ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/1 ม.4 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร บาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน ที่แขนขวา 1 นัด

และนายพิษณุ สว่างพิภพ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/1 ม.5 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกัน เข้าที่บริเวณแขนขวา ลำตัว 1 นัด อาการสาหัส

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายและผู้บาดเจ็บรวม 3 นาย ได้ขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน ออกจากบ้านพัก เพื่อเดินทางไปหาของป่าที่บริเวณบ้านกำปงปาเระ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ

โดยระหว่างตระเวนในพื้นที่ ถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนดักซุ่มอยู่ในมุมมืดริมทางป่าละเมาะ ใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่จำนวนหลายนัด จนกระสุนถูกนายสะมะแอล้มฟุบลงจนเสียชีวิต ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน

ได้กัดฟันเร่งบิดความเร็วรถจักรยานยนต์ออกจากวิถีกระสุน และได้ไปขอความช่วยเหลือชาวบ้านนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลดังกล่าว เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นการก่อเหตุจากกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบ ดักสังหารผู้บริสุทธิ์ เพื่อสร้างสถานการณ์ป่วนใต้

manager.

ดักยิงผอ.โรงเรียน โจรป่วนใต้รายวัน

22 มิถุนายน 2553, 20:15 น.

2 โจรใต้ทำท่าทีจอดรถอยู่ริมถนน รอจังหวะผู้อำนวยการโรงเรียนธรรมเจริญ นราธิวาส ขับผ่าน ก่อนชักอาวุธปืนจ่อยิง 6 นัดซ้อน โชคช่วยไม่ตายเนื่องจากใส่เสื้อเกราะ เชื่อสร้างสถานการณ์รายวัน.....

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.เวลา 17.00 น.ร.ต.ท.อุกฤษ สังฆมณี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บบนถนนสายโคกสะตอ – รือเสาะ หมู่ 6 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สามารถ วิชัยขัทคะ ผกก.สภ.รือเสะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ยืนมุงดูอยู่ โดยมีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่นสแมทซ์ สีเขียว หมายเลขทะเบียน กยจ-764 นราธิวาส ล้มตะแคงอยู่ริมถนน และใกล้กันเจ้าหน้าที่พบกองเลือดจำนวนหนึ่งพร้อมกับหัวกระสุนปืนพกสั้นขนาด .38 จำนวน 1 หัว เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บชาวบ้านช่วยนำส่งโรงพยาบาลรือเสาะ

ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ นายสันทัด รังเสา อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนธรรมเจริญ ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 เฉี่ยวที่บริเวณแขนซ้าย จำนวน 1 นัด บาดเจ็บเล็กน้อย และที่เสื้อด้านหลังมีร่องรอยถูกกระสุนเจาะทะลุจำนวน 2 รู แต่เนื่องจากสวมเสื้อเกราะกันกระสุน กระสุนจึงปักติดอยู่ที่เสื้อเกราะ เจ้าหน้าที่จึงแกะและเก็บไว้เพื่อนำไปตรวจสอบ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสันทัด ได้ขี่รถจักรยานยนต์เพียงลำพัง เพื่อเดินทางกลับบ้านพักหลังจากโรงเรียนเลิกแล้ว และเมื่อถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ทำทีจอดรถคุยกันอยู่ริมถนน และเมื่อนายสันทัด ขี่ผ่านมา คนร้ายจึงได้ชักอาวุธปืนออกมาจ่อยิงใส่ รวม 6 นัดซ้อน จนรถเสียหลักและล้มลงข้างถนน จากนั้นคนร้ายจึงพากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

จนกระทั่งมีชาวบ้านขี่รถมาประสบเหตุจึงนำตัวนายสันทัดส่งโรงพยาบาลรือสาะดังกล่าว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่คาดว่า น่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์รายวันของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ.

thairath.

ใต้ตึงเครียดปาระเบิดหน้ามัสยิดที่สายบุรี "เด็ก-ผู้หญิง" รับเคราะห์

Sunday, 20 June 2010 23:00

ใต้ตึงเครียดหนัก มือมืดปาระเบิดหน้ามัสยิดที่สายบุรี “เด็ก-ผู้หญิง” รับเคราะห์เจ็บ 3 ส่วนที่ทุ่งยางแดง คนร้ายแต่งกายคล้ายทหาร บุกยิงประชาชนคาบ้าน ตำรวจสันนิษฐานเป็นความพยายามสร้างความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน ขณะที่เหตุยิงรายวันยังเพียบ เหยื่อมีทั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน-อส. ด้านศาลนราธิวาสนัด 2 ก.ย.นี้ ฟังคำสั่งรับ-ไม่รับฟ้องคดีซ้อมทรมาน “อิหม่ามยะผา” จนเสียชีวิตคาฐานทหาร

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงสุดสัปดาห์นี้กลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุรุนแรงที่มีความอ่อนไหวสูงหลายเหตุการณ์ โดยเมื่อเวลา 20.15 น. วันเสาร์ที่ 19 มิ.ย.2553 คนร้ายจำนวน 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้ลูกระเบิดขว้างไม่ทราบชนิด ขว้างเข้าไปบริเวณหน้ามัสยิดนูรูลมุตตาลีน บ้านตะบิ้ง หมู่ 1 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ประกอบด้วย

1) ด.ช.อำราล แขวง อายุ 9 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 บ้านตะบิ้ง หมู่ 1 ต.ตะบิ้ง ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหูด้านซ้าย มีบาดแผลบริเวณต้นขา

2) ด.ช.รอมซู อามิง อายุ 10 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 บ้านตะบิ้ง หมู่ 1 ต.ตะบิ้ง เช่นกัน ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณมือ และมีบาดแผลบริเวณก้นกบ อาการไม่สาหัส

3) นางอรัญญา โต๊ะกายอมาตี อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 บ้านตะบิ้ง หมู่ 1 ต.ตะบิ้ง ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าอก อาการไม่สาหัส

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในพื้นที่ เพราะ อ.สายบุรี เกิดเหตุรุนแรงที่สร้างความกังขาในหมู่ประชาชนมาแล้วหลายครั้ง

คนร้ายบุกฆ่าสองผัวเมียคาบ้าน-ลูก 2 ขวบบาดเจ็บ

ช่วงเวลาใกล้เคียงกันยังเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้า ยิงเข้าไปในบ้านประชาชน เลขที่ 56/5 บ้านปุยุด หมู่ 7 ต.ปุยุด อ.เมือง จ.ปัตตานี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 1 ราย ขณะทั้งสามกำลังพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน โดยผู้เสียชีวิตประกอบด้วย นายมูฮัมหมัดสุกรี วาเด็ง อายุ 25 ปี กับ นางอามีเนาะ วาเด็ง อายุ 25 ปี สองสามีภรรยา ส่วนผู้บาดเจ็บคือ ด.ญ.โซเฟีย วาเด็ง บุตรสาวของทั้งคู่ อายุ 2 ปี

เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปชัดเจนว่าเหตุรุนแรงดังกล่าวมีสาเหตุมาจากเรื่องใด แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว และอาจเชื่อมโยงกับธุรกิจผิดกฎหมาย อาทิ ยาเสพติด

รัวเอ็ม 16 ถล่มผู้ใหญ่บ้านตันหยงลิมอปางตาย

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 12.40 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถกระบะเป็นพาหนะ และใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 ยิงถล่ม นายกูเฮง ยูโซ๊ะ ผู้ใหญ่บ้านไอร์ปาเซ หมู่ 8 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ขณะขับรถกระบะแบบตอนเดียว ยี่ห้อมิตซูบิซิ สีเทา หมายเลขทะเบียน ก 6123 สงขลา กลับจากตลาดนัดตันหยงมัส อ.ระแงะ ซึ่งมีการจัดการแข่งขันนกกรงหัวจุก โดย นายกูเฮง ถูกกระสุนปืนเอ็ม 16 ได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

คนร้ายแต่งกายคล้ายทหารดักยิงชาวบ้านดับ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันศุกร์ที่ 18 มิ.ย.2553 พ.ต.อ.วสุพล บาลี ผู้กำกับการ สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงกันที่บ้านเลขที่ 41/1 บ้านแลแวะ หมู่ 2 ต.ตะโละแมะนา อ.ทุ่งยางแดง จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ราย คือ นายอับดุลฮาดี มะนุแซ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 5 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา สภาพศพถูกอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดและขนาดยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ 1 นัด เสียชีวิตคาที่

สอบสวนทราบว่า ในขณะที่ นายอับดุลฮาดี พักผ่อนอยู่ภายในบ้าน และกำลังเตรียมตัวจะไปละหมาดวันศุกร์อยู่นั้น ได้มีคนร้าย 4 คน ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บห 9090 สงขลา มาจอดที่หน้าบ้าน จากนั้นหนึ่งในคนร้ายซึ่งแต่งกายคล้ายทหาร ได้เดินลงจากรถเข้าไปในบ้าน และใช้ปืนจ่อยิงนายอับดุลฮาดีที่ศีรษะทันที เป็นเหตุให้เสียชีวิตคาที่ จากนั้นคนร้ายได้รีบวิ่งขึ้นรถหลบหนีไป และนำรถไปจอดทิ้งบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4071 ท้องที่หมู่ 4 ต.ตะโละแมะนา ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 900 เมตร

เบื้องต้นตำรวจตั้งประเด็นสอบสวนเอาไว้ 2 ประเด็นคือ ความขัดแย้งส่วนตัว กับการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ โดยคนร้ายพยายามแต่งกายคล้ายทหารเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน

บึ้มรถตำรวจสุไหงปาดีพังยับ-จนท.รอดหวุดหวิด

เวลา 16.30 น.วันเดียวกัน เกิดเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารตำรวจ สภ.สุไหงปาดี บนถนนจารุเสถียร (สุไหงโก-ลก-นราธิวาส) ท้องที่บ้านซอม็อง หมู่ 11 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ขณะ ร.ต.ท.วิทวัส บุตรน้ำเพชร พนักงานสอบสวน สภ.สุไหงปาดี กำลังขับรถกระบะหุ้มเกราะนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นผัดฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดนราธิวาส

สอบสวนทราบว่า คนร้ายนำระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัมไปวางไว้ที่โคนเสาปูนทางโค้ง และจุดชนวนระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย แต่โชคดีที่ ร.ต.ท.วิทวัส ไม่ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ประกบยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเมาะมาวีสาหัส

ส่วนที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี คนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง นายมาหามะมักตา กาหลง อายุ 46 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านหลังออกกำลังกายที่สนามฟุตบอลในหมู่บ้านเมาะมาวี กระสุนเจาะเข้าที่ศีรษะ อาการสาหัส เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าเป็นเหตุขัดแย้งส่วนตัว เรื่องการเมืองท้องถิ่น หรือสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ

ควงลูกซองยิง อส.นราธิวาสดับคาถนนที่ยี่งอ

เวลา 23.30 น.วันพฤหัสบดีที่ 17 มิ.ย. คนร้ายมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนลูกซองประกบยิง นายโอภาส จิตต์กำแหง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/1 ถนนผังเมือง 4 ซอย 12 ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นอาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำ จ.นราธิวาส ขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปทำธุระในพื้นที่ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เหตุเกิดบนถนนสายยี่งอ-รือเสาะ ท้องที่บ้านจีจา หมู่ 1 ต.จอเบาะ อ.ยี่งอ ทำให้นายโอภาสเสียชีวิตคาที่ เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ศาลนราฯนัด 2 ก.ย.รับ-ไม่รับฟ้องคดีอิหม่ามยะผา

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ศาลจังหวัดนราธิวาสนัดไต่สวนมูลฟ้องนัดสุดท้ายในคดีที่ นางนิม๊ะ กาเซ็ง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.วิชา ภู่ทอง ร.ต.สิริเขตต์ วาณิชบำรุง จ.ส.อ.เริงณรงค์ บัวงาม ส.อ.ณรงค์ฤทธิ์ หาญเวช ส.อ.บัณฑิต ถิ่นสุข และ พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ วังสุภา เป็นจำเลยที่ 1-6 ในข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการหรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด, กักขังหน่วงเหนี่ยว, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย กรณี นายยะผา กาเซ็ง อดีตอิหม่ามประจำมัสยิดบ้านกอตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

คดีนี้ นางนิม๊ะ กาเซ็ง ซึ่งเป็นภรรยาของอิหม่ามยะผา ได้ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่เกี่ยวข้อง หลังจากนายยะผาถูกเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 39 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส จับกุม และซ้อมทรมานจนเสียชีวิตภายในหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 39 ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดสวนธรรม อ.รือเสาะ เหตุเกิดระหว่างวันที่ 19-21 มี.ค.2551 และต่อมาศาลมีคำสั่งในสำนวนไต่สวนการตายนายยะผา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150 ระบุว่านายยะผาเสียชีวิตที่ฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 39 จริง และถูกเจ้าหน้าที่ทหารทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต

หลังจากไต่สวนมูลฟ้องนัดสุดท้ายเสร็จสิ้น ศาลได้นัดฟังคำสั่งรับหรือไม่ฟ้อง ในวันที่ 2 ก.ย.2553 เวลา 09.00 น. ซึ่งหากศาลารับฟ้อง คดีนี้จะเป็นคดีแรกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผู้เสียหายที่เป็นประชาชนใช้สิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรมฟ้องเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐเป็นคดีอาญา

isranews.

“นิมุ” ชี้ปาระเบิดมัสยิดเพิ่มความหวาดระแวง เตือนรัฐดับไฟใต้เข้าถึงแต่ไม่เข้าใจ

20 มิถุนายน 2553 20:42 น.

ยะลา - ประธานสภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดยะลา แสดงความเห็นเหตุคนร้ายปาระเบิดใส่มัสยิดใน อ.สายบุรี ชี้เป็นการกระทำที่ต้องการสร้างเงื่อนไขให้เกิดความหวาดระแวง ความแตกแยกให้คนในพื้นที่ ซึ่งมีความหลากหลาย แนะการพัฒนานั้นมีความเข้าถึงแต่ยังไม่เกิดความเข้าใจ วอนพิจารณาคนในพื้นที่เข้ามาปฏิบัติงานก่อน เพราะมีความเข้าใจในพื้นที่มากกว่า

จากกรณีเหตุคนร้ายปาระเบิดเข้าใส่มัสยิดสายบุรี หมู่ที่ 1 ต.ตะปิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 19 มิ.ย.53 ที่ผ่านมา จนทำให้มีชาวบ้าน และ เด็ก ที่อยู่รอบ ๆมัสยิดได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จำนวน 3 ราย

นายนิมุ มะกาเจ อดีตรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.ยะลา ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดยะลา กล่าวว่า ตนเองทราบข่าวว่าเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่มัสยิดสายบุรี ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดยะลา

และยังเป็นผู้นำศาสนาด้วยนั้น สิ่งที่ตนเองคิดในหลายๆอย่าง คือ บางสิ่งบางอย่างนักวิชาการที่พุดถึงในเรื่องของการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ตนเองได้รับข้อมูลจากหลายๆพื้นที่ว่า มีบางส่วนที่มีการเข้าถึง แต่ไม่เข้าใจ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน อาจจะมีการประโคมข่าวว่าอาจจะระเบิดอาจจะเป็นการประทุษร้าย แต่เป็นลักษณะการประทุษร้ายด้วยประทัดยักษ์ โดยการกระทำของเยาวชน ซึ่งในขณะนี้เยาวชนก็มีความหลากหลาทั้งเยาวชนพุทธ

เยาวชนมุสลิม เยาวชนที่เข้าใจในศาสนา และเยาวชนที่ไม่เข้าใจในศาสนา เพราะความคิดแปลกๆ ของคนในปัจจุบันนี้ จึงมีอะไรหลายๆอย่าง บางคนไปโยงในเหตุการณ์ระเบิดหน้ามัสยิดยะลาไปสู่การสร้างเงื่อนไข ที่มัสยิดสายบุรี ก็เป็นไปได้

ตนเองได้ดูได้ฟังคำขอโทษของผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาแล้ว สะท้อนได้ในหลาย ๆ ประการ ท่านอาจรู้อะไรในหลาย ๆ ประการจึงต้องขอโทษประชาชน หลายอย่างอาจจะต้องใช้อำนาจมากขึ้น หลายอย่างอาจจะต้องใช้ข้อมูลมากขึ้น แต่ก็มีข้อมูลบางประการที่เป็นพิษเป็นภัยกับคนที่ไม่รู้อย่างแท้จริง อย่างที่เข้าถึง เข้าใจ พัฒนา

ส่วนมากแล้วจะเป็นแบบเข้าถึง แต่ไม่เข้าใจ ตนเองไม่อยากให้ดึงเหตุการณ์หลาย ๆส่วนมาผนวกเข้าด้วยกัน ทั้งที่บางเหตุการณ์ไม่เกี่ยวกัน แต่บางเหตุการณ์ที่กระทำโดยรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ, ภาคประชาชน, กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หรือเหตุการณ์โดยเยาวชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ผิดพลาด และอาจจะถูกสั่งการ

“อยากจะให้ทุกคนได้สะท้อนว่าผู้ที่ถูกกระทำ คือ ประชาชน เหตุการณ์ที่ย่านตลาดเก่าในวันนั้น ทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บสาหัส อยากจะถามผู้ที่ทำว่าสมใจแล้วหรือที่ทำไปอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นใน จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ในภาวะปัจจุบันนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ตั้งใจให้เกิด

เพื่อสร้างเงื่อนไขระหว่างพี่น้องชาวไทยพุทธและชาวมุสลิมเกิดความระแวงซึ่งกันและกัน ที่สำคัญที่ต้องทำในตอนนี้ คือ ต้องหาคนที่มีความเข้าใจจริงๆ มาอยู่ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยเน้นคนในพื้นที่เป็นหลักก่อน หากไม่มีให้หาคนที่เข้าใจในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง หากทำได้การแก้ปัญหาจะง่ายขึ้น ความสงบจะกลับมาสู่พื้นที่ได้โดยเร็ว” นายนิมุกล่าวทิ้งท้าย

manager.

คนร้ายปาระเบิดใส่มัสยิดสายบุรี ชาวบ้าน-เด็กเจ็บ 3

20 มิถุนายน 2553 01:21 น.

ปัตตานี – คนร้ายปาระเบิดใส่มัสยิดใน อ.สายบุรี เล็งกลางวงละหมาด แต่ไม่พ้นกำแพง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เป็นเด็กชายวัย 9 ขวบ 2 คน วันนี้ (19 มิ.ย.) เมื่อเวลา 20.00 น. พ.ต.อ.อำนาจ ดี ผกก.สภ.สายบุรี รับแจ้งเหตุปาระเบิดบริเวณมัสยิด ม.1 ต.ตะปิ้ง อ.สายบุรี

จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ โดยในที่เกิดเหตุทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี 3 ราย ทราบชื่อ 1.นางอรัญญา โต๊ะตายอ อายุ 43 ปี 2.ด.ช.อัมรัน แขวงอายุ 9 ปี 3.ด.ช.รอมซู อามีน อายุ 9 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บลำตัว

จากการตรวจสอบพบว่า ขณะชาวบ้านกำลังทำละหมาดคนร้ายได้ขว้างระเบิดไประทบกำแพงมัสยิดด้านนอก สะเก็ดระเบิดทำให้เกิดความเสียหาย และระเบิดทำให้มีผู้บาดเจ็บดังกล่าว ส่วนผู้ที่อยู่ภายในตัวอาคารปลอดภัย

manager.

ยิงโหดอดีตทหารพรานที่ปัตตานีดับพร้อมเมีย-ลูกสาวบาดเจ็บ

19 มิถุนายน 2553 22:22 น.

ปัตตานี –อดีตทหารพรานที่ 44 ขับรถกระบะกลับบ้านพร้อมครอบครัว ถูกกลุ่มคนร้ายดักซุ่มยิงด้วยอาวุธปืนอาก้า แม้จะวิ่งหนีออกจากรถ แต่ถูกตามยิงดับอนาถพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาววัย 2 ขวบถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ

วันนี้ (19 มิ.ย.) เมื่อเวลา 20.30 น. พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา ผกก.เมือง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุเหตุยิงกันบนถนนในหมู่บ้านสุหงาการี ม.7 ต.ปุยุด อ.เมือง จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในพื้นที่ พบรถยนต์เก๋งโตโยต้าจอดอยู่บนถนน สภาพถูกยิงพรุนรอบคัน

และมีผู้เสียชีวิต 2 รายจมกองเลือดบนถนน ทราบชื่อนายมูฮัมหมัดสุกรี อาเด็ง อายุ 32 ปี อดีตทหารพรานที่ 44 และนางอามีเนาะ อาเด็ง 25 ปี ภรรยา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามหลายนัด นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บคือ ด.ญ.โซเฟีย อาเด็ง อายุ 2 ขวบ

กระสุนถูกข้อมือ ซึ่งได้มีการนำตัวส่งโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บปลอกอาก้าจำนวนหลายปลอกไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งหมดกำลังเดินทางด้วยรถยนต์กลับบ้านพักซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงอีก 500 เมตร

แต่ระหว่างทางมีกลุ่มคนร้ายซุ่มอยู่ริมถนนและใช้อาวุธปืนกราดยิงอย่างไม่ยั้ง ทำให้ทั้งคู่พยายามวิ่งหนีออกจากรถแต่ถูกตามยิงจนเสียชีวิตจมกองเลือดลนถนน จากนั้นชาวบ้านได้ยินเสียงปืนจึงได้พยายามออกมาช่วยเหลือแต่พบว่าทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว จึงได้นำเด็กส่งโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุนั้น เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนว่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่

manager.

คนร้ายยิง ผช.ผญบ.ปัตตานีเจ็บ

18 มิถุนายน 2553 23:40 น.

ปัตตานี – เกิดเหตุคนร้ายตามประกบยิง ผช.ผญบ. ขณะขี่ จยย.กลับบ้านตามลำพังกระสุนเข้าศีรษะได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน

วันนี้ (18 มิ.ย.) เมื่อเวลา 18.50 น. พ.ต.อ.วิโรจน์ บุญญรัตน์ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบริเวณสนามฟุตบอลในหมู่บ้านเมาะมาวี ม.4 ต.เมาะมาวี จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ

พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ ไม่ติดป้ายทะเบียน ล้มข้างทางและมีกองเลือดจำนวนมาก ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง โรงพยาบาลยะรัง ทราบชื่อนายมาหามะมักตา กาหลง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 และเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.เมาะมาวี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นเข้าศีรษะ 1 นัด

จากการสอบสวนทราบว่า หลังจากนายมาหามะมักตาได้ออกกำลังกายในสนามเสร็จจึงได้ กำลังเดินทางกลับบ้านพัก ปรากฏว่าถูกคนร้าย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิงก่อนเร่งเครื่องหลบหนีไป สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเกี่ยวข้องสถานการณ์ใต้

manager.

โจรใต้วางระเบิดริมถนนเจาะไอร้อง “ร.ต.ท.” หวิดดับ

18 มิถุนายน 2553 23:39 น.

นราธิวาส – คนร้ายวางระเบิดริมถนนหวังสังหารเจ้าหน้าที่ ซึ่งมี ร.ต.ท.วิทวัส บุตรน้ำเพชร พนักงานสอบสวน ตำรวจสภ.สุไหงปาดี เป็นผู้ขับรถยนต์หุ้มเกราะกลับจากส่งตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดเพียงลำพัง แต่โชคดีรอดหวุดหวิด

วันนี้ (18 มิ.ย.) เมื่อเวลา 16.30 น. ร.ต.อ.หมัดอุเส็ง เหมาะสะนิ ร้อยเวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารนายตำรวจ สภ.สุไหงปาดี บนถนนจารุเสถียร สายสุไหงโก-ลก – นราธิวาส

ช่วงบริเวณบ้านซอม็อง ม.11 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ฉลอง รัตนภักดี รอง ผกก.ป.สภ.เจาะไอร้อง, พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผบ.ฉก.นราธิวาส 31, พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบเสาปูนติดป้ายบอกทางโค้งถูกอนุภาพระเบิดได้รับความเสียหายทั้งต้น และมีหลุมลึก 3 ฟุต กว้าง 4 ฟุต รวมทั้งมีซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง

นอกจากนี้ ห่างไปประมาณ 1 ก.ม.เจ้าหน้าที่พบรถยนต์หุ้มเกราะสีน้ำเงิน ยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตู ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ริมถนนในสภาพตัวถังด้านซ้ายถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายทั้งแถบ โดยมี ร.ต.ท.วิทวัส บุตรน้ำเพชร พนักงานสอบสวน สภ.สุไหงปาดี ยืนอยู่ที่ท้ายรถคันดังกล่าว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ท.วิทวัส ได้ควบคุมผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนราธิวาสเพียงลำพัง เมื่อแล้วเสร็จได้ขับรถยนต์เพื่อกลับ สภ.โดยผ่านเส้นทางอำเภอเจาะไอร้อง เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางพาราที่รกทึบริมทาง

และได้จุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ใต้โคนเสาปูนบอกทางโค้ง และได้เกิดระเบิดขึ้นในขณะที่ ร.ต.ท.วิทวัส ผ่านมา จนทำให้รถยนต์หุ้มเกราะได้รับความเสียหายที่บริเวณตัวถังด้านซ้าย แต่ ร.ต.ท.วิทวัส โชคดีที่ขับรถยนต์หุ้มเกราะจึงรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือการกระทำของสมาชิกแนวร่วม ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง เพื่อวางระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

manager.

“อารีเพ็ญ” ชงตั้ง “ทบวง” ให้มี “รัฐมนตรี” ดูแลไฟใต้โดยตรง

18 มิถุนายน 2553 17:29 น.

นครสรีธรรมราช - “อารีเพ็ญ” แม่ทัพดูแลพื้นที่ด้ามขวานของพรรคมาตุภูมิชูนโยบายดับไฟใต้ เผยมีแผนรื้อโครงสร้างและให้ตั้ง “ทบวง” ขึ้นมาใหม่โดยมี “รัฐมนตรี” ดูแลรับผิดชอบโดยตรง ชี้ปัญหาขณะนี้ใหญ่เกินหน่วยงานในสังกัดมหาดไทยอย่าง “ศอ.บต.” จะรับผิดชอบได้แล้ว

วันนี้ (18 มิ.ย.) นายอารีเพ็ญ อุตรสินธ์ ส.ส.นราธิวาส พรรคมาตุภูมิ เปิดเผยระหว่างเข้าร่วมสัมมนาสมาชิกพรรคที่ จ.นครศรีธรรมราชว่า ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ตลอด 7 ปีมานี้เต็มไปด้วยความรุนแรงที่มีผลกระทบในภาพรวม ไม่ใช่เฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น ซึ่งรัฐได้สูญเสียงบประมาณไปแล้วเป็นแสนล้านบาท แต่ปัญหาก็ยังไม่ได้คลี่คลาย

“ถามว่าพรรคมาตุภูมิจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เราต้องทราบก่อนว่าประชาชนต้องการ 3 อย่างคือ 1.คุณภาพชีวิตมีงานทำ การประกอบอาชีพ 2.การดำเนินชีวิตในวิถีของศาสนา และ 3.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้นรูปแบบการปกครองที่น่าจะแก้ปัญหาได้ไม่จำเป็นต้องเรียนขานกันอย่างไร หรือตั้งชื่ออะไร แต่สำคัญว่ารูปแบบสนอง 3 ด้านนี้มีหรือไม่” นายอารีเพ็ญกล่าวและว่า

ความต้องการของประชาชนต้องการ 3 อย่างคือ ต้องการกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบระดับกระทรวงหรือทบวง ซึ่งต้องใหญ่กว่าหน่วยงานอย่างศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยที่มีอยู่ในเวลานี้ เพราะปัญหาภาคใต้ใหญ่กว่าเกิดกว่า ศอ.บต.จะรับไหวแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อมีหน่วยงานระดับกระทรวงหรือทบวงรับผิดชอบ เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้เพราะ 1.มีเอกภาพด้านนโยบาย 2.มีกำลังคนเพียงพอ และ 3.มีงบประมาณเพียงพอ ซึ่งก็จะมีผู้รับผิดชอบเป็นถึงระดับรัฐมนตรีดูแลพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้กับ 4 อำเภอของ จ.สงขลาโดยเฉพาะ นอกจากนี้แล้วควรต้องให้มีคนในพื้นที่มาร่วมกำหนดกำหนดนโยบายให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย

“เพราะวันนี้ดูเหมือนว่าเรามี 15 กระทรวง เราก็มี 15 นโยบายที่จะแก้ไขปัญหาให้กับภาคใต้ แล้วใครล่ะที่จะใครสั่งการได้ทุกกระทรวง มีงบของแต่ละกรมในกระทรวงต่างๆ เป็นของตัวเอง แต่เมื่อเรามีหน่วยงานระดับทบวงก็จะสามารถสร้างเอกภาพได้ แตกต่างกับพรรคการเมืองอื่นบ้างก็ตรงแนวคิดตั้งนครปัตตานี คิดว่าการใช้ชื่อทบวงนั้นในภาพรวมจะไม่เกิดความรู้สึกแสลงใจใคร เพราะก็คือกระทรวงหนึ่งที่บริหารราชการแผ่นดิน นี่คือสิ่งที่เราจะมอบให้กับการแก้ปัญหาชายแดนใต้ในอนาคตหากเราได้เป็นรัฐบาล นั่นคือการแก้ปัญหาในระดับโครงสร้าง”

นายอารีเพ็ญ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ในส่วนของมาตุภูมิไม่ได้คำนึงว่าจะเป็นอย่างไร แต่ต้องเป็นประชาธิปไตยแล้วเราจึงจะเห็นชอบ ในส่วนของการปรองดองเป็นนโยบายหลักเช่นกัน เพราะประเทศไทยเราประกอบด้วยคนหลายเชื่อชาติ ศาสนา แต่ละส่วนมีคุณค่าทั้งนั้น ต้องยกระดับความเท่าเทียมของคนทั้งชาติ ในความรู้สึกรักสามัคคีและปรองดองในอนาคตข้างหน้า

manager.

ไล่ฆ่าโหด ชรบ.วัย 17 รัวยิง 3 นัด ตายคาปิกอัพ

17 มิถุนายน 2553, 10:10 น.

คนร้ายซิ่ง จยย.ไล่ยิงหัวกับตัวรวม 3 นัด ฆ่า ชรบ.วัย 17 ปีตายคาปิกอัพ บนถนนสายรามัน-มายอ จ.ยะลา ตร.ยังไม่ทราบสาเหตุ... เมื่อคืนวันที่ 17 มิ.ย. พ.ต.ท.มนตรี จุลานุพันธ์ รอง ผกก.สส.สภ.รามัน พร้อมด้วย พ.ต.ท.กฤษณะพงษ์ แพทย์สิทธิ์ สว.สส.สภ.รามัน และ พ.ท.อิศรา จันทกระยอม ผบ.ฉก.ยะลา 12 สนธิกำลังเข้าตรวจสอบสวนเหตุยิงกัน ที่บ้านแยะ ม.2 ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา

จุดเกิดเหตุอยู่บนถนนสายรามัน - มายอ พบรถกระบะอีซูซุ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตกอยู่ข้างถนน กระจกด้านซ้ายแตก บริเวณที่นั่งคนขับ พบศพนายอับดุลเลาะ มะดะ อายุ 17 ปี ราษฎร ม.3 ต.บาลอ มีบาดแผลถูกยิงบริเวณศีรษะและลำตัว รวม 3 นัด เสียชีวิต

สอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็น ชรบ. ก่อนเกิดเหตุขับรถกระบะกลับบ้าน เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตาม ก่อนแซงแล้วคนนั่งซ้อนท้าย ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ สำหรับสาเหตุอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือการสร้างสถานการณ์

ก่อนหน้านี้ ร.ต.ต.เด่น คีตะโสภณ ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา นำลังไปตรวจสอบเหตุยิงกันในพื้นที่ ม.1 ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา พบรอยเลือดอยู่บนพื้นหน้าบ้านไม่มีเลขที่ ตรวจสอบพบลูกปรายของกระสุนปืนลูกซอง 1 หัว และหมอนรองกระสุน 1 ชิ้น สอบสวนทราบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นายสมชาย ทองเกิด อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 ม.3 ต.เปาะเส้ง อ.เมือง จ.ยะลา มีบาดแผลถูกกระสุนปืนบริเวณไหล่ขวาอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ไปสอบสวนทราบว่า นายสมชายมีอาชีพเป็นช่างแกะสลักไม้ ก่อนเกิดเหตุกำลังนั่งทำงาน มีชาย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นเก่า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน แล่นมาจอดแล้วชาย 1 คน ได้เข้าไปนั่งคุยด้วย จากนั้นชายอีกคนได้เรียกนายสมชายออกนอกร้าน แล้วจ่อยิงก่อนหลบหนีไป สำหรับสาเหตุจะได้เร่งสืบสวนสอบสวนต่อไป

thairath.

ระเบิดทหาร ฉก.ปัตตานี 25 ทหารบาดเจ็บ 2 นาย

17 มิถุนายน 2553 10:36 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณสามแยกมัสยิดนูรุนฮูดา อ.ทุ่งยางแดง ลาดตระเวนเส้นทางเพื่อคุ้มครองครู เป็นเหตุให้ทหาร ฉก.ปัตตานี 25 บาดเจ็บ 2 นาย วันนี้ (17 มิ.ย.) เมื่อเวลา 07.50 น. พ.ต.อ.วสุพล บาลี ผกก. สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณสามแยกมัสยิดนูรุนฮูดา บ้านมะนังยง ม.4 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง

ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารฉก.ปัตตานี 25 บาดเจ็บ 2 นาย จึงได้นำกำลังตำรวจ ทหาร และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าผู้บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ทุ่งยางแดง ทราบชื่อ ส.อ.มงคล บินและ หัวหน้าชุด บาดเจ็บเล็กน้อย และพลทหารวีรวัฒน์ ขำเกตุ บาดเจ็บสาหัส สังกัดร้อย ร.15313 ฉก.ปัตตานี 25

สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าวจำนวน 8 นายใช้รถจักรยานยนต์จำนวน 4 คัน กำลังปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเส้นทางเพื่อคุ้มครองครู เมื่อขับขี่ถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบริเวณสามแยกมัสยิดนูรุนฮูดา

ได้เกิดระเบิดขึ้นแรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 นาย และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย ตรวจสอบพบว่าคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องฝังริมถนน สำหรับประเด็นสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ต้องการสังหารเจ้าหน้าที่

และก่อนหน้านั้นเมื่อกลางดึก พ.ต.ท.นราวี บินแวอารง รอง ผกก.รักษาปฏิบัติราชการแทน ผกก.สภ.สายบุรี รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายยิงนาย กอยา หะยีเจะแว อายุ 27 ปี อาชีพรับจ้าง อยู่บ้านเลขที่ 115 ม.6 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิต เหตุเกิดหน้าบ้านพักเลขที่115 ม.6 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ผู้ตายกำลังเดินกลับบ้านตามลำพัง ระหว่างทางก่อนจะถึงบ้านพักประมาณ 50 เมตร มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดยิงใส่นายกอยากระสุนถูกที่ด้านหลัง ขา หน้าอก รวม 4 นัด

เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หลังก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีไป ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนขนาด 7.62 มม.จำนวน 1 ปลอก ปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 มม.จำนวน 2 ปลอก สำหรับประเด็นสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวน

manager.

โจรใต้ป่วนเผายางระเบิดซ้ำ

16 มิถุนายน 2553, 09:00 น.

แนวร่วมอาร์เคเค เผายางรถยนต์ ไว้กลางถนน ล่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ฝังระเบิดรอจังหวะเข้ามา แต่โชคดีเกิดระเบิดก่อน ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บ...

เมื่อ เวลา 07.45 น.วันที่ 16 มิ.ย. 2553 พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.ท.ทรงวุฒิ ศรีอาราม สวญ.สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน พ.ท.อิศรา จันทกระยอม ผบ.ฉก.ยะลา 12 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดสนธิกำลังเข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายนำยาง รถยนต์มาเผากลางถนน และ วางระเบิดซ้ำที่หัวสะพานบ้านปูลามอง หมู่ 6 ต.เกะรอ เขตติดต่อ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี

ที่เกิดเหตุอยู่บนทางหลวงสาย 4060 รือเสาะ-สายบุรี ตรวจสอบข้างทางพบกล่องต้องสงสัยวางอยู่ จึงได้สั่งปิดกั้นการจราจรชั่วคราวเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น แล้วตัดสัญญาณคลื่นไมโครเวฟเครื่องใช้จำพวกอิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดไม่ให้คน ร้ายจุดชนวนระเบิด หลังจากนั้น จึงได้ใช้เครื่องมือยิงทำลายกล่องต้องสงสัย ปรากฏว่า เป็นระเบิดปลอม ภายในใส่ก้อนอิฐ หินทรายไว้เต็ม ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบหลุมระเบิดอยู่ตรงกลางเชิงสะพานลึก ราว 1 เมตร กว้าง 1.50 เมตร สะเก็ดระเบิดพวกข้อต่อโซ่รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กระจายอยู่เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบ เบื้องต้นทราบว่า เหตุเกิดเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะฝนตกพรำๆ มีคนร้ายคาดว่าเป็นแนวร่วมอาร์เคเค ในหมู่บ้าน ไม่ทราบจำนวนได้นำยางรถยนต์มาวางไว้กลางถนนแล้วจุดไฟเผาหวังให้เจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบโดยได้แอบฝังระเบิดไว้ตรงเชิงสะพานรอจังหวะให้เจ้าหน้าที่เดิน ทางมา ปรากฏว่าเกิดความผิดพลาด ระเบิดได้เกิดระเบิดขึ้นเสียก่อน ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ นอกจากถนนเสียหาย จนกระทั่งเช้าจึงได้เข้าตรวจที่เกิดเหตุดังกล่าว

thairath.

โจรใต้ลอบวางระเบิดถล่มทหารพรานสาหัส 2 ดับ 1

15 มิถุนายน 2553 11:54 น.

ยะลา - คนร้ายระเบิดทหารพรานถล่มซ้ำสาหัส 2 ดับ 1 นายที่บาเจาะ บันนังสตา ขณะเดินเท้าออกจากฐานเพื่อรักษาความปลอดภัยคณะครู โรงเรียนบ้านบาเจาะ

วันนี้ (15 มิ.ย.) เวลา 08.00 น. ร.ต.ท.เอกรวี ดวงกลาง ร้อยเวร สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งข่าวจากชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.บาเจาะ ว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหว เสียงระเบิดมาจากทิศตะวันออก และติดตามด้วยเสียงอาวุธปืนสงครามดังสนั่นหวั่นไหว

หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางเข้าตรวจสอบที่มาของเสียง พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิชัย แจ้งสกุล รอง ผกก.สส.สภ.บันนังสตา จ.อ.ปรเมศร์ จันทร์แสง ปลัดป้องกันอำเภอบันนังสตา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.15 อ.บันนังสตา และ ฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าวอยู่ระหว่างโรงเรียนบ้านบาเจาะ กับฐานทหารพรานที่ ร้อย ทพ.4104 กรม ทพ.41 หมู่ที่ 2 ต.บาเจาะ พบเจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดดังกล่าว ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิด และซุ่มยิงจำนวน 3 นาย คือ ส.ท.สักรินทร์ มณีประวัติ อายุ 26 ปี

มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหลัง และบริเวณลำตัว ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา 2.อส.ทพ.วิชัย เหล่าศรี อายุ 37 ปี ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณ สะโพก และ บริเวณขา 3.อส.ทพ.บุญรบ วังช่วย อายุ 42 ปี ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลถูกสะเก็ดระบิดบริเวณหลัง ทั้ง 2 นายแพทย์ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา

ในที่เกิดเหตุพบร่องรอยระเบิดพื้นหญ้ากระจุยกระจายเป็นวงกว้างอยู่บริเวณไหล่ทาง สะเก็ดระเบิดตัดจากเหล็กเส้น โซ่เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หน้ากากวิทยุสื่อสารตกกระจัดกระจายจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

เบื้องต้นทราบว่า เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดดังกล่าว มี ส.ท.สักรินทร์ เป็นหัวหน้าชุดได้นำกำลังจำนวน 10 นาย เดินเท้าออกจากฐานเพื่อรักษาความปลอดภัยคณะครู โรงเรียนบ้านบาเจาะ เมื่อเดินออกจากฐานได้ราว 200 เมตร ระยะทางกึ่งกลางก่อนถึงโรงเรียน

ได้เกิดระเบิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหว จนทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนคนร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นแนวร่วมอาร์เคเคที่เคลื่อนไหวอยู่ในหมู่บ้าน ก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

manager.

บึ้มตู้น้ำมันหยอดเหรียญกลางตลาดนัดเทพา ทหาร-ชาวบ้านเจ็บ 9 ราย

14 มิถุนายน 2553 15:42 น.

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดตู้น้ำมันหยอดเหรียญตลาดนัดบ้านนิคม เยื้องกับที่ตั้งของหน่วยเฉพาะกิจสงขลา เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ และประชาชนได้รับบาดเจ็บ 9 ราย จนท.คาดเป็นฝีมือของแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่พยายามก่อเหตุเพื่อขยายความรุนแรงมาในพื้นที่อำเภอชายแดนสงขลา

วันนี้ (14 มิ.ย.) พ.ต.ต.มานิตย์ เอี้ยวสกุล สวส.สภ.ห้วยปลิง อ.เทพา จ.สงขลา รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณตู้น้ำมันหยอดเหรียญตลาดนัดบ้านนิคม ม.3 ต.ท่าม่วง อ.เทพา เยื้องกับที่ตั้งของหน่วยเฉพาะกิจสงขลา

จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยชุด EOD และฝ่ายปกครอง พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็ก น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ใส่ไว้ในกระสอบปุ๋ย แล้วนำมาวางไว้ใต้ร้านขายของหน้าปั๊มน้ำมันหยอดเหรียญ และยังไม่ทราบการจุดชนวน แรงระเบิดส่งผลให้ปั๊มน้ำมันซึ่งมุงด้วยสังกะสีได้รับความเสียหาย และรถยนต์รวมทั้งรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงถูกสะเก็ดระเบิดเสียหาย 5 คัน

เบื้องต้นพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คน ประกอบด้วย อส.ทพ.ธีรศักดิ์ เกตุไกรบุตร อายุ 30 ปี สังกัด ร้อย.ทพ.4216 กรม.ทพ.42, อส.ทพ.ทศพร ตามี อายุ 26 ปี สังกัดเดียวกันได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย, นายลั่น จันทร์ใส อายุ 79 ปี

ไม่ทราบบ้านเลขที่ บ้านนิคมสายนอก ม.14 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณลำตัว ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่งต่อไปรักที่ รพ.สงขลานครินทร์

ส่วนที่เหลือบาดเจ็บเล็กน้อยแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ ประกอบด้วย น.ส.ปารีตะ ดาหรี อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 ม.1 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา, นายสายัณห์ อุปลา อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122 บ้านลำเปาเหนือ ม.11 ต.ลำไพล อ.เทพา จ.สงขลา,

นายกุศล ชัยสุวรรณ อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 ม.10 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา, นางรุจิรา สุริโย อายุ 57 ปี ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา, นางปรั่ง สุขสวัสดิ์ อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/1 ม.3 ต.ลำไพล อ.เทพา, นางสมบูรณ์ ชัยสุวรรณ อายุ 35ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 บ้านห้วยปลิง ม.6 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบที่พยายามก่อเหตุเพื่อขยายความรุนแรงในพื้นที่อำเภอชายแดนสงขลา ซึ่งตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนพยานแวดล้อม เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย

และหลังเกิดเหตุได้มีการสั่งการให้กองกำลังทุกชุดในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนสงขลา คือ อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวี อ.สะบ้าย้อย รวมทั้ง อ.หาดใหญ่ และ อ.เมืองสงขลา เฝ้าระวังพื้นที่เป็นกรณีพิเศษ และมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น

manager.

ยิง ชรบ.ดับ เผารถ จยย.วอดทั้งคันที่ยะลา

13 มิถุนายน 2553 19:30 น.

ยะลา – เกิดเหตุคนร้ายดักซุ่มยิง ชรบ.เสียชีวิตก่อนเผารถ จยย.วอดทั้งคัน ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์นำปืนแก๊ปพร้อมอุปกรณ์เข้าไปยิงกระรอกในสวนผลไม้ พื้นที่ตำบลกายูบอเกาะ เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 17.00 น.วันนี้ (13 มิ.ย.) พ.ต.ท.กฤษณะพงษ์ แพทย์สิทธิ์ สว.สส.สภ.รามัน จ.ยะลา พร้อมพวกออกสืบสวนหาข่าวในเขต ต.กายูบอเกาะ ขณะมาถึงบ้านตลาดล่าง หมู่ 6 ต.กายูบอกเกาะ รับแจ้งจากชาวบ้านว่าได้ยินเสียงปืนดังติดต่อกัน 3 นัด ทิศทางมาจาก ต.อาซ่อง จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วพร้อม พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก. นายบุญไทยกาฬศิริ นายอำเภอ พ.ต.ท.มนตรี จุลานุพันธ์ รอง ผกก.สส.พ.ต.ท.ชาติชาย ชนะสิทธิ์ พงส.(สบ.3)พ.ท.อิศรา จันทกระยอม ผบ.ฉก.ยะลา 12 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารรุดไปสอบสวน

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสาย 4092 รามัน-มายอ ใกล้เชิงสะพานรอยต่อบ้านสะโต หมู่ 5 ต.อาซ่อง พบศพนายประดับ สุวรรณชาตรี อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140 หมู่ 6 ต.กายูบอเกาะ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง กระสุนเต็มร่างกายนอนหนุนปืนแก๊ปอยู่บนไหล่ทางเลือดนองพื้น และใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นเก่าไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไฟกำลังลุกไหม้จวนวอดแล้ว

หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่าคนร้ายไม่ได้ซุกระเบิดแสวงเครื่องไว้ใต้ศพเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปชันสูตร พบปลอกกระสุนปืนลูกซองตกอยู่ใกล้ๆ เก็บรวบรวมไว้ได้จำนวน 3 ปลอก หมอนรองกระสุนอีก 2 ชิ้น

จากการสอบสวนทราบว่านายประดับ เป็นเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์นำปืนแก๊ปพร้อมอุปกรณ์เข้าไปยิงกระรอกในสวนผลไม้บริเวณดังกล่าว ต่อมาชาวบ้านได้ยินเสียงปืนดังติดต่อกัน 3-4 นัด เมื่อไปตรวจดูพบนายประดับถูกยิงเสียชีวิตแล้ว และไฟกำลังลุกไหม้รถจักรยานยนต์อยู่ จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ส่วนสาเหตุเชื่อเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบต้องการสร้างสถานการณ์โดยได้ติดตามความ เคลื่อนไหวนายประดับที่ชอบเข้าป่าล่าสัตว์ เมื่อสบโอกาสจึงได้พาพวกมาดักยิงแล้วเผารถจักรยานยนต์จนวอด เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

manager.

บึ้มรถทหารขณะลาดตระเวนเส้นทาง จนท.เจ็บ 3 นาย

13 มิถุนายน 2553 15:34 น.

ยะลา – เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ทหาร ขณะลาดตระเวนดูแลรักษาความปลอดภัยเส้นทาง ทำให้มีทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

วันนี้ (13 มิ.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.ต.สมชาย ช่วยบำรุง สารวัตรเวร สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 สภ.ลำใหม่ ว่าได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นใกล้กับโรงโม่หินศิลาอุตสาหกรรม บนถนนสายบาตัน – ลิดล หมู่ที่ 1 บ้านบาตัน ต.ลิดล อ.เมือง

หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ มัทยาท สวญ.สภ.ลำใหม่ พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา พ.ท.ยุทธนาม เพชรม่วง ผบ.ฉก.11 อ.เมืองยะลา ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา ชุดศรศึก - ศรชัย (EOD – ARMY) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 จ.ยะลา กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.11 เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ฝ่ายปกครอง อีกจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุบนถนนสายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสันบิ๊กเอ็ม สีน้ำเงินหมายเลขทะเบียน 3ฝ - 3067 กรุงเทพ ของเจ้าหน้าที่ทหารพลิกคว่ำอยู่ สภาพล้อชี้ฟ้า ไม่สามารถใช้งานได้ ห่างกันเพียงเล็กน้อย พบหลุมระเบิดกว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร และบนถนนเจ้าหน้าที่ยังพบชิ้นส่วนรถยนต์ และชิ้นส่วนของแบตเตอรี่ 9 โวลต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และสายไฟฟ้าตกเต็มพื้นถนน จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปสืบสวนสอบสวนติดตามหาผู้ที่ก่อเหตุต่อไป

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่กู้ภัยเจ้าแม่ก่อเหนี่ยวและเจ้าแม่ทับทิมได้ลำเลียงส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ประกอบด้วย ร.อ.สุวรรณ แสงชาลี อายุ 55 ปี ผบ.ชุดพัฒนาสันติสุข 301 สังกัด ฉก.ยะลา 11, ส.อ.มานิต พิมทุม อายุ 29 ปี และ ส.อ.ปรีชา ปัญญา อายุ 28 ปี ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บจากสาหัสจากแรงอัดของระเบิด

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ ร.อ.สุวรรณ แสงชาลี ผบ.ชุดพัฒนาสันติสุข 301 สังกัด ฉก.ยะลา 11 พร้อมกำลัง จำนวน 5 นาย ตั้งฐานปฏิบัติการที่ หมู่ที่ 4 ต.ลิดล อ.เมือง จ.ยะลา ขับรถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน ออกจากฐานปฏิบัติการ เพื่อลาดตระเวนดูแลรักษาความปลอดภัยเส้นทาง

เมื่อขับรถยนต์มาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นที่เปลี่ยวสองข้างทางไม่มีบ้านชาวบ้าน คนร้ายได้กดชนวนระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหาร ถูกแรงระเบิดจนพลิกคว่ำได้รับความเสียหาย และมีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

กลุ่มคนร้ายได้ใช้ระเบิดชนิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม บรรจุไว้ในถังดับเพลิง จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ 9 โวลต์ ฝังไว้ใต้พื้นถนน แล้วลากสายไฟฟ้า เข้าไปในป่ารกทึบข้างทาง ประมาณ 100 เมตร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์

manager.

2 คนร้ายขว้าง M 67 ร้านคาราโอเกะที่ปัตตานีบาดเจ็บ 1

12 มิถุนายน 2553 22:10 น.

ปัตตานี – เกิดเหตุ 2 คนร้ายใช้ระเบิดชนิด M 67 ขว้างใส่ร้านเพื่อนกลางวันคาราโอเกะ ริมถนนสายนาเกตุ-นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

วันนี้ (12 มิ.ย.) เมื่อเวลา 20.30 น. พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่ร้านเพื่อนกลางวันคาราโอเกะ ไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ริมถนนสายนาเกตุ-นาประดู่ ม.6 ต.นาเกตุ จึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. พร้อมหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด และชุดพิสูจน์หลักฐาน

ร้านดังกล่าวสร้างด้วยปูนชั้นเดียว ตั้งอยู่ห่างจากถนน ประมาณ 20 เมตร โดยหน้าร้านได้ตั้งเพิงไว้ จำนวน 4 หลัง เพื่อให้ลูกค้านั่ง โดยจุดเกิดเหตุอยู่ภายในร้าน แรงระเบิดทำให้มีหลุมกว้าง 40 ซม.และยังทำให้ข้าวของภายในร้านได้รับความเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน

ถูกนำส่ง รพ.โคกโพธิ์ ทราบชื่อ นายสนิท ด้วงเล็ก อายุ 39 ปี เป็นลูกเขยเจ้าของร้าน ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณลำตัวด้านขวา แพทย์ได้ให้ความช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว ในที่เกิดเหตุพบกระเดื่องระเบิด ชนิด เอ็ม 67 จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ร้านดังกล่าวเป็นของ นางประทีป อินทกลม อายุ 50 ปี โดยก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ร้านดังกล่าวเปิดให้บริการตามปกติ แต่ยังไม่มีลูกค้าเข้าไปใช้บริการ มีเพียง นายสนิท ที่กำลังดูความเรียบร้อยอยู่ภายในร้าน ปรากฏว่า มีคนร้าย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้านทำทีจะเข้ามาใช้บริการ โดยคนร้ายที่ซ้อนท้ายได้เดินเข้ามา

จากนั้นได้นำระเบิดขว้างเข้าไปภายในร้านทันที จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น ก่อนจะวิ่งหลบหนีไป ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุทันที แต่ก็ไร้วี่แววคนร้าย เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ

manager.

คนร้ายขว้างระเบิดใส่ร้านอาหาร 2 จุดกลางเมืองยะลาเจ็บกว่า 20 ตาย 1

12 มิถุนายน 2553 21:42 น.

ยะลา – เกิดเหตุคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ขว้างระเบิดใส่ร้านหมูกระทะ และร้านข้าวต้ม ใจกลางเมืองยะลา ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บกว่า 20 เสียชีวิตแล้ว 1 ราย

วันนี้ (12 มิ.ย.) เมื่อเวลา 19.30 น. พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองยะลา ว่ามีเหตุคนร้ายขว้างระเบิดเข้าใส่ร้านกระทะร้อน (หมูกระทะ) บริเวณใกล้สี่แยกรัชตะ ถนนเทศบาล 3 ตัดกับถนนสุขยางค์ หลังโรงเรียนสตรียะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา

หลังได้รับแจ้งรีบนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย นายอภินันท์ ซื่อ ธานุวงศ์ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ฝ่ายความมั่นคง พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผบก. พ.ท.ยุทธนาม เพชรม่วง ผบ.ฉก.11 กำลัง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง จำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าว พบบริเวณหน้าร้านขายหมูกระทะ สภาพมีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิด โต๊ะเก้าอี้ได้รับความเสียหาย ล้มระเนระนาด ส่วนคนเจ็บชุดกู้ภัยช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา จำนวน 1 คน

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ชาวบ้านกำลังรับประทานหมูกระทะอยู่ มีคนร้ายเป็นวัยรุ่น จำนวน 2 คน ใช้ผ้าปิดจมูก ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขว้างระเบิดยังไม่ทราบชนิดเข้าไปในร้าน จนเกิดระเบิดเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ ดังกล่าว

ขณะที่ จนท.กำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ห่างกันประมาณ 5 นาที เวลาประมาณ 19.40 น. คนร้ายเป็นวัยรุ่น มีลักษณะปิดหน้าเหมือนกัน ใช้ระเบิดขว้างเข้าใส่ร้านขายข้าวต้ม ชื่อร้านข้าวต้มคนจน บริเวณถนนรวมมิตร หน้าโรงแรมโคล่าในเขตเทศบาลนครยะลา ห่างจากจุดแรกประมาณ 2 กม.

ทำให้เกิดระเบิดดังขึ้น จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 25 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายคงศักดิ์ แซ่ตัน เป็นเจ้าของร้าน ขณะนี้ จนท.กำลัง ตรวจภาพในกล้องวงจรปิดของเทศบาล เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายโดยด่วนแล้ว

manager.

กราดเอ็ม16-อาก้าถล่มผู้ใหญ่บ้านคนสนิทผู้ว่าฯ ยะลาดับคารถ

12 มิถุนายน 2553 19:55 น.

ยะลา – เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้าและเอ็ม 16 ซุ่มยิงถล่มผู้ใหญ่บ้านมือปราบ และเป็นคนสนิทของผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เสียชีวิต ขณะเดินทางเข้าไปหาเพื่อนที่บ้านกูแบโระ จนท.คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

วันนี้ (12 มิ.ย.) เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.ท.ทรงวุฒิ ศรีอาราม สว.สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากชุดดูแลรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.) ว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มรถยนต์ผู้ใหญ่บ้าน

ภายในหมู่บ้านบ้านกูแบกือโระ สายบ้านพะปูเงาะ – กำปงบือแน หมู่ที่ 6 ต.จะกว๊ะ หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย นายบุญไทย กาฬศิริ นายอำเภอรามัน พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา พท.อิศรา จันทะกระยอม ผบ.ฉก.12 อ.รามัน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.12 อ.รามัน และ ฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุ บริเวณสองข้างทางเป็นสวนยางพารารกทึบ ริมถนนสายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อฟอร์ด เรนเจอร์ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กค 1518 ปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามอาก้า และ เอ็ม 16 จำนวนหลายนัด เป็นรูพรุนทั้งคัน ไม่สามารถใช้งานได้

ภายในที่นั่งคนขับ พบศพนายเลาะแม อาบู อายุประมาณ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านจะกว๊ะ ต.จะกว๊ะ อ.รามัน ซึ่งถือว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านมือปราบ และยังเป็นคนสนิทของผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ที่ข้างลำตัวมีอาวุธปืนเอ็ม 16 ประจำกาย และอาวุธปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่

สภาพศพนายเลาะแม มีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณลำตัว และใบหน้าเป็นรูพรุน เสียชีวิตจมกองเลือดห่างกันบนถนน และป่าสวนยางข้างทางเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนอาก้า และ เอ็ม 16 ตกอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายเลาะแม ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าว เดินทางเข้าไปหาเพื่อนที่บ้านกูแบโระ ขณะเลี้ยวรถเข้าถนนทางเข้าหมู่บ้าน มีคนร้าย จำนวน 2 คน คนขับสวมหมวกกันน็อก คนซ้อนท้ายสวมเสื้อคลุม ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนไล่ติดตาม

จังหวะที่ขับแซง คนซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนอาก้ายิงถล่ม กระสุนถูกนายเลาะแม แต่ยังแข็งใจบังคับรถให้แล่นต่อไป ปรากฏว่ามีคนร้ายอีกชุดคาดว่าไม่ต่ำกว่า 3 คน ดักรออยู่ในป่าสวนยางพาราข้างทางได้ใช้อาวุธปืน เอ็ม16

ยิงถล่มซ้ำ ทำเหตุให้รถยนต์ ของนายเลาะแม ตกลงไปข้างทาง และทำให้นายเลาะแม เสียชีวิตลงดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อก่อความไม่สงบในพื้นที่ ต.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา อย่างแน่นอน

manager.

ทหารโต้ทำระเบิดหล่น แต่ยอมรับมีรถ จนท.ผ่านหน้ามัสยิดกลางยะลา อ้างถูกคนร้ายปาบึ้มใส่

Saturday, 12 June 2010 12:30

ทหารยอมรับแล้วมีรถของกำลังพลแล่นผ่านขณะเกิดระเบิดหน้ามัสยิดกลางยะลาเมื่อค่ำวันที่ 8 มิ.ย.จริง หลังปล่อยให้อึมครึมมาหลายวัน ผบ.พตท.เผยเป็นรถของหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 แต่ยังยืนกรานโดนคนร้ายปาบึ้มใส่ ไม่ได้ทำระเบิดหล่นตามที่ชาวบ้านสงสัย พร้อมเปิดตัว “ร้อยโท” เล่าเหตุการณ์ละเอียดยิบ บอกเสียใจไม่ได้จอดรถช่วยชาวบ้าน อ้างกลัวระเบิดลูกสอง

เหตุระเบิดบนถนนหน้ามัสยิดกลางประจำจังหวัดยะลา เมื่อค่ำวันที่ 8 มิ.ย.2553 ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 23 ราย อาการสาหัส 2 ราย โดยหนึ่งในสองเป็นเด็กหญิงอายุแค่ 5 ขวบนั้น ตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่มาหลายวัน เนื่องจากฝ่ายทหารยืนยันว่าไม่มีรถของกำลังพลแล่นผ่านขณะเกิดเหตุ แต่ภายหลังกลับมีภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดชี้ให้เห็นว่ามีรถของทหารแล่นผ่านจริง

ทำให้ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่าระเบิดหล่นจากรถของทหารเองหรือไม่ ซึ่งสวนทางกับการสืบสวนสอบสวนของตำรวจที่สันนิษฐานว่าเป็นการปาระเบิดของกลุ่มก่อความไม่สงบแต่พลาดเป้า

ผบ.พตท.ยอมรับแล้วมีรถทหารผ่านขณะเกิดเหตุ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.กสิกร คิรีศรี ผู้บัญชาการกองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร (ผบ.พตท.) แถลงว่า กรณีที่ชาวบ้านร่ำลือกันว่าเหตุระเบิดบริเวณปากซอย 14 ถนนสิโรรส

ย่านชุมชนตลาดเก่า ในเขตเทศบาลนครยะลา ทำให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บกว่า 20 คน เป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ทหารนั้น ข้อเท็จจริงสามารถพิสูจน์ได้จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่มีอยู่ตามสถานที่ต่างๆ และข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทหารที่ประสบเหตุว่าเป็นการกระทำของผู้ก่อเหตุรุนแรง

"มีคนร้ายขว้างระเบิดใส่รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ว่าระเบิดพลาดเป้า จึงไปสร้างความเสียหายให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก ข้อมูลนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ถ้าทุกฝ่ายได้ดูหลักฐานก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ ส่วนรถยนต์คันที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิดนั้น ผมทราบแล้วว่าเป็นของทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 รับผิดชอบพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี มีฐานปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ ต.ระแว้ง อ.ยะรัง โดยผมได้เรียกให้ทหารที่อยู่ในเหตุการณ์มาชี้แจงแล้ว" พล.ท.กสิกร ระบุ

ซัดแก๊งป่วนปาระเบิดไม่สนชาวบ้านเจ็บ-ตาย

ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น ผบ.พตท. กล่าวว่า ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร และจังหวัดยะลา ได้เข้าไปดูแลอย่างเต็มที่ โรงพยาบาลศูนย์ยะลาเองก็ได้จัดทีมแพทย์เฉพาะทางคอยดูแลรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด ขณะที่การเยียวยาสภาพจิตใจ ทางทหารก็รีบเข้าไปทำความเข้าใจและชี้แจงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งสอบถามพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ ให้พี่น้องมีความเชื้อมั่นว่าเจ้าหน้าที่เข้ามาในพื้นที่เพื่อปกป้องดูแลความปลอดภัย ไม่ได้ก่อเหตุรุนแรงกับพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน

"จะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ไม่ได้เลือกเป้าในการก่อเหตุ และไม่คำนึงว่าใครจะได้รับบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตบ้าง ส่วนรถยนต์ของทหารที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิดนั้น เมื่อมาสอบถามแล้วก็ทราบเหตุผลว่าทำไมขณะนั้นเจ้าหน้าที่ทหารจึงไม่ลงไปช่วยชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิด" พล.ท.กสิกร ระบุ

“ร้อยโท”ยันหน่วยไม่มีระเบิดแบบเอ็ม 67

โอกาสนี้ พล.ท.กสิกร ได้อนุญาตให้ ร.ท.อนุชา มหาลีวีรัศมี รองผู้บังคับกองร้อย ร.8023 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ได้เล่าข้อเท็จจริงของเรื่องที่เกิดขึ้น โดย ร.ท.อนุชา ระบุว่ารถกระบะของหน่วยถูกขว้างวัตถุเข้าใส่ จากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น

จึงให้พลขับจอดรถห่างจากจุดที่ได้ยินเสียงระเบิดประมาณ 100 เมตร เมื่อลงมาตรวจดูรถไม่พบความเสียหาย และกำลังพล 5 นายก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ จึงตัดสินใจให้พลขับออกรถเดินทางต่อไป เพราะเกรงว่าหากมีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงแฝงตัวปะปนอยู่ในหมู่พี่น้องประชาชน อาจจะมีความรุนแรงมากกว่านี้เกิดขึ้นได้ เช่น อาจมีระเบิดลูกที่ 2 เป็นต้น

ร.ท.อนุชา กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุในภายหลัง ทราบว่าระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดขว้างชนิด เอ็ม 67 ซึ่งเป็นระเบิดที่หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 ไม่มีใช้ และเป็นไปไม่ได้ที่กำลังพลจะทำระเบิดหล่นจนเกิดระเบิดขึ้น

แจงยิบเสียใจไม่ได้เข้าไปช่วยคนเจ็บอ้างกลัวบึ้มลูกสอง

“ทีมข่าวอิศรา” ขอนำเสนอคำกล่าวของ ร.ท.อนุชา อย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน ดังนี้

“คืนนั้น (8 มิ.ย.) เวลา 19.30 น. ผมกับกำลังพลจำนวน 5 นายได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ อ.เมือง จ.ยะลา โดยใช้ยานพาหนะ คือ รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ วีโก้ สีบรอนซ์เงิน ซึ่งเป็นรถของทางราชการทหาร ได้เคลื่อนที่จากค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

ไปยังเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อขับผ่านบริเวณย่านตลาดเก่า ในห้วงเวลานั้นมีประชาชนและนักศึกษาเป็นส่วนใหญ่ได้ออกมาจับจ่ายซื้อของ และออกมารับประทานอาหาร เป็นช่วงที่มีชาวบ้านหนาตา”

“เมื่อขับผ่านบริเวณหอนาฬิกา หน้ามัสยิดกลางประจำจังหวัดยะลา ผมได้ยินเสียงสิ่งของกระทบตัวรถยนต์บริเวณด้านซ้ายของรถยนต์ จำนวน 2 ครั้ง เหมือนมีใครขว้างอะไรเข้ามา เสียงที่ได้ยินครั้งแรกกับครั้งที่ 2 ห่างกันไม่ถึง 1 วินาที หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นจำนวน 1 ลูก ผมและพลขับที่อยู่ในห้องโดยสารก็ตั้งสติว่าได้กิดเหตุระเบิดขึ้นแล้ว ซึ่งจากจุดที่ระเบิดกับตัวรถยนต์ที่เคลื่อนออกไปเกือบ 100 เมตร

พลขับได้จอดรถ ผมเองก็ได้ลงมาจากรถยนต์เพื่อตรวจสอบว่ารถยนต์ได้รับความเสียหาย และกำลังพลที่อยู่ด้านท้ายกระบะรถเป็นอย่างไรบ้าง ปรากฏว่ารถยนต์ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ส่วนกำลังพลทั้งหมดปลอดภัย”

“เมื่อมองไปรอบๆ ก็พบมีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลายราย และกำลังพลของผมมีเพียง 5 นาย หากมีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอยู่ในจุดนั้น เจ้าหน้าที่ทหารก็จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ซึ่งก็มีประชาชนหลาย ๆ คนตั้งคำถามในใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่ทหารชุดของผมในตอนนั้นไม่เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ และไม่ได้เข้าไปตรวจสอบดูว่ามีประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บหรือไม่อย่างไร ซึ่งผมขออนุญาตเรียนว่า ถ้าผมดำเนินการอย่างนั้น

ความเสียหายหรือสิ่งที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ไม่คาดคิดอาจจะมีความรุนแรงมากกว่านี้ได้ เช่น อาจจะมีระเบิดลูกที่ 2 ตามมา เหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดระเบิดขึ้นบริเวณหน้าโชว์รูมรถยนต์มาสด้า และหน้าร้าน 07 คัลเลอร์แล็บ ถนนรวมมิตร ในเขตเทศบาลนครยะลา ห่างกันเพียง 100 เมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 50 คน (เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 พ.ค.2553)

“ผมคิดแล้วคิดอีก และก็ได้ตัดสินใจให้พลขับขับรถยนต์ออกไปจากพื้นที่นั้นก่อน ถ้าถามว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ ผมตอบได้เลยว่ารู้สึกเสียใจมาก และจะต้องรีบทำความจริงให้ปรากฏโดยเร็ว ซึ่งผมเองกับกำลังพลก็พร้อมแจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน”

“สุดท้ายอยากบอกกับประชาชนว่าระเบิดที่คนร้ายใช้นั้นเป็นระเบิดชนิด เอ็ม 67 ซึ่งเป็นระเบิดทางทหารที่ทางหน่วย ร้อย ร.8023 ไม่ได้รับจ่ายอยู่ในอัตรา จะได้รับจ่ายก็เฉพาะกระสุนปืนเล็ก และ กระสุนเอ็ม 203 หรือที่รู้จักในชื่อ เอ็ม 79 และไม่มีเหตุผลใดที่จะเป็นของทหาร ถึงแม้ว่าเป็นของทหารจริงก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะร่วงจากรถ จนทำให้เกิดความเสียหายกับประชาชนผู้บริสุทธิ์”

กังขาโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าแถลงป้องล่วงหน้า

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ออกมาแถลงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยไม่ยอมระบุว่ารถกระบะคันที่แล่นผ่านขณะเกิดเหตุเป็นรถของทหารหรือไม่ แต่กลับชี้แจงในทางเทคนิคอย่างละเอียดว่า ไม่มีทางที่ระเบิดจะหล่นจากรถคันที่ว่านี้ได้ (ซึ่งภายหลัง ผบ.พตท.ยอมรับว่าเป็นรถของทหาร) ทำให้หลายฝ่ายสับสนในช่วงนั้นว่าหากไม่ได้เป็นรถของกำลังพลแล้ว กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าออกมาแถลงปกป้องรถคันดังกล่าวด้วยสาเหตุใด

อย่างไรก็ดี จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าวบางสำนัก และรายงานข่าวผ่านสื่อกระแสหลักหลายแห่ง มีการอ้างถึงพยานบางคนที่อยู่ในเหตุการณ์ แสดงความเชื่อมั่นว่ารถของทหารน่าจะถูกคนร้ายปาระเบิดมากกว่า ไม่ได้ทำระเบิดหล่นเอง

ใต้ยังป่วนยิงรายวัน ทหารพราน-ลูกจ้าง 4,500 ดับ

สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา ยังคงเกิดเหตุรุนแรงขึ้นบ้างประปราย โดยเมื่อเวลา 01.00 น.วันศุกร์ที่ 11 มิ.ย.2553 คนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) มะดารี สาเอาะ อายุ 29 ปี สังกัดหน่วยพัฒนาสันติ 44-3 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 44 เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับฐาน บนถนนสายมายอ-ปาลัส ท้องที่หมู่ 5 ต.ลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 มิ.ย. พบศพ นายรุกมัน แดเมาะเร็ง อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ 8 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส อยู่ในลำธารกลางสวนยางพาราหลังหมู่บ้านบาโงระนะ หมู่ 5 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุปืนลูกซองเข้าที่กลางหลัง 1 นัด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะถูกกลุ่มก่อความไม่สงบลวงมาฆ่า เพราะเป็นลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน 4,500 บาทของทางราชการ และยังเป็นสายข่าวของฝ่ายความมั่นคง

วันอังคารที่ 8 มิ.ย. คนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดระดมยิง นายอับดุลฮาเร็ม เซ๊ะ อายุ 34 ปี พ่อค้ารับซื้อไม้ยางพาราส่งโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ อยู่บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 5 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เหตุเกิดในสวนยางพาราในท้องที่บ้านโผลง หมู่ 5 ต.โต๊ะเด็ง ทำให้นายอับดุลฮาเร็มได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เพราะเคยเกิดเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง

isranews.

เปิดใจ รท.ผู้ที่อยู่บนรถยนต์ทหารบึ้มย่านชุมชนตลาดเก่า

11 มิถุนายน 2553 20:09 น.

ยะลา - เปิดใจ ร้อยโท รองผู้บังคับกอง ร้อย ร.8023 ฉก.21 อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ผู้ที่อยู่บนรถยนต์ทหารขณะระเบิด ย่านชุมชนตลาดเก่า อ.เมือง จ.ยะลา เผยหาก จนท.ลงตรวจสอบพื้นที่เลยอาจมีความเสียหาย ต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่ไม่คาดคิด ซึ่งอาจจะมีความรุนแรงมากกว่านี้ จากการมีลูกที่ 2 ตามมาได้

วันนี้ (11 มิ.ย.) ที่อาคารอำนวยการ ชั้น 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภ. 4 สน.) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ร.ท.อนุชา มหาลีวีรัศมี รองผู้บังคับกอง ร้อย ร.8023 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ที่ 21 อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทหารที่อยู่บนรถยนต์ขณะเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณหน้าร้านน้ำชาปากซอย สิโรรส 14 ถนนสิโรรส เยื้องมัสยิดกลางประจำจังหวัดยะลา ย่านชุมชนตลาดเก่า อ.เมือง จ.ยะลา ที่ทำให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ จำนวน 23 ราย เมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 8 มิ.ย.53 ที่ผ่านมา

เปิดใจเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่า คืนนั้นเวลา 19.30 น. ตน และกำลังพล จำนวน 5 นาย ได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ อ.เมือง จ.ยะลา โดยใช้ยานพาหนะ คือ รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีบรอนซ์เงิน ซึ่งเป็นรถของทางราชการทหาร ได้เคลื่อนที่จากค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ไปยัง เขตเทศบาลนครยะลา เมื่อขับผ่านบริเวณย่านตลาดเก่า ในห้วงเวลานั้น มีประชาชน และนักศึกษา เป็นส่วนใหญ่ได้ออกมาจับจ่ายซื้อของ และออกมารับประทานอาหาร ซึ่งเป็นช่วงที่มีชาวบ้านหนาตา

เมื่อขับผ่านบริเวณหอนาฬิกา หน้ามัสยิดกลางประจำจังหวัดยะลา ตนได้ยินเสียงสิ่งของกระทบตัวรถยนต์ บริเวณด้านซ้ายของรถยนต์ จำนวน 2 ครั้ง เหมือนมีใครขว้างอะไรเข้ามา เสียงที่ได้ยินครั้งแรก กับครั้งที่ 2 ห่างกันไม่ถึง 1 วินาที หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นจำนวน 1 ลูก ตนเอง และพลขับที่อยู่ในห้องโดยสารก็ตั้งสติ ว่าได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นแล้ว

จากที่ระเบิดกับตัวรถยนต์ที่เคลื่อนออกไปเกือบ 100 เมตร พลขับได้จอดรถ ตนก็ได้ลงมาจากรถยนต์เพื่อตรวจสอบว่ารถยนต์ได้รับความเสียหาย และกำลังพลที่อยู่ด้านท้ายกระบะรถเป็นอย่างไรบ้าง ปรากฏว่ารถยนต์ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ส่วนกำลังพลทั้งหมดปลอดภัย เมื่อมองไปรอบๆ ก็พบมีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลายราย และกำลังพลของตนก็มีเพียง 5 นาย

หากมีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอยู่ในจุดนั้น เจ้าหน้าที่ทหารก็จะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ ซึ่งก็มีประชาชนหลายๆ คน ได้ตั้งคำถามในใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าว ในตอนนั้น ไม่เข้าไมตรวจสอบพื้นที่ และไม่ได้เข้าไปตรวจสอบดูว่า มีประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บหรือไม่อย่างไร

ตนขอเรียนว่า ถ้าตนเองดำเนินการอย่างนั้น ความเสียหาย หรือสิ่งต่างๆ หรือสิ่งที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ไม่คาดคิด อาจจะมีความรุนแรงมากกว่านี้ อาจจะมีระเบิดลูกที่ 2 ตามมา เหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดระเบิดขึ้นบริเวณหน้าโชว์รูมรถยนต์มาสด้า และหน้าร้าน 07 คัลเลอร์แล็ป ถนนรวมมิตร เขตเทศบาลนครยะลา ห่างกันเพียง 100 เมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 50 คน ซึ่งตนเองคิดแล้วคิดอีก และก็ได้ตัดสินใจให้พลขับ ขับรถยนต์ออกไปจากพื้นที่นั่นก่อน

ทั้งนี้ ถ้าถามว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่นั้น ตอบได้เลยว่า รู้สึกเสียใจมาก กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะต้องรีบทำความจริงให้ปรากฎโดยเร็ว ซึ่งตนและกำลังพลก็พร้อมที่จะชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน

สุดท้ายอยากบอกกับประชาชนว่าระเบิดที่คนร้ายใช้นั้น เป็นระเบิดชนิด M67 ซึ่งเป็นระเบิดทางทหารซึ่งทางหน่วย ร้อย ร.8023 ไม่ได้รับจ่ายอยู่ในอัตรา จะได้รับจ่ายก็เฉพาะกระสุนปืนเล็ก และ กระสุน M 203 หรือ ที่รู้จักในชื่อ M 79 และก็จะไม่มีเหตุผลใดที่จะเป็นของทหารถึงแม้ว่าเป็นของทหารจริงก็ไม่มีเหตุผลใดที่ทำร่วงจากรถ และทำให้เกิดความเสียหายกับประชาชนผู้บริสุทธิ์

manager.

ประกบยิง อส.ทพ.ดับที่ปัตตานี

11 มิถุนายน 2553 09:51 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายประกบยิง อส.ทพ.สังกัดหน่วยพัฒนาสันติ 44-3 ฉก.ทพ.44 เสียชีวิตระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์ตามลำพัง เพื่อกลับฐานหลังจากมาทำธุระ จนท.คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ

เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (11 มิ.ย.) พ.ต.อ.ตานิตย รามดิษฐ์ ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบนถนนสายมายอ-ปาลัส ม.5 ต.ลางา จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด ทราบชื่อ อส.ทพ.มะดารี สาเอาะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 บ้านทุ่งน้อย ม.1 ต.ละหาร อ.สายุบรี จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าศรีษะ 1 นัด ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน

สอบสวนทราบว่า ผู้ตายสังกัดหน่วยพัฒนาสันติ 44-3 ฉก.ทพ.44 ก่อนเกิดเหตุระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์ตามลำพังเพื่อกลับฐานหลังจากมาทำธุระ เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุมีคนรายจำนวน 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ตามหลัง จากนั้นชักอาวุธปืนจ่อยิงที่ศรีษะ 1 นัด จนรถเสียหลักล้มเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ

manager.

โจรใต้รัวยิงพ่อค้าไม้ยางสาหัสที่นราธิวาส

8 มิถุนายน 2553, 18:52 น.

โจรใต้ยังป่วนรายวัน ระดมยิงใส่พ่อค้าไม้ยางกับลูกน้อง กระสุนถูกพ่อค้าไม้ยาง 4 นัดจนตกจากต้นไม้เจ็บสาหัส ส่วนลูกน้องเผ่นหนีทัน...

เมื่อเย็นวันที่ 8 มิ.ย. พ.ต.อ.พีระพล ณ พัทลุง ผกก.สภ.สุไหงปาดี รับแจ้งเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสในสวนยางพาราบ้านโผลง ม.5 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส จึงนำกำลังตำรวจและทหารเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบพลเมืองดีกำลังพยุงร่างนายอับดกุลฮาเร็ม เซ๊ะ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 5 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

พ่อค้ารับซื้อไม้ยางพาราส่งโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนไม่ทราบชนิดและขนาดบริเวณเท้าขวา หน้าท้องซ้าย แขนขวาและอกซ้าย รวม 4 นัด นำส่งโรงพยาบาล

สอบสวนทราบ ก่อนเกิดเหตุนายอับดุลฮาเร็ม และลูกน้องรวม 3 คน กำลังยืนอยู่บนต้นยางพาราเพื่อตัดกิ่ง มีคนร้าย 2 คน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดระดมยิงใส่จำนวนกว่า 10 นัด กระสุนปืนถูกนายอับดุลฮาเร็มตกจากต้นไม้ ส่วนลูกน้อง 2 คน กระโดดลงจากต้นไม้แล้ววิ่งหนีทัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายรายวันของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ.

thairath.

บึ้ม!หน้ามัสยิดกลางยะลาชาวบ้านเจ็บ 18 ราย

8 มิถุนายน 2553 21:04 น.

ยะลา – วัยรุ่นปาระเบิดหวังบึ้มมัสยิดกลางจังหวัดยะลา พบผู้บาดเจ็บ 18 ราย เป็นชาวมุสลิมทั้งหมด

วันนี้ (8 มิ.ย.53) เมื่อเวลา 19.35 น. พ.ต.อ.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดหน้าร้านขายน้ำชา ร้านโกเจ๋ง ตั้งอยู่หัวมุมปากซอยสิโรรส 14 ตัดกับถนนสิโรรส ใกล้หอนาฬิกา ตรงกันข้ามมัสยิดกลางประจำจังหวัดยะลา ย่านตลาดเก่า ในเขตเทศบาลนครยะลา

หลังได้รับแจ้งรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ท.ยุทธนาม เพชรม่วง ผบ.ฉก.11 อ.เมืองยะลา นายอายา ดิษฐาภินันท์ นายอำเภอเมืองยะลา กำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตำรวจชุดเก็บกู้ระเบิดศรศึก – ศรชัย ตร.ภ.จว.ยะลา ชุดพิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา และชุดกู้ภัยมูลนิธิเจ้าแม่กอเหนี่ยว ชุดกู้ภัยเจ้าแม่ทับทิม

กระมทั่งตรวจสอบที่เกิดเหตุบนฟุตบาท พบร่องรอยของแรงระเบิดเป็นหลุมขนาดกว้าง 2 ฟุต บริเวณฝาผนังร้านมีรอยถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูพรุน บนถนนมีรถ จยย.ที่จอดอยู่ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง พบคนเจ็บเป็นชาวมุสลิมทั้งหมด จากนั้นชุดกู้ภัยจึงได้ช่วยกันลำเลียงทยอยนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา รวมทั้งสิ้น 18 ราย ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส เป็นหญิงยังไม่ทราบชื่อ จำนวน 2 ราย

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ชาวบ้าน กำลัง นั่งดื่มน้ำชาอยู่ในร้านและที่นั่งบนฟุตบาต มีคนร้าย เป็นวัยรุ่น จำนวน 2 คน นั่งรถ จยย. มาถึงหน้าร้าน คนซ้อนท้าย ได้ขว้างระเบิดเข้าใส่ร้าน ทำให้เกิดระเบิดดังขึ้น จนมีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ จนท.ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นระเบิดขว้างชนิดใด เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน และมีความเสียงที่อาจมีกับดักระเบิดลูกสอง ระหว่างจนท.เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งทางจนท.จะต้องปิดเส้นทางถนนสิโรรส เป็นการชั่วคราว โดยให้ประชาชนใช้ถนนเลียบแม่น้ำปัตตานีแทน ซึ่งเบื้องต้น จนท.สันนิษฐานว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์

manager.

จนท.ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง รวบ 7 ผู้ต้องสงสัยป่วนใต้

7 มิถุนายน 2553 10:21 น.

ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 เปิดเผยว่า จากการที่กองกำลังร่วม 3 ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้ทำการปิดล้อมตรวจค้น

ติดตามจับกุมบุคคลต้องสงสัยในพื้นที่หมู่ 14 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยและอาวุธปืนได้ คือปืนพกขนาด 11 มม.จำนวน 2 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถืออีกจำนวนหนึ่ง จากการตรวจสอบหมายเลขปืน

พบว่าเป็นปืนที่ถูกปล้นไปจากกองพันพัฒนาที่ 4 เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 จำนวน 1 กระบอก พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 7 คน โดยในระหว่างการดำเนินการหน่วยได้จัดชุดปฏิบัติการเข้าชี้แจงกับผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เข้าใจการปฏิบัติงานของฝ่ายราชการ ทำให้ครอบครัวของผู้ต้องสงสัยทั้ง 7 คน มีความเข้าใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มากขึ้น

ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ จ.ยะลา ยังคงมีเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ จึงได้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนและคณะครูที่ใช้เส้นทางในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มมากขึ้น

manager.

โจรใต้ซุ่มยิง อส.ทหารพรานได้รับบาดเจ็บสาหัส

6 มิถุนายน 2553 10:20 น.

ยะลา – เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามซุมยิงอาสาสมัครทหารพราน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ยืนทำธุระอยู่ที่หน้าบ้านพักใน ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา จนท.คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวของพวกก่อความไม่สงบ

วันนี้ (6 มิ.ย.) ศูนย์วิทยุ 191 สภ.เมืองยะลา รายงานเมื่อเวลา 07.45 น.ว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ขณะที่ อาสาสมัครทหารพรานมูฮัมหมัดซาอุดี ซาแม อายุ 24 ปี ทหารพรานที่ 4102 กรมทหารพรานที่ 41 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา

ยืนทำธุระอยู่หน้าบ้านพักเลขที่ 59/1 หมู่ที่ 3 บ้านบันนังลูวา ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา ได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม และ จำนวน อาศัยความมืด และความชำนาญในพื้นที่ลัดเลาะเข้ามาข้างบ้านพร้อมใช้อาวุธปืนสงครามอาก้า และ เอ็ม 16 ยิงเข้าใส่จำนวนหลายนัด

เป็นเหตุให้อาสาสมัครทหารพรานมูฮัมหมัดซาอุดี ถูกกระสุนปืนเจาะเข้าที่บริเวณศีรษะ และ ลำตัว ล้มลงได้รับบาดเจ็บสาหัส คนร้ายเข้าใจว่าเสียชีวิตแล้ว จึงได้พากันหลบหนีไปอย่างรวดร็ว เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 11 ที่ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ที่วัดคูหาภิมุข

ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจึงรุดไปที่เกิดเหตุนำ อาสาสมัครทหารพรานมูฮัมหมัดซาอุดี ส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เป็นการด่วน ซึ่งความคืบหน้าอาการบาดเจ็บ ขณะนี้ อาสาสมัครทหารพรานมูฮัมหมัดซาอุดี ซาแม มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ

และบริเวณลำตัวจำนวนหลายนัด นอนพักรักษาตัวที่ห้องไอซียู แพทย์ต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด เพราะยังไม่พ้นขีดอันตราย ส่วนสาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวของพวกก่อความไม่สงบ

manager.

คนร้ายบุกยิงผู้ต้องหาหมายจับตาย 1 รายที่ยี่งอ

5 มิถุนายน 2553 16:52 น.

นราธิวาส – คนร้ายบุกยิงนายอับดุลเลาะห์ ดาโอ๊ะ อายุ 34 ปี ซึ่งเพิ่งโทษจากเรือนจำนราธิวาส ในข้อหาลักรถ จยย. ป้อนให้โจรใต้ใช้ประกอบระเบิดเสียชีวิตคาบ้าน เจ้าหน้าที่เร่งสอบถึงสาเหตุ

วันนี้ (5 มิ.ย.) เมื่อเวลา 07.00 น. ร.ต.ท.วรพงษ์ สนพลอย ร้อยเวร สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าบ้านพักเลขที่ 94 ม.1 บ้านลูโบะบายะ ต.ลูโบะบายะ อ.ยี่งอ

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ รอง ผกก.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส พ.ต.ท.มานพ วิวรรธนโรจน์ สว.ป.สภ.ยี่งอ และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบศพผู้เสียชีวิตนอนมจมกองเลือดอยู่ที่พื้นดินหน้าบ้านพักหลังดังกล่าว โดยอยู่ในสภาพสวมกางเกงขาสั้นสีดำตัวเดียว โดยมีร่องรอยถูกกระสุนปืนลูกซองที่บริเวณหน้าอกและหน้าขาขวา จำนวน 2 จุดใหญ่ และทราบชื่อต่อมาคือ

นายอับดุลเลาะห์ ดาโอ๊ะ อายุ 34 ปี เจ้าของบ้านจุดเกิดเหตุ ซึ่งพ้นโทษจากเรือนจำนราธิวาส ประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ในข้อหาลักรถ จยย. ในพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส ที่มีพฤติกรรมนำไปลักลอบขายต่อให้กับกลุ่มคนร้าย เพื่อนำไปประกอบระเบิดก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้

และจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบพบ ปลอกกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 2 ปลอก และกระสุนปืนลูกซองที่คาดว่าเป็นของกลุ่มคนร้ายที่ทำตกหล่นไว้อีก จำนวน 4 นัด

เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลยี่งอ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูจน์พลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา

จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่ผู้ตายเดินลงบันไดออกจากบ้านพัก ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่าตรงข้ามบ้านพัก แล้วใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงใส่ผู้ตาย จำนวน 3 นัดซ้อนจนผู้ตายล้มทั้งยืน

แล้วชาวบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกใกล้เคียงได้ยินเสียงปืน จึงได้วิ่งกรูออกมาดู ทำให้กลุ่มคนร้ายต้องรีบหลบหนีไป ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนสอบสวนว่าเกิดจากสาเหตุใด

manager.

ใต้อึมครึมครูดับอีกศพ สองวันยิง-บึ้ม 4 จุด จนท.เจ็บ 8

Friday, 04 June 2010 00:46

ใต้เดือดรายวัน ประกบยิงครูที่โคกโพธิ์ดับอีกศพ ผบ.พตท.เต้นสั่งสอบมาตรการรักษาความปลอดภัย จี้ทบทวนด่วน เหตุกำชับแล้วกำชับอีกก็ยังปล่อยให้เกิดเรื่อง สถานการณ์ในพื้นที่วุ่นหนัก สองวัน "ยิง-บึ้ม" ถล่มเจ้าหน้าที่ 4 จุด เจ็บรวม 8 นาย กราดยิงผู้ใหญ่บ้านสาหัสที่รือเสาะ ค้นบ้านต้องสงสัยที่จะกว๊ะ เจอเอกสารผลิตระเบิดเพียบ ด้าน ผบ.ทบ.ล่องใต้เรียกประชุมผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงวิกฤติและเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 15.30 น.วันพฤหัสบดีที่ 3 มิ.ย.2553 พ.ต.ท.กีรติ แวยูโซ๊ะ รองผู้กำกับการ สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงกันบนถนนสายโคกโพธิ์-เทพา หน้าปั๊มน้ำมันบางจาก ท้องที่หมู่ 2 บ้านกาโผะ ต.โคกโพธิ์ จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบก.ภ.จว.ปัตตานี)

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า หมายเลขทะเบียน ฌ 7700 ปัตตานี ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ข้างๆ กันมีกองเลือดกองใหญ่ ส่วนผู้บาดเจ็บมีพลเมืองดีช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์แล้ว คือ นายบุญนำ ยอดนุ้ย อายุ 41 ปี ครูโรงเรียนบ้านท่าคลอง โดยนายบุญนำถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 เข้าที่ลำตัว 3 นัด อาการสาหัส แพทย์ได้พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากเสียเลือดมาก จึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายบุญนำกำลังขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้ากลับบ้าน โดยมีเพื่อนครูขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมาด้วยจำนวน 5 คัน เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบอย่างรวดเร็ว และชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่นายบุญนำหลายนัดต่อหน้าต่อตาเพื่อนครูที่ขี่รถตามหลัง ทำให้รถเสียหลักล้มลงข้างทาง และนายบุญนำได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะเสียชีวิตดังกล่าว ขณะที่คนร้ายเร่งเครื่องรถหายไปอย่างไร้วี่แวว เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

หลังเกิดเหตุ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือ แจ้งว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัววัยรุ่นต้องสงสัยได้ 2 คน ขณะกำลังผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า คาดว่าน่าจะเกี่ยวกับเหตุการณ์ประกบยิงครูบุญนำ แต่จากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าวไปยังหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 เจ้าของพื้นที่ กลับได้รับการยืนยันว่าเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และควบคุมตัวไว้ได้เพียงคนเดียว

ทั้งนี้ นายบุญนำเป็นครูรายที่ 2 ที่ถูกยิงเสียชีวิตในห้วงเวลาไม่ถึง 1 เดือน โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ก่อนเปิดภาคเรียนใหม่เพียง 10 วัน คนร้ายได้ก่อเหตุลอบยิง นายภาศ ลาภเจือจันทร์ อายุ 45 ปี ครูโรงเรียนบ้านกรือเซะ ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เสียชีวิตมาแล้ว โดยนายบุญนำนับเป็นบุคลากรทางการศึกษารายที่ 129 ที่ต้องสูญเสียชีวิตในสถานการณ์ความไม่สงบที่ดำเนินมากว่า 6 ปี

ผบ.พตท.เต้นสั่งสอบข้อเท็จจริง

พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (ผบ.พตท.) กล่าวว่า ได้สั่งให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงการดูแลความปลอดภัยครูของ จ.ปัตตานี หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบยิงนายบุญนำ ครูโรงเรียนบ้านท่าคลองจนเสียชีวิต เนื่องจาก จ.ปัตตานี เกิดเหตุการณ์รุนแรงกับครูมาแล้วหลายครั้ง ทั้งๆ ที่ได้กำชับให้เฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

"ผมจะสั่งให้ทบทวนแผนการ รปภ.ครูของเจ้าหน้าที่ชุด รปภ.ที่รับผิดชอบพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ เพื่อดูว่ามีความบกพร่องหรือผิดพลาดตรงขั้นตอนไหน รวมถึงในช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นมีกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลคุ้มครองคณะครูที่เดินทางกลับบ้านพร้อมกันหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด" พล.ท.กสิกร ระบุ

ผบ.พตท. กล่าวด้วยว่า พื้นที่ อ.โคกโพธิ์ นั้น ก่อนหน้านี้ประมาณ 1-2 สัปดาห์พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมออกมาสร้างสถานการณ์ถี่ผิดปกติ ทำให้กำลังเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายในจังหวัดเฝ้าระมัดระวังเหตุร้ายมากขึ้น แต่สุดท้ายก็ยังเกิดความรุนแรงขึ้นจนได้ จึงจำเป็นต้องทบทวนแผนทั้งหมดอีกครั้ง

ดักบึ้มทหารพรานที่เจาะไอร้องเจ็บหนึ่ง

เมื่อเวลา 07.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผู้กำกับการ สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พร้อมด้วย พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 45 พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ รองผู้กำกับการพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบเหตุระเบิดบริเวณป่ารกทึบทางเข้าหน่วยพัฒนาสันติที่ 31-11 กรมทหารพรานที่ 45

ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนบ้านยานิง หมู่ 2 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 นาย คือ อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) อมร บุญทอง อายุ 27 ปี

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบร่องรอยระเบิดที่คนร้ายใช้ เป็นชนิดแสวงเครื่องแบบเครโม ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก น้ำหนัก 5 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ วางไว้โคนต้นไม้ปากทางเข้าฐานปฏิบัติการหน่วยพัฒนาสันติที่ 31-11 ทำให้บริเวณโคนต้นไม้เกิดหลุมลึกประมาณ 2 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดกระจายเกลื่อน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบปากคำ ส.ท.อิทธิชัย เพชรรัตน์ทอง อายุ 29 ปี สังกัดหน่วยพัฒนาสันติที่ 31-11 ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเขาได้ขับรถยนต์เก๋งของ อส.ทพ.อมร ออกจากฐาน โดย อส.ทพ.อมร นั่งคู่กันไปด้วย เพื่อเดินทางไปรับคอมพิวเตอร์ที่นำไปซ่อมไว้ที่ตลาดในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เสร็จแล้วจึงขับรถไปรับ นางวิมล บุญทอง พี่สาวของ อส.ทพ.อมร นั่งรถมาด้วยกัน 3 คน เนื่องจากนางวิมลจะใช้รถยนต์ของ อส.ทพ.อมรต่อ

เมื่อถึงปากทางเข้าฐาน และ อส.ทพ.อมร กำลังลงจากรถ มีคนร้ายซึ่งคาดว่าแฝงตัวอยู่ในมุมมืดใช้โทรศัพท์มือถือกดจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้บริเวณโคนต้นไม้ จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้ อส.ทพ.อมร ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เพื่อนทหารช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ที่ จ.นราธิวาส พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. และแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เดินทางลงพื้นที่เพื่อประชุมติดตามผลการปฏิบัติงานการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ โดยมีนายทหารระดับผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจากทุกจังหวัดและผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจเลข 2 ตัวเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ค้นบ้านผู้ต้องสงสัยที่จะกว๊ะเจอคู่มือผลิตระเบิด

ที่ จ.ยะลา พ.ต.ท.ทรงวุฒิ ศรีอาราม สารวัตรใหญ่ สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน พร้อมด้วย พ.ท.อิศรา จันทกระยอม ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจยะลา 12 ได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านปูลาสะนอ หมู่ 3 ต.จะกว๊ะ เนื่องจากช่วงหัวค่ำของวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง นายบุญส่ง มณีโชติ อายุ 31 ปี ราษฎรบ้านทุ่งขมิ้น หมู่ 3 ต.ตะโละหะลอ อ.รามัน

จนเสียชีวิต และนายอายุ หะตะมะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 3 บ้านปูลาสะนอ ต.จะกว๊ะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ทั้ง 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ไปล่าสัตว์ในป่าท้ายหมู่บ้าน

ทั้งนี้ เมื่อกำลังผสมกำลังเคลื่อนที่ผ่านไปยังบ้านไม่มีเลขที่หลังหนึ่งซึ่งปลูกอยู่ท้ายหมู่บ้าน ปรากฏว่ามีชายฉกรรจ์จำนวน 3 คนกระโจนออกจากหน้าต่างหลังบ้านแล้ววิ่งหนีเข้าป่ายางด้านหลังไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าตรวจค้นภายในบ้าน เจ้าหน้าที่พบเอกสารสำคัญหลายรายการ โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวกับการประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง ทั้งแบบจุดชนวนกับเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ และแบบอื่นๆ เช่น แบบตั้งเวลา แบบเหยียบ จึงได้ยึดไปตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าชายฉกรรจ์กลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบเผาสถานีทวนสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ แล้วลอบวางกับระเบิดแบบเหยียบเอาไว้ใต้ป้ายผ้าที่เขียนข้อความสนับสนุนรัฐปัตตานี จนทำให้ จ.ส.อ.พิสิทธิ์พงศ์ พิมพ์วาปี ทหารสังกัดหน่วยเฉพาะกิจยะลา 12 เดินไปเหยียบจนเกิดระเบิดและขาขวาขาด เหตุเกิดเมื่อตอนสายวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา

บึ้มชุด รปภ.ครูที่บาเจาะเจ็บ 2

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพุธที่ 2 มิ.ย. ยังเกิดเหตุรุนแรงอีกหลายเหตุการณ์ โดยเมื่อเวลา 08.10 น. ร.ต.อ.สุชาติ หมีลำพอง ร้อยเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดหวังสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดรักษาความปลอดภัยครู (รปภ.ครู) บนถนนเพชรเกษม (นราธิวาส-ปัตตานี) ช่วงหน้าโรงเรียนปะลุกานากอ ในเขตเทศบาลตำบลบาเจาะ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่ 1 คัน นอกจากนั้นบริเวณโคนต้นไม้ใหญ่เจ้าหน้าที่ยังพบหลุมระเบิดลึก 5 ฟุต กว้าง 8 ฟุต โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ กระจายเกลื่อนถนน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนตำรวจได้นำตัวส่งโรงพยาบาลบาเจาะไปก่อนหน้าแล้ว

คือ ส.ต.ท.สนธยา อุดหลี กับ ส.ต.ท.วีระพงศ์ ศรีสวัสดิ์ แต่เนื่องจากอาการค่อนข้างสาหัส แพทย์จึงส่งต่อไปยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส

สอบสวน ร.ต.ท.แวยีดิง อิสาเฮาะ สารวัตรป้องกันและปราบปราม (สวป.) สภ.บาเจาะ หัวหน้าชุด รปภ.ครู ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกำลังรวม 8 นาย ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน และนั่งรถสายตรวจอีก 1 คัน ออกจาก สภ.บาเจาะ เพื่อทำหน้าที่ส่งครูโรงเรียนปะลุกานากอ เสร็จแล้วจึงเดินทางกลับโรงพัก โดยมี ส.ต.ท.สนธยา และ ส.ต.ท.วีระพงศ์ ขี่รถจักรยานยนต์ปิดท้ายขบวน

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือกดจุดชนวนระเบิดจนเกิดระเบิดขึ้น 1 ครั้ง แรงระเบิดทำให้ ส.ต.ท.สนธยา และ ส.ต.ท. วีระพงศ์ ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ยิงถล่มตำรวจบาเจาะขณะ รปภ.โรงเรียน-ลวงบึ้มซ้ำ

เวลา 11.05 น.ที่ อ.บาเจาะเช่นกัน เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามอาก้ายิงถล่มเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ประจำ สภ.บาเจาะ จำนวน 4 นาย ขณะทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 9 หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (รองผบก.ภ.จว.นราธิวาส) พร้อมด้วย พ.ต.อ.จำลอง งามเนตร ผู้กำกับการ สภ.บาเจาะ

ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปตรวจสอบ พบปลอกกระสุนปืนอาก้าของคนร้ายตกอยู่กว่า 20 ปลอก

ขณะที่ พ.ต.อ.อภิรัฐ กำลังรอกำลังสนับสนุนจาก พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดก่อนเข้าเคลียร์พื้นที่นั้น ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งได้กระจายกันไปหลบแดดอยู่ตามร่มไม้และศาลาที่พักริมทาง ทันใดนั้นเองมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซึ่งแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือกดจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กิโลกรัม

วางไว้โคนต้นไม้ข้างศาลาที่พักริมทาง จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกสะเก็ดระเบิดตามลำตัวได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ ส.ต.ต.พรชัย ชนะพจน์ กับ ส.ต.ต.เรวัตร ไพรินทร์ ส่วน พ.ต.อ.อภิรัฐ รอดจากสะเก็ดระเบิดมาได้อย่างหวุดหวิด เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบเช่นกัน

กราดยิง ผญบ.รือเสาะปางตาย-บึ้มอีกลูกที่กรงปินังทหารเจ็บ

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส คนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธสงครามเอ็ม 16 กราดยิง นายนาวี แวหะมะ อายุ 51 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านสะโล หมู่ 7 ต.รือเสาะ ได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะขับรถกระบะกลับจากประชุมที่อำเภอ เหตุเกิดบริเวณโค้งมะโยง หมู่ 2 บ้านยะบะ ต.รือเสาะ

ที่ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ขณะที่ทหารชุดสันติสุขที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจยะลา 13 จำนวน 10 นาย กำลังเดินทางโดยรถกระบะยี่ห้อนิสสัน รุ่นบิ๊กเอ็ม สีเขียวเข้ม หมายเลขทะเบียน บว 8993 ยะลา เพื่อไปร่วมพิธีฝังศพ นายมะยูโซ๊ะ สาเมาะ อายุ 38 ปี ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านโฉลง ซึ่งถูกคนร้ายประกบยิงเสียชีวิตที่บ้านคล้า หมู่ 1 ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยได้ใช้เส้นทางลัดสายปุโรง-สะเอะ ซึ่งเป็นเส้นทางสายเปลี่ยวนั้น

ขณะรถแล่นเข้าพื้นที่บ้านโฉลง หมู่ที่ 1 ต.ปุโรง อ.กรงปินัง ได้ถูกคนร้ายจุดชนวนระเบิดที่ติดตั้งไว้ในถังดับเพลิงฝังไว้ใต้ผิวถนนจนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้ให้รถกระบะได้รับความเสียหายและไถลตกถนน ทั้งยังทำให้ ส.อ.เรืองเดช โพธิ ได้รับบาดเจ็บ

isranews.

โจรใต้ยิงถล่ม รองนายก อบต.รือเสาะ เสียชีวิตคาเก๋ง

4 มิถุนายน 2553, 23:15 น.

โจรใต้โหดรายวัน ประกบยิงถล่ม รองนายก อบต.รือเสาะ นราธิวาส เสียชีวิตคาพวงมาลัยรถยนต์ ขณะเดินทางกลับบ้านหลังเดินทางไปเตะฟุตบอล...

เมื่อเวลา 17.50 น. วันที่ 4 มิ.ย. ร.ต.ท.อาทิตย์ เทียนศิริ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตภายในรถยนต์เก๋ง บนถนนในหมู่บ้านกาโดะ หมู่ 4 ต.รือเสาะออก จึงพร้อมด้วย นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ พ.ต.ท.พัชรพล ณ นคร รอง ผกก. ป.สภ.รือเสาะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า โคโรล่า สีบรอนส์ทอง ทะเบียน กค-6704 ยะลา ซึ่งมีร่องรอยถูกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม. ที่บริเวณกระจกหน้าและด้านคนขับแตกละเอียดจอดเสียหลักอยู่ริมถนน และมีศพผู้เสียชีวิตนอนคาพวงมาลัย ทราบชื่อคือ นายสักการียา มะกะทุง อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

ซึ่งเป็น รองนายก อบต.รือเสาะ ออก และเป็นโต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดบ้านปลายนา หมู่ 2 ต.รือเสาะออก มีบาดแผลถูกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม. ที่บริเวณหน้าอกทะลุตัดขั้วหัวใจ ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม. ตกอยู่บนถนน จำนวน 3 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถยนต์เก๋งออกจากบ้านพักตามลำพัง เพื่อเดินทางไปเล่นฟุตบอลที่สนามหน้าโรงเรียนบ้านยะบะ อ.รือเสาะ เมื่อแล้วเสร็จผู้ตายได้ขับรถยนต์กลับบ้านพัก ถึงที่เกิดเหตุผู้ตายได้ชะลอความเร็วเพื่อเลี้ยวรถ ทันใดนั้นได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.เป็นพาหนะเข้ามาประชิด

คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม. ออกมายิงใส่ผู้ตาย จำนวน 3 นัดซ้อน เมื่อถูกกระสุนปืนผู้ตายได้นอนฟุบคาพวงมาลัย แล้วคนร้ายได้รีบขี่รถ จยย.หลบหนีไป ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ ของกลุ่มผู้ไม่หวังดีแต่ก็ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นการเมืองท้องถิ่น.

thairath.

บึมทหารพรานเจ็บ1ป่วนใต้รายวัน

3 มิถุนายน 2553, 11:45 น.

คนร้ายอาศัยความมืดแฝงตัว จุดชนวนระเบิดหวังสังหารอาสาสมัครทหารพราน ระเบิดทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย ขณะที่อาสาสมัครทหารพรานรอดหวุดหวิด...

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.เวลา 07.30 น.พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ รอง ผกก.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบเหตุระเบิด ที่บริเวณป่ารกทึบทางเข้า

หน่วยพัฒนาสันติที่ 31-11 กรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนบ้านยานิง หมู่ 2 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 นาย คือ อส.ทพ.อมร บุญทอง อายุ 27 ปี เหตุเกิดเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเดินทางไปตรวจสอบ เกรงกลุ่มคนร้ายจะวางแผนลวงดักซุ่มโจมตี

โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายได้แฝงตัวนำระเบิดแสวงเครื่องแบบเคโม ที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ไปวางไว้ใต้โคนต้นไม้ปากทางเข้าฐานปฏิบัติการณ์หน่วยพัฒนาสันติที่ 31-11 ทำให้โคนต้นไม้มีหลุมลึก 2 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ส.ท.อิทธิชัย เพชรรัตน์ทอง อายุ 29 ปี สังกัดหน่วยพัฒนาสันติที่ 31-11 กรมทหารพรานที่ 45 ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถยนต์เก๋งของ อส.ทพ.อมร ออกจากฐาน โดย อส.ทพ.อมร นั่งคู่กันไปด้วย เพื่อเดินทางไปรับคอมพิวเตอร์ที่นำไปซ่อมไว้ในตลาดสดเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส

เมื่อแล้วเสร็จตนได้ขับรถยนต์เก๋งไปรับ นางวิมล บุญทอง ซึ่งเป็นพี่สาวของ อส.ทพ.อมร นั่งรถมาด้วยรวม 3 คน และเมื่อตนขับรถยนต์เก๋งถึงบริเวณปากทางเข้าฐาน อส.ทพ.อมร จึงได้เปิดประตูรถ เพื่อเดินไปเปิดประตูทางเข้าฐาน ทันใดนั้นได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน อาศัยความมืดแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ

ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ต้นโคนต้นไม้ปากทางเข้าฐาน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ อส.ทพ.อมร ถูกแรงอัดของระเบิดมีอาการหูอื้อและแน่นหน้าอก ส่วนรถยนต์เก๋งถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายที่บริเวณตัวถังด้านซ้าย และต่อมาตนจึงได้นำตัว อส.ทพ.อมร ส่งรักษา รพ.เจาะไอร้อง.

thairath.

โจรใต้ยิงครูปัตตานีเสียชีวิต 1 ราย

3 มิถุนายน 2553 18:26 น.

ปัตตานี - คนร้ายก่อความไม่สงบชายแดนใต้ยิงครูโรงเรียนบ้านท่าคลอง ปัตตานี ที่บนถนนสายโคกโพธิ์-เทพา เหยื่ออาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

วันนี้ (3 มิ.ย.) เมื่อเวลา 15.30 น. พ.ต.ท.นุกูล ธานีรัตน์ รอง ผกก.ป.สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายโคกโพธิ์-เทพา หน้าปั๊มน้ำมันบางจาก ม.2 บ้านกาโผะ ต.โคกโพธิ์ จึงนำกำลังตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พบรถจักรยานยนต์ (จยย.) ยี่ห้อยามาฮ่า หมายเลขทะเบียน ฌ 7700 ปัตตานี ล้มอยู่ข้างทางและมีกองเลือดจำนวนมาก

ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง รพ.โคกโพธิ์ ทราบชื่อในเวลา คือ นายบุญนำ ยอดนุ้ย อายุ 41 ปี เป็นครูโรงเรียนบ้านท่าคลอง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 เข้าลำตัว 3 นัดอาการสาหัส แต่เนื่องจากเสียเลือดมากทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ผู้ตายขับรถ จยย.เพื่อเดินทางกลับบ้านพัก โดยมีเพื่อนครูขับรถ จยย.ตามหลังมาด้วย จำนวน 5 คัน ปรากฏว่า มาถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้าย 2 คนขี่รถ จยย.ตามประกบ จากนั้นได้ชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงผู้ตายทันทีหลายนัด ต่อหน้าเพื่อนครูที่ขับรถตามหลัง ทำให้รถเสียหลักล้มข้างทาง หลังก่อเหตุคนร้ายได้เร่งเครื่องหลบหนีไป

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังไล่ล่าตัวคนร้ายพร้อมประสานไปยังโรงพักใกล้เคียงให้สกัดจับ แต่ก็ไร้วี่แวว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

manager.

โจรใต้กราดเอ็ม 16 ผญบ.รือเสาะเจ็บสาหัส

2 มิถุนายน 2553 20:02 น.

นราธิวาส – คนร้ายดักซุ่มข้างทาง จนเมื่อผู้ใหญ่บ้านรือเสาะขับรถยนต์กลับจากประชุม ถึงที่เกิดเหตุจึงได้กรูใช้เอ็ม16 ยิงถล่มได้รับบาดเจ็บสาหัส

วันนี้ (2 มิ.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.ท.อาทิตย์ เทียนศิริ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม16 ยิงถล่มใส่รถยนต์กระบะ ที่บริเวณโค้งมะโยง ม.2 บ้านยะบะ ต.รือเสาะ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สามารถ วิชัยขัทคะ ผกก.สภ.รือเสาะและกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดเสียหลักอยู่ริมถนน ในสภาพกระจกหน้า ฝากระโปรง และตัวถังด้านคนขับ มีร่องรอยถูกกระสุนปืนเอ็ม16 แตกละเอียดเป็นรูพรุน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ที่บริเวณเบาะคนขับ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีพลเมืองดีนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลรือเสาะไปก่อนหน้าแล้ว ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม16 ตกอยู่บนถนน จำนวน 14 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลทราบชื่อ คือ นายนาวี แวหะมะ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/3 ม.7 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านสะโล ม.7 ต.รือเสาะ มีลาดแผลถูกกระสุนปืนเอ็ม16 ที่บริเวณแขนขวา หัวไหล่ขวา ขาซ้าย จำนวน 3 นัด อาการสาหัสแพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บได้ขับรถยนต์ออกจากบ้านพัก โดยมีภรรยาและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรวม 4 คน เพื่อเดินทางไปประชุมประจำเดือนที่อำเภอรือเสาะ เมื่อแล้วเสร็จผู้บาดเจ็บได้ขับรถยนต์กลับบ้านพัก ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 1 คน วิ่งออกจากป่าข้างทางใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม16 ยิงใส่ถล่มใส่รถยนต์กระบะของผู้บาดเจ็บ จำนวน 14 นัดซ้อน

เมื่อผู้บาดเจ็บถูกกระสุนปืนรถได้เสียหลักตกไหล่ทาง แล้วคนร้ายได้ถือปืนวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่ารกทึบ จนกระทั่งมีพลเมืองดีมาประสบเหตุ และได้นำผู้บาดเจ็บส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลรือเสาะดังกล่าว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มป่วนสถานการณ์ เพื่อดักสังหารคนของทางการรายวัน

manager.

โจรใต้กราดอาก้าหน้าโรงเรียนบาเจาะครู-นร.หนีตายอลหม่าน - ตร.เจ็บ 3

2 มิถุนายน 2553 17:12 น.

นราธิวาส – โจรใต้กราดอาก้าใส่เจ้าหน้าที่ซึ่งดูแลความสงบเรียนร้อยอยู่หน้าโรงเรียน ทำให้ครูและนักเรียนหนีตายวุ่น ล่อเจ้าหน้าที่ตามก่อนกดระเบิดซ้ำตำรวจเจ็บ 3 นายที่บาเจาะ

วันนี้ (2 มิ.ย.) เมื่อเวลา 11.10 น.เกิดเหตุคนร้ายประมาณ 3-4 คน ใช้อาวุธปืนสงครามอาก้ายิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ประจำ สภ.บาเจาะ ขณะกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยหน้าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 9 ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม สายนราธิวาส-ปัตตานี บริเวณ หมู่ 5 ต.ลูโบ๊ะสาวอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โดยคนร้ายได้เปิดฉากยิงถล่มใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ประจำ สภ.บาเจาะ

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวมี ส.ต.ต.นัฐภูมิ ทะสุข เป็นหัวหน้าชุดและมีเจ้าหน้าที่รวม 4 นาย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงตอบโต้และปะทะกันกับคนร้ายนานกว่า 15 นาที โดยขณะเกิดเหตุโรงเรียนยังอยู่ระหว่างการทำการเรียนการสอน ทำให้ทางครูและนักเรียนกว่า 300 คน ซึ่งอยู่ภายในห้องเรียนต่างๆหวีดร้องวิ่งหาที่กำบังกันกันอย่างโกลาหล

ต่อมากำลังเสริมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารมาถึง คนร้ายสู้ไม่ไหวได้พากันวิ่งหนีเข้าป่าด้านหลังหมู่บ้านหลบหนีไป โดยกำลังที่ติดตามคนร้ายไปได้ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดซ้ำทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บทันที 3 นาย ทราบชื่อภายหลัง คือ 1.ส.ต.ต.พรชัย ชนะพจน์ สังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 2.ส.ต.ต.เรวัตร ไพริน สังกัด สภ.บาเจาะ 3.ด.ต.อภิชัย สุวรรณ สังกัด สภ.บาเจาะ ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบาเจาะในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ยังมีรถตำรวจได้รับความเสียหายอีก 1 คัน

ขณะที่ทางโรงเรียนได้ประกาศให้ผู้ปกครองมารับลูกหลานกลับบ้านทันที เพื่อความปลอดภัย พร้อมกับหยุดการเรียนการสอนชั่วคราว โดยบรรยากาศขณะที่ผู้ปกครองมารับลูกหลานกลับบ้านนั้นเป็นไปอย่างชุลมุนต่างวิ่งร้องให้กอดกันพร้อมกับรีบวิ่งออกจากโรงเรียนทันที ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด

เบื้องต้นจากการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด พบว่า ที่บริเวณโคนต้นไม้ติดกับศาลาที่พักริมทาง มีหลุมระเบิดและเศษชิ้นส่วนของระเบิดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ โดยคนร้ายใช้โทรศัพท์มือถือในการจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนัก 5 กก.นำไปวางไว้เพื่อรอดักสังหารเจ้าหน้าที่ที่ติดตามคนร้ายไป

manager.

ระเบิดทหารยะลาขณะเดินทางไปร่วมงานศพ ชรบ.

2 มิถุนายน 2553 13:01 น.

ยะลา – เกิดเหตุวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดสันติสุขที่ 3 ฉก.ยะลา 13 ขณะเดินทางรถยนต์เพื่อไปร่วมพิธีฝังศพ ชรบ.ซึ่งถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเมื่อวานนี้ เป็นเหตุให้ทหารได้รับบาดเจ็บศีรษะ 1 นาย และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา

วันนี้ (2 มิ.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารชุดสันติสุขที่ 3 ฉก.ยะลา 13 สังกัดกรมรบพิเศษที่ 3 (รพศ.3) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ค่ายเอราวัณ อ.เมือง จ.ลพบุรี จำนวน 10 นาย ใช้รถปิกอัพโดยสารไปร่วมพิธีฝังศพนายมะยูโซ๊ะ สาเมาะ อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านบ้านโฉลง ที่ถูกคนร้ายประกบยิงเสียชีวิตที่บ้านคล้า หมู่ 1 ต.ตาเซะ อ.เมืองยะลา เมื่อตอนเย็นวันที่ 1 มิ.ย.โดยใช้เส้นทางลัดปุโรง-สะเอะ

ขณะผ่านพื้นที่บ้านโฉลง หมู่ 1 ต.ปุโรง จู่ๆ ได้เกิดระเบิดดังขึ้นอย่างกึกก้อง แรงระเบิดส่งผลให้รถปิกอัพกระดอนขึ้นไหลไปตกข้างทาง ด้านซ้ายพังเสียหายทั้งแถบ และเป็นเหตุให้ ส.อ.เรืองเดช โพธิ ได้รับบาดเจ็บ

ต่อมา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผบก.ภ.จ.ยะลา, พ.ต.อ.จุมพล เปรมศิริ ผกก.สภ.กรงปินัง, นายอวยชัย จุฬาศิริวงศ์ ปลัดป้องกัน อ.กรงปินัง สนธิกำลังรุดไปที่เกิดเหตุจัดการส่ง ส.อ.เรืองเดช ที่บาดเจ็บบริเวณศีรษะไปโรงพยาบาลศูนย์ยะลาโดยเร่งด่วน

ในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดอยู่กลางถนนลึกกว้างราว 1,50 X 2.00 เมตร บริเวณริมถนนมีสายไฟฟ้าลากยาวเข้าไปในป่าข้างทางราว 100 เมตร เก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมสะเก็ดระเบิดตัดจากเหล็กเส้นเป็นข้อๆ เศษชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ขนาด 9 โวลต์ ส่วนคนร้ายคาดว่าเป็นพวกอาร์เคเค.ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่พยายามสร้างสถานการณ์ โดยก่อนนั้นคนร้ายชุดนี้ได้เผายางรถยนต์ ตัดต้นไม้ใหญ่ขวางถนนในหมู่บ้านหลายแห่งเพื่อสร้างความวุ่นวายมาแล้ว

manager.

โจรใต้บึ้มตำรวจชุด รปภ.ครูบาเจาะเจ็บ 2 นาย

2 มิถุนายน 2553 13:00 น.

นราธิวาส - คนร้ายลอบวางระเบิดตำรวจชุด รปภ.ครูโรงเรียนปะลุกานากอ อ.บาเจาะ โดยบรรจุในกล่องเหล็กทิ้งไว้ใต้โคนไม้ รอจังหวะขาเดินทางกลับแล้วจุดชนวนระเบิด เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

วันนี้ (2 มิ.ย.) เมื่อเวลา 08.10 น. ร.ต.อ.สุชาติ หมีลำพอง ร้อยเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด รปภ.ครูบนถนนเพชรเกษมสายนราธิวาส-ปัตตานี ช่วงบริเวณหน้าโรงเรียนปะลุกานากอ เขตเทศบาลตำบลบาเจาะ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส, พ.ต.อ.จำลอง งามเนตร ผกก.สภ.บาเจาะ และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซกิ สีน้ำเงินบรอนซ์

ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มตะแคงอยู่ริมถนน ข้างต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกไว้ริมทาง หลุมระเบิด ลึก 5 ฟุต กว้าง 8 ฟุต โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนถนน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ขณะที่ ร.ต.ท.แวยีดิง อิสาเฮาะ สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.บาเจาะ หัวหน้าชุด รปภ.ครู นำกำลัง รวม 8 นาย ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน และรถยนต์สายตรวจอีก 1 คัน ออกจาก สภ.บาเจาะ

เพื่อทำหน้าที่ รปภ.ส่งครูโรงเรียนปะลุกานากอ ขากลับเมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายแฝงตัวอยู่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ริมทางทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นายคือ ส.ต.ท.สนธยา อุดหลี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแขนซ้าย ขาซ้าย และ ส.ต.ท.วีระพงศ์ ศรีสวัสดิ์ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณหัวไหล่ซ้าย ข้อศอกถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ในเวลาต่อมา

manager.

ยิงหัว2ราย'ชรบ.ดับ-คนเก็บค่าไฟ'ร่อแร่

1 มิถุนายน 2553, 20:45 น.

คนร้าย 2 คนขี่ จยย.ตามประกบจ่อยิงเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และพนักงานเก็บเงินค่าไฟฟ้าดับ โจรป่วนใต้รายวัน.....

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.เวลา 18.45 น.พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองยะลา พร้อมพวกไปสอบสวนเหตุมีผู้ถูกยิงมารับการรักษาและเสียชีวิตที่ห้องฉุกเฉิน รพ.ศูนย์ยะลา ชื่อนายมะยูโซ๊ะ สาเมาะ อายุ 45 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัย หมู่ 1 ต.ปุโรง อ.กรงปินัง ถูกยิงกับปืนไม่ทราบขนาดที่ศีรษะและกลางหลังรวม 3 นัด

เบื่องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุนายมะยูโซ๊ะขับขี่ จยย.ทะเบียน กกฉ-729 ยะลา ไปทำธุรุที่บ้านคล้า หมู่ 1 ต.ตาเซะ ถูกคนร้าย 2 คนขี่ จยย.ตามประกบจ่อยิงศีรษะและลำตัวหลายนัดสาหัสและไปเสียชีวิตที่ รพ.ศูนย์ดังกล่าว