|
|
 |
Latest News
2009-08-10 Patani Post Launches 10 August 2008 !
Anda pembaca
Kini pelancaran patanipost sudahpun berusia setahun ,berbagai penglaman bertambah dan kelemahan2 yang telah dialami sepanjang tahun kami akan cuba mengatasi,
dengan semperna setahun umur Patanipost akan kami perluaskan lagi berita tanah air kepada dua bahasa yaitu arab dan melayu dengan pakai web patanipost.net,
perbezaan diantara kedua patanipost ialah satu memetik surat khabar asing dan satu lagi cari berita sendiri dan tulis berita senderi oleh kaki tangan patanipost.
Terima kasih.
OIC RESOLUTION ABOUTH THAILAND
24 May 2010
RESOLUTIONS ON MUSLIM COMMUNITIES AND MINORITIES IN NON-OIC MEMBER STATES ADOPTED BY THETHIRTY-SEVENTH SESSION OF THE COUNCIL OF FOREIGN MINISTERS
(SESSION OF SHARED VISIONOF A MORE SECURE AND PROSPEROUS ISLAMIC WORLD)
DUSHANBE — REPUBLIC OF TAJIKISTAN
patanipost.
Will Dato' Seri Najib’s visit to Thailand bring any change?
6 DECEMBER 2009 03:00
During the ASEAN conference in Hua Hin on October 26, the Prime Minister of Malaysia, Dato’ Seri Najib Tun Razak, expressed that the Thai Government should give autonomy to Southern Thailand (Patani). This declaration was received well by his Thai collegue Abhisit Vejjajiva and was supported by opposition leader General Chavalit Yongchaiyudh- making it a hot discussion topic among politicians, media and the general Thai public.
On 7-9 December Dato 'Seri Najib will be in Patani. Can he convince Abhisit to give autonomy to the people of Southern Thailand?
Original Article In Malay
Summary in English
Read More
090816 PULO and Mujahidin join forces
090816 Gabungan PULO dan Mujahidin Islam Patani
090418 Ihsanoglu urges OIC Member States to accord greater attention to Muslim minority issues
081204 OIC Resolution regarding Patani
Kerajaan Thai Meloby Negara OIC
Patanipost.net.
Today
"21 องค์กร" โวยบัวแก้วปิดพื้นที่ถกโอไอซี – ใต้ป่วนต่อยิง อส. บอมบ์ทหาร
วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2012 เวลา 10:49 น.
21 องค์กรสิทธิและภาคประชาสังคมฮือออกแถลงการณ์โวยบัวแก้วปิดกั้น ไม่เปิดพื้นที่พบปะให้ข้อมูลกับ "ผู้แทนพิเศษโอไอซี" ระบุขัดหลักการมีส่วนร่วม ทำลายความโปร่งใส ป้อนให้แต่ข้อมูลรัฐด้านเดียว ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ยังระอุ ยิง อส.กะพ้อ มอเตอร์ไซค์บอมบ์ชุด รปภ.ครู
องค์กรภาคประชาสังคมและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในส่วนกลางและภาคใต้ รวม 21 องค์กร ออกแถลงการณ์เรื่อง "ความเห็นต่อกระทรวงการต่างประเทศต่อการปฏิเสธการมีส่วนร่วมของนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนต่อการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้" ในห้วงที่คณะผู้แทนพิเศษของเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) เดินทางเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 7-12 พ.ค.ที่ผ่านมา
แถลงการณ์ระบุว่า คณะผู้แทนพิเศษของเลขาธิการโอไอซีได้แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนในการขอพบองค์กรภาคประชาสังคม องค์กรสิทธิมนุษยชน รวมถึงทนายความที่ทำคดีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับทราบสถานการณ์และปัญหาอุปสรรคในการเข้าถึงความยุติธรรม และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในสถานการณ์ความขัดแย้ง เพื่อร่วมหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องมุสลิมในจังหวัดชายแดนใต้
อย่างไรก็ตาม เป็นที่ประจักษ์ชัดว่ากระทรวงการต่างประเทศมิได้เปิดพื้นที่ให้ผู้ทำงานภาคประชาสังคมและนักสิทธิมนุษยชนที่ทำงานในการปกป้องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีโอกาสอย่างเป็นทางการ และมีเวลาอย่างเพียงพอในการร่วมนำเสนอข้อมูล ปัญหาและอุปสรรค รวมถึงผลกระทบที่เกิดกับประชาชนในพื้นที่ที่มีการใช้กฎหมายพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย
อาทิ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และองค์กรภาคประชาสังคมที่มิได้ปฏิบัติงานด้านสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนใต้เข้าพบตัวแทนที่ปรึกษาเลขาธิการโอไอซี ซึ่งได้กล่าวอย่างชัดเจนในที่ประชุมว่า ต้องการรับทราบปัญหาสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ในพื้นที่
ทั้งนี้ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนที่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ล้วนไม่ได้รับเชิญจากทางกระทรวงตั้งแต่ต้น และต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่เอง นอกจากนี้ ในที่ประชุมเดียวกัน ที่ปรึกษาเลขาธิการโอไอซี ได้แจ้งต่อภาคประชาสังคมอย่างชัดเจนว่า จะขอพบปะกับองค์กรภาคประชาสังคมอีกครั้งในวันที่ 12 พ.ค.เวลา 14.00 น. แต่แล้วการพบปะก็ถูกยกเลิกโดยไม่มีการแจ้งสาเหตุที่ชัดเจน
การเดินทางมาเพื่อรับฟังปัญหาของโอไอซีครั้งนี้ จึงเป็นการรับฟังข้อมูลจากภาครัฐหรือผู้ซึ่งทำร่วมกับรัฐฝ่ายเดียว การกระทำดังกล่าวของกระทรวงการต่างประเทศจึงแสดงให้เห็นถึงการปฏิเสธการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาและหาทางออกร่วมกัน อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงการปฏิเสธการนำเสนอความจริงจากภาคประชาชน ซึ่งถือเป็นการขัดต่อสิทธิในการมีส่วนร่วมและเสรีภาพในการนำเสนอความคิดเห็นที่เป็นอิสระ ทำลายระบบความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อกลไกการตรวจสอบอำนาจรัฐจากประชาชน
สำหรับองค์กรที่ร่วมลงนามท้ายแถลงการณ์ ประกอบด้วย มูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ, มูลนิธิศักยภาพชุมชน, สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน, Patani Forum และ 17 องค์กรเครือข่ายประชาสังคมคัดค้าน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งประกอบด้วย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้, มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม, ศูนย์ประสานงานองค์กรนักศึกษาและเยาวชนชายแดนใต้, สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย, องค์การบริหาร องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, องค์การบริหารนักศึกษาภาคปกติมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา, สภานักศึกษา องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
เครือข่ายส่งเสริมสิทธิและเข้าถึงความยุติธรรม, มูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้, ศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมเพื่อประชาธิปไตย, ศูนย์วัฒนธรรมอิสลามเพื่อการพัฒนา, สมาคมเยาวชนเพื่อการพัฒนา, สมาคมสตรีจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อสันติภาพ, สมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย, เครือข่ายผู้ช่วยทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม, เครือข่ายบัณฑิตอาสาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกลุ่มนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ยิง อส.กะพ้อดับ – ผู้ช่วย ผญบ.สายบุรีสังเวยอีกศพ
ด้านสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ้างประปราย โดยเมื่อเวลา 17.40 น.วันพุธที่ 16 พ.ค.2555 คนร้ายจำนวน 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิง นายรอย๊ะ บาฮา อายุ 52 ปี อาสารักษาดินแดน (อส.) อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 72/6 บ้านบาลูกา หมู่ 4 ต.กะรุบี อ.กะพ้อ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลกะพ้อ เหตุเกิดบนทางหลวงหมายเลข 4060 ตะโละดือรามัน–กะพ้อ ท้องที่บ้านบาโง หมู่ 1 ต.กะรุบี ขณะนายรอย๊ะกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน โดยหลังก่อเหตุ คนร้ายได้ชิงปืนเอ็ม 4 ของนายรอย๊ะหลบหนีไปด้วย เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันอังคารที่ 15 พ.ค.เวลา 08.40 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายมะอาดูรัน เจ๊ะหลง อายุ 35 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ บ้านปายอนอก หมู่ 8 ต.กะดุนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี กระสุนถูกบริเวณศีรษะ เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะนายมะอาดูรันนั่งดื่มน้ำชาอยู่ที่ร้านในหมู่บ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร
มอเตอร์ไซค์บอมบ์ทหารพราน รปภ.ครู เจ็บ 3
เวลา 08.55 น.วันเดียวกัน คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด .357ประกบยิง นายสมมาตร เกศโร อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 บ้านโคกดีปรี หมู่ 3 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เสียชีวิต เหตุเกิดขณะนายสมมาตรขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 ท้องที่บ้านโคกจันทร์ หมู่ 2 ต.ตุยง อ.หนองจิก หลังกลับจากส่งภรรยาที่โรงพยาบาลปัตตานี กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ส่วนที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เวลา 16.50 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่ประกอบไว้ในรถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์บอมบ์) ดักสังหารชุดปฏิบัติการทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4115 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ขณะลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยให้กับคณะครูโรงเรียนบ้านวังหิน หมู่ 8 ต.บันนังสตา โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณหลังโรงเรียน
ทั้งนี้ แรงระเบิดทำให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 3 นาย คือ ส.ท.สุรศักดิ์ บุญมั่น อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) ธีรพงษ์ ปานทอง และ อส.ทพ.นิคม ปัญญาธร เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
จ่อยิงพ่อค้าเครื่องมือช่างกลางตลาดนัด
วันจันทร์ที่ 14 พ.ค.เวลา 17.50 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงพ่อค้าขายเครื่องมือช่างเสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดที่ตลาดนัดบ้านปากู หมู่ 5 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี
รายชื่อผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย นายสัมฤทธิ์ ฝ่ายเฟีย อายุ 49 ปี พ่อค้าขายเครื่องมือช่าง เป็นชาว จ.นครพนม เสียชีวิต และ นายศรชัย ลิพล อายุ 15 ปี เป็นชาว จ.สกลนคร ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดขณะทั้งคู่กำลังจัดของเพื่อวางขายในตลาด เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
รัวกระสุนใส่กลุ่มชาวบ้านขณะไปกรีดยางตาย 1 เจ็บ 1
เวลา 02.00 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามยิงชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ขณะเดินทางไปกรีดยางในสวนยางพาราบ้านไอร์กรอส หมู่ 6 ต.จะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส
รายชื่อผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย นายรายาลี มูดี อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/1 บ้านเปี๊ยะ หมู่ 1 ต.ดาโต๊ะ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่ และ นางปาตีเม๊าะ มูดี อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 บ้านยามูเฉลิม หมู่ 4 ต.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ทั้งนี้ เหตุเกิดขณะที่ นายรายาลี พร้อมด้วยนางปาตีเม๊าะ ตลอดจนน้องชายและเครือญาติหลายคนกำลังจับกลุ่มเดินเท้าเข้าไปรับจ้างกรีดยางที่บ้านไอร์กรอส ปรากฏว่าระหว่างทางถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามซุ่มยิงจนนายรายาลีเสียชีวิต และนางปาตีเม๊าะได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนอื่นๆ ปลอดภัย เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร
ยิงรายวัน "ระแงะ-โก-ลก" ดับ 1 สาหัส 1
เวลา 19.15 น.วันจันทร์ที่ 14 พ.ค.คนร้าย 4 คนมีรถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ ขี่ตามประกบยิง นายรูสือลี เจ๊ะโซ๊ะ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 146/1 บ้านกาลิซา หมู่ 2 ต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้รับบบาดเจ็บสาหัส เกิดขณะนายรูสือลีกำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนสายกาลีซา-ลาไม ท้องที่หมู่ 2 ต.กาลิซา อ.ระแงะ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง แต่ให้น้ำหนักไปที่ปมทะเลาะวิวาทและความขัดแย้งส่วนตัว
เวลา 06.30 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นำกำลังเข้าตรวจสอบศพชายไม่ทราบชื่อ บริเวณริมถนนเลี่ยงเมืองสุไหงโก-ลก ปากทางเข้ามัสยิดมาลากัส บ้านน้ำตก หมู่ 5 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้าน
จากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ทราบชื่อผู้ตายคือ นายมะกรี ดือเร๊ะ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124 ถนนประชาวิวัฒน์ ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกขนาด .32 นิ้ว เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ใกล้ๆ ศพพบแกลลอนน้ำมันขนาด 10 ลิตร จำนวน 4 ใบ บรรจุน้ำมันเบนซินเต็มแกลลอน ตกอยู่ด้วย เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว
www.isranews.
จยย.บอมบ์ ทหารพรานเจ็บ 3 นาย ที่ยะลา
15 พฤษภาคม 2555 19:02 น.
ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด ร้อย ทพ.4115 ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย ขณะออกเดินเท้าลาดตระเวนเพื่อทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยคณะครู หลังโรงเรียนเลิก
วันนี้ (15 พ.ค.) เมื่อเวลา 17.40 น. พ.ต.อ.เจริญ ธรรมขันธ์ ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านวังหิน ว่า เกิดเหตุระเบิดที่บ้านวังหิน หมู่ที่ 8 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วย นายเมธี กาญจนพังคะ นายอำเภอบันนังสตา สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองรุดไปสอบสวน
เมื่อไปถึงพบว่า ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนบริเวณด้านหลังโรงเรียน พบซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า และชิ้นส่วนรถกระจัดกระจายเป็นวงกว้าง นอกจากนั้น ยังพบชิ้นส่วนวงจรไฟฟ้า วิทยุสื่อสาร บริเวณที่เกิดเหตุมีเลือดเป็นหย่อมๆ ส่วนผู้บาดเจ็บทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัด ร้อย ทพ.4115 มี 3 นาย คือ อส.ทพ.สุรศักดิ์ บุญมั่น, อส.ทพ.ธีรพงษ์ ปานทอง และ อส.ทพ.นิคม ปัญญาธร ถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกายได้รับบาดเจ็บ เพื่อนๆ นำส่งโรงพยาบาลบันนังสตา
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดดังกล่าว ซึ่งได้ตั้งฐานอยู่ภายในบริเวณ ร.ร.บ้านวังหิน ได้ออกเดินเท้าลาดตระเวนเพื่อทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยคณะครู หลังโรงเรียนเลิก ขณะเดินทางกลับฐานมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้นำรถจักรยานยนต์ซุกระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 5 กก.มาจอดไว้ริมถนน จังหวะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานเดินผ่าน คนร้ายที่เฝ้าสังเกตพฤติกรรมได้กดความถี่วิทยุสื่อสารจุดชนวนให้ระเบิดทำงาน เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนคนร้ายคาดว่า เป็นแนวร่วมอาร์เคเค ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ลงมือก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์
www.manager.
ป่วนงานกาชาดนราฯ-ปัตตานี ปาบึ้มจุดตรวจ-ดักระเบิดชุด รปภ.เจ็บระนาว
วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2012 เวลา 10:10 น.
กลุ่มก่อความไม่สงบปฏิบัติการป่วนงานกาชาด 2 จังหวัด ปาบึ้มจุดตรวจร่วมที่ อ.เมืองนราฯ เจ้าหน้าที่-ชาวบ้านเจ็บ 7 ราย ส่วนที่ปัตตานีดักระเบิด-ยิงซ้ำชุด รปภ.งานกาชาดขณะเคลื่อนพลกลับฐาน เจ็บอีก 17 ราย ซัลโวตำรวจ สภ.ทุ่งยางแดง หวิดสิ้นชื่อ อุกอาจซุ่มถล่มโรงพักกะพ้อ โชคดีไร้เจ็บ
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง โดยล่าสุดเมื่อเวลา 00.45 น.วันจันทร์ที่ 14 พ.ค.2555 (คืนวันอาทิตย์ที่ 13 ต่อเนื่องวันจันทร์ที่ 14) มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุสงครามยิงถล่ม ส.ต.ท.แวฮาซัน เส็นและ อายุ 28 ปี ผู้บังคับหมู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (ผบ.หมู่ นปพ.) สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 3 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง ขณะขับรถกระบะส่วนตัวยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ผก 4013 สงขลา ออกจากบ้านเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพัก เหตุเกิดบริเวณสามแยกบ้านข่าลิง หมู่ 1 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง กระสุนเจาะเข้าบริเวณท้องและเฉี่ยวศีรษะ ทำให้ ส.ต.ท.แวฮาซัน ได้รับบาดเจ็บ
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบ และช่วยกันนำ ส.ต.ท.แวฮาซัน ส่งโรงพยาบาลทุ่งยางแดง แต่แพทย์เห็นว่าอาการสาหัส จึงส่งไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง
ดักบึ้ม-ยิงซ้ำชุด รปภ.งานกาชาดปัตตานี เจ็บ 17 ราย
ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 00.10 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดและยิงซ้ำชุดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยงาน กาชาด (ชป.รปภ.งานกาชาด) สังกัดกรมทหารพรานที่ 43 ขณะโดยสารรถบรรทุกหกล้อ รถกระบะ และรถยนต์เก๋ง เดินทางกลับค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เหตุเกิดสามบริเวณแยกดอนรัก บ้านดอนรัก หมู่ 3 ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี แรงระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 17 ราย ประกอบด้วย
1) อาสาสมัครทหารพรานหญิง (อส.ทพ.หญิง) นริศรา คำแหง อายุ 24 ปี
2) อส.ทพ.หญิง จันทร์สุดา ขวัญดา อายุ 29 ปี
3) อส.ทพ.สมคิด อุทุมพร อายุ 48 ปี
4) อส.ทพ.หญิง อัมธิกา พรหมชัย อายุ 25 ปี
5) อส.ทพ.หญิง นารีรัตน์ คงบุญ อายุ 21 ปี
6) อส.ทพ.หญิง มนัสวี แสงทอง อายุ 22 ปี
7) ส.ต.ประพันธ์ แป้นประดิษฐ์ อายุ 32 ปี
8) อส.ทพ.หญิง กัญญารัตน์ โรจน์ณรงค์ อายุ 20 ปี
9) อส.ทพ.หญิง นิภาพร ชุมทอง อายุ 23 ปี
10) อส.ทพ.หญิง หฤทัย จันทร์มา อายุ 27 ปี
11) อส.ทพ.หญิง อรสา มณีพรหม อายุ 24 ปี
12) อส.ทพ.ยมนา หาสะแม อายุ 28 ปี
13) อส.ทพ.เทียนชัย แก้วขาว อายุ 26 ปี
14) อส.ทพ.สถิตย์ ชัยเพ็ชร อายุ 45 ปี
15) อส.ทพ.อานนท์ ชุมวัน อายุ 29 ปี
16) นายวันชาลีฟ อาลี อายุ 26 ปี
17) นายเจ๊ะอุเซ็ง เจ๊ะโซ๊ะ อายุ 29 ปี เป็น อส.ประจำ อ.เมืองปัตตานี
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบ และสอบสวนจนทราบว่า ขณะที่ชุดปฏิบัติการ รปภ.งานกาชาด สังกัดกรมทหารพรานที่ 43 เสร็จภารกิจจากงานกาชาดที่ อ.เมืองปัตตานี ก็ได้เดินทางกลับที่ตั้งหน่วยในค่ายอิงคยุทธบริหาร โดยใช้รถบรรทุกหกล้อ 1 คัน รถกระบะ 1 คัน และรถยนต์เก๋ง 1 คันเป็นพาหนะ เมื่อขบวนรถแล่นถึงสามแยกดอนรัก อ.เมืองปัตตานี ได้มีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสแมช สีดำ หมายเลขทะเบียน กวล 109 ปัตตานี ขี่ตัดหน้ารถบรรทุกหกล้อ ให้ต้องชะลอความเร็ว จังหวะนั้นคนร้ายที่ซุ่มอยู่บริเวณป่าข้างทาง ซึ่งเป็นโชว์รูมขายรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ ได้จุดชนวนระเบิดที่นำไปแขวนไว้บริเวณป้ายสัญลักษณ์จราจร (ป้ายหยุด) พร้อมทั้งใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ขบวนรถ ก่อนจะหลบหนีไป ทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บดังกล่าว และมีประชาชนถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายด้วย (นายวันชาลีฟ) เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ปาบึ้มจุดตรวจนราฯเจ็บ 7 ราย หวังป่วนงานกาชาด
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ค.เวลา 21.35 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้ระเบิดชนิดขว้าง ขว้างเข้าใส่จุดตรวจร่วม 3 ฝ่าย บริเวณแยกหอนาฬิกา ถนนวิจิตรไชยบูลย์ ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย ประกอบด้วย
1) ส.ต.ท.วิชิต โตเทศ อายุ 29 ปี
2) อาสารักษาดินแดน (อส.) บือราฮาน มะยีแก อายุ 23 ปี
3) นายอับดุลเลาะ ยูนุ อายุ 27 ปี
4) น.ส.ศรีสด สีมมาวงชัย อายุ 22 ปี
5) ด.ญ.ฟารีด้า มูซอ อายุ 12 ปี
6) น.ส.พัชรีดา อาลีอิสเฮาะ อายุ 23 ปี
7) นางยามีเลาะ โต๊ะมา อายุ 53 ปี
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบ และเร่งลำเลียงคนเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยผู้บาดเจ็บเกือบทั้งหมดอาการไม่สาหัส แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ ยกเว้น ด.ญ.ฟารีด้า น.ส.พัชรีดา และนางยามีเลาะ ที่แพทย์ให้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลก่อน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบที่ต้องการสร้างความปั่นป่วน เพราะช่วงที่กำลังมีการจัดงานกาชาดที่ จ.นราธิวาส
ยิงถล่มชุด รปภ.โรงพักกะพ้อไร้เจ็บ
วันเสาร์ที่ 12 พ.ค.เวลา 05.48 น.คนร้ายจำนวน 2 คน ซุ่มอยู่ในป่าใกล้ที่ว่าการอำเภอกะพ้อ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ใช้อาวุธปืนสงครามคาดว่าเป็นเอ็ม 16 ยิงใส่ชุด รปภ.สภ.กะพ้อ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณด้านหน้า สภ.กะพ้อ ตั้งอยู่ที่บ้านเจาะกะพ้อ หมู่ 2 ต.กะรุบี อ.กะพ้อ โดยคนร้ายยิงเป็นชุดต่อเนื่องหลายสิบนัด โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบเช่นกัน
เวลา 11.00 น.วันเดียวกัน คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายเปาซี แคและ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/1 บ้านจาแปบะ หมู่ 3 ต.ตันหยงดาลอ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นบ้านของภรรยาและเปิดเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว โดยขณะเกิดเหตุ นายเปาซีนั่งอยู่หน้าร้าน ทำให้ถูกกระสุนปืนของคนร้ายเข้าที่แขน ได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุคนร้ายได้เร่งเครื่องรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางบ้านม่วงหวาน อ.มายอ จ.ปัตตานี เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว โดยนายเปาซีเคยถูกยิงมาแล้ว 2 ครั้งในท้องที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิม
วันศุกร์ที่ 11 พ.ค.เวลา 17.30 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายพิเชษฐ์ เกศามา อายุ 46 ปี อาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส อยู่บ้านเลขที่ 257 บ้านดุซงญอ หมู่ 1 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ เหตุเกิดบนถนนสายชนบท บริเวณสามแยกโรงเรียนสวนพระยาวิทยา ขณะ อส.พิเชษฐ์ กำลังปั่นจักรยานมุ่งหน้าไปโรงเรียนสวนพระยาวิทยาเพื่อออกกำลังกาย โชคดีได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะแนะ ได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบ และได้สอบปากคำ อส.พิเชษฐ์ เจ้าตัวให้การยืนยันว่าจำใบหน้าคนที่ก่อเหตุยิงได้แน่นอน เป็นเยาวชนในพื้นที่หมู่ 3 ต.ดุซงญอ นั่นเอง เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นเหตุขัดแย้งส่วนตัว
www.isranews.
OIC ประณามความรุนแรง จชต.แนะไทยแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี
11 พฤษภาคม 2555 11:37 น.
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - OIC ประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบในจังหวัดชายแดนใต้ ย้ำชัดผิดกฎบัตร OIC และหลักศาสนาอิสลาม แนะไทยแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจา มั่นใจสันติภาพต้องกลับมายังพื้นที่ชายแดนใต้ในไม่ช้า
เมื่อวานนี้ (10 พ.ค.) นายอัล มัสรี่ (Mr.Sayed Kassem EI-Masry) ที่ปรึกษาและผู้แทนพิเศษ เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC พร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา เพื่อรับฟังการดำเนินงานของคณะกรรมการอิสลามจังหวัดสงขลา ตลอดถึงสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ โดยมีคณะกรรมการอิสลามจังหวัดสงขลาให้การต้อนรับ
นายอัล มัสรี่ กล่าวกับคณะกรรมการอิสลามจังหวัดสงขลา ว่า องค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC เป็นองค์กรระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศอิสลามที่ใหญ่ที่สุด มีสมาชิกทั่วโลก 57 ประเทศ มีบทบาทสำคัญในการดูแลมุสลิมทั่วโลก ทั้งที่เป็นประเทศสมาชิกและไม่เป็นสมาชิก มาเยือนครั้งนี้ในฐานะแขกของกระทรวงต่างประเทศ มาดูวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องมุสลิม และมาดูเรื่องการจัดการศึกษาให้แก่ลูกหลานมุสลิม รู้สึกชื่นชมในความโอ่อ่าสง่างามของมัสยิดกลางจังหวัดสงขลา และรู้สึกดีใจที่ได้ทราบว่าคณะกรรมการอิสลามจังหวัดสงขลาได้ปฏิบัติหน้าที่กันด้วยความเข้มแข็ง พี่น้องมุสลิมในพื้นที่จังหวัดอยู่กันอย่างสันติปราศจากการขัดแย้งกัน
ขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องมุสลิมอย่างเท่าเทียม สำหรับปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นปัญหาจากศาสนา เพราะศาสนาอิสลามเป็นศาสนาแห่งสันติ OIC ขอประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบในจังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะการทำร้ายพี่น้องมุสลิม และผู้นับถือศาสนาอื่นที่บริสุทธิ์ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎบัตร OIC และหลักศาสนาอิสลาม
ขอชื่นชมรัฐบาลไทยที่เข้าใจปัญหา และได้ดำเนินการแก้ไขในหลากหลายมิติมากขึ้น และมีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาอย่างตรงจุด OIC ยังมั่นใจในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจา เชื่อว่าสันติภาพต้องกลับมายังพื้นที่ชายแดนใต้ในไม่ช้า
ในโอกาสเดียวกันนี้ คณะกรรมการอิสลามจังหวัดสงขลาได้เสนอให้ OIC สนับสนุนการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเอกชนอิสลามในพื้นที่จังหวัดสงขลา ที่ต้องการจะเปิดสอนในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ลูกหลานมุสลิมจากจังหวัดภาคใต้ ได้มีสถาบันการศึกษาที่เป็นทางเลือกในการก้าวทันโลก ซึ่งทาง OIC รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา แต่ขอให้คณะกรรมการอิสลามจังหวัดสงขลา ได้เตรียมการด้านเอกสารให้พร้อมในทุกด้านและเสนอกระทรวงศึกษาธิการรับรองตามขั้นตอนก่อนเสนอให้ OIC พิจารณาต่อไป
ด้าน ดร.วิสุทธิ์ บิลลาเต๊ะ ผอ.ศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรี ประจำภาคใต้ และหัวหน้าฝ่ายวิชาการและการต่างประเทศ คณะกรรมการอิสลามจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การเดินทางมาลงพื้นที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดชายแดนใต้ ขององค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC ในครั้งนี้ นับว่าเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อไทย ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ เพราะจะเป็นโอกาสให้เราได้บอกเล่าข้อเท็จจริง และแสดงออกถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา มั่นใจว่าจะเป็นผลดีกับประเทศไทยแน่นอน
www.manager.
โอไอซีจี้เลิก พ.ร.ก. ประณามผู้ก่อเหตุร้าย ไม่แทรกแซงไทย ไม่หนุนแยกดินแดน
วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2012 เวลา 08:31 น.
ผู้แทนพิเศษโอไอซีเริ่มภารกิจในเมืองไทยแล้ว จับเข่าคุย "รมต.ต่างประเทศ-เลขาฯสมช." ถามความคืบหน้าเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากนั้นลงพื้นที่ชายแดนใต้ ถกเลขาฯ ศอ.บต. ผู้ว่าฯและผู้นำศาสนา 5 จังหวัด ยืนกรานไม่แทรกแซงไทย ไม่หนุนแยกดินแดน แต่แนะเร่งคดีความมั่นคง พร้อมใช้มิติทางวัฒนธรรมแก้ปัญหา ย้ำ "เยียวยา" ไม่ใช่กลไกสำคัญในการยุติความขัดแย้ง แต่ต้องใช้กระบวนการยุติธรรมแบบเสมอภาค ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ยังมีป่วนประปราย คนร้ายบุกโจมตีชุด รปภ.ชุมชนไทยพุทธที่รือเสาะ ปะทะเดือดวิสามัญฯอีก 2 ศพ
การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้วันแรกของ นายซาเยด คาสเซม เอล-มาสรี (H.E.Mr.Sayed Kassem El-Masry) ที่ปรึกษาและผู้แทนพิเศษของเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) พร้อมคณะ เมื่อวันพุธที่ 9 พ.ค.2555 ได้มีการพบปะหารือกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และบุคคลสำคัญอีกหลายราย รวมทั้งร่วมกิจกรรมหลากหลายในพื้นที่
ที่ห้องประชุม ศอ.บต. คณะของ นายซาเยด คาสเซม ได้ประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.ทวี สมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สปต.) ประธานคณะกรรมการอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัด ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน ภาค 4 สน.) และผู้แทนจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่และทิศทางการแก้ไขปัญหา
ทั้งนี้ ก่อนเข้าประชุม นายซาเยด คาสเซม ยังได้พบและพูดคุยกับบัณฑิตอาสาประมาณ 200 คนที่มารอต้อนรับด้วย
นายซาเยด คาสเซม กล่าวตอนหนึ่งว่า การเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 แล้ว แต่เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นครั้งที่ 2 ได้มีโอกาสเข้าพบบุคคลระดับสูงในรัฐบาล ทำให้มีความประทับใจในการพัฒนาการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นไปในทางบวก รู้สึกประทับใจที่รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องการศึกษา เริ่มให้ความสำคัญกับภาษาถิ่น (มลายู) ในสถาบันการศึกษาของรัฐ รวมทั้งเป็นสิ่งที่ดีที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในเรื่องการพูดคุยกับทุกฝ่าย ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู้ความเข้าใจในอนาคต
"ปัญหาภาคใต้ไม่ได้เป็นปัญหาทางศาสนา ปัญหาที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องปกติในประเทศที่มีชนกลุ่มน้อยทั่วๆ ไปในโลกนี้ เพราะฉะนั้นแนวทางการแก้ปัญหาคือการใช้แนวทางสันติวิธีสร้างความเข้าใจและให้เกียรติ ยอมรับซึ่งกันและกัน ถือเป็นแนวทางที่จะนำไปสู่สันติภาพที่แท้จริงได้ ทราบว่าในอนาคตรัฐบาลจะยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) และจะกลับมาใช้กฎหมายปกติ ก็รู้สึกดีใจ เพราะทราบดีว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีส่วนที่ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางโอไอซีเป็นห่วง"
ไม่แทรกแซงไทย-ไม่หนุนแยกดินแดน-ประณามพวกก่อเหตุร้าย
นายซาเยด คาสเซม กล่าวอีกว่า เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น โอไอซีได้ให้ความสนใจเพื่อศึกษาและแสวงหาแนวทางสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับโอไอซ กระทั่งปี 2550 เลขาธิการโอไอซี (นายเอกเมเลดดิน อิซาโนกลู ; Ekmeleddin Ihsanoglu) กับรัฐบาลไทย ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมกัน ซึ่งถือว่าเป็นการร่วมมือบนพื้นฐานของการให้เกียรติ เพราะโอไอซีไม่ได้เข้าแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย แต่ให้ความสนใจกับปัญหาของประเทศไทยอย่างมาก ไม่เฉพาะแต่คนมุสลิมเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญทั้งหมดกับคนทุกศาสนา
จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โอไอซีขอประณามผู้ที่ก่อเหตุรุนแรงทุกระดับ การฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ไม่ว่าจะเป็นมุสลิมหรือไทยพุทธ คัมภีร์อัลกรุอานบอกไว้ว่า การฆ่าหนึ่งชีวิตเหมือนกับฆ่าคนทั้งโลก อยากให้ทางรัฐบาลใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหานี้ และโอไอซีไม่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนออกจากประเทศไทย
เผยโอไอซีห่วงปมสิทธิมนุษยชน-คดีความมั่นคง
ภายหลังการประชุม พ.ต.อ.ทวี พร้อมด้วย นายนิสิต ระเบียบธรรม อธิบดีอัยการภาค 9 ได้ร่วมกันแถลงข่าวว่า นายซาเยด คาสเซม และคณะ ได้รับทราบแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลไทยต่อกรณีปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมองว่าประเด็นความขัดแย้งในพื้นที่ส่วนหนึ่งเกิดจากเรื่องอัตลักษณ์และ ชาติพันธุ์ โดยได้มีการให้ข้อเสนอแนะเรื่องการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาในพื้นที่ ให้มีการใช้วัฒนธรรมมลายูท้องถิ่น ใช้ภาษามลายูกลางมาผสมผสาน รวมทั้งการปฏิบัติของหน่วยงานรัฐต้องยึดหลักสิทธิมนุษยชน
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สิ่งที่ต้องคิดต่อไปคือเรื่องการส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ ทำอย่างไรที่จะให้โอไอซีเป็นหน่วยงานกลางในการเชื่อมเศรษฐกิจกับกลุ่มประเทศมุสลิม ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว
"คณะผู้แทนโอไอซีได้ชื่นชมยุทธศาสตร์การทำงานของรัฐบาลทุกรัฐบาลในด้านการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนงานด้านกระบวนการยุติธรรมและคดีความมั่นคงที่อยู่ในชั้นศาลนั้น มีจำนวนคดีที่รอการพิจารณาน้อยอยู่ และมีขั้นตอนในการพิจารณาที่ล่าช้าเกินไป" พ.ต.อ.ทวี กล่าวถึงข้อสังเกตของคณะผู้แทนจากโอไอซี
นายนิสิต ระเบียบธรรม อธิบดีอัยการภาค 9 กล่าวว่า การจัดการคดีความมั่นคงให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายนั้น จะต้องปรับกระบวนพิจารณาใหม่เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและเป็นธรรม โดยทางสำนักงานอัยการภาค 9 ได้ชี้แจงต่อที่ประชุม เกี่ยวกับการจัดตั้งรูปแบบการพิจารณาเฉพาะทางเกี่ยวกับคดีความมั่นคง เพื่อให้กระบวนพิจารณาคดีรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยยังคงความเป็นธรรมไว้เช่นเดิม และเป็นการดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญ
เครือข่ายนักศึกษาร้องตั้งคณะกรรมการผลักดันสันติภาพ
ด้านผู้แทนจากเครือข่ายเยาวชนนักศึกษาและประชาสังคมเพื่อสันติภาพปาตานี พร้อมด้วยเครือข่ายนักศึกษาจังหวัดชายภาคใต้ และสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดยะลา จำนวนประมาณ 20 คน ได้ไปยื่นจดหมายเปิดผนึกให้กับคณะผู้แทนโอไอซี ที่บริเวณหน้าอาคารอเนกประสงค์ ศอ.บต.
นายกริยา มูซอ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนนักศึกษาและประชาสังคมเพื่อสันติภาพปาตานี กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้โอไอซีตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจผลักดันสันติภาพปาตานีอย่างเป็นทางการ เพราะตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา มีประชาชนเสียชีวิตไปเกือบ 5,000 คนแล้ว ตลอดมาประชาชนต่างเฝ้ารอคอยการแก้ปัญหาด้วยความหวัง และคิดว่าโอไอซีจะมีส่วนผลักดันสันติภาพให้เกิดขึ้น
นอกจากนั้นยังอยากเรียกร้องให้โอไอซีรับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยเปิดโอกาสให้องค์กรเยาวชน องค์กรนักศึกษา และองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่ได้ร่วมกันเสนอข้อมูลและความเห็นต่างๆ ในเวทีแลกเปลี่ยนที่จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ
"หากมีคณะกรรมการเฉพาะกิจผลักดันให้เกิดสันติภาพขึ้น น่าจะเป็นมิติใหม่ และน่าลองทำดู เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบยังหากุญแจที่จะแก้ปัญหาไม่พบ หากมีคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาก็คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนในพื้นที่มากกว่า โดยโอไอซีต้องเป็นฝ่ายตั้งเอง เนื่องจากคณะกรรมการหรือองค์กรที่ตั้งขึ้นโดยรัฐไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้" นายกริยา ระบุ
"เยียวยา"ไม่ใช่กลไกสำคัญในการแก้ปัญหา
หลังเสร็จภารกิจที่ จ.ยะลา นายซาเยด คาสเซม พร้อมคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมมัสยิดตะโละมาเนาะ หรือมัสยิดวาดีลอัลฮูเซ็น ตั้งอยู่เชิงเขาบูโด หมู่ 1 ต.ลูโบะสาวอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส หรือที่รู้จักกันในนาม "มัสยิด 300 ปี" พร้อมพูดคุยกับผู้นำศาสนาและประชาชนที่มารอต้อนรับ
จากนั้น คณะของที่ปรึกษาและผู้แทนพิเศษเลขาธิการโอไอซี ได้เดินทางต่อไปยัง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อพบปะกับกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ โดย นายซาเยด คาสเซม กล่าวตอนหนึ่งว่า การเยียวยาแม้จะเป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่กลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหา สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ชุมชนเข้มแข็ง และทำให้ทุกคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยที่รัฐต้องไม่แสดงท่าทีปกป้องกรณีที่ความรุนแรงนั้นเกิดจากฝ่ายรัฐเอง
ป่วนปัตตานี-ยะลา "โปรยตะปูเรือใบ-บึ้มทหาร"
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดวันที่ 9 พ.ค. มีเหตุรุนแรงและความไม่สงบเกิดขึ้นบ้างประปราย โดยเมื่ออเวลา 11.30 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนโปรยตะปูเรือใบบนถนนสายบ้านสุเหร่า–บ้านคอกกระบือ ท้องที่บ้านโต๊ะชา หมู่ 4 ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี และทิ้งใบปลิวมีเนื้อหาสั่งฆ่าผู้บริสุทธิ์จำนวน 15 แผ่น
ต่อจากนั้น เวลา 17.25 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลา 16 ขณะเดินทางกลับจากร่วมสัมมนาที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีรถกระบะ 2 คันเป็นพาหนะ โดยคนร้ายได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัมที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊ส วางไว้ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 (ยะลา–เบตง) ที่บ้านบูโล๊ะสะนิแย หมู่ ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
เวลา 19.00 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายณัฐกานต์ สาและ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/1 หมู่ 5 ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขณะนายณัฐกานต์ขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในท้องที่บ้านนาประดู่ หมู่ 1 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ เพื่อไปตลาดนาประดู่ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง
ปะทะเดือดที่รือเสาะ ทหารเจ็บ 1 ผู้ต้องสงสัยดับ 2
เวลา 19.25 น.คนร้ายจำนวน 6-8 คนใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มชุดรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ชุมชนไทยพุทธ สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 15124 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ทำให้ จ.ส.อ.สมัย งามศิริ อายุ 31 ปี ได้รับบาดเจ็บ และมีผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตจากการยิงตอบโต้ของเจ้าหน้าที่ 2 ราย
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบและสอบสวนจนทราบว่า ชุด รปภ.ชุมชนไทยพุทธมีกำลังพล 8 นาย ก่อนเกิดเหตุกำลังทำหน้าที่อยู่ที่บ้านเปาะรามะ (บ้านย่อยบ้านปลายนา) หมู่ 2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส จากนั้นมีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงโจมตี ทำให้เจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้ ก่อนที่คนร้ายจะอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป
หลังสิ้นเสียงปืน พบ จ.ส.อ.สมัย ได้รับบาดเจ็บ ถูกยิงบริเวณขาหนีบ จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา นอกจากนั้นยังพบผู้เสียชีวิต 2 ราย พร้อมอาวุธปืนอูซี่ ซึ่งเป็นปืนที่ถูกปล้นไปจากฐานพระองค์ดำ กองร้อยทหารราบที่ 15121, ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 ซอง, ระเบิดขว้าง 1 ลูก รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นดรีม สีเขียว หมายเลขทะเบียน กวค 509 นราธิวาส โดยคาดว่าเป็นรถของผู้ต้องสงสัยที่เสียชีวิต ซึ่งจอดทิ้งไว้ใกล้กับร้านรับซื้อน้ำยางพารา
ต่อมาสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้เสียชีวิตได้ดังนี้
1.นายมูฮัมมัดนอร์ กามาสะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 7 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ลักษณะผมสั้นเกรียน สวมเสื้อคอกลมสีดำ กางเกงวอร์มสีดำ และสวมรองเท้ายาง โดยสะพายอาวุธปืนอูซี่เอาไว้ด้วย
2.นายมูบาเระ วาแดบือแง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 1 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส แต่งกายคล้ายกับศพแรก ในตัวพบซองกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 ซอง
"โอไอซี"ถามความคืบหน้าเลิก พ.ร.ก.ใต้
สำหรับภารกิจเมื่อวันอังคารที่ 8 พ.ค.ของ นายซาเยด คาสเซม เอล มาสรี ที่ปรึกษาและผู้แทนพิเศษของเลขาธิการโอไอซี และคณะ ได้เข้าพบและหารือกับ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่กระทรวงการต่างประเทศ
โดย นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ได้เชิญคณะผู้แทนระดับสูงของโอไอซีเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้คณะผู้แทนโอไอซีได้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นของการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้ชี้แจงถึงนโยบายของรัฐบาลว่าได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหา โดยยึดแนวยุทธศาสตร์พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"
ขณะเดียวกันรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณราว 70 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุต่างๆ ในภาคใต้ ขณะที่ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการโอไอซี ก็เข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องศาสนา และประณามผู้ที่ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ด้วย โดยเฉพาะเหตุระเบิดเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา (คาร์บอมบ์ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ อ.เมือง จ.ยะลา)
"การเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนหลังจากที่ได้มาเยือนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งพัฒนาการด้านต่างๆ ก็ดีขึ้น จำนวนเหตุการณ์รุนแรงก็ลดน้อยลง คิดว่าการเยือนไทยของคณะโอไอซีน่าจะเป็นประโยชน์และพูดถึงประเทศไทยในเวทีการประชุมในทิศทางที่ดีขึ้น" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้แทนพิเศษโอไอซีให้ความสนใจเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องการยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งได้ชี้แจงไปว่าได้ทะยอยยกเลิกในบางพื้นที่แล้ว เพื่อกลับมาใช้กฎหมายความมั่นคงตามปกติ ส่วนจะยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งหมดได้เมื่อใดนั้น ต้องขึ้นกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลพยายามดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามว่า ผู้แทนพิเศษโอไอซีสอบถามเรื่องการละเมิดสิทธิคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึง แต่ได้ชี้แจงภาพรวมถึงสิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาว่าทำอะไรบ้าง ขณะที่กรณีกรือเซะก็ไม่ได้สอบถามถึงเช่นกัน
ถกเลขาฯสมช.เห็นพ้องปมขัดแย้งไม่ใช่เรื่องศาสนา
วันเดียวกัน นายซาเยด คาสเซม เอล มาสรี ยังได้นำเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโอไอซี เข้าพบและหารือกับ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่อาคารสภาความมั่นคงแห่งชาติ ภายในทำเนียบรัฐบาลด้วย
ภายหลังการหารือ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า โอไอซีมีหน้าที่ติดตามดูแลความเป็นอยู่ของชาวมุสลิมทั่วโลก การเยือนไทยครั้งนี้ก็เพื่อติดตามดูความเป็นอยู่ของชาวมุสลิมในประเทศไทย โดยเฉพาะสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการหารือก็ได้ชี้แจงถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ปี 2555-2557 ว่าเป็นนโยบายที่ถูกต้อง ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน มีการทำประชามติร่วมกับชาวมุสลิมของประเทศปากีสถานและมาเลเซียด้วย ที่สำคัญนโยบายนี้ได้ผ่าน สมช. ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐสภา โดยคณะผู้แทนพิเศษโอไอซีได้ชื่นชมนโยบายฉบับนี้ด้วยเช่นกัน
นอกจากนั้่น ยังได้ชี้แจงถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยจะมีการประชุมเชิงปฏิบัติการในวันที่ 11 พ.ค.นี้ที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมให้ข้อมูลถึงการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของนายกรัฐมนตรีด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการพูดคุยถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่หรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ทางโอไอซีได้ทราบถึงสถานการณ์อยู่แล้ว ส่วนมากจะถามถึงเรื่องการดำเนินนโยบายในการแก้ปัญหา และอยากเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นโดยเร็ว ซึ่งโอไอซีเองก็พร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
"การหารือในครั้งนี้เห็นตรงกันคือ ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เรื่องทางศาสนา แต่เป็นความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมที่แตกต่าง ซึ่งสะสมมานานโดยไม่ได้รับการแก้ไขในทางที่ถูกต้อง" เลขาฯสมช.กล่าว
บึ้มโรงเรียนบาเจาะ-ทหารเจ็บเล็กน้อย 3 นาย
เวลา 14.50 น.วันอังคารที่ 8 พ.ค.เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 32 (นาวิกโยธิน กองทัพเรือ) ชุดรักษาความปลอดภัยโรงเรียน (รปภ.โรงเรียน) โดยจุดที่เกิดระเบิดอยู่ใกล้กับป้ายโรงเรียนบ้านบือเระ หมู่ 7 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารกำลังนั่งพักผ่อนบริเวณม้าหินอ่อน แรงระเบิดทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 นาย
เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายพยายามนำระเบิดเข้าไปก่อเหตุป่วนภายในงานกาชาดจังหวัดนราธิวาส แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่วางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา จึงเบนเป้าไปวางในพื้นที่รอบนอกแทน
โปรยเรือใบลวง จนท.ก่อนดักบึ้มซ้ำเจ็บ 2
ด้านสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ ย้อนหลังกลับไปถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นประปราย โดยเมื่อเวลา 19.30 น. วันจันทร์ที่ 7 พ.ค.2555 คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ได้โปรยตะปูเรือใบพร้อมจุดไฟเผายางรถจักรยานยนต์บนเส้นทางลัดสายยะลา-ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา
ต่อมา นายยงยศยิ่ง สีหะสุทธิ์ ปลัดป้องกัน อ.เมืองยะลา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) เข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยใช้รถกระบะเป็นพาหนะ และได้ถูกคนร้ายอีกชุดหนึ่งดักจุดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ใต้ผิวถนนจนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้รถได้รับความเสียหาย และนายยงยศยิ่ง กับ อส.ศิริพงษ์ วุ่นหวาน ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณบ้านท่าวัง หมู่ 4 ต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ตระเวนพังกล้องวงจรปิดอีก 24 ตัวที่ยะรัง
ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลาประมาณ 01.50 น. วันเสาร์ที่ 5 พ.ค. คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้โจรกรรมและทำลายกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ที่ติดตั้งบนเสาไฟฟ้าและเสาไฟส่องสว่างริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 ท้องที่บ้านประจัน หมู่ 2 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี และบ้านพงสะตา หมู่ 5 ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทำให้กล้องได้รับความเสียหายรวม 24 ตัว
ทั้งนี้ ขณะที่คนร้ายกำลังปฏิบัติการ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะรัง และตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) กำลังออกตรวจพื้นที่พอดี และประสบเหตุ จึงติดตามจับกุมคนร้าย แต่คนร้ายได้อาศัยความชำนาญพื้นที่ แยกย้ายกันหลบหนีไปได้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
อนึ่ง การเผาทำลายกล้องวงจรปิด หรือ ซีซีทีวี ในพื้นที่ จ.ปัตตานี นั้น เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว เริ่มจากเมื่อวันที่ 19 ส.ค.2554 คนร้ายออกตระเวนทำลายกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในพื้นที่ อ.สายบุรี ทำให้กล้องเสียหาย 29 ตัว จากนั้นวันที่ 5 ก.ย.คนร้ายไม่ทราบจำนวนออกปฏิบัติการก่อกวนทำลายกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบริเวณริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 ท้องที่บ้านต้นมะขาม หมู่ 4 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง ทำให้กล้องได้รับความเสียหาย 48 ตัว
ต่อมาวันที่ 28 ก.ย.คนร้ายไม่ทราบจำนวนตระเวนลอบวางเพลิงกล้องโทรทัศน์วงจรปิดซึ่งติดตั้งอยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 (ปัตตานี-นราธิวาส) ท้องที่บ้านปูโป๊ะ หมู่ 9 ต.ตะลุโบะ อ.เมือง จ.ปัตตานี ทำให้กล้องเสียหายอีก 29 ตัว วันพุธที่ 7 ธ.ค.คนร้ายลอบเผากล้องโทรทัศน์วงจรปิด 16 ตัว ในท้องที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี
ข้ามมาปีนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ 17 ก.พ.2555 คนร้ายกระจายกำลังกันเผาทำลายกล้องวงจรปิดอีก 16 ตัว ในพื้นที่ 3 ตำบลของ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี และล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 5 พ.ค.ที่ อ.ยะรัง อีก 24 ตัว รวม 6 ครั้งมีกล้องถูกเผาทำลายไปแล้วรวม 162 ตัว
นอกจากนั้นที่ จ.ยะลา ก็เพิ่งถูกคนร้ายตระเวนเผากล้องโทรทัศน์วงจรปิดในท้องที่ อ.รามัน และ อ.เมือง รวม 25 จุด ทำให้กล้องได้รับความเสียหาย 42 ตัว เมื่อเช้ามืดวันจันทร์ที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมานี้เอง
ยิงรายวันดับ 1 เจ็บ 1
วันศุกร์ที่ 4 พ.ค.เวลา 11.30 น.คนร้าย 4 คนมีรถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด 11มม.ประกบยิง นายมาหาหมัดกอเซ็ง ดือราแม อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/3 บ้านแลแวะ หมู่ 2 ต.ตะโละแมะนา อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี กระสุนถูกบริเวณแก้มขวา ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบนทางหลวงหมายเลข 4071 บ้านแลแวะ หมู่ 2 ต.ตะโละแมะนา ขณะที่นายมาหาหมัดกอเซ็ง กำลังขี่รถกลับบ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง
ส่วนที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เวลา 19.50 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายสุพียัน บินสะนิ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124 บ้านกาโสด หมู่ 5 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะนายสุพียัน ขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในท้องที่บ้านบือซู หมู่ 6 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา มุ่งหน้ากลับบ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร
www.isranews.
ปะทะเดือดที่นราฯ คนร้ายดับ 2 ทหารสาหัส 1
9 พฤษภาคม 2555 23:41 น.
นราธิวาส - ปะทะเดือดนานกว่า 15 นาทีที่ อ.รือเสาะ หลังทหารได้กลิ่นคนร้ายเตรียมถล่มฐานปฏิบัติการ ร้อย ร.15124 สิ้นเสียงปืนพบศพคนร้าย 2 ส่วนทหารเจ็บสาหัส 1
เมื่อเวลา 19.20 น. วันนี้ (9 พ.ค.) ร.ต.อ.ศรีธนน สำลี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่ฐานปฏิบัติการร้อย ร.15124 ฉก.นราธิวาส 30 บนถนนสายเปาะลามะ - รือเสาะ หมู่ 4ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สส.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.ดุลยามาน แยนา ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ท.สถิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รองหน.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดนปพ.ภ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบศพคนร้ายนอนจมกองเลือดอยู่บนถนนเยื้องฐานปฏิบัติการ ร้อย ร.15124 จำนวน 1 ศพ ในสภาพถูกยิงพรุนไปทั้งร่าง โดยมีอาวุธปืนสงครามอูซี่ จำนวน 1 กระบอก และที่บริเวณฝั่งตรงข้ามห่างจากศพแรกประมาณ 1 เมตร พบศพคนร้ายถูกยิงเสียชีวิตอยู่ข้างเสาไฟฟ้าริมถนนอีก 1 ศพ สภาพถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่พรุนไปทั้งร่างเช่นกัน และข้างศพพบแม็กกาซีนอาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 จำนวน 1 แม็ก ตกอยู่ข้างศพ และในพงหญ้ารกทึบริมทาง พบปลอกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่และคนร้ายตกอยู่จำนวนกว่า 100 ปลอก จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย เพื่อนเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลรือเสาะไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ จ.ส.อ.สมัย นามศิริ อายุ 31 ปี ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณลำตัวอาการสาหัส ต่อมาถูกนำตัวส่งไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา โดยเฮลิคอปเตอร์
จากการสอบสวนทราบว่า จ.ส.อ.รณยุทธ ผาสุข หน.ชุด ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ท.สถิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 ได้สั่งให้ตนนำกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ รวม 12 นาย ไปดักซุ่มบริเวณข้างฐานปฏิบัติการ หลังจากทราบข่าวว่ากองกำลังติดอาวุธอาร์เคเคจำนวนหนึ่งมีแผนเตรียมจะบุกยิงถล่มฐานปฏิบัติการ ร้อย ร.15124 ซึ่งใช้บ้านพักของนายเกรียงไกร ปองถวิล อดีตข้าราชการครูเป็นที่ตั้งฐานปฏิบัติการ
“และในขณะที่เจ้าหน้าที่วางกำลังทั้ง 2 ฟากถนน ได้มีคนร้ายจำนวน 6-7 คน แต่งกายด้วยชุดสีดำมีอาวุธปืนครบมือ เดินออกมาจากสวนยางพารารกทึบริมทาง แล้วคนร้ายได้แยกกำลังออกเป็น 2 ชุดเตรียมที่จะใช้อาวุธปืนยิงถล่มฐาน แต่ตนเห็นจึงได้ส่งสัญญาณให้ผู้ใต้บังคับบัญชาใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มคนร้าย จนทั้ง 2 ฝ่ายเปิดฉากปะทะกันนานกว่า 15 นาที สิ้นเสียงปืนพบว่าคนร้ายเสียชีวิต 2 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย” จ.ส.อ.รณยุทธ ผาสุข หน.ชุด กล่าว
www.manager.
ดักบึ้มทหารที่ยะลา แต่พลาดเป้า รถยนต์ชาวบ้านพัง 1 คัน
9 พฤษภาคม 2555 20:29 น.
ยะลา - คนร้ายลอบวางระเบิดทหารใน อ.ธารโต จ.ยะลา แต่พลาดเป้า ชาวบ้านขับรถตามหลังเบรกไม่ทัน ตกหลุมระเบิดรถยนต์พัง ส่วนคนขับบาดเจ็บเล็กน้อย
วันนี้ (9 พ.ค.) เมื่อเวลา 17.15 น. พ.ต.อ.วิชัย แจ้งสกุล ผกก.สภ.ธารโต จ.ยะลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดที่บ้านบูโละสะนิแย หมู่ที่ 4 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.มานพ สืบบุกสวป. พ.ต.ต.สมศักดิ์ ราชริวงศ์ สว.สส.สนธิกำลังทหารและฝ่ายปกครองรุดไปสอบสวน
ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนสาย 410 (ยะลา - เบตง) พบหลุมระเบิดกว้างลึก 2 x 1.5 เมตร พบเศษกล่องเหล็ก หน้ากากโทรศัพท์มือถือ ชิ้นส่วนอิเล็กทอรนิกส์ และสะเก็ดระเบิดกระจัดกระจาย นอกจากนี้ ใกล้ๆ กันพบรถปิกอัพยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน น 5999 ยะลา ซึ่งเป็นของ นายอุดม ยิ่งเจริญสมสุข อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/1 หมู่ที่ 7 บ้านคอกช้าง ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา สภาพด้านหน้าพังเสียหาย ส่วน นายอุดม เจ้าของรถ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
จากการสอบสวน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่รถฮัมวี ของเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 16 อ.ธารโต จำนวน 2 คัน นำกำลังรวมกว่า 10 นาย เดินทางกลับฐานที่ตั้ง ช่วงมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายซึ่งคาดว่าซุ่มดูพฤติกรรมอยู่ในละแวกใกล้เคียง ได้ลอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 5 กิโลกรัม ซุกไว้ใต้ผิวถนนจุดชนวนกับโทรศัพท์มือถือให้ระเบิดทำงาน แต่เป็นจังหวะที่รถฮัมวีได้ขับเลยไปแล้วจึงรอดปลอดภัยอย่างหวุดหวิด ขณะเดียวกัน นายอุดม ได้ขับรถปิกอัพตามหลังมาห่างๆ เบรกรถไม่ทัน รถกระบะได้พุ่งตกลงในไปในหลุมระเบิด จนได้รับความเสียหาย และได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยดังกล่าว
ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า เป็นฝีมือการก่อกวนของแนวร่วมอาร์เคเคที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่พยายามสร้างสถานการณ์ไม่สงบ
www.manager.
คณะ OIC ลง จ.ยะลา ติดตามผลการแก้ปัญหาไฟใต้ของรัฐ
9 พฤษภาคม 2555 14:13 น.
ยะลา - ที่ปรึกษาเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชุมติดตามสถานการณ์ และรับทราบแนวทางการแก้ปัญหาในพื้นที่
วันนี้ (9 พ.ค.) ที่ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ถ.สุขยางค์ เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา นายอัล มัสรี่ (H.E. Mr. Sayed Kassem El- Masry) ที่ปรึกษาเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศอย่างเป็นทางการ
โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอาซิส เบญหาวัน ประธานสภาที่ปรึกษาบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ต.สุภัทร วิชิตการ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พล.ต.ต.สายันต์ กระแสแสน รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ร่วมต้อนรับ
โดยก่อนเข้าร่วมประชุม นายอัล มัสรี่ (H.E. Mr. Sayed Kassem El- Masry) ที่ปรึกษาเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC พร้อมคณะ ได้ร่วมพบปะกลุ่มบัณฑิตอาสาพัฒนาชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นนักศึกษาที่ผ่านการอบรมโดย ศอ.บต.เพื่อทำหน้าที่กลับไปทำงานด้านการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามตำบลหมู่บ้านของตนเอง จากนั้นได้ร่วมรับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติงานของ ศอ.บต. ในเรื่องการอำนวยความยุติธรรม และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
สำหรับประเด็นสำคัญที่คณะที่ปรึกษา OIC ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยในครั้งนี้ เป้าหมายหลักคือการติดตามสถานการณ์ และรับทราบแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลไทยต่อกรณีปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ซึ่งที่ผ่านมา นายอัล มัสรี่ ที่ปรึกษาเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC มองว่า ประเด็นความขัดแย้งในพื้นที่ ส่วนหนึ่งเกิดจากเรื่องของอัตลักษณ์ และชาติพันธุ์ โดยได้มีการให้ข้อเสนอในการให้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการใช้วัฒนธรรมมลายูท้องถิ่น และภาษามลายูกลาง รวมทั้งการปฏิบัติภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน ที่ทาง OIC เฝ้าติดตามสถานการณ์เหล่านี้มาโดยตลอด
ทั้งนี้ นโยบายในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผ่านมา ก็มีการดำเนินการ และมีผลการดำเนินการที่สำคัญอยู่ 4 ประเด็นหลัก คือในเรื่องโรงเรียนทวิภาษา ซึ่งดำเนินการอยู่ในโรงเรียน 4 แห่ง เพื่อเป็นการนำร่อง ผลจากการประเมินโดยมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า การดำเนินการอยู่ในมุมที่น่าพึงพอใจ และทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้วางแนวทางที่จะขยายโรงเรียนทวิภาษาออกไปให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่
ส่วนในเรื่องของสิทธิมนุษยชน จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา นโยบายหลักคือการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ ที่ทุกคนจะต้องเข้าอยู่ในกฎหมายเดียวกันคือ ป.วิ อาญา การบังคับใช้กฎหมายในช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ซึ่งประเด็นสิทธิมนุษยชนก็เป็นประเด็นที่เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ลงมาปฏิบัติหน้าที่จะต้องเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะในปีงบประมาณ 2554 ไม่มีกรณีร้องเรียนการกระทำที่เข้าข่ายการละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ
หลังจากนั้น ที่ปรึกษาเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC พร้อมคณะ เดินทางไปยังมัสยิดตะโละมาเนาะ หรือมัสยิดวาดีลอัลฮูเซ็น ตั้งอยู่ปริเวณเชิงเขาบูโด หมู่ที่ 1 ต.ลูโบะสาวอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส หรือ ที่รู้จักกันในชื่อมัสยิด 300 ปี และจะเดินทางต่อไปยังพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อพบปะกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
ส่วนกำหนดการในวันที่ 10 พ.ค.55 นายอัล มัสรี่ (Al Masly) ที่ปรึกษาเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC พร้อมคณะ จะเดินทางไปรับฟังบรรยายสรุป และเยี่ยมชมศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี และจะเดินทางไปเยี่ยมชมโรงเรียนทวิภาษา ในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา จากนั้น ะเดินทางต่อไปเยี่ยมชมโครงการรอตันบาตู หรือหมู่บ้านแม่หม้าย ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ก่อนจะเดินทางกลับในวันที่ 11 พ.ค.55
www.manager.
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมรับคณะ OIC ติดตามแก้ปัญหาใต้
8 พฤษภาคม 2555 12:21 น.
ยะลา - กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมต้อนรับคณะที่ปรึกษาเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตามการแก้ปัญหาเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ในวันที่ 8-11 พ.ค.นี้
วันนี้ (8 พ.ค.) เมื่อเวลา 09.20 น. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีที่นายอัล มัสรี่ (Al Masly) ที่ปรึกษาเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) และคณะจะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ อย่างเป็นทางการในห้วงตั้งแต่วันที่ 8-11 พ.ค.55 นี้
ซึ่งกำหนดการในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ในการลงพื้นที่ของคณะโอไอซี โดยในวันพรุ่งนี้ (9 พ.ค.) ทางคณะจะเดินทางมารับฟังบรรยายสรุป ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และเดินทางเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลยะลา ก่อนจะเดินทางไปยังศูนย์มัรกัสดะวะห์ยะลา และเดินทางไปยังมัสยิดตะโล๊ะมาเนาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส หรือที่รู้จักกันในชื่อมัสยิด 300 ปี และพบปะกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
ในวันที่ 10 พ.ค. ก็จะเดินทางมารับฟังบรรยายสรุปที่ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และเดินทางไปเยี่ยมชมโรงเรียนทวิภาษา ที่ อ.รามัน จ.ยะลา และเดินทางไปโครงการรอตันบาตู หรือหมู่บ้านแม่หม้าย ที่จ.นราธิวาส ก่อนจะเดินทางกลับในวันที่ 11 พ.ค.ซึ่งประเด็นสำคัญที่ทางคณะที่ปรึกษา OIC ลงพื้นที่เป็นเป้าหมายหลักคือ การติดตามสถานการณ์ และรับทราบแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลไทยต่อกรณีปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยที่ผ่านมา ท่านอัล มัสรี่ มองว่าประเด็นความขัดแย้งในพื้นที่ ส่วนหนึ่งเกิดจากเรื่องอัตลักษณ์ และชาติพันธุ์ ท่านได้มีการให้ข้อเสนอในการให้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการใช้วัฒนธรรมมาลายูท้องถิ่น ใช้ภาษามลายู รวมทั้งการปฎิบัติภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน ที่ทางโอไอซี เฝ้าติดตามสถานการณ์เหล่านี้มาโดยตลอด ทั้งนี้ นโยบายในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ในช่วงที่ผ่านมา ก็มีการดำเนินการและมีผลการดำเนินการที่สำคัญอยู่ 4 ประเด็นหลักคือ ในเรื่องโรงเรียนทวิภาษา ที่ดำเนินการอยู่ในโรงเรียน 4 แห่ง เพื่อเป็นการนำร่อง ผลจากการประเมินโดยมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ลงมาประเมินพบว่า มีผลการดำเนินการอยู่ในมุมที่น่าพึงพอใจ และทางกระทรวงศึกษาฯ กำลังจะขยายโรงเรียนทวิภาษาออกไปให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่
รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังกล่าวอีกว่า ประเด็นที่สอง นโยบายของรัฐบาลได้มีการสนับสนุนอัตลักษณ์ของพี่น้องมุสลิมในพื้นที่มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมในเรื่องของวัฒนธรรมท้องถิ่น ในทุกศาสนา ทั้งไทยพุทธ ทั้งไทยอิสลาม และไทยจีน ในส่วนของการใช้ภาษามลายู ก็มีการทำป้ายเป็นภาษามลายูตามสถานที่ต่างๆ เช่นสถานที่ราชการ และการส่งเสริมการนับถือศาสนา ที่ให้นับถือศาสนาได้ตามเสรีตามรัฐธรรมนูญของไทย
สำหรับในเรื่องที่สาม ในเรื่องการให้การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ มีโครงการช่วยเหลือเยียวยามาโดยตลอด รวมทั้งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่อันเนื่องมาจากความไม่สงบในพื้นที่ ผู้ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวก็จะได้รับการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิต การบังคับให้สูญหาย การถูกควบคุมตัวโดยไม่มีความผิด ภาครัฐก็จะเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบ
และข้อสุดท้าย ในเรื่องของสิทธิมนุษยชน จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมานโยบายหลักคือการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ ที่ทุกคนจะต้องเข้าอยู่ในกฎหมายเดียวกันคือ ป.วิ อาญา การบังคับใช้กฎหมายในช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ซึ่งประเด็นสิทธิมนุษยชนก็เป็นประเด็นที่เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ลงมาปฎิบัติหน้าที่จะต้องเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะในปีงบประมาณ 2554 ไม่มีกรณีร้องเรียนการกระทำที่เข้าข่ายการละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา ทาง OIC ได้มีการออกเอกสารการประณามผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ว่า เป็นการกระทำที่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างร้ายแรง OIC ไม่เห็นด้วยกับการแบ่งแยกดินแดน ไม่เห็นด้วยกับการก่อการร้ายทุกรูปแบบ สิ่งที่โอไอซีดำเนินการคือ เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมทั่วโลกกว่า 500 ล้านคน ให้สามารถอยู่ร่วมกันกับประเทศต่างๆ ได้อย่างสันติ และได้รับการปฎิบัติบนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน การที่ OIC ลงพื้นที่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นความจริงของพื้นที่ เพื่อที่จะได้นำกลับไปทำความเข้าใจกับโลกมุสลิม ถึงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่
www.manager.
เผายางรถล่อ จนท.ก่อนกดชนวนบึ้ม ปลัด- อส.เจ็บ รับ OIC
8 พฤษภาคม 2555 00:24 น.
ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุป่วนรับ OIC เผายางรถ ล่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อนกดชนวนระเบิด ทำให้ปลัดอำเภอ และ อส.เมืองยะลา ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดที่ ต.พร่อน อ.เมืองยะลา
เวลา 20.02 น.วันนี้(7 พ.ค.) ในขณะที่นายยงยศยิ่ง สีหะสิทธิ์ ปลัดอำเภอเมืองยะลา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ อส.เมืองยะลา เดินทางด้วยรถยนต์กระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน บต 9856 ยะลา เข้าตรวจสอบเส้นทางสายลำใหม่-ท่าสาป หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีการโปรยตะปูเรือใบ และเผายางรถยนต์ ในเส้นทางดังกล่าว ที่ ม.4 ต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณหมู่ 1 บ.ปีซัด ต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา คนร้ายซึ่งซุกระเบิดใต้ผิวถนน ได้จุดชนวนขึ้นทันทีในขณะที่รถยนต์กระบะของนายยงยศยิ่ง สีหะสิทธิ์ วิ่งผ่าน เป็นเหตุให้นายยงยศยิ่ง สีหะสิทธิ์ ปลัดอำเภอเมืองยะลา และ อส.ศิริพงษ์ วุ่นหวาน อาสาสมัคร ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา และรถยนต์กระบะของทางราชการเสียหาย
นอกจากนั้นแรงระเบิดยังทำให้รถยนต์กระบะโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 6785 ยะลา ซึ่งบรรทุกไม้ยางพารามาเต็มคัน ถูกแรงระเบิดที่บริเวณท้ายรถได้รับความเสียหาย ส่วนคนขับรถปลอดภัย
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหลุมที่เกิดจากแรงระเบิดอยู่กลางถนน ที่บริเวณท้ายรถยนต์กระบะบรรทุกไม้ยางพารา กว้างประมาณ 2 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร นอกจากนั้นยังพบเศษถังแก๊สขนาด 7 กก. ที่คาดว่าคนร้ายใช้บรรจุระเบิด รวมทั้งสายไฟลากผ่านท่อน้ำใต้ผิวถนน ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องที่คนร้ายนำมาบรรจุใส่ถังแก๊ส น้ำหนักรวมประมาณ 15 กก. ที่นำมาซุกในท่อน้ำใต้ผิวถนน แล้วจุดชนวนด้วยระบบแบตเตอรี่
จากการสอบสวนเบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายได้ลอบเผายางรถยนต์ และโปรยตะปูเรือใบ ในเส้นทางดังกล่าว เพื่อที่จะล่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ แล้วจุดชนวนระเบิดที่ซุกซ่อนเตรียมไว้ เพื่อสร้างสถานการณ์ไม่สงบในพื้นที่ รวมทั้งเชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงกลุ่มนี้ก่อเหตุเพื่อหวังแสดงศักยภาพในการก่อเหตุให้กับผู้แทนจากโอไอซี ที่จะเดินทางลงพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 9 พ.ค.นี้
www.manager.
โจรใต้ยิงถล่มชิงปืน-ซุกระเบิดอีก อส.สู้ยิบตาดับ 2 นาย
2 พฤษภาคม 2555 12:32 น.
จุดเกิดเหตุซึ่ง อส.โทรีซา ได้ยิงต่อสู้และเป็นฝ่ายเสียเปรียบตกเป็นเป้ากระสุนคนร้ายเสียชีวิตคาที่เกิดเหตุ
นราธิวาส - คนร้ายวางแผนบุกยิงถล่มจุดตรวจที่ อ.จะแนะ ในช่วงที่แบ่งกำลังออกไปละหมาด ทำให้ อส.ยิงปะทะสู้จนเสียชีวิต 2 นาย ซึ่งคนร้ายมุ่งขโมยอาวุธปืนฉกไปได้ 3 กระบอก แถมวางระเบิดซ้ำอีก 2 ลูก จนท.สั่งไล่ล่า คาดคนร้ายได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน
วันนี้ (2 พ.ค.) เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส, พ.ต.อ.ปัตตะ มะดาวา ผกก.สภ.จะแนะ, พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส, ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งพนักงานสอบสวน และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปยังจุดตรวจ ชรบ.ซึ่งตั้งอยู่ปากประตูทางเข้าโรงเรียนบ้านริแง ม.3 ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ ซึ่งถูกคนร้ายบุกยิงถล่ม อส.เสียชีวิต 2 นาย คือ อส.โทรีซา บินเจ๊ะโซ๊ะ และ อส.สกรี เจ๊ะซอ เหตุเกิดในช่วงคืนที่ผ่านมา ก่อนหลบหนี คนร้ายได้หยิบอาวุธปืนอาก้า และอาวุธปืนพกสั้น จำนวน 3 กระบอก เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุอีกครั้ง เกรงกลุ่มคนร้ายจะแฝงตัวลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่
เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบกลุ่มคนร้ายได้ลอบวางระเบิดระเบิดเครื่องไว้อีก2 ลูก เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยลูกแรกคนร้ายได้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องใส่ไว้ในกระป๋องยาฉีดยุงชนิดสเปรย์ หนัก 3 กก. จุดชนวนด้วยระบบสัมผัสไปวางซุกไว้ที่บริเวณเนินดินข้างป้อมจุดตรวจ ส่วนลูกที่ 2 นำไปวางไว้บริเวณริมถนนหน้าป้ายชื่อโรงเรียน เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้เครื่องแรงดันน้ำพลังสูงในการยิงทำลายทั้ง 2 ลูก ก่อนเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
โดยในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าพบกองเลือดจำนวน 2 จุดใหญ่ที่บริเวณภายในห้อง และบริเวณประตูหลัง และมีปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ตกอยู่บนถนนหน้าจุดตรวจ ภายในห้อง และบริเวณหน้าประตูทางเข้าโรงเรียน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน และจากการตรวจสอบพบหยดเลือดเป็นหย่อมๆ บริเวณหน้าต่างของจุดตรวจ เจ้าหน้าที่เชื่อว่า กลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ ถูกเจ้าหน้าที่ อส.ยิงได้รับบาดเจ็บไปด้วย โดยล่าสุด พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส ได้สั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะแนะ สุคิริน และระแงะ ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบตามสถานพยาบาล สถานีอนามัย รวมทั้งร้านจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน เกรงกลุ่มคนร้ายจะแฝงตัวเข้าไปทำการรักษา และซื้อยาไปปฐมพยาบาล
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายทั้ง 2 นาย ได้ร่วมกับ ชรบ.อีก 3 นาย รวมเป็น 5 นาย แยกย้ายกันปฏิบัติหน้าที่ที่บริเวณป้อมจุดตรวจ เมื่อถึงเวลาละหมาด ชรบ.ได้แยกย้ายกันไปประกอบพิธีละหมาด ปล่อยให้ อส.ทั้ง 2 นาย ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติเพียงลำพัง ในระหว่างนั้น ได้มีคนร้ายจำนวน 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นพาหนะ ขี่มาจอดที่บริเวณจุดตรวจ
หลังจากนั้น คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายทั้ง 2 คน ได้เดินถืออาวุธปืนเอ็ม 16 และอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ไปที่บริเวณหน้าต่างของจุดตรวจ แล้วใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่ อส.ทั้ง 2 นาย จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกัน แต่ อส.โทรีซา พลาดท่า ถูกกระสุนปืนของคนร้ายเสียชีวิตคาที่ ก่อนหลบหนี คนร้ายได้วางระเบิดแสวงเครื่องไว้ 2 ลูก เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และได้หยิบอาวุธปืนอาก้าของ อส.ทั้ง 2 นาย รวมทั้งอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม.ที่หล่นอยู่กับพื้น รวม 3 กระบอก วิ่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
www.manager.
จยย.บอมบ์ ทหารปัตตานี เสียชีวิต 2 เจ็บ 6
1 พฤษภาคม 2555 10:32 น.
ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด จยย.บอมบ์ บนถนนสายปัตตานี-ยะลา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด ร้อย ทพ.2204 ที่กำลังย้ายฐานปฏิบัติการขับรถผ่านมาได้รับบาดเจ็บ 6 นาย และเสียชีวิต 2 นาย
เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (1 พ.ค.) พ.ต.อ.ธเรศ แก้วละเอียด ผกก.แม่ลาน จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายปัตตานี-ยะลา ม.5 บ้านวังกว้าง ต.ป่าไร่ จึงรายงานให้ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. นำกำลัง 3 ฝ่ายไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบรถยนต์กระบะสีบรอนซ์ทอง ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ผล 3147 ปัตตานี จอดข้างทาง สภาพถูกสะเก็ดระเบิดจนทำให้กระจกรถทั้งคันแตก ตัวถังรถด้านซ้ายเป็นรู้ทั้งแถบ และล้อยางแตก ภายในกระบะหลังมีเลือดจำนวนมาก ส่วนคนเจ็บถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาลปัตตานี และเสียชีวิตระหว่างทาง 2 นาย
ทราบชื่อ อส.ทพ.โชคชัย ชัยสิทธิ์, อส.ทพ.ประเสริฐ ทบนา ทั้งสองถูกสะเก็ดระเบิดเข้าศีรษะ และลำตัว ส่วน อส.ทพ.ชาคริต เอียวงิ้วงาม อส.ทพ.สกุลพ่วง สุขสมบัติ ถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัว อาการสาหัส ส่วนอีก 4 นายบาดเจ็บเล็กน้อย ในที่เกิดเหตุห่างกันประมาณ 200 เมตรพบซากรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สภาพแหลกเป็นเศษเหล็กจากแรงระเบิด พบชิ้นส่วนระเบิด และสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด ร้อย ทพ.2204 กรมทหารพรานที่ 22 จำนวน 8 นาย เดินทางด้วยรถยนต์คันเกิดเหตุ โดยมีรถยนต์เจ้าหน้าที่อีก 3 คันขับตามหลัง เดินทางมาจากฐานปฏิบัติการณ์เก่าที่ อ.หนองจิก เพื่อไปประจำตั้งฐานปฏิบัติใหม่ในพื้นที่ อ.แม่ลาน ปรากฏว่า ระหว่างทางถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้กดชนวนระเบิดที่ซุกไว้ในรถจักรยานยนต์ น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ซึ่งจอดทิ้งไว้ริมถนนจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บดังกล่าว
หลังเกิดเหตุ พ.อ.ชาคริต สนิทพ่วง ผบ.ทพ.22 ได้ระดมกำลังร่วม 3 ฝ่ายกระจายกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุในรัศมี 200 เมตร พร้อมนำสุนัขสงครามออกไล่ล่าคนร้าย เชื่อยังคงหลบซ้อมตัวในพื้นที่ ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุเชื่อว่าเป็นการตอบโต้หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้วิสามัญคนร้าย และจับกุมแกนนำ พร้อมแนวร่วมก่อความไม่สงบหลายราย และรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะนำรถจักรยานยนต์ซุกระเบิดมาจอดไว้ เมื่อรถเจ้าหน้าที่ผ่านมาจึงกดระเบิดหมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์
www.manager.
คนร้ายวางบึ้ม! อส.ขณะเดินทางไป รปภ.กีฬาหมู่บ้านเจ็บ 2 นายที่ระแงะ
30 เมษายน 2555 20:53 น
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายดักซุ่มกดชนวนระเบิดหวังสังหาร อส.ขณะเดินทางไป รปภ.การแข่งขันกีฬาหมู่บ้าน ก่อนที่คนร้ายใช้ปืน เอ็ม 16 ยิงซ้ำจนเกิดการปะทะกันประมาณ 5 นาที จนคนร้ายล่าถอยไป ส่วน อส.ทั้ง 2 นาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส
เมื่อเวลา 15.10 น.วันนี้ (30 เม.ย.) ร.ต.อ.นเรศ พุ่มแก้ว ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหาร อส.อ.ระแงะ ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย บนถนนสายมะนังกือเปาะ-ตันหยงมัส เหตุเกิดบ้านโต๊ะเปาะฆะ หมู่ 10 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สส.ภ.จ.นราธิวาส พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง หน.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิษ หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบหลุมระเบิดริมถนนลึก 1 เมตร กว้าง 1.5 เมตร มีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ถังดับเพลิงหนัก 20 กก.จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ ตกกระจายเกลื่อน และห่างจากหลุมระเบิดประมาณ 10 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน กวว 473 นราธิวาส และ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มตะแคงอยู่
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืนสงครามเอ็ม 16 ตกอยู่บนถนนจำนวนหนึ่ง จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลระแงะ ไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อคือ 1.อส.มาหามะเภายี เจ๊ะโซ๊ะ อายุ 46 ปี และ 2.อส.ลี ดอนา อายุ 29 ปี ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่หน้าอกและใบหน้า อาการสาหัส แพทย์ได้นำตัวส่งรักษาต่อยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ อส.มาหาะมะเภายี หน.ชุด พร้อมลูกน้องรวม 4 นาย ขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน เพื่อเดินทางไป รปภ.การแข่งขันกีฬาภายในหมู่บ้านโต๊ะเปาะฆะ ถึงที่เกิดเหตุคนร้ายแฝงตัวอยู่ภายในสวนยางรกทึบ ริมทาง ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังเอาไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ในขณะที่ อส.มาหามะเภายี และ อส.ลี ขี่ รถจักรยานยนต์ ผ่านทำให้ได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้น คนร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ได้ใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 ยิงถล่มใส่จนเกิดการปะทะขึ้นนานกว่า 5 นาที ก่อนจะอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป
www.manager.
บึ้มทหารชุดสันติสุขขณะกลับจากงานตาดีกาเจ็บสาหัส 1 ราย
27 เมษายน 2555 19:22 น.
ปัตตานี - คนร้ายดักซุ่มข้างทางก่อนกดบึ้มหมายปลิดชีพทหารชุดสันติสุข 106 ซึ่งกลับจากร่วมงานที่โรงเรียนตาดีกา ทหารหนุ่มเจ็บสาหัส 1 ราย
วันนี้ (27 เม.ย.) เมื่อเวลา 17.30 น. พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายชนบท บ้านจากอง ม.6 ต.ปะเสยาวอ จึงนำกำลัง 3 ฝ่ายพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปที่เกิดเหตุ พร้อมรายงานให้ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐ์พันธ์ ผบก.ทราบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่ทหารกำลังซุ่มอยู่ข้างทาง และมีทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี ทราบชื่อคือ ส.อ.จักพงษ์ ปั่นเงิน อายุ 26 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าบริเวณซี่โครงซ้าย แพทย์ต้องรีบส่งต่อไปโรงพยาบาลปัตตานี ทั้งนี้ ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ล้มอยู่ข้างทาง และพบหลุมระเบิดข้างทางกว้าง40 ซม. มีชิ้นส่วน และสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารชุดสันติสุข 106 จำนวน 8 นายใช้รถจักรยานยนต์จำนวน 4 คัน กลับมาจากร่วมงานกิจกรรมที่โรงเรียนตาดีกาจัดขึ้น ปรากฏว่ามาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายที่ดักซุ่มอยู่ข้างทางได้กดชนวนระเบิดที่วางไว้ริมถนนจนเสียงดังสนั่น เจ้าหน้าที่ต้องหักหลบก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่คนร้ายเพื่อป้องกันการโจมตี และหลังเสียงสงบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นายดังกล่าว
ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายหวังสร้างสถานการณ์ และหมายจะแก้แค้นที่ก่อนหน้านี้ได้มีการบุกค้นจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดพร้อมของกลางในพื้นที่ดังกล่าว
www.manager.
ระเบิดทหารตากใบ ทหารเจ็บ 5 ชาวบ้าน 3
24 เมษายน 2555 16:05 น.
นราธิวาส - คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนสังกัด ร้อย ร.2912 ฉก.นราธิวาส 36 บริเวณหน้ากุโบร์ บ้านตาบา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 5 นาย และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 3 ราย
เมื่อเวลา 12.40 น. วันนี้ (24 เม.ย.) ร.ต.อ.ธงชัย พุกกาพันธุ์ ร้อยเวร สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนสังกัด ร้อย ร.2912 ฉก.นราธิวาส 36 บนถนนสายตากใบ-ตาบา ช่วงบริเวณหน้ากุโบร์ บ้านตาบา ม.1 ต.เจ๊ะเห ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 8 ราย จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุพบรถจี๊ปทหารสีเขียวขี้ม้า ตรวจกงจักร มีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายที่ตัวถังด้านซ้าย และพบรถเข็นที่ประกอบด้วยโครงไม้ 2 ล้อมีร่องรอยถูกอานุภาพของระเบิดได้รับความเสียหาย โดยชิ้นส่วนต่างๆ ได้กระเด็นกระจายไปกองอยู่บนถนน และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 7 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนเช่นกัน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บได้มีพลเมืองดีนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลตากใบไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ซึ่งส่วนถูกสะเก็ดระเบิดตามบริเวณลำตัว แขน และขา ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือ 1.จ่าสิบตรีอุเทน แก้ววิเชียร, 2.ด.ช.มูฮาหมัดดานียา เปาะซา อายุ 3 ขวบ แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนอีก 5 ราย ประกอบด้วย 1.จ่าสิบโทธานินทร์ ศักดิ์ศรี หัวหน้าชุด, 2.พลทหารอำนวย ศรีวรรณดี, 3.พลทหารจรัญ ปูโว, 4.นายมอหะมะ ยูโซ๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และ 5.น.ส.วารุณี มะ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะแฝงตัว นำระเบิดแสวงเครื่องใส่ไว้ในถุงดำ แล้วนำมาวางไว้บนรถเข็นที่จอดอยู่บริเวณหน้ากุโบร์ เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารขับรถยนต์ผ่านมา คนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิด จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ในขณะที่ชาวบ้านคือนายมอหะมะ ผู้ใหญ่บ้าน และ น.ส.วารุณี ซึ่งได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาคนละคัน โดยพาหลานชายนั่งซ้อนมาด้วยที่บริเวณเบาะด้านหน้า และมี น.ส.มีละ มะแอ มาซ้อนท้าย ทำให้ทหาร และชาวบ้านถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบดักสังหารเจ้าหน้าที่
www.manager.
บึ้มชุดลาดตระเวนที่นราฯ อีก คราวนี้ทหารพรานเจ็บ 4
20 เมษายน 2555 17:00 น.
นราธิวาส - โจรใต้ยังป่วนไม่เลิก! ลอบวางระเบิดทหารพรานที่ อ.สุไหงปาดี เจ็บ 4 รถ รถเจ้าหน้าที่พังยับเยิน
วันนี้ (20 เม.ย.) เวลา 12.50 น. ร.ต.อ.เด่นพงษ์ เต็มยอด ร้อยเวร สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยทหารพรานที่ 4805 กรมทหารพรานที่ 48 ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย เหตุเกิดช่วงบริเวณทางโค้งบนถนนจารุเสถียร สายสุไหงปาดี-เจาะไอร้อง ช่วงบริเวณบ้านไอบาตู ม.4 ต.โต๊ะเด็ง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.พีระพล ณ พัทลุง ผกก.สภ.สุไหงปาดี พ.ต.ท.ปรีชา กิ่มเกลี้ยง หน.ชุดเฉพาะกิจตำรวจภูธร จ.นราธิวาส พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.447 และกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลด สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดเสียหลักอยู่บนถนนในสภาพพังยับเยิน และห่างไปประมาณ 5 เมตร เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 2 เมตร กว้าง 2 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 20 กก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟยาวไปจุดชนวนในป่ารกทึบริมทาง ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และพงหญ้ารกทึบ
นอกจากนี้ ยังพบกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ที่พื้นบนถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้ขอความช่วยเหลือชาวบ้านส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงปาดีไปก่อนหน้าแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่มีบาดแผลจากการกระแทกกับตัวถังรถยนต์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณลำตัว แขน และขา ประกอบด้วย
1.ส.ต.ศุภัทรชัย มากประสิทธิ์ หัวหน้าชุด
2.อส.ทพ.จรัญ ชัยนวล
3.อส.ทพ.นัฐวัตร พฤษาพงษ์
และ 4.อส.ทพ.ไกรสร สีขาว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ต.ศุภัทรชัย หัวหน้าชุด ได้ระดมกำลัง รวม 7 นาย นั่งรถยนต์กระบะเพื่อเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในเขตเทศบาลตำบลปะลุรู อ.สุไหงปาดี เมื่อแล้วเสร็จ ได้นั่งรถยนต์เพื่อกลับฐานซึ่งตั้งอยู่บ้านป่าหวาย ม.8 ต.สุไหงปาดี เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้กลางถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขณะที่รถยนต์กระบะแล่นผ่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ต่อมา กลุ่มคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในป่าได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มซ้ำใส่เจ้าหน้าที่จนทั้ง 2 ฝ่ายเปิดฉากปะทะกันนาน 3 นาที กลุ่มคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุนจึงได้นำกำลังล่าถอยไป
www.manager.
“ปธ.ชมรมต้มยำกุ้ง” งานเข้า “มาเลย์” จ้องฟันก่อการร้ายหลัง “พ.ต.อ.ทวี” ดอดพบ
9 เมษายน 2555 17:42 น.
นายชำซูดิง คาน แกนนำพูโล (ซ้าย) และนายวันชำซูดิน ดินวันฮูเซ็น (ศรชี้ )
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - นายวันซำซูดิน ดินวันฮูเซ็น ประธานชมรมต้มยำกุ้ง โวยหลังตกเป็นข่าวเป็นแกนนำพูโลพบกับ “พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง” เพราะมีชื่อซ้ำกัน หวั่นถูกทางการมาเลเซียเล่นงาน และกระทบต่อแรงงานไทยในมาเลเซียร่วม 2แสนคน เสียใจไม่ฟังคำเตือนสมาชิกอย่ายุ่งกับ จนท.รัฐ จี้ออกมาชี้แจงต่อรัฐบาลมาเลเซียด่วน
วันนี้ (9 เม.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. นายวันซำซูดิน ดินวันฮูเซ็น ประธานชมรมต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซีย ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่นักการเมืองและสื่อในประเทศไทยหลายแขนง ได้ลงข่าวว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้พบปะกับแกนนำขบวนการพูโล ที่ประเทศมาเลเซีย และนำเอารูปและชื่อของตนไปเขียนว่าเป็น "นายซำซูงดิง คาน" ส่งผลกระทบต่อตนเอง และชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อยู่ในชมรมต้มยำกุ้งอย่างมาก เนื่องจากทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าตนเป็นแกนนำพูโล และชมรมต้มยำกุ้งเป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดน
ทำให้ขณะนี้ ถูกสันติบาลในประเทศมาเลเซียจับตา และติดตามความเคลื่อนไหว ซึ่งอาจจะส่งผลให้รัฐบาลมาเลเซียไม่ไว้วางใจ และผลักดันให้คนจำนวนหนึ่งที่เข้าไปทำงานเป็นลูกจ้างในร้านต้มยำกุ้งออกจากประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ และอาชีพของคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
นายวันซำซูดิน กล่าวต่อไปว่า ชมรมต้มยำกุ้งเกิดขึ้นกว่า 20 ปี เป็นการรวมตัวของคนมุสลิมใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งในเรื่องการทำงาน เงินทุน และการอยู่อาศัยในประเทศมาเลเซีย ซึ่งยอมรับว่ามีแรงงานในร้านต้มยำกุ้งส่วนหนึ่งไม่มีใบอนุญาตในการทำงาน เป็นแรงงานเถื่อนที่ถือหนังสือเข้าประเทศในรูปแบบทัวริสต์ และในรูปแบบบอเดอร์พาส คือไปเยี่ยมญาติ ต้องมีการจ็อบหนังสือเดินทางเข้า-ออก ทุกเดือน การก่อตั้งเป็นชมรม จึงเป็นการช่วยเหลือแรงงานใน 5 จังหวัดให้อยู่ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งไม่มีเรื่องของการก่อการร้ายอย่างที่เป็นข่าว
ปัจจุบัน เฉพาะในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมืองหลวงของมาเลเซียเพียงแห่งเดียว มีร้านต้มยำกุ้งของคนไทยจำนวน 5,000 กว่าร้าน แต่ละร้านมีแรงงาน หรือลูกจ้าง ที่เป็นคนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทำงานอยู่ 20-30 คน เฉพาะที่นี่ทีเดียว มีแรงงานไทยกว่า 100,000 คน ถ้ารวมร้านต้มยำกุ้ง และแรงงานไทยทั้ง 13 รัฐ มีแรงงานจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ทำงานอยู่กว่า 200,000 คน มีรายได้คนละ 8,000-20,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเงินเหล่านี้ส่วนหนึ่งส่งไปให้ครอบครัวที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
นายชำซูดิง คาน แกนนำพูโล
ดังนั้น หากประเทศมาเลเซียทำการเข้มงวดกวาดล้างแรงงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน และหวาดระแวงว่าชมรมต้มยำกุ้งเป็นภัย และสร้างปัญหาระหว่างประเทศจะมีผลกระทบต่อแรงงานไทยในทันที ที่ผ่านมา หน่วยงานของรัฐไม่เคยให้ความสำคัญกับแรงงานไทยในร้านต้มยำกุ้ง ทั้งที่แรงงานเหล่านี้ส่งเงินกลับประเทศปีละหลายร้อยล้านบาท ยกเว้นก่อนจะมีการเลือกตั้ง ก็จะมีผู้สมัคร และพรรคการเมืองเข้าไปพบปะ และกล่าวว่า จะมีนโยบายในการแก้ปัญหาแรงงาน แต่ขอให้กลับมาลงคะแนนเลือกตั้ง หลังจากเลือกตั้งเสร็จ ก็ไม่มีการทำตามคำพูด
และเมื่อมีการประสานงานจากเจ้าหน้าที่รัฐว่า ศอ.บต. มีนโยบายในการช่วยเหลือแรงงานไทยที่อยู่ในชมรมฯ ทั้งในเรื่องทำให้แรงงานเป็นแรงงานที่ถูกต้อง และหาเงินกู้ในการลงทุน ตนเองจึงยินดีที่จะมาพบกับคณะของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ทั้งที่กรรมการในชมรมรุ่นเก่าๆ ได้เตือนว่าอย่ายุ่งกับเจ้าหน้าที่รัฐเพราะมีแต่จะเดือดร้อน แต่ตนเองเห็นว่า ศอ.บต.มีเจตนาดี จึงยอมมาพูดคุยด้วย
แต่สุดท้าย ตนเองและชมรมต้มยำกุ้งต้องกลายเป็น “แพะ” และเมื่อเกิดความเดือดร้อนขึ้น สมาชิกในชมรมทุกคนก็กล่าวหาว่า ตนเองเป็นคนผิดที่เตือนแล้วไม่เชื่อ ซึ่งขณะนี้ ตนเดือดร้อนมากจึงอยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด
“ผมชื่อวันชำซูดิง ดินวันฮูเซ็น เป็นคน จ.ยะลา เดินทางมาประกอบอาชีพร้านต้มยำกุ้ง 25 ปีแล้ว เป็นคนละคนกับ ซำซูงดิง คาน และชมรมต้มยำกุ้งไม่ใช่เป็นชมรมของกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย แต่เป็นชมรมคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือกัน จึงต้องการให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน
และขอให้หน่วยงานของรัฐทำความเข้าใจกับประเทศมาเลเซียในเรื่องที่เกิดขึ้น อย่าให้ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทย ต้องทำให้คนกว่า 200,000 คน ในประเทศมาเลเซียต้องเคราะห์ร้ายด้วย เพราะแรงงานเหล่านี้ส่งเงินที่ได้จากประเทศมาเลเซียให้แก่ครอบครัวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ปีละกว่า 300 ล้านบาท ถ้าพวกเขาเดือดร้อน ครอบครัวของเขาต้องเดือดร้อนด้วย” นายวันซำซูงดิงกล่าวในท้ายที่สุด
ขณะพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาฯ ศอ.บต. ร่วมพูดคุยกับ "ชมรมต้มยำกุ้ง" ในประเทศมาเลเซีย
www.manager.
พล.อ.ชวลิต” ยันแนวคิด “นครปัตตานี” ทางเลือกปิดเสียงระเบิด
7 เมษายน 2555 18:07 น.
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เผยปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในประเทศ ยืนยันแนวคิดนครปัตตานี และดอกไม้หลากสีเป็นหนึ่งในแนวทางที่จะแก้ปัญหาได้ เพราะเป็นความต้องการของคนส่วนใหญ่ในพื้นที่
วันนี้ (7 เม.ย.) ที่โรงแรมหรรษาเจบี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในระหว่างเดินทางลงไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ จ.สงขลา เกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า แสดงให้เห็นว่า ยังแก้ปัญหาไม่ตรงจุด และไม่ตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่ และยังสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งในประเทศ หากผู้ที่เกี่ยวข้องยังไม่รู้ว่าคนในพื้นที่ต้องการอะไรก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ทั้งนี้ ตนยังคงยึดหลักแนวคิดการตั้งนครปัตตานี และแนวคิดดอกไม้หลากสีที่เคยพูดเคยเสนอไว้ เพราะจะเป็นอีกทางออกหนึ่งในการแก้ปัญหา เนื่องจากเป็นความต้องการของคนในพื้นที่ซึ่งมีวัฒนธรรม และศาสนาเฉพาะเป็นของตนเอง ซึ่งแนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงรุนแรงต่อไป หากยังไม่สามารถแก้ปัญหา หรือหาแนวทางที่เป็นความต้องการของคนในพื้นที่จริงๆ มาดำเนินการ
www.manager.
ผบ.ทบ.ลงใต้ เตือนนายกฯ อย่าเจรจาโจรใต้มั่ว "ยุทธศักดิ์"ปูดสายเหยี่ยว"บีอาร์เอ็น"กลุ่มใหม่ บึ้มตอบโต้
วันที่ 02 เมษายน พ.ศ. 2555 เวลา 17:51:23 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 เมษายน ที่กองการบินกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหารบก พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาฯ สมช.)
พล.ท.ศุภรัตน์ พัฒนาวิสุทธิ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เดินทางลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตามสถานการณ์ระเบิดคาร์บอมบ์ที่ จ.ยะลาและปัตตานี และที่โรงแรมลีการ์เดนท์ จ.สงขลา โดยมีกำหนดการไปประชุมร่วมกับ ผบ.หน่วยที่ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จากนั้นจะเดินทางไปเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลาและโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนจะลงพื้นที่ใน 3 จังหวัด คือ ปัตตานี ยะลา และสงขลา จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ตนได้รับคำสั่งจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาโดยตลอด โดยเฉพาะการติดตามผู้ก่อเหตุและการดูแลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งทำให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว โดยตนได้สั่งการเพิ่มเติมไปยังกองทัพภาคที่ 4 ว่า
ให้ติดตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ทั้งนี้ ตนยังสั่งการให้แม่ทัพภาคที่ 1 เดินทางไปหารือกับ ผบ.ตร.เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น สิ่งสำคัญในเดือนเมษายนจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นทุกปี เช่น กรือเซะ สะบ้าย้อย ซึ่งหน่วยข่าวมีการแจ้งเตือนมาโดยตลอด และพยายามเต็มที่ในการดูแลพื้นที่ชุมชน นอกเขตเมือง แต่อาจมีบกพร่อง เพราะเมื่อไรก็ตามที่สถานการณ์เงียบสงบ จึงมีการปล่อย ผ่อนคลาย
ทำให้ฝ่ายตรงข้ามที่จ้องก่อเหตุอยู่ ตนเฝ้าเตือนอยู่เสมอให้เฝ้าระวังตลอด 24 ชม. โดยวันนี้ตนจะลงไปดูว่า ที่ผ่านมามีการปรับแผนอย่างไรบ้าง ตนจะไปสั่งการในพื้นที่ในนามกองทัพบก เรื่องการปรับกำลังในเขตเมือง ซึ่งความรับผิดชอบคงต้องเป็นของตำรวจเช่นเดิม เพราะเราไม่สามารถนำทหารไปดูแลพื้นที่นี้ได้ โดยต้องมีการปรับกำลังตำรวจว่าจะทำอย่างไร และจะมีส่วนอื่นไปเสริมหรือไม่
"ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีและผู้นำฝ่ายค้าน โดยขอร้องว่า สถานการณ์ภาคใต้วันนี้ ทุกคนต้องช่วยกัน แก้ปัญหา ซึ่งผมไม่อยากให้นำเรื่องนี้ไปเป็นเรื่องการเมือง หรือเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งปัญหาประกอบด้วยหลายส่วน คือ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม รวมถึงมีภัยแทรกซ้อนเข้ามาประกอบ สิทธิมนุษยชน ทำให้ทุกอย่างมารวมกันเป็นปัญหาในปัจจุบัน
ซึ่งเราต้องค่อยๆ คลี่คลาย จะใช้อารมณ์หรือความรุนแรงไปปราบปรามคงไม่ได้ เพราะจะทำให้เสียหายมากขึ้น ทั้งนี้ เรารู้หมดว่าตอนนี้เราสู้อยู่กับใคร มีจำนวนเท่าไร แนวร่วมเท่าไร ซึ่งไม่ได้มากมาย แต่เขาใช้วิธีกองโจร คือ ไม่มีความชัดเจน ไม่แสดงตัวตน ไม่มีที่ตั้งหน่วยและใช้ความรุนแรง คือ ยุทธวิธีการก่อการร้าย
แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายสากล เพราะเท่าที่สืบทราบมาไม่เกี่ยวกับต่างประเทศ เป็นคนไทยเชื้อสายมุสลิมทั้งสิ้น จริงๆ แล้วขบวนการพวกนี้เป็นคนไทย เป็นการจับกลุ่มกันขึ้นมาและพวกนี้ก็เป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดนเดิมบีอาร์เอ็นเดิมและแยกออกมาเป็นบีอาร์เอ็น โคออร์ดีเนต คนพวกนี้ก็เป็นลูกหลานของคนสมัยก่อนทั้งสิ้น
โดยผู้ก่อความไม่สงบแต่เดิมมีหัวหน้าประมาณ 300 คน เมื่อรวมกับแนวร่วมเบ็ดเสร็จมีทั้งหมดประมาณ 1 หมื่นคน แต่จากการจับกุมดำเนินคดีเหลือทั้งหมด 4-5 พันคน" พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาพยายามทำให้เราใช้ความรุนแรง โดยให้เราเอากำลังเข้าไปมากๆ แล้วสู้กัน ถ้าเราทำอย่างนั้นจะเกิดปัญหา ผู้ก่อการร้ายมีอย่างเดียวคือใช้ความรุนแรงยกระดับเพื่อเรียกความสนใจจากคนในประเทศและนอกประเทศให้ตระหนก
ดังนั้น ขอร้องประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะจะเข้าทางที่เขาต้องการ สิ่งที่เราควรคำนึง คือ การปรับปรุงขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้น เพิ่มมาตรการเข้มงวดกวดขัน รวมถึงอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น กล้องซีซีทีวีที่มีคุณภาพต้องติดให้ครบ ส่วนกำลังพลทั้งทหารและพลเรือนต้องฝึกและเรียนยุทธวิธีการก่อการร้าย ถ้าเราเอาคนที่ทำงานในสายงานปกติลงไปก็ทำงานไม่ได้ 100% ทั้งนี้ อยากขอร้องประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตั้งด่านตรวจค้น
การขอบังคับใช้กฎหมาย ถ้าไม่ยอมหรือกฎหมายฉบับไหนก็ไม่ใช้ ไม่ให้มีการตรวจค้น นี่คือปัญหา ดังนั้น เราต้องเข้มงวดในทุกมาตรการที่เคยทำมา ถ้าทำเช่นนี้เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดหรือเกิดน้อย ส่วนเจ้าหน้าที่ต้องเข้มงวดตลอด 24 ชม. ไม่ใช่สถานการณ์เงียบสงบ แล้วผ่อนคลาย เช่น
ในส่วนบ้านพัก ที่อยู่อาศัย เจ้าของก็ดูแลอยู่แล้ว สถานที่ภาคเอกชน บริษัท ห้างร้าน หลังร้านต้องมี รปภ.และต้องเข้มงวด โดยเฉพาะโรงแรมต้องมีการตรวจใต้ท้องรถ แต่ปัจจุบันบางที่ไม่ตรวจค้น และเหตุที่เกิดขึ้นก็เกิดที่โรงแรม นอกจากนี้เรายังให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา โดยมอบวิทยุเครื่องดำ เครื่องแดง หลายหมื่นเครื่องเพื่อให้ช่วยเฝ้าระวัง เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญ เพราะฝ่ายข่าวแจ้งเตือนมาโดยตลอด แต่ไม่ช่วยกันดูแล ขณะนี้เรามีมาตรการในการตรวจรถเก๋ง มอเตอร์ไซค์ คือ การขึ้นทะเบียน 1 แสนคัน โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้ดำเนินการ โดยการติดสติกเกอร์และใช้เครื่องยิงตรวจเวลาผ่านด่านในเส้นทางหลักๆ และเส้นทางอ้อม
เมื่อถามว่า ทางฝ่ายรัฐเข้าไปพูดคุยกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราคงคุยไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนที่มีข่าวออกมาต้องตรวจสอบกัน ตนพูดอยู่เสมอและได้เรียนนายกฯ และทุกคน รองนายกฯ ท่านก็รู้ดีว่า มันไม่ได้มีแค่เพียงกลุ่มเดียว แต่มีหลายพวกด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพวกแบ่งแยกดินแดน พวกธุรกิจผิดกฎหมาย ยาเสพติด แม้กระทั่งกลุ่มแบ่งแยกดินแดนก็เป็นกลุ่มเล็กๆ มารวมกันแต่ละกลุ่มความคิดของมันเอง มีบางกลุ่มอยากเลิกบางกลุ่มอยากทำอยู่ มันก็แย่งชิงแกนนำกันในพวกเขาเอง ทั้งนี้ การพูดคุยไม่ได้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่หากคุยแล้วไม่ครบกลุ่มจะเกิดเหตุการณ์ขึ้น เพราะพวกนี้ต้องการสร้างสถานการณ์แย่งชิงแกนนำกันในกลุ่ม โดยใช้ความรุนแรงเข้าต่อสู้แสดงฤทธิ์ เพื่อให้คนในกลุ่มเล็กเข้ามารวมในกลุ่มของตนเอง
"ปัญหาคือทำอย่างไรจะจับกุมคนพวกนี้ได้ โดยใช้กฎหมายที่เรามีอยู่ ดังนั้น สากลจะเข้ามายุ่งอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น มันเป็นเรื่องภายในประเทศ ส่วนผู้ที่ก่อเหตุระเบิดขึ้นก็กลุ่มนี้แหละที่ทำงานอยู่เพราะมันมีไม่กี่กลุ่ม มันใช้คนน้อยและไม่ใช่กำลังขนาดใหญ่ไม่มีไม่มีไปวางกำลังที่ไหนก็ไม่ได้ ถ้าวางตรงไหนทหารเราก็เข้าไปจับไปยึด เพราะฉะนั้นพวกนี้ก็ลักลอบทำทีละ 5 คน 10 คนเท่านั้น และก็เคลื่อนไหวไปมา ทางเจ้าหน้าที่เราก็มีหมายจับมีชื่อคราวที่แล้วเจ้าหน้าที่ก็จับไปแล้ว 30 คน พวกนี้ถือว่าทำผิดกฎหมายประเทศไทยแล้วเป็นคนไทยมุสลิมทั้งสิ้น แต่เขาอาจเข้าใจผิด วันนี้เขาใช้ความรุนแรง เราต้องประณามพวกนี้ ถ้าจะแยกดินแดนแล้วใช้ความรุนแรงอย่างนี้จะสำเร็จหรือไม่ บอกได้เลยว่า ไม่สำเร็จเพราะทำให้คนบริสุทธิ์ทั้ง 2 ฝ่าย เสียชีวิต ทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม คนมุสลิมไม่ต้องให้ความร่วมมือกับคนพวกนี้ ต้องรังเกียจ เพราะพวกนี้ทำผิดศาสนาที่สอนให้ฆ่าคน" ผบ.ทบ.ระบุ
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ไปพูดคุยกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนไม่ได้ข่าว และตนเรียนท่านนายกฯ ไปแล้วว่า จะให้ไปพูดคุยอะไรกับใคร เค้าไม่ได้ต้องเป็นเรื่องของหน่วยงานในพื้นที่ เพราะมีมาตรา 21 อยู่คือ การให้เข้ามามอบตัว โดยเป็นการแจ้งข่าวออกไปให้ญาติพี่น้องนำมามอบตัววันนี้ก็มีการเพิ่มขึ้นมาเป็น 7 ราย แล้วก็กำลังเข้าสู่ขบวนการอยู่ ตนว่าที่เหลือจะออกมา ซึ่งตนเคยพบกับกลุ่มคนพวกนี้ที่กลับใจมาร่วมกับเรา เค้าบอกว่า ไม่ไหวแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย สู้มาหลาย 10 ปี ไม่สำเร็จสักที เพราะฉะนั้นอยากให้ใช้กระบวนการทางกฎหมายโดยในการแก้ไขปัญหาที่ทุกคนอยากได้ในตอนนี้คือ การเมืองนำการทหาร ทั้งนี้ อีก 3 ปีเราต้องเป็นอาเซียน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นยูเอ็น หรือของสากล เขาจะเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน เขาใช้คำว่า responsibility to protect ประชาคมโลกถ้าเกิดปัญหาอะไรก็ตามหากเราดูแลไม่ได้ เค้าก็ต้องเข้ามา ตัวอย่างมีอยู่แล้ว ทุกวันนี้เราใช้กฎหมายของเราดีที่สุด
ด้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า ในส่วนของตนจะลงไปดูในระดับยุทธศาสตร์โดยภาพรวม ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย หลังจากที่เกิดเหตุในพื้นที่ ในส่วนกองทัพจะไปปรับแผนให้มีความรัดกุมมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดกำลังให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่อยากเรียกว่าตาต่อตา ฟันต่อฟัน แต่การปฏิบัติในการดูแลความปลอดภัยจะเน้นในเรื่องการป้องกันเป็นหลักก่อน โดยพื้นที่เกิดเหตุในเทศบาลเมืองยะลา มีการมอบพื้นที่ให้ตำรวจไปดูแล ซึ่งในช่วงแรกมีความรัดกุมพอสมควร แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปอาจจะมีช่องว่างอยู่บ้าง คงต้องมีการปรับให้เหมาะสมมากขึ้น ในส่วนของ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ผ่านมาถือว่าทำงานเต็มที่ มีการเปิดยุทธการใช้ยาแรง จึงเป็นธรรมดาที่กลุ่มผู้ก่อเหตุต้องออกมาตอบโต้
"กลุ่มที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มใหม่หัวรุนแรงที่เป็นสายเหยี่ยวอยู่ในบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนท ที่ไม่เห็นด้วยกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นกลุ่มเก่า ที่เข้าเจรจากับคนของ ศอ.บต.ที่ส่งไปคุย ซึ่งเราไม่เรียกว่าเป็นการเจรจา เพราะที่ไปคุยไม่ใช่เรื่องทางการ ซึ่งกลุ่มใหม่เขาไม่เห็นด้วยกับการเจรจาและไม่พอใจ มีการไปยิงเอ็ม 79 ที่บ้านนายนัจมุดดิน อูมา อดีต ส.ส.นราธิวาส (เคยอยู่ในบัญชีรายชื่อกลุ่มบีอาร์เอ็น )
เพราะ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. แต่งตั้งนายนัจมุดดิน เป็นที่ปรึกษา ซึ่งการแสดงตัวเช่นนี้ ทำให้เห็นว่ากลุ่มใหม่ต้องการเคลื่อนไหวสร้างความรุนแรงต่อไป ในขณะกลุ่มเก่าที่เราเข้าไปคุยต้องการเจรจาแต่ไม่ได้มีบทบาทมากนัก" พล.อ.ยุทธศักดิ์ระบุ
www.matichon.
ใต้วิกฤติ! บอมบ์ห้างดังหาดใหญ่-ย่านธุรกิจยะลาตายเจ็บนับร้อย บึ้มรอง ผกก.แม่ลานหวิดสิ้นชื่อ
วันอาทิตย์ที่ 01 เมษายน 2012 เวลา 02:13 น.
ชายแดนใต้สุดวิกฤติ วันเดียวเกิดระเบิดใหญ่ 2 จุด คาร์บอมบ์ลานจอดรถอาคารห้างสรรพสินค้าและโรงแรมชื่อดังกลางเมืองหาดใหญ่ ตาย 4 เจ็บกว่าร้อย เชื่อยังมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก สถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ ส่วนในย่านธุรกิจเมืองยะลา คนร้ายทั้งวางคาร์บอมบ์-มอเตอร์ไซค์บอมบ์ 3 ลูกซ้อน สังเวย 11 ศพเจ็บอีกเพียบ ส่วนที่ อ.แม่ลาน พื้นที่นำร่องเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ บึ้มหวังสังหารรองผู้กำกับ โชคดีแค่เจ็บ วุ่นหนักมือมืดยิงเอ็ม 79 ถล่มบ้าน"นัจมุดดิน"
สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาวิกฤติอีกครั้งหลังจากเงียบสงบมาร่วม 1 สัปดาห์ โดยล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 มี.ค.2555 เกิดระเบิดอย่างรุนแรงหลายจุด ทั้งที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง และที่ อ.เมือง จ.ยะลา รวมทั้งอำเภอนำร่องยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) อย่าง อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี
โดยเมื่อเวลา 13.00 น.วันเสาร์ที่ 31 มี.ค.2555 ร.ต.ท.ภูวดล วิริยะวรางกูล ร้อยเวร สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งเหตุระเบิดที่อาคารลีการ์เดนส์พลาซ่า ถนนเสน่หานุสรณ์ ซึ่งเป็นโรงแรมและห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจกลางเมืองหาดใหญ่ จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา (ผบก.ภ.จว.สงขลา) นายเสรี พานิชกุล นายอำเภอหาดใหญ่ โดยได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย และรถดับเพลิงจากเทศบาลนครหาดใหญ่เข้าไปควบคุมสถานการณ์
เมื่อไปถึงพบว่าผู้คนในอาคารกำลังแตกตื่นหนีตายกันอย่างโกลาหล มีเพลิงไหม้บริเวณชั้น 1 และชั้น 3 ของห้างฯ ซึ่งเปิดเป็นศูนย์อาหารและร้านจำหน่ายเสื้อผ้า กระจกภายในห้างชั้น 1 แตกกระจาย เบื้องต้นพบว่ามีผู้บาดเจ็บจากการถูกไฟคลอก และกระจกบาดจำนวนมาก จึงได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ จำนวน 40 ราย โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (โรงพยาบาล ม.อ.) จำนวน 120 ราย โรงพยาบาลกรุงเทพ 10 ราย โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี 30 ราย โรงพยาบาลท่งเซี่ยเซี่ยงตึ๊ง 3 ราย และโรงพยาบาลศิครินทร์ 19 ราย
ส่วนผู้เสียชีวิตพบเบื้องต้นจำนวน 4 ราย ยังไม่สามารถยืนยันเพศและสัญชาติได้ เนื่องจากสภาพศพถูกไฟคลอกจนเกรียม โดยเจ้าหน้าที่พบศพบริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน และคาดว่ายังมีผู้เสียชีวิตอีกจำนวนหนึ่ง
จากการตรวจสอบพบกลุ่มควันและเปลวเพลิงยังคงพวยพุ่งเต็มไปทั้งห้างฯ รวมทั้งชั้นบนของอาคารที่เปิดเป็นโรงแรม มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศติดอยู่ภายในและมีอาการสำลักควันไฟจำนวนกว่า 200 ราย โดยยังไม่สามารถฝ่าควันไฟและเปลวเพลิงออกมาได้ เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถดับเพลิงฉีดน้ำเข้าไป และใช้พัดลมขนาดใหญ่ดูดควันออกมา แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้มากนัก เนื่องจากกลุ่มควันหนาแน่น และมีคนติดอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก
ต่อมาเทศบาลนครหาดใหญ่ได้ส่งรถกระเช้ามา 1 คัน แต่ความสูงของกระเช้าแค่ตึก 4 ชั้น จึงไม่สามารถช่วยเหลือคนที่ติดอยู่ในอาคารได้ทั้งหมด ต้องส่งนักผจญเพลิงเข้าไปทุบหน้าต่างของอาคารทุกชั้นเพื่อระบายควันออกจากตัวอาคาร ขณะที่ตามหน้าต่างแต่ละชั้นมีผู้ที่ติดอยู่โบกมือขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา และมีการติดต่อทางโทรศัพท์ของความช่วยเหลือจากญาติๆ ทำให้ญาติจำนวนหนึ่งเดินทางมายังที่เกิดเหตุ กลายเป็นความโกลาหลมากขึ้น
หลังจากเวลาผ่านไปแต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องประกาศให้ผู้ที่ติดอยู่ในอาคารไปรวมตัวที่สระน้ำและดาดฟ้าของโรงแรมเพื่อรอความช่วยเหลือ แต่ทางโรงแรมไม่มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์
ผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุยืนอยู่ที่ชั้น 2 ของห้างฯ ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นที่ชั้น 3 และชั้น 1 พร้อมทั้งเห็นคนจำนวนมากล้มทั้งยืนและมีเพลิงลุกไหม้ ขณะที่ผู้คนตามชั้นต่างๆ ยังไม่รู้เรื่อง และกว่าจะรู้ก็ไม่สามารถออกจากโรงแรมได้แล้ว ยิ่งเมื่อไฟฟ้าดับ ลิฟต์ใช้การไม่ได้ ทำให้เกิดเป็นความโกลาหลวุ่นวายคล้ายจลาจล
นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ แถลงข่าวในเบื้องต้นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าลีการ์เด้นส์ เป็นเหตุระเบิด อย่างไรก็ดี ข้อมูลยังค่อนข้างสับสน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบจุดที่เกิดเหตุได้
ผู้สื่อข่าวหลายสำนักที่เดินทางไปทำข่าวยังที่เกิดเหตุให้ข้อมูลตรงกันว่า ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคงขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าว โดยให้ระบุว่าเป็นเหตุการณ์แก๊สระเบิด
ทั้งนี้ ภาพรวมของการให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้า โดยเฉพาะเทศบาลนครหาดใหญ่แทบไม่มีแผนเผชิญเหตุ ทำให้ พล.ต.ต.สุวิทย์ ต้องสั่งการให้เสริมกำลังเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจรอบนอกเข้ามารักษาความปลอดภัยในพื้นเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ขณะที่ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ส่งกำลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 42 เข้าร่วมรักษาความสงบ และตรวจสอบย่านการค้า ศูนย์การค้าและโรงแรมต่างๆ เพราะเกรงว่าจะมีการวางระเบิดซ้ำซ้อนขึ้นอีก
ตะลึงเจอจุดคาร์บอมบ์ที่ลานจอดรถชั้น B2
ต่อมาเมื่อเวลา 18.45 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) สามารถลงไปตรวจสอบบริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินของอาคารลีการ์เด้นส์พลาซ่า ชั้น B2 ปรากฏว่าพบหลุมระเบิดขนาดใหญ่บนพื้นซีเมนต์ จากชั้น B2 ทะลุลงไปถึงชั้นจอดรถ B3 รอบๆ หลุมดังกล่าวมีซากรถหลายคันถูกแรงอัดของระเบิดจนกระเด็นเป็นรัศมีประมาณ 10 เมตร สภาพรถแต่ละคันเสียหายอย่างหนัก และมีคันหนึ่งพังยับเยิน คาดว่าคนร้ายน่าจะประกอบระเบิดใส่ไว้ในรถคันดังกล่าว โดยเป็นระเบิด "คาร์บอมบ์" แต่เบื้องต้นยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นรถชนิดอะไร เพราะภายในลานจอดรถมืดและมีไอความร้อนกับกลุ่มควันหนาแน่น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เสียงระเบิดและเพลิงไหม้เกิดจาก "คาร์บอมบ์" บริเวณลานจอดรถชั้น B2 ของอาคาร ทำให้ท่อส่งแก๊สที่เดินภายในอาคารโรงแรมและห้างสรรพสินค้าระเบิดตาม ส่งผลให้ร้านรวงต่างๆ ที่ใช้แก๊สในอาคารเกิดระเบิดต่อเนื่อง แม้กระทั่งภายในครัวของอาคารห้องจัดเลี้ยงซึ่งตั้งอยู่ชั้น 8 โซนโรงแรมก็ยังเกิดเพลิงไหม้จากแรงระเบิดของแก๊ส
กระทั่งในช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตได้ยุติการค้นหาลงชั่วคราว เนื่องจากไม่ปลอดภัย และจะดำเนินการค้นหาต่อในวันอาทิตย์ที่ 1 เม.ย. อย่างไรก็ดี ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เข้าไปรักษาความปลอดภัยโดยรอบตัวอาคาร และตั้งจุดตรวจบนถนนสายต่างๆ เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำซ้อน
คาร์บอมบ์-จยย.บอมบ์ 3 ลูกซ้อนกลางยะลาตายเจ็บครึ่งร้อย
เวลา 12.15 น.วันเดียวกัน ร.ต.ท.จิตนัย รัตนไพบูลย์ ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ (ระเบิดที่บรรทุกมาในรถยนต์) บริเวณหน้าร้านข้าวมันไก่ ถนนรวมมิตรตัดกับถนนจงรักษ์ ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยนายตำรวจระดับสูง ฝ่ายทหาร นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี)
อย่างไรก็ดี ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังนำกำลังรุดไปยังจุดเกิดเหตุนั้น ปรากฏว่ามีเสียงระเบิดดังขึ้นอีก 1 ครั้งบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ห่างจากหน้าร้านข้าวมันไก่ประมาณ 100 เมตร เมื่อเข้าที่เกิดเหตุได้ เจ้าหน้าที่พบว่าคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องประกอบใส่ในถังแก๊ส น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม ซุกซ่อนไว้ในรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน โดยคนร้ายนำไปจอดไว้หน้าร้าน และจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ทำให้อาคารร้านค้าซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ชื่อ "จงรักษ์สแควร์" ทั้งสองฟากถนนได้รับความเสียหาย โดยชั้นล่างเสียหายอย่างหนัก และบางส่วนของชั้น 2 ทรุดตัวลงมา ส่วนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถบัสสีเขียวของทหารที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน มีคนถูกไฟคลอกและถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บหลายสิบราย
ทว่าระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลอยู่นั้น ได้เกิดระเบิดขึ้นอีก 1 ลูกหน้าร้านสะดวกซื้อที่เพิ่งเกิดระเบิด จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายนำระเบิดบรรจุในถังแก๊ส น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม ติดตั้งไว้ในรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน และจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารเช่นกัน แรงระเบิดครั้งนี้สร้างความเสียหายมากกว่าจุดแรก ทั้งยังมีรถยนต์เก๋งติดแก๊สระเบิดตามอีก 1 ครั้ง
หลังเกิดเหตุมีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดราว 10 ราย ในจำนวนนี้ 2 รายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเนื่องจากถูกไฟคลอก และมีผู้บาดเจ็บรวม 69 ราย ความคืบหน้าหลังเจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่เกิดเหตุจนปลอดภัยแล้ว นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้สั่งให้เก็บกวาดพื้นผิวถนน และตรวจสอบวัถตุระเบิดที่อาจมีซุกซ่อนอยู่อีก จากนั้นจึงได้ตั้งโต๊ะรับลงทะเบียนทั้งจากญาติผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือเยียวยาต่อไป สำหรับเจ้าของอาคารบ้านเรือนที่พังเสียหาย เจ้าหน้าที่ได้มอบปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้นก่อน
พบเบาะแส "คาร์บอมบ์" – แฉจุดเกิดเหตุเป็น "เซฟตี้โซน"
สำหรับความคืบหน้าทางคดี พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา (ผบก.ภ.จว.ยะลา) ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาตัวกลุ่มคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เบื้องต้นพบว่ารถกระบะยี่ห้ออีซูซุที่คนร้ายใช้เป็นคาร์บอมบ์จุดแรกนั้น น่าจะเป็นของกลุ่มนายเปเล่ หรือรอฮิง ดาอีซอ ซึ่งเคยใช้รถคันนี้พ่นสัญลักษณ์ตราโล่ของตำรวจบริเวณข้างประตูรถ และนำไปใช้ก่อเหตุยิงถล่มจุดตรวจร่วมอาสารักษาดินแดน (อส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่บ้านกาลอ ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา
ส่วนรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าที่คนร้ายใช้เป็นคาร์บอมบ์จุดที่ 2 นั้น เป็นรถที่คนร้ายโจรกรรมไปจากชุมชนย่านตลาดเก่า ในเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมานี้เอง โดยคาดว่ารถยนต์ทั้งสองคันถูกนำไปประกอบเป็นคาร์บอมบ์ในพื้นที่รอบนอก ก่อนจะขับเข้ามาก่อเหตุในเขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งเตือน
มีรายงานด้วยว่า ในวันเดียวกันนี้ ทางจังหวัดยะลาได้จัดกิจกรรมวันข้าราชการพลเรือน โดยในช่วงเช้ามีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ และช่วงบ่ายมีกิจกรรมแข่งขันกีฬา ส่วนพื้นที่บริเวณถนนรวมมิตรนั้น เป็นย่านธุรกิจของเมือง เคยเกิดระเบิดอย่างรุนแรงมาแล้วหลายครั้ง โดยในสมัยที่ นายกฤษฎา บุญราช เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา (ปัจจุบันเป็นผู้ว่าฯสงขลา) ได้เคยประกาศให้เป็น "เซฟตี้โซน" (เขตปลอดภัย) มีการตั้งด่านตรวจเข้มการเข้าออกและการใช้เส้นทาง พร้อมจัดระเบียบการจราจรใหม่เป็นระบบวันเวย์ (เดินรถทางเดียว) แต่ชาวบ้านและผู้ประกอบการไม่ยินยอม กระทั่งมาเกิดเหตุอีกครั้งดังกล่าว
เปิด 11 รายชื่อผู้เสียชีวิต
สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิต ตรวจสอบล่าสุดถึงช่วงค่ำวันเดียวกัน มีทั้งสิ้น 11 ราย ประกอบด้วย 1.นางกรรณิกา บัวจันทร์ 2.นายสมัย ลีลา 3.นายสมเกียรติ พยากรณ์ 4.นายสุชาติ พรหมญาบ 5.ส.ต.อ.สุรชาติวัฒนพันธ์ 6.นางธีรนุช รอดทา 7.นางปราณี พิมพ์ปรุ 8.นางอ้อยใจ พิมพ์ปรุ 9.นางสมใจ ชูโรจน์ ที่เหลืออีก 2 รายเป็นชายไม่ทราบชื่อ ส่วนผู้บาดเจ็บมียอดสูงถึง 110 ราย มีทั้งที่อาการสาหัสและบาดเจ็บเล็กน้อย
บึ้มรองผู้กำกับแม่ลาน-พื้นที่นำร่องเลิก พ.ร.ก.
เมื่อเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน หลังเกิดเหตุระเบิด 3 จุดกลางเมืองยะลา และก่อนเกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพียงไม่นาน มีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดที่บริเวณหน้าร้านขายข้าวแกง ชื่อร้านสุกัญญาอาหารตามสั่ง เลขที่ 136/16 หมู่ 4 บ้านนางโอ ต.แม่ลาน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ซึ่งเปิดอยู่ในตึกแถวเล็กๆ มีร้านรวงกว่า 10 ห้อง ตั้งอยู่ปากทางเข้าที่ว่าการอำเภอแม่ลาน ห้องสมุด และโรงพัก สภ.แม่ลาน
หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้ว คนร้ายรายนั้นได้เดินไปนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งซึ่งมีเพื่อนอีกคนสตาร์ทรถรออยู่ แล้วก็ขี่ออกไป คล้อยหลังไม่ถึง 1 นาที ได้เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจากรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายนำไปจอดไว้ (มอเตอร์ไซค์บอมบ์) แรงระเบิดทำให้ พ.ต.ท จิตรการณ์ เกื้อก่อยอด รองผู้กำกับการฝ่ายป้องกันและปราบปราม (รอง ผกก.ป.) สภ.แม่ลาน ซึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ภายในร้านพร้อมลูกค้าคนอื่นๆ รวม 6 คน ได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบ และนำคนเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลแม่ลาน โดยทุกคนอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว รวมทั้ง พ.ต.ท.จิตรการณ์ ด้วย
จากการตรวจจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน กพม 420 สงขลา อยู่สภาพแหลกละเอียดทั้งคัน คาดว่าคนร้ายประกอบระเบิดชนิดแสวงเครื่องซุกซ่อนไว้ใต้เบาะหรือในถังน้ำมัน แรงระเบิดยังทำให้รถกระบะสี่ประตูของ พ.ต.ท.จิตราการณ์ และรถยนต์ของพี่น้องประชาชนในละแวกดังกล่าวได้รับความเสียหายรวม 4 คัน โดยรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายนำไปติดตั้งระเบิด เป็นรถที่ถูกขโมยมาจากตลาดสะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เมื่อ 2 เดือนก่อน คาดว่าเป้าหมายต้องการทำร้ายรอง ผกก.ป.สภ.แม่ลาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดบริเวณใกล้เคียงไปตรวจสอบเพื่อหาเบาะแสคนร้ายแล้ว
อนึ่ง อ.แม่ลาน เป็นอำเภอเดียวจาก 33 อำเภอในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นพื้นที่นำร่องยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ตั้งแต่ปลายปี 2553 ในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปัจจุบันประกาศเป็นพื้นที่ความมั่นคงตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551
ทหารแจงใต้ป่วนหนักตอบโต้รัฐเดินถูกทาง
พ.อ.ปริญญา ฉายดิลก โฆษกประจำตัวแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า เหตุระเบิดหลายจุดในวันเสาร์ที่ 31 มี.ค.เห็นได้ชัดว่าคนร้ายต้องการสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้เดินหน้าพัฒนาพื้นที่จนสามารถสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชนได้ในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ดี ปัญหาในพื้นที่มีหลายมิติมาก แต่ที่สำคัญคือเรื่องยาเสพติด ซึ่ง ศอ.บต.และ กอ.รมน.ภาค 4 สน.กำลังเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างจริงจัง นอกจากนั้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต.ก็กำลังเดินหน้าเจรจากับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบอยู่ด้วย จึงมีการตอบโต้จากกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยโดยใช้ความรุนแรง
ยิงเอ็ม 79 ถล่มบ้าน "นัจมุดดีน"
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 23.30 น.วันศุกร์ที่ 30 มี.ค.คนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายหามะ วานิ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ 3 ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กระสุนปืนถูกบริเวณหน้าผากทะลุท้ายทอยเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะ นายหามะ วานิ พร้อมภรรยาและลูกชายวัยเพียง 5 ขวบ กำลังเดินอยู่บนถนนในหมู่บ้านโคกพันต้น หมู่ 7 ต.แม่ลาน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบสังหาร
เวลา 02.40 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 ยิงระเบิดใส่บ้านของ นายนัจมุดดีน อูมา อดีต ส.ส.นราธิวาสหลายสมัย เลขที่ 5 บ้านตลาดตันหยงมัส หมู่ 7 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้หลังคาบ้านได้รับความเสียหาย แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุเช่นกัน
ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายสมพงษ์ อโนทัย อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ซอย 1 ศิริวัฒน์ ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากทำธุระในเขตเทศบาลนครยะลา กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน เหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 64/28 ซอยบุญสวัสดิ์ ถนนตรีมิตร ต.สะเตงนอก เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง
ส่วนที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนพกขนาด .38 ยิง นายสุพจน์ ยีจิ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/3 บ้านห้วยบอน หมู่ 2 ต.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะนายสุพจน์กำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในท้องที่บ้านห้วยบอน หมู่ 2 ต.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย มุ่งหน้ากลับบ้าน เบื้องต้นตำรวจตั้งประเด็นที่ความขัดแย้งส่วนตัว
บึ้มทหารพรานเจ็บ 2 ที่ระแงะ
ช่วงเช้าของวันศุกร์ที่ 30 มี.ค.เวลา 08.20 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดดักสังหารทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 1107 (ร้อย.ทพ.1107) หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 11 เป็นเหตุให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ทราบชื่อคือ อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) ประสาน แก้วเขียว และ อส.ทพ.นันทวัฒน์ ก้องทอง เหตุเกิดขณะทหารพรานชุดดังกล่าวซึ่งมีกำลังพล 8 นาย กำลังลาดตระเวนเดินเท้าในท้องที่บ้านบองอ หมู่ 4 ต.บองอ อ.ระแงะ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
วันพฤหัสบดีที่ 29 มี.ค.เวลา 19.20 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้ระเบิดขว้างแบบ เอ็ม 26 ขว้างใส่ป้อมตำรวจ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลบันนังสตา อ.บันนังสตา แต่โชคดีที่ลูกระเบิดไปติดกับตาข่ายที่เจ้าหน้าที่กั้นไว้เพื่อป้องกันที่ตั้ง จึงไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ หรือกลุ่มวัยรุ่นขี่รถเร็วในพื้นที่ที่เพิ่งถูกกวาดจับเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา
ช่วงเย็นวันเดียวกัน คนร้าย 4 คนมีรถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิงเยาวชนอายุ 16 ปีและ 17 ปี ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนสายพระยาระแงะ บ้านตลาดตันหยงมัส หมู่ 7 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้เยาวชนทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุคนร้ายได้ชิงรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปด้วย เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ หรือเป็นฝีมือของวัยรุ่นคู่อริ
ยิง จนท.องค์การสะพานปลา - ดับ อรบ.บาเจาะคาโรงเรียน
ช่วงเช้าวันเดียวกัน คนร้าย 4 คน มีรถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด 11 มม.ยิง นายนพพร วงษาคง อายุ 58 ปี เจ้าหน้าที่ธุรการองค์การสะพานปลา จ.ปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 286/58 หมู่ 8 ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะนายนพพรกำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนสราญรมย์ ท้องที่บ้านยูโย หมู่ 8 ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน หลังเสร็จภารกิจเข้าเวรที่สำนักงานองค์การสะพานปลา
ก่อนหน้านั้นเมื่อวันพุธที่ 28 มี.ค.เวลา 20.00 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิง นายอับดุลเลาะ แมเร๊าะ อายุ 18 ปี อาสาสมัครรักษาหมู่บ้าน (อรบ.) อยู่บ้านเลขที่ 40/1 บ้านตันหยง หมู่ 4 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตภายในโรงเรียนบ้านตันหยง หมู่ 4 ต.บาเระใต้ เหตุเกิดขณะที่นายอับดุลเลาะกำลังขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปที่โรงเรียนเพื่อเข้าเวรรักษาความปลอดภัย โดยหลังก่อเหตุคนร้ายได้ชิงรถจักรยานยนต์ของผู้ตายหลบหนีไปด้วย
วันอังคารที่ 27 มี.ค.เวลา 17.15 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายมูฮัมหมัด อับดุลลาเต๊ะ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ 10 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และ นายอับดุลลอแม สาแม อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/4 หมู่ 2 ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ทำให้ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขณะนายมูฮัมหมัดขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ หมายเลขทะเบียน ฏต 8243 กรุงเทพมหานคร อยู่บนถนนเจริญเขต ซอย 5 ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยมีนายอับดุลลอแม และเพื่อนอีก 2 คนนั่งมาด้วย แต่เพื่อน 2 คนไม่ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจยังไมสรุปสาเหตุการลอบยิง
พบหลุมระเบิดเตรียมบึ้มที่ยะรัง
ด้านปฏิบัติของฝ่ายความมั่นคง เมื่อวันศุกร์ที่ 30 มี.ค.เวลา 08.30 น.ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร กองร้อยทหารราบที่ 1333 (ร้อย.ร.1333) หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 ออกลาดตระเวนเส้นทางในพื้นที่ ต.สะดาวา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อถึงบริเวณรอยต่อระหว่างท้องที่หมู่ 3 บ้านอีบุ๊ กับหมู่ 4 บ้านศาลาสอง ต.สะดาวา พบหลุมระเบิด 2 หลุม มีดินและหญ้าปิดทับไว้เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ คาดว่าเป็นหลุมที่คนร้ายเตรียมลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่จึงกลบหลุมดังกล่าว และเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อหาเบาะแสคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
ช่วงวันอังคารที่ 27 มี.ค.ต่อเนื่องวันพุธที่ 28 มี.ค.เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกควบคุมตัว นายสุเด็ง อูมา อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 2 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ตามหมายจับของศาลจังหวัดนราธิวาส ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน จากเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงสถานีตำรวจยุทธศาสตร์ตันหยงลิมอ บ้านตอหลัง หมู่ 3 ต.ตันหยงลิมอ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2552 นอกจากนั้นยังมีหมายจับและหมาย ฉฉ. ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีกหลายหมาย
ต่อมา ทหารพรานได้ใช้อำนาจกฎอัยการศึกควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยอีกหลายรายในพื้นที่ ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ ซึ่งมีหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อไปซักถามและพูดคุยปรับทัศนคติ นอกจากนั้นกำลังผสม 3 ฝ่ายยังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่บ้านกูจิงรือปะ หมู่ 4 ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และได้เชิญตัวชายวัย 22 ปี ซึ่งเป็นบุคคลต้องสงสัยเกี่ยวโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบ ไปซักถามที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 อีกด้วย
www.isranews.
นายกฯเครียด คาร์บอมบ์ ยอดตายเป็น8
31 มีนาคม 2555, 17:23 น.
นายกฯ มีสีหน้าเคร่งเครียดหลังรับทราบเหตุระเบิดในพื้นที่ จ.ยะลา สั่ง ผบ.ตร.ลงพื้นที่สอบด่วน ด้าน มทภ.4 เร่งหาตัวต้นเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 8 ราย บาดเจ็บอีก 60 คน...
ความคืบหน้าเหตุระเบิด 3 ลูกซ้อนกลางเมืองยะลา เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 31 มี.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า รับทราบเหตุระเบิด 3 จุด ในพื้นที่ภาคใต้แล้ว สั่งการ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสาเหตุแล้ว แต่ยังไม่ขอประเมินสาเหตุว่ามาจากเรื่องอะไร ขอรอฟังสรุปก่อน อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ ผบ.ตร. ตรวจหาสาเหตุ และให้เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน และกองทัพจะช่วยประสานงานดูแลด้านความมั่นคงให้เพิ่มเติม ส่วนผู้บาดเจ็บได้ส่งโรงพยาบาลทั้งหมดแล้ว
เมื่อถามว่าเบื้องต้นประเมินว่าสาเหตุเกิดจากอะไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอให้ได้ข้อสรุปก่อน แล้วจะชี้แจงให้ประชาชนทราบ เพราะเกิดระเบิดถึง 3 ลูก เมื่อถามว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการปรับนโยบายการแก้ปัญหาภาคใต่้ของรัฐบาลเมื่อ 3 เดือนที่แล้วหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ ขอรอสรุปสาเหตุก่อนแล้วจะชี้แจงให้ประชาชนทราบ
ด้าน พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชน์ แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงเหตุระเบิด 3 จุดในพื้นที่ 3 จังหวัดทางภาคใต้ ยังไม่พบข้อมูลกลุ่มผู้ก่อเหตุ พร้อมยืนยันเจ้าหน้าที่ได้วางแผนดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างรัดกุม ยอมรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้กลุ่มคนร้ายสามารถก่อเหตุได้ง่ายขึ้น ย้ำความร่วมมือของคนในพื้นที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันเหตุร้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุระเบิด จนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถสกัดเพลิงเอาไว้ได้แล้ว และปิดกั้นห้ามประชาชนเข้าใกล้จุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร หลังจากนั้นได้เข้าเคลียร์พื้นที่ พบซากรถยนต์และรถจักรยานยนต์นับสิบคัน ถูกเพลิงเผาได้รับความเสียหาย รวมทั้งรถยนต์กระบะที่คนร้ายประกอบเป็นระเบิดคาร์บอมบ์ ถูกแรงระเบิดจนเหลือแต่ซาก
ต่อมา พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบเก็บหาหลักฐาน พล.ต.ท.ไพฑูรย์ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานประมาณเที่ยงวันว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้น โดยจุดแรกเกิดที่หน้าร้านอาหารรุ่งเรือง เป็นระเบิดรถกระบะคาร์บอมบ์ ซึ่งจุดนี้มีเสียงระเบิดขึ้น 2 ครั้ง หลังจากนั้นประมาณ 20 นาที ก็เกิดระเบิดขึ้นห่างจากจุดแรกประมาณ 150 เมตร เป็นระเบิดรถยนต์คาร์บอมบ์ลูกที่ 2 ส่วนที่ว่ามีระเบิดลูกที่ 3 นั้น ตนเชื่อว่าเป็นแรงระเบิดจากรถยนต์ที่ใช้แก๊ส ไม่ใช่เกิดจากการลอบวางระเบิดของคนร้ายแต่อย่างใด
ส่วนความเสียหายของอาคารบ้านเรือนทั้งสองฝั่งที่อยู่ริมถนนได้รับความเสียหาย ถูกเพลิงไหม้ตลอดแนวกว่า 20 หลัง เป็นเส้นทางยาวตลอดแนวถนนรวมมิตร
ทั้งนี้ ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดได้รับรายงานว่ามีทั้งหมด 8 ราย และผู้บาดเจ็บ 60 ราย ส่วนรถยนต์ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุเป็นรถกระบะที่คนร้ายปล้นเอามาจากพื้นที่ จ.ปัตตานี และอีกคันก็ถูกขโมยมาจากพื้นที่ จ.ยะลา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่.
www.thairath.
คาร์บอมบ์ยะลาดับแล้ว 10 เจ็บ 69 เผยภาพไฟไหม้แทบไม่เหลือซาก
31 มีนาคม 2555 16:16 น.
ยะลา - เผยเหตุคาร์บอมบ์กลางเมืองยะลา เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 10 ในจำนวนนี้ตายในที่เกิดเหตุเพราะถูกไฟคลอก 2 ศพ เจ็บอีก 69 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลาว่า วันนี้ (31 มี.ค.) เวลาประมาณ 12.15 น. ร.ต.ท.จิตนัย รัตนไพบูลย์ ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งมีเหตุคาร์บอมบ์บริเวณหน้าร้านขายข้าวมันไก่ ถ.รวมมิตร ตัดกับ ถ.จงรักษ์ ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังจะไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ
ปรากฏมีระเบิดอีกลูกหนึ่งหน้าร้านสะดวกซื้อห่างกัน 100 เมตร จึงได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.เมืองยะลา พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผบก.ภ.จว.ยะลา พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูไชยยะ ผบช.ศชต. นายเดชรัฐ สิมศิริ ผวจ.ยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐาน อีงทั้งกำลังทหารและตำรวจจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ไว้ห่างจากจุดเกิดเหตุในรัศมี 100 เมตร โดยไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในที่เกิดเหตุ กลัวจะมีระเบิดซ้ำสอง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า คนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุถังแก๊ส น้ำหนักประมาณ 30 กก. ซุกซ่อนในรถยนต์ อีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนสซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งคนร้ายได้นำมาจอดในที่เกิดเหตุ จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ทำให้ร้านค้าที่เป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้นชื่อ ตึกจงรักษ์สแควร์ ทั้งสองข้างถนนได้รับความเสียหาย โดยชั้นล่างเสียหายทั้งหมด และบางส่วนของชั้น 2 ทรุดตัวลงมาพังเสียหายพินาศราบเป็นหน้ากลอง ส่วนรถยนต์ รถจักรยานยนต์และรถบัสสีเขียวของทหาร ร.15 พัน 4 จอดอยู่ ได้รับความเสียหายด้วย ส่วนคนเจ็บถูกไฟคลอกและถูกสะเก็ดระเบิดได้มีการนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว
ต่อมาเวลาห่างกันประมาณ 15 นาที ได้เกิดระเบิดอีกลูกหนึ่งหน้าร้านสะดวกซื้อ จากการตรวจสอบทราบว่า คนร้านนำระเบิดบรรจุถังแก๊ส น้ำหนักประมาณ 30 กก. ซุกซ่อนในรถโตโยต้า ไฮลักซ์ สีขาว ไม่ทราบเลขทะเบียน จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ทำให้อาคารพาณิชย์สองข้างทาง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถมูลนิธิได้รับความเสียหาย และมีผู้บาดเจ็บมากกว่าจุดที่หนึ่ง เนื่องจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เข้ามาเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากจุดแรก พร้อมกันนั้นรถเก๋งไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ซึ่งติดแก๊สได้ระเบิดขึ้นด้วย ส่งผลให้เกิดความเสียหายมากยิ่งขึ้น
จากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบเบื้องต้นว่า ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 10 ศพ ในจำนวนนี้ 2 ศพตายในที่เกิดเหตุ เนื่องจากถูกไฟคลอก และมีผู้บาดเจ็บ 69 คน รายละเอียดชื่อผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ “ASTVผู้จัดการภาคใต้” จะรายงานอีกครั้งหนึ่ง
www.manager.
ผบ.ตร.ยันบึ้มหาดใหญ่เป็นคาร์บอมบ์โยงสามจังหวัดชายแดนใต้
31 มีนาคม 2555 23:05 น.
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงตรวจพื้นที่เกิดเหตุระเบิดห้างสรรพสินค้าลีการ์เด้นส์ พลาซ่า ระบุเป็นคาร์บอมบ์ที่บรรจุในถังแก๊สเช่นเดียวกับเหตุระเบิดที่ จ.ยะลา และสถานการณ์เชื่อมโยงกัน สั่งคุมเข้มพื้นที่หาดใหญ่ทุกตารางนิ้ว
ผบ.ตร.ลงพื้นที่ติดตามเหตุระเบิดที่หาดใหญ่ยันเป็นคาร์บอมบ์เชื่อมโยงกับยะลา
เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ที่ผ่านมา(31 มี.ค.) พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามเหตุระเบิดที่ห้างสรรพสินค้าลีการ์เด้นส์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และดูสภาพความเสียหายของสถานที่เกิดเหตุ พร้อมกับเปิดเผยว่า เหตุระเบิดที่ อ.หาดใหญ่ เป็นคาร์บอมบ์ บรรจุในถังแก๊ส และเชื่อมโยงกับเหตุในระเบิดในพื้นที่ จ.ยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่พอที่จะทราบกลุ่มที่ก่อเหตุแล้วซึ่งในส่วนของเหตุระเบิดหาดใหญ่มีความเสียหายมาก จากนี้ไปซึ่งจะถึงเทศกาลสงกรานต์เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะต้องตั้งด่านตรวจให้ถี่ขึ้นเพื่อป้องกันเหตุร้ายซึ่งแน่นอนว่าเหตุระเบิดหาดใหญ่จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
ผู้ว่าราชการสงขลาระบุมีผู้เสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บ 354 คน รักษาตัวที่โรงพยาบาล 144 คนอยู่ไอซียู28 คน
ด้าน นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา เปิดเผยว่า จำนวนตัวเลขผู้บาดเจ็บขณะนี้อยู่ที่354 คน รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 144 คน อาการน่าเป็นห่วงอยู่ในห้องไอซียู 28 คน และเสียชีวิต 5 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 1 คน ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียรวมอยู่ด้วย 1 คน แต่ยังไม่ทราบชื่อ ส่วนการช่วยเหลือทางจังหวัดจะมอบเงินในกรณีผู้เสียชีวิต หากเป็นหัวหน้าครอบครัวจะจ่ายค่าเยียวยาให้ 50,000 บาท สมาชิกในครอบครัว 25,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บหากรักษาตัวเกิน1 เดือนจะจ่ายค่าเยี่ยวเบื้องต้นเดือน 3,000 พัน และจะเสนอไปยัง ศอ.บต.เพื่อให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นกรณีพิเศษรายละ 1 แสนบาท ในวันพรุ่งนี้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวทุกหน่วยจะตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยจะเปิดศูนย์รับแจ้งผู้สูญหายรวมทั้งทรัพย์สินเสียหาย
ตำรวจท่องเที่ยวตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
ขณะที่ในคืนนี้ทางสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศสำนักงานหาดใหญ่และตำรวจท่องเที่ยวได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวบริเวณหน้าห้างลีการ์เด้นพลาซ่า ทั้งในเรื่องการจัดหาที่พักตามโรงแรมต่างๆ การแจ้งคนหาย รวมทั้งช่วยประสานงานกรณีหากมีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บและชี้แจงข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับทราบ
จุดเกิดเหตุคาร์บอมบ์อยู่ที่ชั้นบี 4 เป็นรถเก๋งฮอนด้าแจ๊สติดถังแก๊สหนัก 15 กก.
สำหรับจุดที่เกิดเหตุระเบิดนั้นหลังจากที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าอยู่บริเวณลานจอดรถชั้นบี 4 ซึ่งเป็นชั้นใต้ดิน โดยรถที่ประกอบเป็นคาร์บอมบ์เป็นรถยนต์ฮอนด้าแจ๊สยังไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ใช้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สน้ำหนักราว 15 กิโลกรัม แรงระเบิดทำให้รถขาดสองท่อนและพื้นลานจอดรถเป็นรูโหว่รัศมีเท่ากับตัวรถ แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถตรวจในรายละเอียดได้เพราะยังมีกลุ่มควันและไอความร้อนอยู่ ขณะที่บริเวณจุดเกิดเหตุมีรถยนต์ที่ถูกไฟไหม้และถูกสะเก็ดระเบิดพังเสียหายกว่า 100 คัน
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุระเบิดที่โรงแรมลี การ์เด้นส์ พลาซ่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
www.manager.
ด่วน!! บึ้ม! ใจกลางเมืองหาดใหญ่ นักท่องเที่ยวนับร้อยหนีตายอลม่าน
31 มีนาคม 2555 13:52 น.
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - บึ้ม!! ห้างลีการ์เด้นส์ ใจกลางเมืองหาดใหญ่ นักท่องเที่ยวไทยและเทศหนีตายอลหม่าน เผยไฟยังลุกท่วมอาจมีคนกระโดดหนีตายจากชั้นบนของห้างและโรงแรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันนี้ (31 มี.ค.) ได้เกิดเหตุระเบิดบริเวณห้างลีการ์เด้นส์ พลาซ่า ศูนย์การค้าใจกลางเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ทั้งนี้ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ได้ยินเสียงระเบิด พร้อมแรงสั่นสะเทือน ก่อนจะเห็นควันพวยพุ่งออกมาจากบริเวณชั้น 1 ของห้างดังกล่าว ซึ่งมีร้านอาหารชื่อดัง อาทิ Mcdonald ร้านไอศกรีมสเวนเซ่นส์ และร้านชาบูชิ ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่านจำนวนมาก
หลังเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยหนีตายกันอลหม่าน และมีไฟลุกท่วมบริเวณชั้น 2 นอกจากนี้ ผู้อยู่ในเหตุการณ์แจ้งว่ามีประชาชนจำนวนมากที่จับจ่ายใช้สอยอยู่ในห้างและใช้บริการโรงแรมตกใจ บ้างออกมายืนตามหน้าต่างหรือระเบียนชั้นบนขึ้นไปทำท่าเหมือนอยากจะกระโดดหนีไฟไหม้ เนื่องจากขณะนี้ยังคงมีไฟลุกไหม้และควันพวยพุ่งอยู่
www.manager.
ปัตตานีระเบิดด้วย ร้านข้าวแกงหน้า สภ.แม่ลานเสียหาย-ตำรวจเจ็บ 1 นาย
31 มีนาคม 2555 13:37 น.
ปัตตานี - คนร้ายวางแผนระเบิดร้านข้าวแกงหน้า สภ.แม่ลานปัตตานีเสียหาย เบื้องต้นมีรายงานทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
วันนี้ (31 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.15 เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดหน้าร้านขายข้าวแกง ซึ่งตั้งอยู่หน้า สภ.แม่ลาน จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ซึ่งเป็นรายงานเบื้องต้นในขณะนี้
www.manager.
บึ้มกลางเมืองยะลา ไฟลุกท่วมอาคาร 3 จุดแล้ว
31 มีนาคม 2555 12:13 น.
ยะลา - เกิดเหตุระเบิดกลางเมืองยะลา บริเวณสี่แยก ถ.จงรัก ตัดกับ ถ.รวมมิตร 2 จุด ไฟลุกท่วมอาคารบริเวณใกล้เคียง ก่อนบึ้ม! จุดที่ 3 อีกลูกหน้าหน้าร้าน เจมาร์ท ขายโทรมือถือใกล้กับ 7-11 ถ.รวมมิตร ห่างจากจุดเดิมประมาณ 100 ม. ไฟยังลุกท่วมเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลาว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันนี้ (31 มี.ค.) ได้เกิดเหตุระเบิดบริเวณสีแยกถนนจงรักตัดกับถนนรวมมิตร ซึ่งถือเป็นย่านการค้าสำคัญในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา 2 จุดในเวลาไล่เรี่ยกัน เบื้องต้นยังไม่มีรายชื่อผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่คาดว่าความเสียจะกระจายเป็นบริเวณกว้าง และขณะนี้ยังมีได้เกิดไฟไหม้ลุกท่วมอาคารที่อยู่ในบริเวณนั้นด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อเวลา 12.23 น. ยังเกิดระเบิดลูกที่ 3 ตามมาบริเวณหน้าร้่านเจมาร์ทขายโทรศัพท์มือถือ ซึ่งใกล้กับร้าน 7-11 บนถนนรวมมิตร ซึ่งห่างจากจุดแรกเพียงประมาณ 100 เมตร และไฟได้ลุกท่วมอาคารอยู่เช่นกัน
มีรายงานเพิ่มเติมเข้ามาว่า เหตุระเบิด 3 จุดกลางเมืองยะลา ลูกแรกเป็นคาร์บอมบ์ ขณะนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 10 ราย ขณะเกิดเหตุ 2 ลูกแรก ผู้คนใกล้บริเวณพยายามออกมามุงดูและเจ้าของร้านค้าต่างๆ ได้พยายามจะสำรวจความเสียหาย แต่ถูกเจ้าหน้าที่ไล่ให้กลับเข้าที่พักเพราะเกรงว่าจะมีระบเบิดลูกต่อๆ ไปตามมา สร้างความโกลาหลไปทั่วเมืองแล้วเวลานี้
แหล่งข่าวเจ้าของร้านค้าบนถนนรวมมิตรบริเวณที่เกิดเหตุระเบิด เปิดเผยกับ "ASTVผู้จัดการภาคใต้" ว่า ระหว่างเกิดเหตุระเบิดลูกแรกตนกำลังเดินขึ้นบันไดไปยังชั้น 3 ปรากฏว่ารู้สึกจุกออกทันทีที่ระบเิดลูกแรกดังขึ้น จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นคาร์บอมบ์ที่บรรจุระเบิดไว้จำนวนมาก จากนั้นเพียงประมาณ 2-3 นาทีก็เกิดระเบิดลูกที่ 2 ตามมาในบริเวณเดียวกัน
แหล่งข่าวคนเดินกล่าวว่า ขณะมี่ตนพยายามจะออกไปสำรวจและจัดการปิดร้าน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ไล่ให้กลับเข้าอาคาร ซึ่งก็ต้องรีบปิดประตูด้านหน้าทันที และก็เป็นจริงเวลาห่างกันเพียง 10-20 นาทีต่อมาได้เกิดระเบิดลูกที่ 3 บริเวณหน้าร้านเจมาร์ท จุดนี้ทำให้เกิดอาการจุกอกเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะเป็นคาร์บอมบ์เช่นกัน และเวลานี้รถกระบะไหม้เกี้ยมก็นอนหงายท้องอยู่
มีรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดกลางเมืองยะลาในขั้นสาหัส 5 ราย และอีกกว่า 40 รายได้รับบาดเจ็บเช่นกัน และล่าสุดมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแลัว 4 ราย
www.manager.
สรุปเยียวยาไฟใต้จ่าย"กลุ่มตกสำรวจ"รายละแสน ลูกเหยื่อกรือเซะมึนรัฐให้ที่ดินแทนเงิน
วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2012 เวลา 07:15 น.
รัฐสรุปเยียวยาไฟใต้ พบชาวบ้านเหยื่อยิง-บึ้มรายวัน "ตกสำรวจ" ไม่เคยได้รับเงินเยียวยาร่วม 3 พันราย อนุมัติจ่ายก่อนคนละ 1 แสน จากนั้นให้อนุกรรมการพิจารณาช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นรายกรณี ส่วนเหตุการณ์เฉพาะ "กรือเซะ-ตากใบ" เยียวยาพิเศษ 7.5 ล้าน แต่ไม่ใช่ในรูปตัวเงินทั้งหมด เล็งให้เป็นที่ดินทำกิน ลูกเหยื่อมึนแบ่งยาก ไม่ตรงตามที่เคยประกาศ ด้านทหารพรานรับจ้างฆ่าเจอรุมทำร้ายดับในเรือนจำปัตตานี แค่ 2 วันเพลิงไหม้ 3 จุด ทั้งโรงไม้ยาง รถบดถนน บ้าน อส.
เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มี.ค.2555 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯ ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 4 กลุ่มตามที่ "ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา" นำเสนอไปก่อนหน้านี้
นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้พิจารณาเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ
กลุ่มแรก กลุ่มประชาชนทั่วไปที่เสียชีวิต พบว่ามาตรฐานที่ตรวจสอบในเบื้องต้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลเยียวยาในวงเงินรายละ 1 แสนบาท แต่ยังมีอีกประมาณ 3,000 รายที่ไม่ได้รับเงิน (จากผู้เสียชีวิตทั้งหมดราว 5,000 ราย ได้รับเยียวยาไปแล้วประมาณ 1,900 ราย) กลุ่มนี้ก็จะได้รับความช่วยเหลือ โดยใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท
กลุ่มที่สอง คือ ข้าราชการทุกหน่วยงาน แม้ทางราชการจะดูแลและใส่ใจตั้งแต่ต้น แต่ความรอบคอบยังต้องพิจารณาอีกครั้งว่าขาดแคลนและต้องการสิ่งใดบ้าง แม้ว่าทหารกับตำรวจอาจมีกฎเกณฑ์ในการดูแลหลายด้านที่ครอบคลุมเกือบถี่ถ้วนแล้ว แต่ส่วนตัวมีเพื่อนข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการหลายคนแจ้งมาว่าควรดูแลข้าราชการในกลุ่มนี้เพิ่มเติม แม้ไม่ได้ต้องการเยียวยาด้านการเงินเพิ่ม แต่ยังต้องการการดูแลด้านอื่น เช่น ลูกหลานที่จะได้สิทธิเข้ารับราชการ เพื่อเป็นกำลังหลักในการดูแลครอบครัวต่อไป กลุ่มนี้ใช้เงิน 200 ล้านบาท
"กรือเซะ-ตากใบ" ยังช่วย 7.5 ล้าน แต่อาจไม่ใช่ตัวเงิน
กลุ่มที่สาม คือ กลุ่มเหตุการณ์พิเศษในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่น เหตุการณ์กรือเซะ (28 เม.ย.2547) เหตุการณ์ตากใบ (25 ต.ค.2547) เป็นต้น เพราะกรณีเหล่านี้ต้องใช้เงินเยียวยาอย่างเป็นธรรมและประคับประคองให้ผ่านความยากลำบากไปให้ได้เป็นพิเศษ เนื่องจากภาครัฐมีส่วนเกี่ยวข้องในระดับที่แตกต่างกันไป
ที่ประชุมจึงให้หลักการไปว่าการดูแลกลุ่มนี้จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาวงเงินไม่เกินรายละ 7.5 ล้านบาทตามที่เทียบเคียงการเยียวยาของคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) แต่อาจไม่จ่ายในรูปเงินสดอย่างเดียว และอาจช่วยเหลือด้านอื่นๆ ตามความเหมาะสม เช่น การทำมาหากิน การลงทุน การเดินทางไปแสวงบุญประกอบพิธีฮัญจ์ เป็นต้น กลุ่มนี้ใช้งบประมาณ 1 พันล้านบาท
กลุ่มที่สี่ คือ กลุ่มที่สูญเสียอิสรภาพและเสรีภาพไปโดยกระบวนการทางกฎหมาย เช่น ถูกจับกุมคุมขังในช่วงดำเนินคดี แต่ศาลพิพากษายกฟ้องหรือตัดสินลงโทษน้อยกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด แต่วันเวลาที่จำคุกนั้นล้ำกว่าจำนวนวันเวลาที่ศาลตัดสินไปแล้ว กลุ่มนี้ใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท (อ่านรายละเอียดยอดเงินช่วยเหลือใน "อ่านประกอบ" ด้านล่าง)
งบรวม 2 พันล้าน-ประเดิมกลุ่มตกสำรวจรายละแสน
พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ยอดเงินเยียวยาทั้ง 4 กลุ่มรวมแล้ว 2 พันล้านบาท คาดว่าน่าจะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ทันวันอังคารที่ 27 มี.ค.นี้ แต่น่าจะเสนอได้ในสัปดาห์เเรกของเดือน เม.ย.
แหล่งข่าวซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการเยียวยาฯ กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือกลุ่มที่ 1 ที่เป็นประชาชนรายละ 1 แสนบาทนั้น เป็นกลุ่มประชาชนที่ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือจากรัฐเลย โดยอาจเป็นกลุ่มที่ตกสำรวจ หรือกลุ่มที่คณะกรรมการ 3 ฝ่ายระดับพื้นที่ คือทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ไม่ลงนามรับรองว่าเป็นการเสียชีวิตจากการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ ซึ่งกลุ่มนี้มีราว 3 พันคน ก็จะได้รับคนละ 1 แสนบาทก่อน จากนั้นจะมีการตั้งอนุกรรมการไปตรวจสอบรายกรณี ซึ่งหมายถึงทุกกรณี รวมเหตุร้ายรายวันอื่นๆ ที่ได้รับเงินเยียวยาไปแล้วด้วย หากใครยังเดือดร้อนหรือประสบปัญหาในการดำรงชีวิต ก็จะให้ความช่วยเหลือเป็นรายๆ ไป
ลูกครูชี้ไม่เท่าเทียม-รัฐผิดสัญญา
ด้านความเห็นของกลุ่มทายาทผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจากหลักเกณฑ์ที่ผ่านการประชุมคณะกรรมการเยียวยาฯ ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าจะไม่ได้รับเงินเยียวยา 7.5 ล้านบาท แต่อาจได้รับเพียง 1 แสนบาท หรือดูแลช่วยเหลือด้านอื่นแทนนั้น
บัณฑิตสาวขอสงวนนาม ลูกสาวของอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งบิดาถูกยิงเสียชีวิตเมื่อปี 2549 และน้องชายของบิดาถูกฆ่าเผาเมื่อปีที่แล้ว กล่าวว่า อยากให้รัฐดูแลอย่างเท่าเทียมกันทุกฝ่าย เพราะตอนที่บิดาเสียชีวิตได้เงินเยียวยาแค่ 5 แสนบาทเท่านั้น ที่เหลือเป็นการช่วยเหลือเรื่องทุนการศึกษา ปีละ 25,000 บาท และได้รับเพียง 2 ปี
"ที่รัฐบาลบอกว่าต้องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากบางเหตุการณ์เป็นพิเศษ เพราะเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำหรือเกี่ยวข้องนั้น อยากถามว่าแล้วคนอื่นไม่ได้โดนละเมิดสิทธิมนุษยชนเหมือนกันหรือ ทุกคนเป็นคนไทยเหมือนกัน ทำไมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จึงไม่เท่าเทียมกัน ครู ตำรวจ ทหาร และข้าราชการอื่นๆ ก็ทำงานเพื่อประเทศชาติ แล้วสิ่งที่รัฐตอบแทนกลับมามีแค่นี้หรือ"
บัณฑิตสาวซึ่งสูญเสียบิดาไปเมื่อปี 2548 กล่าวด้วยว่า อยากเรียกร้องเรื่องสิทธิการเข้ารับราชการ เพราะหลังจากบิดาเสียชีวิต หน่วยงานรัฐก็รับปากว่าจะดูแล แต่เมื่อเธอเรียนจบและไปสมัครเข้ารับราชการ กลับถูกปฏิเสธ
"การปฏิบัติของรัฐที่ไม่เท่าเทียมกันจะจุดประกายความไม่สงบมากขึ้น และจะสร้างปัญหาต่อเนื่อง การทำแบบนี้รัฐกำลังสร้างความแตกแยกและแบ่งแยกหรือไม่" บัณฑิตสาว ตั้งคำถาม
ญาติเหยื่อกรือเซะงงรัฐให้ที่ดินแทนเงิน
นางศุภวรรณ แซ่ลู่ ครูโรงเรียนเบตงสุภาพอนุสรณ์ อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายยิงรถตู้โดยสารสายเบตง-หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2550 จนมีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย กล่าวว่า ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไร แค่ขอสิทธิ์ของตัวเองและความเป็นธรรมให้เท่าเทียมกับคนอื่นเท่านั้น
น.ส.คอลีเยาะ หะหลี ลูกสาวผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์กรือเซะ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2547 กล่าวว่า เพิ่งได้ทราบข่าวว่าครอบครัวเหยื่อเหตุการณ์กรือเซะอาจไม่ได้รับการช่วยเหลือเป็นตัวเงินตามที่รัฐเคยบอกว่าจะได้รับ 7.5 ล้านบาท โดยอาจได้เป็นที่ดินทำกินหรือการลงทุนแทน ส่วนตัวคิดว่าหากรัฐเลือกใช้วิธีการเยียวยาแบบนี้จะมีปัญหาอย่างแน่นอน เพราะอย่างครอบครัวของเธอมีถึง 9 คน ได้ที่ดินมาจะแบ่งกันอย่างไร
ทหารพรานผู้ต้องหารับจ้างฆ่าเจอทำร้ายดับในคุก
ด้านความคืบหน้ากรณีอาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) สาอุดี เจ๊ะโด อายุ 40 ปี และ อส.ทพ.สุทธิชากร รามแก้ว อายุ 22 ปี ก่อเหตุยิง นายอรรณพ ปูเต๊ะ อายุ 39 ปี คนขับรถตู้สายปัตตานี-สุไหงโก-ลก ได้รับบาดเจ็บหน้าคิวรถกลางเมืองปัตตานี แต่หลังก่อเหตุถูกจับกุมได้ และยอมรับสารภาพว่าเป็นการรับจ้างฆ่า โดยได้รับค่าจ้างจากผู้หญิงรายหนึ่งเป็นเงิน 1 แสนบาทนั้น
หลังถูกจับกุม ทหารพรานทั้งสองนายได้ถูกส่งไปฝากขังในเรือนจำจังหวัดปัตตานี และเกิดทะเลาะวิวาทกับผู้ต้องขังด้วยกัน ทำให้ทั้งคู่ถูกทุบตีด้วยของแข็ง และถูกแทงด้วยแปรงสีฟันที่ดัดแปลงเป็นอาวุธ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ อส.ทพ.สาอุดี เสียชีวิต ส่วน อส.ทพ.สุทธิชากร ได้รับบาดเจ็บสาหัส
นายอาวุธ สุวรรณโณ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องไม่คาดคิด โดยขณะที่ต่างคนต่างอาบน้ำเมื่อเย็นวันที่ 22 มี.ค.ได้เกิดความชุลมุนวุ่นวายขึ้น เป็นเหตุทะเลาะวิวาทกันระหว่างผู้ต้องขังเก่ากับผู้ต้องหาทั้งสองคน และเกิดการตะลุมบอนทุบตี พร้อมกับใช้อาวุธที่ทำจากแปรงสีฟันแทงใส่ร่างของทั้งสองคน เบื้องต้นได้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีทราบแล้ว โดยผู้ว่าฯได้กำชับให้เข้มงวดเรื่องอาวุธและความปลอดภัยของผู้ต้องขัง
สำหรับศพของ อส.ทพ.สาอุดี นั้น ญาติได้รับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ จ.นราธิวาส แล้ว โดยไม่ได้ติดใจอะไร
แค่ 2 วันเพลิงไหม้ 3 จุด "รถบดถนน-โรงงานไม้ยาง-บ้าน อส."
ช่วง 2 วันที่ผ่านมายังเกิดเหตุเพลิงไหม้ถึง 3 ครั้งใน 3 พื้นที่ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 23 มี.ค.เวลา 20.20 น. มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางเพลิงเผารถบรรทุกน้ำและรถบดถนนอย่างละ 1 คันของ บริษัท ยะลา ไฮเวย์ ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดริมถนนสายตันหยง–เขื่อนบางลาง บ้านตันหยง หมู่ 2 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบและสอบสวนจนทราบว่า รถดังกล่าวเป็นของบริษัท ยะลา ไฮเวย์ ซึ่งนำมาใช้ซ่อมบำรุงเส้นทางสายตันหยง–เขื่อนบางลาง เมื่อปฏิบัติงานเสร็จได้นำไปจอดไว้หน้าบ้านสารวัตรกำนัน แต่ขณะเกิดเหตุ ไม่มีผู้ใดอยู่บ้าน เนื่องจากไปทำพิธีละหมาดที่มัสยิด คนร้ายจึงฉวยโอกาสจุดไฟเผาจนรถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบวางเพลิง
เวลา 11.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รองผู้กำกับการ สภ.เมืองยะลา รับแจ้งว่าเหตุเพลิงไหม้โรงงานไม้ยางพารา ที เอ็น พาราวูด ตั้งอยู่เลขที่ 42/1 หมู่ 7 ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา จึงนำกำลังรีบรุดไปตรวจสอบ
ทั้งนี้ โรงงานไม้ยางพาราดังกล่าวเป็นของ นายประกอบ ศิริเสรีวัฒนา ซึ่งเป็นโรงงานผลิตไม้แปรรูปและทำเฟอร์นิเจอร์ส่งออกต่างประเทศรายใหญ่ของจังหวัด เจ้าหน้าที่ได้ระดมรถดับเพลิงจำนวน 7 คนเข้าฉีดน้ำสกัด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้
สอบสวน นายวิทยา มนนุมาตย์ อายุ 41 ปี ผู้จัดการโรงงานไม้ยางพารา ทราบว่าต้นเพลิงเริ่มไหม้มาจากยุ้งเก็บขี้เลื่อย ซึ่งมีสต๊อกขี้เลื่อยและกองไม้ยางพาราวางอยู่เป็นชั้นๆ จำนวนมาก จึงได้ระดมคนงานมาช่วยสกัดเพลิง แต่สู้ไม่ไหวจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้เข้ามาช่วยเหลือ และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทัน ทำให้โรงงานได้รับความเสียหายไม่มากนัก
วันพฤหัสบดีที่ 22 มี.ค.เวลา 16.00 น.เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 81 บ้านไอร์ยือรุส หมู่ 2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านของ นายยูโซะ มูซอ ทำให้บ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เพราะขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่บ้าน
ทั้งนี้ บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง มีผู้อาศัย 5 คน หนึ่งในนั้นคือ อาสารักษาดินแดน (อส.) พงศกร ปันดิ ซึ่งเป็น อส.ประจำ อ.จะแนะ ลูกเขยของเจ้าของบ้าน เป็นชาว อ.ลอง จ.แพร่ เคยนับถือศาสนาพุทธ แต่ต่อมาได้เปลี่ยนศาสนา และแต่งงานกับ นางสุจิรา ปันดิ ลูกสาวเจ้าของบ้าน โดย อส.พงศกร เคยถูกคนร้ายซุกระเบิดไว้ในรถจักรยานยนต์ กระทั่งเกิดระเบิดที่หน้าที่ทำการอำเภอจะแนะมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เจ้าตัวรอดมาได้หวุดหวิด เบื้องต้นตำรวจจึงยังไม่สรุปสาเหตุของเพลิงไหม้ดังกล่าว
จ่อยิงดับใกล้ด่านโก-ลก ถล่มจุดตรวจปัตตานีไร้เจ็บ
สำหรับเหตุรุนแรงอื่นๆ ยังคงมีเกิดขึ้นประปราย โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มี.ค.เวลา 03.30 น.คนร้ายจำนวน 2 คใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม.ยิง นายสมชาย แซ่ด่าน อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 191/2 หมู่ 3 ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี จนเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ชุมชนใต้สะพานข้างด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยขณะเกิดเหตุ นายสมชาย กำลังนอนพักผ่อนอยู่ภายในบ้านกับ นายสกรี แซ่ด่าน อายุ 25 ปีซึ่งเป็นน้องชาย จากนั้นคนร้ายได้มาเคาะประตูเรียกชื่อผู้ตาย เมื่อผู้ตายออกไปเปิดประตู คนร้ายจึงชักปืนยิงใส่ เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่การล้างแค้นส่วนตัว
เวลา 19.40 น.วัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงถล่มจุดตรวจร่วมตะลุโบะ เส้นทางเข้าเมืองปัตตานี บริเวณบ้านตะลุโบะ หมู่ 7 ต.ตะลุโบะ อ.เมือง จ.ปัตตานี โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ส่วนความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณเสาตอม่อเส้นทางรถไฟในท้องที่ ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปตรวจสอบ ก็จุดชนวนระเบิดจนทหารพรานเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บอีก 2 นาย และมีพลเรือนได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย คือ นายอามา เจ๊ะมะ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/2 หมู่ 9 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง โดยถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณศีรษะนั้น ล่าสุดนายอามาได้เสียชีวิตลงแล้วที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส
www.isranews.
ถล่ม อส.ดับ ฉกอาก้าหนี ตร.ไล่ค้นในป่ายางเจอปืนที่ก่อเหตุ-ปืนที่ปล้น
25 มีนาคม 2555 12:30 น.
ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้า ยิงถล่มเจ้าหน้าที่ อส.อำเภอโคกโพธิ์ เสียชีวิต ขณะขับรถกลับจากเข้าเวรรักษาความปลอดภัยโรงเรียน และก่อนหลบหนีได้นำปืนของผู้เสียชีวิตไปด้วย 2 กระบอก ซึ่ง จนท.ได้ติดตามไล่ล่าจนสามารถตรวจยึดอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ และที่คนร้ายขโมยไปกับมาได้
เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายนาเกตุ-คลองช้าง ม.4 บ้านคลองช้าง ต.นาเกตุ จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็กซ์ ทะเบียน บต 604 ปัตตานี สภาพถูกยิงพรุนทั้งคัน และพบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือดบนถนน ทราบชื่อ อส.อาหาหมัด ดือเระ อายุ 49 ปี อาสารักษาดินแดนอำเภอโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 79 ม.4 ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ สภาพศพใส่ชุดเครื่องแบบ อส.มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้า เข้าลำตัวและศีรษะหลายนัด ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนอาก้า จำนวน 14 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ผู้ตายขับรถยนต์เพื่อเดินทางกลับบ้านพักหลังจากออกเวรรักษาความปลอดภัยโรงเรียน ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุห่างจากบ้านพักประมาณ 200 เมตร ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับตามประกบใช้อาวุธสงครามกราดยิง อส.มาหาหมัด จนรถเสียหลักจอดข้างทาง จากนั้นคนร้ายได้ลากลงจากรถก่อนจะยิงซ้ำอีกหลายนัดจนเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ จากนั้นคนร้ายได้ขโมยอาวุธปืนอาก้า ปืนพกสั้น .38 และระเบิดขว้าง 1 ลูกหลบหนีไปด้วย
หลังเกิดเหตุ เมื่อเวลา 04.00 น. พล.ต.ต พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้สั่งการให้ พ.ต.อ ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ พ.ต.อ.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผกก.สภ.หนองจิก พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองเข้าทำการปิดล้อมบริเวณป่าสวนยาง ม.3 บ.ไผ่มัน ต.บ่อทอง อ.หนองจิก หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีรถยนต์ต้องสงสัยคล้ายคันที่ก่อเหตุยิง อส.อาหาหมัดเข้ามาในพื้นที่
จากการตรวจค้นพบถุงผ้าซุกในพุ่มไม้ เมื่อเปิดดูพบว่ามีอาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก ซึ่งเป็นของคนร้ายที่ใช้ยิง อส.อาหาหมัด อาวุธปืนอาก้ารุ่นใหม่ 1 กระบอก พร้อมกระสุน 59 นัด ซึ่งเป็นของ อส.อาหาหมัด กระสุนปืนขนาด 7.62 จำนวน 13 นัด เจ้าหน้าที่จึงนำไปตรวจสอบเพื่อหารอยนิ้วมือแฝง คาดรู้ตัวคนร้ายแน่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่เฝ้าดูความเคลื่อนไหวของผู้ตายมาตลอด เมื่อสบโอกาสจึงก่อเหตุสร้างสถานการณ์
www.manager.
ทหารพลีชีพระเบิดอีก 1 ศพ เจ็บ 3 ขณะเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยเสาตอม่อรถไฟ
21 มีนาคม 2555 12:43 น.
นราธิวาส - ชาวบ้านพบวัตถุต้องสงสัยที่บริเวณเสาตอม่อสะพานรถไฟ อ.เจาะไอร้อง จึงแจ้งทหารเข้าตรวจสอบ ระหว่างเข้าตรวจสอบคนร้ายกดชนวนระเบิดเป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิตทันที 1 นาย บาดเจ็บ 2 นาย และชาวบ้านอีก 1 คน
เมื่อเวลา 07.30 น.วันนี้ (21 มี.ค.) พ.ต.ท.สมใจ สิงห์เกลี้ยง สารวัตรเวร สภ.เจาะไอร้อง รับแจ้งมีเหตุระเบิดที่เสาตอม่อสะพานรางรถไฟ บ้านบือราแง หมู่ 9 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารและชาวบ้านเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง พ.อ.ภูมินทร์ ชุมช่วย ผบ.กรมทหารพรานที่ 48 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบหลุมระเบิดที่บริเวณเสาตอม่อลึก 20 ซม. กว้าง 30 ซม. พร้อมทั้งมีเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ในกล่องเหล็กหนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร กระจายเกลื่อน และที่บริเวณร้านน้ำชาฝั่งตรงข้าม พบกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่บนพื้น ส่วนผู้เสียชีวิตทราบชื่อ คือ อส.ทพ.สมชาย คำจุน สังกัด ร้อย ทพ.4807 กรมทหารพรานที่ 48 และผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ 1. ส.ต.มะตอเฮ แชะ สังกัด ร้อย ร.15112 ฉก.นราธิวาส 31 2. อส.ทพ.อิทธิพล ทองสกุล สังกัด ร้อย ทพ.4807 และ 3. นายอาหามะ เจ๊ะมะ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดตามบริเวณลำตัว เจ้าหน้าที่ทหารและชาวบ้านได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลเจาะไอร้องไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนนายมูฮำหมัดนูรูดิน สาเมาะ อายุ 40 ปี ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้เดินข้ามสะพานรถไฟเพื่อมานั่งร่วมดื่มน้ำชากับเพื่อนบ้าน ได้พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดจึงได้แจ้ง ส.ต.มะตอเฮ ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ในการลาดตระเวนเส้นทางร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานรวม 20 นาย ผ่านมา จากนั้น ส.ต.มะตอเฮ และเจ้าหน้าที่ทหารได้เดินเข้าไปตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย และในระหว่างเดินเข้าไปตรวจสอบนั้นได้มีคนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิด ที่คนร้ายนำไปวางไว้ข้างเสาตอหม้อสะพานข้ามทางรถไฟ จนเกิดระเบิดขึ้นทำให้ อส.ทพ.สมชาย คำจุน เสียชีวิตคาที่ ทหาร 2 นายได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายอาหามะซึ่งนั่งดื่มน้ำชาอยู่ฝั่งตรงข้ามถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บไปด้วย ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายรายวันของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
www.manager.
ร.ต.ต.เหยียบระเบิดขาขาด ขณะเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยในสวนผักที่ตากใบ
21 มีนาคม 2555 21:14 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดไว้ในสวนผักในพื้นที่ อ.ตากใบ เจ้าบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ ขณะเข้าทำการตรวจตรวจสอบ จนท.เหยียบระเบิดจนเกิดระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และสามารถเก็บกู้ระเบิดไว้ได้อีก 2 ลูก
เมื่อเวลา 17.00 น.วันนี้ (21 มี.ค.) ร.ต.อ.วรวิทย์ พินิจสถิร ร้อยเวร สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดภายในสวนผัก ซึ่งตั้งอยู่ บ.เกาะสวาด ม.5 ต.ไพรวัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.ตากใบ พ.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส พ.ท.วุทธยา จันทมาศ ผบ.ฉก.นราธิวาส 36 ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส และกำลังตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
พบว่าภายในสวนผักซึ่งมีนายจุเทียร เชาเชิด อายุ 48 ปี เป็นเจ้าของ บริเวณต้นมะเขือภายในสวนถูกระเบิดได้รับความเสียหาย ส่วนผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นตำรวจ สภ.ตากใบ จำนวน 2 นายถูกนำส่งรักษาอาการเบื้องต้นที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อต่อมาคือ ร.ต.ต.ปรีชา คำแก้ว อายุ 40 ปี ซึ่งถูกระเบิดที่ขาขวาจนขาด ถูกนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และอีก 1 นาย คือ ด.ต.อำนาจ พันโพธิ์ อายุ 38 ปี ซึ่งถูกสะเก็ดตามลำตัว ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ในขณะที่นายจุเทียร เจ้าของสวนผักกำลังเดินเข้าไปภายในสวนผัก เพื่อจะรดน้ำพรวนดินต้นมะเขือ และต้นถั่วฝักยาวที่แปรงผักเหมือนเช่นปกติทุกๆ วัน ได้พบเห็นวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด โดยมีสายไฟโผล่ออกมา จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ เพื่อเข้าทำการตรวจสอบ โดย ร.ต.ต.ปรีชา ได้นำกำลังรวม 3 นาย นั่งรถยนต์ตราโล่ของ สภ.ตากใบ เข้าทำการตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย
และในระหว่างที่กำลังเดินอยู่ภายในสวนผักอยู่นั้น ร.ต.ต.ปรีชาได้เดินไปเหยียบกับระเบิดที่คนร้ายฝังไว้ที่บริเวณโคนต้นมะเขือจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ขาขวาขาด ส่วน ด.ต.อำนาจ ซึ่งเดินอยู่ข้างหลังถูกสะเก็ดได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วน ด.ต.สถิตย์ ดุลบุตรดี ซึ่งเดินปิดท้ายปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าทำการตรวจสอบภายในสวนผักอยู่นั้น ได้ตรวจพบระเบิดชนิดเดียวกันอีกจำนวน 2 ลูก หนักลูกละ 1 กก.ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกระป๋องสเตนเลส โดยเจ้าหน้าที่สามารถยิงทำลายและเก็บกู้ไว้ได้ ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่เดินไปเหยียบและระเบิดขึ้นซ้ำสอง
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายวางแผนลวงเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เพื่อดักสังหารกองกำลังในพื้นที่
www.manager.
“นครปัตตานี” จาก ส.ส.อีสาน ทีมล้างกฎหมายเผด็จการ
19 มีนาคม 2555 11:35 น.
มูฮำหมัด ดือราแม
ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คำว่า “ปัตตานีมหานคร” หรือ “นครปัตตานี” ถูกยกขึ้นมาพูดถึงมากพอๆ กับเหตุรุนแรงที่ผุดขึ้นเป็นช่วงๆ เมื่อ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงแนวคิดเขตปกครองพิเศษว่า ได้มอบหมายให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปศึกษา ก่อนจะมีเสียงคัดค้านตามมา โดยเฉพาะจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก
ขณะเดียวกัน ยังมีการอ้างถึงสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ได้หยิบยกเรื่องนี้มาศึกษา คือ นายประสพ บุษราคัม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพื่อไทยจากจังหวัดอุดรธานี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านความมั่นคง ในคณะกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน (กปพ.) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรแต่งตั้งขึ้นมา เพื่อล้างกฎหมายเผด็จการ?
เหตุใด “ประสพ บุษราคัม” ซึ่งเป็นทั้งประธานคณะอนุกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านความมั่นคง และประธานคณะกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน (กปพ.) จึงคิดร่างกฎหมายนครปัตตานีขึ้นมา
ต่อไปนี้ เขาพร้อมที่จะเปิดเผยเบื้องลึกและที่มาของเรื่องทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร
นอกจากภารกิจหลักคือการหยิบกฎหมายเก่าๆ ประมาณ 300 - 400 ฉบับ และนำประกาศคณะปฏิวัติและคณะปฏิรูปมาพิจารณาว่ายังใช้ได้อยู่อีกหรือไม่ คณะกรรมการชุดนี้ยังรับยกร่างกฎหมายต่างๆ ที่ประชาชนต้องการและร้องขอมาด้วย
สำหรับ เรื่องนครปัตตานี คณะอนุกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านความมั่นคงหยิบยกขึ้นมาเอง โดยการร่างพระราชบัญญัตินครปัตตานีขึ้นมา เพื่อหวังว่าจะเป็นการปัญหาความไมสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้
เหตุที่ต้องการร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา เพราะเราไม่อยากปล่อยให้มีคนตายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกต่อไป หากยังแก้ปัญหาแบบเดิมๆ อยู่ ยอดคนตายมีสิทธิทะลุขึ้นไปถึง 10,000 คน แน่นอน
คณะอนุกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านความมั่นคง จะยกร่างให้เสร็จภายใน 3 เดือน หรือก่อนเดือนมิถุนายน 2555 รวมทั้งศึกษาข้อดีข้อเสียของการออกกฎหมายฉบับนี้ ที่สำคัญพิจารณาว่า จะสามารถแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ได้หรือไม่
จากนั้น คณะอนุกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านความมั่นคง จะได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากต่างประเทศมาพูดคุยเพื่อศึกษาถึงรูปแบบการแก้ปัญหาความไม่สงบที่มีใช้ในต่างประเทศ เพื่อพิจารณาว่า รูปแบบอย่างไรจะเหมาะสมและเป็นประโยชน์กับจังหวัดชายแดนภาคใต้
ผมจะเชิญตัวแทนขององค์กรที่ประชุมประเทศอิสลาม หรือ โอไอซี (Organisation of the Islamic Conference : OIC) และนายแพทย์มหาฎีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย เอกอัครราชทูตประเทศมุสลิมประจำประเทศไทย และตัวแทนประเทศจีนมาให้ความเห็นด้วย
จากนั้นจึงจะลงไปจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหากประชาชนในพื้นที่ไม่เห็นด้วย ก็จะไม่ดำเนินการต่อ แต่หากประชาชนเห็นด้วย อาจจะใช้ช่องทางการเสนอกฎหมายเข้าสู่สภา โดยต้องมีเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ไม่น้อยกว่า 15 เสียง หรือให้ประชาชนลงชื่อสนับสนุนไม่น้อยกว่า 10,000 รายชื่อ
การดำเนินการเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย แม้จะเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็ตาม
ผมดำเนินงานในนามคณะกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน (กปพ.) ที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่วนการหยิบเรื่องนครปัตตานี เป็นความคิดเห็นของผมไม่เกี่ยวกับนายสมศักดิ์
รัฐบาลจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เป็นเรื่องของรัฐบาล เช่นเดียวกับนายสมศักดิ์ หากนายสมศักดิ์ไม่เห็นด้วย ก็สามารถเก็บไว้ในลิ้นชักได้ หลังจากที่ตนเสนอเรื่องนี้ไป
แต่ถ้าประชาชนเห็นด้วย ประชาชนก็หยิบเอาไปขับเคลื่อนต่อได้ ไม่จำเป็นหยุดตามที่รัฐบาลหรือสภาผู้แทนราษฎรต้องการ
หลังจากมีข่าวว่า ผมกำลังยกร่างกฎหมายนครปัตตานี ทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยให้ความสนใจส่งคนมาคุย ผมจึงถามเจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐอเมริกาว่า ทำไมรัฐต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาจึงมีความเจริญรุ่งเรือง เจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐอเมริกาอธิบายว่า เพราะรัฐบาลให้อำนาจประชาชนบริหารจัดการรัฐของตัวเอง
ผมจึงคิดว่า เหตุที่รัฐต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาเจริญกว่าพื้นที่ต่างจังหวัดของไทย เพราะคนในพื้นที่เข้าใจสภาพของพื้นที่ตัวเอง แต่ประเทศไทยรัฐบาลเข้าไปจัดการทุกอย่าง เช่น ที่ผ่านมารัฐบาลแจกพันธุ์ปลาน้ำจืดให้คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งๆ ที่ในพื้นที่มีทะเล คนในพื้นที่กินอาหารทะเล เป็นต้น
นครปัตตานีตามแนวคิดของคณะอนุกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านความมั่นคง คือ ให้คนในพื้นที่เลือกตัวแทนขึ้นมาเป็นผู้บริหารในรูปของ ครม.น้อย
เสมือนหนึ่งว่า มีรัฐบาลเป็นของตัวเอง
รูปแบบการปกครองแบบพิเศษที่พูดถึงนี้ มีความประสงค์ที่จะกระจายการพัฒนาและงบประมาณจากส่วนกลางให้ลงมาสู่มือของชาวบ้าน ขณะนี้งบการพัฒนากว่า 20,000 ล้านบาท ถึงมือของชาวบ้านเพียงแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น
มีคนถามผมว่า แล้วเรื่องความมั่นคง จะจัดการอย่างไร ผมขอยืนยันว่า จะไม่แตะเรื่องนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ยังอยู่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ยังมี เราจะไม่แตะต้องหน่วยงานความมั่นคง เพราะเราก็รู้ว่าเขาหวงงบประมาณของเขา
ขอยืนยันว่านครปัตตานียังอยู่ในรัฐไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก จะไม่กล้าตอบโต้ผมได้อีกแล้ว เพราะผมยืนยันว่า นครปัตตานียังอยู่ในรัฐไทย ความมั่นคงก็ยังอยู่ในมือคุณ นครปัตตานีจะเน้นเรื่องการพัฒนาอย่างเดียว โดยให้คนในพื้นที่มีอำนาจบริหารจัดการพื้นที่เอง
ผมยินดีไปบรรยายให้เรื่องนี้ให้ พล.อ.ประยุทธ์ฟัง
ถ้าคนในพื้นที่มีอำนาจบริหารพื้นที่เอง มีตำรวจ ทหารเป็นคนในพื้นที่ ไม่ใช่มาจากภาคอีสาน แล้วคนในพื้นที่จะยิงกันเองอีกทำไม ลองคิดดู แต่ที่ฆ่ากันอยู่ตอนนี้ผมไม่ขอพูดถึง
คณะทำงานศึกษาเรื่องนครปัตตานีมีหลายคน ต่อไปผมจะเชิญตัวแทนส่วนต่างๆ มาเป็นคณะทำงานทำงานเพิ่ม เช่น นายยงยุทธ เขียวแก้ว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย
การยกร่างกฎหมายนครปัตตานี ยังต้องใช้ข้อมูลอีกมาก ใครที่มีข้อมูลหรือมีร่างกฎหมายอยู่แล้ว ช่วยส่งมาที่ผม
ส่วนร่างกฎหมายที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยเคยใช้หาเสียงเลือกตั้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเชิญสมาชิกพรรคเพื่อไทยเหล่านั้นมา ขอเรียนว่าการดำเนินงานในส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย
www.manager.
“รองผู้การทหาร” ดวงแข็ง รอดแรงระเบิด-ยิงปะทะคนร้าย-ส่ง ฮ.ไล่ล่า
15 มีนาคม 2555 20:24 น.
นราธิวาส - บึ้ม! รถยนต์รองผู้การทหารพราน ที่ระแงะ ก่อนเปิดฉากปะทะเดือด ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์บัญชาการไล่ล่า คนร้ายที่พาร่างโชกเลือดหนี
เมื่อเวลา 17.30 น.วันนี้ (15 มี.ค.) พ.ต.ท.เฉลิม ยิ่งคง สว.เวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหาร พ.ท.อนุสร สวนอินทร์ รองผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 11 ที่บริเวณทางโค้งเลียบทางรถไฟบ้านฮูรูปาเร๊ะ ม.1ต.ตันหยงมัส จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รองผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.อ.เฉลิม เนียมช่วย ผบ.กรมทหารพรานที่ 11 พ.ต.ท.สมบูรณ์ คงแดง สว.สืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบหลุมระเบิดที่บริเวณทางโค้งริมถนนลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และพงหญ้ารกทึบริมทาง และห่างไปประมาณ 30 เมตร พบรถยนต์กระบะหุ้มเกราะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน บง 9259 นราธิวาส จอดคู่กัน ซึ่งทั้ง 2 คันมีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดและกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณกระจกและตัวถังด้านขวาจำนวน 2 จุดใหญ่ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
โดย พ.ท.อนุสร สวนอินทร์ รอง ผบ.กรมทหารพรานที่ 11 ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ระดมกำลัง จำนวน 8 นาย นั่งรถยนต์กระบะ 2 คัน ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เพื่อเดินทางตระเวนตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ตั้งฐานที่ต่างๆ ในพื้นที่ อ.ระแงะ เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน สวมเสื้อสีขาวและนุ่งผ้าโสร่งลายสก๊อตแฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางพารา ซึ่งอยู่ตรงข้ามจุดเกิดเหตุ และได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น ขณะที่รถยนต์กระบะของตนขับผ่านมา แต่โชคดีที่รัศมีการทำลายล้างของอานุภาพระเบิดได้หักเหไปฝั่งตรงกันข้าม ทำให้ตนรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด แต่รถยนต์ได้รับความเสียหายเล็กน้อย
ต่อมาเมื่อสิ้นเสียงระเบิด คนร้ายทั้ง 2 คน ได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มซ้ำใส่รถยนต์กระบะทั้ง 2 คัน ตนจึงได้สั่งให้ จ.ส.อ.สัญญา พรหมเพชรนิล หน.ชุดคุ้มกัน จอดรถและวิ่งออกจากรถหาที่กำบังยิงตอบโต้กับกลุ่มคนร้าย จนคนร้ายทั้ง 2 คนได้รับบาดเจ็บและอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป
ต่อมา พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บัญชาการไล่ล่ากลุ่มคนร้ายทางอากาศ และให้กำลังภาคพื้นดินโอบล้อมไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่หลบหนีไปทางหมู่บ้านกายูมาตี ซึ่งเป็นเขตรอยต่อโดยเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินพบเพียงแต่รอยเลือดของคนร้ายที่ติดอยู่ตามใบไม้และพื้นดินในร่องทางเดินของสวนยางพาราเป็นทางยาว และคาดว่า น่าจะมีกลุ่มคนร้ายอีกชุดหนึ่ง แฝงตัวขี่รถจักรยานยนต์มารับเป็นยานพาหนะในการหลบหนี
www.manager.
บึ้ม! ตชด.ชุด รปภ.ครูใน อ.ธารโต พลีชีพ 1 สาหัส 1
15 มีนาคม 2555 18:35 น.
ยะลา - คนร้ายลอบวาง ตชด.ชุด รปภ.ครูใน อ.ธารโต ตำรวจหนุ่มทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต 1 ราย อีก 1 รายเจ็บสาหัส จนท.คาดฝีมือกลุ่มอาร์เคเคต้องการล้างแค้นการจับกุม 2 แกนนำระดับปฏิบัติการเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา
วันนี้ (15 มี.ค.) เมื่อเวลา 15.40 น.ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนชุด ร้อย ฉก.ตชด.4412กก.ตชด.44 ค่ายพญาลิไท จ.ยะลา 1 ชุดปฏิบัติการ ออกลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยคณะครูตามเส้นทางสายภายในหมู่บ้าน โดยเจ้าหน้าที่ 6 นายใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ และเจ้าหน้าที่อีก 6 นายใช้รถยนต์กระบะ 1 คันเป็นพาหนะ
ปรากฏว่า ก่อนถึงสี่แยกบ้านแหร หมู่ที่ 4 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา ซึ่งห่างจากฐานปฏิบัติการประมาณ 500 เมตร คนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ซึ่งได้แอบนำระเบิดแสวงเครื่องอัดถังแก๊สปิกนิกฝังไว้ใต้ผิวถนนข้างทาง
เมื่อรถจักรยานยนต์ที่นำหน้ามาถึงบริเวณดังกล่าว คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ ตชด.ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 2 นาย ทราบชื่อคือ ส.ต.ท.จิรวัฒน์ สมคำ อายุ 28 ปี และ ส.ต.ท.วรศักดิ์ แย้มสมัย อายุ 29 ปี
ต่อมา พ.ต.อ.วิชัย แจ้งสกุล ผกก.สภ.ธารโต พ.ต.ท.มานพ สืบบุก สวป. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.16 อ.ธารโต และฝ่ายปกครอง รุดไปที่เกิดเหตุ และจัดการนำผู้บาดเจ็บเจ็บส่งโรงพยาบาลธารโต ทั้งนี้ แพทย์ได้เยียวยาเบื้องต้นแล้วส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ปรากฏว่า ส.ต.ท.จิรวัฒน์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตระหว่างทาง เพราะมีแผลฉกรรจ์ที่บริเวณลำตัว และศีรษะ
ก่อนเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดกั้นการจราจรเส้นทางพร้อมประสานชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ภ.จ.ยะลา และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 จ.ยะลา เข้าตรวจสอบ พบหลุมระเบิดกว้างลึก 2 x1.50 เมตร สะเก็ดระเบิดตัดจากเหล็กเส้น ชิ้นส่วนเศษวงจรอิเล็กทรอนิกส์กระจัดกระจาย จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
เบื้องต้นคาดว่าเป็นฝีมือแนวร่วมอาร์เคเค วางแผนแอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 15 กิโลกรัม มาฝังไว้รอจังหวะให้เจ้าหน้าที่ ตชด.ชุดดังกล่าวลาดตระเวนผ่านมาแล้วกดให้ระเบิดทำงาน
โดยทางการคาดว่า กลุ่มคนร้ายต้องการล้างแค้นเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธารโต และ ทหาร ฉก.16 อ.ธารโต นำกำลังบุกไปจับกุมนายมาหะมะมูเระ โด อายุ 29 ปี และ นายกอเซ็ม โต๊ะ อายุเท่ากัน แกนนำอาร์เคเค ระดับสั่งการ ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงหลายคดีในหมู่บ้านบัวทองใต้ หมู่ที่ 9 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อตอนเย็นวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา
www.manager.
ระเบิดปัตตานี! หมายฆ่าทหารแต่ชาวบ้านรับเคราะห์ตาย 1 เจ็บ 1
15 มีนาคม 2555 12:36 น.
ปัตตานี - เหยื่อเหตุ จยย.บอมบ์ที่ ต.บาราเฮาะ เสียชีวิตแล้ว 1 อีก 1 อาการปลอดภัย เชื่อคนร้ายวางแผนดักสังหาร จนท.ซึ่งใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ ขณะนี้สั่งปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เชื่อผู้ก่อเหตุยังหลบซ่อนอยู่
วันนี้ (15 มี.ค.) เมื่อเวลา 10.20 น. พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมืองปัตตานี หลังรับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้น บนถนนสาย 410 ปัตตานี-ยะลา หน้าสุสานบาราเฮาะ ม.4 บ้านกาฮง ต.บาราเฮาะ จึงรีบประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าไปที่เกิดเหตุ
พบผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี ปรากฏว่าเสียชีวิตระหว่างทาง 1 ราย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายเปาซี สีเดะ อายุ 28 ปี สภาพศพถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณศีรษะและลำตัว ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายแพทย์ได้ช่วยเหลือจนอาการปลอดภัยแล้ว ทราบชื่อคือ นายแวอับดุลอาซิส แปเฮาะอีเล อายุ 19 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณแขนและขาขวา
ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบซากจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิก ที่คนร้ายซุกระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม สภาพพังยับเยิน สอบสวนก่อนเกิดเหตุ ทราบว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ฉก.ปัตตานี 21 จำนวน 6 นาย ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ เป็นพาหนะกลับมาจากซื้อกับข้าวในตลาดนัดตัวเมืองปัตตานี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ซุกไว้ในรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้สะเก็ดระเบิดถูกตัวรถได้รับความเสียหายเล็กน้อย และมีทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย ส่วนผู้ตายซึ่งขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามหลังรถเจ้าหน้าที่ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าอย่างแรงจนเสียชีวิต และผู้ที่โดยสารมาด้วยบาดเจ็บดังกล่าว
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมตรวจค้นบริเวณดังกล่าวทันที เชื่อคนร้ายยังหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม คาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุวางแผนมาก่อนล่วงหน้า โดยรู้ว่าเส้นทางดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ผ่านจึงฉวยโอกาสหมายสังหารเจ้าหน้าที่ แต่พลาดเป้าถูกประชาชนเคราะห์ร้ายแทน
www.manager.
คนร้ายวางระเบิด พนง.สอบสวนจะแนะรอดตายหวุดหวิด
12 มีนาคม 2555 19:19 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดไว้ริมถนนสายดุซงญอ-กาเปาะ จุดชนวนขณะพนักงานสวน และ พขร.สภ.จะแนะ ขับผ่าน โชคดีแรงรัศมีทำลายล้างหักเหเข้าในป่ารอดตายหวุดหวิด
เมื่อเวลา 14.50 น.วันนี้ (12 มี.ค.) ขณะที่ ร.ต.ท.อังกูร เอี่ยมโพธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส นั่งรถยนต์ประจำตำแหน่ง โดยมี ส.ต.อ.ชัยพร แสงงาม เป็นพนักงานขับรถ เดินทางกลับจากสอบสวนปากคำ ชาวบ้านที่ ม.4 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ ไปตามถนนสายดุซงญอ-กาเปาะ ถึงบริเวณหัวโค้งบ้านดุซงญอ ม.1 ต.ดุซงญอ ซึ่งห่างจากประตูทางเข้าโรงเรียนบ้านดุซงญอ ประมาณ 100 เมตร ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 15 กก.ที่แอบนำไปวางไว้บริเวณริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ขณะที่ ร.ต.ท.อังกูร นั่งรถยนต์ผ่าน แต่รัศมีการทำลายล้างได้หักเหเข้าไปในป่า จึงทำให้ ร.ต.อ.อังกูร และ ส.ต.อ.ชัยพร รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด แต่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากสะเก็ดระเบิดที่บริเวณไฟหน้า กระจกข้าง และตัวถังด้านขวาเกือบทั้งแถบ
ต่อมา ร.ต.ท.อังกูร พนักงานสอบสวน สภ.จะแนะ ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รองผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.ปัตตะ มะดาวา ผกก.สภ.จะแนะ ร่วมเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐานอย่างละเอียดกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส ร่วมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง
พบว่า บริเวณหัวโค้งริมถนนมีหลุมลึก 2 ฟุต กว้าง 3 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และพงหญ้ารกทึบริมทาง รวมไปทั้งสายโทรศัพท์ที่ขาดลงมากองอยู่กับพื้น จนทำให้การสื่อสารในหมู่บ้านดุซงญอล่มทั้งหมด ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน
www.manager.
บึ้ม! ทหารชุด รปภ.ครูปัตตานี เจ็บ 2 นาย
12 มีนาคม 2555 10:22 น.
ปัตตานี - คนร้ายจอด จยย.บอมบ์ข้างถนนก่อนกดชนวนระเบิดทหารชุด รปภ.ครู ขณะลาดตระเวนเส้นทางใน อ.สายบุรี บาดเจ็บ 2 นาย
เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ (12 มี.ค.) พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี นำกำลังพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเหตุระเบิด บนถนนสายเจาะกือแย-สายบุรี ม.3 บ้านเจาะกือแย ต.ตะบิ้ง พบเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด จำนวน 2 นาย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี
ทราบชื่อคือ พลฯ มะยากี ยูโซ๊ะ อายุ 23 ปี และ พลฯธีรพงศ์ หัสสโร อายุ 23 ปี สังกัด ร้อย 3 หมวด 1 ฉก.ปัตตานี 26 ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าใบหน้าและลำตัว แพทย์ได้ช่วยเหลือจนปลอดภัยแล้ว
ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สภาพถูกแรงระเบิดจนได้รับความเสียหายทั้งคัน นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณด้วย
สอบสวนก่อนเกิดทราบว่า ขณะที่ พ.จ.อ.เทพนคร นามทอง หัวหน้าชุดนำกำลังเจ้าหน้าที่ จำนวน 8 นาย ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ขับบนเส้นทางรับผิดชอบเพื่อดูแลความปลอดภัยเส้นทางครูและนักเรียนที่จะเดินทางไปโรงเรียนในช่วงเช้า ระหว่างทางมีรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายซุกระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนัก 5 กิโลกรัม จอดทิ้งไว้ริมถนน คนร้ายจึงกดชนวนระเบิดทันที ทำให้ทหารทั้งสองนายที่ขับรถตามกันมาเป็นคันที่สองถูกสะเก็ดระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ
เจ้าหน้าที่จึงพยายามกันพื้นที่เกิดเหตุระเบิดเพื่อป้องกันการซุ่มยิงของคนร้าย ก่อนที่จะวิทยุแจ้งขอกำลังสนับสนุนมาที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุพบว่าเป็นรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยหลังจากก่อเหตุยิง ด.ต.สถาพร คงพุทธ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สายบุรี และลูกชายเสียชีวิตเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุเชื่อว่าคนร้ายหมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์ไม่สงบ
www.manager.
ยิงเอ็ม 79 ถล่มฐานทหารนราฯ จนท.เจ็บ 8
9 มีนาคม 2555 10:33 น.
นราธิวาส - คนร้ายเข้าโจมตีฐานปฏิบัติการบ้านส้มป่อย หมวดปืนเล็กที่ 2 ร้อยปืนเล็กที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 32 เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 8 นาย ขณะที่ผู้ว่าฯ เผยเป็นการปฏิบัติการเพื่อแสดงศักยภาพของกลุ่มก่อความไม่สงบ หลังเจ้าหน้าที่เข้าถึงประชาชนมากขึ้น
วันนี้ (9 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ชุดกองวิทยาการพิสูจน์หลักฐาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนสนธิกำลังเข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงคราม และเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 ยิงใส่ฐานปฏิบัติการบ้านส้มป่อย หมวดปืนเล็กที่ 2 ร้อยปืนเล็กที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 32 ม.4 บ.ส้มป่อย ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.05 น.ที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดการปะทะกับกลุ่มก่อความไม่สงบขึ้น ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าวรวม 8 นาย ประกอบด้วย 1. ร.ท.สงกาน กุตวงศ์แก้ว อายุ 42 ปี 2. พ.จ.อ.กำพล คำปรีชา อายุ 42 ปี 3. จ.ท.ภูมิพิทักษ์ เขียเข็น อายุ 23 ปี
4. พลฯ มะอูเซ็ง เจะลำ อายุ 24 ปี 5. พลฯ อภิชาต โพธิ์ศรี อายุ 23 ปี 6. พลฯ นราธร นิตยาสิทธิ อายุ 23 ปี 7. พลฯ ประมวล บุญศรี อายุ 23 ปี และ 8. พลฯ สิทธิชัย ดาษดา อายุ 23 ปี ทั้งหมดนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
จากการเข้าตรวจสอบในเบื้องต้นบริเวณฐานปฏิบัติการทหารหมวดปืนเล็กที่ 2 ร้อยปืนเล็กที่ 1 ฉก.นราธิวาส 32 พบว่าอาคารชั่วคราวภายในได้รับเพลิงไหม้ เนื่องจากปืนเอ็ม 79 ที่กลุ่มก่อความไม่สงบยิงถล่มฐาน รถจักรยานยนต์ที่ใช้ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงอาคารน็อคดาวท์มีร่องรอยกระสุนกว่า 100 นัด เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพทั้งหมดเป็นหลักฐาน
ด้าน นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุความไม่สงบขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ ได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกฝ่ายเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน และเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติงานของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความไม่สงบขึ้นจากการฉวยโอกาสของกลุ่มก่อเหตุ
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสกล่าวด้วยว่า จากเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการตอบโต้ของกลุ่มก่อความไม่สงบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น ซึ่งกลุ่มก่อความไม่สงบเองไม่ต้องการให้เกิดความสันติสุขขึ้นในพื้นที่ อีกทั้งต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อแสดงศักยภาพของตนเอง โดยอาจจะเป็นการปฏิบัติการขึ้นเพื่อเรียกทุนจากแหล่งทุน
www.manager.
คนร้ายปลอมเป็น จนท.บุกจับ ผช.ผู้ใหญ่บ้าน อส.มัดมือ จ่อยิงดับ 2 ก่อนชิงปืนอีก 6 กระบอก ที่ยะลา
9 มีนาคม 2555 17:08 น.
ยะลา - คนร้ายแต่งตัวปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ทำทีตรวจเยี่ยมป้อมจุดตรวจหมู่ที่ 3 ต.กาลอ อ.รามัน จับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อส.มัดมือ แล้วจ่อยิงศีรษะเสียชีวิต 2 ราย พร้อมทั้งชิงปืนสั้น และปืนยาวไปด้วย 6 กระบอก
วันนี้ (9 มี.ค.) เมื่อเวลา 13.20 น. พ.ต.ท.เตียน ทองสมสี พงส.(สบ.3) สภ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งเหตุ มีคนร้ายนับสิบคนบุกเข้าไปจับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ อส.จ่อยิงศีรษะชิงเอาอาวุธปืน เหตุเกิดที่ป้อม อส. ต.กาลอ หมู่ที่ 3 ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา หลังรับแจ้งจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ต่อมา พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผบก.ภ.จ.ยะลา, พ.ต.อ.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย ผกก., พ.ต.ท.กฤษณะพงษ์ แพทย์สิทธิ์ สว.สส., นายสมเกียรติ ศีรษะเนตร นายอำเภอรามัน, พ.ท.ชนาธิป ทองเชี่ยว ผบ.ฉก.12 อ.รามัน ได้สนธิกำลังเดินทางไปที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณทางโค้งใกล้สามแยก ภายในพบศพนายมาหะมะ ตงนุใย อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ที่ 4 ต.กาลอ เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ และ อส.อิสตามา สะเตาะ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ที่ 2 ต.กาลอ ทั้งคู่ถูกยิงด้วยอาวุธปืน M 16 เข้าที่ศีรษะจนเละ เท้าและมือถูกมัดไขว้หลังด้วยกิ๊ฟสายรัดพลาสติก ห่างกันพบปลอกกระสุนปืน M 16 ตกอยู่รวม 10 ปลอก
นอกจากนั้นยังพบว่า หลังก่อเหตุคนร้ายได้ชิงเอาอาวุธปืน HK 1 กระบอก อาก้า 1 กระบอก ปืนลูกซองชนิดออโต้ 1 กระบอก และ อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.อีก 3 กระบอก รวมเป็น 6 กระบอก หลบหนีไป
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่นายมาหะมะ ตงนุใย พร้อม อส.อิสตามา สะเตาะ กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในป้อมเพียง 2 นาย มีคนร้ายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 10 คน ใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะ 3 ค้น มีเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิคสีดำ รถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สตราด้า สีดำ และ รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุดีแมคซ์ สีฟ้า ไม่ทราบหมายเลยทะเบียนทั้ง 3 คัน แล่นตามกันมา แล้วจอดบริเวณหน้าป้อม คนร้ายจำนวน 2 คน แต่งกายด้วยชุดเขียวมีผ้าพันคอสีแดง คล้ายชุดตำรวจ กระโดดลงจากกระบะท้ายแล้วเดินเข้าไปจับนายมาหะมะ กับ อส.อิสตามา มัดเท้าด้วยกิ๊ฟสายรัดพลาสติก และมัดมือไขว้หลัง แล้วจ่อยิงศีรษะด้วยอาวุธปืน M 16 จนทั้งคู่เสียชีวิต
หลังก่อเหตุคนร้ายได้ชิงเอาอาวุธปืนไปทั้งหมด 6 กระบอก พร้อมกับได้ขับรถแยกย้ายกันไป โดยรถเก๋งมุ่งหน้าไปทางบ้านแบหอ หมู่ที่ 1 ตำบลเดียวกัน พร้อมโปรยตะปูเรือใบ ส่วนคันก่อเหตุกับอีกคันได้เลี้ยวซ้ายไปทางบ้านตะโละมีแย หมู่ที่ 4 ตำบลเดียวกัน แล้วหนีหายไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนสาเหตุเชื่อว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ และคนร้ายที่ก่อเหตุ มีรูปแบบการก่อเหตุคล้ายกับการก่อเหตุถล่มป้อมจุดตรวจ เตราะบอน หมู่ที่ 1 บ้านกลาพอ ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อปี 51 ที่ผ่านมา
www.manager.
บึ้ม! ทหารรือเสาะดับ 4 สาหัส 1 ขณะกลับจาก รปภ.เวียนเทียน
8 มีนาคม 2555 10:08 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารทหารสังกัด ร้อย ร.15321 ฉก.นราธิวาส 30 ขณะเดินทางกลับจาก รปภ.ชาวบ้านเวียนเทียนที่วัดราษฎร์สโมสร เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บสาหัส 1 นาย
เมื่อเวลา 22.30 น.ของคืนวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.ศรีธนน สำลี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร.15321 ฉก.นราธิวาส 30 เสียชีวิต 4 นาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย บนถนนเลียบทางรถไฟช่วงบริเวณโค้งมะโยง ม.2 บ้านยะบะ ต.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส, พ.อ.สมพล ปานกุล เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 15 พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ท.กำธร ศรีเกตุ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบซากรถยนต์จี๊ปสีเขียวขี้ม้า ซึ่งมีสภาพถูกอานุภาพของระเบิดพังยับเยินจนขาดเป็น 2 ท่อน ใกล้กันมีหลุมระเบิดลึก 1 เมตร กว้าง 3 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิงหนัก 20 กก. จุดชนวนระเบิดด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟฟ้าเข้าไปในป่ารกทึบยาว 100 เมตร ตกกระจายอยู่บนถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง และมีศพเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 4 นาย นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนถนน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอีก 1 นาย เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันนำคนเจ็บ และผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลรือเสาะอย่างเร่งด่วน
โดยทหารที่เสียชีวิตทั้ง 4 นายอยู่ในสภาพร่างกายแหลกเหลว บางนายเหลือร่างเพียงครึ่งท่อน ซึ่งประกอบด้วย 1. ส.อ.เดชพล โลวรรณี หน.ชุด 2. ส.ท.สมปอง แตสนั่น 3. พลทหารสุวัฒน์ นิลปักษ์ 4. พลทหารกมล ปานทอง
ส่วนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 นาย คือ พลทหารสุริยา จะชาลี หลังจากแพทย์โรงพยาบาลรือเสาะปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ได้ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.อ.เดชพล หัวหน้าชุดได้นำกำลังจำนวน 12 นาย นั่งรถยนต์ 2 คันออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่บริเวณบ่อลูกรังบ้านสะโล ม.7 ต.รือเสาะ เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยชาวบ้านที่เดินทางมาเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชาที่วัดราษฎร์สโมสร เมื่อแล้วเสร็จ ส.อ.เดชพลได้นำกำลังเดินทางกลับฐานโดยใช้เส้นทางลัดเลียบทางรถไฟ
เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทางได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้กลางถนนจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวในขณะที่รถยนต์จี๊ปที่ ส.อ.เดชพล และพวกรวม 5 นายกำลังวิ่งผ่าน จึงทำให้ ส.อ.เดชพล และพวกเสียชีวิต 4 นาย และได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นายดังกล่าว
ส่วนสาเหตุคาดเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ ดักสังหารเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อโชว์ศักยภาพป่วนใต้
www.manager.
จ่อออกหมายจับ “รอแปะอิง” แกนนำอาร์เคเคหลังพบรอยนิ้วมือในที่เกิดเหตุบึ้มทหารรือเสาะ
8 มีนาคม 2555 22:37 น.
นราธิวาส - จ่อออกหมายจับ “รอแปะอิง” แกนนำอาร์เคเคระดับปฏิบัติการ หลังพบลายนิ้วมือแฝงที่สายไฟจุดชนวนระเบิดเหตุบึ้มทหารชุด รปภ.ประชาชนกลับจากวัดเสียชีวิต 4 ศพที่ อ.รือเสาะ
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นราธิวาส ว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถจี๊ป ทหาร ร้อย ร. 15321 สังกัด ฉก.นราธิวาส 30 ขณะรักษาความปลอดภัยเส้นทางประชาชนกลับจากวัดหลังเวียนเทียนเมื่อกลางดึกคืนวานนี้ (7 มี.ค.) เป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 4 นาย และบาดเจ็บสาหัส 1 นาย เหตุเกิดบนถนนเส้นทางเลียบรางรถไฟ บ้านยะบะ ห มู่ 2 ต.รือเสาะ นั้น
หลังเกิดเหตุ วันนี้ (8 มี.ค.) พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส นายวรเชษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ และ พ.ต.อ.สะท้านฟ้า ผกก.สภ.รือเสาะ ได้สนธิกำลังตำรวจ ทหาร ฉก.นราธิวาส 30 และ อส.จากฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องสงสัยในหมู่บ้านยะบะ รวม 3 หลัง
โดย 1 ในจำนวนบ้าน 3 หลังนั้น มีบ้านเลขที่ 222/3 ของนายรอแปะอิง อูเซ็ง อายุ 43 ปี แกนนำระดับปฏิบัติการของคนร้ายกลุ่มอาร์เคเค รวมอยู่ด้วย 1 หลัง ซึ่งผลของการตรวจค้นพบเพียงภรรยาและบุตรอยู่ในบ้าน แต่ไม่พบนายรอแปะอิง และผู้ต้องสงสัยรายอื่นๆ แม้แต่คนเดียว
สำหรับความคืบหน้าทางคดี พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบลายนิ้วมือ และดีเอ็นเอของนายรอแปะอิง ปนเปื้อนอยู่ที่สวิตซ์ของสายไฟฟ้าชนิดอ่อนที่คนร้ายลอบวางระเบิดรถจี๊ปทหารหุ้มเกราะต้นแบบ (รยบ.ต้นแบบ) ในครั้งนี้ด้วย ตนจึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาล จ.นราธิวาส ออกหมายจับนายรอแปะอิง อย่างเร่งด่วน ซึ่งนายรอแปะอิงเป็น ผบ.หมวดระดับปฏิบัติการของคนร้ายกลุ่มอาร์เคเค เคยถูกออกหมายจับในคดีก่อเหตุความไม่สงบในท้องที่ อ.รือเสาะ มาแล้วหลายคดี
นอกจากนี้ ล่าสุดนายรอแปะอิงยังได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีขว้างระเบิดชนิดเอ็ม 26 เข้าใส่ร้านขายก๋วยเตี๋ยวในเขตเทศบาล ต.รือเสาะ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ค น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา อีกหนึ่งคดีด้วย
ส่วนคนร้ายในสังกัดกลุ่มของนายรอแปะอิง มีทั้งหมดรวม 7 คน ซึ่งตนได้สนธิกำลังตำรวจ ทหาร และ อส.จากฝ่ายปกครอง ออกระดมติดตามไล่จับกุมคนร้ายในกลุ่มนี้มาดำเนินคดีให้ได้อย่างเร่งด่วนแล้ว
www.manager.
บึ้ม! ทหารปัตตานีเสียชีวิต 1 เจ็บสาหัส 1 ขณะ รปภ.เส้นทางไปวัด
7 มีนาคม 2555 16:33 น.
ปัตตานี - ระเบิดทหารพรานใน อ.ปะนาเระ ขณะ รปภ.เส้นทางประชาชนไปวัดเนื่องในวันมาฆบูชา เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย
วันนี้ (7 มี.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.มานิตย์ ยิ้มซ้าย ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายชนบท บ้านโต๊ะชา ม.4 ต.ท่าน้ำ จึงนำกำลังพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและชุดพิสูจน์หลักฐานไปที่เกิดเหตุ
พบเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 นาย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลปะนาเระ ทราบชื่อคือ อส.ทพ.ดาโอ๊ะ บาฮอ อายุ 42 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าบริเวณต้นคอ แขนขา และลำตัวด้านซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์หลายแห่ง แพทย์พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากเสียเลือดมากจึงทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วน อส.ทพ.อิสระพงศ์ แก้วขาว อายุ 20 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดจนแขน ขาด้านซ้ายหัก และมีบาดแผลบริเวณลำตัวอาการสาหัส แพทย์ต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลปัตตานี
นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดอยู่ริมถนน กว้าง 30 ซม.และมีชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ ร.อ.สุเทพ แทนฝัก ผบ.ร้อย ทพ.4413 พร้อมพวก จำนวน 6 นาย ใช้รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน ออกดูแลรักษาความปลอดภัยเส้นทางให้กับประชาชนชาวไทยพุทธที่จะเดินทางไปทำบุญที่วัดในช่วงเย็น เนื่องจากเป็นวันมาฆบูชา
ปรากฏว่า ได้รับแจ้งทางวิทยุว่า มีการเผายางรถจักรยานยนต์ บนถนนห่างจุดเกิดเหตุ ประมาณ 200 เมตร จึงเดินทางไปตรวจสอบ และระหว่างเดินทางกลับถึงที่เกิดเหตุ ถูกคนร้ายกดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ซุกไว้ริมถนน ทำให้ทหารทั้งสองนายถูกสะเก็ดระเบิดอย่างจัง เป็นเหตุให้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ตอบโต้หลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้วิสามัญฯแกนนำเสียชีวิต 3 ราย ในพื้นที่ อ.ปะนาเระ เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา
www.manager.
บึ้ม! ระเบิดถังแก๊ส 10 กก. ทหาร รปภ.ครูยะลาเสียชีวิต 1 เจ็บสาหัส 1
6 มีนาคม 2555 10:30 น.
ยะลา - คนร้ายวางระเบิดในถังแก๊สปิกนิก น้ำหนักร่วม 10 กก. ทำร้ายทหาร ชุด รปภ.ครูใน อ.กรงปินัง แรงระเบิดทำให้ จ.ส.อ.หัวหน้าชุดเสียชีวิต และพลทหารลูกน้องได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย
วันนี้ (6 มี.ค.) เวลา 06.30 น. พ.ต.อ.สำเนียง ลือเจียงคำ ผกก.สภ.กรงปินัง จ.ยะลา ได้รับแจ้งทางวิทยุวิทยุสื่อสารทหารจากหน่วยเฉพาะกิจยะลา 13 ว่า มีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด จนท.ทหาร ร้อย ร.1412 ฉก.13 อ.กรงปินัง ขณะออกลาดตระเวน บนถนนสายกูวา-สะเอ๊ะ บ้านกูวา หมู่ที่ 1 ต.ห้วงกระทิง หลังได้รับแจ้งรีบนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผบก. นายสนั่น สนธิเมือง นายอำเภอ กำลังทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุห่างจากฐานปฏิบัติการ ร้อย ร.1412 เพียง 400 เมตร ข้างถนนในกองขยะพบหลุมระเบิดขนาดกว้าง 1 เมตร ลึก 1 เมตร รอบหลุมพบเศษชิ้นส่วนของระเบิดเป็นเศษเหล็กขนาด 3 หุนและ 2 หุน ตะปู ชิ้นส่วนของวิทยุสื่อสารยี่ห้อคิงสตัน และหิน ดิน กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
ส่วนคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลกรงปินัง และส่งต่อโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ในเวลาต่อมา ทราบชื่อ จ.ส.อ.ปรีชา คงภักดี อายุ 52 ปี และพลทหารธงชัย บุญช่วย อายุ 22 ปี ทั้ง 2 นาย ถูกสะเก็ดระเบิดตามลำตัว ใบหน้า และบริเวณศีรษะ อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน แพทย์ต้องนำเข้าห้องฉุกเฉินเป็นการด่วน ทั้งนี้ จ.ส.อ.ปรีชา คงภักดี เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ จ.ส.อ.ปรีชา คงภักดี ทำหน้าที่ หน.ชุด นำกำลังจำนวน 9 นาย ออกจากฐานปฏิบัติการร้อย ร.1412 บ้านกูวา หมู่ที่ 1 ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา เดินเท้า ลาดตระเวนเส้นทางทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยก่อนคณะครูจะเดินทางไปโรงเรียนทำการสอนตามเส้นทางดังกล่าวที่โรงเรียนบ้านกูวา
ขณะออกจากฐานมาได้ราว 400 เมตร คนร้ายซึ่งได้ลอบนำระเบิดชนิดแสวงเครื่องอัดถังแก๊สปิคนิกน้ำหนักราว 10 กิโลกรัมมาวางไว้ใต้กองขยะริมถนนจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ทำให้เกิดระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้ จ.ส.อ.ปรีชาได้รับบาดเจ็บพร้อมพลทหาร ธงชัย บุญช่วย ถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ส่วนเพื่อนทหารที่เหลือได้รับบาดเจ็บมีอาการหูอื้อเล็กน้อย ได้เดินทางไปให้แพทย์โรงพยาบาลกรงปินังตรวจรักษาด้วยแล้ว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.สะเอ๊ะ อ.กรงปินัง และ ต.ปะแต อ.ยะหา ที่ต้องการแสดงศักยภาพของตัวเอง เพื่อมุ่งร้ายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่
www.manager.
บึ้ม! ตลาดสดชายแดนตากใบ ทหาร-ชาวบ้านเจ็บ 8 ราย
5 มีนาคม 2555 15:56 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณศาลาในตลาดนัดบ้านตาบา อ.ตากใบ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารที่กำลังพักร้อน และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 8 ราย คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่
เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (5 มี.ค.) ร.ต.อ.บุญศักดิ์ หนูหมาน ร้อยเวร สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณตลาดสดบ้านตาบา ม.1 ต.เจ๊ะเห ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บรวม 8 ราย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส นายสมศักดิ์ สิทธิวรการ อำเภอตากใบ พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.ตากใบ, พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบบริเวณข้างศาลา 8 เหลี่ยม นอกรั้วตรงข้ามสถานีตำรวจน้ำ อ.ตากใบ ถูกอนุภาพระเบิดได้รับความเสียหาย พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ที่บริเวณพื้นและภายในศาลา โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณเป็นรัศมีกว้าง 15 เมตร ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 8 ราย เจ้าหน้าที่และพลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลตากใบไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลตากใบ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัว แขน และขา ซึ่งแพทย์และพยาบาลกำลังปฐมพยาบาลในเบื้องต้นภายในห้องฉุกเฉิน ประกอบด้วย
1. จ.ส.อ.ธรรมกร แช่มร่ำ หัวหน้าชุดลาดตระเวนสังกัดกองร้อย ปชด.ที่ 3 หรือ ชุดประสานงานชายแดน ฉก.36
2. พลฯ ลิขิต ถนอมสมบัติ
3. พลฯ จักรพงษ์ เทพเสนา
4. พลฯ ภูสิทธิ์ บาศรี ทั้ง 4 นายสังกัด ฉก.36
5. นายซานาดี ดอเลาะ อายุ 37 ปี
6. นายเปาซี อาแว ชาวมาเลเซีย
7. นางมีเนาะ บุญจันทร์ อายุ 54 ปี
8. น.ส.นิดา ดารามั่น
จากการสอบสวน ทราบว่า หลังจากที่ จ.ส.อ.ธรรมกร หน.ชุดและผู้ใต้บังคับบัญชา รวม 12 นาย เดินลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยบริเวณแนวชายแดนตลาดสดบ้านตาบาแล้วเสร็จได้แยกย้ายกันเพื่อเข้าไปพักร้อนในศาลา 8 เหลี่ยม และคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในละแวกดังกล่าวได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางแอบไว้บริเวณฝ้าเพดานของศาลา จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารและชาวบ้านที่กำลังเดินไปจับจ่ายสินค้าได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อลอบสังหารเจ้าหน้าที่
www.manager.
บึ้ม! ทหาร รปภ.ครูปัตตานีสาหัส 2 นาย
2 มีนาคม 2555 10:54 น.
ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดรักษาความปลอดภัยเส้นทาง ขณะออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยให้แก่คณะครู เหตุเกิดบนถนนภายในหมู่บ้านกระหว๊ะ ม.4 ต.กระหว๊ะ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 2 นาย
เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (2 มี.ค.) พ.ต.อ.อดุลย์ ปีแนบาโง ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบนถนนภายในหมู่บ้านกระหว๊ะ ม.4 ต.กระหว๊ะ จึงนำกำลังพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบเจ้าหน้าที่ทหาร 2 นายถูกระเบิดบาดเจ็บสาหัส จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลมายอ
ทราบชื่อ พลฯ จักรฤกษ จินาราช อายุ 23 ปี และ พลฯ จีระศักดิ์ บุญเรือง อายุ 22 ปี สังกัด ร้อย ร.15311 ฉก.ปัตตานี 25 มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดตามลำตัว และขา ได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์ต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลปัตตานี ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ทั้ง 2 นายกำลังเดินเท้ารักษาความปลอดภัยเส้นทางครูที่จะเดินทางไปโรงเรียน โดยมี ส.อ.บันเทิง สารภี เป็นหัวหน้าชุด ปรากฏว่า เมื่อเดินมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายจุดฉนวนระเบิดที่ฝังไว้ริมถนนใต้โค่นต้นไม้ จึงเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อป้องกันคนร้ายยิงซ้ำ จากนั้นจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่หมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์
www.manager.
สรุปเหตุคนร้ายเผาป่วนปัตตานีรวม 6 จุด
1 มีนาคม 2555 17:04 น.
ปัตตานี - คนร้ายป่วนเผาห้างสรรพสินค้า และสถานราชการตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตีหนึ่ง รวม 6 จุด ทั้งห้างสรรพสนค้า, ร้านมินิมาร์ท, โรงงาน, รถยนต์บรรทุกทำให้ไฟไหม้หมวดการทางเสียหาย
วันนี้ (1 มี.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น.เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปัตตานี พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงห้างร้านสรรพสินค้าและสถานที่ราชการ จำนวน 5 จุด ในพื้นที่ จ.ปัตตานี
โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนระหว่างเวลา 12.00-01.00 น.ประกอบด้วย พื้นที่ อ.เมือง จำนวน 2 จุด คือ ห้างซูเปอร์มาร์เกต เลขที่ 48/1 ถ.พิพิธ ต.อาเนาะรู และห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี ตั้งอยู่ริมถนนหนองจิก ม.4 ต.รูสะมิแล ได้รับความเสียหายบางส่วน
พื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จำนวน 2 จุด คือ ร้านเคพีมินิมาร์ท ม.7 ต.โคกโพธิ์ และโรงงานธานินทร์พาราวูดส์ ม.11 ต.โคกโพธิ์ ซึ่งเป็นโรงงงานรับซื้อไม้ยาง ได้รับความเสียหายบางส่วน
พื้นที่ อ.สายบุรี คนร้ายได้ก่อเหตุวางเพลิงรถยนต์บรรทุกโม่ปูนซิเมนต์ของบริษัทรับเหมาก่อสร้างถนนทางหลวงสาย 42 (สายเก่า) สายบ้านเจาะกือแย-สายบุรี เหตุเกิดบริเวณ ม.6 ต.ตะบิ้ง เป็นเหตุให้ล้อรถยนต์ด้านหลังได้รับความเสียหาย จากการตรวจสอบพบมีร่องรอยของน้ำมันเบนซินที่คนร้ายใช้มาราดบริเวณล้อก่อนจุดไฟเผา
นอกจากนี้ คนร้ายยังได้วางเพลิงเผาภายในบริเวณหมวดการทางสายบุรี ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส บริเวณ ม.8 ต.เตราะบอล ในเนื้อที่ 8 ไร่ เป็นเหตุให้อาคารสำนักงาน บ้านพัก ห้องครัว ศาลาที่พัก รวมทั้งห้องเก็บพัสดุสำนักงาน ได้รับความเสียหาย ซึ่งตรวจสอบพบรวม 5 จุดย่อย โดยจุดแรก คนร้ายนำยางล้อรถยนต์นำมากองบริเวณประตูเข้าออกด้านหลัง แล้วนำน้ำมันเบนซินราดก่อนจุดไฟเผา เป็นเหตุให้สำนักงานได้รับความเสียหายบางส่วน
จุดที่สอง คนร้ายได้นำน้ำมันเบนซินราดภายในบ้านพักของหมวกการทางเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ก่อนจุดไฟเผา เป็นเหตุให้ถูกไฟวอดทั้งหลัง และจุดที่สาม คนร้ายได้นำเสาไม้นำมากองไว้ภายในห้องเก็บพัสดุ แต่ไม่ได้จุดไฟเผา ทั้งนี้ ในระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าวพบมีวัตถุคล้ายระเบิดนำมาวางไว้บริเวณบันได เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีจึงเก็บกู้ไว้ได้สำเร็จ เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุไว้ในกระป๋องสี มีน้ำหนักไม่เกิน 3 กก.
จุดที่สี่ คนร้ายได้วางเพลิงศาลาที่พักภายในสำนักงานจนได้รับความเสียหายบางส่วน และจุดที่ห้า คนร้ายได้วางเพลิงเผาห้องครัวภายในสำนักงานทำให้ได้รับความเสียหายบางส่วนเช่นกัน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นการลอบวางเพลิงเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ เนื่องจากเกิดจำนวนหลายจุดในเวลาไล่เลี่ยกัน และก่อนที่จะเกิดเพลิงไฟได้ยินเสียงระเบิดก่อนด้วย สำหรับมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการประเมิน ส่วนสำหรับบรรยากาศทั่วไปปัตตานีนั้นเป็นปกติ โดยเฉพาะห้างซูเปอร์มาร์เกต และห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี วันนี้ได้เปิดทำการค้าขายตามปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำนักงานหมวดการทางสายบุรี ถูกปล่อยวางจนกลายเป็นสำนักงานที่ร้างมาหลายปี หลังจากที่เคยถูกลอบวางเพลิงมาแล้วก่อนหน้านี้ หลังจากนั้น ได้ถูกเป็นที่ตั้งของทหารม้าชุดลาดตระเวนเคลื่อนที่เร็ว ที่มาจากจังหวัดลำพูน และได้ทยอยนำกำลังออกจากพื้นที่แห่งนี้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554 จึงทำให้สำนักงานแห่งนี้กลับร้างเหมือนเดิม จนกระทั่งได้เกิดเหตุวางเพลิงดังกล่าว
www.manager.
โจรใต้ขว้างบึ้มใส่ร้านค้า เจ็บ 9 รายที่นราธิวาส
1 มีนาคม 2555 13:13 น.
นราธิวาส - คนร้ายแต่งตัวคลายนักเรียนโรงเรียนสอนศาสนาขว้างระเบิดใส่ร้านค้าในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ส่งผลให้ ครู นักเรียน ตำรวจชาวบ้านกำลังทานอาหารในตอนเช้าได้รับบาดเจ็บจำนวน 9 ราย
เมื่อเวลา 07.40 น.วันนี้ (1 มี.ค.) ร.ต.ท.ศรีธนน สำลี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่ร้านค้า เลขที่ 99 ม.2 ต.รือเสาะ และอยู่ห่างจากจุดตรวจชุดปฏิบัติการณ์พิเศษที่ 333 สภ.รือเสาะ ประมาณ 50 เมตรทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 ราย จึงพร้อมด้วยนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนจมกองเลือดอยู่ข้างร้านค้า เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลรือเสาะเป็นการเร่งด่วน จากการตรวจสอบพบหลุมระเบิดที่บริเวณบนฟุตบาทหน้าร้านค้า เป็นหลุมลึก 6 นิ้ว กว้าง 4 นิ้ว และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดขว้างชนิดเอ็ม 26 ตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ โดยเฉพาะภายในร้านค้า ตู้ตั้งอาหาร ตู้กระจก รวมทั้งกันสาด มีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูพรุน แถมบริเวณถนนหน้าร้านค้าพบจักรยานยนต์ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายจำนวน 2 คัน ประกอบด้วย ยี่ห้อซูซูกิ สีดำ ทะเบียน บจม 209 นราธิวาส และยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ ทะเบียน ขทด 517 นราธิวาส เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดตามบริเวณลำตัว แขนและขา ประกอบด้วย 1. น.ส.วรรณิษา ไชยสิทธิ์ อายุ 17 ปี 2. นางพิณรัตน์ อ่อนบรรจง อายุ 35 ปี 3. นายปรีชา จันทสาโร อายุ 62 ปี 4. ด.ต.ชยันต์ พันธ์ธนะ เจ้าหน้าที่สื่อสาร สภ.รือเสาะ 5. น.ส.นงนุช วงศ์สำเร็จ อายุ 41 ปี ลูกจ้างร้านค้าจุดเกิดเหตุ
6. นางเล็ก จันทสโร อายุ 56 ปี เจ้าของร้านค้า 7. น.ส.นิยาวานา รัตนรวมมาลา ครูโรงเรียนรือเสาะวิทยา 8. ด.ช.พุทธิสิทธิ์ วุ่นชุม อายุ 3 ขวบ และ 9. นางสุธาสินี วุ่นชุม อายุ 36 ปี ครูโรงเรียนอนุบาลรือเสาะ
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่ครู ตำรวจ และชาวบ้านกำลังนั่งดื่มน้ำชา และรับประทานอาหารเช้าอยู่ที่บริเวณร้านค้า ได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน แต่งกายในชุดนักเรียนโรงเรียนสอนศาสนา ขี่และซ้อนท้ายจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าแบบผู้หญิงเป็นพาหนะ เมื่อผ่านหน้าร้านค้า คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้ระเบิดขว้างชนิดเอ็ม 26 ขว้างใส่เข้าไปในร้านค้า จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนทำให้ผู้ที่นั่งดื่มน้ำชาและรับประทานอาหารเช้ารวมทั้งเจ้าของร้านค้าและลูกจ้างได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่คนร้ายจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
หลังจากเกิดเหตุ พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อจับกุมคนร้าย รวมทั้งทำการตรวจสอบภาพวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณเสาไฟฟ้าทุกจุด เพื่อที่จะติดตามจับกุมคนร้ายมาต่อไป
www.manager.
โจรใต้ลอบบึ้มทหารชุด ปจว.ที่นราฯ เจ็บอีก 2
1 มีนาคม 2555 13:05 น.
นราธิวาส - โจรใต้ยังป่วนไม่เลิก ลอบวางระเบิดทหารชุดควบคุมที่ 957 ที่กำลังเดินทางไปปฏิบัติการจิตวิทยาที่บ้านกูจิงรือปะ เจ้าหน้าที่เจ็บ 2 นายที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส
วันนี้ (1 มี.ค.) เวลา 10.30 น. ร.ต.ท.อรรฆพันธุ์ บัวสำลี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดดังสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุดควบคุมที่ 957 ฉก.นราธิวาส บนถนนในหมู่บ้านตราแดะ หมู่ 5 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร จำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 50 ซม. กว้าง 1 เมตร พร้อมทั้งเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิงหนัก 20 กก. ที่จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ และห่างไปประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อยู่ในสภาพถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณตัวถังได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวมรวบไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษา รพ.ระแงะ ไปก่อนหน้าแล้ว ซึ่งถูกสะเก็ดที่บริเวณลำตัว ทราบชื่อคือ 1. ร.ต.ระพีพัฒน์ มงคล อายุ 25 ปี และ 2. ส.อ.สมพศ หนูจันทร์ อายุ 32 ปี
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ระพีพัฒน์ มงคล หัวหน้าชุด พร้อมลูกน้องรวม 6 นาย ใช้รถยนต์กระบะและจักรยานยนต์เป็นพาหนะ เพื่อเดินทางไปสร้างจิตวิทยามวลชนที่บ้านกูจิงรือปะ หมู่ 4 ต.เฉลิม อ.ระแงะ ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายลอบจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ถังดับเพลิงที่ลอบนำไปฝังไว้จนเกิดระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ขณะที่รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหารผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารที่นั่งอยู่ภายในรถยนต์กระบะได้รับบาดเจ็บ 2 นาย
www.manager.
พ่อเมืองปัตตานีสั่งคุมเข้มหลังเกิดเหตุระเบิดป่วนเมือง 4 จุด
1 มีนาคม 2555 12:28 น.
ปัตตานี - พ่อเมืองปัตตานีกำชับ จนท.คุมเข้มทั่วเมือง หลังเกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้ป่วนเมืองไล่เลี่ยกัน 4 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
หลังเกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้ 2 ห้างใหญ่ใน จ.ปัตตานี พร้อมกันกลางดึกที่ผ่านมา เช้าวันนี้ (1 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปัตตานี เพิ่มเติมว่า เกิดเหตุไฟไหม้ในคืนเดียวกันอีก 2 จุด โดยเมื่อเวลา 00.50 น. พ.ต.อ.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ร้านสะดวกซื้อเคพีมินิมาร์ท ตั้งอยู่ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ เขตเทศบาลตำบลโคกโพธิ์ จึงประสานรถดับเพลิงเข้าไประงับเหตุ พบว่าบริเวณชั้นล่างได้รับความเสียหาย สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นก่อนที่จะเกิดเพลิงไหม้
ต่อมาเวลา 01.00 น. ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้อาคารบริษัท ธานินทร์ พาราวูด ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปไม้ยางพารา ตั้งอยู่ริมถนนสายโคกโพธิ์-ลำไพร ม.4 บ้านท่าเรือ ต.โคกโพธิ์ เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานรถดับเพลิง จำนวน 8 คัน และใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงสกัดเพลิงดังกล่าวไว้ได้ ตรวจสอบพบตัวอาคารได้รับความเสียหาย ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการลอบวางเพลิง
ขณะเดียวกัน ที่ อ.สายบุรี พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีคนร้ายลอบวางเพลิงรถจักรกลหนักที่ใช้สร้างถนน ในพื้นที่ ม.6 ต.ตะบิ้ง เสียหายทั้งคัน
ด้าน นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า จากเหตุลอบวางเพลิง 4 จุดใน จ.ปัตตานี ทั้งนี้ ในภาพรวมห้างบิ๊กซี ได้รับความเสียหายไม่มากนัก โดยลักษณะของระเบิดที่ผู้ก่อเหตุใช้เป็นลักษณะระเบิดเพลิง ซึ่งใช้นาฬิกาเป็นตัวจุดฉนวนทั้ง 4 จุดในเวลาที่ใกล้เคียงกัน ทำให้เกิดความเสียหายเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดก็ได้ตรวจสอบและเพิ่มความระมัดระวังในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยและการตรวจสอบให้มากขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องของเวรยาม แต่ก็โชคดีเหตุระเบิดและไฟไหม้ทั้ง 4 จุดในพื้นที่ 2 อำเภอของ จ.ปัตตานี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
จุดแรกที่ห้างซุปเปอร์ดิพาร์ทเมนท์สโตร์ ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายเล็กน้อย, ที่บริเวณด้านหน้าห้างบิ๊กซีเซ็นเตอร์ สาขาปัตตานี ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายเล็กน้อยเช่นกัน
และที่อำเภอโคกโพธิ์ คนร้ายลอบวางเพลิงโรงรับซื้อไม้ยางพารา บริษัท ธานินทร์พาราวู๊ด ม.4 บ้านท่าเรือ อ.โคกโพธิ์ ไฟไหม้ด้านหลังโรงงานและไม้ยาง ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้คนร้ายลอบวางเพลิงเคพีมินิมาร์ท ในเขตเทศบาล ต.โคกโพธิ์ บริเวณชั้นล่างได้รับความเสียหาย ซึ่งไม่มากนัก
“ทั้งนี้ ขอฝากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันร่วมมือร่วมใจในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และทางจังหวัดเองก็จะเพิ่มมาตรการในการปฏิบัติหน้าที่เข้าออกจุดต่างๆ ให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้นด้วย” พ่อเมืองปัตตานีกล่าว
www.manager.
ฉก.ยะลาสั่งตรวจเข้มสกัด จยย.บอมบ์ - ยิง ผช.ผญบ.สาหัส 1
1 มีนาคม 2555 10:23 น.
ยะลา - ประกบยิง ผช.ผญบ.เจ็บสาหัส 1 รายที่ อ.กรงปินัง ขณะที่หน่วย ฉก.ยะลา ประกาศคุมเข้มทั่วเมืองหลังได้ข่าวกลุ่มแนวร่วมเตรียมนำ จยย.บอมบ์เข้าก่อเหตุระเบิด
วันนี้ (1 มี.ค.) เมื่อเวลา 06.30 น. พ.ต.อ.สำเนียง ลือเจียงคำ ผกก.สภ.กรงปินัง ได้รับแจ้งจาก ผู้ใหญ่บ้านว่ามีเหตุใช้อาวุธปืน บนถนนภายในหมู่บ้าน บ้านไอปานะ หมู่ที่ 3 ต.ปุโรง หลังได้รับแจ้งจึงรีบนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยนายสนั่น สนธิเมือง นายอำเภอ นายสัญญา สีหมนตรี ปลัดป้องกัน ทหาร ตำรวจ และกำลัง อส.จำนวนหนึ่ง และวิทยุแจ้งจุดตรวจจุดสกัดตั้งด่านตรวจสกัดคนร้ายโดยด่วน
ที่เกิดเหตุพบจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นของผู้บาดเจ็บจอดเสียหลักอยู่ข้างทาง บนผิวถนนมีกองเลือดกองเล็ก 1 จุด ส่วนผู้บาดเจ็บเพื่อนบ้านนำส่งโรงพยาบาลกรงปินังแล้ว ทราบชื่อคือ นายมะกือรี มะนิ อายุ 40 ปี ตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบบ้าน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม.เข้าบริเวณลำตัว 4 นัด อาการสาหัส และถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้บาดเจ็บกำลังขับขี่จักรยานยนต์บรรทุกสิ่งของไปส่งให้ภรรยาที่ร้านค้าชุมชนภายในหมู่บ้าน ปรากฏว่ามีคนร้ายจำนวน 2 คนใช้จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นพาหนะแล่นติดตามมา จากนั้นคนซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนประกบยิงนายมะกือรีติดต่อกันหลายนัด เป็นเหตุให้กระสุนเจาะลำตัวรวม 4 นัด ได้รับบาดเจ็บ ทำให้จักรยานยนต์ล้มลง หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขับรถหลบหนีไปท้ายหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ส่วนคนร้ายคาดว่าเป็นแนวร่วมอาร์เคเคสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ
ในขณะเดียวกัน ทางหน่วยเฉพาะกิจยะลา (ฉก.ยะลา) ได้แจ้งเตือนให้หน่วยกำลังตำรวจ ทหาร และเครือข่ายภาคประชาชน เฝ้าระวังและตรวจสอบการเข้ามาในเขตเมืองอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการตรวจค้นรถจักรยานยนต์ เนื่องจากฝ่ายการข่าวแจ้งมาว่ามีกลุ่มอาร์เคเคที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ได้ทยอยนำจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ ไม่ทราบรุ่นและทะเบียน ซึ่งประกอบเป็นระเบิดจักรยานยนต์บอมบ์สำเร็จแล้วเข้ามาในตัวเมืองยะลา
ทั้งนี้ ทราบว่าได้นำเข้ามาแล้วจำนวน 2 คัน เพื่อเตรียมการก่อเหตุในย่านชุมชน บริเวณถนนรวมมิตร ใกล้โรงแรมโคล่า ร้านอาหารกอไผ่ และชุมชนที่เป็นย่านการค้าที่มีชาวไทยพุทธหนาแน่น หากพบรถต้องสงสัยในลักษณะดังกล่าวให้รีบแจ้งหน่วยกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองโดยด่วน
www.manager.
ป่วนเมือง ระเบิดเผา “บิ๊กซี” และซูเปอร์มาร์เกตพร้อมกันที่ปัตตานี
1 มีนาคม 2555 08:31 น.
ปัตตานี - โจรป่วนเมือง ก่อเหตุระเบิด และเกิดไฟไหม้ 2 ห้างใหญ่ในจังหวัดปัตตานีพร้อมกัน เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบทั้ง 2 เหตุว่าเกิดจากการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ หรือไฟฟ้าลัดวงจร
เมื่อเวลา 01.00 น.วันนี้ (1 มี.ค.) พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ซูเปอร์มาร์เกต เลขที่ 48/1 ถ.พิพิธ ต.อาเนาะรู จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองปัตตานี จำนวน 5 คันเข้าไประงับเหตุ เมื่อไปถึงพบว่าต้นเพลิงอยู่บริเวณร้านจำหน่ายสินค้าอาหารเครื่องดื่มมีเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง
เจ้าหน้าที่จึงได้ระดมฉีดน้ำอย่างเร่งด่วน เนื่องจากจุดเพลิงไหม้มีวัตถุที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาร่วม 30 นาทีจึงสามารถความคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบพบว่าสินค้าหลายชนิดถูกไฟไหม้เสียหายจำนวนมาก ยังไม่สามารถประเมินค่าเสียหายได้ สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ให้การว่าได้ยินเสียงระเบิดเกิดขึ้น 1 ครั้ง จากนั้นมีไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
ต่อมาในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ภายในห้างบิ๊กซี สาขาปัตตานี ตั้งอยู่ริมถนนหนองจิก ม.4 ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี จึงได้รุดไปตรวจสอบ ไปถึงพบว่าภายในห้างมีควันจำนวนมาก ขณะที่เพลิงได้สงบลงแล้ว เนื่องจากเจ้าหน้าที่เวรของบิ๊กซีได้ฉีดน้ำสกัดไว้ได้ก่อนที่จะลุกลาม
ตรวจสอบพบว่า มีจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ 2 จุด โดยจุดแรกอยู่บริเวณชั้นวางผ้าออมของเด็กทำให้ได้รับความเสียหาย ส่วนจุดที่สองอยู่บริเวณชั้นผงซักฟอก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กันบริเวณจุดเกิดเหตุไว้ก่อน
สอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่เวรยามของบิ๊กซีกำลังเดินตรวจรอบๆ อาคารและภายในห้าง ปรากฏว่าได้ยินเสียงระเบิดและมีไฟไหม้จึงได้กดสัญญาณเตือนภัยก่อนจะระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงไว้ได้
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร หรือเป็นการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง 2 แห่ง มีเสียงระเบิดและเพลิงไหม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบหาหลักฐานอีกครั้ง
www.manager.
บึ้มทหาร รปภ.เส้นทางยะลา คาดฝีมือ “แก๊งไอ้หน้าเหลี่ยม”
29 กุมภาพันธ์ 2555 11:40 น.
ยะลา - คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทางริมถนนสาย 410 ยะลา-เบตง รอดตายหวุดหวิด คาดว่าเป็นเป็นลูกสมุนของกลุ่ม “ไอ้หน้าเหลี่ยม” หรือยูกีมือรี เจะดีแม แกนนำคนสำคัญ
วันนี้ (29 ก.พ.) เวลา 08.10 น. พ.ต.อ.สุวัตต์ วงศ์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา ว่าเกิดเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.7024 ฉก.15 อ.บันนังสตา ขณะเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทางดูแลความปลอดภัยคณะครูและประชาชนในพื้นที่ บนถนนสาย 410 ยะลา-เบตง บ้านเจาะบันตัง หมู่ที่ 9 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา
หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ภูธรจังหวัดยะลา EOD-ARMY ชุดศรศึก-ศรชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.15 อ.บันนังสตา และฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าวเป็นเนินเขา สองข้างทางเป็นที่เปลี่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ได้กันพื้นที่พร้อมปิดเส้นทางไม่ให้รถยนต์วิ่งผ่านเนื่องจากเกรงว่าคนร้ายอาจจะซุกระเบิดเอาไว้อีกลูก เพื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไม่พบผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ข้างทางในกองดินพบหลุมระเบิดลึกกว้าง 1 x 2 ฟุต สะเก็ดระเบิด ชิ้นส่วนกล่องเหล็ก ชิ้นส่วนวงจรไฟฟ้า เศษวิทยุสื่อสาร กระจัดกระจายเต็มพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารร้อย ร.7024 ฉก.ยะลา 15 จำนวน 12 นาย ออกจากฐานปฏิบัติการภายในโรงเรียนบ้านเจาะบันตัง เดินเท้าลาดตระเวนดูแลรักษาความปลอดภัยเส้นทาง เนื่องจากมีคณะครูหลายโรงเรียนเดินทางไปทำการสอน เมื่อมาถึงจุดระเบิดจู่ๆ ได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างกึกก้อง สะเก็ดระเบิดกระจายว่อน แต่ไม่ถูกผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเป็นเป็นลูกสมุนของกลุ่ม “ไอ้หน้าเหลี่ยม” หรือยูกีมือรี เจะดีแม แกนนำคนสำคัญ แอบนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็กน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัมมาซุกไว้ในกองดินข้างทาง เฝ้าดูกำลังทหารลาดตระเวนมาถึงแล้วจุดชนวนกับวิทยุสื่อสารให้ระเบิดทำงาน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายดังกล่าว
www.manager.
ลอบบึ้ม ทหารนราฯเจ็บ 3 นาย
28 กุมภาพันธ์ 2555 16:14 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ทหาร ชุด ฉก.นราธิวาส 33 ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ขณะเดินที่ไปรับกระสอบทราบมาเพื่อทำบังเกอร์
เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (28 ก.พ.) พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดร้อยปืนเล็กที่ 1 ฉก.นราธิวาส 33 ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย บริเวณคอสะพานน้ำดำ บ้านฮูแตยือลอ ม.6 ต.บาเร๊ะใต้ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส จำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีเขียวขี้ม้า จอดเสียหลักอยู่บริเวณคอสะพาน ซึ่งอยู่ในสภาพถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายที่บริเวณกระจกหน้า และใต้ท้องรถ จนไม่สามารถใช้งานได้ ส่วนที่บริเวณคอสะพานข้างรถกระบะ 6 ล้อจอดมีหลุมระเบิดลึก 1 เมตร กว้าง 1 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 20 ก.ก.ซึ่งจุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟฟ้าไปจุดชนวนในสวนปาล์มข้างทางประมาณ 200 เมตร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและริมไหล่ทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 นาย เพื่อนทหารได้นำตัวไปปฐมพยาบาลในเบื้องต้นที่ฐานปฏิบัติการณ์ย่อย ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กม.ทราบชื่อคือ 1.จ.อ.มนูญ รังสีโกศัย หน.ชุด ส่วนอีก 2 นาย ไม่ทราบชื่อยศ และนามสกุล ซึ่งทั้ง 3 นาย ถูกอนุภาพของระเบิดมีอาการแน่นหน้าอก และหูอื้อ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.อ.มนูญ หน.ชุดได้นำกำลังรวม 6 นาย ขึ้นรถกระบะ 6 ล้อ ออกจากฐานปฏิบัติการณ์ย่อย เพื่อเดินทางไปบรรทุกกระสอบทรายที่ใช้สำหรับทำบังเกอร์ จากกองบังคับการชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 33 ซึ่งตั้งอยู่ อ.เมืองนราธิวาส และขณะที่ จ.อ.มนูญ และเจ้าหน้าที่ทหารนั่งรถบรรทุก 6 ล้อ ผ่านบริเวณคอสะพาน ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในสวนปาล์มข้างทาง ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่นำไปฝังไว้บริเวณคอสะพาน และเกิดระเบิดขึ้นในขณะรถยนต์ผ่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
www.manager.
โจรใต้ซุ่มยิงรถตำรวจทางหลวง กระสุนเจาะลำคอ-เฉี่ยวหน้าผาก 2 นาย
27 กุมภาพันธ์ 2555 16:46 น
ยะลา - คนร้ายใช้ เอ็ม 16 ซุ่มยิงรถตำรวจทางหลวง ทำให้ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย โดยกระสุนเข้าลำคอ แขน และเฉี่ยวหน้าผาก หลังเกิดเหตุแข็งใจขับรถหนีไปขอความช่วยเหลือตำรวจ สภ.ลำใหม่ ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุ 1 กม.
วันนี้ (27 ก.พ.) เวลา 13.50 น. ขณะที่ ด.ต.ประเสริฐ นิตย์วรุธทัณฑ์ อายุ 50 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประจำสถานีโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ขับรถทางหลวงหมายเลข 7504 ทะเบียน วภ-5079 กรุงเทพมหานคร กลับจากปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณดังกล่าว โดยมี ส.ต.อ.กฤตนัย ทรงคง อายุ 42 ปี สังกัดเดียวกันนั่งคู่มา
ขณะแล่นอยู่บนทางหลวงสาย 409 ทางระหว่างสามแยกบ้านเนียง-บ้านลำใหม่ มุ่งหน้ากลับที่ตั้งช่วงมาถึงบ้านลิดล หมู่ที่ 1 ต.ลิดล อ.เมืองยะลา บริเวณข้างโรงงานอิฐบล็อกเด๊ะบู ลิดล วัสดุก่อสร้าง ไม่มีเลขที่ คนร้ายไม่ทราบจำนวนดักซุ่มอยู่ข้างทางด้านซ้ายมือได้ใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 ถล่ม เป็นเหตุให้กระสุนถูกตัวถังรถด้านซ้ายเป็นรูพรุนกระจกรถด้านหน้า และข้างแตกกระจาย
กระสุนเจาะไปที่ร่างของ ส.ต.อ.กฤตนัย เข้าลำคอ แขนขาซ้าย ส่วน ด.ต.ประเสริฐ ถูกกระสุนเฉี่ยวหน้าผากได้รับบาดเจ็บ แต่ยังแข็งใจเร่งเครื่องรถมุ่งหน้าไปยัง สภ.ลำใหม่ ห่างไปประมาณ 1 กิโลเมตร พร้อมขอความช่วยเหลือ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัทยาท ผกก.สภ.ลำใหม่ จึงได้จัดกำลังนำส่ง โรงพยาบาลศูนย์ยะลา พร้อม พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รองผกก.ป.พ.ต.ท.กรกช พันธรักษ์ สารวัตรเวร รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม.16 ตกอยู่จำนวนหนึ่ง
ส่วนคนร้ายคาดว่าเป็นแนวร่วมอาร์เคเค.ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ก่อเหตุ เพื่อสร้างสถานการณ์
www.manager.
ยะลาบึ้มกลางโรงเรียน 3 ลูก! ทหารสาหัส 4
23 กุมภาพันธ์ 2555 12:50 น.
ยะลา - บึ้ม 3 ลูก! เหตุเกิดภายในโรงเรียนบ้านสามัคคี อ.ยะหา ทำให้ทหารที่ลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยบาดเจ็บสาหัส 4 นาย ครู-นร.ตื่นตระหนก ผู้ปกครองรีบมารับบุตรหลานกลับบ้านเป็นการด่วน
วันนี้ (23 ก.พ.) เมื่อเวลา 10.15 น. พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก.สภ.ยะหา ได้รับแจ้ง จากชุด ชรบ.รักษาความปลอดภัยโรงเรียน ว่ามีเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารบริเวณภายในโรงเรียนบ้านสามัคคี หมู่ที่ 7 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา มีทหารได้รับบาดเจ็บ 4 นาย
หลังได้รับแจ้งรีบนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผบก. นายปรีชา ชนะกิจกำจร นายอำเภอ ตำรวจชุดเก็บกู้และทำลายระเบิด ภ.จว.ยะลา ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา กำลัง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง จำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารเรียน 2 ชั้น ชั้นบนเป็นห้องเรียน ห้องพักครู ห้องพักผู้อำนวยการ ห้องคอมพิวเตอร์และห้องเรียน ชั้น ป.5 และ ป.6 ส่วนชั้นล่างที่เกิดเหตุเป็นห้องโถง จัดเป็นเวทีกิจกรรมนักเรียน ติดกันมีรั้วลวดหนามกั้นไว้ระหว่างป่าสวนยางพาราบริเวณภายนอกกับภายในบริเวณที่ตั้งของโรงเรียน
เจ้าหน้าที่ตรวจพบกระจกห้องเรียนบนชั้นสองแตกกระจัดกระจาย ส่วนเวทีที่อยู่ชั้นล่างได้รับความเสียไปทั้งหมด ขณะเดียวกัน คณะครูและนักเรียนหวาดผวา ผู้ปกครองรีบเดินทางมารับลูกกลับบ้านด่วน ส่วนครูที่มาจากต่างพื้นที่ขออนุญาตกลับบ้านทั้งหมด เหลือเฉพาะครูและ ชรบ.ที่เป็นคนในพื้นที่เท่านั้น
ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บถูกเพื่อนทหารนำส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชยะลา ในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ จ.ส.อ.จียะพันธ์ นาคราช อายุ 46 ปี เป็นหัวหน้าชุด ส.ท.อภิวัฒน์ จักสาน อายุ 21 ปี พลทหารอาทิตย์ บัวดำ อายุ 21 และพลทหารอนุรุทธ์ อินทนุ อายุ 23 ปี มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดตามใบหน้า ลำตัว เท้าและแขน อาการสาหัส ทั้งหมดเป็นทหารสังกัดร้อย ร.1512 หน่วยเฉพาะกิจที่ 14 อ.ยะหา
สอบสวนทราบว่า ทหารชุดดังกล่าวมีจำนวน 6 นาย โดย จ.ส.อ.จียะพันธ์ นาคราช เป็นหัวหน้าชุด ตั้งฐานปฏิบัติการที่บริเวณสามแยกบ้านปะแต หมู่ที่ 6 ต.ปะแต อ.ยะหา ออกลาดตระเวนดูแลรักษาความปลอดภัยเส้นทางและดูแลความเรียบร้อยภายในโรงเรียนบ้านสามัคคี ที่เกิดเหตุเป็นประจำทุกวัน
ขณะเดินตรวจความปลอดภัยใต้อาคารเรียนตามปกติ ได้เกิดเหตุได้ระเบิดขึ้นเสียงดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณโรงเรียน ครูและนักเรียนที่อยู่ในห้องเรียนได้หมอบลง หลังจากหายจากตกใจและตั้งสติได้ เจ้าหน้าที่ได้เคลียร์พื้นที่ พร้อมกับนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา
จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า คนร้ายได้นำระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กก. เรียงไว้ด้านข้างอาคารติดกับขนำที่พักภายในบริเวณโรงเรียน จำนวน 3 ลูก จุดชนวนระเบิดด้วยวิทยุมือถือในขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุ จนเกิดระเบิดพร้อมๆ กันทั้ง 3 ลูก ทำให้ขนำได้รับความเสียทั้งหลังด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือการกระทำของนายอูไบดีละ รอมลี แกนนำระดับสั่งการ ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ยะหา และกาบัง
www.manager.
บึ้มอีกที่นราฯ! ทหารพรานเจ็บ 4 นาย
22 กุมภาพันธ์ 2555 13:14 น.
นราธิวาส - ฝังระเบิดแสวงเครื่องใต้ถนนที่ อ.เจาะไอร้อง บึ้มทหารพรานเจ็บ 4 นาย หลังเกิดเหตุพบเพิ่มอีก 1 ลูก คาดดักสังหาร จนท. โชคดีเก็บกู้ได้
วันนี้ (22 ก.พ.) เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.ท.สมใจ สิงห์เกลี้ยง สว.เวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยที่ 4502 กรมทหารพรานที่ 45 ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ที่บริเวณคอสะพานแมแฆะปากกอ บ้านลูดฐะเยาะ ม.7 ต.จวบ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบบริเวณกลางถนนที่ข้างคอสะพานมีหลุมลึก 1 เมตร กว้าง 2 เมตร มีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟยาวไปในสวนยางพาราตรงข้ามรางรถไฟ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง และห่างไปประมาณ 70 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บจ-9144 นราธิวาส จอดเสียหลักอยู่บนถนน ในสภาพกันชนหน้า กระจังหน้า ฝากระโปรงและแก้มทั้ง 2 ข้างถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 นาย เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลเจาะไอร้องไปก่อนหน้าแล้ว
ทราบชื่อ คือ 1. ร.ต.ถาวร คลังทอง หัวหน้าชุด 2. อส.ทพ.พรเทพ เรืองอุไร 3. อส.ทพ.มนตรี ไกรปราบ และ 4. อส.ทพ.อรุณ สายงด ซึ่งทั้ง 4 นาย ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บที่บริเวณแขนและแผ่นหลัง อาการไม่สาหัสมากนัก
และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบหลุมระเบิดอยู่นั้น พบสายไฟฟ้าสีเขียวที่บริเวณปากหลุมริมถนนซึ่งมีลักษณะคล้ายถูกต่อไว้กับวัตถุที่ฝังไว้ใต้ดินอีก 1 ลูก เจ้าหน้าที่จึงได้ประกาศให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกห่างก่อนที่จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พบว่าสายไฟฟ้าดังกล่าวได้ต่อไว้กับระเบิดแสวงเครื่องอีก 1 ลูกที่ประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิงหนัก 20 กก. ทั้งนี้ สามารถเก็บกู้เอาไว้ได้ และคาดว่าคนร้ายฝังระเบิดไว้เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ถาวร หัวหน้าชุด ได้นำกำลังรวม 6 นาย นั่งรถยนต์กระบะออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ข้างโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เพื่อเดินทางไปราชการที่กองบังคับการกรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ และในระหว่างที่นั่งรถยนต์กระบะผ่านจุดเกิดเหตุ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางพาราใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้ และเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์แล่นผ่าน ทำให้รถยนต์กระบะได้รับความเสียหาย และเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 4 นายดังกล่าว
www.manager.
ปะทะเดือด ดับโจรใต้ 3 ศพ ที่ปะนาเระ แผนสังหาร ผญบ.(มีคลิป)
21 กุมภาพันธ์ 2555 16:08 น.
ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายจำนวน 7 คน ควบกระบะเปิดศึกกราดยิงใส่เจ้าหน้าที่ทหารขณะเดินทางไปก่อสร้างป้อมตรวจ ชรบ.เป็นเหตุให้ปะทะกันที่บริเวณถนนสายปะนาเระ-สายบุรี คนร้ายถูกวิสามัญ 3 ศพ ทหารบาดเจ็บ 3 นาย เผยเหตุครั้งนี้คนร้ายหมายสังหารผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งบ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ
เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (21 ก.พ.) พ.ต.อ.มานิตย์ ยิ้มซ้าย ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงปะทะกันบริเวณถนนสายปะนาเระ-สายบุรี ม.2 บ้านนาพร้าว ต.ปะนาเระ จึงรีบนำกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง รุดไปสนับสนุนที่เกิดเหตุ พร้อมรายงานให้ นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. นายบุญไทย กาฬศิริ นายอำเภอ พ.อ.นิธิ ติณสูลานนท์ ผบ.ทพ.44 ไปที่เกิดเหตุ
ขณะเดินทางไปที่เกิดเหตุยังมีการปะทะกันเป็นระลอก เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุและไล่ล่าคนร้ายอย่างต่อเนื่อง จนมีการปะทะกันเป็นระยะ ประมาณ 30 นาทีสถานการณ์จึงสงบลง จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าเคลียร์พื้นที่ ปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลปะนาเระ ทราบชื่อ อส.ทพ.ดอกอ้อ แสงสัน อายุ 24 ปี ถูกยิงที่ขา อส.ทพ.เด่นนพพร จัลวันนา อายุ 24 ปี ถูกยิงเข้าแขน ทั้งสองสังกัด ร้อย ร.ทพ.4415 และ นายประสงค์ รักเตร อายุ 52 ปี หัวหน้าชุด ชรบ.กระสุนเฉี่ยวศีรษะ ทั้ง 3 นายอาการปลอดภัยแล้ว
ส่วนคนร้ายเสียชีวิต 3 ราย มีการพันผ้าปกปิดใบหน้า โดยศพแรก ทราบชื่อ นายซัมรี อาแต อายุประมาณ 27 ปี นอนเสียชีวิตบนถนน ข้างตัวมีอาวุธปืน เอ็ม 16 บรรจุกระสุนเต็มแม็ก ศพที่สองไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 25 ปี อยู่ห่างกันประมาณ 5 เมตร และศพที่สามไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 25 ปี นอนเสียชีวิตบริเวณเชิงบันไดบ้าน ข้างตัวพบอาวุธปืน เอ็ม 16 บรรจุกระสุนเต็มแม็กกาซีน
นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์ของคนร้ายจอดริมถนน สภาพมีรูกระสุนพรุนทั้งคัน ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บจ 5849 ยะลา ตรวจสอบภายในรถพบถังแก๊สปิคนิคมีสายไฟติดอยู่สงสัยว่าน่าจะเป็นระเบิด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเก็บกู้ ปรากฏว่า ไม่พบดินระเบิด และนอกจากนี้ ยังพบอาวุธปืนกล แบบ มินิมิ (MINIMI) 5.56 จำนวน 1 กระบอก อยู่ในร่องน้ำห่างจากรถยนต์คนร้ายประมาณ 2 เมตร
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ ส.ท.ธนะกิจ ชุมจินดา หัวหน้าชุด ร้อย ทพ.4415 นำกำลัง จำนวน 10 นาย เพื่อมาก่อสร้างป้อมจุดตรวจร่วมกับ ชรบ.ในพื้นที่ โดยได้แบ่งกำลังก่อสร้าง 6 นาย ส่วนอีก 4 นาย กระจายกำลังดูแลความปลอดภัยรอบๆ ป้อม ปรากฏว่า มีคนร้ายประมาณ 7 คน ขับรถยนต์มาจอดบริเวณสามแยกห่างจากป้อมประมาณ 10 เมตร จากนั้นคนร้ายจึงเปิดศึกยิงถล่มเจ้าหน้าที่ทันที ระหว่างนั้นคนร้าย 3 คน ที่อยู่หลังกระบะได้ลงจากรถวิ่งไปด้านข้างแล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่ แต่โชคดีเจ้าหน้าที่และ ชรบ.ระวังตัวทำให้เกิดยิงปะทะกันขึ้นเสียงดังสนั่น เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิตทันที 2 ศพ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ยิงใส่รถยนต์ของคนร้ายที่กำลังจะถอยหนี ทำให้คนร้ายที่อยู่ในรถวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามจนเกิดการยิงปะทะกันอีกครั้งบริเวณบ้านของชาวบ้าน ทำให้คนร้ายเสียชีวิตอีก 1 ศพ ส่วนคนร้ายที่เหลือประมาณ 4 คน หลบหนีไปได้ โดยได้ทิ้งอาวุธปืนในร่องน้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอกำลังเสริมเพื่อการปิดล้อมตรวจค้นในรัศมี 500 เมตร พร้อมกับประสานไปยังสถานพยาบาลทุกแห่ง เพื่อตรวจสอบว่ามีคนถูกยิงเข้ามารักษาตัวหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เหตุการณที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่รู้ข่าวมาก่อนแล้วว่าจะมีการก่อเหตุ โดยเฉพาะหมายสังหาร นายวรกิจ นิศร ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีบ้านตั้งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังดูแลความปลอดภัย ทั้งบ้านพักของ ผู้ใหญ่บ้าน และบริเวณป้อมที่กำลังก่อสร้าง จนกระทั่งคนร้ายเข้ามาก่อเหตุตามข่าวที่ได้รับแจ้ง จึงเกิดการยิงปะทะกันขึ้นเป็นเหตุให้คนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิตไป 3 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อย 3 นาย เชื่อกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้น่าจะเป็นแนวร่วมในพื้นที่
www.manager.
บึ้ม! ทหาร รปภ.ครู เจ็บ 1 ที่ยะลา
17 กุมภาพันธ์ 2555 09:47 น.
ยะลา - คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดร้อย ร.1514 ฉก.ยะลา 14 อ.ยะหา ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ขณะลาดตระเวนเส้นทางสายยะหา-ละแอ บ้านปาจอ เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยครูในพื้นที่
เมื่อเวลา 08.15 น.วันนี้ (17 ก.พ.) พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก.สภ.ยะหา จ.ยะลา ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารขณะลาดตระเวนเส้นทางสายยะหา-ละแอ บ้านปาจอ หมู่ที่ 1 ต.ยะหา หลังได้รับแจ้งรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผบก.ภ.จว.ยะลา นายปรีชา ชนะกิจกำจร นายอำเภอยะหา ตำรวจชุดเก็บกู้ระเบิด ภ.จว.ยะลา ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา กำลังตำรวจ ทหารอีกจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุพบกำลังทหารสังกัดร้อย ร.1514 ฉก.ยะลา 14 อ.ยะหา อยู่ในสภาพเตรียมความพร้อมอาวุธครบมือ บนผิวถนนมีหลุมระเบิดขนาดกว้าง มีเศษหิน ดิน และเศษเหล็ก กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ริมถนนมีรอยเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บถูกเพื่อนทหารนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ทราบชื่อ พลทหารจักกฤช รักษานวล อายุ 21 ปี สังกัดร้อย ร.1514 ฉก.14 ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัว อาการสาหัส
จากการสอบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าวจำนวน 9 นายออกลาดตระเวนเดินเท้าเพื่อดูแลความปลอดภัยเส้นทางก่อนที่ขบวนรถยนต์คณะครูจะเข้าไปยังพื้นที่ เมื่อเดินเท้ามาถึงจุดเกิดเหตุ ได้ระเบิดขึ้นเสียงดังกระหึมไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ทหารที่ร่วมลาดตระเวนได้หมอบลงพร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่จุดที่สงสัยว่าจะมีคนร้ายแอบกดระเบิดในสวนยางพาราข้างทาง ใช้เวลากว่า 5 นาที เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าเคลียร์พื้นที่ พร้อมกับนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มแนวร่วมอาร์เคเคที่เคลื่อนไหวในพื้นที่เพื่อมุ่งร้ายต่อชีวิตเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจในพื้นที่
www.manager.
คนร้ายควงปืนอาร์ก้าดักยิง ตร. เจ็บ 2 นาย
16 กุมภาพันธ์ 2555 22:39 น.
ปัตตานี - คนร้ายใช้อาวุธปืนอาร์ก้าซุ่มยิงตำรวจขณะเดินทางกลับโรงพัก ที่ อ.ทุ่งยางแดง ตำรวจหนุ่มบาดเจ็บ 2 นาย
วันนี้ (16 ก.พ.) เมื่อเวลา 17.30 น. พ.ต.อ.ชาญเดช ศรีสังข์ ผกก.สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุเกิดพื้นที่ ม.5 บ้านนัดฆอมิส ต.น้ำดำ จึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบ
พบตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลทุ่งยางแดง ทราบชื่อคือ ส.ต.ต.ชลธี หนูอ่อน อายุ 25 ปี และ ส.ต.ต.พพัฒน์ พูงามเขียว อายุ 25 ปี สังกัด ผบ.หมู่ ปป.สภ.ทุ่งยางแดง ถูกยิงด้วยอาวุธสงครามที่ลำตัว ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนอาร์ก้าจำนวนมากตกเกลื่อนบริเวณ
สอบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเสร็จภารกิจดูแลความปลอดภัยประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ระหว่างทางที่จะกลับโรงพักได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแอบซุ่มอยู่ข้างทาง แล้วใช้อาวุธปืนถล่มยิงใส่รถยนต์ตราโล่ จนเกิดการยิงตอบโต้กันจากนั้นคนร้ายล่าถอยไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่
www.manager.
กดบึ้ม ทหารพราน 41 เจ็บ 10 นาย คุม 2 วัยรุ่นต้องสงสัย ที่ อ.บันนังสตา
13 กุมภาพันธ์ 2555 17:15 น.
ยะลา - คนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุดร้อย ทพ.4116 กรม ทพ.41 ค่ายวังพญา เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 นาย ขณะทำหน้าที่ออกลาดตระเวนเส้นทางสายเขื่อนบางลาง-เงาะกาโป ขณะที่ จนท.ตร.ทำการควบคุมชายวัยรุ่น 2 คนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ
วันนี้ (13 ก.พ.) เวลาประมาณ 13.30 น.ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดร้อย ทพ.4116 กรม ทพ.41 ค่ายวังพญา ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการที่บ้านเขื่อนบางลาง หมู่ที่ 1 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จำนวน 10 นาย โดยสารรถยนต์กระบะออกจากฐานทำหน้าที่ลาดตระเวนเส้นทางสายเขื่อนบาง-เงาะกาโป ต.บันนังสตา ขณะออกจากฐานได้ประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณเนินเขา บ้านจาเต๊ะ หมู่ที่ 1 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา คนร้ายซึ่งได้แอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ฝังไว้ในเนินดินริมถนน จุดชนวนกับแบตเตอรี่ให้ระเบิดทำงาน เกิดระเบิดดังขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เสียงดังกึกก้องไปถึงตลาด อ.บันนังสตา ที่ ห่างออกไปราว 4 กิโลเมตร
ห่างจากที่เกิดเหตุระเบิดประมาณ 1 กิโลเมตร ที่บริเวณบ้านตือระ หมู่ที่ 8 ต.บันนังสตา เจ้าหน้าที่พบ รถยนต์กระบะ 4 ประตู มีหลังคา ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กบ 6720 สงขลา จอดอยู่สภาพพังเสียหาย ด้านซ้ายของตัวรถ และ ด้านหลัง ได้รับความเสียหายเป็นรูพรุน กระจกแตกหมดทุกบาน ยางแตก 2 เส้น เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานภายในรถได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 10 นาย
ทราบชื่อ 1.ส.ท.วีรยุทธ บุญธรรมโม อายุ 37 ปี, 2.ส.ต.บุญฤทธิ์ บุญขวัญ อายุ 41 ปี, 3.อส.ทพ.อนุสรณ์ เพชรคงทอง อายุ 32 ปี, 4.อส.ทพ.มนัสชัย พันธุ์ชน อายุ 30 ปี, 5.อส.ทพ.ศักดิ์ชัย เสนาน้อย อายุ 28 ปี, 6.อส.ทพ.เกรียงไกร ก้องแสง อายุ 28 ปี, 7.อส.ทพ.นิยาหิดี สะมะแอ อายุ 26 ปี, 8.อส.ทพ.โกศล เชียงทอง อายุ 28 ปี, 9.อส.ทพ.เสถียร กู้จำรูญ อายุ 27 ปี และ 10.อส.ทพ.วัลลภ มณีวร อายุ 33 ปี ปรากฏว่า 4 นายแรกได้รับบาดเจ็บสาหัส
ต่อมา พ.ต.อ.สุวัตต์ วงค์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา ทราบเหตุ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.เจริญ ธรรมขันธ์ รองผกก.สส. พ.ต.ท.ยม เวชสิทธิ์ สว.สส.นำกำลังรุดไปลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบันนังสตา ที่มีอาการสาหัสแพทย์ได้เยียวยาเบื้องต้นแล้วลำเลียงส่ง โรงพยาบาลศูนย์ยะลา โดยเร่งด่วน
ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ควบคุมวัยรุ่นต้องสงสัยที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ จำนวน 2 คน คือ นายอาหามะ โด อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145 หมู่ที่ 1 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา และ นายอับดุลเร๊าะมาน สาแม อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ที่ ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา พร้อมแบตเตอรี่ช็อตปลา โดยทั้งคู่บอกเจ้าหน้าที่ว่ากำลังช็อตปลาในบริเวณดังกล่าว ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นกลุ่มของนายยูกีมือรี เจะลีแม ฉายา “ไอ้หน้าเหลี่ยม” แกนนำอาร์เคเค.ระดับสั่งการที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ เป็นผู้ลงมือ
www.manager.
“บึ้ม” หน้า สสจ.ปัตตานีดับ 1 เจ็บ 8 คาดหมายสังหารรองผู้ว่าฯ (ชมวิดีโอคลิป)
9 กุมภาพันธ์ 2555 10:55 น.
ปัตตานี - คนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์น้ำหนักกว่า 20 กก. หน้าสำนักงานสาธารณสุข จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้มีประชาชนเสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 8 ราย ขณะที่พบรถรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีจอดอยู่ในที่เกิดเหตุ โชคดีที่รองผู้ว่าฯ ไม่ได้เดินทางมาด้วย
เมื่อเวลา 08.05 น.วันนี้ (9 ก.พ.) พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ และมีเพลิงไหม้บริเวณหน้าสำนักงานสาธารณสุข จ.ปัตตานี ถ.สฤษดิ์ ต.สะบารัง จึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งปิดถนนสายดังกล่าวทันที และประสานรถดับเพลิงเข้าทำการดับไฟที่กำลังลุกไหม้รถยนต์ ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ หลังจากนั้นรีบลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลปัตตานีเพื่อรักษาพยาบาล
จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าทำการเคลียร์พื้นที่เพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบซากรถยนต์ที่คนร้ายซุกระเบิดสภาพถูกแรงระเบิดจนขาดสองท่อนกลายเป็นเศษเหล็ก นอกจากนี้ แรงระเบิดยังทำให้กำแพงและตัวอาคารด้านหน้าสำนักงานสาธารณสุข 2 ชั้นได้รับความเสียหายอย่างหนัก รถยนต์ที่จอดข้างถนน รถยนต์ชาวบ้านที่สัญจรไปมา รวมไปถึงจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายกว่า 10 คัน
ในที่เกิดเหตุยังพบชิ้นส่วนระเบิด และชิ้นส่วนรถยนต์กระจายไปทั่วบริเวณ สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวน 8 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายมานิต อุมา ข้าราชการบำนาญสาธารณสุข จ.ปัตตานี สภาพถูกแรงระเบิดจนแขนขาด ที่ลำตัวถูกสะเก็ดระเบิดหลายแห่ง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือ นายซูเฟียน ยูโซ๊ะ นายมะรอเซะ แวสอเฮาะ ส่วนนางอัมรา สิงสวัสดิ์ นายโนรี มูซอ ด.ญ.ชุติมา นามวงศ์ น.ส.เจ๊ะรอซีดะ เจ๊ะแว นายนิมะ หะยีอาแซ และนายอำนาจ เนียมทอง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
สอบสวนทราบว่า คนร้ายได้ขับรถยนต์ซุกระเบิดนำมาจอดไว้เมื่อวานนี้ โดยที่ไม่มีใครเอะใจ ก่อนที่เกิดจะเกิดเหตุขึ้น ซึ่งขณะที่เกิดเหตุมีประชาชนขับรถอยู่ในบริเวณดังกล่าวจำนวนมาก รวมทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เดินทางเข้ามาทำงานในตอนเช้า โดยคนร้ายนำรถยนต์มาจอดไว้ริมถนนหน้าสำนักงาน จากนั้นได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 20 กก.จนเกิดเสียงดังสนั่น แรงระเบิดทำให้อาคารสาธารณสุขได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทำให้รถยนต์และจักรยานยนต์ทั้งที่จอดอยู่ และรถชาวบ้านที่ขับผ่านไปมาถูกแรงระเบิดเสียหายกว่า 10 คันจนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
และจากการตรวจสอบรถยนต์ที่ถูกระเบิดพบว่า 1 ใน 10 คัน มีรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน กม 9336 สงขลา ซึ่งเป็นรถของ ว่าที่ ร.ต.เลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ที่จะใช้ออกพื้นที่ช่วงปฏิบัติภารกิจจอดอยู่ด้วย แต่ช่วงเกิดเหตุรองผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้นั่งมาด้วย ส่วนป้ายทะเบียน กง 8546 ภูเก็ต ที่พบในที่เกิดเหตุเป็นป้ายทะเบียนรถยนต์คาร์บอมบ์ เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะลอบสังหารรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ เชื่อน่าจะพบภาพคนร้ายที่นำรถมาจอดไว้
www.manager.
กดบึ้ม! หวังสังหารทหารชุด รปภ.ครูเจ็บ 2 นายที่บาเจาะ
9 กุมภาพันธ์ 2555 13:17 น
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดหมายสังหารทหารชุดคุ้มครองครู ถนนสายต้นไทร-ตะโล๊ะหะลอ ขณะกลับจาก รปภ.ครูเพื่อไป รปภ.ต่อที่ตลาดต้นไทร แรงระเบิดส่งผลให้ ทหารบาดเจ็บ 2 นาย อีกรายชาวบ้านถูกยิงเสียชีวิตเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 07.50 น.วันนี้ (9 ก.พ.) พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ศิริจันทร์ สว.เวร สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู สังกัด กองร้อยปืนเล็กที่ 1 ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ริมถนนสายต้นไทร-ตะโล๊ะหะลอ ช่วงบริเวณบ้านบาตู ม.6 ต.ปะลุกาสาเมาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส น.ท.บัญญัติ วงศ์จำปา ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบหลุมระเบิดที่บริเวณพงหญ้ารกทึบริมทาง ลึก 40 ซม. กว้าง 60 ซม. พร้อมด้วยเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ จ.อ.ฉัตรมงคล น้อยส่ง หัวหน้าชุด ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขาซ้ายและสีข้าง และพลทหารจักรกฤษ ยอดคง ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแขนซ้าย เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลบาเจาะไปก่อนหน้าแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.อ.ฉัตรมงคล หน.ชุดได้ระดมกำลังรวม 6 นายขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ 3 คัน เป็นพาหนะออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดเชิงเขา เพื่อทำการ รปภ.ครู เมื่อแล้วเสร็จ จ.อ.ฉัตรมงคล และพวกจึงได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ รปภ.ตลาดต้นไทรต่อ และเมื่อถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ในขณะที่ จ.อ.ฉัตรมงคลและพลทหารจักรกฤษขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ผ่าน จนถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รัฐ
กระหน่ำยิงพ่อค้ารถมือสองดับที่บาเจาะ
อีกเหตุการณ์ เมื่อเวลา 22.30 น.ของคืนที่ผ่านมา (8 ก.พ.) ได้มีเหตุกลุ่มคนร้ายไม่ทราบกลุ่มไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนลูกซองยาว กระหน่ำยิงนายดุลเลาะ เปาะซา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/1 ถ.กระจูด เขตเทศบาลตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี อาชีพขายจักรยานยนต์มือสอง ขณะขับขี่จักรยานยนต์กลับจากดื่มน้ำชาที่ร้านน้ำชาภายในหมู่บ้าน ในพื้นที่บ้านแคและ ม.7 ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส กระสุนถูกบริเวณลำตัว ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลบาเจาะ แต่ทนพิษบาดแผลไมไหวและได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน คาดเป็นการป่วนใต้
www.manager.
โจรใต้ยิงถล่มทหารพรานเสียชีวิต 1 ที่ปัตตานี
5 กุมภาพันธ์ 2555 09:05 น.
ปัตตานี - คนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มอาสาสมัครทหารพราน สังกัดร้อย ทพ.4412 กรมทหารพรานที่ 44 เสียชีวิตคาที่ ขณะกำลังขับรถยนต์กระบะเพื่อเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่
เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 4 ก.พ. พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายเจาะกือแย-สายบุรี ม.6 ต.ตะบิ้ง จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน กร 1015 สงขลา จอดข้างทางสภาพถูกยิงด้วยอาวุธสงครามจนพรุนทั้งคัน ภายในรถพบผู้เสียชีวิตอยู่บนเบาะนั่งคนขับ ทราบชื่อ อส.ทพ.อาดือนันท์ ยาแต อายุ 33 ปี สังกัด ร้อย ทพ.4412 กรมทหารพรานที่ 44 สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้าจำนวนหลายนัด ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนตกเกลื่อนบนถนน
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายขับรถเพื่อเดินทางจะไปเข้าเวรตามปกติ ระหว่างทางมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถยนต์กระบะขับแซงขึ้นด้านหน้า จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธสงครามถล่มยิงทันทีจำนวนหลายสิบนัดจนเสียชีวิตทันที ก่อนที่คนร้ายจะขโมยอาวุธปืนประจำกายหลบหนีไป เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่ตอบโต้หลังเจ้าหน้าที่วิสามัญฯ แนวร่วมในพื้นที่จนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา
www.manager.
ยิง อส.ยะลาดับ 2 คาดโต้ 4 ศพปัตตานี
5 กุมภาพันธ์ 2555 08:55 น.
ยะลา - คนร้ายซิ่งกระบะยิงถล่ม อส.ยะลา ดับคาที่ 2 นาย พร้อมชิงอาวุธปืนอาก้า และปืนพกสั้นรวม 3 กระบอก ขณะเดินทางออกจากฐานปฏิบัติการเพื่อเดินทางไปคุ้มครองพระออกบิณฑบาต คาดเป็นการตอบโต้ 4 ศพ ปัตตานี
วันนี้ (5 ก.พ.) เมื่อเวลา 06.00 น. พ.ต.ท.วิรัตน์ ดำคง รอง ผกก.สส.บก.สส.ภ.จ.ยะลา พร้อมชุดเฉพาะกิจออกปฏิบัติภารกิจผ่านไปทางถนนสุขยางค์ เขตเทศบาลนครยะลา ได้ยินเสียงอาวุธปืนดังขึ้นติดต่อกันจำนวนหลายนัด โดยทิศทางมาจากบ้านเบอร์เส้ง หมู่ที่ 1 ต.สะเตงนอก จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ
ต่อมานายประยูร รัตนเสนีย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ฝ่ายความมั่นคง พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รอง ผกก.ป. สภ.เมืองยะลา จ.ส.อ.อดิศักดิ์ ทับเที่ยง ปลัดป้องกันอำเภอเมืองยะลา รุดไปที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายแฟลตตำรวจ-บ้านเบอร์เส้ง ที่เกิดเหตุอยู่หน้าร้านยามาเซอร์วิส เลขที่ 131 ห่างจากฐานจุดตรวจ อส.บ้านเบอร์เส้ง ประมาณ 100 เมตร และอยู่ห่างจากที่ตั้งจากศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ประมาณ 700 เมตร
มีผู้ถูกยิงนอนจมกองเลือดอยู่บนถนน แต่ยังหายใจรวยรินอยู่ ทราบชื่อนายรณชิต พลายแก้ว อายุ 26 ปี และนายสุพัฒน์ อินทนก อายุ 30 ปี ทั้งคู่เป็นอาสาสมัครอำเภอเมืองยะลา ถูกกระสุนที่ศีรษะและลำตัวจนพรุน จึงได้นำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา
บริเวณใกล้กันยังพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 ซีซี สีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มอยู่ ใกล้กัน พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. และลูกซองตกอยู่บริเวณสามแยกตรงข้ามปากทางเข้าซอยเบอร์เส้ง 7 จึงได้เก็บรวบรวมไว้จำนวน 6 ปลอก
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ อส.ทั้ง 2 นายขับขี่รถคันดังกล่าวออกจากฐานที่ตั้งเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้แก่พระภิกษุสงฆ์ วัดเวฬุวัน ออกบิณฑบาตในช่วงเช้า ขณะออกจากจุดตรวจมาได้ราว 100 เมตร ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนคาดว่าไม่ต่ำกว่า 3 คนใช้รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีเทา ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมาจอดรอจังหวะที่ทั้งคู่มาถึง คนร้ายที่อยู่ในกระบะท้าย จำนวน 2 คนใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. และลูกซองยาว 5 นัดระดมยิงใส่จนทั้งคู่ถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บล้มลง
หลังก่อเหตุคนร้ายยังได้กระโจนลงไปเอาอาวุธปืน AK 102 (อาก้ารุ่นใหม่) จำนวน 2 กระบอก และอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ของ อส.รณชิต พาขึ้นรถหลบหนีผ่านด่านไปทางบ้านมลายูบางกอกอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้คนร้ายยังได้โปรยตะปูเรือใบตลอดเส้นทาง ระหว่างหลบหนี เพื่อป้องกันการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า กลุ่มคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.เมืองยะลา ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ เพื่อตอบโต้เหตุ 4 ศพ ที่ จ.ปัตตานีอย่างแน่นอน
www.manager.
ยิงปะทะกลางป่า จนท.วิสามัญคนร้ายดับ 1 อีก 2 หนีรอดหวุดหวิด
3 กุมภาพันธ์ 2555 20:11 น.
ปัตตานี - เกิดเหตุยิงปะทะในสวนยางพารา อ.สายบุรี จนท.วิสามัญคนร้ายตาย 1 อีก 2 หนีรอดหวุดหวิด พบมีหมายจับ ป.วิอาญา คาดซ่องสุมเตรียมเคลื่อนไหวก่อเหตุไม่สงบ
วันนี้ (3 ก.พ.) เมื่อเวลา 15.30 น. พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งทางวิทยุของหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 26 ว่ามีเหตุยิงปะทะกัน เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดภายในป่าสวนยางพายา พื้นที่ ม.1 ต.ตะบิ้ง จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 26 กำลังตรึงพื้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายจะซุ่มยิง ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นายมะซัมซูดิง ซีเม็ง อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.1 ต.ตะบิ้ง สภาพศพใส่เสื้อกั๊กสีขาว นุ่งผ้าโสร่ง มีบาดแผลถูกยิงบริเวณลำตัวจากการปะทะ นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุพบกระเป๋าสะพายเอวตกอยู่ ตรวจสอบพบบัตรประชาชนระบุชื่อนายสุไลมัน สุหลง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ม.2 ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี และพบปลอกกระสุน เอ็ม 16 ตกอยู่บริเวณขนำ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 26 จำนวน 8 นาย กำลังรักษาความปลอดภัยเส้นทางครูอยู่ริมถนนห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร มีสายข่าวรายงานว่าพบบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวบริเวณที่เกิดเหตุจึงเข้าไปตรวจสอบ พบผู้ต้องสงสัยจำนวน 3 คนอยู่ในขนำ เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หมอบเพื่อตรวจค้น ปรากฏว่า 1 ในคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น เป็นเหตุให้นายมะซัมซูดิง ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญจนเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนคนร้ายอีก 2 คนหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามพบเพียงรอยเลือดคาดว่าถูกยิงได้รับบาดเจ็บ
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายระดมกำลังออกไล่ล่าคนร้ายและปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมประสานไปยังสถานพยาบาลทุกแห่ง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่หากมีคนถูกยิงเข้ามารักษาตัว
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายที่ทำกระเป๋าสะพายตกคือ นายสุไลมัน มีหมายจับ ป.วิอาญา ของ สภ.สายบุรี และ สภ.ปะนาเระ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะเข้ามาเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมก่อเหตุไม่สงบ
www.manager.
โจรใต้ยิงดับ อส.บาเจาะได้ปืนไป2กระบอก
31 มกราคม 2555, 17:40 น.
โจรใต้ใช้ปืน .38 บุกยิง อส.จ.นราธิวาส ดับคาที่ ก่อนหนีได้ขโมยปืนไปด้วยอีก 2 กระบอกที่ อ.บาเจาะ ด้าน ลูกชายผู้ตายระบุ คนร้ายทำทีเดินมาถามทางก่อนชักปืนจ่อยิงบิดา ขณะที่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี...
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 31 ม.ค. ร.ต.ท.ภราดร โคตรทัศน์ ร้อยเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายบุกยิง อส.จ.นราธิวาส เสียชีวิตภายในโรงรถ ข้างร้านน้ำชาไม่มีเลขที่ ริมถนนภายในหมู่บ้านคลอแระ หมู่ 3 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จึงพร้อมด้วย ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง หน.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้ และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
โดยสภาพที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต นอนจมกองเลือดอยู่ข้างรถกระบะโตโยต้า สีแดง ทะเบียน บง 2354 ปัตตานี ที่จอดอยู่ภายในโรงรถ ทราบชื่อคือ นายบือราเฮง มาหะ อายุ 58 ปี อส.จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 ที่ศีรษะ 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงนำศพผู้เสียชีวิตส่ง รพ.บาเจาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการ สอบสวนนายอดิศักดิ์ มาหะ อายุ 21 ปี บุตรชายผู้ตาย กล่าวว่า ในขณะที่ผู้ตายกำลังต่อเติมโรงรถข้างร้านน้ำชาอยู่นั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนนั่งรถกระบะอีซูซุ สีฟ้า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นพาหนะมาจอดที่หน้าร้าน จากนั้นได้มีคนร้ายจำนวน 1 คน ลงจากรถเดินตรงเข้ามาหาผู้ตาย โดยทำทีจะสอบถามเส้นทาง ในระหว่างที่พูดคุยอยู่นั้น คนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ออกมายิงจ่อที่ศีรษะ 1 นัดจนล้มทั้งยืน จากนั้นคนร้ายได้เปิดประตูรถกระบะที่จอดอยู่ภายในโรงรถรื้อค้นหยิบอาวุธ ปืนลูกซองยาว 5 นัด และอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. วิ่งหลบหนีขึ้นรถกระบะที่จอดติดเครื่องยนต์หลบหนีไป
บุตรชายผู้ตาย กล่าวด้วยว่า เมื่อตนตั้งสติได้จึงวิ่งไปหยิบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ซุปเปอร์ที่วางอยู่ในร้านน้ำชา ยิงใส่กลุ่มคนร้ายไป 3 นัดซ้อน ถูกที่บริเวณกระจกหลังรถกระบะจนแตก แต่คนร้ายสามารถขับหลบหนีไปได้ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี.
www.thairath.
คนร้ายใช้ จยย.บอมบ์ สังหารทหาร รปภ.ครู เจ็บ 2 ชาวบ้านอีก 1
31 มกราคม 2555 20:23 น.
ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดโดยซุกไว้ในรถจักรยานยนต์ กดชนวนหวังสังหารเจ้าหน้าที่ทหารรักษาความปลอดภัยครู ที่บริเวณบ้านบุ๊ ต.ลิดล เป็นเหตุให้ ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นายและชาวบ้านอีก 1 คน
เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้(31 ม.ค.) พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัทยาท ผกก.สภ.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา พร้อม พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รอง ผกก.ป.นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังได้รับเเจ้งมีเหตุระเบิด เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารและชาวบ้าน ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณบ้านบุ๊ หมู่ที่ 2 ต.ลิดล อ.เมืองยะลา โดยบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้สามแยกปากทางเข้าเหมืองบาตัน ตรงข้าม โรงเรียนบ้านบุรินทร์ ริมถนนสาย 409 (ยะลา - ปัตตานี) เจ้าหน้าที่พบซากรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าดรีม 125 ซีซี สีเทา ขาดสองท่อน ชินส่วนกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ล้มอยู่ พบแผ่นป้ายทะเบียน กวก.833 ปัตตานี ตกบนพื้น มีเลือดหยดเป็นทาง ส่วนผู้บาดเจ็บทราบว่า มี 3 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 2 นาย และ ชาวบ้าน 1 คน
ทราบชื่อคือ พลทหารธีรศักดิ์ ภูมิเพชร อายุ 22 ปี พลทหารพรภิรมย์ แสงเพชร อายุ 21 ปี ทั้ง 2 นายสังกัด ร้อย ร.5012 ฉก.ยะลา 11 และ นายอุสมาน สาแม อายุ 35 ปี ราษฎรในหมู่บ้าน ถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบสะเก็ดระเบิด ที่ตัดจากเหล็ก ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ของวิทยุสื่อสาร กระจัดกระจายเต็มพื้นถนน จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าว มี จ.ส.อ.นอม แก้วต่างใจ เป็นหัวหน้าชุดนำกำลังจำนวน 8 นาย ใช้รถจี๊ป สีเขียว หมายเลขกงจักร 89115 เป็นยานพาหนะ โดยมีรถจักรยานยนต์นำหน้าปิดท้ายอีก 2 คัน เดินทางกลับจากการดูแลรักษาความปลอดภัยคณะครูในพื้นที่ มุ่งหน้าจะกลับไปยังฐานปฏิบัติการภายในวัดเฉลิมนิคม (วัดลำใหม่) ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุ กลุ่มคนร้ายได้แอบนำรถจักรยานยนต์ซึ่งซุกระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 5 กิโลกรัม มาจอดไว้ริมถนน บริเวณสามแยกปากทางเข้าเหมืองบาตัน ได้ทำการจุดชนวนระเบิดกับวิทยุสื่อสารให้ระเบิดทำงาน
เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ขณะเดียวกันนายอุสมาน ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ ฮีโร่ สีเทา สภาพเก่า หมายเลขทะเบียน บง 2082 ปัตตานี ขับผ่านมาจึงถูกสะเก็ดระเบิด ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย และตัวเอง ได้รับบาดเจ็บไปด้วยดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 จ.ยะลา จะได้เร่งตรวจสอบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุว่าเป็นรถของผู้ใด และคนร้ายได้มาอย่างไร
www.manager.
ชาวบ้านตันหยงบูโล๊ะร่วมงานฝังศพ 4 เหยื่อทหารพราน
30 มกราคม 2555 17:27 น.
ปัตตานี - ชาวบ้านบ้านตันหยงบูโล๊ะ ต.ปุโล๊ะปุโย อ.หนองจิก ร่วมฝั่งศพผู้ที่เสียชีวิต 4 ศพ ที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานเข้าใจผิดคิดว่าเป็นกลุ่มคนร้าย กันอย่างเป็นจำนวนมาก
จากกรณีเกิดเหตุยิงปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารพราน 43 กำลังเดินทางเพื่อเข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายยิงถล่มฐานทหารพราน แต่ระหว่างทางเกิดการยิงกันระหว่างกลุ่มชาวบ้านที่คาดว่าเป็นคนร้าย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บ 5 รายในพื้นที่ ม.1 บ้านกาหยี ต.ปุโล๊ะปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (30 ม.ค.) ที่มัสยิดบ้านตันหยงบูโล๊ะ ต.ปุโล๊ะปุโย อ.หนองจิก ญาติได้นำเอาร่างของผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย นายอิสมัน ดือราแม อายุ 55 ปี, นายสาหะ สะแม อายุ 70 ปี, นายรอปา บือราเฮง อายุ 18 ปี และ นายหามะ สะนิ อายุ 65 ปี มาประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม โดยมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมละหมาดให้กับศพผู้เสียชีวิต ก่อนที่จะช่วยกันแบกร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ไปฝั่งยังกุโบร์ บ้านตันหยงบูโล๊ะ โดยมีชาวบ้านร่วมเดินไปยังกุโบร์กันเป็นจำนวนมาก
ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ ที่เข้ามาร่วมงานต่างอยู่ในอาการที่โศกเศร้า และเสียใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย เป็นคนในพื้นที่ และเป็นที่รักของชาวบ้าน ทำให้หลายคนยังไม่อยากเชื่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้น และชาวบ้านที่เข้าร่วมพิธีต่างเชื่อว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นผู้บริสุทธิ์ และอยากให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเร่งด่วน
www.manager.
โจรใต้ซุ่มยิง อส.ดับหน้ามัสยิดที่บาเจาะ
29 มกราคม 2555 13:08 น.
นราธิวาส - โจรใต้ลอบซุ่มยิง อส.หน้ามัสยิดที่ อ.บาเจาะ ตายคาที่ จนท.เชื่อเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ต้องการสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อป่วนใต้
เมื่อเวลา 22.00 น.ของคืนวันที่ 28 ม.ค.55 ที่ผ่านมา ร.ต.ท.ภคีนัย ศรีเจริญ ร้อยเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุเจ้าหน้าที่ อส.อ.บาเจาะ ถูกยิงเสียชีวิตหน้ามัสยิดบ้านยะลูตง หมู่ 2 ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จึงพร้อมด้วย นายประดิษฐ์ สุคนธสวัสดิ์ รอง ผวจ.นราธิวาส พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.บาเจาะ
และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพ นายอาแซ คาเด อายุ 45 ปี อส.อ.บาเจาะ นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่บนถนนห่างจากมัสยิดประมาณ 50 เมตร มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนเอ็ม.16 ที่ลำตัว 3 นัด และใกล้กันเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนเอ็ม 16 จำนวน 3 ปลอก ตกอยู่ในพงหญ้ารกทึบข้างทาง จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งนำศพผู้เสียชีวิตส่ง รพ.บาเจาะ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินออกจากบ้านพักซึ่งห่างจากมัสยิดประมาณ 300 เมตร เพื่อไปละหมาด แล้วเสร็จจึงได้เดินทางกลับบ้านพัก ระหว่างทางได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนที่แฝงตัวอยู่ในพงหญ้ารกทึบริมทางใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ผู้ตายจำนวน 3 นัดซ้อนจนล้มทั้งยืนก่อนวิ่งหลบหนีไป
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ เชื่อว่า เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ต้องการสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อป่วนใต้
www.manager.
คนร้ายลอบวางระเบิดกลางเมืองสะบ้าย้อย จนท.กู้สำเร็จ
27 มกราคม 2555 16:20 น.
สงขลา - คนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้ในร้านขายของชำกลางเมืองสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา โชคดีเจ้าหน้าที่กู้ทัน เผยเป็นลูกที่สองในเดือนนี้
วันนี้ (27 ม.ค.) พ.ต.อ.คณิต รัตนมณี ผู้กำกับการ สภ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ได้รับแจ้งว่า พบกล่องต้องสงสัยซึ่งเป็นกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมคล้ายกล่องไปรษณีย์ ถูกนำไปวางไว้ที่หน้าร้านขายของชำไม่มีชื่อเลขที่ 24 ถนนชาญนุเคราะห์ เขตเทศบาลตำบลสะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งเป็นร้านของ นายกระบวน เทพไชย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รองผบก.ภ.จว.สงขลา ประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ไปทำการตรวจสอบและเก็บกู้โดยได้ทำการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือเพื่อป้องกันคนร้ายจุดระเบิด ก่อนที่จะยิงทำลาย
โดยพบว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณครึ่งกิโลกรัม ภายในมีปุ๋ยยูเรีย ถ่านไฟฉาย สายไฟ สะเก็ดระเบิดทำจากลูกปลาย แก๊ฟจุดชนวนระเบิด และแผงวงจรโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยคนร้ายได้ประกอบวงจรไว้ครบ แต่ไม่สามารถจุดระเบิดได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ตัดสัญญาณตั้งแต่ขณะตรวจพบ โดยคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย เพื่อเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคงเกิดเหตุลอบวางระเบิดอย่างต่อเนื่อง
สำหรับระเบิดแสวงเครื่องที่พบในครั้งนี้เป็นลูกที่สองในรอบเดือนนี้ที่คนร้ายนำมาวางเพื่อก่อเหตุในเขตเทศบาลตำบลสะบ้าย้อย โดยเมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา คนร้ายได้นำระเบิดแสงเครื่องชนิดเพาเวอร์เจล ซึ่งเป็นระเบิดเพลิงนำมาวางไว้ในท่อซีเมนต์ บริเวณหน้าร้านขายของชำเลขที่ 1 ถนนสมโภชน์แสงทอง เขตเทศบาลตำบลสะบ้าย้อยแต่เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ไว้ได้ทัน
www.manager.
ผู้ว่าฯยะลาประณามคนร้ายลอบบึ้มรถ นอภ.ระแงะ - แนะ จนท.ฝ่ายปกครองต้องสร้างความเข้มแข็ง
27 มกราคม 2555 16:10 น.
ยะลา - ผู้ว่าฯยะลา แนะเจ้าหน้าที่หลังจากนี้ก็ต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับกองกำลังของฝ่ายปกครอง หลังเกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์นายอำเภอระแงะ นราธิวาส ระบุ การกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบสมควรที่จะต้องประณามอย่างยิ่ง
ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ก่อเหตุลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และประชาชนผู้บริสุทธิ์อยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระยะหลังกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้หันไปก่อเหตุลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในระดับสูงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระดับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และปลัดอำเภอ
ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 ม.ค.55 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้จุดชนวนระเบิดดักสังหาร นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอระแงะ จ.นราธิวาส ที่บริเวณทางโค้งเลียบเส้นทางรถไฟบ้านฮุลูปาเร๊ะ หมู่ที่ 1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีเพียงรถยนต์ของทางราชการได้รับความเสียหายจำนวน 2 คัน
นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า สำหรับฝ่ายปกครองนั้นก็หมายถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านด้วย นับตั้งแต่ปี 47 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ฝ่ายปกครอง รวมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องสูญเสียจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ไปแล้ว 95 คน เป็นส่วนที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้กระทำ ทั้งๆ ที่กลุ่มนักปกครองเหล่านี้ เป็นนายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ล้วนแล้วแต่เป็นคนของประชาชน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลทุกข์สุขของประชาชน เป็นผู้บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน ไม่ได้มีหน้าที่สร้างเงื่อนไข หรือไปกดขี่ข่มเหงประชาชน ชาวไทย ชาวมลายู เหมือนเป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบวางไว้
เมื่อกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมีการมุ่งเป้ามายังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง โดยเฉพาะฝ่ายปกครองในระดับข้าราชการ ตั้งแต่ปลัดอำเภอ และนายอำเภอขึ้นไป ซึ่งตนก็ตระหนักในจุดนี้ มีการประชุมร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารร่วมกัน มีการกำหนดแผนร่วมกัน มีการพัฒนาขีดความสามารถของกองกำลัง ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ โดยที่ผ่านมามีการทำงานร่วมกันภายใต้เอกภาพเดียวกัน ซึ่งกองกำลังของฝ่ายปกครองมีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา เมื่อฝ่ายรัฐมีความพร้อมแล้ว ก็ต้องไปดูฝ่ายตรงข้ามด้วย นับวันกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ได้กระทำในสิ่งที่มีความสวนทางกับแนวคิด และที่ได้ประกาศไว้
โดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ประกาศว่า ทำเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมให้กับชาวไทยมุสลิม ไปตอบโต้ภาครัฐที่ไปกดขี่ข่มเหงต่อประชาชนชาวไทยมุสลิม แต่การกระทำที่ผ่านมาเป็นการสวนทาง และไม่เกี่ยวกับที่ประกาศโดยสิ้นเชิง ณ วันนี้ มีผู้บาดเจ็บ ล้มตายในพื้นที่ จ.ยะลา มีผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วกว่า 1,300 คน เป็นข้าราชการกว่า 300 คนเป็นประชาชนธรรมดา กว่า 900 คน
ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบข้อมูลที่ผ่านมา เกี่ยวกับผู้ที่เสียชีวิต พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ไปกดขี่ข่มเหง ประชาชน ส่วนกว่า 900 คน ที่เป็นชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิม ล้วนแล้วแต่เป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งนั้น และข้าราชการที่เสียชีวิตกว่า 300 คนนั้น ซึ่งมีฝ่ายปกครองจำนวน 95 คนล้วนแต่เป็นข้าราชการที่ต้องทำตามหน้าที่ทำตามกฎหมาย เพราะหากข้าราชการเหล่านั้นไม่ทำตามหน้าที่ ก็จะมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็มีความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติหน้าที่
“แต่ข้าราชการที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมให้กับประชาชนชาวไทยมุสลิม ไม่ได้ถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ลงโทษ หรือทำร้ายแต่อย่างใด การกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบสมควรที่จะต้องประณามอย่างยิ่ง หลังจากนี้ก็ต้องมีการสร้างความเข้มแข็งให้กับกองกำลังของฝ่ายปกครอง” ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าว และว่า
สุดท้ายตนเองขอวิงวอนให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หยุดสร้างเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ เพราะดูเหมือนเป็นการฆ่าแพะ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ไม่ไปได้ไปกระทำกับกลุ่มที่ก่อเหตุ หรือสร้างเงื่อนไข ให้กับชาวไทยมุสลิมแต่อย่างใด ทุกคนบอบช้ำ เกิดผลกระทบต่อแผ่นดินและไม่ได้เกิดผลดีต่อใครเลย
www.manager.
บึ้ม! หมายสังหาร นอภ.ระแงะ โชคดีไร้เจ็บ-ตาย
26 มกราคม 2555 16:04 น.
นราธิวาส - คนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์นายอำเภอระแงะ จ.นราธิวาส ขณะเดินทางไปเป็นประธานงานปลูกหญ้าเฉลิมพระเกียรติฯ ที่ ต.บองอ รถยนต์เสียหาย 2 คัน โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ
วันนี้ (26 ม.ค.) เมื่อเวลา 09.45 น. ร.ต.อ.นเรศ พุ่มแก้ว ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหาร นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอระแงะ ที่บริเวณทางโค้งเลียบเส้นทางรถไฟบ้านฮุลูปาเร๊ะ ม.1 ต.ตันหยงมัส จึงพร้อมด้วย นายอภินันท์ ซื่อธนานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วคงไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ฌข 1471 กทม.ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่งของนายอำเภอระแงะจอดอยู่กลางถนน ในสภาพประตูด้านคนขับและประตูหลังรวมทั้งกระจกทั้ง 2 บาน มีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายเป็นรูพรุน และบริเวณทางโค้งริมถนนฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นโคนต้นไม้ริมทางมีหลุมระเบิดลึก 2 ฟุต กว้าง 3 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง
และห่างจากรถนายอำเภอประมาณ 30 เมตร เจ้าหน้าที่ยังพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กง 9880 ปทุมธานี ถูกสะเก็ดระเบิด กระจกหลังแตกละเอียด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
โดย นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอระแงะ เปิดเผยถึงวินาทีระทึกว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ระดมกำลัง อส.รวม 4 นาย นั่งรถยนต์หุ้มเกราะประจำตำแหน่งออกจากบ้านพัก โดยมี อส.วิฑูรย์ เกียรติตระกูล เป็นพลขับ เพื่อเดินทางไปเป็นประธานปลูกหญ้าเฉลิมพระเกียรติฯ ที่หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 5 ต.บองอ อ.ระแงะ
เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่นำไปฝังไว้บริเวณโคนต้นไม้ริมทาง จนเกิดระเบิดขึ้นขณะที่รถยนต์กระบะของตนขับผ่าน ประจวบเหมาะกับในช่วงนั้น นายมะฮูเซ็ง กาเซ็ง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 259/1 ม.1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้ขับรถยนต์เก๋งเพื่อไปล้างอัดฉีดสวนทางมา จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้รถยนต์ประจำตำแหน่งและรถยนต์ของนายมะอูเซ็งถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายทั้ง 2 คัน ตนจึงได้ตะโกนสั่งให้ อส.วิฑูรย์ ซึ่งเป็นพลขับรีบขับรถยนต์ออกจากจุดเกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว เกรงจะถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มซ้ำ ก่อนที่จะสั่งให้ อส.วิฑูรย์ ขับรถกลับมายังจุดเกิดเหตุและแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบดังกล่าว
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอระแงะ ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า คนร้ายกลุ่มนี้ตั้งใจจะวางระเบิดเพื่อดักสังหารตน เพราะในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ รปภ.เส้นทางได้ตรวจสอบทั่วบริเวณถนนตลอดสายที่ตนจะเดินทางไปเป็นประธานปลูกหญ้าแล้ว ไม่พบวัตถุต้องสงสัยและสิ่งแปลกปลอมใดๆ แต่เมื่อคนร้ายทราบว่าตนได้เดินทางออกจากบ้านพักแล้ว คนร้ายจึงได้แฝงตัวนำระเบิดมาฝังไว้ และรอจังหวะที่รถยนต์ของตนขับผ่านแล้วจึงจุดชนวน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ทำให้ขวัญและกำลังใจของตนเกิดความหวาดกลัวแต่อย่างใด เพราะตนถือว่าเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียว ชีวิตนี้จะทำงานเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย
www.manager.
โจรใต้ถล่มฐาน นย. ปัตตานี ก่อนกดระเบิดซ้ำเจ็บ 5 นาย
22 มกราคม 2555 20:27 น.
ปัตตานี - คนร้ายก่อเหตุยิงถล่มฐานปฏิบัติการณ์ ร้อยปืนเล็กที่ 3 ฉก.ปัตตานี 26 เพื่อเป็นการลวงให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ ก่อนที่จะกดระเบิดซ้ำ เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารนาวิกโยธิน สังกัด ฉก.ปัตตานี 26 ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย
เมื่อเวลา 19.00 น. วันนี้ (22 ม.ค.) พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งว่า มีเหตุคนร้ายซุ่มโจมตีฐานปฏิบัติการณ์ ร้อยปืนเล็กที่ 3 ฉก.ปัตตานี 26 ตั้งฐานอยู่ภายในสถานีอนามัยร้างในพื้นที่ ม.6 ต.เมาะมาวี แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ จากนั้นเพียงไม่กี่นาทีได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นอีกห่างจากจุดเกิดเหตุโจมตีฐาน ประมาณ 1 กิโลเมตร ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย
หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไปถึงพบเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 5 นาย ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บจึงรีบลำเลียงนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี ทราบชื่อ พ.จ.อ.วัฒนา สุภาณุกรม อายุ 42 ปี ถูกสะเกดระเบิดเข้าที่ตาด้านซ้าย และขาทั้งสองข้างอาการสาหัส, จ.อ.เทิดชัย ทองหวาน อายุ 40 ปี, จ.อ.เอกฉัตร สาริกพันธ์ อายุ 25 ปี, จ.อ.สิทธิศักดิ์ สังข์คำ อายุ 37 ปี, พลฯเอกพงษ์ จันทร์จุฬา อายุ 23 ปี ถูกสเก็ดระเบิดตามลำตัวบาดเจ็บเล็กน้อย ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ จอดข้างทางสภาพด้านซ้ายถูกสะเก็ดระเบิดพรุนทั้งแทบ และมีหลุมระเบิดกว้าง 50 ซม.
สอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารนาวิกโยธิน สังกัด ฉก.ปัตตานี 26 ตั้งฐานปฏิบัติการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามถล่มยิงใส่ฐานหลายนัดจนเกิดการยิงปะทะกันขึ้นจนคนร้ายล่าถอยหนีเข้าไปในป่า และได้วิทยุขอกำลังเสริมจากหน่วยหลักซึ่งตั้งฐานอยู่ที่วัดสักขี ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 6 กิโลเมตร ขณะที่กำลังเดินทางด้วยรถยนต์เพื่อเข้าพื้นที่เกิดเหตุคนร้ายได้วางกับดักเป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัมไว้ริมถนน แล้วกดระเบิดจนเสียงดังสนั่นเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
หลังเกิดเหตุ น.ท.ปรัชญา โพธิ์ย้อย ผบ.ฉก.ปัตตานี 26 พร้อมกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้ระดมกำลังเข้าปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุทันทีในรัศมี 500 เมตร เนื่องจากเชื่อคนร้ายน่าจะหลบซ้อนตัวอยู่ในพื้นที่ โดยมีแนวร่วมในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีการวางแผนมาก่อน โดยการลอบโจมตีฐานเพื่อลวงให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อนจะกดระเบิดหมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์
www.manager.
บึ้มหน้าโรงเรียนปัตตานี โชคดีไร้เจ็บ
19 มกราคม 2555 16:22 น
ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดที่จอดรถจักรยานยนต์หน้าโรงเรียนพัฒนาอิสลาม จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้มีรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ขณะที่คนร้ายประกบยิงผู้จ้างของรัฐดับ 1 ในพื้นที่ อ.กระพ้อ
เมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้ (19 ม.ค.) พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบริเวณหน้าโรงเรียนพัฒนาอิสลาม ม.1 ต.บาราเฮาะ จึงนำกำลังพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ ไปถึงพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณที่จอดรถจักรยานยนต์หน้าโรงเรียน ซึ่งมีจำนวนหลายคัน พบแรงระเบิดทำให้รถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย จำนวน 3 คัน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียนป้ายแดง ก 5991 ปัตตานี เสียหายหนักจากแรงระเบิด ตรวจสอบเป็นรถของ นายมุสตอปา มัตรูดิน อายุ 26 ปี ครูฝ่ายปกครองโรงเรียนดังกล่าว ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
สอบสวน นายมุสตอปา ครูฝ่ายปกครองและเป็นเจ้าของรถ ให้การว่า ตนและนักเรียนของโรงเรียนจะจอดรถจักรยานยนต์บริเวณที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้น มีนักเรียนเห็นวัยรุ่น 2 คนขับรถจักรยานยนต์มาจอด ที่จุดเกิดเหตุแล้วเดินเข้าไปนำวัตถุต้องสงสัยใส่ใต้รถจักรยานยนต์ของตน กระทั่งเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตั้งไว้สองประเด็น คือเรื่องส่วนตัวภายในโรงเรียน หรือการสร้างสถานการณ์ โดยคนร้ายคาดว่าน่าจะเป็นคนในพื้นที่
และเมื่อเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.กอิงอรรถ สุวรรณขำ ผกก.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี นำกำลังไปตรวจสอบเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบนถนนสายมะนังดาลำ-กะพ้อ ม.6 ต.กะรุบี ไปถึงพบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด ทราบชื่อ นายวรสิทธิ์ ผืนผา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/2 ม.2 ต.กะรุบี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นเข้าลำตัว จำนวน 3 นัด ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายล้มข้างทาง
สอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นลูกจ้างของรัฐในพื้นที่ ก่อนเกิดเหตุขณะที่ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักเพื่อไปทำธุระ ระหว่างทางถูกคนร้าย 2 คนขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิงจนเสียชีวิต สาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
www.manager.
โจรใต้กราดยิงนายดาบดับพร้อมลูกชายวัย 15 ขณะส่งไปโรงเรียน
17 มกราคม 2555 10:29 น. Share5
ปัตตานี - คนร้ายวางแผนสะกดรอยตามยิงนายดาบตำรวจ สภ.ปัตตานี ขณะที่กำลังส่งลูกชายวัย 15 ปี โรงเรียนชื่อดังตอนเช้า เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และขโมยรถจักรยานยนต์ไปด้วย ขณะที่กล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวใช้การไม่ได้
วันนี้ (17 ม.ค.) เมื่อเวลา 07.00 น. พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายบริเวณถนนท่าเสด็จ ต.ตะลุบัน จึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยชุดพิสูจน์หลักฐาน ไปถึงพบว่าผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จำนวน 2 ราย ทราบชื่อ ด.ต.สถาพร คงพุทธ อายุ 50 ปี ตำแหน่งเจ้าหน้าที่นโยบายและแผน สภ.สายบุรี และ ด.ช.พัชรพล คงพุทธ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล จ.ปัตตานี ทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 และขนาด 9 มม. เข้าลำตัวและศีรษะหลายนัด ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนเอ็ม 16 จำนวน 21 ปลอก และ 9 มม.จำนวน 3 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ ด.ต.สถาพรยืนส่ง ด.ช.พัชรพล เพื่อขึ้นรถตู้รับจ้างไปส่งโรงเรียนริมถนน ปรากฏว่าได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถยนต์กระบะไม่ทราบยี่ห้อและป้ายทะเบียนตามมาจอดจากนั้นได้ชักอาวุธปืนกราดยิงทันที โดยที่ทั้งสองคนไม่ทันระวังตัวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุต่อหน้าประชาชนจำนวนมากที่ขับรถผ่านไปมาบริเวณที่เกิดเหตุ และก่อนหลบหนีคนร้ายได้ขโมยรถจักรยานยนต์และอาวุธปืนขนาด 9 มม.ของผู้ตายหลบหนีไปด้วย
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. พ.ต.อ.จีรวัฒน์ อุดมสุด รอง ผบก.นำกำลังตรวจที่เกิดเหตุพร้อมสั่งให้สกัดจับคนร้ายและปิดล้อมตรวจค้นทันที โดยเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นแนวร่วมในพื้นที่ และรู้ความเคลื่อนไหวของผู้ตายจึงได้ฉวยโอกาสก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ ขณะที่กล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุหลายตัวไม่สามารถใช้การได้เลย ทำให้ประชาชนที่อยู่ในที่เกิดเหตุต่างพิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่จริงใจของรัฐ
www.manager.
บึ้มทหารเจ็บ 3 ยิงบุคลากรการศึกษาปางตาย สองผู้ต้องหาวางเพลิงสะบ้าย้อยจ่อเข้า ม.21
วันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2012 เวลา 07:19 น.
ใต้ป่วนประปรายตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่แล้วต่อเนื่องถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ คนร้ายดักบึ้มทหารชุด รปภ.ตลาดนัดเจ็บ 3 ที่ธารโต ยิงช่างครุภัณฑ์ สพท.นราธิวาสเขต 1 หวิดสิ้นชื่อ รัวเอ็ม 16 ถล่มรถบรรทุกเกลือส่งโรงงานน้ำบูดูสายบุรี คนขับสังเวย หนุ่มหาของป่าลาโลกอีกศพที่กะพ้อ ด้านสองผู้ต้องหาคดีลอบวางเพลิงที่สะบ้าย้อยมอบตัวผู้ว่าฯสงขลา อ้างถูกแกนนำขบวนการชักจูง เตรียมเข้ากระบวนการมาตรา 21
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ย้อนหลังไปถึงกลางสัปดาห์ที่แล้ว ยังคงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ้างประปราย โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ม.ค.2555 เวลา 08.40 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดชุดปฏิบัติการลาดตระเวนเส้นทางและรักษาความปลอดภัยตลาดนัด หน่วยเฉพาะกิจยะลา 16 กำลังพล 8 นาย ขณะลาดตระเวนเดินเท้าดูแลความปลอดภัยอยู่บริเวณริมถนนทางเข้าตลาดนัดบ้านหน้าสวนปาล์ม หมู่ 6 ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา แรงระเบิดทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย จ.ส.อ.สตาร์ สืบสวน อายุ 38 ปี พลทหารมาโนช ทันเที่ยง อายุ 22 ปี และ พลทหารรัตนชัย ชูใจหาญ อายุ 22 ปี โดยพลทหารรัตนชัยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ทั้งนี้ ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง บรรจุในกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ โดยคนร้ายนำระเบิดไปวางไว้ริมถนนแบบเร่งด่วน ไม่ได้ขุดหลุมฝัง เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ควบมอเตอร์ไซค์ปาระเบิดถล่มปิคอัพ
วันศุกร์ที่ 13 ม.ค.เวลา 10.10 น. คนร้ายจำนวน 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้ระเบิดชนิดขว้างแบบเอ็ม 67 ปาเข้าใส่รถกระบะยี่ห้อฟอร์ดสี่ประตู สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กม 601 สงขลา ซึ่งเป็นของ นายวาสัน มะเส็น อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/1 บ้านต้นธง หมู่ 3 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เหตุเกิดบนถนนสายช้างให้ตก–สะบ้าย้อย ท้องที่บ้านปุหรน หมู่ 4 ต.ช้างให้ตก อ.โคกโพธิ์
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายวาสันกำลังขับรถยนต์ไปขายของที่ตลาดนัด เมื่อถึงจุดเกิดเหตุมีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ แล้วใช้ระเบิดชนิดขว้างแบบ เอ็ม 67 ปาเข้าใส่ โชคดีที่ระเบิดกระทบกระจกรถยนต์กระเด็นตกไปในป่าสวนยางพาราริมถนนและเกิดระเบิดขึ้น นายวาสันจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่รถยนต์ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายเล็กน้อย เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุ แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งส่วนตัวและการเมืองท้องถิ่น
ยิงบุคลากรการศึกษาปางตาย-รัวเอ็ม 16 ถล่มรถส่งเกลือคนขับสังเวย
เวลา 11.50 น.คนร้ายจำนวน 4 คนมีรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนจำนวน 2 คันเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด .22 ยิงนายถนอม ถาวรศรี อายุ 55 ปี ช่างครุภัณฑ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาสเขต 1 (สพท.นราธิวาสเขต 1) อยู่บ้านเลขที่ 179/2 บ้านปลักปลา หมู่ 8 ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดขณะนายถนอมกำลังขี่รถจักรยานยนต์บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 บริเวณบ้านปูตะ หมู่ 3 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการพยายามสังหาร
เวลา 15.45 น.วันเดียวกัน คนร้ายจำนวน 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มรถสิบล้อบรรทุกเกลือ ยี่ห้อฮีโน่ สีเขียว หมายเลขทะเบียน 80-6060 สมุทรสงคราม ซึ่งมี นายเจษฎา ธนาธาร อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 ถนนก้อนทอง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี เป็นคนขับ ขณะขับรถไปส่งเกลือที่โรงงานผลิตน้ำบูดู บ้านปะเสยะวอ หมู่ 3 ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โดยส่งเกลือเรียบร้อยแล้วกำลังขับรถกลับ เหตุเกิดบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 (ปัตตานี-นราธิวาส) ท้องที่บ้านแซะโมะ หมู่ 4 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี ทำให้ นายเจษฎา เสียชีวิตคารถ โดยในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 8 ปลอก เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ยิงเจ้าของร้านน้ำชาหวิดสิ้นชื่อที่ศรีสาคร
วันพฤหัสบดีที่ 12 ม.ค.เวลา 22.00 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายนาพี มะเด็ง อายุ 46 ปี อยู่เลขที่ 6/3 บ้านละโอ หมู่ 2 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เหตุเกิดบริเวณร้านน้ำชาในหมู่บ้านละโอ ทำให้นายนาพีได้รับบาดเจ็บสาหัส
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบและสอบสวนจนทราบว่า นายนาพีเป็นเจ้าของร้านน้ำชา ขณะเกิดเหตุกำลังขายน้ำชาอยู่บริเวณหน้าร้านของตนเอง ระหว่างนั้นมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้าม เมื่อสบโอกาสได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ เป็นเหตุให้นายนาพีได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง
ดับหนุ่มหาของป่าอีกราย-สุนัขรับเคราะห์ด้วย
วันพุธที่ 11 ม.ค.เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขา ผู้กำกับการ สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามยิงประชาชนเสียชีวิตบนทางหลวงหมายเลข 4074 บ้านมะกอ หมู่ 1 ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กรค 358 ยะลา ล้มคว่ำอยู่ ข้างๆ รถพบศพ นายสุธน ศรีสุข อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 243/5 หมู่ 4 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา และมีสุนัขตาย 1 ตัว กับซากตะกวดในกระสอบอีก 5 ตัว
จากการสอบสวนทราบว่า นายสุธนกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับจากหาของป่า เมื่อถึงบริเวณบ้านมะกอ หมู่ 1 ต.ปล่องหอย มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงใส่ เป็นเหตุให้นายสุธนเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
2 ผู้ต้องหาคดีวางเพลิงสะบ้าย้อยมอบตัวเตรียมเข้าอบรม ม.21
วันอังคารที่ 10 ม.ค.ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา (รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ได้รับมอบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับที่ออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) ในคดีก่อเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จำนวน 2 ราย คือ นายมาหามะ ลาเตะ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 2 บ้านควนหรัน ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย และนายตามิซิ ยีกะจิ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/5 หมู่ 2 บ้านควนหรัน ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย เช่นกัน
ทั้งสองรายเป็นผู้ต้องหาคดีวางเพลิงบ้านเลขที่ 33 หมู่ 4 บ้านลำใหม่ ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย ซึ่งเป็นบ้านของ นายเฉลียว มณีสวัสดิ์ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2554 และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะบ้าย้อย ออกหมายจับเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ปีเดียวกัน
นายตามิซิ กล่าวว่า ได้ก่อเหตุลอบวางเพลิงจริง เนื่องจากหลงเชื่อคำชักชวนของ นายอารง สะอิ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับพร้อมกัน และเป็นแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ โดยนายอารงได้ชักชวนให้เข้าร่วมขบวนการ โดยใช้เรื่องประวัติศาสตร์และการกดขี่มุสลิมเป็นประเด็นในการชักชวน เมื่อเข้าร่วมขบวนการแล้วเขาได้รับกล่องจากนายอารง แต่ไม่ทราบว่าเป็นกล่องอะไร โดยนายอารงบอกว่าให้นำไปวางที่บ้านของนายเฉลียว
"หลังก่อเหตุและรู้ว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ จึงเกิดความรู้สึกหวาดกลัวเรื่องความไม่ปลอดภัย จึงได้ให้ทางญาติประสานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเข้ามอบตัว" นายตามิซิ กล่าว
นายกฤษฎา กล่าวว่า หากผู้ต้องหาทั้ง 2 คนจะเข้ากระบวนการตามมาตรา 21 พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ซึ่งประกาศใช้ในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เพื่อเข้าอบรมเป็นเวลา 6 เดือนแทนการฟ้องคดี ก็สามารถดำเนินการได้ โดยคณะกรรมการที่รับผิดชอบเรื่องมาตรา 21 ต้องดูเงื่อนไขในการเข้ากรรมวิธีอีกครั้ง แต่การยอมเข้ามอบตัวถือเป็นนิมิตหมายที่ดี และสะท้อนภาพความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของพี่น้องประชาชน
อนึ่ง กระบวนการตามมาตรา 21 กำลังอยู่ในภาวะชะงักงัน เมื่อผู้ต้องหาคดีความมั่นคงชุดแรก 4 รายที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) อ้างว่าสมัครใจเข้าร่วมกระบวนการ ได้ขึ้นให้การต่อศาลจังหวัดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อวันพุธที่ 14 ธ.ค.ปีที่แล้ว ระบุว่าไม่สมัครใจเข้ารับการอบรม แต่ถูกเจ้าหน้าที่บังคับ และขอต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมปกติเพราะไม่ได้กระทำผิด
ทั้งนี้ ศาลได้นัดผู้ต้องหาทั้ง 4 รายอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 23 ม.ค.2555 แต่ก็เป็นที่คาดหมายกันว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 รายจะยืนยันต่อศาลเช่นเดิม ทำให้หลายฝ่ายประเมินว่ากระบวนการตามมาตรา 21 อาจล้ม และไม่สามารถดำเนินการต่อได้ในพื้นที่ อย่างไรก็ดี หากผู้ต้องหาคดีลอบวางเพลิงใน อ.สะบ้าย้อย ตัดสินใจเข้าร่วมกระบวนการ ก็จะเป็นผู้ต้องหานำร่องชุดใหม่ต่อไป
www.isranews.
สัปดาห์แรกหลังปีใหม่โจมตี จนท.4 ครั้ง ทหารหลัก-ทหารพราน-อส.เจ็บตายอื้อ
วันอังคารที่ 10 มกราคม 2012
ใต้ป่วนหนักตั้งแต่สัปดาห์แรกหลังปีใหม่ โจมตีเจ้าหน้าที่ 4 ครั้ง ทั้งบึ้มทหารที่ธารโตเจ็บ 3 ยิง อส.ที่รือเสาะดับ 2 สาหัส 4 และยิงถล่มทหารพรานที่จะแนะ 2 จุด พลีชีพอีก 1 นาย ขณะที่คนร้ายเลือดอาบต้องทิ้งรถหนี แค่ 5 วันยิงรายวันถึง 8 เหตุการณ์ สังเวย 5 ศพ เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 2 ราย ด้านปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ กู้ระทึกระเบิดปลากระป๋องที่สะบ้าย้อย บุกค้นหลายจุดใน อ.ระแงะ ยึดยุทโธปกรณ์เพียบ
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในห้วงสัปดาห์แรกของปี 2555 หลังจากเกิดเหตุลอบวางระเบิดจนสูญเสียทหารระดับรองผู้บังคับกองร้อย เมื่อวันอังคารที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ยังคงมีเหตุรุนแรงอื่นๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ และเหตุขัดแย้งส่วนตัว
เมื่อเวลา10.30 น.วันอาทิตย์ที่ 8 ม.ค2555 พ.ต.อวิชัย แจ้งสกุล ผู้กำกับการ สภ.ธารโต จ.ยะลา ได้สนธิกำลังกับทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลา 16 และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 3 นาย บนถนนในหมู่บ้านบ่อหินใน (บ้านย่อยของบ้านบ่อหิน) หมู่ 5 ต.บ้านแหร อ.ธารโต
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 9 นายกำลังเดินเท้ากลับฐานปฏิบัติการที่วัดบ่อหิน หลังเสร็จสิ้นภารกิจลาดตระเวนพื้นที่ ได้ถูกคนร้ายกดจุดชนวนระเบิดน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัมที่วางซุกไว้ริมทาง แรงระเบิดทำให้ พลทหารสุวิทย์ แก่นเมือง อายุ 23 ปี พลทหารนครินทร์ ยอดยา อายุ 22 ปี และ พลทหารไกรวุฒิ เรือนน้อย อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ควบกระบะยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านยะรังดับ
เวลา 17.50 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถกระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามยิง นายดอเลาะ เย็ง อายุ 42 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 64/1 บ้านกอตอระนอ หมู่ 1 ต.คลองใหม่ เสียชีวิตคาที่ขณะนั่งคุยกับภรรยาอยู่ที่หน้าบ้านของตนเอง เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร
เวลา 22.00 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายมัรซุก สะรีหมะ อายุ 27 ปี อาสารักษาดินแดน (อส.) อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส อยู่บ้านเลขที่ 116/2 บ้านแฆและ หมู่ 7 ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ ขณะกลับจากร้านน้ำชากำลังเดินเข้าบ้าน ทำให้นายมัรซุกได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิงเช่นกัน
โจมตี อส.สังเวย 2 ศพเจ็บอีก 4 ที่รือเสาะ
เวลา 03.40 น.วันศุกร์ที่ 6 ม.ค. พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผู้กำกับการ สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามยิง อส.ประจำ อ.รือเสาะ ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยโรงงานเย็บผ้า แฮนด์ อิน แฮนด์ ตั้งอยู่ที่บ้านยาแลเบาะ หมู่ 5 ต.รือเสาะ เป็นเหตุให้ อส.เสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บอีก 4 นาย
โดย อส.ที่เสียชีวิตคือ นายอัสลัม เจ๊ะบู อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/2 หมู่ 3 ต.สุวารี อ.รือเสาะ กับ นายบือรอเฮง ยูโซ๊ะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/7 หมู่ 5 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ
ส่วน อส.ที่ได้รับบาดเจ็บประกอบด้วย นายศิริชัย สุวรรณมณี อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 266 หมู่ 7 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส นายมะรอสือดี สะมะหะ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/1 หมู่ 8 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ นายอภิเดช จะปะกียา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 1 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ และ นายทศพล เกิดระเบียบ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9809/1 หมู่ 7ต.ลาโละ อ.รือเสาะ
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบและสอบสวนจนทราบว่า ขณะที่ อส.ทั้ง 6 นายกำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ที่โรงงานเย็บผ้า แฮนด์ อิน แฮนด์ นั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบเข้าไปทางด้านหลังโรงงานซึ่งเป็นป่ายางพารา จากนั้นใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงใส่กลุ่ม อส.จำนวนหลายนัด และใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบขว้างปาเข้าใส่ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว โดยหลังก่อเหตุคนร้ายได้ชิงอาวุธปืนอาก้าจำนวน 2 กระบอก และอาวุธปืนเอ็ม 16 เอ 1 จำนวน 1 กระบอกหลบหนีไปด้วย และทิ้งระเบิดแสวงเครื่องที่บรรจุในกระป๋องปลากระป๋องดักเอาไว้ แต่เจ้าหน้าที่เก็บกู้ได้สำเร็จ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ซุ่มยิงทหารพรานจะแนะ-เจอสวนมีเจ็บ
เวลา 12.45 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามซุ่มยิงทหารพรานชุดกองร้อยทหารพรานที่ 4610 (ร้อย.ทพ.4610) หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 46 บริเวณบ้านไอร์ลาฆอ หมู่ 4 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ขณะ ลาดตระเวนเดินเท้ารักษาความปลอดภัยพื้นที่ก่อนที่ พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 จะเดินทางไปมอบห้องน้ำที่สร้างเสร็จแล้วให้กับชาวบ้านในพื้นที่ หลังถูกซุ่มโจมตี ทหารพรานได้ใช้อาวุธปืนประกายยิงตอบโต้ จนเกิดการยิงปะทะกันประมาณ 5 นาที คนร้ายจึงล่าถอยไป
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรอยเลือด ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 และรองเท้าตัดยาง (สำหรับใส่กรีดยาง) จำนวน 1 คู่ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
คนร้ายโต้ทันควันรัวกระสุนถล่มจุดตรวจ-ทหารดับ 1
ต่อมาเวลา 17.40 น.คนร้ายประมาณ 6 คนมีรถกระบะแบบสี่ประตู สีบรอนซ์ทอง หมายเลขเลขทะเบียน ษธ 6466 กรุงเทพมหานคร เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่จุดตรวจฐานปฏิบัติการ กองร้อยทหารพรานที่ 4610 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 บริเวณบ้านไอร์บือแต หมู่ 4 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ ทำให้ ส.ท.อภิเดช หน่อทอง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 6 ต.บังหวาน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เสียชีวิต และ นายสุทิน แซ่เล่า อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165 หมู่ 4 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ ได้รับบาดเจ็บ
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ กองร้อยทหารพรานที่ 4610 ได้ตั้งจุดตรวจบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการเพื่อตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นพาหนะที่ใช้พากลุ่มก่อความไม่สงบที่ได้รับการบาดเจ็บจากเหตุปะทะที่บ้านไอร์ลาฆอแล้วหลบหนี แต่ปรากฏว่าคนร้ายชุดใหม่ได้จอดรถใกล้กับจุดตรวจ จากนั้นได้ลงจากรถและกราดกระสุนปืนสงครามถล่มบริเวณฐานทันที ทำให้ ส.ท.อภิเดช เสียชีวิต และกระสุนยังพลาดไปถูกนายสุนทรซึ่งเป็นชาวบ้านในละแวกนั้น ได้รับบาดเจ็บไปด้วย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังไล่ติดตามจนสามารถยึดรถกระบะของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุได้ 1 คัน โดยที่รถมีรอยกระสุนและกองเลือด ทั้งยังพบอุปกรณ์ปฐมพยาบาลขั้นต้นจำนวนหนึ่ง ส่วนคนร้ายบางส่วนได้จี้รถจักรยานยนต์ของชาวบ้านขี่หลบหนีไปพร้อมคนเจ็บ ขณะที่อีกบางส่วนวิ่งหลบหนีเข้าป่าบริเวณหมู่บ้านไอร์กาเซ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ เขตติดต่อกับ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบ
ยิงดะวันเดียว 3 ศพที่ปัตตานี
เวลา 11.30 น.วันเดียวกัน คนไม่ทราบจำนวนมีรถกระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามยิง นายสาการียา กะลูบี อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/1 บ้านปายอ หมู่ 3 ต.กะดุนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิตขณะขับรถกะบะส่วนตัวกลับจากการแข่งนกในหมู่บ้านกลาพอ หมู่ 7 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน เหตุเกิดในท้องที่บ้านกลาพอ โดยกระสุนของคนร้ายยังพลาดไปถูก นายดอรอนิง อาบู อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ 7 ต.เตราะบอน ขณะนั่งพักผ่อนอยู่ในศาลาประจำหมู่บ้าน จนได้รับบาดเจ็บไปอีกราย ทั้งนี้หลังเกิดเหตุคนร้ายได้ชิงปืนพกขนาด 9 มม.ของผู้ตายไปด้วย จากนั้นจึงหลบหนีไป เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร
เวลา 11.30 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายอับดุลอาซิ เจ๊ะสมอเจ๊ะ อายุ 30 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ อยู่บ้านเลขที่ 46/2 หมู่ 1 ต.กระโด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เสียชีวิต เหตุเกิดขณะนายอับดุลอาซิกำลังจอดรถจักรยานยนต์ที่หน้าบ้านเลขที่ 21 หมู่ 1 ต.กระโด เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหารที่แน่ชัด แต่ให้น้ำหนักไปที่การทะเลาะวิวาท
เวลา 17.15 น.วันเดียวกัน คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดประกบยิง นายแวรอซะ วาเด็ง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 บ้านปาเซปูเต๊ะ หมู่ 2 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เสียชีวิต เหตุเกิดขณะนายแวรอซะกำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนทางหลวงหมายเลข 4074 บ้านปาแดปาลัส หมู่ 1 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เพื่อมุ่งหน้าไปตลาดนัด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุของการลอบยิงเช่นกัน
ยิงรายวันอีก 2 ศพที่ยะลา-นราฯ
วันพฤหัสบดีที่ 5 ม.ค.เวลา 14.15 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนอาก้ายิง นายมะยากี หะยีเปาะ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 244 บ้านกาตอง หมู่ 2 ต.กาตอง อ.ยะหา จ.ยะลา กระสุนถูกบริเวณศีรษะและลำตัวเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดที่บ้านกือเม็ง หมู่ 1 ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งเป็นบ้านภรรยาของนายมะยากี โดยคนร้ายยิงใส่นายมะยากีขณะเดินกลับบ้านภรรยา เลขที่ 26/1 หลังเสร็จจากรับจ้างกรีดยางพาราในพื้นที่ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร
เวลา 20.45 น.วันเดียวกัน คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด 11 มม.ยิงสองสามีภรรยา ทราบชื่อคือ นายอับดุลฮาแว เจ๊ะแว อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ถนนนประชาวิวัฒน์ ซอย 21 อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไปสิ้นใจที่โรงพยาบาล ส่วนภรรยาคือ นางรอฮายา เจ๊ะเต๊ะ อายุ 32 ปี ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขณะนายอับดุลฮาแวกำลังขับรถยนต์ออกจากบ้านไปรับประทานอาหารในตลาดสุไหงโก-ลกกับภรรยา แต่ระหว่างทางบริเวณถนนประชาวิวัฒน์ซอย 21 ได้ถูกคนร้ายประกบยิงเสียก่อน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร
กู้ระทึกบึ้มปลากระป๋องในร้านชำที่สะบ้าย้อย
วันพฤหัสบดีที่ 5 ม.ค.เช่นกัน 10.00 น. พ.ต.อ.คณิต รัตนมณี ผู้กำกับการ สภ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา รับแจ้งจาก นายปรีชา อ่อนประเสริฐ เจ้าของร้านขายของชำในตลาดสะบ้าย้อยว่า พบวัตถุต้องสงสัยเป็นกล่องกระดาษวางไว้บนชั้นวางของภายในร้าน จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 เข้าเก็บกู้ โดยใช้ปืนน้ำแรงดันสูงยิงทำลาย
จากการตรวจสอบภายในกล่องกระดาษพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกระป๋องปลากระป๋อง จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาด้วยนาฬิกาแบบดิจิตอล คาดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
วันพุธที่ 4 ม.ค.เวลา 11.00 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีกระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม.ยิง นายเจะคาเดร์ เจ๊ะฮะ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/2 บ้านกูบังบาเดาะ หมู่ 4 ต.สะกา อ.มายอ จ.ปัตตานี เหตุเกิดขณะที่นายเจะคาเดร์กำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนในหมู่บ้านคลองโต๊ะเนาะ หมู่ 3 ต.สะกา เพื่อไปดื่มน้ำชาที่ร้านค้า กระสุนถูกบริเวณแผ่นหลัง 2 นัดได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง
รดน้ำศพรอง ผบ.ร้อยพลีชีพรายแรกหลังปีใหม่
ที่วัดสุวรรณากร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีรีดน้ำศพ ร.ท.ดิเรกสิน รัตนสิน อายุ 25 ปี รองผู้บังคับกองร้อยทหารราบที่ 15312 (รอง ผบ.ร้อย ร.15312) หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 และ ส.อ.ยุธยา จำปามี อายุ 26 ปี สังกัดเดียวกัน ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบนถนนสายบ้านคลองช้าง-บ้านเขาวัง หมู่ 3 ต.เกาะจัน อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อวันอังคารที่ 3 ม.ค. โดยมีเพื่อนทหารมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าสลด
พล.ท.อุดมชัย กล่าวว่า กำลังพลที่เสียชีวิตได้ทำงานการเมืองในพื้นที่จนสามารถสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี จนชาวบ้านมั่นใจว่าพื้นที่นี้มีความปลอดภัย ดังนั้นเมื่อเกิดความสูญเสียขึ้นจึงต้องมีการปรับแนวทางการทำงาน ต้องเข้มงวดจุดอ่อนทุกจุด โดยเฉพาะการเดินทางบนถนน และการปฏิบัติงานอื่นๆ ที่เป็นการทำงานอันล่อแหลม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีก
สำหรับความคืบหน้าทางคดีนั้น ฝ่ายตำรวจได้เบาะแสว่าคนร้ายที่ลอบวางระเบิดครั้งนี้น่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบจากนอกพื้นที่เข้ามาปฏิบัติการ โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้จำนวนหนึ่งแล้ว
บุกค้นระแงะเจอยุทโธปกรณ์-บึ้มปลากระป๋อง
ด้านผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ มีการเปิดปฏิบัติการเชิงรุกจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีความมั่นคงและยาเสพติดได้หลายราย โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ม.ค.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้สนธิกำลังกับตำรวจ สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจค้นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกูจิงรือปะ หมู่ 4 ต.เฉลิม อ.ระแงะ พบซองกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 3 ซอง สายไฟฟ้ายาวประมาณ 500 เมตร 1 ม้วน ประทัดจำนวน 4 ถุง ฝาประกับอาวุธปืนอาก้า 1 อัน หมวกไหมพรม 2 ใบ กางเกงลายพราง 1 ตัว ถุงมือ 1 คู่ สีสเปรย์ และกระสอบอีก 1 ใบ จึงส่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์และเก็บเป็นหลักฐานต่อไป
วันเดียวกัน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่บ้านกูตง หมู่ 3 ต.บองอ อ.ระแงะ และสามารถยึดระเบิดแสวงเครื่องบรรจุอยู่ในกระป๋องปลากระป๋อง จำนวน 1 ลูก ปืนปลอม 1 กระบอก จึงได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัย 1 รายไปซักถามและเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันศุกร์ที่ 6 ม.ค.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 พบศพ นายแวอับดุลเลาะ หะยีดอเล๊าะ ถูกทิ้งอยู่ที่บ้านไอร์กาแซ หมู่ 4 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส จึงได้ประสานชุดนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะแนะ เข้าตรวจสอบ ขณะเดียวกันก็ได้ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ใกล้เคียง และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 4 รายไปซักถามขยายผลที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46
จับยาเสพติดทั้ง "ไอซ์-กระท่อม" คาด่าน 2 อำเภอ
เวลา 21.00 น.วันพุธที่ 4 ม.ค.ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้สนธิกำลังตั้งจุดตรวจบริเวณสถานียุทธศาสตร์ตันหยงลิมอ บ้านตอหลัง หมู่ 3 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ ได้เรียกตรวจรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่น ซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน กท 4926 นครศรีธรรมราช พบยาไอซ์บรรจุในถุงพลาสติกใสปิดผนึก น้ำหนักประมาณ 1.671 กรัมพร้อมอุปกรณ์เสพ และยังพบ อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ขนาด.357 และขนาด.38 อีกอย่างละ 1 กระบอก จึงได้ควบคุมตัวคนในรถ คือ นายสนธยา สะนิ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 282/47 ถนนเอเซีย ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ นายอิบรอเฮม สุหลง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 ซอย 3 ถนนชลธารเขต ต.สุไหงโก-ลก ส่ง สภ.ระแงะ เพื่อดำเนินคดีต่อไป
วันอังคารที่ 3 ม.ค.เวลา 23.00 น. ขณะที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองสนธิกำลังตั้งจุดตรวจบริเวณบ้านปาแด หมู่ 7 ต.ท่ากาชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และได้เรียกตรวจรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กล 2302 สงขลา พบใบกระท่อมสดเป็นมัดๆ น้ำหนักรวม 25 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในรถ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายฮามีอดี ราเดง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/9 หมู่ 5 ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส และ นายอาหะมะซีวา สามะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/3 หมู่ 1 ต.ปะลุกาลาเมาะ อ.บาเจาะ ส่งดำเนินคดีที่ สภ.หนองจิก
แจกถุงยังชีพพระราชทานผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ยะลา
ด้านสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหลายอำเภอต้องเจอกับน้ำท่วมหนักในช่วงสัปดาห์แรกหลังปีใหม่นั้น เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ม.ค.เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอรามัน จ.ยะลา นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายประสงค์ พิทูรกิจจา เลขาธิการมูลนิธิฯ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อมอบถุงยังชีพพระราชทานแก่ราษฎรผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.รามัน จำนวน 800 ชุด โดยมี นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร นายอำเภอรามัน รอให้การต้อนรับ ท่ามกลางความปลื้มปิติของชาวบ้าน
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ม.ค.ที่ห้องประชุมศรียะลา อาคาร 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดยะลา นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในฐานะผู้แทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้มอบถุงยังชีพพระราชทานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีตัวแทนจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา และพระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่รับมอบเพื่อนำไปแจกจ่ายประชาชนที่เดือดร้อนต่อไป
www.isranews.
กดบึ้มคาร์บอมบ์ที่ระแงะ พ่อ-ลูกเจ็บ 2 ราย
10 มกราคม 2555 22:44 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคาร์บอมบ์ หน้าตู้ เอ.ที.เอ็ม.ธนาคารกรุงไทย สาขาตันหยงมัส พ่อ-ลูกสาว ขับ จยย.ผ่าน เคราะห์ร้ายโดนสะเก็ดระเบิดเจ็บทั้งคู่
วันนี้ (10 ม.ค.) เมื่อเวลา 19.10 น. พ.ต.ท.เฉลิม ยิ่งคง สว.เวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์ หน้าตู้ เอ.ที.เอ็ม.ธนาคารกรุงไทย สาขาตันหยงมัส เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบซากรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิซิ สีเทาดำ ทะเบียน กข-9784 ยะลา จอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ 697 ข้างตู้เอ.ที.เอ็ม. ซึ่งถูกแรงระเบิดสภาพพังยับเยิน และมีฝาเพดานประตูเหล็กของห้องแถวไม้ชั้นเดียวถูกอนุภาพของระเบิดได้รับความเสียหาย 6 คูหา นอกจากนี้ ภายในซากรถยนต์เก๋ง เจ้าหน้าที่ยังพบถังน้ำมันเชื้อเพลิงเพลิงจำนวน 2 แกลลอน รวมทั้งโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายใช้เป็นตัวจุดชนวน บรรจุไว้ในกล่องพลาสติกสี่เหลี่ยม
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย คือ นายมะห์ มะรี อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 ม.7 ต.บาโงสโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และ ด.ญ.แวนัสริน มะรี อายุ 10 ปี ถูกพลเมืองดีนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ มีชายฉกรรจ์ จำนวน 1 คน ขับรถยนต์คาร์บอมบ์มาจอดหน้าตู้เอ.ที.เอ็ม. แล้วเปิดประตูลงจากรถเดินหายไปประมาณ 5 นาที จึงเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ขณะที่นายมะห์ ขับรถจักรยานยนต์พาลูกสาวไปซื้อของที่ตลาด จนถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบรถยนต์เก๋ง และพบว่าป้ายทะเบียนดังกล่าวเป็นคนละคันกับที่คนร้ายได้นำมาติดไว้ ซึ่งต้องรอการตรวจสอบตัวเลขเครื่องยนต์ และคลัทซี ว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นของใคร มีการแจ้งหายไว้ในพื้นที่ใดบ้าง รวมทั้งเตรียมตรวจสอบภาพวงจรปิดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นใคร เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
www.manager.
บึ้มทหารสาหัส 1 ขณะเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ อ.ธารโต จ.ยะลา
8 มกราคม 2555 13:53 น.
ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ทหาร ขณะนำกำลังเข้าช่วยชาวบ้านที่เกิดการปะทะกับกลุ่มก่อความไม่สงบ ในพื้นที่หินใน หมู่ที่ 5 ต.บ้านแหร อ.ธารโต เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
วันนี้ (8 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.45 น. พ.ต.อ.วิชัย แจ้งสกุล ผกก.สภ.ธารโต จ.ยะลา พ.ต.ท.ชาญวุฒิ รักษาพราหมณ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.มานพ สืบบุก สวป.นำกำลังรุดไปสนับสนุนเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนดักซุ่มโจมตีลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารที่บ้านบ่อหินใน หมู่ที่ 5 ต.บ้านแหร อ.ธารโต ปรากฏว่า เมื่อไปถึงพวกคนร้ายได้ล่าถอยไปแล้ว ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นายชื่อพลทหารสุวิทย์ แก่นเมือง อายุ 22 ปี สังกัด มว.2 ร้อย ม.1 กองพันทหารม้าที่ 15 อ.เมือง จ.น่าน
ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณสะโพกและก้นได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลธารโตแล้ว ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนอาก้า เอ็ม.16 สะเก็ดระเบิดกระจัดกระจายเป็นวงกว้าง จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.อ.นภดล เตชะ ผบ.มว.2 ร้อย ม.1 นำกำลังจำนวน 6 นายเดินเท้าออกจากฐานในหมู่บ้านเดินลาดตระเวน ก่อนถึงที่เกิดเหตุได้ยินเสียงปืนลักษณะคล้ายยิงต่อสู้กันดังสนั่นอยู่ในราวป่า เมื่อนำกำลังเข้าไปพบว่า มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังยิงตอบโต้อยู่กับพวกคนร้ายซึ่งคาดว่าเป็นพวกก่อความไม่สงบ ที่เคลื่อนไหวอยู่รายรอบหมู่บ้าน จึงได้เข้าสนับสนุนยิงต่อสู้ จนกลุ่มคนร้ายต้องล่าถอยออกไป
ขณะล่าถอยคนร้ายได้ปาระเบิดสังหารสกัดการติดตาม ปรากฏว่า ระเบิดมาตกด้านข้างพลทหารสุวิทย์ เกิดระเบิดขึ้นจนถูกสะเก็ดระเบิด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ดังกล่าว
www.manager.
โจรใต้ถล่มฐานที่จะแนะ ทหารพลีชีพ1
7 มกราคม 2555, 01:43 น.
โจรใต้ควงอาก้าถล่มฐานปฏิบัติการร้อย ทพ.4601 ที่จะแนะ เจ้าหน้าที่ยิงสวน ปะทะนาน 10 นาที สิ้นเสียงปืนพบเจ้าหน้าที่พลีชีพ 1 นาย ส่วนคนร้ายหนีได้ลอยนวล ...
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 6 ม.ค. พ.ต.อ.ปัตตะ มะดาวา ผกก.สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัด ร้อย ทพ.4601 กรมทหารพรานที่ 46 เสียชีวิตบริเวณจุดตรวจหน้าฐานปฏิบัติการร้อย ทพ.4601 บ้านไอร์บือแต หมู่ 4 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่บนถนน ทราบชื่อ คือ ส.ต.อภิเดช หน่อทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ร้อย ทพ.4601 มีบาดแผลถูกกระสุนปืนของคนร้ายพรุนไปทั้งร่าง เจ้าหน้าที่จึงนำศพผู้เสียชีวิตส่ง รพ.จะแนะ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด
จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่ ส.ต.อภิเดช หัวหน้าชุด นำกำลังรวม 6 นาย ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการอยู่นั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เป็นพาหนะ เมื่อถึงบริเวณจุดตรวจคนร้ายที่นั่งกระบะหลังได้ใช้อาวุธปืนสงครามอาก้ายิงใส่ จนทั้งสองฝ่ายเปิดฉากปะทะกันนาน 10 นาที สิ้นเสียงปืนพบว่า ส.ต.อภิเดช ถูกยิงเสียชีวิตคาที่ ส่วนคนร้ายได้พากันหลบหนีไป
www.thairath.
คนร้ายยิงถล่มฐานย่อย อส.รือเสาะเสียชีวิตคาที่ 2 เจ็บอีก 3
6 มกราคม 2555 12:17 น.
นราธิวาส - คนร้ายกว่า 30 คนบุกยิงถล่มฐานย่อย อส.รือเสาะ กลางดึก เจ้าหน้าที่เสียชีวิตคาที่ 2 นาย เจ็บอีก 3 ก่อนหนีฉกปืนเอ็ม 16 และอาก้า ไปด้วยรวม 5 กระบอก
วันนี้ (6 ม.ค.) เมื่อเวลา 02.45 น. ร.ต.ท.กฤตินาท เมืองลาย ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายบุกถล่มฐานย่อยของ อส.ประจำที่ว่าการอำเภอรือเสาะ ตั้งอยู่ภายในรั้วของโครงการอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างงานที่ยั่งยืน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายรือเสาะ-ท่าเรือ ช่วงบริเวณบ้านยาแลเบาะ ม.5 ต.รือเสาะ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ อส.เสียชีวิต 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย
จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่สภาพพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยเกรงกลุ่มคนร้ายจะวางกำลังดักซุ่มโจมตี
จนกระทั่งช่วงเช้า เมื่อเวลา 07.30 น.ของวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง และพบว่าที่บริเวณรั้วลวดหนามด้านหลังของโครงการดังกล่าวถูกคนร้ายใช้คีมตัดจนสามารถเดินผ่านไปมาได้สะดวก โดยเฉพาะบริเวณสนามหญ้าหน้าเรือนนอนทั้ง 4 หลังที่ อส.ใช้เป็นสถานที่พักอาศัย มีปลอกกระสุนปืนนานาชนิดของคนร้ายตกอยู่เกลื่อนทั่วบริเวณ ทั้งปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 อาก้า อูซี่ ปืนกลมินิ และลูกซอง ตกอยู่จำนวนกว่า 100 ปลอก
นอกจากนี้ ที่บริเวณศาลาสำหรับใช้เป็นสถานที่พักผ่อน เจ้าหน้าที่พบโทรทัศน์ถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับความเสียหาย และพบศพผู้เสียชีวิตภายในเรือนนอนที่ 1 จำนวน 2 นาย นอนจมกองเลือดอยู่ใต้เตียงนอน คือ 1.อส.บอรอเฮง ยูโซ๊ะ 2.อส.อัสรัน อาบู ซึ่งทั้ง 2 นายถูกกระสุนปืนของคนร้ายพรุนไปทั้งร่าง
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณห้องเก็บวัสดุ ซึ่งอยู่บริเวณประตูทางเข้าของโครงการดังกล่าว พบกระจกหน้าต่างแตก เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในห้องยังพบระเบิดแสวงเครื่องชนิดขว้างที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกระป๋องของปลากระป๋องยี่ห้ออายำ หนัก 0.5 กก.ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการเก็บกู้เอาไว้ และได้เก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งนำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 นายส่งโรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 นาย ได้แก่ 1.อส.รอซาดี สามาหะ 2.อส.อภิเดช จะปะกียา และ 3.อส.ศิริชัย สุวรรณมณี ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณลำตัว ขณะนี้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และพ้นขีดอันตรายแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 30 คนพร้อมอาวุธปืนครบมือ แยกกำลังออกเป็น 3 ชุด ชุดละ 10 คน โดยชุดแรกได้ใช้คีมตัดรั้วลวดหนามด้านหลังของโครงการเข้าไปที่ฐานย่อยของ อส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการ รปภ.โครงการ พร้อมทั้งได้กระจายกำลังใช้อาวุธปืนนานาชนิดยิงใส่เจ้าหน้าที่ อส. จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นาน 10 นาที ทำให้เจ้าหน้าที่ อส.เสียชีวิตภายในเรือนนอนที่ 1 จำนวน 2 นาย ส่วน อส.อีก 3 นาย ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับบาดเจ็บ ได้อาศัยความมืดหนีไปพรางตัวอยู่ในพงป่าที่รกทึบจนสามารถเอาชีวิตรอดมาได้
หลังจากนั้น กลุ่มคนร้ายได้พากันเดินไปยังอาคารของโครงการ พร้อมทั้งใช้อาวุธปืนยิงใส่ตัวอาคาร และใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบผลิตเองขว้างใส่เข้าไปในห้องเก็บวัสดุ แต่โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน ก่อนที่คนร้ายจะกลับไปหยิบอาวุธปืนของ อส.หลบหนีไป 5 กระบอก ประกอบด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนอาก้า จำนวน 4 กระบอก พร้อมด้วยกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง
ส่วนคนร้ายชุดที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่ตัดต้นไม้ขวางถนน พร้อมทั้งใช้ล้อยางรถยนต์ จำนวน 2 เส้นจุดไฟเผา เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายปกครองเข้าสนับสนุน และคนร้ายชุดที่ 3 ได้นำกำลังยิงถล่มฐานปฏิบัติการย่อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจุดเกิดเหตุ ประมาณ 800 เมตร เพื่อสร้างความปั่นป่วนไม่ให้เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวเข้าสนับสนุนเช่นกัน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ.ต.อ.สะท้านฟ้า ผกก.สภ.รือเสาะ เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายได้มีการนัดแนะวางแผนก่อเหตุร้ายในครั้งนี้มาเป็นอย่างดี เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่ที่สามารถบุกทลายคลังแสงของกลุ่มคนร้าย จนเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมากถึง 2 ครั้งในเดือน ธ.ค. 54 คือเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ภายในสวนยางพาราบ้านกูยิ ม.4 ต.ลาโล๊ะ และเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ภายในสวนยางพาราบ้านบาโงบือมิง ม.1 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
www.manager.
บึ้มลูกแรกปี 55 รอง ผบ.ร้อยดับพร้อมลูกน้อง ผวา 8 ปีไฟใต้ปืนถูกปล้น 1.6 พันกระบอก!
วันอังคารที่ 03 มกราคม 2012 เวลา 20:57 น.
ใต้เริ่มป่วนรับปี 2555 ประเดิมบึ้มลูกแรกที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี ทหารพลีชีพ 2 นาย เผยหนึ่งในสองเป็นระดับรอง ผบ.ร้อย ถูกดักระเบิดถังดับเพลิงขณะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ เปิดข้อมูลผวาในวาระครบรอบ 8 ปีปล้นปืนค่ายปิเหล็ง พบปืนถูกปล้นมากกว่า 1.6 พันกระบอก ติดตามคืนได้ไม่ถึง 500 กระบอก
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังจากเงียบสงบมาเกือบตลอดเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยเมื่อเวลา 10.20 น.วันอังคารที่ 3 ม.ค.2555 พ.ต.อ.อดุลย์ ปีแนบาโง ผู้กำกับการ สภ.มายอ จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุระเบิดบริเวณคอสะพานบนถนนสายบ้านคลองช้าง-บ้านเขาวัง หมู่ 3 บ้านคลองช้าง ต.เกาะจัน อ.มายอ จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดขนาดยักษ์ และรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ แบบ 4 ประตู สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กล 456 ปัตตานี อยู่ในสภาพพังยับทั้งคัน ตรวจสอบภายในรถพบศพ ร.ท.ดิเรกสินธุ์ รัตนสิน อายุ 25 ปี เป็นรองผู้บังคับกองร้อยทหารราบที่ 15312 (รอง ผบ.ร้อย ร.15312) หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 ส่วนอีกศพกระเด็นไปอยู่ในทุ่งนา ห่างจากรถประมาณ 20 เมตร คือ ส.อ.ยุทธนา จำปามี อายุ 26 ปี เป็นพลขับ
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ท.ดิเรกสินธุ์ ได้นั่งรถกระบะซึ่งมี ส.อ.ยุทธนา เป็นพลขับเพื่อไปร่วมงานวันปีใหม่และมอบของขวัญให้กับเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยตำบลเกาะจัน อ.มายอ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุคนร้ายได้ใช้แบตเตอรี่กดจุดชนวนระเบิดน้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัมซึ่งประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิงฝังไว้บริเวณคอสะพาน แรงระเบิดทำให้ทหารทั้งสองนายเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
อนึ่งเหตุระเบิดในครั้งนี้นับเป็นลูกแรกของปี 2555 และเป็นเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นก่อนวาระครบรอบ 8 ปีปล้นปืนเพียง 1 วัน โดยเมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 หรือเมื่อ 8 ปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์คนร้ายบุกปล้นปืนและฆ่าทหารจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ บ้านปิเหล็งใต้ ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้อาวุธปืนไปถึง 413 กระบอก ถือเป็นปฐมบทของความรุนแรงรอบใหม่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา
เปิดข้อมูลปืนถูกปล้น 1.6 พันกระบอก-ได้คืนไม่ถึง 500 กระบอก
เป็นที่น่าสังเกตว่า ความรุนแรงรอบใหม่ที่เริ่มนับจากเหตุการณ์ปล้นอาวุธปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (ค่ายปิเหล็ง) เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 และตลอด 8 ปีที่ผ่านมานั้น มีอาวุธปืนถูกปล้นชิงจากกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอีกหลายครั้ง รวมไปถึงเหตุการณ์ปล้นฐานพระองค์ดำ หรือฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารราบที่ 15121 (ร้อย ร.15121) หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38 ที่ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2554 ด้วย แต่จำนวนอาวุธปืนที่ถูกปล้นไปกลับถูกปิดเป็นความลับตลอดมา
จากการตรวจสอบเชิงลึก พบรายงานของหน่วยงานความมั่นคงระบุว่า อาวุธปืนที่ถูกปล้นไปทั้งหมดตลอด 8 ปีมีมากถึง 1,629 กระบอก แยกเป็นอาวุธปืนที่ถูกปล้นจากกองพันพัฒนาที่ 4 เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 จำนวน 413 กระบอก ถูกปล้นจากฐานพระองค์ดำเมื่อวันที่ 19 ม.ค.2554 อีก 65 กระบอก นอกนั้นเป็นอาวุธปืนที่ถูกปล้นจากเหตุร้ายรายวันต่างๆ
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า หน่วยงานความมั่นคงสามารถติดตามปืนคืนได้เพียง 484 กระบอก แยกเป็นปืนเอ็ม 16 จำนวน 140 กระบอก อาก้า 66 กระบอก ปืนพกสั้น 203 กระบอก ลูกซอง 53 กระบอก เอชเค 15 กระบอก และอื่นๆ อีก 7 กระบอก ส่วนอาวุธปืนจากฐานพระองค์ดำ ติดตามยึดคืนได้ 3 กระบอก เป็นปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก และอูซี่ 1 กระบอก (ข้อมูลถึงสิ้นปี 2554)
ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ามีอาวุธปืนชนิดและขนาดต่างๆ อยู่ในมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีข้อมูลการตรวจพิสูจน์อาวุธปืนและหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พบว่าจากการตรวจพิสูจน์ 4,989 กรณี มีการยิงซ้ำด้วยปืนกระบอกเดียวกันจำนวน 678 ครั้ง ทำให้ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่ากลุ่มก่อความไม่สงบมีอาวุธปืนหมุนเวียนสำหรับใช้งานมากกว่า 600 กระบอก (ไม่นับรวมปืนที่ซุกซ่อนหรือฝังเอาไว้)
www.isranews.
โจรใต้บึ้มดับ “ส.อ.-ร.ท.” อนาคตไกลขณะไปมอบกระเช้าปีใหม่
3 มกราคม 2555 13:21 น.
ปัตตานี - วงการทหารสูญเสียอีกแล้ว หลังจากโจรใต้กดระเบิด 15 กก. สังหาร ร.ท.และ ส.อ.ดับคาที่ ขณะกำลังเดินทางออกไปมอบกระเช้าปีใหม่เพื่อร่วมเทศกาลแห่งความสุขที่สถานีอนามัย
วันนี้ (3 ม.ค.) พ.ต.อ.อดุลย์ ปีแนบาโง ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายบ้านคลองช้าง-บ้านเขาวัง ม.3 ต.ตรัง จึงรายงานให้ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. นำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ท.ประธาน ตลับทอง ผบ.ฉก.ปัตตานี 25, ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและชุดพิสูจน์หลักฐาน
เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดขนาดใหญ่เกือบ 4 เมตร ลึก 1.5 เมตร ห่างกัน 3 เมตรพบซากรถยนต์กระบะ 4 ประตูยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน กล 456 ปัตตานี ในสภาพถูกแรงระเบิดจนเละเป็นเศษ เหลือแต่ซากกระจัดชิ้นส่วนรถกระจายไปทั่วบริเวณ ภายในรถพบศพ ร.ท.ดิเรกสิน รัตนสิน อายุ 27 ปี ผบ.ร้อย ร.15312 ฉก.ปัตตานี 25 สภาพถูกแรงระเบิดจนกระดูกหักแขนขาเกือบขาด ห่างกันประมาณ 5 เมตร พบศพ ส.อ.ยุทธยา จำปามี อายุ 27 ปี สภาพขาขาด ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบสายไฟยาว ประมาณ 100 เมตรลากเข้าไปในป่า ชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องและสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ ส.อ.ยุทธยา ขับรถพา ร.ท.ดิเรกสิน ออกจากฐานเพื่อนำกระเช้าของขวัญไปร่วมงานเทศกาลปีใหม่ ที่สถานีอนามัยกระเสาะ อ.มายอ ปรากฏว่ามาถึงที่เกิดเหตุห่างจากฐานประมาณ 1 กิโลเมตร คนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 15 กก.ฝังไว้ใต้ถนน จนเกิดระเบิดขึ้นกลางรถพอดี ทำให้รถกระเด็นลอยตกข้างทางสภาพพังยับเยิน ส่วน ส.อ.ยุทธยากระเด็นลอยไปตกห่างจากตัวรถประมาณ 5 เมตร
หลังเกิดเหตุคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือกลุ่มแนวร่วม RKK ในพื้นที่หมายจะก่อเหตุตอบโต้เจ้าหน้าที่หลังจับแกนนำ RKK ได้ 2 รายเมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา
สำหรับประวัติ ร.ท.ดิเรกสิน รัตนสิน อายุ 27 ปี เป็นชาวกรุงเทพฯ จบนักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 45 จปร.รุ่น 56 เมื่อปี 2551 จากนั้นสมัครใจมาปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยบรรจุราชการครั้งแรกที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 153 ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี โดยปฏิบัติภารกิจสนาม สังกัด ฉก.ปัตตานี 24 ที่ อ.โคกโพธิ์ ใน ตำแหน่ง ผบ.หมวดปืนเล็ก จากนั้นเมื่อปี 2553 ได้ติดยศร้อยโทในตำแหน่งปัจจุบัน
www.manager.
2 คนร้ายซิ่ง จยย.ประกบยิงทหารพรานสาหัส
17 ธันวาคม 2554 10:52 น.
ยะลา - เกิดเหตุ 2 คนร้ายใช้ จยย.เป็นพาหนะซุกซ่อนอาวุธปืนก่อนจะยิงใส่ทหารพราน ซึ่งขับรถกำลังเดินทางไปฐานปฎิบัติการในเมืองยะลา โดยกระสุนถูกจุดสำคัญของร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส
วันนี้ (17 ธ.ค.) เวลา 08.15 น. พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดบนถนนสิโรรส บริเวณปากซอยสิโรรส 8 ในเขตเทศบาลนครยะลา จึงพร้อม พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก,.พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รอง ผกก.ป., จ.ส.อ.อดิศักดิ์ ทับเที่ยง ปลัดป้องกันอำเภอเมืองยะลา สนธิกำลังเดินทางไปสอบสวน
ในที่เกิดเหตุพบเลือดกองอยู่บนถนนบริเวณใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าโนวา อาร์ สีดำหมายเลขทะเบียน น - 9552 สงขลา ล้มอยู่ ใกล้กันมีกองเลือดกองใหญ่ จำนวน 2 กอง ส่วนผู้ได้บาดเจ็บชุดกู้ภัยมัสยิดกลางยะลา นำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อ อส.ทพ.บรรพต มีบุญ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ที่ 5 ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ถูกกระสุนไม่ทราบขนาดเจาะหน้าอกซ้ายและชายโครงขวา รวม 2 นัด อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน แพทย์กำลังให้การช่วยเหลืออยู่ในห้องฉุกเฉิน ไม่สามารถ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า อส.ทพ.บรรพต มีบุญ เป็นอาสาสมัครทหารพรานสังกัดกรมทหารพรานที่ 47 เขื่อนแม่น้ำปัตตานี ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ก่อนหน้าจะถูกยิง อส.ทพ.บรรพต ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางออกจากค่ายเพื่อไปประจำยังฐานปฏิบัติการในเขต อ.เมืองยะลา ปรากฏว่าขณะมาถึงที่เกิดเหตุมีพยานเห็นคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าดรีม สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน คนขับสวมหมวกกันน็อก เสื้อแจ็กเก็ตดำ ส่วนคนซ้อนท้ายสวมหมวกแก๊ปสีดำ ขณะขับประกบมือปืนที่ซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนออกจากเสื้อคลุมจ่อยิงติดต่อกัน 3 นัด นายบรรพตถูกกระสุนปืนเจาะลำตัวเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ล้มลง
จากนั้นคนร้ายได้เร่งเครื่องมุ่งหน้าเข้าไปทางถนนสิโรรส 6 แล้วหลบหนีไปทาง หมู่ที่ 3 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา อย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบติดตามสังหาร อส.ทพ.บรรพต จนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว
อส.ทพ.บรรพต มีบุญ ผู้ขับขี่ จยย.คันนี้ อาการสาหัสจากเหตุคนร้ายลอบยิงอย่างอุกอาจ
www.manager.
กระหน่ำยิง “มุคตาร์ กีละ” นักการเมืองท้องถิ่นเมืองนราฯ เสียชีวิต
16 ธันวาคม 2554 12:55 น.
นราธิวาส - 4 คนร้ายกระหน่ำยิง นายมุคตาร์ กีละ หัวหน้าพรรคประชาธรรม เสียชีวิต ส่วนคนร้ายถูก ชรบ.ยิงสวนขณะหลบหนีตาย 2 พบประวัติโชกโชน ร่วมสังหารครูจูหลิง และยิงพนักงานรถไฟตาย 4 ศพ
วันนี้ (16 ธ.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รองสว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดไปตรวจสอบเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิง นายมุคตาร์ กีละ อายุ 47 ปี หัวหน้าพรรคประชาธรรม และเป็นผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส เขต 3 อยู่บ้านเลขที่ 173/2 บ้านลูโบ๊ะกาเยาะ ม.5 ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตหน้าบ้านเลขที่ 267 ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านพักและคนร้ายถูกชุด ชรบ.และ อส.ประจำที่ว่าการ อ.ระแงะ ยิงเสียชีวิต 2 รายโดยเหตุเกิดในช่วงคืนที่ผ่านมาเวลา 22.45 น.
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนอาก้า และเอ็ม 16 ของคนร้ายตกอยู่ที่ถนนหน้าบ้านพักจุดเกิดเหตุกว่า 10 ปลอก พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่ง ส่วนศพ นายมุคตาร์ ทางญาติได้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว
นอกจากนี้ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร ซึ่งเป็นป้อมจุดตรวจของชุด ชรบ.บ้านลูโบ๊ะเยาะ เจ้าหน้าที่พบกองเลือดจำนวน 2 จุด บนถนนที่ชุด ชรบ.และ อส.ได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนประจำกายยิงใส่กลุ่มคนร้ายเสียชีวิต 2 คน หลังจากก่อเหตุยิงนายมุคตาร์ เสียชีวิตแล้ว คือ 1.นายดอรอโอ๊ะ ปีเยาะ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 ม.4 บ้านกูจิงลือปะ ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งมีหมาย ป.วิอาญา 4 คดี โดยเฉพาะร่วมสังหารโหดครูจูหลิง ปงกำมูล เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 พ.ค.49 และร่วมกับพวกยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำขบวนรถไฟเสียชีวิต 4 นาย เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.51 โดยข้างศพเจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่คนร้ายบุกปล้นจากฐานปฏิบัติการพระองค์ดำ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ 1 กระบอกตกอยู่
ส่วนคนร้ายศพที่ 2 คือ นายซาฮีรัน วาดะ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 ม.4 บ้านกูจิลลือปะ ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยตามหมาย พ.ร.ก.คดีร่วมกับพวกยิง ผช.ธ.ก.ส.สาขาอำเภอรือเสาะเสียชีวิตเมื่อปี 50 ซึ่งมีอาวุธปืนอาร์ก้า.ตกอยู่อีก 1 กระบอก โดยศพคนร้ายทั้ง 2 คนทางญาติได้รับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว
สอบสวนทราบว่า หลังจากที่ นายมุคตาร์ กินน้ำชาที่บ้านเพื่อนฝั่งตรงข้ามบ้านพักแล้วเสร็จ ได้ขอตัวเดินกลับบ้านพัก ทันใดนั้นได้มีคนร้าย 4 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน มาจอดเยื้องกับบ้านของนายมุคตาร์ คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้า ยิงใส่นายมุคตาร์ กว่า 10 นัดซ้อนจนล้มลงเสียชีวิตคาที่ แล้วคนร้ายทั้ง 4 คนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์วิ่งหลบหนีไปทางป้อมจุดตรวจ ชรบ.ที่ อส.และ ชรบ.ปฏิบัติหน้าที่อยู่ จึงถูก อส.และ ชรบ.ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงใส่กลุ่มคนร้าย จนคนร้ายทั้ง 2 คน ที่นั่งซ้อนท้ายเสียชีวิตและตกจากรถจักรยานยนต์ ส่วนคนร้ายที่ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คัน สามารถหลบหนีไปได้
ส่วนสาเหตุในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่ก่อความไม่สงบ ที่นายมุคตาร์ได้ร่วมกันต่อต้านกับชาวบ้านเรื่อยมา จนตัดสินใจลงรับสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต 3 เพื่อเป็นตัวแทนเสียงประชาชนในสภาในการเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้คลี่คลายถูกจุดและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ต่อมาเมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (16 ธ.ค.) พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 50 นาย ใช้กฎอัยการศึกในการปิดล้อมตรวจค้นบ้านกูจิงลือปะ เพื่อไล่ล่าและกดดันคนร้ายอีก 2 คน ที่สามารถหลบหนีมาได้ให้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่
สำหรับ นายมุคตาร์ เป็นบุคคลในแวดวงการเมืองของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคสันติภาพไทย ซึ่งมี นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยเป็นหัวหน้าพรรค และได้ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ส.ส.ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี พ.ศ.2548 แต่ไม่มีผู้สมัครได้รับเลือก
ต่อมาพรรคสันติภาพไทย ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการเปิดสาขาพรรคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด แต่นายมุคตาร์ก็ยังไม่ถอดใจ ยังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไปในนามกลุ่มสันติภาพ
ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2550 นายมุคตาร์ ได้เข้าร่วมกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งอีกครั้ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอีกเช่นเคย กระทั่งในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2554 นายมุคตาร์ ได้ตั้งพรรคใหม่ชื่อพรรคประชาธรรม ชูจุดขายว่าเป็นพรรคของคนมลายูแท้ๆ และขอโอกาสเป็นสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่สันติสุข เพราะปัญหาชายแดนใต้ต้องแก้โดยคนในพื้นที่เอง แม้เขาและผู้สมัครของพรรคจะไม่ได้รับการเลือกตั้งเลยอีกครั้ง แต่พรรคประชาธรรม ก็สร้างกระแส “พรรคการเมืองของคนมลายู” ได้อย่างคึกคักไม่น้อย ก่อนจะจบชีวิตในวัย 43 ปีดังกล่าว
www.manager.
ยิงถล่มจุดตรวจตันหยงลิมอ ชาวบ้านตาย 1 ทหาร-ชรบ.สาหัส 4
16 ธันวาคม 2554 10:33 น.
นราธิวาส - คนร้ายแต่งกายเลียนแบบผู้หญิงซิ่งกระบะใช้ปืนสงครามยิงถล่มจุดตรวจตันหยงลิมอ เจ้าของร้านน้ำชาตาย 1 ทหารและ ชรบ.สาหัส 4
วานนี้ (15 ธ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุกลุ่มคนร้ายยิงถล่มจุดตรวจตันหยงลิมอ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสี่แยกตอหลัง ม.3 บ.ตอหลัง ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบที่พื้นถนนมีปลอกกระสุนปืนสงครามทั้งเอชเคและอาร์ก้าตกอยู่ประมาณ 50 ปลอก รวมทั้งคราบเลือดบริเวณหน้าร้านขายน้ำชาและของชำ ส่วนบริเวณจุดตรวจรวมทั้งร้านค้าและตู้โทรศัพท์ที่อยู่ใกล้กันมีร่องรอยถูกกระสุนปืนเป็นรูพรุนจำนวนหลายแห่ง
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีทั้งหมด 5 ราย ถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อต่อมาคือ 1.นายสุภาพ ไข่มุก อายุ 43 ปี เจ้าของร้านน้ำชาและร้านชำ ซึ่งถูกกระสุนปืนที่ลำตัวและแผ่นหลัง อาการสาหัสและเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล 2.ร.ท.ธงชัย แพรชนะ อายุ 45 ปี 3.อส.ทพ.อชิรพงษ์ เพ็งดี อายุ 33 ปี ทั้ง 2 นายสังกัดกองร้อย ทพ.ที่ 4507 กรมทหารพรานที่ 45 ส่วนอีก 2 รายเป็น ชรบ.ประจำหมู่บ้านตอหลัง
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจตันหยงลิมอ สังกัด สภ.ระแงะ จำนวน 12 นาย กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่จุดตรวจดังกล่าว ได้มีรถยนต์กระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บต-7723 ปัตตานี ขับผ่านมาถึงจุดตรวจ โดยที่กระบะท้ายมีชายฉกรรจ์ประมาณ 7-8 คน แต่งกายคล้ายผู้หญิงและชุดดาวะพร้อมปืนสงครามครบมือเปิดฉากยิงถล่มเข้าใส่จุดตรวจดังกล่าว รวมทั้งร้านขายน้ำชาและของชำชื่อบ้านทองอินทร์ เลขที่ 97 ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามจุดตรวจด้วย
ตำรวจจึงใช้ปืนประจำกายยิงตอบโต้กลุ่มคนร้ายประมาณ 5 นาที จนกลุ่มคนร้ายล่าถอยไป ทำให้นายสุภาพ เจ้าของร้านเสียชีวิต ส่วนทหารพรานทั้ง 2 นายถูกลูกหลงขณะขับรถยนต์กระบะของสังกัดจะกลับฐานปฏิบัติการณ์ที่ ต.กาลิซา อ.ระแงะ รวมทั้ง ชรบ.2 รายที่กำลังรถจักรยานยนต์เพื่อจะไปเข้าเวรได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อสร้างสถานการณ์ป่วนใต้ ข่มขวัญเจ้าหน้าที่ในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่
www.manager.
ยิงถล่มรถ รองสวป.สภ.ลำใหม่ เจ็บสาหัส เมีย-ลูกเสียชีวิตคาที่
15 ธันวาคม 2554 19:37 น.
ยะลา - ยิงถล่มรถ รองสวป.สภ.ลำใหม่ กระสุนเจาะหน้าผากบาดเจ็บสาหัส ส่วนภรรยาและลูกชายที่โดยสารมาด้วยเสียชีวิตคารถ
วันนี้ (15 ธ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 15.40 น. พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัทยาท ผกก.สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา และ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รองผกก.ป.จ.ส.อ.อดิศักดิ์ ทับเที่ยง ปลัดป้องกันอำเภอเมืองยะลา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 11 รุดไปสอบสวนเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่บ้านท่าวัง หมู่ที่ 4 ต.พร่อน จุดเกิดเหตุอยู่บนเส้นทางลัดสายท่าสาป-ลำใหม่ ปรากฏว่า ระหว่างทางรถปิกอัพของเจ้าหน้าที่ อส.อำเภอเมืองยะลา แล่นไปเหยียบตะปูเรือใบที่คนร้ายโปรยตามเส้นทางเป็นระยะ จนล้อหลังเสียหาย พร้อมกับรถชาวบ้านอีกจำนวนหลายคัน จึงต้องจอดลงไปช่วยกันเก็บกวาดตะปูเรือใบ
หลังจากนั้น เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตกอยู่ในทุ่งนาข้างทาง ข้างรถพบศพ นางนิภา เฉียงเอี้ยน อายุ 45 ปี ส่วนในรถพบศพ นายพงษ์ศักดิ์ รักศิริ อายุ 19 ปี ติดอยู่ภายในรถ ส่วนผู้ได้บาดเจ็บ ชื่อ ร.ต.ท.ญาติ รักษ์ศิริ อายุ 55 ปี เป็น รองสวป.สภ.ลำใหม่ ถูกกระสุนเจาะหน้าผากได้บาดเจ็บสาหัส ผู้ประสบเหตุได้นำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุบริเวณทุ่งนาข้างทางและบนถนน เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ขนาด 11 มม.และ 9 มม.ตกอยู่เกลื่อนถนน เก็บรวบรวมไว้ได้ร่วม 30 ปลอก จากนั้นจึงได้ติดตามไปสอบสวนผู้ได้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ปรากฏว่า แพทย์ยังให้การช่วยเหลืออยู่ในห้องฉุกเฉิน ขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ท.ญาติ รักษ์ศิริ ได้ขับรถปิกอัพคันดังกล่าว มีนางนิภา ภรรยานั่งโดยสารเดินทางไปรับ นายพงษ์ศักดิ์ ลูกชาย ที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ (เด็กออทิสติก) ต.บุดี อ.เมืองยะลา โดยขณะเดินทางกลับ มีคนร้ายคาดว่าจำนวนไม่ต่ำกว่า 4 คน ใช้รถปิกอัพ ยี่ห้ออิซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีขาว ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียนขับไล่ติดตาม จากบ้านท่าสาป ต.ท่าสาป จังหวะขับแซงคนร้ายบนกระบะท้าย 3 คน ใช้อาวุธปืนสงครามและปืนพกสั้นยิงกระหน่ำเป็นเหตุให้ ร.ต.ท.ญาติ ถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บไม่สามารถบังคับรถได้ จนเกิดเสียหลักพุ่งลงในทุ่งนาข้างทาง นางนิภา และ นายพงษ์ศักดิ์ ถูกกระสุนปืนเสียชีวิต ร.ต.ท.ญาติบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นฝีมือพวกก่อความไม่สงบที่พยายามติดตามสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อสร้างสถานการณ์
ต่อมา ร.ต.ท.อรรถกร แก้วพวง รองสวป.สภ.ลำใหม่ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ออกติดตามคนร้ายไปพบชายวัยรุ่นต้องสงสัยป้วนเปี้ยนอยู่บนเส้นทางลัดไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ โดยมีท่าทีพิรุธ จึงได้เข้าควบคุมตัวไว้ ทราบชื่อคือ นายฮามะ สาเมาะ อายุ 27 ปี นายมูฮำหมัด แวกาจิ อายุ 19 ปี นายไฟอิน เซ็งโซะ อายุ 23 ปี และ นายอับดุลคอเต็บ มะแต อายุ 22 ปี คาดว่า อาจเป็นแนวร่วมโปรยตะปูเรือใบ เนื่องจากมีพยานเห็นหลายคน จึงได้นำตัวไปส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป
www.manager.
ทหาร รปภ.ครูปะทะคนร้ายที่กรงปินัง โชคดีไร้เจ็บ
13 ธันวาคม 2554 17:47 น.
ยะลา - ขณะเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร.1412 ออกเดินลาดตระเวนปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยคณะครู เส้นทางสายบ้านแบหอ-ห้วยกระทิง พบคนร้ายดักซุ่มในป่าทึบข้างทาง และเกิดการปะทะกันราว 10 นาที แต่ไม่มีทหารได้รับบาดเจ็บ
วันนี้ (13 ธ.ค.) เมื่อเวลา 15.55 น.ณ ศูนย์วิทยุ สภ.กรงปินัง จ.ยะลา ได้รับแจ้งจาก หน่วยเฉพาะกิจ 13 ว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารสังกัดร้อย ร.1412 รับผิดชอบพื้นที่ อ.กรงปินัง จ.ยะลา จำนวนหนึ่งออกเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทางสายบ้านแบหอ-ห้วยกระทิง ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยคณะครูโรงเรียนบ้านแบหอ ช่วงหลังเลิกเรียน ปรากฏว่า เมื่อมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านในเขตพื้นที่หมู่ 2 ต.ห้วยกระทิง พบคนร้ายคาดว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ไม่ทราบจำนวน ซึ่งดักซุ่มอยู่ในป่าทึบข้างทางตามไหล่เขา ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่ม เป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันขึ้นประมาณ 10 นาที
โดยคนร้ายล่าถอยไปเอง ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารปลอดภัยทุกนาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายเป็นแนวร่วมอาร์เคเคที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ พยายามก่อเหตุดักซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อสร้างสถานการณ์รายวัน
www.manager.
กดบึ้ม จยย.บอมบ์ทหาร รปภ.เส้นทางครูสาหัส 1 นาย
13 ธันวาคม 2554 17:43 น.
ปัตตานี - คนร้ายใช้ จยย.บอมบ์กดบึ้มขณะทหาร รปภ.เส้นทางครู ก่อนใช้อาวุธสงครามกราดยิงซ้ำ เป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันราว 5 นาที อส.ทพ.บาดเจ็บสาหัส 1 นาย
วันนี้ (13 ธ.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.อ.ระพีพงศษ์ สุขไพบูลย์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดและมีการปะทะกันขึ้นบนถนนสายโคกโพธิ์-ช้างไห้ตก ม.1 ต.ป่าบอน จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 1 นาย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลโคกโพธ์ ทราบชื่อคือ อส.ทพ.นราธิป ชูโชติ อายุ 19 ปี สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4203 กรมทหารพรานที่ 42 มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดตามลำตัวหลายแห่งบาดเจ็บสาหัส
นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบซากรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สภาพถูกแรงระเบิดจนแหลกเป็นเศษเหล็ก และมีชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ
สอบสวนก่อนเกิดเหตุ ทราบว่า ขณะที่กำลังทหารพราน จำนวน 11 นาย เดินเท้าตามเส้นทางดังกล่าวเพื่อตรวจความปลอดภัยเส้นทางที่ครูจะเดินทางกลับ ปรากฏว่า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายซึ่งได้ลอบนำรถจักรยานยนต์ซุกระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม มาจอดทิ้งไว้ แล้วกดฉนวนระเบิดด้วยรีโมทคอนโทรล ทำให้ทหารต้องกระโดดหลบหาที่กำบัง
ระหว่างนั้นคนร้ายอีก 1 ชุด ซึ่งแอบซุ่มในป่าได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มซ้ำอีก จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น 5 นาที ก่อนที่คนร้ายจะล่าถอยหนีเข้าไปในป่า เมื่อสิ้นเสียงปะทะ ปรากฏว่า มีทหารบาดเจ็บ 1 นายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายหมายจะสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อตอบโต้ภาครัฐ ที่ก่อนหน้านี้มีการจับกุมแกนนำและแนวร่วมหลายราย
www.manager.
คนร้ายทำทีเข้าหลบฝนจ่อยิง อส.ทพ.ดับคาที่หน้าบ้านที่ยะลา
13 ธันวาคม 2554 15:48 น
ยะลา - คนร้าย 2 คนก่อเหตุยิงอาสาสมัครทหารพรานสังกัดกรมทหารพรานที่ 47 เสียชีวิตคาบ้านพัก หลังทำทีขอเข้าไปหลบฝน โดยคนร้ายได้แต่งกายคล้ายชุดไปละหมาด คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
วันนี้ (13 ธ.ค.) เมื่อเวลา 14.10 น. พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านบ่อเจ็ดลูก หมู่ 6 ต.ยุโป จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาพร้อม พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก. พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รอง ผกก.ป. จ.ส.อ.อดิศักดิ์ ทับเที่ยง ปลัดป้องกันอำเภอเมืองยะลา สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครองรุดไปสอบสวน
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณริมทางหลวงสาย 418 (ยะลา-ปัตตานี) ใกล้วงเวียนใหญ่ เป็นบ้านยกพื้นเลขที่ 3/1 หมู่ 6 ต.ยุโป พบศพ นายอารัญ อาแว อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/1 หมู่ 1 ต.บุดี อ.เมืองยะลา นุ่งโสร่ง ไม่สวมเสื้อ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าบริเวณแผ่นหลัง และศีรษะรวม 3 นัด นอนตายจมกองเลือดอยู่บนพื้นใต้ถุนบ้าน พบหัวกระสุนปืนตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 3 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า นายอารัญ อาแว ผู้ตายเป็นอาสาสมัครทหารพรานสังกัดกรมทหารพรานที่ 47 เขื่อนแม่น้ำปัตตานี ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ก่อนเกิดเหตุนายอารัญออกจากเวรยามเดินทางมาพักที่บ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านภรรยา ขณะฝนตกนายอารัญนั่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านเพียงลำพัง มีคนร้าย 2 คนนุ่งโสร่ง สวมหมวกกะปิเยาะ แต่งกายคล้ายชุดไปละหมาด ใช้รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนเป็นยานพาหนะแล่นเข้าไปใต้ถุนบ้านทำทีเข้าไปหลบฝน
จังหวะที่นายอารัญเผลอ คนร้ายได้ชักอาวุธปืนออกมาจ่อยิงศีรษะนายอารัญจนล้มลง หลังจากนั้นคนร้ายจ่อยิงซ้ำที่แผ่นหลังอีก 2 นัด ให้แน่ใจว่าเสียชีวิตแล้วจึงขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหลบหนีออกไปท่ามกลางสายฝนอย่างรวดเร็ว
ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นฝีมือโจรใต้ลงมือก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์รายวัน
www.manager.
โจรใต้เหิมหนักถล่มฐานทหารรือเสาะ 2 จุด ทั้งวางระเบิด-ยิงเอ็ม 79
13 ธันวาคม 2554 15:03 น.
นราธิวาส - โจรใต้เหิมหนักลอบวางระเบิดหวังถล่มฐานทหารรือเสาะ 2 จุดพร้อมกัน โชคดีแผนที่คนร้ายได้ว่างไว้เกิดผิดพลาด จึงทำให้ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตแต่อย่างใด คาดเป็นชุดที่เคยบุกโจมตีฐานปฏิบัติการณ์ทหารพระองค์ดำ
วันนี้ (13 ธ.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.อ.หมัดอุเส็ง เหมาะสะนิ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ และ ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายวางแผนบุกโจมตีฐานปฏิบัติการณ์ทหาร จำนวน 2 จุด และตัดต้นไม้ขวางถนนอีกจำนวน 1 จุด รวมเป็น 3 จุด
จุดแรกเป็นฐานปฏิบัติการณ์ทหาร สังกัด ร้อย ร.15323 ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งตั้งอยู่ภายในที่ทำการ อบต.สุวารี ม.5 ต.สุวารี และฐานปฏิบัติการณ์ทหารหมวดปืนเล็กที่ 3 ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 2 ก.ม. โดยทั้ง 2 จุดไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้ใดเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ มีเพียงอาคารที่ทำการ อบต. เครื่องใช้ภายในสำนักงาน และกำแพงรั้วได้รับความเสียหาย จน อบต.สุวารีต้องปิดทำการไปโดยปริยาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่เกิดความหวาดกลัว และไม่มีความมั่นใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ส่วนจุดที่ 3 ซึ่งห่างจากจุดที่ 2 ประมาณ 1.5 กิโลเมตร คนร้ายได้ตัดต้นยางพาราริมถนน เพื่อขวางถนนไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุน จนส่งผลทำให้สายไฟฟ้าริมถนนขาด ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในตำบลสุวารี จำนวน 8 หมู่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้
จุดแรกเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบที่ทำการ อบต.สุวารี ซึ่งตั้งอยู่ ม.6 บ้านดือแยฮายี ต.สุวารี ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการณ์ทหารสังกัด ร้อย ร.15323 ฉก.นราธิวาส 30 พบกำแพงรั้วหน้าที่ทำการ อบต.เป็นรูโหว่ จำนวน 2 จุด ซึ่งทั้ง 2 จุด ห่างกันประมาณ 10 เมตร โดยจุดแรกคนร้ายได้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก น้ำหนัก 15 กก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ แล้วนำไปผูกไว้กับลวดแขวนไว้ที่บริเวณข้างกำแพงด้านนอก
ส่วนจุดที่ 2 คนร้ายได้ประกอบระเบิดใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ แล้วนำไปผูกไว้กับลวดแขวนไว้กับกำแพงรั้วด้านนอกเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 จุด เจ้าหน้าที่พบเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบว่า ที่บริเวณหลังคาตัวอาคารที่ทำการ อบต.สุวารี กระเบื้องมุงหลังคาถูกอนุภาพของระเบิดแบบขว้าง ที่คนร้ายขว้างเข้าใส่ได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง และยังพบว่าเครื่องใช้สอยภายในสำนักงาน เครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องปรับอากาศ ยังถูกอนุภาพของระเบิดได้รับความเสียหายไปด้วย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่ 2 ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการณ์ทหารหมวดปืนเล็กที่ 3 ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งถูกคนร้ายใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะ และใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 19 ยิงถล่มใส่ฐานจำนวน 1 นัด แต่กระสุนพลาดเป้า ทำให้ไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้ใดเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ ส่วนจุดที่ 3 ซึ่งเป็นจุดสุดท้าย พบต้นยางพาราริมถนนถูกคนร้ายตัดโค่นล้มขว้างถนนไป 1 ช่องจราจร แถมกิ่งไม้ฟาดไปถูกสายไฟฟ้าริมถนนจนขาด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านช่วยกันใช้เลื่อยยนต์ตัดแต่งกิ่งไม้ พร้อมทั้งเคลื่อนย้ายไปไว้ริมถนน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ยานพาหนะสัญจรไปมาได้สะดวก
จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงคืนที่ผ่านมาเวลา 02.00 น. ได้มีกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ RKK จำนวน 40-50 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ วางแผนแยกกำลังออกเป็น 3 ชุด โดยนัดแนะลงมือปฏิบัติการณ์ในเวลาพร้อมกัน โดยคนร้ายกลุ่มแรกได้อาศัยความมืดนำระเบิดจำนวน 2 ลูกที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก และประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก นำไปผูกแขวนไว้ที่บริเวณริมกำแพงรั้วหน้าที่ทำการ อบต.สุวารี แล้วใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดทั้ง 2 ลูก เพื่อต้องการให้กำแพงรั้วพังลงทั้งแถม แล้วกลุ่มคนร้ายจะวิ่งกรูเข้าไปบุกโจมตีทหารแบบประชิดตัว
แต่อนุภาพของระเบิดไม่รุนแรงดั่งที่คนร้ายตั้งใจไว้ คนร้ายจึงได้ตัดสินใจใช้ระเบิดขว้างใส่หลังคาที่ทำการ อบต.เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารที่อาศัยอยู่ในฐานปฏิบัติการณ์ทหารต่างวิ่งกรูเข้าหาที่กำบัง และใช้อาวุธปืนประจำกายกราดยิงใส่กลุ่มคนร้าย จนคนร้ายทั้งหมดต้องล่าถอยไป
ส่วนคนร้ายกลุ่มที่ 2 ได้ใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะโดยคนร้ายที่นั่งกระบะหลัง ได้ใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 ยิงถล่มใส่เข้าไปในฐานปฏิบัติการณ์ทหารสังกัด หมวดปืนเล็กที่ 3 ฉก.นราธิวาส 30 จำนวน 1 ลูก เพื่อเป็นการเบี่ยงเบนไม่ให้เจ้าหน้าที่ทหารส่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือ ทหารที่ถูกกลุ่มคนร้ายบุกโจมตีอยู่ภายในที่ทำการ อบต.สุวารี ส่วนคนร้ายชุดที่ 3 ได้ใช้เครื่องเลื่อยยนต์ตัดต้นยางพาราของชาวบ้านที่ปลูกไว้ในสวนริมถนน เพื่อให้ขวางถนนสกัดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุน แต่แผนที่กลุ่มคนร้ายวางไว้เกิดความผิดพลาด ทำให้กลุ่มคนร้ายทั้งหมดพากันหลบหนีไป
ด้าน พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ เปิดเผยว่า คนร้ายมีการนัดแนะวางแผนมาอย่างดี แต่เกิดความผิดพลาดทำให้เจ้าหน้าที่ทหารที่ตั้งฐานอยู่ในที่ทำการ อบต.สุวารี จำนวน 30 นาย รอดตายไปอย่างอย่างหวุดหวิด ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ บางส่วนเคยร่วมบุกโจมตีฐานปฏิบัติการทหารพระองค์ดำ ซึ่งตั้งอยู่ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตไป 4 นาย ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย และอาวุธปืนถูกคนร้ายปล้นไปจำนวนกว่า 50 กระบอกและเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง
www.manager.
โจรใต้เหิมหนักยิงเอ็ม 79 ถล่มฐานทหารเจ็บ 1 นาย
11 ธันวาคม 2554 16:15 น. Share8
ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืน M.79 ยิงถล่มฐานปฏิบัติการณ์ทหาร ร้อย ร.1311 ฉก.ปัตตานี 21 ที่ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-ยะลา เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
เมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ (11 ธ.ค.) พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานีได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายโจมตีฐานปฏิบัติการณ์ทหาร ร้อย ร.1311 ฉก.ปัตตานี 21 ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-ยะลา ม.2 บ้านบาซากะจิ ต.กระโด จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ไปถึงพบว่าที่เกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ทหารกำลังตรึงกำลังเข้มรอบๆ ฐานปฏิบัติ ตรวจสอบพบว่าจุดระเบิดอยู่บริเวณต้นไม้ด้านหน้าฐาน ทำให้สะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณและมีทหารบาดเจ็บ 1 นายถูกนำส่ง รพ.ยะรัง ทราบชื่อ ส.อ.เกตพล ขอนแก่น อายุ 30 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ศีรษะ แพทย์ได้ช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่กำลังทหารปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตามปกติ ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืน เอ็ม 79 ยิงใส่ฐานหมายสังหารหมู่เจ้าหน้าที่ แต่โชคดีที่กระสุนปืนได้กระทบกับต้นไม้ก่อนจึงระเบิดขึ้น ทำให้มีทหารบาดเจ็บ 1 นาย หลังเกิดเหตุ พ.ท.นิสิต สมานมิตร ผบ.ฉก.ปัตตานี 21 ได้ระดมกำลัง 3 ฝ่ายกระจายกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุในรัศมี 200 เมตร เพื่อตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัยเชื่อว่าคนร้ายน่าจะหลบซ่อนตัวในพื้นที่ โดยมีแนวร่วมให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เชื่อคนร้ายใช้จังหวะที่มีฝนตกหนักทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ทันระวังตัวหมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์
www.manager.
ปิดล้อมหมู่บ้านใน อ.รามัน ปะทะเดือดแกนนำอาร์เคเค ชรบ.เสียชีวิต 1 นาย
9 ธันวาคม 2554 11:21 น.
ยะลา - ปะทะเดือด หลังสนธิกำลัง 3 ฝ่ายปิดล้อมหมู่บ้าน ต.จะกว๊ะ อ.รามัน เพื่อบุกรวบตัว 3 แกนนำอาร์เคเค เป็นเหตุให้ ชรบ.เสียชีวิต 1 นาย ส่วนคนร้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บแต่หลบหนีไปได้
วันนี้ (9 ธ.ค.) เมื่อเวลา 06.30 น. พ.ต.ต.ประเทือง สุวรรณชาตรี สวป.สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา รับแจ้งเกิดเหตุเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเข้าปิดล้อมตรวจค้น ก่อนเกิดยิงปะทะกับคนร้าย เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เสียชีวิต โดยเหตุเกิดที่บ้านลีเซ็งใน หมู่ 5 ต.จะกว๊ะ จึงพร้อม พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา และ พ.ต.ท.ภูไชยวัฒน์ นทีรัตน์ สวญ. สนธิกำลังรุดไปสอบสวน
พบศพนายยะหยา ด๊ะมะ อายุ28 ปี เป็น ชรบ. สภาพศพตามร่างกายถูกกระสุนปืนอาร์ก้าของคนร้ายจนพรุน นอนตายจมกองเลือดอยู่บนพื้น และพบปลอกกระสุนปืนตกเกลื่อน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานจำนวน 30 ปลอก นอกจากนี้ยังพบรอยเลือดของคนร้ายซึ่งคาดว่าคนร้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 1 คน แต่สามารถหลบหนีไปได้
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ท.เฉลียว อนุสาร รอง สวป.สภ.จะกว๊ะ นำกำลังออกปฏิบัติหน้าที่ และได้รับแจ้งจากนายมะรอมิง ยะกูมอ กำนัน ต.จะกว๊ะ ว่ามีคนร้ายซึ่งเชื่อว่าเป็นนายมะรอดา มะซีละ แกนนำอาร์เคเคที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ นำพวกเข้ามาหลบซ่อนตัวที่บ้านญาติเพื่อวางแผนก่อเหตุร้าย ต่อมาจึงได้ขอกำลังสนับสนุนจาก พ.ท.อนุชา โนนคู่เขตโขง ผบ.ฉก.12 อ.รามัน พร้อมสั่งการให้ ร.ท.โกวิทย์ จันทร์สุข ผบ.ร้อย ร.15214 ฉก.ยะลา12 ร่วมเข้าปิดล้อมตรวจค้น
ปรากฏว่าเมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปถึง คนร้าย 3 คนได้ถืออาวุธปืนยาวครบมือวิ่งหลบหนีออกจากหลังบ้านเข้าไปในสวนยางพาราพร้อมใช้อาวุธปืนยิงเปิดทางหนี จนเกิดการปะทะกันขึ้นอย่างดุเดือดราว 10 นาที หลังเสียงปืนสงบลงคนร้ายสามารถหลบหนีไปได้โดยทิ้งรอยเลือดไว้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่มีนายยะหยา ดะมะ ชรบ.ถูกกระสุนปืนคนร้ายเสียชีวิตดังกล่าว
หลังเกิดเหตุ นายวิทยา พานิชพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้นายบุญไทย กาฬศิริ นายอำเภอรามัน จัดกำลัง อส.ชุดเคลื่อนที่เร็ว เข้าไปสนับสนุนกำลังทหาร ตำรวจ ในการติดตามไล่ล่าคนร้ายที่คาดว่าจะได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่งอย่างใกล้ชิด พร้อมกับกำชับให้ดูแลให้กำลังใจ พร้อมจัดสวัสดิการช่วยเหลือครอบครัวของ นายยะหยา ด๊ะมะ ชรบ.ที่เสียชีวิตอย่างดีที่สุดด้วย
www.manager.
โจรใต้ป่วนเผากล้องวงจรปิด 9 ตัวในยะหริ่ง
8 ธันวาคม 2554 11:55 น.
ปัตตานี - คนร้ายลอบเผากล้องวงจรปิดในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง เสียหายอีก 9 ตัว เผยเป็นกล้องของโครงการกล้องวงจรปิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
วันนี้ (8 ธ.ค.) พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งบนเสาไฟฟ้า หลังถูกคนร้ายเผาทำลายจนได้รับความเสียหาย 9 ตัว ซึ่งเป็นกล้องของโครงการกล้องวงจรปิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เหตุเกิดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่ากล้องทุกตัวถูกเผาทำลายโดยการนำยางจักรยานยนต์มาพาดไว้ที่ตัวกล้องจากนั้นจึงจุดไฟเผา
โดยเฉพาะที่หน้าโรงเรียนชุมชนบ้านตาแกะและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตาแกะ อ.ยะหริ่ง คนร้ายได้ลอบเผากล้องวงจรปิด 4 ตัวซึ่งทั้งหมดเป็นของ อบต.ตาแกะ ที่ติดตั้งไว้บนเสาไฟฟ้าหน้าโรงเรียน เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาในการดูแลความปลอดภัยครูและประชาชนในพื้นที่ แต่ก็ถูกเผาเสียหาย เด็กนักเรียนต่างออกมาดูด้วยความเสียดาย
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการตอบโต้ของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมแกนนำมีหมายจับจนเป็นเหตุให้กลุ่มก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดธนาคาร ยิงตำรวจเสียชีวิต ก่อนจะเผาทำลายกล้องวงจรปิดเพื่อสร้างสถานการณ์
www.manager.
โจรใต้อุกอาจขว้างระเบิดใส่ฐานในโรงเรียน ทหารเจ็บ 1
7 ธันวาคม 2554 10:01 น.
ปัตตานี - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มายอ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ คนร้ายขว้างระเบิดแสวงเครื่องภายในโรงเรียนเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าปฏิบัติหน้าที่อยู่ ทำให้ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด 1 นาย และพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว
วันนี้ (7 ธ.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.อ.อดุลย์ ปีแนบาโง ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเหตุระเบิดภายในโรงเรียนบ้านลางสาด ม.1 ต.กระเสาะ เมื่อกลางดึกวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบพบหลุมระเบิดอยู่บริเวณฐานปฏิบัติการทหาร ร้อย ร.15312 ฉก.ปัตตานี 25 ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียนห่างกำแพง ประมาณ 5 เมตร สะเก็ดระเบิดถูก จ.ส.ต.สงคราม สีวาจา อายุ 34 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและลำตัว ขณะนี้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังทหารปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยโรงเรียน ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขว้างระเบิดแสวงเครื่องไม่ทราบชนิดใส่เจ้าหน้าที่ทหาร ขณะปฏิบัติหน้าที่ จนระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นและมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่รู้เส้นทางเข้าออกและหลบหนี
www.manager.
ยิง ตร.ปัตตานีดับหน้าร้านโรตี ตั้งประเด็นป่วนใต้-ดับหัวคะแนนการเมือง
7 ธันวาคม 2554 09:58 น.
ปัตตานี - คนร้ายก่อเหตุอุกอาจชักปืนยิงดาบตำรวจเสียชีวิตคาที่ ขณะที่กำลังลงไปซื้อโรตีให้ลูกรับประทานก่อนไปโรงเรียน ก่อนยิงปืนขึ้นฟ้าอีกนัด เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนสาเหตุว่ามาจากเหตุความไม่สงบ หรือเกี่ยวพันทางการเมือง เนื่องจากผู้ตายเป็นหัวคะแนนใหญ่ให้กับ ส.ส.ปัตตานี ซึ่งเป็นญาติอีกด้วย
วันนี้ (7 ธ.ค.) เมื่อเวลา 06.33 น.พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมือง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันบนถนนสาย 410 ปัตตานี-ยะลา บริเวณ ม.7 ต.ปูยุด อ.เมือง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย
ภายหลังเกิดเหตุได้นำกำลังตำรวจ ทหาร ปกครอง หน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพร้อมกันที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุพบจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีเขียว หมายเลขทะเบียน กรพ ปัตตานี 622 ของผู้ตายจอดอยู่และพบมีรอยเลือดกองอยู่บริเวณรถคันดังกล่าว
ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นญาติได้นำส่งโรงพยาบาลปัตตานีก่อนแล้ว ทราบชื่อคือ ด.ต.ต่วนฮามิ นิแฮ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 ต.ปูยุด ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานปราบปราม สภ.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ ต้นคอ และบริเวณลำตัว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวออกจากบ้านพัก เพื่อซื้อโรตีให้ลูกกินก่อนไปโรงเรียน ซึ่งจะออกมาซื้ออยู่เป็นประจำทุกวัน ในระหว่างที่กำลังจะจอดรถรถหน้าร้านโรตี KR roti ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะตามประกบหลัง แล้วใช้อาวุธปืนพกสั้นชนิดลูกโม่กระหน่ำยิงจำนวน 3 นัด แล้วยิงขึ้นฟ้าอีก 1 นัด ก่อนเร่งเครื่องหลบหนีไปตามถนนสาย 410 อย่างลอยนวล
ส่วนประเด็นสาเหตุ เจ้าหน้าที่คาดว่าการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ที่ได้ก่อเหตุมาแล้วอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ทิ้งประเด็นอื่น เช่น เรื่องการเมืองระดับชาติ เนื่องจากผู้ตายเป็นญาติสนิทของนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี เขตเลือกตั้งที่ 1 และที่ผ่านมาผู้ตายได้เป็นหัวคะแนนใหญ่ให้กับ ส.ส.อีกด้วย
www.manager.
ระเบิดตู้ ATM กลางเมืองปัตตานี 2 จุด ชาวบ้านเจ็บ 1
6 ธันวาคม 2554 11:01 น.
ปัตตานี - ระเบิดตู้ ATM กลางเมืองปัตตานี 2 จุดมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ตร.คาดเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
วันนี้ (6 ธ.ค.) เมื่อเวลา 06.45 น. พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมือง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดบริเวณตู้ ATM 2 จุดในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นเหตุให้ตู้ดังกล่าวได้รับความเสียหาย และมีประชาชนที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 1 ราย พลเมืองดีช่วยนำส่งโรงพยาบาลปัตตานีแล้ว ทราบชื่อคือ น.ส.อารีสา มูเมาะอารี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/2 ม.4 ต.บาราเฮาะ อ.เมือง พบมีบาดแผลบริเวณลำตัวด้านซ้าย
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปัตตานี ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบยังที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุดเพื่อตรวจสอบสอบหาชิ้นส่วนที่คนร้ายนำมาประกอบระเบิดว่าเป็นชนิดได้บ้าง
โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบริเวณตู้ ATM ธนาคารกรุงศรีอยุธยาขนาด 1 ตู้ อยู่ติดกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณ 4 แยกถนนพิพิธ จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อเวลา 06.33 น.ได้เกิดระเบิดขึ้นภายในตู้ ATM เป็นเหตุให้ตู้ได้รับความเสียหายกระจกหน้าจอแตกเป็นรอยร้าว กระจกตู้แตกกระจายเกลื่อนถนน และแรงระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นเหตุให้นางสาวอารีสา ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บในขณะขี่รถจักรยานยนต์ผ่านพอดี
ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนยะรัง จากการตรวจสอบพบว่า เป็นตู้ ATM ตั้งเรียงจำนวน 3 ตู้ ตั้งอยู่บริเวณธนาคารกรุงไทย พบมีตู้ ATM เสียหายจำนวน 1 ตู้ หน้าจอแตกกระจายทั่วบริเวณ และพบมีชิ้นส่วนของตู้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เบื้องต้นพบว่าคนร้ายมาด้วยกัน 2 คน เป็นชายและหญิง โดยคนร้ายได้วางระเบิดที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาก่อนที่จะไปวางที่ธนาคารกรุงไทย จากนั้นได้กดระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือเป็นเหตุให้เกิดระเบิดขั้นดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือกลุ่มนายมาหามะ จาจ้า และนายอดือนัน มะสะอิ แกนนำคนสำคัญก่อเหตุครั้งนี้เพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ
www.manager.
น้ำลดระเบิดผุด ยิงปลัด อบต.หญิงดับ ผู้ค้ายะลาโวย"เซฟตี้โซน" นายกฯลงใต้แค่หาดใหญ่
วันเสาร์ที่ 03 ธันวาคม 2011 เวลา 08:05 น. เขียนโดย สุเมธ ปานเพชร, อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ และทีมข่าวอิศรา หมวด ข่าวทั่วไป, ข่าว, เรื่องเด่น-ภาคใต้
ใต้เริ่มป่วนทันทีหลังน้ำลด ดักบึ้มทหารดับ 1 เจ็บ 1 ที่ธารโต ประกบยิงปลัด อบต.หญิงดับคารถที่บาเจาะ นักการเมืองท้องถิ่นตกเป็นเป้าความรุนแรงเพียบ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงตามรวบแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบระดับสั่งการ ด้านผู้ค้ายะลาปิดถนนประท้วงมาตรการ "เซฟตี้โซน" ส่วนนายกฯลงใต้แค่หาดใหญ่ ศาลสั่งสหกรณ์ครูยะลาคืนสิทธิ "มะยาเต็ง" ที่หายสาบสูญไปหลายปี
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงปลายเดือน พ.ย.ต่อต้นเดือน ธ.ค.2554 เริ่มมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ้างประปรายภายหลังอุทกภัยเริ่มคลี่คลาย โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค.เวลา 15.35 น.คนร้ายจำนวน 4 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด 11 มม.ประกบยิง น.ส.อรุณ บัวจุด อายุ 39 ปี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตคารถของ อบต.ขณะเดินทางกลับบ้านในพื้นที่ อ.บาเจาะ เหตุเกิดบนทางหลวงสาย 4168 บ้านกือดายือริง หมู่ 8 ต.ปะลุกาสาเมาะ
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้รุดไปตรวจสอบและสอบสวนจนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายอนูวา สาและ คนขับรถของ อบต.ได้ขับรถกระบะของ อบต.ปะลุกาสาเมาะ เพื่อไปส่ง น.ส.อรุณ กลับบ้าน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นบริเวณหน้าตลาดนัด มีประชาชนจอดรถจับจ่ายซื้อของเป็นจำนวนมาก ทำให้ นายอนูวาต้องชะลอรถ จังหวัดนั้นเองคนร้าย 4 คนได้ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันตามประกบ แล้วใช้อาวุธปืนพกขนาด 11 มม.ยิงใส่หลายนัด กระสุนถูก น.ส.อรุณ เสียชีวิตคาที่ ส่วนนายอนูวาวิ่งหนีลงจากรถ ทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ก็ไม่ตัดทิ้งการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ดักบึ้มทหารชุดลาดตระเวนที่ธารโตดับ 1 เจ็บ 1
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ธ.ค.เวลา 08.00 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดทหารชุดลาดตระเวนเดินเท้าเพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทางและดูแลความปลอดภัยครู สังกัดหน่วยเฉพาะกิจยะลา 16 เหตุเกิดบนถนนสายชนบทหน้ามัสยิดบ้านบัวทอง หมู่ 2 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา
ทั้งนี้ แรงระเบิดทำให้ พลทหารเกรียงไกร พรหมฝาย อายุ 22 ปี เสียชีวิต และพลทหารสยาม แซ่เล้า อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บ โดยระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง บรรจุในกล่องเหล็ก วางไว้บริเวณเสาหลักริมถนน จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่
ต่อมาวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค.ที่ศาลาบำเพ็ญกุศล วัดพุทธภูมิพระอารามหลวง ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา พล.ต.โชค เพิกโสภณ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน.) เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพพลทหารเกรียงไกร โดยมีข้าราชการทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง คณะครู และประชาชนเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมอบเงินเยียวยาเบื้องต้นให้กับครอบครัวจำนวน 5 แสนบาท ก่อนจัดพิธีส่งศพไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดของ พลทหารเกรียงไกร ที่ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน
ดักสังหารรองนายก อบต.ที่ยะรัง-สมาชิก อบต.ที่เจาะไอร้อง
วันพุธที่ 30 พ.ย.เวลา 22.00 น.คนร้ายจำนวน 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายมะกอเซ็ง อีปง อายุ 39 ปี รองนายก อบต.ปิตูมุดี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 43 บ้านบาซาเวาะเซ็ง หมู่ 2 ต.ปิตูมุดี ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตขณะพลเมืองดีช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้ามัสยิดบ้านบาซาเวาะเซ็ง หมู่ 2 ต.ปิตูมุดี ขณะนายมะกอเซ็งกำลังขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้ากลับบ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่น
วันอังคารที่ 29 พ.ย.เวลา 20.30 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายมะรีเพ็น เจ๊ะมุ อายุ 49 ปี สมาชิก อบต.บูกิต อยู่บ้านเลขที่ 40/1 บ้านเจาะเกราะ หมู่ 1 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส กระสุนเข้าจุดสำคัญทำให้นายมะรีเพ็นเสียชีวิต เหตุเกิดขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนภายในหมู่บ้านเจาะเกราะ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหารเช่นกัน
รวบแกนนำกลุ่มป่วนใต้ระดับสั่งการที่ยะรัง
ด้านปฏิบัติการของฝ่ายความมั่นคง เมื่อวันพุธที่ 30 พ.ย.หน่วยเฉพาะกิจตปัตตานี 21 จัดกำลังร่วม 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ และพลเรือน เข้าติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงและบุคคลเป้าหมาย โดยปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 58/4 บ้านกอตอรานอ บ้านย่อยบ้านโคกหญ้าคา หมู่ 1 ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
ผลการตรวจค้น สามารถควบคุมตัว นายมูฮำมัด จิใจ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/2 บ้านบาซากาจิ หมู่ 2 ต.กระโด อ.ยะรัง ซึ่งจากแฟ้มประวัติของฝ่ายความมั่นคงระบุว่าเป็นสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบระดับสั่งการ และทำหน้าที่เป็นครูฝึก ทั้งยังเป็นผู้ต้องสงสัยคดียิงผู้เจ้าหน้าที่ทหารชุดตรวจเลือกทหารที่ อ.ยะรัง เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2552 ด้วย โดยเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไปซักถามที่หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21
ผู้ค้ายะลาปิดถนนประท้วง"เซฟตี้โซน"
ด้านความคืบหน้าการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในย่านการค้า เขตเทศบาลนครยะลา หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดกว่า 30 จุดใน อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยฝ่ายความมั่นคงได้สร้าง "เขตปลอดภัย" หรือเซฟตี้ โซน (Safety Zone) บนถนนรวมมิตรซึ่งเป็นย่านการค้า ด้วยการจัดการจราจรแบบเดินรถทางเดียว (วันเวย์) และอนุญาตให้รถเข้าพื้นที่ได้เพียง 5 เส้นทาง มีทางออก 11 ช่องทาง และให้ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมทั้งกองกำลังภาคประชาชนกว่า 200 นาย คอยตรวจสอบรถทุกคันที่จะเข้า-ออกอย่างละเอียดนั้น
ล่าสุดมาตรการดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้ค้า ถึงขั้นออกมารวมตัวปิดถนนประท้วง โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค.บริเวณปากซอยสองพี่น้อง หน้าโชว์รูมรถยนต์มาสด้า ถนนรวมมิตร ได้มีพ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมกว่า 100 คน นำแผงเหล็กมากั้นถนนรวมมิตร และชูป้ายเขียนข้อความว่า "ไม่ได้สร้างปัญหา แต่ว่าเดือดร้อน ค้าขายไม่ได้" , "ขอบคุณสำหรับความปลอดภัย แต่ขอให้คิดถึงปากท้องด้วย" , "ซื้อไม่ได้ ขายไม่ออก" และ "เซฟตี้โซน คิดดีแต่ต้องมีทางเข้าและออกหลายทาง"
หลังจากนั้น นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และ นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าพูดคุยกับกลุ่มผู้ค้า พร้อมนัดให้ไปรวมตัวให้ข้อมูล และพูดคุยเพื่อปรับเปลี่ยนมาตรการที่ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา ทำให้กลุ่มผู้ประท้วงยอมเปิดถนนและสลายตัวไป
น.ส.หทัย บุญโชติ ตัวแทนกลุ่มผู้ค้า กล่าวว่า มาตรการที่ทำขึ้นส่งผลให้ผู้ประกอบการและประชาชนที่พักอาศัยบริเวณถนนรวมมิตรและซอยต่างๆ ในละแวกใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อนอย่างรุนแรง การจราจรไม่คล่องตัว การค้าขายก็ซบเซา กระทบกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ดี ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่พยายามวางมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย แต่อยากขอให้ปรับปรุงเพื่อความสะดวกในการสัญจรและให้การค้าขายราบรื่นขึ้น
"โกวิท"ไปรามัน-นายกฯลงใต้ครั้งแรกแค่หาดใหญ่
ด้านความเคลื่อนไหวของฝ่ายการเมือง วันศุกร์ที่ 2 ธ.ค. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ และปกครองในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงรอให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ก่อนบินกลับไปรับฟังบรรยายสรุปที่ ศชต.โดยเฉพาะการติดตามความคืบหน้าคดีสำคัญ
ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้เช่นกัน และเป็นการล่องใต้ครั้งแรกตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำประเทศ แต่ไปแค่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไม่ได้ไปถึงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้แต่อย่างใด
ทั้งนี้ ภารกิจของนายกฯที่ อ.หาดใหญ่ คือเป็นประธานเปิดงาน “5 ธันวาฯ รวมพลังคนไทย รวมหัวใจถวายพระพร” ที่ลานจัตุรัสนครหาดใหญ่ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ โดยมีข้าราชการ และประชาชนมารอต้อนรับกว่า 2,000 คน รวมทั้งชาวบ้านมุสลิมจากหมู่บ้านคนเสื้อแดงแห่งแรกของภาคใต้ ตั้งอยู่หมู่ 5 ต.คู อ.จะนะ จ.สงขลา และเครือข่ายคนเสื้อแดงของ จ.สงขลา มารอต้อนรับอย่างคึกคักด้วย
หลังจากนั้น นายกฯได้พบปะกับตัวแทนภาคธุรกิจและภาคเอกชนของ จ.สงขลา ที่โรงแรมซากุระแกรนด์วิว ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจเอกชน โดยข้อเรียกร้องของภาคเอกชนคือ
- ต้องการให้ขยายพื้นที่ด่านพรมแดนสะเดา (อ.สะเดา จ.สงขลา) ซึ่งเป็นด่านที่มีมูลค่าการส่งออกมากที่สุดในประเทศประมาณ 4.2 แสนล้านบาทต่อปี เพราะปัจจุบันคับแคบ ทำให้ล่าช้าทั้งการขนส่งสินค้าและการเข้า-ออกของนักท่องเที่ยว
- ขยายถนนกาญจนวนิช (หาดใหญ่-สงขลา) เป็นมอเตอร์เวย์
- เร่งสนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล เชื่อมระหว่างอ่าวไทยกับอันดามัน
- โครงการรางรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูงในภาคใต้
- โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ หรือเซาท์เทิร์นซีบอร์ด
- เปิดเส้นทางบินใหม่ พร้อมเร่งสานต่อโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย
ศาลสั่งสหกรณ์ครูยะลาจ่ายเงินครอบครัว "มะยาเต็ง"
มีรายงานจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งทำงานด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ศาลจังหวัดยะลาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.865/2554 ลงวันที่ 1 พ.ย.2554 ให้สหกรณ์ครูจังหวัดยะลารับ นายมะยาเต็ง มะรานอ กลับเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา และให้สหกรณ์ฯดำเนินการจ่ายเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืน รวมทั้งจ่ายเงินตามสิทธิในฐานะสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ผู้เสียชีวิต และจ่ายเงินเรือนหุ้นคืนให้กับครอบครัวนายมะยาเต็ง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายครอบครัวนายมะยาเต็งต้องชำระค่าหุ้นของนายมะยะเต็งเดือนละ 500 บาทตั่งแต่เดือน ก.ค.2550 ถึง ก.ย.2552 รวมเป็นเงิน 13,500 บาทด้วย ขณะที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลามีหน้าที่ชำระเงินคืนทั้งสิ้น 967,250 บาทให้แก่โจทก์ ซึ่งก็คือภรรยาและบุตร 2 คนของนายมะยาเต็ง
คดีนี้ นางซูมะอิเด๊าะ มะรานอ ภรรยา และบุตรของนายมะยาเต็งซึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับนานหลายปี ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา กรณีคณะอนุกรรมการติดตามหนี้สหกรณ์ครูยะลาได้มีมติ ครั้งที่ 11/2550 ลงวันที่ 12 พ.ย.2550 ให้นายมะยาเต็งออกจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ (หลังจากหายตัวไป) โดยอ้างว่านายมะยาเต็งในฐานะสมาชิกของสหกรณ์ยะลาผิดนัดชำระหนี้ และให้ยึดเอาทุนเรือนหุ้นบังคับชำระหนี้กู้ยืม แม้ว่าเมื่อวันที่ 8 ต.ค.2552 ศาลจังหวัดยะลาได้มีคำสั่งให้นายมะยาเต็งเป็นบุคคลสาบสูญตามกฎหมาย อันทำให้สิทธิและหน้าที่ความรับผิดชอบที่ผู้ตายจะต้องได้รับนับยังคงมีสมบูรณ์ แต่โจทก์ในฐานะทายาทตามกฎหมายกลับไม่ได้รับสิทธิในการรับเงินปันผลจากหุ้นและเงินเฉลี่ยคืนเมื่อนายมะยาเต็งเสียชีวิต (การเป็นบุคคลสาบสูญเท่ากับเสียชีวิตในทางกฎหมาย) รวมทั้งเงินจากกองทุนสงเคราะห์สมาชิกผู้เสียชีวิต รวมถึงสิทธิอื่นๆตามข้อบังคับหรือระเบียบของสหกรณ์ครูยะลา
อย่างไรก็ดี สหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลายังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาได้ภายใน 30 วัน
สำหรับนายมะยาเต็ง เป็นภารโรงโรงเรียนบ้านบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก ปิดล้อม ตรวจค้น และควบคุมตัวนายมะยาเต็งพร้อมรถยนต์ของเขาไปเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2550 จากนั้นนายมะยาเต็งก็ไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย
www.isranews.
4 โจรใต้ยิงปลัด อบต.หญิง ดับคารถ ก่อนหนีฉกปืน 1 กระบอก ที่นราธิวาส
2 ธันวาคม 2554 20:58 น
นราธิวาส - 4 คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ประกบยิงปลัด อบต.ปะลุกาสาเมาะ เสียชีวิตคารถ ขณะนั่งรถกลับบ้านพักในตัวอำเภอบาเจาะ ก่อนหลบหนีคนร้ายยังได้หยิบปืนพกของผู้ตายไปด้วยอีก 1 กระบอก
วันนี้ (2 ธ.ค.) เมื่อเวลา 15.40 น. ร.ต.ท.ปิยะพงษ์ รักษา ร้อยเวร สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตคารถยนต์กระบะ เหตุเกิดบริเวณหน้าตลาดนัดกือดายือริง ม.8 ต.ปะลุกาสาเมาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพศร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบชาวบ้านเป็นจำนวนมากยืนมุงดูรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนส์ทอง ทะเบียน บจ 7051 นราธิวาส โดยที่บริเวณประตูหน้าทั้ง 2 ด้าน มีตราโลโก้ของ อบต.ปะลุกาสาเมาะ ซึ่งอยู่ในสภาพกระจกหน้า และกระจกข้างตรงข้ามคนขับแตก โดยภายในห้องโดยสารตรงข้ามคนขับพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิง จำนวน 1 ราย นอนจมกองเลือดอยู่ และจากการตรวจสอบทราบชื่อ คือ น.ส.อรุณ บัวจุด อายุ 41 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ จ.พัทลุง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นปลัด อบต.ปะลุกาสาเมาะ
โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม. ที่บริเวณหน้าอก จำนวน 4 นัด โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนของคนร้ายตกอยู่ข้างรถ จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย นรา 01 ส่งโรงพยาบาลบาเจาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการสอบสวนนายอนุวา สาและ พนักงานขับรถ อบต.ปะลุกาสาเมาะ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถยนต์ของที่ทำการ อบต.เพื่อไปส่ง น.ส.อรุณ ซึ่งเป็นปลัด เพื่อกลับบ้านพักที่เช่าอยู่ในพื้นที่ อ.บาเจาะ โดยตนได้พาลูกสาววัย 3 ขวบ นั่งรถยนต์ไปด้วย เมื่อถึงบริเวณหน้าตลาดนัดจุดเกิดเหตุมีคนเดินซื้อของพลุพล่านเป็นจำนวนมาก ตนจึงได้ชะลอความเร็วรถ ทันใดนั้นมีคนร้าย จำนวน 4 คน ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน มาจอดขวางหน้า แล้วคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คัน ได้ลงจากรถพร้อมได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม. คนละกระบอก เดินถือปืนจ่อไปยิงใส่ น.ส.อรุณ ปลัด อบต.ที่นั่งโดยสารเบาะหน้าคู่กันมา จำนวน 4 นัดซ้อนจนเสียชีวิต
ตนตั้งสติได้จึงเปิดประตูรถวิ่งหลบหนี โดยทิ้งลูกสาววัย 3 ขวบ ที่นั่งอยู่ตอนหลังไว้ในรถ เมื่อ 1 ใน 2 ที่ทำหน้าที่เป็นมือปืนเห็นตน จึงได้วิ่งไล่ และใช้ปืนยิงใส่ตนจำนวนหลายนัด แต่โชคดีที่ไม่ถูกกระสุนปืนของคนร้ายแล้วคนร้ายก่อนที่จะหลบหนีได้แวะเปิดประตูรถยนต์หยิบกระเป๋าเป้สีดำของ น.ส.อรุณ ซึ่งภายในมีอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พาหลบหนีไปด้วย เมื่อคนร้ายหนีไปแล้วตนจึงได้วิ่งมาที่รถ พบลูกสาวนั่งร้องไห้อยู่ด้วยความตกใจ และเมื่อนำลูกสาวออกจากรถแล้วจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน
www.manager.
บึ้มทหารชุด รปภ.ครู ในอำเภอธารโต เสียชีวิต 1 เจ็บ 1
1 ธันวาคม 2554 10:39 น.
ยะลา - ซุกบึ้มริมถนนใกล้โรงเรียนบ้านบัวทอง อ.ธารโต ทหารชุด รปภ.ครู เคราะห์ร้ายเสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 1 ขณะลาดตระเวณรักษาความปลอดภัย
วันนี้ (1 ธ.ค.) เมื่อเวลา 08.01 น. พ.ต.อ.วิชัย แจ้งสกุล ผกก.สภ.ธารโต จ.ยะลา ได้รับแจ้งมีเหตุ คนร้ายระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารขณะปฏิบัติหน้าที่บนถนนภายในหมู่บ้าน บ้านบัวทอง หมู่ที่ 2 ต.บ้านแหร หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.มานพ สืบบุก สว.ป. พ.ท.ทศพล ผ่องศรีสุข ผบ.ฉก.16 นายสุรชัย วงศ์ศุภลักษณ์ นายอำเภอธารโต และกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุพบกำลังทหารชุดเขียวอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมรบจำนวนหนึ่ง ห่างกันบนริมถนนมีหลุมระเบิดขนาดกว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร มีคราบเลือดกองใหญ่ 1 กอง มีเศษเหล็กชิ้นส่วนของระเบิดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลธารโตจำนวน 2 นาย ทราบชื่อ พลทหารเกรียงไกร พรมสาย อายุ 22 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ข้อเท้าขวาเละ และลำตัวเป็นแผลฉกรรจ์ ทนบาดเจ็บไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล และพลทหารสยาม แซ่เล้า อายุ 22 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัว อาการไม่สาหัส โดยทั้ง 2 นายสังกัดหมวดทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจที่ 16
จากการสอบสวนทราบว่า กำลังทหารทั้งหมดจำนวน 8 นาย ซึ่งมี จ.ส.อ.ไพฑูรย์ คำแสน เป็น หัวหน้าชุด ออกจากฐานปฏิบัติการย่อยบ้านบัวทองเดินเท้าออกลาดตระเวนเส้นทางเพื่อรักษาความปลอดภัยครู เมื่อเดินถึงระหว่างมัสยิดบ้านบัวทองกับโรงเรียนบ้านบัวทอง ซึ่งห่างจากโรงเรียนประมาณ 1 กิโลเมตร พลทหารเกรียงไกร ผู้เสียชีวิต ซึ่งเดินนำหน้าได้เหยียบกับระเบิดที่คนร้ายแอบฝังไว้ริมทาง จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปถึงที่ว่าการอำเภอธารโต ซึ่งห่างกันกว่า 5 กม. จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และพลทหารสยาม ซึ่งเดินตามมาทิ้งระยะห่าง 10 เมตร ได้รับบาดเจ็บไปด้วย
จากตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า คนร้ายได้นำระเบิดชนิดเหยียบบรรจุกล่องเหล็กขนาด 10 x 12 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 5 กก. ฝังกลบดินอย่างมิดชิด ก่อนทหารซึ่งได้ลาดตระเวนเป็นประจำเพื่อดูแลความปลอดภัยครูเดินไปเหยียบจนเกิดระเบิดขึ้นดังกล่าว
www.manager.
ยิงรองนายก อบต.ปิตูมุดี ในปัตตานีเสียชีวิต
1 ธันวาคม 2554 10:38 น.
ปัตตานี - คนร้ายกระหน่ำยิงนายมะกอเซ็ง อีปง รองนายก อบต.ปิตูมุดี ในปัตตานี เสียชีวิตกลางดึกขณะขับ จยย.กลับบ้าน คนร้ายยังลอยนวล ตร.เร่งสอบว่าเป็นเหตุสร้างสถานการณ์หรือปมขัดแย้งส่วนตัว
วันนี้ (1 ธ.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันทร์ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี และพนักงานสืบสวนและสอบสวน สภ.ยะรัง ได้นำกำลังตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปัตตานี เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุยิงนายมะกอเซ็ง อีปง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 ม.3 ต.ปิตูมุดี ตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปิตูมุดี เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเก็บวัตถุพยานที่คาดว่ายังอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ไม่พบปลอกกระสุนปืนแต่อย่างใด โดยเหตุเกิดบริเวณทางเข้ามัสยิดบ้านบาซาเวาะเซ็ง ม.2 ต.ปิตูมุดี เป็นเหตุทำให้นายมะกอเซ็งได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในระหว่างการนำส่งโรงพยาบาลอำเภอยะรัง
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายมะกอเซ็งได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปทำธุระในตัวอำเภอยะรัง ระหว่างทางกลับบ้านเมื่อมาถึงบริเวณแยกทางเข้ามัสยิดดังกล่าวได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดกระหน่ำยิงจำนวนหลายนัด ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนประเด็นสาเหตุ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนและสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่หรือไม่ แต่ยังไม่ทิ้งประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว
www.manager.
โจรใต้รัว 6 นัด ดับ ส.อบต.เจาะไอร้อง
30 พฤศจิกายน 2554, 09:56 น.
คนร้ายขี่ จยย. ประกบยิง ส.อบต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง ตรวจสอบพบถูกกระสุน 11 มม. กระหน่ำยิงเข้าร่างกาย 6 นัด ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา จนท.ตั้งปมสร้างสถานการณ์ แต่ไม่ตัดประเด็นการเมืองท้องถิ่น
เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 30 พ.ย. 54 พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งว่ามีเหตุ คนถูกยิงได้รับบาดเจ็บบนถนนในหมู่บ้านเจาะเกราะ หมู่ 1 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบรถจยย.ล้มตะแคงอยู่ริมถนน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ และปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 11 มม.อีก จำนวน 6 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้บาดเจ็บมีพลเมืองดีนำตัวส่งรักษา รพ.เจาะไอร้อง ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ นายอารีเพ็ง เจ๊ะมุ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/1 ม.14 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็น ส.อบต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. เข้าที่บริเวณลำตัว 3 นัด ขาซ้าย 1 นัด และหน้าท้องอีก 2 นัด รวม 6 นัด อาการสาหัสแพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่รถ จยย.ออกจากบ้านพักตามลำพัง เพื่อเดินทางไปหาเพื่อนและทำธุระภายในหมู่บ้าน ระหว่างทางได้ถูกคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.เป็นพาหนะตามประกบไล่หลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้าย ได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 มม. ออกมายิงใส่ผู้ตาย จำนวน 6 นัดซ้อน จนรถเสียหลักล้มคว่ำลง แล้วคนร้ายได้รีบขี่รถ จยย.หลบหนีไป ส่วนสาเหตุในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานเป็นฝีมือก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แต่ก็ไม่ตัดทิ้งประเด็นการเมืองท้องถิ่น
www.thairath.
คนร้ายเชือดคอชาวบ้านดับ 1 ที่ยะลา
28 พฤศจิกายน 2554 10:55 น.
ยะลา - คนร้ายใช้ของมีคมฟัน แทง เชือดคอ ชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย ซึ่งเป็นผู้กว้างขวาง ซึ่งคนร้ายอาจเข้าใจว่าได้เป็นสายข่าวให้กับเจ้าหน้าที่
เมื่อเวลา 07.00 น.วันนี้ (28 พ.ย.) พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัธยาท ผกก.สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา ได้รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตภายในหมู่บ้านเจ๊าะแปลง หมู่ 4 ต.ลิดล อ.เมือง ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายบ้านต้นหยี-บ้านตะโละ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รองผกก.สภ.ลำใหม่
ที่เกิดเหตุพบศพนอนเสียชีวิตอยู่ริมถนนบ้านเจ๊าะแปลง หมู่ 4 ต.ลิดล คือ นายรุสฮัน ลือแม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 4 ต.ลำใหม่ ถูกของมีคมฟันที่หน้าผาก ศีรษะ และลำคอถูกเชือดนอนตายจมกองเลือด เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงและพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน ท 7566 ยะลา ล้มอยู่ใกล้ๆ ไม่พบหลักฐานอื่นใดเพิ่มเติม
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายรุสฮัน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวออกจากบ้านไปก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อยแล้วหายไป จนกระทั่งเช้ามีชาวบ้านไปพบว่าถูกฆ่าเสียชีวิตแล้วจึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า ขณะเกิดเหตุมีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ติดตามมาเรียกให้หยุดทำทีมีธุระพูดคุย เมื่อสบโอกาสจึงใช้ของมีคมฟันแทงและเชือดคอนายรุสฮันแล้วหลบหนีไป
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากนายรุสฮัน เป็นบุคคลกว้างขวางรู้จักเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย พวกคนร้ายเข้าใจว่าเป็นสายข่าวจึงติดตามฆ่าปิดปากดังกล่าว
www.manager.
ยิง M79 ใส่ฐานทหารหนองจิก 2 ลูก อส.ทพ.เจ็บ 1 นาย
23 พฤศจิกายน 2554 10:21 น.
ปัตตานี - คนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่ฐานปฏิบัติการร้อยทหารพราน 4302 หมู่ 3 บ้านน้ำดำ อ.หนองจิก 2 ลูก อาสาสมัครทหารพรานบาดเจ็บ 1 นาย ขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.คืนที่ผ่านมา (22 พ.ย.) พ.ต.อ.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงฐานปฏิบัติการร้อยทหารพราน 4302 สังกัดกรมทหารพรานที่ 43 ตั้งอยู่ ม.3 บ้านน้ำดำ ต.ปุโละปูโย จึงรีบนำกำลังเข้าไปสนับสนุนที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้รีบนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทราบชื่อ อส.ทพ.พิเชษฐ์ ทองใหญ่ ถูกแรงระเบิดได้รับบาดเจ็บบริเวณลำตัว แพทย์ได้ทำการรักษาพ้นขีดอันตรายแล้ว
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบความเสียหายจากอาวุธปืนเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 จำนวน 2 จุด โดยจุดแรกตกภายในฐาน และอีกจุดบริเวณนอกฐาน จนเกิดหลุมกว้าง 30 ซม.
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ภายในฐานปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ปรากฏว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 79 ยิงเข้าไปภายในฐานจำนวน 2 ลูก จนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น เจ้าหน้าที่ต้องหลบเข้าที่กำบังก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อป้องกันการโจมตีของคนร้าย
หลังเสียงปืนสงบจึงได้เข้าตรวจสอบ พบทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นายดังกล่าว ส่วนคนร้ายได้ใช้ความมืดหลบหนีไป เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบหมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์
www.manager.
อส.รามันเหยียบระเบิดร่างขาด 3 ท่อน เสียชีวิตคาสวนกล้วย
21 พฤศจิกายน 2554 15:06 น.
ยะลา - คนร้ายขุดหลุมพรางวางระเบิดหน้ากระท่อมในสวนกล้วย เป็นเหตุให้ นายยะโก๊ะ ยาโงะ อส.อ.รามัน เจ้าของสวนร่างฉีกขาด 3 ท่อนเสียชีวิตคาที่ ตร.คาดกลุ่มคนร้ายต้องการล้างแค้นที่ อส.รายนี้แจ้งเบาะแสแก่ทางการ
วันนี้ (21 พ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ร.ต.ท.สราวุธ เกษมสุข ร้อยเวร สภ.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณกระท่อม ริมถนนสายวังพญา-ท่าธง หมู่ที่ 3 บ้านตาลาแน ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา หลังรับแจ้งได้ประสานกับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย ร.ต.ท.สมบัติ สุวรรณไตย ร้อยเวรปราบปราม พ.ต.ท.จีระศักดิ์ วิกรัยเจริญยิ่ง สว.หน.สภ. พ.ต.ท.อำไพ ชุ่มช่วย รองผกก.ป.สภ.รามัน นายวีระยุทธ เหล็มเล๊าะ ปลัดหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.รามัน พร้อมแจ้งประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD-ARMY) ตำรวจภูธรจังวัดยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.12 อ.รามัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 จ.ยะลา และฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุอยู่ภายในสวนกล้วย ห่างจากถนนประมาณ 30 เมตร ริมถนนสายวังพญา-ท่าธง เจ้าหน้าที่พบศพ นายยะโก๊ะ ยาโงะ อายุ 55 ปี สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อ.รามัน อยู่บ้านเลขที่ 31/2 หมู่ที่ 7 ต.วังพญา สภาพร่างขาด 3 ท่อน ชิ้นส่วนกระจัดกระจาย และกระท่อมที่พักขนาดกว้างยาว 5x5 เมตร พังยับเยิน เจ้าหน้าที่จึงปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุแล้วประสานให้ชุดเก็บกู้วัตถุและทำลายวัตถุระเบิด (EOD-ARMY) ตำรวจภูธรจังวัดยะลาเข้าทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายอาจวางกับระเบิดดักไว้
ปรากฏว่า ไม่พบสิ่งอันตรายใดๆ จึงได้เข้าไปตรวจเก็บหลักฐานเป็นเศษชิ้นส่วนวงจรไฟฟ้า เศษกล่องเหล็ก เศษแบตเตอรี่ ขนาด 9 โวลต์ จำนวนหลายก้อนและรวบรวมสะเก็ดระเบิดไว้ได้จำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนเอ็ม 16 ของ นายยะโก๊ะ ยาโงะ สภาพแตกเสียหาย ส่วนปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ไม่พบแต่อย่างใด
จากการสอบสวน นางซีตีซาลีฮอ ยาโงะ ภรรยาผู้ตาย ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายยะโก๊ะ ยาโงะ ได้เดินทางออกจากบ้านพักพื้นที่ หมู่ที่ 7 ต.วังพญา เพื่อไปดูแลสวนกล้วยและสวนผลไม้ในที่เกิดเหตุตามปกติเหมือนเช่นทุกเช้า ขณะที่ นายยะโก๊ะ เดินไปถึงแคร่หน้ากระท่อมบังเอิญไปสะดุดกับระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก 5 กิโลกรัม ที่คนร้ายได้ฝังซุกซ่อนดักไว้ จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังอย่างสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุให้ร่างของนายยะโก๊ะ ฉีกขาด 3 ท่อน เสียชีวิตทันที
ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ได้แอบนำกับระเบิดมาฝังไว้ เพื่อทำการล้างแค้นที่นายยะโก๊ะ แจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไล่ล่าคนร้ายพวกก่อความไม่สงบเป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต หลังจากนั้น กลุ่มคนร้ายได้ติดตามล่าตัวนายยะโก๊ะ มาโดยตลอด จนกระทั่งทราบว่า นายยะโก๊ะ มาทำสวนกล้วยและสวนผลไม้ จึงได้จัดการนำกับระเบิดแสวงเครื่องมาวางดักให้นายยะโก๊ะ ไปเหยียบสะดุดจนเสียชีวิตดังกล่าว
สำหรับ นายยะโก๊ะ ยาโงะ เดิมเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7 ต.วังพญา และได้ออกจากตำแหน่ง จึงได้เข้าไปเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนได้ประมาณ 4 ปี จนกระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว และก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2551 คนร้าย 3-5 คนได้ขับขี่รถยนต์กระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธสงครามกราดยิงนายยะโก๊ะ จนเกิดการปะทะกันขึ้นที่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านอูเป๊าะ หมู่ที่ 7 ต.วังพญา มาแล้ว เป็นเหตุให้คนร้ายถูกยิงเสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งหลังก่อเหตุคนร้ายยังเผารถยนต์กระบะที่ใช้ในการก่อเหตุเพื่อทำลายหลักฐานทิ้ง ที่บริเวณหมู่ที่ 2 ต.กอตอตือระ อ.รามัน จ.ยะลา ด้วย
www.manager.
ปัตตานีบึ้มอีก! ทหารสาหัส 2 นาย
18 พฤศจิกายน 2554 11:53 น.
ปัตตานี - ฝังระเบิดใต้ถนนบึ้มทหารเจ็บสาหัส 2 นาย ที่บ้านโคกหญ้าคา อ.ยะรัง
วันนี้ (18 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานด่วนจาก จ.ปัตตานี ว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.45 น. เกิดแหตุระเบิดขึ้นที่ถนนชลประทาน หมู่ 6 บ้านโคกหญ้าคา ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ทหารบาดเจ็บ 2 นาย ทราบชื่อคือ สิบเอก กองสิน จานคำภา อายุ 49 ปี อาการสาหัส ขณะนี้แพทย์กำลังเร่งช่วยชีวิตด้วยการปั๊มหัวใจ และพลทหาร สงกรานต์ พรหมไตร อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นเดียวกัน
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะที่ทหารทั้ง 2 นายพร้อมเพื่อนทหารรวม 6 นาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน ลาดตระเวนเส้นทางรักษาความปลอดภัยอยู่นั้น เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุก็ได้เกิดระเบิดขึ้น คาดว่าคนร้ายลอบนำมาฝังไว้ใต้ถนนก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่
ส่วนความคืบหน้า “ASTV ผู้จัดการออนไลน์” จะรายงานให้ทราบต่อไป
www.manager.
ถึงคิวปัตตานีป่วน 9 จุด 5 อำเภอ!
วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน 2011 เวลา 09:21 น. เขียนโดย ทีมข่าวอิศรา และ อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ หมวด ข่าวทั่วไป, ข่าว, เรื่องเด่น-ภาคใต้
ใต้ระอุหลังผ่านเทศกาลรายอ คราวนี้ถึงคิวปัตตานี คนร้ายเปิดปฏิบัติการเมื่อคืนวันที่ 16 พ.ย. "บึ้ม-ยิง"ปูพรม 9 จุดใน 5 อำเภอ ส่วนใหญ่เป็นระเบิดวางในห้องน้ำสถานที่ราชการและที่ทำการไปรษณีย์ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ วันเดียวกันยังดักบึ้มตำรวจโคกโพธิ์เจ็บอีก 2 รัวกระสุนดับ 2 เจ้าหน้าที่ อบต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง ขณะที่ตากใบยังวุ่น วางกับระเบิดแบบเหยียบในที่นาชาวบ้าน ตูมสนั่นวัวรับเคราะห์
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มร้อนแรงขึ้นตามลำดับหลังจากเงียบสงบมาประมาณ 1 สัปดาห์ โดยเมื่อคืนวันพุธที่ 16 พ.ย.2554 เวลาประมาณ 21.30 น. คนร้ายเปิดปฏิบัติการสร้างความปั่นป่วนในหลายพื้นที่ของ จ.ปัตตานี โดยใช้อาวุธปืนยิงและลอบวางระเบิดรวม 9 จุดพร้อมกัน กระจายในพื้นที่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย
1) อ.หนองจิก จำนวน 1 จุด
- คนร้ายจำนวน 2-3 คน ใช้อาวุธปืนอาก้าและเอ็ม 16 ลอบยิงจุดตรวจดอนรักของทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 ที่บ้านดอนรัก หมู่ 1 ต.ดอนรัก ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้ยิงตอบโต้ ทำให้คนร้ายล่าถอยไป ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกระสุนปืนอาก้าและเอ็ม 16 รวม 21 ปลอกตกอยู่ จึงเก็บรวบรวมส่งให้ตำรวจ สภ.หนองจิก ตรวจสอบเพื่อหาตัวคนร้าย
2) อ.เมืองปัตตานี จำนวน 2 จุด
- คนร้ายวางระเบิดในห้องน้ำชายภายในอาคารการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ถนนพิพิธ ต.อาเนาะรู ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา
- คนร้ายวางระเบิดในห้องน้ำชายของกองการศึกษา อาคารเทศบาลเมืองปัตตานี แรงระเบิดทำให้ฝาผนังและฝ้าเพดานได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
3) อ.ยะรัง จำนวน 2 จุด
- คนร้ายวางระเบิด 2 ลูกบริเวณที่ทำการไปรษณีย์อำเภอยะรัง แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
- คนร้ายวางระเบิดบริเวณเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ของบริษัททีโอที ในเขตเทศบาลตำบลยะรัง ทำให้เสาส่งสัญญาณได้รับความเสียหาย โทรศัพท์สามารถใช้การได้ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ตรวจสอบทั้ง 2 จุดพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาระเบิด
4) อ.ยะหริ่ง จำนวน 1 จุด
- คนร้ายลอบวางระเบิดในห้องน้ำของที่ทำการไปรษณีย์อำเภอยะหริ่ง ที่หมู่ 2 ต.ยามู ทำให้ห้องน้ำได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ตรวจสอบพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาเช่นกัน
5) อ.ปะนาเระ จำนวน 3 จุด
- ภายในห้องส่งพัสดุของที่ทำการไปรษณีย์อำเภอปะนาเระ ทำให้เกิดเพลิงไหม้จนอาคารได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
- บริเวณหลังที่ว่าการอำเภอปะนาเระ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
- บริเวณข้างอาคารที่พักกองร้อยอาสารักษาดินแดน (อส.) อ.ปะนาเระ ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ตรวจสอบทั้ง 3 จุดคนร้ายใช้ระเบิดชนิดแสวงเครื่องที่จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาระเบิด
เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะวางแผนไว้ล่วงหน้า และก่อเหตุลักษณะต่างๆ พร้อมกันในเวลาประมาณ 21.30 น.โดยเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ เป้าหมายเพื่อลดทอนความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง หรือดักทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคารที่ 25 ต.ค.ซึ่งเป็นวันครบรอบ 7 ปีเหตุการณ์ตากใบ คนร้ายได้ก่อเหตุระเบิดป่วนเมืองมากกว่า 30 จุดในเขต อ.เมือง จ.ยะลา หลังจากนั้น 5 วันคือในวันอาทิตย์ที่ 30 ต.ค.คนร้ายลอบวางระเบิดในย่านชุมชนและร้านสะดวกซื้อรวม 10 จุดในท้องที่ 5 อำเภอใน จ.นราธิวาส
รัวกระสุนดับ 2 เจ้าหน้าที่ อบต.น้ำดำ
ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 12.00 น.วันพุธที่ 16 พ.ย.คนร้ายจำนวน 4 คนแต่งกายคล้ายผู้หญิง มีรถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนอาก้า เอ็ม 16 และปืนพกขนาด 9 มม.ประกบยิงเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี จนเสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบริเวณหน้าที่ทำการ อบต.น้ำดำ บ้านบือแนยามู หมู่ 4 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง ขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งรถกระบะเข้า อบต.
สำหรับผู้เสียชีวิตคือ นายศักดา แก้วศรี อายุ 38 ปี ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายโยธา อบต.น้ำดำ อยู่บ้านเลขที่ 7 บ้านคูตีน หมู่ 2 ต.น้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา กับ น.ส.เพ็ญศรี พงศ์รัตน์ อายุ 35 ปี ตำแหน่งหัวหน้าส่วนการคลัง อบต.น้ำดำ อยู่บ้านเลขที่ 40 บ้านตาเอียด หมู่ 5 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหารที่แน่ชัด แต่ให้นำหนักไปที่เรื่องส่วนตัวหรือการขัดผลประโยชน์ภายใน อบต.
ดักบึ้มตำรวจโคกโพธิ์เจ็บ 2 นาย
เวลา 13.00 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดชนิดแสวงเครื่องดักทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี จำนวน 2 นาย ขณะปฏิบัติหน้าที่โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะเพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทางให้กับข้าราชการ จ.ปัตตานี ที่ไปประชุม ณ ที่ว่าอำเภอโคกโพธิ์ แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 409 ใกล้กับศาลาที่พักริมทาง ปากทางเข้าวัดมะกรูด ท้องที่หมู่ 6 ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์
รายชื่อผู้บาดเจ็บคือ ด.ต.สมบัติ วิริยะกุล อายุ 49 ปี และ ด.ต.ประสิทธิ์ สมบูรณ์ อายุ 50 ปี ทั้งคู่เป็นเป็นผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม (ผบ.หมู่ ป.) สภ.โคกโพธิ์ โดยได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
ยิงชาวบ้านเจ็บ 1 ดับ 1 ที่ "ปาดี-โก-ลก"
ส่วนที่ จ.นราธิวาส เวลา 09.50 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายมะรอเด็ง อาแว อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/1 บ้านไอจือเราะ หมู่ 5 ต.มาโมง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ทำให้นายมะรอเด็งได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขณะนายมะรอเด็งกำลังพักผ่อนอยู่ภายในบ้านของญาติ เลขที่ 47/25 บ้านซารายอ หมู่ 1 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเหตุขัดแย้งส่วนตัว เนื่องจากคนร้ายเรียกนายมะรอเด็งไปพูดคุยกันที่หน้าบ้านก่อนจะใช้อาวุธปืนจ่อยิง
เวลา 10.15 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถกระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายนิฮามะ อูเซ็ง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 229 บ้านบาโงฮูมอ หมู่ 5 ต.กาวะ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี เหตุเกิดขณะนายนิฮามะกำลังซ่อมเครื่องตัดหญ้าอยู่ภายในบ้านซึ่งเปิดเป็นร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร
ส่วนที่ อ.เมือง จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุจากคนงานขุดลอกแม่น้ำปัตตานีว่าพบระเบิดลูกเกลี้ยงบริเวณริมแม่น้ำ จึงรีบนำกำลังเข้าไปตรวจสอบและเก็บกู้เอาไว้ได้อย่างปลอดภัย โดยระเบิดดังกล่าวเป็นชนิดเอ็ม 33 สภาพเก่า พันเทปกาวสีดำเอาไว้ คาดว่าเป็นระเบิดที่คนร้ายนำไปทิ้งน้ำ หรือไม่ก็นำไปวางข่มขู่คนงานของบริษัทชินวรยะลาที่รับงานขุดลอกแม่น้ำจากทางราชการ
เสธ.ทบ.ลงพื้นที่ประชุมร่วมหน่วยเฉพาะกิจ
วันอังคารที่ 15 พ.ย. พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ พร้อมรับฟังสรุปข้อมูลภาพรวมของสถานการณ์ โดยได้ประชุมร่วมกับแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจต่างๆ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ที่อาคารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
ค่ำวันเดียวกัน ขณะที่ทหารพรานกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนทางหลวงสาย 4061 หน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.ควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้เรียกตรวจรถกระบะสีเขียว หมายเลขทะเบียน 9695 ปัตตานี พบยาแก้ไอจำนวน 196 ขวด ซึ่งสามารถนำไปจำหน่ายเป็นสารเสพติดได้ จึงควบคุมตัว นายนาเบล อาแว อายุ 29 ปี คนขับรถ อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 5 ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา พร้องของกลางส่งให้ สภ.ปะนาเระ ดำเนินการต่อไป
ฝังกับระเบิดในที่นาชาวบ้านที่ตากใบ-วัวเจ็บ
วันจันทร์ที่ 14 พ.ย.เวลา 07.45 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายรุสลี หะยีเลาะ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/1 บ้านบลูกาฮูลู หมู่ 4 ต.บาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตคาที่ขณะกำลังกรีดยางอยู่ในสวนยางพาราในท้องที่ ต.บาตง อ.รือเสาะ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่เรื่องส่วนตัว
ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) ได้เข้าไปตรวจสอบเหตุระเบิดบริเวณทางเข้าทุ่งนา ท้องที่บ้านใหญ่ หมู่ 3 ต.พร่อน อ.ตากใบ ซึ่งเป็นที่ดินของ นายธรรม จ้อนเจิม อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 136 หมู่ 3 ต.พร่อน ทำให้วัวได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขณะนายธรรกำลังต้อนวัวกลับเข้าคอก เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 13 พ.ย. แต่เจ้าหน้าที่เกรงจะมีเหตุซ้ำซ้อนขึ้น จึงนำกำลังไปตรวจสอบในวันที่ 14 พบระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นกับระเบิดแบบเหยียบ และยังพบระเบิดลักษณะเดียวกันฝังดักอยู่อีก 1 ลูก ห่างจากลูกแรกที่ระเบิดไปแล้วเพียง 1 เมตร จึงเก็บกู้เอาไว้ได้สำเร็จ
ผู้ว่าฯยะลาจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียหายบึ้มป่วนเมืองอีก 88 ราย
วันจันทร์ที่ 14 พ.ย.เช่นกัน ที่ห้องประชุมหลักเมือง ชั้น 2 อาคารศาลากลางจังหวัดยะลา (หลังเก่า) อ.เมือง จ.ยะลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทางด้านชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา โดยเฉพาะเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดป่วนเมืองกว่า 30 จุด เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บหลายสิบคน และมีทรัพย์สินได้รับความเสียหายจำนวนมาก
โดยการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 โดยมอบให้กับผู้ได้รับผลกระทบด้านร่างกายและทรัพย์สินเสียหายจำนวน 88 ราย จำนวน 5,243,189 บาท
ดักบึ้มทหารชุดลาดตระเวนที่รือเสาะเจ็บ 2
วันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย.เวลา 20.15 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดทหารชุดลาดตระเวนเส้นทางและรักษาความปลอดภัยฐานปฏิบัติการ กองร้อยทหารราบที่ 15324 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 กำลังพล 8 นาย แรงระเบิดทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ พลทหารอรรถพล ทองเอื้อ อายุ 23 ปี ชาว อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และ พลทหารอุดมพร เมืองสง อายุ 22 ปี ชาว อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เหตุเกิดบริเวณป้อม ชรบ. (ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) หน้ามัสยิดดารุลอาดีดี บ้านบลูกาฮูลู หมู่ 4 ต.บาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยขณะเกิดเหตุไม่มี ชรบ.ปฏิบัติหน้าที่อยู่ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
www.isranews.
ปัตตานียังมีระเบิดต่อเนื่องอีก 2 ลูก โชคดีไร้เจ็บ
17 พฤศจิกายน 2554 14:02 น.
ปัตตานี - เกิดระเบิดต่อเนื่องอีก 2 จุด หน้าที่ว่าการอำเภอมายอ และสำนักงานไปรษณีย์สาขาปาลัส อ.ปะนาเระ โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ ด้าน ตร.คาดคนร้ายตั้งเวลาเพื่อให้ระเบิดพร้อมกันกับระเบิด 5 จุดใน จ.ปัตตานี เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่วงจรขัดข้อง
วันนี้ (17 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปัตตานี ว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีก 2 จุด โดยจุดแรก เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.อดุลย์ ปีแนบาโง ผกก.สภ.มายอ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุระเบิดหน้าที่ว่าการอำเภอมายอ จ.ปัตตานี จึงได้ประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ พบว่ากระถางต้นไม้ที่ทำจากท่อปูน ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าของที่ว่าการอำเภอถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายจำนวน 3 ใบ และพบชิ้นส่วนรวมทั้งสะเก็ดระเบิดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไปพิสูจน์หลักฐาน ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ อส.กำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยภายในที่ว่าการอำเภออยู่นั้น ปรากฏว่าได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ทำให้เจ้าหน้าที่และประชาชนต่างตกใจและหมอบลงกับพื้นเพื่อความปลอดภัย โดยระเบิดดังกล่าวเป็นชนิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก 2 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยนาฬิกา ซึ่งคาดว่ากลุ่มคนร้ายได้ลอบนำระเบิดดังกล่าวมาวางไว้ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา และตั้งเวลาเพื่อหมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์
ต่อมาเกิดเหตุระเบิดขึ้นอีกจุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะนาเระ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์สาขาปาลัส อ.ปะนาเระ ว่าพบกล่องไปรษณีย์ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้จำนวนมาก จึงจัดกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบ พบว่ากล่องไปรษณีย์ซึ่งวางอยู่บนรถเข็น ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยจากการตรวจสอบพบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยนาฬิกา บรรจุอยู่ในกล่องพัสดุไปรษณีย์ที่ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้พิสูจน์หลักฐานต่อไป
จากการสวบสวนทราบว่า พัสดุดังกล่าวมีผู้นำมาฝากไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายของเมื่อวาน เจ้าหน้าที่จึงนำไปไว้บนรถเข็นเพื่อนำจ่ายปลายทางต่อไป ทั้งนี้ ตำรวจคาดว่าคนร้ายได้ตั้งเวลาระเบิดไว้พร้อมกันกับเวลาระเบิดใน 5 อำเภอหลายจุดเมื่อคืนนี้ แต่ระเบิดทำงานไม่เต็มที่เลยทำให้เกิดเพลิงไหม้เท่านั้น
www.manager.
คนร้ายวางบึ้มหวังสังหารทหารขณะลาดตระเวน สาหัส 2 นายที่รือเสาะ
14 พฤศจิกายน 2554 10:48 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารขณะเดินลาดตระเวนเส้นทางบนถนนบ้านบาตง อ.รือเสาะ แรงระเบิดส่งผลให้พลทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย
เมื่อเวลา 21.00 น.คืนที่ผ่านมา (13 พ.ย.) ร.ต.ท.อุกฤษฎ์ สังฆมณี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนเส้นทาง สังกัดร้อย ร.15324 ฉก.นราธิวาส 30 บนถนนในหมู่บ้านบาตง ม.3 ต.บาตง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบบริเวณต้นโคนต้นไม้ใหญ่ริมถนนมีหลุมลึก 2 ฟุต กว้าง 2 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลรือเสาะไปก่อนหน้าแล้ว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล คือ 1.พลทหาร อรรถพล ทองเอื้อ อายุ 22 ปี มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแก้มขวา และนิ้วมือขวา ถูกสะเก็ดระเบิดจนฉีกขาดจำนวน 3 นิ้ว 2.พลทหาร อุดมภรณ์ เมืองสงค์ อายุ 22 ปี มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแผ่นหลังและขาขวา ทั้งคู่อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษายังโรงพยาบาลศูนย์ จ.ยะลา
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ รวม 12 นาย เดินเท้าออกจากฐาน เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยบนถนนในพื้นที่รับผิดชอบ ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นขณะที่พลทหารอรรถพล และพลทหารอุดมภรณ์ เดินผ่านจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน
www.manager.
ฉก.ยะลาที่ 11 ตรวจเข้ม หลังคนร้ายเตรียมก่อเหตุลอบวางระเบิด
13 พฤศจิกายน 2554
ยะลา - หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 ตั้งจุดตรวจลอย ตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัย และดูแลรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนในเขตเทศบาลนครยะลา หลังการข่าวแจ้งเตือน จยย.บอมบ์ คาร์บอมบ์ จะเข้าเมืองมาเพื่อก่อเหตุ
วันนี้ (13 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ท.ธนุตม์ พิศาลสิทธิวัฒน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ที่ 11 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว มีกำลังทหารจำนวน 15 นาย ใช้รถหุ้มเกราะวีว่า ของทหาร ออกลาดตระเวนดูแลรักษาความปลอดภัยในเขตเทศบาลนครยะลา และตั้งจุดตรวจลอย ตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัย บุคคลเป้าหมาย โดยมีการตรวจสอบข้อมูลประวัติตัวบุคคล ตามหมายเลข 13 หลัก ตามแนวทางรักษาความปลอดภัยในเขตเทศบาลนครยะลา
ตามแผนป้องกันเมืองเพื่อนำไปสู่มาตรการป้องกัน และปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบในเขตพื้นที่ อันเนื่องจากเหตุระเบิดภายในเขตเทศบาลนครยะลา กว่า 30 แห่ง เมื่อคืนวันที่ 25 ต.ค.54 ที่ผ่านมา และล่าสุด หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ให้มีการเฝ้าระวังการก่อเหตุร้ายครั้งใหม่ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ภายในบริเวณเขตชุมชนย่านการค้า ย่านที่อยู่อาศัยของชาวไทยพุทธ ในเขตเทศบาลนครยะลา และในเขต ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา
ทั้งนี้ มีกระแสข่าวออกมาว่า แกนนำกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ได้เตรียมการก่อเหตุ โดยให้แนวร่วมนำรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน สีน้ำเงิน ไม่ทราบรุ่น และ หมายเลขทะเบียน ซุกระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20 กิโลกรัม (คาร์บอมบ์) และรถจักรยานยนต์บอมบ์ จำนวน 6 คัน เตรียมเคลื่อนย้ายนำเข้ามาก่อเหตุร้าย ย่านชุดชน ภายในเขตเทศบาลนครยะลา โดยมีเป้าหมายบริเวณที่เป็นแหล่งการค้าของชาวไทยพุทธ ย่านถนนรวมมิตร ตามสถานบันเทิง โรงแรม
หน่วยเฉพาะกิจยะลา ที่ 11 จึงได้มีการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อคอยอำนวยความสะดวก และคอยดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนอย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนในพื้นที่ให้กลับมาอีกครั้ง
www.manager.
สำรวจงบดับไฟใต้ปี 55 กอ.รมน.ชง 6.1 พันล้าน ศอ.บต.ลุ้น 1.4 พันล้าน งบความมั่นคงส่อลด
วันพุธที่ 09 พฤศจิกายน 2011 เวลา 08:35 น.
สัปดาห์นี้จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ที่ตั้งเอาไว้ 2.38 ล้านล้านบาท (2,380,000,000,000 บาท) น่าสนใจว่า "งบดับไฟใต้" ในปีนี้มีจำนวนเท่าไร โดยเฉพาะเป็นปีที่รัฐบาลกำลังจัดทำโครงสร้างองค์การบริหารใหม่ ขณะที่องค์กรดับไฟใต้เดิมอย่าง ศอ.บต.ก็มีกฎหมายรองรับให้เสนองบประมาณของตนเองได้เป็นปีแรก
พลิกดูเอกสารงบประมาณพบว่า "งบดับไฟใต้" ส่วนใหญ่อยู่ในแผนงานที่ชื่อว่า "แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้" กระจายกันอยู่หลายหน่วยงาน ทั้งหน่วยราชการที่ทำหน้าที่พัฒนา และหน่วยงานด้านความมั่นคง
"ศูนย์ข่าวอิศรา" สำรวจตัวเลขงบประมาณดับไฟใต้ของหน่วยงานสำคัญๆ ที่ตั้งเอาไว้ในระดับที่มีนัยสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ดังนี้
- กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ตั้งงบรวมเอาไว้ที่ 6,747 ล้านบาท แยกเป็นงบดับไฟใต้ 6,100 ล้านบาท
- ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งเพิ่งมีพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 ออกมารองรับ และได้เสนองบประมาณเองเป็นปีแรก ตั้งงบไว้ที่ 1,422 ล้านบาท
- กองทัพบก ตั้งงบรวมเอาไว้ 81,716 ล้านบาท เป็นงบดับไฟใต้ 1,502 ล้านบาท ขณะที่กองทัพเรือ 690 ล้านบาท กองทัพอากาศ 204 ล้านบาท และกองบัญชาการกองทัพไทย 50 ล้านบาท
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งงบรวมเอาไว้ 78,000 ล้านบาทเศษ เป็นงบดับไฟใต้ 1,521 ล้านบาท
- กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตั้งงบดับไฟใต้เอาไว้ที่ 2,085 ล้านบาท ขณะที่กรมโยธาธิการและผังเมือง มีงบแผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 238 ล้านบาท
- กระทรวงศึกษาธิการ มีการตั้งงบไว้หลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวง 163 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 749 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 186 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 113 ล้านบาท
- กระทรวงสาธารณสุข ตั้งงบเอาไว้ที่สำนักงานปลัดกระทรวง 413 ล้านบาท
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตั้งงบแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เอาไว้ 122 ล้านบาท มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ 23 ล้านบาท มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 18 ล้านบาท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 22 ล้านบาท
นอกจากนั้น ยังมีกระทรวง ทบวง กรมที่เป็นกระทรวงเศรษฐกิจและสังคมตั้งงบที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้เอาไว้อีกจำนวนมาก ทว่าแต่ละรายการมียอดงบประมาณไม่มากนัก เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แบ่งเป็นกรมการข้าว 11 ล้านบาท กรมประมง 45 ล้านบาท กรมปศุสัตว์ 61 ล้านบาท กรมพัฒนาที่ดิน 113 ล้านบาท กรมวิชาการเกษตร 34 ล้านบาท กรมส่งเสริมการเกษตร 25 ล้านบาท กรมส่งเสริมสหกรณ์ 25 ล้านบาท กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวง 25 ล้านบาท
กระทรวงยุติธรรม ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวง 46 ล้านบาท กระทรวงวัฒนธรรม ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวง 80 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) 14 ล้านบาท และยังมีงบพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดอีกจำนวนหนึ่ง โดยตัวเลขงบประมาณทั้งหมดนี้ไม่รวมงบเยียวยา
ยอดรวม 1.6 หมื่นล้าน-งบความมั่นคงส่อลด
ตัวเลขงบประมาณที่สรุปมา เป็นงบเบื้องต้นที่ทางกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานต่างๆ เสนอขอเอาไว้ และผ่านการพิจารณาของสำนักงบประมาณในลำดับแรก ซึ่ง "ศูนย์ข่าวอิศรา" สรุปมาแบบตัวเลขกลมๆ ไม่ลงรายละเอียดมากนัก และยอดงบประมาณของแต่ละหน่วยงานยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้เมื่อผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ทั้งของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
อย่างไรก็ดี จากการพิจารณาทิศทางของงบประมาณในเบื้องต้นนี้ พบว่ายอดงบรวมในแผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ที่ราว 16,000 ล้านบาทเศษ เป็นงบของ กอ.รมน.รวมกับ ศอ.บต.ในฐานะหน่วยงานหลักในภารกิจดับไฟใต้ 7,522 ล้านบาท (กอ.รมน. 6,100 ล้าน ศอ.บต.1,422 ล้านบาท) และงบกองทัพบก (หน่วยงานหลักใน กอ.รมน.) 1,502 ล้านบาท
จากตัวเลขงบประมาณที่มองเห็นในเบื้องต้น พอสรุปได้ว่าการตั้งงบประมาณด้านความมั่นคงในปีงบประมาณ 2555 มีทิศทางลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว กล่าวคืองบ กอ.รมน. (รวม ศอ.บต.) ตั้งงบประมาณปี 2554 ไว้ที่ 8,019 ล้านบาทเศษ (ได้รับจริง 7,542 ล้านบาท) แต่ปีนี้ลดลงเหลือ 7,522 ล้านบาท ขณะที่งบของกองทัพบกในภารกิจดับไฟใต้ก็ตั้งไว้ลดลงจาก 2,274 ล้านบาทในปีที่แล้ว เหลือ 1,502 ล้านบาทในปีนี้
กระนั้นก็ตาม ทั้งยอดรวมของงบแผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และงบดับไฟใต้ที่แยกรายหน่วยงาน ยังคงต้องติดตามตรวจสอบต่อไป เนื่องจากอาจมีงบที่ซ่อนอยู่ในรายการอื่นๆ เช่น งบสำหรับการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ซึ่งอาจเกี่ยวเนื่องกับภารกิจแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ซึ่ง "ศูนย์ข่าวอิศรา" จะติดตามมานำเสนอเป็นระยะๆ ต่อไป
ย้อนดูงบดับไฟใต้ 8 ปีงบประมาณ
อนึ่ง งบประมาณดับไฟใต้ที่ผ่านมาแยกแยะเป็นรายปีได้ดังนี้
ปี 2547 จำนวน 13,450 ล้านบาท
ปี 2548 จำนวน 13,674 ล้านบาท
ปี 2549 จำนวน 14,207 ล้านบาท
ปี 2550 จำนวน 17,526 ล้านบาท
ปี 2551 จำนวน 22,988 ล้านบาท
ปี 2552 จำนวน 27,547 ล้านบาท
ปี 2553 จำนวน 16,507 ล้านบาท
ปี 2554 จำนวน 19,102 ล้านบาท
รวม 8 ปีงบประมาณ รัฐบาลทุ่มเม็ดเงินลงไปสำหรับภารกิจดับไฟใต้แล้วทั้งสิ้น 145,001 ล้านบาท หรือตัวเลขกลมๆ 1.45 แสนล้านบาท
www.isranews.
ซุ่มยิง ตร.ขณะปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย โชคดีไร้เจ็บ
4 พฤศจิกายน 2554 16:57 น.
ยะลา - คนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยคดีความมั่นคง ใน ต.ลำใหม่ ก่อนเกิดการปะทะกันราว 5 นาที ทั้งนี้หลังเสียงปืนสงบไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายอาศัยความชำนาญทางหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว
วันนี้ (4 พ.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รองผกก.ป.สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา รับแจ้งจากทางวิทยุสื่อสารว่ามีกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืน ซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา (ศปก.ตร.สน.) ขณะเข้าทำการตรวจค้นในพื้นที่และบ้านเป้าหมาย เพื่อค้นหาบุคคลเป้าหมายในคดีความมั่นคง บริเวณด้านหลังมัสยิด บ้านปีซัด หมู่ที่ 1 ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา หลังได้รับแจ้ง จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัทยาท ผกก. จ.ส.อ.อดิศักดิ์ ทับเที่ยง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เมือง จ.ยะลา กำลังเจ้าหน้าที่ ทหาร ฉก.11 อ.เมือง จ.ยะลา ตำรวจ และฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง
จุดที่เกิดเหตุดังกล่าวเป็นบริเวณทางด้านหลังมัสยิดบ้านปีซัด ตรงต้นไม้รกทึบ พบเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา (ศปก.ตร.สน.) อยู่ในท่าทีเตรียมพร้อม สอบสวนทราบว่า ขณะที่ พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ (ศปก.ตร.สน.) และเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.11 อ.เมือง จ.ยะลา จำนวน 30 นาย ได้เข้าทำการปิดล้อมพื้นที่ และบ้านเป้าหมายเพื่อค้นหาบุคคลต้องสงสัย หลังการข่าวแจ้งว่ามีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ กลุ่มของนายอิบรอฮิม เซ็งโซ๊ะ ผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงเข้าหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
โดยขณะทำการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ มีกลุ่มคนร้ายประมาณ 2-4 คน โดย 1 ใน 4 สวมผ้าโสร่ง ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหลายนัด จึงเกิดการปะทะกันประมาณ 5 นาที หลังเสียงปืนสงบไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายได้อาศัยความชำนาญหลบหนีไปทางบ้านตาสาอย่างรวดเร็ว
www.manager.
ยิง M79 ถล่มจุดตรวจ 2 ลูกแต่พลาดเป้าถูกชาวบ้านเจ็บสาหัส
3 พฤศจิกายน 2554 22:25 น.
ปัตตานี - ยิง M 79 จำนวน 2 ลูกใส่จุดตรวจยุทธศาสตร์จันทรัตน์ อ.ปะนาเระ แต่พลาดเป้า ถูกชาวบ้านบาดเจ็บสาหัส 1 ราย
วันนี้ (3 พ.ย.) เมื่อเวลา 20.00 น. พ.ต.ท.ไพสิฐ แก้วจรัส รอง ผกก.ป.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งทางวิทยุจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจยุทธศาสตร์จันทรัตน์ ตั้งอยู่ริมถนนสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส ม.1 ต.ควน ว่า ถูกคนร้ายโจมตีด้วยระเบิดจึงขอกำลังเสริมเข้าช่วยเหลือ หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังเข้าตรวจสอบพร้อมกำลังทหาร ฉก.ปัตตานี 22 รุดไปยังที่เกิดเหตุ
ไปถึงพบว่าสถานการณ์ปกติแล้ว ตรวจสอบพบหลุมระเบิดอยู่ด้านหน้าใกล้โรงเก็บรถห่างจากจุดตรวจ ประมาณ 5 เมตร ทำให้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กษ 6320 กทม. ของ รตท.นรากร เอียดช่วย รอง สวป.สภ.ปะนาเระ ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าจุดตรวจ ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย และพบอีก 1 หลุมด้านหลังจุดตรวจ ทำให้นางเที่ยม ดำแก้ว อายุ 65 ปี ถูกสะเก็ตดระเบิดเข้าศีรษะบาดเจ็บสาหัส ขณะนั่งอยู่ในบ้านเลขที่ 43 ม.1 ต.ควน และถูกนำส่งโรงพยาบาลปะนาเระแล้ว
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ รตท.นรากร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ จำนวน 10 นาย กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามปกตินั้น ปรากฏว่าได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ใช้อาวุธปืนเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่จุดตรวจ จำนวน 2 ลูก เสียงดังสนั่น หมายจะสังหารเจ้าหน้าที่ แต่พลาดเป้าไปถูกชาวบ้านบาดเจ็บ ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว
ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือแนวร่วมต้องการสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน
www.manager.
โจรใต้ดักบึมรถทหารนราฯ เจ็บสาหัส 2 นาย
3 พฤศจิกายน 2554, 15:07 น.
บึมรายวัน! โจรใต้ดักวางระเบิดแสวงเครื่อง 5 กก. ชุดลาดตระเวนตรวจความเรียบร้อยบนถนนศรีสาคร รถกระบะทหารพรุน จนท.ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย เพื่อนทหารส่งตัวรักษาที่ รพ.แล้ว
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 พ.ย. 54 พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผกก.สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัดร้อย ร.3113 ฉก.นราธิวาส 37 ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย เหตุเกิดบนถนนสายศรีสาคร-บ้านปีโล๊ะ หมู่ 1 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับนายไพโรจน์ จริตงาม นายอำเภอศรีสาคร พ.ท.จักรพงษ์ เสลา ผบ.ฉก.นราธิวาส 37
ที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดที่ริมถนน ลึก 2 ฟุต กว้าง 3 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง และห่างไปประมาณ 100 เมตร พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่เจ้าหน้าที่ทหารนั่งโดยสารมา มีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณตัวถังด้านขวาเป็นรูพรุนจำนวนหลายแห่ง จอดเสียหลักอยู่ข้างทาง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 นาย เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาที่ รพ.ศรีสาคร ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ คือ ส.อ.อัญเชิญ อิ่มนวลกมล อายุ 30 ปี และ พลฯวสันต์ กุลรักษ์ อายุ 22 ปี ซึ่งทั้ง 2 นาย ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขาได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.อ.สมหมาย ปล้องไม้ ผบ.ร้อย ร.3113 ฉก.นราธิวาส 37 ได้นำกำลังรวม 5 นาย นั่งรถยนต์กระบะออกจากฐานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อย เส้นทางให้กับคณะครู เมื่อเสร็จภารกิจได้นั่งรถยนต์กระบะเพื่อเดินทางไปประชุมต่อร่วมกับผู้บังคับบัญชาที่ ฉก.นราธิวาส 37 ขณะเดินทางอยู่นั้นได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะรถยนต์แล่นผ่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ 2 นาย
www.thairath.
บึ้มรถคนหาของป่าดับ 6 ศพ-ทหารพรานเหยียบระเบิดเพิ่มรวมสาหัสอีก 2
2 พฤศจิกายน 2554 19:52 น.
นราธิวาส - โจรใต้กดบึ้มรถกระบะขาด 2 ท่อน คนหาของป่าสังเวย 6 ศพ และอาการสาหัสอีก 1 ราย โดยมีการเข้าจ่อยิงซ้ำอย่างโหดเหี้ยมทีละคน ขณะเดียวกันทหารพรานเข้าตรวจเหยียบกับระเบิดสาหัสอีก 1 ที่ระแงะ
วันนี้ (2 พ.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.อ.เฮรามาน เจ๊ะดี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิดรถยนต์ของชาวบ้านที่หาของป่าบนถนนสายเจาะไอร้อง-บาโงกูโบ ช่วงบริเวณ ม.6 ต.บองอ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดร้อย ทพ.ที่ 4509 กรมทหารพรานที่ 45 เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้เหยียบกับระเบิดของคนร้ายได้รับบาดเจ็บอีก 1 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน ทะเบียน บค-8582 สงขลา ซึ่งอยู่ในสภาพถูกอนุภาพของระเบิดขาด 2 ท่อน จอดอยู่กลางถนน และมีศพผู้เสียชีวิต จำนวน 6 คน ซึ่งอยู่ในสภาพร่างกายแหลกเหลวอยู่จมกองเลือดอยู่กระจัดกระจาย แถมยังมีปลอกกระสุนปืนเอ็ม.16 ของคนร้ายตกอยู่บนถนนอีก จำนวนกว่า 10 ปลอก นอกจากนี้ห่างไปอีกประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดกลางถนน ลึก 1 เมตร กว้าง 1.5 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 20 ก.ก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟเข้าไปในป่ารกทึบ 100 เมตร รวมทั้งหมูป่าอีก 2 ตัว ที่กระเด็นตกจากรถไปนอนกองอยู่กับผู้เสียชีวิต
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ คือ นายมานพ บุญเต๊ะ ซึ่งถูกอนุภาพของระเบิดมีอาการสาหัส แพทย์ต้องรีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุก่อนที่จะทยอยนำศพผู้เสียชีวิตซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่บ้านป่าไผ่ ม.5 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ส่งโรงพยาบาลระแงะแพทย์ให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งประกอบด้วย 1.นายบรรหาร สั่งแก้ว 2.นายปรีชา จ่ายอ่อง 3.นายเทียบ รักษาชุม 4.นายรุธ เซ้งสีแดง 5.นายวาทิน เซ้งสีแดงและ6. ด.ต.เอกชัย มิ่งขวัญ อดีต ตชด.447
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายและผู้บาดเจ็บ รวม 7 คน ได้รวมตัวขึ้นรถยนต์กระบะเพื่อเดินทางตระเวนหาสัตว์ป่า ในพื้นที่ ต.บองอ อ.ระแงะ เมื่อทั้ง 7 คน สามารถยิงหมูป่าได้ 2 ตัวแล้วจึงได้ชวนกันกลับบ้านพัก และในระหว่างที่ผู้ตายและผู้บาดเจ็บนั่งรถยนต์กระบะถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้าย จำนวน 5-6 คน ซึ่งมีอาวุธปืนครบมือ ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้กลางถนน จนเกิดระเบิดขึ้นขณะรถยนต์กระบะแล่นผ่ากลาง ทำให้รถยนต์กระบะขาด 2 ท่อน คนที่นั่งโดยสารร่วมกันมาทั้งด้านหน้าและกระบะหลัง ต่างลอยกระเด็นตกจากรถไปคนละทิศละทางมีทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต หลังจากนั้นคนร้ายทั้งหมดได้วิ่งกรูออกจากป่าใช้อาวุธปืนเอ็ม.16 ยิงซ้ำใส่คนหาของป่าทั้งหมดทีละนัดๆ แต่นายมานพผู้ได้รับบาดเจ็บโชคดีที่กระเด็นเข้าไปในป่า ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับกลุ่มคนร้าย ทำให้คนร้ายมองไม่เห็นและรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหารพรานร้อย ทพ.ที่ 4509 กรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งตั้งฐานอยู่ภายในโรงเรียนบ้านบาโงกูโบ ได้รับแจ้งเหตุจึงจัดกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าตรวจสอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุจึงได้กระจายกำลังกันตรวจสอบเพื่อหาผู้รอดชีวิต และสามารถพบตัวนายมานพที่นอนสลบอยู่ในป่า จึงได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลระแงะ แต่กำลังอีกชุดหนึ่งได้ตรวจสอบบริเวณป่าที่คนร้ายใช้เป็นสถานที่นั่งจุดชนวนระเบิด และขณะตรวจสอบอยู่นั้น อส.นริศ ลิวรรณ ได้เดินไปเหยียบกับระเบิดที่คนร้ายวางดักไว้ จนข้อเท้าด้านขวาเกือบขาดดังกล่าว
www.manager.
ยะลาบึ้มอีกรอบ! ทหารพรานรอดตายหวุดหวิด
2 พฤศจิกายน 2554 13:27 น.
ยะลา - ระเบิดซ้ำอีกรอบ! ทหารพราน มว.447 กรมทหารพรานที่ 47 รอดตายหวุดหวิดขณะออดลาดตระเวนเส้นทางใน อ.บันนังสตา ด้าน ผกก.สภ.บันนังสตา เผย "ไอ้หน้าเหลี่ยม" หรือ "ยูกีมือรี เจะดีแม" แกนนำคนสำคัญลอบวางระเบิด ตชด.ยะลาเจ็บ 4 นายเมื่อเช้านี้
วันนี้ (2 พ.ย.) หลังจากเกิดเหตุคนร้าย ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องใต้ผิวถนนสายปาลอบาต๊ะ-บ้านนิคมกือลอง อ.บันนังสตา ก่อนกดชนวนขณะเจ้าหน้าที่ ตชด.เดินทางไปรักษาความปลอดภัยครู แรงระเบิดส่งผลให้ ตชด.บาดเจ็บ 4 นายเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น
พ.ต.อ.สุวัตต์ วงศ์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา เปิดเผยว่า กลุ่มที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เป็นกลุ่มของ "ไอ้หน้าเหลี่ยม" หรือยูกีมือรี เจะดีแม แกนนำคนสำคัญ มือระเบิดสังหาร พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.บันนังสตา ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.บันนังสตา
ทั้งนี้ ประมาณ 1 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ตชด.นั้น ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดทหารพราน มว.447 กรมทหารพรานที่ 47 ขณะออดลาดตระเวนเส้นทางภายในหมู่บ้านแอร้อง หมู่ที่ 10 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 3 นาย โดยได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว เบื้องต้นทราบว่า เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 3 - 5 กก. ฝั่งไว้ริมถนน เมื่อเจ้าหน้าที่เดินมาถึง คนร้ายได้กดระเบิดขึ้น ทำให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
www.manager.
ใต้ป่วนไม่หยุด ลอบบึมริมถนนบันนังสตา ตร.เจ็บ3นาย
31 ตุลาคม 2554, 15:41 น.
โจรใต้ป่วนไม่หยุด ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนัก 10 กก. ริมถนนสาย 410 ยะลา – เบตง หมู่ 11 บ้านป่าหวัง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ตรงข้ามโรงงานไม้ยางพาราบ้านป่าหวัง ตร.บาดเจ็บ 3 นาย รถ จนท. รถบรรทุกพังเสียหาย...
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 ต.ค 54 ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจู่โจม สภ.บันนังสตา ว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสาย 410 ยะลา – เบตง หมู่ 11 บ้านป่าหวัง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ตรงข้ามโรงงานไม้ยางพาราบ้านป่าหวัง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บหลายนาย หลังรับแจ้ง จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.สุวัตต์ วงษ์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบันนังสตา แล้วจำนวน 3 นาย ทราบชื่อ คือ ส.ต.ท.เรืองฤทธิ์ ทองทิพย์ ส.ต.ท.นเรศ ทิพย์สละ และ ดต.สัญญา จิตต์เหลือม โดยทั้งสามนายถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกายและใบหน้า ล่าสุดต้องส่งตัว ส.ต.ท.เรืองฤทธิ์ ไปยังโรงพยาบาลยะลา เพื่อตรวจดูอาการอย่างละเอียด ส่วนในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่าที่บริเวณเสาหลักริมถนน ถูกแรงระเบิด ได้รับความเสียหาย โดยที่ข้างเสาดังกล่าว พบหลุมที่เกิดจากแรงระเบิดกว้างประมาณ 1 ฟุต ลึก 6 นิ้ว นอกจากนั้นยังพบเศษถุงกระสอบ เศษถังแก๊สปิกนิก สายไฟ รวมทั้งสะเก็ดระเบิด ตกกระจายอยู่รอบบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน
ในเบื้องต้นเชื่อว่า เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิกนิก น้ำหนักประมาณ 10 กก. ส่วนการจุดชนวน เชื่อว่าใช้วิทยุสื่อสาร แต่ก็ต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ หมายเลขทะเบียน 80-4115 ยะลา สภาพถูกแรงระเบิดทำให้ยางแตกทั้งหมด และสะเก็ดระเบิดทำให้ถังน้ำมันแตก น้ำมันรั่วไหลลงบนพื้นถนนจำนวนมาก และยังพบรถยนต์กระบะตราโล่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หมายเลข ชผ 1079 กทม. จอดอยู่ใกล้กัน สภาพถูกแรงระเบิด ทำให้กระจกแตก และมีร่องรอยสะเก็ดระเบิดจำนวนหลายจุด
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการจู่โจม ของ สภ.บันนังสตา จำนวน 8 นาย เดินทางด้วยรถยนต์กระบะคันดังกล่าว เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุในขณะที่รถยนต์กระบะของตำรวจ กำลังจะขับแซงรถบรรทุก คนร้ายซึ่งนำวัตถุระเบิดใส่ในกระสอบแล้วอำพรางด้วยหน่อกล้วย มาวางไว้ที่เสาปูนริมถนน ได้จุดชนวนระเบิดขึ้นทันที ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุ เชื่อว่าคนร้ายต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
www.thairath.
โจรใต้ป่วนนราฯ วางระเบิดทำ ชรบ.-ชาวบ้านขาขาด 2 ราย-เด็กสิบขวบบาดเจ็บ
31 ตุลาคม 2554 12:20 น.
นราธิวาส - คนร้ายลอบวางแผนตัดต้นไม้ขวางถนน ล่อให้ ชรบ.ติดกับออกไปตรวจสอบและเหยียบระเบิดขาขาด อีกราย ส่วนอีกรายวางระเบิดในสวนยาง ทำให้ชาวบ้านเหยียบระเบิดขาขาดอีกราย และสะเก็ดระเบิดทำให้ลูกชายวัย 10 ขวบได้รับบาดเจ็บอีกด้วย
วันนี้ (31 ต.ค.) เมื่อเวลา 07.00 น. พ.ต.อ.เสน่ห์ จรรยาสถิตย์ ผกก.สภ.แว้ง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุ ชรบ.เหยียบกับระเบิดขาขาด 1 ราย ที่บ้านน้ำขาว ม.3 ต.กายูคละ อ.แว้ง จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบคนร้ายตัดต้นไม้ยางพาราขวางถนน และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อพีวีซี หนัก 1 กก. จุดชนวนแบบเท้าเหยียบตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ โดยเฉพาะที่บริเวณกิ่งไม้คนร้ายได้ใช้เชือกไนลอนแขวนป้ายผ้า เขียนข้อความเป็นภาษาไทย ซึ่งมีใจความว่า “ตุลาแห่งตากใบ ตราบใดผู้บงการฆ่าชาวมลายูยังครองอำนาจรัฐอยู่ ตราบนั้นชีวิตชาวไทยพุทธต้องได้รับการชดใช้” ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บพลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลแว้งไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ทราบชื่อ คือ นายสุรพงษ์ ศรีสุวรรณโณ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 216 ม.3 ต.กายูคละ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านน้ำขาว ม.3 ต.กายูคละ มีร่องรอยถูกอนุภาพของระเบิดจนขาขวาขาด แพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น แล้วรีบส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก
จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะที่นายสุรพงษ์กำลังเข้าเวรอยู่ที่ป้อมจุดตรวจ ชรบ.ได้รับแจ้งจากชาวบ้านมีคนร้ายตัดต้นยางพาราขวางถนน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบและในระหว่างเดินอยู่นั้น นายสุรพงษ์ได้เดินไปเหยียบกับระเบิดที่คนร้ายวางซุกไว้ข้างกิ่งไม้ริมถนนจนนายสุรพงษ์ขาขวาขาด
ต่อมาในเวลาไล่เลี่ยกันนายมูฮัมหมัดปาสุดี อีซอสาหะ อายุ 16 ปี และ ด.ช.รุสลัน ยูโซ๊ะ อายุ 10 ปี ได้เดินเข้าไปเพื่อช่วยบิดาและมารดาเก็บขี้ยางพาราภายในสวน ซึ่งตั้งอยู่บ้านคอลอกาเว ม.1 ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร นายมูฮัมหมัดปาสุดีได้เดินไปเหยียบกับระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อ พีวีซี หนัก 1 กก. ก่อนนำไปฝังไว้บริเวณทางเดินภายในสวนยางพารา จนทำให้นายมูฮัมหมัดปาสุดี ข้อเท้าซ้ายขาด ส่วน ด.ช.รุสลัน ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณลำตัวและขาทั้ง 2 ข้าง ซึ่งล่าสุด พ.ท.จักรพงษ์ เสลา ผบ.ฉก.นราธิวาส 37 และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว
ต่อมาเวลา 09.50 น.ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นบนถนนภายในหมู่บ้านแฆและ ม.4 ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.นราธิวาส 32 กำลังเดินลาดตระเวนเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยอยู่บนถนน ซึ่งจุดดังกล่าวนี้ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
ความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดร้านขายของชำ วางระเบิดหน้าฐานปฏิบัติการทหารชุดพัฒนาสันติ และขว้างระเบิดใส่บ้านพักครู ป่วนนราธิวาส 5 อำเภอ คือ อำเภอรือเสาะ สุไหงโก-ลก สุไหงปาดี ตากใบ และอำเภอยี่งอ เมื่อช่วงดึกของคืนที่วันที่ 30 ต.ค.54
ล่าสุด จากการประเมินสถานการณ์จากการให้ปากคำของพยานบุคคลในเบื้องต้น พบว่า กลุ่มคนร้ายที่ลอบก่อเหตุทั้งหมด จะแฝงตัวอำพรางแต่งกายเป็นผู้หญิงใช้ผ้าคลุมผมปิดใบหน้า แอบถือระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกระป๋องเครื่องดื่มน้ำอัดลม หนัก 1 กก. จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาปลุกจากนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอลไปวางปะปนไว้กับสินค้าภายในร้าน ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนของแต่ละ สภ.ได้ทำการตรวจสอบภาพวงจรปิดเพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมกลุ่มคนร้ายต่อไปแล้ว
www.manager.
ระเบิดรถยนต์ตำรวจยะลา ร้อยเวรเจ็บ 1
31 ตุลาคม 2554 13:46 น.
ยะลา - ระเบิดรถยนต์ตำรวจพังยับ ร้อยเวรบันนังสตา บาดเจ็บ 1 นาย คาดคนร้ายลอบฝังระเบิดหวังปลิดชีพ จนท.
วันนี้ (31 ต.ค.) เมื่อเวลา 10.10 น. พ.ต.อ.สุวัตต์ วงค์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา พ.ต.ท.เจริญ ธรรมขันธ์ รอง ผกก.สส.นายสมเกียรติ ศีรษะเนตร นายอำเภอบันนังสตา พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 15 สนธิกำลังไปตรวจสอบเหตุระเบิดที่บ้านป่าหวังนอก หมู่ 11 ต.บันนังสตา ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณทางโค้งหน้าโรงงานไม้ยางพาราแปรรูป ริมถนนสาย 410(ยะลา-เบตง)
พบจุดระเบิดอยู่ตรงเสาหลัก เสาคอนกรีตแตกกระจาย มีรถปิกอัพเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.บันนังสตา ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ ทะเบียน 1079 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหาย กระโปรงตัวถังแถบซ้ายถูกสะเก็ดระเบิดพรุน กระจกหน้ารถแตก นอกจากนี้ยังมีรถบรรทุกสิบล้อไม่ทราบทะเบียน ยางล้อหลังแตกจอดอยู่ริมถนน
ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ คือ ส.ต.ท.เรืองฤทธิ์ ทองทิพย์ อายุ 27 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.บันนังสตา ถูกสะเก็ดที่ดั้งจมูกได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่งโรงพยาบาลบันนังสตาแล้ว และพบเศษกล่องเหล็กบรรจุระเบิด สะเก็ดระเบิดตัดจากเหล็กเส้น เศษชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์วิทยุสื่อสาร จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นจึงติดตามไปสอบสวนผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล
เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.ธีรศักดิ์ วัฒนกุล ผบ.หมู่ ป.สภ.บันนังสตา นำกำลัง จนท.ตำรวจชุดสายตรวจออกสืบสวนหาข่าวตามแผนรักษาความปลอดภัยของ พ.ต.อ.สุวัตต์ วงค์ไพบูลย์ ขณะเดินทางกลับแล่นตามหลังรถบรรทุกสิบล้อมาถึงทางโค้งจุดเกิดเหตุ จู่ๆ ได้เกิดระเบิดขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว สะเก็ดระเบิดถูก ส.ต.ท.เรืองฤทธิ์ ได้รับบาดเจ็บ และรถยนต์ได้รับความเสียหายดังกล่าว
ส่วนผู้ก่อเหตุคาดว่าเป็นกลุ่มแนวร่วมอาร์เคเคในพื้นที่ ถือโอกาสช่วงฝนตกเกือบตลอดคืนแอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัมจุดชนวนกับวิทยุสื่อสารมาฝังไว้ หวังทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
www.manager.
คนร้ายใช้เอ็ม 16 ถล่มยิง อส.กะพ้อ ดับ ลูกหลงถูกชาวบ้านเจ็บ 1
31 ตุลาคม 2554 16:11 น.
ปัตตานี- เกิดเหตุคนร้ายใช้เอ็ม 16 ยิงถล่ม อส.อ.กะพ้อ เสียชีวิตขณะเดินทางกลับบ้านพัก ชาวบ้านถูกกระสุนลูกหลงบาดเจ็บอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์
เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (31 ต.ค.) พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขำ ผกก.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันพื้นที่ ม.5 ต.ปล่องหอย นำกำลังไปที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด ทราบชื่อ นายอดิศักดิ์ กือนิ อายุ 46 ปี เป็น อส.อ.กะพ้อ อยู่บ้านเลขที่ 60/2 ม.6 ต.ปล่องหอย มีบาดแผลถกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม 16 เข้าศีรษะจนสมองเปิด และยังมีชาวบ้านถูกลูกหลงบาดเจ็บ 1 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลกะพ้อ ชื่อ นายมาหามะซัมซูดิง สาแม อายุ 53 ปี ถูกยิงเข้าที่สะโพกแพทย์ได้ช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กวน 334 ปัตตานี และพบปลอกกระสุนตกจำนวน 8 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้านพัก ระหว่างทางถูกคนร้ายตามประกบยิงจนเสียชีวิต และมีชาวบ้านถูกลูกหลงบาดเจ็บด้วย สาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์
www.manager.
โจรใต้วางระเบิดป่วนนราฯ 5 อำเภอ 10 จุด ในกระป๋องน้ำอัดลม
30 ตุลาคม 2554 21:52 น.
นราธิวาส - คนร้ายป่วนลอบวางระเบิดใน 5 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส โดยส่วนใหญ่เป็นร้านขายของชำ ซึ่งคนร้ายได้นำระเบิดบรรจุในกระป๋องน้ำอัดลมน้ำหนักประมาณ 1 กก.แล้วตั้งเวลาระเบิดด้วยนาฬิกาปลุก
วันนี้ (30 ต.ค.) ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนประชุมวางแผนนัดแนะวางระเบิดป่วนในพื้นที่หลายอำเภอของ จ.นราธิวาส โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มตั้งแต่เวลา 17.50 น.-18.20 น. โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี 2 จุด โดยจุดแรกคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุใส่ไว้ในกระป๋องเครื่องดื่มน้ำอัดลมหนัก 1 ก.ก.จุดชนวนด้วยนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล แฝงตัวนำไปวางไว้ภายในร้านขายรองเท้า และเสื้อผ้า เลขที่ 230/10 เขตเทศบาลตำบลปะลุรู อ.สุไหงปาดี ของนางเล็ก แซ่ตั้ง อายุ 68 ปี แรงระเบิดทำให้สินค้าได้รับความเสียหายแต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ส่วนจุดที่ 2 คนร้ายได้นำระเบิดชนิดและขนาดเดียวกันไปวางไว้บริเวณหน้าฐานปฏิบัติการชุดพัฒนาสันติที่ 30-3 ซึ่งตั้งอยู่หลังสถานีรถไฟสุไหงปาดี เขตเทศบาลตำบลปะลุรู แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
ส่วนที่ อ.สุไหงโก-ลก คนร้ายได้นำระเบิดชนิดและขนาดเดียวกันไปวางไว้ภายในร้านจำหน่ายสินค้ากิ๊ฟช็อป เลขที่ 86 ถนนประชาวิวัฒน์ เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ใกล้กับโรงแรมอินเตอร์ทาวเวอร์ ของนายสมนึก ทินกร อายุ 45 ปี แรงระเบิดทำให้สินค้าภายในร้านได้รับความเสียหายแต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
ส่วนที่ อ.ยี่งอ คนร้ายได้นำระเบิดขว้างใส่เข้าไปภายในบ้านพักของ นางคะนึงนิตย์ ชูสิงห์ ครู โรงเรียนบ้านกูแว ซึ่งตั้งอยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์ อ.ยี่งอ เขตเทศบาลตำบลยี่งอ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
ส่วนที่ อ.ตากใบ คนร้ายได้นำระเบิดชนิดและขนาดเดียวกันไปลอบวางไว้จำนวน 2 จุด โดยจุดแรกที่บริเวณร้านขายของชำไม่มีเลขที่ บ้านตาบา หมู่ 1 ต.เจ๊ะเห ส่วนจุดที่ 2 ที่บริเวณกำแพงรั้วหน้าโรงเรียนอนุบาลสมถวิล เขตเทศบาลเมืองตากใบ ซึ่งทั้ง 2 จุดไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ส่วนที่ อ.รือเสาะ คนร้ายได้นำระเบิดชนิดและขนาดเดียวกันลอบไปวางไว้จำนวน 4 จุด โดยจุดแรก คนร้ายได้นำระเบิดไปวางไว้ภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขารือเสาะ เลขที่ 182/27 เขตเทศบาลตำบลรือเสาะ ซึ่งจุดดังกล่าวทำให้ร้านเซเว่นฯ ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย ส่วนจุดที่ 2 ที่ร้านย่งฮวด เลขที่ 166/2 หมู่ 1 ต.รือเสาะออก ของนายประเสริฐ แซ่อึ้ง ทำให้สินค้าภายในร้านถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายบางส่วน จุดที่ 3 ที่บริเวณแผงลอยขายของชำ ภายในตลาดสดเทศบาลตำบลรือเสาะ และจุดที่ 4ห่างจากจุดที่ 3 ประมาณ 20 เมตร ซึ่งเป็นร้านขายของชำไม่มีเลขที่ ซึ่งทั้ง 4 จุดไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
www.manager.
สรุปเหตุระเบิดป่วนเมืองยะลา 24 จุดตาย 4 ศพ "โจร 2 ชาวบ้าน 2"
26 ตุลาคม 2554 13:27 น.
ยะลา - สรุปเหตุระเบิดถล่มเมืองยะลาเมือคืนที่ผ่านมา ระเบิดรวมทั้งสิ้น 24 จุด เก็บกู้ได้ 4 ลูก คนร้ายตาย 2 ชาวสบ้านตาย 2 เจ็บกว่า 50 คน และมีรายงานว่าคนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่ป้อมขุนไวอีก 2 ลูก แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
วันนี้ (26 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลา ว่า พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผบช.ศชต. เปิดเผยรายละเอียดเหตุการณ์ระเบิดป่วนเมืองยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อคืนที่ผ่านมา (25 ต.ค.) ว่า เกิดเหตุระเบิดรวมทั้งสิ้น 24 จุด ดังนี้
1. เวลา 18.32 น. เกิดระเบิดขึ้นเป็นจุดแรก ที่บริเวณซอยศรีปุตรา ตลาดเก่า ถ.สิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา เบื้องต้นตรวจสอบพบชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนมนุษย์ ส่วนที่เป็นศีรษะและขา เชื่อว่าเป็นของคนร้าย จำนวน 2 คน
2. เวลา 18.45 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านแซ่บอีสาน 2 ถ.ผังเมือง 5 เขตเทศบาลนครยะลา
3. เวลา 18.47 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านข้าวต้มคนจน ถ.รวมมิตร เขตเทศบาลนครยะลา
4. เวลา 18.50 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านมายค๊อฟฟี่ ถ.รวมมิตร เขตเทศบาลนครยะลา
5. เวลา 18.55 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าโชว์รูมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า บริษัทอริยะมอเตอร์ ถ.เทศบาล 1 เขตเทศบาลนครยะลา
6. เวลา 19.00 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าคิวทองสนุกเกอร์ โรงแรมปาร์ควิว ถ.รวมมิตร เขตเทศบาลนครยะลา
7. เวลา 19.00 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านอาหารซินุยะ ถ.รวมมิตร เขตเทศบาลนครยะลา
8. เวลา 19.03 น. เกิดระเบิดขึ้นที่ปากซอย 11 ถ.ผังเมือง 4 เขตเทศบาลนครยะลา
9. เวลา 19.04 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านเก่งเครื่องเขียน ถ.อาคารสงเคราะห์ เขตเทศบาลนครยะลา
10. เวลา 19.05 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าสำนักงานเขตตรวจราชการที่ 12 ถ.อาคารสงเคราะห์ เขตเทศบาลนครยะลา
11. เวลา 19.05 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านคุรุมาร์ท ถ.อาคารสงเคราะห์ เขตเทศบาลนครยะลา
12. เวลา 19.10 น. เกิดระเบิดขึ้นบริเวณตู้โทรศัพท์สาธารณะ ตลาดเมืองใหม่ (ตลาดผลไม้) เขตเทศบาลนครยะลา
13. เวลา 19.12 น. เกิดระเบิดขึ้นบริเวณหน้าฟู๊ดเช็นเตอร์ ถ.รัฐคำนึง เขตเทศบาลนครยะลา
14. เวลา 20.30 น. เกิดระเบิดขึ้นบริเวณหน้าร้าน 75 มาลอน ถ. ปิติอุทิศ เขตเทศบาลนครยะลา
15. เวลา 20.30 น. เกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าโรงแรมยะลารามา ถ.ศรีบำรุง เขตเทศบาลนครยะลา
16. เวลา 21.00 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านชุมพูมาร์ท หน้าตลาดสดผังเมือง 4 ถ.ผังเมือง 4 เขตเทศบาลนครยะลา
17. เวลา 21.05 น. เกิดระเบิดขึ้นบริเวณเสาไฟฟ้า บ้านปรามะ ม.13 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา
18. เวลา 21.45 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านเฟอร์นิเจอร์เคเฮาส์ (ตรงข้ามสำนักงานขนส่งเก่าทางเข้าตลาด เมืองใหม่) ถ.ภูมาชีพ เขตเทศบาลนครยะลา
19. เวลา 21.20 น. เกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณสี่แยกเมอร์รี (หน้าโรงแรมไฮเฮียง) ถ.พุทธภูมิวิถี เขตเทศบาลนครยะลา
20. เวลา 21.20 น. เกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณสามแยกบ้านท่าสาป (สะพานเฉลิมพระเกียรติเรือนจำ) ทางไปโรงเรียนบ้านท่าสาป ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา
21. เวลา 21.22 น. เกิดระเบิดขึ้นที่สามแยกบ้านท่าสาป (สะพานเฉลิมพระเกียรติเรือนจำ) ทางไปโรงเรียนบ้านท่าสาป (ฝั่งบ้านท่าสาป) อ.เมือง จ.ยะลา
22. เวลา 23.00 น. เกิดระเบิดขึ้นที่หน้าร้านจงกลนีการไฟฟ้า ถ.สิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา
23. เวลา 21.30 .น. เกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณเชิงสะพานท่าสาป (เส้นทางสาย 418. ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา
24. เวลา. 23.03 น. เกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าบริษัทเฉลียวศักดิ์ยางยนต์ ถ.สิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดได้อีก 4 จุด คือ
1. เวลา 18.50 น. เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ ถ.เทศบาล 1 เขตเทศบาลนครยะลา ได้จำนวน 1 ลูก จุดระเบิดด้วยนาฬิกาดิจิตอล ตั้งเวลาไว้ที่ 22.00 น.
2. เวลาประมาณ 19.15 น. เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดได้บริเวณหน้าศูนย์อีซูซุ ยะลา ได้จำนวน 1 ลูก
3. เวลา 19.25 น. เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดได้จำนวน 1 ลูก บริเวณหน้าโรงเรียนพัฒนาวิทยา ถ.ผังเมือง 2 จุดระเบิดด้วยนาฬิกาดิจิตอล ตั้งเวลาไว้ที่ 22.30 น.
4. เวลา 21.25 น. เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดหน้าร้านคาราโอเกะมิวสิคเคอเซอร์ ถ.ผังเมือง 4 เขตเทศบาลนครยะลา ได้จำนวน 1 ลูก
และเวลาประมาณ 23.32 น. คนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 79 ยิงใส่ป้อมขุนไว ถ.หลวงหมายเลข 410 ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา จำนวน 2 ลูก ลูกแรกตกในพงหญ้าข้างทาง ลูกที่ 2 ตกในคลอง ไม่มีผู้บาดเจ็บ
ทั้งนี้ จากเหตุระเบิด จำนวน 24 จุด เบื้องต้นได้ตรวจสอบกับโรงพยาบาลศูนย์ยะลาพบว่า มีผู้เสียชีวิต จำนวน 4 ราย เป็นคนร้ายจำนวน 2 ราย คือ นายฮัมดี มอสู อายุ 23 ปี และนายซาการียา สะนอยานยา อายุ 21 ปี เสียชีวิตขณะนำระเบิดเข้าที่หมาย ณ จุดที่ 1 และมีประชาชนเสียชีวิต 2 ราย คือ นายเสฎวุฒิ ทองจีน เสียชีวิตจากเหตุระเบิดบริเวณหน้าโรงแรมปาร์ควิว และหญิงไม่ทราบชื่อ 1 ราย นอกจากนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 50 ราย ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดใน จ.ยะลา จำนวน 52 รายและคนร้ายอีก 2 คน ได้แก่
1. นายเสฎวุฒิ ทองจีน เสียชีวิต
2. หญิง (ไม่ทราบชื่อ) เสียชีวิต
3. นายสุเทพ ผ่องสุวรรณ
4. นายฉลองชัย สายกระทะ
5. นายอับดุลการิม สาและอะ
6. นายเจริญ แซ่เล่า
7. น.ส.สุวรรณา ศรีเดชะ
8. น.ส.ขวัญชนก รักษ์ทอง
9.น.ส.สุภาวดี ทองเพชร
10. นายโชติวิทย์ สิงแก้ว
11. น.ส.วิยะดา ผ่องใส่
12. นายปิยะ ดุลยะเสวี
14. นายสุรศักดิ์ สันติธัญโชค
15. นายซูลกิฟลี
16.น.ส.สร้อยแก้ว หงานผื่น
17. น.ส.นารีกาญจน์
18. ด.ญ.กัลยกร สุวรรณชาตรี
19. นายกัมปนาท สุวรรณชาตรี
20. ด.ญ.ศิริวิภา สายอะทะ
21. นายธนา ยามุมาศยุคล
22. นางโสภา วรวัฒน์วิชัย
23. นายทรงพล คงนะ
24. นายกิตติพัฒน์ อารีรักษ์
25. น.ส.จงใจ วงศ์คำอินทร์
26. น.ส.ณฐกร บอกา
27. นางพิไล ล่ากาวงศ์
28. นางขนิษฐา สายยะหะ
29. นายอาชิยา ดุลยาศรี
30. นายพงศ์กฤษณ์ แก้ววิจิตร
31. นายบุญช่วย สังข์แก้ว
32. นายอาวุธ ชมจันทร์
33.นางพรศิริ โลหะวิจารณ์
34. ดร.อนุกิตต์ วงศ์จันทร์เสนี
35. นายหะมะ ตาและ
36. น.ส.อัสมะ ปาแย
37. นายศราวุธ ลิขิตสมบัติ
38. นายสุยศ ช่วยศิริ
39. ด.ช.กสานต์ ธวิดา
40.นายกิตติพงษ์ แก้วทอง
41. นายคมกฤษ หงส์สาม
42. นางมารีแย สุหลง
43. นายพงษ์เทพ แซ่ซิ้ม
44. นายพัชรวิทย์ เลากาวงศ์
45. นางสุนันทา ชายกุล
46. นายธรรมรัตน์ จันทรรังสี
47. นายเจษฎารัตน์ บุญมา
48.นางคำพรรณ แซ่หลี
49. นายกิตติพัฒน์ จงรักษ์
50. นางยุพิน ศิริพงศ์
51. นายวรรธน์ธนสามศิปล์
52. นายพีระเทพ สุวุรรณเภสัช
53. นายฮัมดี มอสู (คนร้าย) เสียชีวิต
54. นายซาการียา สะนอยานยา (คนร้าย) เสียชีวิต
www.manager.
เปิด 50 ชื่อเหยื่อระเบิด 16 จุดเมืองยะลา-คาดโจรใต้ดับคาระเบิด 2
25 ตุลาคม 2554 22:26 น.
ยะลา - เผยรายชื่อผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดป่วนเมืองยะลา เบื้องต้น 16 จุด เสียชีวิตแล้ว 3 ราย บาดเจ็บ ร่วม 50 ราย เจ้าหน้าที่คาดผู้เสียชีวิต 2 รายแรก คือคนร้ายที่ลอบนำระเบิดไปวางที่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ แต่เกิดผิดพลาดทำให้เสียชีวิต
เมื่อเวลา 18.30 น.จนถึงเวลา 20.30 น.วันที่(25 ต.ค.) ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในตัวเมืองยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา โดยคนร้ายได้ก่อเหตุลอบวางระเบิดขึ้นจำนวนหลายจุด นับได้เบื้องต้น 16 จุด
ลูกแรกเกิดขึ้นที่บริเวณถนนศรีปุตรา 1 ถนนสิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา เบื้องต้นทราบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย
หลังจากนั้นทิ้งช่วงกันราว 10 นาที ได้เกิดระเบิดขึ้นที่ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ถนนเทศบาล 1 ตามมาที่หน้าร้านแซบอีสาน 2 ถนนผังเมือง 6 หลังศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.) ลูกที่ 3 ที่ร้านข้าวต้มคนจนหัวมุมถนนรวมมิตร หน้าโรงแรมโคล่า ลูกที่ 4 หน้าเซ็นจูรี่ผับ โรงแรมปาร์ควิว ลูกที่ 5 สี่แยกซุ้มเบียร์ถนนรวมมิตร ลูกที่ 6 หน้าโรงแรมยะลารามา ถนนศรีบำรุง ลูกที่ 7 หน้าร้านเก่ง ถนนอาคารสงเคราะห์ ใกล้สำนักงานเขตการศึกษา
ลูกที่ 8 หน้าตลาดผลไม้ตลาดเมืองใหม่ ถนนเปรมจิตต์-สุรพันธ์ ลูกที่ 9 หน้าร้านฟูดเซ็นเตอร์ ถนนสิโรรส ลูกที่ 10 ร้านสะดวกซื้อซอย 11 ถนนผังเมือง 4 ลูกที่ 11 ร้านโชว์ไทม์สี่แยกถนนจงรักษ์ ลูกที่ 12 หน้าเขตการศึกษา 2 หลังจากนั้นเกิดระเบิดซ้ำอีกลูก ลูกที่ 14 ร้านยะลาเฟอร์นิเจอร์ ถนนสิโรรส ลูกที่15 ถนนปิติอุทิศ หน้าโรงแรมเทพวิมาน ลูกที่ 16 หน้าตลาดสดผังเมือง 4 ถนนผังเมือง 4
ปรากฏว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ร่วม 50 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา และที่สาหัสมี 15 ราย ประกอบด้วย
1.นายเศรษฐวุฒิ ทองจีน อายุ 17 ปี ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการช่วยเหลือ
2.นายซารียะ ดุลยเสรี
3.นายฉลองชัย สายกะทะ
4.นางสร้อยแก้ว หงวนฝัน
5.นายพงษ์เทพ แซ่ซิ้ม
6.นางรีกาญจน์ ไม่ทราบนามสกุล
7.นายสุเทพ ผ่องสุวรรณ
8.นายเจริญ แซ่เล่า
9.นางสุวรรณา ศรีเดช
10.น.ส.ขวัญชนก รักษ์ทอง
11.นางสุภาวดี ทองเพชร
12.นายสุรศักดิ์ สันติธัญญาโชค
13.นายซุลกิพลี ไม่ทราบนามสกุล
14.นางมารีแย สุหลง
15.หญิงไม่ทราบชื่อ
นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดทั้งเด็กและผู้ใหญ่อีกหลายราย ได้แก่
1.ด.ญ.กัลยกร สุวรรณชาตรี
2.นายกัมปนาท สุวรรณชาตรี
3.ด.ญ.ศิริวิภา สายอาทร
4.นายชนา ยานุมาศยุคล
5.นางโสภา วรวัฒนวิชัย
6.นายทรงพล คงนะ
7.นายกิตติพัฒน์ อารีรักษ์
8.น.ส.จงใจ วงศ์คำอินทร์
9.น.ส.ณิชิกร มอคำ
10.นางพิไล เลากาวงศ์
11.น.ส.ขนิษฐา สายยะนะ
12.นายอาชิยา ดุลยเสรี
13.นายโชติวิทย์ สังข์แก้ว
14.นายบุญช่วย สังข์แก้ว
15.นางพงศ์กฤษณ์ แก้ววิจิตร
16.นายอาวุธ ชมจันทร์
และยังมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยอีกหลายราย ทางโรงพยาบาลต้องระดมทีมแพทย์พยาบาลไปให้การช่วยเหลือโดยเร่งด่วน โดยผู้ที่สาหัสได้จัดเตรียมนำเข้าห้องผ่าตัดเอาสะเก็ดระเบิดออก ส่วนผู้ที่บาดเจ็บเล็กน้อยและหูอื้อ หลังเยียวยาเบื้องต้นแพทย์ได้ให้กลับบ้านได้
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้สั่งการให้นายตำรวจทุกนายที่ไม่ได้เข้าเวรยามให้ไปเตรียมพร้อม ณ ที่ทำการ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นหลายจุด หลังจากนั้นได้พร้อม พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รอง ผกก.ป.นำกำลังแยกย้ายกันไปตามจุดที่เกิดเหตุ
ส่วนเหตุระเบิดรายแรกที่มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่ถนนศรีปุตรา 1 หลัง โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธินั้น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เข้าตรวจสอบ แต่คาดว่าผู้เสียชีวิตอาจเป็นคนร้ายอีกชุดที่แอบนำระเบิดเข้าไปร่วมป่วนเมืองในครั้งนี้ แต่เกิดผิดพลาดทางเทคนิคทำให้เกิดระเบิดขึ้นก่อนจนทำให้ตัวเองเสียชีวิต
และมีรายงานว่า พบวัตถุต้องสงสัยที่หน้าโรงเรียนพัฒนาวิทยา ถนนผังเมือง 2 หลังศาลากลางจังหวัดยะลา ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดตั้งเวลา โดยคนร้ายได้ตั้งเวลาไว้ที่ 22.30 น. ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเก็บกู้จนสำเร็จ
เหตุการณ์ป่วนเมืองครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเป็นความพยายามของพวกคนร้ายที่พยายามก่อเหตุ โดยก่อนหน้านั้นมีกระแสข่าวว่าคนร้ายเตรียมก่อเหตุระเบิดย่านถนนรวมมิตร ทางการจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ อส.อ.เมืองยะลาไปประจำริมถนนเป็นระยะๆ แต่คนร้ายได้วางแผนนำระเบิดซุกรถ จักรยานยนต์ ซุกรถยนต์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนิดตั้งเวลา แอบนำไปวางในช่วงปลอดเจ้าหน้าที่ อส.ที่ผลัดเปลี่ยนเวรยาม จนสามารถระเบิดได้นับสิบแห่ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บร่วม 50 รายดังกล่าว
www.manager.
บึ้ม! มินิมาร์ทนราฯ เสียชีวิตแล้ว 7 สาหัส 8 จนท.พบฮาร์ดดิสก์ CCTV เร่งตรวจสอบ
24 ตุลาคม 2554 12:07 น.
นราธิวาส - เหตุระเบิดมินิมาร์ท 2 จุด อ.เมืองนราธิวาส และเหตุยิงถล่มจุดตรวจบ้านยะกัง พบเจ้าของร้าน หจก.ซุ่ยฮั้วพาณิชย์ พร้อมอาจารย์สาวดับอนาถคากองเพลิงในร้านสะดวกซื้อ และครอบครัวทหารไฟคลอกดับอีก 3 รวมเสียชีวิตแล้ว 7 ราย สาหัส 8 ราย
เมื่อเวลา 07.30 น.วันนี้ (24 ต.ค.) พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พร้อมด้วย พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพษร หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส เดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่ร้านจินไถ่ จูเนียร์ เลขที่ 234 ถ.พิชิตบำรุง เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส รวมทั้ง หจก.ซุ่ยฮั้วพาณิชย์ นราธิวาส ถ.จำรูญนรา เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งทั้ง 2 ร้านเปิดบริการเป็นร้านสะดวกซื้อ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขึ้นชื่อของ จ.นราธิวาส โดยทั้ง 2 จุดถูกกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดขณะที่มีผู้คนกำลังจับจ่ายสินค้าเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 18.50 น.ของวันที่ 23 ต.ค.54 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย รวมทั้งร้านค้าได้รับความเสียหายยับเยิน
โดยจุดแรกที่ร้านจินไถ่ จูเนียร์ ซึ่งมีนายธีระ นวเธียร อายุ 45 ปี เป็นเจ้าของร้าน พบว่าเพลิงได้ลุกไหม้ตัวอาคารตั้งแต่ชั้น 1 จนถึงชั้น 4 รวมทั้งคลังเก็บสินค้าด้านข้างอาคารได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยมีเศษซากกระจกที่แตก รวมทั้งหลังคาที่พังตกลงมากระจัดกระจายเกลื่อนกองรวมกับสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมดเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่าบริเวณที่กลุ่มคนร้ายลอบแฝงตัวเข้าไปภายในร้านก่อนวางระเบิดเป็นชั้นวางสเปรย์ปรับอากาศ ที่ตั้งอยู่ทางซีกขวาของตัวอาคาร ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบฮาร์ดดิสก์ของกล้องวงจรปิดที่ถูกเพลิงไหม้ตกอยู่ใต้ซากของชั้นวางของมุมขวาของร้าน จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบเพื่อสาวไปถึงกลุ่มคนร้ายที่ลอบก่อเหตุในครั้งนี้
ขณะที่ทางด้าน หจก.ซุ่ยฮั้วพาณิชย์ ที่ห่างไปประมาณ 400 เมตร พบว่า สภาพความเสียหายไม่แตกต่างจากร้านจินไถ่ โดยถูกเพลิงไหม้ตัวอาคารทั้ง 2 ชั้นรวมทั้งสินค้าในร้านเสียหายทั้งหมดเช่นกัน โดยคนร้ายแฝงตัวปะปนเข้าไปภายในร้านก่อนวางระเบิดที่มุมด้านซ้ายของร้าน ซึ่งวางสินค้าประเภทผงซักฟอก
ทางด้าน พ.ต.อ.บรรลือ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ระเบิดที่กลุ่มคนร้ายลอบเข้าไปวางในร้านทั้ง 2 แห่ง เป็นระเบิดเพลิงที่บรรจุน้ำมันเบนซินไว้ภายในขวดขนาดใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบหาหลักฐาน เพื่อความชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากขณะนี้สภาพภายในร้านยังคุกรุ่นไปด้วยเปลวควัน ที่ต้องมีการฉีดน้ำสกัดเพื่อป้องกันการปะทุขึ้นมาอีกรอบให้ได้ก่อน ส่วนกลุ่มคนร้ายที่แบ่งกำลังเป็น 3 กลุ่มๆ ละประมาณ 6 คนนั้น เจ้าหน้าที่ได้มีการประสานไปยังสถานพยาบาลทุกแห่ง เนื่องจากคนร้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บประมาณ 3 คนจากการยิงต่อสู้ของเจ้าหน้าที่กองกำลังผสมที่จุดตรวจกาเสาะ บ.ยะกัง เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส โดยคนร้ายเสียชีวิต 1 คน ซึ่งคาดว่าสมาชิกที่เหลือยังคงกบดานในพื้นที่อำเภอใกล้เคียงคือ อ.ยี่งอ อ.บาเจาะและ อ.ระแงะ
สำหรับผู้เสียชีวิตจากเหตุทั้ง 3 จุด จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย 1.อส.วีรชัย แซ่พู่ อายุ 33 ปี 2.อส.ชลชาติ พรหมมูล อายุ 24 ปี ซึ่งทั้ง 2 นายถูกยิงเสียชีวิตที่จุดตรวจกาเสาะ 3.นายพิชยุทธ์ ธนะกิจวัมน์ อายุ 45 ปี เจ้าของร้านซุ่ยฮั้วพาณิชย์ 4.นางนันทนา บินมะ อายุ 29 ปี อาจารย์ รร.บ้านบูเก๊ะบากง อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ซึ่งทั้ง 2 รายถูกไฟคลอกเสียชีวิตภายในร้านซุ่นฮั้ว นอกจากนี้ พบศพเสียชีวิตซึ่งเป็นลูกค้าที่เข้าไปซื้อของภายในร้านจินไถ่ สภาพศพเป็นกองตะโก เสียชีวิตอีก 3 ราย ทราบชื่อ 1.จ.อ.สุวิทย์ วิไลวรรณ ไม่ทราบอายุ 2.นางวิลาศิณี วิไลวรรณ อายุ 32 ปี และ 3.ด.ช.พิทักษ์พงษ์ วิไลวรรณ อายุ 3 ขวบ ผู้ตายทั้ง 3 คนเป็นชาวไทยมุสลิม เกี่ยวข้องเป็นพ่อ แม่ ลูก ถูกนำชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ก่อนจะส่งศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนาต่อไป
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 8 ราย ประกอบด้วย 1.พลทหารพิทักษ์ เพ็ชรนก อายุ 23 ปี สังกัด ฉก.นราธิวาส 33 ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่จุดตรวจกาเสาะ ที่เหลืออีก 7 รายได้รับบาดเจ็บจากระเบิดเพลิงที่ร้านสะดวกซื้อทั้ง 2 จุดประกอบด้วย 1.นายมะรอกิ ดอเลาะ อายุ 30 ปี 2.ด.ญ.อาซีกิม ดือเร๊ะ อายุ 14 ปี 3.นางณัฐพุฒ ธนจิตรัตน์ อายุ 78 ปี 4.น.ส.สุรียานี เปาะแด อายุ 17 ปี 5.นางอรนิตย์ อำนวยพาณิชย์ อายุ 38 ปี 6.น.ส.รุซีนา เจ๊ะแว อายุ 18 ปี และ 7.นายอุสมาน ซานิตา อายุ 46 ปี โดยทั้ง 8 รายยังนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส เพื่อให้แพทย์ดูอาการอย่างใกล้ชิด
www.manager.
ป่วนนราฯ 3 จุด ยิง M79 อส.ดับ 2 – บึ้มร้านค้า 2 แห่งเจ็บ 8
24 ตุลาคม 2554 00:14 น.
นราธิวาส -เขตเทศบาลเมืองนราฯ ป่วนหนัก คนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่จุดตรวจยะกัง ปลิดชีพ อส. 2 ศพ ทหารบาดเจ็บ 1 นาย ขณะเดียวกันเกิดเหตุระเบิดในร้านของชำ 2 แห่ง ไฟไหม้วอด เจ็บรวม 8 ราย สาหัส 1 ราย
วันนี้ (23 ต.ค.) เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายกว่า 8 คน ใช้รถยนต์กระบะเป็นยานพาหนะขับผ่านบริเวณจุดตรวจบ้านยะกัง เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จากนั้นได้ใช้ปืนเอ็ม 79 ยิงใส่เจ้าหน้าที่บริเวณดังกล่าว ก่อนใช้อาวุธสงครามกราดยิงซ้ำ ทำให้เกิดการปะทะกันขึ้นจนคนร้ายล่าถอยไป
พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในร้านซุ่ยฮั้ว พานิชย์ ด้วย โดยคนร้ายได้นำระเบิดซุกไว้ภายในร้าน แล้วกดฉนวนระเบิด เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และมีเพลิงไหม้เกิดขึ้น โดยเพลิงไหม้ได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากภายในร้านเป็นโกดังเก็บของ มีสินค้าที่รอจำหน่ายจำนวนมาก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดอีก 1 จุด เกิดขึ้นภายในร้านขายของชำจินไถ่ เป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกไหม้เช่นกัน หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบทั้ง 3 จุด พร้อมทั้งประสานรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ
จากการเข้าตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่พบว่า บริเวณจุดตรวจยะกังมีเจ้าหน้าที่ อส. เสียชีวิต 2 นาย และเจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บ 1 นาย และจากการสอบถามทราบว่าจากการปะทะน่าจะมีคนร้ายได้รับบาดเจ็บหลบหนีไปด้วย ส่วนเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นภายในร้านซุ่ยฮั้วและร้านจินไถ่ รวมผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 8 ราย สาหัส 1 ราย ซึ่งขณะนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์แล้ว
www.manager.
ยิงถล่มปลัดอบต. โจรใต้อุกอาจ ดับคาห้องทำงาน
21 ตุลาคม 2554, 18:46 น.
โจรใต้สุดโหด! ยกพวกบุกยิงถล่ม ปลัด อบต.เชิงคีรี จ.นราธิวาส เสียชีิวิตคาห้องทำงาน พร้อมทำลายเครื่องบันทึกภาพวงจรปิด ก่อนหลบหนียังฉกปืนเอ็ม.16 ขับเก๋งผู้ตายหนี จนท.เชื่อคนร้ายที่ลงมือแบ่งเป็น 4 ชุดๆ ละ 6-8 คน วางแผนมาเป็นอย่างดี...
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 21 ต.ค.54 ร.ต.ท.รักษ์พล อำไพ ร้อยเวร สภ.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายบุกยิง ปลัด อบต.เสียชีวิตคาห้องทำงาน ภายในที่ทำการ อบต.เชิงคีรี บ้านตามุง หมู่ 2 อ.ศรีสาคร จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตร ผกก.สภ.ศรีสาคร พ.ท.จักรพงษ์ เสลา ผบ.ฉก.นราธิวาส 37 พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพษร หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบชาวบ้าน เป็นจำนวนมากยืนมุงดูอยู่รอบที่ทำการ อบต. โดยจับกุมวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโหดเหี้ยมของกลุ่มคนร้ายไปต่างๆนานา เจ้าหน้าที่จึงกันชาวบ้านออกห่างก่อนเข้าตรวจสอบภายในห้องทำงานของปลัด อบต.เชิงคีรี พบศพ นายธนษร เกื้อสุข อายุ 39 ปี ตำแหน่ง ปลัด อบต.เชิงคีรี นอนจมกองเลือดอยู่ข้างเก้าอี้ทำงาน โดยมีบาดแผลถูกกระสุนปืนเอ็ม.16 ที่บริเวณศีรษะและลำตัวรวม 3 นัด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจสอบภายในห้องทำงานของ นายก.อบต.เชิงคีรี พบว่าเครื่องบันทึกภาพวงจรปิด CCTV ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะที่บริเวณพื้นห้องเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม.16 รวมกว่า 14 ปลอกตกอยู่ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำศพผู้เสียชีวตส่ง รพ.ศรีสาคร เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด
จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่นายธนษร ปลัด อบต.กำลังนั่งทำงานอยู่ภายในห้องทำงาน ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน พร้อมอาวุธปืนครบมือแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหารพราน ขับรถยนต์กระบะมาจอดบนถนน และให้คนร้ายที่นั่งกระบะหลังกระโดดลงมาแล้ววิ่งเข้าไปภายในห้องทำงานปลัด อบต.เชิงคีรี ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงใส่นายธนษร ที่กำลังนั่งทำงานอยู่บนเก้าอี้เพียงลำพังภายใน อบต. เนื่องจากเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ แยกย้ายกันไปประกอบพิธีละหมาดกัน จนเสียชีวิต แล้วคนร้ายได้รื้อโต๊ะทำงานของนายธนษร เพื่อหยิบเอากุญแจรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ทะเบียน กค-741 พัทลุง ซึ่งภายในรถยังมีอาวุธปืนเอ็ม.16 และเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง ต่อมาคนร้ายได้เดินเข้าไปภายในห้องทำงานของ นายก อบต.เชิงคีรี เพื่อยิงเครื่องบันทึกภาพวงจรปิด CCTV จนเสียหาย เพื่อทำลายหลักฐาน หลังจากนั้นคนร้ายได้วิ่งไปขึ้นรถยนต์เก๋งของนายธนษร แล้วขับหลบหนีไป
ด้าน พล.ต.ต.ชัยทัต ผบก.ภ.จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้แยกออกเป็น 4 ชุด รวมประมาณ 6-8 คน โดยมีการนัดแนะวางแผนก่อเหตุมาเป็นอย่างดี ด้วยการแยกกำลังออกเป็น 4 ชุด ชุดแรกทำหน้าที่ดูต้นทาง ชุดที่ 2 ทำหน้าที่ชี้เป้า ชุดที่ 3 ทำหน้าที่บุกสังหาร และชุดที่ 4 ทำหน้าที่โปรยเรือใบเพื่อสกัดกั้นการตามล่าของเจ้าหน้าที่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าคนร้ายกลุ่มนี้เป็นกองกำลังติดอาวุธ RKK ที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ อ.ศรีสาคร และอ.รือเสาะ และเคยร่วมก่อเหตุบุกยิงครูภายในโรงเรียนบ้านบือแรง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และบุกยิงครูโรงเรียนบ้านซากอ อ.ศรีสาคร เสียชีวิตคาห้องพักเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่เตรียมทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
www.thairath.
เปิดโครงสร้าง "นชต.-กบชต." แม่ทัพ 4 คุมพื้นที่-งบเบ็ดเสร็จ ติดดาบเสนอย้าย ขรก.
วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2011 เวลา 02:15 น.
แม้การประชุมเชิงปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แบบบูรณาการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อจัดตั้ง “องค์กรบริหารใหม่” จะจบลงในเย็นวันพุธที่ 19 ต.ค.2554 ซึ่งขณะที่เขียนรายงานชิ้นนี้การเวิร์คชอปยังไม่จบ แต่ก็เชื่อว่า “องค์กรบริหารใหม่” คงไม่หนีไปจากพิมพ์เขียวนี้ที่จัดเตรียมมาล่วงหน้าโดย กอ.รมน.
เป้าหมายของการจัดโครงสร้างองค์กรใหม่ ระบุไว้ในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่เตรียมยกร่างเอาไว้แล้วว่า “โดยที่สถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่ได้สร้างความสูญเสียต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนทำลายโอกาสในการพัฒนาพื้นที่เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยสอดคล้องกับอัตลักษณ์และวิถีชีวิต ซึ่งการแก้ไขปัญหาเพื่อนำสันติสุขกลับคืนมาสู่พื้นที่โดยเร็วนั้น จำเป็นต้องให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการภายในเอกภาพของการบริหารจัดการและกรอบยุทธศาสตร์เดียวกัน”
ด้วยเหตุนี้จึงนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการ หรือ “บอร์ด” 2 ระดับ และองค์กรที่เป็นฝ่ายอำนวยการอีก 3 องค์กรย่อยเพื่อแก้ปัญหาอย่างบูรณาการดังนี้
1.คณะกรรมการนโยบายนโยบายแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ นชต. มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รองผอ.รมน. หมายถึงผู้บัญชาการทหารบก) และเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นรองประธานกรรมการ นอกจากนั้นยังมีหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงและสำนักงานหรือเทียบเท่าอีก 27 หน่วยงานร่วมเป็นกรรมการ
อำนาจหน้าที่ของ นชต. ก็คือ
- กำหนดกรอบแนวทางในการบูรณาการ อำนวยการ และกำกับดูแลการขับเคลื่อนยุทธศาตร์การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้บรรลุตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์
- พิจารณากลั่นกรองโครงการ แผนงาน รวมทั้งงบประมาณของส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหา ตลอดจนสามารถสนับสนุนการปฏิบัติซึ่งกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การดำเนินการของ นชต.ให้ใช้ทรัพยากรทั้งปวง รวมถึงงบประมาณของหน่วยต่างๆ ตามแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวง
2.สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ สล.นชต. ทำหน้าที่เป็นสำนักงานฝ่ายอำนวยการ วางแผน และประสานงานการขับเคลื่อนแผนงานและโครงการของทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตามกรอบของยุทธศาสตร์ หรือตามที่รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน นชต.มอบหมาย โดยมีเลขาธิการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (เลขาธิการ รมน. หมายถึงเสนาธิการทหารบก) เป็นหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ รับผิดชอบควบคุมการดำเนินงานของ สล.นชต.
3.คณะกรรมการบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กบชต.เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการบูรณาการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยมีแม่ทัพภาค 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธาน และมีผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา รวมทั้งผู้แทน ศอ.บต.และผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นรองประธาน มีกรรมการได้แก่ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกองพลทหารราบที่ 15 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ผู้อำนวยการศูนย์เสริมสร้างสันติสุข และผู้แทนศูนย์ข่าวกรองจังหวัดชายแดนภาคใต้
อำนาจหน้าที่ของ กบชต.คือ
- บูรณาการแผนงาน โครงการ และการปฏิบัติงานของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหา และมีเอกภาพในการควบคุมบังคับบัญชา
- พิจารณากลั่นกรองโครงการ แผนงาน รวมทั้งงบประมาณของหน่วยและส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องต่อความต้องการของประชาชนและสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่
- พิจารณาให้ความดีความชอบ และการลงโทษ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในพื้นที่
- การดำเนินการของ กบชต.ให้ใช้ทรัพยากรทั้งปวง รวมถึงงบประมาณของหน่วยต่างๆ ตามแผนการปฏิบัติราชการประจำปี
4.ศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศบก.จชต. ทำหน้าที่เป็นสำนักงานฝ่ายอำนวยการในการวางแผน อำนวยการ และประสานงานการขับเคลื่อนแผนงานและโครงการของหน่วย รวมทั้งส่วนราชการในพื้นที่ให้เป็นไปตามกรอบยุทธศาสตร์หรือตามที่ กบชต.กำหนด โดยมีผู้อำนวยการ ศบก.จชต.เป็นหัวหน้าฝ่ายอำนวยการรับผิดชอบ ควบคุมการดำเนินงาน
ทั้งนี้ การจัดตั้ง ศบก.จชต.ให้เป็นไปตามอัตราเฉพาะที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ากำหนด และต้องเสนอให้ นชต.เห็นชอบก่อนที่จะเสนอให้คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรให้ความเห็นชอบต่อไป
5.ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนแยก หรือ ศอ.บต.สย. จัดตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ให้เป็นหน่วยในอัตราของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทำหน้าที่ประสานและขับเคลื่อนแผนงานและโครงการด้านการพัฒนาในพื้นที่
อย่างไรก็ดี การจัดตั้ง ศอ.บต.ส่วนแยก มีเสียงคัดค้านจากหลายฝ่าย จึงอาจมีการปรับโครงสร้างในส่วนนี้อีกครั้งหลังเวิร์คชอป ซึ่ง “ทีมข่าวอิศรา” จะติดตามนำมารายงานต่อไป
สำหรับ กบชต. ซึ่งเป็นบอร์ดระดับพื้นที่และมีแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานนั้น จะมีหน่วยงานในบังคับบัญชาคือ กอ.รมน.จังหวัด (คุมผู้ว่าราชการจังหวัด) ศอ.บต.ส่วนแยก (คุม ศอ.บต.) ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต. - คุมตำรวจ) ศูนย์ข่าวกรองจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศขก.จชต. - คุมงานการข่าว) กำลังทหาร และศูนย์สันติสุข
เท่ากับกระชับอำนาจเบ็ดเสร็จในทุกมิติของการดับไฟใต้ ทั้งงานความมั่นคงและงานพัฒนา!
www.isranews.
ตั้งเสียที..."ทวี สอดส่อง" นั่งเลขาฯ ศอ.บต. - ทหารคุมดับไฟใต้
วันอังคารที่ 18 ตุลาคม 2011 เวลา 23:46 น.
ครม.มีมติตั้ง “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” นั่งเลขาธิการ ศอ.บต.ระดับ 11 แล้วหลังตกเป็นข่าวมานาน โยก "ภาณุ อุทัยรัตน์" ซึ่งตั้งสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯฝ่ายข้าราชการประจำ ด้าน กอ.รมน.เป็นเจ้าภาพจัดเวิร์คชอปบูรณาการดับไฟใต้ จัดโครงสร้างใหม่เป็นบอร์ด 2 ชั้น ระดับนโยบายให้ "โกวิท" นั่งประธาน ส่วนระดับพื้นที่ให้แม่ทัพภาค 4 คุมเบ็ดเสร็จ อ้างเพื่อเอกภาพ ผบ.ทบ.ยันทหารไม่ได้เอางบมาถือ ย้ำเงินยังอยู่ในมือกระทรวง ทบวง กรม ยืนยันไม่ถอนทหาร ฉะมีกระบวนการมุ่งให้เกิดความรุนแรง
ในที่สุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็มีมติแต่งตั้งให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ขึ้นเป็นเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) คนใหม่ หลังจากมีข่าวลือว่าจะให้ พ.ต.อ.ทวี ไปดำรงตำแหน่งนี้มานานนับเดือนตั้งแต่ตั้งรัฐบาลใหม่ๆ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 18 ต.ค.2554 ว่า สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้รับโอน นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต.ให้มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ และแต่งตั้ง พ.ต.อ.ทวี ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.แทน
ทั้งนี้ ตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.เป็นข้าราชการพลเรือนระดับ 11 เทียบเท่าปลัดกระทรวง การแต่งตั้ง พ.ต.อ.ทวี ขึ้นเป็นเลขาธิการ ศอ.บต.จึงทำให้เขาผงาดจากระดับ 10 ขึ้นระดับ 11 และนับเป็นเลขาธิการ ศอ.บต.คนที่ 2 ต่อจากนายภาณุ อุทัยรัตน์ นับตั้งแต่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ พ.ร.บ.ศอ.บต.มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่่ 30 ธ.ค.2553 ในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
พ.ต.อ.ทวี เป็นอดีตข้าราชการตำรวจ จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน (นรต.) รุ่น 37 สมัยยังสวมเครื่องแบบสีกากี เขามีความโดดเด่นในงานด้านสืบสวนปราบปราม เคยดำรงตำแหน่งผู้กำกับการ 2 กองปราบ (ผกก.2 ป.) หรือตำแหน่งผู้กำกับประเทศไทย และขึ้นเป็นรองผู้บังคับการกองปราบ ก่อนโอนย้ายไปสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม และขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ ตามด้วยรองปลัดกระทรวงยุติธรรม
ส่วน นายภาณุ เป็นข้าราชการระดับ 11 อีกรายหนึ่งที่ถูกโยกย้ายในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเป็นระดับ 11 คนที่ 2 ที่ถูกเด้งไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ต่อจาก นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
นายภาณุ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ เมื่อรู้ตัวเรื่องถูกโยกย้ายว่า ไม่ได้รู้สึกอะไรและไม่ได้คิดอะไรมาก การเป็นข้าราชการประจำต้องพร้อมทำงานให้ได้ทุกตำแหน่ง และไม่ได้มีปัญหาอะไรกับรัฐบาล พร้อมทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย
"โกวิท"เปิดประชุมบูรณาการดับไฟใต้
วันเดียวกัน ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คชอป) แก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แบบบูรณาการตามนโยบายของรัฐบาล โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 รอให้การต้อนรับ
พล.ต.อ.โกวิท กล่าวในพิธีเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า ความเป็นเอกภาพในกองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4 รับผิดชอบปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้) ยังไม่ชัดเจน เพราะบางองค์กรมีอิสระ มีกฎหมายของตัวเอง แต่อยากทำเข้าใจว่าโครงสร้างของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นเรื่องของพลเรือน ตำรวจ ทหาร ไม่ใช่ทหารอย่างเดียว การประชุมมีเป้าหมายเชิงบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาภาคใต้ เพื่อให้การปฏิบัติงานมีความชัดเจน จะได้เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่
โครงสร้างใหม่ระดับปฏิบัติการทหารคุมเบ็ดเสร็จ
สำหรับการจัดตั้ง “องค์กรบริหาร” เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามที่ กอ.รมน.เสนอ และรัฐบาลให้ความเห็นชอบไปแล้วนั้น จะมีคณะกรรมการ หรือ "บอร์ด" 2 ระดับ คือระดับนโยบาย ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ นชต. มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการ สมช. รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รองผอ.รมน. หมายถึงผู้บัญชาการทหารบก) และเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นรองประธานกรรมการ นอกจากนั้นยังมีหัวหน้าส่วนราชการอีก 27 หน่วยงานร่วมเป็นกรรมการ
ส่วนในระดับพื้นที่ (สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา) ให้จัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กบชต.เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการบูรณาการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยมีแม่ทัพภาค 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธาน และมีผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา รวมทั้งผู้แทน ศอ.บต.และผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นรองประธาน มีกรรมการได้แก่ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกองพลทหารราบที่ 15 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ผู้อำนวยการศูนย์เสริมสร้างสันติสุข และผู้แทนศูนย์ข่าวกรองจังหวัดชายแดนภาคใต้
"ประยุทธ์"แจงทหารไม่ได้แย่งงบมาถือ
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีมานาน การแก้ไขปัญหาทุกคนจะต้องเข้าใจร่วมกันว่าการต่อสู้เชิงความคิดไม่ได้เป็นการต่อสู้ด้วยการเอากำลังมารบกันตามปกติ และในพื้นที่ยังมีกลุ่มต่างๆ ที่ร่วมก่อความรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย ทำให้สถานการณ์ภาคใต้แย่ลงไปอีกในสายตาประชาชนและต่างชาติ สิ่งที่เป็นห่วงคือความเข้าใจของทุกหน่วยงานที่รัฐบาลสั่งการลงไป
"ฉะนั้นการบูรณาการตามแนวทางใหม่ไม่ได้หมายความว่าทหาร หรือ กอ.รมน.จะเข้าไปก้าวก่ายกระทรวง ทบวง กรมของท่าน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือการขับเคลื่อนในระดับรัฐบาล โดยมีกระทรวงทั้งหมด 19 กระทรวง และหน่วยงานกลางระดับสำนักงาน 11 หน่วยงาน ซึ่งจะขับเคลื่อนโดยมีรองนายกรัฐมนตรี (พล.ต.อ.โกวิท) เป็นประธาน เป็นการทำงานระดับบนเพื่ออุดช่องว่างเรื่องงบประมาณต่างๆ ที่เคยมีปัญหาอยู่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว และว่า
“ผมไม่ได้เอางบประมาณของพวกท่านมาถือ งบประมาณยังอยู่กับท่านเหมือนเดิม เพียงแต่ว่างบประมาณทั้งหมดจะต้องนำมาเปิดดูว่าจะทำอะไรก่อนหลัง ขอทำความเข้าใจว่า งบประมาณของ กอ.รมน.ไม่ได้มีเหลือเฟืออย่างที่เข้าใจ งบประมาณ 60-70% เป็นงบของกำลังพล เรื่องความมั่นคงต้องให้ทหารดูแลเป็นหลัก เพราะในต่างประเทศเวลาเกิดความไม่มั่นคงหรือเกิดสงคราม ทหารจะเป็นหลักในการดูแล โดยครั้งนี้ได้ให้แม่ทัพภาคที่ 4 ดูแล หากในพื้นที่เข้มแข็ง ทหารก็พร้อมถอนกำลังออกมา"
"หากบอกว่าให้ถอนทหารออกไปแล้วเหตุการณ์สงบ ใครจะรับรองตรงนี้ เพราะมีพวกที่มุ่งหวังให้เกิดความรุนแรง เรื่องนี้มันมีกระบวนการ ทหารพยายามทำทุกอย่างให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจหลายหมื่นนายอาจจะมีทั้งดีและไม่ดี หากพบว่าใครไม่ดีก็ปรับย้ายออกไป อย่าบอกว่าใครเก่งกว่าใคร ผมไม่ได้เก่งกว่าท่าน ท่านก็ไม่ได้เก่งกว่าผม เราต้องเอาหัวมาชนกันเพื่อแก้ไขปัญหา” ผบ.ทบ.กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำด้วยว่า การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่ใช่เอาทหารมานำการเมือง และจะไม่ไปยุ่งกับงบประมาณของกระทรวง ทบวง กรม ทุกคนทำงานก็คาดหวังให้ภาคใต้สงบ จะได้นำงบไปทำอย่างอื่นให้กับประเทศ เช่น สร้างเขื่อนในแม่น้ำเจ้าพระยายังดูดีกว่า ใครเป็นรัฐบาลต้องแก้ปัญหา ทหารอยู่ภายใต้กลไกของรัฐ ไม่มีปัญหา การแก้ไขปัญหาทุกฝ่ายต้องช่วยกัน
www.isranews.
คนร้ายซิ่งกระบะกราดยิง ตร.ปะนาแระเสียชีวิต 1 เจ็บหนัก 2
17 ตุลาคม 2554 13:51 น.
ปัตตานี - คนร้ายเหิมซิ่งกระบะพร้อมอาวุธสงครามครบมือ กราดยิง ตร.ปะนาแระ เสียเสียชีวิต 1 เจ็บ 2 เผย ตร.ยิงตอบโต้จนคนร้ายได้รับบาดเจ็บแล้ว แต่ก็ยังหลบหนีไปได้
วันนี้ (17 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปัตตานี ว่า เมื่อเวลา 13.15 น. เจ้าหน้าที่ตรวจ สภ.ปะนาแระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงตำรวจเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายปะนาแระ - สายบุรี หมู่ 4 ต.น้ำบ่อ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบกองเลือด และปลอกกระสุนปืนสงคราวจำนวนมาก ส่วนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลปะนาแระแล้ว โดยตำรวจที่เสียชีวิต ทราบชื่อคือ ร.ต.ท.วิทย์ สิทธิตระกูล อายุ 58 ปี รอง สวป.สภ.ปะนาแระ ถูกอาวุธปืนสงคราวยิงเข้าลำตัวหลายนัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย ยังไม่ทราบชื่อ
เบื้องต้น สอบสวนทราบว่า ผู้ตายและผู้บาดเจ็บได้ยืนอยู่ริมถนน บริเวณจุดเกิดเหตุดังกล่าว ปรากฏมีคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม จำนวน 3 - 4 คน ใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะ พร้อมอาวุธครบมือ กราดยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว จึงถูกเจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้กลับไปถูกคนร้ายได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ยังหลบหนีไปได้
www.manager.
โจรใต้กราดอาก้าปลิดชีพสารวัตรกำนันระแงะ
17 ตุลาคม 2554, 19:36 น.
โจรใต้ก่อเหตุป่วนเมืองรายวัน ล่าสุดขี่ จยย.ใช้อาก้าประกบยิงอดีตสารวัตรกำนันดับ ขณะขับรถกระบะนำปาล์มไปขายให้โรงงาน เสียชีวิตคาพวงมาลัยที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ตร.คาดเป็นฝีมือกลุ่มสร้างสถานการณ์รายวัน...
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 ต.ค. ร.ต.อ.นเรศ พุ่มแก้ว ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตบนถนนจารุเสถียร สายเจาะไอร้อง-นราธิวาส บ้านลูโบ๊ะดีแแย หมู่ 6 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จว.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมากยืนมุงดูซากรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตาร์ด้า สีบรอนซ์-แดง ทะเบียน ฒจ 7356 กรุงเทพมหานคร ที่บรรทุกทะลายปาล์มน้ำมันมาเต็มคันรถ จอดเสียหลักชนต้นไม้ใหญ่อยู่ริมถนน สภาพพังยับเยิน
จากการตรวจสอบภายในรถ เจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตคาพวงมาลัย ทราบชื่อคือ นายพัสดี ดือราแม อายุ 50 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส อดีตสารวัตรกำนันตำบลจวบ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนสงครามอาก้า ยิงเข้าที่บริเวณศีรษะจำนวน 1 นัด ส่วนในที่เกิดเหตุมีปลอกกระสุนปืนสงครามอาก้า 2 ปลอก ตกอยู่บนพื้นถนน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพัสดีขับรถกระบะบรรจุทะลายปาล์มเต็มคันรถ ออกจากสวนปาล์มใกล้บ้านพักเพื่อนำไปขายให้กับโรงงาน พื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คน ใช้รถ จยย.เป็นพาหนะขี่ตามไล่หลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายก็ขี่รถเข้าไปประกบข้าง ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนสงครามอาก้ายิงใส่ 1 นัด แต่กระสุนพลาดไปถูกประตูรถ จากนั้นนายพัสดีได้เร่งความเร็วหนี แต่คนร้ายขี่รถ จยย.ตามไล่จนทัน ก่อนใช้อาวุธปืนยิงซ้ำจนกระสุนทะลุกระจกถูกศีรษะนายพัสดีทำให้รถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางและเสียชีวิตคาที่ ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ ต้องการสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน.
www.thairath.
โจรใต้ป่วนรือเสาะ ยิงอดีตรองนายก อบต.สาหัส 1
16 ตุลาคม 2554, 23:03 น.
โจรใต้ป่วนเมืองใช้เอ็ม.16 ประกบยิงอดีตรองนายก อบต.สาหัส 1หมู่บ้านลาเมาะใน ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ตร.คาดเป็นกลุ่มผู้ไม่หวังดีเพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน...
เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 16 ต.ค. 54 ร.ต.อ.กฤตินาท เมืองลาย ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงบนถนนในหมู่บ้านลาเมาะใน หมู่ 5 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ ห่างจากที่ทำการ อบต.รือเสาะออก ประมาณ 80 เมตร จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิซิ ทะเบียน กง-1563 ยะลา จอดอยู่เสียอยู่ริมถนน ในสภาพกระจกหน้าและประตูด้านคนขับมีร่องรอยถูกกระสุนปืนแตกเป็นรูพรุน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ที่บริเวณเบาะนั่งคนขับ โดยผู้ได้รับบาดเจ็บพลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษา รพ.รือเสาะ ไปก่อนหน้าแล้ว
ทราบชื่อผุ้บาดเจ็บในเวลาต่อมา คือ นายมูฮำหมัดอามาลิณ ลอแม อายุ 46 ปี ชาวบ้าน หมู่ 5 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นอดีต รองนายก อบต.รือเสาะออก มีบาดแผลถูกกระสุนปืนสงครามเอ็ม.16 ที่บริเวณหัวไหล่ ชายโครงขวา 2 นัด แต่อาการสาหัสแพทย์ได้นำตัวส่งรักษาต่อยัง รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนสงครามเอ็ม.16 ตกอยู่จำนวน 4 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บได้ขับรถยนต์กระบะออกจากบ้านพักตามลำพัง เพื่อเดินทางไปทำธุระภายในเขตเทศบาลตำบลรือเสาะ เมื่อแล้วเสร็จผู้บาดเจ็บได้ขับรถยนต์กลับบ้านพัก ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.ตามประกบไล่หลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ขี่รถ จยย.เข้าประชิดให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม.16 ออกมายิงใส่ผู้บาดเจ็บจำนวน 4 นัดซ้อน แล้วคนร้ายได้จอดรถเพื่อหมายจะเดินลงไปยิงซ้ำ แต่โชคดีมีชาวบ้านขับรถยนต์ผ่านมาคนร้ายจึงขี่รถ จยย.หลบหนีไป จึงทำให้ผู้บาดเจ็บรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด ส่วนสาเหตุในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีเพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน
www.thairath.
โจรใต้โหดยิงล้างตระกูลสายข่าวทหารระแงะ-บึมป่วน!
15 ตุลาคม 2554, 12:15 น.
สุดโหด! โจรใต้ตามประกบยิงมารดาสายข่าวทหารที่ อ.ระแงะ บาดเจ็บ จยย.ล้ม พยายามวิ่งหนีแต่ถูกตามจ่อยิงหัวเสียชีวิตคาที่ พบตระกูลถูกคนร้ายลอบสังหารเสียชีวิตเกือบหมด ส่วนยะลาคนร้ายลอบวางบึม อบต.ยะต๊ะ หวังลวง จนท.เหยียบกับระเบิด โชคดีเข้าตรวจสอบตอนเช้าเก็บทำลายสำเร็จ...
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 15 ต.ค. ร.ต.ท.อรรฆพันธุ์ บัวสำลี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 152/2 บ้านลาแป หมู่ 2 ต.บองอ จึงพร้อมด้วย ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นทีน่า สีม่วง ทะเบียน ช-7767 นครศรีธรรมราช จอดเสียหลักล้มตะแคงอยู่ข้างประตูรั้วบ้านจุดเกิดเหตุ และที่บริเวณข้างประตูหลังบ้านพักดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบกองเลือดจำนวนหนึ่ง พร้อมด้วยปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ตกอยู่จำนวน 4 ปลอก จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียชีวิตพลเมืองดีได้นำส่ง รพ.ระแงะ ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ นางกูปาเสาะ ต่วนโมง อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ 2 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ที่บริเวณขาขวา 1 นัด และที่บริเวณหน้าผากอีก 1 นัด รวม 2 นัด
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่รถ จยย.ออกจากบ้านพักตามลำพัง เพื่อเดินทางไปกรีดยางพารา เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.ตามประกบไล่หลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ออกมายิงใส่ผู้ตายจำนวน 3 นัด ถูกที่บริเวณขาขวา 1 นัด ทำให้เสียหลักจน รถ จยย. ได้ล้มคว่ำ ผู้ตายจึงได้ลุกขึ้นวิ่งเข้าไปในบริเวณบ้านของนายยูโซ๊ะ ลือบา เพื่อขอความช่วยเหลือ จากนั้นคนร้ายจึงจอดรถ จยย.แล้ววิ่งตามผู้ตายไปใช้อาวุธปืนจ่อยิงซ้ำผู้ตายที่บริเวณหน้าผากอีก 1 นัด จนเสียชีวิตคาที่อย่างโหดเหี้ยมแล้วหลบหนีไป จนกระทั่งเจ้าของบ้านจุดเกิดเหตุออกมาพบแล้วนำผู้เสียชีวิตส่ง รพ.
ส่วนสาเหตุในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เนื่องจากครอบครัวของผู้ตายในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา ทั้งสามี ลูกชาย ลูกเขยและลูกสะใภ้ ถูกคนร้ายบุกยิงเสียชีวิตคาบ้านพักและดักซุ่มยิงจนเสียชีวิตและพิการมาแล้ว เกือบทั้งตระกูล เนื่องจากสามีและลูกชายผู้ตายเป็นสายข่าวของเจ้าหน้าที่ทหาร
ขณะที่เมื่อเวลา 22.45 น. วานนี้ (14 ต.ค.) พ.ต.ท.กฤษณะพงษ์ แพทย์สิทธิ์ สว.สส.สภ.รามัน จ.ยะลา พร้อมชุดสายสืบออกสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ตามแผนป้องกันเหตุของ พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.ยะลารับแจ้งเหตุมีคนร้ายลอบวางระเบิดที่บริเวณบ้านอุแบ หมู่4 ต.ยะต๊ะ หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางเข้าที่เกิดเหตุพบว่าระเบิดเกิดขึ้นด้านหลังของ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ยะต๊ะ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุได้อย่างละเอียดเพราะเกรงว่าคนร้ายจะวางกับดักระเบิดเจ้าหน้าที่อีกครั้ง
ต่อมาเวลา 08.00 น. วันนี้ พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย ผกก. นายบุญไทย กาฬศิริ นายอำเภอรามัน พร้อมกำลังตำรวจ ทหาร ฉก.12 อ.รามัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด "ชุดศรชัย" ภ.จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 และฝ่ายปกครอง เดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้ง พบจุดระเบิดอยู่ด้านหน้าห้องน้ำบริเวณด้านหลังอาคาร อบต.ยะต๊ะ สะเก็ดระเบิดทำลายผนังอาคารเพดาน และกระจกแตกกระจายเต็มพื้นที่ได้รับความเสียหาย นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบระเบิดอีก 1 ลูกบรรจุในกระป๋องเหล็กสีเขียวเป็นกระป๋องบรรจุนมผงเลี้ยงเด็กทารกน้ำหนักประมาณ 3 กก. ซุกซ่อนอยู่ด้านหลังคอมเพรสเชอร์เครื่ืองปรับอากาศ บริเวณใกล้ทางเดินห่างจากจุดระเบิดลูกแรกไม่มากจึงนำไปจัดการยิงทำลายทิ้ง
จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายบรรจุระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 3 กก. อัดในท่อพีวีซีสีน้ำเงินโบกด้วยปูนซีเมนต์ใส่ไว้กระป๋องเหล็กอัดแน่นด้วยดินปืนและสะเก็ดระเบิดอีกชั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบประสงค์สร้างสถานการณ์ และให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดที่เกิดเหตุเพื่อหวังต่อชีวิตแต่ระเบิดไม่ทำงาน เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ไว้ได้
www.thairath.
ยิง อส.ระแงะ ขณะกลับจากละหมาดเสียชีวิต 1 ราย
14 ตุลาคม 2554 19:06 น.
นราธิวาส -คนร้ายยิง อส.ระแงะเสียชีวิต ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากละหมาดที่บ้านเกิดใน อ.บาเจาะ
วันนี้ (14 ต.ค.) เมื่อเวลา 13.20 น. ร.ต.ต.ณรรฐกรณ์ สุขวัฒน์ไพศาล ร้อยเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต บนถนนในหมู่บ้านยาโต๊ะ ม.6 ต.บาเร๊ะเหนือ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.บาเจาะ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่บนถนนข้างรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งล้มตะแคงอยู่ จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้ตายคือ นายอับดุลเลาะมันต์ สะนิ อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดนประจำที่ว่าการ อ.ระแงะ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด .38 ที่บริเวณลำตัวและแผ่นหลัง รวม 2 นัด นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบหัวกระสุนปืนฝังอยู่บนผิวถนน จำนวน 1 หัว จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงนำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลบาเจาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักตามลำพัง ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 ก.ม. เพื่อเดินทางไปละหมาดที่มัสยิดในหมู่บ้าน เมื่อแล้วเสร็จผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งห่างจากมัสยิดประมาณ 200 เมตร ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบไล่หลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้าประชิด ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ออกมาจ่อยิงใส่ผู้ตาย จำนวน 2 นัดซ้อน จนรถเสียหลักล้มคว่ำเสียชีวิตคาที่ แล้วคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน
www.manager.
คนร้ายประกบยิงผู้ใหญ่บ้านมายอ ดับ 1 ราย
14 ตุลาคม 2554 14:19 น.
ปัตตานี - คนร้ายประกบยิงผู้ใหญ่บ้าน บ้านมะหูด อ.มายอ จ.ปัตตานี เสียชีวิต ขณะเดินทางกลับบ้าน หลังจากเสร็จจากละหมาดในวันศุกร์
เมื่อเวลา 13.20 น.วันนี้ (14 ต.ค.) พ.ต.ท.อดุลย์ ปีแนบาโง ผกก.สภ.มายอ ได้รับแจ้งเหตุยิงกัน บนถนนสายภายในหมู่บ้าน บ้านมะหูด ต.ปะโด อ.มายอ จึงได้เดินไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้ามัสยิดบ้านมะหูด พบเพียงกองเลือด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกพลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลมายอ
ทราบชื่อ นายเจ๊ะดอเลาะ สาเมง เป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านมะหูด อยู่บ้านเลขที่ 28/1 ม.2 ต.ปะโด อ.มายอ จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 4 นัด และได้เสียชีวิตขณะนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงขณะที่ผู้ใหญ่บ้านกำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากละหมาดในวันศุกร์
www.manager.
คนร้ายยิง M 79 ถล่มฐานทหารยะลา ทหารเจ็บ 2
13 ตุลาคม 2554 21:43 น.
ยะลา - เกิดเหตุยิงเอ็ม 79 ถล่มฐานปฏิบัติการทหาร สังกัด ร้อย ร.7022 ฉก.15 บ้านกาโสด ต.บันนังสตา หลังจากยิงตอบโต้กันพบทหารบาดเจ็บ 2 นาย ส่วนคนร้ายอาศัยความมืดหลบหนีไป เจ้าหน้าที่คาดต้องการก่อกวนมากกว่าหวังปลิดชีพ
วันนี้ (13 ต.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น. พ.ต.อ.สุวัตต์ วงศ์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากทหาร ฉก.15 อ.บันนังสตา ว่ามีเหตุคนร้ายยิงถล่มฐานที่ตั้งทหาร สังกัด ร้อย ร.7022 ฉก.15 บ้านกาโสด หมู่ที่ 5 ต.บันนังสตา หลังได้รับแจ้ง รีบนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศุภชัช ยีหวังกอง รอง ผกก.ป.พ.ต.ท.เจริญ ธรรมขันธ์ รอง ผกก.สส. และกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง จำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุเป็นฐานที่ตั้งทหารขนาดใหญ่ บริเวณปากทางเข้าเขื่อนบางลาง พบเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนหนึ่ง อยู่ในสภาพเตรียมพร้อมอาวุธครบมือ ปิดทางเข้าฐานห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่เกิดเหตุอย่างเด็ดขาด ส่วนคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลบันนังสตาแล้ว
ตำรวจซึ่งทำหน้าที่ร้อยเวร ได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาล ทราบชื่อคือ ส.อ.นิคม จุ้ยตั่น อายุ 26 ปี มีบาดแผลที่หัวไหล่ขวา แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเอาเศษสะเก็ดระเบิดออก อาการปลอดภัยแล้ว จ.ส.ต.กำธร เทพวัง อายุ 46 ปี สังกัดเดียวกัน มีบาดแผลเป็นรอยถลอกตามร่างกาย บาดเจ็บเล็กน้อย
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ทหารเฝ้าระวังที่ตั้งภายในฐาน และผู้บาดเจ็บทั้งสองทำหน้าที่เวรยามรอบๆ ฐานนั้น มีคนร้ายยังไม่ทราบจำนวน ยิงระเบิด เอ็ม 79 เข้าใส่ฐาน ทำให้เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทหารที่อยู่ภายในฐานอีกหลายสิบนายได้จับปืนและยิงตอบโต้ออกไปเป็นชุดๆ แต่ด้วยความมืดและไม่รู้ทิศทางการยิงเข้ามาของคนร้าย จึงไม่สามารถยิงตอบโต้เป้าได้ชัดเจน หลังเสียงปืนสงบ เพื่อนทหารจึงได้ช่วยกันนำส่งผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบันนังสตา
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการยิงก่อกวนของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมากกว่าที่จะหวังผลให้ถึงแก่ชีวิต สำหรับกำลังทหารที่ประจำการในฐานดังกล่าว ทราบว่าเป็นทหารที่เพิ่งมาจากจังหวัดทางภาคเหนือ มาสับเปลี่ยนกำลังเมื่อต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
www.manager.
ประกบยิง ชรบ.ยะหริ่ง เจ็บสาหัส 1 ราย
13 ตุลาคม 2554 20:27 น.
ปัตตานี - ประกบยิง ชรบ. ขณะขับรถ จยย. กลับบ้าน บาดเจ็บสาหัส 1 ราย นำตัวส่ง รพ.ยะหริ่งแล้ว ตร.คาดผู้ก่อเหตุต้องการสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน
วันนี้ (13 ต.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น. พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนภายในหมู่บ้านตันหยง ม.2 ต.มะนังยง จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พบเพียงรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ล้มอยู่ข้างทาง และมีกองเลือดจำนวนมาก ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลยะหริ่งแล้ว ทราบชื่อคือ นายอาซิ มาเกะ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 ม.1 ต.ตาลีอาย อ.ยะหริ่ง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าลำตัว 2 นัดอาการสาหัส
จากการสอบสวนทราบว่า นายอาซิมีอาชีพเป็นช่างตัดผมในหมู่บ้าน และยังเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ก่อนเกิดเหตุ ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับมาจากเตะตะกร้อกับเพื่อน และกำลังเดินทางกลับบ้านพัก ระหว่างทางถูกคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน
www.manager.
ประกบยิงผู้ใหญ่บ้านดับคางานแต่งงานที่ยะลา
14 ตุลาคม 2554 02:53
ยะลา - คนร้ายจ่อยิงผู้ใหญ่บ้านดับคางานแต่ง เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเป็นฝีมือแนวร่วมก่อความไม่สงบระแวงว่าจะแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ จึงลงมือสังหารปลิดชีพดังกล่าว
วันนี้ (13 ต.ค.) เมื่อเวลา 16.50 น. ร.ต.ท.ศตวรรษ ใจสุข ร้อยเวร สภ.ธารโต จ.ยะลา ได้รับแจ้งมีเหตุ มีการใช้อาวุธปืนในงานแต่งงานที่บ้านบาตูปูเต๊ะ หมู่ที่ 6 ต.บ้านแหร หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิชัย แจ้งสกุล ผกก. กำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุเป็นงานแต่งงาน บริเวณท้ายกระบะรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บห 5149 สงขลา พบศพนายอับดุลเลาะ กาหลง อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 3 ต.ธารโต นอนเสียชีวิต สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณท้ายทอย 3 นัด สมองไหลปนเลือดกองใหญ่ ห่างกันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่จำนวน 4 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านจาเราะแป หมู่ที่ 3 ต.ธารโต เดินทางมาช่วยงานแต่งงานของลูกพี่ลูกน้องที่บริเวณเกิดเหตุ ขณะที่ผู้ตายมานั่งพักผ่อนหายเหนื่อยหลังจากได้ช่วยงานในหน้าที่การต้อนรับผู้มาร่วมงาน ระหว่างนั่งอยู่ในกระบะรถ มีคนร้ายซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นแกนนำแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ปะปนมากับแขกมาร่วมงาน เมื่อได้จังหวะได้ชักอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. กระหน่ำยิงในระยะเผาขนจนผู้ล้มลงกับพื้นกระบะ จากนั้นคนร้ายได้เข้าไปยิงซ้ำจนแน่ใจว่าเหยื่อหมดลมหายใจ จึงได้หลบหนีไป ชาวบ้านที่มาร่วมงานแตกตื่นอลหม่าน และได้มาดูเพื่อนำส่งโรงพยาบาล ปรากฏว่า นายอับดุลเลาะได้เสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของกลลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ เนื่องจากผู้ตายมีความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เพราะมีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ทำให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบระแวงว่าจะเป็นสายให้กับเจ้าหน้าที่ จึงลงมือเก็บจนเสียชีวิตดังกล่าว
www.manager.
อิหม่าม-ปชช. รุมประณามกลุ่มโจรใต้ใช้มัสยิด-กุโบร์ก่อเหตุ
10 ตุลาคม 2554 21:48 น.
ยะลา - ผู้นำศาสนาและประชาชนในพื้นที่รุมประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบที่บังอาจก่อเหตุในสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา อาทิ มัสยิด และกุโบร์ ปลิดชีพผู้อื่น
จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บ่อยครั้งกลุ่มผู้ก่อเหตุมักฉวยโอกาสก่อเหตุความรุนแรงต่อเป้าหมายประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมตลอดถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยไม่เลือกสถานที่ ทั้งนี้ มุ่งให้เกิดความรุนแรง สร้างความหวาดกลัว และก่อให้เกิดความแตกแยกแก่ประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้ภารกิจสนองต่อเจตนารมณ์ของขบวนการ โดยจะเห็นได้จากหลายเหตุการณ์
เช่น เมื่อวันที่ 16 ก.ย.54 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 13.00 น. ขณะที่ ด.ต.อารง มาลายา ตำรวจ สภ.โกตาบารู กับพวก กำลังร่วมประกอบพิธีละหมาดร่วมกับประชาชนจำนวนมากภายในมัสยิดอานุลยากิน ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา ได้ถูกคนร้ายบุกเข้าไปในมัสยิดและใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะ เสียชีวิตคามัสยิด ท่ามกลางประชาชนที่กำลังประกอบศาสนกิจเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 54 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวน ฉก.ปัตตานี 23 ออกปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเส้นทางรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชน ขณะผ่านบริเวณกุโบร์โต๊ะอาเยาะห์ ถ.ยะรัง ซอย 5 ต.จะบังติกอ เขตเทศบาลเมืองปัตตานี คนร้ายได้จุดชนวนระเบิด ซึ่งลักลอบฝังไว้บริเวณกำแพงกุโบร์ดังกล่าว เป็นเหตุให้กำแพงกุโบร์ ได้รับความเสียหายยาวกว่า 10 เมตร สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนตลอดจนญาติของผู้เสียชีวิตที่ฝังไว้ในกุโบร์เป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ การกระทำของผู้ก่อเหตุดังกล่าว ขัดต่อหลักศีลธรรมอันดีอย่างสิ้นเชิง ถือเป็นการกระทำที่ผิดศีลธรรมที่สมควรถูกประณาม นอกจากนี้ กรณีข้างต้นยังได้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของกลุ่มผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างยิ่งอีกด้วย
โดยหลายคนได้รุมประณามและแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการกระทำความรุนแรงในสถานที่ดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มโต๊ะอิหม่าม โต๊ะครู ซึ่งถือเป็นปูชนียบุคคลในพื้นที่ ต่างเรียกร้องให้กลุ่มผู้ก่อเหตุร้ายยุติการกระทำ เพราะสถานที่ดังกล่าวเป็นที่ควรเคารพและมุสลิมทุกคนจะต้องให้ความสำคัญ ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการลบหลู่ หรือก่อให้เกิดความรุนแรงในสถานที่ดังกล่าว
และเนื่องในโอกาสที่พี่น้องมุสลิมทั่วโลกกำลังทยอยเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ที่เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เหมือนเช่นทุกๆ ปี กลุ่มผู้นำศาสนาในพื้นที่จึงแสดงความห่วงใยและความปรารถนาดีแก่ผู้ที่เดินทางไปแสวงบุญทุกคน ให้มีความปลอดภัย ประกอบพิธีฮัจญ์เสร็จสมบูรณ์ตามหลักศาสนกิจทุกประการ เพื่อจักได้ร่วมกันนำสันติสุขกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
www.manager.
คนร้ายยิงโหดตำรวจปราบปรามนราธิวาส-ฉกปืนและรถไปด้วย
8 ตุลาคม 2554 17:41 น.
นราธิวาส - คนร้ายก่อเหตุยิงตำรวจสายป้องกันและปราบปราม ขณะออกไปหาข่าวในหมู่บ้าน เสียชีวิตจมกองเลือด ก่อนหนีฉกปืน .357 และรถ จยย.แถมไปด้วย
วันนี้ (8 ต.ค.) เมื่อเวลา 11.45น. พ.ต.ท.สมใจ สิงห์เกลี้ยง สว.เวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนตายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เจาะไอร้องเสียชีวิต 1 นาย เหตุเกิดบนถนนสายเจาะไอร้อง-ป่าไผ่ ช่วงบริเวณบ้านลูโบ๊ะเยาะ ม.7 ต.จวบ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยนรา 01 รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบร่างของ ส.ต.อ.จิระพันธ์ ลียานนท์ อายุ 26 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม ส ภ.เจาะไอร้อง นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนถนน โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามอาก้าที่บริเวณแผ่นหลังทะลุหน้าอก จำนวน 4 นัด และที่บริเวณศีรษะอีก 1 นัด รวม 5 นัด ส่วนบนถนนเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน อาก้าตกอยู่จำนวน 5 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการตรวจสอบอย่างละเอียดเจ้าหน้าที่ทราบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก ที่ ส.ต.อ.จิระพันธ์ เหน็บไว้ที่เอวได้หายไป พร้อมกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนอีก 1 คัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้มอบศพของ ส.ต.อ.จิระพันธ์ ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยนรา 01 ส่งโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ต.อ.จิระพันธ์ ได้ขี่รถ จยย.ตามลำพังออกจากบ้านพักที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณ สภ.เจาะไอร้อง เพื่อสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้าย ที่นัดแนะวางแผนบุกยิง น.ส.จินตนา แซ่ติ่ว อายุ 46 ปี เสียชีวิตคาบ้านพัก และยิงนายอับดุลการิม มะแซ อายุ 46 ปี อดีต สจ.เขต3 อ.เจาะไอร้อง ได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะเปิดหน้าต่างออกไปดู รวมทั้งลอบวางระเบิดเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองได้รับบาดเจ็บ 4 นาย เหตุเกิดเมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังจากสืบทราบว่ากลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนั้น เป็นกลุ่มสมาชิกแนวร่วมกองกำลังติดอาวุธ RKK ที่เคลื่อนไหวและกบดานอยู่ในละแวกหมู่บ้านจุดเกิดเหตุ
ขณะที่ ส.ต.อ.จิระพันธ์ ขี่รถจักรยานยนต์อยู่นั้น มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบไล่หลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามอาก้า ยิงใส่ ส.ต.อ.จิระพันธ์ จำนวน 4 นัดซ้อน จนรถเสียหลักล้มคว่ำ แล้วคนร้ายได้จอดรถ จยย.ให้คนซ้อนท้ายลงจากรถ เดินถืออาวุธปืนสงครามอาก้าไปจ่อยิงซ้ำที่ศีรษะอีก 1 นัด เพื่อให้มั่นใจว่า ส.ต.อ.จิระพันธ์ เสียชีวิต หลังจากนั้นคนร้ายได้หยิบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .357 ที่เหน็บเอวของ ส.ต.อ.จิระพันธ์ พร้อมรถหลบหนีไปด้วย
www.manager.
โจรใต้ยิงอดีต สจ.-ชาวบ้านดับ2ศพ บึมจนท.เจ็บ4
6 ตุลาคม 2554, 14:51 น.
โจรใต้ยิงชาวบ้านและอดีต ส.จ.ตาย 2 ศพ คาบ้านพัก ก่อนลวง จนท.เข้าตรวจสอบ กดบึมเจ็บ 4 นายที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส...
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. พ.ต.ท.สมใจ สิงห์เกลี้ยง รอง ผกก.สส. สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส, ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส, ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังทหารตำรวจและฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายบุกยิงชาวบ้านเสียชีวิตคาบ้านพัก ก่อนจะวางระเบิดถล่มเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ็บ 4 นาย ที่ อ.เจาะไอร้อง โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.20 น. ของคืนวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา
จุดแรกเป็นบ้านเลขที่ 20 ม.3 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.จินตนา แซ่ติ่ว อายุ 46 ปี เจ้าของบ้าน นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่หน้าห้องน้ำ มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนเอ็ม 16 บริเวณหน้าอกและลำตัว 2 นัด พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และอาก้าตกอยู่ภายในบ้านรวม 6 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จุดที่ 2 อยู่บ้านพักเลขที่ 21-22 ซึ่งปลูกอยู่ติดกัน เป็นบ้านพักของนายอับดุลการิม มะแซ อายุ 46 ปี อดีต ส.จ.เขต 3 อ.เจาะไอร้อง เจ้าหน้าที่พบกองเลือดจำนวนหนึ่งอยู่ที่ห้องโถงชั้น 2 ส่วนนายอับดุลการิม ซึ่งถูกกระสุนปืนอาก้าเฉี่ยวบริเวณศีรษะ 1 นัด เพื่อนบ้านและญาติๆ ได้นำตัวส่ง รพ.เจาะไอร้องตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่อาการสาหัส แพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์
สำหรับจุดที่ 3 บนถนนในหมู่บ้านปาตาปาเซ ม.6 ต.บูกิต ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุที่คนร้ายยิงชาวบ้านเสียชีวิตประมาณ 1 กิโลเมตร คนร้ายลอบวางระเบิดดักสังหารทหาร สังกัดร้อย ร.15112 ฉก.นราธิวาส 31 ขณะเดินทางเข้าตรวจสอบเหตุชาวบ้านถูกยิง ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย คือ 1.ร.ท.รังสรรค์ อากรนาค หัวหน้าชุด 2.ส.อ.องอาจ ลมหัวรอด 3.พลทหารศุภชัย ธัมมริก และ 4.พลทหารศุภฤกษ์ ช่วยไทย ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บบริเวณขาและลำตัว ซึ่งถูกนำตัวส่ง รพ.เจาะไอร้อง ไปแล้วเช่นกันเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 1 เมตร กว้าง 1 เมตร และเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 15 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟเข้าไปในป่ารกทึบยาว 100 เมตร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง
จุดที่ 4 บนถนนในหมู่บ้านเจาะเกราะ ม.1 ต.บูกิต ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุที่ 3 ประมาณ 2 กิโลเมตร คนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหาร ขณะที่นายมะสะกรี สาลี ปลัดอำเภอเจาะไอร้อง นำเจ้าหน้าที่ อส.เดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายยิงชาวบ้านเสียชีวิต แต่นายมะสะกรี และอส.ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ นำไปวางไว้บริเวณใต้กอต้นปาล์มริมถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ มีคนร้ายวางแผนแยกกำลังออกเป็น 3 ชุด แต่งกายคล้ายทหาร มีอาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้าครบมือ โดยชุดแรกนำกำลังบุกเข้าไปยิง น.ส.จินตนา จนเสียชีวิต บริเวณใกล้ประตูทางเข้าห้องน้ำ หลังจากนั้นนายอับดุลการิม อดีต ส.จ.เขต 3 อ.เจาะไอร้อง ซึ่งอยู่บ้านติดกัน ได้ยินเสียงปืน จึงเปิดหน้าต่างออกไปดู คนร้ายที่คุมเชิงอยู่ประตูหลังบ้านของ น.ส.จินตนาเห็น จึงใช้อาวุธปืนอาก้ายิงใส่นายอับดุลการิม 1 นัด เฉี่ยวที่บริเวณศีรษะล้มทั้งยืน แล้วกลุ่มคนร้ายจึงได้ถอนกำลังหลบหนีไป
ต่อมา ร.ท.รังสรรค์ นำกำลังรวม 4 นาย นั่งรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และถูกคนร้ายชุดที่ 2 ที่นำระเบิดแสวงเครื่องไปฝังไว้กลางถนน จุดชนวนระเบิดขณะรถกระบะที่ ร.ท.รังสรรค์ ขับผ่านจุดเกิดเหตุ จึงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ร.ท.รังสรรค์ และผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับบาดเจ็บ
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะที่นายมะสะกรี ปลัดอำเภอเจาะไอร้อง นำกำลัง อส.รวม 5 นาย ขับรถกระบะยี่ห้อนิสสัน สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเช่นกัน และเมื่อผ่านทางเข้าหมู่บ้านเจาะเกราะ ได้ถูกคนร้ายชุดที่ 3 จุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ใต้ต้นปาล์มริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากรถกระบะขับผ่านไปแล้วประมาณ 2 เมตร ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่มีการวางแผนนัดแนะเพื่อก่อเหตุร้ายขึ้นมาอย่างมีระบบ โดยเน้นจะขับไล่ชาวไทยพุทธออกจากพื้นที่.
www.thairath.
ยิง ผอ.-ผช.ผอ. โรงเรียนร่วมเกล้า ดับ 1 เจ็บ 1
6 ตุลาคม 2554 22:27 น.
นราธิวาส - ประกบยิง 2 สามีภรรยา ผอ.-ผช.ผอ. โรงเรียนร่มเกล้า อ.ยี่งอ กว่า 10 นัด ภรรยาทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา จนท.เชื่อคนร้ายต้องการสร้างสถานการไม่สงบรายวัน
วันนี้ (6 ต.ค.) เมื่อเวลา 16.40 น. ร.ต.ท.ณรรฐพงษ์ มัคเจริญ ร้อยเวร สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงครูโรงเรียนร่มเกล้า ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณสามแยกทางเข้าโรงเรียนร่มเกล้า ช่วงบริเวณบ้านบูเก๊ะปาลัส ม.4 ต.ยี่งอ จึงพร้อมด้วยนายสมศักดิ์ สิทธิวรการ นายอำเภอยี่งอ พ.ต.อ.อาคม บัวทอง ผกก.สภ.ยี่งอ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง จำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน สีขาว ทะเบียน ชณ-5940 กทม. จอดเสียหลักขวางกลางถนน ตรงกระจกประตูด้านคนขับมีร่องรอยถูกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม. ยิงจนแตกและเป็นรูโหว่ ส่วนที่เบาะนั่งด้านหน้ามีกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ และมีปลอกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่เกลื่อนถนนจำนวนกว่า 10 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลยี่งอไปก่อนหน้าแล้ว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ทราบชื่อคือ นายสกุล ทองเอียด ซึ่งเป็น ผู้อำนวยการโรงเรียนร่มเกล้า มีบาดแผลถูกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม. ยิงที่บริเวณหัวไหล่ขวา 1 นัด และนางวรุณ ทองเอียด ภรรยา ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงเรียนร่มเกล้า มีร่องรอยถูกกระสุนปืนชนิดและขนาดเดียวกันที่บริเวณหัวไหล่ หน้าอกและต้นคอ จำนวน 5 นัด อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ แต่นางวรุณ เสียเลือดมากและทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสกุลและนางวรุณ 2 ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ทหารขอกลับก่อนกำหนด เพื่อเดินทางไปทำธุระที่ตัวเมืองนราธิวาส โดยนางวรุณ ซึ่งเป็นภรรยาได้ทำหน้าที่ในการขับรถยนต์เก๋ง และเมื่อขับมาใกล้ถึงบริเวณสามแยกตัดเข้าถนนสายหลัก ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะตามประกบไล่หลัง เมื่อถึงบริเวณสามแยกดังกล่าว นางวรุณ ได้ชะลอความเร็วเพื่อเลี้ยวรถ ทันใดนั้นคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้าประชิด ก่อนคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนกลมืออูซี่ ขนาด 9 ม.ม. ยิงรัวใส่ 2 สามีภรรยาผ่านกระจกรถด้านประตูคนขับ จำนวนกว่า 10 นัดซ้อน เมื่อถูกกระสุนปืนรถจึงได้เซถลาไปจอดกลางถนน แล้วคนร้ายก็รีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ส่วนสาเหตุปมสังหารครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายรายวันของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
www.manager.
กู้ระเบิดระทึก หลังได้เบาะแสคนร้ายดักสังหาร จนท.จะแนะ
6 ตุลาคม 2554 21:54 น.
นราธิวาส - ตำรวจกู้ระเบิดในพื้นที่ อ.จะแนะ อย่างระทึก หลังได้เบาะแสคนร้ายวางทิ้งไว้เพื่อดักสังหาร จนท. กันไม่ให้ตามไปจับกุมยังเทือกเขาที่ทำการซ่องสุมกำลัง
วันนี้ (6 ต.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ เซ้งแซ่ รอง ผกก.ป.สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส รับแจ้งจาก จ.ส.อ.สมพงษ์ ยงค์ประดิษฐ์ หัวหน้าชุดกองร้อยทหารพรานที่ 4609 กรมทหารพรานที่ 46 พบระเบิดแสวงเครื่องแบบเท้าเหยียบ ที่คนร้ายแอบนำมาฝังไว้บริเวณใต้โคนต้นเงาะ ริมถนนภายในหมู่บ้านไอร์กามาละ ม.1 ต.ช้างเผือก จึงได้ประสานไปยัง ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องมือในการตรวจจับวัตถุโลหะเพื่อเคลียร์พื้นที่ และพบว่าวัตถุระเบิดที่ทหารตรวจสอบพบนั้น เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อพลาสติก พี.วี.ซี.สีฟ้า หนัก 1 กก.จุดชนวนด้วยระบบหน้าสัมผัสแบบคอนแทค ที่คนร้ายนำไปฝังดินไว้ใต้โคนต้นเงาะ โดยเจ้าหน้าที่ต้องทำการเก็บกู้เอาไว้เพื่อไปทำลายทิ้งในสวนยางพาราฝั่งตรงกันข้าม
ต่อมา จ.ส.อ.สมพงษ์ หัวหน้าชุด เปิดเผยที่มาที่ไปแห่งการตรวจสอบพบวัตถุระเบิดในครั้งนี้ว่า ในระหว่างที่ตนได้นำผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ เดินลาดตระเวนเพื่อศึกษาสภาพพื้นที่ หลังได้รับคำสั่งให้มาตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ อ.จะแนะ เพื่อปราบปรามกลุ่มผู้ไม่หวังดี และสร้างความอบอุ่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่
ทั้งนี้ ในระหว่างเดินลาดตระเวนอยู่นั้นได้พบชาวบ้านคนหนึ่ง แจ้งให้ทราบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่อันตราย คนร้ายมักจะแอบนำระเบิดมาฝังไว้เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่เป็นประจำ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นทางขึ้นสู่เทือกเขาที่กลุ่มคนร้ายใช้เป็นพื้นที่ในการเคลื่อนไหว เพื่อประชุมวางแผนก่อเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่ อ.จะแนะ และพื้นที่อำเภอใกล้เคียง หลังจากนั้น จึงได้ร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาทำการเดินลาดตระเวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง จนกระทั่งต่อมาพบวัตถุระเบิดดังกล่าวและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาทำการเก็บกู้เอาไว้ได้ดังกล่าว
www.manager.
คนร้ายยิงถล่ม อส.บันนังสตาปางตาย
5 ตุลาคม 2554 13:10 น. Share
ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายดักซุ่มยิง อส.ประจำอำเภอบันนังสตาบาดเจ็บสาหัส ขณะเดินทางเข้าไปในหมู่บ้านพื้นที่ ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา เจ้าหน้าที่คาดเป็นการสร้างสถานการณ์
เวลา 11.00 น.วันนี้ (5 ต.ค.) พ.ต.อ.สุวัตต์ วงค์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บ้านตา เนาะปูเต๊ะใน หมู่ 4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.ท.ศุภชัย ยีหวังกอง รอง ผกก.ป.พ.ต.ท.เจริญ ธรรมขันธ์ รอง ผกก.สส.สนธิกำลังทหารและฝ่ายปกครองรุดไปสอบสวน ที่เกิดเหตุเป็นถนนภายในหมู่บ้านพบเลือดกองอยู่บนพื้น ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ นายอับดุลเลาะ มงยาเด็ง อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ ถูกกระสุนบริเวณปากเละหลุดหายไปทั้งแถบอาการสาหัส เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 15 ได้นำส่งโรงพยาบาลบันนังสตาแล้ว
ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐาน จึงตามไปสอบสวนนายอับดุลเลาะที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าแพทย์ต้องรีบส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา สอบสวนทราบว่านายอับดุลเลาะ มงยาเด็ง เป็น อส.ประจำอำเภอบันนังสตา ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่จักรยานยนต์เดินทางเข้าไปในหมู่บ้านตามลำพัง ระหว่างทางมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนดักซุ่มอยู่ข้างทางได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่ม จนเป็นเหตุให้นายอับดุลเลาะถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ทหารลาดตระเวนบริเวณใกล้เคียงได้ยินเสียงอาวุธปืนเดินทางไปตรวจสอบพบนายอับดุลเลาะนอนแน่นิ่งจึงได้นำส่งโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์
www.manager.
โจรใต้กราดยิงใส่บ้านในอำเภอหนองจิก เสียหาย 4 หลัง
4 ตุลาคม 2554 15:27 น. Share8
ปัตตานี - คนร้ายกราดยิงบ้านประชาชนใน อ.หนองจิก ปัตตานี เสียหาย 4 หลัง โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ เบื้องต้น ตร.คาดเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ ต้องการสร้างเหตุร้ายรายวัน
วันนี้ (4 ต.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. พ.ต.อ.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงใส่บ้านประชาชนหลายหลัก เหตุเกิดริมถนนสายปัตตานี-หาดใหญ่ ม.1 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ไปถึงพบผู้เสียหายยืนหน้าตาตื่นตระหนก
จากการตรวจสอบพบร่องรอยของรูกระสุนถูกตัวบ้านบริเวณด้านหน้า ได้รับความเสียหายจำนวน 4 หลัง ประด้วย บ้านเลขที่ 113/2-3, 113/4, 113/5 และ 113/6 และพบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 และอาร์ก้า ตกเกลื่อนบริเวณป่าละเมาะฝังตรงข้าม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวน นางชูจิตร ทองตาล่วง เจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหาย และเป็นเจ้าของบริษัทสุชาติการโยธา ให้การว่า ขณะที่ตนและลูกจ้างของบริษัทกำลังทำงานตามปกตินั้น ได้ยินเสียงปืนดังสนั่นหลายนัด ทำให้ทุกคนต้องนอนหมอบกับพื้น เมื่อเสียงปืนสงบจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้ามาให้ความช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่า กลุ่มคนร้ายน่าจะเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบ หวังก่อกวนสร้างสถานการณ์ โดยลอบเดินมาทางป่าละเมาะแล้วใช้อาวุธปืนกราดยิง โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย
www.manager.
โจรใต้ยิงเอ็ม79ถล่มฐานทหารพรานปัตตานีโชคดีพลาดเป้า
3 ตุลาคม 2554, 13:45 น.
โจรใต้สุดเหิมเกริมยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มฐานทหารพรานที่ 4304 ใน อ.หนองจิก 2 ลูกซ้อน แต่โชคยังดีระเบิดพลาดเป้า ขณะเดียวกันซุกบึมข้างกำแพงกุโบร์ ในเขตเมืองปัตตานี กะทำร้ายทหารชุด ฉก.ปัตตานี 23...
เมื่อเช้าวันที่ 3 ต.ค. มีรายงานว่า พ.ต.อ.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผกก.สภ.หนองจิก พร้อมด้วย พ.อ.ศานติ ศกุนตนาค ผบ.ทพ. 43 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และผู้เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่ฐานปฏิบัติการทหารพรานที่ 4304 สังกัดกรมทหารพรานที่ 43 ริมคลองหนองจิก หมู่ 4 ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเหตุเกิดตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่เกรงคนร้ายจะซ้อนแผนลอบทำร้ายจึงปิดล้อมจุดเกิดเหตุไว้
จากการตรวจสอบพบว่า ระเบิดตกบริเวณด้านหลังฐาน จนเกิดหลุมกว้างประมาณ 30 เซนติเมตร นอกจากนั้น ยังพบหัวระเบิดที่ยังไม่ทำงาน จึงเก็บกู้ตามขั้นตอน ทั้งนี้ สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ทหารพรานอยู่ในฐานตามปกติ มีคนร้ายลอบยิงระเบิดชนิดเอ็ม 79 ใส่ 2 ลูก ทหารพรานจึงยิงตอบโต้ จนคนร้ายหลบหนีไป อย่างไรก็ตาม การลอบยิงระเบิดชนิดเอ็ม 79 ใส่ฐานครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน
วันเดียวกัน เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. มีรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณกำแพงกุโบร์โต๊ะอาเยาะห์ ถ.ยะรัง ซอย 5 ต.จะบังติกอ เขตเทศบาลเมืองปัตตานี จ.ปัตตานี ทำให้กำแพงได้รับความเสียหายยาวประมาณ 10 เมตร เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายนำระเบิดมาวางไว้ตั้งแต่ช่วงกลางคืนที่ผ่านมา เพื่อหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากในขณะเกิดเหตุทหารจากหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 23 จำนวน 5 นาย เพิ่งขับรถกระบะลาดตระเวนผ่าน แต่ไม่มีทหารได้รับอันตราย
www.thairath.
โจรใต้รายวัน ยิงดับ ผญบ.-ชาวบ้าน 2 ศพ
1 ตุลาคม 2554, 17:00 น.
กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยังก่อเหตุไม่เว้นวัน ประกบยิง ผญบ.จะแนะ ขณะไปตรวจความคืบหน้าก่อสร้างมัสยิด เสียชีวิตข้างรถ อีกรายเป็นคนขับรถสิบล้อถูกประกบยิงที่ปัตตานีขณะกำลังจะไปดื่มน้ำชา...
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ร.ต.ต.อังกูร เอี่ยมโพธิ์ ร้อยเวร สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุยิงกันและมีผู้เสียชีวิตบริเวณหน้ามัสยิดบ้านไอปีแซ หมู่ 5 ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบศพ นายแวปะยูนัน สิเดะ อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้านไอร์โซ หมู่ 5 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ อยู่บ้านเลขที่ 203 หมู่ 5 ต.ช้างเผือก มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้นขนาด .38 เข้าที่ศีรษะ แขน และลำตัว รวม 3 นัด เสียชีวิตอยู่ข้างรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ สีเขียว หมายเลขทะเบียน บต 8435 ปัตตานี และพบหัวกระสุนปืนพกสั้นขนาด .38 ตกอยู่ 2 หัว
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับรถกระบะไปดูความคืบหน้าการก่อสร้างมัสยิดที่บ้านไอปีแชเพียงลำพัง เมื่อถึงจุดเกิดขณะผู้ตายลงจากรถ มีคนร้าย 2 คนใช้รถ จยย.เป็นพาหนะ จากนั้นคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 ยิงใส่ 3 นัดซ้อน ก่อนขี่รถ จยย.หลบหนีไปอย่างลอยนวล เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี
ที่ จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุยิงกัน บนถนนชลประทาน หมู่ 2 บ้านโพธิ์ ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุมีรถ จยย.ล้มคว่ำอยู่ และพบศพ นายพิสุทธิ์ บุญแนบ อายุ 61 ปี อาชีพรับจ้างขับรถสิบล้อ อยู่บ้านโพธิ์ ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. เข้าบริเวณลำตัว คอ และหน้าอก รวม 5 นัด สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายขี่รถ จยย.ออกจากบ้านพักจะไปดื่มน้ำชาร้านในหมู่บ้าน ระหว่างทางถูกคนร้าย 2 คน ประกบยิงจนเสียชีวิต.
www.thairath.
โจรใต้ยิงถล่มขบวนรถ “เลขาฯ ศอ.บต.” โชคดีกระสุนเจาะรถสายตรวจไร้เจ็บ
30 กันยายน 2554 16:08 น.
ปัตตานี - คนร้ายซุ่มยิงถล่มขบวนรถยนต์ของ “นายภาณุ อุทัยรัตน์” เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ บนถนนสาย ปะนาเระ-สายบุรี หลังเดินทางกลับจากพิธีลงนาม MOU การพัฒนาธุรกิจเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน กระสุนถูกรถยนต์สายตรวจ โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (30 ก.ย.) ขณะที่ พ.ต.อ.มานิตย์ ยิ้มซ้าย ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 10 นาย ใช้รถยนต์กระบะสายตรวจ ตราโล่ จำนวน 2 คันขับตามขบวนรถของ นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
ปรากฏว่า เมื่อมาถึงบริเวณถนนสายปะนาเระ-สายบุรี ม.2 ต.น้ำบ่อ อ.ปะนาเระ ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ในป่าข้างทางได้ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงใส่ขบวนรถหลายสิบนัด ทำให้เจ้าหน้าที่ที่รักษาความปลอดภัยต้องใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ เพื่อป้องกันและปกป้อง นายภาณุ ซึ่งอยู่บนรถยนต์ขับนำหน้า ทำให้คนร้ายล่าถอยหนีเข้าไปในป่า จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่งขบวนรถของ นายภาณุ เข้าไปยัง สภ.ปะนาเระ เพื่อความปลอดภัย
หลังเกิดเหตุ จึงได้วิทยุขอกำลังเสริมเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะสายตรวจ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน ชผ 1002 กทม.ถูกกระสุนปืนเข้าที่กระจกประตูรถด้านคนขับทะลุหลังคา แต่ไม่มีใครได้รับอันตราย และพบปลอกกระสุนปืนอาก้า และ เอ็ม 16 จำนวน 15 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาฯ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินทางไปที่นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เพื่อเป็นประธานในพิธีลงนาม MOU การพัฒนาธุรกิจเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนกรือโปะ และปลากระตัก จ.ปัตตานี หลังจากเสร็จพิธีจึงได้เดินทางกลับ โดยมีกำลังตำรวจดูแลความปลอดภัยนำโดย พ.ต.อ.มานิตย์ โดยที่รถยนต์ของ นายภาณุขับนำหน้า ปรากฏว่า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ห่างจากนิคมอุตสาหกรรม ประมาณ 3 กิโลเมตร ก็ถูกคนร้ายที่ซุ่มอยู่ข้างทางยิงถล่ม แต่โชคดีที่รถของ นายภาณุ ขับหนีพ้นก่อน กระสุนจึงถูกรถสายตรวจ
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี สั่งสนธิกำลังร่วม 3 ฝ่ายกระจายกำลังปิดล้อมตรวจค้นทันทีในรัศมี 500 เมตรทันที เชื่อคนร้ายน่าจะหลบซ้อนตัวอยู่ในพื้นที่ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ จ.ปัตตานี นั้น เมื่อต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุลอบวางระเบิด นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผวจ.ปัตตานี บนเส้นทางดังกล่าวแล้ว แต่ก็ไม่มีใครได้รับอันตราย โดยคนร้ายหวังเพียงสร้างสถานการณ์
www.manager.
บึ้มทหารชุด รปภ.ครูสาหัส 1 นายที่ยะลา
29 กันยายน 2554 10:47 น.
ยะลา - คนร้ายลอบวางระเบิด จนท.ทหารสังกัดร้อย ร.5011 ฉก.ยะลา 11 ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ขณะออกลาดตระเวนเส้นทางสายยะลา-ลำใหม่ เพื่อดูแลการเดินทางของครูในช่วงเช้า
วันนี้ (29 ก.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 07.35 น. พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รอง ผกก.ป.สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา พร้อมกำลังออกตรวจพื้นที่ภายในเขตเทศบาลตำบลลำใหม่ ได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสารว่าเกิดเหตุระเบิดที่บ้านควน หมู่ที่ 5 ต.พร่อน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา, พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัทยาท ผกก., จ.ส.อ.อดิศักดิ์ ทับเที่ยง ปลัดป้องกันอำเภอเมืองยะลา สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครองรุดไปสอบสวน
พบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บนเส้นทางลัดสายยะลา-ลำใหม่ บริเวณทางโค้งระหว่างบ้านควน-บ้านจาหนัน เลยมัสยิดยาแมะบ้านบูเกะ มัสยิดประจำหมู่บ้านประมาณ 150 เมตร พบจุดระเบิดอยู่ในพงหญ้าริมทางด้านซ้ายมือมีหลุมตื้นๆ หญ้ากระจัดกระจาย พบรอยเลือดเป็นทาง ทราบว่ามีผู้บาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ทหารชื่อ ส.อ.สุเทพ คงช่วย อายุ 26 ปี สังกัด ร้อย ร.5011 ฉก.ยะลา 11 ถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกายหลายแห่งได้รับบาดเจ็บสาหัส พลเมืองดีประสบเหตุได้รีบนำตัวส่ง โรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว บริเวณที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบสะเก็ดระเบิดกระจัดกระจาย ชิ้นส่วนวิทยุสื่อสาร สามารถเก็บรวบรวมไว้ได้จำนวนหนึ่ง
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าว มี ส.อ.สุเทพ คงช่วย เป็นหัวหน้าชุดได้นำกำลังรวม 8 นาย เดินเท้าออกจากฐานลาดตระเวนเส้นทางสายดังกล่าว เพื่อทำหน้าที่ รปภ.กลุ่มครูที่ใช้เดินทางไปโรงเรียน โดย ส.อ.สุเทพ เดินนำหน้าทิ้งระยะห่างราว 10 เมตร ปรากฏว่า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายซึ่งคาดว่าดักซุ่มอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ได้จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารให้ระเบิดทำงานจนเกิดระเบิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุให้ ส.อ.สุเทพได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนกำลังที่เหลือมีอาการหูอื้อเล็กน้อย ส่วนคนร้ายคาดว่าเป็นแนวร่วมอาร์เคเคที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ที่พยายามก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์
www.manager.
เผยโจรใต้สวมรอยทหารพรานก่อนยิงถล่มชุด รปภ.ร.ร.รือเสาะ ดับ 4 เจ็บ 2 นาย
28 กันยายน 2554 18:50 น.
นราธิวาส - ร.ร.บ้านสาเมาะ อ.รือเสาะ สั่งปิดฉุกเฉิน หลังคนร้ายแต่งกายเลียนแบบทหารพรานจำนวน 18 คน ร่วมก่อเหตุยิงถล่มทหารชุด รปภ.บริเวณหน้า ร.ร.จนเกิดการปะทะกันขึ้น เป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิตทันที 4 นาย เจ็บอีก 2 นาย นร.ถูกลูกหลงอีก 1 คน ก่อนหยิบปืน 5 กระบอก เสื้อเกราะ 5 ตัวหลบหนีไป
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุคนร้ายยิงถล่มเจ้าหน้าที่ที่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านลาเมาะ อ.รือเสาะ ว่า หลังจาก ร.ต.ท.อุกฤช สังฆะมณี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุกลุ่มคนร้ายยิงถล่มเจ้าหน้าที่ทหาร ชุด รปภ.โรงเรียนบ้านสาเมาะ ม.3 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ เมื่อเวลา 11.20 น.จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ พ.อ.สมพล ปานกุล รอง ผอ.รมน.จ.นราธิวาส นายวัชรศักดิ์ จุลยานนท์ นายอำเภอรือเสาะ พ.ท.มานิต เผ่าพงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน กองวิทยาการ จ.นราธิวาส และกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 4 นาย นอนเสียชีวิตกระจัดกระจายเกลื่อนอยู่บริเวณเปลนอน ภายในป่าสวนผลไม้ ตรงข้ามโรงเรียนบ้านสาเมาะ โดยทั้ง 4 นาย สวมชุดเครื่องแบบทหาร
จากการตรวจสอบพบตามร่างกายของทหารทั้ง 4 นาย ถูกกระสุนปืนสงครามเอ็ม 16 และปืนอาร์ก้า พรุนไปทั้งร่าง เจ้าหน้าที่มูลนิธินรากู้ภัย 01 ได้ลำเลียงศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดขึ้นรถ เพื่อส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนทหารที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย รวมทั้งนักเรียนโรงเรียนบ้านสาเมาะที่ถูกลูกหลงจากวิถีกระสุนอีก 1 คนนั้น ถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ไปก่อนหน้าแล้ว
ทั้งนี้ ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนสงครามทั้งเอ็ม 16 และ อาก้า ตกกระจัดกระจายเกลื่อนไปทั่วบริเวณ จำนวนกว่า 50 ปลอก พร้อมเปลสนามและเป้ของเจ้าหน้าที่ทหาร รวมทั้งเครื่องใช้เบ็ดเตล็ด จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบต่อไป
สำหรับทหารที่เสียชีวิตทั้ง 4 นาย ซึ่งสังกัด ร้อย ร.15322 ฉก.นราธิวาส 30 ตรวจสอบทราบชื่อ คือ 1.ส.อ.นิติ อารี อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าชุด รปภ.โรงเรียนบ้านลาเมาะ 2.ส.อ.ศุภชัย แก้วหนูนวล อายุ 40 ปี 3.พลทหาร นุจรินทร์ สุรการ และ 4.พลทหาร นภสินธุ์ ชูศรี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ 1.พลทหาร ไกรวิทย์ สุขอ่อน และ 2.ด.ช.อัลอามีน ปอกีลา อายุ 7 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนบ้านสาเมาะ ที่ขณะเกิดเหตุยืนอยู่บนชั้น 2 ของอาคารเรียนชั้นประถมศึกษาของโรงเรียนบ้านสาเมาะ โดยทั้ง 2 รายถูกกระสุนปืนที่ลำตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส
จากการสอบสวน พลทหาร วิทยา ณะรัตน์โช ซึ่งเป็นชุด รปภ.ร.ร.บ้านสาเมาะ ที่ปลอดภัยเพียงนายเดียว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงเช้า ตนเองพร้อมหัวหน้าชุด รวมทั้งพรรคพวกอีกรวม 6 นาย ได้ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน ออกจากฐานปฏิบัติการบ้านบลูกา ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ ซึ่งห่างจากโรงเรียนบ้านลาเมาะประมาณ 4 กม. เพื่อทำหน้าที่ รปภ.โรงเรียนบ้านลาเมาะ ตามปกติ และเมื่อครูและนักเรียนประมาณ 400 คน กำลังทำการเรียนการสอนอยู่ภายในโรงเรียน หัวหน้าชุดได้นำกำลังเดินข้ามถนนมาพักอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามโรงเรียน ซึ่งเป็นป่าสวนผลไม้ เพื่อทำหน้าที่ รปภ.อยู่ภายนอกโรงเรียน
จังหวะนั้นเองได้มีกลุ่มคนร้ายประมาณ 18 คน แต่งกายชุดดำเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหารพราน เดินเรียงแถวลงมาจากเขาหลังโรงเรียน โดยแยกกำลังเป็น 2 กลุ่ม ปฏิบัติการซ้ายขวา วิ่งกรูเข้ามาบริเวณที่ทหารทั้ง 6 นายกำลังนั่งพักอยู่ ก่อนใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 และ อาก้ายิงถล่มเข้าใส่เจ้าหน้าที่ทหารแบบไม่ยั้งมือ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหาที่กำบัง ก่อนใช้ปืนสงครามเอ็ม 16A4 ยิงตอบโต้กลุ่มคนร้ายเป็นระลอกๆ นานประมาณ 5 นาที ทำให้ทหารเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 4 นาย
จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้วิ่งมาหยิบปืนเอ็ม 16A4 ประจำกายของเจ้าหน้าที่ทหารไปด้วย 5 กระบอก รวมทั้งเสื้อเกราะอีก 5 ตัว หลบหนีขึ้นเขาหลังโรงเรียนบ้านลาเมาะไปได้ พร้อมกับได้มีการตัดต้นไม้ขวางถนนและโปรยตะปูเรือใบสกัดกั้นการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ชุดสนับสนุน
สำหรับโรงเรียนบ้านสาเมาะ เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายยิง รองผู้อำนวยการโรงเรียน เสียชีวิตขณะเดินทางจะไปขึ้นรถไฟกลับบ้านพักมาแล้ว ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อแสดงศักยภาพภายหลัง ผบ.ทบ.เดินทางลงพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อวานนี้
www.manager.
10 โจรใต้ยิงถล่มปฏิบัติการทหารที่สุคิริน จนท.เสียชีวิต 1 เจ็บ 1
27 กันยายน 2554 20:45 น.
นราธิวาส - 10 โจรใต้แต่งกายเลียนแบบทหาร นั่งรถยนต์กระบะ บุกยิงถล่มฐานปฏิบัติการทหาร สังกัด ร้อย ร.1231 ฉก.นราธิวาส 35 ที่สุคิริน ทหารเสียชีวิต 1 เจ็บ 1 โจรเสียท่าเจ็บ 3 ก่อนเผ่นหนีทำ เอ็ม16 หล่น 1 กระบอก
เมื่อเวลา 16.30 น.วันนี้ (27 ก.ย.) พ.ต.อ.จงใจรักษ์ คงเผ่า ผกก.สภ.สุคิริน จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายนั่งรถยนต์กระบะใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่ฐานปฏิบัติการทหาร สังกัด ร้อย ร.1231 ฉก.นราธิวาส 35 ซึ่งตั้งอยู่บ้านน้ำใส ม.3 ต.เกียร์ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย จึงพร้อมด้วย พ.อ.ไพรัตน์ แก้วศรี ผบ.ฉก.นราธิวาส 35 และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบว่า ที่บริเวณบังเกอร์ประตูปากทางเข้าฐานปฏิบัติการ มีร่องรอยถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับความเสียหาย พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ โดยเฉพาะที่บริเวณถนนหน้าฐานเจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนสงคราม เอ็ม16 ของคนร้ายตกอยู่จำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ พลทหาร นที พลอยมาลี อายุ 21 ปี ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณหน้าอก ชายโครงขวา รวม 2 นัด อาการสาหัส และ พลทหาร วิทยา จันทราสิทธุ์ อายุ 22 ปี ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายเฉี่ยวที่บริเวณหัวไหล่ ผู้บังคับบัญชา และเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลสุคิรินไปก่อนหน้าแล้ว แต่พลทหาร นที ซึ่งมีอาการสาหัสได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่ พลทหาร นที กำลังนั่งปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรที่ป้อมจุดตรวจปากทางเข้าฐานปฏิบัติการอยู่นั้น ได้มีคนร้ายจำนวน 10 คน แต่งการเลียนแบบทหารนั่งรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิซิ รุ่นสตราด้า สีเทา-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะ โดยมีอาวุธปืนสงครามเอ็ม16 และ อาก้า คนละกระบอก เมื่อคนร้ายขับผ่านฐาน คนร้ายที่นั่งกระบะท้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่ฐาน และยิงใส่พลทหาร นที ที่กำลังนั่งปฏิบัติหน้าที่ จำนวนหลาย 10 นัด
ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนทหารที่อยู่ภายในฐาน จึงได้วิ่งถืออาวุธปืนประจำกาย ออกมาหาที่กำบัง และเปิดฉากยิงปะทะกับกลุ่มคนร้ายที่นั่งอยู่ภายในกระบะบรรทุกหลัง และที่ยืนกระจายกำลังกันอยู่รอบตัวรถยนต์กระบะ จนในที่สุด พลทหาร นที และ พลทหาร วิทยา พลาดท่าถูกกระสุนปืนของกลุ่มคนร้ายจนได้รับบาดเจ็บ และกลุ่มคนร้ายเอง จำนวน 3 คน ถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน กลุ่มคนร้ายเห็นจวนตัว จึงได้พากันวิ่งหลบหนีขึ้นรถยนต์กระบะหลบหนีไป และได้ทำอาวุธปืนสงคราม เอ็ม16 ตกอยู่บนถนนหน้าฐาน 1 กระบอก จนกระทั่งเสียงปืนสงบลง ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนทหารได้รีบนำตัว พลทหาร นที และพลทหาร วิทยา ส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุคิรินดังกล่าว
ต่อมา พ.ต.อ.จงใจรักษ์ ผกก.สภ.สุคิริน ได้ประสานไปยัง สภ.ใกล้เคียง เพื่อสกัดกั้นเส้นทางหลบหนีของคนร้าย รวมทั้งตรวจสอบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิซิ รุ่นสตราด้า สีเทา-ดำ ต้องสงสัยทุกคันที่ขับผ่านเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งตัวถังด้านซ้ายกระจกหน้าและกระจกข้างมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่แตกได้รับความเสียหายเป็นรูพรุน
และจากการก่อเหตุอุกอาจของกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้ ยังมีคนร้ายอีกกลุ่มหนึ่งได้ทำการตัดต้นไม้ขวางถนน และโปรยตะปูเรือใบ บนถนนสายแว้ง-สุคิริน ห่างจากฐานปฏิบัติการทหารจุดเกิดเหตุ ประมาณ 1 กม.เพื่อสกัดกั้นเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าทำการช่วยเหลือ และเจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาในการเคลียร์พื้นที่และเก็บกวาดตาปูเรือใบร่วม 1 ชม.จึงสามารถเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุได้
www.manager.
ลอบฝังระเบิดหน้าบ้านนายกยะรัง ตร.สาหัส 2 นาย
26 กันยายน 2554 18:08 น.
ปัตตานี - คนร้ายลอบฝังระเบิดหน้าบ้านนายกเทศบาลตำบลยะรัง ก่อนกดบึ้มหมายสังหาร จนท.ทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย
ผู้สื่อข่าวจาก จ.ปัตตานี รายงานความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์สายตรวจ 191 โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 15.50 น.วันนี้ (26 ก.ย.) ว่า หลังจาก พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบริเวณหน้าบ้านของ นายแวอูเซ็ง ดูมิเด อายุ 50 ปี นายกเทศบาลตำบลยะรัง เลขที่ 259 ม.3 ต.ยะรัง ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสาย 410 ปัตตานี-ยะลา จึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและชุดพิสูจน์หลักฐาน
พบว่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณโต๊ะหินอ่อนตั้งอยู่ใต้ต้นไม้หน้าบ้านดังกล่าว แรงระเบิดทำให้โต๊ะและเก้าอี้แตก มีอาวุธปืนยาวและเสื้อเกราะของเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งอยู่บนโต๊ะและตกบนพื้น พร้อมด้วยคราบเลือดจำนวนมาก ส่วนคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลยะรังแล้ว ทราบชื่อคือ ส.ต.อ.บุญส่ง สงไข่ อายุ 35 ปี และ ส.ต.อ.วรพงศ์ ไชยศักดิ์ อายุ 35 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ป.สภ.ยะรัง โดยทั้ง 2 นาย ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ศีรษะ ลำตัว และขาทั้งสองข้าง อาการสาหัส แพทย์ได้ทำการช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนส่งตัว ส.ต.อ.วรพงศ์ ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา เนื่องจากบาดแผลฉกรรจ์ ส่วน ส.ต.อ.บุญส่ง ส่งต่อมาที่โรงพยาบาลปัตตานี นอกจากนี้ ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกว้าง 30 ซม.มีชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นาย กำลังอยู่บริเวณที่เกิดเหตุเพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทาง โดยมีกำลังตำรวจอีก 4 นาย อยู่ฝั่งตรงข้าม ปรากฏว่า คนร้ายได้กดระเบิดแสวงเครื่อง จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ที่ฝังไว้ล่วงหน้า จนเกิดเสียงดังสนั่น แรงระเบิดทำให้ทั้ง 2 นาย กระเด็นไปไกล 3 เมตร และถูกสะเก็ดระเบิดตามลำตัวหลายแห่งจนหมดสติ เจ้าหน้าที่ที่เห็นเหตุการณ์จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ก่อนจะขอกำลังสนับสนุนปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ เชื่อว่าคนร้ายน่าจะนำระเบิดมาฝังไว้ในช่วงกลางดึกที่ไม่มีใครเห็น หมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์ เนื่องจากรู้ว่าจุดดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่เป็นประจำ
www.manager.
โจรใต้ลอบเผาฐาน ตร.-ทหารบาเจาะ วอด 2 จุดรวด
26 กันยายน 2554, 15:45 น.
โจรใต้ลอบกัดไม่เลิก จุดไฟเผาฐานตร.นปพ. กับทหารพรานชุดพัฒนา ในเขตบาเจาะ จ.นราธิวาส หลังจากถอนกำลังกลับที่ตั้ง ทำให้ฐานทั้ง 2 แห่งวอดเป็นจุณ...
เมื่อเช้าวันที่ 26 ก.ย. พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.บาเจาะ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ท.นัฐกรณ์ สุขวัฒนไพศาล พงส.สภ.บาเจาะ นำกำลังและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงฐานปฏิบัติการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จ.นราธิวาส ตั้งอยู่บ้านชูโวหมู่ 4 ต.บาเร๊ะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาสใต้ และฐานปฎิบัติการทหารชุดพัฒนาสันติ กรมทหารพรานที่ 46 ตั้งอยู่ข้างอบต.บาเจาะ หมู่ 7 ต.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มคนร้ายจะวางแผนลวงเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่
ทั้งนี้ จุดแรกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบฐานปฏิบัติการหน่วยปฏิบัติการพิเศษภ.จ.นราธิวาส ชุดช่วยราชการ อ.บาเจาะ ที่ถอนกำลังกลับที่ตั้งเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2554 โดยก่อสร้างด้วยไม้มุงหลังคาด้วยตับจาก เบื้องต้นพบว่า สิ่งก่อสร้างถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด จากการประมวลสถานการณ์คาดว่า คนร้ายจุดไฟเผาที่บริเวณตับจากของเรือนนอนชั่วคราวด้านหน้า ข้างอาคารกองบังคับการแล้วเปลวไฟถูกกระแสลมพัดไปยังเรือนชั้นกลางและชั้นใน
จากนั้นเมื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่ 2 เป็นฐานปฏิบัติการทหารชุดพัฒนาสันติของกรมทหารพรานที่ 46 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ถอนกำลังกลับที่ตั้งเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2554 ที่ผ่านมา โดยฐานดังกล่าวใช้วัสดุก่อสร้างเหมือนจุดแรก พบว่าถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมดเช่นกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า กลุ่มคนร้ายมีการนัดแนะวางเพลิงในการก่อเหตุร่วมกัน โดยใช้เวลาลงมือไล่เลี่ยกัน เพื่อสร้างความปั่นป่วน
www.thairath.
คนร้ายขับเก๋งใช้เอ็ม 16 ยิงถล่มจ่าทหารเรือกับเพื่อนดับ 1 เจ็บ 1
25 กันยายน 2554 12:24 น.
ยะลา - คนร้ายดักยิงทหารเรือ ขณะเที่ยวเสร็จกำลังเดินทางออกจากเธค กระสุนถูกลำตัวเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บอีก 1 นาย ส่วนสาเหตุกำลังสอบสวนมาจากจากเรื่องส่วนตัว หรือการก่อความไม่สงบ
วันนี้ (25 ก.ย.) เมื่อเวลา 02.30 น. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.กฤชพิชญ์ พิชญนิตินัย ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงกับอาวุธปืนสงครามได้รับบาดเจ็บที่ ถ.เฉลิมชัย ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาพร้อม พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.โฆษิต เบญจกุล สวป.นำกำลังรุดไปสอบสวน
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณกลางถนนใกล้สี่แยกหลังห้างโคลีเซียมยะลา พบรถยนต์ปิกอัพยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีบรอนซ์ทองหมายเลขทะเบียน กค - 6879 ปัตตานี จอดคากลางถนน บริเวณกระจกหน้าและตัวถังถูกกระสุนปืนเอ็ม 16 จนพรุน และ ยังพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าสีฟ้าหมายเลขทะเบียน กข 8647 ยะลา ของชาวบ้าน ตัวถังถูกกระสุนปืนได้รับความเสียหาย พบปลอกกระสุนปืนตกกระจัดกระจายเกลื่อนถนนเก็บรวบรวมไว้ได้จำนวน 13 ปลอก กับกระสุนปืนอีก 1 นัด
ส่วนผู้บาดเจ็บทราบว่ามี 2 ราย ชื่อ จ.อ.สุรศักดิ์ ยะญอ อายุ 21 ปี สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย ถูกกระสุนบริเวณลำตัวบาดเจ็บสาหัส และ จ.ส.อ.ธฤษณะ อินทรัตน์ อายุ 33 ปี สังกัดเดียวกัน ถูกกระสุนบริเวณศีรษะถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว ตามไปสอบสวนปรากฏว่า จ.อ.สุรศักดิ์ ยะญอ เสียชีวิตในเวลาต่อมา
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า จ.อ.สุรศักดิ์ ยะญอ ผู้เสียชีวิตพร้อม จ.ส.อ.ธฤษณะ อินทรัตน์ ที่บาดเจ็บ มาปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ได้เดินทางเข้ามาเที่ยวที่นาซ่าดิสโก้เธค โรงแรมแกรนด์พาเลซ หลังจากเธคเลิกทั้งคู่ได้ขับรถปิกอัพเดินทางกลับฐานปฏิบัติการ ขณะแล่นออกจากโรงแรมมากว่า 100 เมตร คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถเก๋งไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ซึ่งคาดว่าจอดซุ่มรอ อยู่ก่อนแล้วได้ขับรถติดตามพร้อมใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มใส่รถปิกอัพที่ จ.อ.สุรศักดิ์ ขับแล้วคนร้ายหลบหนีไปทางสี่แยกห้างโคลีเซียมอย่างรวดเร็ว
ผู้ประสบเหตุได้นำตัว จ.อ.สุรศักดิ์ และ จ.ส.อ.ธฤษณะ ส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา แต่ จ.อ.สุรศักดิ์ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนสอบสวนว่ามาจากสร้างสถานการณ์ความไม่สงบหรือความขัดแย้งส่วนตัว
www.manager.
โจรใต้-แก๊งค้ายาแค้น ยิง M 79 ขยี้โรงพักหนองจิก 2 ลูกหวิดดับหมู่
25 กันยายน 2554 11:37 น.
ปัตตานี - กลุ่มคนร้ายเหิมหนักยิง M 79 ยิงถล่มโรงพักหนองจิก 2 ลูก ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานอยู่หวิดตายหมู่ และเกิดการยิงปะทะกัน แต่ไม่มีรายงานว่าจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ สันนิษฐานจะเป็นฝีมือของกลุ่มแนวร่วมและขบวนการค้ายาเสพติดที่โกรธแค้นการกวาดล้างอย่างหนัก
เมื่อคืนนี้ (24 ก.ย.) เวลา 20.30 น. ขณะที่ พ.ต.อ.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี กำลังปฏิบัติหน้าที่พร้อมกับผู้ใต้บังคับบัญชาภายในโรงพักอยู่นั้น ปรากกว่าได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น จำนวน 2 นัด จึงได้รีบวิทยุให้มีการดับไฟทั้งโรงพักทันที พร้อมกับขอกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง
ภายหลังเสียงระเบิดจึงได้นำกำลังตรวจสอบ พบว่าจุดระเบิดจุดแรกอยู่บริเวณกำแพงบ้านเลขที่ 104/5 ม.1 ต.ตุยง ซึ่งอยู่ห่างจากโรงพัก 3 เมตร แรงระเบิดทำให้ได้รับความเสียหาย และจุดที่สองอยู่บนถนนบริเวณสะพานลอยหน้าโรงพัก และพบสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ทั้งภายในโรงพักและจุดตรวจหน้าโรงพัก ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบเข้ามาในซอยตรงข้างโรงพักแล้วใช้อาวุธปืนเครื่องยิงลูกระเบิดแบบ เอ็ม 79 ยิงใส่ทันที 2 นัดจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กำลังปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันบริเวณรอบ ๆ โรงพักได้เห็นความเคลื่อนไหวของคนร้ายจึงได้รีบติดตามจนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น ประมาณ 5 นาทีก่อนที่คนร้ายจะล่าถอยใช้ความมืดหลบหนีไป อย่างไรก็ตามคนร้ายมุ่งเป้าหมายที่จะทำลายป้อมตำรวจซึ่งตั้งอยู่บนสะพานลอยโดยมีเจ้าหน้าที่ 2 นายประจำป้อมตลอด 24 ชม. แต่กระสุนพลาดเป้าทั้ง 2 นัดจึงไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พร้อมกำลังสนับสนุนเข้ามาที่เกิดเหตุสั่งการให้มีการสนธิกำลังร่วมไล่ล่าตัวคนร้าย เพราะเชื่อว่าคนร้ายน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่ พร้อมทั้งให้มีการตรวจสอบสถานพยาบาลต่าง ๆ ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงมารักษาตัวหรือไม่ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อว่าเป็นฝีมือแนวร่วมและกลุ่มขบวนการยาเสพติดหวังตอบโต้เจ้าหน้าที่หลังจากถูกกดดันและจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมาก
www.manager.
เหยื่อระเบิดโก-ลก ดับเพิ่มอีก 1 เป็นนักข่าวรายที่ 6
25 กันยายน 2554 11:34 น.
นราธิวาส - ทหารสอบเครียด 2 ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดทหารในโรงเรียน ว่ามีส่วนพัวพันระเบิดโก-ลก 3 จุดหรือไม่ ส่วนเหยื่อระเบิดโก-ลก ตายเพิ่มอีก 1 เป็นนักข่าวรายที่ 6
ที่กองบังคับการทหารชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 38 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พ.ท.สฐิพงษ์ อาจหาญ ผบ.ฉก.นราธิวาส 38 ได้เบิกตัว 2 ผู้ต้องสงสัย ขอสงวนชื่อและนามสกุล ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ ม.2 บ้านบราเฮง และ ม.3 บ้านซีโป ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว 2 ผู้ต้องสงสัย ขณะขับและนั่งรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งมีท่าทางพิรุธผ่านหน้าโรงเรียนขณะที่เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่อาคารเรียนของชั้น ป.5 ที่ทางโรงเรียนได้เลิกใช้งานแล้ว และปัจจุบันใช้เป็นสถานที่สำหรับให้เจ้าหน้าที่ทหารชุด ร้อย ร.15122 ฉก.นราธิวาส 38 ที่ทำหน้าที่ รปภ.โรงเรียนและครูใช้สำหรับพักผ่อน จนทำให้ส.อ.อภิสิทธิ์ ศรีอนุรักษ์ หน.ชุดได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดในช่วงบ่ายของวันที่ 23 ก.ย.54 ที่ผ่านมา
ซึ่งการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้น ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ราย ให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่พบพิรุธหลายประการที่ทั้ง 2 คน ให้การไม่ตรงกัน ประการสำคัญเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสจากแหล่งข่าวในทางลับว่า เหตุที่เกิดขึ้นต้องมีบุคคลที่ 3 ซึ่งอยู่ภายในโรงเรียนแจ้งให้บุคคลภายนอกได้ทราบว่า ให้ทำการจุดชนวนระเบิดได้เลยเพราะขณะนั้น ส.อ.อภิสิทธิ์ หน.ชุดเดินผ่านจุดที่วางระเบิดพอดี เพราะคนที่จุดชนวนระเบิดซึ่งอยู่นอกบริเวณรั้วโรงเรียนไม่สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวได้ หากไม่มีคนซึ่งอยู่ภายในโรงเรียนโทรบอก หรืออีกประเด็นหนึ่งคือ คนร้ายที่จุดชนวนระเบิดเพื่อสังหาร ส.อ.อภิสิทธิ์ หน.ชุด เป็นคนที่อยู่ภายในรั้วโรงเรียนเท่านั้น เพราะมองเห็นความเคลื่อนไหวของ ส.อ.อภิสิทธิ์ ได้เด่นชัด
ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นเป็นแนวทางในการสอบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ทหารว่าคนร้ายที่จุดชนวนระเบิดเป็นใคร อยู่ในโรงเรียนหรือโทรศัพท์บอกให้คนที่อยู่นอกโรงเรียนโทรศัพท์จุดชนวน ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน ที่สวนสอบในครั้งนี้ตกอยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัยมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทหารจะทำการเรียกตัวครูและบุคลากรทางการศึกษารวมถึงลูกจ้าง ของโรงเรียนประชาบำรุง ทยอยเดินทางมาให้ปากคำต่อไป แต่ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน เจ้าหน้าที่ก็เตรียมที่จะสอบสวนขยายผลไปถึงเหตุคนร้ายวางระเบิด 3 จุด ที่ อ.สุไหงโก-ลก เมื่อวันที่ 16 ก.ย.54 ที่ผ่านมา ว่ามีส่วนพัวพันหรือเชื่อมโยงหรือไม่อย่างไรในครั้งนี้ด้วย
นราธิวาส - ทหารสอบเครียด 2 ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดทหารในโรงเรียน ว่ามีส่วนพัวพันระเบิดโก-ลก 3 จุด ส่วนเหยื่อระเบิดโก-ลกตายเพิ่มอีก 1 เป็นนักข่าวรายที่ 6
ส่วนความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์และ จยย.บอมบ์ 3 จุด ที่ อ.สุไหงโก-ลกนั้น ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 1 คน ที่ถูกส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์ จ.ยะลา คือ นายภมร ภรณ์พานิช อายุ 61 ปี หรือใหญ่ท่าธง ซึ่งอดีตเป็นผู้ช่วยผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ประจำ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ปัจจุบันเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์สื่อสมุทรอาชญากรรม ซึ่งเสียชีวิตจากถูกไฟคลอกระเบิดคาร์บอมบ์ลูกที่ 3 ที่บริเวณหน้าร้านเซียนป่อง ขณะเดินทางไปทำข่าว โดยทางญาติได้รับศพไปบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมที่วัดโคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส ส่วนทางด้านคดีนั้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาไป 1 คนแล้วคือ นายสูไฮดี กูบารู ล่าสุดเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่ออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 1-2 คนในเร็ววันนี้
www.manager.
ตำรวจเฝ้าระวัง “แต่งหญิง” จ้องวางระเบิดในเมืองยะลา
24 กันยายน 2554 17:08 น.
ยะลา - ตำรวจยะลาสั่งล่าแนวร่วมแต่งกายเลียนแบบผู้หญิง เพื่อตบตาเข้าเมืองยะลาเตรียมก่อเหตุร้าย
พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ยะลา ได้สั่งการทางวิทยุสื่อสารตำรวจข่ายยะลาให้ พ.ต.อ.กฤษฏา แก้วจันทร์ดี ผกก.สภ.เมืองยะลา กำชับการปฏิบัติของสายตำรวจรถจักรยานยนต์สายตรวจเดินเท้า จุดตรวจลอย และจุดตรวจหลัก 4 มุมเมือง เฝ้าระวังและตรวจค้นอย่างละเอียด บุคคลเป้าหมาย แต่งกายเลียนแบบคล้ายผู้หญิงอิสลาม คลุมฮิยาบ เข้ามาในเขตตัวเมืองยะลา เพื่อเตรียมก่อเหตุในพื้นที่
ก่อนหน้านี้การข่าวฝ่ายความมั่นคง และชุดสืบสวน ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่า กลุ่มแนวร่วม อาร์เคเค ที่มีการเคลื่อนไหวในเขต อ.เมือง ได้ส่งมือวางระเบิดเข้ามาในตัวเมืองยะลา โดยมีการแต่งกายเลียนแบบผู้หญิงอิสลาม เพื่ออำพรางตัวในการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจต่างๆ จึงได้มีการตรวจค้นอย่างละเอียด หากพบบุคคลตามเป้าหมายดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้กำลังพล ที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับ พระสงฆ์ ที่ออกบิณฑบาต เพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากกลุ่มคนร้ายมักจะก่อเหตุในห้วงวันหยุดราชการเป็นส่วนใหญ่อีกด้วย
ส่วนความคืบหน้าการติดตามกลุ่มคนร้าย ที่ลงปฏิบัติการประกบยิงสองเกลอมือปราบลูกศิษย์ก้นกุฏิของ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนัสตา คือ ด.ต.อารง มาลายา อายุ 48 ปี ตำรวจ สภ.โกตาบารู อ.รามัน ช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต) และนายมาหามะ ยามา อายุ 50 ปี.อส.อ.กาบัง ขณะกำลังละหมาด ในมัสยิดอายนุรยากีน หมู่ 2 บ้านบือแนยือระ ต.บุดี อ.เมืองยะลา นั้น ขณะนี้รู้ตัวมือยิงแล้ว คือนายซอพวัน สามะ แกนนำคนสำคัญที่เคลื่อนไหวในเขต อ.รามัน จ.ยะลา และ เขต ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พร้อมลูกน้องคนสนิทจาก ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รวม 4 คน ขณะนี้ตำรวจ ทหาร กำลัง ติดตามการเคลื่อนไหว เพื่อเข้าตรวจค้นจับกุมตัวมาดำเนินการตามกฎหมายอย่างใกล้ชิด
สำหรับการดูแลความปลอดภัยตำรวจ ขณะปฏิบัติศาสนกิจในวันศุกร์นั้น พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ยะลา ได้สั่งการให้ จนท.ตำรวจ ที่นับถือศาสนาอิสลาม ที่ต้องไปปฏิบัติศาสนากิจการละหมาดร่วมกับประชาชนทั่วไปตามมัสยิดต่างๆ นั้น ให้รวมตัวกันหลายๆ คน แล้วให้ ผกก.จัดกำลังตำรวจที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม ไปคุ้มกันจนเสร็จสิ้นการประกอบศาสนกิจ โดยให้ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ทุกๆ วันศุกร์ ตลอดไปอย่างเคร่งครัดด้วย
www.manager.
โจรใต้ยิงชาวบ้านสาหัส ขณะจะไปกรีดยางพาราที่ระแงะ
24 กันยายน 2554 14:20 น.
นราธิวาส - คนร้ายซ้อนรถจักรยานประกบยิงชาวบ้าน ขณะเดินทางไปกรีดยางในสวน กระสุนปืนขนาด 9 มม.เข้าที่แขนซ้าย และหัวไหล่ซ้าย รวม 2 นัด อาการสาหัส
วันนี้ (24 ก.ย.) เมื่อเวลา 07.30 น. ร.ต.อ.นรเศรษฐ์ สุขศรี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิง ได้รับบาดเจ็บบนถนนในหมู่บ้านสาเมาะ ม.1 ต.บองอ อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ จัดกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจและทหารจำนวนหนึ่งไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพียงกองเลือด และปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.จำนวน 3 ปลอก ส่วนผู้บาดเจ็บถูกชาวบ้านนำส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลระแงะก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ นายกูเด็ง ระยีแก อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 บ้านกาหนั๊วะ ม.5 ต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.เข้าที่แขนซ้าย และหัวไหล่ซ้าย รวม 2 นัด อาการสาหัส
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายกูเด็งผู้บาดเจ็บได้ขี่รถจักรยานยนต์เพียงลำพัง ออกจากบ้านพักเพื่อจะไปกรีดยางพารา ระหว่างทางได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้าย ตามประกบและเมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนที่เตรียมมายิงใส่จำนวน 3 นัดซ้อน จนนายกูเด็งถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบสร้างสถานการณ์ป่วนใต้รายวัน
www.manager.
วงในเผย “แกนนำพูโล” เตรียมตั้งศูนย์อาสาแก้ปัญหาชายแดนใต้
23 กันยายน 2554 21:33 น.
ยะลา - แหล่งข่าววงในเผยแกนนำสมาชิกขบวนการพูโลภาคพื้นยุโรป เตรียมรวมตัว จัดตั้งกลุ่มอาสาแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีแผนเข้าพบรัฐบาลมาเลเซียเพื่อหารือเรื่องการปรับลดค่าธรรมเนียมอนุญาตทำงานในมาเลเซีย พร้อมหนุนปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ชายแดนใต้
วันนี้ (23 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลา ว่า หน่วยข่าวพลเรือนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า แกนนำสมาชิกขบวนการพูโลยุโรป พร้อมพวก เดินทางกลับจากต่างประเทศมายังจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเปิดศูนย์ประชาชน อาสาพัฒนา แก้ไขปัญหาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในพื้นที่จังหวัดยะลา อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการพบปะบรรดาผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา บุคคลสำคัญในวงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และใช้เป็นสำนักงานของคณะทำงาน ซึ่งกำหนดจะตั้งสำนักงานในเร็วๆ นี้
โดยหลังจากเปิดสำนักงานแล้ว คณะทำงานจะเริ่มทำงานทันที โดยเรื่องแรก คือ การไปร่วมประชุมการขอปรับลดค่าธรรมเนียมในอนุญาตการทำงานในประเทศมาเลเซีย โดยมีกำหนดการเข้าพบ ดาโต๊ะ อัชมี ฮามิด บิดิน เลขานุการรัฐมนตรีมหาดไทยมาเลเซีย และขอทราบผลการเจรจาเสร็จสิ้นภายในเดือน ธ.ค. นี้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการพบปะกับผู้แทน รมต.เกษตร มาเลเซีย เกี่ยวกับโครงการปลูกปาร์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนในพื้นที่มีกำหนดการเข้าพบท่านจุฬาราชมนตรี เพื่อขอคำปรึกษาหารือ การก่อตั้งชมรมนักวิชาการอิสลามอูลาม่า โดยมีเป้าหมายมุ่งหวังที่จะใช้ ชมรมเป็นเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้
แหล่งข่าวคนเดียวกัน ยังเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมแกนนำสมาชิกขบวนการกลับมารายงานตัว ตอบแทนคุณแผ่นดิน ซึ่งจากการประสานงานกับแกนนำต่างๆ ประกอบด้วย ขบวนการพูโล บีอาร์เอ็น บีเอ็นพีพี มีการแจ้งความประสงจะกลับมาร่วมโครงการนี้ ประกอบด้วย ดร.ฟาเดร์ เจะมาน หะยีแม ซอเราะ อยู่ที่ประเทศสวีเดน พูโล นายฮาซัน ตอยิบ พูโล อยู่ที่ มาเลเซีย ซึ่งรับว่าเป็นผู้ที่ให้การดูแลเรื่องที่พักให้กับ นายมะแซ อุเซ็ง และนายสะแปอิง บาซอ โดยมีแผนจะรวมตัวแกนนำกลับมารายงานตัว เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นกรณีพิเศษ เนื่องในวโรกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554
ด้าน พล.ต.อัคร ทิพโรจน์ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า หลักฐานทางการข่าว แจ้งว่า ขบวนการเกิดความแตกแยกภายใน ระดับแกนนำบางคนบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง ที่ก่อเหตุกับกลุ่มผู้บริสุทธิ์ พัวพันกับกลุ่มค้ายาเสพติด กระทำการอุจอาจฆ่ากันในมัสยิด ลอบวางระเบิดในเดือนถือศีลอด ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบกลายเป็นมุสลิมด้วยกันเป็นต้น เป็นไปได้ที่บรรดาแกนนำเหล่านี้ จะหาวิธีการอื่นที่อยากให้ความเป็นธรรมกับสังคม แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริง โดยใช้สันติวิธี การรวมตัวได้จะเป็นทางออกที่ดีให้กับประชาชน
และในขณะเดียวกัน จะทำให้ขบวนการที่ใช้ความรุนแรงจะหมดโอกาสไปในที่สุดด้วย ทั้งนี้ ขบวนการต้องมาพิจารณาตัวเองว่า การที่ได้ฆ่าคนเป็นจำนวนมากนั้นได้อะไร ยิ่งทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธาลงเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่ต้องการความเป็นอิสระในการทำมาหากิน การศึกษาหาความรู้ ดังนั้นในสภาพการณ์เริ่มจะทำให้คนดีเกิดความแข็งแรงมากขึ้น
ดังนั้น โอกาสที่คนไม่ดีจะมาแอบอยู่หลังคนดีนั้นจะไม่มีที่ยืน ในที่สุดจะกลายพันธุ์ออกมาต่อสู้ในทางสันติมากขึ้น ซึ่งตรงกับนโยบายที่ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 มั่นใจว่าหากสามารถมาคุยกันได้ด้วยความจริงใจต่อกัน ก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้
รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ากล่าวอีกว่า ถือว่าเป็นข่าวดีหรือมิติใหม่ของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประชาชนต้องการความเป็นธรรมด้วยการใช้การเมือง หรือใช้ความสันติวิธี ที่ไม่ทำให้คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งปัจจุบันประตูช่องทางที่จะร้องทุกข์ นั้นมีอยู่มากมาย อาทิ ศอ.บต.เป็นต้น
www.manager.
คนร้ายเหิมซุกบึ้มใน ร.ร.ทหารชุด รปภ.สาหัส 1
23 กันยายน 2554 16:40 น.
นราธิวาส - คนร้ายเหิมลอบวางระเบิดชุด รปภ.โรงเรียนประชาบำรุง ต.บาโงสโตร์ อ.ระแงะ ถึงในเขตโรงเรียน เป็นเหตุให้ทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย ส่วนคณะครูและนักเรียนขวัญเสียตื่นตระหนกไปตามๆ กัน คาด คนร้ายลอบสังเกตการณ์อยู่หลายวันก่อนลงมือ ตร.เชื่อสร้างสถานการณ์ป่วน
วันนี้ (23 ก.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น. ร.ต.ท.จิตรกร หลวงอภัย ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นภายในบริเวณโรงเรียนประชาบำรุง ม.6 บ.บาตูบือซา ต.บาโงสโตร์ อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ พ.ท.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.ฉก.นราธิวาส 38 ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณขื่อของหลังคาอาคารเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้งดใช้ทำการเรียนการสอนมานานแล้ว โดยปัจจุบันใช้เป็นที่พักผ่อนของเจ้าหน้าที่ทหารขณะเข้าทำหน้าที่ รปภ.โรงเรียน โดยหลังคาของอาคารแตกจนเป็นรูโหว่ รวมทั้งขื่อไม้ได้พังลงมาเสียหายยับเยิน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบพบซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจัดกระจายเกลื่อนไปทั่วบริเวณริมถนนและพงหญ้ารกทึบนอกรั้วโรงเรียน จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.อ.อภิสิทธิ์ ศรีอนุรักษ์ หัวหน้าชุด รปภ.โรงเรียนประชาบำรุง ซึ่งสังกัดร้อย ร.15122 ฉก.นราธิวาส 38 พร้อมลูกน้องรวม 6 นาย หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงภายในโรงเรียนแล้วเสร็จ ได้แยกย้ายกันเดินรักษาความปลอดภัยและตรวจสอบความเรียบร้อยภายในบริเวณโรงเรียนดังกล่าว ซึ่งครูและนักเรียนกำลังทำการเรียนการสอนอยู่ในช่วงบ่าย
เมื่อ ส.อ.อภิสิทธิ์ เดินถึงบริเวณอาคารเรียนชั้น ป.5 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ คนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ในละแวกดังกล่าว ได้จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องจนเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโรงเรียน ทำให้บรรดาครูและนักเรียนที่กำลังทำการเรียนการสอนอยู่กว่า 300 คน พากันแตกตื่น รวมทั้งเด็กนักเรียนต่างร้องไห้กันกระจองอแง
ส่วน ส.อ.อภิสิทธิ์ หัวหน้าชุด รปภ.โรงเรียน ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย ถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลระแงะ และนำตัวส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ในเวลาต่อมา
หลังเกิดเหตุ ครูและทหารอีก 5 นาย ให้การว่า เห็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ตอนครึ่ง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับออกจากโรงเรียนอย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายเฝ้าสังเกตการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ รปภ. ชุดดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อสบโอกาสจึงได้วางระเบิดเพื่อหวังสังหารเจ้าหน้าที่ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่เพื่อสร้างสถานการณ์รายวัน
www.manager.
ประกบยิงชาวบ้านดับ 2 ศพ ที่รือเสาะ-ยิงคนหาของป่าดับ 1 สาหัส 1 ที่ อ.สุไหงปาดี
18 กันยายน 2554 13:01 น. Share
นราธิวาส - เหตุร้ายรายวันคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และ อาก้า ขับรถจักรยานยนต์ประกบยิงชาวบ้านเสียชีวิต 2 ศพที่ อ.รือเสาะ ส่วนที่ อ.สุไหงปาดียิงชาวบ้านหาของป่าเสียชีวิต 1 บาดเจ็บสาหัส 1 ราย เจ้าหน้าที่คาดทั้ง 2 เหตุการณ์ เป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่
เมื่อเวลา 20.15 น.คืนที่ผ่านมา (17 ก.ย.) ร.ต.ท.อุกฤษฏ์ สังฆะมณี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตบนสะพานข้ามแม่น้ำสายบุรี ม.1 บ้านท่าเรือ ต.รือเสาะ จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิต จำนวน 2 คน นอนจมกองเลือดอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีน้ำเงินไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
จากการตรวจสอบทราบชื่อคือ นายอับดุลเลาะ เจ๊ะและ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 287 ม.10 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนปืนเอ็ม.16 และ อา.ก้า.ที่บริเวณชายโครงซ้าย ต้นขาขวา ข้อศอกซ้าย รวม 3 นัด ส่วนศพที่ 2 คือ นายฮานาพี เจ๊ะมะ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 208/2 ม.2 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนชนิดและขนาดเดียวกันที่บริเวณไหล่ขวา ไหล่ซ้าย และหน้าอก รวม 3 นัด ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม.16 และ อาก้า ตกอยู่บนสะพาน จำนวน 7 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งได้นำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ส่งโรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายฮานาพี ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปรับ นายอับดุลเลาะ จากบ้านพักเพื่อเดินทางไปทำธุระที่หมู่บ้านบาตง อ.รือเสาะ เมื่อแล้วเสร็จนายฮานาพี ได้ขี่รถ จักรยานยนต์เพื่อกลับบ้านพัก โดยมี นายอับดุลเลาะ นั่งซ้อนท้ายมาด้วย ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 4 คน ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ 2 คัน ตามไล่หลังมา เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายของแต่ละคัน ได้ชักอาวุธปืนเอ็ม.16 และ อา.ก้า.คนละกระบอก ยิงใส่นายฮานาพและนายอับดุลเลาะ จำนวน 7 นัดซ้อน จนรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มคว่ำทำให้ทั้ง 2 คน เสียชีวิตคาที แล้วคนร้ายได้อาศัยความมืดขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เนื่องจากถนนสายดังกล่าวชาวบ้านผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่กองกำลัง ถูกคนร้ายลอบดักสังหารเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บมาหลายรายแล้ว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ เวลาประมาณ 14.30 น.วันเดียวกัน ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนสงครามชนิดอาก้า และเอ็ม 16 กราดยิงใส่ นายสงกรานต์ ทิมกลับ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 664/6 บ้านโคกตา ม.1 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เข้าลำตัวได้รับบาดเจ็บ และ นายจริญ ทิพย์กลับ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 ม.1 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี กระสุนถูกศีรษะลำตัวพรุนเสียชีวิตที่เกิดเหตุ ขณะทั้งสอง กำลังขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้าย กลับจากไปล่าสัตว์ เหตุเกิดบนถนนภายในหมู่บ้านดอเฮะ ม.3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี โดยในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกระสุนปืนอาก้าจำนวน 3 ปลอก เอ็ม 16 จำนวน 8 ปลอก สาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่เชื่อ เป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่
www.manager.
โจรใต้ป่วนโก-ลก บอมบ์3จุด ดับแล้ว3เจ็บอื้อ
16 กันยายน 2554, 23:13 น.
โจรใต้วางระเบิดคาร์บอมบ์และจยย.บอมบ์ป่วนเมืองโก-ลก จ.นราธิวาส 3 จุด ดับแล้ว 3 สาหัส 13 เจ็บอีกนับสิบ ในจำนวนนี้มีนักท่องเที่ยวด้วย เจ้าหน้าที่ตัดสัญญาณโทรศัพท์รอบเมือง เร่งเคลียร์พื้นที่ ...
เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 16 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุ จยย.บอมบ์ ที่คนร้ายลอบนำมาจอดทิ้งไว้บนถนนตรงข้ามประตูทางเข้าสมาคมแต้จิ๋ว ข้างร้านบาร์เบียร์ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเจริญเขต ซอย 3 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก แรงระเบิดทำให้พนักงานบริการ นักท่องเที่ยว และประชาชนที่เดินผ่านสัญจรไปมา ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย
ต่อมาเวลาประมาณ 18.55 น. ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ได้เกิดระเบิด จยย.บอมบ์ขึ้นอีก 1 จุด ซึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 300 เมตร บริเวณหน้าร้าน 198 คาราโอเกะ ซึ่งจุดดังกล่าวนี้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและมาเลเซียถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บหลายรายเช่นกัน
และเมื่อเวลา 19.20 น.ได้เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ที่คนร้ายได้นำมาซุกซ่อนไว้ภายในรถยนต์เก๋ง แล้วขับนำมาจอดทิ้งไว้ที่บริเวณสี่แยกข้างร้านจำหน่ายอาหาร ซึ่งตรงอยู่ตรงข้ามโรงแรมเมอร์ลิน ซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 20-30 ก.ก. แรงระเบิดส่งผลทำให้ร้านค้าได้รับความเสียหายหลายหลัง แถมกระจกด้านข้างขนาดใหญ่ของโรงแรมเมอร์ลินได้รับความเสียหายด้วย ซึ่งจุดดังกล่าวนี้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายรายเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบระเบิดที่คนร้ายนำมาซุกไว้อีก 1 จุด แต่สามารถกู้ได้ทันก่อนที่จะเกิดระเบิดซ้ำ
อย่างไรก็ตาม จากการลอบวางระเบิดทั้ง 3 จุดนั้น พบผู้เสียชีวิตแล้ว ราย บาดเจ็บอีกกว่า 60 ราย หลังเกิดเหตุล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการตัดระบบสื่อสารด้วยโทรศัพท์มือถือทั้งอำเภอ ทำให้การสื่อสารขัดข้อง พร้อมทั้งวางกำลังปิดกั้นการจราจรตามถนนสายต่างๆที่จะมุ่งไปยังที่เกิดเหตุ จนทำให้การจราจรเป็นอัมพาตไปทั้งเมือง.
www.thairath.
จ่อยิง ตร.และอส. ขณะละหมาดวันศุกร์ดับคาที่ 2 ศพ ชาวบ้านสาหัส 3 ราย
16 กันยายน 2554 15:42 น.
ยะลา - โจรใจบาปทำทีเข้ามาละหมาด ก่อนจ่อยิง ตร. และ อส. ดับคาที่รวม 2 ราย ขณะกำลังละหมาดวันศุกร์ภายในมัสยิด นอกจากนี้ กระสุนยังพลาดไปถูกชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงเจ็บอีก 3 ราย ตร. คาดกลุ่มก่อความไม่สงบสร้างสถานการณ์
วันนี้ (16 ก.ย.) เวลา 13.40 น. พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ในมัสยิดอายนุรยากีน หมู่ 2 บ้านบือแนยือระ ต.บุดี
จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รอง ผกก.ป.จ.ส.อ.อดิศักดิ์ ทับเที่ยง ปลัดป้องกันอำเภอเมืองยะลา สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองเดินทางไปสอบสวน
ที่เกิดเหตุอยู่ในบริเวณมัสยิด ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียนอุดมศาสน์วิทยา หรือ ปอเนาะตืองอ พบศพ ด.ต.อารง มาลายา อายุ 48 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.โกตาบารู อ.รามัน และ นายมาหะมะ ยามา อายุ 50 ปี เป็น อส.อ.กาบัง โดยทั้งคู่ถูกยิงที่ศีรษะ นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้น
นอกจากนี้ ยังมีผู้ถูกกระสุนปืนบาดเจ็บอีก 3 ราย ทราบชื่อคือ นายอับดุลวาหะ ตาเละ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86/4 หมู่ 5 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ถูกกระสุนที่หัวแม่เท้าซ้าย นายสือมา โยะมา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 2 ต.บุดี ถูกยิงที่ข้อเท้าซ้าย และนายอันนูวา เด็ง อายุ 37 ปี ราษฎรใน ต.บุดี กระสุนเจาะเอว ทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว
จากสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.อารง มาลายา และ นายมาหะมะ ยามา ผู้เสียชีวิต พร้อมผู้บาดเจ็บอีก 3 คน กำลังร่วมทำพิธีละหมาดวันศุกร์ภายในมัสยิด ปรากฏว่า ระหว่างนั้นมีคนร้าย 2 คน แต่งกายสวมเสื้อแขนยาว นุ่งโสร่ง ทำทีเข้ามาร่วมละหมาดด้วย โดยยืนอยู่ด้านหลังผู้เสียชีวิตที่ยืนอยู่ติดกัน ทันใดนั้นคนร้ายทั้งสองได้ชักอาวุธปืนพกสั้น คาดว่าเป็นขนาด .38 ออกมาจ่อกระหน่ำยิงศีรษะผู้เสียชีวิตทั้งคู่ จนล้มลงเสียชีวิตคาที่
นอกจากนี้ กระสุนปืนของคนร้ายยังพลาดไปถูกชาวบ้านที่มาร่วมละหมาดได้รับบาดเจ็บด้วยอีก 3 ราย หลังก่อเหตุคนร้ายทั้ง 2 คน ได้รีบวิ่งออกจากมัสยิดไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่เพื่อนคนร้ายอีกคนมารออยู่ ขับหลบหนีไปทาง ต.เนินงาม อ.รามัน อย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือพวกก่อความไม่สงบพยายามสถานการณ์
www.manager.
ระเบิด-ยิงถล่มฐานทหารเจาะไอร้องกลางดึก พลทหารเจ็บ 3 นาย
16 กันยายน 2554 12:04 น.
นราธิวาส - คนร้ายเหิมหนัก วางระเบิดดักปลิดชีพทหารล่อ จนท.ประจำฐานเจาะไอร้อง ออกไปตรวจสอบ ก่อนกระหน่ำยิงถล่มฐานปฏิบัติการซ้ำ จนเปิดฉากปะทะกันขึ้น เป็นเหตุให้พลทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ทั้งนี้ คาดว่าคนร้ายมีการวางแผนล่วงหน้าอย่างดี เนื่องจากแบ่งกำลังเป็น 2 ชุด ในการกดชนวนระเบิดและถล่มยิงฐานทหาร
วันนี้ (16 ก.ย.) เมื่อเวลา 07.30 น. พ.ต.ท.ฉลอง รัตนภักดี รอง ผกก.ป.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ร.อ.ณรงค์ฤทธิ์ พงศ์พัฒน์วิเชียร ผบ.ร้อย ร.15114 ฉก.นราธิวาส 31 ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส
รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและยิงถล่มฐานปฏิบัติการทหารสังกัด ร้อย ร.15114 ฉก.นราธิวาส 31 ซึ่งตั้งอยู่บ้านลูโบ๊ะเยาะ ม.7 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย คือ พลทหารสมบูรณ์ ชุงกลิ้ง อายุ 22 ปี พลทหารสาหัส คงชู อายุ 23 ปี และ พลทหารวีระวัฒน์ อาหาระ อายุ 23 ปี โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ของคืนวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา
แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มคนร้ายจะวางแผนลวงดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
โดยจุดแรก เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณกอกล้วยริมถนนปากทางเข้าฐานปฏิบัติการทหาร ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายลอบวางระเบิด พบกอกล้วยถูกอนุภาพระเบิดได้รับความเสียหายและมีหลุมลึก 2 ฟุต กว้าง 2 ฟุต พร้อมทั้งมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องแบบเคโม หนัก 10 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดที่ 2 ซึ่งเป็นบริเวณป่าสวนยางพาราหลังฐานปฏิบัติการทหาร พบปลอกกระสุนปืนสงคราม อา.ก้า. เอ็ม.16 และกระสลูกซอง ของกลุ่มคนร้ายตกกระจายอยู่ จำนวน 3 จุดใหญ่ รวมทั้งสิ้นกว่า 100 ปลอก ส่วนบริเวณหลังฐาน พบกระสอบบังเกอร์ถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับความเสียหายบางส่วน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.อ.ศราวุธ คงเมือง หัวหน้าชุด ร้อย ร.15114 ฉก.นราธิวาส 31 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร รวม 6 นาย เดินเท้าออกจากฐานเพื่อไปตั้งจุดตรวจสกัดภายในหมู่บ้าน เมื่อถึงบริเวณ 3 แยกทางเข้าฐาน ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน อาศัยความมืดแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง และใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้บริเวณกอกล้วย จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นายดังกล่าว
จากนั้น กลุ่มคนร้ายอีกชุดหนึ่งซึ่งมีจำนวน 10 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ ได้อาศัยความมืดลอบแฝงตัวเข้าไปในป่าสวนยางพาราซึ่งอยู่ด้านหลังของฐาน และใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่ฐานปฏิบัติการทหาร จนทั้ง 2 ฝ่ายเปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นานร่วม 10 นาที หลังเสียงปืนสงบลง ร.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ผบ.ร้อย ร.15114 ฉก.นราธิวาส 31 จึงได้สั่งการให้ทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปสนับสนุนยังจุดที่คนร้ายลอบวางระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ และช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งตัวรักษายังโรงพยาบาลเจาะไอร้อง
ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายได้มีการวางแผนไว้เป็นอย่างดี โดยแยกกำลังออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกวางระเบิดลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่ โดยล่อเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ประจำฐานออกไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนคนร้ายชุดที่ 2 จะทำการยิงถล่มซ้ำใส่ฐานทหารทันที เพราะคาดว่าทหารมีกำลังน้อย แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ทหารอ่านเกมออก จึงทำให้ฐานปฏิบัติการทหารรอดจากการถูกกลุ่มคนร้ายบุกเข้าไปโจมตีภายในฐานได้
www.manager.
ยิงเอ็ม 16 ถล่มร้านน้ำชาระแงะ ดับคาที่ 1 สาหัส 3
16 กันยายน 2554 09:37 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุยิงเอ็ม 16 ถล่มร้านน้ำชา อ.ระแงะ เมื่อเย็นวานนี้ เป็นเหตุให้ชาวบ้านเสียชีวิตคาที่ 1 ราย เจ็บสาหัสอีก 3 ราย ตร.คาดฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบดักสังหารผู้บริสุทธิ์รายวัน
วานนี้ (15 ก.ย.) เมื่อเวลา 17.40 น. ร.ต.อ.นรเศรษฐ์ สุขศรี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่ร้านน้ำชาไม่มีเลขที่ ซึ่งตั้งอยู่บ้านลาแป ม.2 ต.บองอ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย นอนจมกองเลือดอยู่ริมถนนหน้าเพิงขายน้ำชา โดยมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อยู่ใกล้ๆ เจ้าหน้าที่จึงกันชาวบ้านออกห่าง ก่อนเข้าตรวจสอบ ทราบชื่อคือ นายมะแดโร สาลีปู อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129/5 ม.2 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งมีบาดแผลถูกกระสุนปืนเอ็ม 16 ที่บริเวณหน้าอกและชายโครงขวา รวม 2 นัด เสียชีวิต
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ นายมูฮำหมัด เจ๊ะอูมา อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/3 ม.2 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส มีตำแหน่งเป็นรองนายก อบต.กาลิซา อ.ระแงะ ซึ่งถูกกระสุนปืนเอ็ม.16 ยิงเข้าที่บริเวณข้อมือซ้าย, นายมุห์หัดอับลี เจ๊ะอูมา อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 ม.2 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งมีบาดแผลถูกกระสุนปืนชนิดและขนาดเดียวกันที่บริเวณหน้าแข้ง และหัวเข่าจนขาทั้ง 2 ข้างหัก และนายตูอาลี ยือแร อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 174/5 ม.4 ต.สาครบน อ.มายอ จ.ปัตตานี มีบาดแผลถูกกระสุนปืนชนิดและขนาดเดียวกันที่บริเวณมือขวา โดยผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 คน มีอาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่บนถนนจำนวน 8 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลระแงะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นจะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
ทั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่ชาวบ้าน จำนวน 6-7 คน กำลังร่วมนั่งดื่มน้ำชาและกาแฟอยู่ภายในเพิกขายน้ำชานั้น มีคนร้ายจำนวน 5 คนขับขี่และซ้อนท้ายจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน โดยแต่งกายด้วยชุดดาวะห์และใส่หมวกไหมพรมสีดำอำพรางใบหน้า เมื่อรถจักรยานยนต์ของคนร้ายคันที่ 3 ซึ่งนั่งและซ้อนท้ายมาด้วยกัน 2 คน ผ่านหน้าเพิงขายน้ำชา คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มใส่กลุ่มชาวบ้านที่นั่งดื่มน้ำชาจำนวน 8 นัดซ้อน ทำให้ชาวบ้านที่นั่งดื่มน้ำชาพากันวิ่งหาที่กำบัง ซึ่งบางคนถูกกระสุนปืนของคนร้ายจนล้มทั้งยืน จากนั้นคนร้ายได้พากันขี่จักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนสาเหตุในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อลอบดักสังหารชาวบ้านผู้บริสุทธิ์รายวัน
www.manager.
ดักยิงสมาชิก อบต.กาจอง จ.ยะลา ดับ 1 ศพ
16 กันยายน 2554 02:10 น.
ยะลา - ดักยิงนายมะไซนุง ลาเต๊ะ สมาชิก อบต.กาจอง 3 นัดรวด พลเมืองดีรีบนำส่ง รพ. แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตร.คาดผู้ก่อเหตุรู้จักกับผู้ตาย ทำทีมีธุระก่อนจ่อยิงปลิดชีพ พร้อมเร่งสอบสอนว่าเรื่องส่วนตัวหรือสร้างสถานการณ์
วันนี้ (15 ก.ย.) เมื่อเวลา 21.00 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ประสม หลวงพูล สวป.สภ.ยะหา จ.ยะลา รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงที่บ้านกาตอง หมู่ 2 ต.กาตอง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองรุดไปสอบสวน ที่เกิดเหตุอยู่ใกล้มัสยิดภายในหมู่บ้าน พบเลือดเป็นหย่อมๆ ส่วนผู้ถูกยิง ทราบชื่อคือ นายมะไซนุง ลาเต๊ะ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88 หมู่ 2 ต.กาตอง ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาด ที่ศีรษะและกลางหลังรวม 3 นัด อาการสาหัส ชาวบ้านช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหาแล้ว จึงได้ตามไปสอบสวน ปรากกว่านายมะไซนุงทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายมะไซนุง ลาเต๊ะ เป็นสมาชิก อบต.กาตอง และก่อนเกิดเหตุได้ออกจากบ้านพักไปทำพิธีละหมาดที่มัสยิดในหมู่บ้าน หลังเสร็จภารกิจ นายมะไซนุง จึงได้ขับขี่จักรยานยนต์เดินทางกลับบ้านพัก มาถึงที่เกิดเหตุเป็นบริเวณที่เปลี่ยว ไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์ ชาวบ้านได้ยินเสียงปืนดังติดต่อกัน 3 นัด เมื่อไปตรวจสอบดูพบว่า นายมะไซนุงนอนร้องครวญครางจมกองเลือดอยู่แล้ว จึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาล จนเสียชีวิตในเวลาต่อมาดังกล่าว
ทั้งนี้ ตำรวจคาดว่ามีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คนร่วมก่อเหตุ โดยรู้จักนายมะไซนุง ผู้ตายเป็นอย่างดี และวางแผนดักรอนายมะไซนุง ขับรถผ่านมาก่อนเรียกให้หยุดทำทีมีธุระ จากนั้นฉวยโอกาสจ่อยิงแล้วหลบหนีไป ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือการสร้างสถานการณ์
www.manager.
โจรใต้เหิม บึมโรงพักปะลุกาสาเมาะพังยับ
15 กันยายน 2554, 10:30 น.
โจรใต้สุดเหิม วางระเบิดโรงพักปะลุกาสาเมาะหลังใหม่ที่ใกล้จะสร้างเสร็จ ในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พังยับ กลางดึก...
เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (15 ก.ย. 54) พ.ต.ท.มงคล บัวจันทร์ สวญ.สภ.ปะลุกาสาเมาะ ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.ปิยะพงษ์ รักษา พนักงานสอบสวน (สบ.1) และ ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส ร่วมเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดภายในอาคารสำนักงาน สภ.ปะลุกาสาเมาะ หลังใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมสายนราธิวาส-ปัตตานี หมู่ 6 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 21.00 ของคืนวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบภายใน เจ้าหน้าที่พบว่าประตูกระจกและหน้าต่างถูกสะเก็ดระเบิดจนแตกกระจายละเอียด และยังมีฝาผนังบางส่วนได้รับความเสียหายพังลงมาทั้งแถบ จนทำให้โครงสร้างของอาคารบางจุดเกิดรอยแตกร้าว และมีเศษชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้งต้ม หนัก 20 ก.ก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ ตกกระจายอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าห้องควบคุมผู้ต้องหา และยังมีเศษผ้าที่คนร้ายใช้วางเพลิงตกอยู่
จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมาได้มีกลุ่มคนร้าย ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 5 คน ลอบแฝงตัวเข้ามา โดยใช้ไม้ทุบกระจกประตูทางเข้าด้านข้างชั้นล่าง แล้วนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้บริเวณหัวมุมประตูทางเข้าห้องควบคุมผู้ต้องหา ก่อนจะใช้เศษผ้าลอบวางเพลิงเผาอาคารแล้วพากันวิ่งหนีออกมา ก่อนจะลอบจุดชนวนระเบิดจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนอาคารชั้นล่างได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่เนื่องอาคารหลังดังกล่าวยังไม่เปิดใช้ จึงไม่มีเชื้อเพลิง ทำให้เพลิงไฟดับลง
สำหรับอาคารสำนักงาน สภ.ปะลุกาสาเมาะ หลังนี้เป็นอาคารสูง 3 ชั้น ก่อสร้างใกล้จะแล้วเสร็จและมีกำหนดเปิดใช้ในเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเลื่อนการเปิดใช้ไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อดำเนินการซ่อมแซมเพื่อเปิดใช้งานต่อไป
www.thairath.
วางระเบิด ทพ.จ่อยิงซ้ำพลีชีพ 5 ศพ สาหัส 1 ขณะกลับจากส่งผู้ป่วย รพ.กะพ้อ
15 กันยายน 2554 14:50 น.
ปัตตานี - โจรใต้เปิดฉากเย้ย “นายกฯปูแดง” ลอบวางระเบิดทหารพรานขณะขับรถกลับจากส่งผู้ป่วยที่โรงพยาบาลกะพ้อ ที่บริเวณถนนในหมู่บ้าน ต.กะรุมี ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะลากเจ้าหน้าที่มาจ่อยิงศีรษะซ้ำ จนทำให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 5 นาย สาหัส 1 นาย พร้อมฉกอาวุธเจ้าหน้าที่หนีลอยนวล เจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่า
เมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ (15 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กะพ้อ ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดที่บริเวณถนนในหมู่บ้าน บ้านเจาะกะพ้อ ใน ม.10 ต.กะรุมี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สี่ประตู ทะเบียน บข 931 ปัตตานี สภาพรถพังเสียหายและพบหลุมระเบิด ซึ่งอยู่ห่างจากรถประมาณ 15 เมตร หลุมระเบิดกว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร มีชิ้นส่วนระเบิดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ และมีสายไฟลากมาจากในป่าข้างทาง
ในที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 5 นาย นอนกระจายอยู่คนละทิศละทาง ศพแรกติดอยู่ที่ซากรถ ทราบชื่อ จ.ส.อ.เชิดศักดิ์ ทำมาไหว หัวหน้าชุด อส.ทพ.มะรอเซะ หะรีมาแซ อส.ทพ.ตระกายศักดิ์ ดุลจม อส.ทพ.สมศักดิ์ ประจงรัมย์ อส.ทพร.ธีรสาร จิจจักร์ ทั้ง 5 นาย ถูกแรงระเบิดทำให้แขนขาขาด และนอกจากนี้ ยังพบว่า ที่ศีรษะยังมีบาดแผลการถูกยิงด้วยอาวุธปืนยาว ทั้ง 5 นายด้วย นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกะพ้อ ทราบชื่อ อส.ทพ.อนันต์ รัตนะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งหมดสังกัด ร้อย ร.4415 กรมทหารพรานที่ 44 ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนอาก้า ตกกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ กำลังทหารพรานทั้ง 6 นาย ได้นำชาวบ้านในหมู่บ้าน ซึ่งกำลังป่วยนำส่งโรงพยาบาลกะพ้อ และระหว่างเดินทางกลับฐาน มาถึงที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ห่างจากฐานปฏิบัติการประมาณ 2 กิโลเมตร คนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุถังดับเพลิงน้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม ฝังไว้ใต้ถนน แล้วกดชนวนระเบิด ทำให้เสียงดังสนั่น แรงระเบิดทำให้รถยนต์กระเด็นไปไกลถึง 15 เมตร จากนั้นคนร้ายอีกประมาณ 6 คน ได้ลากเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บมาจ่อยิงศีรษะอีกคนละนัด จนแน่ใจว่าทุกนายเสียชีวิต แต่ยังมีเจ้าหน้าที่เหลือรอดชีวิตอีก 1 นายดังกล่าว นอกจากนี้ คนร้ายได้ยึดอาวุธปืนประจำกายของเจ้าหน้าที่ไปด้วย หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังทำการปิดล้อมรัศมีบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ ทำการตรวจค้น และเร่งไล่ล่าคนร้าย
www.manager.
พลทหารบาเจาะคลั่งกราดยิงเอ็ม 16 ใส่ผู้บังคับบัญชาเสียชีวิต 2 สาหัส 5
14 กันยายน 2554 14:20 น.
นราธิวาส - พลทหารบาเจาะคลั่งกราดยิงเอ็ม 16 ใส่ผู้บังคับบัญชา เจ็บสาหัส 6 รายก่อนยิงตัวเองเสียชีวิตด้วยปืนกระบอกเดียวกัน ภายหลัง พ.จ.อ.วิชิต บุญวรสถิตย์ ที่ถูกยิงบาดเจ็บทนพิษภายแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่นายทหารนายอื่นๆ ถูกส่งตัวจาก รพ.บาเจาะ ไปยัง รพ.นราธิวาสราชนครินทร์แล้ว
วันนี้ (14 ก.ย.) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.ท.ประทีป สุขสาร สารวัตรเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุ พลทหาร รุสลาม มอและ อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์ทำหน้าที่เข้าเวรยามประจำฐานปฏิบัติการจำปากอ สังกัดร้อย ร.ปืนเล็กที่ 1 ฉก.นราธิวาส 32 กองทัพเรือ ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ด้านหลังสำนักงาน อบต.บาเร๊ะเหนือ บ้านจำปากอ หมู่ 1 ต.บาเร๊ะเหนือ อ.บาเจาะ เกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนประจำกายชนิดเอ็ม 16 กราดยิงเข้าใส่กลุ่มนายทหาร เป็นเหตุให้นายทหารได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบาเจาะ 6 นายก่อนใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองเสียชีวิตในที่เกิดเหตุด้วย
หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.ท.ประทีป สารวัตรเวร สภ.บาเจาะ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.ส ภ.บาเจาะ น.ท.จักรพงษ์ อภิมหาธรรม รอง ผบ.ฉก.นย.ภต. กองทัพเรือ ค่ายจุฬาภรณ์ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส น.ต.พิทยา มณีกาญจน์ นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน ฉก.นราธิวาส 32 กองทัพเรือ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าตรวจจุดเกิดเหตุ
โดย น.ท.จักรพงษ์ รอง ผบ.ฉก.นย.ภต.กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้พลทหาร รุสลาม เกิดอาการคลุ้มคลั่งและก่อเหตุใช้อาวุธปืนประจำกายกราดยิงผู้บังคับบัญชาในครั้งนี้ว่า ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนจึงยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้
ส่วนนายทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบาเจาะทั้ง 6 นายนั้น ประกอบด้วย พ.จ.อ.วิชิต บุญวรสถิตย์ อายุ 40 ปี, พ.จ.อ.บำรุง เส็นกระโทก, พ.จ.อ.องอาจ ศรีหะบุตร, จ.อ.จรัส ศรีสุข, จ.อ.ณัฐพงษ์ พงษ์เจริญ และ จ.อ.ชัยชนะ ปราโมต
โดยล่าสุด พ.จ.อ.วิชิต บุญวรสถิตย์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียเสียชีวิตอีก 1 นาย ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บอีก 5 นายถูกส่งต่อมายังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์แล้ว
www.manager.
คนร้ายซุ่มยิงตำรวจ ขณะ รปภ.เส้นทางปะทะกัน 10 นาที ไร้เจ็บ
10 กันยายน 2554 18:44 น.
ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ขณะลาดตระเวนเส้นทางรักษาความปลอดภัยบนถนนสายปัตตานี-นราธิวาส เกิดการตอบโต้กันประมาณ 10 นาที จนคนร้ายล่าทอยไป โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้(10 ก.ย.) พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะรักษาความปลอดภัยบริเวณที่กลับรถ ถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ม.1 ต.มะนังดานัง ห่างกับจุดตรวจยุทธศาสตร์มะนังดาลำ ประมาณ 100 เมตรจึงรีบนำกำลังตำรวจ ทหาร ไปตรวจสอบไปถึงพบเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ สภ.สายบุรี จำนวน 6 นายกำลังหมอบกับพื้นหลังจากถูกซุ่มยิง
เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่และป้องกันเหตุซ้ำซ้อน ตรวจสอบไม่มีฝ่ายใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พบเพียงปลอกกระสุนอาก้า จำนวนหนึ่งบริเวณในป่าสวนยางพาราและร่องรอยคนร้ายที่คนหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตาม
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ชุดสายตรวจ สภ.สายบุรี จำนวน 6 นายพร้อมรถตราโล่ ขับมาจอดเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยประชาชน โดยจะพลัดเวรกันทุกๆ 1 ชั่วโมง ปรากฏว่าได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแอบเดินเข้ามาจากในป่าเมื่อได้โอกาสจึงใช้อาวุธปืนกราดยิงเจ้าหน้าที่จนเกิดการยิงตอบโต้กันขึ้น ประมาณ 10 นาที จนคนร้ายล่าถอยเข้าไปในป่า ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อน่าจะเป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่หวังสังหารเจ้าหน้าที่ เพราะก่อนหน้านี้ได้รับรายงานว่าจะมีการก่อเหตุร้ายเพื่อสร้างสถานการณ์
www.manager.
โจรใต้ใช้ M 16 ถล่มทหารพราน กระสุนเจาะทะลุศีรษะตาย 1 ที่นราฯ
8 กันยายน 2554 19:42 น.
นราธิวาส - โจรใต้ใช้เอ็ม 16 ดักซุ่มโจมตีกระบะทหารพรานขณะเดินทางกลับจากจากประสานงาน ฉก.นราธิวาสกำลังจะเข้ากรม “ส.ท.” หัวหน้าชุดทำหน้าที่พลขับเสียชีวิตคาที่ ส่วนอีก 3 นายที่คุ้มกันอยู่ด้านหลังเข้าปะทะด้วยกว่า 5 นาที สุดท้ายอาศัยความชำนาญพื้นที่หนีรอดเงื้อมมือเจ้าหน้าที่ไปได้
วันนี้ (8 ก.ย.) พ.ต.ท.สมใจ สิงห์เกลี้ยง สว.เวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุเจ้าหน้าที่ทหารพราน กรมทหารพรานที่ 45 ถูกคนร้ายซุ่มยิงเสียชีวิต 1 นาย บนถนนสาย บ.กูจำ ม.10 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.ชุดกองพิสูจน์หลักฐาน ตร.ภ.จ.นราธิวาส รุดเดินทางไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีเลือดหมู ทะเบียน บต-4957 ปัตตานี ตกอยู่ในคูน้ำริมถนน โดยมีศพทหารพรานตายคาพวงมาลัย 1 นาย และเมื่อเจ้าหน้าที่ช่วยกันนำศพดังกล่าวขึ้นมาตรวจสอบพบว่า ผู้เสียชีวิตคือ ส.ท.ยงยุทธ์ สุจริต อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกรมทหารพรานที่ 45 บ.ปิเหล็ง ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง โดยสภาพศพถูกกระสุนปืนสงคราม M 16 เข้าที่ศีรษะ 1 นัด
จากการตรวจสอบบริเวณส่วนที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนสงคราม M 16 จำนวน 3 ปลอก ตกอยู่ในพงหญ้ารกทึบข้างทาง และจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ท.ยงยุทธ์ ผู้ตาย ได้นำกำลังรวม 4 นายนั่งรถยนต์กระบะของสังกัดออกจากกรมทหารพรานที่ 45 เดินทางไปที่ ฉก.นราธิวาส เพื่อติดตามเรื่องการยื่นเสนอการซ่อมบำรุงยานพาหนะของกรมทหารพรานที่ 45 เมื่อแล้วเสร็จได้นำกำลังเดินทางมุ่งหน้าจะกลับเข้ากรมทหารพรานที่ 45 โดย ส.ท.ยงยุทธ์ เป็นผู้ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ส่วนทหารพรานอีก 3 นายนั่งคุ้มกันอยู่ท้ายกระบะ
เมื่อขับมาถึงบริเวณถนนสาย บ.กูจำ ม.10 ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้าย 2 คนทำทีเป็นจอดรถ จยย.อยู่ข้างทาง และเมื่อรถยนต์วิ่งเข้าใกล้ คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงคราม M 16 ยิงถล่มเข้าใส่ ส.ท.ยงยุทธ์ จำนวน 3 นัดซ้อน กระสุนปืนไปถูกที่ศีรษะของ ส.ท.ยงยุทธ์ 1 นัด เสียชีวิตก่อนที่รถยนต์กระบะจะเสียหลักตกลงไปในคูน้ำข้างทาง โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานอีก 3 นาย ซึ่งกระโดดลงจากกระบะท้ายจะใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตอบโต้กลุ่มคนร้ายเป็นระลอกๆ นาน 5 นาที หลังเสียงปืนสงบลง คนร้ายได้หลบหนีเข้าป่าละเมาะข้างทางไปได้อย่างหวุดหวิด โดยทหารพรานทั้ง 3 นายปลอดภัย
ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อสร้างสถานการณ์รายวัน ในการตอบโต้เจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งสามารถแย่งชิงมวลชนเข้ามาเป็นเบาะแสของทางการได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม พ.อ.เฉลิมชัย ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ย้ำว่าการสูญเสียกำลังพลยศ ส.ท.ในครั้งนี้ ต้นสังกัดรวมทั้งตนเองจะให้การช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของ ส.ท.ยงยุทธ์อย่างเต็มที่ เพื่อตอบแทนที่เสียสละในการทำหน้าที่ทหารพรานของกรม ทพ.ที่ 45 เป็นอย่างดีตลอดมา
www.manager.
โจรใต้ยิงถล่มร้านน้ำชาเจ็บ 5 ราย รวมเด็กวัย 9 ขวบ
6 กันยายน 2554 14:33 น.
นราธิวาส - คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ก่อนใช้ปืนยิงใส่ร้านน้ำชา ขณะที่ลูกค้ายังเต็มร้าน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 5 คน โดย ชรบ.และเด็ก 9 ขวบ ถูกนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
วันนี้ (6 ก.ย.) เมื่อเวลา 11.30 น. ร.ต.ท.อัสรัน มามุ ร้อยเวร สภ.เมือง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกยิงชาวบ้านได้รับบาดเจ็บที่ร้านน้ำชา เลขที่ 35/1 ม.3 ต.บางปอ อ.เมือง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมบัติ หวังดี รองผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.สมชาย พนมอุปการ รองผกก.สส.สภ.เมือง พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ที่พื้นภายในร้าน พร้อมด้วยปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ตกอยู่ภายในร้านและบนถนนหน้าร้าน จำนวน 14 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 5 ราย ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณลำตัว แขน และขา พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ คือ 1.นายอารง มูยา อายุ 45 ปี ชรบ.โคกสุมุ ม.3 ต.บางปอ 2.นายเจ๊ะโซ๊ะ เจ๊ะนุ อายุ 48 ปี 3.นายหมัดยูโซ๊ะ สะมะแอ 4.นายนุเซ็ง มะเม็ง และ 5.ด.ช.ไซฟูล มามะ อายุ 9 ขวบ
จากการสอบสวน นายดอรอแม บูโกะ อายุ 56 ปี เจ้าของร้านน้ำชา ทราบว่า ในระหว่างที่ผู้บาดเจ็บและชาวบ้าน จำนวน 8 คน กำลังนั่งดื่มน้ำชาและคุยกันอยู่ที่โต๊ะภายในร้าน และหน้าร้านอยู่นั้น ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงไม่ทราบยี่ห้อสีและหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะมาจอดที่หน้าร้าน แล้วคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ลงจากรถเดินเข้าไปใช้อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ยิงใส่ชาวบ้านและเด็กทีละคนจนฟุบลงคาเก้าอี้
ส่วนชาวบ้านที่เหลือต่างพากันวิ่งหลบหนีออกจากร้าน แล้วคนร้ายได้วิ่งไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่เพื่อนจอดติดเครื่องอยู่บนถนนหน้าร้านหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน
www.manager.
ป่วน! นักโทษก่อจลาจลเรือนจำกลางปัตตานี ดับแล้ว 3 ราย
5 กันยายน 2554 11:21 น
ปัตตานี - นักโทษในเรือนจำกลางจังหวัดปัตตานีก่อจลาจล รุมทำร้ายเพื่อนนักโทษที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วย จนท.เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดยที่ยังไม่สามารถควมคุมสถานการณ์ภายในเรือนจำได้
เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ (5 ก.ย.) ที่เรือนจำกลางจังหวัดปัตตานี นายอาวุธ สุวรรณโณ ผบ.เรือนจำกลางจังหวัดปัตตานี ได้รับแจ้งว่า มีนักโทษในเรือนจำก่อหวอดทะเลาะวิวาทกันเป็นกลุ่มใหญ่ จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เรือนจำพร้อมแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองพร้อมชุดปราบจลาจลกว่า 300 นาย เข้ามายังที่เกิดเหตุเพื่อควบคุมสถานการณ์ แต่เนื่องจากว่าเหตุการณ์ภายในเรือนจำมีผู้ก่อเหตุเป็นจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถที่จะเข้าไปภายในเรือนจำได้ มีเพียงเจ้าหน้าที่ของเรือนจำบางส่วนเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จากนั้นว่าที่ ร.ต.เลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เดินทางมายังเรือนจำกลางจังหวัดปัตตานี เรียกประชุมด่วนเพื่อปรึกษาหารือ และวางแผนเพื่อเข้าเคลียร์พื้นที่
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่นักโทษในเรือนจำกำลังยืนเข้าแถวเคารพธงชาติอยู่นั้น ปรากฏว่า ได้มีกลุ่มนักโทษจำนวนกว่า 40 คนรุมทำร้ายนักโทษด้วยกัน ซึ่งเป็นนักโทษชั้นดีที่เจ้าหน้าที่เรือนจำได้แต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่เรือนจำ 5 คน จนต้องวิ่งหนีกระเจิงขึ้นไปยังหลังคาเรือนนอน แต่ได้พลัดตกจากหลังคาเรือนนอน อาการสาหัส 3 ราย จากนั้นนักโทษได้รุมทำร้ายจนเสียชีวิตทั้ง 3 ราย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปนำร่างนักโทษเคราะห์ร้ายดังกล่าวออกจากจุดเกิดเหตุได้
นักโทษที่ก่อเหตุได้บังคับให้เจ้าหน้าที่เรือนจำปล่อยนักโทษที่มาจากจังหวัดนราธิวาส และยะลา ให้เข้าร่วมกับกลุ่มผู้ก่อเหตุอีกด้วย ทำให้มีนักโทษเข้าร่วมก่อเหตุเกือบ 200 คน
ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากที่นักโทษในเรือนจำซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักโทษมุสลิมไม่พอใจเจ้าหน้าที่เรือนจำที่เป็นชาวไทยพุทธที่ไม่ให้ความเป็นธรรมกับนักโทษมุสลิม โดยเฉพาะในเรื่องของอาหาร ซึ่งไม่ถูกหลักศาสนา ทำให้เกิดความไม่พอใจ และร่วมกันก่อเหตุในครั้งนี้
สำหรับบรรยากาศภายในเรือนจำล่าสุด กลุ่มนักโทษได้มีการแบ่งกลุ่มเป็น 2 พวก โดยมีกลุ่มนักโทษที่ไม่เข้าร่วมก่อเหตุ ซึ่งอยู่แดนนอก และมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมดูแล ส่วนแดนในเป็นกลุ่มนักโทษที่เข้าข่ายร่วมกันก่อเหตุจลาจล ซึ่งคาดว่ามีกว่า 800 คน จากนักโทษภายในเรือนจำกว่า 1,200 คน ซึ่งบางคนมีการปิดหน้าปิดตาถือไม้เดินไปเดินมารอบๆ กำแพงด้านในเรือนจำ
เจ้าหน้าที่ยังได้รับรายงานว่า กลุ่มนักโทษได้มีการทุบกำแพงบริเวณทางทิศตะวันตก คาดว่าน่าจะเตรียมหลบหนี จึงได้เสริมกำลังจากโรงพักต่างๆ เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์
www.manager.
ใจรใต้ลอบวางบึมที่ตากใบ ทหารเจ็บ 1 นาย
4 กันยายน 2554, 18:30 น.
โจรใต้วางระเบิดแสวงเครื่อง ก่อนกดโทรศัพท์มือถือจุดชนวน ทำให้ทหารชุดรักษาความปลอดภัย งานฮารีรายอ บาดเจ็บ 1 ราย ที่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส...
เมื่อเวลา 13.40 น. 4 ก.ย. ร.ต.ท.อุเทน หงส์ทอง ร้อยเวร สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารทหาร สังกัดร้อย ร.1921 ฉก.นราธิวาส 36 บนถนนทางเข้าหมู่บ้านบึงฉลาม ม.10 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.ตากใบ ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดบริเวณริมถนน ลึก 2 ฟุต กว้าง 2 ฟุต มีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นและพงหญ้าริมทาง มีรถจักรยานยนต์ 1 คัน ล้มตะแคงอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาที่รพ.ตากใบไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือพลทหารอนิรุต วงศา อายุ 22 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหัวเข่า เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.วีระ ศิริวงศ์ขัน หัวหน้าชุด ร้อย ร.1921 ฉก.นราธิวาส 36 ได้นำกำลังทหาร รวม 8 นาย ขี่รถจักรยานยนต์ 4 คัน ออกจากฐานเพื่อไปรักษาความปลอดภัยงานแสดงสินค้าต้อนรับเทศกาลฮารีรายอ ที่จัดขึ้นภายในหมู่บ้านบึงฉลาม และขณะเจ้าหน้าที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่นั้น มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปฝังไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ขณะที่รถจักรยานยนต์ของทหารคันที่ 3 ที่ขี่ผ่านมา ส่งผลทำให้พลทหารอนิรุตถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
thairath.
โจรใต้บุกยิงหัว ชรบ.ยะลา ยิงซ้ำที่หัว ดับที่รพ.
2 กันยายน พ.ศ.2554
โจรใต้บุกยิงหัว ชรบ.ยะลากลางดึก ลอบเข้าทางป่าสวนยาง ใช้อาวุธจ่อยิงกระหน่ำไปที่หัวสมองไหล ชายโครงด้านซ้ายรวม 2 นัด หลบหนี ส่วนเหยื่อเสียชีวิตขณะเดินทางส่งรพ. ...
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 2 ก.ย. ที่ศูนย์วิทยุสื่อสารจังหวัดยะลา พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก.สภ.ยะหา พ.ต.ท.ประสม หลวงพูล สวป.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 14 และฝ่ายปกครองรุดไปสอบสวนเหตุมีผู้ถูกยิงที่หน้าบ้านเลขที่ 13/2 หมู่ 3 บ้านกียา ต.ละแอ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พบเพียงเลือดกองใหญ่อยู่บริเวณหน้าบ้าน ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อนายนูรูดิน ปานาวัน อายุ 32 ปี เจ้าของบ้าน ถูกยิงที่ศีรษะทะลุหลังสมองไหล และชายโครงด้านซ้ายรวม 2 นัด ญาติได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหาแล้ว ตามไปสอบสวนปรากฏว่านายนูรูดินเสียชีวิตก่อนนำส่งรพ.ศูนย์ยะลา
จากการสอบสวนทราบว่า นายนูรูดิน ปานาวัน เป็นเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ก่อนเกิดเหตุได้นั่งเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนคาดว่ารู้จักกันเล็ดลอดป่าสวนยางพาราย่องเข้ามาใช้อาวุธปืนจ่อยิงนายนูรูดินติดต่อกัน โดยซ้ำที่ศีรษะให้แน่ใจว่าไม่รอดแล้วจึงพากันหลบหนี ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เชื่อว่าเป็นฝีมือพวกก่อความไม่สงบสร้างสถานการณ์.
thairath.
ฉลอง Hari Raya
จันทร์สิงหาคม 29, 2011
เราต้องการที่จะชักนำ Patanipost ขออภัยสำหรับ Hari Raya Aidilfitri Maaf Zahir Batin และ (Kulluam waantom bekhir) ให้กับผู้อ่านทั้งหมดและชาวมุสลิมใน ปัตตานี และทั่วโลก
patanipost.
ยิงอาก้า ถล่ม 2 ร้านคาราโอเกะใน อ.สุคิริน สาหัส 4 ราย
28 สิงหาคม 2554 10:55 น.
นราธิวาส - คนร้ายใช้ปืนอาก้า ยิงถล่ม 2 ร้านคาราโอเกะใน อ.สุคิริน กว่า 10 นัด มีผู้บาดเจ็บสาหัส 4 ราย ก่อนนำระบิดปลอมวางหน้าร้านสร้างสถานการณ์ให้เสียขวัญซ้ำ
วานนี้ (27 ส.ค.) เมื่อเวลา 20.00 น. พ.ต.อ.จงใจรัก พงษ์เผ่า ผกก.สภ.สุคิริน จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงคราม อาก้า ยิงถล่มใส่ 2 ร้านคาราโอเกะ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าแขวงการทาง อ.สุคิริน เขตเทศบาลตำบลสุคิริน เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบวัตถุต้องสงสัยที่คนร้ายใส่ไว้ในถุงพลาสติกสีดำ วางอยู่หน้าร้านคาราโอเกะหนึ่งเดียว เจ้าหน้าที่ต้องทำการประสานไปยังหน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลสุคิริน เพื่อขอสนับสนุนในการฉีดน้ำ เนื่องจากเกรงว่าภายในถุงพลาสติกดังกล่าวจะเป็นวัตถุระเบิดที่คนร้ายวางไว้เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่า 20 นาที ในการเคลียร์วัตถุต้องสงสัยและพบว่าภายในเป็นเพียงระเบิดปลอมที่คนร้ายวางไว้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นร้านคาราโอเกะ 2 ร้าน ที่สร้างติดกัน คือ ร้านหนึ่งเดียวคาราโอเกะ และ ร้านฟ้าใสคาราโอเกะ ซึ่งทั้ง 2 ร้าน มีกองเลือดตกอยู่บนพื้น และมีทรัพย์สินได้รับความเสียหายเล็กน้อย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 ราย พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลสุคิรินไปก่อนหน้าแล้ว นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืน อา.ก้า.ตกอยู่บนถนนจำนวนกว่า 10 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ทราบชื่อคือ นายวรพจน์ เต็มภูมิ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 294 ม.3 ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส นางเรณู กล้าศักดา อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/2 ม.1 ต.เกียร์ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส นางผการัตน์ ทองดี อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 137 ม.1 ต.มาโมง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส และนายยุทธนา เขียงดำ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/2 ม.1 ต.เกียร์ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ซึ่งทั้งหมดอาการสาหัส แพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลกแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถ จักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อสี และแผ่นป้ายทะเบียน เป็นพาหนะ เมื่อถึงบริเวณหน้าร้านคาราโอเกะได้จอดรถจักรยานยนต์ ก่อนคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายจะใช้อาวุธปืนสงคราม อาก้า ยิงถล่มใส่ 2 ร้านคาราโอเกะ จำนวนกว่า 10 นัดซ้อน เป็นเหตุให้คนที่อยู่ในร้านคาราโอเกะทั้ง 2 ร้าน ถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับบาดเจ็บจนล้มทั้งยืน จากนั้นคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้นำถุงพลาสติกสีดำที่เตรียมมา ถือวิ่งไปวางไว้ที่บริเวณถนนหน้าร้านคาราโอเกะหนึ่งเดียว ก่อนที่จะวิ่งไปยังจักรยานยนต์ที่จอดติดเครื่องอยู่แล้วหลบหนีไป
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายในช่วงเดือนรอมฎอนที่ได้ประกาศข่มขู่ไว้ก่อนหน้านี้
manager.
บึ้มชาวสวนยางปัตตานีดับ 1 ราย โชคดีกู้ระเบิดได้อีก 2 ลูก
28 สิงหาคม 2554 10:49 น.
ปัตตานี - คนร้ายฝังระเบิดในสวนยาง บึ้มชาวสวนเคราะห์ร้ายดับคาที่ 1 ราย ตรวจสอบที่เกิดเหตุเก็บกู้ได้อีก 2 ลูก คาดคนร้ายสร้างสถานการณ์หวังดักสังหาร จนท.
วันนี้ (28 ส.ค.) เมื่อเวลา 06.00 น. พ.ต.ท.ไพสิฐ แก้วจรัส รอง ผกก.ป.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบริเวณภายในสวนยางพารา พื้นที่ ม.5 บ้านด่าน ต.ควน หลังรับแจ้งได้ประสานไปยังชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบก่อน เพราะเกรงว่าจะมีลูกที่สอง ปรากฏว่าระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบนั้นได้พบระเบิดที่คนร้ายฝังไว้อีก 2 ลูก เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลายวงจรก่อนจะเก็บกู้ไว้ได้
เมื่อตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นายอิ๋ม ศรีโชติยะกุล อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/2 ม.4 ต.ควน สภาพถูกแรงระเบิดจนใบหน้าเปิด ลำตัวมีบาดแผลจากสะเก็ดระเบิดหลายแห่ง ในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกว้าง 30 ซม.มีชิ้นส่วนวงจรระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เช่นเดียวกับหลุมระเบิดที่กู้ได้ทั้ง 2 ลูก โดยแต่ละลูกอยู่ห่างกันประมาณ 2-3 เมตร
สอบสวนทราบว่า ผู้ตายพร้อมด้วย นางเอื้อน ภรรยามากรีดยางตามปกติเหมือนทุกเช้า ขณะที่ผู้ตายกำลังก้มจะกรีดต้นยางก็ได้เหยียบกับระเบิดที่คนร้ายฝังไว้จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น ทำให้เสียชีวิตทันที ส่วนภรรยาที่ยืนกรีดยางอยู่ห่างกันประมาณ 5 เมตร ปลอดภัยดี เจ้าหน้าที่เชื่อคนร้ายน่าจะนำระเบิด จำนวน 3 ลูกมาฝังไว้ตอนกลางดึก โดยใช้ชาวบ้านเป็นเหยื่อ เพื่อล่อเจ้าหน้าที่มาที่เกิดเหตุให้เหยียบกับระเบิดอีก 2 ลูก เพื่อหวังสังหารเจ้าหน้าที่ แต่โชคดีที่สามารถเก็บกู้ไว้ได้ก่อนจะเกิดความสูญเสียขึ้น
manager.
บึ้มทหารพรานสะบ้าย้อยเจ็บ 1 นาย
27 สิงหาคม 2554 11:08 น. Share
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - คนร้ายซุกระเบิดในที่พักริมทาง บ้านมุยง อ.สะบ้าย้อย เล็งกดบึ้มเมื่อทหารพรานลาดตระเวนมาถึง เป็นเหตุให้ อส. ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
เมื่อช่วงเย็นของวานนี้ (26 ส.ค.) พ.ต.อ.คณิต รัตนมณี ผกก.สภ.สะบ้าย้อย รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจรยุทธ สังกัด ร้อย ทพ.4214 กรมทหารพรานที่ 42 เหตุเกิดที่บริเวณถนนสาย 4072 บ้านมุยง บ้านย่อยบ้านบ่อทอง ม.4 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ทราบชื่อ คือ อส.ทพ.พูพิน โจมรัมย์ สังกัด ร้อย ทพ.4214 ถูกสะเก็ดระเบิด และได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสะบ้าย้อยแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจรยุทธ สังกัดร้อย ทพ.4214 กรมทหารพรานที่ 42 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการกำลังพล 4 นาย ทำการลาดตระเวนเดินเท้าริมถนนสาย 4072 บ้านมุยง เมื่อมาถึงที่พักริมทาง ซึ่งคนร้ายได้ซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องเอาไว้ และได้ทำการจุดระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นายดังกล่าว โดยจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ไม่ทราบภาชนะบรรจุและการจุดระเบิด
manager.
เผยเหตุบึ้ม อส.นราฯ ดับคาที่ 5 ราย ฝีมือกลุ่มอาร์เคเควางแผนตอบโต้ จนท.
26 สิงหาคม 2554 14:55 น.
นราธิวาส - เผยเหตุคนร้ายยิงชาวสวนยางล่อ จนท.ไปตรวจสอบแล้วกดบึ้มดักสังหาร ทำให้ อส.เสียชีวิตคาที่ 5 ราย สาหัส 1 ราย เป็นฝีมือกลุ่มอาร์เคเคที่วางแผนตอบโต้ หลังเจ้าหน้าที่ติดตามพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวบนเทือกเขาใกล้บริเวณจุดเกิดเหตุ
วันนี้ (26 ส.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ร.ต.ท.ศรีธนน สำลี รอยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงนายสมศักดิ์ แสงงาม อายุ 53 ปี เจ้าของสวนยางพารา ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ 85/4 ม.7 ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตขณะกรีดยางพาราอยู่ภายในสวนยางพารา บ้านซือเลาะ ม.4 ต.เรียง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ นายพงษ์พัฒน์ บัวเพชร ปลัดอาวุโส อ.รือเสาะ ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ นายศราวุธ สะมะแอ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.รือเสาะ และเจ้าหน้าที่ทหาร รวมทั้ง อส.ได้เดินทางเดินทางล่วงหน้าไปพิสูจน์จุดเกิดเหตุก่อนแล้ว โดยนายศราวุธและทหารได้นั่งรถยนต์กระบะนำหน้าขบวน โดยมี อส.อีก 6 นายนั่งรถยนต์กระบะอีก 1 คันตามหลัง
ปรากฏว่า เมื่อแล่นผ่านเข้าไปในหมู่บ้านซือเลาะได้ประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งสองข้างทางเป็นสวนยางพาราที่รกทึบ คนร้ายที่แฝงตัวอยู่ริมทางได้ใช้แบตเตอรรี่จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิงหนัก 20 กิโลกรัม ที่ลอบนำไปฝังไว้กลางถนนซึ่งเป็นดินลูกรัง ในขณะที่รถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน สีดำ ทะเบียน ณษ-5631 กทม. ที่ อส.ใช้โดยสารมาแล่นผ่าน เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวแรงระเบิดส่งผลให้รถยนต์คันดังกล่าวกระเด็นพลิกคว่ำ ส่วน อส.ที่นั่งมาถูกสะเก็ดระเบิดกระเด็นไปคนละทิศละทางร่างแหลกเสียชีวิตคาที่ 5 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย
โดย อส.ที่เสียชีวิต 5 นาย ประกอบด้วย อส.เอกมะยารี ลาเต๊ะ อส.เอกสุนันท์ มะนีรัตน์ อส.เอกกิตติพร ช่วยรอด อส.ตรีซูกิฟลี ตาเยะ และ อส.ตรีถวิล เหล่าดี ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส คือ อส.ตรีอารีเพ๊ญ สิระ ซึ่งนายศราวุธและเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลรือเสาะไปก่อนหน้าแล้ว และแพทย์ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ในเวลาต่อมา
เมื่อคณะของ พ.ต.อ.สะท้านฟ้า ผกก.สภ.รือเสาะ ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุได้ตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่า ห่างจากซากรถยนต์กระบะที่ อส.โดยสารมาประมาณ 2 เมตร มีหลุมระเบิดลึก 1 เมตร กว้าง 1 เมตรและมีสายไฟสีเขียวลากโผล่ออกจากปากหลุม รวมทั้งมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะเดินทางต่อไปตรวจสอบศพนายสมศักดิ์ แสงงาม ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตอยู่ในป่าสวนยางพารา ห่างจากจุดเกิดเหตุระเบิดประมาณ 4 กิโลเมตร
นายศราวุธ สะมะแอ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุว่าเจ้าของสวนยางพาราถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและ อส.เดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบในเบื้องต้น แต่ระหว่างทางได้ถูกคนร้ายซึ่งมีการวางแผนมาอย่างดีล่อเจ้าหน้าที่ด้วยการยิงเจ้าของสวนยางพาราเสียชีวิต แล้วลอบฝังระเบิดไว้กลางถนนเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ จึงทำให้ อส.เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการตอบโต้ของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธอาร์เคเค ที่ในช่วงใกล้รุ่งของวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ทหารพราน กรมทหารพรานที่ 46 และเจ้าหน้าที่ทหารชุด ฉก.นราธิวาส 30 ได้ร่วมกันสนธิกำลังขึ้นพิสูจน์ทราบความเคลื่อนไหวของกองกำลังติดอาวุธ จำนวน 7-8 คนที่เคลื่อนไหวอยู่บนเทือกเขาหลังบ้านซือเลาะ จนกลุ่มกองกำลังติดอาวุธต้องพากันหลบหนี และได้สั่งให้กลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่เคลื่อนไหวในหมู่บ้านก่อเหตุด้วยการยิงเจ้าของสวนยาง ก่อนวางระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุดังกล่าว
manager.
คนร้ายยิงถล่มฐาน ชรบ.อดีตผู้ใหญ่บ้านยะลา ตาย 2 เจ็บ 10
25 สิงหาคม 2554 10:43 น.
ยะลา - คนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มบ้านอดีตผู้ใหญ่บ้านตะโละเว และบ้านลูกชาย จึงเกิดการปะทะ และขณะที่หน่วยพัฒนาสันติร้อย ทพ-4702 นำกำลังเข้าช่วยเหลือระหว่างทางได้เกิดการปะทะกับคนร้ายอีกชุด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 10 ราย
เมื่อเวลา 03.00 น.วันนี้ (25 ส.ค.) กลุ่มก่อความไม่สงบใช้อาวุธปืนสงครามครบมือจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 คน ได้อาศัยความมืดเล็ดลอดเข้าไปในหมู่บ้านบ้านตะโละเว หมู่ 9 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา แล้วแยกย้ายกันเข้าปิดล้อมบ้านนายดอเลาะ เซ็งมะสู อายุ 61 ปี เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านตะโละเว และบ้านนายนิสุไลมาน เซ็งมะสู อายุ 35 ปี ลูกชายนายดอเลาะ และเป็นสมาชิก อบต.หมู่ที่ 9 ปะแต ซึ่งอยู่ในละแวกเดียวกัน
หลังจากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงถล่มเข้าไปในบ้าน เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดพัฒนาสันติ ร้อย ทพ. 4702 จำนวน 2 นายซึ่งเป็นลูกชายนายดอเลาะที่อยู่ภายในบ้านได้ใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้จนเกิด การปะทะกันขึ้น ทั้งสองฝ่ายได้สาดกระสุนปืนใส่กันอย่างดุเดือด เสียงปืนดังสนั่นไปถึงบ้านหลักเขต หมู่บ้านติดต่อกันซึ่งเป็นที่ตั้งหน่วยพัฒนาสันติร้อย ทพ-4702 ร.ท.วิเชียร ชูจันทร์ ผบ.ร้อย จึงได้นำกำลังจำนวนหนึ่งเข้าไปช่วยเหลือ
ปรากฏว่า พวกคนร้ายอีกชุดที่คอยซุ่มเฝ้าระวังได้ระดมยิงถล่ม จนเกิดการปะทะกันขึ้นอีกจุด เป็นระลอกนานนับชั่้วโมง หลังจากเสียงปืนสงบลง ฝ่ายคนร้ายพากันล่าถอยไป ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อนายนิสุไลมาน เซ็งมะสู อายุ 30 ปี สมาชิก อบต.ปะแต และ ดญ.ยัสมี เซ็งมะสู อายุ 4 ปี ลูกสาว นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บรวม 4 นาย และคนในครอบครัวนายดอเลาะอีก 6 ราย
ทราบชื่อ 1.อส.ทพ.นิโซะ เซ็งมะสู อายุ 30 ปี, 2.อส.ทพ.มะซอบรี เซ็งมะสู อายุ 32 ปี, 3.อส.ทพ.ธงรบ รัตนรักษ์ อายุ 25 ปี, 4.อส.ทพ.ประกอบ ฝ่ายชะตา อายุ 28 ปี, 5.นางเยาะ เซ็งมะสู อายุ 55 ปี ภรรยานายดอเลาะ, 6.นายนิอาซัน เซ็งมะสู อายุ 22 ปี, 7.นางซากีนะ เจ๊ะเลาะ อายุ 28 ปี ภรรยานายนิสุไลมาน, 8. ด.ช.ซุลกอนัย เซ็งมะสู อายุ 11 ปี, 9.ด.ญ.อาซียะ เซ็งมะสู อายุ 7 ปี และ 10.ด.ญ.ซูฮา เซ็งมะสู อายุ 2 ขวบ
ต่อมาเวลา 06.30 น.นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก. พ.ต.อ.สุวัตต์ วงค์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา นำกำลังเข้าที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าคนร้ายอีกกลุ่มได้ตัดต้นไม้โปรยตะปูเรือใบบนเส้นทาง เพื่อสกัดการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังกำนันผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านช่วยกันลากต้นไม้ออกนอกเส้นทาง และเก็บตะปูเรือใบจนเรียบร้อย
หลังจากนั้นจึงได้เข้าถึงที่เกิดเหตุ และสามารถลำเลียงคนเจ็บส่งโรงพยาบาลบันนังสตา และส่งต่อไปยัง รพ.ศูนย์ยะลา ในที่เกิดเหตุพบว่า บ้านทั้งสองหลังที่อยู่ใกล้กันมีบังเกอร์กำบังอย่างดี ได้รับความเสียหาย พบปลอกกระสุนปืนสงครามทั้งอาก้า และเอ็ม.16 และปลอกกระสุนปืนลูกซองตกกลาดเกลื่อน
ส่วนคนร้ายคาดว่าเป็นกลุ่มนายฮูไบดีละ รอมือลี แกนนำอาร์เคเค ระดับสั่งการในพื้นที่ ที่รวบรวมสมัครพรรคพวกเข้าถล่มบ้านเนื่อง จากนายดอเลาะ เซ็งมะสู อดีตผู้ใหญ่บ้านและเป็นอดีต หัวหน้า ขจก.พูโลที่มอบตัว ตั้งตัวเป็นศัตรูเคยนำกำลังทหารพรานไล่ล่าพวกก่อความไม่สงบตายมาแล้วหลายราย พวกคนร้ายจึงระดมพลยกพวกมาถล่มล้างแค้น
manager.
โจรใต้ถล่มฐานทหารเทพา อส.ดับ1-ทหารเจ็บ 2 นาย
24 สิงหาคม 2554 21:15 น.
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - กลุ่มคนร้ายวางแผนซุ่มโจมตีฐานชุดพัฒนาสันติ ที่ อ.เทพา เบื้องต้นมีรายงาน อส.เสียชีวิต 1 ทหารพรานเจ็บ2 นาย และคาดว่าจะมีคนร้ายเสียชีวิตด้วยอีก 2 คน โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบเหตุ
วันนี้ (24 ส.ค.) มีรายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ19.00น.ที่ผ่านมาเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายซุ่มโจมตีฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ชุดพัฒนาสันติ ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านเกาะแลหนัง ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งเป็นฐานกำลังผสมของ ตชด.ทหารพราน และ อส.
เบื้องต้นมีรายงานว่ามี อส.ถูกยิงเสียชีวิต1 นาย และทหารพรานบาดเจ็บ2 ราย โดยเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเทพา ขณะที่มีรายงานแต่ยังไม่แน่ชัดว่ามีคนร้ายถูกยิงเสียชีวิต 2 รายด้วย ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากยิงปะทะกันขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการเข้าปิดล้อมพื้นทีเกิดเหตุและขอกำลังเสริมเข้าพื้นที่เพื่อไล่ล่าคนร้าย
manager.
โจรใต้นราธิวาส บึมทหารเจ็บ 5 นาย
วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2554
โจรใต้วางระเบิดลอบโจมตีทหาร สังกัดร้อย ร.1924 ฉก.นราธิวาส 36 บริเวณหัวสะพานบ้านลาแล อ.สุไหงโก-ลก ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ตำรวจคาดเป็นฝีมือกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่เคยขู่เอาไว้...
เมื่อ เวลา 19.00 น. 23 ส.ค. พ.ต.ท.มะตาฮา มูหนะ สวญ.สภ.มูโน๊ะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารทหาร สังกัดร้อย ร.1924 ฉก.นราธิวาส 36 บริเวณหัวสะพานบ้านลาแล ม.1 ต.ปูโยะ อ.สุไหงโก-ลก ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 5 นาย จึงสั่งระดมกำลังตำรวจและทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในจุดเกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อยู่ในสภาพถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณตัวถังได้รับความเสียหาย จอดเสียหลักอยู่ข้างเชิงสะพาน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งภายในห้องโดยสาร ที่บริเวณหัวสะพาน เจ้าหน้าที่พบเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 5 นาย เพื่อนทหารและพลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่รพ.สุไหงโก-ลก ไปก่อนหน้าแล้ว
ต่อ มาเจ้าหน้าที่เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่รพ. ทราบชื่อคือ 1.ร.ท.สุวัฒน์ ผลคุ้ม อายุ 50 ปี หัวหน้าชุดถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณขา 2.จ.ส.อ.สุนทร ม่วงขวัญ อายุ 49 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขา 3.ส.อ.เจนพิพัฒน์ วงศ์เขื่อนแก้ว อายุ 29 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณต้นขา 4.พลทหารสุชาติ เหล่าประเสริฐ อายุ 22 ปี และ 5.พลทหารสัญชัย หอมยามเย็น อายุ 23 ปี
จาก การสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ท.สุวัฒน์ หัวหน้าชุด กับทหารอีก 4 นาย นั่งรถยนต์ออกจากฐาน เพื่อเดินทางไปร่วมรับประทานอาหารช่วงเปิดปอซอกับชาวบ้าน บริเวณมัสยิดโต๊ะเวาะตก ม.2 ต.ปูโยะ เมื่อเสร็จภารกิจ ร.ท.สุวัฒน์นำกำลังนั่งรถกระบะเพื่อกลับฐานที่ตั้ง เมื่อถึงบริเวณหัวสะพาน มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้บริเวณหัวสะพาน จนเกิดระเบิดขึ้น ขณะที่รถยนต์ของร.ท.สุวัฒน์และพวกนั่งโดยสารผ่านมา จึงทำให้ทหารทั้ง 5 นายได้รับบาดเจ็บดังกล่าว และรถยนต์ได้รับความเสียหายไปด้วย
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน ตามคำข่มขู่ที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้
thairath.
ลอบวางระเบิดทหารพรานดับกลางดึกที่ยะลา
23 สิงหาคม 2554 10:46 น.
ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบนคอสะพาน พื้นที่ ม.5 ต.ลิดล ขณะที่ทหารพรานกำลังออกลาดตระเวนทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามปรกติ แรงระเบิดทำให้ทหารพรานเสียชีวิตทันที 1 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 นาย
เมื่อเวลา 00.30 น.ของวันนี้ (23 ส.ค.) พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รอง ผกก.ป.สภ.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดที่บ้านตะโละ หมู่ 5 ต.ลิดล จึงได้แจ้งเหตุให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาพร้อม พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัทยาท ผกก.สภ.ลำใหม่ สนธิกำลังทหารและฝ่ายปกครองรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณคอสะพานใกล้ ร.ร.บ้านตะโละ พบศพ อส.ทพ.เจนกวี กาญจนพรหม อายุ 24 ปี สังกัดหน่วยพัฒนาสันติ ร้อย ทพ.4712 ถูกระเบิดตามร่างกายหลายแห่ง นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้น มีซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 นาย ชื่อ อส.ทพ.นิสัย ชลิต อายุ 23 ปี จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้นำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา จุดระเบิดเป็นหลุมกว้างลึก 1.75 x 1.50 เมตร พบเศษกล่องเหล็ก สะเก็ดระเบิด ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กระจัดกระจายจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดดังกล่าวได้ขับขี่จักรยานยนต์ลาดตระเวน พื้นที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามแผน โดย อส.ทพ.เจนกวี กาญจนพรหม เป็นผู้ขับ อส.ทพ.นิสัย ชลิต นั่งซ้อนท้ายคอยระวัง ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์มาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายคาดว่าได้แอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 15 กก.มาวางไว้บนคอสะพานแล้วรอจังหวะจุดชนวนกับรีโมตจนเกิดระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้ อส.ทพ.เจนกวี เสียชีวิต อส.ทพ.นิสัย บาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่คอยสอดส่อง พฤติการณ์ฝ่ายทหารพรานแล้วแอบนำระเบิดมาวางไว้ก่อเหตุขึ้นดังกล่าว
manager.
คนร้ายกดบึ้มหวังสังหารทหาร รปภ.พระปัตตานีเจ็บ 13 ราย
23 สิงหาคม 2554 09:34 น.
ปัตตานี- คนร้ายซุกระเบิด 5 กก.ในรถเข็นขายไก่ทอด ขณะทหาร 9 นายจอดรถเพื่อแบ่งกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยพระบิณฑบาตบนถนนปากน้ำ ต.สะบารัง ก่อนกดชนวนระเบิดขณะพระกำลังให้พรชาวบ้าน แรงระเบิดส่งผลให้ทหาร พระ และประชาชนได้รับบาดเจ็บ 13 ราย พลทหาร สาหัส 2 ราย
เมื่อเวลา 07.10 น.วันนี้ (23 ส.ค.) พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบริเวณถนนปากน้ำ ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุพร้อมประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ และรายงานให้ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศบาลเมืองปัตตานี ไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย
เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ชุดกู้ภัยและประชาชนช่วยกันนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากส่ง โรงพยาบาลปัตตานี จากนั้นจึงให้ชุดกู้ระเบิดเข้าตรวจสอบและกันประชาชนออกห่างจุดเกิดเหตุเพราะ เกรงจะมีลูกที่ 2 พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นรถเข็นจอดบนฟุตปาธโดยด้านหลังได้สร้างเพลิงพัก แต่แรงระเบิดทำให้รถเข็นและเพลิงพักพังแตกละเอียดจนไม่เห็นซาก แรงระเบิดยังทำให้บ้านประชาชนละแวกใกล้เคียงได้รับความเสียหายหลายหลัง ในที่เกิดเหตุยังพบหลุมระเบิดและชิ้นส่วนระเบิดกระจายทั่วบริเวณ พบรถยนต์กระบะของทหารได้รับความเสียหายยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน นข 602 ปัตตานีและมีกองเลือดจำนวนมาก
สำหรับรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวน 13 ราย ในจำนวนนี้สาหัส 2 ราย คือ พลทหารณรงค์ฤกษ์ ทีสกุล อายุ 22 ปี พลทหารอภิวัฒน์ จันทร์เหลา ทั้งสองถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณศีรษะและลำตัวหลายแห่ง ส่วนอีก 11 ราย ประกอบด้วย ส.อ.ประสานชัย ปิรอง ส.อ.ธาปกรณ์ พิพิธภัณท์ ส.อ.ขวัญชัย วิเชียร ส.อ.ณรงค์ สีดากุล พลทหารอภิวัฒน์ พันธ์วงมา พลทหารเก้าคม ไปปอด พลทหารวิทยา สินโพธิ์ สังกัด ฉก.ปัตตานี 23 สามเณรจิรานุวัฒน์ นิลสุวรรณ อายุ 15 ปี น.ส.พร้อม ณ รังสี นางวรรณดี แซ่หว่าน น.ส.โรสสยาดี มะกาเซ็ม ได้รับบาดเจ็บตามลำตัว
สอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 9 นายขับรถยนต์มาจอดบริเวณรถเข็นซึ่งเปิดขายไก่ทอด แต่เนื่องจากช่วงนี้ได้หยุดขาย 1 เดือนเพราะเป็นเดือนถือศีลอดหรือรอมฎอน เพื่อดูแลความปลอดภัยพระวัดหลักเมืองที่เดินบิณฑบาตในตอนเช้า แต่ขณะที่ทหารจะกระจายกำลังเพื่อดูแลความปลอดภัยและส่วนหนึ่งคุ้มครองพระ ขณะที่พระกำลังให้พรแก่ชาวบ้าน จำนวน 6 คนห่างจากระเบิดเพียง 5 เมตร คนร้ายก็ได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัมซุกไว้ในรถเข็น แรงระเบิดทำให้เกิดเสียงดังสนั่น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี สั่งกำลังทั้งหมดปิดเส้นทางเข้าออกบริเวณที่เกิดเหตุทันทีในรัศมี 300 เมตร พร้อมปิดล้อมตรวจค้นทันที เชื่อคนร้ายน่าจะอยู่ในพื้นที่ หวังสังหารเจ้าหน้าที่และสร้างสถานการณ์ป่วนรายวัน
manager.
บุกยิง อส.ทพ.เสียชีวิตคาสวนยางที่นราธิวาส
22 สิงหาคม 2554 13:29 น.
นราธิวาส - โจรใต้บุกยิงทหารพรานเสียชีวิตคาสวนยางหน้าบ้านพัก หลังลาพักกลับเยี่ยมครอบครัวพื้นที่ระแงะ จนท.คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ เพื่อตัดขวัญกำลังใจจอง จนท.
วันนี้ (22 ส.ค.) เมื่อเวลา 10.05 น. พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตคาสวนยางพารา หน้าบ้านพักเลขที่ 82 ม.1 ต.บองอ อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ข้างโคนต้นยางพารา ซึ่งห่างจากถนนสายหลักภายในหมู่บ้านประมาณ 10 เมตร จากการตรวจสอบทราบชื่อ คือ อาสาสมัครทหารพราน นิรอสือนัน เจ๊ะนุ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82 ม.1 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นทหารพรานสังกัดกรมทหารพรานที่ 46 อ.เมือง จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดที่บริเวณลำตัวและศีรษะจำนวน 3 นัด จนมันสมองกระจายกองอยู่กับพื้น ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆ ของคนร้าย
จากการสอบสวนทราบว่า หลังจากที่ผู้ตายได้ลาพักจากต้นสังกัดเพื่อเดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัวได้ 2-3 วัน ผู้ตายได้ช่วยบิดาและมารดากรีดยางพาราอยู่ภายในสวนยางพาราหน้าบ้านพัก ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนขี่จักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะมาจอดหน้าสวน ยางพารา และให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดยิงใส่ผู้ตายจำนวน 2 นัดซ้อน เมื่อถูกกระสุนปืนผู้ตายล้มทั้งยืนแล้วคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ลงจาก จักรยานยนต์วิ่งถืออาวุธปืนไปจ่อยิงที่ศีรษะผู้ตายอีก 1 นัด เพื่อให้มั่นใจว่าเสียชีวิต แล้วคนร้ายได้วิ่งไปซ้อนท้ายจักรยานยนต์ที่เพื่อนจอดติดเครื่องยนต์ไว้ขี่ หลบหนีไป
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีเพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน
manager.
คนร้ายใช้ เอ็ม 16 ยิงถล่มอดีตพลทหารกลางเมืองยะลาดับคาที่ 1 ราย
21 สิงหาคม 2554 14:44 น.
ยะลา - คนร้ายใช้อาวุธปืน เอ็ม 16 ยิงถล่มอดีตพลทหาร เสียชีวิตกลางเมืองยะลา จนท.คาดผู้ตายเป็นสายข่าวให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเวลา 13.10 น.วันนี้ (21 ส.ค.) ด.ต.อมรชัย เขียวชอุ่ม หัวหน้าศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งเหตุด่วนเหตุใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดใกล้กับ สมหวัง อพาร์ทเม้นท์ หมู่ที่ 9 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมา พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.เมืองยะลา พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รองผกก.ป. พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รองผกก.สส. พ.ต.ต.จุฬาชัย แสงกุล สว.สส.สนธิกำลังรุดไปสอบสวน
ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายปารามีแต-ปากซอย 24 พบศพ นายอิสมะแอ ยาลา อายุ 23 ปี เป็นอดีตทหารเกณฑ์สังกัดพลทหารราบที่ 15 ตรงข้ามค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ถูกยิงกับอาวุธปืนเอ็ม 16 ตามร่างกายจนพรุนนอนตายจมกองเลือดอยู่บริเวณหัวมุมบ้านเลขที่ 119/92 ปากซอยกอแก้ว ใกล้รถปิกอัพยี่ห้อเชฟโรเล็ต สี่ประตู สีเทาหมายเลขทะเบียน กค.3066 นราธิวาส ที่จอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ดังกล่าว พบปลอกกระสุนปืนตกอยู่บนถนน จึงเก็บรวบรวมไว้ได้จำนวน 10 ปลอก
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ใดเห็น ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้ยินเสียงปืนดังขึ้น เป็นชุดอย่างสนั่นหวั่นไหวต่างตกใจไม่กล้าวิ่งออกไปดู แต่ได้ยินเสียงรถกระบะขับเคลื่อนที่ออกไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐาน ว่า นายอิสมะแอ เป็นสายข่าวให้กับทางการหน่วยงานหนึ่ง ได้เดินทางมาหาเพื่อนในหอพักละแวกดังกล่าว แล้วเดินออกจากหอไปทำธุระ ส่วนคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 ชุด ติดตามมาซุ่มสังเกตดูแล้วรายงานพฤติการณ์ให้อีกชุดที่เป็นมือปืนรอซุ่มอยู่ ในรถกระบะเตรียมยิงถล่มขณะนายอิสมะแอ ขณะเดินออกมา
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่ามาจากสถานการณ์ความไม่สงบ
manager.
บึ้มทหาร รปภ.ครู เจ็บ 1 นาย
19 สิงหาคม 2554 17:13 น.
ยะลา - คนร้ายซุกระเบิดแสวงเครื่อง 3 ก.ก. ข้างทางหวังปลิดชีพทหารขณะเดินเท้าลาดตระเวนเตรียมรักษาความปลอดภัยครูกลับบ้านพัก พลทหารเจ็บ 1 นาย คาดฝีมือกลุ่มอาร์เคเคต้องการป่วนรอมฎอน
วันนี้ (15 ส.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 นาย ที่บ้านบาโด หมู่ที่ 3 ต.ยุโป จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รอง ผกก.สส.พร้อมชุดเก็บกูวัตถุระเบิดสนธิกำลังเดินทางไปที่เกิดเหตุ บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้าน
พบร่องรอยจุดระเบิดบนพื้นเป็นหลุมลึกเล็กน้อย พงหญ้ากระจาย มีเลือดเปรอะเป็นหยด มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อคือ พลหทารวิวัฒน์ แก้วไฝ อายุ 22 ปี สังกัด ร้อย ร.5011 ฉก.ยะลา 11 ถูกสะเก็ดระเบิดที่หูขวา ถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมสะเก็ดระเบิดและเศษชิ้นส่วนวงจรไฟฟ้าไว้ได้จำนวนหนึ่ง
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเวลา 15.00 น.เจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าว มี ส.อ.อรุณ ทองแก้ว เป็นหัวหน้าชุด นำกำลัง จำนวน 8 นาย เดินเท้าลาดตระเวนตามเส้นทางเพื่อทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยคณะครู โรงเรียน.บ้านบาโด ที่กำลังเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านพัก ขณะมาถึงที่เกิดเหตุ ได้เกิดระเบิดขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว สะเก็ดระเบิดถูกพลทหารวิวัฒน์ได้รับบาดเจ็บ 1 นายดังกล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่าเป็นฝีมือพวกแนวร่วมอาร์เคเค.ในพื้นที่แอบนำระเบิดแสวงเครื่องใส่กล่องเหล็กน้ำหนัก 3 กิโลกรัม มาวางไว้ พยายามก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อสร้างสถานการณ์
manager.
โจรใต้ใช้เอ็ม 16 ซุ่มยิงชาวบ้านตาย 1 ขณะกรีดยางที่นราธิวาส
17 สิงหาคม 2554 12:47 น. Share
นราธิวาส - คนร้ายใช้อาวุธปืน เอ็ม 16 ซุ่มยิงชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย ขณะกำลังกรีดยางพาราบ้านฮูลูปาเร๊ะ ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จนท.คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่
เมื่อเวลา 06.30 น.วันนี้ (17 ส.ค.) พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตภายในสวนยางพาราบ้านฮูลูปาเร๊ะ ม.1 ต.ตันหยงมัส จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ข้างโคนต้นยางพารา ทราบชื่อคือ นายอับดุลเลาะ สาแม อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 238/3 ม.1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งมีบาดแผลถูกกระสุนปืนเอ็ม 16 ที่บริเวณลำตัวพรุนไปทั้งร่าง จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่ที่ป่ารกทึบห่างจากผู้ตายประมาณ 20 เมตร จำนวน 14 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่ผู้ตายกำลังยืนกรีดยางพาราอยู่นั้น ได้มีคนร้ายจำนวน 1 คน แอบแฝงตัวอยู่ในพุ่มป่ารกทึบในสวนยางพารา เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ผู้ตายจำนวน 14 นัดซ้อน จนผู้ตายล้มทั้งยืน แล้วคนร้ายได้รีบหลบหนีไป เมื่อเสียงปืนสงบลงเพื่อนบ้านที่กรีดยางอยู่ในสวนละแวกใกล้เคียงได้วิ่งออกมาดูพบผู้ตายเสียชีวิต จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว
ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารชาวบ้านผู้บริสุทธิ์รายวัน
manager.
ตร.ยิงพ่อเจ็บ ลูกฉุนลั่นไกสวน ตร.สาหัส
14 สิงหาคม 2554 11:11 น.
ปัตตานี - ลูกชายฉุนเห็นพ่อถูก ตร.ยิงต่อหน้าขณะนัดเคลียร์ปัญหา คว้าปืนยิง ตร.กลับอาการสาหัส จนท.รอทั้ง 2 ฝ่ายอาการดีขึ้นก่อนสอบปากคำอีกครั้ง
เมื่อเวลา 23.00 น.กลางดึกที่ผ่านมา พ.ต.อ.อดุลย์ ปีแนบาโง ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี นำกำลังไปตรวจสอบเหตุยิงกันบริเวณสวนยางพารา พื้นที่บ้านกูบังบาเดาะ ม.4 ต.สะกำ พบเพียงกองเลือดไหลเป็นทาง ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 รายถูกนำส่งโรงพยาบาลมายอเรียบร้อยแล้ว ทราบชื่อคือ ส.ต.อ.อดุลย์ เจ๊ะฮะ ผบ.หมู่ ป.สภ.มายอ มีบาดแผลถูกยิงลำตัวด้วยอาวุธปืนลูกซอง อาการสาหัส และนายเจะคาเดร์ เจ๊ะฮะ อายุ 48 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 ที่ขาซ้าย ต่อมาทั้ง 2 รายถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลปัตตานี
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ทั้ง 2 คนกำลังตกลงปัญหาระหว่างกันอยู่นั้น เกิดทะเลาะกันรุนแรง ส.ต.อ.อดุลย์ทนไม่ไหวจึงชักอาวุธปืนยิงนายเจะคาเดร์ที่ขาจนล้มลง ระหว่างนั้น นายสาวีรี ลูกชายของนายเจะคาเดร์เห็นว่าผู้เป็นพ่อถูกยิงจึงวิ่งไปเอาปืนลูกซองออกมายิง ส.ต.อ.อดุลย์จนล้มลงกับพื้นด้วย จากนั้นจึงได้วิ่งหลบหนีไป
สาเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะมีปัญหาส่วนตัวที่ตกลงกันไม่ได้จึงเกิดมีปากเสียงดังกล่าว ส่วนนายสาวีรีนั้นน่าจะบันดาลโทสะเพราะเห็นพ่อถูกยิง จึงก่อเหตุยิง ส.ต.อ.อดุลย์ ซึ่งขณะนี้นายสาวีรีได้ติดต่อขอมอบตัวแล้ว อย่างไรก็ตามจะต้องรอให้ทั้งสองอาการดีขึ้นเพื่อทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง
manager.
ยิง ชรบ.ยะลาดับคาที่อีก 1
13 สิงหาคม 2554 22:29 น.
ยะลา - คนร้ายไม่ทราบจำนวนดักยิง ชรบ. อ.เมือง จ.ยะลา ดับคาที่ 1 นาย ขณะขับ จยย.ไปบ้านเพื่อนหลังละศีลอด ตร.เร่งสอบว่าป่วนรอมฎอนหรือขัดแย้งส่วนตัว
วันนี้ (13 ส.ค.) เมื่อเวลา 19.45 น. พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รอง ผกก.ป.สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงที่บ้านลิดล หมู่ 1 ต.ลิดล จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัทยาท ผกก. สนธิกำลังเดินทางไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างมัสยิดลิดลไปราว 1 กม.
พบศพนายซูเฟียน สือลี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/2 หมู่ 1 ต.ลิดล ถูกยิงดับอาวุธปืนไม่ทราบขนาดตามร่างกายจนพรุน นอนตายจมกองเลือดคารถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าดรีม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานว่าเป็นอาวุธปืนชนิดใด เนื่องจากที่เกิดเหตุมีแสง สว่างไม่เพียงพอ
จากสอบสวนทราบว่า นายซูเฟียน เป็นเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ก่อนเกิดเหตุ หลังจากเสร็จจากการละศีลอดประจำวันในช่วงหัวค่ำแล้ว ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปหาเพื่อน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบริเวณที่เปลี่ยว คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ดักซุ่มอยู่ในเงามืด ก่อนใช้อาวุธปืนยิงถล่ม กระสุนถูกนายซูเฟียนจนจักรยานยนต์ล้มลง และเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็นเรื่องส่วนตัวหรือ การสร้างสถานการณ์
manager.
โจรใต้บึ้มเสาไฟฟ้าป่วนชาวบ้าน-ยึดมือถือวัยรุ่นตรวจสอบ
13 สิงหาคม 2554 16:11 น.
ยะลา - เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งคนร้ายตั้งระเบิดเวลาเสาไฟฟ้าเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และจากการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ยังได้ยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง ซึ่งเป็นของวัยรุ่นมาตรวจสอบอีกด้วย
วันนี้ (13 ส.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.ท.สุรนันท์ ชอบงาม สวญ.สภ.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา ร.ต.ท.พิสันต์ บูชารัมย์ รอง สวป.พร้อม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเขต 10 และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จ.ยะลา ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าริมทางหลวงสาย 410(ยะลา-เบตง)บริเวณบ้านคอแย หมู่ 5 ต.แม่หวาด เมื่อคืนที่ผ่านมา
ที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างหลัก กม.74-75 ใกล้เขตติดต่อ ต.บ้านแหร พบเสาไฟฟ้าริมทางหักโค่นด้วยแรงอัดระเบิดจำนวน 2 ต้นติดกัน ทำให้กระแสไฟฟ้าขัดข้อง ในที่เกิดเหตุพบสะเก็ดระเบิด เศษกล่องเหล็ก แบตเตอรี่ และเศษชิ้นส่วนนาฬิกาควอตซ์ กระจายเป็นวงกว้าง ไม่พบว่ามีผู้ใดได้รับอันตรายหรือสิ่งของอย่างอื่นเสียหาย
จากการสอบสวนทราบว่า เหตุเกิดราว 19.30 น.เมื่อตอนหัวค่ำคืนที่ผ่านมา ได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างกึกก้องได้ยินไปถึง สภ.แม่หวาด ซึ่งตั้งอยู่ในตลาดเทศบาลตำบลคอกช้าง ห่างไปราว 1 กม.
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พร้อมที่จะออกไปตรวจสอบ เนื่องจากเกรงจะเป็นกลลวงของฝ่ายคนร้ายกลุ่มก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ แต่ได้รายงานเหตุให้ พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.ยะลา ทราบ พร้อมประสานฝ่ายพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น
จึงพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุกล่องเหล็กน้ำหนัก 3.5 กก.ตั้งเวลา โดยคนร้ายได้ตั้งเวลากำหนดให้เกิดระเบิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่นดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังทหาร ฉก.ยะลา 16 เข้าปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านในละแวกใกล้เคียงยึดโทรศัพท์มือถือจากวัยรุ่น 2 เครื่อง นำไปตรวจสอบต่อไปแล้ว
manager.
โจรใต้ซุ่มยิง-วางระเบิดรถ ผช.ผญบ.ยะลา ตั้งสติหนีรอดปาฎิหาริย์
13 สิงหาคม 2554 12:35 น.
ยะลา - เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังจากเมื่อคืนนี้กลุ่มคนร้ายวางแผนซุ่มยิง และวางระเบิดซ้ำ เพื่อสังหารผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่ขับรถยนต์มาเพียงลำพัง แต่ตั้งสติได้เร่งเครื่องหลบหนีกระสุนเข้าสู่ที่ปลอดภัย ก่อนจะได้ยินเสียงระเบิดดังตามมาอีก 2 ลูก
วันนี้ (13 ส.ค.) เมื่อเวลา 08.30 น. ร.ต.ท.สิทธิพันธ์ สุวรรณโณ รอง สวป.สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา พร้อมพวกออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ขณะผ่านหมู่ 3 บ้านทุ่งขมิ้น ต.ตะโละหะลอ รับแจ้งมีการใช้อาวุธปืนและเกิดเหตุระเบิดที่บ้านทุ่งขมิ้น หมู่ 3 ต.ตะโละหะลอ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ต่อมา พ.ต.ท.ภูไชยวัฒน์ นทีรัตน์ สวญ. พ.ต.ต.ประเทือง สุวรรณชาตรี สวป.นายบุญไทย กาฬศิริ นายอำเภอรามัน สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองรุดไปสอบสวน ที่เกิดเหตุอยู่ริมทางหลวงสาย 4017(รามัน-ตะโละหะลอ) พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกกระจัดกระจายบนถนนเก็บรวบรวมไว้ได้จำนวน 5 ปลอก ห่างจากทางหลวงเข้าไปราว 100 เมตร พบหลุมระเบิดจำนวน 2 หลุมอยู่ริมถนนทางเข้าหมู่บ้าน แต่ละหลุมลึกกว้าง 1 x 2 ฟุต เก็บรวบรวมสะเก็ดระเบิด เศษกล่องเหล็ก และชิ้นส่วนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์วิทยุสื่อสาร ไว้เป็นหลักฐานจำนวนหนึ่ง เบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย
สอบสวนนายประวิทย์ สมประสบ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 3 ต.ตะโละหะลอ เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ผรส.) หมู่บ้านดังกล่าวทราบว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาราวสามทุ่ม ขณะนายประวิทย์ขับรถกระบะกลับจากทำธุระ ก่อนถึงปากทางเข้าบ้านเล็กน้อย มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ในเงามืดข้างทางใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ยิงไล่หลังมาติดต่อกันหลายนัดแต่กระสุนไม่ถูก นายประวิทย์ได้เร่งเครื่องหลบหนี หลังจากถึงบ้านพักครู่หนึ่งได้ยินเสียงระเบิดดังติดต่อกันขึ้น 2 ลูก แต่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย
เบื้องต้น นายประวิทย์ไม่กล้านำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่ บ้านออกไปดูเพราะเกรงคนร้ายจะดักซุ่มซ้ำเติม จนกระทั่งเช้าจึงได้แจ้งให้ทางการทราบ เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเป็นฝีมือพวกแนวร่วมอาร์เคเค.ที่เคลื่อนไหวอยู่ใน หมู่บ้านพยายามก่อเหตุ เพื่อข่มขู่ชาวไทยพุทธที่มีอยู่ให้เกิดความหวาดกลัวและทิ้งบ้านเรือกสวนไร่นาอพยพโยกย้ายหนีออกไปจากพื้นที่
manager.
บึ้มหน้าเซเว่นฯ หลังศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนใต้ฯ - ตชด.เจ็บ 2 นาย
8 สิงหาคม 2554 10:15 น.
ยะลา - คนร้ายลอบวางระเบิดหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น หลังศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ รอจังหวะเจ้าหน้าที่เข้าใกล้พื้นที่กดระเบิด ทำให้ ตชด.บาดเจ็บ 2 นาย เร่งส่งตัวโรงพยาบาลศูนย์ยะลา
วันนี้ (8 ส.ค.) เวลา 06.15 น. พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดที่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาหลังศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) หลังกองร้อย ถนนผังเมือง 5 ภายในเขตเทศบาลนครยะลา หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ต่อมาพร้อม พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก., พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส., นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, จ.ส.อ.อดิศักดิ์ ทับเที่ยง ปลัดป้องกันอำเภอเมืองยะลา และผู้เกี่ยวข้องรุดไปสอบสวน ที่เกิดเหตุอยู่หน้าบ้านเลขที่ 24/3 ถนนผังเมือง 5 ห่างจากสามแยกประตูหลัง ศชต.ราว 200 เมตร พบหลุมบนพื้นคอนกรีตหน้าบ้านเป็นหลุมลึก 5 นิ้ว กว้างฟุตเศษ เก้าอี้พลาสติกแตกหัก 1 ตัว พบเลือดกองอยู่บนพื้น
ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ ด.ต.สมวงศ์ นีละโส อายุ 51 ปี หน.ชค.ตชด.กก.443 ยะลา สังกัด กก.5 บกก.ฝ.ชป.จ.เชียงใหม่ ต้นแขนขวาหัก และ ด.ต.นิพัฒน์พร โกสุมา อายุ 47 ปี สังกัด กก.ตชด.31 ค่ายพระยาจักรี จ.พิษณุโลก ถูกสะเก็ดเต็มร่างกายอาการสาหัสถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว
ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนวิทยุมือถือ สะเก็ดระเบิดกระจัดกระจายจำนวนมาก และพบรถปิกอัพ 4 ประตู ยี่ห้ออิซูซุ ดีแม็ก สีเทา หมายเลขทะเบียน กค-4991 ยะลา ที่จอดริมทางตัวถังแถบซ้ายเสียหายและรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า สีขาวหมายเลขทะเบียน กย-2765 สงขลา ถูกสะเก็ดระเบิดด้านหน้าเสียหาย และกำแพงรั้วบ้านเลขที่ 22/3 ที่อยู่ถัดไปเป็นรูโหว่ มีเสื้อคลุมของ ตชด. คาดว่าเป็นของผู้ได้รับบาดเจ็บลอยขึ้นไปแขวนอยู่บนสายไฟฟ้าสูง 5 เมตร 1 ตัว
ต่อมาพบว่าบริเวณช่องว่างริมห้องแถวใกล้กันพบวัตถุต้องสงสัยเป็นกระติกน้ำแข็งขนาดเล็กพันเทปสีน้ำตาล ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ภูธรจังหวัดยะลา (EOD - ARMY) เข้าทำการตรวจสอบแล้วยิงทำลาย พบว่าเป็นภายในมีทรายอัดไว้
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ราว 06.10 น. ด.ต.สมวงศ์ นีระโส พร้อมกำลังจำนวน 4 นาย ใช้รถปิกอัพคันดังกล่าวออกจากฐานที่ร้อย ตชด.443 ยะลา เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในย่านหลังศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดน ตามปกติ โดยมี ด.ต.พิษณุ ขุนพล เป็นพลขับ และ ด.ต.ถิรภาพ อิ่นมีกุล เป็นผู้คุมท้าย เมื่อไปจอดหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ด.ต.พิษณุ กับ ด.ต.ถีรภาพ ได้ลงไปซื้อแบตเตอรี่ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ส่วน ด.ต.สมวงศ์ และ ด.ต.นิพัฒน์พร เดินไปนั่งที่เก้าอี้หินขัดหน้าบ้านที่เกิดเหตุ
กระทั่งได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วย่านราชการ เมื่อสิ้นเสียงระเบิด ด.ต.สมวงศ์ กับ ด.ต.นิพัฒน์พร ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แอบนำระเบิดแสวงเครื่องใส่กล่องเหล็กน้ำหนักราว 3 กิโลกรัม มาวางซุกไว้แล้วไปยืนรอจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ จัดการจุดชนวนจนเกิดระเบิดและมีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 นายดังกล่าว
manager.
ยิงตำรวจปัตตานีเจ็บสาหัส ระหว่างควบ จยย.กลับบ้าน
7 สิงหาคม 2554 12:59 น.
ปัตตานี - คนร้ายประกบยิงตำรวจสาหัส หลังออกเวรขี่รถ จยย.บ้านบ้านพัก โดยคนร้ายหนีรอดไปได้
ช่วงเย็น เมื่อวันที่ 6 ส.ค. พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายบุรี-ปะนาเระ ม.5 บ้านบน ต.ปะเสยาวอ จึงรีบนำกำลังเข้าไปที่เกิดเหตุ
ไปถึงพบเพียงรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ล้มข้างทาง ส่วนคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี ทราบชื่อ ส.ต.อ.เอกรินทร์ แสงสว่าง อายุ 29 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.สายบุรี อยู่บ้านเลขที่ 81/9 ม.2 ต.คลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.เข้าลำตัว 2 นัด บาดเจ็บสาหัส แพทย์ได้ส่งตัวมารักษาต่อที่ โรงพยาบาลปัตตานี ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน จำนวน 3 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า หลังจากที่ ส.ต.อ.เอกรินทร์ ออกเวรที่โรงพักและกำลังเดินทางกลับบ้านพักตำรวจ ระหว่างทางถูกคนร้าย 2 คนขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามหลังแล้วชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงหลายนัด กระสุนถูก ส.ตซอ.เอกรินทร์ จนรถเสียหลักล้มและพยายามจะชักอาวุธปืนยิงคนร้าย แต่หนีรอดไปได้ เจ้าหน้าที่เชื่อคนร้ายติดตาม ส.ต.อ.เอกรินทร์มาจากโรงพัก เมื่อสบโอกาสจึงก่อเหตุหวังสร้างสถานการณ์
manager.
โจรใต้วางระเบิดยะลา 2 จุด เสาไฟฟ้าหักโค่นมืดมิด
7 สิงหาคม 2554 12:58 น.
ยะลา - คนร้ายลอบวางระเบิด 2 จุดในพื้นที่ อ.ธารโต ทั้งในห้องน้ำตลาดสด แต่ไร้คนเจ็บ อีกลูกเกิดขึ้นริมถนน ทำให้เสาไฟฟ้าหักและประชาชนที่ต้องพึ่งพากระแสไฟฟ้าในแนวนั้นตกอยู่ในความมืดมิด ส่วนเจ้าหน้าที่ยังไม่กล้าตรวจสอบหวั่นจะตกเป็นเป้าโจมตีซ้ำ
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ขณะที่ พ.ต.อ.วิชัย แจ้งสกุล ผกก.สภ.ธารโต จ.ยะลา ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนสำนักงาน ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นกึกก้องมาจากทางตลาดนิคมธารโต ห่างจากโรงพักราว 100 เมตร จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.มานพ สืบบุก สวป.พ.ต.ท.ประเดิมไชย ไพรสนธิ์ พงส.(สบ.3) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 16 และฝ่ายปกครองรุดไปสอบสวน
พบว่าที่เกิดเหตุอยู่ในซอยทางเข้าตลาดริมทางหลวงสาย 410 (ยะลา-เบตง) จุดที่เกิดระเบิดอยู่บริเวณห้องน้ำภายในตลาด หลังตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย สาขาธารโต พบว่าถังขยะของ อบต.ธารโต พังเสียหาย ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นจึงได้ปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุพร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวนหนึ่งเฝ้ารอบๆ บริเวณที่เกิดเหตุ เนื่องจากไม่มั่นใจว่าจะมีระเบิดลูกที่ 2-3 ซ้ำซ้อนเหมือนที่อื่นๆ หรือไม่ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการและชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จ.ยะลา ไปตรวจสอบในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเป็น ฝีมือของพวกก่อความไม่สงบกลุ่มนายอับดุลเลาะ ปูลา แกนนำอาร์เคเค.ในพื้นที่วางแผนให้สมุนแอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำ กว่า 3 ก.ก.บรรจุกล่องเหล็กแล้วมาวางซุกไว้ในถังขยะเมื่อตอนเย็นที่ผ่านมาขณะที่มี ชาวบ้านออกมาจับจ่ายซื้อหาข้าวปลาอาหารภายในตลาดจำนวนมาก โดยตั้งเวลาจุดชนวนไว้ที่เวลา 19.15 น.ทำให้ประชาชนและเจ้าของร้านค้าภายในตลาดตื่นตกใจไปตาม ๆ กัน
นอกจากนี้ มีรายงานมาว่า ในวันเดียวกัน เมื่อเวลา 19.35 น. ได้เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณโค้งแม่ศรี ริมทางหลวงสาย 410 (ยะลา-เบตง)บริเวณหลัก กม.ที่ 71-72 บ้านบูโละสะนิแย หมู่ 4 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา แรงระเบิดทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงข้างทางโค่นล้มได้รับความเสียหายไป 1 ต้น เป็นเหตุให้กระแสไฟฟ้าดับไปทั่วไปเป็นวงกว้างถึงตำบลใกล้เคียง
ต่อมา พ.ต.อ.วิชัย แจ้งสกุล ผกก.สภ.ธารโต พร้อมกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้โดยละเอียดได้เนื่องจากแสงสว่างไม่เพียงพอ และเกรงจะมีระเบิดของคนร้ายซุกซ่อนไว้ในบริเวณใกล้ ๆ อีก เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการก่อกวนของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ตามกระแสข่าว ที่ทางการข่าวได้แจ้งเตือนมาก่อนหน้านี้แล้ว
manager.
โจรเหี้ยมยิงหญิงวัย 56 ปี ดับคาห้องครัว
7 สิงหาคม 2554 10:45 น.
ปัตตานี - คนร้ายโหดควบ จยย.บุกยิงหญิงวัย 56 ปี ดับคาห้องครัว ตร.เร่งสอบสวน
เมื่อคืนวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 20.20 น. พ.ต.อ.มานิตย์ ยิ้มซ้าย ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี รับแจ้งมีชาวบ้านถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดที่บ้านพักเลขที่ 60 ม.2 บ้านคลองเรือ ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบศพ นางนินะ รอยา อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82 ม.3 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี สภาพถูกยิงที่ใบหน้าและศีรษะซีกซ้าย ราวนมขวา ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 มม.จำนวน 1 ปลอก กระสุนปืนลูกซองจำนวน 1 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อส่งพิสูจน์ต่อไป
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่นางนินะกำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวหลังบ้าน ได้มีคนร้ายคาดว่า 4 คนใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะเข้ามาจอดภายในบริเวณบ้านแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจนเสียชีวิตก่อนหลบหนีไป
สำหรับประเด็นสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
manager.
ทหารพรานปัตตานีเครียดยิงฆ่าตัวตายคาฐานปฏิบัติการ
7 สิงหาคม 2554 10:42 น.
ปัตตานี - เจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดกองร้อยทหารพราน 4309 เครียดใช้อาวุธปืนเอชเค 47 ปลิดชีพตัวเอง เสียชีวิตคาฐานปฏิบัติการ
เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.ชวเรศ มีมา พนักงานสืบสวนเวร สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รับแจ้งมีเจ้าหน้าที่ทหารฆ่าตัวตายภายในฐานกองร้อยทหารพราน 4309 ซึ่งตั้งอยู่ที่น้ำตกอรัญวาริน ม.5 ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จึงได้นำกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพ ทพ.ประวิทย์ แซ่สิน อายุ 26 ปี สังกัดกองร้อยทหารพราน 4309 เป็นชาว ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี สภาพนอนเสียชีวิตอยู่บนแปล มีอาวุธปืนเอชเค 47 บรรจุกระสุนในรังเพลิงวางพาดอยู่บนลำตัว ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนเอชเคจำนวน 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ใช้อาวุธปืนยิงกรอกใส่ปากตัวเองเสียชีวิต สำหรับประเด็นสาเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ตายอาจจะมีความเครียดจากการทำงานในพื้นที่ ซึ่งในส่วนของศพทางครอบครัวได้มารับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดนาประดู่ โดยจะมีการประกอบพิธีรดน้ำศพในบ่ายวันนี้
manager.
โจรใต้เหี้ยมยิงถล่ม 3 ศพนักล่าของป่า ที่ปัตตานี
5 สิงหาคม 2554 20:42 น.
ปัตตานี - คนร้ายจำนวน 2 คน ก่อเหตุยิงคนหาของป่าเสียชีวิต 3 ราย หนีตายหวุดหวิด 1 ราย ขณะกำลังหาตัวเงินตัวทองอยู่ในลำคลอง ที่บริเวณถนนสายบ้านคอกวัว ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ
เมื่อเวลา 15.30 น. วันนี้(5 ส.ค.) พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขำ ผกก.สภ.สภ.กะพ้อ ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงชาวบ้านเสียชีวิต 3 ศพ บริเวณถนนสายบ้านคอกวัว - บ้านโลทู ม.5 บ.คอกวัว ต.ปล่องหอย จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. และชุดพิสูจน์หลักฐาน เมื่อไปถึงพบผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย อยู่ในคลอง เจ้าหน้าที่จึงนำศพทั้ง 3 ขึ้นมาบนฝั่ง ทราบชื่อ คือ นายมนัศ ศิริมาหา อายุ 40 ปี นายอาจหาญ ดอกไม้เงิน อายุ 45 ปี และนายอำนาจ ดอกได้เงิน อายุ 19 ปี ลูกชายของนายอาจหาญ โดยทั้งสามเป็นคน จ.ยะลา ทั้งหมดถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้า เอ็ม 16 และ ปืน 9 มม.เข้าลำตัวและศีรษะ หลายนัด และมีผู้รอดชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายอุดม แซ่ตัน อายุ 40 ปี มีบาดแผลถลอกเล็กน้อย จากการหลบหนีคนร้าย
ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบกระสอบป่าน เมื่อตรวจสอบภายในพบ ตัวเงินตัวทองหลายตัว ใกล้กันพบรถจักรยายนต์ ฮ้อนด้าเวฟ ทะเบียน กยษ 657 ยะลา นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังเก็บปลอกกระสุนปืน อาก้า เอ็ม 16 และ 9 มม. ที่ตกเกลื่อนบนพื้นถนนจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ทั้ง 4 คนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน ขับจากจังหวัดยะลา เพื่อมาหาสัตว์ป่าในพื้นที่ดังกล่าว ในขณะที่ทั้ง 4 คนกำลังจับสัตว์ป่าในคลองอยู่นั้น ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ มาจอด จากนั้นคนร้ายทั้งคนขับและนั่งซ้อนได้ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงไม่ยั้งเสียงดังสนั่น ทำให้ทั้ง 4 คนต่างพยายามตะเกียกตะกายวิ่งหนีไปแต่ก็ไม่รอดเสียชีวิต 3 ราย ส่วนนายอุดมหนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด หลังก่อเหตุคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไป
อย่างไรก็ตามกลุ่มชาวบ้านดังกล่าวได้เข้ามาหาสัตว์ป่าในพื้นที่นี้หลายครั้งแล้ว คนร้ายจึงฉวยโอกาสก่อเหตุ อีกทั้งที่เกิดเหตุเป็นที่เปลี่ยว ส่วนสาเหตุเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ที่ต้องการจะสร้างสถานการณ์โดยการทำร้ายผู้บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง
manager.
ระเบิดรายวันทหารเจ็บ 3 ขณะขี่ จยย.รปภ.เส้นทางครูที่ปัตตานี
5 สิงหาคม 2554 19:59 น.
ปัตตานี - เกิดเหตุระเบิดบนถนนสายชนบท ต.เขาตูม อ.ยะรัง ขณะที่ทหารกำลังขับรถจักรยานยนต์ลาดตระเวนเส้นทางรักษาความปลอดภัยให้กับครู แรงระเบิดทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย
เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้(5 ส.ค.) พ.ต.อ.อุทัย ทิพย์เสภา ผกก.สภ.โสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดบนถนนสายชนบท ม.5 บ้านจาเราะบองอ ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จึงรีบนำกำลังพร้อมประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าที่เกิดเหตุ ไปถึงพบรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คันล้มในที่เกิดเหตุและมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นทหาร 3 นายถูกนำส่งโรงพยาบาลยะรัง ทราบชื่อ ส.อ.ทรงชัย ชำนาญยา พลฯสิทธิพงศ์ ไกลอ่อน และ พลฯสุรสิทธิ ประสงค์สันต์ ทั้งสามถูกสะเก็ดระเบิดและมีอาการแน่นหน้าอกแพทย์ได้ช่วยเหลือพ้นขีดอันตรายแล้ว ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกว้าง 50 ซม.อยู่ริมถนนและมีสะเก็ดระเบิดชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ
สอบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังทหาร จำนวน 6 นาย สังกัด ร้อย ร.8024 ฉก.ปัตตานี 21 ใช้รถจักรยานยนต์จำนวน 3 คันขับดูแลความปลอดภัยเส้นทางครูที่จะเดินทางกลับบ้านพัก ปรากฏว่ามาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องซุกไว้ริมถนนเสียชีวิตสนั่นเป็นเหตุให้ทหารได้รับบาดเจ็บดังกล่าว หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สนธิกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุทันที เชื่อฝีมือแนวร่วมก่อเหตุสร้างสถานการณ์
manager.
คนร้ายซิ่ง จยย.ประกบยิง ชรบ.รามัน จ.ยะลา ดับอีก 1
4 สิงหาคม 2554 13:44 น.
ยะลา - 2 คนร้ายขับขี่ จยย.ประกบยิง ชรบ.รามัน จ.ยะลา ถูกขมับซ้าย 2 นัด ดับคาที่ ตร.เร่งสืบ
วันนี้ (4 ส.ค.) เวลา 12.15 น. พ.ต.อ.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย ผกก.สภ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า เกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนถนนสายรามัน-ท่าธง บ้านสะโต หมู่ที่ 5 ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ฉก.12 อ.รามัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 จ.ยะลา และฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง
บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้ง ปากทางเข้าบ้านบูเก๊ะลาโม๊ะ หมู่ที่ 6 ต.อาซ่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจพบจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ซีซี สีแดง ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน ล้มลงอยู่ข้างทาง ใกล้กันพบศพนายดอรอแม เพชรเชิงเขา อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/5 หมู่ที่ 2 บ้านแยะ ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งเป็น ชรบ.ของตำบลอาซ่อง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณขมับซ้ายจำนวน 2 นัด เสียชีวิตคาที่
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะนายดอรอแมขับขี่จักรยานยนต์คันดังกล่าวมุ่งหน้าจะกลับบ้านพัก มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบสี ยี่ห้อ และแผ่นป้ายทะเบียน ตามมาข้างหลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดยิงเข้า ใส่นายดอรอแมจำนวนหลายนัด จนทำให้รถจักรยานยนต์ล้มลง และเป็นเหตุให้นายดอรอแมเสียชีวิตดังกล่าว
ส่วนสาเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการสืบสวนสอบสวนว่าเกิดจากการสร้างสถานการณ์ความไม่ สงบในพื้นที่ หรือมาจากเหตุเรื่องในเรื่องส่วนตัว ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนและติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมา ดำเนินคดีต่อไป
manager.
ยิงถล่มฐานทหารนราฯ วางระเบิดซ้ำ จนท.รู้ทันรอดตายหวุดหวิด
4 สิงหาคม 2554 11:57 น.
นราธิวาส - ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา คนร้ายยิงถล่มใส่ฐานทหาร ฉก.นราธิวาส และเกิดการปะทะกัน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในตอนเช้า พบกล่องต้องสงสัยแล้วยิงทำลายปรากฏเป็นระเบิดเคโม ทหารรอดตายหวุดหวิด
เมื่อเวลา 00.30 น.ของวันนี้ (4 ส.ค.) ขณะที่ ร.ท.โสภณ เกลาฉีก ผบ.ร้อยหมวดปืนเล็กที่ 2 ฉก.นราธิวาส 31 และพวก 8 นายนั่งรถยนต์กระบะตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางไปตามถนนสายภายในหมู่ บ้านสากอ-บ้านดอเฮะ ช่วงบริเวณ ม.3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตู สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นพาหนะ และใช้อาวุธปืนสงครามอาก้าและเอ็ม 16 ยิงใส่ฐานทหารร้อย ร.15111 ฉก.นราธิวาส 31 ร.ท.โสภณ และพวกจึงได้รีบเดินทางไปให้การสนับสนุน
เมื่อถึงบริเวณทุ่งนาห่างจากฐานทหารจุดเกิดเหตุประมาณ 400 เมตร ได้ถูกกลุ่มคนร้ายที่อาศัยความมืดแฝงตัวอยู่ที่ดังกล่าวใช้อาวุธปืนสงคราม ยิงใส่รถยนต์ของ ร.ท.โสภณและพวกที่กำลังแล่นผ่าน ร.ท.โสภณจึงสั่งให้พลขับหยุดรถ และให้เจ้าหน้าที่ทหารลงจากรถและหาที่กำบังยิงต่อสู้กับกลุ่มคนร้ายจนเกิด การปะทะกันเป็นระลอกนาน 10 นาที กลุ่มคนร้ายจึงได้อาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ โดยฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัย แต่รถยนต์กระบะถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับความเสียหายที่บริเวณตัวถังด้าน ซ้ายเป็นรูพรุน
ต่อมา ร.ท.โสภณ และพวกได้เดินทางต่อตามถนนสายดังกล่าว และก่อนถึงฐานทหารที่ถูกคนร้ายยิงถล่ม ประมาณ 200 เมตร ได้พบกล่องกระดาษ 4 เหลี่ยมต้องสงสัยวางอยู่ที่บริเวณเสาหลักกิโลเมตรริมทาง จึงได้สั่งจอดรถและประสานไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้รับทราบ แต่ด้วยเวลาที่ไม่เอื้ออำนวย เกรงจะเป็นแผนลวงของกลุ่มคนร้ายที่วางแผนไว้เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่ ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ร.ท.โสภณจึงรับอาสานำกำลังเฝ้าจุดบริเวณดังกล่าว เพื่อคอยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบในช่วงเช้า
กระทั่งเวลา 07.30 น.วันนี้ (4 ก.ค.) พ.ต.ท.โสภณ จันทรโชติ สว.ป.สภ.สุไหงปาดี ร.ต.อ.เด่นพงษ์ เต็มยอด ร้อยเวร สภ.สุไหงปาดี และ ร.ต.ท.สมหมาย อารีย์รัตน์ รอง สว.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.447 พร้อมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจ สอบที่เกิดเหตุ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ร.ท.โสภณ ผบ.ร้อยหมวดปืนเล็กที่ 2 ฉก.นราธิวาส 31 ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบ และจากการประเมินสถานการณ์โดยภาพรวมแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงทำลายวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวทำให้หลักกิโลเมตรได้รับความเสียหาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบและพบว่า ภายในกล่องกระดาษดังกล่าวคนร้ายได้ซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องแบบเคโมที่ ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 10 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือไว้ เพื่อจุดชนวนดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะร่วมเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุยิง ถล่มใส่ฐานทหารในช่วงตอนกลางคืนที่ผ่านมา แต่โชคดีที่ ร.ท.โสภณพบเห็นเสียก่อน จึงทำให้เจ้าหน้าที่รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด
และจากการตรวจสอบฐานทหาร ร้อย ร.15111 ฉก.นราธิวาส 31 ที่ถูกคนร้ายยิงถล่มในช่วงคืนที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัยและบังเกอร์หน้าฐานถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับ ความเสียหายเล็กน้อย
manager.
คนร้ายซุ่มยิงอดีตครูสอนศาสนาและชาวบ้าน 2 อำเภอ ดับ 3 ศพ
4 สิงหาคม 2554 11:11 น.
ปัตตานี - เกิดเหตุคน ร้ายซุ่มยิงชาวบ้านใน 2 อำเภอ ดับ 3 ศพในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่หนองจิก อดีตครูสอนศาสนาถูกซุ่มยิงดับคาบ้านขณะกำลังจะอาบน้ำละหมาด ส่วนที่สายบุรี คนร้ายควบ จยย.จ่อยิงสองผัวเมียขณะออกไปกรีดยาง
วันนี้ (4 ส.ค.) เมื่อเวลา 05.00 น. พ.ต.อ.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่บ้านเลขที่ 77/5 ม.3 บ้านไผ่มัน ต.บ่อทอง จึงนำกำลังไปยังที่เกิดเหตุซึ่งอยู่บริเวณห้องน้ำหลังบ้าน พบมีกองเลือดจำนวนมาก ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลหนองจิกและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อ นายอัลอัสนี เจ๊ะมะ อายุ 39 ปี เป็นอดีตครูสอนศาสนาในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าลำตัว 3 นัด
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำละหมาดนั้น ปรากฏว่ามีคนร้ายซุ่มอยู่ในที่มืดแล้วใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงจนเสียชีวิต
ต่อมาเมื่อเวลา 07.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.อาซีส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี ได้นำกำลังไปตรวจสอบ เหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบนถนนในหมู่บ้านปายอ ม.8 ต.กะดุนง พบผู้เสียชีวิต 2 ราย นอนจมกองเลือด ทราบชื่อ คือ นายมะฮาสือมาย เจ๊ะแต อายุ 38 ปี และนางมะสีรา มะเด็งอายุ 34 ปี สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นเข้าศีรษะและลำตัวรวม 10 นัด ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ ทะเบียน กบว 267 ปัตตานี
สอบสวนทราบชื่อทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน ก่อนเกิดเหตุขณะทั้งสองนั่งรถจักรยานยนต์ เพื่อไปกรีดยางที่สวนในพื้นที่ ม.6 นั้น ได้ถูกคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิงจนเสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์
manager.
โจรใต้หล่อเสาหลักกิโลตบตาซุกระเบิด-จยย.บอมบ์ ทหารดวงแข็งรอดหวุดหวิด
3 สิงหาคม 2554 12:19 น.
ปัตตานี - กลุ่มคนร้ายใช้เล่ห์ลอบวางระเบิดโดยการหล่อเสาปูนหลักกิโลเพื่อซุกระเบิดโดยเฉพาะริมถนน อ.ปานาเระ แต่ระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ โดยก่อนหน้านี้เกิดเหตุ จยย.บอมบ์ ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย แต่ก็ไม่มีทหารได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน
วันนี้ (3 ส.ค.) 08.20 น. พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นริมถนนสายปัตตานี-ยะลา ม.5 ต.ปิตุมุดี นำกำลังพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ไปถึงพบซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ากระจายเกลื่อนจากแรงระเบิด และพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว สภาพด้านซ้ายถูกสะเก็ดระเบิดทั้งแถบ ยางหน้าหลังแตก แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
สอบสวนก่อนเกิดทราบว่า ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.8024 ฉก.ปัตตานี 21 จำนวน 6 นาย ใช้รถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกตรวจเส้นทางพื้นที่รับผิดชอบเพื่อดูแลความปลอดภัย โดยมี จ.ส.อ.สมศักดิ์ ถนอมถิ่น เป็นพลขับ ระหว่างทางมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้กดระเบิดที่ซุกไว้ในรถจักรยานยนต์ที่จอดริมถนน จุดชนวนด้วยรีโมทคอนโทรลเสียงดังสนั่น ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายแต่ไม่มีใครได้รับอันตราย
อีกจุดเกิดขึ้นเวลาไล่เลี่ยกัน พ.ต.ท.ไพสิฐ แก้วจรัส รอง ผกก.ป.สภ.ปานาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายชนบท ม.2 ต.ท่าน้ำ นำกำลังพร้อมชุดกู้ระเบิด ไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ริมถนน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพบเสาปูนคอนกรีตกว้าง 6 นิ้ว ยาว 50 ซ.ม. สภาพมีรอยแตก เมื่อทุบให้แตกพบว่าภายในบรรจุระเบิดแสวง หนัก 5 กิโลกรัม เครื่องจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร แต่โชคดีที่ระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ จึงไม่มีใครได้รับอันตราย
สอบสวนก่อนเกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 44 จำนวน 6 นายเดินลาดตระเวนเส้นทาง ปรากฏว่าได้เกิดระเบิดขึ้น ทุกคนจึงวิ่งหลบเข้าที่กำบังพร้อมแจ้งขอกำลังเสริมมาตรวจสอบ พบว่าถูกคนร้ายพยายามลอบวางระเบิดแต่ระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ของแนวร่วมโดยการหล่อปูนเพื่อทำเป็นเสาหลักกิโลแล้วมาวางไว้ริมถนน ก่อนจะซุ่มแล้วกดระเบิดเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง
manager.
คนร้ายเหี้ยมจ่อยิง จยย.ครูปัตตานีดับ-นร.ซ้อนท้ายปลอดภัย
3 สิงหาคม 2554 11:24 น. Share34
ปัตตานี - คนร้ายก่อเหตุยิงครูโรงเรียนชุมชนตันหยงลูโละ ขณะขับขี่จักรยานยนต์เพื่อมาสอนหนังสือ โดยมีนักเรียนซ้อนท้ายมาด้วย และเมื่อรถเสียหลักได้ลงมาจ่อยิงซ้ำจนเสียชีวิตคาที่
วันนี้ (3 ส.ค.) เมื่อเวลา 08.20 น. พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภอ.เมืองปัตตานี รับแจ้งมีครูถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้าน ที่ ม.1 ต.ตันหยงลูโละ อ.เมืองปัตตานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบและรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายนภดล ศศิมณฑล อายุ 50 ปี ข้าราชการครูชำนาญการ สอนชั้น ป.5 โรงเรียนชุมชนตันหยงลูโละ อ.เมือง จ.ปัตตานี สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุขณะที่ครูนภดลกำลังขับขี่จักรยานยนต์ยามาฮ่าสีแดง ทะเบียน กลล 499 ปัตตานี ออกจากบ้านพักในตัวเมืองปัตตานี มุ่งหน้าไปทำงาน โดยมีนักเรียนนั่งซ้อนท้ายมาด้วย
ระหว่างทางก่อนจะถึงโรงเรียนประมาณ 500 เมตร ได้มีคนร้าย 2 คนใช้จักรยานยนต์ตามประกบยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.จำนวน 3 นัด ทำให้จักรยานยนต์ล้มลงกลางถนน หลังจากนั้นคนร้ายได้เข้ามาจ่อยิงซ้ำอีก 4 นัด จนเสียชีวิตคาที่
ขณะเดียวกันที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ยังมีรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดรถจักรยานยนต์บอมบ์ ซึ่งขณะนี้ผู้สื่อข่าวกำลังเดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ โดย “ASTV ผู้จัดการออนไลน์” จะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
manager.
ป่วนนราฯ 2 จุด อส.ศรีสาคร ดับ 1 ชาวบ้านสาหัส 1
3 สิงหาคม 2554 10:22 น.
นราธิวาส - โจรใต้ป่วนนราธิวาสหนัก 2 อำเภอ ยิงถล่มจุดตรวจ และบ้านไทยพุทธ อส.ตาย 1 หญิงชาวบ้านสาหัส 1 ก่อนหนีคนร้ายฉกปืนอาก้าแถมไปด้วยอีก 1 กระบอก
เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 2 ส.ค.พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ เย็นจิตร ผกก.สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้าย จำนวน 5-6 คน แต่งกายเลียนแบบทหาร นั่งรถยนต์กระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่จุดตรวจพานาทิพย์ ซึ่งตั้งอยู่ ม.1 ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร ทำให้ อส.ประจำที่ว่าการ อ.ศรีสาคร เสียชีวิต 1 นาย และมีชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย จึงพร้อมด้วยนายไพโรจน์ จริตงาม นายอำเภอศรีสาคร และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่บริเวณข้างป้อมจุดตรวจ ทราบชื่อ คือ อส.มนัส แว่วภักดี อายุ 30 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืน อา.ก้า.และเอ็ม.16 ที่บริเวณลำตัวพรุนไปทั้งร่าง ส่วนผู้บาดเจ็บพลเมืองดีนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลศรีสาครไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ คือ นางปาตีเมาะ หะมะ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/3 ม.1ต.ศรีสาคร อ.สรีสาคร จ.นราธิวาส ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณใต้กกหูขวา จำนวน 1 นัด อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน อาก้าและเอ็ม16 ตกอยู่บนถนนจำนวนกว่า 20 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน อส.ศุภวัฒน์ แท่นศรี อส.ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่จุดตรวจพานาทิพย์ ทราบว่า ในระหว่างที่ตนและผู้ตาย จำนวน 2 นาย ทำหน้าที่รักษาการณ์อยู่ภายในป้อมนั้น ได้มีคนร้ายจำนวน 5-6 คน แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหาร
เมื่อรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีดำ ของคนร้ายผ่านจุดตรวจนั้น ได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ที่นั่งอยู่ภายในกระบะหลัง ในมือถืออาวุธปืนอาก้าและเอ็ม16 คนละกระบอก ตนคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร จึงไม่ได้ระวังตัว และก่อนรถยนต์กระบะของคนร้ายขับผ่านไปอย่างช้าๆ คนร้ายทั้ง 2 ได้ใช้อาวุธปืนอาก้าและเอ็ม16 ยิงใส่ตนและผู้ตาย จำนวนกว่า 20 นัดซ้อน จน อส.มนัส เสียชีวิตคาที่ ส่วนตนได้วิ่งหลบหนีไปหาที่กำบัง
ประจวบเหมาะกับนางปาตีเมาะ ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหลังจากเดินทางมาซื้อกับข้าว เลยถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณใต้กกหูขวา จำนวน 1 นัด และก่อนที่คนร้ายจะหลบหนี คนร้ายได้จอดรถยนต์กระบะ ให้คนร้ายที่ถืออาวุธปืนอาก้ากระโดดลงจากท้ายรถ แล้ววิ่งไปหยิบอาวุธปืนอาก้า ซึ่งเป็นของ อส.มนัส หลบหนีไปด้วย 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง
ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ โดยคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนสงคราม อา.ก้า.ยิงถล่มใส่ร้านขายน้ำแข็งของนายสมพร ใสบริสุทธิ์ อายุ 56 ปี เลขที่ 104 ม.1 บ้านท่าเรือ ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ขณะที่นายสมพร นั่งอยู่หน้าร้าน แต่กระสุนปืนพลาดเป้า ทำให้นายสมพร รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด ส่วนฝาผนังได้รับความเสียหาย
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และคาดว่าคนร้ายกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุยิงถล่มตรวจในพื้นที่ อ.ศรีสาคร ที่ได้มีการนัดแนะกัน
manager.
คนร้ายกดระเบิดหวังสังหารทหารพรานที่รือเสาะโชคดีไร้เจ็บ
2 สิงหาคม 2554 16:21 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดหวังสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพราน กดชนวนระเบิดที่ฝังไว้กลางถนน ในหมู่บ้านบุโป อ.รือเสาะ โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
เมื่อเวลา 12.45 น.วันนี้ (2 ส.ค.) ร.ต.ท.อุกฤษฎ์ สังฆะมณี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดพัฒนาสันติ ที่ 30-8 บ้านถนนภายในหมู่บ้านบุโป ม.1 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.กรมทหารพรานที่ 46 พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบกลางถนนมีหลุมระเบิดลึก 1 เมตร กว้าง 2.5 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 20 กก.จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟฟ้าออกไปในป่ารกทึบยาว 60 เมตร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง และห่างไปประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน สีน้ำเงิน ทะเบียน กค- 3790 นราธิวาส จอดอยู่ริมถนนในสภาพถูกอนุภาพของระเบิดได้รับความเสียหายที่บริเวณแก้มบังโคลนหน้าขวา แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวน ส.ท.ทวีสิทธิ์ อับปมาโท พลขับรถยนต์กระบะ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถยนต์ออกจากฐาน เพื่อนำทหารจำนวน 7นาย ไปส่งที่ตลาดรือเสาะ เพื่อเดินทางกลับบ้านพักในช่วงเวรหยุด เมื่อขับรถยนต์ออกจากฐานไปได้ประมาณ 1 กม.ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้กลางถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหารพรานจะถึงที่เกิดเหตุประมาณ 3 เมตร ทำให้รถยนต์กระบะได้รับความเสียหาย ส่วนเจ้าหน้าที่รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวันตามคำข่มขู่ที่ประกาศไว้ ในช่วงถือศีลอดนี้
manager.
บึ้มเส้นทางครูปัตตานี ทหารดับ 1 เจ็บ 2
1 สิงหาคม 2554 10:22 น.
ปัตตานี - คนร้ายลอบวางระเบิดชุดรักษาความปลอดภัยครูขณะเดินลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยก่อนครูใช้เส้นทางเช้านี้ เป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 2 นาย คาดคนร้ายวางแผนล่วงหน้าหมายสร้างสถานการณ์
วันนี้ (1 ส.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. พ.ต.ท.ธวัชชัย สังฆมิตกล รอง ผกก.ป.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิด มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายในหมู่บ้านโคกหญ้าคา ม.6 ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จึงรุดหน้าไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก. และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด
ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่ใต้ป้ายบอกทางระหว่างอำเภอ นอกจากนี้ยังพบหลุมระเบิดกว้าง 60 ซม. มีชิ้นส่วนระเบิดสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ และมีสายไฟลากยาวข้ามคลองชลประทานด้วย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ส่วนคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลยะรังเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 1 นาย ทราบชื่อ คือ สท.อรรถพล หงส์ดำ ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณด้านช้ายของร่างกายตั้งแต่ศรีษะลงไปถึงขา ส่วนผู้บาดเจ็บ คือ สอ.ประจักร วิเศษรัตน์ และพลฯ อัศวิน พูลผ่าน ถูกแรงอัดจนแน่นหน้าอก อาการปลอดภัย
จากการสอบสวนทราบว่า กำลังเจ้าหน้าที่ดังกล่าวสังกัด ร้อย ร.8021 ฉก.ปัตตานี 21 ก่อนเกิดเหตุขณะกำลัง จำนวน 6 นาย เดินลาดตระเวนเส้นทาง ก่อนที่คณะครูจะเดินทางไปโรงเรียนในตอนเช้า ปรากฏว่าเมื่อเดินมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก 3 กิโลกรัมที่ฝังไว้ แรงระเบิดทำให้ถูกร่างของผู้ตายกระเด็นไกล 5 เมตรก่อนจะเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ถึงได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ เชื่อคนร้ายวางแผนไว้ก่อนแล้ว โดยรู้ว่าทหารจะเดินผ่านหมายสังหารเพื่อสร้างสถานการณ์
manager.
คนร้ายยิงถล่มป้อมยาม ตร.นราฯ เจ็บ 2
31 กรกฎาคม 2554 18:08 น.
นราธิวาส - คนร้ายจี้รถยนต์ 6 ล้อใช้เป็นพาหนะ ก่อนยิงถล่มจุดตรวจมะนังตายอ อ.เมือง จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย
วันนี้ (31 ก.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 17.35 น.เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม จำนวน 8 คน ยิงถล่มถล่มป้อมยามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณ 5 แยกมะนังตายอ ต.มะนังตายอ อ.เมือง จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย โดยคนร้ายได้ใช้รถบรรทุก 6 ล้อ ขนทรายเป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ และระหว่างทางหลบหนีคนร้ายได้โปรดตะปูเรือใบ เพื่อป้องกันการติดตามของเจ้าหน้าที่อีกด้วย
ส่วนตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อ คือ ด.ต.จำลอง พุฒิทอง และ ด.ต. สมจิตร หนูพรหม โดยทั้ง 2 นาย ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณหัวเข่าทั้ง 2 ข้าง โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลนราธิวาสรานครินทร์เรียบร้อยแล้ว
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า คนร้ายได้จี้บังคับคนขับรถยนต์ 6 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซู สีขาว ทะเบียน 80-5282 นราธิวาส จากพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จากนั้นได้นำรถยนต์คันดังกล่าว มาก่อเหตุขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ป้อมยามจุดตรวจ ขณะปฎิบัติหน้าที่ หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังติดตามคนร้ายแล้ว โดยคนร้ายใช้เส้นทางบ้านทำนบ ต.ลำภู อ.เมือง เป็นเส้นทางหลบหนี
ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจที่เกิดเหตุ คืบหน้าทาง เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์จะรายงานให้ทราบต่อไป
manager.
ป่วนรือเสาะหนัก ยิงชาวบ้านกลางตลาดดับ 1 เจ็บ 1 บึ้มกลางสวนยางขาขาดอีก 1
31 กรกฎาคม 2554 14:13 น.
นราธิวาส - คนร้ายป่วนรือเสาะหนัก ยิงชาวบ้านกลางตลาดนัดตาย 1 บาดเจ็บสาหัส 1 ทั้งลอบวางระเบิดกลางสวนยางพารา ชาวบ้านขาขาดอีก 1 ตร.เร่งสอบ
วันนี้ (31 ก.ค.) เมื่อเวลา 10.40 น. ร.ต.ต.ศรีธนนท์ สำลี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ชาวบ้าน ที่ตลาดนัดหน้าสถานีรถไฟรือเสาะ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ม.1 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย
จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.จรูญ เฆมเรือง รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่หน้าแผงขายน้ำอ้อยคั้น ทราบชื่อคือ นายสะแปอิง ยะโก๊ะ อายุ 34 ปี อยู่บ้านดีแย ม.4 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ที่บริเวณหน้าอกและลำตัว จำนวน 4 นัด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย คือ นายมะราดีอามาน เด่นอร่ามคาน อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 ม.6 ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณแขนซ้าย1 นัด อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 11 มม.ตกอยู่ที่ถนน จำนวน 6 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน นั่งรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ ไม่ทราบสีและแผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะ โดยคนร้ายที่นั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับได้หมุนกระจกลง และใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ยิงใส่กลุ่มชาวบ้านที่กำลังจำหน่ายสินค้าและเดินตระเวนซื้อสินค้าไปบริโภค จำนวน 6 นัดซ้อน
นอกจากนี้ กระสุนของคนร้ายไปถูกนายสะแปอิง ที่กำลังยืนขายน้ำอ้อยคั้นเสียชีวิต และกระสุนปืนของคนร้าย ยังได้ไปถูกนายมะราดีอามาน ที่ยืนรอรถแท็กซี่เพื่อที่จะเดินทางไปพื้นที่ จ.ยะลา ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเหตุร้ายยิงใส่กลุ่มชาวบ้านที่ตลาดนัดหน้าสถานีรถไฟรือเสาะอยู่นั้น เวลา 10.50 น. ได้รับแจ้งมีเหตุชาวบ้านที่กำลังถางป่ารกทึบภายในสวนยางพาราบ้านกูโบ ม.5 ต.สุวารี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้ไปเหยียบกับระเบิดของคนร้าย ที่ฝังไว้ภายในร่องทางเดินกลางสวน จนข้อเท้าซ้ายขาดเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกด้วย ทราบชื่อคือ นายอาดือนัง ซาเมาะ อายุ 30 ปี เจ้าของสวนยางพารา อยู่บ้านเลขที่ 21/1 ม.5 ต.สุวารี อ.รือเสาะจ.นราธิวาส ซึ่งมีอาการสาหัส หลังชาวบ้านช่วยกันนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลรือเสาะแล้ว แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
ขณะเดียวกัน ระหว่าง พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ และพนักงานสอบสวน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่นั้น ได้ถูกคนร้ายไม่ทรายจำนวนขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ นำตะปูเรือใบไปโปรยไว้ตามถนน เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาในการเก็บกวาดตะปูเรือใบ ก่อนที่จะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุได้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ในการสร้างสถานการณ์ร้ายที่ประกาศข่มขู่ไว้ในช่วงต้อนรับเดือนรอมฏอน
manager.
คนร้ายซุ่มยิงทหารพรานเจ็บ 1 นาย ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา
30 กรกฎาคม 2554 21:52 น.
ยะลา - กลุ่มคนร้ายซุ่มยิงรถยนต์ของทหารพราน ขณะลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยเส้นทางภายในหมู่บ้าน จนเกิดการปะทะกัน หลังเกิดเหตุมีทหารบาดเจ็บสาหัส 1 นาย
วันนี้ (30 ก.ค.) เวลา 16.30 น. พ.ต.อ.สุวัตต์ วงศ์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 สภ.บันนังสตา ว่าเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทหารพราน ที่ 4111 กรมทหารพรานที่ 41 ขณะลาดตระเวนดูแลรักษาความปลอดภัยเส้นทางภายในหมู่บ้าน ที่บริเวณบ้านแนแป (บ้านย่อยบ้านบียอ) หมู่ที่ 4 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา
ทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 นาย นำตัวส่งโรงพยาบาลบันนังสตา หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลบันนังสตา ทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ 1.อส.ทพ.ชลิต หนูสังข์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 203 หมู่ที่ 5 ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตำแหน่งพลขับ เป็นทหารพรานสังกัด ร้อย ทพ.4111 กรมทหารพรานที่ 41 ค่ายวังพญา อ.รามัน จ.ยะลา ประจำฐานปฏิบัติการ อยู่ที่บ้านบาเจาะ อ.บันนังสตา มีบาดแผลถูกยิง ที่บริเวณลำตัว ได้รับบาดเจ็บสาหัส
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังชุดทหารพราน ร้อย ทหารพราน ที่ 4111 กรมทหารพรานที่ 41 จำนวน 7 นาย ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บจ.-6495 ปัตตานี ด้านหน้า 2 นาย นั่งกระบะท้าย 5 นาย เมื่อขับรถวิ่งผ่านมาถึงบริเวณเชิงเขาหลังหมู่บ้าน มีกลุ่มคนร้าย ประมาณ 4 - 5 คน ซุ่มโจมตี ด้วยอาวุธปืนสงครามอาก้า และเอ็ม 16 ออกมาจากสองข้างถนน จนเกิดการยิงปะทะกันนานกว่า 15 นาที เสียงปืนฝ่ายคนร้ายจึงเงียบไป
เมื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนอาก้า และ เอ็ม 16 ตกอยู่ หลายสิบปลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อทำการตรวจสอบต่อไปว่าเป็นการก่อเหตุของกลุ่มไหน
manager.
ทหารเกณฑ์คลั่งใช้เอ็ม 16 ยิงทหาร-ชาวบ้านดับเพื่อชิง จยย.หลบหนี
30 กรกฎาคม 2554 21:51 น.
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ทหารเกณฑ์สังกัด ฉก.12 ยะลา ก่อเหตุใช้อาวุธปืนเอ็ม16 ยิงทหารยศร้อยโทสังกัดเดียวกันเสียชีวิต และยังยิงชาวบ้านเสียชีวิต 1 คนบาดเจ็บอีก1 คน เพื่อชิงรถจักรยานยนต์ขับหลบหนีเจ้าหน้าที่กำลังติดตามไล่ล่า
เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้(30 ก.ค.) เกิดเหตุยิงกันที่บริเวณตลาดเขาน้อย ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชียเส้นทางเทพา-จะนะ พื้นที่หมู่8 ต.สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา หลังตำรวจรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพ ร.ท.สุวรรณ มูดี ทหารสังกัด ฉก.12 ยะลา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม16 เข้าบริเวณลำตัวเสียชีวิตอยู่ในพงหญ้าริมทาง
นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านถูกยิงเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุอีก1 คนคือ นายอับดุลการีม หมะเต็ม อายุ 20 ปี และมีชาวบ้านถูกยิงได้รับบาดเจ็บอีก1 คนคือ นายอับดุลรอมีน สือลี อายุ 24 ปี ส่วนผู้ที่ก่อเหตุคือ พลทหารสุรศักดิ์ บุญชู อายุ 21 ทหารเกณฑ์ สังกัด ฉก.12 ยะลา ซึ่งเป็นลูกน้องของ ร.ท.สุวรรณ
หลังเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีน้ำเงินทะเบียน ครบ 295 สงขลา ซึ่งเป็นรถของนายอับดุลการีม ชาวบ้านที่เสียชีวิตหลบหนีไป โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ยึดอาวุธปืนเอ็ม16 ที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่ง พลทหารสุรศักดิ์ ทิ้งไว้ก่อนขับรถหลบหนี
จากการสอบสวนทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่ ร.ท.สุวรรณ ได้ขับรถกระบะโตโยต้าวีโก้ ทะเบียน บฉ 975 ยะลา มาจาก จ.ยะลา เพื่อเดินทางมาธุระที่ อ.หาดใหญ่ โดยมี พลทหารสุรศักดิ์ ติดรถมาด้วยเพื่อเดินทางกลับบ้านไปเยี่ยมแม่ที่กำลังป่วยที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยระหว่างทางคาดว่าทั้งสองคนน่าจะเกิดมีปากเสียงและทะเลาะกันภายรถ และพลทหารสุรศักดิ์ ได้แย่งอาวุธปืนเอ็ม16 และปืนพกสั้นของ ร.ท.สุวรรณ และ ร.ท.สุวรรณ ได้จอดรถที่บริเวณตลาดเขาน้อยและพยายามเปิดประตูวิ่งหลบหนี แต่ถูกพลทหารสุวรรณไล่ยิงจนเสียชีวิต
จากนั้น พลทหารสุรศักดิ์ ได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ไปจี้ชิงรถจักรยานยนต์ของ นายอับดุลการีม แต่ถูกขัดขืน จึงใช้อาวุธปืนเอ็ม16 ยิงใส่จนเสียชีวิตและกระสุนยังไปถูก นายอับดุลรอนิง ที่ยืนอยู่ในบริเวณดังกล่าวบาดเจ็บอีก 1 คน โดยหลังเกิดเหตุตำรวจกำลังระดมกำลังออกไล่ล่าและประสานไปยังตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงทั้ง จะนะ นาหม่อม และ สภ.เมือง แต่ยังไม่พบตัว
manager.
โจรใต้วางระเบิดล่อ จนท.ตรวจสอบ ทหารพรานหญิงเหยียบบึ้มขาขาด
30 กรกฎาคม 2554 15:48 น.
ปัตตานี - เกิดเหตุระเบิด ระหว่างชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด พร้อมด้วยชุดนิติวิทยาศาสตร์กระจายกำลังตรวจสอบ-เก็บวัตถุพยาน หลังคนร้ายซุกระเบิดไว้ในสวนยาง กู้ได้ลูกแรก แต่ อส.ทหารหญิง พลาดเหยียบระเบิดได้รับบาดเจ็บข้อเท้าซ้ายขาดอาการสาหัส
วันนี้ (30 ก.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.มานิตย์ ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดในป่ายางพาราชาวบ้านใกล้กับฐานปฏิบัติการทหารพรานเก่า ม.4 บ้านป่ากะพ้อ ต.บ้านกลาง จึงประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ไปตรวจสอบพร้อมชุดนิติวิทยาศาสตร์
โดยเมื่อไปถึงพบว่าเป็นกับระเบิดฝังอยู่ จึงได้กันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกแล้วใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลายวงจรและทำการเก็บกู้และเคลียร์พื้นที่ พร้อมทั้งให้ชุดนิติวิทยาศาสตร์เข้าทำการตรวจเก็บวัตถุพยานปรากฏว่าได้เกิดเหตุปรากฏว่าได้เกิดระเบิดลูกที่ 2 เสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนเจ้าหน้าที่ต้องวิ่งและหมอบกันอย่างอลหม่าน สิ้นเสียงพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ทราบชื่อ อส.ทพ.หญิง สุขจิตรดา อินทร์เมือง อายุ 25 ปี ชุดนิติวิทยาศาสตร์ สังกัดกรมทหารพรานที่ 43 ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าซ้ายขาด อาการสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี และ จ.ส.อ.สมวงศ์ เพชรสิง อายุ 51 ปี สังกัด ฉก.ปัตตานี 22 บาดเจ็บบริเวณใบหน้าและลำตัวเล็กน้อย ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนกับระเบิดกระจายทั่วทั้งบริเวณ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่าในขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด พร้อมด้วยชุดนิติวิทยาศาสตร์ได้กระจายกำลังเพื่อตรวจสอบและเก็บวัตถุพยานอยู่นั้น อส.ทพ.หญิง เคราะห์ร้ายได้พลาดไปเหยียบกับระเบิดลูกที่ 2 ที่คนร้ายฝังไว้เพื่อต้องการทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะเข้ามาตรวจสอบเหตุครั้งแรก เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุทันทีในรัศมี 500 เมตร เชื่อโจรใต้หวังสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยการซ้อนแผนฝังระเบิด 2 ลูกต้องการสร้างสถานการณ์
manager.
คนร้ายปาระเบิดในร้านน้ำชาปัตตานี ตำรวจเจ็บ 5 ชาวบ้าน 2
30 กรกฎาคม 2554 11:13 น.
ปัตตานี - คนร้ายขับรถ จยย.นำระเบิดมาขว้างในร้านน้ำชาของนายดาบตำรวจปัตตานี ระหว่างที่มีลูกค้าทั้งตำรวจและชาวบ้านนั่งอยู่ภายในร้าน ทำให้ได้รับบาดเจ็บตามกันรวม 7 ราย สาหัส 1 ส่วนคนร้ายแม้จะถูกยิงสกัด หลังก่อเหตุแต่ก็หลบหนีไปได้
วันนี้ (30 ก.ค.) เมื่อเวลา 06.40 น. พ.ต.อ.ธเรศ แก้วละเอียด ผกก.สภ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นที่ร้านน้ำชาเลขที่ 32 ม.5 ต.แม่ลาน จึงนำกำลังพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ไปถึงพบว่าที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนสองชั้น โดยชั้นล้างเปิดเป็นร้านขายของชำและร้านน้ำชา
ตรวจสอบพบหลุมระเบิดอยู่ในร้าน สะเก็ดระเบิดทำให้ตัวอาคารเป็นรูหลายแห่ง ข้าวของกระจายกระจายและมีกองเลือดจำนวนมาก ทั้งนี้มีคนเจ็บ 7 ราย ในจำนวนนี้มีสาหัส 1 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลแม่ลาน คือ นายมณี มณีรัตน์ อายุ 44 ปี เป็น ส.อบต.แม่ลาน ถูกสะเก็ดและแรงระเบิดเข้าลำตัวหลายแห่ง
ส่วน นายเจือน สอนแก้ว อายุ 44 ปี, ด.ต.ชัยฤทธิ์ พรหมคงบุญ อายุ 44 ปี, ด.ต.อุดม กาเต็ม อายุ 44 ปี, ส.ต.ต.อภิชาติ อวบอ้อ อายุ 35 ปี. ส.ต.ต.มาโนช อุตสิงห์ อายุ 34 ปี และ ส.ต.ต.สิทธิกร สายแป้ง อายุ 34 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัวบาดเจ็บเล็กน้อย ในที่เกิดเหตุพบกระเดื่องระเบิดชนิดขว้าง เอ็มเคทู ตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ร้านดังกล่าวเป็นของ ด.ต.วีระพงศ์ ป้อมสกุล ผบ.หมู่ ป.สภ.แม่ลาน ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดป้องกันปราบปราม สภ.แม่ลาน จำนวน 5 นาย และมีชาวบ้านนั่งดื่มน้ำชาในร้านกว่า 10 คน ระหว่างนั้นมีคนร้าย 2 คนขับรถจักรยานยนต์มาจอดแล้วปาระเบิดเข้าไปในร้าน เจ้าหน้าที่เห็นจึงตะโกนให้ทุกคนหลบและวิ่งหนี จนเกิดระเบิดขึ้น
ทั้งนี้ ระหว่างที่คนร้ายเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้วิ่งออกมาใช้อาวุธปืนยิงคนร้ายแต่หนีรอดไปได้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สนธิกำลังร่วมไล่ติดตามคนร้ายพร้อมปิดล้อมตรวจค้นทันที เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมหมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์
manager.
โจรใต้แต่งไอ้โม่งกราดยิงขบวนแสดงช้างแสนรู้ดับ 1 บาดเจ็บอีก 5 ราย
30 กรกฎาคม 2554 10:13 น.
นราธิวาส - กลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงขบวนรถของคณะแสดงช้างแสนรู้ ซึ่งกำลังเดินทางกลับวัด หลังจากที่ได้แสดงจบลง กระสุนถูกลูกหลงโดนรถชาวบ้านด้วย โดยเหตุครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 5 คน
วานนี้ (29 ก.ค.) เมื่อเวลา 18.30 น. ร.ต.ต.ศรีธนนท์ สำลี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายดักซุ่มยิงรถยนต์ขบวนโชว์ช้างแสนรู้ที่บริเวณ 3 แยกบ้านเปาะลามะ ม.2 ต.รือเสาะออก ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ต.ท.พชรพล ณ นคร รอง ผกก.ป. สภ.รือเสาะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บธ-9664 ชัยภูมิ จอดเสียหลักอยู่ริมถนน ซึ่งอยู่ในสภาพกระจกหน้าและตัวถังด้านซ้ายและด้านขวาถูกกระสุนปืนเป็นรูพรุน โดยเฉพาะที่บริเวณเบาะนั่งด้านคนขับมีผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่คาพวงมาลัย ทราบชื่อคือ นายนัฐพล สิงหะกระโจม อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 182 ม.4 อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งมีบาดแผลถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณหน้าอกและลำตัวพรุนไปทั้งร่าง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย เพื่อนๆได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลรือเสาะไปก่อนหน้าแล้ว
โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน เอ็ม.16 อา.ก้า.และปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม.ตกอยู่ริมถนน จำนวนกว่า 20 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ทราบชื่อ คือ
1.นางสุมิตรา คมคลาย อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นภรรยาผู้ตาย ถูกกระสุนปืนเฉี่ยวที่บริเวณแขนซ้าย
2. นางประนอม แปกะนี อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 159 ม.11 ต.จอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนของคนร้ายเฉี่ยวที่บริเวณหัวไหล่ซ้าย
3. นายอัสรี บากา อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 ม.1 ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกกระสุนปืนที่บริเวณชายโครงขวา อาการสาหัส
4.ด.ช.ทรงพล อินทโชติ อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 ม.4 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี มีบาดแผลถูกกระสุนปืนเฉี่ยวที่บริเวณต้นคอ
5 ด.ช.อับดุลเลาะ แยะ อายุ 12 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134 ม.5 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งมีบาดแผลถูกเศษกระจกรถยนต์บาดที่บริเวณข้อมือซ้าย ซึ่งทั้ง 4 คน อาการไม่สาหัสมากนัก ยกเว้นนายอัสรี บากา อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า หลังจากขบวนโชว์ช้างแสนรู้ปิดการแสดงที่บริเวณสนามฟุตภายในโรงเรียนบ้านมะนังปันยัง ต.สามัคคี อ.รือเสาะ ทั้งหมดได้พากันตั้งขบวนโดยล้อ 10 ล้อซึ่งบรรทุกช้างขับนำหน้า ส่วนคันที่ 2 และ 3 เป็นรถยนต์กระบะที่ผู้แสดงใช้สำหรับนั่งโดยสาร
เพื่อเดินทางกลับวัดราษฎร์สโมสร ที่คณะได้ขอเจ้าอาวาสพักอาศัยเป็นการชั่วคราว เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 10 คน แต่งกายชุดดำและสวมหมวกไหมพรมอำพรางใบหน้า ในถืออาวุธปืนสงคราม เอ็ม.16 อา.ก้า.และอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม. ยิงใส่รถยนต์กระบะคันที่ 2 และคันที่ 3 จำนวนกว่า 20 นัด แต่กระสุนปืนพลาดไปถูกรถยนต์กระบะของชาวบ้านที่ขับตามหลังมาคันที่ 4
ไปด้วย ทำให้นายนัฐพลซึ่งเป็นคนขับรถยนต์กระบะคันที่ 2 เสียชีวิตคาพวงมาลัย ส่วนคันที่ 3 และคันที่ 4 ซึ่งเป็นของชาวบ้านที่ขับตามหลังมาได้รับบาดเจ็บไป รวมทั้งสิ้น 5 คนดังกล่าว
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายในช่วงก่อนถึงเดือนถือศีลอดของชาวมุสลิม ที่ทุกปีกลุ่มคนร้ายจะก่อเหตุร้ายในช่วงวันดังกล่าว
manager.
โจรใต้เหิมป่วนกดบึ้มทหาร 3 ลูกซ้อน “พันตรี” พร้อมพวกเจ็บ 4 นายที่นราฯ
29 กรกฎาคม 2554 14:03 น.
นราธิวาส - คนร้ายลอบวางระเบิดรถเจ้าหน้าที่ทหาร 3 ลูกซ้อนขณะเข้าทำการตรวจสอบเหตุคนร้ายใช้ปืนเอ็ม 79 ถล่มฐานชุดพัฒนาสันติที่ 31-6 เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับเจ็บ 4 นาย
เมื่อเวลา 08.40 น.วันนี้ (29 ก.ค.) ร.ต.ต.ธนวัฒน์ อ่อนนิ่ม ร้อยเวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.15112 ฉก.นราธิวาส 31 บริเวณหน้ากูโบว์บ้านเจาะเกาะ ม.1 ต.บูกิต จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลัก จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งอยู่ในสภาพถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณกระจกด้านคนขับ และตัวถังด้านซ้ายแตกและเป็นรูพรุน จอดอยู่ห่างจากจุดระเบิดประมาณ 20 เมตร แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ส่วนจุดระเบิดเป็นบริเวณใต้โคนต้นตีนเป็ด มีหลุมลึก 1 ฟุต กว้าง 2 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวน ร.อ.นฤชา บุญตาม ผบ.ร้อย ร.15112 ฉก.นราธิวาส 31 ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นั่งรถยนต์ออกจากฐาน โดยมี จ.ส.อ.พนม พลอยสกุล เป็นพลขับ และมีลูกน้องอีก 2 คน นั่งกระบะหลัง เพื่อเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 79 ยิงถล่มใส่ฐานชุดพัฒนาสันติที่ 31-6 ซึ่งตั้งอยู่ข้างมัสยิดบ้านเจาะเกาะ เมื่อแล้วเสร็จได้นั่งรถยนต์เพื่อกลับฐาน โดยนั่งออกมาได้ประมาณ 20 เมตร ได้มีคนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ใต้โคนตีนเป็ด จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ขณะที่นั่งรถยนต์ผ่านทำให้กระจกและตัวถังถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย เนื่องจากรถยนต์คันดังกล่าวหุ้มเกราะจึงทำให้รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด
ต่อมาเวลา 10.10 น.ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังร่วมกันตรวจสอบจุดเกิดเหตุยังไม่แล้วเสร็จ พ.ต.อ.สุธน ผกก.สภ.เจาะไอร้อง ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหาร พ.ต.สมรรถชัย แปลงสาย รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 และพวก ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายบ้านปาเระลูโบะ-บ้านกือรง ม.9 ต.มะรือโบออก จึงสั่งระดมกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 1 เมตร กว้าง 1.80 เมตร และมีซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 20 กก.จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟยาวเข้าไปในป่ารกทึบริมทาง ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และห่างไปประมาณ 20 เมตร พบรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน กค 3797 นราธิวาส ตกลงไปอยู่ในคูน้ำ
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 นาย คือ พ.ต.สมรรถชัย แปลงสาย รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 31, ร.อ.อดิศวร คำช่วย ผบ.ร้อย. ร.15112 ฉก.นราธิวาส 31, ส.อ.ศิริชัย ตรีสัตย์ และ ส.อ.ธีรพงศ์ บุญตาม ทหารที่ร่วมเดินทางมาด้วย ได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลเจาะไอร้องไปก่อนหน้าแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.สมรรถชัย รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 ได้นั่งรถยนต์ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ภายในกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมีผู้ใต้บังคับบัญชานั่งมาด้วยกัน รวม 6 นาย เพื่อเดินทางไปร่วมตรวจสอบเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม.79 ยิงถล่มฐานชุดพัฒนาสันติที่ 31-6 และร่วมตรวจสอบเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหาร ร.อ.นฤชา บุญตาม ผบ.ร้อย ร.15112 ฉก.นราธิวาส 31 และขณะที่รถยนต์ของ พ.ต.สมรรถชัย รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 แล่นผ่านจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นถนนสายทางลัดไปยังที่ตั้งฐานชุดพัฒนาสันติที่ 31-6 นั้น ได้มีคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้กลางถนนจนเกิดระเบิดขึ้น ในขณะที่ พ.ต.สมรรถชัย พร้อมพวกนั่งรถยนต์ผ่านแต่ขับคนละเลน จนอานุภาพของระเบิดทำให้รถยนต์ที่ พ.ต.สมรรถชัย พร้อมพวกนั่งมาตกลงไปในคูน้ำอย่างแรงจน พ.ต.สมรรถชัย และพวกอีก 2 นาย ศีรษะไปกระแทกกับห้องโดยสารได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ต่อมาเวลา 12.00 น.ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเหตุคนร้ายวางระเบิด พ.ต.สมรรถชัย รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 อยู่นั้น ได้เกิดระเบิดดังขึ้นอีก 1 ลูก ซึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 200 เมตร โดยคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ไปวางซุกไว้ในกอหญ้าริมถนน แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บและจุดดังกล่าวนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายซุกระเบิดไว้เพื่อจุดชนวนดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ แต่ระเบิดไม่ทำงาน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้นำรถยนต์ตัดสัญญาณแล่นผ่าน จึงทำให้คณะเจ้าหน้าที่ที่ร่วมเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด
manager.
โจรใต้ยิงเอ็ม 79 ใส่ฐานทหารปัตตานีเจ็บ 5 นาย
28 กรกฎาคม 2554 21:19 น.
ปัตตานี - คนร้ายไม่ทราบจำนวนยิงเอ็ม 79 ใส่ฐานทหารร้อย ร.8022 ฉก.ปัตตานี 21 อ.ยะรัง ทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยะรัง และนำส่งต่อโรงพยาบาลปัตตานีในเวลาต่อมา
วันนี้ (28 ก.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น.พ.ต.อ.ต่วยเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายยิงถล่มฐานปฏิบัติการ ร้อย ม.8142 ฉก.ปัตตานี 21 ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-ยะลา ม.1 ต.เมาะมาวี นำกำลัง 3 ฝ่ายเข้าไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ภายในฐาน พบสภาพบ้านพักของเจ้าหน้าที่ถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 นายถูกนำส่งโรงพยาบาลยะรัง ทราบชื่อ
1.ส.อ.ณัฐพงศ์ จุลเจิม อายุ 27 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าตามลำตัวและศีรษะหลายแห่งอาการสาหัส แพทย์ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี เป็นการด่วน
2.ส.อ.วุฒิพงศ์ มุขรัตน์ อายุ 31 ปี
3.ส.อ.กำพล แสนศิริ อายุ 25 ปี
4.พลฯนิพนธ์ หอมแสง อายุ 21 ปี
5.พลฯนิคม โนวะ อายุ 23 ปี ถูกสะเก็ดที่ลำตัวและใบหน้าอาการปลอดภัย
สอบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังพล จำนวน 20 นายกำลังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยที่ด้านหน้าฐานได้ตั้งจุดตรวจตลอด 24 ชั่วโมง ระหว่างที่ สอ.ณัฐพงศ์ เดินกลับเข้าไปภายในบ้านพัก ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบเข้ามาด้านหลังซึ่งเป็นป่าและมืด แล้วใช้อาวุธปืนยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 ยิงเข้าไปในฐาน จำนวน 2 ลูก และระเบิดเพียงลูกเดียวและตกใส่บ้านพักของ ส.อ.ณัฐพงศ์ อย่างจังทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ส่วนคนอื่นอยู่บริเวณที่เกิดเหตุจึงถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บเช่นเดียวกัน หลังเกิดเหตุ ร.ต.อรรถพล สีหานารินท์ ผบ.หมวด ร้อย ม.8142 นำกำลังเข้าปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุทันที เพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมหมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์ เพราะเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายได้ลอบวางระเบิดทหารเจ็บ 2 นาย
manager.
โจรใต้ยิงทหารสาหัส 1 นายที่บาเจาะขณะวิ่งออกกำลังกาย
28 กรกฎาคม 2554 21:26 น.
นราธิวาส - คนร้ายพกปืนอาก้าขึ้นรถ จยย.ตามไล่ยิงกลุ่มทหารซึ่งกำลังวิ่งออกกำลังกายข้างฐานปฎิบัติการซึ่งเป็นที่เปลี่ยว โดยพันจ่าเอกปราชญ์ชนะชัย ไชยสิทธิ์ บาดเจ็บสาหัส
วันนี้ (28 ก.ค.) เมื่อเวลา 17.30 น. พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงเจ้าหน้าที่ทหารหมวดปืนเล็กที่ 1 ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะวิ่งออกกำลังบนถนนดินแดง หลังอาคารโรงเรียนตาดีกา บ้านจำปากอ ม.1 ต.บาเร๊ะเหนือ อ.บาเจาะ จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับ น.ท.รัฐโรจน์ อภิรัชช์รัศมี ผบ.ฉก.นราธิวาส 32
เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่า 2 ข้างทางเป็นพื้นที่เปลี่ยว มีปลอกกระสุนปืนอาก้าตกอยู่บนถนนจำนวนกว่า 10 ปลอก พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนผู้บาดเจ็บเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลบาเจาะไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ พันจ่าเอกปราชญ์ชนะชัย ไชยสิทธิ์ อายุ 40 ปี มีบาดแผลถูกกระสุนปืนอาก้าที่บริเวณลำตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จำนวน 3 นัด อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพันจ่าเอกปราชญ์ชัยชนะ และผู้ใต้บังคับบัญชาอีก 2 นาย ได้ร่วมกันไปวิ่งออกกำลังกายบนถนนสายดังกล่าวซึ่งอยู่ข้างฐานเป็นประจำทุกวัน เมื่อถึงที่บริเวณเปลี่ยวได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ตามไล่หลังมา เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้เข้าประชิดให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนสงครามอาก้าออกมายิงใส่กลุ่ม พันจ่าเอกปราชญ์ชนะชัยและพวก จำนวนกว่า 10 นัดซ้อน
เมื่อถูกกระสุนปืน พันจ่าเอกปราชญ์ชนะชัย ล้มทั้งยืน ส่วนผู้ใต้บังคับบัญชาอีก 2 นาย ได้วิ่งหนีไปหลบที่กำบัง แล้วคนร้ายได้รีบขี่รถหลบหนีไป ผู้ใต้บังคับบัญชาจึงได้ประสานไปยังฐานเพื่อขอสนับสนุนรถยนต์นำตัว พันจ่าเอกปราชญ์ชนะชัย ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลบาเจาะดังกล่าว
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เนื่องจากพันจ่าเอกปราชญ์ชัยชนะ เป็นทหารที่เข้ากับมวลชนในพื้นที่ได้ดี กลุ่มคนร้ายจึงวางแผนดักสังหาร เพื่อเป็นการตัดตอนการสร้างมวลชน และเป็นการข่มขวัญไม่ให้ชาวบ้านร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทางการในทางอ้อมด้วย
manager.
คนร้ายกราดยิง ตร.ดับ 2 นายบนถนนสายปัตตานี-หาดใหญ่
27 กรกฎาคม 2554 15:07 น.
ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายกราดยิงตำรวจอย่างอุกอาจกลางถนนสายปัตตานี-หาดใหญ่ บริเวณ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย ตำรวจเชื่อคนร้ายวางแผนไว้ก่อนลงมือเพื่อสร้างสถานการณ์
วันนี้ (27 ก.ค.) เวลา 13.20 น. พ.ต.อ.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายปัตตานี-หาดใหญ่ ม.2 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.จีระวัฒน์ อุดมสุด รองผบก.พร้อมชุดพิสูจน์หลักฐาน พบผู้เสียชีวิตนอนตายคว่ำหน้าอยู่ริมฟุตปาท ทราบชื่อ จ.ส.ต.นริทร์ หัดเระ อายุ 39 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม 16 เข้าลำตัวหลายนัด
นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.หนองจิก ทราบชื่อ จ.ส.ต.นพดล หมานอะ อายุ 39 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าลำตัวอาการสาหัส แพทย์พยายามยื้อชีวิต แต่เนื่องจากเสียเหลือมากจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กธง 288 ปัตตานี ล้มข้างทาง และพบปลอกกระสุนเอ็ม 16 จำนวน 13 ปลอก และขนาด 9 มม.จำนวน 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และกระสุนยังถูกกระจกประตูรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ สีขาว ทะเบียน 7ฉ-9393 กทม.เสียหายด้วย
จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งสองเป็นตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ก่อนเกิดเหตุขณะขับรถจักรยานยนต์มาด้วยกัน เพื่อออกปฏิบัติหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ได้มีคนร้ายขับรถยนต์กระบะบาดหน้า คนร้ายที่อยู่ด้านหลังกระบะใช้อาวุธปืนกราดยิงจนเสียงดังสนั่นต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก ก่อนจะหลบหนีไป
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้สกัดปิดเส้นทางเข้าออกพร้อมตรวจค้นทันที เชื่อว่า คนร้ายน่าจะหลบอยู่ในพื้นที่โดยมีแนวร่วมให้ความช่วยเหลือ ส่วนคนร้ายน่าจะวางแผนมาก่อนแล้วรู้ความเคลื่อนไหวก่อนจะก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์
manager.
บึ้มชุด รปภ.ครูที่ปัตตานี ทหารสาหัส 2 นาย
27 กรกฎาคม 2554 11:59 น.
ปัตตานี - โจรใต้ยังเหิมลอบวางระเบิดชุดลาดตระเวน รปภ.ครู ชุดร้อย ร.8021 ฉก.ปัตตานี 21 ส่งผลให้มีทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปัตตานีว่า เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้ (27 ก.ค.) พ.ต.ท.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายชนบทสายปาซาวาเซ็ง-บ้านเกาะหวาย ม.2 ต.ปิตูมุดี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อนำกำลังพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปถึง พบเจ้าหน้าที่ทหารนอนได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย โดยมีเพื่อนทหารคอยดูแล จากนั้นจึงรีบนำส่ง รพ.ยะรัง ทราบชื่อคือ ส.อ.สุรพล ญาติยินดี อายุ 41 ปี และพลฯ ยุทธสิทธิ์ รัตนภักดี อายุ 21 ปี ทั้งสองถูกสะเก็ดระเบิดเข้าลำตัวและขาบาดเจ็บสาหัส แพทย์ได้ส่งตัวไปที่ รพ.ปัตตานีเพื่อทำการผ่าตัด
ในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดอยู่ริมถนนกว้าง 40 ซม. มีสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ และมีสายไฟลากยาวเข้าไปในป่า จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากสอบสวนทราบว่า ทหารชุดดังกล่าวสังกัด ร้อย ร.8021 ฉก.ปัตตานี 21 ก่อนเกิดเหตุ ขณะขับรถ จยย.3 คัน รวม 6 นาย กลับมาจากดูแลความปลอดภัยครู ปรากฏว่าเมื่อถึงที่เกิดเหตุได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มในป่าข้างทางได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัมที่วางซุกไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บทันที 2 นาย ในขณะที่กำลังที่เหลือได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อป้องกันคนร้ายก่อเหตุซ้ำ
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุในรัศมี 500 เมตร แต่ไร่วี่แววคนร้าย โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่ซึ่งหมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์
manager.
โจรใต้บึ้มรางรถไฟ 2 ลูกแถมวางระเบิดเหยียบอีก 2 จุด จนท.กู้ได้
27 กรกฎาคม 2554 11:17 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุระเบิด 2 จุดบนรางรถไฟในพื้นที่ระแงะ นราธิวาส ขณะที่ จนท.สามารถกู้ระเบิดแบบเหยียบได้อีก 2 ลูกที่คนร้ายวางดักไว้ขณะที่ขบวนรถไฟทั้งขาขึ้นและขาล่องต้องหยุดให้บริการชั่วคราว เพื่อเคลียร์เส้นทางจนกว่าจะได้รับยืนยันว่าปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นราธิวาสว่า วันนี้ (27 ก.ค.) เวลา 07.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นบนรางรถไฟในพื้นที่ ม.6 บ้านสโลว์กะแด๊ะ ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดกองวิทยาการพิสูจน์หลักฐาน และประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 38 เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรางรถไฟได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่หรือประชาชนได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อตรวจหาวัตถุต้องสงสัยบริเวณใกล้เคียง ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าทำการตรวจสอบได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นอีก 1 จุด ห่างจากจุดแรกประมาณ 150 เมตร โดยคนร้ายได้ซุกไว้ใต้รางรถไฟ ทำให้รางรถไฟได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
จากการตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย เจ้าหน้าที่พบระเบิดชนิดเหยียบที่คนร้ายซ่อนไว้บริเวณรางรถไฟอีก 2 ลูก เจ้าหน้าที่จึงทำการเก็บกู้โดยใช้ปืนฉีดน้ำยิงทำลาย
ด้านนายมานพ เหมือนปรีชา นายสถานีรถไฟตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุระเบิดขึ้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ประสานให้รถไฟหยุดวิ่งชั่วคราว เพื่อรดตรวจสอบความปลอดภัยของเส้นทาง ตลอดจนซ่อมแซมรางรถไฟที่ชำรุด ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่รถไฟขาขึ้นเส้นทางสุไหงโก-ลก - สุราษฎร์ธานี ต้องหยุดให้บริการที่สถานีรถไฟตันหยงมัส ส่วนรถไฟสายใต้ทั้งรถเร็ว รถด่วนและรถท้องถิ่นสายพัทลุง ต้องให้บริการถึงสถานีรถไฟยะลา เพื่อรอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการซ่อมรางรถไฟจนแล้วเสร็จและจนกว่าจะแน่ใจในความปลอดภัยระหว่างเส้นทาง
manager.
โจรใต้บุกยิงเจ้าของร้านไอศกรีมอดีตทหารพรานสาหัสที่บาเจาะ
26 กรกฎาคม 2554 18:23 น.
นราธิวาส - คนร้ายจำนวน 2 คน บุกยิงเจ้าของร้านไอศกรีมและลูกชิ้นปิ้งใน อ.บาเจาะ อดีตเคยเป้นทหารพรานได้รับบาดเจ็บสาหัส คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่
เมื่อเวลา 13.40 น.วันนี้ (26 ก.ค.) พ.ต.ท.มงคล บัวจันทร์ สวญ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงที่ร้านจำหน่ายไอศกรีมและลูกชิ้นปิ้ง ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 2/9 ม.6 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ที่บริเวณพื้นหน้าร้าน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บพลเมืองดีนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลบาเจาะไปก่อนหน้าแล้ว จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆ ของคนร้าย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ทราบชื่อคือ นายมะซอรี กะนา อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านไอศกรีม และเป็นอดีตอาสาสมัครทหารพรานกรมทหารพรานที่ 46 มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดที่บริเวณขาซ้ายและขาขวา รวม 2 นัด อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน แล้วคนร้ายทั้ง 2 ได้เดินเข้าไปในร้านสั่งไอศกรีม และลูกชิ้นปิ้งมานั่งรับประทาน ต่อมา 1 ใน 2 คนร้ายได้เดินมาสตาร์ท รถจักรยานยนต์ที่จอดหน้าร้าน แล้วคนร้ายที่อยู่ในร้านทำทีเรียกนายมะซอรี ให้เก็บเงิน และในระหว่างที่นายมะซอรีเดินไปหยิบรายการอาหารที่ 2 คนร้ายสั่งนั่งรับประทาน คนร้ายที่อยู่ในร้านได้ชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดยิงใส่นายมะซอรี จำนวน 2 นัดซ้อน จนล้มลงนอนกับพื้น แล้วคนร้ายได้วิ่งไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่เพื่อนสตาร์ทเครื่องรอขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนสาเหตุในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ เนื่องจากเมื่อปี พ.ศ.2553 นายมะซอรี ตอนเป็นอาสาสมัครทหารพราน เคยถูกคนร้ายลอบดักสังหารมาแล้ว 1 ครั้ง
manager.
บึ้ม! อส.ชุดคุ้มครองครูเมืองยะลาสาหัส 2 - ครูเจ็บ 5 ราย
25 กรกฎาคม 2554 10:31 น.
เวลา 08.15 น.วันนี้ (25 ก.ค.) ร.ต.ท.กฤชพิชญ์ พิชญนิตินัย ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิด ที่ปากทางเข้าบ้านลิมุด หมู่ที่ 3 ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครอำเภอเมืองยะลาและคณะครูได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้น พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก. พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก. พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.โฆษิต เบญจกุล สวป.จ.ส.อ.อดิศักดิ์ ทับเที่ยง ปลัดป้องกันอำเภอเมืองยะลา สนธิกำลังรุดไปที่เกิดเหตุห่างจากเขตเทศบาลนครยะลา 200 เมตร
พบว่าบริเวณโคนเสาป้าย ชื่อถนนดารุสลาม ทางเข้าหมู่บ้าน มีหลุมระเบิดลึก 70 ซม. กว้าง 1 เมตร สะเก็ดระเบิดจำพวกเหล็กเส้นตัด โซ่รถจักรยานยนต์ วงจรอิเล็กทรอนิกส์วิทยุสื่อสาร เศษกล่องเหล็กกระจัดกระจาย ห่างไปเล็กน้อยพบจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของเจ้าหน้าที่ อส.ล้มตะแคงอยู่ 1 คัน ส่วนผู้บาดเจ็บทราบว่าเป็น อส.และคณะครู รวมจำนวน 7 ราย
เบื้องต้นทราบชื่อมี อส.อุสมาน มะเซ็งบางี อายุ 23 ปี, อส.ปรีชา มะยุ อายุ 37 ปี, นางจินตนา บุญสนอง อายุ 53 ปี, นางศิริษา นวภัทรวงศ์ อายุ 36 ปี, นางวัชรี ปูชพันธ์ อายุ 59 ปี, นางกัลยา บุญยอด อายุ 53 ปี และว่าที่ ร.ต.หญิง สุวนันท์ สุวรรณรัตน์ อายุ 30 ปี 5 รายหลังเป็นคณะครู โรงเรียนบ้านลิมุด มีอาการหูอื้อบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ อส.อำเภอเมืองยะลาจำนวน 4 นายใช้จักรยานยนต์เป็นยานพาหนะทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยโดยนำคณะครูเดินทางเข้าสู่โรงเรียนตามปกติ จังหวะที่ อส.อุสมาน มะเซ็งบางี ขับขี่รถจักรยานยนต์นำหน้า มี อส.ปรีชา มะยุ ซ้อนท้ายเลี้ยวหัวรถเข้าไป จู่ๆ ได้เกิดระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหวดังกึกก้องไปถึงศูนย์ราชการในย่านดังกล่าวทำให้ประชาชนตกใจแตกตื่น
ปรากฏว่า อส.อุสมาน กับ อส.ปรีชา ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคณะครูที่ขับขี่จักรยานยนต์ติดตามไปห่างๆ หูอื้อตกใจไปตามๆ กัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายแอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักราว 5 กก.ใส่กล่องเหล็กมาฝังไว้ตอนกลางดึกขณะฝนตกพรำ แล้วให้อีกชุดนั่งซุ่มที่ศาลาที่พักริมทางฝั่งตรงข้าม รอจังหวะให้ อส.นำคณะครูเข้ามาแล้วใช้ความถี่คลื่นวิทยุจุดชนวนให้ระเบิดเกิดขึ้นดังกล่าว
manager.
คนร้ายแต่งฮิญาบยิงถล่มป้อม ชรบ.เจาะไอร้องเจ็บ 3 นาย
25 กรกฎาคม 2554 10:06 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายแต่งตัวเหมือนหญิง ใส่ชุดฮิญาบขับรถยนต์กระบะ ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มป้อมจุดตรวจ ชรบ.บริเวณสถานีรถไฟเจาะไอร้อง เป็นเหตุให้ อส.และ ชรบ.บาดเจ็บสาหัส 3 นาย
เมื่อเวลา 18.30 น.วานนี้ (24 ก.ค.) พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายแต่งกายชุดฮิญาบปกปิดใบหน้าคล้ายผู้หญิงนั่งรถยนต์กระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่ป้อมจุดตรวจ ชรบ.ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าสถานีรถไฟเจาะไอร้อง ม.1 บ้านเจาะไอร้อง อ.เจาะไอร้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.ต.เนติธร วัตตธรรม รอง หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบป้อมจุดตรวจ ชรบ.มีร่องรอยถูกกระสุนปืนของคนร้ายเป็นรูพรุน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนๆ ได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลเจาะไอร้องไปก่อนหน้าแล้ว ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และอาก้า จำนวนกว่า 30 นัด ตกอยู่ที่บริเวณกลางถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ทราบชื่อ คือ 1.อส.อับดุลเลาะ เจ๊ะเต็ง อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141/1 ม.1 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส โดยถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณศีรษะ 1 นัด ลำตัว 1 นัดและขาขวาอีก 1 นัด 2.นายเกรียงไกร อาชาติวัตร อายุ 24 ปี ซึ่งเป็น ชรบ.เจาะไอร้อง ถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่ขาซ้าย 1 นัด และ 3.นายปัญญา อุสมาน อายุ 33 ปี ซึ่งเป็น ชรบ.เจาะไอร้องเช่นกัน ถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณสะโพกซ้าย 1 นัด และนิ้วก้อยซ้ายอีก 1 นัด ทั้ง 3 อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 4-5 คนแต่งกายชุดอิญาบปกปิดใบหน้าคล้ายผู้หญิง นั่งรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนเป็นยานพาหนะ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ อส.อำเภอเจาะไอร้องจำนวน 5 นาย และชุด ชรบ.จำนวน 5 นาย กระจายกำลังกันนั่งและเดิน รปภ.บ้านพักของชาวบ้านนั้น
คนร้ายได้นั่งรถยนต์กระบะแล่นผ่าน ให้คนร้ายที่นั่งกระบะหลัง จำนวน 3-4 คน ใช้อาวุธปืนสงคราม อาก้าและเอ็ม 16 ยิงใส่ป้อม ชรบ.จำนวนกว่า 30 นัด จนเจ้าหน้าที่ อส.และชุด ชรบ.รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ รปภ.สถานีรถไฟเจาะไอร้อง ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตอบโต้ใส่กลุ่มคนร้ายที่กำลังขับรถยนต์กระบะหลบหนี ทำให้รถยนต์กระบะของคนร้ายถูกกระสุนปืนได้รับความเสียหายที่บริเวณตัวถัง และคาดว่ากลุ่มคนร้ายถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บไปด้วย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่พบเจ้าหน้าที่ อส.และเจ้าหน้าที่ชุด ชรบ.ได้รับบาดเจ็บ จึงได้รีบนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลเจาะไอร้องดังกล่าว
manager.
ใต้ยังระอุ 2 อำเภอปัตตานีเกิดเหตุ 3 จุด ชาวบ้าน อส.บาดเจ็บ อดีตตำรวจดับ 1
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 กรกฎาคม 2554 10:18 น.
ปัตตานี - สถานการณ์ความไม่สงบรายวันเกิดเหตุยิงกันในเวลาไล่เลี่ยกัน 3 จุด ในพื้นที่ อ.หนองจิก และ อ.ปะนาเระ เป็นเหตุให้ชาวบ้าน และ อส.ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย และ ดาบตำรวจข้าราชการบำนาญเสียชีวิต 1 นาย
สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังระอุ รายแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 ก.ค. พ.ต.อ.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานีนำกำลังไปตรวจสอบเหตุยิงกันบนถนนสายชนบท ม.2 ต.ตุยง ไปถึงที่เกิดเหตุพบเพียงรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ล้มข้างทางและมีกองเลือด ส่วนคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลหนองจิก ทราบชื่อ นายนิบง ส่งเสริม อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/3 ม.4 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าขาขวา 1 นัดอาการปลอดภัย ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนอาก้า 7 ปลอก เอ็ม 16 จำนวน 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่าขณะที่ นายนิบง ขับรถจักรยานยนต์เพื่อจะไปเฝ้าบ่อกุ้งในพื้นที่ ต.บางเก่า ระหว่างทางถูกคนร้ายซุ่มยิง แต่โชคดีที่เร่งเครื่องหลบหนีรอดตายหวุดหวิด
อีกรายเวลา 18.30 น.วันเดียวกันพ.ต.อ.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายบ่อทอง-ยาบี ม.5 ต.ปุโละปุโย ไปตรวจสอบพบเพียงรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กตล 578 ปัตตานี และมีกองเลือดจำนวนมาก ส่วนคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลหนองจิก ชื่อ น.ส.พรเทพ รัตนะ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/1 ม.3 ต.ปุโละปุโย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าลำตัว 2 นัด ไหล่ขวา 2 นัดอาการสาหัส แพทย์ส่งต่อไปโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
สอบสวนทราบชื่อ น.ส.พรเทพ รัตนะ เป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ก่อนเกิดเหตุขณะที่ น.ส.พรเทพ ขับรถจักรยานยนต์กลับมาจากซื้อของในตลาด โดยมี น.ส.เสาวภา ชัยรัตน์ อายุ 36 ปี นั่งซ้อนท้ายมาด้วย มาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คนขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิงก่อนเร่งเครื่องหลบหนีไป เจ้าหน้าที่เชื่อทั้งสองเหตุการณ์น่าจะเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่ต้องการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐที่ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยจำนวน 4 รายที่ทำลายกล้องวงจรปิดริมถนนสาย 43 หาดใหญ่-ปัตตานี เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่เมื่อเวลา 20.00 น. พ.ต.อ.มานิตย์ ยิ้มซ้าย ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบริเวณร้านเสริมสวย ตั้งอยู่ ม.1 ต.ควน จึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด ทราบชื่อ ด.ต.เจริญ แก้วมณี อายุ 68 ปี ข้าราชการบำนาญ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าศีรษะ 1 นัด
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ผู้ตายเดินออกจากบ้านเพื่อจะไปรับภรรยา ซึ่งทำงานและรออยู่ที่ร้านเสริมสวย แต่ด้วยที่ผิดสังเกต ภรรยาจึงได้เดินกลับบ้านเอง ปรากฏว่าพบผู้ตายนอนเป็นศพถูกยิงเสียชีวิตแล้ว สาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อคนร้ายน่าจะเฝ้าดูผู้ตายเมื่อสบโอกาสจึงตามยิงจนเสียชีวิตเพื่อสร้างสถานการณ์
manager.
โจรใต้บุกยิง ชรบ.ตายที่ระแงะ ขณะตัดต้นทุเรียนในสวน
18 กรกฎาคม 2554 20:41 น.
นราธิวาส - คนร้ายลอบยิงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านกาบุ ต.ยี่งอ เสียชีวิต ขณะกำลังรับเหมาตัดต้นทุเรียน จนท.คาด เป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ที่ต้องการฆ่าคนของทางการ
วันนี้ (18 ก.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.ท.อรรฆพันธุ์ บัวสำลี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตภายในสวนผลไม้บ้านบาโงระนะ ม.6 ต.มะรือโบตก จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ในสวนผลไม้ ทราบชื่อคือ นายยาการียา ดาแม อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 ม.5 ต.ยี่งอ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านกาบุ ม.5 ต.ยี่งอ มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบชนิด และขนาดที่บริเวณหน้าอก จำนวน 3 นัด และห่างออกไปประมาณ 50 เมตร ซึ่งเป็นบริเวณใต้โคนต้นทุเรียน เจ้าหน้าที่พบกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ โดยมีเครื่องเลื่อยยนต์ จำนวน 1 เครื่องวางอยู่เช่นกัน ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆ ของกลุ่มคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลระแงะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้นั่งรถยนต์กระบะมาด้วยกัน 3 คน เพื่อเดินทางไปตัดต้นผลไม้ภายในสวนจุดเกิดเหตุ หลังจากที่ได้รับเหมาซื้อจากเจ้าของสวนแล้ว และในระหว่างที่ทั้ง 3 คน กำลังแยกย้ายกันตัดต้นผลไม้เพื่อนำไปใส่รถยนต์กระบะอยู่นั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนอาศัยความชำนาญพื้นที่แฝงตัวเข้าไปในสวน และได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ผู้ตายจำนวน 3 นัดซ้อน ขณะที่ผู้ตายกำลังใช้เครื่องเลื่อยยนต์ตัดต้นทุเรียน เมื่อถูกกระสุนปืนผู้ตายได้ทิ้งเครื่องเลื่อยยนต์ และพยายามฝืนวิ่งหลบหนีคนร้ายไปได้ประมาณ 50 เมตร ผู้ตายได้ล้มลงขาดใจตาย
ส่วนเพื่อนอีก 2 คน เมื่อได้ยินเสียงปืนจึงได้พากันวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าคนละทิศคนละทาง ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบุคคลทั้ง 2 ยังไม่ทราบว่าวิ่งหลบหนีคนร้ายไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใด ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อลอบดักสังหารคนของทางการรายวัน
manager.
โจรใต้ซุกระเบิด-ซุ่มยิงซ้ำปะทะทหารพรานยะลาเจ็บ 4 นาย
16 กรกฎาคม 2554 21:12 น.
ยะลา - คนร้ายซุกระเบิดที่คอสะพานจุดชนวน เมื่อทหารชุดปฎิบัติการเดินทางกลับจากทำรั้วบ้านให้กับเพื่อน และซุ่มยิงซ้ำจนเกิดการยิงปะทะกันทั้ง 2 ฝ่ายพื้นที่ ต.บาลอ อ.รามัน หลังเสียงปืนสงบลงพบมีทหารบาดเจ็บ 4 นาย
วันนี้ (16 ก.ค.) เวลา 17.00 น. พ.ต.อ.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย ผกก.สภ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 สภ.รามัน ว่าเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและซุ่มยิงรถยนต์เจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุดพัฒนาสันติ 41-5 ที่ บริเวณคอสะพานบ้านสุแปะ ถนนสายบาลอ - ท่าเรือ หมู่ที่ 4 ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังบริเวณจุดที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 12 อ.รามัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD-ARMY) และฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นบริเวณคอสะพาน เจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลุมระเบิดกว้าง 1 เมตร ลึก 50 เซนติเมตร ห่างกันเพียงเล็กน้อยพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ ไมท์ตี้-เอ็กซ์ สีน้ำเงินเข้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพรถยนต์ด้านซ้ายถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหาย ยางหน้าแตกไม่สามารถใช้งานได้
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อนทหารพรานนำตัวส่งโรงพยาบาลรามัน และ ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อ 1.อส.ทพ.ธีรศักดิ์ พลสวัสดิ์ อายุ 27 ปี มีบาดแผลถูกยิงและสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณขาซ้ายและบริเวณใบหน้า 2.อส.ทพ.ประชา โพธิ์ธาราม อายุ 27 ปี มีบาดแผลที่บริเวณขาซ้าย 3.อส.ทพ.สมเกียรติ จันทรุพันธ์ อายุ 50 ปี มีบาดแผลที่บริเวณลำตัวและบริเวณขา 4.อส.ทพ.สุทัศน์ คำนึงพญาดร อายุ 23 ปี มีบาดแผลที่บริเวณลำตัว ทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุดพัฒนาสันติ ที่ 41- 5 กรมทหารพรานที่ 41 ประจำฐานปฏิบัติการโรงเรียนบ้านสะโต หมู่ที่ 5 ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา
จากการสอบสวนทราบว่าทหารพราน ชุดดังกล่าว ขับรถยนต์มาจากการสร้างรั้วบ้านของเพื่อนทหารในพื้นที่ ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส จำนวน 5 นาย ขณะจะเดินทางกลับฐานปฏิบัติการ เมื่อขับรถยนต์มาถึงบริเวณดังกล่าว คนร้ายได้จุดระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม ที่ฝังไว้ใต้คอสะพานทำให้ระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว และคนร้ายยังใช้อาวุธสงครามยิงเข้าใส่จำนวนหลายชุดจนเกิดการปะทะกันขึ้นประมาณ 10 นาที
หลังเสียงปืนสงบลงมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 4 นาย และได้มีการเรียกกำลังเสริมเพื่อเข้ามาช่วยเหลือ และ นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
manager.
เหตุยิงกลางตลาดปะนาเระ จนท.รู้ตัวคนร้ายแล้ว
15 กรกฎาคม 2554 23:01 น.
ปัตตานี - เหตุคนร้ายยิงกลางตลาดนัดบ้านกลาง อ.ปะนาเระ ล่าสุดเจ้าหน้าที่รู้ตัวคนร้ายแล้ว โดยตั้งไว้ 2 ประเด็น คือเรื่องส่วนตัวและสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ หลังสืบทราบว่าผู้เสียชีวิตเคยมีเรื่องบาดหมางกับวัยรุ่นในพื้นที่
วันนี้(15 ก.ค.) ชุดสืบสวนสอบสวน เปิดเผยเหตุยิงประชาชนขณะจับจ่ายซื้อของในตลาดนัดบ้านกลาง ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะมีความเชื่อมโยง 2 ประเด็น คือ เรื่องส่วนตัวระหว่างผู้ตายกับคู่กรณี ที่ก่อนหน้านี้ได้เกิดมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่และมีการอาฆาตกัน และเรื่องสร้างสถานการณ์ คือ การสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อ 3 วันที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วม ว่าจะก่อเหตุทำร้ายผู้บริสุทธิ์เพื่อแก้แค้นให้กับครูรับจ้างสอนศาสนาที่ถูกยิงเสียชีวิตในพื้นที่ ต.พ่อมิง อ.ปะนาเระ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยคนร้ายได้ปล่อยข่าวว่าการกระทำดังกล่าวเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงก็ยังไม่สามารถระบุได้ในตอนนี้ ซึ่งจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนให้แน่ชัดอีกครั้ง
ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุนั้น เบื้องต้นรู้ตัวคนร้ายแล้ว เนื่องจากช่วงเกิดเหตุมีพยานเห็นเหตุการณ์จำนวนมาก ซึ่งพยานบางส่วนได้เข้ามาให้ข้อมูลบ้างแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ จะได้นำรูปภาพแฟ้มผู้ต้องให้พยานชี้ดูว่าตรงกับคนร้ายที่ก่อเหตุหรือไม่
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อลำดับเหตุการณ์พบว่าคนร้ายได้มีการวางแผนไว้ก่อน โดยการแยกกันเดินและปะปนกับกลุ่มชาวบ้าน เมื่อสบโอกาสจึงชักอาวุธปืนจ่อยิง นายวรพจน์ ผู้เสียชีวิตก่อน จากนั้นจึงหันกระบอกปืนยิงนายรงค์ และนายเจริญ แล้วจึงวิ่งหลบหนีไป
manager.
โจรใต้ป่วนวางระเบิดรถทหารพังยับ ไร้เจ็บ-ตาย
14 กรกฎาคม 2554, 21:15 น.
โจรใต้ป่วนกดระเบิดพังรถทหารสังกัด ร้อย ร.2033 ฉก.นราธิวาส 35 ขณะแล่นกลับฐาน พื้นที่ อ.แว้ง สภาพด้านขวาถูกสะเก็ดระเบิดจนพรุนไปทั้งแถบ ล้อหน้าขวาแตก โชคดีไร้เจ็บ-ตาย ...
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 14 ก.ค. พ.ต.อ.เสน่ห์ จรรยาสถิต ผกก.สภ.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร.2033 ฉก.นราธิวาส 35 บนถนนบ้านกรือซอ หมู่ 4 ต.แว้ง อ.แว้ง จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิด เหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.447 และจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส พบหลุมระเบิดริมถนน ลึก 2 ฟุต กว้าง 3 ฟุต มีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องแบบเคโม ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก.จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ ที่ลากสายไฟฟ้าเข้าไปในป่ารกทึบยาว 100 เมตร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 400 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีบรอนซ์ ทะเบียน บต-7816 ปัตตานี ที่อยู่ในสภาพถูกอานุภาพของระเบิดได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะด้านขวาของตัวรถ ถูกสะเก็ดระเบิดจนพรุนไปทั้งแถบ จนล้อหน้าขวาแตก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนทราบ ว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ท.กฤษณะ ยะลาวงศ์ ผบ.ร้อย ร.2033 ฉก.นราธิวาส 35 ได้นำกำลังรวม 4 นาย นั่งรถยนต์ออกจากฐาน เพื่อไปประชุมที่ฐานปฏิบัติการณ์ ฉก.นราธิวาส 35 ที่ อ.สุคิริน เมื่อแล้วเสร็จ ร.ท.กฤษณะ และลูกน้องได้นั่งรถยนต์กลับฐานที่ตั้งในพื้นที่ อ.แว้ง เมื่อถึงที่เกิดเหตุคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้น ขณะที่รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหารแล่นผ่าน ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายจนล้อยางหน้าขวาแตก แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ร.ท.กฤษณะ จึงสั่งพลขับให้รีบประคองรถขับออกจากจุดเกิดเหตุ เกรงคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทางจะใช้อาวุธปืนสงครามยิงซ้ำ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ.
thairath.
บึ้มถล่ม “ฮัมวี่” ทหาร รปภ.ครูเบตงเจ็บ 5 นาย
12 กรกฎาคม 2554 19:40 น.
ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดน้ำหนัก 15 กก.ถล่มรถยนต์ “ฮัมวี่” ทหาร ฉก.ยะลา 16 ชุดรักษาความปลอดภัยครู บนถนนสายยะลา-เบตง ทำให้ทหารบาดเจ็บ 5 นาย เจ้าหน้าที่คาดฝีมือทีมงาน “อุสตาซโซ๊ะ”
เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ (12 ก.ค.) ร.ท.สุชิน วังชิ้น ผบ.ร้อย.ม.3 ฉก.ยะลา 16 ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร บนถนนสาย 410 ยะลา-เบตง (สายเก่า) หมู่ 3 บ.กม.36 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ทำให้ทหารบาดเจ็บ 5 นาย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตชด.445 เบตง
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดบริเวณคอสะพานบ้าน กม.36 กว้างประมาณ 1 เมตร พบรถฮัมวี่ของ ชุด รปภ.ครูโรงเรียนบ้านใหม่วันครู พลิกตะแคงรอบๆ พบร่างทหารนอนร้องครวญครางอยู่ข้างรถฮัมวี่จำนวน 5 นาย ทราบชื่อ คือ จ.ส.อ.สำรวย พิมพ์โมธี อายุ 45 ปี ส.อ.แดง ปรงสมัย อายุ 25 ปี ส.ท.ภัทรพงษ์ ยะแก้ว อายุ 23 ปี พลฯวีรพงษ์ ยั่งยืน อายุ 21 ปี และ พลฯวิกรม พรเมือง อายุ 21 ปี ซึ่งทั้งหมดเป็นทหารร้อย ม.3 พัน 135 ฉก.ยะลา 16 จึงได้ให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ภัยเบตงและหน่วยกู้ภัยตำบลอัยเยอร์เวงนำร่างผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลเบตง
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ จ.ส.อ.สำรวย พิมพ์โมธี พร้อมพวกจำนวน 8 นาย โดยมี รถจักรยานยนต์นำหน้า 1 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร 2 นาย และตามด้วยรถฮัมวี่ มีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่ประจำรถจำนวน 4 นาย และมีรถจักรยานยนต์ตามหลังอีก 1 คัน 2 นาย ออกจากฐานปฏิบัติการที่วัด กม .29 ม.3 ต.อัยเยอร์เวง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 7 กิโลเมตรและห่างจากสถานีตำรวจภูธรอัยเยอร์เวงเพียง 300 เมตร ปฏิบัติภารกิจดูแลรักษาความปลอดภัยให้คณะครูและประชาชนในพื้นที่ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวบริเวณคอสะพานทำให้รถฮัมวีและทหารที่นั่งมากับรถรวมทั้งทหารที่ขับขี่รถจักรยานยนต์นำหน้าต่างกระเด็นไปคนละทิศละทาง หลังจากนั้นชุดที่ถูกลอบวางระเบิดตั้งสติได้จึงวิทยุขอความช่วยเหลือดังกล่าว
เจ้าหน้าที่คาดว่า คนร้ายมีจำนวน 6 คน และมานั่งดักรอเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนล่วงหน้า รปภ.ครู ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 15 ก.ก. จุดชนวนด้วยระบบแบตเตอรี่ ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของ นายอิสมาแอล ระยะหลง หรืออุสตาซโซ๊ะ แกนนำระดับสั่งการ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของนายอิสมาแอล แกนนำก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อ.บันนังสตา, อ.ธารโต และ อ.เบตง จ.ยะลา
manager.
โจรใต้ลวงบึม จนท.เจ็บ11 ระเบิดฝังสวนยาง
11 กรกฎาคม 2554, 08:45 น.
โจรใต้ลอบวางบึมภายในสวนยาง ชาวบ้านเดินมาเหยียบได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เหยียบระเบิดซ้ำ เจ็บระนาว 11 คาดสร้างสถานการณ์รายวัน...
เมื่อเวลา 07.15 น. 11 ก.ค. พ.ต.ท.ภูไชยวัฒน์ นทีรัตน์ สวญ.สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา รับแจ้งจากทหารฉก.ยะลา 12 ว่า มีชาวสวนยางเหยียบกับระเบิดคนร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บ้านทุ่งขมิ้น ม.3 ต.ตะโละหะลอ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ต.ประเทือง สุวรรณชาตรี สวป.สนธิกำลังทหาร และฝ่ายปกครองรุดไปสอบสวน ที่เกิดเหตุอยู่ภายในบริเวณสวนยางพารา ติดทางหลวงสาย 4017 (รามัน-สามแยกตะโละหะลอ) พบเลือดหยดเป็นทาง เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความระมัดระวังในการเข้าตรวจสอบ เพราะเกรงจะมีกับระเบิดฝังดักไว้ในบริเวณใกล้ๆ อีก
ต่อมาพบว่าจุดระเบิดอยู่บริเวณทางเดินกรีดยางพาราใกล้โคนต้นยาง และใกล้กันมีหลุมลึก 1.5 ฟุต กว้างกว่า 2 ฟุต เศษเหล็กสะเก็ดระเบิด แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กระจัดกระจาย ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อนายสุนทร มณีสังข์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115/6 ถนนสิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา บริเวณขาขวาเละ ทหารได้นำส่งรพ.รามัน แต่แพทย์ต้องส่งต่อไปยังรพ.ศูนย์ยะลา
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายสุนทรเดินทางเข้าไปกรีดยางพาราในสวนดังกล่าว แล้วเดินไปเหยียบกับระเบิด ซึ่งคาดว่าพวกคนร้ายกลุ่มก่อความไม่สงบได้แอบมาฝังไว้ เป็นเหตุให้เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ขาขวานายสุนทรเละ ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการก่อกวนของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบพยายามก่อเหตุใน สวนยางพาราชาวไทยพุทธ เพื่อสร้างอิทธิพลข่มขู่ให้เจ้าของสวนยางพาราเกิดความกลัวจะได้อพยพโยกย้ายหนีออกไป
ต่อมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกำลังกระจายกันเข้าตรวจสอบรอบ ๆ ที่เกิดเหตุ ได้เดินไปเหยียบกับระเบิดของคนร้ายซ้ำซ้อนกันอีก 2 ลูก เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 11 ราย มี ร.ต.ต.สมพร สุขสะอาด ส.ต.ท.สุริยา ใสเนตร ส.ต.อ.สมควร จรรยากร ร.ต.ท.ไพศาล พิมพ์ทอง ร.ต.ต.สว่าง มาลัย ด.ต.นิพนธ์ ชูมณี ด.ต.สถาพร เสือชาวนา ส.ต.ท.สมเกียรติ เตยแก้วส.ต.ต.อดิศักดิ์ อ่อนรอด ส.อ.ธีรยุทธ จันทร์สว่าง และ ส.อ.บรรพต จันทร์ใจ ปรากฏว่า 3 รายแรกอาการสาหัสต้องขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์บินไปส่ง รพ.มอ.หาดใหญ่
thairath.
คนร้ายซ้อน จยย.จ่อยิงครูปอเนาะดับก่อนถึงโรงเรียน
9 กรกฎาคม 2554 11:18 น.
ยะลา - คนร้ายก่อเหตุยิงครูโรงเรียนปอเนาะขณะเดินทางเพื่อไปสอนนักเรียนในวันหยุด กระสุนปืนถูกร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส กระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา
วันนี้ (9 ก.ค.) เวลา 07.20 น. ร.ต.ท.ประภาส ทองมา ร้อยเวร สภ.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งเหตุ มีผู้ถูกยิงที่หน้าตลาดนัดวันเสาร์บ้านลำใหม่ หมู่ที่ 1 ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รอง ผกก.ป.สนธิกำลังตำรวจทหารเดินทางไปสอบสวน ที่เกิดเหตุ อยู่บนถนนสาย 409 (ยะลา - สามแยกนาเกตุ) พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าหมายเลขทะเบียน กนบ. 423 ยะลา ล้มอยู่ริมถนนมีเลือดกองอยู่
ส่วนผู้ถูกยิงทราบชื่อนายประหยัด ชูเพ็ชร อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125/1 หมู่ที่ 1 เขตเทศบาลตำบลลำใหม่ ถูกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดบริเวณกลางหลัง และ บริเวณศีรษะรวม 2 นัด อาการสาหัส ผู้ประสบเหตุได้นำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว ในที่เกิดเหตุไม่พบหลักฐานใด จึงได้ติดตามไปสอบสวนผู้บาดเจ็บปรากฏว่าแพทย์กำลังให้การช่วยเหลืออยู่ในห้องฉุกเฉิน
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายประหยัด ชูเพ็ชร เป็นครูสอนวิชาพลศึกษาที่ โรงเรียพัฒนาอิสลามวิทยา บ้านลำใหม่ ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขออกจากบ้านพักเดินทางไปโรงเรียน ขณะมาถึงบริเวณหน้าตลาดนัดวันเสาร์ก่อนถึงโรงเรียน 30 เมตร มีคนร้าย จำนวน 2 คน สวมเสื้อคลุมสีดำ ใช้รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ขับติดตามมาจากตลาดลำใหม่ จังหวะขับแซงซ้าย มือปืนที่ซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนออกจากเสื้อคลุมจ่อยิง ติดต่อกัน 2 - 3 นัด กระสุนถูกศีรษะและกลางหลังนายประหยัดจนหมดสติรถจักรยานยนต์ล้มลง ได้รับบาดเจ็บสาหัส
หลังก่อเหตุคนร้ายได้เร่งเครื่องมุ่งหน้าหลบหนีไปทาง บ้านทุ่งพลา ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เขตติดต่ออย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเป็นการสร้างสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่แพทย์ได้พยายามยื้อชีวิตไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แต่นายประหยัด ชูเพ็ชร ได้เสียชีวิตลง เพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
manager.
โจรใต้วางระเบิดที่รือเสาะ จนท.เก็บกู้ได้ 2 ลูก แต่พลาดลูกสุดท้ายเจ็บ 3 นาย
5 กรกฎาคม 2554 12:18 น.
นราธิวาส - เจ้าหน้าที่ทหารชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด เข้าเก็บกู้ระเบิดบริเวณภายในวัดสวนธรรม อ.รือเสาะ ได้จำนวน 2 ลูก แต่คนร้ายยังซุกลูกที่ 3 เอาไว้ทำให้เหยียบระเบิดทันที จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย แยกย้ายส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ 2 นาย และอีกนายอาการสาหัส ข้อเข้าหวิดขาดถูกนำส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์หาดใหญ่
เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. (4 ก.ค.) ร.ต.ท.อุกฤษ สังฆะมณี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุเจ้าหน้าที่ทหารชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ชุด ฉก.นราธิวาส 30 เหยียบกับระเบิดของคนร้ายได้รับบาดเจ็บ 3 นาย เหตุเกิดบริเวณริมถนนสายรือเสาะ-จะกว๊ะ ช่วงบริเวณบ้านสาวอ ม.3 ต.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ท.มานิตย์ เผ่าพงษ์จันทร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่รีบนำคนเจ็บทั้ง 3 นาย ส่งรักษาโรงพยาบาลรือเสาะ และจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดที่บริเวณริมถนน ลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก. จุดชนวนระเบิดแบบเท้าเหยียบ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 นาย ประกอบด้วย 1.ร.อ.ชา ศิวันยา หัวหน้าชุด ถูกระเบิดที่บริเวณข้อเท้าขวาหวิดขาด 2.จ.ส.อ.ประยงค์ อั้นเท่ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณตาทั้ง 2 ข้าง และ3. จ.ส.อ.ศิริรันทร์ ยาลุศร ถูกสะเก็ดระเบิดที่โหนกแก้มทั้ง 3 นายอาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัว ร.อ.ชา ไปรักษาที่โรงพยาบาล มอ.สงขลานครินทร์ ส่วนอีก 2 นาย แพทย์ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.อ.ชา หัวหน้าชุด ได้นำกำลังชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดออกจากฐาน ที่ตั้งอยู่ภายในวัดสวนธรรม อ.รือเสาะ เมื่อเดินทางไปตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยที่วางอยู่ใกล้โคนเสาไฟฟ้าริมถนนจุดเกิดเหตุ ร.อ.ชา และพวกสามารถเก็บกู้วัตถุระเบิดได้จำนวน 2 ลูก และในระหว่างที่ ร.อ.ชา หัวหน้าชุด กำลังเดินตรวจสอบวัตถุระเบิดที่คาดว่าน่าจะมีการตกค้างอยู่อีก เท้าของ ร.อ.ชา ได้เดินไปเหยียบระเบิดจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนทำให้ ร.อ.ชา และพวกได้รับบาดเจ็บ 3 นายดังกล่าว
manager.
นราฯป่วน 2 จุด บึ้มชุด รปภ.เส้นทาง-ซุ่มยิงรถขนหีบบัตร เจ็บ 2
3 กรกฎาคม 2554 18:33 น.
นราธิวาส - โจรใต้ป่วน 2 จุด บึ้มชุด รปภ.หน่วยขนหีบบัตรที่ อ.รือเสาะ โชคดีไร้เจ็บ และคนร้ายซุ่มยิงกรรมการหน่วยเลือกตั้ง ขณะขนหีบบัตรที่ไปส่งที่ว่าการ อ.ศรีสาคร เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย
เมื่อเวลา 15.30 น.วันนี้ (3 ก.ค.) พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.เส้นทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ขนหีบบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง บนถนนในหมู่บ้านสะโล ม.7 ต.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบว่า ที่บริเวณริมถนนที่รกทึบริมทาง ซึ่งห่างจากโรงเรียนต้นตันหยง ประมาณ 500 เมตร มีหลุมลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.อ.เอกราช ช่วยนาเกตุ ผบ.ร้อย ร.15311 ฉก.นราธิวาส 30 ได้ร่วมสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ทพ.4610 กรมทหารพรานที่ 46 จำนวน 30 นาย ได้เดินเท้าลาดตระเวนเพื่อวางกำลังรายทาง ในการ รปภ.เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 7 และ 8 ซึ่งใช้สถานที่อาคารโรงเรียนต้นตันหยง ในการขนหีบบัตรลงคะแนนเสียงกลับที่ตั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่เดินผ่านจุดเกิดเหตุ คนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากรัศมีการทำลายล้างของระเบิดได้แพร่เข้าไปในป่า
ส่วนเมื่อเวลา 17.15 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ดักซุ่มยิงใส่รถยนต์ขนหีบบัตรของหน่วยเลือกตั้งที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 4 บนถนนในหมู่บ้านไอร์แตแต ม.5 ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร ขณะขนหีบบัตรไปส่งที่ว่าการ อ.ศรีสาคร ส่งผลทำให้กรรมการหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือ 1.นางบุญทิ้ง วันทองสังข์ ส่วนคนที่ 2 ยังไม่ทราบชื่อ ซึ่งขณะนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลศรีสาครในเบื้องต้นแล้ว
ทั้ง 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบและความปั่นป่วนในช่วงเลือกตั้ง
manager.
โจรใต้บึ้มคาร์บอมบ์ ขณะ จนท.เข้าตรวจสอบเจ็บเล็กน้อย 1 นาย
1 กรกฎาคม 2554 18:27 น.
นราธิวาส - โจรใต้บึ้มคาร์บอมบ์ถล่มข้างสำนักงานยุติธรรม จ.นราธิวาส ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทำให้ลอยกระเด็นไปไกลกว่า 10 ม.ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย โชคดีระเบิดทำงานไปครบวงจร
เมื่อเวลา 11.40 น.วันนี้ (1 ก.ค.) พ.ต.ท.สมเกียรติ อินทสุทธิ์ สารวัตรเวร สภ.เมืองนราธิวาส ได้รับแจ้ง จากเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรม จ.นราธิวาส ว่ามีรถต้องสงสัยจอดอยู่บนถนนข้างสำนักงานยุติธรรม จ.นราธิวาส ทางเข้าศูนย์ราชการ ต.บางนาค อ.เมือง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ค่ายจุฬาภรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ปิดกันการจราจรก่อนกันพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เปิดเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ก่อนเข้าตรวจสอบ พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ษบ 7507 สงขลา จอดอยู่ และในขณะที่ จ.อ.มงคล หนูแก้ว เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเปิดประตูรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว ได้มีคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดถูกแรงอัดของระเบิดกระเด็นไปไกลกว่า 10 เมตร ทำให้ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เนื่องจากใส่ชุดบอมบ์สูท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบซากรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว พบว่า มีระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก็สหุงต้ม จำนวน 2 ลูก ที่วางอยู่ข้างเบาะหลังของรถเก๋งซึ่งต่อพ่วงกันอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการเก็บกู้ระเบิดทั้ง 2 ลูก โดยสามารถเก็บกู้เอาไว้ได้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบว่า ระเบิดลูกแรกที่คนร้ายจุดชนวนระเบิด คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิงน้ำหนัก 20 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร แต่โชคดีระเบิดอีก 2 ลูก ซึ่งต่อพ่วงกันอยู่ ทำงานไม่ครบวงจรจึงทำให้อนุภาคในการทำลายล้างลดลง ทำให้เกิดความเสียหายเพียงเล็กน้อย โดยมีเพียงกระจกของอาคารสำนักงาน บริษัท อีซูซุนราธิวาส จำกัด แตกเท่านั้น
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากภาพวิงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณเสาไฟฟ้าใกล้จุดเกิดเหตุ พบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีชายวัยรุ่น 1 คน สวมหมวกแก็ปสีดำ สวมเสื้อยืดแขนยาวสีขาว กางเกงสีดำ ขับรถเก๋งคันดังกล่าวมาจอดไว้ ก่อนเดินออกจากรถคันดังกล่าวแล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ที่มารอรับขี่หลบหนีไป เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรม จ.นราธิวาส เห็นผิดสังเกตจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ เข้ามาตรวจสอบ จนเกิดระเบิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
โดยเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายมีแผนที่จะจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส ที่ปกติมักจะเดินทางเข้ามาตรวจสอบด้วยตนเอง แต่เนื่องจากในวันนี้เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวเดินทางไปตรวจสอบการทลายฐานปฏิบัติการย่อยบนเทือกเขาตะเว จึงประสานให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินเข้าตรวจสอบแทน หลังเข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายยิงระเบิด M79 ใส่ศาลากลาง จ.นราธิวาส
manager.
ยิงทหารพรานดับ 1 นายในตลาดนัดที่ระแงะ
28 มิถุนายน 2554 19:54 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายยิงทหารพรานเสียชีวิตคาที่ 1 นาย ในตลาดนัด อ.ระแงะ ขณะยืนคุยกับเพื่อน เจ้าหนาที่คาดสร้างสถานการณ์ป่านใต้
เมื่อเวลา 16.40 น.วันนี้ (28 มิ.ย.) พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตบริเวณตลาดนัดบ้านยะหอ หมู่ 10 ต.บองอ อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่บนถนนหน้าตลาดนัด และมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนมุงอยู่ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้กันชาวบ้านออกห่าง ก่อนเข้าตรวจสอบ
ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ อส.ทพ.นูรดิง มะทา อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 1 ต.บองอ อ.ระแงะ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4510 กรมทหารพรานที่ 45 โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม. ที่บริเวณลำตัว หน้าอก แผ่นหลังเป็นรูพรุนรวม 7 นัด โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนจำนวน 7 ปลอกตกอยู่บนถนน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนนำศพผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์โรงพยาบาลระแงะ ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด ก่อนจะมอบให้ญาตินำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายได้ลาพักเพื่อเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้านภรรยาซึ่งอยู่ในหมู่บ้านจุดเกิดเหตุ และในขณะที่ผู้ตายกำลังยืนคุยกับเพื่อนที่หน้าตลาดนัดดังกล่าว ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนที่แฝงตัวปะปนอยู่กับชาวบ้านใช้อาวุธปืนพักสั้นขนาด 9 มม.ออกมายิงใส่ผู้ตายขณะกำลังยืนคุยอยู่กับเพื่อน จนล้มทั้งยืนเสียชีวิตคาที่ ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งหลบหนีไปอย่างลอยนวล ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ เชื่อว่า เป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ สร้างสถานการณ์ป่วนใต้
manager.
โจรใต้วางระเบิดร้านชำยี่งอเละ หวังป่วนก่อนเลือกตั้งล่วงหน้า
25 มิถุนายน 2554 19:32 น.
นราธิวาส - คนร้ายลอบวางระเบิดร้านขายของชำ ใน อ.ยี่งอ ได้รับความเสียหาย โดยคนร้ายได้ประกอบระเบิดใส่ไว้ในกระป๋องปลากระป๋อง แล้วมาวางปะปนกันสินค้าภายในร้าน โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จนท.คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ก่อนวันเลือกตั้ง
วันนี้ (25 มิ.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.ต.วิวัฒน์ พงศ์ปัญญาศรี ร้อยเวร สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นที่ร้านขายของชำเลขที่ 105/2 ถ.เทศบาล 5 ต.ยี่งอ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อาคม บัวทอง ผกก.สภ.ยี่งอ พ.ต.ท.มานพ วิวรรธณโรจน์ สว.ป.สภ.ยี่งอ ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลัก จ.นราธิวาส รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบสินค้าภายในได้กระเด็นกระจัดกระจายมากองที่บนถนน ซึ่งคลุกเคล้าไปกับเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกระป๋องปลากระป๋องยี่ห้อหนึ่ง แล้วนำไปซุกซ่อนอีกชั้นหนึ่งในกระป๋องทินเนอร์ ซึ่งมีน้ำหนัก 1 ก.ก.จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาปลุกจากนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล โดยในที่เกิดเหตุมีคราบไฟไหม้บางส่วนตามสินค้าที่ตั้งไว้บริเวณหน้าชายคาร้าน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้ เวลาประมาณ 13.40 น. ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ มาจอดที่บริเวณหน้าร้าน โดยคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ลงจากรถจักรยานยนต์โดยในมือด้านขวาได้ถือกระเป๋าใส่เสื้อผ้าสีดำ เดินเข้าไปในร้านปะปนกับชาวบ้าน ทำทีเพื่อจะเข้าไปซื้อสินค้า และในระหว่างที่ชาวบ้านกำลังชุนละมุนซื้อสินค้ากับ น.ส.เฉลิมศรี แซ่เหง่า อายุ 67 ปี เจ้าของร้านอยู่นั้น คนร้ายได้ฉวยโอกาสวางกระเป๋าที่ใส่ระเบิดแสวงเครื่องมาปะปนกับสินค้าที่ตั้งไว้หน้าร้าน
จนกระทั่งผ่านไปประมาณ 20 นาที ระเบิดลูกดังกล่าวเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บเนื่องจากลูกค้าได้ออกไปจากร้านหมดแล้ว แต่เกิดเพลิงไหม้ที่ลังกระดาษที่ใส่สินค้า แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ทหารชุด ฉก.นราธิวาส 32 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ รปภ.อยู่ที่บริเวณหัวถนน ได้วิ่งมาช่วยดับไฟจนเพลิงได้มอดไปในที่สุด ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายให้เกิดความปั่นป่วนในพื้นที่ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันพรุ่งนี้
manager.
โจรใต้ซ้อนแผนบึ้ม 3 ลูกคนงานชลประทาน-จนท.เจ็บ 10 ดับ 2
24 มิถุนายน 2554 16:06 น.
นราธิวาส - คนร้ายลอบวางระเบิดคนงานโครงการชลประทาน ก่อนกดระเบิดซ้ำอีก 2 ลูกขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เป็นเหตุให้คนงานเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 5 ราย เจ้าหน้าที่เจ็บอีก 5 นาย
วันนี้ (24 มิ.ย.) เมื่อเวลา 12.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรตากใบจังหวัดนราธิวาสรับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณทุ่งนา ซึ่งเป็นที่พักรับประทานอาหารเที่ยงของกลุ่มคนงานโครงการชลประทาน ในพื้นที่ ม.2 ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้คนงานเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 5 ราย
หลังจากเกิดเหตุระเบิดขึ้นเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ได้สนธิกำลังเข้าช่วยเหลือเพื่อนำคนเจ็บส่งยังโรงพยาบาล แต่ขณะที่เดินทางเข้าจุดเกิดเหตุคนร้ายได้กดระเบิดซ้ำอีก 1 ลูก และจากนั้นได้กดอีก 1 ลูกขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ โดยระเบิดห่างจากจุดแรกประมาณ 100 เมตร เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอีก 5 นาย
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และโรงพยาบาลตากใบ ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ พร้อมนำกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐาน ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกส่วนได้สนธิกำลังออกตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยในหมู่บ้านใกล้เคียง
manager.
ดักยิง ผช.ผญบ.ดับกลางดึกขณะกลับจากเข้าเวรในหมู่บ้านที่ยะลา
24 มิถุนายน 2554 09:56 น.
ยะลา - ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่หลังคนร้ายประมาณ 5-6 คนดักซุ่มยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา เสียชีวิตหน้าบ้านพักเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ขณะกลับจากเข้าเวรรักษาการณ์ภายในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ไฟใต้
เมื่อเวลา 07.00 น.วันนี้ (24 มิ.ย.) พ.ต.ท.เจริญ ธรรมขันธ์ รอง ผกก.สส.รักษาการ ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา พร้อมด้วย ร.ต.ต.ณะฐพล เปล่งขำ พนักงานสอบสวนเวร พ.ต.ท.พรชัย ชูสงค์ สว.ป.พ.ต.ท.ยม เวชสิทธิ์ สว.สส. ด.ต.ธีระศักดิ์ วัฒนะนุกูล ร้อยเวรปราบปราม กำลัง ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง เดินทางไปตรวจสอบและสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุ หลังจากเมื่อเวลา 23.00 น.คืนวันที่ 23 มิ.ย. เกิดเหตุคนร้ายประมาณ 5-6 คนดักซุ่มยิงนายมะยะอิน มะมิง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/1 หมู่ที่ 4 บ้านบายิ ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ เสียชีวิตที่หน้าบ้านของตัวเอง
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรอยเลือดกองใหญ่อยู่หน้าบ้าน ส่วนคนผู้เสียชีวิตญาติได้นำไปเก็บไว้บนบ้านแล้ว ใกล้ที่เกิดเหตุบริเวณด้านข้างของบ้านพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่ จำนวน 10 ปลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บไว้เป็นหลักฐานและตรวจเก็บรอยนิ้วมือแฝงตามใบไม้และโคนไม้ ที่คนร้ายใช้เป็นที่แอบซุ่มยิงอย่างละเอียดด้วย
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนตัวยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน กลับจากไปปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน ดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน และสถานที่ราชการภายในหมู่บ้าน เมื่อเดินทางกลับมาถึงหน้าบ้านขณะกำลังจะเข้าไปภายในบ้าน มีคนร้ายจำนวน 5-6 คนอาศัยความมืดแอบซุ่มอยู่ในสวนผลไม้ข้างบ้าน ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงหลายนัดจนถูกผู้ตายล้มลง ชาวบ้านได้ยินเสียงปืนได้แห่กันออกมาดูและช่วยนำศพผู้ตายขึ้นไปไว้บนบ้านดังกล่าว
ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ เนื่องจากว่าผู้ตายทำหน้าที่ให้การช่วยเหลือทางราชการมาโดยตลอด
manager.
ชายแดนใต้ยังดุ ประกบยิงอดีต ผช.ผญบ.ยะลา-วิทยากรสอนทำขนมดับทั้งคู่
22 มิถุนายน 2554 11:21 น.
ยะลา/นราธิวาส - คนร้ายตามประกบยิงอดีตผู้ช่วย ผญบ.ฝ่ายรักษาความไม่สงบขณะเดินทางไปกรีดยางก่อนหยุดรถลงมาจ่อยิงที่ศีรษะซ้ำจนเสียชีวิต ขณะเดียวกันเมื่อคืนที่ผ่านมาวิทยากรสอนทำขนมของหมู่บ้านในนราธิวาส ถูกคนร้ายตามประกบยิงเสียชีวิตด้วยเช่นกัน
วันนี้ (22 มิ.ย.) เมื่อเวลา 08.06 น. ร.ต.ต.สุรวิทย์ อุลาสาย ร้อย เวร สภ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่บนถนนสายอาซ่อง-ท่าธง บ้านแยะ หมู่ที่ 2 ต.อาซ่อง เมื่อไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย ผกก.สภ.รามัน, พ.ต.ท.อำไพ ชุมช่วย รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.มนตรี จุฬานนท์ รอง ผกก.สส., นายบุญไทย กาฬศิริ นายอำเภอรามัน พร้อมด้วยกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง จำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุบนถนนหน้าร้านน้ำชาของนายมะแอ อาแว เลขที่ 31/2 พบศพนายบือราเฮง สะดีแม อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ที่ 2 อดีตเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ นอนเสียชีวิตในชุดเตรียมตัวไปกรีดยาง สภาพศพถูกยิงที่บริเวณศีรษะ 1 นัด และลำตัวอีก 3 นัด ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สแมช 125 ซีซี สีดำ หมายเลขทะเบียน ขกย-996 ยะลา
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนตัวเพื่อเดินทางไปกรีดยางพาราห่างจากบ้านพักประมาณ 2 กม. ระหว่างทางกำลังจะแวะร้านน้ำชามีคนร้าย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนประกบข้าง คนซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนขนาด .38 กระหน่ำยิง 5-6 นัดจนรถเสียหลักล้มลง คนร้ายทำใจเย็นลงไปกระหน่ำยิงซ้ำที่ศีรษะอีก 1 นัด จนแน่ใจว่าเหยื่อสิ้นลมหายใจจึงขับรถพาหนะหลบหนีมุ่งหน้าไปทางบ้านสะโต ต.อาซ่อง อย่างรวดเร็ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ หรือมีความขัดแย้งในเรื่องของยาเสพติด เนื่องจากในพื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่มีการค้าขายยาเสพติดจำนวนมากด้วย
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า เกิดเหตุยิงกันเสียชีวิตโดยเมื่อเวลา 07.30 น.ของวันเดียวกัน ศูนย์วิทยุสื่อสารยะลารายงานว่า เวลา 21.45 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา พ.ต.อ.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย ผกก.สภ.รามัน พ.ต.ท.อำไพ ชุมช่วย รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.มนตรี จุลานุพันธ์ รอง ผกก.สส.พร้อมกำลังรุดไปสอบสวนเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านสุเป๊ะบือแน หมู่ 4 ต.บาลอ
ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายรามัน-บาลอ ห่างจากตลาดบาลอไปราว 400 เมตร พบศพนายอับดุลเลาะ เต๊ะ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 1 ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ถูกยิงกับอาวุธปืนลูกซองเต็มแผ่นหลังนอนตายจมกองเลือดคารถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าสีฟ้าสภาพเก่าไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนอยู่กลางถนน โสร่งที่นุ่งหลุดลุ่ย กระเป๋าลับกางเกงขาสั้นที่นุ่งไว้ในลักษณะซิปเปิดอยู่ กระเป๋าเงินมีร่องรอยถูกเปิดเงินสดหายไปจำนวนหนึ่ง และใกล้ๆ กันพบปลอกกระสุนปืนลูกซอง 1 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายอับดุลเลาะ เต๊ะ ผู้ตายเป็นวิทยากรท้องถิ่นประจำหมู่บ้านทำหน้าที่ให้ความรู้และสาธิตวิธีการทำอาหารขนมต่างๆ ให้แก่กลุ่มสตรีในชุมชนทั่วไป ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่จักรยานยนต์คันดังกล่าวเดินทางจากบ้านที่ ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เพื่อไปหาซื้อสิ่งของและเครื่องใช้เตรียมไว้สำหรับการเป็นวิทยากรที่ตลาดเมืองรามัน
แต่ขณะเดินทางกลับเลยเขตเทศบาลตำบลกาบูบอเกาะไปราว 400 เมตร มีคนร้าย 2 คนใช้รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนไล่ติดตามไปจากตลาดเมืองรามัน จังหวะขับขี่นั้นมือปืนที่ซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนลูกซองออกมาจ่อยิงหลัง 1 นัดจนรถจักรยานยนต์ล้มลง นายอับดุลเลาะเสียชีวิตคาที่ หลังจากนั้นคนร้ายได้ลงไปค้นสิ่งของมีค่าแล้วพากันหลบหนีไป สาเหตุอยู่เชื่อว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และเป็นเรื่องการสถานการณ์ความไม่สงบ
manager.
ยิงกำนันยุโปกลางงานแต่งงานเสียชีวิต-ภรรยาเจ็บ
20 มิถุนายน 2554 17:17 น.
ยะลา - คนร้ายประกบยิงกำนัน ต.ยุโป อ.เมืองยะลา กลางงานแต่งงานเสียชีวิต ส่วนภรรยาเจ็บสาหัส ส่วนคนร้ายหลบหนีลอยนวลพร้อมขโมยอาวุธปืน 11 มม.ของกำนันติดมือไปด้วย
วันนี้ (20 มิ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 15.05 น.ศูนย์วิทยุแจ้งเหตุด่วน สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหารว่าเกิดเหตุยิงกัน หน้ามัสยิดบ้านบ่อเจ็ดลูก ม.6 ต.ยุโป อ.เมืองยะลา เบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพชรภูมิ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พันตำรวจเอก กฤษฎา แก้วจันดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุทราบว่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย ได้นำร่างผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่ง รพ.ยะลา แล้ว คือ นายโสภณ สองแก้ว อายุ 55 ปี กำนัน ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ถูกยิงเข้าที่ศีรษะและลำตัว เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ นางวิมล สองแก้ว ภรรยา อายุ 56 ปี ถูกยิงเข้าที่ลำตัว อาการสาหัส แพทย์ต้องรีบนำตัวเข้าห้องผ่าตัด ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม.ตกอยู่ จำนวน 6 ปลอก รองเท้าแตะของกำนัน และภรรยา กองเลือด และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 110 หมายเลขทะเบียน กลษ 299 ยะลา ของผู้เสียชีวิต จอดอยู่
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายพร้อมภรรยา ได้เดินทางมาร่วมงานแต่งงานของชาวบ้าน ซึ่งงานจัดอยู่ข้างศูนย์อบรมศาสนาและจริยธรรมประจำมัสยิดตาดีกานูรูฮูดา ในขณะที่กำนันและภรรยา เสร็จสิ้นจากการร่วมรับประทานอาหารของงานเลี้ยง แล้วกำลังเดินกลับไปยังรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าศูนย์อบรมศาสนาฯ ได้มีคนร้ายจำนวน 1 คน เดินเข้ามาทางด้านหลัง ก่อนที่จะชักอาวุธปืนขนาด 11 มม.จ่อยิงศีรษะ และลำตัวของนายโสภณ จนล้มลง จากนั้นยังได้หันอาวุธปืนไปยิงนางวิมล ที่ลำตัว จนล้มลง จากนั้นคนร้ายได้หยิบเอาอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม.ของนายโสภณ วิ่งหลบหนีไปด้วย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดปมสังหารน่าจะมาจากความขัดแย้งทางการเมือง เนื่องจากนายโสภณ ถือว่าเป็นกำนันชื่อดัง และเป็นหัวคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้ ทราบว่า ใกล้จะหมดวาระ และผู้ตายจะลงสมัครชิงตำแหน่งต่อ เลยถูกตามปองร้าย แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นสถานการณ์ใต้
manager.
โจรใต้ยิง ตร.จราจรดับคาเครื่องแบบขโมยปืนไปด้วย
20 มิถุนายน 2554 13:40 น.
ปัตตานี - คนร้ายขับขี่รถ จยย.ประกบยิง ผบ.หมู่งานจราจร สภ.โคกโพธิ์ เสียชีวิต 1 ราย บนถนนสายระหว่างปัตตานี-โคกโพธิ์ ขณะออกปฏิบัติหน้าที่งานจราจร โดยคนร้ายได้นำอาวุธปืนประจำกายของผู้ตายไปด้วย 1 กระบอก
เมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ (20 มิ.ย.) พ.ต.อ.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บที่บนถนนสายระหว่างปัตตานี-โคกโพธิ์ ม.7 เขตเทศบาลเมืองโคกโพธิ์ จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อม พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ปัตตานี และชุดวิทยาการพิสูจน์หลักฐาน ไปถึงพบเพียงรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กรพ 965 ปัตตานี ของผู้เคราะห์ร้ายล้มคว่ำอยู่ และพบกองเลือดจำนวนมาก
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกพลดีนำตัวส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์ แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อ ด.ต.อาวุธ คงเขียว อายุ 54 ปี ผบ.หมู่งานจราจร สภ.โคกโพธิ์ ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงเข้าที่ศีรษะ 2 นัด ส่วนที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 2 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ในขณะที่ผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจาก สภ.โคกโพธิ์ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ด้านการจราจรในเส้นทางดังกล่าว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมาประกบ เมื่อได้จังหวะได้ชักอาวุธปืน จ่อยิงที่หัวของผู้ตายทันทีจนล้มลงก่อนจะเข้ามายิงซ้ำอีก 1 นัด ก่อนหลบหนีได้หยิบอาวุธปืนประจำกาย ขนาด 9 มม.ของผู้ตายหลบหนีไปด้วย
ส่วนสาเหตุเชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่ โดยเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่เมื่อได้โอกาสจึงฉวยโอกาสก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์
manager.
ป่วนรายวันยิง 2 ราย ตาย 1 เจ็บ 1 ที่ปัตตานี
20 มิถุนายน 2554 11:26 น.
ปัตตานี - คนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธอาก้ายิงถล่มชาวบ้าน 2 ราย เป็นเหตุมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย เจ้าหน้าที่คาดเป็นสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่
เมื่อเวลา 08.30 น.วันนี้ (20 มิ.ย.) พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รีบแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายชนบท ม.4 บ้านจะรังนิบง ต.ปากาฮารัง นำกำลังไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด ทราบชื่อ นายยูโซ๊ะ หะยีตะเยะ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 ม.2 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้าเข้าลำตัวหลายนัด ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ป้ายแดงล้มอยู่ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนอาก้ากว่า 10 ปลอกตกเกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์กลับจากส่งภรรยาในตัวเมือง และกำลังนำข้าวไปให้ลูกในบ้านพัก ระหว่างทางถูกคนร้าย 4 คนขับรถจักรยานยนต์ 2 คัน ตามประกบยิงจนเสียชีวิตทันที
และเมื่อเวลา 09.00 น.พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.ยะรัง นำกำลังไปตรวจสอบเหตุยิงกันที่ร้านน้ำชาเลขที่ 18/1 ตั้งอยู่ริมถนนสายยะรัง-มายอ ม.4 ต.ระแวง ไปถึงพบเพียงกองเลือดจำนวนมากอยู่หน้าร้านลี พบปลอกกระสุนอาวุธอาก้าปืนตกเกลื่อนบนถนน ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง รพ.ยะรัง ทราบชื่อ นายรอเซะ ดอหมัด อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/1 ม.4 ต.ระแวง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้าเข้าสะโพกและขาทั้ง 2 ข้าง แพทย์ได้ส่งต่อไปยัง รพ.ปัตตานี
สอบสวนทราบว่า นายรอเซะ เป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ก่อนเกิดเหตุขณะกำลังเดินออกจากร้านน้ำชา ปรากฏว่ามีคนร้าย 4 คน ขับรถจักรยานยนต์ 2 คัน มาจอดหน้าร้าน แล้วใช้อาวุธปืนอาก้า และปืนลูกซองยาวถล่มยิงหลายนัด นายรอเซะ แข็งใจวิ่งหลบหนีทำให้รอดตายหวุดหวิด หลังเกิดเหตุคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไป ส่วนสาเหตุทั้ง 2 เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ
manager.
โจรใต้ยิงทหารดับ 4 นาย กลางตลาดนัด-ฉกปืนประจำกายหนีเข้ากลีบเมฆ
16 มิถุนายน 2554 20:03 น.
ปัตตานี - คนร้ายเดินปะปนชาวบ้านในตลาดนัด สบโอกาสจ่อยิงศีรษะชุดกำลังทหารที่เข้ามาดูแลความปลอดภัย ทำให้เสียชีวิตคาที่ 4 นาย และมีหญิงวัยรุ่นบาดเจ็บอีก 1 คน ก่อนจะขโมยปืน 4 กระบอก หลบหนีไปได้
วันนี้ (16 มิ.ย.) เมื่อเวลา 18.00 น. พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบริเวณตลาดนัดจะบังโต๊ะกู ม.5 บ้านจะบังโต๊ะกู ต.ตันหยงดาลอ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี และชุดวิทยาการพิสูจน์หลักฐาน
เมื่อไปถึงพบผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 4 นาย นอนเสียชีวิตจมกองเลือดในชุดเครื่องแบบทหาร ทราบชื่อ ส.อ.พิชิต คำรัตน์, ส.อ.กิตติพงษ์ สิงหาศรี, พลฯคมสัน วงกลม และ พลฯวิวัฒน์ จันทร์เทพ ทั้ง 4 นาย ถูกยิงด้วยอาวธปืนพกสั้นเข้าศีรษะและลำตัว
นอกจากนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลยะหริ่ง ชื่อ น.ส.ปารีดะ แซมา อายุ 19 ปี ถูกยิงด้วยที่ขาขวา 1 นัด ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.และ 11 มม.ตกเกลื่อนบนถนน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ทหารทั้ง 4 นายสังกัด ร้อย ร.6024 ฉก.ปัตตานี 22 ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ทั้ง 4 นาย ขับรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน กำลังดูแลความปลอดภัยประชาชนบริเวณตลาดนัดแล้วกำลังที่กลับฐาน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า เมื่อทั้ง 4 ขับรถเข้าไปในตลาดนัด ได้มีคนร้าย คาดว่า 4-5 คน เดินปะปนกับชาวบ้าน เมื่อสบโอกาสจึงชักอาวุธปืนจ่อถล่มยิงทหารทั้ง 4 นายทันที จนเสียชีวิตชนิดไม่ทันตอบโต้ กระสุนยังถูกชาวบ้านบาดเจ็บ 1 ราย ก่อนหลบหนีคนร้ายยังได้ขโมยอาวุธปืน เอ็ม 16 จำนวน 4 กระบอก หนีขึ้นรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมและไล่ล่าคนร้ายแต่ก็ไร้วี่แวว คาดเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่รู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะลงมือสังหารเพื่อสร้างสถานการณ์
manager.
บึ้มหน้าโรงเรียนยะลา จนท.เจ็บ 1 ผู้ปกครอง 2
16 มิถุนายน 2554 11:00 น.
ยะลา - คนร้ายลอบวางระเบิดหน้าโรงเรียนนิบงชนูปถัมภ์ กลางเมืองยะลา โชคดีไร้นักเรียนเจ็บ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย และผู้ปกครองบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 2 ราย
เมื่อเวลา 08.05 น.วันนี้ (16 มิ.ย.) ร.ต.ต.กิตติพันธ์ ศิริพร ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และผู้ปกครองเด็กนักเรียนได้ รับบาดเจ็บรวม 3 ราย ที่หน้า ร.ร.นิบงชนูปถัมภ์ ถนนสุขยางค์ ติดกับสำนักงานเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จึงพร้อม พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส.เจ้าหน้าทีชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ศรศึก-ศรชัย (EOD- ARMY) ภ.จว.ยะลา จนท.ศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา รุดไปที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุ บริเวณโคนต้นอโศก เกาะริมถนนบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 19/3 ถ.สุขยางค์ ต.สะเตง พบหลุมลึกราว 5 นิ้ว กว้าง 10 นิ้ว และสะเก็ดระเบิดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กระจัดกระจาย พบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน บ-4545 นราธิวาส ของ ด.ต.ยืนยง ดุลยเสรี อายุ 54 ปี ผบ.หมู่ งานจราจร สภ.เมืองยะลา และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้ารุ่นฟอร์จูนเนอร์ ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายเล็กน้อย
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย ด.ต.ยืนยง ดุลยเสรี และเจ้าของรถยนต์ชื่อนายมาหะมะไดเดน กาสง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 2 ต.ยะลา อ.เมืองยะลา และนางซามีเราะ กาสง อายุ 35 ปี ภรรยา ได้รับบาดเจ็บ
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ ด.ต.ยืนยง ดุลยเสรี ได้ไปอำนวยความสะดวกผู้ปกครองที่นำลูก หลานไปส่งที่หน้า ร.ร.นิบงชนูปถัมภ์ จนเวลา 08.00 น.เด็กนักเรียนเข้าโรงเรียนแล้ว จึงได้เดินกลับไปยังที่จอดรถจักรยานยนต์และได้เกิดระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว สะเก็ดระเบิดปลิวว่อนกระจัดกระจายไปทั่ว เป็นเหตุให้รับบาดเจ็บสาหัส และนายมาหะมะไดเดน พร้อมภรรยา กำลังเดินกลับจากส่งลูกที่ประตูหน้าโรงเรียนมายังที่จอดรถยนต์ ทำให้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคนร้ายเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบ พยายามก่อเหตุเพื่อแสดงศักยภาพสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพื้นที่ชุมชนในเขตตลาดเมืองยะลา เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายร่วมกันตั้งจุดตรวจสกัดยานพาหนะที่จะเข้าไปก่อเหตุไว้ ตลอด 24 ชม.คนร้ายไม่สามารถเข้าไปก่อเหตุได้จึงนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางบริเวณหน้าโรงเรียนแทน ทั้งนี้เพื่อหวังสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ไปปฏิบัติหน้าที่อยู่เป็น ประจำจนได้รับบาดเจ็บพร้อมผู้ปกครองดังกล่าว
manager.
โจรใต้ยิง M79 ใส่ฐานทหารปัตตานีไร้เจ็บ
15 มิถุนายน 2554 10:44 น.
ปัตตานี - คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่ฐานปฏิบัติการหมวดปืนเล็กที่ 2 ร้อย 8023 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่
เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (15 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี พร้อมด้วยชุดวิทยาการพิสูจน์หลักฐาน นำกำลังเข้าไปตรวจสอบเหตุ คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่ฐานปฏิบัติการ หมวดปืนเล็กที่ 2 ร้อย 8023 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ บ้านบือแนกือบง ม.3 ต.ประจัน และจากการตรวจสอบพบหลุมระเบิดกว้าง 30 ซม. จำนวน 2 หลุมอยู่ห่างกันประมาณ 5 เมตร และมีสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณทำให้เต็นท์พักของทหารเป็นรูหลายแห่ง แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย เนื่องจากจุดที่ระเบิดตกลงมามีต้นไม้บังไว้
สอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารกำลังปฏิบัติหน้าที่ และเฝ้าเวรยามอยู่ภายในฐาน ปรากฏว่ามีกลุ่มคนร้าย คาดว่าซุ่มในป่าห่างจากฐานประมาณ 100 เมตร แล้วใช้อาวุธปืน เอ็ม 79 ยิงใส่ฐานทหารหมายสังหารเจ้าหน้าที่ แต่โชคดีที่จุดที่ระเบิดลงมีต้นไม้บังไว้ จึงไม่มีใครได้รับอันตราย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมตรวจค้นทันที คาดเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่สร้างสถานการณ์
manager.
คนร้ายยิง ตร.ปัตตานี สาหัสขณะออกกำลังกาย
14 มิถุนายน 2554 20:11 น.
ปัตตานี - คนร้ายตามประกบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจปัตตานีได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะปั่นจักรยานออกกำลังกาย กระสุนโดนเข้าลำตัว 2 นัด
เมื่อเวลา 17.30 น.วันนี้ (14 มิ.ย.) พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก. สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเหตุเกิดบนถนนสายชนบท ม.2 บ.คลองใหม่ ต.คลองใหม่ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และชุดพิสูจน์หลักฐานไปยังที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถจักรยานของผู้ได้รับบาดเจ็บล้มอยู่ ใกล้กันพบกองเลือดจำนวนมากส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยะรัง ทราบชื่อ ด.ต.ธโน ชินนา อายุ 48 ผบ.หมู่ กก.ตชด ที่ 43 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำฐานบ้านบินยาคลองใหม่ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดเข้าที่บริเวณใต้รักแรขวา 1 นัด และไหล่ซ้าย 1 นัด อาการสาหัสถูกนำตัวส่งต่อที่โรงพยาบาลปัตตานี ส่วนที่เกิดเหตุไม่พบพยานหลักฐานใดๆ
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่ ด.ต.ธโน กำลังออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยานบนถนนภายในหมู่บ้านอยู่นั้น เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ เมื่อได้จังหวะคนร้ายที่ซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดยิงเข้าใส่ ด.ต.ธโน ทันที่ จำนวน 3 นัด แต่กระสุนถูกลำตัวเพียง 2 นัด ทำให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ก่อนที่คนร้ายจะเร่งเครื่องหลบหนีไปได้
ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ที่ต้องการจะทำร้ายเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง
manager.
ทหารพรานเยียวยาจิตใจชาวไทยพุทธเจาะไอร้อง หลังเกิดเหตุยิง 2 ศพ
12 มิถุนายน 2554 16:57 น.
นราธิวาส - ทหารพรานเยียวยาจิตใจชาวไทยพุทธ ใน อ.เจาะไอร้อง หลังถูกชาวบ้านถูกยิง 2 ศพ ปชช.ยันไม่ทิ้งบ้านเกิด พร้อมออกเลือกตั้ง ส.ส.โดยมี จนท.รปภ.สร้างความอุ่นใจ
วันนี้ (12 มิ.ย.) ที่วัดเจาะไอร้อง ม.1 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 สั่งการให้ ร.อ.จิรพฤทธิ์ คงประพันธ์ นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน พร้อมด้วย ร.อ.มนัส เมืองปลอด ผบ.ร้อย ทพ.ที่ 4506 นำกำลังทหารพรานชาย และหญิงเข้าพบปะพูดคุยกับกลุ่มชาวบ้านไทยพุทธ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง โดยยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยอีกกว่า 60 ครัวเรือน ทั้งในเขต ม.1 ต.จวบ และ ม.1 ต.บูกิต ที่อยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ที่กลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกยิงถล่มเจ้าของร้าน ขายของชำชาวไทยพุทธเสียชีวิต 2 ศพ
คือ นายสมพงษ์ แซ่อุ๋ย อายุ 54 ปีและนายณรงค์ บรรจงคชาธาร อายุ 72 ปี โดยมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการจุดชนวนระเบิดซ้ำอีก 5 นาย เหตุเกิดในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 54 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันครบรอบการก่อเหตุยิงถล่มมัสยิดไอปาแย อ.เจาะไอร้อง ครั้งนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 10 ราย บาดเจ็บอีก 13 ราย
เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้พูดคุยเพื่อเป็นการสร้างขวัญ และเยียวยาสภาพจิตใจของ กลุ่มชาวบ้านทั้งหมด ที่ยังคงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงและสะเทือนขวัญในครั้งนี้ แต่ทุกคนจะไม่ขอทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดที่อยู่มานานอย่างเด็ดขาด เพราะที่นี่คือที่อยู่และที่ทำกิน
เจ้าหน้าที่ทหารพรานกล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนไม่ย่อท้อ และเป็นสิ่งที่ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำให้ทหารทุกนายดูแลทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิม เพื่อไม่ให้เกิดการละทิ้งถิ่นฐาน และไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำของทั้ง 2 ศาสนา
เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพียงกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่ต้องการสร้างความแตกแยก เพราะฉะนั้นขอให้ชาวไทยพุทธทุกคนในพื้นที่อยู่กันอย่างสามัคคีและมีความรักต่อกัน โดยไม่เกิดความหวาดระแวงต่อชาวมุสลิม แต่หากใครรู้สึกว่าการดำเนินชีวิตหรือภารกิจส่วนตัวจะไม่ปลอดภัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะมีการโยกกำลังจากหน่วยต่างๆ ไป รปภ.ได้ทุกสถานที่
สำหรับ การเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในวันที่ 3 ก.ค.54 นี้ ชาวบ้านทุกคนกล่าวอย่างมั่นใจว่า จะเดินทางไปใช้สิทธิอย่างพร้อมเพรียงกันเป็นกลุ่มก้อน เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเป้าของกลุ่มคนร้าย อีกทั้งเพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่กองกำลังที่จะมีการจัดชุด รปภ.ตั้งแต่การเดินทางไปและกลับอีกด้วย
ส่วนความคืบหน้าทางคดี ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้เชิญพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ทั้ง 2 จุดมาสอบปากคำไปแล้วจำนวน 3 ปาก ซึ่งได้ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก โดยกลุ่มคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 8 คน เชื่อมโยงระหว่างสมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง ระแงะ สุไหงปาดี และจะแนะ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสเพิ่มเติมอีกว่า กลุ่มดังกล่าวเตรียมลงมือก่อเหตุในพื้นที่ ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง โดยเป้าหมายหลัก คือ เจ้าหน้าที่รัฐและสถานียุทธศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในจุดล่อแหลมอีกด้วย เพื่อตอบโต้ทางการที่สามารถดึงมวลชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
manager.
โจรใต้กราดยิง อส.ยะลาดับ ชรบ.เจ็บห่างจุดตรวจ 3 ฝ่ายแค่ 300 เมตร
10 มิถุนายน 2554 10:36 น.
ยะลา - โจรใต้ตามประกบ อส.อ.กรงปินัง จ.ยะลา ขณะขับเก๋งไปรับเพื่อนที่เป็น ชรบ.จะไปธุระที่ตัวจังหวัด สบโอกาสใช้อาวุธสงครามกราดยิง กระสุนเข้าศีรษะ อส.ดับ ขณะที่ ชรบ.เจ็บเล็กน้อย เผยที่เกิดเหตุห่างจุดตรวจ 3 ฝ่ายแค่ 300 เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลาว่า เมื่อเวลา 22.45 น.คืนที่ผ่านมา (9 มิ.ย.) พ.ต.ท.สาธิต จันศร พงส.(สบ 3) สภ.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงเจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับบาดเจ็บที่ซอยกูโบร์ หมู่ 7 ตลาดกรงปินัง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาพร้อม พ.ต.อ.ฉลอง สุขจันทร์ ผกก.พ.ต.ท.มนตรี คงวัดใหม่ รอง ผกก.สส.นายอวยชัย จุฬาศิริวงศ์ ปลัดป้องกันอำเภอกรงปินัง สนธิกำลังเดินทางไปที่เกิดเหตุอยู่ในซอยห่างจากทางหลวงสาย 410 (ยะลา-เบตง) ราว 100 เมตร และห่างจากจุดตรวจ 3 ฝ่าย 300 เมตร
ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กข 4736 ยะลา ตัวถังเป็นรูพรุนจอดอยู่ มีเลือดกองอยู่บนพื้นเป็นหย่อมๆ ส่วนผู้ถูกยิงทราบชื่อ นายมุสตาฟา ยามูดิง อายุ 27 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ อส.ประจำ อ.บันนังสตา จ.ยะลา อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ ถูกกระสุนเจาะศีรษะอาการสาหัส อีกคนชื่อนายรุสดี ดามูซอ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 223 หมู่ที่ 4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา เป็นเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ถูกกระสุนเฉี่ยวสีข้างบาดเจ็บเล็กน้อยถูกนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลาแล้ว ปรากฏว่านายมุสตาฟาเสียชีวิตระหว่างทาง
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายมุสตาฟาได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าว มีนายรุสดีเพื่อนนั่งคู่กันมาเพื่อเดินทางไปไปทำธุระที่ตลาดเมืองยะลา เมื่อมาถึงตลาดกรงปินังนายมุสตาฟาได้เลี้ยวรถเข้าไปรับเพื่อนในซอย ปรากฏว่ามีคนร้าย 4 คนใช้จักรยานยนต์ 2 คันแล่นตามหลังเข้าไป สบโอกาสคนซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่ม เป็นเหตุให้นายมุสตาฟาได้รับบาดเจ็บ รถเสียหลักจอดคาต้นไม้ริมถนน หลังก่อเหตุคนร้ายได้พากันขับขี่ จยย.เข้าไปในสวนยางพาราข้างทางอย่างรวดเร็ว
สำหรับสาเหตุเชื่อว่า เป็นฝีมือพวกก่อความไม่สงบติดตามสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อล้างแค้นให้กับนายมะแอ อภิบาลแบ หัวหน้าใหญ่ที่ถูกวิสามัญฯ เมื่อกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
manager.
โจรใต้ยิงชาวบ้านและวางระเบิดถล่ม จนท.ซ้ำ 3 จุด ที่นราฯ ตาย 2 สาหัส 5
8 มิถุนายน 2554 17:25 น.
นราธิวาส - โจรใต้เหิมวางระเบิดและยิงพื้นที่เจาะไอร้อง 3 จุด ตาย 2 สาหัส 5 เย้ย “เทพเทือก” ลุยหาเสียงช่วยลูกพรรค ปชป.ที่นราฯ
วันนี้ (8 มิ.ย.) เวลา 11.50 น. พ.ต.ท.สมใจ สิงห์เกลี้ยง สว.เวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายบุกยิงเจ้าของร้านชำ 2 จุด โดยจุดแรกตั้งอยู่เลขที่ 24 ม.1 ต.จวบ และจุดที่ 2 ที่ร้านชำเลขที่ 63 ม.3 ต.บูกิต ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รองผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ตต.แชน วรงคไพสิฐ หน.หน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ส่วน ร.ต.อ.ศิริชัช อรุณเกล้า รองสว.ป.สภ.เจาะไอร้อง และ นายประเสริฐสิทธิ์ ราชบาศรี ปลัดป้องกันอำเภอเจาะไอร้อง และกำลังตำรวจอาสาสมัครรักษาดินแดนรวม 5 นาย ซึ่งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุก่อนที่บริเวณจุดแรก และเมื่อถึงที่เกิดเหตุทั้ง ร.ต.อ.ศิริชัช และ นายประเสริฐสิทธิ์ รวมทั้งกำลังอีก 5 นาย จึงลงจากรถยนต์เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ได้มีคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ ร.ต.อ.ศิริชัช กับ นายประเสริฐสิทธิ์ และพวกอีก 5 นาย ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บไปตามๆ กัน
ประจวบเหมาะกับในเวลานั้นพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงถึงที่เกิดเหตุ จึงได้ช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บและเจ้าหน้าที่ที่ถูกสะเก็ดระเบิดส่งรักษาที่โรงพยาบาลเจาะไอร้องเป็นการเร่งด่วน ก่อนเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุแรก ซึ่งภายในร้านขายของชำสินค้าถูกอนุภาพของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 10 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจัดกระจายเกลื่อนและบางส่วนได้กระเด็นไปกองอยู่ที่พื้นหน้าร้าน โดยเฉพาะกลางร้านมีหลุมระเบิดลึก 1 ฟุต กว้าง 1 ฟุต พร้อมด้วยเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง รวมทั้งปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม.จำนวน 3 ปลอกตกอยู่ข้างกองเลือด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลซึ่งมีทั้งหมด 6 ราย ซึ่งแยกเป็นเจ้าของร้านชำ 1 ราย คือ นายสมพงษ์ แซ่อู๋ย อายุ 54 ปี ซึ่งถูกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 11 มม.ของคนร้ายที่บริเวณหน้าอกและกลางหลัง อาการสาหัส ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดจำนวน 5 ราย คือ 1.ร.ต.อ.ศิริชัช อรุณเกล้า รองสว.ป.สภ.เจาะไอร้อง 2.ส.ต.อ.วชิระ เรืองแก้ว ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.เจาะไอร้อง 3.ส.ต.ท.โซเพียน สะมะอุง ผบ.หมู่งานเดียวกัน 4.นายประเสริฐสิทธิ์ ราชบาศรี ปลัดป้องกัน อ.เจาะไอร้อง และ 5.อส.สายูตี สะอะ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.เป็นพาหนะมาจอดที่หน้าร้าน โดยคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ลงจากรถทำทีเดินเข้าไปซื้อสินค้าภายในร้าน และเมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม.ออกมายิงใส่นายสมพงษ์ จำนวน 3 นัดซ้อน จนนายสมพงษ์ล้มกองลงกับพื้น จากนั้นคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องที่เตรียมมานำไปวางไว้ใต้ชั้นวางสินค้าภายในร้าน แล้วรีบวิ่งไปซ้อนท้ายรถ จยย.หลบหนีไป แต่ ร.ต.อ.ศิริชัช นายประเสริฐสิทธิ์ และพวกรวม 5 นาย ถึงที่เกิดเหตุก่อน เพื่อนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล จึงถูกคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่คนร้ายชุดแรกนำไปซุกไว้ที่ใต้ชั้นวางสินค้า เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ จนเกิดระเบิดขึ้นทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ต่อมา พ.ต.ท.สมใจ พนักงานสอบและผู้บังคับบัญชา ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่ 2 พบศพ นายณรงค์ บรรจงคชาธาร อายุ 72 ปี เจ้าของร้านนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ข้างเก้าอี้พลาสติกบริเวณหน้าร้านค้า โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ที่บริเวณศีรษะและชายโครงซ้ายรวม 3 นัด โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ตกอยู่จำนวน 3 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะนำผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่ นายณรงค์ ผู้ตายกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้บริเวณหน้าร้านค้าอยู่นั้น ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนขี่รถ จยย.แบบผู้หญิง ไม่ทราบยี่ห้อ สี และหมายเลขทะเบียน เป็นพาหนะมาจอดที่หน้าร้านค้า โดยคนร้ายที่ซ้อนท้ายได้ลงจากเบาะแล้วเดินเข้าไปในร้านทำทีมาขอซื้อสินค้า เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ออกมาจ่อยิงใส่ผู้ตายจำนวน 3 นัดซ้อน จนผู้ตายตกจากเก้าอี้นั่งมานอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น แล้วคนร้ายได้รีบวิ่งไปซ้อนท้ายรถ จยย.หลบหนีไป
ส่วนเหตุการณ์ที่ 3 นั้นเกิดขึ้นในขณะที่ พ.ต.ณรงค์ฤทธิ์ พูลทรัพย์ ผบ.ร้อย ร.15113 ฉก.นราธิวาส 31 พร้อมกำลังรวม 5 นาย นั่งรถยนต์กระบะหุ้มเกราะออกจากฐาน เพื่อเดินทางไปร่วมตรวจสอบเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทั้ง 2 จุด เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แต่ในระหว่างที่ พ.ต.ณรงค์ฤทธิ์ นั่งรถยนต์ผ่านไปตามถนนจารุเสถียร ช่วงบริเวณหน้าสถานีเสาทวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือระบบดีแทค ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากทางเข้าบ้านปิเหล็ง ม.1 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง ประมาณ 200 เมตร ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง หนัก 5 ก.ก. ที่แอบนำไปวางซุกไว้ในรถ จยย. ยี่ห้อซูซูกิ คริสตัน สีม่วง ทะเบียน ขง921 นราธิวาส ที่นำไปจอดไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์หุ้มเกราะที่ พ.ต.ณรงค์ฤทธิ์ และพวกนั่งผ่านไปประมาณ 5 เมตร จึงทำให้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี โดยลอบก่อเหตุเพื่อขับไล่คนไทยพุทธออกนอกพื้นที่ ซึ่งที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุดมีชาวไทยพุทธอาศัยอยู่ในพื้นที่เพียงจุดละ 1 หลังเท่านั้น อีกทั้งในวันนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางไปช่วยผู้สมัคร ส.ส.หาเสียงในพื้นที่ จ.นราธิวาส ด้วย
manager.
โจรใต้ยิง M79 ถล่มที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ – ชาวบ้านและอส.บาดเจ็บ 2 ราย
7 มิถุนายน 2554 10:30 น.
ปัตตานี - คนร้ายใช้อาวุธปืน M79 หมายจะยิงใส่ที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ ขณะที่นายอำเภอกำลังอยู่ภายในห้องทำงาน โดยกระสุนทั้ง 2 ลูกพลาดเป้า ตกอยู่หน้าตัวอาหารและสะเก็ดถูกบ้านเรือนของชาวบ้านเสียหาย แต่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ทั้งชาวบ้านและ อส.ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่บริเวณดังกล่าว
วันนี้ (7 มิ.ย.) เมื่อเวลา 08.15 น. ขณะที่ นายนิพนธ์ อินทรสกุล นายอำเภอโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในห้องทำงานชั้น 2ของที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ ปรากฏว่าได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นบริเวณด้านหน้าที่ทำการอำเภอโคกโพธิ์ จำนวน 2 ลูก จึงได้ประสาน พ.ต.อ.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดมาตรวจสอบ พร้อมรายงานให้ นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีทราบ และรุดไปที่เกิดเหตุ
จากการตรวจสอบพบว่าที่เกิดเหตุมี 2 จุด จุดแรกพบหลุมระเบิดกว้าง 30 ซม.บริเวณลานที่จอดรถห่างอาคารที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ ประมาณ 20 เมตร มีสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ ส่วนจุดที่สอง ซึ่งอยู่ตรงข้ามอำเภอระเบิดลงบนสายไฟฟ้าแรงสูงจนสายไฟขาดหลายเส้นได้รับความเสียหาย สะเก็ดระเบิดกระเด็นถูกหลังคาบ้านเลขที่ 32/4 และ 32/5 เป็นรู
นอกจากนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายถูกนำส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์ ทราบชื่อ นายสาธิต นวลทอง อายุ 38 ปี สมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.โคกโพธิ์ ถูกสะเก็ดกลางหลัง และนางสุภาพร แว่นแก้ว อายุ 39 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ขาซ้าย ทั้งสองอาการปลอดภัย
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 ยิงใส่ที่ว่าการอำภอโคกโพธิ์ จำนวน 2 ลูก แต่ระเบิดพลาดเป้าโดยลูกแรกตกบนสายไฟหน้าบ้านประชาชน ทำให้ประชาชนถูกสะเก็ดบาดเจ็บ 1 รายส่วนลูกที่สองตกลานจอดรถอำเภอ ทำ อส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำป้อมหนอำเภอถูกสะเก็ดบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อคนร้ายหมายจะสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐ เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นสถานที่ราชการอยู่ติดกันทั้ง 3 แห่ง คือที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ เทศบาลตำบลโคกโพธิ์ และ สภ.โคกโพธิ์ แต่โชคดีที่กระสุนพลาดเป้าจึงไม่ได้เกิดความเสียหายมาก ส่วนคนร้ายคาดว่าน่าจะมีเป้าสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับเพื่อสร้างสถานการณ์ เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ
manager.
วางบึ้ม 2 ลูกซ้อนกลางตลาดนัดตากใบ โชคดีทหารพบก่อน ช่วยชาวบ้านรอด
4 มิถุนายน 2554 13:12 น.
นราธิวาส - โจรใต้วางระเบิดกลางตลาดนัด 2 ลูกซ้อนที่ตากใบ โชคดีเจ้าหน้าที่ทหารพบก่อนที่ตลาดนัดจะเปิด ทำให้ชาวบ้านกว่า 100 ชีวิตรอดตายหวุดหวิด
เมื่อเวลา 06.30 น. วันนี้ (4 มิ.ย.) ร.ต.ท.จีโบ เกรอต ร้อยเวร สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งพบระเบิดแสวงเครื่องฝังไว้บนทางเดินหน้าเพิกขายของภายในตลาดนัดบ้านปลักช้าง ม.1 ต.พร่อน อ.ตากใบ จึงประสานไปยัง ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส ก่อนที่จะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบนั้น ระเบิดที่ฝังอยู่ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวได้มีเจ้าหน้าที่ทหารกันฝูงชนไว้แล้ว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าวได้ตรวจสอบพบวัตถุระเบิดอีก 1 ลูก ฝังไว้บนถนนทางเดินเข้าตลาดนัดห่างจากจุดแรก ประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ได้รับทราบ เพื่อให้ออกห่างจากรัศมี จนกระทั่งเวลาผ่านไป ประมาณ 15 นาที ระเบิดลูกดังกล่าวจึงได้ระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง โดยที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
จนกระทั่งพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเดินทางถึงที่เกิดเหตุ จึงได้เข้าตรวจสอบที่บริเวณจุดแรก พบหลุมระเบิดลึก 3 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อเหล็กแป๊ปน้ำหนักประมาณ 5 กก. จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาปลุกจากนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล ตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ อนุภาพของระเบิดยังส่งผลทำให้เพิกขายของที่มุงหลังคาด้วยตับจาก และสังกะสีของชาวบ้านได้รับความเสียหายในครั้งนี้ด้วย
ส่วนจุดที่ 2 เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดบนถนนทางเดินเข้าตลาดนัดลึก 4 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องชนิดเดียวกัน ตกกระจายเกลื่อน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน จ.ส.อ.อนันต์ ผลจันทร์ หัวหน้าชุด ร้อย ร.1924 ฉก.นราธิวาส 36 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ รปภ.ชุมชนไทยพุทธ ทราบว่า ในช่วงเวลา 03.00 น.ของคืนวันเดียวกันนี้ ได้พบวัยรุ่น จำนวน 3 คน ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ 1 คัน ขับมาจอดและขี่วนเวียนที่บริเวณดังกล่าว แต่ด้วยความมืดจึงมองพฤติกรรมไม่ชัด และเมื่อวัยรุ่นดังกล่าวพบเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้รีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี จ.ส.อ.อนันต์ หัวหน้าชุด จึงได้สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอีก 7 นาย กันพื้นที่ไว้เพื่อรอตรวจสอบในช่วงเช้า จนกระทั่งพบว่ามีระเบิดฝังอยู่จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ แต่ระเบิดได้ทำงานขึ้นก่อนทั้ง 2 ลูกดังกล่าว
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐที่บุกทลายค่ายพักและสังหารแกนนำระดับปฏิบัติการณ์เสียชีวิต 3 ศพ บนเทือกเขาบูโดในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 54 ที่ผ่านมา แต่โชคดีเจ้าหน้าที่ทหารพบเสียก่อน ก่อนที่ตลาดนัดจะเปิดจึงทำให้พ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านที่เดินทางมาจับจ่าย ข้าวของเป็นจำนวนมากรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด
manager.
ปะทะเดือดโจรใต้ที่บาเจาะ-ทหารวิสามัญ 3 ศพ
2 มิถุนายน 2554 19:19 น.
นราธิวาส - ทหารนาวิกโยธิน โชว์ผลงานชิ้นโบแดง ปะทะเดือดโจรใต้ที่บาเจาะ ก่อนวิสามัญ RKK ดับ 3 ศพ ซึ่งเป็นลูกน้อง นายมะรอโซ จันทราวดี หัวหน้าที่มีค่าหัว 2 ล้านบาท พร้อมยึดปืน 3 กระบอก
วันนี้ (2 มิ.ย.) เมื่อเวลา 15.00 น. น.อ.สมเกียรติ ผลประยูร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ อ.เมือง จ.นราธิวาส ได้สั่งการให้ น.ท.รัฐโรจน์ อภิรัชช์รัศมี ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.นราธิวาส 32 จำนวน 8 นาย นำโดย พ.จ.อ.สมพงษ์ หมานหมาด หัวหน้าชุดจู่โจม ทำการติดตามไล่ล่ากองกำลังติดอาวุธ RKK ซึ่งเป็นสมุนของ นายมะรอโซ จันทราวดี แกนนำ RKK ระดับสั่งการคนสำคัญที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ อ.บาเจาะและใกล้เคียงอย่างโชกโชนหลายคดี ซึ่ง RKK จำนวน 5 คนได้หลบหนีการจับกุมหลังกองกำลังผสมนาวิกโยธินและกรมทหารพรานที่ 46 บุกขึ้นไปทะลายค่ายพัก 3 จุดใหญ่ พร้อมยึดของกลางอุปกรณ์ป่วนใต้กว่า 100 รายการบนเทือกเขาบูโด ม.6 บ.บาดง ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวานนี้
โดยสืบเนื่องมาจากการขยายผล นายซูกิบรี จิเดร์ และ นายมะยากี คาเดร์ 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ และให้การที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ คาดว่า RKK ทั้ง 5 ที่ลงมากบดานในหมู่บ้านใกล้เคียงต้องย้อนรอยขึ้นไปที่ค่ายพักบนเทือกเขาบูโดอีกครั้ง
และเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยขณะที่ RKK ทั้ง 5 คนกำลังเดินขึ้นไปที่ค่ายพักซึ่งถูกทะลายเหลือเพียงซาก ได้สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 8 นายพร้อมอาวุธปืนครบมือที่ดักซุ่มอยู่ในป่าสวนยางพาราใกล้ค่ายพัก RKK ทั้ง 5 ต่างพากันตกใจ เห็นท่าไม่ดี จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหมู่บ้าน คนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้สั่งกำลังล่าถอย แต่เจ้าหน้าที่ทหารเปิดเกมรุกอย่างไม่ยั้งมือ จนสามารถปลิดชีพ RKK ได้ 3 ศพ ส่วนคนร้ายที่เหลืออีก 2 คนวิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่อย่างกระเซอะกระเซิงไปบนเทือกเขาบูโด
โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ที่นอนตายในสภาพถูกกระสุนเป็นรูพรุนทั้งร่างบริเวณเนินป่าสวนยางพาราที่ลาดชันพร้อมอาวุธปืน 3 กระบอกคือ ปืนสงครามเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอกและปืนพกสั้นขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก, ระเบิดชนิดขว้าง จำนวน 1 ลูก, ระเบิดแบบเท้าเหยียบจำนวน 1 ลูกรวมทั้งกระสุนปืนนานาชนิดอีกรวมกว่า 100 นัด
ส่วนศพคนร้ายทั้ง 3 รายทราบชื่อต่อมาคือ 1.นายรอยะ กาลมอ อยู่บ้านเลขที่ 492 ม.5 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งมีหมายจับ ป วิอาญา จำนวน 7 หมาย 2.นายอาบัส เจ๊ะหะ และ 3.นายมูรามัน ทำเมาะ ซึ่ง 2 รายหลังเป็นคนในพื้นที่ บ.ดูกู ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ทั้งหมดเป็นลูกน้อง นายมะรอโซ จันทราวดี หัวหน้า RKK ผู้ต้องหาหมายจับ วางระเบิดทหารนาวิกโยธินเสียชีวิตและฆ่าเจ้าหน้าที่ทางการ และชาวบ้านไทยพุทธ นับสิบคดี เป็นผู้ต้องหาในลำดับต้นที่มีค่าหัว 2 ล้านบาทและยังคงหนีการจับกุมและการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ได้อยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นยุทธการเชิงรุกที่ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้ทุกพื้นที่ปลอดจากกองกำลังติดอาวุธ ควบคู่ไปกับการสร้างมวลชนกับชาวบ้านเพื่อเป็นเบาะแสให้กับทางการมากยิ่งขึ้นต่อไป
manager.
บึ้ม 3 ลูกปลัดอำเภอกาบัง-อส.ดับเจ็บ 6
1 มิถุนายน 2554 10:48 น.
ยะลา - ความรุนแรงในจังหวัดยะลา ยังร้อนระอุ คนร้ายลอบวางระเบิด 3 ลูกในพื้นที่ อ.กาบัง จ.ยะลา ทำให้ปลัดอำเภอ-อส.ดับ 2 นาย ขณะเดินทางเข้าตรวจสอบเหตุ ชาวบ้าน-จนท.บาดเจ็บรวม 6
วันนี้ (1 มิ.ย.) เวลา 03.30 น. ศูนย์วิทยุ สภ.กาบัง จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านเหยียบกับระเบิดภายในสวนยางได้รับบาดเจ็บ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกาบัง จึงได้แจ้ง พ.ต.ท.มุสตอปา มะนิ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกาบัง จ.ยะลา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางเข้าตรวจสอบผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลกาบัง ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือนายรังสี ศุภัสสร อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 198 หมู่ 1 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา ถุกแรงระเบิดทำให้ข้อเท้าขวามีแผลฉกรรจ์ และถูกสะเก็ดระเบิดที่ใบหน้า ล่าสุดต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ในขณะที่นายรังสีเดินทางเข้าสวนยางเพื่อกรีดยาง ที่หมู่ 3 บ.ลูโบ๊ะบันยัง ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา ในขณะที่กำลังกรีดยางอยู่นั้นได้เดินไปเหยียบกับระเบิดที่คนร้ายนำมาซุกซ่อนไว้ใต้ต้นยางจนเกิดระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ต่อมาเวลา 06.30 น. ในขณะที่นายอัสมัน เฮาะมะสะเอ๊ะ อายุ 33 ปี ปลัดอำเภอกาบัง พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอกาบัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ เดินทางเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ด้วยรถยนต์กระบะ ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นอีกครั้งบนถนนในหมู่บ้านที่หมู่ 3 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา ก่อนถึงจุดเกิดเหตุระเบิดลูกแรกประมาณ 2 กม. เป็นเหตุให้นายอัสมัน เฮาะมะสะเอ๊ะ ปลัดอำเภอกาบัง และนายอุสมาน เจ๊ะนิ อส.กาบัง เสียชีวิตทันที และมี อส.ได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย
ทราบชื่อคือ นายมะยูโซ๊ะ อาแด นายหะมะ ลือแบกาแซง นายซาการียา บือมีมะเลง และนายอับดุลมามิ มูซอ ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกาบัง โดยที่เกิดเหตุพบว่ารถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหายพังยับเยิน นอกจากนั้นยังพบหลุมที่เกิดจากระเบิดกว้างประมาณ 2 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร
ต่อมาเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดของ ฉก.อโนทัย จึงได้เข้าตรวจสอบพบ สายไฟลากยาวเข้าไปในสวนยางพารา เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบ ซึ่งในขณะที่เดินเข้าตรวจสอบที่ปลายสาย จ.ส.อ.นิยม แป้นนรินทร์ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ฉก.อโนทัย ได้เหยียบกับระเบิดที่คนร้ายฝังไว้ที่ปลายสาย ทำให้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกาบัง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายได้วางแผนด้วยการซุกระเบิดในสวนยางเพื่อทำร้ายชาวสวนยาง ก่อนที่จะนำระเบิดมาซุกไว้ในเส้นทางที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางเข้าตรวจสอบ แล้วจุดชนวนระเบิดดังกล่าว รวมทั้งซุกระเบิดแบบเหยียบเป็นลูกที่ 3 ไว้ที่ปลายสาย เพื่อทำร้ายเจ้าหน้าที่ในขณะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาบัง ขยายพื้นที่ในการปิดกั้นจุดเกิดเหตุ พร้อมสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ทุกนายเข้าไปในจุดเกิดเหตุ เนื่องจากเกรงว่าอาจจะมีระเบิดซุกซ่อนอยู่อีก รวมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา รีบเข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่แล้ว
manager.
ระเบิดรถยนต์ตำรวจ ชุด รปภ.ครูยะลา โชคดี ตร.บาดเจ็บเล็กน้อยเพียง 2 นาย
31 พฤษภาคม 2554 16:54 น.
ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ตำรวจชุด รปภ.ครู สภ.ลำใหม่ ที่ถนนสายในหมู่บ้านน้ำเย็น ม.2 ขณะนำกำลังไปรับคณะครู ร.ร.บ้านทุ่งคา เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัย ช่วงหลักเลิกเรียน โชคดีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเพียง 2 นาย
เวลา 14.35 น.วันนี้ (31 พ.ค.) พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัทยาท ผกก.สภ.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด รักษาความปลอดภัยคณะครู ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่งที่บริเวณบ้านน้ำเย็น หมู่ที่ 2 ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา
หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 11
ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายภายในหมู่บ้านสายลำใหม่-ทุ่งคา ห่างจากทางหลวง 409 (ยะลา-หาดใหญ่) ราว 1 กม.จุดระเบิดอยู่บริเวณเชิงสะพานลำธารข้างทุ่งนา พบรถปิกอัพยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ ตราโล่ หมายเลขทะเบียน ขผ 1023 กรุงเทพมหานคร
เป็นรถหุ้มเกราะประจำตำแหน่งของ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ อายุ 47 ปี รองผกก.ป.สภ.ลำใหม่ ด้านหน้าพังยับเยิน ล้อหน้ายางแตก ห่างจุดระเบิดราว 30 เมตร พบหลุมระเบิดบริเวณคอสะพานลึกกว้าง 2 x 3 เมตร
เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ ได้รับบาดเจ็บพร้อม ส.ต.ท.อาทิตย์ คำหาญพล อายุ 28 ปี พลขับ ทั้งคู่ถูกแรงอัดระเบิดรถกระดอนลอยไปชนต้นไม้ใหญ่ กระเด็นไปตกในทุ่งนา ทำให้ศีรษะบวมเคล็ดขัดยอกและมีอาการหู อื้อ บาดเจ็บไม่มาก ได้เดินทางไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา แล้ว ในที่เกิดเหตุพบสะเก็ดระเบิด เศษถังแก๊สปิกนิก แบตเตอรี่ วงจรชิ้นส่วนวิทยุสื่อสาร จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งเดินทางเข้าไปรับคณะครู ร.ร.บ้านทุ่งคา เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัย ช่วงหลักเลิกเรียน
ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพวกคนร้ายได้แอบนำระเบิดแสวงเครื่องอัดถังแก๊สปิกนิกน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 15 กก.ฝังดินบริเวณคอสะพานแล้วจุดชนวนให้ระเบิดขึ้นขณะรถยนต์ผ่าน เป็นเหตุให้รถยนต์ ได้รับความเสียหาย พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ ได้รับบาดเจ็บพร้อม ส.ต.ท.อาทิตย์ พลขับดังกล่าว
ส่วนคนร้ายคาดว่า เป็นพวกกลุ่มแนวร่วมอาร์เคเค ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่พยายาม แสดงศักยภาพ และสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังกับฝ่ายทหารชุดหนึ่งออกปิดล้อมตรวจค้นตามหมู่ บ้านรอบๆ บริเวณที่เกิดเหตุต่อไปแล้ว
manager.
โจรใต้ซุกระเบิดใต้สะพานเตรียมสังหารทหาร รปภ.ครูบึ้มเองเละ 2 ศพ
31 พฤษภาคม 2554 11:26 น.
นราธิวาส - คนร้ายใช้รถ จยย.เป็นพาหนะลอบวางระเบิดที่สะพานในเวลากลางคืน แต่พลาดระเบิดทำงานเสียก่อน กลายเป็นศพ 2 คน ส่วนอีกคนหนีไป คาดเป็นการเตรียมระเบิดชุดคุ้มครองครูนราธิวาสในเช้าวันนี้
วันนี้ (31 พ.ค.) เวลา 08.20 น.ร.ต.อ.วชิระ ศุภพิสิฐกุล ร้อยเวร สภ.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุคนเสียชีวิต 2 ศพ ที่บริเวณคอสะพาน บ้านบาลูกา หมู่ 7 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กองพิสูจน์หลักฐาน และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
โดยบริเวณที่เกิดเหตุพบมีหลุมลึก 4 ฟุต กว้าง 6 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 ก.ก.ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง ห่างออกไปประมาณ 20 เมตรพบศพผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่ในสภาพร่างการแหลกจากแรงระเบิด ทราบชื่อภายหลังคือ นายซอราฮูดีน ดอเลาะ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 5 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ บริเวณใกล้เคียงกันยังพบศพผู้เสียชีวิตอีกรายอยู่ในพงหญ้ารกทึบ บริเวณสวนยาพาราทราบชื่อภายหลังคือ นายอาบัส อาบู ซึ่งสภาพร่างกายแหลกเหลวเช่นกัน
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบซองกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 3 อัน พร้อมกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวนหนึ่ง โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าคาดเอว และเครื่องดื่มรวมถึงบุหรี่อีกจำนวนหนึ่งที่ตกอยู่เกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจพิสูจน์ศพ และนำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ส่งโรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าในช่วงคืนกลางดึกคืนที่ผ่านมา มีชาวบ้านพบชายต้องสงสัยจำนวน 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมาโดยไม่ได้เปิดไฟหน้า และกลุ่มชายดังกล่าวได้มาจอดรถไว้ที่บริเวณคอสะพานแล้วลงไปบริเวณด้านล่างท่าทางมีพิรุธคาดว่าจะมาก่อเหตุ จนกระทั่งมีเสียงระเบิดดังขึ้นและเห็นผู้ชายคนหนึ่งขี่รถจักรยายนต์หลบหนีไปโดยไม่เห็นชายอีก 2 คน แต่อย่างใด
ส่วนเป้าหมายของกลุ่มคนร้ายดังกล่าวคาดว่า ต้องการวางระเบิดระเบิดเจ้าหน้าที่กองกำลังผสมชุด รปภ.ครู ที่จะผ่านมาเส้นทางดังกล่าวในช่วงเช้าวันนี้ แต่โชคดีคนร้ายวางระเบิดผิดพลาดจนเกิดการระเบิดทำให้คนร้ายเสียชีวิตดังกล่าว
manager.
โจรใต้ป่วนไม่เลิก ยิงเอ็ม 79 ถล่มฐานทหารที่ปัตตานี โชคดีไม่มีใครเจ็บ
31 พฤษภาคม 2554 09:42 น.
ปัตตานี - คนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 79 ยิงถล่ม ฐานปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.15313 ฉก.ปัตตานี 25 ที่ตั้งอยู่ใน ร.ร.บ้านปาแดปาลัส อ.ทุ่งยางแดง จำนวน 2 ลูก โชดดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (30 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งยาแดง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.15313 ฉก.ปัตตานี 25 ตั้งฐานอยู่ภายในโรงเรียนบ้านปาแดปาลัส ม.1 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง ว่าถูกกลุ่มก่อความไม่สงบลอบใช้อาวุธปืนยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ถล่มยิงฐานจำนวน 2 ลูก แต่ไม่มีใครได้รับอันตราย หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร นำกำลังรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งได้โอบรอบพื้นที่รอบๆ บริเวณฐาน เพื่อป้องกันคนร้ายลอบโจมตี
เมื่อเข้าตรวจสอบพบหลุมระเบิดจำนวน 2 หลุมอยู่บริเวณฐาน สะเก็ดระเบิดทำให้อาคารโรงเรียนได้รับความเสียหายเล็กน้อย
จากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถยนต์กระบะ และรถจักรยานยนต์ขับผ่านหน้าโรงเรียน ก่อนใช้อาวุธปืนเอ็ม 79 ยิงใส่ฐานแล้วหลบหนีไป เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ
manager.
บึ้ม! ทหาร รปภ.พระ เจ็บ 5 ชาวบ้าน 2 ใจกลางเมืองยะลา
30 พฤษภาคม 2554 08:56 น.
ยะลา - เกิดเหตุระเบิดขณะเจ้าหน้าที่ทหารชุดคุ้มครองพระยืนรักษาความปลอดภัยพระสงฆ์ออกบิณฑบาต ที่บริเวณสามแยกสะพานลอดรถไฟ วัดยะลาธรรมาราม แรงระเบิดส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ชาวบ้านอีก 2 ราย
วันนี้ (30 พ.ค.) เวลา 06.15 น. พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รอง ผกก.สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่ถนนเลียบทางรถไฟ ใกล้สะพานลอดวัดยะลาธรรมาราม ห่างจากบ้านพักเจ้าหน้าที่การรถไฟ 150 เมตร เขตเทศบาลนครยะลา มีเจ้าหน้าที่ทหารชุดร้อย ร.4033 ได้รับบาดเจ็บหลายนาย จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ยะลา พ.ต.อ.สุริยา ไชยโยธา รอง ผบก. นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายเสรี พานิชกุล นายอำเภอเมืองยะลา พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองยะลา พ.ต.ต.จุฬาชัย แสงกุล สว.สส.สภ.เมืองยะลา และ จ.ส.อ.อดิศักดิ์ ทับเที่ยง ปลัดป้องกันอำเภอเมืองยะลารุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสามแยกใต้สะพานลอด พบรถจักรยายยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125 สีน้ำเงินไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของเจ้าหน้าที่ทหารล้มตะแคงอยู่ ริมถนนใกล้กับทางเท้าได้รับความเสียหาย ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์กระจัดกระจาย ส่วนจุดระเบิดอยู่บริเวณด้านในขอบทางเท้าเป็นหลุมตื้นๆ ลึกครึ่งฟุต กว้างกว่า 1 ฟุต พบสะเก็ดระเบิด เศษชิ้นส่วนวงจรไฟฟ้าตกอยู่จำนวนหนึ่งจึงได้เก็บรวบรวมไว้
ส่วนผู้บาดเจ็บรวม 7 นาย ทราบชื่อ ส.อ.สุพรรณ วงศ์สุภา อายุ 37 ปี ส.ท.พิชิต หงษาวงส์ อายุ 26 ปี พลทหารน้อย พรหมมา อายุ 29 ปี พลทหารลี แซ่เท้า อายุ 22 ปี พลทหารณรงค์กร กระชั้น อายุ 22 ปี นายมะดิง การี อายุ 63 ปี พ่อค้าขายซาลาเปา ที่ขับรถผ่านที่เกิดเหตุ และนายไพรัตน์ ซื่อตรง ลูกจ้างโครงการ 4,500 ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว โดยทั้งหมดถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขา และลำตัว
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าวมี ส.อ.สุพรรณ วงศ์สุภา เป็นหัวหน้าชุด นำกำลังรวม 8 นาย ใช้รถจักรยานยนต์ออกจากฐานภายในวัดยะลาธรรมาราม เพื่อไปคอยรักษาความปลอดภัยพระภิกษุที่ออกบิณฑบาต โดยกำลังแยกย้ายกันไปยืนบริเวณสามแยกใกล้สะพานลอดรถไฟห่างจากวัดราว 100 เมตร จู่ๆ ได้เกิดระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว เสียงระเบิดดังไปถึงตลาดสดการรถไฟ ทำให้ประชาชนตื่นตกใจ หลังสิ้นเสียงระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพร้อมชาวบ้านได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ส่วนคนร้ายคาดว่าเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบได้สังเกตพฤติการณ์เจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าวมายืนประจำอยู่ในบริเวณนี้ประจำ จึงได้แอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนัก 5 กก.ใส่ถังดับเพลิงขนาดเล็ก มาฝังดักไว้รอจังหวะจุดระเบิดกับวิทยุสื่อสารทำให้ทหาร และชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
manager.
ป่วนรายวันยิงลูกจ้างแขวงการทางรามันสาหัส 1
29 พฤษภาคม 2554 17:59 น.
ยะลา - คนร้ายสวมเสื้อคลุมยาวแบบดะวะห์ 2 คน ใช้อาวุธปืนตามประกบยิงลูกจ้างที่ทำการแขวงการทางเขต อ.รามัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้าน
วันนี้ (29 พ.ค.) เมื่อเวลา 16.45 น. พ.ต.ต.ประเทือง สุวรรณชาตรี สวป.สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา พร้อมพวกออกตรวจพื้นที่ ได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสาร ว่ามีผู้ถูกยิงที่บริเวณบ้านกำปงบือแน หมู่ที่ 6 ต.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาพร้อม พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.ท.ภูไชยวัฒน์ นทีรัตน์ สวญ. นายบุญไทย กาฬศิริ นายอำเภอรามัน สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเดินทางไปที่เกิดเหตุอยู่บนถนนก่อนถึงหมู่บ้าน บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านกำปงบือแน
พบเลือดกองใหญ่อยู่บนพื้น ข้างทางพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อนายอับดุลเลาะ สะมาแฮ อายุ 30 ปี เป็นราษฎรในหมู่บ้าน ถูกยิงกับอาวุธปืนไม่ทราบชนิด และขนาด กระสุนถูกลำคอซ้ายทะลุขวา และแขนซ้ายกระดูกแตกอาการสาหัส ชาวบ้านได้ช่วยกัน นำตัว นายอับดุลเลาะ ส่งโรงพยาบาลรามัน เรียบร้อยแล้ว
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า นายอับดุลเลาะ ผู้เสียหาย เป็นลูกจ้างที่ทำการแขวงการทางเขต อ.รามัน จ.ยะลา ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้าน เมื่อมาถึงบริเวณหน้า โรงเรียนบ้านกำปงบือแน มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม 2 คน สวมเสื้อคลุมยาวแบบดะวะห์ ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนไล่ติดตาม จังหวะขับแซงมือปืนที่ซ้อนท้าย ได้ชักอาวุธปืนออกจากเสื้อคลุมจ่อยิง นายอับดุลเลาะ ติดต่อกันหลายนัด จนได้รับบาดเจ็บ รถจักรยานยนต์ล้มลงนอนแน่นิ่ง คนร้ายเข้าใจว่าตายแล้ว จึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเป็นเรื่องส่วนตัว หรือการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
manager.
ยิงอาสาสมัครตาสับปรดวิทยุแดงปัตตานีได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย
28 พฤษภาคม 2554 20:22 น.
ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนประกบยิงอาสาสมัครวิทยุเครื่องแดง หรือสมาชิกตาสับปะรดจังหวัดปัตตานี ได้รับบาดเจ็บสาหัส
วันนี้ (28 พ.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น. พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมือง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี ทราบชื่อคือ นายหลอด โนรา อายุ 47 ปี เป็นอาสาสมัครวิทยุเครื่องแดง หรือสมาชิกตาสับปะรดถูกยิงเข้าบริเวณหน้าอก แผ่นหลัง และขา จำนวน 6 นัด เหตุเกิดบริเวณบ้านปลาหมอ ม.2 ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บได้ขี่รถจักรยานยนต์มาโดยลำพัง เมื่อถึงบริเวณที่เกิดเหตุคนร้ายจำนวน 1 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะตามประกบยิง จำนวน 6 นัด แต่ในที่เกิดเหตุไม่พบปลอกกระสุนปืนแต่อย่างใด คาดว่าน่าจะเป็นอาวุธปืนชนิดปืนลูกโม่ที่ใช้ก่อเหตุในครั้งนี้
ส่วนประเด็นสาเหตุเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน และสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงในพื้นที่หรือไม่ แต่ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ทิ้งประเด็นอื่นๆ คงต้องรอผลการสืบสวนและสอบสวนของเจ้าหน้าที่
manager.
โจรใต้ถล่มยิงรถบรรทุกแล้วเผา ตาย 1 เจ็บ 2 -ผกก.ชี้รู้ตัวคนร้ายเพราะพยานจำหน้าได้
28 พฤษภาคม 2554 11:48 น.
ปัตตานี - คนร้ายก่อเหตุยิงรถบรรทุกปลาแล้วเผา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ อีก 2 ราย เหตุเกิดบนถนนสาย 42 นราธิวาส-ปัตตานี ขณะที่ทั้ง 3 รายกำลังเดินทางไปซื้อปลาที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี ผกก.สภ.สายบุรี ชี้ มีพยานจำหน้าคนร้ายได้ คาดสามารถออกหมายจับได้เร็วๆ นี้
เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (27 พ.ค.) พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงแล้วเผารถบรรทุกบริเวณถนนสาย 42 นราธิวาส-ปัตตานี ม.1 ต.มะนังดาลำ ห่างจุดตรวจยุทธศาสตร์มะนังดาลำ ประมาณ 200 เมตร จึงนำกำลังและรถดับเพลิงไปที่เกิดเหตุไปถึงพบเพลิงกำลังลุกไหม้รถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งฉีดน้ำจนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
โดยเมื่อตรวจสอบเป็นรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 80-5364 ปัตตานี สภาพบริเวณหัวรถบรรทุกและห้องโดยสารถูกเผาเสียหาย และมีรูกระสุนหลายแห่งและยังมีซากผู้เสียชีวิตถูกเผาไหม้เป็นตอตะโก 1 ศพ ทราบชื่อ นายวันพจน์ จินดารัตน์ อายุ 46 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คนถูกนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี ชื่อ ดต.เจ๊ะเลาะ ยะโกะ อายุ 64 ปี ข้าราชการตำรวจบำนาญ และนายนภสินธุ์ ฝอยทอง อายุ 20 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงคราม แพทย์ได้ส่งต่อไปโรงพยาบาลปัตตานี ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน เอ็ม 16 และอาก้า ตกเกลื่อนบนถนนจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งสามคนกำลังเดินทางเพื่อไปซื้อปลาที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี โดยมีผู้ตายเป็นคนขับ เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นจุดยูเทรินกลับรถ ได้มีคนร้ายคาดว่าไม่น้อยกว่า 3 คนพร้อมอาวุธปืนสงครามกราดยิงจนผู้ตายเสียชีวิตทันที ส่วนอีก 2 คนกระเสือกกระสนวิ่งหนีตายออกจากรถไปแอบในป่าข้างทาง จากนั้นคนร้ายได้ราดน้ำมันเบนซินจุดไฟเผา ก่อนหลบหนีไป
พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี เผยว่า ช่วงเกิดเหตุมีพยานเห็นรูปพรรณคนร้ายชัดเจนจนรู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว 1 คนแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะปลอกกระสุนปืน เชื่อจะสามารถออกหมายจับได้ในเร็วๆ นี้
manager.
กรงปินังเดือดซุ่มยิงทหารดับ-ดักโจมตีซ้ำสาหัส 4 บึ้มขบวนรถ ผกก.ตากใบ ตำรวจพลีชีพสอง
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม 2011 เวลา 12:33 น.
ใต้ ระอุหลังวิสามัญฯ "มะแอ อภิบาลแบ" กรงปินังเดือด! ซุ่มยิงทหารชุดลาดตระเวนพลีชีพ 1 นาย ก่อนจุดระเบิด-ยิงซ้ำกำลังพลที่เดินทางเข้าสนับสนุนปิดล้อมตรวจค้น สาหัสอีก 4 มอเตอร์ไซค์บอมบ์ที่บันนังสตา ดักยิงทหารที่บาเจาะไร้เจ็บ ถล่มขบวนรถรักษาการผู้กำกับฯตากใบ ตำรวจดับคารถ 2 ศพ บาดเจ็บอีกหนึ่ง ขณะที่นราธิวาสป่วน "จะแนะ-ศรีสาคร" เจอกับระเบิดแบบเหยียบ 3 ลูก โชคดีกู้ทัน
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงกลาง สัปดาห์นี้ ยังคงมีเหตุรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหลายเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าอาจเป็นปฏิบัติการตอบโต้ ของกลุ่มก่อความไม่สงบภายหลัง นายมะแอ อภิบาลแบ แกนนำระดับบัญชาการที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.บันนังสตา อ.ธารโต และ อ.เบตง จ.ยะลา ถูกวิสามัญฆาตกรรมพร้อมพวกรวม 4 ศพ เมื่อวันศุกร์ที่ 20 พ.ค.
ซุ่มยิงทหารชุดลาดตระเวนพลีชีพ 1 นาย
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพุธที่ 25 พ.ค. เวลา 07.35 น. พ.ต.ท.สาธิต จันทร์ศร พนักงานสอบสวน สภ.กรงปินัง จ.ยะลา รับแจ้งจากหน่วยเฉพาะกิจยะลา 13 ว่ามีเหตุคนร้ายซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารบนถนนในหมู่บ้าน สายกรงปินัง–คอลอราแม ท้องที่บ้านบาโงยยือรา หมู่ 1 ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้ามัสยิดยาแมะ บ้านบาโงยยือรา พบกองเลือดขนาดใหญ่ และปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่กว่า 50 ปลอก ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 1 นาย คือ พลทหารชูชาติ แก้ววงศ์หิว อายุ 21 ปี สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 4033 หน่วยเฉพาะกิจยะลา 13 เพื่อนทหารช่วยกันนำร่างส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา
สอบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังทหารชุดดังกล่าวนำโดย ส.อ.นพดล รงค์ทอง หัวหน้าชุด นำกำลังรวม 8 นายออกลาดตระเวนเดินเท้าเพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทางให้กับขบวนรถรับส่งคณะ ครูนั้น เมื่อถึงจุดเกิดเหตุมีคนร้ายจำนวน 3 คนซุ่มอยู่ข้างกำแพงมัสยิด ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้า กราดยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ทหาร จนเกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดนานกว่า 20 นาที ระหว่างนั้น ร.อ.เทวิน จันดาหอม ผู้บังคับกองร้อยทหารราบที่ 4033 นำกำลังเข้าสนับสนุน และช่วยยิงต่อสู้กับคนร้ายจนคนร้ายล่าถอยไป หลังเสียงปืนสงบลงพบกำลังพลเสียชีวิต 1 นายดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อตอบโต้กรณีฝ่ายความมั่นคง วิสามัญฆาตกรรมนายมะแอ
ดักบึ้มยิงซ้ำที่สะเอะ-ทหารชุดสนับสนุนเจ็บ 4
ต่อมาตำรวจ สภ.กรงปินัง ยังได้รับแจ้งจาก พ.ต.ธีรยุทธ์ สายยืด รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจยะลา 13 ว่า มีเหตุลอบวางระเบิดและยิงกำลังพลของหน่วยเฉพาะกิจยะลา 13 บนถนนสายกรงปินัง–คอรอราแม ท้องที่บ้านตะโล๊ะสะโต หมู่ 6 ต.สะเอะ จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดขนาดใหญ่ มีเศษชิ้นส่วนถังแก๊สและเหล็กตัดท่อนกระจายเกลื่อน ใกล้ๆ กันพบซากรถฮัมวี่ถูกแรงอัดของระเบิดจอดเสียหลักอยู่ในสภาพพังไปแถบหนึ่ง มีสายไฟฟ้าลากยาวเข้าไปในป่าข้างทาง ส่วนคนเจ็บนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว คือ ร.ต.กิตติชัย วาทะมธุรส หัวหน้าชุด จ.ส.อ.อำพร ภู่สุวรรณ อากาสาหัส ส.อ.ทรงยศ แก้วตุ่ม และ พลทหารเอกรัตน์ โพธิ์อยู่ อาการสาหัสเช่นกัน
สอบสวนทราบว่า กำลังพลชุดดังกล่าวมี 4 นาย ใช้รถฮัมวี่เป็นพาหนะ กำลังเดินทางไปสนับสนุนหน่วยที่ออกปิดล้อมตรวจค้นอยู่ในพื้นที่ ต.สะเอะ อ.กรงปินัง ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายซุ่มยิงชุดลาดตระเวนเดินเท้าเมื่อช่วงเช้าจนกำลังพล เสียชีวิต 1 นาย เมื่อรถแล่นถึงจุดเกิดเหตุได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มโจมตีโดยใช้วิธีลอบ วางระเบิดและยิงซ้ำ จนทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 4 นายดังกล่าว
สงสัยโยงเหตุสังหารน้องชายแกนนำพื้นที่ยะหา-กรงปินัง
อนึ่ง เหตุการณ์ลอบโจมตีเจ้าหน้าที่ดังกล่าวนี้ ฝ่ายความมั่นคงยังวิเคราะห์ไปอีกทางหนึ่งว่า อาจเป็นการก่อเหตุของผู้ก่อความไม่สงบกลุ่ม นายซาอูดี สะตาปอ แกนนำระดับสั่งการที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.สะเอะ อ.กรงปินัง ต.ปะแต ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา ซึ่งเป็นเขตติดต่อกัน เนื่องจากเมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา (คืนวันอังคารที่ 24 พ.ค.) มีคนร้ายลอบยิง นายมูฮำหมัดกูไซ สะตาปอ อายุ 25 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องชายของ นายซาอูดี เสียชีวิตคาบ้าน
จยย.บอมบ์บันนังสตา-ซุ่มยิงทหารที่บาเจาะ
เวลา 15.30 น.วันเดียวกัน เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณหน้าศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง ตั้งอยู่สามแยกบ้านบือซู หมู่ 6 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องติดตั้งไว้ในรถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์บอมบ์) แล้วนำไปจอดไว้บริเวณสามแยกบ้านบือซู ก่อนกดจุดชนวนระเบิดช่วงที่รถทหารแล่นผ่านมา ทำให้อาสาสมัครทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
เวลา 16.20 น. คนร้ายใช้อาวุธสงครามซุ่มยิงทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 บริเวณบ้านกาบุ๊ หมู่ 9 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ขณะกำลังพล 8 นายออกปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเส้นทางเพื่อรักษาความปลอดภัยให้คณะครู แต่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าทั้งสองเหตุการณ์เป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
อนึ่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวความมั่นคง จ.ยะลา ได้แจ้งเตือนทุกหน่วยให้เฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ากลุ่มก่อความไม่สงบอาจก่อเหตุรุนแรงครั้งใหญ่ เพื่อตอบโต้กรณีเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมนายมะแอ ซึ่งขณะนี้กำลังมีการจัดงานกาชาดประจำปี 2554 ที่ อ.เมือง จ.ยะลา ด้วย (ระหว่างวันที่ 25 พ.ค.ถึง 4 มิ.ย.) ขณะที่ในพื้นที่รอบนอกเช่น อ.ธารโต มีการทิ้งใบปลิวกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงขึ้นในพื้นที่
ดักบึ้มขบวนรถรักษาการผู้กำกับฯตากใบ-ตร.ดับ 2 สาหัส 1
วันอังคารที่ 24 พ.ค.เวลา 09.00 น. พ.ต.ท.ปัญญาภาส สิทธิโชติพงษ์ สารวัตรเวร สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดโจมตีขบวนรถของ พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้กำกับการ สภ.สุไหงโก-ลก รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.ตากใบ บริเวณทางเข้าหาดเสด็จ หมู่ 1 บ้านตาบา ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตคาที่ 2 นาย บาดเจ็บสาหัส 1 นาย จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดลึก 1 เมตร กว้าง 3 เมตร ไม่ห่างกันนักมีซากรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ของ สภ.ตากใบ หมายเลขทะเบียน ถง 1517 กรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาพพังยับเยิน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิต 2 นาย คือ ส.ต.อ.สุวิช คงศรี อายุ 38 ปี พลขับ และ ส.ต.อ.หญิง อุบลวรรณ จินดาเพ็ชร อายุ 33 ปี ผู้บังคับหมู่ (ผบ.หมู่) งานธุรการ สภ.ตากใบ นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน คือ ส.ต.ต.หญิง วิภาวรรณ คงสุด อายุ 26 ปี ผบ.หมู่งานธุรการ
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.อ.นิตินัย ได้นำกำลังรวม 10 นาย นั่งรถกระบะจำนวน 2 คันซึ่งบรรทุกอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องอุปโภคเต็มกระบะรถ เดินทางร่วมโครงการสำนึกรักษ์ถิ่นเกิด โดยมีผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชนเข้าร่วมโครงการ แต่ระหว่างทางถูกคนร้ายซึ่งดักซุ่มอยู่ข้างทางใช้วิทยุสื่อสารกดจุดชนวน ระเบิดที่ฝังไว้ใต้ผิวถนน จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้รถกระบะคันที่แล่นตามหลังถูกแรงอัดเข้าอย่างจังจนรถพัง และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
ดักยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอีกศพ
ช่วงเช้าวันเดียวกัน คนร้ายจำนวน 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายบารูดิน สามะ อายุ 41 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านโต๊ะบาลา หมู่ 4 ต.กะดุนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนสาย 3021 ท้องที่บ้านโต๊ะบาลา เพื่อไปดื่มน้ำชาในหมู่บ้าน ทำให้นายบารูดินเสียชีวิตคาที่ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุสังหาร
จับน้ำมันเถื่อน-ยาเสพติด-ยึดยุทโธปกรณ์
เวลา 03.00 น. ขณะที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 กำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 (หาดใหญ่-ปัตตานี) บริเวณบ้านเกาะหม้อแกง หมู่ 6 ต.ท่ากำชา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี. ได้ตรวจรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร สีขาว หมายเลขทะเบียน ฏฐ 6814 กรุงเทพมหานคร พบน้ำมันเบนซินเถื่อนจำนวน 400 ลิตรบรรจุในแกลลอนพลาสติกจำนวน 13 ใบซุกซ่อนอยู่ในรถ จึงควบคุมตัว นางแมะนะ ซิ อายุ 36 ปี คนขับ ไปดำเนินคดี โดยนางแมะนะยอมรับสารภาพว่าไปซื้อน้ำมันมาจากประเทศมาเลเซีย ผ่านทางด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อนำไปจำหน่ายในท้องที่ อ.รามัน จ.ยะลา
วันเดียวกัน กำลังผสมทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย 2 จุดในท้องที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี หนึ่งในสองจุดคือที่บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 3 ต.ระแว้ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งมี นายสะมาแอ มาปะ และ นายสิทธิศักดิ์ มาปะ แสดงตนเป็นเจ้าของและอยู่ภายในบ้าน ผลการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง พืชกระท่อม (ยาเสพติด) จำนวน 2 มัด พร้อมน้ำกระท่อมที่ต้มแล้วในหม้อไฟฟ้า จำนวน 1 หม้อ ยาแก้ไอจำนวน 66 ขวด (นำไปใช้เสพเป็นยาเสพติดได้) อาวุธปืน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน จึงควบคุมทั้งคู่ไปสอบปากคำที่หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21
ก่อนหน้านั้นเมื่อวันเสาร์ที่ 21 พ.ค. กำลังพลทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4603 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 37 สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส และฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมตรวจค้นตามพื้นที่เป้าหมาย บ้านเลขที่ 16/1 บ้านไอร์กือเดร์ หมู่ 4 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร พบอาวุธปืนปืนลูกซองและปืนยาวรวม 2 กระบอก เครื่องกระสุน และอุปกรณ์ประกอบระเบิด จึงยึดไปตรวจสอบหาสารพันธุกรรมเพื่อติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ฝังกับระเบิดแบบเหยียบ 3 จุดในจะแนะ-ศรีสาคร
วันจันทร์ที่ 23 พ.ค.เวลา 22.00 น. ตำรวจ สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งจากทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 34 ว่า พบวัตถุต้องสงสัย 2 จุดในพื้นที่ อ.จะแนะ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี)
จุดแรกคือที่บริเวณบ้านไอร์กามาลา บ้านย่อยของบ้านน้ำวน หมู่ 1 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ พบกล้องกระดาษสีน้ำตาลพันด้วยเทปกาว เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีจตึงใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลาย พบเป็นกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนที่พันสายไฟไว้ลวงเจ้าหน้าที่
ส่วนจุดที่ 2 คือกองทรายริมถนน ห่างจากจุดแรกไม่กี่เมตร คนร้ายฝังกับระเบิดแบบเหยียบเอาไว้ คาดว่าต้องการดักสังหารเจ้าหน้าที่ที่เข้าพิสูจน์ทราบในบริเวณพบวัตถุต้อง สงสัย นอกจากนั้นยังพบใบปลิวข่มขู่ประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับทางราชการด้วย แต่เจ้าหน้าที่พบเสียก่อน จึงให้หน่วยอีโอดีเก็บกู้เอาไว้ได้สำเร็จ
ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะแนะ ยังได้รับแจ้งเหตุเผาธงชาติและโปรยใบปลิว บริเวณสามแยกบ้านไอร์กรือโล๊ะ บ้านย่อยของบ้านกาเต๊าะ หมู่ 6 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ พบเป็นการเผาธงลวงเจ้าหน้าที่ เพราะมีการฝังกับระเบิดแบบเหยียบเอาไว้ใกล้กับจุดเผา แต่โชคดีเจ้าหน้าที่ตรวจพบก่อน จึงเก็บกู้เอาไว้ได้อย่างปลอดภัย
ส่วนในท้องที่ อ.ศรีสาคร ตำรวจยังพบกับระเบิดแบบเหยียบฝังไว้ในสวนยางพาราของชาวบ้านในท้องที่บ้านไอ จอร์ หมู่ 1 ต.กาหลง ด้วย โดยเจ้าหน้าที่เก็บกู้เอาไว้ได้เช่นกัน
รัวกระสุนถล่มสามีภรรยาที่หนองจิก
วันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. เวลา 16.50 น. คนร้ายจำนวน 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง นายพงษ์ ไม่ทราบนามสกุล และ นางสมจิตร คูนีอาด อายุ 49 ปี ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนในท้องที่หมู่ 2 ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังกลับจากทำงานก่อสร้างในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา มุ่งหน้ากลับบ้านใน อ.เมือง จ.ยะลา เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ส่วนวันเสาร์ที่ 21 พ.ค.เวลา 17.40 น. คนร้ายจำนวน 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด .38 นิ้ว ประกบยิง นายนิพนธ์ คงทอง อายุ 40 ปี อาชีพช่างซ่อมสีรถยนต์ อยู่บ้านเลขที่ 120/2 บ้านคลองควน หมู่ 9 ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เสียชีวิตขณะที่ นายนิพนธ์ กำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร
isranews.
โจรใต้ยิง M79 ใส่ฐานทหาร-โชคดีไร้คนเจ็บ
26 พฤษภาคม 2554 22:16 น.
ปัตตานี - คนร้ายซุ่มยิง M79 ใส่ฐานทหารพรานที่ อ.กะพ้อ ได้รับความเสียหายเล็กน้อย และโชคดีไร้คนเจ็บ
วันนี้ (26 พค.54) เมื่อเวลา 20.00 น.เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารตำรวจ สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้เครื่องยิงลูกระเบิด M79ยิ งใส่ฐานทหารพราน 44-9 บริเวณ ม.2 บ้านบือแนดาลัม ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ เป็นเหตุให้ฐานได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วไล่ล่าคนร้ายที่ได้ก่อเหตุในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังเกิดเหตุทางผู้บังคับบัญชาตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้มีการแจ้งเตือนให้ทุกหน่วยระมัดระวังในที่ตั้งเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากคนร้ายได้ใช้เครื่องยิงลูกระเบิดยิงระยะใกล้ ซึ่งอาจสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียได้
manager.
ยิงดับ 3 ศพคาร้านคาราโอเกะปัตตานี
26 พฤษภาคม 2554 22:14 น.
ปัตตานี - เกิดเหตุยิงกันในร้านคาราโอเกะ ดับ 3 ศพ ซึ่งเป็นสามี-ภรรยา และนายสิบตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังสืบหาสาเหตุ ทราบเพียงแต่ว่าก่อนตายนั้นได้นั่งกินข้าวร่วมกัน และน่าจะตกลงปัญหาบางอย่างกันไม่ได้จนเกิดเหตุฆ่ากันตายในที่สุด
วันนี้ (26 พ.ค.) เมื่อเวลา 16.30 น. พ.ต.ท.ไพสิฐ แก้วจรัส รอง ผกก.ป.สภ.ปะนาเระ ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายมีผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย ภายในร้านเสียงพิณคาราโอเกะ ไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ ม.5 ต.ควน จึงนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. และเจ้าหน้าที่วิทยาการ
เมื่อไปถึงพบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด จำนวน 3 ศพ ทราบชื่อ นายประสิทธิเวศ ชูช่วย อายุ 49 ปี เจ้าของร้าน นางกรกนก ชูช่วย อายุ 42 ปี ภรรยา และ ส.ต.อ.วิศนุ ปลอดแก่นทอง อายุ 32 ปี ผบ.หมู่งานจราจร สภ.มายอ จ.ปัตตานี โดยทั้งสามถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด.38 เข้าศีรษะคนละนัด ในที่เกิดเหตุพบข้างของบนโต๊ะกระจายกระจายและพบอาวุธปืนขนาด .38 ตกอยู่ ภายในรังเพลิงเหลือกระสุน 3 นัดและยิงไปแล้ว 3 นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ทั้ง 3 คนเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน ก่อนเกิดเหตุทั้ง 3 เดินทางกลับมาจากข้างนอก และเมื่อมาถึงที่ร้านก็ได้นั่งกินข้างด้วยกัน โดยที่ร้านยังไม่ได้เปิดให้บริการ และระหว่างนั้นได้ยิงเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด เมื่อชาวบ้านเข้ามาดูพบว่าทั้ง 3เสียชีวิตทั้งหมด
ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายทั้ง 3 น่าจะมานั่งเคลียร์ปัญหาคาใจบางอย่าง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงเกิดทะเลาะกันและมีการยื้อแย่งอาวุธปืนของ ส.ต.อ.วิศนุ จนเกิดการยิงกันขึ้น ก่อนจะใช้อาวุธปืนเดียวกันยิงตัวเองตายไปด้วยเพื่อหนีความผิด ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจพิสูจน์เขม่าดินปืนที่มือของทั้ง 3 ศพว่าใครเป็นคนก่อเหตุ ส่วนสาเหตุน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว
manager.
บึ้มทหาร ฉก.13 กรงปินัง เจ็บ 4
25 พฤษภาคม 2554 13:19 น.
ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.13 บนถนนสายกรงปินัง-คอรอราแม ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 นาย ระหว่างเดินทางไปสนับสนุนหน่วยกำลังที่ออกปิดล้อมตรวจค้นอยู่ในพื้นที่ หลังจากที่มีคนร้ายลอบซุ่มยิงกำลังทหารร้อย ร.4033
เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (25 พ.ค.) พ.ต.ท.สาธิต จันทร์ศร พนักงานสอบสวนเวร สภ.กรงปินัง จ.ยะลา ได้รับแจ้งจาก พ.ต.ธีรยุทธ์ สายยืด รอง ผบ.ฉก.ยะลา 13 ว่ามีเหตุระเบิดและยิงเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.13 บนถนนสายกรงปินัง-คอรอราแม บ้านตะโล๊ะสะโต หมู่ที่ 6 ต.สะเอ๊ะ หลังได้รับแจ้ง รีบนำกำลังเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ฉลอง สุขจันทร์ ผกก. พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก. พ.ต.อ.สุริยา ไชยโยธา รอง ผบก. นายอวยชัย จุฬาศิริวงศ์ ปลัดป้องกัน อ.กรงปินัง กำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุบริเวณบนถนน พบหลุมระเบิดมีเศษหินดิน ชิ้นส่วนสะเก็ดระเบิดประกอบด้วยเหล็กหุนตัดเป็นชิ้นๆ ชิ้นส่วนของถังแก๊สแตกเป็นชิ้นเล็กๆ กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ห่างกันพบซากรถยนต์ฮัมวี่ ถูกแรงอัดของระเบิด จอดอยู่ในสภาพได้รับความเสียหายด้านที่นั่งคนขับเกือบทั้งหมด พร้อมกับมีรอยเลือดกระจายไปทั่วผิวถนน
เจ้าหน้าที่ยังพบมีสายไฟถูกลากยาวเข้าไปในป่าข้างทางอีกด้วย ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อ ร.ต.กิตติชัย วาทะมธุรส ผบ.ร้อย 4033 ทำหน้าที่ หน.ชุด ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณ มือซ้าย จ.ส.อ.อำพร ภู่สุวรรณ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณหน้าอก อาการสาหัส ส.อ.ทรงยศ แก้วตุ่ม ถูกสะเก็ดระเบิดที่เท้าขวา และพลทหารเอกรัตน์ โพธิ์อยู่ ถูกสะเก็ดระเบิด ที่หน้าผาก อาการสาหัส ทั้งหมดแพทย์ ได้นำเข้าผ่าตัด เพื่อช่วยชีวิตเป็นการด่วน
จากการสอบสวนทราบว่า กำลังทหารชุดดังกล่าวนั่งรถยนต์ฮัมวีจำนวน 4 นาย เพื่อเดินทางไปสนับสนุนหน่วยกำลังที่ออกปิดล้อมตรวจค้นอยู่ในพื้นที่หลังจากที่มีคนร้ายลอบซุ่มยิง กำลัง ทหารร้อย ร.4033 ขณะออกลาดตระเวรเดินเท้าเพื่อดูแลความปลอดภัยเมื่อเช้านี้ ระหว่างรถยนต์วิ่งมาถึงที่เกิดเหตุได้เกิดระเบิดขึ้น และซุ่มยิงเข้ามาเป็นชุดๆ ด้วย เจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บไม่สาหัสตั้งสติได้จึงยิงตอบโต้เพื่อป้องกันคนร้ายเข้ามายิงซ้ำและเผาได้ เกิดการปะทะประมาณ 10 นาที คนร้ายได้ล่าถอยไป
จากการตรวจอย่างละเอียดพบว่า คนร้ายได้ฝังระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สขนาดบรรจุ 15 กก. น้ำหนักประมาณ 20 กก.ใต้ผิวถนน กดชนวนด้วยแบตเตอรี่ด้วยการลากสายไฟยาวเข้าไปในป่าข้างทาง เมื่อรถวิ่งมาคนร้ายได้กดระเบิดจนเกิดระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เป็นการก่อเหตุของกลุ่มนายซาอูดี สะตาปอ แกนนำระดับสั่งการที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.สะเอ๊ะ อ.กรงปินัง ต.ปะแต ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา ซึ่งเขตติดต่อกัน เนื่องจากเมื่อกลางดึกที่ผ่านมามีคนร้ายลอบยิงนายมูฮำหมัดกูไซ สะตาปอ อายุ 25 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องชายของนายซาอูดีเสียชีวิตคาบ้านพัก ทำให้นายซาอูดีออกมาแก้แค้นให้กับน้องชายด้วยการลอบก่อเหตุกับเจ้าหน้าที่
manager.
โจรใต้วางระเบิดรถ ผกก.สภ.ตากใบ ลูกน้องพลีชีพ 2 นายสาหัส 1
24 พฤษภาคม 2554 13:33 น.
นราธิวาส - คนร้ายลอบวางระเบิดรถ ผกก.สภ.ตากใบ แต่พลาดเป้ารถคันหลังรับเคราะห์แทน เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตทันที 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ขณะเดินทางเข้าร่วมโครงการสำนึกรักษ์ถิ่นเกิด
เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (24 พ.ค.) พ.ต.ท.ปัญญาภาส สิทธิโชติพงษ์ สารวัตรเวร สภ.ตากใบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหาร พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก รักษาการแทน ผกก.สภ.ตากใบ บริเวณทางเข้าหาดเสด็จ หมู่ 1 บ้านตาบา ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตคาที่ 2 นาย บาดเจ็บสาหัส 1 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิษฐ์ หัวหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดบนถนนลึก 1 เมตร กว้าง 3 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ ของ สภ.ตากใบ หมายเลขทะเบียน ถง 1517 กรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาพพังยับเยิน โดยมีชิ้นส่วนรถยนต์ปลิวกระจายไปไกลในรัศมีกว่า 20 เมตร และใกล้กันเจ้าหน้าที่พบศพเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ อยู่ในสภาพร่างกายเหวอะหวะ จำนวน 2 นาย ทราบชื่อ คือ 1.ส.ต.อ.สุวิช คงศรี อายุ 38 ปี พลขับ และ 2.ส.ต.อ.หญิง อุบลวรรณ จินดาเพ็ชร อายุ 33 ปี ผบ.หมู่ธุรการ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเพื่อนตำรวจได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลตากใบ ไปก่อนหน้า คือ ส.ต.ต.หญิง วิภาวรรณ คงสุด อายุ 26 ปี ผบ.หมู่ ธุรการ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณร่างกาย
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิงน้ำหนักประมาณ 20 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย รักษาการ ผกก.ตากใบ ได้นำกำลังรวม 10 นาย นั่งรถยนต์กระบะจำนวน 2 คัน โดยผู้ตายและผู้บาดเจ็บนั่งรถยนต์กระบะขับตามหลังมา โดยที่กระบะหลังได้บรรทุกอาหารเครื่องดื่มและของใช้เพื่อเดินทางเข้าร่วมโครงการสำนึกรักษ์ถิ่นเกิด โดยมีผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน เข้าร่วมในโครงการดังกล่าว และในระหว่างที่ ส.ต.อ.สุวิช ขับรถผ่านที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายที่ดักซุ่มอยู่ริมทางใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ใต้ถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
นอกจากนี้เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.ยงยุทธ์ เจริญวานิช รองผู้บัญชาการศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (รองผบช. ศชต. ) รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จ.นราธิวาส ยังได้รับแจ้งจาก สภ.ศรีสาครว่า ชาวบ้านยังพบระเบิดแสวงเครื่องชนิดเหยียบที่คนร้ายแอบขุดหลุมฝังไว้ภายในสวนยางพาราของชาวบ้านที่บ้านไอจอร์หมู่ 1 ต.กาหลง อ.ศรีสาคร อีก 1 ลูกด้วย
manager.
โจรใต้ประกบยิง 2 ผัวเมียเสียชีวิตคาที่ขณะขี่ จยย.กลับบ้าน
22 พฤษภาคม 2554 22:40 น.
ปัตตานี - คนร้ายประกบยิง 2 สามีภรรยาเสียชีวิต ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพักใน จ.ยะลา เหตุเกิดบนถนนสายหาดใหญ่-ปัตตานี ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จนท.คาดเป็นการตอบโต้ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่
เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ (22 พ.ค.) พ.ต.ท.วีรชาติ คูหามุค รอง ผกก.สส.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบนถนนสายหาดใหญ่-ปัตตานี ม.4 บ้านปรัง ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐ์พันธ์ ผบก.ภ.ปัตตานี พ.ต.อ.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผกก. และชุดพิสูจน์หลักฐาน
ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด ทราบชื่อ นายสมพงษ์ คูนิอาจ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/2 ถ.วิฑูรย์อุทิศ ต.สะเตง อ.เมืองปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าลำตัว จำนวน 2 นัด
นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลหนองจิก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อ นางสมจิตร คูนิอาจ อายุ 49 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกัน เข้าลำตัว จำนวน 2 นัด ในที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กกม 109 ยะลา ของผู้ตายล้มอยู่ แต่ไม่พบหลักฐานใด ๆ
สอบสวนทราบว่า ผู้ตายทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน ก่อนเกิดเหตุขณะขับรถจักรยานยนต์มาจากที่ทำงาน และกำลังเดินทางกลับบ้านพักที่ จ.ยะลา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คนขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิงหลายนัดจนเสียชีวิต สาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่สร้างสถานการณ์ และต้องการตอบโต้เจ้าหน้าที่ เพราะก่อนหน้านี้คนร้ายยิงชาวบ้านเสียชีวิตมาแล้ว 1 รายเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา
manager.
โจรใต้คาร์บอมบ์ป่วนสุไหงปาดี 2 จุด ตร.-ชาวบ้านเจ็บ 9 รวบผู้ต้องสงสัยเค้นสอบ 2 ราย
20 พฤษภาคม 2554 15:09 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดจักรยานยนต์บอมบ์ภายใน ซ.จารุเสถียร 4 เขตเทศบาลตำบลปะลุรู เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดชนวนระเบิดคาร์บอมบ์ซ้ำ ห่างจากจุดแรก 40 เมตร เป็นเหตุให้ ตำรวจและชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 9 ราย พร้อมกับรวบชายต้องสงสัยได้ 2 คน
เมื่อเวลา 10.20 น. วันนี้(20 พ.ค.) ร.ต.ต.อนุรักษ์ กลางณรงค์ ร้อยเวร สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุจักรยานยนต์บอมบ์ เกิดขึ้นที่บริเวณภายในซอยจารุเสถียร 4 เขตเทศบาลตำบลปะลุรู จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.พีระพล ณ พัทลุง ผกก.สภ.สุไหงปาดี นายจำนัล เหมือนดำ นายอำเภอสุไหงปาดี พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตชด.447 บ้านเจาะวา อ.สุไหงปาดี รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินทางไป ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ขึ้นลูกที่ 2 เวลา 10.29 น. ที่บริเวณข้างร้านรับซื้อยางพาราแผ่น เลขที่ 223 ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามห่างจากจุดเกิดเหตุแรกประมาณ 40 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 9 ราย
เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำผู้ได้รับบาดเจ็บลำเลียงส่งรักษาโรงพยาบาลสุไหงปาดีอย่างเร่งด่วน ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัว แขนและขา ทราบชื่อต่อมาคือ 1. ด.ต.ธวัชชัย เผ่าประดิษฐ์ 2.นายเสริมศักดิ์ สิริไพโรจน์ 3.นายปราโมทย์ สกุลกาญจโชติ 4.นางบอซู อับดุลคานาน 5.นายมูอำหมัดนาเซ อาแซ 6.นายบรรเจิด หวังวรรณกิจ 7.นายอัสรันคาน ฮาบีน 8.นายจรัญ เบญจมิตกุล และ9.ชายไม่ทราบชื่อ
จุดแรกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในซอยจารุเสถียร 4 พบซากรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน ทะเบียน กษฉ-111 นราธิวาส ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน รวมทั้งซากชิ้นส่วนกล่องเหล็กที่คนร้ายใช้ประกอบระเบิดแสวงเครื่อง หนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งบ้านของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุได้รับความเสียหายอีก จำนวน 3 หลัง
จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นของ นางอาอีซะ อาแวหะมะ อยู่บ้านเลขที่ 56 ม.10 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมตรวจสอบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวแจ้งหายไว้ที่ใด หรือให้ใครยืมไปใช้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบเหตุคาร์บอมบ์จุดที่ 2 พบซากรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสันบิ๊กเอ็ม สีดำ ทะเบียน บ-4924 จ.ยะลา อยู่ในสภาพพังยับเยิน โดยชิ้นส่วนของรถยนต์กระบะได้ปลิวว่อนไปไกลถึงรัศมี 30 เมตรและได้ไปถูกบ้านชาวบ้านได้รับความเสียหายอีก 2 หลัง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุชาวบ้านพบวัยรุ่น 1 คน ขี่รถจักรยานยนต์ที่ซุกระเบิดนำไปจอดไว้ แล้วทำทีเดินไปทำธุระ ซึ่งสถานที่ดังกล่าวมักมีข้าราชการและชาวบ้านเป็นจำนวนมากเดินพุกพล่าน จนกระทั่งผ่านไปประมาณ 5 นาที จึงเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
ระหว่างนั้น ด.ต.ธวัชชัย ได้เดินทางถึงที่เกิดเหตุ และได้กันชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่ออกห่างจากรัศมี แต่ก็ได้เกิดระเบิดคาร์บอมบ์ขึ้นมาอีก 1 ลูก ที่บริเวณซอยฝั่งตรงข้าม ทำให้ ด.ต.ธวัชชัย และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ รวม 9 ราย ดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชายต้องสงสัยจำนวน 2 คน ท่าทางมีพิรุธไปสอบสวนที่ สภ.สุไหงปาดี โดยยังไม่เปิดเผยถึงรายละเอียดว่าเป็นกลุ่มคนร้ายที่ลอบก่อเหตุในครั้งนี้หรือไม่
manager.
ตำรวจ ทหารพรานสนธิกำลังปิดล้อมจับตายโจรใต้ 4 ศพ ที่ อ.ธารโต
20 พฤษภาคม 2554 13:48 น.
ยะลา - ตำรวจ ทหารพราน สนธิกำลังปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย พื้นที่ ม.3 ต.บ้านแหร อ.ธารโต หลังสืบทราบมีกลุ่มก่อความไม่สงบหลบซ่อนอยู่ คนร้ายไหวตัวทันเปิดฉากปะทะกัน คนร้ายดับ 4 หนึ่งในนั้นเป็นแกนนำอาร์เคเค มือผลิตระเบิด
เมื่อเวลา 06.00 น.วันนี้(20 พ.ค.) พ.ต.อ.วิชัย แจ้งสกุล ผกก.สภ.ธารโต จ.ยะลา ได้รับแจ้งจาก ชุดสืบสวน ภ.จว.ยะลา ว่ามีเหตุปะทะและวิสามัญกลุ่มโจรใต้ ที่บ้านจาเราะแป หมู่ที่ 3 ต.บ้านแหร รอยต่อบ้านซอยนัดตาหยง หมู่ที่ 2 บ้านบัวทอง หลังได้รับแจ้งรีบเดินทางไปตรวจสอบสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพชรภูมิ รอง ผบก. ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ศรศึก - ศรชัย อัยการจังหวัด แพทย์ตำรวจ ศชต. นายอาวุธ เลิศเดชานนนท์ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.ธารโต กำลัง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง จำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพัก หลังบ้านเป็นสวนยางพาราเจ้าหน้าที่พบศพกลุ่มคนร้ายนอนเสียชีวิต จำนวน 4 ศพ สภาพศพถูกยิงที่บริเวณศีรษะ และลำตัวเป็นรูพรุน ห่างศพเล็กน้อยพบอาวุธปืนสงคราม เอเค 47 (อาก้า) จำนวน 2 กระบอกและปืนพกสั้น ขนาด.380 จำนวน 1 กระบอก ของคนร้ายตกอยู่
จากการสอบสวนทราบว่า พ.ต.ท.ภูวนารถ แก้วน้อย รอง ผกก.สส.ภ.จว.ยะลา สืบทราบว่า มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบรวมตัวเพื่อก่อเหตุร้ายในพื้นที่มาหลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้าน จึงได้นำกำลัง ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัด ร่วมกับตำรวจพลร่ม หน่วยเฉพาะกิจ ตชด.ที่ 44 ทหารพราน ทพ.47 กว่า 20 นาย เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย
ระหว่างการตรวจค้นคนร้ายไหวตัวทัน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้เปิดฉากยิงเข้าใส่ เพื่อเปิดทางหนี เจ้าหน้าที่ ที่ซ่อนตัวอยู่หลังบ้านได้ใช้อาวุธปืนกราดยิง จึงเกิดการปะทะกันขึ้นประมาณ 15 นาที หลังเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ พบศพผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุดังกล่าว ส่วนเจ้าหน้าที่ปลอดภัย
จากการตรวจสอบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ 2 ใน 4 ศพ เป็นนายอาแซ ฮูลู แกนนำกลุ่ม อาร์เคเค คนสำคัญ ระดับแกนนำ มือผลิตระเบิดและ นายมะสือบรี อาซู ลูกสมุนคนสนิท ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ธารโต และ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง ซึ่งมีหมายจับในคดีก่อเหตุลอบวางระเบิดหลายจุด ในพื้นที่ อ.ธารโต อยู่ด้วย เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ว่า สำหรับนายอาแซ อาซู นั้นมีหมายจับ ป.วิอาญา คดีลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่เมื่อปี 47 ตามหมายจับของ สภ.ธารโต เลขที่ 214/49 ด้วยหรือไม่
manager.
เผยภาพวงจรปิดคนร้ายขว้าง M67 ใส่รถทหารย่านตลาดเก่ายะลา ชาวบ้าน-นร.เจ็บ 8 ราย
18 พฤษภาคม 2554 11:11 น.
ยะลา - ภาพกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ คนร้าย 2 ขับรถจักรยานยนต์ปาระเบิด เอ็ม 67 ใส่รถทหาร ที่หน้าปากซอยสิโรรส 3 ย่านตลาดเก่า ทำให้มีชาวบ้านและนักเรียนได้รับบาดเจ็บ 8 ราย
เผยภาพกล้องวงจรปิด จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ขว้างระเบิดเอ็ม 67 ใส่รถทหารของเจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการร้อย ร. ฉก.อโณทัย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่บริเวณปากซอยถนนสิโรรส 6 ย่านตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา ขณะออกมาซื้ออาหารเมื่อเช้าที่ผ่านมา (18 พ.ค.) ปรากฏว่าระเบิดไปกระทบกระจกหน้ารถแล้วกระเด็นไปตกปากซอยสิโรรส 3 ทำให้ฝั่งตรงข้ามเกิดระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดส่งผลให้ชาวบ้านและนักเรียนที่ขับรถผ่านมาในบริเวณนั้นได้รับบาดเจ็บรวม 8 ราย
manager.
โจรใต้ใช้ จยย.ประกบยิง อส.ดับอีก 1 ที่ยะลา
17 พฤษภาคม 2554 17:44 น.
ยะลา - โจรใต้ประกบยิง อส.ดับอีก 1 ที่ยะลา หลังขี่ จยย.กลับจากร่วมงานแต่งที่ อ.บันนังสตา
เมื่อเวลา 16.17 น.วันนี้ (17 พ.ค.) พ.ต.อ.สุวัตต์ วงค์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา พร้อม พ.ต.ท.เจริญ ธรรมขันธ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ศุภชัย ยีหวังกอง รอง ผกก.ป.สนธิกำลังเดินทางไปสอบสวนเหตุยิงกันตายที่บ้านบาเจาะ หมู่ 2 ต.บาเจาะ ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนปากทางเข้าหมู่บ้าน พบศพ นายมะรอนิง มะอีแต อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 11 บ้านป่าหวัง ต.บันนังสตา ถูกยิงกับอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่ศีรษะและกลางหลังรวม 3 นัด นอนตายจมกองเลือดคารถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พบปลอกกระสุนปืนตกในที่เกิดเหตุเก็บรวบรวมไว้ได้จำนวน 3 ปลอก
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายมะรอนิง มะอีแต ผู้ตายเป็นอาสาสมัครประจำอำเภอบันนังสตา ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่ จยย.ไปร่วมงานแต่งงานเพื่อนที่บ้านบาเจาะ หมู่บ้านที่เกิดเหตุ ขณะขับขี่ จยย.เดินทางออกจากงานเพื่อกลับอำเภอบันนังสตา
ปรากฏว่า มีคนร้าย 2 คนได้ขับขี่ จยย.ติดตามไป เมื่อถึงที่เกิดเหตุคนร้ายที่ซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนออกจากเสื้อคลุมจ่อยิงกลางหลังนายมะรอนิงติดต่อกันหลายนัด นายมะรอนิงถูกกระสุนปืน จยย.ได้ล้มลงครูดไปตามพื้นถนน คนร้ายได้จอด จยย.แล้วลงไปจ่อยิงที่ศีรษะอีกนัด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่รอด หลังจากนั้นได้คว้าเอาอาวุธปืนขนาด 11 มม.ที่เหน็บที่สะเอวพาหลบหนีไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่า คนร้ายอาจเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบ ซึ่งได้ตามจองเวรสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อสร้างสถานการณ์
manager.
โจรใต้ใช้อาวุธสงครามยิงถล่มฐานทหารพรานเจ็บสาหัส 1
17 พฤษภาคม 2554 11:02 น.
ยะลา - คนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มฐานทหารพรานบริเวณสามแยก ร.ร.คณะราษฎรบำรุง 2 ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
เมื่อเวลา 05.16 น.วันนี้ (17 พ.ค.) ด.ต.อุดม จุนเจือ หัวหน้าศูนย์รวมข่าว 191 สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ฐานเจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อย ทพ.4715 มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณสามแยก ร.ร.คณะราษฎรบำรุง 2 หมู่ 4 บ้านสาคอ ต.ท่าสาป จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมา พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก. พ.ต.อ.สุริยา ไชยโยธา รอง ผบก. พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รอง ผกก.ป. พ.ต.ต.จุฬาชัย แสงกุล สว.สส. พ.ต.ต.ธนชิต สุขพัฒนานรากุล สวป.นำกำลังไปสอบสวน
ทราบว่าผู้บาดเจ็บชื่อ อาสาสมัครทหารพราน ไพบูลย์ ตุปิลา อายุ 41 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 86/4 หมู่ 7 ต.กุดไห อ.กุดบาก จ.สกลนคร ถูกกระสุนปืนไม่ทราบชนิด คาดว่าจะเป็นปืนอาก้า 47 เข้าบริเวณหน้าท้องอาการสาหัสถูกนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลาแล้ว ในที่เกิดเหตุไม่พบหลักฐานใดจึงตามไปสอบสวนผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล
เบื้องต้นทราบว่า เหตุเกิดประมาณ 05.05 น. ขณะที่ อส.ทพ.ไพบูลย์ ตุปิลา สังกัดกรมทหารพราน 47 มีที่ตั้งกรมอยู่ที่เขื่อนแม่น้ำปัตตานี ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พร้อมเพื่อนกำลังพล กำลังปฏิบัติหน้าที่ภายในฐานบริเวณสามแยก ร.ร.คณะราษฎรบำรุง 2 คนร้ายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 คนใช้รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียนแล่นผ่านมาหน้าฐาน แล้วใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปติดต่อกันหลายนัด จากนั้นได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางบ้านบาโด หมู่ 3 ต.ยุโปอย่างรวดเร็ว ปรากฏว่ากระสุนปืนไปถูก อส.ทพ.ไพบูลย์ ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่
manager.
คนร้ายลอบกดบึม ปิกอัพฉก.14ยะลา ทหารเจ็บ2พระดับ2
16 พฤษภาคม 2554, 08:15 น.
บึมรถปิกอัพทหาร ฉก.14 ยะลา ขณะออกรักษาความปลอดภัย พระสงฆ์บิณฑบาตโดยมีเสียงระเบิดสนั่นพังยับทั้งคัน โดยแรงระเบิดทำให้เกิดหลุ่มลึก 1.5 ม. ขณะที่ทหารเจ็บ2นาย พระสงฆ์มรณภาพในที่เกิดเหตุ 2 รูป เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ ...
เมื่อเวลา 06.15 น.วันที่ 16 พ.ค.2554 พ.ต.ท.ประสม เกื้อหนุน สวป.สภ.ยะหา จ.ยะลา นำกำลังออกปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามแผน พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.ยะลา ภายในเขตเทศบาลยะหา
รับแจ้งเหตุทางวิทยุมีคนร้ายลอบซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารโดยวางระเบิดแล้ว ยิงถล่มซ้ำทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บพร้อมกับพระภิกษุจำนวนหลายรายที่บ้านบาโย หมู่ 8 ต.บาโระ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาพร้อม พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.ท.เมธา สิงหาเสนา รอง ผกก.สส.รักษาการแทน ผกก.สนธิกำลังฝ่ายทหารและปกครองเดินทางไปสอบสวน ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนคอนกรีตภายในหมู่บ้าน ห่างจากทางหลวงสาย 4077(ยะหา-บันนังสตา) ราว 200 เมตร
ในที่เกิดเหตุพบซากรถปิกอัพยี่ห้อมาสด้า รุ่นธันเดอร์ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน บค-4305 ปัตตานี พังยับทั้งคัน ห่างไปราว 10 เมตร พบหลุมระเบิดลึกกว้าง 1.5 x 2 เมตร มีสายไฟฟ้าลากทอดยาวจากข้างทางเข้าไปในสวนยางพาราไปสิ้นสุดที่ใต้กอไผ่ราว 200 เมตร
พบสะเก็ดระเบิดเศษชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ถังแก๊ส กระจัดกระจายเป็นวงกว้าง จำนวนมากจึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักบาน ในที่เกิดเหตุพบศพพระภิกษุ 2 รูป ร่างแหลกเหลวจากแรงระเบิดจนกระจัดกระจาย ทราบชื่อพระสมุห์ชาตรี กันตรโต อายุ 47 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว และพระธีรพงษ์ ดงมะลิ อายุ 40 ปี นอกจากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บอีก 2 นายชื่อพลทหารธนากร หนูชัยแก้ว อายุ 22 ปีและพลทหารไกรสร มดคัน อายุ 22 ปี อาการสาหัสถูกส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหาแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารชุดร้อย ร.1511 สังกัด ฉก.ยะลา 14 มี ส.อ.มนตรี ไกรเทพ เป็นหัวหน้าชุดได้นำกำลังรวม 6 นายโดยซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ 2 คัน นำหน้าและปิดท้ายรถปิกอัพที่มีพลทหารพลาธรเป็นพลขับนำพระภิกษุจากวัดสวนแก้ว ที่มีพระภิกษุอยู่เพียง จำนวน 2 รูป ที่บ้านปูแล หมู่ 1 ต.บาโระ เพื่อนิมนต์ไปบิณฑบาตที่ตลาดยะหาตามปกติ ออกจากวัดมาได้ราว 3 กม.มาถึงที่เกิดเหตุก่อนถึงถนนใหญ่ คนร้ายคาดว่าเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบซึ่งได้แอบนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุถัง แก๊สปิกนิกน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 15 กก.ที่ขุดรูซุกไว้ใต้ผิวถนนคอนกรีต รอจังหวะที่รถปิกอัพเจ้าหน้าที่ทหารผ่านมาจึงได้จุดชนวนกับแบตเตอรี่จนเกิด
ระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว ได้ยินไปถึงตลาดยะหาและบ้านปะแต ขณะที่แรงระเบิดทำให้รถปิกอัพกระดอนลอยขึ้นไปตกห่างจากจุดระเิบิดกว่า 10 เมตร เป็นเหตุให้พระสมุห์ชาตรี กับพระธีรพงษ์ที่นั่งกระบะท้ายถูกแรงระเบิดอัดมรณภาพทันที และพลทหารธนากรพลขับ กับพลทหารไกรสร ที่นั่งคอยคุ้มกันบนกระบะท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้นพวกคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มซ้ำ ส.อ.มนตรี ที่ซ้อนท้าย จยย.กับกำลังพลอีก 4 นายที่ไม่ได้รับบาดเจ็บจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้จนเกิดการปะทะกันขึ้น อย่างดุเดือดราว 15 นาที พวกคนร้ายถอดใจพากันหลบหนีไป หลังเ้ข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุจึงได้ทราบว่ามีพระภิกษุมรณภาพ 2 รูปและเจ้าหน้าที่ทหารที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับบาดเจ็บ 2 นาย
ส่วนคนร้ายคาดว่า เป็นกลุ่มของนายฮูไบดีละ รอมือลี แกนนำอาร์เคเค.ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ เคยลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารในบริเวณใกล้เคียงเมื่อกลางปี 2553 และวางระเบิดรถพรานป่าเสียชีวิต 9 รายบาดเจ็บ 2 รายเมื่อตอนเย็นวันที่ 25 มค.ต้นปีที่ผ่านมา โดยได้เฝ้าติดตามดูพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ทหารที่นำพระภิกษุออกไปบิณฑบาต ทุกวันได้แอบนำระเบิดมาวางแล้วซุ่มโจมตีซ้ำทำให้เจ้าหน้าที่ทหารจนบาดเจ็บ และพระภิกษุมรณภาพ 2 รูป
thairath.
โจรใต้ยิงวิศวกรสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 8 ดับ
15 พฤษภาคม 2554 21:24 น.
นราธิวาส - โจรใต้ก่อเหตุยิงข้าราชการวิศวกรชำนาญการ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 8 หน้าบ้านพักเสียชีวิต และคนร้ายได้นำรถจักรยานยนต์พาหนะก่อเหตุไปเผาทำลายหลักฐานก่อนหลบหนี
วันนี้ (15 พ.ค.) เมื่อเวลา 17.10 น. พ.ต.อ.ขวัญดี ฉิมพลี ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส ได้รับแจ้งว่า มีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ หน้าบ้านพักเลขที่ 1 บ้านกำปงบารู ม.8 ต.ลำภู อ.เมือง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพียงกองเลือด
ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อนายอัสมิง ตาเฮ อยู่บ้านหลังเกิดเหตุ เป็นวิศวกรชำนาญการ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 8 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา บาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ขนาด เข้าที่ลำตัว หน้าอกรวม 5 นัด อาการสาหัส และทนพิษบาดแผลไมไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบบริเวณรอบบ้านที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีรถจักรยานยนต์ถูกวางเพลิงเสียหายวอด 1 คัน ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 800 เมตรบริเวณกองทรายในหมู่บ้าน จึงรุดเข้าไปตรวจสอบ พบเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีแดง รุ่นสปารค์ ทะเบียนป้ายแดง 2 ป-ข 560 นราธิวาส สภาพถูกไหม้ ตรวจสอบเป็นรถจักรยานยนต์ถูกขโมยและคนร้ายใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ ซึ่งคนร้ายได้ราดน้ำมันก่อนจุดไฟเผาเพื่อทำลายหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ เข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้านพักของผู้ตาย โดยคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้เดินไปที่ประตูบ้านพร้อมเรียกชื่อผู้ตาย เมื่อผู้ตายได้ยินจึงได้เดินออกมาจากบ้านพัก ทันใดนั้นคนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดออกมาจากเอว ยิงใส่ผู้ตายที่บริเวณหน้าอกจำนวน 5 นัดซ้อน จนผู้ตายล้มลงไปในบ่อปลาหน้าบ้านพัก และคนร้ายได้รีบวิ่งไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไป และเมื่อถึงบริเวณกองทราย จึงได้จุดไฟเผา จนไฟลุกท่วมรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ก่อนที่จะมีรถยนต์กระบะไม่ทราบยี่ห้อ สี และหมายเลขทะเบียน มารับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุหลบหนีไป
ส่วนสาเหตุคาดเป็นฝีมือการก่อเหตุของกลุ่มก่อความไม่สงบ ลอบสังหารของพนักงานทางการ เพื่อสร้างสถานการณ์ในพื้นที่
manager.
โจรใต้ยิงอดีตทหารพรานสาหัสที่นราธิวาส
15 พฤษภาคม 2554 11:08 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนประกบยิงอดีตทหารพราน ขณะขับรถกลับจากส่งไม้ฟืนให้กับโรงไม้ใน อ.บาเจาะ ได้รับบาดเจ็บ จนท.คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่
เมื่อเวลา 01.10 น.วันนี้ (15 พ.ค.) พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งว่า มีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ บนถนนบริเวณหน้าโรงไม้ ช่วงบ้านบูเกะสูดอ ม.2 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพียงกองเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บถูกชาวบ้านนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลบาเจาะก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อต่อมาคือ นายสุเทพ ชุมนุ้ย เป็นอดีตทหารพราน อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/1 ม.1 ต.ไม้แก่น อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี บาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าที่ลำตัว 1 นัด แขนซ้าย 1 นัด อาการสาหัส
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บได้ขับขี่รถยนต์กระบะบรรทุกไม้ฟืนไปส่งที่โรงไม้ในที่เกิดเหตุ จากนั้นได้แวะไปหาเพื่อนในพื้นที่บ้านบูเกะสูดอ ต่อมาได้ขี่รถกระบะคันดังกล่าวเพียงลำพัง เพื่อมุงหน้ากลับบ้านพัก
ระหว่างทางเมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายตามประกบจากด้านหลังและแซงข้างพร้อมใช้อาวุธปืนยิงใส่จำนวน 4 นัดซ้อน จนกระสุนถูกนายสุเทพ ได้รับบาดเจ็บ แต่ได้กัดฟันเร่งเครื่องเพื่อหนีการประกบของคนร้าย และจอดบริเวณบ้านชาวบ้านก่อนวิ่งขอความช่วยเหลือ คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงได้หลบหนีไป
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มคนร้าย เพื่อสร้างสถานการณ์ป่วนใต้
manager.
จยย.บอมบ์ทหารพรานโชคดีไร้เจ็บที่ยะลา
13 พฤษภาคม 2554 14:11 น.
ยะลา - คนร้ายวางระเบิด จยย.บอมบ์หวังสังหารทหารพรานที่ยะลา โชคดีระเบิดทำงานช้า ทหารพรานปลอดภัย
เมื่อเวลา 11.20 น.วันนี้ (13 พ.ค.) ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหารพราน 47 ว่า เกิดเหตุระเบิดบนถนนริมเขื่อนเก็บน้ำชลประทานปัตตานีที่บ้านวังกระ หมู่ 4 ต.ตาเซ๊ะ อ.เมือง จ.ยะลา จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.เมืองยะลา ร.ต.ต.ภานุพงศ์ จันตะกูล ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา พร้อมประสานกำลังชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลาเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 ในสภาพพังยับเยินอยู่บนถนนดังกล่าวทะเบียนรถหมายเลข กนฉ 124 ปัตตานี หล่นอยู่ ซึ่งได้ปลอมแปลงหมายเลขเป็น 424 เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากนั้นยังพบเศษกล่องเหล็ก เศษถ่านไฟฉายขนาด 9 โวลต์ และเศษแผงวงจรเครื่องวิทยุสื่อสาร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยเบื้องต้นเชื่อเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็กน้ำหนักประมาณ 3-5 กก.จุดชนวนด้วยระบบวิทยุสื่อสาร
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยพัฒนาสันติ 47-3 กำลังพล 10 นาย มี จ.ส.อ.ยุทธศักดิ์ ขาวสุวรรณ เป็นหัวหน้าชุด ขับรถยนต์กระบะวีโก้ จำนวน 2 คัน มายังเส้นทางดังกล่าว คนร้ายซึ่งได้นำรถจักรยานยนต์ที่ซุกซ่อนระเบิดไว้มาจอดไว้ริมถนนก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ขับรถยนต์ทั้งสองคันผ่าน คนร้ายได้กดระเบิดทันที
แต่โชคดีที่ระเบิดทำงานหลังจากรถยนต์กระบะทั้งสองแล่นผ่านไป ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย ส่วนรถยนต์ได้รับความเสียหายเล็กน้อย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
หลังเกิดเหตุ พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทการพรานที่ 47 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพราน เข้าสนธิกำลังปิดล้อมบ้านเป้าหมายในพื้นที่ ต.ตาเซ๊ะ อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อตรวจค้นหากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว
manager.
บึ้มล่อ จนท.เข้าตรวจสอบกดระเบิดซ้ำเจ็บ 4 ที่ยะลา
10 พฤษภาคม 2554 12:47 น.
ยะลา - คนร้ายวางระเบิดล่อ จนท.เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนกดชนวนระเบิดลูกที่สองในศาลาที่พักริมทางห่างจากจุดแรก 200 เมตร ตำรวจ สภ.โกตาบารูบาดเจ็บ 2 นาย ชาวบ้านถูกลูกหลงเจ็บอีก 2 ราย
เมื่อเวลา 11.05 น.วันนี้ (10 พ.ค.) ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ศาลาริมทาง ปากทางเข้าบ้านไบก์ หมู่ 5 ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.เมืองยะลา ร.ต.ต.ธีรภัทร์ชัย นองทรัพย์ ร้อยเวรปราบปราม สภ.เมืองยะลา พร้อมประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุทราบว่าได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาจำนวน 4 ราย ทราบชื่อคือ ส.ต.ต.วุฒินันท์ จันทร์อ่อน ได้รับบาดเจ็บขาซ้ายขาด ส.ต.ต.หอมหวล พลซา บาดเจ็บที่หัว และขาซ้าย ทั้งสองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โกตาบารู อ.เมือง จ.ยะลา นอกจากนั้นยังมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย คือ น.ส.คอปือเซาะ ดามาเลาะ อายุ 27 ปี และนายราวี มะ อายุ 33 ปี ทั้งสองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นอกจากนั้นแรงระเบิดยังทำให้รถยนต์ของ ร.ต.ท.ศิริชัย นิ่มอนงค์ รอง สวป.สภ.โกตาบารู ได้รับความเสียหายที่ด้านหลังด้วย
โดยในที่เกิดเหตุพบว่า ศาลาดังกล่าวได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด โดยเจ้าหน้าที่พบเศษถ่าน 9 โวลต์ เศษกล่องเหล็กที่คาดว่าใช้บรรจุระเบิด เศษสายไฟ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ในเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็กน้ำหนักประมาณ 3-5 กก.ที่คนร้ายนำมาซุกใต้ม้านั่งที่ศาลาดังกล่าว ก่อนที่จะจุดชนวนในขณะที่ตำรวจผู้บาดเจ็บทั้งสองเข้าไปนั่งพักในศาลา ส่วนการจุดชนวนอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดที่โคนเสาไฟฟ้าริมถนน โดยเหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.00 น.ที่ผ่านมา และไม่มีผู้ใดดีรับบาดเจ็บ ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากศาลาที่เกิดระเบิดประมาณ 200 เมตร ในขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นถนนเพื่อเก็บหลักฐานเหตุระเบิดลูกแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ปิดกั้นถนนตรงจุดใกล้ศาลา โดยระหว่างที่ปิดกั้นเส้นทางนั้นได้เดินเข้าไปนั่งพักภายในศาลา และได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
เบื้องต้นเชื่อคนร้ายลอบวางระเบิดลูกแรกเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยวางแผนให้ปิดกั้นถนนตรงศาลาดังกล่าวแล้วรอโอกาสที่เจ้าหน้าที่เข้าพักภายในศาลาจึงจุดชนวนระเบิดขึ้น
manager.
คนร้ายใช้เอ็ม 16 กราดยิงชาวบ้านใน อ.เทพา เจ็บ 2 ราย
10 พฤษภาคม 2554 10:26 น.
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - คนร้าย 2 คนใช้อาวุธปืนสงครามชนิดเอ็ม 16 กราดยิงชาวบ้านที่กำลังจัดเตรียมงานแต่งงานในพื้นที่ ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย จนท.เชื่อว่าเป็นการตอบโต้ของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จชต.
เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.คืนวันที่ 9 พ.ค.พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ นิตยวิมล ผกก.สภ.เทพา จ.สงขลา รับแจ้งว่าได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 กราดยิงใส่บ้านเลขที่ 80/1 หมู่ 5 ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา หลังนำกำลังตำรวจ ทหารพราน และอส.เข้าไปตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่ามีชาวบ้านถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 รายคือ นายวีรศักดิ์ ฉันทะ อายุ 21 ปี ถูกยิงเข้าที่สะโพกขวาและขารวม 3 นัด และด.ช.ศักดา นาครัฐ อายุ 13 ปีถูกยิงเข้าที่ขา 1 นัด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเทพา ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 กว่า 10 นัดจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของ นางทองสุข นาครัฐ ซึ่งกำลังเตรียมการแต่งงานลูกชายที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12 พ.ค.นี้ และในคืนเกิดเหตุมีเพื่อนบ้านและญาติๆ กว่า 10 คน ไปนั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านเพื่อช่วยเตรียมจัดสถานที่ และเตรียมของต่างๆ ระหว่างนั้นได้มีคนร้าย 2 คนขับรถจักรยานยนต์ไม่ทราบชนิดมาจอดหน้าบ้านและใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงเข้าใส่กลุ่มชาวบ้านกว่า 10 นัด ชาวบ้านที่นั่งอยู่ต่างพากันวิ่งหนีตายแต่กระสุนถูก นายวีรศักดิ์ และ ด.ช.ศักดา ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่คนร้ายจะขับรถหลบหนีไป
ด้าน พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา ได้สั่งการให้ตำรวจ สภ.เทพา จ.สงขลา เร่งสืบสวนหาตัวคนร้ายทั้ง 2 คน และเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่พร้อมย้ำให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานที่บ้านเกิดเหตุอย่างละเอียด และเชื่อว่าเป็นการตอบโต้ของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเหตุการณ์ลอบยิงชาวไทยมุสลิม พร้อมกับให้กองกำลังทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนสงขลาอย่างใกล้ชิด
manager.
คนร้ายยิงชาวบ้านตาย 1 สาหัส 2 ที่เจาะไอร้องนราฯ
8 พฤษภาคม 2554 21:33 น.
นราธิวาส - คนร้ายใช้อาวุธปืน อา.ก้า.และอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม. ยิงใส่ชาวบ้านที่กำลังแปรรูปไม้มะพร้าวในหมู่บ้านกูแบปูยู ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย
เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ (8 พ.ค.) ร.ต.ต.ธนวัฒน์ อ่อนนิ่ม ร้อยเวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณสวนมะพร้าวในหมู่บ้านกูแบปูยู ม.8 ต.มะรือโบออก จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบมีผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ในสวนมะพร้าวริมถนน ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมชาย หรือ รอยะ เจ๊ะหะ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83/3 ม.8 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งมีอาชีพรับซื้อไม้มะพร้าวเพื่อตัดแปรรูป มีร่องรอยถูกกระสุนปืน อา.ก้า.และอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม. ที่บริเวณลำตัวพรุนไปทั้งร่าง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลเจาะไอร้องไปก่อนหน้าแล้ว ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน อา.ก้า.และปลอกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม.ตกอยู่บนถนน จำนวนรวมกว่า 15 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาเจ้าหน้าที่เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลทราบชื่อคือ 1.นายซะรี มะ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142/3 ม.8 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืน อา.ก้า.และกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม. ที่บริเวณแผ่นหลังและสะโพกขวา รวม 2 นัด, 2.นายฮาฟีซู แยนา อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 128/8 ม.8 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส มีร่องรอยถูกกระสุนปืนชนิด และขนาดเดียวกันที่บริเวณหน้าอก จำนวน 2 นัด ทั้งคู่อาการสาหัส แพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่ผู้ตายและชาวบ้านในพื้นที่บ้านกูแปปูยู รวม 5 คนซึ่งรับจ้างตัดไม้มะพร้าวของผู้ตายที่ซื้อไว้อยู่ในสวน ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์นั่งซ้อนท้ายกันมา และเมื่อพบเห็นคนที่รู้จักกำลังรับจ้างตัดไม้ของผู้ตาย จึงได้จอดรถจักรยานยนต์และได้เดินเข้าไปพูดคุยกัน ทันใดนั้นได้มีคนร้ายจำนวน 4 คน ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน
โดยคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายถืออาวุธปืนสงคราม อา.ก้า.และถืออาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม.คนละกระบอก และได้นำออกมายิงใส่กลุ่มผู้ตาย และชาวบ้านรวมทั้งผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน จำนวนกว่า10 นัดซ้อน แล้วคนร้ายได้รีบขี่รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันออกจากจุดเกิดเหตุไปอย่างเร่งด่วน ต่อมาเมื่อต่างคนต่างตั้งสติได้จึงได้รีบนำผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน ส่งรักษาที่โรงพยาบาลเจาะไอร้อง พร้อมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อสร้างสถานการณ์ป่วนใต้
manager.
บึ้มรถยนต์ลาดตระเวนทหารยะลา-กราดยิงซ้ำดับ 3 นาย สาหัสอีก 2
7 พฤษภาคม 2554 19:50 น.
ยะลา - คนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ทหารลาดตระเวนเส้นทาง ซึ่งเป็นรถยนต์หุ้มเกราะ มีรถ จยย.นำหน้าอีก 1 คัน และกราดยิงซ้ำ จนเกิดการปะทะกันจนคนร้ายถอยหนี ทำให้ทหารดับคาที่ 3 นาย สาหัสอีก 2นาย ที่ อ.รามัน จ.ยะลา
วันนี้ (7 พ.ค.) เวลา 15.30 น. พ.ต.ท.จิระศักดิ์ วิกรัยเจริญยิ่ง สวญ.สภ.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา พร้อมกำลังออกตรวจพื้นที่ตามแผน ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดร้อย ร.15223 ฉก.12 อ.รามัน และเกิดยิงปะทะกันที่รอยต่อบ้านจำปูน หมู่ที่ 6 ต.ท่าธง และบ้านเจาะลีมัส หมู่ที่ 4 ต.อาซ่อง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ต่อมาได้รุดไปที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.ยะลา นายบุญไทย กาฬศิริ นายอำเภอรามัน ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนระหว่างหมู่บ้าน พบซากรถปิกอัพยี่ห้ออีซูซุดีแมกซ์หุ้มเกราะ สีขาวหมายเลขทะเบียน รร-5223 ยะลา อยู่กลางถนนห่างจากหลุมระเบิดราว 30 เมตร ภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมา คือ ร.ต.อุบล หนูเอียด อายุ 48 ปี หน.ชุด, จ.ส.อ.ผล หวานวงศ์ อายุ 48 ปี และ พลทหารอนุวัฒน์ เพชรงาม อายุ 22 ปี
นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดสาหัส อีก 2 นาย คือ ส.อ.เฉลิมรัช ธนาพงศ์ อายุ 30 ปี และ พลทหารสุบิน เอียดเรือง อายุ 22 ปี จึงได้รีบจัดการลำเลียงส่งโรงพยาบาลรามัน ในที่เกิดเหตุยังมีซากรถ จยย.เสียหาย 1 คัน หลุมระเบิดลึกกว้าง 1.50 X 2 เมตร เศษถังแก๊สปิกนิก แบตเตอรี่ขนาด 9 โวลต์ สะเก็ดระเบิดตัดจากเหล็กเส้น และวงจรอิเล็กทรอนิกส์วิทยุสื่อสาร กระจัดกระจายเป็นวงกว้าง ปลอกกระสุนปืน เอ็ม.16 และ อาก้า จำนวนมาก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าวทั้งหมด 7 นาย มี ร.ต.อุบล หนูเอียด เป็นหัวหน้าชุดได้ใช้รถปิกอัพ และ รถ จยย.อีก 2 คัน เป็นยานพาหนะออกลาดตระเวนเส้นทาง จากฐานที่ฟาร์มตัวอย่างบ้านสาเมาะ หมู่ 4 ต.ท่าธง ขณะมาถึงรอยต่อบ้านเจาะลีมัส หมู่ที่ 4 ต.อาซ่อง เป็นทางเปลี่ยวสวนยางพาราสองข้างทางรกทึบคนร้ายคาดว่าเป็นพวกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่ได้ขุดหลุมซุกระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20 ก.ก.ไว้ใต้ผิวถนนได้จุดชนวนกับแบตเตอรี่จนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้รถปิกอัพถูกแรงอัดระเบิดเต็มที่จนกระเด็นไปไกล
ทำให้ ร.ต.อุบล หนูเอียด หัวหน้าชุดพร้อม จ.ส.อ.ผล หวานวงศ์ และ พลทหารอนุวัฒน์ เพชรงาม ที่ขับขี่ จยย.นำหน้า เสียชีวิตทันที หลังจากนั้นพวกคนร้ายยังได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มซ้ำ ส.อ.เฉลิมรัช ธนาพงศ์ และ พลทหารสุบิน เอียดเรือง ที่ยังมีสติอยู่ได้ใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้อย่างดุเดือดราว 5 นาที พวกคนร้ายถอดใจพากันหลบหนีไป
manager.
โจรใต้กดระเบิดสนามกีฬา-ตำรวจปัตตานีดับ 4 เจ็บ 12
7 พฤษภาคม 2554 19:46 น.
ปัตตานี – คนร้ายลอบวางระเบิดริมสนามฟุตบอล ขณะตำรวจ สภ.กะพ้อ กำลังเปลี่ยนชุดเตรียมลงแข่งในสนาม ทำให้ จนท.เสียชีวิตรวม 4 นาย และบาดเจ็บอีก 12 นาย
วันนี้ (7 พ.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.ท.อาภาภร รบบำรุง รอง ผกก.สส.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณสนามกีฬาตำบลปล่องหอย ม.5 บ้านคอกวัว ต.ปล่องหอย จึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.เลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก., พ.ท.ประธาน ตลับทอง ผบ.ฉก.25 ปัตตานี พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและชุดพิสูจน์หลักฐาน
ไปถึงพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่และชาวบ้านจึงได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลกะพ้อ จำนวน 12 ราย ส่วนในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย ทราบชื่อ ส.ต.อ.อาริด หวั่นละเบะ, ส.ต.ต.สามารถ โสะหสันสะ และ ส.ต.อ.รณงค์ฤทธิ์ สุวรรณศรี ทั้งสามสภาพถูกแรงระเบิดจนเละอย่างน่าสยดสยอง ส่วน ส.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ธนูรักษ์ เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 12 ราย โดยได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 4 ราย ทราบชื่อ ส.ต.อ.เอกชัย เจียรนัย, ส.ต.ต.อัศนัย จันทร์หมัด, ส.ต.อ.อดิศร สอนเงิน, ส.ต.ท.วรวุฒิ ในกระโทก ถูกนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี ส่วน ร.ต.ท.รัฐนนท์ มาแผ้ว, ด.ต.นิคม หนูแก้ว, ส.ต.อ.ปิยะพาส อักษรชู, ส.ต.อ.ยศวริศ ยะสานตินัย, ส.ต.อ.สหรัฐ นาคสุทธิ, ส.ต.ต.ทรงศักดิ์ แสงมณี, ส.ต.ต.กุศล คุ้มกัน และ ส.ต.ต.ตะวัน สายคิรินทร์ ได้รับบาดเจ็บตามลำตัวหลายแห่งแต่ไม่สาหัส
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณริมสนามฟุตบอลใต้ต้นไม้ที่พักนักกีฬา พบหลุมระเบิดกว้าง 50 ซม. ลึก 30 ซม. และมีชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมดเป็นตำรวจ สภ.หมู่ ป.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ก่อนเกิดเหตุ ขณะกำลังแต่งตัวอยู่ริมสนามจุดเกิดเหตุเพื่อเตรียมจะลงเตะฟุตบอลกับทีม อบต.ตะโละดือรามัน ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬากะพ้อเกม ต้านยาเสพติด ประจำอำเภอกะพ้อ โดยมีประชาชนในพื้นที่ทยอยเข้ามาชมจำนวนมาก ปรากฏว่าได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนยืนปะปนกับชาวบ้านแล้วกดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุในกล่องเหล็กน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่น แรงระเบิดทำให้ผู้เสียชีวิตกระเด็ดฉีกร่างทั้ง 3 คนจนเสียชีวิตทันที ส่วนที่เหลือถูกสะเก็ดระเบิด แรงระเบิดยังทำให้ต้นไม้หักสองท่อน
อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุทันทีในรัศมี 500 เมตร เพื่อตรวจสอบบุคคลที่คาดว่าจะเป็นคนร้ายซึ่งปะป่นกับชาวบ้าน เจ้าหน้าที่เชื่อคนร้ายมีการวางแผนก่อนล่วงหน้าว่าจะมีการแข่งขันฟุตบอล จึงได้นำระเบิดมาฝังไว้เพื่อหมายสังหารเจ้าหน้าที่ช่วงการแข่งขันจนสำเร็จเพื่อสร้างสถานการณ์
manager.
คนร้ายยิงอาก้าถล่มอดีตนายก อบต.ระแงะ ดับคารถยนต์
7 พฤษภาคม 2554 19:39 น.
นราธิวาส – 4 โจรใต้ ปฏิบัติการสุดโหด สะพายปืนอาก้าควบ จยย. 2 คันตามประกบยิงอดีต นายก อบต.ระแงะขณะขับรถยนต์กลับจากไปทำธุระที่ตัวจังหวัด ทั้งตัวรถและร่างพรุน เสียชีวิตคาที่
บ่ายวันนี้ (7 พ.ค.) ร.ต.อ.วัชรพงษ์ จักรโนวัน ร้อยเวร สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตภายในรถยนต์ ซึ่งจอดเสียหลักอยู่บนถนนเพชรเกษมสายปัตตานี-นราธิวาส ช่วงบริเวณบ้านปูตะ ม.3 ต.ละหาร จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ มิวเซเว่น สีดำ ทะเบียน ชท.-9280 กทม.จอดเสียหลักอยู่กลางถนนซึ่งรถอยู่ในสภาพมีร่องรอยถูกกระสุนปืนอาก้า ที่บริเวณตัวถังทั้ง 2 ข้างจนกระจกทั้ง 4 ด้านแตก นอกจากนี้ที่บริเวณล้อหน้าและล้อหลังด้านขวาแตก โดยเฉพาะที่บริเวณเบาะนั่งมีคนถูกยิงเสียชีวิตคาพวงมาลัย ทราบชื่อต่อมาคือ นายอับดุลอาซิ สือแม อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/2 ม.2 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นอดีตนายก อบต.ระแงะ และเป็นสายข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ระแงะ มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนอาก้า ที่บริเวณศีรษะ ชายโครงขวาและเข่าขวา จำนวน 6 นัด ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกอยู่บนถนนและบริเวณแผงปัดน้ำฝน จำนวนกว่า 10 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถยนต์ตามลำพังออกจากบ้านพักในอำเภอระแงะ เพื่อเดินทางมาทำธุระในตัวเมืองนราธิวาส เมื่อแล้วเสร็จผู้ตายได้ขับรถยนต์เพื่อกลับบ้านพัก เมื่อถึงบริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร ได้มีคนร้ายจำนวน 4 คน ขี่รถ จยย. 2 คันเป็นพาหนะ โดยคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายถืออาวุธปืนสงครามอาก้าคนละกระบอก ขี่รถ จยย.ประกบด้านซ้ายและด้านขวา เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ขี่รถ จยย.เข้าประชิด ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายทั้ง 2 คน ใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่ผู้ตายจำนวนกว่า 10 นัด จนรถยนต์ของผู้ตายเสียหลักข้ามเกาะกลางไปอยู่ฝั่งตรงกันข้ามจอดกลางถนน แล้วคนร้ายได้จอดรถ จยย.ให้ 1 ใน 2 คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายลงจากรถ วิ่งไปใช้อาวุธปืนอาก้าจ่อยิงซ้ำที่ศีรษะผู้ตายอีก 1 นัด เพื่อให้มั่นใจว่าเสียชีวิต แล้วคนร้ายได้รีบวิ่งซ้อนท้ายรถ จยย.หลบหนีไป
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ลอบดักสังหารคนของทางการ เพื่อป่วนใต้
manager.
โจรใต้แต่งเลียนทหาร ไล่กราดยิงร้านน้ำชา ดับ4 เจ็บ17
3 พฤษภาคม 2554, 22:50 น.
คนร้ายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าทหาร ใช้อาวุธปืนกราดยิงเข้าไปภายในร้านน้ำชารวม 4แห่ง ริมถนนสาย 410 ยะลา-เบตง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เจ็บ 17 ราย ...
เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 3 พ.ค. ได้เกิดเหตุคนร้ายจำนวนไม่ทราบจำนวน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหาร ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ สีบรอนซ์ทองเป็นพาหนะ ได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงกราดเข้าไปภายในร้านน้ำชา ที่ตั้งอยู่ริมถนนสาย 410 ยะลา-เบตง บริเวณ ม.7 บ.กาโสด ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา เบื้องต้นมีชาวบ้านที่นั่งอยู่ภายในร้านน้ำชาถูกกระสุนปืนของคนร้ายรวม 8 ราย ซึ่งมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอำเภอบันนังสตา จ.ยะลา ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าติดตามคนร้ายและตรวจสอบในที่เกิดเหตุด้วยความระมัดระวัง เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุซ้ำซ้อนเกิดขึ้น
ต่อมาคนร้ายได้ขับรถมุ่งหน้าไปทาง ต.ถ้ำทะลุ ห่างจากจุดแรกราว 200 เมตร ซึ่งมีร้านขายของชำอีกร้านตั้งอยู่ริมทาง คนร้ายบนกระบะท้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มเข้าไปอีก ก่อนที่จะขับรถต่อไปถล่มร้านน้ำชาอีก 2 ร้าน ที่ห่างไปราว 1.5 กม. และ 300 เมตร ตามลำดับ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 17 ราย
ต่อมา พ.ต.อ.สุวัตต์ วงค์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา พ.ต.ท.ศุภชัช ยีหวังกอง รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.เจริญ ธรรมขันธ์ รอง ผกก.สส.สนธิกำลังหลายฝ่ายเดินทางไปที่เกิดเหตุช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บส่ง โรงพยาบาลบันนังสตา เบื้องต้นมีผู้ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแล้ว 4 ราย เป็นชาย 3 หญิง 1 ยังไม่ทราบชื่อ ส่วนผู้บาดเจ็บที่ส่ง รพ.ศูนย์ยะลา ทราบชื่อเบื้องต้น 4 รายคือ ด.ช.อุสมาน บือราเฮง อายุ 9 ปี ด.ช.อาดีลัน เซ็งซา อายุึ 10 ปี นายอับดุลกอเดร์ รามัน อายุ 46 ปี และนางฟารีด๊ะ ปากู อายุ 35 ปี
สอบสวนเบื้่องต้นทราบว่า รถปิกอัพคนร้ายที่ก่อเหตุมีพยานเห็นป้ายหมายเลขทะเบียน 6937 แต่ไม่ทราบหมวดอักษรและจังหวัด หลังก่อเหตุได้ขับมุ่งหน้าไปทาง อ.ธารโต อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า คนร้ายเป็นกลุ่มที่ก่อเหตุรุนแรงอยู่ในพื้นที่ต้องการสร้างสถานการณ์ โดยก่อเหตุขึ้นเพื่อให้ชาวบ้านได้เข้าใจว่า เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งได้มีการวิทยุแจ้งเหตุเบาะแสคนร้ายให้ด่านตรวจสกัดจับต่อไปแล้ว.
thairath.
คนร้ายถล่มยิงผัวเมียช่างโยธาชลฯดับทั้งคู่ก่อนชิงรถยนต์หนีไปด้วย
1 พฤษภาคม 2554 21:03 น.
ปัตตานี - คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ประยิง 2 สามีภรรยา เป็นข้าราชการ ตำแหน่งนายช่างโยธาชลประทานจังหวัดปัตตานี เสียชีวิต และคนร้ายได้นำรถยนต์ของผู้เสียชีวิตไปด้วย 1 คัน จนท.คาดคนร้ายต้องการนำรถไปประกอบเป็นระเบิด
เมื่อเวลา 17.30 น. วันนี้ (1 พ.ค.) พ.ต.อ.ชาญเดช ศรีสังข์ ผกก.สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตอยู่ริมถนนสายทุ่งยางแดง-ยะลา ม.3 ต.น้ำดำ จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือดจำนวนมาก สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าลำตัว และศีรษะ ทราบชื่อ นายหาญศิลป์ บัวขวัญ อายุ 50 ปี และนางวิภา บัวขวัญ อายุ 50 ปี ทั้งสองเป็นสามีภรรยากันและเป็นข้าราชการ ตำแหน่งนายช่างโยธาชลประทานจังหวัดปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 43/2 ม.2 ต.ยุโป อ.เมืองยะลา ตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบหลักฐานใด ๆ
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายหาญศิลป์ ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ ทะเบียน 3957 สงขลา ไม่ทราบหมวดอักษร โดยมี นางวิภา นั่งมาด้วย เดินทางมาจากบ้านพักเพื่อไปที่ทำงาน ปรากฏว่า เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย 2 คนขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามหลังก่อนชักอาวุธปืนกระหน่ำยิง นายหาญศิลป์ จนรถเสียหลักจอดข้างทาง
จากนั้นคนร้ายได้เดินลงมาแล้วยิงทั้งสองคนอย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิต แล้วลากทั้งสองลงจากรถ ก่อนที่จะขโมยรถยนต์ และทรัพย์ของผู้ตายหลบหนีไป หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดปิดเส้นทางเข้าออกแต่ก็ไร้วี่แววคนร้าย เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือโจรใต้สร้างสถานการณ์ ส่วนรถยนต์ของผู้ตายคาดว่าคนร้ายน่าจะนำไปประกอบระเบิดเพื่อสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้
manager.
บึ้ม! 2 จุด รามัน ทหารพลีชีพ 2 นาย บาดเจ็บอีก 9 ก่อนนายกฯเปิดถนน 4066
30 เมษายน 2554 16:18 น.
ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ทหารพราน 2 จุด ระเบิดทำงานในเวลาไล่เลี่ยกันก่อนเกิดการปะทะกัน ในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา ทำให้มีทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 9 นาย เสียชีวิต 2 นาย คาดเป็นการล้างแค้นของกลุ่มอาร์เคเค รับนายกฯลงใต้ ด้านเจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องสงสัย ได้ 2 คน
เมื่อเวลา 10.50 น.วันนี้(30 เม.ย.)พ.ต.ท.กฤษณะพงษ์ แพทย์สิทธิ์ สว.สส.สภ.รามัน จ.ยะลา พร้อมพวกออกสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ ต.กายูบอเกาะ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการนำคณะลงพื้นที่เป็นประธานพิธีเปิดทางหลวงสายใหม่ 4066 (ยะลา-นราธิวาส) ที่ตัดผ่าน ต.ตะโละหะลอ อ.รามัน-บ้านปาลอบาต๊ะ ต.ลูโบะบายะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ขณะเดียวกันในเวลา 13.30 น.( 30 เม.ย.) ปรากฏว่าได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดและยิงปะทะกันที่บ้านปะแต หมู่ 1 ต.กอตอตือระ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานผู้เกี่ยวข้องตลอดจนชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เตรียมเข้าจุดเกิดเหตุ ปรากฏว่า ได้เกิดเหตุระเบิดและยิงปะทะขึ้นอีกจุดที่บ้านพอแม็งหมุ่ 4 ต.กายูบอเกาะ โดยจุดที่ 2 อยู่ใกล้กับ ร.ร.บ้านพอแม็ง ห่างจากจุดแรกราว 1 กม.
พ.ต.อ.สุริยา ไชยโยธา รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย ผกก.พ.ท.อิศรา จันทะกระยอม ผบ.ฉก.ยะลา 12 นายบุญไทย กาฬศิริ นายอำเภอรามัน สนธิกำลังเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุจุดแรก เป็นถนนดินลูกรังตัดเรียบริมทางรถไฟผ่านสวนยางพารา พบซากรถบรรทุก 6 ล้อยี่ห้อฮีโน่ สีเขียวขี้ม้าไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นรถของเจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 41 ค่ายวังพญา อ.รามัน สภาพรถแหลกทั้งคัน โดยซากรถกองอยู่บนเนินดินริมทางรถไฟฝั่งขวาใกล้กับเสาโทรเลขหลักกม.ที่ 1503/11 พบเลือดเปรอะอยู่บนพื้นเป็นหย่อมๆ
ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ จ.ส.อ.เกียรติศักดิ์ มหานาม อายุ 50 ปี หัวหน้าชุดปฏิบัติการหน่วยพัฒนาสันติ ทพ.41-2 ส.ท.อภิศักดิ์ ม่วงร้อย อายุ 28 ปี อส.ทพ.เอกชัย ชอุ่มดำ อายุ 26 ปี อส.ทพ.นุตพงษ์ แสนสมใจ อายุ 31 ปี ทั้งหมดอาการสาหัสถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว
โดยในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดหลุมใหญ่ 2 หลุมติดต่อกันมีความกว้างราว 3.5 เมตร แต่ละหลุมลึก 2 เมตร พบสายไฟฟ้าลากยาวเข้าไปในสวนยางพาราข้างทางราว 100 เมตร พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม.16 ตกบนพื้นและในพงหญ้าเก็บรวบรวมได้กว่า 20 ปลอก
ส่วนจุดที่ 2 ห่างจากจุดแรกราว 1 กม. อยู่ใกล้เชิงสะพานข้ามลำธารริมทางรถไฟเช่นกัน แต่เป็นฝั่งซ้ายห่างจาก ร.ร.บ้านพอแม็งราว 100 เมตร พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าไฮลักซ์วีโก้ สีบรอนซ์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพรถกลายเป็นซากห่างจากหลุมระเบิดกว้างกว่า 2 เมตร ลึก 1.5 เมตรใกล้กันประมาณ 5 เมตร พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม.16 และอาก้ากว่า 30 ปลอก ในที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อ จ.ส.อ.อาบัส บาฮะคีรี อายุ 49 ปี หัวหน้าชุดปฏิบัติการหน่วยพัฒนาสันติ ทพ.41-1สังกัดกรมทหารพราน 41 และ ส.ท.วีรศักดิ์ หิรัญประทีป อายุ 30 ปี
ส่วนผู้บาดเจ็บชื่อ อส.ทพ.วิชาญ แสงเอื้อ อายุ 32 ปี อส.ทพ.กัมปนาท จันทร์พรหมสณี อายุ 20 ปี อส.ทพ.สมรักษ์ ฤทธิ์บรรเจิด อายุ 28 ปี อส.ทพ.ธนูทอง โพธิพรหม อายุ 26 ปี และ อส.ทพ.รอดาษ หมันเส็น อายุ 26 ปี ปรากฏว่า 2 รายแรก อาการสาหัส ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลรามันแล้วในที่เกิดเหตุยังพบสายไฟฟ้า เศษแบตเตอรี่ วงจรไฟฟ้า สะเก็ดระเบิดกระจัดกระจายอยู่จำนวนมากจึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน และ เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.12 อ.รามัน ได้ควบคุมผู้ต้องสงสัยที่อยู่บริเวณนั้นเป็นชายวัยรุ่นอายุประมาณ 25 ปี จำนวน 2 ราย ไปสอบสวนแล้วว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.เกียรติศักดิ์ มหานาม หัวหน้าชุดปฏิบัติการหน่วยพัฒนาสันติที่ 41-2 สังกัดกรมทหารพรานที่ 41 ค่ายวังพญา อ.รามัน พร้อมกำลังรวม 4 นายเดินทางออกจากกรมทหารพรานที่ 41 เพื่อกลับฐานที่ตั้งที่ ร.ร.บ้านพอแม็ง ขณะมาถึงที่เกิดเหตุเป็นถนนดินลูกรังทางแคบริมสวนยางพารา มีความกว้างราว 5 เมตรเศษ คนร้ายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 5 คน ซึ่งได้แอบนำระเบิดแสวงเครื่อง 2 ลูกบรรจุถังดับเพลิงน้ำหนักรวมราว 25 กก.มาฝังใต้พื้นถนนใกล้ๆ กัน ได้จุดชนวนกับแบตเตอรี่จนเกิดระเบิดขึ้นทั้ง 2 ลูก ดังติดต่อกันขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้รถ 6 ล้อ พังยับเยินจนเหลือเพียงซาก กระเด็นไปตกห่างจากจุดระเบิดราว 5 เมตร หลังจากนั้นพวกคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามระดมยิงถล่ม เป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันขึ้นครู่หนึ่งพวกคนร้ายได้หลบหนีไป
ขณะเดียวกัน จ.ส.อ.อาบัส บาฮะคีรี ซึ่งนำกำลังออกจากฐานที่บ้านบาลูกาปาลัส หมู่ 7 ต.บาลอ ใช้รถกระบะลาดตระเวนเส้นทางตามปกติได้รับวิทยุแจ้งเหตุจึงนำกำลังไปช่วย ปรากฏว่ามาถึงที่เกิดเหตุข้ามสะพานข้ามลำธารคนร้ายคาดว่าเป็นพวกเดียวกันไม่ ต่ำกว่า 5 คน ที่ได้แอบฝังระเบิดแสวงเครื่องที่บรรจุในถังดับเพลิงน้ำหนักราว 20 กก.ตรงเชิงสะพานได้จุดชนวนกับแบตเตอรี่ให้ระเบิดทำงาน เป็นเหตุให้รถกระบะกระดอนไปตกลงข้างทางใกล้ดงสาคู หลังจากนั้นพวกคนร้ายที่ซุ่มอยู่ในป่าสวนยางอีกฝั่งได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิง ถล่ม เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ยังมีสติได้ยิงตอบโต้จนเกิดการปะทะกันขึ้นราว 10 นาที พวกคนร้ายได้พากันล่าถอยไป ปรากฏว่า จ.ส.อ.อาบัส บาฮะคีรีและ ส.ท.วีรศักดิ์ หิรัญประทีป ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วน อส.ทพ.วิชาญ แสงเชื้อ อส.ทพ.กัมปนาท จันทร์พรหมศรี อาการสาหัส อส.ทพ.สมรักษ์ ฤทธิ์บรรเจิด อส.ทพ.ธนูทอง โพธิพรหม และ อส.ทพ.รอดาษ หมันเส็น บาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำส่งโรงพยาบาลรามันในเวลาต่อมา
คาดว่า คนร้ายเป็นกลุ่มของนายบัสรี อาแด อายุ 30 ปี แกนนำอาร์เคเค.ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 41 นำกำลังตำรวจเข้าปิดล้อมจับกุมตัวได้พร้อมนายมูฮำหมัดซาริ มะดาโอ๊ะ อายุ 34 ปี แกนนำระดับสั่งการรวม 2 คน ที่หมู่ 5 ต.อาซ่อง อ.รามัน เมื่อเช้ามืดวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา วางแผนนำระเบิดลอบมาฝังทั้ง 2 จุดหวังล้างแค้นพร้อมเป็นการประกาศศักดาอิทธิพลให้ชาวบ้านได้รู้เนื่องจาก ตอนบ่ายวันเกิดเหตุนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตี นำคณะมาเปิดทางหลวงสายใหม่สาย 4066 (ยะลา-นราธิวาส) ด้วย
manager.
ฆ่า-เผารถพรานป่าที่บันนังสตา บึ้มทหารเจ็บ5 ที่ศรีสาคร
วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2011 เวลา 08:09 น.
ใต้ ระอุแค่ 2 วันยิงอีก 4 ราย ดับ 1 สาหัส 3 โดยเฉพาะพรานป่าต้องสังเวยชีวิตพร้อมเจอจุดไฟเผารถมอเตอร์ไซค์ซ้ำ นราธิวาสป่วน ดักบึ้มทหาร 2 จุด กำลังพลบาดเจ็บ 5 นาย บุกค้นโรงงานที่รือเสาะเจอน้ำมันเถื่อน 5 หมื่นลิตร ด้านมวลชนปัตตานีแห่มอบดอกไม้ให้กำลังใจผู้ว่าฯหลังถูกลอบวางระเบิด ขณะที่ศาลยะลานัดไกล่เกลี่ยคดีครอบครัวภารโรงหายตัวลึกลับฟ้องสหกรณ์ออม ทรัพย์ครู
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบจุดชนวนระเบิดที่ซุกไว้ในรถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์บอมบ์) ในท้องที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เพื่อประทุษร้าย นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เมื่อบ่ายวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่โชคดีที่นายนิพนธ์ไม่ได้รับอันตราย
โดยล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 เม.ย.เวลา 06.20 น. มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนดักซุ่มอยู่ในป่ายางพารา และใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิง นายปอยี สะมะแอ อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดขณะที่นายปอยีกำลังปลูกต้นยางพาราอยู่ในสวนข้างบ้าน เลขที่ 144/2 บ้านอาแน หมู่ 8 ต.บองอ ซึ่งเป็นบ้านของตนเอง เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุของการลอบยิงครั้งนี้
เวลา 18.25 น.วันเดียวกัน มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายอัสวัน เจ๊ะสาลี อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 226/1 บ้านบาตู หมู่ 6 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบนทางหลวงหมายเลข 4057 (ปะนาเระ-สายบุรี) ท้องที่บ้านบน หมู่ 2 ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ขณะที่นายอัสวันกำลังขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านของบิดาใน ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี มุ่งหน้ากลับบ้านของตนเอง เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นเหตุขัดแย้งส่วนตัว
ยิงพรานหาของป่าดับ-เผามอเตอร์ไซค์วอด
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพุธที่ 27 เม.ย.เวลา 06.30 น. ที่บ้านตาบูเก๊ะ (บ้านย่อยของบ้านอูแบ) หมู่ 1 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ข้างทาง ใช้อาวุธปืนสงครามไม่ทราบชนิดยิง นายสมบัติ ปานดำ อายุ 32 ปีจนเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะที่ นายสมบัติ กำลังขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีดำ หมายเลขทะเบียน กลว 663 ยะลา เพื่อไปหาของป่า หลังก่อเหตุคนร้ายยังได้จุดไฟเผารถจักรยานยนต์จนวอด และชิงอาวุธปืนลูกซองของนายสมบัติไปด้วย เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ดักบึ้ม จนท. 2 จุดในนราธิวาส-กำลังพลเจ็บ 5
เวลา 10.30 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้จุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ พิเศษ สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส ขณะออกลาดตระเวนเส้นทางโดยใช้รถกระบะเป็นพาหนะพร้อมด้วยกำลังพล 8 นาย เหตุเกิดบนถนนสายดุซงญอ–จะแนะ ท้องที่บ้านดุซงญอ หมู่ 1 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบเช่นกัน
ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน คนร้ายยังลอบวางระเบิดกำลังทหารพรานสังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 และใช้อาวุธสงครามยิงซ้ำ ขณะกำลังเดินทางด้วยรถกระบะหุ้มเกราะกลับจากติดต่อราชการ เหตุเกิดบนถนนในท้องที่บ้านกะดี หมู่ 1 ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ประกอบด้วย
1) ร.ต.ธนกร นพรัตน์ อายุ 49 ปี ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4608 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 อาการไม่สาหัส
2) ส.ท.จีระศักดิ์ จารณะ อายุ 26 ปี สังกัดหน่วยพัฒนาสันติ 37-2 กองร้อยทหารพรานที่ 4608 ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
3) อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) เอกชัย จันทพันธ์ อายุ 26 ปี สังกัดหน่วยพัฒนาสันติ 37-2 กองร้อยทหารพรานที่ 4608 ถูกยิงบริเวณศีรษะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส
4) อส.ทพ.ไกรศร เรืองจันทร อายุ 28 ปี สังกัดหน่วยพัฒนาสันติที่ 37-2 ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
5) อส.ทพ.บุญธรรม เขียวเข็ม สังกัดหน่วยพัฒนาสันติที่ 37-2 อาการไม่สาหัส
นอกจากนั้น ยังมี อส.ทพ.สิทธิเดช กรกฎอักษร อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติการที่เข้าช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ถูกลอบวาง ระเบิด ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าหลุดระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ด้วย
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า คนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องยังไม่ทราบภาชนะบรรจุ น้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม ฝังไว้ไต้พื้นผิวถนน แล้วลากสายไฟฟ้าเข้าข้างทาง ก่อนจุดชนวนด้วยระบบไฟฟ้า สันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
บุกค้นโรงงานในรือเสาะเจอน้ำมันเถื่อนอื้อ
เวลา 23.00 น.วันเดียวกัน มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายมะรอบี อาแว อายุ 28 ปี ชาวบ้านบ้านท่าด่าน หมู่ 7 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในท้องที่บ้านท่าด่าน เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเป็นเหตุขัดแย้งส่วนตัว
วันอังคารที่ 26 เม.ย.หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 สนธิกำลังกับตำรวจ สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กองกำลังทหารพราน และตำรวจตระเวนชายแดน เข้าพิสูจน์ทราบพื้นที่เป้าหมายในท้องที่ อ.รือเสาะ คือ บริษัท พีซีรับเบอร์ จำกัด (โรงงานรับซื้อยางพารา) เลขที่ 106/5 หมู่ 10 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ
และสามารถตรวจยึดรถกระบะและรถบรรทุกสำหรับขนน้ำมันเถื่อนได้ 4 คัน พร้อมของกลางน้ำมันดีเซลและเบนซินราว 50,000 ลิตร รวมทั้งโซลเวนท์ (สารเคมีใช้ปลอมปมน้ำมัน) อีก 1,500 ลิตร จึงควบคุมตัวผู้ดูแลโรงงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคนขับรถขนน้ำมันไปสอบสวนดำเนินคดี
ประชาชนปัตตานีมอบดอกไม้ให้กำลังใจผู้ว่าฯ
วันพุธที่ 27 เม.ย.ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย นางมารีแย นราพิทักษ์กุล ภรรยา และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี พร้อมผู้แทนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานกาชาดและงานประจำปี 2554 ของ จ.ปัตตานี โดยโอกาสนี้มีประชาชนและผู้แทนกลุ่มองค์กรต่างๆ ในจังหวัดเดินทางมาเข้าพบเพื่อมอบดอกไม้ให้กำลังใจกับนายนิพนธ์ หลังจากที่ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดประทุษร้ายเมื่อ 1 วันก่อนหน้า
สำหรับความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.จีรวัฒน์ อุดมสุข รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี) กล่าวว่า ได้เบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว เป็นกลุ่มของ นายมะซอเร ดือรามะ มีภูมิลำเนาอยู่หมู่ 6 ต.ปะกาฮะรัง อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยนายมะซอเรเคยเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า จึงถนัดเรื่องการประกอบระเบิดอย่างมาก ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ในท้องที่ อ.ปะนาเระ และ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี
ศาลนัดไกล่เกลี่ยคดีครอบครัวมะยาเต็งหายตัวลึกลับฟ้องสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา
มีรายงานว่า ในวันศุกร์ที่ 29 เม.ย.นี้ ศาลจังหวัดยะลาได้นัดไกล่เกลี่ยคดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีหมายเลขดำที่ ผบ.39/2554 ระหว่างครอบครัวของนายมะยาเต็ง มะรานอ ภารโรงโรงเรียนบ้านบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของนายมะยาเต็งที่ควรได้รับภายหลังเจ้าตัวหายตัวไป อย่างเป็นปริศนา และศาลสั่งให้เป็นบุคคลสาบสูญ
นางซูมาอีเด๊าะ มะรานอ ภรรยาของนายมะยาเต็ง พร้อมด้วยบุตรชายอีก 2 คน ได้ยื่นฟ้องสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลาต่อศาลจังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องเงินจากกองทุนสงเคราะห์สมาชิกผู้เสียชีวิตและทุพพลภาพ จากกรณีที่นายมะยาเต็งเป็นผู้สาบสูญ
เพื่อให้ได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ (ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา) เฉกเช่นผู้เสียชีวิต เนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ต.ค.2552 ศาลจังหวัดยะลาได้มีคำสั่งให้นายมะยะเต็งเป็นบุคคลสาบสูญ และนายมะยาเต็งเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา แต่กลับไม่ได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์สมาชิกดังกล่าว เพราะคณะกรรมการของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลาได้มีมติให้นายมะยาเต็งพ้นจากการ เป็นสมาชิกก่อนจะครบเงื่อนเวลาที่ศาลจะสามารถมีคำสั่งให้นายมะยะเต็งเป็น บุคคลสาบสูญได้
ทั้งนี้ หากครอบครัวของนายมะยาเต็งได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับผู้เสียชีวิต ก็จะสามารถนำเงินมาชำระหนี้จำนวนหลายแสนบาทที่นายมะยาเต็งเคยมีกับสหกรณ์ ก่อนหายตัวไปได้ โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา สหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลาได้บังคับชำระหนี้เอากับครอบครัวของนายมะยาเต็ง และเพื่อนครูผู้ค้ำประกันรวม 4 คน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหายอย่างมาก
อนึ่ง นายมะยาเต็งเป็นลูกจ้างประจำ ตำแหน่งนักการภารโรงของโรงเรียนบ้านบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ถูกเจ้าหน้าที่ทหารเชิญตัวไปสอบถามภายในฐานทหารที่โรงเรียนบันนังสตาอินทร ฉัตร อ.บันนังสตา เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2550 และไม่ได้กลับมาอีกเลย โดยฝ่ายทหารชี้แจงว่า นายมะยาเต็งเดินทางออกจากค่ายทหารไปแล้วในเย็นวันเดียวกันนั้น
หลังจาก นายมะยาเต็ง หายตัวไป สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายะลา เขต 2 ซึ่งเป็นต้นสังกัด ได้งดเบิกเงินค่าจ้างประจำของนายมะยาเต็งตั้งแต่เดือน ส.ค.2550 และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลาก็ได้มีมติให้นายมะยาเต็งพ้นสภาพสมาชิก มีผลให้ครูผู้ค้ำประกันเงินกู้จำนวน 4 คนต้องชำระหนี้แทนเดือนละประมาณ 1,400 บาท ส่วนรถกระบะที่หายไปพร้อมกับนายมะยาเต็ง บริษัทเช่าซื้อรถยนต์ได้ติดตามทวงหนี้เอากับครอบครัวของนายมะยาเต็งตลอดมา
isranews.
โจรใต้โหดลากอาก้า-เอ็ม16ยิงถล่มผญบ.ร่อแร่
28 เมษายน 2554, 11:15 น
โจรใต้ยังป่วนรายวัน ใช้ปืนสงครามอาก้า-เอ็ม 16 ยิงถล่ม ผญบ.อาการร่อแร่ ขณะกรีดยางพาราอยู่ในสวนหลังบ้าน พื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส...
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 28 เม.ย. พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารันต์ ผกก.สภ.ระแงะ รับแจ้งเหตุคนถูกยิงภายในสวนยางพาราหลังบ้านเลขที่ 144/2 หมู่ 8 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จึงนำกำลังตำรวจและทหารไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบกองเลือดจำนวนหนึ่งบริเวณโคนต้นยางพารา ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร ซึ่งเป็นป่ารกทึบ มีปลอกกระสุนปืน อาก้าและเอ็ม 16 จำนวน 5 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลระแงะไปแล้ว ทราบชื่อคือ นายกอยี สะมะแอ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144/2 หมู่ 8 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส
ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านอาแน หมู่ 8 มีบาดแผลถูกกระสุนปืนอาก้าและเอ็ม 16 บริเวณขาซ้าย 2 นัด และบริเวณสะโพกซ้าย 1 นัด อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่นายกอยี กำลังกรีดยางพารา มีคนร้าย 2 คน ดักซุ่มอยู่ในป่ารกทึบแล้วใช้อาวุธปืนอาก้า และเอ็ม 16 ยิงใส่รวม 5 นัดซ้อน จนล้มทั้งยืน จากนั้น ชาวบ้านในละแวกจุดเกิดเหตุได้ยินเสียงจึงออกมาดู คนร้ายจึงหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
thairath.
คนร้ายวางบึ้มป่วน 2 อำเภอนราธิวาส ทหารเจ็บ 5 นาย
27 เมษายน 2554 16:01 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดหวังสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร 2 จุด ในพื้นที่ อ.จะแนะ และ อ.ศรีสาคร ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 5 นาย
เหตุการณ์ความไม่สงบยังคงเกิดขึ้นในพื้นที่ จ.นราธิวาส อย่างต่อเนื่องในวันครบรอบ 7 ปีมัสยิดกรือเซะ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.จะแนะ เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (27 เม.ย.) พ.ต.อ.ปัตตะ มะดาวา ผกก.สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหาร พ.ต.ท.ธีระพงศ์ ทองด้วง สวป.สภ.จะแนะและพวกที่กำลังนั่งรถยนต์และขี่รถจักรยานยนต์เพื่อไปตั้งด่านตรวจ
เหตุเกิดที่คอสะพานบ้านดุซงญอ ม.1 ต.ดุซงญอ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบว่าที่บริเวณกองขยะคอสะพานมีหลุมลึก 2 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน พ.ต.ท.ธีระพงศ์ สวป.สภ.จะแนะ ทราบว่า ในระหว่างที่นั่งรถยนต์กระบะนำขบวนเพื่อนำกำลังรวม 9 นายขี่รถจักรยานยนต์อีก 2 คัน เพื่อไปตั้งด่านที่บริเวณสามแยกห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร เมื่อถึงคอสะพานได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปซุกไว้ในกองขยะ จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ในขณะที่รถยนต์กระบะของ พ.ต.ท.ธีระพงศ์ขับผ่าน แต่โชคดีรัศมีการทำลายล้างของระเบิดได้เบี่ยงเข้าไปในป่าจึงทำให้ พ.ต.ท.ธีระพงศ์และตำรวจรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด
ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.ศรีสาคร เมื่อเวลา 10.50 วันเดียวกัน (27 เม.ย.) น.พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ เย็นจิตร ผกก.สภ.ศรีสาคร นายไพโรจน์ จริตงาม นายอำเภอศรีสาคร พร้อมด้วย พ.ต.ท.กระจ่าง หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณริมถนนในหมู่บ้านกะดี ม.1 ต.เชิงคีรี ที่คนร้ายจุดชนวนระเบิดแล้วยิงถล่มซ้ำ ร.ต.ธนากร นพรัตน์ ผบ.ร้อยทหารพรานที่ 4608 กรมทหารพรานที่ 46 และพวกรวม 5 นาย ขณะนั่งรถยนต์กระบะลาดตระเวนเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง
เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งห่างจากฐาน ร้อย ร.1023 ฉก.นราธิวาส 37 ประมาณ 300 เมตร พบหลุมระเบิดที่บริเวณริมถนนลึก 4 ฟุต กว้าง 6 ฟุตและมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน โดยมีรถยนต์กระบะของทหารพรานจอดอยู่ในสภาพถูกสะเก็ดระเบิดและกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณตัวถังพรุนไปทั้งคัน พร้อมกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 5 นายซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัวและแขน เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลศรีสาครไปก่อนหน้าแล้ว ประกอบด้วย 1.ร.ต.ธนากร นพรัตน์ หน.ชุด 2. ส.ต.จิระศักดิ์ จารณะ 3.อส.ทพ.ไกรสร เรืองจันทร์ 4.อส.ทพ.สิทธิเดช ปลดอักษร และ 5.อส.ทพ.เอกชัย จันทอุทัย ซึ่งมีอาการสาหัสที่สุด แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่ ร.ต.ธนากร หน.ชุดและพวกรวม 5 นาย นั่งรถยนต์กระบะออกจากฐานที่ตั้งอยู่บ้านดอฮง ต.เชิงคีรี เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังริมถนน และเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่ ร.ต.ธนากร นั่งรถยนต์ผ่าน ก่อนที่คนร้ายจะใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มซ้ำ แต่โชคดีที่ที่เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.1023 ฉก.นราธิวาส 37 ซึ่งตั้งฐานอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้ยินเสียงระเบิดและเสียงปืน จึงได้นำกำลังเข้าสนับสนุน ทำให้กลุ่มคนร้ายพากันล่าถอยไป
manager.
คนร้ายยิงพรานป่าดับก่อนเผา จยย.ที่บันนังสตา
27 เมษายน 2554 11:28 น.
ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายยิงพรานป่าเสียชีวิตพร้อมสุนัข 1 ตัว พบศพอยู่ในป่าเปลี่ยวบ้านบูเก๊ะ อ.บันนังสตา ก่อนเผารถจักรยานยนต์แล้วหลบหนีไป เจ้าเหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ
เมื่อเวลา 08.30 น.วันนี้ (27 เม.ย.) พ.ต.ท.ศุภชัช ยีหวังกอง รอง ผกก.ป.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงชาวบ้านเสียชีวิตที่บ้านบูเก๊ะ หมู่ที่ 1 ต.บาเจาะ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาพร้อม พ.ต.ท.เจริญ ธรรมขันธ์ รอง ผกก.สส. พ.ท.ยรรยง ทิพาปกรณ์ ผบ.ฉก.ยะลา 15 สนธิกำลังหลายฝ่ายเดินทางไปสอบสวน
ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนในหมู่บ้านเป็นป่าเปลี่ยวพบศพนายสมบัติ ปานดำ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 285 หมู่ที่ 3 ต.คีรีเขต อ.ธารโต ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 ตามร่างกายจนพรุนนอนตายจมกองเลือด อยู่ใกล้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่ถูกเผาจนกลายเป็นซาก ห่างกันพบสุนัขเพศเมียสีขาวถูกยิงตาย 1 ตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บปลอกกระสุนปืนที่ตกกระจัดกระจายไว้ได้ร่วมยี่สิบปลอก
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสมบัติมีอาชีพเป็นพรานป่าล่าสัตว์ ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางจากบ้านที่ อ.ธารโต เข้ามาล่าหมูในเขต ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา ขณะเดินทางกลับมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนดักซุ่มอยู่พร้อมใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มจนนายสมบัติเสียชีวิต หลังจากนั้นคนร้ายได้บุกเข้าไปใช้น้ำมันเบนซินที่เตรียมมาราดรถจักรยานยนต์แล้วจุดไฟเผาแล้วหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเชื่อว่ามาจากสถานการณ์ความไม่สงบ
manager.
ชาวบ้านแห่ให้กำลังใจ “ผู้ว่าฯปัตตานี” รอดระเบิด จยย.บอมบ์
26 เมษายน 2554 16:12 น.
ปัตตานี - คืบหน้าเหตุระเบิดรถยนต์ผู้ว่าฯ ปัตตานี ที่แท้เป็นการวางรถ จยย.บอมบ์ โดยกดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร เมื่อเป้าหมายวิ่งผ่าน ซึ่งหลังเกิดเหตุทั้งนายอำเภอและประชาชนต่างเดินทางมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
วันนี้ (26 เม.ย.) เมื่อเวลา 11.40 น.พ.ต.ท.ไพสิฐ แก้วจรัส รองผกก.ป.สภ.ปะนาเระ รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดถนนสายปะนาเระ-สายบุรี จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธิ์ ผกก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมชุดเก็บกู้ระเบิดและพิสูจน์หลักฐาน
เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนรถจักรยายนต์ถูกแรงระเบิดจนกลายเป็นเศษเหล็ก และมีไฟลุกไหม้ข้างพงหญ้าข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการดับเพลิง พบว่า เป็นยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ทะเบียน กบว 423 ปัตตานี โดยรถยนต์ที่เกิดเหตุนั้น เป็นรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีดำ ทะเบียน กข 2525 ปัตตานี ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่งของ นายนิพนธ์ นราธิทักษ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี สภาพด้านซ้ายของรถเสียหาย ทั้งกระจกหน้า ด้านข้าง ตัวถัง ล้อยาง แตกเป็นรูพรุน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ นายนิพนธ์ ได้เดินทางกลับจากการไปเป็นประธานเปิดโครงการค่ายภาษาอังกฤษเสริมสร้างจริยธรรม ที่โรงเรียนอาลียามีอะห์อัลอิสมามียะห์ ต.บ้านกลาง และกำลังเดินทางเพื่อเป็นประธานพิธีเปิดงานผู้สูงอายุ อ.มายอ จ.ปัตตานี โดยมีรถ อส.นำขบวน แต่เมื่อถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้นำรถจักรยานยนต์ซุกระเบิดน้ำหนักประมาณ 5 กก.จอดริมถนน และจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารเมื่อรถเก๋งดังกล่าวมาถึง
ทำให้ นายนิพนธ์ ซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังคนขับรถได้รับบาดเจ็บจากเศษกระจกกระเด็นบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนผู้ติดตามได้แก่ นายเอกสิทธิ์ สองเมือง ปลัดอำเภอ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขาผู้ว่าฯ และนายบดินทร์ เบญจสมัย เจ้าพนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี ที่นั่งเบาะหน้าและเบาะหลังมีอาการแน่นหน้าอก และหลังเกิดเหตุคนขับรถได้เร่งเครื่องหนีออกจากที่เกิดเหตุมายัง สภ.ปะนาเระ ทันที
อย่างไรก็ตาม จากเหตุครั้งนี้ ทั้งนายอำเภอ และประชาชนที่ทราบข่าวการถูกลอบทำร้ายด้วยการวางระเบิดรถยนต์ของผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้เดินทางมาให้กำลังใจผู้ที่เพิ่งประสบเหตุเป็นจำนวนมาก และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุทราบว่าเพิ่งถูกขโมยมาจากตลาดนัดปาลัส อ.ปะนาเระ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
manager.
คนร้ายเหิมซิ่ง จยย.ยิงถล่มฐานสุไหงปาดี
26 เมษายน 2554 16:09 น.
นราธิวาส - โจรใต้เหิมขี่รถจักรยานยนต์ใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มฐานทหารที่สุไหงปาดีแล้วหนีไป แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวจะก่อเหตุช่วงวันครบรอบเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ
วันนี้ (26 เม.ย.) เวลา 13.10 น. ร.ต.ท.วิทวัส บุตรน้ำเพชร ร้อยเวร สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่ฐานปฏิบัติการทหาร สังกัดร้อย ร.1511 ฉก.นราธิวาส 31 ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนจารุเสถียรสายสุไหงโก-ลก-สุไหงปาดี ช่วงบริเวณบ้านบาโงฮูมอ ม.5 ต.กาวะ อ.สุไหงปาดี พ.ต.ท.กัมปนาท เอียดทรง รอง ผกก.สส.สภ.สุไหงปาดี และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่บนถนนหน้าฐาน 14 ปลอก และบริเวณกำแพงปูนหน้าฐานมีร่องรอยถูกกระสุนปืนได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้าย 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน เมื่อถึงบริเวณหน้าฐานคนร้ายที่นั่งซ้อนท้าย ได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ออกมายิงถล่มใส่ฐาน ทหารที่เข้าเวรอยู่บริเวณป้อมได้ยิงตอบโต้ใส่กลุ่มคนร้ายทำให้คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปโดยเจ้าหน้าที่ทหารได้ไล่ติดตามไป แต่ไม่พบกลุ่มคนร้ายแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ กลุ่มคนร้ายได้ ปล่อยข่าวจะก่อเหตุในช่วงวันครบรอบ 7 ปีมัสยิดกรือเซะในวันที่ 27 เมษายน 2547 ที่เจ้าหน้าที่ได้ปะทะกับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ RKK ทำให้กลุ่มคนร้ายเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ
manager.
กดบึ้ม! ทหาร รปภ.เส้นทางรามันเจ็บ 6 นาย
22 เมษายน 2554 19:14 น.
ยะลา - เกิดเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยเส้นทางในหมู่บ้าน ต.จ๊ะกว๊ะ อ.รามัน แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย คาดเป็นการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐหลังเข้ากดดันในพื้นที่ และวิสามัญแนวร่วมระดับแกนนำได้ 1 ราย
เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ (22 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จ๊ะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร ชุดร้อย ร.1522 ฉก.12 อ.รามัน บนถนนภายในหมู่บ้าน บ้านปูลาซือนอ ม.3 ต.จ๊ะก๊ะ อ.รามัน จึงแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภูไชยวัฒน์ ทีรัตน์ สารวัตใหญ่ สภ.จ๊ะกว๊ะ พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.จว.ยะลา พ.ท.อิสรา จันทประยอม ผบ.ฉก.ยะลา 12 อ.รามัน นายบุญไทย กาฬศิริ นายอำเภอรามัน และกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ทหารเตรียมความพร้อมอยู่จำนวนหนึ่ง ห่างกันพบรถยนต์พลิกคว่ำได้รับความเสียหาย 1 คัน ห่างกันอีกเล็กน้อยพบหลุมระเบิดบนถนนมีเศษดินและสะเก็ดระเบิดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ส่วนคนเจ็บ เจ้าหน้าที่ทหารได้นำส่งโรงพยาบาลรามัน จำนวน 6 นาย อาการสาหัส และได้ส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลาในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ทหารดังกล่าวออกลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยบนเส้นทางระหว่างบ้านสวนครูเล็ง กับบ้านจ๊ะกว๊ะ เมื่อรถเจ้าหน้าวิ่งผ่านมา คนร้ายได้กดชนวนระเบิดชนิดแสวงเครื่องที่ฝังใต้ผิวถนน ด้วยวิทยุสื่อสาร จึงเป็นเหตุให้เกิดระเบิดขึ้นทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เป็นการตอบโต้ของคนร้ายที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้ากดดันในพื้นที่เนื่องจากเมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าวได้ปิดล้อมสวนยางพาราและเกิดการปะทะกันขึ้นกับกลุ่มคนร้าย เจ้าหน้าที่สามารถวิสามัญ นายมะ ดือราแม หรือ มะบอง ชาว ต.เก๊ะรอ ซึ่งเป็นแนวร่วมระดับแกนนำ มีคดีความมั่นคงก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่หลายคดี
manager.
ข้อมูลสองด้านที่บ้านน้ำดำ...เมื่อสองเยาวชนต้องตาย "ใครคือคนร้าย ใครคือผู้บริสุทธิ์?"
วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน 2011 เวลา 13:22 น.
เหตุการณ์ รุนแรงเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 18 เม.ย.2554 สืบเนื่องจากกรณีเจ้าหน้าที่ออกติดตามไล่ล่าคนร้ายที่ยิงถล่มฐานปฏิบัติการ ของกองร้อยทหารพรานที่ 4302 บ้านน้ำดำ หมู่ 3 ต.ปูโละปูโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี กำลังบานปลายกลายเป็น "น้ำผึ้งหยดเดียว" อีกครั้ง เมื่อมีเยาวชนเสียชีวิต 2 รายจากเหตุการณ์ดังกล่าว และฝ่ายเจ้าหน้าที่รีบสรุปว่าเยาวชนทั้งคู่เป็นคนร้ายที่ดักซุ่มโจมตีกอง กำลังทหารพราน แต่ครอบครัวของผู้ตายและชาวบ้านต่างเชื่อว่าทั้งสองเป็นผู้บริสุทธิ์ และถูกกระสุนจากเจ้าหน้าที่จนต้องสังเวยชีวิต
รายละเอียดของเหตุการณ์ในคืนนั้น เริ่มจากมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามยิงถล่มฐานปฏิบัติการของกองร้อย ทหารพรานที่ 4302 แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุฝ่ายทหารพรานได้จัดกำลังออกติดตามไล่ล่าคนร้าย โดยมีนายทหารระดับสัญญาบัตรเป็นหัวหน้าชุด พร้อมกำลังพลรวม 10 นาย มีรถกระบะเป็นพาหนะ
เมื่อรถแล่นถึงสะพานแห่งหนึ่งบนถนนสายบ้านบ่อทอง-ยาบี ท้องที่หมู่ 3 ต.ปูโละปูโย มีรายงานจากฝั่งทหารพรานว่าถูกคนร้ายซุ่มยิงถล่มยานพาหนะ ทำให้ อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) เฉลิมพล ศรีสุข อายุ 35 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้นฝ่ายทหารพรานได้ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตอบโต้จนเกิดการปะทะกัน นานหลายนาทีกว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้
เมื่อเสียงปืนสงบลงพบร่างผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยผู้บาดเจ็บคือ นายอับดุลเลาะ แวเยะ อายุ 19 ปี ส่วนผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุคือ นายฮัสซัน มามะ อายุ 16 ปี ต่อมานายอับดุลเลาะทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
จริงๆ แล้วตามข่าว คดีนี้กำลังจะถูกปิดด้วยด้วยประโยคที่หลายคนคุ้นชินว่า "ผู้ตายเป็นแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง" แต่เผอิญคราวนี้ไม่ได้จบลงแบบนั้น เนื่องจากครอบครัวของเยาวชนทั้งสองรวมทั้งชาวบ้านที่รู้จักต่างปักใจว่าทั้งคู่คือ "ผู้บริสุทธิ์" ที่ต้องมาจบชีวิตด้วยสาเหตุอันไม่สมควร
ข้อมูลฝั่งทหาร "เด็กสองคนมีระเบิด"
พ.อ.ศานติ ศกุนตนาค ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 43 หน่วยต้นสังกัดของกองร้อยทหารพรานที่ 4302 กล่าวว่า การตายของเยาวชนทั้งสองคนนั้น เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ทหารพรานยิงใส่จริง แต่สาเหตุเกิดจากเจ้าหน้าที่เข้าใจว่าทั้งคู่คือกลุ่มคนร้ายที่จะเข้ามาก่อ เหตุ
"ตอนแรกมีคนร้ายยิงเอ็ม 79 (เครื่องยิงลูกระเบิด) ใส่ฐานของเราก่อน แล้วเกิดการปะทะกัน 2 จุด คือจุดก่อนถึงสะพานบ้านน้ำดำ และบริเวณสะพานบ้านน้ำดำ โดยจุดแรกที่มีการยิงปะทะกัน คนร้ายได้ยิงเจ้าหน้าที่ของเรา (อส.ทพ.เฉลิมพล) ได้รับบาดเจ็บจนตกรถและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร (อ.หนองจิก จ.ปัตตานี) จากนั้นเด็กทั้ง 2 คนก็ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา ทางเราได้เรียกให้จอดแต่เด็กไม่ยอมจอด เจ้าหน้าที่จึงยิงใส่จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย จากนั้นเราได้เข้าไปตรวจสอบ พบวัตถุระเบิดชนิดขว้าง 1 ลูก จึงมั่นใจว่าเด็กทั้งสองคือคนร้าย"
พ.อ.สันติ ย้ำว่า จากวัตถุระเบิดที่พบ และพฤติการณ์ที่เจ้าหน้าที่เรียกให้จอดรถแล้วไม่ยอมจอด ทำให้เชื่อได้ว่าเยาวชนทั้งคู่คือคนร้ายแน่นอน
"เรามั่นใจว่าเด็กทั้งสองคนเป็นคนร้ายจริง เพราะใกล้ๆ ศพเราตรวจพบลูกระเบิดชนิดขว้างจำนวน 1 ลูก และก่อนที่เราจะยิงใส่เด็ก เราเรียกให้จอดรถก่อนแต่เด็กไม่ยอมจอด จึงต้องทำตามหน้าที่ และในเวลานั้นถ้าเป็นผู้บริสุทธิ์จะไม่มีทางเข้ามาบริเวณจุดเกิดเหตุแน่นอน เขายิงกันเสียงดัง แต่จู่ๆ เด็กทั้งสองก็โผล่เข้ามา ถ้าไม่ใช่คนร้ายแล้วจะให้คิดอย่างไร" ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 43 กล่าว
ข้อมูลฝั่งชาวบ้าน "หลานรับโทรศัพท์บอกถูกทหารยิง"
นางปาซียะห์ หะมูมะ อายุ 38 ปี มารดาของฮัสซัน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายอยู่ที่บ้านซึ่งเปิดเป็นร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ และอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 500 เมตร ทุกวันลูกชายจะไปกินข้าวเย็นที่บ้านยายซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 1 กิโลเมตร โดยจะพาน้องชายคนเล็กวัย 5 ขวบที่ชื่ออุสมานไปด้วย แต่คืนเกิดเหตุลูกชายออกไปกับ อับดุลเลาะ แวเยะ ลูกพี่ลูกน้องที่เพิ่งกลับจากประเทศมาเลยเซียได้แค่หนึ่งสัปดาห์ จึงไม่ได้พาอุสมานไป โดยเขาก็ขี่รถออกจากบ้านไปตามปกติ ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีเรื่องร้ายถึงชีวิต
"ซัน (ฮัสซัน) กับเลาะ (อับดุลเลาะ) ขี่รถออกไปได้ไม่นานฉันก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ฉันกับแม่เลี้ยงของเลาะยังตกใจ แล้วก็อุทานชื่อลูกออกมาพร้อมกัน ฉันรู้สึกเป็นห่วงจึงยกโทรศัพท์โทร.หาซัน แต่เลาะเป็นคนรับสาย เมื่อเลาะรับโทรศัพท์ปุ๊บเขาก็พูดเลยว่า ‘ช่วยด้วยผมถูกยิง มารับผมส่งโรงพยาบาลด้วย’ ฉันก็บอกว่าจะไปรับได้อย่างไรเขายิงกันอยู่ แต่เลาะก็พูดย้ำหลายครั้งให้ไปรับเขาด้วย เขาถูกทหารยิงที่สะพาน สักพักก็เงียบไป ฉันจึงแจ้งให้ อส. (อาสารักษาดินแดน) ที่อยู่ที่ฐานใกล้ๆ ให้เข้าไปรับ จากนั้นก็ตามไปที่โรงพยาบาล"
ปาซียะห์ บอกว่า ตอนแรกยังไม่รู้ว่าลูกชายของนางเสียชีวิตไปแล้ว และไม่คิดว่าหลานชายจะตายตามไปอีกคน
"ตอนนั้นฉันยังไม่รู้นะว่าซันตายแล้ว ไปรู้ที่โรงพยาบาล และก็ไม่คิดว่าเลาะจะตายด้วยเพราะทีแรกดูเขาก็ยังแข็งแรงดี แต่ประมาณเที่ยงคืนเลาะก็สิ้นใจเพราะเสียเลือดมาก ฉันกะว่าจะถามเลาะเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียแล้ว" นางเล่าปนสะอื้น
รับไม่ได้ จนท.อ้างลูกกับหลานพกระเบิด
ปาซียะห์ บอกด้วยว่า ยากที่จะทำใจให้ยอมรับได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเด็กทั้งสองคนต่างเป็นกำพร้า...
"ซันกำพร้าพ่อ เพราะพ่อของเขาถูกยิงตายเมื่อหลายปีก่อน ส่วนเลาะนั้นแม่เสียชีวิตตั้งแต่แกยังเล็กอยู่ ทหารไม่น่าทำอย่างนี้กับพวกเขาเลย เขาผิดอะไร ทำไมต้องไปว่าเขาเป็นคนร้ายด้วย ฉันไม่เชื่อเลยว่าลูกเป็นคนร้าย เพราะเขาออกจากบ้านไม่นานก็มาถูกยิง และทหารบอกว่าเขามีระเบิดด้วย ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย ฉันไม่เชื่อเด็ดขาด"
"ซันนั้นอย่าว่าแต่จะพกระเบิดเลย แค่เห็นยังไม่รู้เลยว่าจะเคยเห็นหรือเปล่า แล้วจะพกระเบิดไปไหนมาไหนเพื่อก่อเหตุได้อย่างไร ที่ผ่านมาซันอยู่ในสายตาฉันตลอด เราเปิดร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์เพื่อต่อยอดงานของพ่อเขา เมื่อสามีฉันถูกยิง ซันและพี่ชายรวมทั้งฉันเองก็มาดูแลร้านแทน ช่วยกันทำมาหากิน อยู่แต่ในร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ตลอด พอตกเย็นซันก็จะไปกินข้าวที่บ้านยายทุกวัน ไม่ได้ไปแค่คืนที่เกิดเหตุคืนเดียว ฉะนั้นไม่ว่าจะอย่างไรฉันก็ไม่เชื่อว่าลูกเป็นโจร" ปาซียะห์ กล่าว
เหวี่ยงแหจับ-ยิงเด็กตาย..."อยู่ที่ไหนความยุติธรรม"
ผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านของเยาวชนทั้งสองราย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ยิงเยาวชนเสียชีวิต 2 รายก็นับว่าแย่แล้ว แต่หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังเปิดฉากเหวี่ยงแหจับกุมเยาวชนในละแวกนั้นไป อีก 8 ราย ทั้งๆ ที่ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
"เจ้าหน้าที่หาว่าเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุโจมตีทหารพราน ก็เลยจับเด็กและเยาวชนที่เดินอยู่แถวๆ นั้นไปอีก 8 คน ลองคิดดูถึงความเป็นจริง ถ้าเด็กชุดนั้นเป็นคนร้ายที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ เขาจะมีเวลามาเดินเล่นอยู่ตามท้องถนนหรือ แถมยังแต่งตัวสะอาดสะอ้าน ไม่มีเหงื่อหรือร่องรอยของการเพิ่งก่อเหตุมาหยกๆ เลย"
"มันเหมือนกับพอมาถึงก็จับๆ ไปก่อน ไม่ได้พิจารณาถึงข้อเท็จจริงและความเป็นไปได้ จริงอยู่ที่เจ้าหน้าที่ค้นเจอใบกระท่อมในตัวเด็กคนหนึ่งในนั้น แต่ก็ไม่ใช่ข้อพิรุธหรือยืนยันว่าเขาเป็นคนร้ายที่เพิ่งปะทะก
| | |