Latest News

2009-08-10 Patani Post Launches 10 August 2008 !

Anda pembaca Kini pelancaran patanipost sudahpun berusia setahun ,berbagai penglaman bertambah dan kelemahan2 yang telah dialami sepanjang tahun kami akan cuba mengatasi, dengan semperna setahun umur Patanipost akan kami perluaskan lagi berita tanah air kepada dua bahasa yaitu arab dan melayu dengan pakai web patanipost.net, perbezaan diantara kedua patanipost ialah satu memetik surat khabar asing dan satu lagi cari berita sendiri dan tulis berita senderi oleh kaki tangan patanipost.

Terima kasih.

Will Dato' Seri Najib’s visit to Thailand bring any change?

6 DECEMBER 2009 03:00

During the ASEAN conference in Hua Hin on October 26, the Prime Minister of Malaysia, Dato’ Seri Najib Tun Razak, expressed that the Thai Government should give autonomy to Southern Thailand (Patani). This declaration was received well by his Thai collegue Abhisit Vejjajiva and was supported by opposition leader General Chavalit Yongchaiyudh- making it a hot discussion topic among politicians, media and the general Thai public.

On 7-9 December Dato 'Seri Najib will be in Patani. Can he convince Abhisit to give autonomy to the people of Southern Thailand?

Original Article In Malay

Summary in English

PULO President invited to speak at OIC Meeting

The PULO President, Al Haj Abu Yasir Fikri, was invited as an expert speaker on the situation in Southern Thailand.

Read More

090816 PULO and Mujahidin join forces

090816 Gabungan PULO dan Mujahidin Islam Patani

090418 Ihsanoglu urges OIC Member States to accord greater attention to Muslim minority issues

081204 OIC Resolution regarding Patani

Today

คนร้ายกดบึ้มหวังสังหารทหารพราน 2 คันรถ 6 ล้อถูกสะเก็ดเจ็บ 7 นาย

8 กุมภาพันธ์ 2553 18:23 น.

นราธิวาส – เกิดเหตุระเบิดบนถนนในหมู่บ้านลาแป อ.ระแงะ ขณะเจ้าหน้าที่ทหารพรานจำนวน 38 นายนั่งรถ 6 ล้อเพื่อเดินทางออกไปปฏิบัติภารกิจพิเศษที่พื้นที่ อ.สุคีริน แรงระเบิดทำให้รถเสียหลักตกข้างทางและสะเก็ดระเบิดถูกเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 7 นาย

เมื่อเวลา 14.15 น. วันนี้ (8 ก.พ.) ร.ต.ท.เฮรามาน เจ๊ะดี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยที่ 4502 กรมทหารพรานที่ 45 ได้รับบาดเจ็บ 7 นาย เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านลาแป ม.2 ต.บองอ อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิตินัย หลังยบาหน่าย ผกก.สภ.ระแงะ

พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 พ.ต.ท.เลียบ พรมจันทร์ รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน นปพ.จ.นราธิวาส และ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบเสาปูนซิเมนต์ป้ายชื่อบอกหมู่บ้าน ถูกอนุภาพระเบิดได้รับความเสียหาย โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร่ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิค หนัก 15 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง และห่างไปประมาณ 700 เมตร

เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะ 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีเขียวขี้ม้า ทะเบียนตรากงจักร -9535 จอดเสียหลักอยู่ในไหล่ทาง โดยเฉพาะที่บริเวณตัวถังด้านขวา มีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดพรุนไปทั้งแถบ นอกจากนี้ภายในกระบะหลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บทั้ง 7 นาย ที่โรงพยาบาลและมีอาการสาหัส 3 นาย ประกอบด้วย 1. อส.ทพ.จิระเชษฐ์ ถนอมวรรณ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณใบหน้า 2. อส.ทพ.อิสมะแอ สาและ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณใบหน้า และ 3. อส.ทพ.ธีระพงษ์ ศิริราพันธ์ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณกกหู

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 นาย คือ 1.อส.ทพ.จีระศักดิ์ รอดพิสดาร ถูกแรงอัดระเบิดจนเจ็บภายในทรวงอก 2.อส.ทพ.สาธิต พูนแก้ว ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณกลางหลัง ไหล่ 3. อส.ทพ.สัญญา ต้นงาม ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณสีข้างขวา และ 4. อส.ทพ.พรเทพ เรืองอุไร

ถูกสะเก็ดระเบิดจนมีอาหารหูอื้อและแน่นหน้าอก ซึ่งทั้ง 7 นาย เมื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วแพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ท.ไพรัช นุ้ยสุข ผบ.ร้อย 4502 ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 38 นาย นั่งรถยนต์ 6 ล้อ 2 คันออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ อ.เจาะไอร้อง เพื่อออกปฏิบัติภารกิจพิเศษในพื้นที่ อ.สุคีริน โดยคนแรกมี ส.ท.พิสิทธิ์ จันทนาน

เป็นพลขับ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางพาราที่รกทึบ ได้ใช้วิทยุสื่อสารมือถือ รุ่นโมโตโรล่า จุดชนวนระเบิดที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิค ที่นำไปผูกไว้กับเสาซิเมนต์ป้ายบอกชื่อหมู่บ้าน และได้เกิดระเบิดขึ้นขณะที่รถยนต์ 6 ล้อที่ ส.ท.พิสิทธิ์ ขับผ่านมา และรถยนต์ได้เกิดเสียหลักตกไหล่ทาง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

manager.

“หมอแว” ฉะ ศอ.บต.ลอยแพ นศ.ผช.พยาบาลกว่าร้อยตกงาน ชี้แก้หรือสร้างปัญหาพื้นที่

8 กุมภาพันธ์ 2553 18:51 น.

นราธิวาส – นักศึกษาหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลกว่า 80 คน ยื่นหนังสือร้องเรียน นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอ๊ะ สส.เขต 1 จ.นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน หลังถูก ศอ.บต.ลอยแพ เรียนจบแล้วไม่มีงานทำ แนะ ศอ.บต.หยุดโครงการนี้ก่อนที่จะเป็นดินพอกหางหมู

วันนี้ (8 ก.พ.) ที่ห้องประชุมโรงแรมอิมพีเรียล อ.เมือง จ.นราธิวาส ตัวแทนนักศึกษา ตามโครงการ ศอ.บต. ส่งเสริมวิชาชีพ หลักสูตร พนักงานผู้ช่วยพยาบาล ได้รวมตัวกันกว่า 80 คน จากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อถกปัญหา กรณีเรียนจบหลักสูตรแต่กลับไม่มีงานทำ ตามที่ศูนย์อำนวยการ จังหวัดชายแดนภาคใต้อ้างไว้

โดยนายไพศาล หะไร ประธานชมรมพนักงาน ผู้ช่วยเหลือคนไข้ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ทางชมรมและตัวแทนนักศึกษา ได้เรียนเชิญ นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอ๊ะ สส.เขต 1 จ.นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน จ.นราธิวาส เพื่อมารับฟังปัญหาความทุกข์ของนักศึกษา ที่เรียนจบหลักสูตร ตามโครงการ ศอ.บต.

ซึ่งกว่า 200 คนเรียนจบมาหลายปี แต่ต้องประสบกับชะตากรรมที่แย่กว่า คือ ไปสมัครทำงานที่ไหน ตามสถานโรงพยาบาลในประเทศไทยกลับไม่รับเข้าทำงาน ทั้งที่ทุกคน มีความตั้งใจไปศึกษา จนผู้ปกครองหลายรายเป็นหนี้สิน ซึ่งได้ทำหนังสือเพื่อร้องเรียนไปยัง สส.คือนายแพทย์แวมาฮาดี ร้องทุกข์เพื่อให้รัฐบาลมาแก้ปัญหาการว่างงาน

ทางด้านนายแพทย์แวมาฮาดี สส.จังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนของนักศึกษาดังกล่าว ซึ่งบอกตรงๆว่า เป็นโครงการ ที่ไม่ได้ผ่านการศึกษาก่อน นำนักศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าเรียนตาม หลักสูตร 6 เดือน ในแต่ละปีหลายร้อยคน โดยทาง ศอ.บต.

บอกว่า จบแล้วมีงานทำ แต่ผลที่ออกมา กลับไม่เป็นตามที่สัญญาวางไว้ ซึ่งมองได้ว่า นี้เป็นโครงการที่รัฐ พาเข้ามาหาประชาชน แทนที่จะแก้ปัญหา กลับสร้างปัญหา เพราะ ศอ.บต.ลอยแพนักศึกษาดังกล่าว ทำให้ประชาชนค้างคาใจ ในแต่ละโครงการที่เข้ามาในพื้นที่ 3 จังหวักภาคใต้ว่า เป็นการหาผลประโยชน์หรือเพื่อแก้ปัญหา

จึงอยากนำเรื่องบอกผ่านไป ศอ.บต.ว่า ให้แก้ปัญหาเสียก่อน และในฐานะ สส.ตนจะนำเรื่องไปเข้าพรรค และอาจนำไปเป็นกระทู้ ถามไปยังนายกรัฐมนตรีอีกประเด็นหนึ่งในสัปดาห์หน้า

นายแพทย์แวมาฮาดี กล่าวต่ออีกว่า และอยากขอร้องไปยัง ศอ.บต.ถ้า นักศึกษาที่จบแล้วยังไม่มีงานทำ โครงการดังกล่าวยกเลิกไปก่อน เพราะจะพอกและสร้างปัญหามากกว่าเดิม ในส่วนความช่วยเหลือนักศึกษาพนักงานผู้ช่วยพยาบาล ในเบื้องต้นตนจะประสานไปยังรัฐบาลมาเลเซีย บูรไนและประเทศทางตะวันออกลาง เพื่อสอบถามความต้องการและส่งนักศึกษาไปทำงานในประเทศเหล่านั้น แต่ทั้งนี้ ศอ.บต.ต้องเสริมความรู้ภาษาอาหรับและอังกฤษให้กับนักศึกษาด้วย

manager.

ประกบยิง ชรบ.ปัตตานีสาหัส 2 ลูกสาวรอดหวุดหวิด

8 กุมภาพันธ์ 2553 21:08 น.

ปัตตานี – เกิดเหตุคนร้าย 2 คนขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิง 2 ชรบ.บนถนนสายปัตตานี-ยะลา ขณะกำลังเดินทางไปซื้อของในเมือง เป็นเหตุให้ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมกับเด็กหญิงวัย 1 ขวบที่มาด้วยได้รับบาดเจ็บศีรษะแตกจากแรงกระแทกรถล้ม

เมื่อเวลา 18.30 น. วันนี้ (8 ก.พ.) พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายปัตตานี – ยะลา ม.3 ต.ตะลุโบะ จึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ ทะเบียน กรต 790 ปัตตานี ตกข้างทาง

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ทหารได้นำส่ง โรงพยาบาลปัตตานี ทราบชื่อ นายซะการียา แวบือราเฮง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/1 ม.7 ต.บาราเฮาะ อ.เมืองปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.

เข้ากลางหน้าอก 2 นัด และ นายซะการียา แวบือราเฮง อายุ 27 ปี (ชื่อเหมือนกันเนื่องจากทั้งสองคนเป็นญาติกัน) ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าลำตัว 2 นัด อาการสาหัสทั้งคู่ แพทย์ต้องรีบนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเป็นการด่วน

นอกจากนี้ยังมี เด็กหญิงซูรีฟา อายุ 1 ขวบ ลูกสาวของผู้บาดเจ็บคนแรก ศีรษะแตกเนื่องจากแรงกระแทกจากรถล้ม ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน จำนวน 2 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ทั้งสองคนเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและยังเป็นญาติกันโดยมีชื่อและนามสกุลเหมือนกัน ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ทั้งสองคนขี่รถจักรยานยนต์เพื่อจะเข้าเมืองไปซื้อของให้ลูกสาวที่มาด้วยกัน ระหว่างทางถูกคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิงจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

คนร้ายพยายามจะเข้าไปยิงซ้ำแต่โชคดีที่มีชาวบ้านเข้ามาช่วยทำให้คนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเบื้องต้นตั้งไว้ 2 ประเด็นคือ เรื่องส่วนตัว และอาจจะเชื่อมโยงสถานการณ์ใต้เนื่องจากทั้งสองเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน

manager.

โจรใต้ใช้เอ็ม 16-อาก้าถล่มทหารดับ 1 สาหัส 1 ที่นราฯ

6 กุมภาพันธ์ 2553 18:05 น.

นราธิวาส – คนร้ายควบกระบะควง เอ็ม 16 และ อาก้า ยิงถล่มทหารซึ่งยืนดูแลความปลอดภัยให้ชาวบ้าน เสียชีวิต 1 นายและได้รับบาดเจ็บอีก 1 ที่ อ.ยี่งอ

วันนี้ (6 ก.พ.) เวลา 13.20 น. ระหว่างที่ จ่าเอกวรายุทธ หนูแก้ว อายุ 23 ปีทหารสังกัดร้อย ร.3014 ฉก.นราธิวาส 32 กองทัพเรือ ชุดช่วยราชการ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส พร้อมกำลังรวม 6 นาย ได้ทำหน้าที่ยืนดูแลรักษาความปลอดภัย อยู่ที่บริเวณ 3 แยกบ้านทุ่งคา หน้าบ้านเลขที่ 2 หมู่ 2 ต.ละหาร อ.ยี่งอ ได้เกิดเหตุคนร้ายประมาณ 4-5 คน

ใช้รถยนต์กระบะยี่ ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เป็นพาหนะ ขับผ่านมา แล้วใช้ปืน เอ็ม 16 และปืนอาก้า กราดยิงใส่ทหารชุดดังกล่าว ซึ่งฝ่ายทหารก็ได้ยิงตอบโต้ จนเกิดการยิงปะทะกันนาน 5 นาที จากนั้นคนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะหลบหนีไป

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพื้นที่พบว่า จ่าเอกวรายุทธ และพลฯ ศุภชัย ปุราเต อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส แต่ต่อมาจ่าเอกวรายุทธทนพิษบาดแผลไม่ไหว ได้เสียชีวิตลงในที่สุด ส่วนพลฯศุภชัยขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี รอง ผกก.สภ.ยี่งอ ที่ได้เข้าตรวจที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 และปลอกกระสุนปืนอาก้า ประมาณ 50 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีเขียว ทะเบียน ก.4449 นราธิวาส ซึ่งเป็นของนางมาลี ศรีชัยศักดิ์ อายุ 53 ปี เจ้าของบ้านหลังที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งจอดอยู่บริเวณข้างบ้านถูกกระสุนปืนของคนร้ายเป็นรูพรุนทั้งคัน

ก่อนหน้านั้น วันนี้เช่นกัน เวลา 07.40 น. พ.ท.จักรกฤษณ์ ศรีนนท์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 ชุดช่วยราชการ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้นำกำลัง 40 นาย ขึ้นไปพิสูจน์ทราบบนเทือกเขาหลังหมู่บ้านสาวอฮูลู หมู่ 2 ต.สาวอ อ.รือเสาะ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีกลุ่มคนร้ายได้แฝงตัวเคลื่อนไหวอยู่บนเทือกเขาดังกล่าว

เมื่อเดินเท้าขึ้นไปประมาณ 1 กิโลเมตร พบคนร้าย 5-6 คนนั่งอยู่ภายในขนำข้างลำธาร เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่จึงใช้ปืนกราดยิงใส่ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ยิงตอบโต้ จนเกิดการปะทะกันนาน 10 นาที คนร้ายจึงล่าถอยไป

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเข้าเคลียร์พื้นที่พบศพ นายฮานาดี หะยีรอเซ๊ะ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/4 หมู่ 3 ต.จะกั๊วะ อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งมีหมายจับคดีก่อเหตุความไม่สงบของ สภ.จะกั๊วะหลายคดี โดยข้างศพนายฮานนาดีพบปืนพกสั้น .38 ตกอยู่ 1 กระบอก

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางของคนร้ายอีกหลายรายการคือ แมกกาซีนปืน เอ็ม 16 จำนวน 9 อัน กระสุนปืน เอ็ม 16 รวม 225 นัด ชุดลายพราง ถังแก๊สปิกนิค และอาหารแห้งที่คนร้ายใส่ไว้ในถังพลาสติกจำนวน 4 ใบ แล้วขุดหลุมฝังไว้ใต้ดิน

manager.

โจรใต้แต่งหญิงซิ่งปิกอัพยิงถล่มทหารดับ 1 สาหัส 1

6 กพ. 2553 16:08 น.

ร.ต.ท.ภุมรัตน์ รินสีมา ร้อยเวรสอบสวน สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงถล่มเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัดร้อย ร.3014 ฉก.นราธิวาส 32 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ รปภ.ร้านขายของชำ เลขที่ 2 ม.2 ต.ละหาร อ.ยี่งอ ซึ่งเป็นบ้านพักของนายบุญ พรมแก้ว อายุ 82 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย จึงพร้อมด้วย น.ท.นฤมิต ศุขสมิติ ผบ.ฉก.นราธิวาส 32

พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธร จ.นราธิวาส รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม.16 และ อา.ก้า.ตกเกลื่อนอยู่บนถนน จำนวนกว่า 50 ปลอก โดยเฉพาะที่โรงจอดรถยนต์ข้างบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งฮอนด้าซีวิค สีน้ำเงิน ทะเบียนก-4449 นราธิวาส มีร่องรอยถูกกระสุนปืนพรุนไปทั้งคัน พร้อมกองเลือดจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้บาดเจ็บนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์แล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลทราบคือ จ.อ.วรายุทธ หนูแก้ว ซึ่งถูกกระสุนปืนอาก้า.และเอ็ม.16 บริเวณลำตัว กลางหลังและหน้าอก เสียชีวิตขณะนำส่งรักษาโรงพยาบาล และพลทหารศุภชัย พุทธทอง ถูกกระสุนปืนของคนร้ายชนิดเดียวกันที่ชายโครงขวา หัวไหล่และช่องท้อง อาการสาหัส แพทย์ต้องนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อช่วยเหลือชีวิตอย่างเร่งด่วนแล้ว

สอบสวนทราบว่าระหว่างที่ จ.อ.วรายุทธ และพลทหารศุภชัย ยืน รปภ.ร้านขายของชำอยู่บริเวณท้ายรถยนต์เก๋งของนายบุญ มีคนร้าย 4-5 คน แต่งกายแบบผู้หญิง โดยใช้ผ้าคลุมศีรษะ นั่งรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ ไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะ โดยคนร้ายที่นั่งกระบะหลัง 2 คน ถืออาวุธปืนเอ็ม 16และอาก้า.

คนละกระบอก ยิงถล่มใส่กว่า 50 นัด ก่อนหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่ทางการที่บุกทลายค่ายพักบนเทือกเขา อ.รือเสาะ และวิสามัญสมาชิกในกลุ่มเสียชีวิต 1 คน ในช่วงเช้าที่ผ่านมา

nationchannel.

ทหารทลายค่ายพักโจรใต้บนเทือกเขารือเสาะ

6 กพ. 2553 11:41 น.

พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 46 และ พ.ท.จักรกฤษณ์ ศรีนนท์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 ได้ร่วมสนธิกำลัง จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการณ์ รวม 35 นาย พร้อมอาวุธปืนครบมือ ขึ้นพิสูจน์ทราบบนเทือกเขาหลังหมู่บ้านสาวอฮูลู ม.2 ต.สาวอ อ.รือเสาะ หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้าน

มีกองกำลังติดอาวุธ RKK กลุ่ม นายอับดุลเลาะ สามามะ พร้อมสมุน รวม 6 คน ได้แฝงตัวเคลื่อนไหวมาสร้างค่ายพักชั่วคราวบนเทือกเขา เพื่อเตรียมลงมือประชุมวางแผนก่อเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่

ขณะเข้าพื้นที่ 1 ใน 6 กองกำลังติดอาวุธเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้ตะโกนบอกพวก พร้อมใช้อาวุธปืนสงครามนานๆชนิด ยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นละลอกๆนานกว่า 20 นาที

เมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าพิสูจน์ทราบ พบกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ RKK เสียชีวิต 1 คน ส่วนที่เหลือได้รับบาดเจ็บ และอาศัยความชำนาญพื้นที่สามารถหลบหนีไปได้

nationchannel.

ทพ.ปะทะกลุ่มติดอาวุธที่นราธิวาส ดับ 1 ศพ

6 กุมภาพันธ์ 2553 10:27 น.

วันนี้ (6 ก.พ.) เวลาประมาณ 07.00 น. ทหารพรานได้ปะทะกับกลุ่มติดอาวุธ ขณะลาดตระเวน ที่บริเวณสวนยางบ้านสาวอ ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ทำให้กลุ่มติดอาวุธเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 1 คน และขณะนี้ ตำรวจ ทหารร่วมกันปิดล้อมพื้นที่ เพื่อตรวจค้นอย่างละเอียดอีกครั้ง

manager.

คนร้ายยิงช่างเจาะบาดาลยะรังเสีย 1 เจ็บ 1

3 กุมภาพันธ์ 2553 20:17 น.

ปัตตานี – เกิดเหตุยิงช่างเจอะบาดาลบนถนนสาย 410 ปัตตานี-ยะลา ขณะเดินทางกลับบ้านพัก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 1 ราย วันนี้ (3ก.พ.) เมื่อเวลา 17.50 น. พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมฆ ผกก.สภ.ยะรัง รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดบนถนนสาย 410 ปัตตานี-ยะลา ม. 1 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง

จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์อีซูซุสีเหลือง ทะเบียน บ 2180 ปัตตานี ตกข้างทาง ภายในรถมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายวิรัตน์ กาฬลักน์ อายุ 44 ปี

อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.1 บ้านคอกช้าง ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา ส่วนผู้บาดเจ็บ นายบุญโฮม ตะโยลัมย์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขทที่ 48/12 ม.9 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ทั้งสองคนเป็นคนงานเจาะบาดาล

ก่อนเกิดเหตุขณะที่ทั้งสองคนกำลังขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว กลับจากเจาะบาดาลในพื้นที่ ต.ม่วงหวาน อ.มายอ มุ่งหน้ากลับบ้านพักที่ จ.ยะลา เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คน

ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะตามประกบยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด กระสุนถูกนายวิรัตน์ เสียชีวิตที่เกิดเหตุ ส่วนนายบุญโฮม ได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกรถเสียหลักตกข้างทาง ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและยกรถออกจากที่เกิดเหตุ

manager.

ผบ.พตท.สรุปจำนวนทหารในจชต. บาดเจ็บกว่า 1 พันนาย

3 กุมภาพันธ์ 2553 19:42 น.

ยะลา - วันทหารผ่านศึก ผบ.พตท. เผยจำนวนทหารที่ปฏิบัติงานที่ได้รับบาดเจ็บในจชต. กว่า 1 พันนาย พร้อมยืนยันกองทัพบกจัดระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อช่วยเหลือทหารที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดีที่สุด

วันนี้ (3ก.พ.) ที่กองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.) กล่าวเนื่องในวันทหารผ่านศึก ว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2547

เป็นต้นมา เป็นเหตุให้ จนท.ทหาร และทหารพราน ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1,473 นาย ในจำนวนนี้ ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎ จำนวน 157 นาย

อย่างไรก็ตาม จนท.เหล่านี้ ส่วนหนึ่งได้ปลดเป็นทหารกองหนุนประจำการประเภททหารผ่านศึก มีเงินเดือนบำนาญ ตามระเบียบของการรับราชการทหาร ซึ่งทางกองทัพบก มีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนในการช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมีการดูแลทางด้านการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐ

ทั้งโรงพยาบาลทั่วไปและ รพ.ทหาร ในระหว่างการรักษา มีเงินเบี้ยเลี้ยงยังชีพให้ ตามสิทธิตามชั้นยศของกำลังพล ส่วนครอบครัวมีการดูแลในเรื่องของการเยียวยา

พล.ท.กสิกร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กองทัพบกยังมีนโยบายรับบุตรหลานของ จนท.ที่เสียชีวิตเข้ารับราชการ ตามดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาในแต่ละรายๆ ไป ซึ่งกองทัพบกได้มีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนในการให้การช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดีที่สุด

ในขณะเดียวกันผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้น ได้พยายามให้การช่วยเหลือในสิทธิของกำลังพลอย่างดี เนื่องในวันทหารผ่านศึกปีนี้ ขอทำความเข้าใจกับประชาชนด้วยว่า กำลังพล ทุกนายที่มาปฏิบัติหน้าที่ในทุกระดับ ได้เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ และพร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ เพื่อความสงบสุขของประชาชนเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม สำหรับนายทหาร ที่ได้รับบาดเจ็บในการปฏิบัติหน้าที่ ล่าสุด คือ ร.อ.มานพ พันธ์สะโม นายทหารฝ่ายการข่าว.หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 16 อ.ธารโต ซึ่งได้รับบาดเจ็บพร้อมลูกน้องจากการลอบวางระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยครู

บนเส้นทางสายบ้านแหร – บ้านบัวทอง หมู่ที่ 2 ต.บ้านแหร อ.ธารโต เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2553 เป็นเหตุให้ต้องตัดขาทั้งสอง ข้าง ขณะนี้รักษาตัวอยู่ โรงพยาบาลพระมงกุฎ กรุงเทพมหานคร

manager.

รัวอาก้า-เอ็ม 16 ดับผู้ใหญ่บ้านที่เมาะมาวี เด็กน้อยเหยื่อฆ่ายกครัวยังเครียดไม่พูดจา

Written by Administrator

Tuesday, 02 February 2010 08:23

รอซิดะห์ ปูซู / แวดาโอ๊ะ หะไร

โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

คนร้ายควบเก๋งรัวอาก้า-เอ็ม 16 ถล่มผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตที่เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ตำรวจยังไม่สรุปขัดแย้งการเมืองท้องถิ่นหรือไฟใต้ ด้านเด็กน้อยที่รอดชีวิตจากเหตุฆ่ายกครัว 3 ศพยังเครียด จิตใจบอบช้ำ ไม่พูดไม่จา ขณะที่ผู้ต้องหายิง อส.หญิงจะแนะ เปิดปากสารภาพ พาค้นแหล่งซุกระเบิด

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงปลายเดือน ม.ค.ต่อเนื่องต้นเดือน ก.พ.2553 ยังคงมีเหตุร้ายเกิดขึ้นรายวัน โดยเมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 1 ก.พ. พ.ต.ท.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ รองผู้กำกับการ สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายปัตตานี-ยะลา ท้องที่หมู่ 5 บ้านเกาะบาตอ ต.เมาะมาวี

จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน ผก 5041 สงขลา เสียหลักตกลงไปข้างทาง ตัวถังรถด้านคนขับเต็มไปด้วยรอยกระสุนปืนสงคราม

ตรวจสอบภายในรถพบ นายมาหามะ เจ๊ะสมอเจ๊ะ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/2 หมู่ 5 ต.เมาะมาวี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้าเข้าที่ลำตัวหลายนัด อาการสาหัส จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่นายมาหามะทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตระหว่างทาง นอกจากนั้นในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนทั้งอาก้าและเอ็ม 16 เกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายมาหามะ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.เมาะมาวี กำลังขับรถกลับมาจากที่ประชุมลูกบ้านในหมู่บ้าน แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถเก๋งไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนตามประกบยิงด้วยอาวุธสงครามจนรถเสียหลักตกลงไปข้างทาง

จากนั้นจึงเร่งเครื่องหลบหนีไป เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าปมสังหารมาจากความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่นหรือเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ

เด็กเหยื่อฆ่ายกครัวยังปิดปาก

ด้านความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธยิง นายหะแว วามะ อายุ 50 ปี นางสารีธา แวจิ อายุ 41 ปี และ ด.ช.อับดุลฮากิม วามะ อายุ 8 ปี ซึ่งเป็นพ่อแม่ลูกกัน เสียชีวิต 3 ศพ ส่วน ด.ช.อับดุลซาลาม วามะ อายุ 5 ปี 2 เดือน ลูกชายคนเล็ก ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ทั้งหมดนั่งรถจักรยานยนต์มาด้วยกันเพื่อไปเยี่ยมญาติ เหตุเกิดในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดชุดสืบสวน สภ.สายบุรี ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา ผู้กับการ สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เพื่อขอข้อมูลคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เนื่องจากพบว่า มูลเหตุของการสังหารโหดครั้งนี้ น่าจะเป็นการฆ่าปิดปากนายหะแว ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญในคดียิงผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.ปะนาเระ เสียชีวิตเมื่อปลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ทิ้งประเด็นสร้างสถานการณ์

สำหรับอาการบาดเจ็บของ ด.ช.อับดุลซาลาม ซึ่งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปัตตานีนั้น แพทย์ระบุว่าบาดแผลจากคมกระสุนที่ถากบริเวณศีรษะได้รับการรักษาจนปลอดภัยแล้ว เหลือเพียงสภาพจิตใจที่บอบช้ำอย่างหนัก เนื่องจากต้องเสียทั้งพ่อ แม่ และพี่ชายในคราวเดียวกัน คาดว่า ด.ช.อับดุลซาลาม ยังคงช็อคกับเหตุรุนแรงต่อหน้าต่อตา จึงยังไม่ยอมพูดคุยกับใคร ได้แต่นอนหลับตาตลอดเวลา

ย้อนเหตุฆ่ายกครัว 3 ศพที่สายบุรี

สำหรับเหตุการณ์ฆ่ายกครัว 3 ศพดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 1 ก.พ.2553 โดย พ.ต.อ.วัลลพ จำนงค์อาสา ผู้กำกับการ สภ.สายบุรี รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดบนถนนสายบางเก่า-บ้านแป้น ท้องที่หมู่ 1 บ้านเจาะโบ ต.แป้น อ.สายบุรี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิต 3 รายนอนอยู่บนถนน และมีรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำอยู่ 1 คัน

ตรวจสอบทราบว่าทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูกัน คือ นายหะแว วามะ อายุ 50 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านท่าน้ำ ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ นางสารีธา แวจิ อายุ 42 ปี ภรรยาของนายหะแว และ ด.ช.อับดุลฮากิม วามะ อายุ 6 ปี ลูกชายของทั้งคู่ ทั้งนี้ในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม.จำนวน 2 ปลอก ปลอกกระสุนปืนขนาด 11 ม.ม.จำนวน 7 ปลอก และหัวกระสุนปืนขนาด 11 ม.ม.อีก 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายหะแว กำลังขี่รถจักรยานยนต์พร้อมด้วยภรรยาและลูกรวม 4 คนออกจากบ้านที่ ต.ท่าน้ำ มุ่งหน้าไปที่บ้านลาเลาะ ต.ปะเสยาวอ อ.สายบุรี เพื่อเยี่ยมญาติ แต่ระหว่างทางถูกคนร้าย 3 คนใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันขี่ตามประกบ

และใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม.กับ 11 ม.ม.ยิงถล่มจนเสียชีวิต 3 ศพและบาดเจ็บสาหัส 1 คนดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

คุมตัวผู้ต้องหายิง อส.หญิงค้นแหล่งซุกระเบิด

วันที่ 1 ก.พ.เช่นกัน พ.ต.อ.จิรวุฒิ ทิศเสถียร ผู้กำกับการ สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส พร้อมด้วย พ.ท.ศักดิ์วุฒิ วงศ์วานิช ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 34 นายนันทวัฒน์ เจริญวรรณ นายอำเภอจะแนะ และ พ.ต.ต.ดิเรก โฉมยงค์ สารวัตรชุดสืบสวนคดีสำคัญ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมสนธิกำลังจำนวน 100 นาย นำตัว นายซอบรี สือแม อายุ 19 ปี

อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 1 บ้านไอร์กำมะลอ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงคนสำคัญ ไปค้นหาระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ หลังจากเจ้าตัวยอมสารภาพ และให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

สำหรับ นายซอบรี ตกเป็นผู้ต้องหาคดียิง นางซัลมา สะอิ อายุ 35 ปี อาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำที่ว่าการ อ.จะแนะ เสียชีวิต ขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปปฏิบัติหน้าที่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ม.ค.2553 และยังมีหมายจับในคดียิงพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยพุทธ ยิง ตชด.และยิงสายข่าวทหารในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถบุกจับกุมตัวได้ขณะแฝงตัวกบดานอยู่ที่บ้าน พร้อมกับนายปรีชา เจ๊ะแม อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่1 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ

ทั้งนี้ นายซอบรี ยอมให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และได้สารภาพถึงสถานที่ซุกซ่อนวัตถุระเบิดของกองกำลังติดอาวุธที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.จะแนะ บนเทือกเขาหลังบ้านของเขา และเตรียมที่จะลักลอบนำไปก่อเหตุถล่มจุดตรวจของฐานปฏิบัติการเสือดำ สังกัด ร้อย ร.2934 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 34 บนถนนสายตันหยงมัส-ดุซงญอ ห่างจากโรงพยาบาลจะแนะ ประมาณ 100 เมตร

ซึ่งระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ประกอบด้วย ระเบิดขว้างแบบเอ็ม.67 ระเบิดขว้างแบบเอ็มเค 2 และระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิงจำนวน 3 ลูก น้ำหนักลูกละ 20 กิโลกรัม

เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายซอบรีเดินทางกลับถึงบ้าน จึงให้นายซอบรีได้พูดคุยกับมารดา ก่อนจะให้นายซอบรี นำทางลัดเลาะเข้าไปในป่ายางพารารกทึบ กระทั่งพบแหล่งซุกซ่อนระเบิดทั้งหมด ซึ่งแยกเก็บไว้ 2 จุด แต่จุดที่ 2 ที่เป็นแหล่งซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ในถังดับเพลิงนั้น มีสมาชิกกองกำลังติดอาวุธกลุ่มของนายซอบรี แอบเคลื่อนย้ายไปก่อนแล้ว

isranews.

หน่วยข่าวแจ้งเตือน" 9 จยย. - 2 รถยนต์" ซุกระเบิดป่วนใต้

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 09:25:53 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แจ้งเตือนหน่วยงานในพื้นที่ว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ โดยนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์ซุกซ่อนวัตถุระเบิดจำนวนหลายคัน ดังนี้ รถจักรยานยนต์ คันที่ 1 กขบ 468 ยะลา คันที่ 2 กรต 883 ยะลา คันที่ 3 กยท 491 ยะลา คันที่ 4 กบก 791 ยะลา คันที่ 5 กบบ 801

ยะลา คันที่ 6 กยต 418 ยะลา คันที่ 7 กษบ 895 ยะลา คันที่ 8 กยต 511 ยะลา และ คันที่ 9 กยบ 662 ยะลา “ นอกจากนั้นยังมีรถยนต์กระบะสีแดงหมายเลขทะเบียน บอ 1174 สงขลา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ บ้านบือแน ม .4 ตำบลบุดี และ รถยนต์เก๋งสีเทาดำ หมายเลขทะเบียน 502 สมุทรปราการ ไม่ทราบหมวดอักษร ทั้งสองคันคนร้ายได้ประกอบระเบิดไว้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับรถยนต์กระบะที่ใช้ขนอาวุธ และชุดปฏิบัติการเข้าพื้นที่ คือรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอน์เงิน สี่ประตู หมายเลขทะเบียนศอ 1892 กรุงเทพ รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอน์เงิน สี่ประตู หมายเลขทะเบียน คค 6174 ยะลา รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตาร์ดร้า สีบรอน์เงิน สี่ประตู หมายเลขทะเบียน กค 7972 ยะลา รถยนต์กระบะยี่ห้อนิสัน บิ๊กเอ็ม เคป สีบรอน์ทอง เลขทะเบียน บจ 3657 ปัตตานี ” ในรายงานระบุ

รายงานแจ้งเตือน ยังระบุว่า ยังมีรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตาร์ดร้าสีบรอน์ทองสี่ประตู เลขทะเบียน กน 1805 ยะลา ซึ่งอยู่ในอยู่ในพื้นที่ตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตาร์ดร้า สีบรอน์เงิน สี่ประตู หมายเลขทะเบียน กค 1099 ยะลา ซึ่งอยู่ในพื้นที่บ้านโต๊ะฮาดี หรือ บ้านไม้แก่น ม . 2 อำเภอรามัน ยะลา

และรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อ สีบรอน์เงิน หมายเลขทะเบียน บง 3022 ปัตตานี ขณะนี้รับแจ้งเบื้องต้นอยู่ในพื้นที่บ้านโสร่ง ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี รถตู้สีขาว เลขทะเบียน บจ 7981 ปัตตานี และรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 9975 ไม่ทราบหมวดอักษร และจังหวัด โดยให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งตรวจสอบ และค้นหา ซึ่งในเบื้องต้นป้ายทะเบียนทั้งหมดตรวจสอบแล้วเป็นป้ายทะเบียนปลอม

matichon.

คนร้ายถล่มยิง ผญบ.สาหัส ขณะขับรถยนต์กลับจากประชุมลูกบ้านที่ปัตตานี

1 กุมภาพันธ์ 2553 13:17 น.

ปัตตานี – คนร้ายใช้อาวุธสงครามประกบยิงผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง ขณะขับรถยนต์กลับมาจากประชุมกับลูกบ้านในหมู่บ้าน เป็นเหตุให้รถเสียหลักลงข้างทาง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้าเข้าลำตัวหลายนัดอาการสาหัส

เมื่อเวลา 12.00 น. วันนี้ (1 ก.พ.) พ.ต.ท.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ รอง ผกก.สส.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายปัตตานี-ยะลา ม.5 ต.เมาะมาวี จึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ ผกก. พ.ท.บุญสิน พาดกลาง ผบ.ฉก.ปัตตานี 21 ไปถึงพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน ผก 5041 สงขลา ตกข้างทางสภาพด้านคนขับถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามจนพรุนทั้งแถบ

ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกยิงฟุบคาพวงมาลัย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อ นายมาหามะ เจ๊ะสมอเจ๊ะ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/2 ม.5 ต.เมาะมาวี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้าเข้าลำตัวหลายนัดอาการสาหัส ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนทั้งอาก้าและ เอ็ม 16 ตกเกลื่อนบนถนน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า นายมาหามะ เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.เมาะมาวี ก่อนเกิดเหตุขณะขับรถยนต์กลับมาจากประชุมกับลูกบ้านในหมู่บ้าน ปรากฏว่าเมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถยนต์เก๋งไม่ทราบยี่ห้อตามประกบยิงจนรถเสียหลักตกข้างทาง จากนั้นเร่งเครื่องหลบหนีไป สำหรับประเด็นการก่อเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งไว้ 2 ประเด็นคือ เรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับการเมืองท้องถิ่น และอาจจะเชื่อมโยงสถานการณ์ใต้

manager.

คนร้ายฆ่าโหด 3 ศพพ่อแม่ลูก-ลูกอีกคนยังโคม่า ที่ปัตตานี

31 มกราคม 2553 15:17 น.

ปัตตานี – เกิดเหตุคนร้ายประกบยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านท่าน้ำ ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เสียชีวิต พร้อมครอบครัว ร่วม 3 ราย ขณะลูกชายอีกคนได้รับบาดเจ็บสาหัส จนท.คาดอาจเป็นการฆ่าปิดปากพยาน เพราะผู้ตายเป็นพยานปากเอกในคดียิงผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่

วันนี้ (31 ม.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.วัลลพ จำนงอาสา ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบนถนนภายในหมู่บ้าน ม.1 ต.แป้น จึงรีบนำกำลังตำรวจ ทหารไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.

พ.ต.อ.จีรวัฒน์ อุดมสุด พ.ต.อ.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบก. พอ.ปกรณ์ จันทรโชตะ ผบ.ทพ.43 ไปถึงเจ้าหน้าที่พบภาพสลดใจ เนื่องจากผู้เสียชีวิตนอนตายสภาพกอดกันพ่อแม่ลูก โดยมีเลือดจำนวนมากไหลนองบนพื้นถนน

จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ศพ คือนายหะแว วามะ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 ม.2 บ้านท่าน้ำ ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี และมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วย นางสารีธา แวจิ อายุ 41 ปี และ ดช.อับดุลฮากิม วามะ อายุ 8 ปี นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านท่าน้ำ โดยทั้ง 3 ศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. และ 11 มม.ที่ลำตัว

นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ปัตตานี เนื่องจากอาการสาหัส ทราบชื่อ ดช.อับดุลสลาม วามะ อายุ 6 ปี ถูกกระสุนปืนที่ศรีษะ 1 นัด ในที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า ทะเบียน ขกศ 173 ตรัง และพบปลอกกระสุน 9 มม. จำนวน 2 ปลอก และ 11 มม. จำนวน 7 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายหะแว ขี่รถ จยย.มาจากบ้านพักที่ อ.ปะนาเระ เพื่อจะไปธุระที่ อ.สายบุรี โดยมีภรรยาและลูกชาย 2 คน นั่งมาด้วย ปรากฏว่า เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 4 คนใช้รถ จยย.2 คัน ขับตามประกบหลัง จากนั้นได้ชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงหลายนัดโดยไม่สนใจว่าจะเป็นผู้หญิงหรือเด็กที่นั่งมาด้วย จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

หลังเกิดเหตุคนร้ายได้เร่งเครื่องหลบหนีไป อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่า นายหะแวเป็นพยานปากเอกในคดียิงผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ซึ่งก็เชื่อว่าน่าจะเป็นประเด็นหนึ่งของการสังหารครั้งนี้ แต่ก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นการสร้างสถานการณ์

manager.

คนร้ายลอบบึ้ม 3 จุดที่ยะลา บาดเจ็บ 1 คน

30 มกราคม 2553 16:55 น.

เกิดเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา 3 จุด โดยจุดแรกผู้ก่อเหตุนำระเบิดปลอมมาวางล่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณถนนสายยะหา-ปะแต ห่างกันประมาณ 5 เมตร พบสายไฟโผล่จากต้นไม้ ลักษณะเหมือนกับดัก

เจ้าหน้าที่จึงใช้รถยนต์หุ้มเกราะเข้าตรวจสอบ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนัก 3 กิโลกรัม บรรจุในกล่องเหล็ก ทำให้ทหารบาดเจ็บที่นิ้วมือเล็กน้อย 1 นาย

อีก 2 จุด เป็นพื้นที่หมู่ 3 บ้านคอกแพะ เทศบาลยะหา และหมู่ 5 บ้านปะแดรู ต.กาตอง ตรวจสอบพบมีวัตถุต้องสงสัยที่คนร้ายนำมาไว้ข้างถนน แต่ไม่ใช่ระเบิด เบื้องต้นสันนิษฐานเป็นการป่วนพื้นที่ แสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อเหตุ

manager.

โจรใต้ป่วนยะลาข่มคนรวมพลังต่อต้านก่อการร้าย

30 มกราคม 2553 20:03 น.

ยะลา – คนร้ายวางระเบิดปลอมและจริงก่อเหตุป่วนในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา เพื่อข่มขู่ประชาชนที่ออกมารวมพลังต่อต้านการก่อการร้ายร่วมพันคนที่สนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านลือเน็ง

วันนี้ (30 ม.ค.) เวลา 10.00 น. ที่สนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านลือเน็ง หมู่ที่ 3 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำทางจิตวิญญาณ กลุ่มสตรี กลุ่มอาชีพ กลุ่มเยาวชน ชรบ. อรบ. และ ประชาชน จำนวน 1,000 คน

ร่วมแสดงพลังต่อต้านการก่อการร้ายทุกๆ รูปแบบ โดยมี พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท.เป็นประธานในพิธี ขณะที่ผู้นำศาสนาและประชาชนร่วมละหมาดฮายัต ขอพรจากพระเป็นเจ้าให้พ้นภัยจากการก่อเหตุรุนแรง และสวดดูอาร์ขอพรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จากนั้น ผู้มาร่วมพิธีได้ร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณตน เพื่อแสดงจุดยืนในการรวมพลังสามัคคีและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสู่สายตาสาธารณะชน และแสดงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง

รวมทั้งบูรณาการในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐในพื้นที่กับประชาชน และให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ในโอกาสเดียวกันนี้ ผู้บัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร

ได้มอบธงชาติไทย และมอบเกียรติบัตรให้กับผู้แทนครอบครัวของราษฎร จำนวน150 คน และร่วมร้องเพลงชาติไทย เพลงสดุดีมหาราชา เพลงรักกันไว้เถิด และเยี่ยมชมสินค้าโอทอปของกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่

ก่อนหน้านี้ เวลา 08.30 น. ร.ต.ท.สุรัตน์ จันทร์จ้า ร้อยเวร สภ.ยะหา ได้รับแจ้งว่ามีเหตุพบวัตถุต้องสงสัย ในพื้นที่ จำนวน 3 จุด จุดแรก บริเวณ ริมถนนสายยะหา – กาบัง บ้านปาแดรู หมู่ที่ 5 ต.กาตอง หลังได้รับแจ้ง พ.ต.อ.สวัสดิ์ เตียวิรัตน์ ผกก.

พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.14 อ.ยะหา ฝ่ายปกครอง และ ชุดศรศึก - ศรชัย (EOD-ARMY) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดยะลา เดินทางเข้าตรวจสอบเหตุพบเป็นกล่องต้องสงสัย ตรวจสอบแล้วภายในบรรจุทราย เพื่อลวงเจ้าหน้าที่

หลังจากนั้นได้รับแจ้งพบอีกจุดที่ 2 ที่บริเวณบนถนนสายยะลา – ยะหา บริเวณใกล้บ้านพักแปลตตำรวจ ใกล้กับฟาร์มเลี้ยงแพะ หมู่ที่ 3 ต.ยะหา จนท.เข้าตรวจสอบพบเป็นกล่องหลอกเช่นกัน และจุดสุดท้าย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านพบวัตถุต้องสงสัย

มีสายไฟลากยาวเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง บริเวณริมถนนเขตรอยต่อระหว่างหมู่ที่ 5 – กับหมู่ที่ 4 บ้านซีแซะ ต.ปะแต อ.ยะหา จนท.เดินทางไปตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม วางใต้ท่อนไม้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถยนต์กันกระสุนหุ้มเกราะ วีว่าของ ทหาร ฉก.14 เข้าไปลากสายไฟ จนเกิดระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้รถยนต์ทหาร ได้รับความเสียหายเล็กน้อย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการป่วน ข่มขู่ประชาชน หลังจากที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบทราบว่าจะมีการรวมพลังของประชาชน เพื่อต่อต้านการก่อความไม่สงบในพื้นที่ในวันเดียวกัน โดย พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท.กล่าวว่า กลุ่มคนร้ายก่อเหตุเพื่อแสดงศักยภาพของตัวเองให้ประชาชนเกิดการเกรงกลัว

manager.

โจรใต้ทำเนียนซุกระเบิดสังหาร ยิงถล่มซ้ำ ทหารพลีชีพ 1 สาหัส 2 ที่ปัตตานี

29 มกราคม 2553 17:40 น.

ปัตตานี – เกิดเหตุคนร้ายกดชนวนระเบิดและยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน ระหว่างรอเพื่อนทหารทำการละหมาด แรงระเบิดส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล 1 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 2 นาย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (29 ม.ค.) พ.ต.อ.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดและยิงปะทะกันขึ้น บริเวณบ้านปานแด ม.2 ต.ปานัน จึงรีบนำกำลังตำรวจ ทหาร ไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. ไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ที่ ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน ห่างจากมัสยิดนีซอมุดดีน ประมาณ 30 เมตร

แรงระเบิดทำให้อาคารศูนย์ซึ่งสร้างด้วยปูนชั้นเดียวแบบเปิดพังยับเยิน ตู้ อุปกรณ์รวมไปถึงหนังสือต่างๆ ถูกแรงระเบิดและสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีชิ้นส่วนระเบิดและสะเก็ดกระจายไปทั่วบริเวณ

นอกจากนี้ ยังพบกองเลือดจำนวนมาก และปลอกกระสุนปืนอาก้าของคนร้ายกว่า 10 ปลอก โดยผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง โรงพยาบาลมายอ ทราบชื่อคือ สอ.สราวุธ กุลธิกวด อายุ 26 ปี ถูกสะเก็ดและแรงระเบิดตามร่างกายหลายแห่งเสียชีวิต ขณะนำส่งโรงพยาบาล ส่วนพลทหารศักรินทร์ เนียมนวล อายุ 22 ปี

และ พลทหารสันติ ศรีสัตมัน อายุ 22 ปี ทั้งสามนายสังกัด ร้อย ร.15312 ฉก.ปัตตานี 25 ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณลำตัวอาการสาหัส แพทย์ต้องส่งต่อไป โรงพยาบาลปัตตานี

สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้ง 3 นายกำลังนั่งรอ พลทหารซุลกีฟรี หมัน ซึ่งกำลังทำละหมาดอยู่ในมัสยิด โดยทั้ง 3 นาย ได้เข้าไปรออยู่ในศูนย์ดังกล่าวโดยที่ไม่ได้เอะใจว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น ปรากฏว่าได้มีคนร้าย จำนวน 4-5 คน

ซุ่มอยู่บริเวณที่เกิดเหตุได้กดชนวนระเบิด น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ที่ซุกไว้ในตู้หนังสือข้างผนังจนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนนับสิบคนที่กำลังละหมาดตกใจวิ่งหนีออกมา จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงซ้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่แข็งใจใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ จนเกิดการปะทะกันขึ้น ประมาณ 5 นาทีจนคนร้ายวิ่งหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองได้ระดมกำลังปิดล้อมตรวจค้นในที่เกิดเหตุเพื่อติดตามไล่ล่าคนร้าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อกลุ่มคนร้ายได้มีการวางแผนแล้วล่วงหน้าโดยรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ จึงฉวยโอกาสก่อเหตุเพื่อสังหารเจ้าหน้าที่สร้างสถานการณ์ใต้

manager.

คนร้ายลอบเผา จยย.ชาวสวนยางบนเขาบูโดเสียหาย 2 คัน

28 มกราคม 2553 20:34 น.

นราธิวาส - คนร้ายเผารถ จยย.ของคนกรีดยางบนเขาบูโด ในนราธิวาส เสียหาย 2 คัน ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดระแวงในความปลอดภัย

วันนี้ ( 28 ม.ค. 53 ) พ.ต.ท.จำลอง สุวลักษณ์ สว.สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส นำกำลังตำรวจ และทหาร ฉก.นราธิวาส 32 กองทัพเรือ ชุดช่วยราชการ อ.บาเจาะ นำกำลังขึ้นไปบนเทือกเขาบูโดห่างจากหมู่บ้านกือดายือริง หมู่ 8 ต.ปะลุกาสาเมาะ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าไป-กลับรวมกว่า 3 ชั่วโมง

โดยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุคนร้ายลอบเผารถจักรยานยนต์ 2 คัน ของชาวสวนยางพาราที่ขึ้นไปกรีดยางพาราบนเทือกเขาดังกล่าว เป็นรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีดำ ทะเบียน กษม.906 นราธิวาส ของนายอิสมาแอ ซอและ อายุ 54 ปี

และคันที่สองเป็นรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีดำ ทะเบียน ขกย.914 นราธิวาส ของนายสะดี ยะ อายุ 46 ปี ซึ่งทั้ง 2 คันถูกเผาเสียหายทั้งคันในจุดเดียวกัน

จากการสอบสวนนายอิสมาแอ และนายสะดี ให้การว่า ทั้งนายอิสมาแอและนายสะดี พักอยู่ในหมู่บ้านกือดายือริง ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ และได้ขี่รถจักรยานยนต์คนละคัน ขึ้นมาบนเทือกเขาบูโดเพื่อกรีดยางพาราทุกวัน ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

เมื่อกรีดยางเสร็จและได้เดินทางมาที่บริเวณจอดรถซึ่งห่างจากสวนยางประมาณ 500 เมตร กลับพบว่ารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ถูกคนร้ายลอบเผาเสียหายหมดทั้ง 2 คันแล้ว จึงได้เข้าแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.ปะลุกาสาเมาะ ให้ขึ้นมาทำการตรวจสอบดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปว่าเป็นการสร้างสถานการณ์หรือเหตุส่วนตัว อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นชาวบ้านในพื้นที่ที่ทราบข่าวต่างหวาดกลัวไม่กล้าขึ้นมากรีดยางเนื่องจากกลัวถูกทำร้าย

manager.

บึ้ม ตชด.กลับจากส่งครูที่ปัตตานี ชาวบ้านเจ็บ 1 ราย

27 มกราคม 2553 11:22 น.

ปัตตานี - โจรใต้ป่วนรายวันบึ้ม ตชด.กลับจากส่งครู รอดตายหวุดหวิด แต่ชาวบ้านรับเคราะห์เจ็บ 1 รายที่ปัตตานี

วันนี้ (27 ม.ค.) พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นบนถนนภายในหมู่บ้านบาซาเอ ม.4 ต.ปิตูมุดี จึงได้รีบนำกำลังตำรวจ ทหาร และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดรุดเข้าไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวรชายแดนกระจายกำลังคุมเชิงบริเวณที่เกิดเหตุหลังเกิดระเบิดขึ้น

จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุอยู่ริมถนน พบหลุมระเบิดและชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายเป็นชาวบ้านถูกนำส่ง รพ.ยะรัง ทราบชื่อ นายซการียา โฮ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 ม.3 ต.ปิตูมุดี ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณต้นขาซ้าย แพทย์ได้ช่วยเหลือพ้นขีดอันตรายแล้ว

สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่กำลังตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 12 นายใช้รถ จยย.จำนวน 6 คัน เป็นพาหนะเดินทางกลับมาจากส่งคณะครูที่โรงเรียนบ้านบาซาเอ ซึ่งอยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ปรากฏว่าขณะขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนคนร้าย

ไม่ทราบจำนวนได้กดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ บรรจุอยู่ในกล่องเหล็กห่อด้วยผ้า น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม วางไว้ริมถนน ก็ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น

ระหว่างนั้น นายซการียา ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดีจึงได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนเจ้าหน้าที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่หวังสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์ แต่พลาดถูกชาวบ้านรับเคราะห์แทน

manager.

บึ้ม! หวังสังหาร จนท.ลาดตระเวน เจ็บ 1 ที่ปัตตานี

26 มกราคม 2553 10:22 น.

ปัตตานี – เกิดเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดหวังสังหารเจ้าหน้าที่ทหารลาดตระเวนเส้นทาง ริมถนนบ้านจาเย๊าะมาตี อ.สายบุรี แรงระเบิดส่งผลให้พลทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้(26 ม.ค.) พ.ต.ท.ปัญญา คารวะนันทร์ รอง ผกก.สส.สภ.สายบุรี จังหวัดปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นที่ริมถนนบ้านจาเย๊าะมาตี ม.6 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี เมื่อไปถึงในที่เกิดเหตุพบว่าจุดเกิดเหตุ อยู่บริเวณเพิงขายของริมทาง พบหลุมระเบิดและชิ้นส่วนสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ

และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ1 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพยุพราชสายบุรี ทราบชื่อคือ พลทหารธีรวัฒน์ คงเพ็ชร อายุ 22 ปี สังกัด กรมทหารพรายที่ 43 มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่ข้อมือซ้าย

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่พลทหารธีรวัฒน์ คงเพ็ชร พร้อมพวก 8 นาย เดินลาดตระเวนเพื่อดูแลเส้นทาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ถูกคนร้ายจุดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ที่บริเวณเพิงขายของ จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ระเบิดมีน้ำหนักประมาณ 5 กก. จึงเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

manager.

ไฟใต้ระอุบึ้มทหาร นราธิวาสเจ็บ6นาย

วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

บึ้มทหาร - เจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุ ระเบิดบนถนนสายกูจิงลือปะ-ซีโปร์ หมู่ 3 ต.เฉลิม อ.ระ แงะ จ.นราธิวาส ทำ ให้ทหารชุดฉก.นรา ธิวาส 38 ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย เมื่อวันที่ 24 ม.ค.

ไฟใต้ยังร้อนระอุ คน ร้ายลอบวางระเบิดถล่มทหารชุดฉก. นราธิวาส ขณะออกลาดตระเวน บนถนนสายกูจิงลือปะ-ซีโปร์ หมู่ 3 ต.เฉลิม อ.ระแงะ กดระเบิดตูมสนั่นสะเก็ดถูกทหารได้รับบาดเจ็บ 6 นาย หลังเกิดเหตุตรวจพบหลุมลึก 2 ฟุต กว้าง 4 ฟุต โชคยังดีที่ระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ ความรุนแรงจึงไม่เต็มที่ ส่วนที่อ.หนองจิก จ.ปัตตานี คนร้ายกดบึ้มถังดับเพลิงที่ฝังไว้กลางถนน ทหารพรานบาดเจ็บไปอีก 3

เมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 24 ม.ค. ร.ต.อ.ศรเพชร ตันติอมรชัยกุล ร้อยเวรสภ.ระแงะ จ.นรา ธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิดสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุดฉก.นราธิวาส 38 ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย บนถนนสายกูจิงลือปะ-ซีโปร์ หมู่ 3 ต.เฉลิม จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก. สภ.ระแงะ พ.ต.ท.กฤช จินายนต์ สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส

และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 2 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และมีสายไฟฟ้ายาว 150 เมตร ลากยาวเข้าไปในป่ารกทึบริมทาง พร้อมทั้งมีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิกหนัก 15 ก.ก. ตกกระจายเกลื่อนในที่เกิดเหตุ

นอกจากนี้ พบรถยนต์กระบะฟอร์ดสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของเจ้าหน้าที่ทหารชุด ฉก.นราธิวาส 38 ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณตัวถังด้านคนขับเป็นรูพรุนจอดอยู่ห่างจุดเกิดเหตุ ประ มาณ 30 เมตร เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บ 6 นาย ซึ่งถูกแรงระเบิดมีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ เพื่อนทหารนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทหารชุดฉก.นราธิวาส 38 จำนวน 6 นาย นั่งรถยนต์กระบะนำกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคดีสำคัญ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจส่วนหน้า จ.ยะลา นำโดย พ.ต.ต.ดิเรก โฉมยงค์ สว.กลุ่มงานสืบ สวนคดีสำคัญ ศปก.ตร.สน.เข้าตรวจค้นหมู่บ้านกูจิงลือปะ

เมื่อแล้วเสร็จทหารนำกำลังนั่งรถยนต์กระบะนำหน้าขบวน เพื่อกลับที่ตั้งฐาน ถึงที่เกิดเหตุคนร้ายอยู่ในป่ารกข้างทาง วางระเบิดรถยนต์ แต่โชคดีระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ ทำให้รถยนต์กระบะถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย ส่วนทหารถูกแรงระเบิดจนแน่นหน้าอกและหูอื้อดังกล่าว

พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ตามที่ทหารฉก.นราธิวาส 31 ชุดช่วยราชการ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส นำกำลังปิดล้อมและจับกุมตัว นายแวนอ กุเวกานอ อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 49 บ้านเจาะเกราะ หมู่ 1 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง เมื่อวันที่ 22 ม.ค.นั้น

จากการสอบสวนทราบว่า นายแวนอ กุเวกานอ เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับแกนนำ มีหน้าที่ติดต่อประสานงานกับแนวร่วมในการก่อเหตุ เป็นครูฝึกให้กับสมาชิกและมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาฝ่ายการเงิน มีการแสวงหาผลประโยชน์จากการเป็นผู้ฝึกด้วยการแสดงตนเป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณและทำพิธีสาบานตน

ให้กับกลุ่มบุคคลที่หลงเชื่อ เพื่อให้ได้มาซึ่งจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งปลุกระดมกลุ่มเยาวชนให้มีความคิดต่อ ต้านอำนาจรัฐโดยเฉพาะการแบ่งแยกดินแดน

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบความเคลื่อน ไหวข้อมูลด้านการข่าวพบว่านายแวนอ กุเวกานอ ก่อเหตุร้ายในพื้นที่อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส 2 เหตุการณ์คือ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2552 ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่ร้านอาหาร ริมถ.ทรายทอง 8 เขต เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และขว้างระเบิดซ้ำก่อนหลบหนีไป

อีกทั้งในวันเดียวกันได้ใช้รถ ยนต์ติดตั้งระเบิดแสวงเครื่องไปจอดทิ้งไว้ตรง ข้ามโรงแรมเมอร์ลิน อ.สุไหงโก-ลก ก่อนที่จะจุดระเบิดขึ้นทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งการจับตัวได้ในครั้งนี้ถือเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ในการขยายผลได้อย่างมาก

ต่อมาเวลา 19.30 น. นายดอฮะ ดอเลาะ อายุ 39 ปี คนทำสวนโรงพยาบาลจะแนะ ขับรถยนต์กระบะโตโยต้า ไทเกอร์ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บฉ 5657 ปัตตานี โดยมีนางจิราวรรณ ดอเลาะ อายุ 40 ปี สารวัตรกำนันตำบลจะแนะ ภรรยา และเพื่อนบ้านนั่งมาในรถด้วยรวม 5 คน

เดินทางจากเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส มุ่งหน้ากลับบ้านพักในอ.จะแนะ เมื่อมาถึงบ้านกาเสาะ หมู่ 7 ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส ถูกคนร้ายขับรถกระ บะประกบยิงกระสุนถูกนายดอฮะบาดเจ็บสาหัส จากนั้นรถยนต์เสียหลักตกไหล่ถนน ทำให้นางจิราวรรณและ น.ส.รัชนีกร เจ๊ะสามะแอ อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนเพื่อนบ้านอีก 2 คนปลอดภัย

ส่วนที่จ.ปัตตานี เวลา 09.45 น. พ.ต.ท.วีรชาติ คูหามุข รองผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุระเบิดบนถนนทางหลวงชนบท หมู่ 5 บ้านดอนนา ต.บางเขา อ.หนองจิก มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

ถูกนำส่งร.พ.หนองจิก จึงรุดไปตรวจสอบ พบรถยนต์ กระบะของทหารพราน ได้รับความเสียหายจำนวน มาก ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองนายถูกนำส่งโรงพยาบาลก่อนแล้ว ทราบชื่อ อส.ทพ.มานพ ชุมพล อส.ทพ.สมพงษ์ ปานเพชร อส.ทพ.จอม เซ้งทับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย อาการปลอดภัยแล้ว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุอาสาสมัครทหารชุดดังกล่าวเป็นทหารชุดพัฒนาสันติ 4344 ตั้งฐานอยู่ที่สาบหมอ หมู่ 6 จำนวน 5 นาย กำลังลาดตระเวนเส้นทาง โดยใช้รถยนต์กระบะ ออกไปประสานกำลังใกล้เคียง เพื่อเตรียมความพร้อมในงานแจกพันธุ์ปลากะพงขาวในวันที่ 25 ม.ค.

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายจุดชนวนระเบิดที่บรรจุในถังเคมีดับเพลิง ฝังใต้ผิวถนนก่อนแล้ว ทำให้รถยนต์เสียหลักได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่อส.ทพ.ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ในที่เกิดเหตุพบสายไฟที่คนร้ายใช้จุดชนวนระเบิด ลากเข้าป่าละเมาะข้างทางได้จำนวนหนึ่ง และพบชิ้นส่วนสะเก็ดระเบิด และชิ้นส่วนถังเคมีดับเพลิงเป็นจำนวนมาก

khaosod.

4 คนร้ายใช้อาก้ากราดยิงผู้รับเหมาตอกเสาเข็มเสียชีวิต 1 เจ็บ 2 ที่ปัตตานี

25 มกราคม 2553 20:47 น.

ปัตตานี – คนร้าย 4 คนใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันตามประกบยิงรถกระบะผู้รับเหมาตอกเสาเข็ม ขณะขับรถกลับบ้านพักทำให้คนขับรถเสียชีวิตทันที ส่วนคนนั่งข้างได้รับบาดเจ็บ ชาวบ้านโดนลูกหลงบาดเจ็บอีก 1 คน

เมื่อเวลา 19.00 น. วันนี้ (25 ม.ค.) พ.ต.ท.ปัญญา คารวนันทร์ รอง ผกก.สส.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บนถนนภายในหมู่บ้าน ต.บือเระ ม.1 จึงรีบรายงานให้ นายลือชัย เจริญทรัพย์ นายอำเภอสายบุรี พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. พ.อ.ปกรณ์ จันทรโชตะ ผบ.กรมทหารพรานที่ 43 พร้อมนำกำลังตำรวจ ทหาร

ไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบรถยนต์กระบะแค๊ป ยี่ห้อมิซซูบิชิ ทะเบียน กค 1898 ปัตตานี ตกข้างทางสภาพถูกยิงพรุนด้านคนขับ ภายในรถที่นั่งคนขับพบผู้เสียชีวิตคาพวงมาลัย ทราบชื่อ นายปรีชา ชูโชติ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 908/12 ม.1 ต.คอนหลัง อ.สะเดา จ.สงขลา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้า เข้าศีรษะและลำตัวหลายนัด

นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายถูกนำส่ง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี ทราบชื่อ นายสิทธิพงษ์ หอมชม อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/13 ม.5 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถูกยิงเข้าที่ลำตัว 2 นัดอาการสาหัสแพทย์ต้องสงต่อไป โรงพยาบาลปัตตานี และ นางบองอ สาแม อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 ม.1 ต.บือเระ อ.สายบุรี

ถูกยิงเข้าที่ข้อเท้าขวา 1 นัด อาการปลอดภัยแล้ว ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกเกลื่อนถนนนับสิบปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ผู้ตายขับรถยนต์เพื่อเดินทางกลับบ้านพักในตัวเมืองปัตตานีหลังจากเสร็จทำงานรับตอกเสาเข็มที่ อบต.บือเระ โดยมี นายสิทธิพงษ์ นั่งข้างคนขับ และมี น.ส.สุวรรณี ขุนทอง อายุ 24 ปี นั่งในแค๊ปหลังรถ ปรากฏว่าเมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้าย 4 คนขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน

ขับแซงด้านขวาแล้วใช้อาวุธปืนอาก้า 2 กระบอกกราดยิงเข้าไปในรถทำให้ นายปรีชาเสียชีวิตทันที ส่วนนายสิทธิพงษ์บาดเจ็บ ส่วน น.ส.สุวรรณี ปลอดภัย

นอกจากนี้ กระสุนยังไปถูก นางบองอ ซึ่งนั่งอยู่หน้าบ้านพักของตัวเองบาดเจ็บไปอีกคน ระหว่างนั้นคนร้ายพยายามจะเดินเข้าไปยิงซ้ำอีกครั้ง แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 43 กำลังลาดตระเวนในที่เกิดเหตุได้ยินเสียงปืนจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยและให้ยิงตอบโต้คนร้ายจนเกิดการปะทะกันขึ้น กระทั่งคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไป ก่อนจะนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุมีพยานพบเห็นรูปพรรณคนร้ายทั้ง 4 คนซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำพยานไปชี้รูปถ่ายประวัติกลุ่มก่อความไม่สงบพบว่าเป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยก่อเหตุในพื้นที่หลายครั้งซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับต่อไป

manager.

ลอบบึ้มทหารพรานขณะออกมวลชนสัมพันธ์เจ็บ 3 นายที่ปัตตานี

24 มกราคม 2553 12:43 น.

ปัตตานี – คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน บนถนนภายในหมู่บ้านดอนนา ม.5 ต.บางเขา ขณะเดินทางออกปฏิบัติภารกิจมวลชนสัมพันธ์ตามหมู่บ้าน ส่งพลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

วันนี้ (24 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.ท.วีรชาติ คูหามุข รอง ผกก.สส.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุถระเบิดขึ้นบนถนนภายในหมู่บ้านดอนนา ม.5 ต.บางเขา จึงรีบรายงานให้ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. นำกำลังตำรวจ ทหาร ไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบรถยนต์กระบะ ตรากงจักร ทะเบียน 7127

จอดข้างทางสภาพด้านหน้าซ้ายถูกแรงระเบิดพังยับเยิน ห่างกันประมาณ 50 เมตรพบหลุมระเบิดขว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร มีชิ้นส่วนระเบิดและสะเก็ดกระจายไปทั่วบริเวณ และพบสายไฟยาวประมาณ 100 เมตรลากเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ ยังมีทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ถูกนำส่ง รพ.หนองจิก ทราบชื่อ อส.ทพ.สมพงษ์ ปานเพชร อายุ 35 ปี อส.ทพ.มานพ ชุมพล อายุ 36 ปี และ อส.ทพ.จอม เส็ง อายุ 32 ปี สังกัด กรมทหารพรานที่ 43 ร้อย ทพ.4304 ทั้ง 3 นายมีบาดแผลบริเวณศรีษะ แขน และหูอื้อ แพทย์ได้ให้การรักษาจนปลอดภัยแล้ว

สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ทหารพราน จำนวน 5 นายใช้รถยนต์เป็นพาหนะขับออกมาจากฐานปฏิบัติการณ์ซึ่งอยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตรเพื่อเดินทางออกปฏิบัติภารกิจมวลชนสัมพันธ์ตามหมู่บ้าน

ปรากฏว่าเมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนจุดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ใต้พื้นถนน น้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น แต่โชคดีที่รถยนต์ขับกลางถนนจึงพ้นรัศมีของแรงระเบิด ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่สร้างสถานการณ์

manager.

ลอบบึ้ม!! ฉก.นราธิวาส 38 เจ็บ 6 นาย

24 มกราคม 2553 11:29 น.

เกิดเหตุกลุ่มก่อความไม่สงบ ลอบวางระเบิดทหารชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 38 โดยเหตุเกิดบนถนนสายซีโปร์-กูจิงรือปะ หมู่ที่ 3 ต.เฉลิม อ.เมือง จ.นราธิวาส ขณะที่ทหารชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 38 นั่งรถกระบะฟอร์ดสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนกลับฐานปฏิบัติการ หลังส่งกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นหมู่บ้านกูจิงรือปะ

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุที่เป็นป่ารกทึบริมทาง ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย และทหารได้รับบาดเจ็บ 6 นาย จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 2 ฟุต กว้าง 4 ฟุต

และมีสายไฟฟ้ายาว 150 เมตร ลากยาวเข้าไปในป่ารกริมทาง พร้อมมีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่อง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สตกกระจายเกลื่อน เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์

manager.

โจรใต้จ่อยิง เลขาฯ ชมรมวิทยุสมัครเล่น จ.ยะลา ตายคาที่

วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 19:40:36 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงก่อเหตุร้ายต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 23 มกราคม ขณะที่นายมูฮำมัดนาวาวี สีดิ อายุ 52 ปี ช่างซ่อมวิทยุสื่อสาร และเป็นเลขานุการชมรมวิทยุสมัครเล่น จ.ยะลา กำลังซ่อมวิทยุสื่อสารอยู่ในบ้านพักตัวเองเลขที่ 3/18 ถนนเทศบาล 6 ซอย 3 เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา มีคนร้ายขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก

ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาจอดหน้าบ้าน แล้วเข้าไปพูดคุยจากนั้นใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงจนเสียชีวิต เบื้องต้นตำรวจ สภ.เมืองยะลาอยู่ระหว่างสอบสวนสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัว หรือเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบ

เวลา 06.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส สนธิกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ใน 13 อำเภอ 400 นาย กระจายปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านเป้าหมาย คุมตัวผู้ต้องหา 8 ราย แยกเป็น สภ.รือเสาะ จับตัวนายมะรีเซ็ง แมเราะ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 121 หมู่ 7 ต.รือเสาะ

ผู้ต้องหาตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในข้อหาเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ใช้ขนอาวุธปืนสงคราม 3 กระบอก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2552 ส่วน สภ.สุไหงโก-ลก และสภ.ตากใบ จับผู้ต้องหาพร้อมอาวุธปืนพกสั้นไว้ในครอบครองได้ สภ.ละ 1 คน ยึดปืนพกสั้นไว้ตรวจสอบ 2 กระบอก ขณะที่ สภ.ตันหยง อ.เมืองนราธิวาส สภ.แว้ง และ สภ.ศรีสาคร จับกุมผู้ต้องหามียาเสพติดประเภทใบกระท่อมไว้ในครอบครองได้อีก 5 คน

matichon.

ไฟใต้ปี 53 ระวังยุทธการ"รวมดารา"

Written by Administrator

Saturday, 23 January 2010 10:27

ทีมข่าวอิศรา

โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก้าวผ่าน 6 ปีเต็มไปแล้ว กำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 7 ประเด็นที่น่าสนใจก็คือเมื่อพลิกดูสถิติการก่อเหตุร้ายรายวันในพื้นที่ ค่อนข้างชัดว่าความรุนแรงลดลงอย่างมากหลังจากปี 2550 แต่ก็เริ่มทรงตัวในห้วงปี 2551-2552 และแนวโน้มในปี 2553 ก็ยังน่าเป็นห่วง

รายงานของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ระบุว่า ตลอด 6 ปีไฟใต้ (2547-2552) มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นทั้งสิ้น 13,058 ครั้ง แยกเป็นลอบยิง 5,494 ครั้ง วางระเบิด 1,716 ครั้ง ที่เหลือเป็นวางเพลิงและเหตุป่วนอื่นๆ มีผู้เสียชีวิตรวม 3,850 ราย แยกเป็นประชาชน 3,365 ราย ทหาร 248 นาย ตำรวจ 237 นาย มีเด็กกำพร้ามากกว่า 5,000 คน หญิงหม้ายมากกว่า 1,600 คน

โดยปี 2550 เป็นปีที่เกิดเหตุรุนแรงมากที่สุดคือ 2,475 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 1,015 ราย เป็นประชาชน 888 ราย ทหาร 83 นาย ตำรวจ 44 นาย

อย่างไรก็ตาม สถิติการเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบลดลงอย่างเห็นได้ชัดในปี 2551 กล่าวคือมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น 1,370 ครั้ง อัตราการสูญเสีย 605 ราย หรือลดลงราว 44% เลยทีเดียว

แต่กระนั้น ในปี 2552 กลับมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น 1,347 ครั้ง ลดลงจากปี 2551 เพียง 23 เหตุการณ์ หรือคิดเป็น 1% เศษ และมีอัตราการสูญเสีย 606 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ประมาณ 1.7%

ที่สำคัญปี 2552 เพียงปีเดียวยังเกิดเหตุระเบิดในลักษณะ "คาร์บอมบ์" ถึง 6 ครั้ง ทั้งๆ ที่ในรอบ 5 ปีก่อนหน้านั้นมีคาร์บอมบ์เกิดขึ้นเพียง 6 ครั้ง โดยรัฐบาลต่ออายุการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ “พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ” ไปแล้ว 18 ครั้ง

แหล่งข่าวซึ่งเป็นนายตำรวจระดับสูงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่รับผิดชอบงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเมินว่า ช่วงปี 2550 ต่อเนื่องปี 2551 ฝ่ายความมั่นคงสามารถทำลายโครงสร้างของฝ่ายก่อความไม่สงบได้เยอะมาก อันเป็นผลจากการใช้กฎหมายพิเศษและปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมอย่างเข้มข้น ทำให้ฝ่ายตรงข้ามก่อเหตุได้น้อยลง และลดความถี่ไปมาก

อย่างไรก็ดี ในปี 2553 เหตุรุนแรงต่างๆ จะยังคงเกิดขึ้นต่อไป โดยฝ่ายผู้ก่อการจะเลือกวันที่มีความพร้อมหรือวันที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ในการก่อเหตุเพื่อให้เป็นข่าวดัง และใช้ยุทธการที่เรียกว่า "รวมดารา" คือดึงแนวร่วมจากหลายๆ พื้นที่มาร่วมกันทำงาน จากเดิมที่แยกกันเป็นพื้นที่ เป็นอำเภอ เป็นจังหวัด

“สถิติการก่อเหตุที่ลดลง อธิบายได้ว่าฝ่ายผู้ก่อการเริ่มหมดคน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีฝีมือและเป็นมือดี เขาจึงต้องปรับยุทธวิธี ด้านหนึ่งก็รีบหาคนใหม่เข้ามา กับอีกด้านหนึ่งก็คือใช้ยุทธการรวมดารา”

"จากเหตุรุนแรงในระยะหลัง ผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานของเราชัดเจนว่า ฝ่ายก่อการใช้คนจากนอกพื้นที่มาก่อเหตุ เช่น กรณีคาร์บอมบ์ที่หน้าโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี (เมื่อปี 2551) มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ทำคาร์บอมบ์ที่ จ.ยะลา และ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ทั้งยังโยงใยกับกลุ่มธุรกิจนอกกฎหมายและยาเสพติดซึ่งเป็นผู้สนับสนุนด้านเงินทุนด้วย" แหล่งข่าว กล่าว

อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ค่อนข้างชัดว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในยุทธการ “รวมดารา” ก็คือเหตุการณ์โจมตีรถไฟที่ จ.นราธิวาส เมื่อปี 2551 ซึ่งนายตำรวจระดับสูงผู้นี้ บอกว่า สาเหตุที่รู้ก็เพราะฝ่ายความมั่นคงมีฐานข้อมูลโครงข่ายของกลุ่มก่อความไม่สงบมากพอสมควร

“เรามีฐานข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเกือบทุกคดีที่เกิดขึ้น หากเป็นคดีความมั่นคง เรารู้ตัวผู้กระทำเกือบทั้งหมด”

แต่กระนั้นก็ยังมีคำถาม เพราะดูเหมือนฝ่ายผู้ก่อการยังเลือกสร้างสถานการณ์ได้ในจังหวะเวลาและพื้นที่ที่ต้องการ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการก่อเหตุรุนแรงอย่างน้อย 9 จุด เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2552 ซึ่งเป็นวันที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พร้อมกับ นายนาจิบ ราซัก ผู้นำมาเลเซีย แต่ข้อข้องใจนี้ก็มีคำอธิบาย

“ถ้าเป็นช่วง 2-3 ปีก่อน เขาทำได้มากกว่านี้เยอะ อย่าลืมว่าเขาเคยทำได้เป็นร้อยจุด โจมตีธนาคารพร้อมกัน 22 แห่ง มีม็อบออกมาชุมนุมประท้วงมากมาย แต่ทุกวันนี้ไม่มีแล้ว”

ส่วนยุทธวิธีของฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะตำรวจ ที่จะเดินหน้าต่อไปในปี 2553 นั้น ก็คือการใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้นและเป็นธรรม ใช้กำลังคุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการคุมเส้นทางเข้าออกตามแนวชายแดน เพราะชัดเจนว่ามีการผลิตระเบิดในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแล้วส่งเข้ามาก่อเหตุในสามจังหวัด ที่สำคัญจะต้องนำมาตรการยึดทรัพย์มาใช้กับกลุ่มทุนที่สนับสนุนฝ่ายก่อความไม่สงบด้วย

“ปฏิบัติการสืบสวนจับกุมต้องขยายผลเพื่อให้ได้ตัวคนสั่งการ ถ้ารู้ตัวได้ ยึดอาวุธได้ คุมพื้นที่ได้ ฝ่ายผู้ก่อการก็เคลี่อนไหวลำบาก ยิ่งหากคุมกระแสเงินได้ด้วย ก็จะหยุดการก่อเหตุร้ายรายวันได้ ขณะที่อีกด้านหนึ่งรัฐบาลก็ต้องเร่งเรื่องการพัฒนา แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ดูแลเรื่องการศึกษา และให้ความเป็นธรรม ก็จะคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างยั่งยืน” นายตำรวจระดับสูง กล่าว

เป็นเป้าหมายของฝ่ายความมั่นคงที่จะต่อกรกับ “ยุทธการรวมดารา” เพื่อเดินหน้าสถาปนาสันติสุข!

บรรยายภาพ : เหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่หน้าโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี เมื่อ 15 มี.ค.2551 ซึ่งตำรวจมองว่าเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ฝ่ายผู้ก่อการใช้ยุทธวิธี “รวมดารา”

isranews.

จับครูฝึกอาร์เคเคนราธิวาส ขณะที่พวกอีก7คนหนีรอด

22 มค. 2553 19:29 น.

พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้สั่งการให้ พ.ต.จรัญ เอี่ยมฐานนท์ รอง ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ร่วมสนธิกำลังกับ พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 และ พ.ต.ต.ปรีชา กิ่มเกลี้ยง สว.นปพ.นราธิวาสที่ 2 ร่วมสนธิกำลังจำนวน 3 ชุด

ปฏิบัติการณ์พร้อมอาวุธปืนครบมือ เข้าพิสูจน์ทราบบ้านร้างไม่มีเลขที่ ซึ่งตั้งอยู่ในสวนยางพาราที่รกทึบในหมู่บ้านดารุลอีซา ม.14 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง

หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านมีกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัย จำนวน 8 คน ได้แฝงตัวเข้าไปอาศัยอยู่ที่บ้านร้างหลังดังกล่าวเมื่อถึงเป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันโอบล้อม เพื่อเตรียมที่จะบุกจู่โจมตรวจค้นบ้านร้าง แต่ชายฉกรรจ์ต้องสงสัย จำนวน 8 คน เห็นเจ้าหน้าที่จึงได้ตะโกนบอกพวกให้พากันหลบหนี

พร้อมทั้งได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นเวลานาน 5 นาที เมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังกันเคลียร์พื้นที่ และสามารถจับกุมตัวนายแวนอ กูเวกามา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 ม.9 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ส่วนพวกอีก 7 คน สามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายแวนอ ไปทำการสอบสวนในเบื้องต้นที่ฐานปฏิบัติการณ์ชุดเฉพาะกิจ นราธิวาส 31 ซึ่งตั้งอยู่ภายในค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และจากการตรวจสอบประวัติเจ้าหน้าที่พบว่า นายแวนอ มีหมายจับ พรก.ฉุกเฉิน เลขที่ ฉฉ.219/2549 ลงวันที่ 13 เม.ย. 2549

ในคดีความมั่นคง ที่ลอบตระเวนก่อเหตุร้ายในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส และเป็นตัวแทนนายมะแซ อุเซ็ง ที่สามารถสั่งการให้สมาชิกแนวร่วม RKK

ทั้งชายและหญิงในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ลอบตระเวนก่อเหตุร้าย นอกจากนี้นายแวนอ ยังเป็นครูฝึกด้านจรยุทธ์ให้กับกองกำลังติดอาวุธ RKK โดยใช้มัสยิดยามาอิยะห์ ในพื้นที่ ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง เป็นสถานที่ฝึก รวมทั้งนายแวนอ ยังเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ที่ใช้จิตวิทยาในการโน้มน้าวเยาวชนเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกกับขบวนการ

และล่าสุดยังได้รับความไว้วางใจจากนายมะแซ อุเซ็ง ให้รับผิดชอบเป็นที่ปรึกษาฝ่ายการเงินของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ RKK อีกตำแหน่งด้วย ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่บุกจับกุมเอาไว้ได้

nationchannel.

คนร้ายป่วนนราฯ 2 อำเภอรวด ชาวบ้านดับ 2 คน

21 มกราคม 2553 16:12 น.

นราธิวาส – คนร้ายออกป่วนชาวบ้านฆ่าหมกป่าบริเวณ อ.จะแนะ ก่อนก่อเหตุสาดกระสุนข้างทาง ที่อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส สร้างความสะพรึงกลัวให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่

วันนี้ (21 ม.ค.) ร.ต.ท.สุดใจ พันธุ์แสง ร้อยเวร สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะแนะว่า นายรุสลี บินสาแม อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 236/3 หมู่ 3 ต.ช้าง เผือก อ.จะแนะ

ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลจะแนะ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ จากการสอบสวนทราบว่า นายรุสลี ผู้เสียชีวิตได้เดินทางออกจากบ้านพักเพื่อไปหาเพื่อนที่หมู่บ้านไอร์ลากอ หมู่ 5 ต.ช้างเผือก ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ของวันที่ 20 ม.ค.แล้วหายตัวไป ทางญาติเห็นผิดสังเกตจึงได้ออกตามหานายรุสลี

จนกระทั่งมาถึงบนถนนในหมู่บ้านใหม่ หมู่ 7 ต.ช้างเผือก พบรอยเลือดหยดอยู่บนถนนเป็นทางเข้าไปในสวนยางพาราริมถนนจึงเดินตามรอยเลือดเข้าไปประมาณ 200 ม. พบพื้นดินซึ่งถูกขุดแล้วฝั่งกลบใหม่ จนพบศพนายรุสลีดังกล่าว ส่วนบริเวณที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่ 1 นัด ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

นอกจากนี้ เมื่อเวลา 17.30 น. วานนี้ นายอิสมาแอ ยูโซ๊ะ อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 22/9 บ้านละโอ หมู่ 2 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส พร้อมกับเพื่อนบ้าน รวม 4 คน เดินทางกลับจากทำสวนบนภูเขาด้านหลังหมู่บ้านละโอ

ถูกคนร้ายที่ดักรออยู่ข้างทางใช้ปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่กระสุนถูกนายอิสมาแอ ที่ศีรษะด้านซ้าย 1 นัด และถูกที่จมูกอีก 1 นัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนเพื่อนบ้านที่เหลือ 3 คน ปลอดภัย

manager.

เบื้องลึกมาเลย์จับ 11 คนไทย ยังมิใช่บทพิสูจน์กระชับความสัมพันธ์

Written by Administrator

Wednesday, 20 January 2010 12:14

ทีมข่าวอิศรา

โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

แม้กรณีตำรวจมาเลเซียจับกุมคนไทย 3 คน พร้อมยึดของกลางเป็นอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก ที่บ้านหลังหนึ่งในอำเภอปาเสมัส รัฐกลันตัน จะนำไปสู่การขยายผลจับกุมคนไทยเพิ่มเติมอีก 8 คน แต่เรื่องนี้ก็ยังน่าวิเคราะห์ว่าเป็นสัญญาณที่ดีของความร่วมมือระหว่างไทยกับมาเลเซียในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยหรือไม่

จุดเริ่มต้นจับ 3 คนไทย

การจับกุมคนไทยกลุ่มแรกจำนวน 3 คน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2552 ภายหลังการลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ครั้งประวัติศาสตร์ร่วมกันของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย และ นายนาจิบ ราซัก ผู้นำมาเลเซีย เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.เพียง 5 วัน โดยคนไทย 3 คนที่ถูกตำรวจมาเลย์จับกุม ประกอบด้วย

1. นายมูฮำหมัดฟาโร บินยาการียา อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ 2 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

2. นายมะยูไน บินเจ๊ะดอเลาะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส

3. นายสารี มูฮำหมัด บินอับดุลฮาสิ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 หมู่ 5 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

สำหรับของกลางที่ยึดได้จากบ้านเช่าของผู้ต้องหาทั้งสามคน เลขที่ 17 บ้านแกเด็ง ตำบลบาโงสะโต อำเภอปาเสมัส รัฐกลันตัน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านแฆแบ๊ะ หมู่ 1 ต.นานาค อ.ตากใบ จ.นราธิวาส มีหลายรายการ อาทิ กระสุนปืนพกสั้น ขนาด .32 จำนวน 48 นัด

กระสุนปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 210 นัด ไดนาไมท์ จำนวน 136 แท่ง คู่มือประกอบวัตถุระเบิด 6 เล่ม ปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรท จำนวน 5 กิโลกรัม รีโมทรถยนต์ จำนวน 6 ชุด ถ่านไฟฉายขนาด 12 โวลต์จำนวน 8 ก้อน ถ่านไฟฉายขนาด 9 โวลต์ จำนวน 9 ก้อน

รถยนต์เก๋งยี่ห้อโปรตรอน สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน WKB 7153 จำนวน 1 คัน อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 และอาก้า จำนวน 2 กระบอก แผนที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น

ขยายผลจับเพิ่มอีก 8 คน

ต่อมาวันที่ 21 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประเทศมาเลเซียได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่บ้านรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ซึ่งเป็นการขยายผลหลังสอบปากคำผู้ต้องหาคนไทย 3 คนที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ โดยมีรายงานว่าทั้งสามได้ซัดทอดถึงกลุ่มขบวนการที่ยังหลบซ่อนตัวตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-มาเลเซีย ทั้งด้าน อ.ตากใบ และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

ผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่มาเลย์สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มได้อีก 8 คน และนำตัวไปสอบสวน โดยทั้ง 8 คนนี้ล้วนมีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.นราธิวาส และ 1 ใน 8 ยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ด้วย สำหรับรายชื่อคนไทยที่ถูกควบคุมตัวเพิ่มเติมทั้ง 8 คนได้แก่

1. นายซาฮูดิน เจ๊ะดี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/2 หมู่ 3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

2.นายมูฮำหมัดอาสารี เจ๊ะดี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

3. นายนิอาลาวี อับดุลบุตร อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 1 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

4. นายสูไฮมี บินยูลียา อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/48 ถนนปงฮงกือปัส-เกาะตา ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

5. นายอับดุลบาซิ ยูนุ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

6. นายอาลฮาตา บินดอเลาะ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ถนนปงฮงกือปัส-เกาะตา ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

7.นายนิปา นิเระ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/1 หมู่ 6 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส (มีหมาย ฉฉ ที่ 152/2549 ของ สภ.เจาะไอร้อง ซึ่งเป็นหมายที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ในคดีลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง

8. นายมูฮำหมัด ยูสนีซัน อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 3 ต.สุไหงปาดี อ. สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

อย่างไรก็ดี ในชั้นต้นคนไทยที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 8 คน ยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาเรื่องการครอบครองอาวุธหรือวัตถุระเบิด หรือเกี่ยวโยงกับการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ส่วน นายนิปา นิเระ ซึ่งมีหมายเชิญตัวของ สภ.เจาะไอร้อง นั้น เบื้องต้นยังไม่มีการประสานเพื่อขอตัวมาดำเนินคดี

ทั้งนี้ หลังจากมีข่าวการจับกุมคนไทยในประเทศมาเลเซีย และฝ่ายความมั่นคงไทยได้ตรวจสอบข่าวสารจนเป็นที่แน่ชัด ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ จ.นราธิวาส ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านของคนไทยที่ถูกจับบางคน เพื่อหาหลักฐานที่อาจเชื่อมโยงกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ด้วย

กอ.รมน.ชี้ บางส่วนเป็นแนวร่วมระดับปฏิบัติการ

การจับกุมคนไทยรวม 11 คนในประเทศมาเลเซีย เป็นข่าวที่ไม่ค่อยมีความชัดเจนมากนัก เนื่องจากทางการมาเลเซียไม่ได้เปิดแถลงอย่างเป็นทางการ ทำให้ฝ่ายความมั่นคงไทยต้องตรวจสอบข่าวและออกคำแถลงในเวลาต่อมา

คำแถลงของ พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ทำให้ได้รายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจค้นจับกุมครั้งนี้มากขึ้นพอสมควร โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2552 เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉพาะกิจ สถานีตำรวจปาเสมัส รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

ร่วมกับหน่วยทำลายวัตถุระเบิดพิเศษ (UPB) และสำนักงานพิเศษ (SIS) ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเช่าเลขที่ 17 บ้านกือเบ็ง อำเภอปาเสมัส ประเทศมาเลเซีย จับกุมชาวไทยจำนวน 3 คน และยึดของกลางเป็นอุปกรณ์ผลิตระเบิดแสวงเครื่องหลายรายการ พร้อมทั้งได้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจบูกิตอามาน กรุงกัวลาลัมเปอร์

คนแรกเป็นผู้หลบหนีตามหมายขังระหว่างพิจารณาคดีอาญาของศาลจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2552 คนที่สองเป็นผู้ต้องหาตามหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกโดย สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส และคนที่สามเคยเข้าร่วมชุมนุมกรณีตากใบ เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2547

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2552 เวลา 04.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ล็อค 886 บ้านบาโงแมะปิกูวอซีตุ ตำบลรันตูปันยัง อำเภอปาเสมัส รัฐกลันตัน ตรงข้ามกับ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ผลการปิดล้อมตรวจค้นสามารถควบคุมตัวคนไทยได้อีก 8 คน

และชาวมาเลเซีย 1 คน พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 10 เครื่อง นำส่งสถานีตำรวจปาเสมัส เพื่อดำ เนินการสอบสวนตามกฎหมายมาเลเซีย

วันที่ 27 ธ.ค.2552 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ได้ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัว (รอบหลัง) จำนวน 3 คน เนื่องจากมีหนังสือเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกต้อง ส่วนที่เหลือจำนวน 5 คนถูกดำเนินคดีข้อหาหลบหนีเข้าเมือง โดยผู้ต้องหาในกลุ่ม 5 คนนี้ มี 3 คนที่มีรายชื่อเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการจากข้อมูลด้านการข่าวของไทย

มีรายงานว่า คนไทย 3 คนที่มีหนังสือเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียอย่างถูกต้องและได้รับการปล่อยตัวแล้ว คือ นายอับดุลบาซิ ยูนุ นายอาลฮาตา บินดอเลาะ และ นายมูฮำหมัด ยูสนีซัน

3 คนไทยชุดแรกเจอข้อหาหนัก-ขึ้นศาลปลาย ก.พ.

ส่วนคนไทยกลุ่มแรกที่ถูกจับกุมรวม 3 คนเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2552 นั้น พ.อ.บรรพต ระบุว่า ถูกดำเนินคดีใน 2 ข้อหา คือ

1. หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่มาเลเซียได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเข้าพิจารณาคดีที่แผนกคดีตรวจคนเข้าเมือง 3 ศาลเมืองโกตาบารู อำเภอโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ผลการดำเนินกระบวนพิจารณาคดี ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ศาลพิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้ง 3 คน คนละ 10 เดือน และให้โบย 3 ที

2. ครอบครองเครื่องกระสุนและวัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่มาเลเซียได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปยังศาลแผนกคดีอาญา ศาลปาเสมัส อำเภอปาเสมัส รัฐกลันตัน เพื่อไต่สวนคดีเกี่ยวกับเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิด แต่ผู้ต้องหาทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลจึงเลื่อนการไต่สวนไปเป็นวันที่ 25 ก.พ.2553

พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (ผบ.พตท.) กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับทราบข่าวการจับกุมคนไทยในประเทศมาเลเซีย

ก็ได้สั่งการให้หน่วยข่าวติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมกับเป็นคนกลางในการประสานงานกับทางมาเลเซียเพื่อขออนุญาตให้ญาติในประเทศไทยได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ต้องหาที่ถูกคุมขัง ซึ่งในเบื้องต้นทางการมาเลเซียอนุญาตแล้ว

ส่วนการดำเนินคดีนั้น ทาง พตท.ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ แต่ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบและคดีความต่างๆ ที่บางคนอาจจะเคยมีส่วนร่วม

เปิดเบื้องลึกจับ 11 คนไทย

ทั้งหมดที่สรุปมาคือที่มาที่ไปและความคืบหน้ากรณีทางการมาเลเซียจับกุมคนไทย ซึ่งบางส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ประเด็นที่ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามกันต่อเนื่องมาก็คือ

ปฏิบัติการของทางการมาเลเซียครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างไทยกับมาเลย์เกี่ยวกับการจัดการปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ภายหลังรัฐบาลทั้งสองประเทศกระชับความสัมพันธ์จากการเดินทางเยือนไทยของผู้นำมาเลย์หรือไม่

สาเหตุที่ต้องไขข้อข้องใจประเด็นนี้ ก็เพราะจะสามารถประเมินแนวโน้มความร่วมมือของสองประเทศได้ อันจะส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่อย่างแน่นอน

นายทหารระดับสูงจากหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านกิจการชายแดน กองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวกับ "ทีมข่าวอิศรา" ว่า กรณีที่เกิดขึ้นยังไม่ชัดนักว่าเป็นผลจากการกระชับความสัมพันธ์ของผู้นำสองประเทศ

"จุดที่น่าสนใจคือเจ้าหน้าที่ไทยไม่ได้ร่วมสอบสวนเลย เขาไม่ได้เปิดให้เราเข้าไปร่วม ขณะที่กงสุลใหญ่ไทยในโกตาบารูก็ยังไม่ได้เข้าเยี่ยมคนไทยที่ถูกจับ การข่าวที่แจ้งเข้ามาค่อนข้างชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่มาเลย์เข้าไปค้น เข้าไปตรวจตามปกติ แล้วเจอคนไทยกับอุปกรณ์ประกอบระเบิดพอดีจึงต้องจับ พอเป็นข่าวขึ้นมา ปิดไม่ได้แล้ว ก็เลยถือโอกาสโยงเรื่องความสัมพันธ์"

นายทหารผู้นี้ ยังบอกว่า การจับกุมคนไทยที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบได้ในมาเลเซีย ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจ แต่ถ้ามาเลย์จับคนของตัวเองที่เกี่ยวโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบ อย่างนี้จึงจะถือว่าร่วมมือกันจริง

"สิ่งที่อยากเห็นที่สุดในเวลานี้คือ การมีเจ้าหน้าที่ไทยเข้าไปร่วมสอบสวน ขณะที่ในบ้านเราเองก็ต้องกัดไม่ปล่อย ต้องหาความเชื่อมโยงของคนเหล่านี้กับเครือข่ายของเขาให้ได้ ถ้าหน่วยงานความมั่นคงทำจริง เชื่อว่าจะเห็นอะไรขึ้นบ้างจากที่มืดแปดด้านมานาน"

นายทหารที่รับผิดชอบงานด้านกิจการชายแดน กล่าวด้วยว่า ภาพรวมของระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สังเกตได้จากที่ นายราจิบ ราซัก นายกฯมาเลเซีย ยังคงย้ำว่าปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาภายในของไทย มาเลเซียจะไม่ยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องหากไม่ได้รับการร้องขออย่างเป็นทางการ

ข้อสังเกตจากนายทหารผู้นี้ สอดคล้องกับแหล่งข่าวจากกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.) ที่ว่า การจับกุมคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตระเบิดในประเทศมาเลเซีย ไม่น่าจะเป็นผลจากการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ

แต่น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า อย่างไรก็ดี ก็ต้องถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงรู้ว่า ไม่สามารถใช้ประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานหรือแหล่งกบดานได้อีกต่อไป

พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท. ยอมรับกับ "ทีมข่าวอิศรา" ว่า ทางการไทยยังไม่ได้เข้าร่วมสอบสวนคนไทยที่ถูกจับกุมในมาเลเซีย แต่มองว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะฝ่ายความมั่นคงของไทยต้องการให้มาเลเซียดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของมาเลย์ไปโดยอิสระ

"เราอยากให้ฝ่ายที่ก่อเหตุรุนแรงเห็นว่า ไม่สามารถหนีเข้าไปกบดานในประเทศเพื่อนบ้านได้อีกแล้ว ถ้าลักลอบเข้าไปแบบผิดกฎหมายหรือไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายก็จะต้องถูกจับกุมและถูกดำเนินการตามกระบวนการของประเทศเพื่อนบ้าน” พล.ท.กสิกร ระบุ

ขอบคุณ : ข้อมูลข่าวบางส่วนจาก คุณอมรรัตน์ เข็มขาว ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนราธิวาส

isranews.

ครม. ไฟเขียวต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3 ชายแดนใต้

Tuesday, 19 January 2010 14:34

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปอีก 3 เดือน

ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2553 ถึงวันที่ 19 เมษายน 2553

ทั้งนี้ ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาการประกาศใช้พระราชบัญญัติบริหารราชการฉุกเฉินดังกล่าวส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมผู้ต้องสงสัยได้รวม 171 คน และได้ดำเนินมาตรการลดผลกระทบจากการบังคับกฏหมายความมั่นคงภายในพื้นที่ โดยยืดหลักความโปร่งใสในการปฏิบัติงานและเปิดโอกาส

ในการสร้างความเข้าใจกับผู้ต้องสงสัยและประชาชนในพื้นที่ให้ลดความหวาดระแวง และมีความไว้วางใจต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มากขึ้น จนสามารถขยายผลให้เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี

stockwave.

บึ้ม! รถยนต์เจ้าหน้าที่ทหาร รปภ.ครูธารโต เจ็บ 4

19 มกราคม 2553 11:06 น.

ยะลา – เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถฮัมวี่ เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ม. ฉก.16 อ.ธารโต ชุดรักษาความปลอดภัยแก่คณะครูโรงเรียนบ้านบัวทอง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย

วันนี้ (19 ม.ค.) เมื่อเวลา 07.50 น. พ.ต.อ.เฉลิมเกียรติ อัมรากระสินธุ์ ผกก.สภ. ธารโต จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.16 อ.ธารโต ว่าเกิดเหตุระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู ที่บริเวณบนถนนสายบ้านบัวทอง – บ้านแหร หมู่ที่ 2 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา

หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.16 อ.ธารโต ชุดศรศึก - ศรชัย (EOD-ARMY) ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดยะลา และฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุบนถนนสายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์ฮัมวี่ จำนวน 2 คัน จอดอยู่ริมถนนได้รับความเสียหายเป็นรูพรุน ห่างกันเพียงเล็กน้อยบริเวณริมถนน พบกองเลือดกองใหญ่ และชิ้นส่วนของร่างกาย ใกล้กันพบหลุมระเบิดกว้าง 1 เมตร ลึก 30 เซนติเมตร ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารนำตัวส่งโรงพยาบาลธารโต

ทราบชื่อ ร.อ.มานพ พัสซะโม อายุ 34 ปี มีบาดแผลที่บริเวณขาขาด 2 ข้าง อาการสาหัส ส.ท.ไฟรัฐ รักษ์ณรงค์ อายุ 26 ปี มีบาดแผลที่บริเวณลำตัวและบริเวณตาทั้ง 2 ข้าง อาการสาหัส ส.อ.ภูวดล คนคล่อง อายุ 25 ปี มีบาดแผลที่บริเวณด้านหลัง พลทหารอารีเพ็ง ซีระ อายุ 21 ปี มีบาดแผลที่บริเวณตาทั้ง 2 ข้าง และบริเวณลำตัว แพทย์ได้นำตัวทั้งไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลาเพื่อช่วยชีวิตเป็นการด่วน

จากการสอบสวนทราบว่าคนร้ายได้นำระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุไว้ในถังดับเพลิงน้ำหนักประมาณ 5 – 10 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ฝั่งไว้ใต้ผืนถนน เมื่อเจ้าหน้าที่ทหาร ชุด ร้อย ม. ฉก.16 ประจำฐานปฏิบัติการวัดธารโต นำโดย ร.อ.มานพ พัสซะโม มีกำลังพล 11 นาย ขับรถยนต์ฮัมวี่ จำนวน 2 คัน จอดรถหยุดบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อรอดูแลรักษาความปลอดภัยแก่คณะครูที่จะเข้าไปยังโรงเรียนบ้านบัวทอง

เมื่อ ร.อ.มานพ พัสซะโม เดินลงมาจากรถฮัมวี่ พร้อมลูกน้องได้ประมาณ 2 นาที คนร้ายได้กดชนวนระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 นาย ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เป็นการก่อเหตุร้ายเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา อย่างแน่นอน ซึ่งในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.16 ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองเข้าปิดล้อมแนวภูเขาบ้านบัวทอง-บ้านแหร ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุที่คาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุจะหลบซ่อนตัวอยู่

manager.

ขว้างระเบิดใส่ร้านคาราโอเกะเจ็บ 1 - ยิง 2 ราย 2 ศพกลางดึกที่ปัตตานี

18 มกราคม 2553 10:01 น.

ปัตตานี – เหตุร้ายรายวันที่ปัตตานี เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่ร้านดาวคาราโอเกะ อ.ปะนาเระ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน และเกิดเหตุคนร้ายยิงชาวบ้านเสียชีวิตอีก 2 ราย ที่ อ.ปะนาเระและ อ.ยะหริ่ง

เมื่อเวลา 20.30 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา (17 ม.ค.) พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี นำกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ไปตรวจสอบเหตุระเบิดที่ร้านดาวคาราโอเกะ เลขที่ 20/7 ม.2 ต.ท่าข้าม

ไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณรั้วด้านหน้าของร้าน แรงระเบิดทำให้มีหลุมกว้าง 30 ซม. และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน ทราบชื่อคือ นางอังคนา หาญกูบาล อายุ 47 ปี ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ

สอบสวนทราบว่า ร้านดังกล่าวเป็นของ นางสุราภา สมวงศ์ อายุ 47 ปี ก่อนเกิดเหตุขณะที่ร้านดังกล่าวกำลังเปิดให้บริการเป็นปกติทุกคืน โดยมีพนักงานของร้านยืนอยู่หน้าร้าน ระหว่างนั้นมีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์มาจอดแล้วขว้างระเบิดทันที

แต่โชคดีที่ระเบิดตกริมรั้วมีเสียงดังสนั่นและมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว หลังก่อเหตุคนร้ายได้เร่งเครื่องหลบหนีไป ส่วนสาเหตุนั้นเบื้องต้นคาดว่าอาจจะเป็นเรื่องขัดแย้งธุรกิจ หรืออาจจะเชื่อมโยงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

เมื่อกลางดึกคืนเดียวกัน พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้รับรายงานว่าเกิดเหตุยิงกันขึ้นสองราย โดยรายแรกเกิดขึ้นหน้าบ้านเลขที่ 41/1 บ้านกูมุง ม.2 ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ ขณะที่ นายอับดุลเลาะ ยูโซ๊ะ อายุ 31 ปี เจ้าของบ้านเกิดเหตุอยู่ภายในบ้าน ปรากฏว่ามีคนร้ายจำนวน 4 คน

ได้เรียกนายอัลดุลเลาะออกมา จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงถูกนายอับดุลเลาะเสียชีวิตทันที จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไป หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบพบปลอกกระสุน เอ็ม 16 จำนวน 7 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

อีกรายเกิดขึ้นบนถนนภายในหมู่บ้านท่าด่าน ม.3 ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง ขณะที่ นายมะกรี ลาเยาะ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ม.3 ต.ตะโละกาโปร์ ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อเจอาร์ดี ไม่ติดป้ายทะเบียน มาจากร้านน้ำชาเพื่อเดินทางกลับบ้าน มาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คน

ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบก่อนชักอาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงนายมะกรีหลายนัด กระสุนถูกศีรษะเสียชีวิตทันที จากนั้นเร่งเครื่องหลบหนีไป

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 เหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุ เบื้องต้นคาดว่าอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวและอาจจะเกี่ยวโยงสร้างสถานการณ์ใต้

manager.

ทหารปรับการทำงาน3จว. หลังเกิดเหตุร้ายอย่างต่อเนื่อง

15 มค. 2553 20:43 น.

พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการผสมพลเรือนตำรวจ ทหาร รวมกิจกรรมสร้างความเข้าใจกับฝ่ายอำนวยการด้านกิจการพลเรือนของหน่วย ครั้งที่ 1 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายให้ปฏิบัติหน้าที่ในการทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างจริงจังและจริงใจ เพื่อสร้างความสันติสุขกลับมาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

อย่างยั่งยืน มี พ.อ. วิชาญ สุขสง หัวหน้าฝ่ายกิจการ พลเรือน เจ้าของโครงการ และเจ้าหน้าที่กองบัญชาการผสม พลเรือน ตำรวจ ทหาร เข้าร่วมจำนวน 80 นาย พล.ท.กสิกร กล่าวว่า การร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อทำความเข้าใจ

และแลกเปลี่ยนความคิดเหตุ ในการแก้ไขปัญหาแก่พี่น้องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เป็นผู้ทำงานจริงและเหตุเหตุการณ์ต่างๆในพื้นที่ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งการทำงานกับพี่น้องประชาชนจะต้องร่วมกันอย่างจริงจัง และจริงใจ เปิดอก พูดคุยกันกับประชาชนในพื้นที่ อย่างจริงใจ ในการแก้ปัญหาความไม่สงบ

ซึ่งในการแก้ไขปัญหา จะต้องใช้เวลา ไม่สามารถกำหนดเวลาได้แน่นอน แต่จะต้องพยายามทำให้เหตุการณ์ ดีขึ้น และให้พี่น้อง ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับทางราชการในการแก้ไข้ปัญหาให้มากขึ้นกว่าเดิม และหวังว่าจะเกิดผลดีกับพี่น้องประชาชน ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบซึ่งเป็นปัญหาของชาติอย่างจริงจังและจริงใจอีกด้วย

nationchannel.

"กองทุนหมู่บ้าน"ได้อีก1.1หมื่นล้านอุดงบขาด ใต้ครองแชมป์เบี้ยว โจรใต้ขู่ใครกู้เจอดีแน่

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:00:24 น.

"มาร์ค"ไฟเขียวทุ่มเงินกองทุนหมู่บ้านกว่า11,000ล้านบาท สั่งคุมขั้นตอนให้โปร่งใสขู่ฟันคนยักยอก ภาคใต้ครองแชมป์ค้างชำระ เหตุคนปชป.เคยสั่งคนในพื้นที่ต้านแต่พลิกมารับผิดชอบโครงการ โจรใต้ขู่ห้ามกู้

เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ว่า ที่ประชุมอนุมัติเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้าน รวม 11,000 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 60 ของทั้งหมด เม็ดเงินรวมกว่า 11,000 ล้านบาท

แบ่งเป็นช่วงแรก 8,700 ล้านบาท และช่วงต่อไป 2,797 ล้านบาท สำหรับกองทุนที่ยังมีปัญหา ขณะนี้ทางการกำลังช่วยดูแลทั้งในส่วนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนว่าทำอย่างไรให้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข เพื่อจะได้ไปจดทะเบียนได้ ส่วนกองทุนที่จดทะเบียนแล้วแต่ยังไม่เรียบร้อย โดยเฉพาะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะดูให้เป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีกองทุนที่ยังติดเงื่อนไขอื่นๆ ก็จะช่วยติดตามแก้ไข

"กรณีหลายพื้นที่ประธานกองทุนยักยอกเงินก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ติดตามการบริหารจัดการกองทุนที่มีปัญหา และติดตามในส่วนที่ส่งเงินเพิ่มทุนไปแล้ว เพื่อให้การจัดการมีคุณภาพ ซึ่งเม็ดเงินเพิ่มทุนที่อนุมัติ จะทำทุกเดือน ดังนั้นที่เหลืออีกร้อยละ 40 ก็จะทยอยเข้ามา

เราจะพิจารณาประมาณสัปดาห์แรกและสัปดาห์ที่สองในระดับอนุกรรมการ แล้วจะประชุมคณะกรรมการประมาณกลางเดือน ก่อนที่จะโอนเงินลงไป เงินที่ลงไปนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ต่อเนื่องมาจากที่ได้ยืดอายุการชำระหนี้ ซึ่งจะทำให้มีเงินสำหรับกองทุนที่เราจะให้กู้สำหรับรายใหม่ หรือจะเพิ่มให้รายเก่าหากไม่มีรายใหม่เข้ามามาก จะสามารถทำให้กองทุนตอบสนองความต้องการประชาชนได้" นายกฯกล่าว

แหล่งข่าวจากสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ กทบ. ที่มีนายอภิสิทธิ์ เป็นประธาน มีการอนุมัติเงินทุนเพิ่มเติมให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ครั้งที่ 2 อีกจำนวน 11,968 แห่ง วงเงิน 2,797 ล้านบาท

จากเดิมที่อนุมัติไปแล้ว 35,881 แห่ง วงเงิน 8,695 ล้านบาท ทำให้ยอดเงินที่มีการโอนไปแล้ว 58.76% หรือเป็นวงเงิน 11,492 ล้านบาท จากวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลทั้งหมด 19,559.2 ล้านบาท สำหรับการเพิ่มทุนให้กับกองทุน ทั้งประเทศ 79,255 แห่งทั่วประเทศ ที่ได้รับอนุมัติเงินไปแล้วแห่งละ 1 ล้านบาท ในสมัยรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในลำดับขั้นบันได 2 แสนบาท 4 แสนบาท และ 6 แสนบาท ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

แหล่งข่าวกล่าวว่า ภายหลังจากที่ประชุม กทบ. มีมติเห็นชอบการเพิ่มเงิน ครั้งที่ 2 ดังกล่าว แล้ว นายอภิสิทธิ์ ได้แจ้งให้ที่ประชุมว่า ขอให้มีการประเมินผลและติดตามการดำเนินงานของกองทุนฯ ที่ได้รับการเพิ่มทุนไปแล้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้รับทราบผลการดำเนินงานที่ชัดเจน

ส่วนกองทุนหมู่บ้าน อีก 3,000 กว่าแห่ง ที่ยังไม่สามารถจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระ และเงินขาดบัญชีเกิน 20% ก็ขอให้ สทบ. เข้าไปติดตามช่วยเหลือ เพื่อที่จะได้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มทุนด้วย

"นายกฯย้ำว่า การดำเนินงานในโครงการฯนี้ ต้องมีการวางมาตรการเข้าไปสุ่มตรวจกระบวนการทำงานตั้งแต่ระดับ ตำบล อำเภอและจังหวัด เพื่อควบคุมการทำงานให้เกิดความโปร่งใสทุกขั้นตอนด้วย" แหล่งข่าวกล่าว

นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการ สทบ. กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านฯที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีกลุ่มคนที่มีปัญหาหนี้สินค้างชำระกับกองทุนฯ กว่า 5,000 ราย วงเงินกว่า 280 ล้านบาท มีกองทุนฯที่ส่อว่าจะมีปัญหาในการดำเนินงาน 7,000-8,000 แห่ง

แบ่งเป็นกองทุนฯที่ยังผ่านการจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่กว่า 3,000 แห่ง เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะมีปัญหาเรื่องมีหนี้ค้างชำระและเงินขาดบัญชีเกิน 20% หรือคิดเป็นวงเงินกว่า 500 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 4,000-5,000 แห่ง เป็นกองทุนที่จดทะเบียนมาแล้ว ตั้งแต่ช่วงปี 2547-2549 แต่พบว่าในปี 2553 มีหนี้ค้างชำระในระดับที่สูง แผนการดำเนินงานไม่ชัดเจน ซึ่งทาง สทบ. จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดต่อไป

นายนทีกล่าวว่า สำหรับกองทุนหมู่บ้านฯ ที่ยังไม่ได้รับอนุมัติเพิ่มทุนอีก 31,406 แห่ง วงเงิน 10,585 ล้านบาท ที่ประชุม กทบ. จะพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้เป็นประจำทุกเดือนจนครบให้เสร็จภายในเดือนกันยายน 2553 แต่ยอมรับการจัดสรรเงินเพิ่มทุนได้แค่เพียง 80% ของจำนวนกองทุนหมู่บ้านฯทั้งหมด

ทำให้อาจมีกองทุนฯที่ไม่ได้รับอนุมัติเงินกว่า 1.5 หมื่นกองทุน ส่วนการยกระดับกองทุนฯ ให้เป็นสถาบันการเงินชุมชนในปี 2553 นี้ สทบ. มีเป้าหมายที่จะเพิ่มให้ได้อีก 1,000 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 1,200 แห่ง และส่งเสริมให้มีกองทุนฯที่มีความเข้มแข็ง หรือที่เรียกว่ากองทุนฯสำเร็จรูป จำนวน 100 แห่ง กระจายอยู่จังหวัดละ 1 แห่ง ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับกองทุนฯแห่งอื่นด้วย

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้กองทุนฯมีปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระ และเงินขาดบัญชี จนไม่สามารถจดทะเบียนนิติบุคคลได้ เป็นเพราะเกิดการเบี้ยวหนี้ของลูกหนี้เป็นจำนวนมาก มีทั้งเจตนา และไม่เจตนา โดยในส่วนที่ไม่เจตนาเนื่องจากนำเงินไปใช้ทำโครงการและประสบความล้มเหลว

แต่ส่วนที่เจตนา มาจากคนบางกลุ่ม ที่อาศัยอำนาจบารมีของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ รวมถึงนักการเมืองไปขอกู้เงินมาใช้ และไม่ยอมคืน แต่ก็ไม่มีใครกล้าไปทวงคืน เพราะมีหลายคนที่เป็นหัวคะแนนให้นักการเมือง มีอิทธิพลในพื้นที่มาก

"ปัญหาการอ้างบารมีของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เป็นปัญหาหนักอกของผู้บริหารระดับสูงจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่รับผิดชอบโครงการนี้อย่างมาก มีการมองว่า เรื่องนี้เป็นผลพวงมาจากแผนปฏิบัติการต่อต้านโครงการนี้ ในอดีตของนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ ที่หลายคนไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ ก็เลยไปบอกกับคนของตัวเองในพื้นที่

ไม่ให้สนับสนุนโครงการนี้ เลยทำให้การดำเนินงานกองทุนฯบางพื้นที่มีปัญหา ทั้งการเข้าไปป่วนการดำเนินงานกองทุนฯ และบางกองทุนฯก็ไม่มีการใช้จ่ายเงินที่ได้รับไปเลย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้" แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับนักการเมืองที่เคยมีแนวคิดต่อต้านโครงการนี้ในอดีต และต้องเข้ามารับผิดชอบโครงการในขณะนี้ มีหลายคน ทั้งนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่เคยเป็นประธาน กทบ. ในช่วงที่เป็นรองนายกฯ นางอัญชลี วาณิชเทพบุตร รวมถึงนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ว่าที่รองนายกฯ ก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนท่าทีกับโครงการนี้หรือยัง และจะหาทางแก้ไขปัญหาที่ตัวเองผูกเอาไว้ได้อย่างไร

แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระและเงินขาดบัญชี เบื้องต้น สทบ. จะให้เป็นหน้าที่ไปติดตามเงินคืนจากผู้กู้ และผู้ค้ำประกัน เพราะถือเป็นเงินหลวง หากไม่ยอมใช้หนี้ก็คงจะให้คณะกรรมการกองทุนฯใช้วิธีการบังคับคดีทางศาลต่อไป สำหรับกองทุนฯที่มีปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระกว่า 3,000 แห่ง

แยกเป็น ภาคใต้ 1,392 แห่ง ภาคเหนือ 219 แห่ง ภาคอีสาน 124 แห่ง ภาคตะวันออก 275 แห่ง ภาคตะวันตก 231 แห่ง ภาคกลาง 241 แห่ง กทม. 279 แห่ง และชุมชนในเขตทหาร 99 แห่ง

แหล่งข่าวกล่าวว่า การดำเนินงานโครงการกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากปัญหาการเข้าไปชี้นำของนักการเมืองแล้ว ในส่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยังประสบปัญหาเรื่องความไม่สงบด้วย เพราะไม่สามารถเรียกประชุมคณะกรรมการได้ เนื่องจากมีผู้ก่อการร้ายขู่ว่าหากมีการประชุม ผู้ที่เป็นแกนนำจะถูกทำร้าย และมีตัวอย่างใน อ.จะแนะ จ.นราธิวาส

ที่แกนนำกองทุนหมู่บ้านคนหนึ่งเรียกประชุมคณะกรรมการกองทุนแต่ระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งก่อนหน้านี้มีคำขู่ถึงแกนนำรายนี้ว่าไม่ให้จัดประชุม นอกจากนี้ผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ปล่อยข่าวว่าหากใครไปกู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านฯจะถูกทำร้าย ทำให้กองทุนหมู่บ้านบางแห่งในพื้นที่ไม่มีใครกล้ามาขอกู้เงินเลย

"สทบ.ได้รายงานข้อมูลเรื่องนี้ให้นายกฯรับทราบแล้ว และนายกฯสั่งการให้ สทบ.จัดทำข้อเสนอหรือมาตรการพิเศษเข้าไปดูแล เพื่อให้การเพิ่มทุนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งอาจจะจัดประชุมคณะกรรมการในพื้นที่ใดที่หนึ่ง ที่มีความปลอดภัย พร้อมกันทุกหมู่บ้าน และทำอย่างไรให้คนในพื้นที่กล้ากู้เงิน คาดว่าต้องใช้เวลาศึกษาพอสมควร เพราะปัญหานี้เกี่ยวพันกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่" แหล่งข่าวระบุ

matichon.

โจรใต้ป่วนหนักกดระเบิดทหารลาดตระเวนเจ็บ 2 นายที่ปัตตานี

14 มกราคม 2553 13:08 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร ขณะกำลังเดินลาดตระเวนเส้นทาง เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน สี่งผลฝให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ หลังจากถูกกดดันอย่างหนัก

วันนี้ (14 ม.ค.) พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผกก.สภ.เมืองปัตตานีพร้อมด้วย พต.อ.จีรวัฒน์ อุดมสุด รอง ผบก.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่กองวิทยาการ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ หลังได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

ถูกนำส่ง รพ.ปัตตานี ทราบชื่อ พลฯ สุพัฒน์ วงษ์กระแส อายุ 21 ปี และ พลฯ.ธีรพงษ์ ศรีทาบัว อายุ 21 ปี สังกัด ร้อย ร.1324 ฉก.ปัตตานี 23 ทั้งสองนายถูกสะเก็ดระเบิดเข้าลำตัวหลายแห่ง

เหตุเกิดริมถนนสาย 410 ปัตตานี-ยะลา ม.4 บ้านกาฮง ต.บาเราะเฮาะ จากการตรวจที่เกิดเหตุอยู่ที่เพลิงร้านค้าริมถนน พบหลุมระเบิดอยู่ใต้โคนต้นมะม่วง กว้าง 50 ซม. ลึก 20 ซม.และมีชิ้นส่วนระเบิดและสะเก็ดกระจายไปทั่วบริเวณ

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังทหารจำนวน 5 นาย กำลังเดินลาดตระเวนเส้นทาง เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน ปรากฏว่าเมื่อเดินมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้กดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม แรงระเบิดทำให้เกิดเสียงดังสนั่น สะเก็ดกระเด็นถูกทหารได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เจ้าหน้าที่เชื่อกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่พยายามสร้างสถานการณ์ หลังจากถูกกดดันอย่างหนักและจับกุมหลายราย

manager.

บึ้ม 2 จุด"ปัตตานี-ยะลา"เจ็บ 10 วงจรปิดจับภาพสงสัยใช้ผู้หญิงส่งระเบิด

13 January 2010 22:41

รอซิดะห์ ปูซู / อะหมัด รามันห์สิริวงศ์

โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

ใต้ระอุ คนร้ายลอบวางระเบิด 2 จุดกลางเมืองปัตตานี-ยะลา ชาวบ้าน ทหาร อดีตตำรวจบาดเจ็บระนาว 10 ราย ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ 2 ผู้ต้องสงสัย พบใช้ผู้หญิงส่งระเบิด ส่วนที่สายบุรีแก๊งป่วน 6 คนควงอาวุธสงครามกราดยิงพนักงานบริษัทรับเหมาติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูง สังเวยอีกศพ เผารถเครนวอด

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง โดยเมื่อเวลา 08.30 น.วันพุธที่ 13 ม.ค.2553 พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผู้กำกับการ สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งเหตุระเบิดหน้าร้านน้ำชาไม่มีชื่อ ตั้งอยู่เลขที่ 34-36 ถนนปะนาเระ ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ห่างจากตลาดนัดเพียง 100 เมตร จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ภมร 440 ปัตตานี ซึ่งคนร้ายติดตั้งระเบิดไว้ภายใน อยู่ในสภาพเสียหายยับเยิน มีรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างเคียงถูกสะเก็ดระเบิดเสียหายนับสิบคัน ข้าวของในร้านน้ำชาแตกหักเสียหาย เศษซากระเบิดกระจายเกลื่อน

ทั้งนี้ ผู้ได้รับบาดเจ็บมีทั้งสิ้น 6 ราย ประกอบด้วย นายนิยม ขาวขม อายุ 60 ปี เจ้าของร้าน พ.ต.ท.สุริยา บุญจันทร์ อายุ 65 ปี อดีตตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี นายโกวิทย์ โกวิทยา อายุ 45 ปี นายอภินันท์ โกวิทยา อายุ 38 ปี

เป็นพี่น้องกัน และเป็นพนักงานดับเพลิงเทศบาลเมืองปัตตานี นางวรรณ มุขประเด็น อายุ 48 ปี เจ้าของร้านขายข้าวยำหน้าร้านน้ำชา และนายอัยรัตน์ อุทัยธรรมกุล อายุ 61 ปี โดยทั้งหมดอาการไม่สาหัส

สอบสวนทราบ ก่อนเกิดเหตุมีลูกค้าเข้าไปนั่งดื่มน้ำชาเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นข้าราชการประจำและข้าราชการบำนาญ อีกทั้งบริเวณหน้าร้านยังเป็นจุดจอดรถของทหารที่มาหาซื้อเสบียงอีกด้วย จากนั้นได้มีคนร้าย 1 คนสวมเสื้อสีเหลือง ขี่รถจักรยานยนต์ที่ติดตั้งระเบิดมาจอดบริเวณหน้าร้าน และเดินเข้าไปในตลาดนัด นางวรรณา หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บได้เดินไปดูที่รถ

เห็นมีป้ายทะเบียนถูกต้อง และยังมีผักบุ้งวางอยู่หน้ารถ จึงไม่เอะใจ จังหวะนั้นเองคนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ในละแวกใกล้เคียงใช้โทรศัพท์มือถือกดจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนัก 5 กิโลกรัมที่ซุกไว้ใต้เบาะ จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 รายดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ เนื่องจากร้านน้ำชาแห่งนี้ถูกระเบิดมาถึง 2 ครั้งแล้วในรอบ 6 เดือน

ถัดมาเพียง 15 นาที ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุระเบิดที่บริเวณหัวมุมถนนทางเข้าตลาดสดรถไฟ ถนนกว้างเชียรบูรณะ มีเจ้าหน้าที่ทหารและชาวบ้านได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงประสานส่งกำลังรุดไปตรวจสอบ พบคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุไว้ในกล่องเหล็กน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม วางไว้ข้างร้านเทียนเซงฮวดตรงมุมถนน ก่อนจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ

ทั้งนี้ แรงระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ประกอบด้วย ส.ต.ธวัชชัย ศรีสถาน พลทหารเอกลักษณ์ พูลสง พลทหารดอรอแม ปิ โดยทั้งสามเป็นทหารจากในค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ช่วยราชการหน่วยเฉพาะกิจยะลา 11 และยังมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน คือ นายกนิษฐ์ ปานเล็ก เป็นชาว อ.บันนังสตา จ.ยะลา

สอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ ทหารทั้ง 3 นายกำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เมื่อสบโอกาสคนร้ายซึ่งได้นำระเบิดมาวางเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว ได้กดจุดชนวนระเบิดขึ้น จนทหารทั้ง 3 นายและประชาชนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

จากการตรวจสอบภาพที่บันทึกได้จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด พบว่า คนร้ายนำระเบิดมาวางไว้ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น.วันเดียวกัน โดยในภาพพบผู้หญิงขี่รถจักรยานยนต์นำวัตถุต้องสงสัยมาส่งให้ผู้ชายที่ขี่รถจักรยานยนต์มารออยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ คาดว่านำระเบิดมาส่งให้

จากนั้นผู้ต้องสงสัยที่เป็นชายก็นำระเบิดไปวาง แล้วขี่รถจักรยานยนต์ออกไป ส่วนผู้ต้องสงสัยที่เป็นหญิง ไปแวะที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ซึ่งกล้องวงจรปิดของทางร้านบันทึกภาพใบหน้าไว้ได้อย่างชัดเจน

นอกจากนั้น ในเวลาใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำใหม่ จ.ยะลา ยังได้รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบยิงคนรับซื้อขี้ยาง ที่บ้านลิดล ต.ลิดล อ.เมืองยะลา เป็นเหตุให้ นายดือราแม เจ๊ะอาลี และ นายสาการียา เจ๊ะมะสาแล

ได้รับบาดเจ็บ โดยคนร้ายมีรถยนต์เก๋งเป็นพาหนะ และใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงขณะที่ทั้งคู่กำลังขับรถยนต์อยู่บนถนนสายบ้านเนียง-ลิดล อ.เมืองยะลา เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบหรือเป็นเหตุขัดแย้งส่วนตัว

ต่อมาเวลา 13.20 น. เกิดเหตุคนร้าย 6 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน ใช้อาวุธสงครามยิงพนักงานบริษัทรับติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูง บริเวณหมู่ 3 ต.บือเระ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งมีพนักงานกำลังทำงานกันอยู่ 14 คน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน

คือ นายวิก รัตนรวมมาลา อายุ 45 เป็นชาว จ.ปัตตานี และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 คน หลังกราดกระสุนใส่พนักงาน คนร้ายยังได้จุดไฟเผารถกระบะและรถเครนที่ใช้การติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงเสียหายอีก 2 คัน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบหรือไม่

วันเดียวกันที่ อ.ยะหา จ.ยะลา พ.อ.วรเดช เดชรักษา ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจยะลา 14 แถลงผลการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย หมู่ 7 บ้านคลองขุด ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา พบยาและเวชภัณฑ์รวม 26 รายการบรรจุอยู่ในถังฝังอยู่ใต้ดินใกล้กอไผ่ริมน้ำ เบื้องต้นจากข้อมูลการสืบสวนทราบว่า เป็นเวชภัณฑ์ของผู้ก่อความไม่สงบกลุ่ม นายรอเซ๊ะ ดือเระ แกนนำระดับสั่งการในพื้นที่บ้านคลองขุด

----------------------------------------------------------

บรรยายภาพ : เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานกำลังตรวจจุดเกิดเหตุมอเตอร์ไซค์บอมบ์หน้าร้านน้ำชาในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี

isranews.

ระเบิดซ้ำสองร้านน้ำชาตัวเมืองปัตตานีเจ็บ 5 ราย

13 มกราคม 2553 10:21 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุระเบิดร้านน้ำชาเมืองปัตตานี พบผู้บาดเจ็บ 5 ราย พบประวัติร้านเคยโดนระเบิดมาก่อเหตุแล้ว

วันนี้ (13 มค.) เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุระเบิดขึ้นที่ร้านน้ำชาลุงยม เลขที่ 34-36 ถ.ปะนาเระ ต.อาเนาะรู หลังได้รับแจ้งจึงรีบนำกำลังตำรวจ ทหารไปที่เกิดเหตุ

พร้อมด้วยนายธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผวจ. พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. พ.ต.อ.จีรวัฒน์ อุดมสุด พ.ต.อ.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบก. ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่วิทยาการ

ไปถึงพบหน่วยกู้ภัยและชาวบ้านกำลังช่วยกันลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่ง รพ.ปัตตานี ทราบชื่อ 5 ราย ทราบชื่อ นายนิยม ขาวคง อายุ 75 ปี เจ้าของร้าน นายอัยยรัตน์ อุทัยธรรมกุล อายุ 61 ปี

นางวรรณา มุขประดับ อายุ 46 ปี ส่วน นายโกวิทย์ โกวิทยา อายุ 44 ปี และนายอภินันท์ โกวิทยา อายุ 38 ปี ทั้งสองเป็นพี่น้องกันและเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองปัตตานี โดยทั้ง 5 คนถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณลำตัว แขนและขา แพทย์ได้ให้การช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบ ซากรถจักรยานยนต์ที่ซุกระเบิดยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน กมร 440 ปัตตานี สภาพไฟไหม้พังยับเยิน ชิ้นส่วนระเบิด โทรศัพท์มือถือและสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ และมีกองเลือดจำนวนมาก แรงระเบิดยังทำให้ร้านน้ำชาและอาคารใกล้เคียงเป็นรูหลายแห่ง

สอบสวนทราบว่า เมื่อปี 2548 ร้านน้ำชาดังกล่าวเคยถูกคนร้ายนำรถจักรยานยนต์ซุกระเบิดมาก่อเหตุแล้วซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายจนกระทั่งถูกลอบวางระเบิดอีกครั้ง โดยก่อนเกิดเหตุภายในร้านน้ำชามีข้าราชการ ประชาชนมานั่งจำนวนมากทุกวัน

โดยผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า มีชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปีขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่ซุกระเบิดมาจอดแล้วก็เดินหายไป จนกระทั่ง 10 นาทีก็เกิดระเบิด

ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อคนร้ายได้มีการวางแผนก่อนล่วงหน้าโดยการเวียนมาดูก่อนจะนำรถมาจอดแล้วกดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดได้รับเจ็บ ทั้งนี้เชื่อคนร้ายต้องการแสดงศักยภาพเพื่อสร้างสถานการณ์

manager.

โจรใต้ลอบบึ้มปากทางเข้าตลาดสดยะลา เจ็บ 6 คน

13 มกราคม 2553 11:30 น.

ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด กำลังฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบบริเวณปากทางเข้าตลาดสดพิมลชัย ถนนกว้านเชียง ตัดกับถนนสิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา หลังกลุ่มก่อความไม่สงบ ลอบนำระเบิดบรรจุกล่องเหล็ก น้ำหนัก 2 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือวางไว้ ข้างร้านเทียนเซงฮวด แรงระเบิดทำให้ท่อประปาแตก ข้าวของภายในร้านเสียหาย ทหาร 3 นาย ชาวบ้าน 3 คน ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา

สำหรับจุดเกิดเหตุ ยังเป็นพื้นที่ที่ทหารพร้อมรถฮัมวี่เข้ารักษาความปลอดภัยชาวบ้านเป็นประจำทุกวัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบต้องการสร้างสถานการณ์ตอบโต้เจ้าหน้าที่ หลังเข้มงวดกับการตรวจตราความปลอดภัย ติดสติ๊กเกอร์รถยนต์ที่ผ่านเข้า-ออก

manager.

6 โจรใต้กราดยิงผู้รับเหมาติดตั้งเสาไฟฟ้าดับ 2 ก่อนเผารถยนต์วอด 2 คันที่ปัตตานี

13 มกราคม 2553 17:08 น.

ปัตตานี – คืบหน้ากรณีเกิดเหตุคนร้ายจำนวน 6 คนกราดยิง พนักงานรับเหมาติดตั้งเสาไฟฟ้าขณะทำงานอยู่ที่บริเวณถนนภายในหมู่บ้านบาโงยือริง ม.3 ต.บือเระ อ.สายบุรี เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเสียชีวิตทันที 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย ก่อนจะใช้น้ำมันราดแล้วจุดไฟเผารถยนต์วอด 2 คัน

เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (13 ม.ค.) พ.ต.ท.ปัญญาคารวนันท์ รอง ผกก.ป.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานีได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายกราดยิงและเผารถยนต์ เหตุเกิดบนถนนภายในหมู่บ้านบาโงยือริง ม.3 ต.บือเระ จึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย นายธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. พ.ต.อ.จีรวัฒน์ อุดมสุด รอง ผบก และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

ไปถึงพบไฟกำลังลุกไหม้รถยนต์ จำนวน 2 คัน เจ้าหน้าที่จึงเร่งฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงจนสงบ และพบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือดบริเวณคอสะพาน ทราบชื่อคือ นายวิก รัตนรวมมาลา อายุ 44 ปี เป็นผู้รับเหมาติดตั้งเสาไฟฟ้า อยู่บ้านเลขที่ 89/6 ม.5 ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้าหลายนัดเข้าลำตัว

ส่วนรถยนต์ที่ถูกเผา จำนวน 2 คันตรวจสอบเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสันตอนเดียว ทะเบียน บต 5637 ปัตตานี และรถเทรน 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 80-5272 ยะลา ทั้งสองคันเป็นรถของการไฟฟ้าถูกเผาบริเวณส่วนหัวของรถเสียหายทั้งหมด

นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายถูกนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี ทราบชื่อ นายแวอาแซ กอและ อายุ 17 ปี พนักงานรับเหมาติดตั้งเสาไฟฟ้าถูกยิงลำตัวอาการสาหัสถูกส่งต่อไป โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ล่าสุดทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนอาก้าตกเกลื่อนบนถนน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่พนักงานจำนวน 14 คนของบริษัท วี เอ็นจีเนียริ่งพาสเนอร์ชิบ จำกัด จ.ยะลา ซึ่งเป็นผู้รับเหมาติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงในเขตพื้นที่อำเภอสายบุรี จ.ปัตตานี ขณะที่พนักงานทั้งหมดกำลังทำการยกเสาไฟฟ้า ระหว่างนั้นได้มีคนร้าย 6 คนใช้รถจักรยานยนต์ 3 คันเป็นพาหนะ ขับมาจอดแล้วใช้อาวุธปืนอาก้ากราดยิงใส่อย่างโหดเหี้ยม ทำให้เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าต้องวิ่งหนีตายไปคนละทิศละทาง

จากนั้นคนร้ายใช้น้ำมันราดรถยนต์ทั้งสองคันแล้วจุดไฟเผาก่อนจะหลบหนีไป ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุทันที ซึ่งเชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่สร้างสถานการณ์

manager.

"ผู้นำท้องถิ่น"เป้าสังหาร! ดับกำนัน-ผญบ.หลายพื้นที่ ไล่ยิงนายกอบต.กระโด

12 January 2010 20:47

แวดาโอ๊ะ หะไร / รอซิดะห์ ปูซู

โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

ใต้ยังเดือดต่อเนื่อง คนร้ายควงอาก้ากราดยิงร้านน้ำชาดับกำนัน ต.ลาโล๊ะ พร้อมอดีตผู้ใหญ่บ้านที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส อีกรายที่บาเจาะ กราดยิงตำรวจหลังกลับจากละหมาดอาการสาหัส ส่วนที่ปัตตานี ควบกระบะทะเบียนกรุงเทพฯ ยิงถล่มนายก อบต.กระโด แข็งใจยิงสวนรอดหวุดหวิด แต่ผู้ใหญ่บ้านอีกรายที่มายอเจอประกบยิงคาถนน

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงร้อนระอุ และเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้นำท้องถิ่นตกเป็นเป้า โดยเมื่อเวลา 20.30 น. คืนวันอาทิตย์ที่ 10 ม.ค.2553 คนร้าย 4 คนใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ ขี่ไปจอดที่หน้าร้านน้ำชาไม่มีเลขที่ ภายในหมู่บ้านบริจ๊ะ หมู่ 7 ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

ซึ่งเป็นช่วงที่ นายมะราซิ เจ๊ะมา อายุ 57 ปี กำนัน ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ กับ นายมะรอนิง เจ๊ะอลี อายุ 35 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านบริจ๊ะ กำลังนั่งเล่นหมากรุกอยู่กับพรรคพวกภายในร้าน โดยมีชาวบ้านนั่งดื่มน้ำชาคุยกันอีกนับสิบคน

ปรากฏว่า คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนอาก้าและปืนพกสั้นขนาด 9 มม. จ่อยิง นายมะราซิ และนายมะรอนิง จนเสียชีวิตคาร้าน นอกจากนั้นยังมี นายมะรอยี มามุ อายุ 34 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ต.ลาโล๊ะ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ อาการสาหัสด้วย

ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ขณะที่ ด.ต.อิสมะแอ แวแยนา อายุ 40 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม (ผบ.หมู่ ป.) สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ กำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับจากทำพิธีละหมาดที่มัสยิด

เมื่อถึงหน้าบ้าน ตั้งอยู่เลขที่ 221/1 หมู่ 6 ต.ปะลุกาสาเมาะ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแอบซุ่มอยู่ในป่ารกทึบตรงข้ามบ้าน ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงใส่ ด.ต.อิสมะแอ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าทั้งสองเหตุการณ์เป็นฝีมือของกลุ่มใด

เวลา 22.30 น.คืนเดียวกัน คนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง นายแวมูฮำหมัด สะรีเดะ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 บ้านสะนิง หมู่ 1 ต.บาราเฮาะ อ.เมือง จ.ปัตตานี ขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนในหมู่บ้านสะนิงเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน

ทำให้นายแวมูฮำหมัดได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นตำรวจตั้งประเด็นลอบยิงเอาไว้ 2 ประเด็นคือเป็นความขัดแย้งส่วนตัว หรืออาจเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ต่อมาเวลา 12.20 น.วันจันทร์ที่ 11 ม.ค. คนร้ายใช้รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ เป็นพาหนะ ขับตามประกบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีดำ หมายเลขทะเบียน ชฮ 8557 กรุงเทพมหานคร

ของ นายสุขเกษม แมะเราะดำ อายุ 49 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กระโด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ขณะขับอยู่บนถนนในท้องที่หมู่ 4 บ้านกูแบบาเดาะ ต.กระโด ตรงข้ามฐานปฏิบัติการทหารพราน

ชุดพัฒนาสันติ 43-10 เป็นเหตุให้ นายสุขเกษม ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้นายสุขเกษมได้ยิงตอบโต้จนคนร้ายน่าจะได้รับบาดเจ็บด้วย เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุของการลอบสังหารน่าจะมาจากปมความขัดแย้งส่วนตัว หรือเรื่องการเมืองท้องถิ่น แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ

เวลา 18.00 น.วันเดียวกัน คนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง นายมะแอ อาลี อายุ 60 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านลางา ต.ลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี ขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนสายปัตตานี-นราธิวาส เป็นเหตุให้ นายมะแอ เสียชีวิตคาถนน เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ

เวลา 12.00 น.วันอังคารที่ 12 ม.ค. ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี นายประมุข ลมุล รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (รอง ผอ.ศอ.บต.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบก.ภ.จว.ปัตตานี) นายเลิศเกียรติ วงษ์โพธิพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายสนั่น พงษ์อักษร นายอำเภอหนองจิก ได้ร่วมกันรับมอบการรายงานตัวของบุคคลเป้าหมายตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548) จำนวน 4 ราย โดยทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่ อ.หนองจิก

ทั้งนี้ เยาวชนทั้งหมดจะถูกส่งตัวไปควบคุมที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร เพื่อเข้าร่วมโครงการประชาร่วมใจทำความดีเพื่อแผ่นดิน รุ่นที่ 4 ระหว่างวันที่ 12-31 ม.ค. ที่ศูนย์สันติสุขที่ 1 บ้านควนดิน ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ขณะที่ นายประมุข กล่าวว่า ทางราชการมีความยินดีที่มีเยาวชนในพื้นที่ติดต่อขอมอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะดูแลและให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ ขอให้ผู้ปกครองมั่นใจและสบายใจ

isranews.

ถล่มร้านน้ำชา ดับสอง กำนัน-ผช.ผญบ.

11 มกราคม 2553, 09:20 น

โจรใต้ป่วนยิงถล่มร้านน้ำชา ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ส่งผลกำนันและอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ดับ 2 ราย ชาวบ้านเจ็บ 1 ส่วนที่ อ.บาเจาะ ดักซุ่มยิงตำรวจเจ็บอีก 1...

ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 20.30 น. ของคืนวันที่ 10 ม.ค. 2553 ที่ผ่านมา ร.ต.ท.แดนชัย มูลป้อม ร้อยเวร สภ.รือเสาะ ได้รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ ภายในร้านน้ำชาไม่มีเลขที่ หมู่ 7 บ้าน บริจ๊ะ ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยะวัตน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.รือเสาะ นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ และ กำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง รุดเดินทางเข้าไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ พบชาวบ้านจำนวนมากยืนมุงอยู่ที่หน้าร้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้กันออกห่าง พบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ศพ นั่งจมกองเลือดอยู่บนเก้าอี้ข้างโต๊ะน้ำชา โดยมีถ้วย และแก้วน้ำชา ตกกระจัดกระจายทั่วบริเวณ

ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือ 1.นายมะราซิ เจ๊ะมะ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 261/3 หมู่ 3 ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ ซึ่งเป็นกำนันตำบลลาโล๊ะ อ.รือเสาะ ถูกยิงด้วยอาวุธปืน อาก้า และ อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ที่บริเวณชายโครงซ้ายพรุน และ 2.นายมะรอนิง เจ๊ะอาลี อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1062 หมู่ 7 ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

ซึ่งเป็นอดีต ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านบริจ๊ะ ต.ลาโล๊ะ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิด และ ขนาดเดียวกันที่บริเวณแก้มขวาทะลุแก้มซ้าย 1 นัด

ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ถูกพลเมืองดีนำตัวส่งรักษา โรงพยาบาลรือเสาะ ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ นายมะรอยี มามุ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/5 หมู่ 7 ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าที่บริเวณศีรษะ แต่อาการสาหัส แพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อยัง โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนสงครามอาก้า และ ปลอกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม.รวม16 ปลอก ตกอยู่ที่บริเวณถนนหน้าร้านจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกำนัน พร้อมพวกรวม 4 คน ได้นั่งดื่มน้ำชา และ ร่วมเล่นหมากรุกกับเพื่อนๆ อยู่ที่โต๊ะในร้านน้ำชา โดยมีเพื่อนบ้านนั่งกระจัดกระจายอยู่ภายในร้านอีกกว่า 10 คน ต่อมาได้มีคนร้ายจำนวน 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นพาหนะมาจอดที่หน้าร้าน จากนั้น 2 คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธสงคราม อาก้า และอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.

กราดยิงใส่กำนัน และ พวกจำนวน 16 นัดซ้อน จนกำนัน และพวก ถูกกระสุนของคนร้ายจนฟุบลงกับเก้าอี้เสียชีวิตคาที่ ส่วนเพื่อนอีก 1 คน ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายจึงได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป

ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.บาเจาะ ในเวลาไล่เลี่ยกัน ในขณะที่ ด.ต.อิสมะแอ แวแยนา อายุ 40 ปี ผบ.หมู่งานป้องกัน และ ปราบปราม สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ขี่รถจักรยานยนต์กลับจากละหมาดที่มัสยิด เมื่อถึงบริเวณบ้านพักเลขที่ 221/1 หมู่ 6 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบตรงข้ามบ้านพัก ได้ใช้อาวุธปืน เอ็ม 16 ยิงถล่มใส่ ด.ต.อิสมะแอ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ต่อมาเมื่อญาติของ ด.ต.อิสมะแอ ได้ยินเสียงปืน จึงได้วิ่งออกมาดู และใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มคนร้ายที่ซุ่มอยู่ในป่ารกทึบตรงข้ามบ้านพัก จนกลุ่มคนร้ายได้หลบหนีไป ก่อนที่จะนำตัว ด.ต.อิสมะแอ ส่ง โรงพยาบาลบาเจาะ ในเวลาต่อมา

thairath.

คนร้ายประกบยิง ผญบ.เสียชีวิตอีกศพที่ปัตตานี

11 มกราคม 2553 21:35 น.

ปัตตานี – เกิดเหตุคนร้ายตามประกบยิงผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.ลางา ด้วยอาวุธปืนพกสั้น เข้าที่บริเวณศีรษะ เสียชีวิตคาที่ ขณะขับรถจักรยานยนต์กลับจากทำสวนในหมู่บ้าน

เมื่อเวลา 18.00 น.วันนี้ (11 ม.ค.) พ.ต.อ.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ม.7 บ้านลางา ต.ลางา อ.มายอ จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ

ไปถึงที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด ทราบชื่อคือ นายมะแอ อาลี อายุ 60 ปี เป็น ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.ลางา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสั้นไม่ทราบขนาดเข้าศีรษะ จำนวน 2 นัด ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าของผู้ตายล้มข้างทาง

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตาย ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากทำสวนในหมู่บ้านและกำลังเดินทางกลับบ้าน มาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิงเสียชีวิต ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์

manager.

เล็งช่องม.21 พรบ.มั่นคงฯ นิรโทษโจรใต้

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

นายกฯ เล็งมาตรา 21 กฎหมายมั่นคงดึงโจรใต้กลับใจ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การดึงบุคคลที่หลงผิดในขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับเข้าเป็นแนวร่วมของภาครัฐ ไม่ใช่เป็นการนิรโทษกรรม แต่เป็นการใช้ช่องทางตามมาตรา 21 ของพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงใน ราชอาณาจักร

“การใช้มาตรา 21 เป็นกรณีที่เราสามารถมีกระบวนการให้คนที่อยู่ในขบวนการก่อเหตุรุนแรงและมีปัญหาความมั่นคง สามารถมีกระบวนการพิเศษพิจารณา แต่ต้องให้ศาลเป็นคนตัดสินสุดท้าย” นายกฯ กล่าว

นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ช่องทางในมาตรา 21 เปิดช่องให้ผู้หลงผิด กลับตัวเข้าศูนย์การฟื้นฟูปรับเปลี่ยนทัศนคติ

“เมื่อผ่านการอบรมแล้วก็จะเข้าสู่การเป็นแนวร่วมผู้พัฒนา และหากผู้หลงผิดปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นที่ศาลกำหนดก็จะทำให้คดีที่ก่อขึ้นของผู้หลงผิดมีอันระงับไป” นายถาวร กล่าว

ทั้งนี้ มาตรา 21 ของพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สรุปสาระสำคัญ ผอ.กอ.รมน. จะเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบผู้ประสงค์กลับใจเข้ามอบตัว เพื่อให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาล หากศาลเห็นสมควร ศาลอาจสั่งให้ผู้ต้องหานั้นเข้ารับการอบรม ณ สถานที่ที่กำหนดเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน เมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องผู้ต้องหานั้นเป็นอันระงับไป

posttoday.

อดีตกอส.ห่วงนายกฯยกสถิติเหตุป่วนใต้ถอน-ไม่ถอนทหาร

8 มค. 2553 20:57 น.

นายฮัอหมัด สมบูรณ์บัวหลวง อดีตคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ประเด็นว่า รัฐบาลจะถอนหรือไม่ถอนทหารออกจากพื้นที่ชายแดนภาคใต้ แล้วทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เนื่องจากแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องศึกษาวิเคราะห์และประเมินผลโดยองค์รวมที่ไม่ใช่แค่คำนวนแบบผิวเผินโดยวัดผลจากสถิติการก่อเหตุที่ลดลงเท่านั้น

เนื่องจากการนำเอาสถิติการก่อเหตุที่ลดลง หรือเพิ่มขึ้นมาเป็นตัววัดผล เพื่อนำมาสู่การตัดสินว่า จะมีการถอนหรือไม่ถอนทหารออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ไม่ใช่สิ่งสำคัญในการคลี่คลายปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ต้นตอปัญหาทั้งหมด เช่น จำนวนการก่อเหตุที่ลดหรือเพิ่มนั้นมาจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เรื่องส่วนตัวและอื่นๆ จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้ว่าสถานการณ์ดีขึ้นหรือแย่ลง

อยากให้รัฐบาลให้นักวิชาการในพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีความรู้ ความสามารถหลายท่านวิเคราะห์สถานการณ์อย่างท่องแท้ ว่าการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ที่แท้จริงนั้น อยู่ที่การส่งกำลังทหารมากกว่า 30,000 นายเข้าไปในพื้นที่ตั้งแต่แรกหรือไม่ ซึ่งหากเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ทำไมวันนี้สถานการณ์ถึงได้ไม่ยุติ

นอกจากนี้รัฐบาลอาจลองเทียบเคียงแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของนานาประเทศ โดยเฉพาะเรื่องความเหมาะสมของกำลังทหารที่มีอาวุธครบมือเข้าไปเดินในพื้นที่ชุมชม รวมถึงการตั้งด่านสกัดต่างๆจำนวนมากซึ่งเป็นการใช้อำนาจทางกฎหมายที่ถูกต้องหรือไม่ และที่สำคัญสิ่งเหลานี้ช่วยทำให้ลดความขัดแย้งและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้จริงหรือไม่

"หากอยากได้คำตอบว่ารัฐควรถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ หลังจากที่พบว่าสถิติการก่อเหตุลดลงซึ่งหมายถึงสถานการณ์ภาคใต้ดีขึ้นนั้นคงไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ แต่หากรัฐบาลย้อนกลับไปทบทวนแผนงานดับไฟใต้ตั้งแต่แรกเชื่อว่ารัฐบาลจะได้คำตอบที่เปรข้อเท็จจริง" นายฮัอหมัด กล่าว

nationchannel.

วางบึ้มเย้ย! รับมาร์คลงใต้

วันที่ 08 มกราคม พ.ศ. 2553

ตร.บาดเจ็บ3 ใกล้จุดเปิดงาน

นายกฯ ขนทัพใหญ่ ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รปภ.เข้มพร้อมตัดสัญญาณโทรศัพท์ตลอดภารกิจ ใช้บริการ ฮ. นับ 10 ลำ รถยนต์กันกระสุนและกองกำลังผสมอารักขา 2 พันนาย ขณะที่โจรใต้ยังแสดงศักยภาพไม่เลิก วางบึ้มจนท.ชุดลาดตระเวน ห่างจากจุดเปิดสะพานร้อยเมตรเศษ จนท.เจ็บ 3 และบึ้มฆ่าทหารพรานดับอีก 1

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 7 ม.ค. ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ พร้อมคณะประกอบด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมฯ

และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เดินทางลงพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานในโครงการไทยเข้มแข็งและเป็นประธานเปิดทางหลวงสาย 418 สายบ้านคลองขุด จ.ปัตตานี ถึงบ้านท่าสาป จ.ยะลา พร้อมพบปะชาวบ้านและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

ต่อมาเวลา 09.00 น. ที่ท่าอากาศยานนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส นายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะ เดินทางมาถึงโดยมีนายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส และข้าราชการในพื้นที่รอต้อนรับ จากนั้นนายกฯ เดินทางต่อโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังบ้านซือเลาะ ม.4 ต.เรียง อ.รือเสาะ

เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนท้องถิ่นตามนโยบายไทยเข้มแข็ง เยี่ยมชมโครงการทำดีมีอาชีพ โครงการโรงงานอุตสาห

กรรมเพื่อการสร้างงานที่ยั่งยืนจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งเป็นประธานพิธีเปิดศาลาละหมาดชุมชนศรัทธาเฉลิมพระเกียรติ พิธีมอบบ้านแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ และพิธีมอบของขวัญและให้โอวาทแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านซือเลาะ

เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2553 ก่อนจะเดินทางต่อไปยังจ.ปัตตานี เพื่อเป็นประธานเปิดสะพานข้ามแม่น้ำปัตตานี และเยี่ยมชมกิจกรรมของทหารพรานในพื้นที่จ.ยะลา

เวลา 09.20 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า จากท่าอากาศยานนราธิวาส ไปยังร.ร.บ้านซือเลาะ ม.4 ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยมีนายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส พล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผบ.ฉก.นราธิวาส

นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นอภ.รือเสาะ พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.ทพ.ที่ 46 และ พ.ท.ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 พร้อมชาวบ้านใน 9 ตำบล 72 หมู่บ้านของ อ.รือเสาะ กว่า 3,000 คนร่วมให้การต้อนรับ ท่ามกลางการอารักษาอย่างเข้มงวด

นายอภิสิทธิ์รับฟังบรรยายสรุปถึงภาพรวมของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเพิ่มรายได้ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่พิเศษ 5 จชต.จาก ผวจ.นราธิวาส และนอภ.รือเสาะ ก่อนจะพบปะพูดคุยกับกลุ่มชาวบ้านว่า การเดินทางของตนเองและคณะมาในพื้นที่ครั้งนี้ นอกจากเป็นการติดตามความคืบหน้าการใช้งบประมาณตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่พิเศษแล้ว

ยังเป็นการนำความสันติสุขและความห่วงใยมาให้กับคนในพื้นที่เสี่ยงภัย ขณะเดียวกันเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ความเป็นอยู่และการพัฒนาติดขัดคือสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี"47 และต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วยดีเสมอมา ด้วยการบูรณาการพัฒนาและการแก้ปัญหาความไม่สงบเคียงข้างกัน และนั่นถือเป็นความสำเร็จในการทำหน้าที่ของทุกฝ่ายรวมทั้งของรัฐบาลชุดนี้ด้วย

มอบบ้าน - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบกุญแจบ้านและที่ดินให้แก่นางมีเน๊าะ นิลูบี และนางซูไฮบ๊ะ ลูทำกามิง อายุ 23 ปี ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ไม่สงบในภาคใต้ ที่บ้านซือเลาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

นายกฯกล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันที่เข้ารับตำแหน่งผู้นำของรัฐบาล การจัดสรรงบฯทั้งการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การฟื้นฟูและให้โอกาสเยาวชนโดยเฉพาะปัญหายาเสพติดด้วยการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามายกระดับความเป็นอยู่ของชาวบ้านนั้น ถูกวิจารณ์กันถึงยอดเงินที่นำมาใช้ อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าประชาชนคิดเองได้จากโครงการต่างๆ

ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน และตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 5 ปี รายได้ของทุกครัวเรือนจะไม่ต่ำกว่า 120,000 บาท ต่อจากนี้ตนเองพร้อม ครม.ชุดนี้พร้อมเดินหน้าทำงานหนักเพื่อความอยู่ดีกินดีและความสงบสุขของประชาชนต่อไป

จากนั้นนายกฯ เป็นประธานเปิดและมอบศาลาละหมาดชุมชนศรัทธาเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 ที่สร้างเป็นอาคารชั้นเดียวในวงเงิน 389,000 บาท เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ประกอบศาสนกิจ รวมทั้งร่วมปลูกต้นตะเคียนภายในร.ร.บ้านซือเลาะ

เพื่อเฉลิมพระ เกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนที่จะมอบของขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติให้แก่นักเรียน เยี่ยมชมโครงการทำดีมีอาชีพ อาทิ ช่างตัดผม และช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ที่นำเยาวชนกลุ่มเสี่ยงเข้าฝึกอบรมก่อนอัดฉีดงบประมาณเปิดชมรมเพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว

หลังจากนั้น นายอภิสิทธิ์มอบกุญแจเปิดบ้านหลังแรกตามโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนท้องถิ่น ตามนโยบายไทยเข้มแข็งให้แก่นางมีเนาะ นิลูบี อายุ 53 ปี ราษฎรที่มีรายได้จากการกรีดยางและรับจ้างทั่วไปต่ำกว่า 64,000 บาทต่อปี มีบุตร 3 คน โดย 1 คนพิการทางสมอง สร้างโดยชาวบ้านและกำลังพลในพื้นที่ ใช้งบประมาณ 120,000 บาท

รวมทั้งมอบบ้านหลังที่ 2 ให้แก่ น.ส.ซูไฮบะ ลูทำตามิง อายุ 23 ปี ผู้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ต้องสูญเสียสามีและมีฐานะยากจน มีบุตร 1 คน ทั้งนี้บ้านดังกล่าวเป็นบ้าน 2 หลังนำร่องในจำนวน 5 หลังที่ผ่านการทำเวทีประชาคมมาแล้ว

ต่อมาเวลา 10.30 น. ที่บริเวณเชิงสะพานถนนสาย 418 (ยะลา-ปัตตานี) ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา นายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดถนนสาย 418 ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งตำรวจ และทหาร รวมทั้งฝ่ายปกครองอย่างเต็มที่ โดยมีประชาชนมาร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรีเป็นจำนวนมาก

สำหรับถนนสาย 418 (ยะลา-ปัตตานี) เป็นถนน 4 ช่องการจราจร มีระยะทางรวมทั้งสิ้นประมาณ 40 ก.ม. เป็นถนนที่ได้รับการอนุมัติจัดสร้างเมื่อปี 2544 สมัยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นรมว.คมนาคม หลังจากเกิดเหตุความไม่สงบทำให้ผู้รับเหมาในขณะนั้น ไม่สามารถดำเนินการจัดสร้างได้ จึงมอบหมายให้กรมทหารช่าง

เข้ามาดำเนินการจัดสร้างตั้งแต่ช่วงปลายปี 2549 และสามารถดำเนินการจัดสร้างเส้นทางที่เหลือจำนวน 29.448 ก.ม. จนแล้วเสร็จ

เวลา 11.45 น. ที่กรมทหารพรานที่ 41 ต.วังพญา อ.รามัน นายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะ เดินทางไปเยี่ยมชมผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่ปฏิบัติภารกิจในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายกรัฐมนตรี และคณะเยี่ยมชมนิทรรศการ งานด้านกิจการพลเรือนของหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน

ประกอบด้วย การช่วยเหลือประชาชน จากโรคชิคุนกุนยา, การจัดกิจกรรมผ่าตัดต้อเนื้อและต้อกระจก โครงการทหารพรานใจดี โดยภายหลังเสร็จสิ้นการเยี่ยมกิจกรรมต่างๆ แล้ว นายกรัฐมนตรีให้โอวาทแก่กำลังพลทหารพรานที่มาให้การต้อนรับ

นายอภิสิทธิ์กล่าวกับเจ้าหน้าที่ที่มารอต้อนรับว่า รู้สึกดีใจที่มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชมการปฏิบัติงานด้านกิจการมวลชนของเจ้าหน้าที่ทหารพราน ต้องขอขอบคุณและขอชื่นชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารพรานทุกนาย ที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารพรานนั้น

จะต้องมีความมุ่งมั่นในการนำความสุขมาสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ และอยากให้ทหารพรานทุกนายปฏิบัติหน้าที่ตามยุทธศาสตร์พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา เป็นแนวทางที่รัฐบาลดำเนินการในการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีเป้าหมายในอนาคต เพื่อให้สถานการณ์ต่างๆ ในพื้นที่เป็นปกติและมีสันติสุข

ต่อมาในเวลา 15.10 น. นายอภิสิทธิ์เดินทางไปยังบ้านปาตาบาระ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อเยี่ยมชมกิจการหมู่บ้านประมงชายฝั่ง โดยมีนายธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผวจ.ปัตตา นี กล่าวต้อนรับ และนายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ นอภ.สายบุรี บรรยายสรุปถึงแผนงานโครงการช่วยเหลือประมงพื้นบ้าน

ภายใต้แผนการพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในหมู่บ้านประมงพื้นบ้าน บ้านปาตาบะระ จากนั้นพลตรีกิตติพันธ์ นพวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.ศูนย์บูรณาการพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวบรรยายสรุปแผนแม่บทประมงชายฝั่งจังหวัดชายแดนภาคใต้

จากนั้นนายกฯ กล่าวปราศรัย และชมนิทรรศ การเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกิดจากการทำประมงพื้นบ้าน ได้แก่ กลุ่มผลิตน้ำบูดู หรือครัสเตอร์บูดู, กลุ่มอาชีพแม่บ้าน, การแสดงนิทรรศการการจัดระบบการพัฒนาประมงพื้นบ้าน รวมทั้งยังพบปะกลุ่มประมงพื้นบ้าน ชมตัวอย่างปะการังเทียม และซั้งบริเวณชายฝั่งด้วย ก่อนจะเดินทางไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว หน้าที่ว่าการอำเภอสายบุรี เพื่อเดินทางกลับ

ขณะเดียวกันระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลุ่มก่อความไม่สงบยังก่อกวนต่อเนื่องโดยเมื่อเวลา 08.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร จ.ยะลา กำลังเตรียมการต้อนรับนายอภิสิทธิ์ ที่จะเดินทางไปทำพิธีเปิดถนนสาย 418 ที่บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำปัตตานี ฝั่งต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา เกิดระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวบริเวณศาลาที่พักผู้โดยสารริมถนน

ตั้งอยู่ปากทางเข้าบ้านยุโป ห่างจากบริเวณทำพิธีราว 150 เมตร เสียงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ ข้าราช การ และประชาชนที่ไปรอต้อนรับนายกฯ ต่างก้มลงนั่งหมอบ ปรากฏว่ามีผู้รับบาดเจ็บทันที 3 นาย คือ ร.ต.อ.วสิษฐ เมืองนาม อายุ 37 ปี รอง สวป.สภ.กรงปินัง, ส.ต.ต.ชยุต บวรศักดิยุต อายุ 30 ปี และส.ต.ต. ศิระวัต ก้อนทอง อายุ 28 ปี สังกัดเดียวกัน ทั้งหมดถูกนำส่งร.พ.ศูนย์ยะลา

นายกฤษฎา บุญราช ผวจ.ยะลา พล.ต.ต. สายัณห์ กระแสแสน ผบก.ภ.จว.ยะลา พ.ต.อ. ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รองผบก.รักษาการ ผกก.สภ.เมืองยะลา พร้อมร.ต.ท.สมศักดิ์ ฤทธิศักดิ์ ร้อยเวร ร่วมเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ

ตรวจพบจุดระเบิดอยู่บริเวณกอต้นเข็มไม้ประดับด้านขวาหน้าศาลาแหลกกระจาย มีหลุมตื้นๆ บริเวณหลังคาศาลาถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูพรุน พบสะเก็ดระเบิดตัดจากเหล็กเส้น เศษอิเล็กทรอ นิกส์วิทยุสื่อสาร จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่รับบาดเจ็บเดินทางมาจาก สภ.กรงปินัง เพื่อทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย นายอภิสิทธิ์ ที่มีกำหนดการเดินทางมาเปิดถนนสายใหม่เวลา 10.00 น. ขณะที่รถยนต์ตราโล่เตรียมเข้าประจำจุด เกิดระเบิดขึ้น

ส่วนคนร้ายคาดว่าปะปนมากับประชาชนที่มาร่วมต้อนรับนายกฯ ถือโอกาสนำระเบิดแสวงเครื่องใส่กล่องเหล็กขนาด 4x5 นิ้ว มาวางซุกไว้ เป็นจังหวะที่รถยนต์ตำรวจแล่นเข้ามาจอดจึงจุดชนวนให้ระเบิดทำงาน

อีกเหตุเวลา 09.45 น. ศูนย์วิทยุ สภ.ลำใหม่ รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณศาลาหน้า ร.ร.บ้านบาตัน บ้านบาตัน ม.4 ต.ลิดล อ.เมือง จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 1 นาย คือ อส.ทพ.สมมาตร เรืองสว่าง สังกัดร้อย ร.4712 จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็ก คนร้ายมาวางไว้บริเวณใกล้กับศาลา จุดระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ

สอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.4712 มีฐานปฏิบัติการอยู่ที่บ้านบาตัน ม.4 ต.ลิดล เป็นชุดรักษาความปลอดภัยครูออกลาดตระเวน มาพอมาถึงบริเวณศาลาหน้าโรงเรียน คนร้ายจึงกดระเบิดจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

ที่จ.ปัตตานี นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า การมาลงพื้นที่ดังกล่าวในครั้งนี้ ได้เห็นความก้าวหน้าในหลายนโยบาย โดยเฉพาะตอนนี้สิ่งที่เป็นรูปธรรม คือการนำเรื่องการพัฒนาที่ผ่านกระบวนการของประชาคมของประชาชนเอง จึงคิดว่าการตอบสนองและการเข้าถึงหมู่บ้านโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในการสร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชนนั้น

จะดีขึ้นโดยลำดับ และต้องมีการขยายผลต่อไป จะสามารถทำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในแง่ของเป้าหมายการสร้างความสงบสุข

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการก่อเหตุก่อนการลงพื้นที่ในวันนี้ ก็เป็นธรรมดา ซึ่งเราทราบว่าเมื่อมีการลงพื้นที่มักจะมีความพยายามก่อเหตุของบางฝ่ายที่ต้องการสร้างให้เกิดภาพของความวุ่นวาย แต่ตนคิดว่าการได้มาดูหลายด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจชุมชน รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ในพื้นที่ระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนก็เป็นแนวทางที่ตนคิดว่าต้องช่วยกันสนับสนุน และจะทำให้เห็นผลชัดเจน

ผู้สื่อข่าวรายว่า ตลอดภารกิจนายกรัฐมนตรีและคณะ รวมทั้งสื่อมวลชนจากส่วนกลางกว่า 30 ชีวิต ใช้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบก ร่วม 10 ลำ โดยคณะของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีใช้เฮลิคอปเตอร์แบบแบล็กฮอล์ก 4 ลำ ส่วนสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ใช้เฮลิคอปเตอร์ เบลล์ 212 ในการเดินทางแต่ละจุด

ร่วมกับการโดยสารโดยขบวนรถยนต์เพียงระยะทางสั้นๆ เท่านั้น โดยรถยนต์ของนายกฯและรัฐมนตรีใช้รถกันกระสุนทุกคัน และมีเครื่อมแจมเมอร์ตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือตลอดภารกิจ รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ตรวจการณ์

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 4 ใช้กำลังผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ดูแลความปลอยภัยตามเส้นทาง และจุดต่างๆ รวม 2 พันนาย สำหรับคณะสื่อ มวลชน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก มีการซักซ้อมทำความเข้าใจรายละเอียดภารกิจ ตลอดจนแยกแยะจัดหมวดหมู่ยานพาหนะอย่างละเอียดรายบุคคล

khaosod.

บึมรับคณะมาร์ค ตร.เจ็บ3 เปิดถนนที่ยะลา

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ.2553

เกิดเหตุระเบิดต้อนรับคณะนายกฯลงพื้นที่เปิดถนนสาย 418 บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำปัตตานี ฝั่ง จ.ยะลา ส่งผลให้ ตร.บาดเจ็บ3รายนำตัวส่ง รพ.แล้ว ตรวจสอบเป็นระเบิดแสวงเครื่องใส่กล่องเหล็กซุกไว้ ...

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 7 ม.ค. ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ของจังหวัดยะลา กำลังยืนเตรียมการต้อนรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่จะเดินทางไปทำพิธีเปิดถนนสาย 418 ทางสายใหม่เชื่อมเส้นทางสู่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจังหวัดใกล้เคียง ที่บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำปัตตานี ฝั่ง ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา

จู่ ๆ ได้เกิดระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว เสียงระเบิดดังมาจากบริเวณศาลาที่พักผู้โดยสารริมถนนซึ่งตั้งอยู่ปากทางเข้าบ้านยุโป ห่างจากบริเวณทำพิธีราว 200 เมตร เสียงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ ข้าราชการและประชาชนที่ไปรอต้อนรับนายกรัฐมนตรีต่างก้มลงนั่งหมอบ

ปรากฏว่าหลังจากนั้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บทันทีจำนวน 3 นาย ชื่อ ร.ต.อ.วสิษฐ เมืองนาม อายุ 37 ปี รอง สวป.สภ.กรงปินัง ส.ต.ต.ชยุต บวรศักดิยุต อายุ 30 ปี และ ส.ต.ต.ศิระวัต ก้อนทอง อายุ 28 ปี สังกัดเดียวกัน ทั้งหมดถูกนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา

นายกฤษฎา บุญราช ผวจ.ยะลา พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.รักษาการ ผกก.สภ.เมืองยะลา พร้อม ร.ต.ท.สมศักดิ์ ฤทธิศักดิ์ ร้อยเวร ร่วมเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ เบื้องต้นได้กั้นจุดที่เกิดเหตุเพราะเกรงมีระเบิดซ้ำซ้อน

ตรวจพบจุดระเบิดอยู่บริเวณกอต้นเข็มไม้ประดับด้านขวาหน้าศาลาแหลกกระจาย มีหลุมตื้น ๆ บริเวณหลังคาศาลาถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูพรุน พบสะเก็ดระเบิดตัดจากเหล็กเส้น เศษอิเล็กทรอนิกส์วิทยุสื่อสาร จึงเก็บรวบรวมไว้

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่ได้รับบาดเจ็บเดินทางมาจาก สภ.กรงปินัง เพื่อทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยนายอภิสิทธิ์ ที่มีกำหนดการเดินทางมาเปิดถนนสายใหม่เวลา 10.00 น.วันเดียวกัน

ขณะที่รถยนต์ตราโล่เตรียมเข้าประจำจุด กลับเกิดระเบิดขึ้นจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายคาดว่าปะปนมากับประชาชนที่มาร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรี ถือโอกาสนำระเบิดแสวงเครื่องใส่กล่องเหล็กขนาด 2x4x5 นิ้ว มาวางซุกไว้ให้เพื่อนอีกชุดที่คอยดูเหตุการณ์บริเวณใกล้เคียงรอจนชาวบ้านออก ไปหมดและเป็นจังหวะที่รถยนต์ตำรวจแล่นเข้ามาจอดได้จุดชนวนให้ระเบิดทำงาน เป็นเหตุให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บดังกล่าว.

thairath.

เจ้าหน้าที่คุมเข้มนายกฯเปิดถนน 418 ยะลา-ปัตตานี

7 มกราคม 2553 15:27 น.

ยะลา - "นายกฯอภิสิทธิ์" เปิดถนนที่ยะลา มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ก่อนหน้านายกฯถึงพิธีเพียง 30 นาที คนร้ายลอบวางระเบิด จนท.รักษาความปลอดภัยบาดเจ็บ ส่วนทหารพรานดูแลโรงเรียนถูกระเบิดเสียชีวิตคาที่และบาดเจ็บอีก 1

วันนี้ (7 ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายถาวร เสนเนียม รมช.ทหหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ที่ปรึกษา สบ.10 สตช.เดินทางมาเป็นประธานเปิดและส่งมอบทางหลวงแผ่นดินสายยะลา – ปัตตานี สาย 418

ที่บริเวณหัวสะพานบ้านท่าสาป หมู่ที่ 4 ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา โดยมี นายกฤษฏา บุญราช ผวจ.ยะลา พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท. พล.ท.ทวนชัย พันธ์เพิ่มศิริ เจ้ากรมทหารช่าง หัวหน้าส่วนราชการ ในจังหวัดยะลา ปัตตานี และประชาชน ในพื้นที่ อ.เมืองยะลา และอ.แม่ลาน จ.ปัตตานี กว่า 1 พัน คนมาให้การต้อนรับและร่วมในพิธีเปิด

เมื่อนายกฯ เดินทางถึงบริเวณพิธี ได้เดินไปพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน ที่มารอต้อนรับตลอดแนวยาว และเข้ารับฟังการบรรยายสรุปถึงการก่อสร้างเส้นทางสาย 418 จาก ผู้บังคับการกรมทหารช่าง ที่รับผิดชอบในการดำเนินการก่อสร้าง ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของชุด ศรภ.และสารวัตรทหาร อย่างเข้มงวด

ในโอกาสเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงเส้นทางดังกล่าวนี้ว่า เป็นเส้นทางที่อำนวยความสะดวกในเดินทางระหว่างจังหวัดยะลากับปัตตานี และระหว่างยะลา ไปยัง อ.หาดใหญ่ เนื่องจากเป็นเส้นทางลัด ย่นระยะทาง ลดต้นทุนการขนส่ง และรองรับ อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลที่จะเกิดขึ้น จึงเป็นของขวัญ ปีใหม่ให้กับ จังหวัดชายแดนภาคใต้

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางด้วย ฮ.ทหาร ไปยัง กรมทหารพรานที่ 41 ต.วังพญา อ.รามัน พร้อมกับชมนิทรรศการงานด้านกิกกจการพลเรือนของ ฉก.ทหารพรานที่ 41 การช่วยเหลือประชาชนจากโรคชิกุนกุนยา การจัดกิจกรรมผ่าตัดต้อเนื้อ และต้อกระจก โครงการทหารพรานใจดี และชมการสาธิตการต่อสู้ป้องกันตัว

และการยิงปืนฉับพลัน และการจัดกำลังด้านยุทธการ หลังจากนั้น เดินทางไปพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน ที่ฟาร์มตัวอย่างวังพญา – ท่าธง และเยี่ยมชมการเลี้ยงแพะ ไก่ และปลา ของสมาชิกในฟาร์มตัวอย่างด้วย ก่อนที่จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ ที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ต่อไป

สำหรับทางหลวงสาย 418 ยะลา – ปัตตานี เริ่มดำเนินการ ตั้งแต่ปี 2545 โดยสิ้นสุดสัญญาในเดือน กันยายน 2548 แต่ผู้รับเหมาต้องบอกยกเลิกสัญญา เนื่องจากความไม่สงบในพื้นที่ ทั้งที่ดำเนินการไปแล้วเพียง 25 เปอร์เซ็น

ต่อมารัฐบาลได้มอบหมายให้ กองทัพบก เข้ามาสานต่อภารกิจ เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จ ลุล่วง ซึ่งกองทัพบก ได้ให้ กรมการทหารช่าง จัดส่งทหารช่างทุกกองทัพภาค จำนวน 1,200 นาย มาดำเนินการก่อสร้าง จนแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 720 วัน หรือเกือบ 2 ปี ใช้งบประมาณ 1,040 ล้านบาท

พล.ท.ทวนชัย พันธ์เพิ่มศิริ เจ้ากรมทหารช่าง กล่าวว่า เป็นความภาคภูมิใจของกองทัพบก กรมการทหารช่าง ที่ก่อสร้างเส้นทางดังกล่าว ได้สำเร็จลุล่วง เพื่อมอบให้กับชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้

กองทัพ หรือรัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชน เมื่อได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะการก่อสร้างถนนสายนี้ เมื่อได้รับการทิ้งงานจากผู้รับเหมา ทางกองทัพ ได้เข้ามาสานต่อเพื่อให้แล้วเสร็จ ถึงแม้ว่าการก่อสร้างอยู่บนวิกฤกของความอันตรายในการดำเนินการก่อตาม

แต่ด้วยความมุ่งมั่นของกองทัพ ที่ต้องการให้เสร็จภายใน 2 ปี จึงต้องระดมกำลังพลจากทุกกองทัพภาค กว่า 1 พันนาย มาดำเนินการก่อสร้าง และยังเป็นเส้นทาง 4 ช่องจราจร มีความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ในการขนส่งพืชผลทางการเกษตร หรือการเดินทางไปมาของประชาชน

ปัญหาอุปสรรคในการก่อสร้าง ส่วนหนึ่งมาจากการหาแรงงานก่อสร้างในพื้นที่ค่อนข้างลำบากมาก และราคาวัสดุก่อสร้าง ที่ไม่นิ่งของราคา ตลอดจนปัญหาฝนฟ้าอากาศ แต่ก็สามารถฝันฝ่าอุปสรรค จนลุล่วงไปด้วยดี

อย่างไรก็ดี ก่อนนายกฯ จะเดินทางถึงบริเวณพิธีเปิดทางหลวงสาย 418 เพียงไม่ถึง ครึ่งชั่วโมง ได้เกิดระเบิดขึ้น ที่บริเวณศาลาที่พักผู้โดยสารริมถนนสาย 418 ห่างจากประรำพิธีเพียง 130 เมตร ทำให้ ส.ต.ต.ชัยยุทธ์ บรรณศักดิ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กรงปินัง จ.ยะลา ซึ่งเดินทางมาอารักขานายกรัฐมนตรี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณคิ้ว บาดเจ็บเล็กน้อย

ตรวจสอบเป็นระเบิดแสวงเครื่องวางไว้ในพงหญ้าริมศาลา จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ สอบสวนทราบว่า ขณะที่ จนท.ตำรวจ ดังกล่าว ดูแลความปลอดภัยตามเส้นทางเข้าสู่ประรำพิธี เมื่อเดินทางถึงที่เกิดเหตุ เกิดระเบิดขึ้นทันที แต่โชคดีเป็นระเบิดขนาดเล็กน้ำหนักไม่เกิน 3 ก.ก. เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายได้แอบแฝงมากับนักเรียน ที่มารอรถโดยสารประจำทางไปโรงเรียน นำระเบิดมาทิ้งไว้ แล้วกดระเบิดเมื่อเห็นว่า จนท.เดินทาง

ส่วนอีกจุดหนึ่ง เมื่อเวลา 09.45 น. ร.ต.ท.มานพ หนูหอม ร้อยเวร สภ.ลำใหม่ อ.ยะลา แจ้งมีเหตุระเบิดที่บริเวณศาลาที่พักภายในโรงเรียนบ้านบาตัน หมู่ที่ 4 ต.ลิดล อ.เมืองยะลา หลังได้ดรับแจ้งรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ มัทยาท สว.ใหญ่ หน.สภ.ลำใหม่ พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.กำลัง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุพบศพอาสาสมัครทหาร สมมาตร เหลืองสว่าง อายุ 37 ปี สังกัด ร้อย ทพ.4712 กรมทหารพรานที่ 47 นอนเสียชีวิตในชุดดำ มีเพื่อนทหารพราน ดูแลศพอย่างใกล้ชิด ส่วนอีกคนได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา ทราบชื่อ อาสาสมัครทหารสมโชค ชื่นชม อายุ 26 ปี สังกัดเดียวกันมีอาการหูอื้อ บาดเจ็บเล็กน้อย หมอให้กับกลับบ้านได้

จากการสอบสวนทราบว่า ทหารชุดดังกล่าว จำนวน 4 นาย ประจำฐานปฏิบัติการบ้านบาตัน เดินทางมารักษาความปลอดภัยโรงเรียนเป็นประจำทุกวัน โดยได้สลับพลัดเปลี่ยนกับ ชุด ชรบ.ที่เข้ารักษาการดูแลความปลอดภัยในช่วงเช้า เมื่อ จนท.ทหารพรานมาถึงที่เกิดเหตุ ได้ผูกเปล นอนที่ใต้ศาลา ขณะนอนอยู่ ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

ตรวจสอบพบเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่น้อยกว่า 5 กิโลกรัม ซุกซ่อนไว้ในศาลา จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ เบื้องต้น จนท.สันนิษฐานว่า เป็นการก่อเหตุ เพื่อสร้างสถานการณ์ ต้อนรับการเดินทางของนายกรัฐมนตรีเดินทางมาจังหวัดชายแดนภาคใต้

manager.

จนท.นราฯปะทะกลุ่มคนร้ายดับ1

6 มกราคม 2553 20:04 น.

นราธิวาส - ตำรวจ ทหาร ปะทะคนร้ายในป่าละเมาะ ถนนยะกัง 1 ซอย 4 แกนนำอาร์เคเค ตาย 1 ตรวจสอบพบเคยถูกจับ แต่หนีจากที่คุมขัง สภ.ตันหยง มาได้ จากนั้นก่อเหตุเพิ่มจนถูกหมายจับอีก 14 คดี

วันนี้ (6 ม.ค.) นาวาโท พงษ์ศักดิ์ ทองไสย ผบ.ฉก.นราธิวาส 33 กองทัพเรือ ชุดช่วยราชการ อ.เมืองนราธิวาส นำกำลังตำรวจและทหาร 50 นาย เข้าไปพิสูจน์ทราบที่ป่าละเมาะ ถนนยะกัง 1 ซอย 4 เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เนื่องจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีคนร้ายจำนวนหนึ่งได้อาศัยป่าละเมาะดังกล่าวเป็นที่หลบซ่อน

เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงป่าละเมาะ คนร้ายที่หลบซ่อนอยู่ในป่าละเมาะ ใช้ปืนยิงใส่ชุดเจ้าหน้าที่ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นตำรวจและทหารจึงยิงตอบโต้และเกิดการยิงปะทะกับคนร้ายนาน 10 นาที

หลังเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบศพนายนิซายูตี นิแม อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 22 บ้านยารอ หมู่ 1 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส นอนเสียชีวิตอยู่ในป่าละเมาะ 1 ราย โดยสภาพศพใส่เสื้อกล้ามสีดำ นุ่งกางเกงวอร์มขายาวสีดำ มือขวาถือปืนพกสั้นขนาด .38, 1 กระบอก ค้นในกระเป๋าคาดเอวพบระเบิดขว้างชนิดเอ็ม 19 เอ็น 1 ลูก และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส เข้าตรวจสอบ พร้อมทั้งเปิดเผยว่า นายนิซายูตี นิแม คนร้ายที่เสียชีวิตนั้น เป็นแกนนำคนร้ายกลุ่มอาร์เคเค.ที่เคยถูกจับในคดีความมั่นคง พร้อมกับพวกรวม 6 คน เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2550 และได้ร่วมกับพวกทั้ง 6 คน หลบหนีจากที่คุมขังของ สภ.ตันหยง อ.เมือง จ.นราธิวาส ไปได้เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2551

โดยทางการสอบสวนนั้นหลังจากหลบหนีไปได้ ยังได้ก่อเหตุความสงบเพิ่มเติมอีกหลายครั้งและทาง สภ.เมืองนราธิวาส ได้ออกหมายจับในคดีก่อเหตุความไม่สงบ รวม 14 คดี ส่วนในป่าละเมาะจุดปะทะมีคนร้ายหลบซ่อนอยู่กี่คนนั้น ขณะนี้ยังชี้ชัดไม่ได้ต้องตรวจสถานที่เกิดเหตุให้ละเอียดเสียก่อนจึงจะสามารถระบุได้

manager.

จู่โจมค้นนราธิวาส ปรามโจรป่วนรับนายกฯ ลงพื้นที่

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ.2553

ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สนธิกำลัง 800 นาย จู่โจมตรวจค้น 35 จุดทั่ว จ.นราธิวาส ป้องปรามโจรใต้ป่วนนายกฯ ลงพื้นที่พรุ่งนี้ ...

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. พ.ต.ท.จักรกริช นองมณี สารวัตรเวร สภ.จะแนะ รับแจ้งคนถูกยิงเสียชีวิตบนถนนสายจะแนะ-ดุซงญอ บ้านจะแนะ ม.2 ต.จะแนะ ห่างจากโรงเรียนบ้านจะแนะประมาณ 150 เมตรจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน บก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.ท.เลียบ พรหมจันทร์ รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน บก.ภ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีบรอนซ์ ทะเบียน กบษ 414 นราธิวาส ล้มอยู่ริมถนน ใกล้กันมีกองเลือด สอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือ นางซัลมา สะนิ อายุ 35 ปี อส.ประจำที่ว่าการอ.จะแนะ อยู่บ้านเลขที่ 89 หมู่ 3 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ ถูกยิงด้วยปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดบริเวณกลางหลังและแขน 2 นัด

ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านจะไปทำงานตามลำพัง คนร้าย 2 คน สวมกางเกงลายพรางคล้ายกางเกงทหารใส่เสื้อคลุมสีดำ ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีเขียว ไม่ทราบทะเบียนตามประกบยิงก่อนหลบหนีไป เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเพื่อสร้างสถานการณ์ก่อนนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ จ.นราธิวาส วันที่ 7 ม.ค.

ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และ พล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผบ.ฉก.นราธิวาส สั่งการให้ พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส สนธิกำลังทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ จำนวน 800 นาย

ใช้กฎอัยการศึกบุกจู่โจมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายต้องสงสัย 35 จุด เพื่อทลายเครือข่ายกลุ่มสมาชิกแนวร่วมของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่แฝงตัวเคลื่อนไหวและประชุมเตรียมวางแผนก่อเหตุร้ายช่วงนายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

การตรวจค้นใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ พ.ร.ก.ความมั่นคงจำนวน 1 คนในพื้นที่ อ.ตากใบ คือ นายอาสะมี อาลีรูวี อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.1 ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

และจับกุมผู้ต้องหา พ.ร.บ.ยาเสพติดจำนวน 5 คน ในพื้นที่ อ.แว้ง อ.สุไหงปาดี และ อ.ระแงะ พร้อมของกลางยาบ้า เฮโรอีน กัญชาและใบกระท่อมจำนวนหนึ่ง ควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบสวนตามกฎหมาย.

thairath.

คนร้ายประกบยิง อส.หญิงจะแนะเสียชีวิต

6 มกราคม 2553 13:42 น.

นราธิวาส – เกิดเหตุ 2 คนร้ายจขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิง อส.หญิง ทำหน้าที่ฝ่ายธุรการประจำ อ.จะแนะ เสียชีวิตขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ จากบ้านพักเพื่อเดินทางไปทำงานที่อำเภอ

วันนี้ (6 ม.ค.) เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงนางซัลมา สะนิ อายุ 35 ปี อส.ประจำ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ทำหน้า ที่ฝ่ายธุรการ ประจำ อ.จะแนะ โดยเหตุเกิดขึ้นขณะที่นางซัลมา ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีบรอนเงิน ทะเบียน กมษ 414 นราธิวาส เดินทางจากบ้านพักเลขที่ 89 บ้านสุแฆ หมู่ 3 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะมุ่งหน้าไปทำงานที่ ที่ว่าการ อ.จะแนะ

แต่เมื่อมาถึงถนนในหมู่บ้านบือแต หมู่ 8 ต.จะแนะ ห่างจากโรงเรียนบ้านจะแนะ 200 เมตร ถูกคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิงด้วยพกสั้น บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลจะแนะ ด้าน พ.ต.ท.จักรกริช นองมณี รอง ผกก.สภ.จะแนะ ตรวจที่เกิดเหตุไม่พบปลอกกระสุน คาดเป็นพกสั้นชนิดไม่คายปลอก สาเหตุคาดเป็นฝีมือกลุ่มก่อเหตุความไม่สงบ

manager.

บึ้มป่วน 2 จุดที่นราฯรับ”ปล้นปืน” เผยข้อมูล 6 ปียึดคืนได้ 54 กระบอก

05 January 2010 13:19

6 ปีปล้นปืน กลุ่มก่อความไม่สงบวางระเบิดถังดับเพลิงหนัก 20 กิโลฯ ดักสังหารทหารชุดลาดตระเวนที่เจาะไอร้อง พร้อมรัวเอ็ม 16 อาก้าถล่มซ้ำ โชคดีนั่งรถหุ้มเกราะจึงไร้คนเจ็บ ส่วนที่ตากใบดักบึ้มอีกจุด ชาวบ้านโดนลูกหลงเจ็บ 2 เผยผ่านมา 6 ปียึดปืนคืนได้ 54 กระบอกจากที่ถูกปล้นไป 413 กระบอก

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2553 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 6 ปีเหตุการณ์ปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส นั้น ปรากฏว่ามีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ้างประปราย โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 4 ม.ค.2553 พ.ต.ท.เลียบ พรหมจันทร์ รองผู้กำกับการกลุ่มงานสืบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ

ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 31 และ ร.ต.ท.ชัชวาลย์ ผูกพัน พนักงานสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นราธิวาส ได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบเหตุระเบิดบนถนนสายเจาะไอร้อง-ไอร์ปาแย ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง

ห่างจากโรงเรียนสัมพันธ์วิทยาประมาณ 200 เมตร เหตุเกิดตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเข้าไปตรวจจุดเกิดเหตุ เนื่องจากเกรงจะเป็นแผนดักซุ่มโจมตี

ทั้งนี้ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดลึก 60 เซ็นติเมตร กว้าง 150 เซ็นติเมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิงน้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ กระจายเกลื่อนถนน

สอบสวนทราบว่า คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดโดยลากสายไฟเข้าไปในป่ายางพาราข้างทาง เพื่อหวังสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุด ร้อย ร.15134 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 31 ที่กำลังออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทางโดยใช้รถหุ้มเกราะ แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 และอาก้า ตกอยู่ในป่ายางพาราจำนวนกว่า 30 ปลอกด้วย จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จ.ส.อ.ลอย ธรรมสาระ อายุ 45 ปี หัวหน้าชุด กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกำลัง รวม 4 นาย นั่งรถหุ้มเกราะออกจากฐานเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุมีคนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ในป่ายางพาราข้างทาง

ใช้แบตเตอรี่กดจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ฝังไว้กลางถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้ายิงถล่มซ้ำ ทำให้รถหุ้มเกราะได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ

ส่วนที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะที่ ส.อ.ประสาน นิลประดับ หัวหน้าชุด ร้อย ร.1531 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 36 นำกำลังรวม 4 นายขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันออกจากฐานในโรงเรียนบ้านบางขุนทอง หมู่ 1 ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ

เพื่อลาดตระเวนเส้นทางนั้น ปรากฏว่าเมื่อออกจากฐานได้เพียง 200 เมตร ถูกคนร้ายใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ซึ่งนำไปวางไว้ในพงหญ้าข้างทาง แรงระเบิดทำให้ชาวบ้าน 2 คนที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนเจ้าหน้าที่ปลอดภัย

เผารถ-รัวเอ็ม 16 ดับอดีตผู้ใหญ่บ้านที่บาเจาะ

ต่อมาเมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 4 ม.ค. พ.ต.ท.ปกป้อง ท่อแก้ว สารวัตรเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงเผารถกระบะและยิงประชาชนเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 117/1 บ้านยือลอ หมู่ 3 ต.บาเร๊ะเหนือ อ.บาเจาะ จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็กซ์ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บจ 6607 นราธิวาส ซึ่งจอดอยู่ในโรงรถข้างบ้านเลขที่ 117/1 เจ้าหน้าที่จึงประสานรถน้ำให้เข้าฉีดน้ำดับเพลิง

เมื่อเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบภายในโรงรถ พบศพ นายดอเซ็ง มาลอ อายุ 52 ปี เจ้าของบ้านซึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านยือลอ หมู่ 3 ต.บาเร๊ะเหนือ

นอนจมกองเลือดอยู่ข้างซากรถกระบะ โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 เข้าที่บริเวณหน้าอก 3 นัด ส่วนที่ซากรถกระบะ พบคราบน้ำมันเชื้อเพลิงและเศษผ้าชุบน้ำมันจำนวนหนึ่ง ทั้งยังมีปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และลูกซองตกเกลื่อน

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายดอเซ็ง พร้อมภรรยาและลูกรวม 3 คนกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ภายในบ้าน จากนั้นมีคนร้าย 2-3 คนลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงราดใส่เศษผ้าแล้วนำไปวางไว้ที่ล้อหน้าด้านซ้ายของรถ ก่อนจุดไฟเผา เมื่อ นายดอเซ็ง

ได้กลิ่นเหม็นไหม้จึงวิ่งออกมาดู เห็นเพลิงกำลังลุกไหม้รถกระบะอยู่ จึงรีบนำน้ำไปสาดดับไฟ แต่จังหวะนั้นเอง คนร้ายซึ่งดักซุ่มอยู่ริมรั้วบ้าน ได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และลูกซองยิงใส่นายดอเซ็งจนเสียชีวิต เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพราะผู้ตายให้ความร่วมมือกับรัฐเป็นอย่างดีมาตลอด

6 ปีปล้นปืนติดตามคืนได้ 54 กระบอก

ด้านความคืบหน้าเหตุการณ์ปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือค่ายปิเหล็ง ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 หรือเมื่อ 6 ปีก่อน

ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุรุนแรงรายวันในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบันนั้น ที่ผ่านมาไม่มีความชัดเจนว่าปืนที่ถูกปล้นไปมีกี่กระบอกกันแน่ และทางฝ่ายความมั่นคงยึดคืนกลับมาได้แล้วกี่กระบอก

จากการตรวจสอบของ “ทีมข่าวอิศรา” ในวาระครบรอบ 6 ปีเหตุการณ์ปล้นปืน พบว่า ยอดปืนที่ถูกปล้นจากกองพันพัฒนาที่ 4 เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 นั้น มีจำนวนทั้งสิ้น 413 กระบอก โดยปืนที่ถูกปล้นมี 4 ประเภท คือ

1. ปืนเล็กยาว เอ็ม 16 เอ 1 (ปลย.M.16 A 1) จำนวน 380 กระบอก

2. ปืนพกแบบ 86 (ปพ.86) หรือปืนโคลท์ (Colt M1911A1) ใช้กระสุนขนาด .45 หรือ 11 มม.จำนวน 24 กระบอก

3. เครื่องยิงจรวด อาร์พีจี 7 จำนวน 7 กระบอก

4. ปืนกลเอ็ม 60 จำนวน 2 กระบอก

สำหรับสถิติการติดตามยึดคืนปืนที่ถูกปล้นไปนั้น แยกได้ดังนี้

1. ปืนเอ็ม 16 ถูกปล้นไป 380 กระบอก ติดตามคืนได้ทั้งสิ้น 49 กระบอก คงเหลือ 331 กระบอก

2. ปืนพกแบบ 86 ถูกปล้นไป 24 กระบอก ติดตามคืนได้ 5 กระบอก คงเหลือ 19 กระบอก

ส่วนเครื่องยิงจรวด อาร์พีจี 7 และปืนกล เอ็ม 60 นั้น ยังติดตามคืนไม่ได้เลยแม้แต่กระบอกเดียว รวมอาวุธปืนที่ติดตามคืนได้จนถึงกลางปี 2552 ทั้งสิ้น 54 กระบอก คงเหลือ 359 กระบอก (ตัวเลขอย่างเป็นทางการนับถึงกลางปี 2552 ยังไม่รวมที่ยึดได้เพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่งช่วงครึ่งปีหลัง)

isranews.

6 ปีปล้นปืนรัฐบาลมาถูกทางจริงหรือ..?

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ.2553

จากรัฐบาลที่มีตำรวจอย่าง พ .ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรเป็นผู้นำ เปลี่ยนผ่านมายังรัฐบาลโดยมีผู้นำทหาร อย่าง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ รัฐบาลผู้นำพลเรือนอย่าง นายสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาจนถึงรัฐบาลนักวิชาการหล่อลากดิน อย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

หากนับเวลาจาก 4 ม.ค. 2547 มาถึงวันนี้ก็ 6 ปีแล้ว ทว่ายังไร้วี่แววกับปฏิบัติการล่อเสือออกจากถ้ำกลางดึกสงัด เมื่อกลุ่มคนร้ายก่อเหตุเผาโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา 20 แห่ง ขณะเดียวกันกลุ่มคนร้ายอีกกลุ่มราว 60 คน

บุกเข้าไปในกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายจุฬาภรณ์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ปล้นปืนเอ็ม 16 ไป 442 กระบอก และฆ่าทหารอย่างโหดเหี้ยมถึง 5 นายเวลาที่ผ่านไป นอกจากภาพเหตุการณ์ที่ว่า สิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศได้ยินเสมอก็คือ "เรามาถูกทางแล้ว"

ไทยรัฐออนไลน์สัมภาษณ์พิเศษ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ย้อนเกร็ดให้ฟังชัดๆ ว่า คำว่าเรามาถูกทางแล้ว ทางที่ว่ามันใช่ทางที่ถูกสำหรับคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี

Q: คำว่ามาถูกทางเราได้ยินกันบ่อยแทบทุกๆ รัฐบาล มาจนถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ จริงๆ แล้ว 6 ปี เรามาถูกทางแล้วหรือยัง

A : ผมว่ามันไม่ถูกทาง คือ ต้องยอมรับว่าปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาที่เรื้อรังมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว วันใดที่ประเทศมีปัญหา ภาคใต้จะก่อเหตุอย่างนี้ีมาทุกครั้งเลย พูดง่ายๆ เอาต้ั้งแต่เราเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เลย ครั้งนั้นเค้าก็แยกเป็นกบฎอยู่ 15 ปีพอมาถึงรัชกาลที่ 1

ท่านก็ต้องส่งกองทัพในประเทศไปปราบปราม ยกทัพใช้เวลาไปเป็นปีกว่าจะไปถึงและปราบอีก 3-4 ปี ก็เงียบไป พอมาเปลี่ยนรัชกาลก็กบฏเป็นแบบนี้ทุกครั้งมา อันนี้เราต้องยอมรับว่าภาคใต้มันเป็นปัญหาอย่างนี้ วันนี้ก็มีวิธีอยูู่ถามว่า ผมมองอย่างนี้น่ะว่าคนในภาคใต้มีอยู่ประมาณ 1.7 ล้านคน 3-4 จังหวัดภาคใต้

มีพวกที่แยกดินแดนไม่ถึง 5% ถ้าเป็นหมู่บ้าน 16,872 หมู่บ้านตามที่ผมดูรายงานที่ กอ.รมน. มันก็มีแค่ 442 หมู่บ้านเท่านั้นเอง แต่กำลังที่เราส่งเข้าไป ทั้งทหารพลเรือนตำรวจกว่า 30,000 คนมันก็น่าจะเอาอยู่

Q: ถ้าคิดในด้านกำลังพลน่าจะเอาอยู่…?

A: เพราะภาคใต้เมื่อก่อนผมเป็นผู้พันที่นั้น ผจญกับพวกนี้มา 5 ปี เมื่อก่อนผมใช้ทหาร ตำรวจไม่ถึง 3,000 คนเลยก็สามารถจะตรึงอยู่ได้ แต่ปัญหามันอยู่ตรง อย่างรัฐบาลนี้เขาไม่ยอมรับข้อเท็จจริงว่ามันเป็นอย่างนี้มาเป็น 100 ปี แต่มองว่ามันเกิดจากความไม่เป็นธรรม การกดขี่ อะไรต่ออะไร มันก็มีแต่มันน้อย และอีกอย่างเขาก็มองว่าโดนข่มเหง ข้าราชการเข้าไปกดขี่ ถึงต่อต้านขึ้นมา เขามองมุมมันผิดไปหมดเลย ง่ายๆ พูดได้ว่ามองคนละทาง

เขามองว่าวันนี้ เขากำลัง "กู้ชาติ" แต่เรามองว่าเขา "กบฎ" เพราะแนวความคิดมันไม่ตรงกันอยู่แล้ว ทำอย่างไรให้ปรับให้ว่าคุณเป็นคนไทย นี่เป็นประเทศไทย

Q: คุณกำลังบอกว่า การส่งทหาร ตำรวจลงพื้นที่ไปมากมายผิด แต่ว่านักวิชาการ นักการเมือง บอกว่าวันนี้ภาคใต้เราอยู่ในสงครามเต็มรูปแบบ

A : คือกำลังพลมันจำเป็น ผมจะพูดให้ฟังวันนี้คุณต้องยอมรับว่าภาคใต้เป็นสงครามกองโจรที่เต็มรูปแบบ ทีนี้กองโจรก็ต้องประกอบไปด้วย ส่วนนำ กองกำลังติดอาวุธ และแนวร่วม มี 3 อย่าง หลักการปราบกองโจรอันแรก คือ search ค้นหาให้ได้ว่าอันไหนเป็นระดับนำ อันไหนเป็นกองกำลังติดอาวุธ อันไหนเป็นแนวร่วม

2. คือ ต้องทำลาย ทำลายในที่นี้หมายถึง หมู่บ้าน 442 หมู่บ้านมันก็มีกองกำลังติดอาวุธ 3-6 คนที่ีคุมประชาชนอยู่ ผมถามว่าสงครามจากภาคใต้เราชนะได้ถ้าเราดึงมวลชนเข้ามาเป็นพวก ทีนี้เขาถือปืนคุมประชาชนอยู่ ถ้าคุณไม่ทำลายกองกำลังติดอาวุธแล้วคุณจะดึงประชาชนเข้ามาร่วมได้อย่างไร นี่คือหลัก

แต่ถ้าเขามอบตัวก็ดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่เขาถืออาวุธอยู่ไม่ยอมวางอาวุธ เราก็ต้องหาทางทำลาย 3. การพัฒนา การพัฒนาหมายถึงต้องเริ่มขั้นที่ 3 แต่รัฐบาลไปเริ่ิมพัฒนาขั้นที่ 1 มันขัดกับหลักที่ผมเรียนรู้มา

Q: ช่วยยกตัวอย่างให้เห็นภาพได้ไหม

A : เช่น คุณพัฒนาคุณทุ่มงบประมาณเข้าไปวันนี้ แสนล้านแล้วเทลงไปอีก ปีนี้ 3.6 หมื่นล้าน ผมว่าเงินที่ลงไปทำให้โจรเข้มแข็งนะ หมายถึง คุณพัฒนาคุณสร้างถนน ถ้าคุณไม่จ่ายโจรคุณสร้างได้ไหม ก็ต้องเรียกเอาเงินค่าคุ้มครอง ถ้าคุณเป็นบริษัทรับเหมาด้านก่อสร้างคุณไม่จ่ายเงินโจรคุณสร้างได้ไหม

คุณสร้างไม่ได้ ถ้าคุณจะสร้างคุณก็ต้องจ่ายเงินโจร ถ้าไม่จ่ายเงินโจรบริษัทคุณก็จะโดนปรับบริษัทคุณก็จะล้มละลาย ผมถึงบอกว่าวันนี้เขามองผิด เขาไปพัฒนาก่อน ก่อนที่จะไปทำ 1, 2 อย่างที่ผมบอก ไม่มีอะไรซับซ้อน

Q: สรุปได้หรือไม่ว่าจุดเริ่มต้นของความรุนแรงมาจากเหตุการณ์ปล้นปืน เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2547

A : ใช่ครับ ผมจะเล่าให้ฟัง สมัยเราปราบ ผกค. อยู่เป็น 10 ปี ยังไม่มีการเข้าไปปล้นปืนในหน่วยทหาร นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ปล้นไป 442 กระบอก นี่เป็นประวัติศาสตร์ ไม่เคยมี ผกค.เข้าไปปล้นค่ายทหาร ในค่ายทหารก็มีคนตาย 5 คน ตอนแรกกะจะให้ตายหมด ถือว่าหยามสุดๆ ถามว่าจะจบเมื่อไรสงครามครั้งนี้ คือ มันมีมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว

มันคงไม่จบหรอก แต่ว่าเราจะต้องให้มันเบาบางลง ไม่ใช่ให้มันก่อเหตุทุกวันแบบนี้ ถ้าทำตามที่ผมบอกก็จะแก้ปัญหาได้ และก็การเมืองนำการทหาร อย่างที่ผมบอกคุณพัฒนาคุณทุ่มเงินไปเท่าไรโจรมันก็แข็งแรง โจรมันมีเงินก็เป็นเงินรัฐบาล เงินประเทศไทย ผมถามว่าโจรวันนี้ผลิตกระสุน วัตถุระเบิดได้ไหม

ไม่ได้ต้องไปซื้อมาทั้งนั้น และซื้อมาจากไหน เพราะว่ายิงกันเป็นว่าเล่นเลย สมัยผมคุมทหารรบผมยังสั่งทหารเลยว่าอย่ายิ่งสะเปะสะปะ ผมยังห้ามเลยเพราะว่ามันเปลือง นี่มันยิงอย่างเหลือเฟือเลย มันเอาเงินจากที่ไหนมาซื้อ ก็เป็นเงินจากงบประมาณที่เอามาพัฒนานี่แหละ

Q : คำถามสุดท้ายในฐานะที่เป็นผู้ที่เคยเกี่ยวข้อง และคลุกคลีกับคนในพื้นที่มานาน คิดว่าในชั่วชีวิตนี้ จะเห็นสงครามภาคใต้สงบไหม...?

A : ถ้าจะให้ยุติเลยมันคงยาก แต่ให้เบาบางลงคงจะเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่ตายบาดเจ็บอย่างนี้ ถามว่าต้องเปลี่ยนรัฐบาลหรือเปล่า ถ้ามีนโยบายแบบนี้ก็ต้องเปลี่ยน คือตอนทักษิณเป็นนายกฯ เขา (หมายถึงพรรคประชาธิปัตย์) ก็ศึกษาภาคใต้ส่งคนไปดูแลภาคใต้ ศึกษามาหลายปี ซึ่งเขาตั้งโจทย์ผิดครับ คำตอบก็ผิด เขาไม่ดูว่าประวัติศาสตร์เป็นมาอย่างไร

ขณะที่เสียงจากประชาชน

"พี" อาสารักษาดินแดน คลุกคลีิอยู่ในพื้นที่มากว่า 40 ปี สะท้อนว่าผ่านไป 6 ปีหลังเหตุการณ์ปล้นปืน "คนในพื้นที่ต้องการอะไร"

"คนในพื้นที่ต้องการความสงบ ถามกลับไปว่ากองกำลังมากมายที่รัฐบาลทุ่มลงไปในภาคใต้เหล่านั้น ถ้า ณ วันนี้ไม่มีกองกำลังอยู่ในพื้นที่จะทำให้เหตุการณ์สงบลงหรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละมุมมอง ทางด้านรัฐบาลหรือด้านประชาชน แต่สำหรับประชาชนส่วนใหญ่ในภาคใต้ผมมองว่าสิ่งที่เรายังขาดก็คือ บางหมู่บ้านเขาบอกเลยว่าไม่ว่าจะเป็นพุทธหรือมุสลิมเขาสามารถทำให้เหตุการณ์สงบลงได้ในหมู่บ้านของเขา ซึ่งตอนนี้ก็เกิดขึ้นจริง เรื่องกองกำลังที่เข้ามาปั่นป่วนก็อีกเรื่องหนึ่ง"

"เหตุการณ์ฆ่ากันตายในภาคใต้ที่สื่อเสนอไป จริงๆ บางเรื่องน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า มันอาจจะถูกโยงเข้ามา เพราะว่าทัศนะส่วนตัวของสื่อ หรืออย่างเรื่องลอบวางระเบิดก็อาจจะเป็นเรื่องของกลุ่มคนที่เข้ามาหาประโยชน์ในประเทศ ซึ่งก็ระบุไม่ได้ อาจจะไม่ใช่เรืองแบ่งแยกดินแดนก็ได้"

"วันหนึ่งที่เราก้าวผ่านเหตุการณ์นั้นได้ คนไทยจะกลับมานั่งหัวเราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผมมั่นใจว่าต้องเกิดขึ้น แต่อาจจะเป็นเพราะความไม่เข้าใจของคนในชาติเองหรือระหว่างประชาชนกับรัฐบาล ถามว่าอีกกี่ปีนั้นก็ไม่สามารถระบุไม่ได้ แต่ผมคาดว่าจะไม่นาน"

"คนในกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้อยู่ใน 3 จังหวัดจะมองว่าไทยพุทธกับไทยมุสลิมอยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงคนไทยพุทธกับไทยมุสลิมช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี นี่คือความจริง ถามว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางหรือเปล่า ใน 60% น่าจะถูกทาง แต่ความเข้าใจที่ลึกซื้งกว่านั้นอาจจะยังไม่เข้าใจ กลุ่มคนที่เค้ามีความคิดอีกด้านหนึ่งรัฐบาลยังเข้ามาไม่ถึง ก็ต้องเข้าให้ถึง ต้องใช้ความพยายามต่อไป ตอนนี้อาจจะเข้าถึง อบต.

ผู้ใหญ่บ้าน แต่อีกกลุ่มหนึ่งที่เขาไม่ได้อยู่ในกลุ่มไหนเลย แต่เขาก็มีความคิด แต่เขาไม่มีปากมีเสียง ตัวอย่างเช่นคนท่ีเขาไปช่วยงานในมัสยิดก็จะมีหน้ามีตา แต่กลุ่มคนที่กวาดบ้านล้างจานอยู่ในพื้นที่ก็ไม่มีหน้ามีตา แต่ขาก็มีความคิดที่จะเสนอแต่ว่าไม่รู้จะไปเสนอใคร"

สำหรับความต้องการของคนในพื้นที่นั้น "พี" มองว่าเรื่องงบประมาณก็มีพอสมควรแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับคนที่ทำหน้าที่ของคนจัดสรรงบประมาณว่าจะให้หมู่บ้านใดก่อน อย่างถนนไร้ฝุุ่น บางพื้นที่ไม่ต้องการถนนไร้ฝุ่นแต่อาจจะต้องการน้ำประปาก่อนก็ได้ นี่คือสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลต้องทำการบ้านให้มากกว่านี้ 100%.

thairath.

โจรใต้ยิงเผาซ้ำอดีตผญบ.ดับ1ราย

5 มค. 2553 01:10 น.

พ.ต.ท.เฉลิมชัย บุญศิริ สารวัตรเวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุไฟไหม้และยิงกันที่บริเวณบ้านยือลอ หมู่ 3 ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ สารวัตรกองวิทยาการพิสูจน์หลักฐาน นาวาตรีวีระเชษรฐ์ ขยันทำ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาสที่ 32 นำกำลังกว่า 100 นาย

เข้าไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณโรงจอดรถหน้าบ้านพักเลขที่ 117/1 หมู่ 3 ต.บาเระเหนือ ซึ่งเป็นบ้านของนายกอเซ็ง มาลอ อายุ 50 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ไฟกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็วจึงได้ประสานไปยังรถดับเพลิงของ อบต.บาเระเหนือ เข้าสกัดไฟไว้ได้ทันก่อนที่จะลุกลามถึงบ้านพัก หลังไฟสงบพบรถยนต์โตโยต้า วีโก้ สีบรอนเงิน หมายเลขทะเบียน บจ-6607 นราธิวาส ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งคันจนไม่สามารถใช้งานได้

ห่างกันประมาณ 3 เมตรตรงหน้าบันไดบ้านเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนอาก้าและ M.16 ตกกระจายเกลื่อนกว่า 10 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียชีวิตญาติได้นำส่ง รพ.บาเจาะ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปถึงเจ้าหน้าที่จึงได้ตามไปตรวจสอบทราบชื่อคือนายนายกอเซ็ง มาลอ เจ้าของบ้านกระสุนเข้าตามลำตัวหลายนัดเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายประมาณ 4-5 คนพร้อมอาวุธสงครามครบมือลอบซุ้มอยู่ในสวนหน้าบ้านและคนร้าย 1 คนได้มุดรั้วเข้าไปโรงจอดรถหน้าบ้านพร้อมกับจุดไฟเผาที่ลอหลังรถยนต์ด้านซ้ายมือทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วทำให้นายกอเซ็งผู้ตาย กำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านพักกับครอบครัวได้วิ่งลงมาดู พร้อมกับตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน

และคนร้ายซึ่งซุ้มอยู่ในที่มืดสวนหน้าบ้านได้ใช้อาวุธสงครามยิงใส่นายกอเซ็งทันทีเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบ 6 ปีที่คนร้ายปล้นปืนค่ายปิเหล็งอ.เจาะไอร้องและวันครบครอบวันสถาปนาขบวนการพูโลด้วย

nationchannel.

จับมือระเบิดป่วนใต้หลังหนีกบดานมาเลย์

4 มค. 2553 20:44 น.

พ.ต.อ.ดุสิต จุลเสน ผกก.สภ.จะนะและพ.ต.ท.พหล เกตุแก้ว ผบ.ฉก.ตชด.ที่ 43 ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน สภ.จะนะและฉก.ตชด.ที่ 43 ทำการสอบสวน นายอัซมะ แหเหล๊ะ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 บ้านท่าคลอง หมู่ที่ 4 ต.ป่าชิง อ.จะนะ จ.สงขลา ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคง 4 คดี

โดยเคยก่อเหตุสังหาร ตชด.ที่สามแยกสลุต ถนนสายจะนะ-นาทวี ตชด.เสียชีวิต 3 ศพ ระเบิดสะพานรถไฟบ้านท่าแมงลัก ต.บ้านนา อ.จะนะ ตชด.เสียชีวิต 4 ศพ ระเบิดร้านน้ำชาตลาดลำไพล ชาวบ้านเสียชีวิต 4 ศพ และ ระเบิดที่รั้วหน้าที่ว่าการอำเภอจะนะ ชาวบ้านบาดเจ็บ 1 คน เหตุเกิดเมื่อปี 2547 และ 2548 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่า นายอัซมะ แหเหล๊ะ ผู้ต้องหาสำคัญรายนี้ ซึ่งรับผิดชอบในการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา หลังจากที่ก่อเหตุสำคัญๆในพื้นที่ทุกครั้งก็จะหลบหนีออกไปกบดานในประเทศมาเลเซีย และจะกลับเข้ามาก่อเหตุใหม่

โดยได้ทำการก่อเหตุในปี 2547 และ 2548 ในพื้นที่อำเภอจะนะ และต.ลำไพล อ.เทพา มีผู้เสียชีวิต 11 ศพ เป็น ตชด.และชาวบ้าน หลังจากนั้นได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้มีการเข้มงวดในการเข้า-ออกประเทศมาเลเซีย ก็ได้เข้าไปทำงานอยู่ในประเทศมาเลเซีย

และในช่วงปีใหม่ได้เดินทางเพื่อกลับเข้ามาเยี่ยมบ้าน และครอบครัวที่อำเภอจะนะ โดยออกมาทางด่านตรวจเกาะสวาท ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และถูกจับกุมโดยชุด ฉก.นราธิวาส 36

เนื่องจากมีชื่ออยู่ในแบล๊คลิสต์ของทางราชการ นำส่งมอบให้ศูนย์เสริมสร้างสมานฉันท์ ค่ายอิงคยุทธ จ.ปัตตานี หลังจากนั้นได้มีการประสานให้ทาง ฉก.ตชด. 43 โดย พ.ต.ท.พหล เกตุแก้ว ผบ.ฉก.ตชด.ที่ 43 ได้มอบหมายให้ ร.ต.ท.พัฒนศักดิ์ ชัยชนะ หน.ขว.ฉก.ตชด.ที่ 43 และคณะเดินทางไปรับตัว นายอัซมะ แหเหล๊ะ มาทำการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายในพื้นที่เกิดเหตุตามหมายจับของศาลทั้ง 4 คดี

nationchannel.

คุมเข้ม อ.เบตง วันสถาปนาธรรมนูญ PULO

4 มค. 2553 12:34 น.

บรรยากาศในวันเปิดโรงเรียนวันแรกของปีในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และกลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชน ทั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ( ชรบ . ) อาสาสมัครรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (อรบ.) ได้สนธิกำลังตรวจเข้มถนนสายหลัก และสายรอง รวมทั้งบริเวณโรงเรียนโดยรอบโดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ล่อแหลมอย่างเข้มงวด

ภายหลังจากหน่วยข่าวความมั่นคงได้มีการแจ้งเตือนว่าขณะนี้กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอประกอบด้วย อ.จะนะ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย และ อ.นาทวี ในจังหวัดสงขลาได้มีการประชุมวางแผนนัดแนะที่จะลอบก่อเหตุในช่วงเดือนมกราคมซึ่งอยู่ในห้วงวันก่อตั้งขบวนการ

และวันสถาปนาธรรมนูญ ปี 2511 ของขบวนการ PULO เก่า โดยกลุ่มก่อความไม่สงบมีแผนที่จะทำการลอบวางระเบิด ซุ่มยิง และก่อเหตุลอบวางเพลิงเพื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ในห้วงเดือนมกราคมนี้

นายดลเดช พัฒนรัฐ นายอำเภอเบตง กล่าวว่า ได้มีคำสั่งให้หน่วยกำลัง 3 ฝ่าย ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สนธิกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่เป้าหมายอย่างเข้มงวดของอำเภอ และได้กำชับให้มีการเน้นการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตรวจค้นบุคคลต้องสงสัย ตามเส้นทางทั้งสายหลักและสายรอง

รวมทั้งจัดชุดเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ออกลาดตระเวนและให้ความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการป้องกันและเฝ้าระวังกลุ่มก่อความไม่สงบเตรียมที่พยายามจะก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในช่วงนี้

nationchannel.

โจรใต้ป่วนหลายจุดวันครบ 6 ปีเหตุปล้นปืนคลังแสง ชาวบ้านเจ็บ 2 คน

4 มกราคม 2553 11:47 น.

กลุ่มก่อความไม่สงบตอบโต้เจ้าหน้าที่ ใช้ช่วงวันครบรอบ 6 ปี เหตุปล้นปืนคลังแสง กองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ก่อเหตุระเบิดชาวบ้านโดนลูกหลงบาดเจ็บ 2 คน

กำลังตำรวจ ทหาร ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดนราธิวาส เข้าตรวจสอบบนถนนสายเจาะไอร้อง-ไอร์ปาแย ช่วงบ้านเจาะไอร้อง หมู่ 1 ต.จวบ หลังกลุ่มก่อความไม่สงบลอบวางระเบิด พบหลุมระเบิดลึก 60 เซนติเมตร กว้าง 150 เซนติเมตร ซากระเบิดแสวงเครื่องบรรจุไว้ในถังดับเพลิงหนัก 20 กิโลกรัม

จุดชนวนด้วยแบตเตอรีต่อด้วยสายไฟ ลากเข้าไปในสวนยางพาราประมาณ 150 เมตร และพบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 และอาก้ากว่า 30 ปลอก คาดกลุ่มก่อความไม่สงบมีเป้าหมายโจมตีทหารที่ขับรถหุ้มเกราะลาดตระเวน โชคดีทหารทั้ง 4 นายปลอดภัย

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ในพื้นที่ อ.ตากใบ ขณะทหารขี่รถจักรยานยนต์ออกจากฐาน กลุ่มก่อความไม่สงบจุดชนวนระเบิดจากโทรศัพท์มือถือ ทำให้ชาวบ้านถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน และจุดสุดท้ายเผาหอพักนักเรียน โรงเรียนร่มเกล้า ซึ่งตั้งอยู่บ้านปูเก๊ะปาลัส นราธิวาส ทำให้เรือนนอน และเครื่องนอนเสียหาย 4 ชุด

manager.

ระเบิด2จุด ที่นราธิวาสจนท.ปลอดภัย

วันที่ 4 มกราคม 2553 11:06

ชุดลาดตระเวนที่ออกตรวจสอบเส้นทาง ก่อนกราดยิงซ้ำรถเสียหาย เจ้าหน้าที่ปลอดภัย ส่วนที่ตากใบ ชาวบ้านเจ็บเล็กน้อย 2 ราย

นราธิวาส - เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.เกิดเหตุการณ์ระบิด 2 จุด ใน 2 อำเภอ แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่กล้าเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เนื่องจากคนร้ายดักซุ่มโจมตี จนกระทั่งเวลา 07.30 น. วันที่ 4 ม.ค. พ.ต.ท.เลียบ พรหมจันทร์ รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวนตำรวจภูธร จ.นราธิวาส พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส

พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 ร.ต.ท.ชัชวาลย์ ผูกพัน พนักงานสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งเดินทางไปตรวจสอบเหตุระเบิดบนถนนสายเจาะไอร้อง-ไอร์ปาแย ช่วงบริเวณบ้านเจาะไอร้อง ม.1 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง

เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดลึก 60 ซ.ม.กว้าง 150 ซ.ม. และมีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่อง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 20 ก.ก.จุดชนวนด้วนแบตเตอรี่ที่คนร้ายลากสายไฟไปจุดชนวนในสวนยางพาราประมาณ 150 เมตร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง

ซึ่งคนร้ายได้จุดชนวนเพื่อสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุด ร้อย ร.15134 ฉก.นราธิวาส 31 ที่นั่งรถยนต์วีว่าหุ้มเกราะ เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายแต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืน เอ็ม.16และอาก้า ของคนร้ายตกอยู่บริเวณชายป่าสวนยางพารา จำนวนกว่า 30 ปลอก จากการสอบสวน จ.ส.อ.ลอย ธรรมสาระ อายุ 45 ปี หัวหน้าชุด ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกำลัง รวม 4 นาย

นั่งรถยนต์วีว่าหุ้มเกราะออกจากฐาน เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางพื้นที่รับผิดชอบ ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายแฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางพารา ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง ที่ลอบนำไปฝังไว้กลางถนน และได้เกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์วีว่าขับผ่าน แล้วคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม.16และอาก้ายิงถล่มซ้ำ จนทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายแต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ส่วนเหตุการณ์ที่2 เกิดในพื้นที่ อ.ตากใบ ขณะที่ ส.อ.ประสาน นิลประดับ หัวหน้าชุด ร้อย ร.1531 ฉก.นราธิวาส 36 ได้นำกำลัง รวม 4 นาย ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียนบ้านบางขุนทอง ม.1 ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ

เพื่อออกลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง โดยเมื่ออกจากฐานได้ 200 เมตร มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก. ที่ลอบนำไปวางไว้ในพงหญ้ารกทึบริมทาง และได้เกิดระเบิดขึ้นในจังหวะที่ชาวบ้าน จำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา ทำให้ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน

ส่วนเจ้าหน้าที่ปลอดภัย หลังเกิดเหตุ ส.อ.ประสาน หัวหน้าชุด จึงได้รีบนำตัวชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาโรงพยาบาลตากใบเป็นการเร่งด่วน ก่อนที่จะแจ้งพนักงานสอบสวนและผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุดังกล่าว

bangkokbiznews.

ลอบบึ้ม! ป่วนใต้ ทหารพรานรอดหวุดหวิด

3 มกราคม 2553 19:34 น.

ปัตตานี – เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน ขณะขับขี่รถยนต์เพื่อดูแลเส้นทาง สาย 43 ปัตตานี – หาดใหญ่ โชดดีไม่มีผู้ได้ได้รับบาดเจ็บ

วันนี้ (3 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เทพา จ.สงขลา ได้รีบแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสาย 43 ปัตตานี - หาดใหญ่ เหตุเกิดบริเวณหมู่ 7 บ.ควนตีหมุน ต.ปากบาง อ.เทพา หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังตำรวจ ทหาร เข้าไปที่เกิดเหตุ

ไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณจุดยูเทรินซึ่งเป็นดินแดง มีหลุมระเบิดกว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร และมีชิ้นส่วนถังเคมีดับเพลิง ชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือและสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ และมีรถยนต์ของชาวบ้านที่สัญจรไปมาถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรู 1 คัน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สอบสวนทราบว่า ช่วงเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนัก และขณะที่รถยนต์กระบะของทหารพราน สังกัดกรมทหารพรานที่ 42 ร้อย 4213 จำนวน 4 นายกำลังตรวจเส้นทางพื้นที่รับผิดชอบ ปรากฏว่า

เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุและกำลังจะเลี้ยวรถที่จุดยูเทริน และเมื่อขับรถออกไปได้เพียง 3 เมตร ได้มีคนร้ายได้กดชนวนระเบิดชนวนเครื่องน้ำหนัก 15 กิโลกรัมที่ฝังไว้ใต้พื้นถนน

แรงระเบิดทำให้เกิดหลุมกว้างและเสียงดังสนั่น โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย และเมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นชายวัยรุ่น จำนวน 5 คน จึงได้นำตัวไปตรวจสอบร่องรอยดินระเบิดและทำประวัติตรวจสอบข้อมูลด้านความมั่นคงต่อไป อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เชื่อคนร้ายหมายจะสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพรานเพื่อสร้างสถานการณ์

manager.

บึ้มยะลาบาดเจ็บ5-เผาร.ร. สถานีอนามัยปัตตานี

วันที่ 2 มกราคม 2553 15:43

คนร้ายกดระเบิดดักทหารบาดเจ็บ2 ชาวบ้านอีก 3คนบาดเจ็บ ส่วนที่ปัตตานี เผาโรงเรียน-สถานีอนามัยเสียหาย

เวลา 10.25 น. ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยสันติสุข 551 ฉก.ยะลา 15 เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ปากทางเข้าโรงเรียนบ้านบันนังกูแว หมู่ 4 บ.บันนังกูแว ต.บันนังสตา ยะลา มีเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนได้รับบาดเจ็บรวม 6 ราย

จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

มาถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะนิสสัน สีดำ ทะเบียน 3ฝ 1626 กรุงเทพมหานคร ของถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ตัวถังรถเสียหาย ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบันนังสตา

ทราบชื่อคือ ร.ต.โพธิ์เงิน น้อยเจริญ หัวหน้าชุดสันติสุข 551 ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่คิ้วซ้าย ส.อ.หะมิตร ทองติ่ง จ.ส.อ.การุณ ศรีสุข ทั้งสองถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

นอกจากนั้น มีชาวบ้านบาดเจ็บอีก 3 คน คือ นางฮาบีน๊ะ มันเล๊าะ อายุ 33 ปี นายหะ ดอรอนิง อายุ 62 ปี และนายมะเซ็ง อาแว อายุ 79 ปี ทั้งสามถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เช่นกัน ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบเศษถังแก๊สแบบปิคนิกสีส้ม

ที่คนร้ายใช้บรรจุระเบิด พร้อมเศษสะเก็ดระเบิดเป็นเหล็กเส้นตัดขนาด 1 เซ็นติเมตร กระจายอยู่ทั่ว และเครื่องวิทยุสื่อสารยี่ห้อเคนวูด( KENWOOD ) ที่ผลิตจากประเทศจีน ตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นเชื่อเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ที่บรรจุในถังแก๊ส จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร

จากการสอบสวนทราบว่าในขณะที่ ร.ต.โพธิ์เงิน น้อยเจริญ หัวหน้าชุดสันติสุข 551 นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารรวม 10 นาย โดยสารด้วยรถยนต์กระบะ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 3 คัน เดินทางออกจากฐานปฎิบัติการ ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียนบ้านบันนังกูแว

เพื่อไปปฎิบัติภารกิจงานมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่ เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายซึ่งนำระเบิดมาซุกเอาไว้ริมถนน ได้จุดชนวนขึ้นทันที ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อเป็นฝีมือของกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในพื้นที่

ส่วนที่ปัตตานี เมื่อคืนวาน(1 ม.ค.) คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางเพลิงโรงเรียนบ้านปายอ เสียหายทั้งหลังและสถานีอนามัยกะดุนง ชั้นล่างถูกไฟไหม้เสียหาย เหตุเกิดหมู่ที่ 8 บ้านปายอ ต.กะดุนง อ.สายบุรี ปัตตานี โดยโรงเรียนบ้านปายอ เป็นอาคาร 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ต้นเพลิงเป็นชั้นล่างที่ห้องเรียนชั้นอนุบาล 1 ถึง 6 เพลิงเผาห้องเรียนเสียหายทั้งหลัง

ส่วนอาคารสถานีอนามัยกะดุนง ตั้งอยู่ห่างจากจุดที่คนร้ายเผาอาคารเรียน 1 กิโลเมตร อาคารชั้นล่างสถานีอนามัยถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด นอกจากนั้นกลุ่มคนร้ายได้วางวัตถุต้องสงสัยเป็นท่อพีวีซีมีสายไฟวางไว้หน้าสถานีอนามัยเจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงทำลาย เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ที่ต้องการสร้างสถานการณ์

หลังจากเจ้าที่ทุกฝ่ายได้เพิ่มมาตรการในการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงปีใหม่ และบริเวณพื้นที่เกิดเหตุได้มีบ้านเรือนประชาชนอาศัยอยู่ล้อมรอบ แต่คนร้ายก็ก่อเหตุลงมือ

bangkokbiznews.

คนร้ายกดระเบิดหวังสังหาร จนท. เจ็บ 2 นาย ชาวบ้านโดนลูกหลงเจ็บอีก 3

2 มกราคม 2553 13:51 น.

ยะลา - กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ทหาร ชุดพัฒนาสันติ ฉก.15 บันนังสตา ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และชาวบ้านโดนลูกหลง เจ็บอีก 3 คน ที่บริเวณสามแยกบ้านบันนังกูแว ริมถนนสาย 410 ยะลา – เบตง อ.บันนังสตา

วันนี้ (2 ม.ค.) พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.15 อ.บันนังสตา ว่าเกิดเหตุระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ทหาร ชุดพัฒนาสันติ ฉก.15 อ.บันนังสตา

เหตุเกิดบริเวณสามแยกบ้านบันนังกูแว ริมถนนสาย 410 ยะลา – เบตง หมู่ที่ 4 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ท.นิติ ติณสูลานนท์ ผบ.ฉก.15อ.บันนังสตา จ.อ.ปรเมศร์ จันทร์แสง ปลัดป้องกันอำเภอบันนังสตา กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ชุดศรศึก - ศรชัย (EOD-ARMY) ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดยะลา และ กำลังฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์ปิกอัพยี่ห้อนิสสัน สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ได้รับความเสียหายถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูพรุน ห่างกันเล็กน้อย พบเศษสะเก็ดระเบิด และเศษวงจรไฟฟ้าตกอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดยะลา จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อนทหารนำตัวส่งโรงพยาบาลบันนังสตา ทราบชื่อ มี ร.ต.โพธิ์เงิน น้อยเจริญ อายุ 51 ปี หน.ชุดพัฒนาสันติ. 2.ส.อ.หะมิตร์ ทองติ่ง อายุ 43 ส่วนชาวบ้านทราบชื่อ คือ นางสาปีน๊ะ มะเล๊าะ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ที่ 3 ต.บันนังสตา นายหะ ดอรอมิง อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 255 หมู่ที่ 4 ต.บันนังสตา และ นายมะเซ็ง อา แว อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 4 ต.บันนังสตา

จากการสอบสวนทราบว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารชุดพัฒนาสันติ ร้อย ร.5551 ฉก.15 บันนังสตา จำนวน 8 นาย โดยสารรถปิกอัพคันดังกล่าว ขับออกมาออกจากฐานปฏิบัติการในหมู่บ้านบันนังกูแว หมู่ที่ 4 ต.บันนังสตา จ.ยะลา เพื่อเดินทางไปหาซื้อเสบียงที่ตลาดบันนังสตา

เมื่อขับมาถึงบริเวณสามแยก ได้เกิดระเบิดดังขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว สะเก็ดระเบิด เศษเหล็กปลิว เต็มไปทั่วบริเวณ เป็นเหตุให้รถปิกอัพเสียหาย เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 นาย และ ชาวบ้าน 3 คนดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.บันนังสตา ได้นำระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 15 กก. หวังดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ทำให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บไปด้วย

manager.

โจรใต้ยิงชาวบ้านยะลากลางดึกตาย2

01 มกราคม 2553 09:52:01

กลุ่มโจรใต้ ป่วนไม่เลิก ยิงทิ้ง 2 ชาวบ้าน ใน อ.รามัน จ.ยะลา กลางดึก ขณะ ขี่ จยย. บนถนนสาย ยะลา-โกตาบารู

สถานการณ์ความไม่สงบใน จ.ยะลา ช่วงตั้งแต่เมือคืนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชาวบ้าน ในพื้นที่ ต.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา เสียชีวิตจำนวน 2 ราย รายแรกทราบชื่อคือ นายมาหะมะ กี มายาวี อายุ 36 ปี และ

นายมะกอซี ซาและ อายุ 34 ปี ทั้งคู่เป็นราษฎรในพื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 5 ต.โกตาบารู อ.รามัน เหตุเกิดขณะที่ทั้ง 2 คน ขี่ รถ จยย. บนถนนสายยะลา-โกตาบารู พื้นที่ ต.โกตาบารู

ล่าสุด เมื่อเ ช้ามืดวันนี้ ก็ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ ที่บ้านเลขที่ 66/1 ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ซึ่งเป็นบ้านของ นางสาเมาะ สาแบบือแน ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

innnews.

ป่วนส่งท้ายปีซุ่มโจมตีทหารพรานดับ 2 ที่ศรีสาคร บึ้ม 2 จุดที่ยะลาไร้คนเจ็บ

Written by Administrator

Friday, 01 January 2010 01:15

แวดาโอ๊ะ หะไร

อะหมัด รามันห์สิริวงศ์

โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

ใต้ยังเดือดวันส่งท้ายปี 2552 คนร้ายดักซุ่มโจมตีทหารพรานที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ขณะออกปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยชุมชน เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่พลีชีพ 2 นาย แถมถูกชิงอาวุธปืนประจำกาย 2 กระบอก ส่วนที่ชานเมืองยะลาเกิดระเบิด 2 จุด โชคดีไร้คนเจ็บ

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันส่งท้ายปี 2552 ยังคงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 16.30 น. ขณะที่ อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) อรุณ สังข์ทอง อายุ 29 ปี ผู้บังคับหมู่ลาดตระเวน กองร้อยทหารพราน (ร้อย ทพ.)

ที่ 4603 กรมทหารพรานที่ 46 ชุดช่วยราชการ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส นำกำลังจำนวน 6 นาย ใช้รถจักรยานยนต์ 3 คันเป็นพาหนะ ขับออกจากฐานปฏิบัติการที่บ้านไอร์กาเด หมู่ 4 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร เพื่อออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อยู่นั้น ปรากฏว่าเมื่อถึงย่านชุมชนบ้านไอร์กาเด ห่างจากฐานปฏิบัติการประมาณ 300 เมตร

ได้ถูกคนร้ายคาดว่าจะมีประมาณ 2-4 คนซึ่งดักซุ่มรออยู่ กราดยิงด้วยอาวุธปืนอาก้า กระสุนถูก อส.ทพ.อรุณ และ อส.ทพ. มารอซี ดองอย อายุ 24 ปี ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์ปิดท้ายขบวนเสียชีวิตทั้ง 2 นาย ก่อนหลบหนีคนร้ายยังได้ชิงอาวุธปืนเอชเค.ประจำกายของทหารพรานทั้งคู่ไปด้วย ส่วนทหารพรานที่เหลืออีก 4 นายปลอดภัย

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (ผบก.ภ.จว.นราธิวาส) พร้อมด้วย พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 46

และ พ.ต.ไกรพินิช วาเล็กบุตร รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 37 ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และนำศพทหารพรานทั้งสองนายส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลศรีสาคร ก่อนจะนำไปประกอบพิธีทางศาสนา พร้อมระดมกำลังกันออกติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายเพื่อนำอาวุธปืนคืนมาให้ได้

บึ้ม 2 จุดที่ยะลาโชคดีไร้คนเจ็บ

ส่วนที่ จ.ยะลา เมื่อเวลาประมาณ 20.15 น. เกิดเหตุระเบิดบริเวณเสาไฟฟ้าริมถนนสายยะลา-บ้านเนียง ท้องที่หมู่ 1 ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา แรงระเบิดทำให้เสาไฟฟ้าเอียง แต่โชคดีที่ไฟฟ้าไม่ดับ และไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. คนร้ายลอบวางระเบิดไว้ในท่อระบายน้ำบริเวณเกาะกลางถนนเพื่อดักทำร้ายคณะทหารพราน สังกัดกรมทหารพรานที่ 41 ขณะขับรถผ่านถนนสายยะลา-วังพญา ท้องที่บ้านปรามะ หมู่ 13 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายมุ่งสร้างสถานการณ์ก่อกวนในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

isranews.

วางบึ้มป่วนเมืองนราธิวาส ส่งท้ายปีเก่า ตำรวจเร่งล่า

31 ธค. 2552 22:52 น.

เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 31 ธ.ค.52 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณ 4 แยกถนน ณ นคร เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส นายนิพน ธ์ นราพิทักกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส

พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนำกำลังเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงระเบิดที่ทำให้เกิดเสียงดังเท่านั้น แต่ไม่มีสะเก็ดระเบิดแต่อย่างใดและไม่มีใครได้รับอันตรายจากเหตุระเบิดดังกล่าว

จากการสอบสวนชาวบ้าน ทราบว่า ได้มีคนร้ายจำนวน 4 คนใช้รถ จยย.จำนวน 2 คัน ขับผ่านบริเวณ 4 แยกถนน ณ นคร เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส พร้อมกับโยนระเบิดลงบนพื้นถนนทันทีแล้วหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งทางวิทยุเพื่อสกัดทันที แต่ไม่พบ อย่างไรก็ดี จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านหลายครอบครัวที่กำลังจัดเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ต่างหมดสนุกสนุกทันที

ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงาชาวบ้านต่างวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนไม่กล้าจัดงานปีใหม่เนื่องจากกลัวคนร้ายจะลอบเข้ามาก่อเหตุป่วนเมือง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างเข้มงวดในทุกจุดเพื่อป้องกันเหตุร้ายด้วยเช่นกัน

nationchannel.

ยะลา บึ้ม!เสาไฟฟ้ารับเคาท์ดาวน์ โชคดีไม่รุนแรง

31 ธค. 2552 22:09 น.

เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 31 ธ.ค.52 ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เกิดเหตุระเบิดบริเวณเสาไฟฟ้าแรงต่ำ ริมถนนสายยะลา-บ้านเนียง ม.1 ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา โดยแรงระเบิดทำให้เสาไฟฟ้าตะแคง ได้รับความเสียหาย แต่ไฟฟ้าไม่ดับ

และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่า เป็นระเบิดชนิดใด เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายมุ่งสร้างสถานการณ์ก่อกวนในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

nationchannel.

โจรใต้ซุ่มยิงทหารพรานดับ 2 นาย-ฉกปืน เอส.เค.

31 ธันวาคม 2552 20:48 น.

นราธิวาส – คนร้ายก่อเหตุซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่กำลังออกจากฐานเพื่อลาดตระเวนความปลอดภัยให้กับพี่น้องในคืนส่งท้ายปี อ.ศรีสาคร จำนวน 6 นาย โดยเสียชีวิต 2 นาย พร้อมกับฉกปืน เอส.เค.ประจำกายไปอีก 2 กระบอก

วันนี้ (31 ธ.ค.) เมื่อเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรศรีสาคร จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายซุ่มยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) ในพื้นที่บ้านไอรืกาเด ม.4 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส

โดยเหตุเกิดขึ้นขณะที่ อส.ทพ. อรุณ สังข์ทอง อายุ 29 ปี ผบ.หมู่ลาดตระเวน ร้อย ทพ. 4603 กรมทหารพรานที่ 46 ชุดช่วยราชการ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส

นำกำลัง 6 นาย ใช้รถจักรยานยนต์ 3 คัน เป็นพาหนะออกจากฐานปฏิบัติการที่บ้านไอร์กาเด หมู่ 4 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร เพื่อออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยแก่ชาวบ้าน โดยเจ้าหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะขับขี่รถตามหลังกันมาเป็นขบวน

แต่เมื่อมาถึงบริเวณกลางย่านชุมชนบ้านไอร์กาเด ห่างจากฐานปฏิบัติการ 300 เมตร ถูกคนร้าย 2- 4 คน ที่ดักรออยู่ในหมู่บ้านใช้อาวุธปืนอาก้ากราดยิง ทำให้กระสุนถูก อส.ทพ.อรุณ สังข์ทอง และ อส.ทพ. มารอซี ดองอย อายุ 24 ปี

ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์ปิดท้ายขบวน เสียชีวิตทันที 2 นาย และก่อนหลบหนีคนร้ายยังได้ยึดปืนเอส.เค. อาวุธประจำกายของ อส.ทพ.อรุณ และ อส.ทพ.มารอซี พาหลบหนีไปด้วย 2 กระบอก ส่วนเจ้าหน้าที่ อส.ทพ.ที่เหลืออีก 4 นายปลอดภัย หลังเกิดเหตุ พ.ท.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.กรมทหารพรานที่ 46 สั่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกติดตามไล่ล่าคนร้ายในพื้นที่ใกล้เคียง

manager.

โจรใต้บึ้มรถยนต์ทหารพราน-ไร้คนเจ็บ

31 ธันวาคม 2552 18:38 น.

ยะลา – กลุ่มคนร้ายนำวัตถุระเบิดบรรจุใส่ในกล่องเหล็ก น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม วางไว้ในท่อระบายน้ำบริเวณเกาะกลางถนน หมายสังหารรถยนต์ทหารพรานที่ขับขี่ไปปฏิบัติงาน แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

วันนี้ (31 ธ.ค.) เวลา 13.00 น. พ.ต.ท.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย รอง ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหารพรานว่ามีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ทหารพราน

กรมทหารพรานที่ 41 วังพญา เหตุเกิดริมถนนสายยะลา - วังพญา บ้านปรามะ หมู่ที่ 13 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังบริเวณจุดที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ท.ยุทธนาม เพชรม่วง ผบ.ฉก.11 อ.เมืองยะลา

กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ชุดศรศึก-ศรชัย (EOD-ARMY) ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดยะลา และ ฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างระมัดระวังเกรงเป็นกลลวงของฝ่ายตรงกันข้าม

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณเกาะกลางถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลุมระเบิดกว้าง 50 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร มีเศษดินกระจัดกระจาย เศษสะเก็ดระเบิด และ ชิ้นส่วนวิทยุสื่อสาร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 นำโดย พ.ต.เสรี บัวจุน หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารรวม 7 นาย

ขับรถยนต์กระบะออกจากฐานปฏิบัติการกรมทหารพรานที่ 41 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ อ.เมืองยะลา เมื่อขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายซึ่งได้นำระเบิดมาซุกซ่อนไว้ก่อนหน้านี้ ได้จุดชนวนระเบิดขึ้น แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และรถยนต์ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายได้นำวัตถุระเบิดบรรจุใส่ในกล่องเหล็ก น้ำหนัก ประมาณ 2 กิโลกรัม แล้วนำมาวางไว้ในท่อระบายน้ำตรงบริเวณเกาะกลางถนน เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารพราน ขับรถยนต์กระบะผ่านมาก็ได้กดระเบิดทันที เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อเป็นการกระทำของกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

manager.

โจรใต้กดบึ้มรถยนต์ อส.ปัตตานี ตาย 2 เจ็บ 3

30 ธค. 2552 12:57 น.

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 30 ธค. พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายเก่า ริมทะเลสาย อ.ปะนาเระ - อ.สายบุรี ม.1 บ้านบางมะรวด ต.บ้านกลาง ปากทางเข้าหาดราชรักษ์ จึงรีบนำกำลังตำรวจ หทาร และฝ่ายปกครอง

ไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. พ.ต.อ.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบก. นายพิศาล ทองเลิศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ นายอำเภอมายอ พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและชุดวิทยาการ

ไปถึงพบซากรถยนต์กระบะของกรมการปกครอง ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว ถูกแรงระเบิดอยู่ในสภาพตะแคงซ้ายหักกลางและพังยับเยินทั้งคัน ข้างรถพบศพถูกทับ ทราบชื่อ อส.โทอนุวัฒน์ เต็มรัตน์ อายุ 32 ปี ห่างกันประมาณ 5 เมตรพบศพ หมู่ใหญ่เอม ยอดศรี อายุ 54 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ปะนาเระ อีก 3 นาย

ประกอบด้วย หมู่โทอับดุลรอเซะ เจ๊ะแว อายุ 52 ปี อส.โทองอาจ อินทกาญ อายุ 32 ปี และ อส.โทสมพร จันทรสุวรรณ อายุ 31 ปี ทั้ง 3 นาย ถูกแรงระเบิดอาการสาหัส แพทย์ต้องส่งต่อไป รพ.ปะนาเระ และส่งต่อโรงพยาบาลปัตตานี

ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดลึก 1.5 เมตร กว้าง 2 เมตร มีชิ้นส่วนรถยนต์ รองเท้า และชิ้นส่วนศพ และสเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ขณะที่ อส.โทอนุวัฒน์ กำลังขับรถยนต์คันเกิดเหตุ เพื่อนำขบวนรักษาความปลอดภัยครู เพื่อไปส่งที่โรงเรียนบ้านเตราะหัก โรงเรียนบ้านน้ำบ่อ

และโรงเรียนบ้านท่าซู เมื่อถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้กดชนวนระเบิดด้วยรีโมทคอนโทรล น้ำหนัก 15 กิโลกรัม แรงระเบิดทำให้เกิดเสียงดังสนั่น แรงระเบิดทำให้รถลอยขึ้นกระแทกกับพื้นถนน ส่วน อส.ที่นั่งมากับรถกระเด็นไปคนละทิศละทางตกลงพื้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

nationchannel.

คนร้ายควบ จยย.ประกบยิงกำนันกอลำดับ ชาวบ้านโดนลูกหลงสาหัส 2 ที่ยะรัง

30 ธันวาคม 2552 19:46 น.

ปัตตานี – เกิดเหตุคนร้าย 2 คนขับรถจักรยานยนต์ประกบยิงกำนัน ต.กอลำ อ.ยะรังเสียชีวิตคาที่ บริเวณตลาดสดบาซาเอ และมีประชาชนโดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย เจ้าหน้าที่คาดเรื่องการเมืองท้องถิ่นและสร้างสถานการณ์ไฟใต้

เมื่อเวลา 16.30 น.วันนี้(30 ธ.ค.) พ.ต.ท.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ รอง ผบก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งมีเหตุยิงกันบริเวณตลาดสดบาซาเอ บนถนนสายปัตตานี – ยะลา ม.3 ต.ปิตูมุดี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

ไปถึงที่เกิดเหตุพบรถยนต์กะบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ ทะเบียน กข 8534 ยะลา อยู่ในสภาพเสียหลักชนเสาไฟฟ้าข้างทาง สภาพรถมีรูกระสุนพรุนทั้งคัน ภายในรถพบผู้เสียชีวิตอยูที่นั่งคนขับ ทราบชื่อคือ นายอับดุลกอเดร์ บือแน อายุ 45 ปี กำนัน ต.กอลำ อ.ยะรัง สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืน อาก้า เข้าที่บริเวณศีรษะและลำตัวจำนวนหลายนัด

นอกจากนี้ยังมีประชาชนถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยะรัง ทราบชื่อคือ นายอารี มะเส อายุ 60 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ อาการสาหัส และนางกามารีเย๊าะ หะยีสะอิ ภรรยานายอารี ถูกยิงเข้าที่บริเวณลำตัว

ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกเกลื่อนถนนกว่า 10 ปลอก เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถออกจาก สภ.ยะรัง มุ่งหน้ากลับบ้านพักเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน

ขับรถจักรยานยนต์ประกบยิงทำให้รถของผู้ตายเสียหลักชนกับเสาไฟฟ้า คนร้ายได้ลงจากรถแล้วกราดยิงซ้ำ จนเป็นเหตุให้นายอับดุลกอเดร์ เสียชีวิตทันที และมีประชาชนถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย

ส่วนสาเหตุของการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตั้งไว้ 2 ประเด็นคือ เรื่องการเมืองท้องถิ่นและกลุ่มก่อความไม่สงบสร้างสถานการณ์

manager.

โจรใต้หวังบึ้มรถไฟระแงะ โชคดี ผช.ผญ.พบก่อนเก็บกู้สำเร็จ

30 ธันวาคม 2552 15:53 น.

นราธิวาส – ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ่อทอง อ.ระแงะ พบวัตถุต้องสงสัยนำมาฝังไว้บริเวณรางรถไฟ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบเป็นวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่องหนัก 5 กก. เก็บกู้ได้ทัน คาดคนร้ายหวังก่อเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่

วันนี้(30 ธ.ค.) ร.ต.ท.นรเศรษฐ์ สุขศรี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งจากนายปรีชา ลัดดาชาติ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ่อทอง ม.13 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดที่ถูกนำมาฝังไว้ในบริเวณรางรถไฟ ช่วงถนนพาดเส้นทางรถไฟทางไปโรงเรียนบ้านบ่อทอง

จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.เลียบ พรหมจันทร์ รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวนตำรวจภูธร จ.นราธิวาส นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอระแงะ พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เปิดเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือและชุดรีโมตคอนโทรล ก่อนเข้าตรวจสอบ และพบว่าวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวถูกวางฝังไว้แนบกับไม้หมอนรางรถไฟ

เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบและทำการเก็บกู้เอาไว้ได้โดยใช้เวลานานกว่า 10 นาที และจากการแกะตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบเคโม ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

เบื้องต้นจากการสอบสวนนายปรีชาทราบว่า ในช่วงเช้าขณะนำกำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและ อส.ออกตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางให้กับคณะครูโรงเรียนบ้านบ่อทอง เมื่อขี่รถจักรยายนต์ผ่านช่วงเส้นทางรถไฟดังกล่าว พบเห็นวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดฝังอยู่บนรางรถไฟ จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบ

ส่วนสาเหตุตรวจเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือการระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี โดยมีแผนที่จะลอบวางระเบิดเพื่อถล่มขบวนรถไฟ และลอบทำร้ายชุด รปภ.ครู ตามคำข่มขู่ที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีได้ประกาศไว้ในช่วงเทศกาลปีใหม่

manager.

"บิ๊กแป๊ะ" จี้นายกฯ ตั้งกก.สอบหาแนวทางดับไฟใต้ เชื่อ ซื้อจีที 200 แทรกซึมงบฯ

29 ธันวาคม 2552 22:15 น.

"บิ๊กแป๊ะ" จี้ นายกฯ ตั้ง กก.สอบหาแนวทางดับไฟใต้ หลังการเมืองนำการทหารไม่เป็นผล แถมงานนี้มีการแทรกซึมงบประมาณ สั่งซื้อจีที 200 ทั้งที่ปัจจุบันไม่มีประเทศใดผลิตแล้ว แต่ รบ.กับกองทัพ ทำไมไม่รู้เรื่องนี้

วันนี้ (29 ธ.ค.) ที่สนามม้านางเลิ้ง พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ ประธานองค์กรอนาโลม พร้อมด้วยนายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ แถลงข่าวเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาภาคใต้ว่า ตนจะทำหนังสือถึงนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ให้ตั้งคณะกรรมการในการตรวจสอบแนวทางการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะแนวทางการใช้การเมืองนำการทหาร เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมายังไม่ได้ผลและไม่มีความชัดเจน เพราะไม่มีใครพูดกับโจรได้ใต้ได้รู้เรื่อง เพราะมีทั้งคนดีและคนไม่ดี รวมถึงการบังคับบัญชายังมีความสับสน

ทั้งนี้มีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มีการแสวงหาผลประโยชน์เกี่ยวกับ งบประมาณที่ลงไปในพื้นที่ต่างจนถูกกล่าวหาว่าเลี้ยงไข้ ในส่วนของนโยบายต่างๆในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่สามารถทำได้ถ้าหากสถานการณ์ยังมีความรุนแรงอยู่

พล. อ.ปฐมพงษ์ กล่าวว่า ตนได้ตั้งข้อสังเกตในการซื้อเครื่องจีที200หรือเครื่องตรวจสารระเบิดจากไอระเหย มาใช้ในพื้นที่นั้น จากการตรวจสอบกับประเทศอังกฤษ ก็ทราบว่า เครื่องมือตัวนี้ไม่ใช่เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันไม่มีประเทศที่พัฒนาแล้วใช้เครื่องมือตัวนี้

แม้แต่ทางกระทรวงกลาโหมของกองทัพสหรัฐอเมริกา ก็ไม่รับรอง เพราะผลการตรวจสอบต่ำกว่า 50% ส่วนเครื่องที่ใช้ได้และได้รับการรับรองคือไฟโด(FIDO) เพราะเหตุใดทางกองทัพและรัฐบาลถึงไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ ยังมีการนำเครื่องจีที200มาใช้ในพื้นที่ภาคใต้

จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบเพื่อ ลดการสูญเสียในเรื่องของงบประมาณที่ลงไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลดการแทรกซึมผลประโยชน์ในเรื่องงบประมาณ และสร้างความศรัทธาให้รัฐบาลและกองทัพ

manager.

ระเบิด ยิงถล่มทหารทหารลาดตระเวน สาหัส 2 ที่ยะลา

28 ธันวาคม 2552 23:12 น.

ยะลา – เกิดเหตุคนร้ายได้กดระเบิดและซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหาร ขณะออกลาดตระเวนเส้นทาง ใน ต.ละแอ อ.ยะหา ส่งผลให้เกิดการปะทะกันกว่า 10 นาที เป็นผลให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

วันนี้ (28 ธ.ค.) พ.ต.อ.สวัสดิ์ เตียวิรัตน์ ผกก.สภ.ยะหา จ.ยะลา ได้รับแจ้งมีเหตุยิงถล่มและระเบิด จนท.ทหาร บนถนนภายในหมู่บ้าน ระหว่างรอยต่อบ้านกีบา หมู่ที่ 3 – กับ บ้านชะเมาะ หมู่ที่ 5 ต.ละแอ อ.ยะหา

มีผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย หลังได้รับแจ้งรีบนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.จิรวัฒฒน์ จุฬากาญจน์ รองผบ.ฉก.14 นายอุทาน สายศิลป์ ปลัดป้องกัน อ.ยะหา กำลัง ตำรวจ ทหาร จำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดอยู่กลางถนน ขนาดกว้าง 1 เมตร ลึก 50 ซม. มีเศษดินกระจายไปทั่วบริเวณ ห่างกันพบรอยเลือดกองใหญ่ 2 จุด ส่วนคนเจ็บถูกส่งไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชราช ทราบชื่อ พลทหารฮาเล็ม สามะ และพลทหารเรวัต สอมือ สังกัด ร้อย ร.1544 ฉก.14 อ.ยะหา ทั้งคู่มีอาการหูอื้อ และแผลถลอกตามลำตัว ถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าว จำนวน 12 นาย ออกลาดตระเวนเส้นทางมาถึงบริเวณระหว่างบ้านกียา หมู่ที่ 3 กับ บ้านชะเมาะ กับหมู่ที่ 5 ต.ละแอ อ.ยะหา คนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 – 5 คน ซึ่งแอบซุ่มอยู่ในป่าสวนยางข้างทางใช้ อาวุธปืน สงคราม อาก้า และ เอ็ม 16 กราดยิง พร้อมกับจุดชนวนระเบิด

จนเกิดการปะทะกันดุเดือด กว่า 10 นาที คนร้ายอาศัยความชำนาญในพื้นที่ หลบหนีเข้าป่าขึ้นเขาไปอย่างรวดเร็ว จนท.ได้เคลียร์พื้นที่ พบว่ามีทหารได้รับบาดเจ็บ จึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลดังกล่าวเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า เป็นการก่อเหตุร้ายเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา อย่างแน่นอน

manager.

ระเบิดทหารนราธิวาส เจ็บเล็กน้อย 8 นาย

27 ธค. 2552 18:50 น.

ร.ต.ท.อาทิตย์ เทียนศิริ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนเส้นทาง สังกัด ร้อย ร.1111 ฉก.นราธิวาส 30 บนถนนสายท่าเรือ-โกตาบารู ช่วงบริเวณบ้านตือโละ ม.7 ต.เรียง อ.รือเสาะ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 8 นาย

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 1 เมตร กว้าง 1.50 เมตร โดยเฉพาะที่บริเวณปากหลุมริมถนนเจ้าหน้าที่พบสายไฟฟ้าสีดำขาว จำนวน 1 เส้น ยาว 100 เมตร ลากยาวเข้าไปในป่าสวนยางพาราที่รกทึบริมทาง และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 15 ก.ก.

จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 8 นาย ถูกอนุภาพระเบิดทำให้มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ นั่งพิงรถยนต์อยู่ริมถนน

จากการสอบสวน ร.อ.ภาคิน เกื้อกูล หัวหน้าชุด ร้อย ร.1111 ฉก.นราธิวาส 30 ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกำลัง รวม 8 นาย นั่งรถยนต์กระบะออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่บ้านซือเลาะ ม.4

เพื่อนำกำลังลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางพาราที่รกทึบ ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอลบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 15 ก.ก.

ที่ลอบนำไปฝังไว้กลางถนน และได้เกิดระเบิดขึ้น ขณะที่รถยนต์ของทหารผ่านไป ประมาณ 1 เมตร อนุภาพระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 8 นาย ถูกแรงอัดระเบิดจนมีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อดังกล่าว

nationchannel.

ปะทะเดือดกลุ่มอาร์เคเค โจรดับ 2 ที่ยะลา

27 ธันวาคม 2552 10:26 น.

ยะลา - เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายจังหวัดยะลา เข้าปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายหลังได้รับข่าว ว่ามีกลุ่ม อาร์ เค เค เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ธารโต และบ้านท่าสาบ อ.เมือง ทำให้เกิดการปะทะกับกลุ่มคนร้าย สามารถดับโจรใต้ 2 ศพ พร้อมยึดอาวุธปืน สงคราม ตรวจสอบพบเป็นผู้ร้ายที่ทางการต้องการตัวในหลายคดี

วันนี้ (27 ธ.ค.) เมื่อเวลา 06.00 น. พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผบก.ภ.จว.ยะลา ได้รับแจ้ง มีเหตุเจ้าหน้าที่ปะทะ กลุ่มโจรใต้ 2 จุด ในพื้นที่จังหวัดยะลา หลังได้รับแจ้ง ได้ส่งกำลัง เข้าไปสมทบ และ สั่งเตือนให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ระมัดระวัง อาจมีเหตุซ้ำสอง พร้อมให้มีความพร้อมในการตอบโต้ หากเกิดเหตุร้ายได้ทันที

โดยจุดแรก พ.ต.อ.เฉลิมเกียรติ อัมรากระสินธุ์ ผกก.สภ.ธารโต จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากกำลัง ผสม ทหาร ตำรวจ และ อส.ว่า เกิดเหตุปะทะกับกลุ่มคนร้ายภายในหมู่บ้านบ้านบัวทอง หมู่ที่ 2 ต.บ้านแหร หลังได้รับแจ้งรีบนำกำลังไปสมทบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย ทหาร ตำรวจ และ อส. จำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุบริเวณป่าสวนยางหลังหมู่บ้านพบศพ นายมะโซฟี ลีลาแย อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/4 บ้านบัวทอง หมู่ที่ 2 ต.บ้านแหร สภาพศพถูกยิงที่ลำตัว ศีรษะ แขน และขา เป็นรูพรุน ข้างศพพบปืนพกสิ้นขนาด 9 มม.ตกอยู่ 1 กระบอก มีร่องรอยการยิงออกไปแล้วหลายนัด

จากการสอบสวนทราบว่า หลังจากที่ ทหาร ฉก.16 ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่ามีกองกำลังกลุ่ม อาร์ เค เค ออกมาเคลื่อนไหวในหมู่บ้าน จึงได้จัดกำลังผสมระหว่างทหาร ฉก.16 ตำรวจ สภ.ธารโต และอส.อ.ธารโต เข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัย เมื่อเจ้าหน้าที่ปิดล้อม คนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้กระโดดลงจากบ้านพร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการปะทะกันประมาณ 10 นาที

เจ้าหน้าที่จึงเข้าเคลียร์พื้นที่พบ คนร้ายเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิต มีหมาย ป.วิอาญา คดีฆ่าเจ้าหน้าที่และวางระเบิด ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ อ.ธารโต หลายคดี

และเวลาไล่เลี่ยกัน พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า กลุ่มแกนนำอาร์เคเค พร้อมอาวุธสงคราม มาเคลื่อนไหวในพื้นที่รอยต่อบ้านท่าสาป หมู่ที่ 1 กับบ้านปายอ หมู่ที่ 2 ต.ท่าสาป หลังโรงเรียนบ้านท่าสาป หลังได้รับแจ้ง

ได้ประสานกับ พ.ท.ยุทธนาม เพ็ชรม่วง ผบ.ฉก.11 สั่งการให้ ชุดสืบ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ภ.จว.ยะลา สนธิกำลังกับทหาร ฉก.11 และ กำลัง อส.อ.เมืองยะลา นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านต้องสงสัยไม่มีเลขที่ ซึ่งอยู่ในป่าสวนยางพารา ห่างจากโรงเรียนบ้านท่าสาป ประมาณ 50 เมตร

จากการปิดล้อม คนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ก่อนจึงเปิดฉากยิงเข้าใส่ จนเกิดปะทะกันดุเดือดประมาณ 10 นาที คนร้ายเสียเปรียบเจ้าหน้าที่เนื่องจากถูกปิดล้อมไว้โดยรอบพื้นที่ทุกด้าน ทำให้คนร้าย เสียชีวิตคาที่ 1 ศพ ทราบชื่อ นายมะกอเซ็ง เจ๊ะเต๊ะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ทื่ 3 ต.บันนังสาเร็ง อ.เมืองยะลา สภาพศพถูกยิงที่ลำคอ และหน้าอก ข้างศพมีอาวุธปืน อาก้า (AK-47)

พับฐานสภาพใหม่ตกอยู่ 1 กระบอก โทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย จำนวน 2 เครื่อง พร้อมกระดาษจดหมายเลขโทรศัพท์ของเครือข่าย จำนวน 1 แผ่น เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.ยะลา ได้เก็บนำไปตรวจสอบหานิ้วมือแฝงกันต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมตรวจค้น คนร้ายซึ่งอยู่ในบ้านดังกล่าวไม่น้อยกว่า 2 คน เห็น เจ้าหน้าที่จึงเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ เพื่อเปิดทางหนี แต่หนีไม่พ้น ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฯ ได้ 1 ศพ ส่วนอีกคนได้หลบหนีไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามคนร้ายที่หลบหนีอย่างใกล้ชิด คาดว่ายังอยู่ในพื้นที่

สำหรับ นายมะกอเซ็ง ผู้เสียชีวิต มีประวัติ เป็นผู้ต้องหาในคดีความมั่นคง คดีอาญา จำนวน 3 หมาย และ พ.ร.ก.1 หมาย เป็นคดีป่วนในเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อปี 50 และคดีล่าสุด ระเบิดศาลาแปดเหลี่ยม เป็นเหตุให้มีทหาร ตำรวจเสียชีวิต 2 ศพ และเจ็บอีกหลายนาย เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา และนำพวกบุกยิงถล่มโรงพักลำใหม่ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.อีกด้วย

และเมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืน บนถนนสาย 410 สายยะลา-บันนังสตา บ้านทำนบ หมูที่ 3 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ หลังได้รับแจ้ง รีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย จ.อ.ประเมศร์ จันทรแสง ปลัดป้องกัน อ.บันนังสตา และกำลัง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง จำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุพบศพ นายซอยฟูดิง เจ๊ะเต๊ะ อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ที่ 3 นายฟุลกอน สาเบาะ อยู่บ้านเลขที่ 121/1 หมู่ที่ 3 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ สภาพศพถูกยิงที่ลำตัวและศีรษะ ห่างกันพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าดรีม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มอยู่ ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง รพ.บันนังสตา ทราบชื่อ นายรุสลัน ยานฮา อยู่บ้านเลขที่ 121/1 หมู่ที่ 3 ถูกยิงทีลำตัว 2 นัด อาการสาหัส

จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งสามขี่รถจักรยานยนต์มาจากบ้านเพื่อนจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนสงคราม อาก้า และเอ็ม 16 กราดยิง จน ทั้งสามล้มลง ชาวบ้านได้ยินเสียงปืน ออกมามาดูและช่วยนำส่งผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาล เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์

manager.

โจรใต้ป่วนปัตตานียิงชาวบ้านดับ 1–วางบึ้มทหาร

26 ธันวาคม 2552 23:26 น.

ปัตตานี – คนร้ายประกบยิงชาวบ้าน เยื้องปั๊มน้ำมัน ต.บาราเฮาะ เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล ในเวลาต่อมาเกิดเหตุคนร้ายกดระเบิดใส่ทหาร ขณะเดินลาดตระเวนพื้นที่รับผิดชอบ โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

วันนี้ (26 ธ.ค.) ร.ต.ท.อภิวัฒน์ บัวทอง ร้อยเวร สภ.เมือง จ.ปัตตานี รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสาย 410 สายปัตตานี-ยะลา ม.5 บ้านบาราเฮาะ ต.บาราเฮาะ เยื้องปั๊มน้ำมัน ห้างหุ้นส่วนสามัญอัลนูลเวอร์จิ้นออยล์ จึงพร้อมกำลังตำรวจ ทหาร และชุดวิทยาการจังหวัด

ไปตรวจสอบ ปรากฏว่าพบรอยเลือดหยดเป็นทาง ส่วนผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อผู้ตายคือ นายมะอุเซ็ง ยามาสาเมาะ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 ม.5 ต.บาราเฮาะ อ.เมือง มีบาดแผลถูกยิงที่หน้าอก 2 นัด

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเคยเป็นพนักงานเติมน้ำมันที่ปั้มน้ำมันดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ โดยมีเพื่อนเป็นลูกผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.บาราเฮาะ นั่งซ้อนท้ายมาด้วย และมาเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว

จากนั้นได้ขับออกจากปั๊มน้ำมันเพียง 50 เมตร ได้มีคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ ก่อนชักอาวุธปืน .38 ยิงใส่ ทำให้รถเสียหลักล้มลง ส่วนคนร้ายเร่งเครื่องหนีไป เพื่อนที่ซ้อนท้ายมาด้วยจึงได้ขับขี่รถ จยย.ของนายมะอุเซ็งนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตเวลาต่อมา ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว หรืออาจเกี่ยวโยงกับสถานการณ์ใต้

เวลาต่อมา พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นริมถนนสายชนบท ม.6 บ้านต้นทุเรียน ต.ยะรัง จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 จำนวน 7 นาย กำลังคุมเชิงบริเวณที่เกิดเหตุหลังเกิดระเบิด ตรวจสอบพบหลุมระเบิดกว้าง 50 ซม.มีชิ้นส่วนและสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

สอบสวนทราบว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 ออกจากฐานปฏิบัติการณ์เพื่อเดินลาดตระเวนพื้นที่รับผิดชอบ ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ในป่าข้างทางแล้วจุดชนวนระเบิดน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม

ที่วางไว้ริมถนน แรงระเบิดทำให้เกิดเสียงดังสนั่น ทำให้เจ้าหน้าที่ต่างกระโดดหลบสะเก็ดไปคนละทิศละทาง โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์

manager.

วางบึ้ม อ.บาเจาะทหารเจ็บ 5-เคาะบ้านจ่อยิงเหยื่อดับ1

วันที่ 25 ธันวาคม 2552 12:50

ที่ยะลา คนร้ายเคาะบ้านเหยื่อจ่อยิงดับ ที่นราธิวาส กำลังกว่าพันค้น13อำเภอ รวบตามหมายจับ2คน โจรใต้ตอบโต้กดระเบิดที่อ.บาเจาะ ทหารเจ็บ 5นาย

เวลา 00.30 น. เข้าวันที่ 25 ธ.ค. ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันบ้านเลขที่ 1/1 ม.2 ต.บุดี อ.เมือง ยะลา หลังได้รับแจ้ง กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบศพชายไทยมุสลิมถูกยิงเสียชีวิต ทราบชื่อ คือ นายมูฮัมมัดซอและ ปูเต๊ะ อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 1/1 ม.2 ต.บุดี อ.เมือง ยะลา

จากการสอบสวนทราบว่า มีคนร้ายจำนวน 2 คนมาเคาะประตูบ้านให้เปิดแล้วจ่อยิงด้วยปืนขนาด .38 ซุปเปอร์ ส่วนเบื้องหลังเหตุจูงใจอยู่ระหว่างการสอบสวนจะเป็นเรื่องส่วนตัว หรือสร้างสถานการณ์ของขบวนการ

จนท.1,000นาย ค้น 13อำเภอนราธิวาส รวบถูกหมายจับได้ 2 คน

เมื่อเวลา 05.30 น. พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.ภจว.นราธิวาส ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จ.นราธิวาส จำนวน 19 สถานี 13 อำเภอ ให้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทั้งตำรวจ,ทหารและฝ่ายปกครองนำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 1,000 นาย กระจายกำลังกันออกปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่เป้าหมาย

เพื่อเปิดยุทธการเชิงรุกในการกวาดล้างกลุ่มแกนนำแนวร่วมมือปืน อาร์เค.เค.ที่กำลังวางแผนลักลอบเข้ามาก่อเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งผลการปิดล้อมตรวจค้นเจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 2 ราย

โดยแยกเป็น อ.ระแงะ พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.ระแงะ นำกำลังเข้าตรวจค้นควบคุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 1 คน คือนายอามีน เจ๊ะฆอ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ 5 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ตามหมายจับศาลจังหวัดนราธิวาส เลขที่ จ.640/52 ลงวันที่ 20 พ.ย.52

และที่ สภ.ตันหยง พ.ต.ท.ภักดี ปรีชาชน สวญ.นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นได้ผู้ต้องหา 1 คน คือนายเจ๊ะอำรี เจ๊ะอาแซ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/3 หมู่ 5 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาสพร้อมยึดกัญชาได้จำนวนหนึ่ง

ส่วนที่ อ.ยี่งอ พ.ต.ต.มานพ วิวรรธนโรจน์ สวป.สภ.ยี่งอ นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านกูยิ หมู่ 5 ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ เพื่อติดตามแกนนำแนวร่วมมือผลิตระเบิดคนสำคัญ แต่กลุ่มแนวร่วมใหวตัวหลบหนีขึ้นเขาไปได้อย่างหวุดหวิด

ขบวนการไฟใต้วางระเบิด อ.บาเจาะ ทหารเจ็บ 5

เมื่อเวลา 09.30 น. พ.ต.ท.เฉลิมชัย บุญศิริ สว.เวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัด ฉก.นราธิวาส 35 ขณะนั่งรถบัส เพื่อมาสับเปลี่ยนกำลัง เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษมสายปัตตานี-นราธิวาส ช่วงบริเวณบ้านอีโย๊ะ ม.5 ต.บาเร๊ะเหนือ อ.บาเจาะ

ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บและรถบัสเสียหาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส น.ท.นฤมิต ศุขสมิติ ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์บัส 10 ล้อ ยี่ห้อสแกนเนีย ทะเบียน 31-9693 กทม.จอดอยู่ริมถนนห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 800 เมตร โดยอยู่สภาพถูกสะเก็ดระเบิดแบบแสวงเครื่องได้รับความเสียหายที่บริเวณตัวถัง และกระจกหน้าต่างด้านคนขับ จนมีสภาพเป็นรูโหว่แตกละเอียด และทำให้เจ้าหน้าที่ทหารที่นั่งอยู่บริเวณดังกล่าว ถูกสะเก็ดระเบิดและเศษกระจกได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 5 นาย

ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบเสาไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณเกาะกลางถนน ถูกอนุภาพของระเบิดจนโค่นล้มอยู่กลางถนน โดยเฉพาะที่บริเวณตอหม้อเสาไฟฟ้ามีหลุมลึก 50 ซ.ม. กว้าง 120 ซ.ม. และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 10 ก.ก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่นายจำลอง รอดเขียว อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 340/7 หมู่บ้านการเคหะร่มเกล้า แขวงต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. ขับรถบัสบรรทุกกำลังพลของทหาร สังกัด ฉก.นราธิวาส 35 จำนวน 48 นาย ตามหลังรถบัสบริษัทเดียวกันอีก 1 คันไปตามถนนเพชรเกษม

และเมื่อเข้าเขตพื้นที่เทศบาลตำบลต้นไทร อ.บาเจาะ ได้สังเกตเห็นชายวัยรุ่น จำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.ตามไล่หลังมาแบบมีพิรุธ แต่นายจำลองไม่ได้เอะใจ และเมื่อรถบัสแล่นเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ ชายวันรุ่น 2 คน ได้ชะลอความเร็วของรถ จยย.

และเมื่อนายจำลอง ขับรถบัสถึงที่เกิดเหตุ ชายวัยรุ่นจึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปฝังไว้ที่บริเวณตอหม้อของเสาไฟฟ้าส่องสว่างกลางถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถบัสที่นายจำลองขับผ่าน ทำให้รถบัสได้รับความเสียหายและเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 5 นายดังกล่าว

ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อแก้แค้นและตอบโต้เจ้าหน้าที่ทางการ ที่วิสามัญนายซาลาวี สาเลาะ อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกแกนนำระดับปฏิบัติการเสียชีวิต หลังได้เปิดฉากปะทะกับหน่วยข่าวกรองทหารค่ายจุฬาภรณ์และ พ.ต.อ.จำลอง งามเนตร ผกก.สภ.บาเจาะ ที่บริเวณป่ารกทึบหลังที่ทำการ อบต.กาเยาะมาตี ม.5 ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา

bangkokbiznews.

โจรใต้ยิงชาวบ้านไอปาแยตาย1สาหัส2อ.ระแงะ

วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2552

โจรใต้ซิ่ง จยย. ยิงชาวบ้าน ตาย 1 ราย และ บาดเจ็บอีก 2 ราย ขณะกลับจากงานแต่งงาน บนถนน อ.ระแงะ จ.นราธิวาส...

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 24 ธ.ค. ร.ต.ท.เฮรามาน เจ๊ะดี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บบนถนนในหมู่บ้านบาโงกูโบ หมู่ 6 ต.บองอ อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.ระแงะ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธร จ.นราธิวาส

และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ริมถนน และใกล้กันเจ้าหน้าที่พบรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีเขียว ทะเบียน ขขน - 721 นราธิวาส ล้มคว่ำอยู่ในป่ารกทึบริมทาง

จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายฮาดี อิเต๊ะ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 268 หมู่ 8 บ้านไอปาแย ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม.ที่บริเวณกกหูซ้าย 2 นัด

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษา รพ.ระแงะ ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ 1.นายอิสมาแอ ดือรามะ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 275/1 หมู่ 8 บ้านไอปาแย ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันที่บริเวณขาซ้าย 1 นัด 2. นายไซนูเด็ง เงาะงอย อายุ 22 ปี

อยู่บ้านเลขที่ 118 หมู่ 10 บ้านท่านด่าน ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันที่บริเวณขาขวา 1 นัด ทั้งคู่อาการสาหัส แพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อยัง รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่บนถนนจำนวน 6 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายและผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน ได้ชวนกันขี่ และ ซ้อนท้ายรถ จยย. ออกจากบ้านในหมู่บ้านไอปาแย เพื่อเดินทางไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนบ้านที่หมู่บ้านกูตง หมู่ 3 ต.บองอ อ.ระแงะ เมื่อแล้วเสร็จได้พากันขี่รถและซ้อนท้ายรถ จยย. เพื่อกลับบ้านพัก

ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.ตามประกบไล่หลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม. ออกมาจ่อยิงใส่ผู้ตายและผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน จำนวน 6 นัดซ้อน เมื่อผู้ตายซึ่งเป็นคนขี่รถ จยย.ถูกกระสุนปืนของคนร้าย รถจึงได้เสียหลักตกไหล่ทาง

คนร้ายจึงได้จอดรถ จยย.ให้คนร้าย ซึ่งนั่งซ้อนท้ายลงจากรถ เดินถืออาวุธปืน เพื่อเข้าไปจ่อยิงผู้ตายซ้ำ ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน ได้พากันวิ่งหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในป่า ทั้งที่ถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับบาดเจ็บ จนกระทั่งชาวบ้านขับรถยนต์มาประสบเหตุ จึงได้พากันวิ่งออกมาจากป่าเพื่อขอความช่วยเหลือดังกล่าว

ส่วนสาเหตุในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกร