|
|
 |
Latest News
2009-08-10 Patani Post Launches 10 August 2008 !
Anda pembaca
Kini pelancaran patanipost sudahpun berusia setahun ,berbagai penglaman bertambah dan kelemahan2 yang telah dialami sepanjang tahun kami akan cuba mengatasi,
dengan semperna setahun umur Patanipost akan kami perluaskan lagi berita tanah air kepada dua bahasa yaitu arab dan melayu dengan pakai web patanipost.net,
perbezaan diantara kedua patanipost ialah satu memetik surat khabar asing dan satu lagi cari berita sendiri dan tulis berita senderi oleh kaki tangan patanipost.
Terima kasih.
Will Dato' Seri Najib’s visit to Thailand bring any change?
6 DECEMBER 2009 03:00
During the ASEAN conference in Hua Hin on October 26, the Prime Minister of Malaysia, Dato’ Seri Najib Tun Razak, expressed that the Thai Government should give autonomy to Southern Thailand (Patani). This declaration was received well by his Thai collegue Abhisit Vejjajiva and was supported by opposition leader General Chavalit Yongchaiyudh- making it a hot discussion topic among politicians, media and the general Thai public.
On 7-9 December Dato 'Seri Najib will be in Patani. Can he convince Abhisit to give autonomy to the people of Southern Thailand?
Original Article In Malay
Summary in English
PULO President invited to speak at OIC Meeting
The PULO President, Al Haj Abu Yasir Fikri, was invited as an expert speaker on the situation in Southern Thailand.
Read More
090816 PULO and Mujahidin join forces
090816 Gabungan PULO dan Mujahidin Islam Patani
090418 Ihsanoglu urges OIC Member States to accord greater attention to Muslim minority issues
081204 OIC Resolution regarding Patani
Today
ระเบิดทหารพรานชุด รปภ.ครูเจ็บ 2 นายที่ปัตตานี
10 มีนาคม 2553 10:39 น.
ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด ร้อย ทพ.4303 กรมทหารพรานที่ 43 ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อ รปภ.เส้นทางดูแลความปลอดภัยก่อนที่คณะครูจะเดินทางไปโรงเรียนช่วงเช้า ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย
วันนี้ (10 มี.ค.) เมื่อเวลา 08.15 น. พ.ต.อ.กำธร จันที ผกก.สภ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายบ้านปรักปรือ-ม่วงเตี้ย ระหว่าง ม.1 และ ม.2 ต.ม่วงเตี้ย จึงรีบกำลังเข้าไปที่เกิดเหตุ พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและชุดกองวิทยาการ ไปถึงพบว่าริมถนนมีหลุมระเบิดกว้าง 40 ซ.ม.
และมีชิ้นส่วนระเบิด และสะเก็ดกระจายไปทั่วบริเวณ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าล้มอยู่และมีกองเลือด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.แม่ลาน จำนวน 2 นาย ทราบชื่อ อส.ทพ.อาดูดิน แวบือซา และ อส.ทพ.สราวุฒิ สุขแก้ว ทั้ง 2 สังกัด ร้อย ทพ.4303 กรมทหารพรานที่ 43 ถูกสะเก็ดระเบิดตามลำตัวหลายแห่งอาการสาหัส แพทย์ได้ส่งต่อไป รพ.ศูนย์ยะลา
สอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานจำนวน 6 นายใช้รถจักรยานยนต์จำนวน 3 คันกำลังขับลาดตระเวนเส้นทาง รปภ.ครูตามเส้นทางดังกล่าว เพื่อดูแลความปลอดภัยก่อนที่คณะครูจะเดินทางไปโรงเรียนช่วงเช้า ปรากฏว่ามาถึงจุดเกิดเหตุ ขณะที่ทหารพรานทั้ง 2 นายขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังเพื่อนอีก 2 คัน
คนร้ายก็ได้จุดชนวนระเบิด น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัมที่ซุกไว้ในกองหญ้าข้างทางจนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้ทั้งสองนายได้รับบาดเจ็บทันที เพื่อนทหารจึงใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อป้องกันคนร้ายยิงถล่มซ้ำ ก่อนที่จะนำเพื่อนที่บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล และขอกำลังเสริมออกไล่ล่ากลุ่มคนร้าย คาดว่าอาจจะหลบอยู่ในพื้นที่ โดยมีแกนนำโจรใต้ให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้เชื่อคนร้ายหวังสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์
manager.
ผู้ว่าฯ ยะลาสั่งคุมเข้มสถานที่ราชการทุกแห่งหวั่นโจรใต้สวมรอยคนเสื้อแดง
10 มีนาคม 2553 14:35 น.
ยะลา – ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา สั่ง อส.คุมเข้มศาลากลางและสถานที่ราชการทุกแห่ง พร้อมกับกำชับ กุนชร ของ ฉก.11 อ.เมืองยะลา เฝ้าระวัง และสังเกตการณ์รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และบุคคลต้องสงสัย หวั่นกลุ่มก่อความไม่สงบสวมรอยเสื้อแดงบุกสถานที่ราชการ
วันนี้ (10 มี.ค.) ที่ห้องรับรอง ชั้น 2 อาคารศาลากลางจังหวัดยะลา อ.เมือง จ.ยะลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า ตนเองหวั่นโจรใต้สวมรอยคนเสื้อแดง บุกสถานที่ราชการใช้กำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) พร้อมอาวุธครบมือ ยืนเฝ้ารอบๆ บริเวณศาลากลาง และหน้าสถานที่ราชการสำคัญๆ เช่น ศาลจังหวัดยะลา
ที่ว่าการอำเภอเมืองยะลา สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และให้ตรวจเข้มอย่างละเอียดรถยนต์ที่จะผ่านเข้าศาลากลางทุกคันโดยไม่มีการยกเว้น แม้กระทั่งรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ก็ตาม เกรงว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ อาศัยสถานการณ์การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ลักลอบเข้ามาก่อเหตุสถานที่ราชการ
ในขณะเดียวกัน ตนเองยังได้ประสานการปฏิบัติงานไปยัง พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ให้สั่งกำชับจุดตรวจลอย ด่านตรวจ ที่จะเข้ามายังตัวเมืองยะลา ทั้ง 4 มุมเมือง ให้มีการตรวจสอบรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และบุคคลเป้าหมายที่จะเข้าเมืองอย่างละเอียดที่สุด
ส่วนศูนย์วิทยุกุญชร ของ ฉก.11 อ.เมืองยะลา ได้สั่งการทางวิทยุ ให้ชุมชนเข้มแข็งทุกชุมชน ในเขตเทศบาลนครยะลา เฝ้าระวัง และสังเกตการณ์รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และบุคคลต้องสงสัย บุคคลแปลกหน้า หากพบเห็นให้แจ้ง ผ่านวิทยุกุญชร หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือ ฝ่ายปกครอง ที่อยู่ใกล้เคียงโดยเร็วที่สุด
manager.
โจรใต้บุกยิงแล้วเผาพ่อค้าถ่านกลางเมืองปัตตานี CCTV จับภาพได้
9 มีนาคม 2553 13:38 น.
ปัตตานี – เกิดเหตุยิงแล้วเผาพ่อค้าขายถ่านกลางเมืองปัตตานี โดยคนร้าย 3 คน ทำทีเข้าไปซื้อถ่านก่อนใช้ปืนจ่อยิงพ่อค้าเสียชีวิตแล้วใช้น้ำมันราดก่อนจุดไฟเผาซ้ำ - CCTV เทศบาลนครปัตตานี สามารถจับภาพคนร้ายขณะขับรถหนีได้
เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (9 มี.ค.) พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงแล้วเผาที่ร้านจำหน่ายถ่าน ชื่อร้านป้าอ้อน เลขที่ 167/4 ถ.ยะรัง ต.จะบังติกอ จึงรีบนำกำลังตำรวจ ทหาร
และฝ่ายปกครองเข้าไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย นายสามารถ วราดิศัย ปลัดจังหวัด พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. พ.ต.อ.จีรวัฒน์ อุดมสุด รอง ผบก.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและชุดวิทยาการ
ไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุเป็นบ้านตึกทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ติดกัน 4 หลัง เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าไปตรวจสอบก่อนเพื่อป้องกันคนร้ายซุกระเบิดไว้ แต่ปรากฏว่าไม่พบ
จากนั้นจึงเข้าไปตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตนอนตายในสภาพถูกเผาไปครึ่งตัวบน และมีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ 1 นัด ทราบชื่อ นายอภิชาต แซ่ฉั่ว อายุ 45 ปี เป็นเจ้าของร้าน ในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้และไม่พบหลักฐานใดๆ
สอบสวนก่อนเกิดเหตุ ทราบว่า ขณะที่ผู้ตายอยู่ภายในร้านตามลำพัง เพื่อจำหน่ายถ่านและเตาถ่าน โดยที่ครอบครัวอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ปรากฏว่า มีคนร้าย 3 คนใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ 2 คัน มาจอดหน้าร้าน 2 คนแรกเข้าไปทำทีซื้อถ่านก่อนจะชักปืนจ่อยิงหัวผู้ตายจนล้มกองกับพื้น และคนร้ายอีกคนวิ่งเข้าไปใช้น้ำมันราดแล้วจุดไฟเผา
หลังปฏิบัติการโหด คนร้ายได้ทิ้งใบปลิวระบุเหตุลอบยิงในพื้นที่ก่อนจะวิ่งขึ้นรถจักรยายนต์หลบหนีไปแบบใจเย็นต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพทีวีวงจรปิด ปรากฏว่า กล้องของเทศบาลเมืองปัตตานี
สามารถจับภาพคนร้ายขณะขี่รถออกจากบ้านเกิดเหตุหลบหนีเข้าไปในซอยยะรัง 5 อย่างลอยนวล ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ใต้ โดยคนร้ายพยายามสร้างความหวาดระแวงต่อประชาชนในพื้นที่
manager.
ตร.ปัตตานีรวบ! 2 โจรใต้มีหมายจับเพียบทั้งยิง-ระเบิด
8 มีนาคม 2553 11:27 น.
ปัตตานี – ตำรวจปัตตานีเข้าตรวจค้นพื้นที่มะนังดาลำ สายบุรี หลังได้รับแจ้งจากหน่วยข่าวมีกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ที่มีหมายจับอยู่หลายคดี ทั้งก่อเหตุซุ่มยิงและระเบิด
วันนี้ (8 มี.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุมกองบังคับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี นายธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้นำตัว นายลุกมาน ดอเลาะ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.6 ต.มะนังดาลำ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี
และนายมาซูวัน มะลี อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 ม.8 ต.ปล่อยหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดปัตตานี ในข้อหาความมั่นคง ฆ่าผู้อื่น และสะสมกำลังพล หรือจัดหาอาวุธ หรือรวบรวมทรัพย์สินให้หรือรับการฝึกการก่อการร้ายตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายได้ทำการปิดล้อมตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 12/2 ม.2 ต.มะนังดาลำ อ.สายบุรี หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า นายลุกมานได้เข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้บุกเข้าไปตรวจค้นจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด และจากการสอบสวนพบว่า
นายลุกมานมีหมายจับของศาลปัตตานี ทั้งหมด 4 หมาย ประกอบด้วย 1.คดียิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไม้แก่น 2.ยิงลูกจ้างกรมชลประทาน 3.ซุ่มยิงฐานปฏิบัติการทหารนาวิกโยธิน และ 4.คดีร่วมกันสะสมอาวุธปืนและระเบิด
จากการสอบปากคำ นายลุกมานยังให้การรับสารภาพอีกว่าได้ร่วมกับพวกลอบยิง พ.อ.ธวัชชัย แจ้งประจักษ์ รองเสนาธิการหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ลอบยิง ด.ต.สุวิทย์ บุญศิริ ลอบยิง จ่าเอกวิทยา ศรีพิมพ์ เสียชีวิต ลอบยิงและเผาบ้านนายอุดม นางประภา ทองปลิด สามีภรรยาเสียชีวิต และยิงนายเกลี้ยง อินทรรักษ์ บาดเจ็บ
ลอบยิงนายอภินันท์ ทองบัว เสียชีวิต และซุ่มยิงและขว้างระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ทำให้เพื่อนที่ร่วมก่อเหตุถูกระเบิดเองเสียชีวิต นอกจากนี้ยังรับอีกว่า เคยร่วมกับพวกขนย้ายระเบิดแสวงเครื่องเข้าก่อเหตุในพื้นที่ อ.สายบุรี และ อ.ไม้แก่นหลายครั้ง
ส่วน นายมาซูวัน มะลี ผู้ต้องหาอีกคน ถูกจับกุมได้ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์พื้นที่ ต.ปล่อยหอย อ.กะพ้อ เมื่อตรวจสอบปรากฏว่ามีหมายจับของศาลปัตตานี โดยทั้งสองคนเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปสอบสวนเพื่อเติมเพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการก่อความไม่สงบต่อไป
manager.
ตร.ยะลาแถลงรวบคนร้ายลัก จยย.
8 มีค. 2553 13:02 น.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 มีนาคม 53 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผบก.ภ.จว.ยะลา , พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์รวม 8 คัน
พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ในส่วนของเมืองยะลา ในห้วงที่ผ่านมา นอกจากเหตุการณ์ความไม่สงบแล้ว ทาง สภ.เมือง ก็ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อทรัพย์ ที่ผ่านมาการลักทรัพย์ส่วนใหญ่จะเป็นรถจักรยานยนต์ จากสถิติตัวเลขพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วในพื้นที่เมืองยะลา
จะมีรถ จยย.หายเฉลี่ย เดือนละ 20 คัน ซึ่งบางส่วนก็สามารถติดตามกลับคืนมาได้ ส่วนคดีลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ในช่วงหลังนี้ หลังจากมีรถ จยย.หายในตลาดเมืองใหม่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด พบว่าผู้ต้องสงสัยที่ลักทรัพย์คือ นายมะดาโอ๊ะ ยาเล อายุ 32 ปี ชาว ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา
“ หลังจากตรวจสอบพฤติกรรมก็พบว่านายมะดาโอ๊ะ เคยก่อเหตุมาหลายคดี จึงได้ให้ชุดสายสืบของ สภ.เมืองยะลา เข้าไปขยายผล และสามารถควบคุมตัวนายมะดาโอ๊ะ ได้พร้อมรถ จยย.ของกลางรวม 8 คัน ซึ่งพฤติกรรมของนายมะดาโอ๊ะ หลังจากก่อเหตุลักรถ จยย.แล้ว จะนำรถไปซุกซ่อนในพื้นที่สวนยาง หมู่ 4 ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา
และเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดคืนได้ดังกล่าว และในเบื้องต้นได้มีการตรวจสอบข้อมูลของนายมะดาโอ๊ะ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อเหตุรุนแรงหรือไม่นั้น ในขณะนี้อยู่ในการตรวจสอบเชิงลึก แต่ในเบื้องต้นยังไม่พบความเกี่ยวพันกันแต่อย่างใด คนร้ายรายนี้เน้นการนำรถที่ได้จากการลัก นำไปขายในราคาถูก ” ผบก.ภ.จว.ยะลา กล่าว
nationchannel.
โจรใต้ยิง 2 ผัวเมียปัตตานี ดับ1 สาหัส 1
7 มีนาคม 2553
เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ นำกำลังเข้าตรวจสอบ เหตุคนร้ายยิงราษฎร 2 สามีภรรยา บริเวณหมู่ที่ 4 ตำบลบาราเฮาะ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เป็นเหตุให้นายกรมะลีเตง ต่วนกาจิส อายุ 43 ปี เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ และภรรยา คือ นางอามีดะห์ เจ๊ะอาแม อายุ 37 ปี ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมืองปัตตานี
จากการสอบสวนทราบว่า เหตุเกิดระหว่างที่ผู้ตายและผู้บาดเจ็บ กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อเดินทางจะกลับบ้าน ได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ใช้อาวุธปืนพกสั้น ไม่ทราบขนาด ยิงใส่ก่อนหลบหนี ส่วนประเด็นและสาเหตุ อยู่ระหว่างการสอบสวนและสืบสวน
thaisarn.
คนร้ายยิงพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวปัตตานีดับ
7 มีนาคม 2553 12:17 น.
ปัตตานี - 2 คนร้ายควบ จยย.ไล่ยิงพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวดับ ขณะกลับจากซื้อของในตลาดนัด มุ่งหน้ากลับบ้านพัก ส่วนภรรยาที่นั่งซ้อนท้ายรอด
วันนี้ (7 มี.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผกก.สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายยิงชาวบ้านเสียชีวิต 1 รายเหตุเกิดบนถนนสาย 42 ม. 3 บ้านสุไหงปาแน ต.บานา อ.เมือง
หลังรับแจ้งจึงได้นำกำลัง ตร.ทหาร และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าดรีมสีเขียว ทะเบียน กพต 374 ปัตตานี ล้มอยู่กลางถนน และมีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย สภาพถูกยิงหลายนัดที่ศีรษะ ลำคอ ด้านหลัง ทราบชื่อ นายมะกอเซ็ง เจะอาแว อายุ 50 ปี
อาชีพขายก๋วยเตี๋ยว อยู่บ้านเลขที่ 39/1 ม.2 ต.กะมิยอ อ.เมืองปัตตานีมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นเข้าศีรษะ 1 นัด แพทย์ได้พยายามช่วยเหลือ แต่เนื่องจากบาดแผลฉกรรจ์และเสียเหลือมากกระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากตลาดนัดตัวเมืองปัตตานี โดยมีภรรยานั่งซ้อนท้ายมาด้วย เพื่อเดินทางกลับบ้านพักเตรียมที่จะขายของ ระหว่างทางมาถึงที่เกิดเหตุ ถูก 2 คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง 3 นัดกระทั่งเสียชีวิต หลังก่อเหตุคนร้ายได้เร่งเครื่องหลบหนีไป
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ เรื่องส่วนตัวและอาจเชื่อมโยงสถานการณ์ใต้
manager.
คนร้ายใช้ M16 ยิงผช.ผญบ.นราธิวาส สาหัส
6 มีค. 2553 10:39 น.
ร.ต.ท.ภานุพงษ์ จินดาหลวง ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหัวสะพานบาโงตา ม.1 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ล้มตะแคงอยู่ริมถนน ส่วนผู้บาดเจ็บได้ถูกนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะ
ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบ ปลอกกระสุนปืน M16 ตกอยู่บนถนน 3 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน สำหรับผู้บาดเจ็บรายนี้คือ นายอาซิ กอมิง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบาโงแยะ ม.5 ต.บาโงสะโต ถูกยิงด้วยปืน M16 ที่บริเวณชายโครงขวา 1 นัด แขนขวา 1 นัด รวม 2 นัด อาการสาหัส แพทย์ส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บได้ขี่จักรยานยนต์ออกจากบ้านพักตามลำพังเพื่อไปกรีดยางพาราในหมู่บ้าน เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขับรถยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ สีและทะเบียน เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งเบาะหลังได้หมุนกระจกลง แล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้บาดเจ็บ 3 นัด ก่อนหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
|
nationchannel.
โจรใต้ป่วนอีกบึ้ม!ยะลาแต่จนท.กู้ทัน
05 มีนาคม 2553 09:58:25
โจรใต้ป่วนอีก ลอบวางระเบิดริมถนนสันติราษฎร์ เขตเทศบาลตำบลยะหา จ.ยะลา โชคดีเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ได้ทัน ทราบ เป็นระเบิดแสวงเครื่อง จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอยะหา จังหวัดยะลา ได้รับแจ้งว่า มีวัตถุต้องสงสัย วางอยู่บริเวณ ริมถนนสายสันติราษฎร์ เขตเทศบาลตำบลยะหา อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเก็บกู้ โดยการใช้ปืนแรงดันน้ำ ยิงทำลาย ซึ่งในเบื้องต้น พบว่า เป็นระเบิดจริง บรรจุในกล่องเหล็กน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม
ความคืบหน้ากรณีคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัมไปวางไว้ที่ใต้กระถางต้นไม้บนฟุตบาทหน้าบ้านเลขที่ 109 ถ.สันติราษฏร์ เขตเทศบาลตำบลยะหา อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ซึ่งบ้านดังกล่าวได้เปิดเป็นร้านให้เช่าวิดีโอ โดยในช่วงเช้าจะมีพระสงฆ์เดินมารับบิณฑบาตที่หน้าบ้านเลขที่ดังกล่าวทุกวัน
แต่โชคดีที่ จนท.ตร.ได้เดินตรวจตรา ก่อนเป็นประจำทุกวันและได้เห็นสิ่งปกติเป็นถุงสีเขียววางอยู่ จึงได้เข้าตรวจสอบ ในเบื้องต้นพบว่า มีสายไฟโผล่ออกมา จึงได้รีบแจ้งให้ชุดเก็บกู้ระเบิดได้ทราบและปิดกั้นเส้นทางพร้อมห้ามประชาชนเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ได้ใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลาย และพบว่า เป็นระเบิดบรรจุไว้ในกล่องเหล็กขนาดยาว 5 นิ้ว กว้าง 3 นิ้ว หนัก 5 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร
จากการสอบสวนในเบื้องต้น คนร้ายต้องการที่จะลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดคุ้มครองพระและพระสงฆ์ ที่ออกรับบิณฑบาตในตอนเช้าแต่โชคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ สภ.ยะหา นำโดย พ.ต.ท.ประสม หลวงพูน สวป.สภ.ยะหา มาพบเห็นก่อน และสามารถเก็บกู้ได้ทันก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้น
innnews.
คนร้ายเรียกอดีตทหารนาวิกโยธินก่อนกราดเอ็ม 16 ดับ
4 มีนาคม 2553 09:49 น.
นราธิวาส - คนร้ายบุกบ้านอดีตทหารนาวิกโยธินเรียกออกไปตกลงบางอย่างหน้าบ้าน ก่อนใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ไส้ทะลัก ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในที่สุด
วันนี้ (3 มี.ค.) เมื่อเวลา 19.15 น. ร.ต.ต.ซาฮามี เซ็งปียา ร้อยเวร สภ.เมืองนราธิวาส ได้รับแจ้งว่า มีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 109/8 ถ.โคกเคียน เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จึงแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบกองเลือดบนพื้นถนนจำนวน 2 กอง ใกล้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นเมท 100 สีดำ ทะเบียน 8245 นราธิวาส ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ทราบชื่อ จ.อ.สักรี สะดง อายุ 35 ปี อาศัยอยู่บ้านหลังเกิดเหตุ เป็นอดีตทหารหน่วยนาวิกโยธิน ภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ จ.นราธิวาส
มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามชนิดเอ็ม 16 เข้าที่แขนซ้าย 1 หน้าท้อง 2 นัด จนไส้ทะลัก อาการสาหัส และทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่โรงพยาบาลดังกล่าว ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นฐานเพื่อตรวจสอบ
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.อ.สักรี กำลังรับประทานข้าวในบ้านหลังเกิดเหตุ ต่อมาได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซู ตอนครึ่ง สีขาว ไม่ทราบเลขทะเบียน เข้ามาจอดหน้าบ้านพัก และได้เรียกชื่อผู้ตายออกมาคุยที่หน้าบ้านพัก เพียงครู่เดียวคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 จ่อยิงยิงใส่ 3 นัดซ้อน จนผู้ตายล้มลงทั้งยืน ส่วนคนร้ายได้หลบหนีไป ตามเส้นทางแยกถนนโคกเคียน
สำหรับ จอ.สักรี ผู้ตายเป็นอดีตข้าราชการหน่วยนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ทำหน้าที่เป็นหน่วยข่าวกรอง รับผิดชอบในพื้นที่ อ.ยี่งอ และ อ.บาเจาะ โดยเมื่อปี 2550 ขณะเป็นทหารได้ไปละหมาดที่มัสยิดบูเก๊ะบากง อ.ยี่งอ และได้จอดรถยนต์กระบะที่หน้ามัสยิดและวางอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอกในรถยนต์ ซึ่งอาวุธปืนใช้ในทางราชการ
ต่อมาผู้ตายอ้างว่าได้มีคนร้ายทุบกระจกและขโมยปืนหายไป ซึ่งทางผู้บังคับบัญชา ได้สั่งสอบสวนผู้ตายและได้ถูกดำเนินคดีจำคุก 2 ปี และเมื่อออกจากคุก จึงได้หันมาประกอบอาชีพรับซื้อเศษเหล็กตามหมู่บ้าน ก่อนที่จะถูกยิงเสียชีวิต ส่วนสาเหตุเบื้องต้น สันนิษฐานเป็นการสร้างสถานการณ์ป่วนใต้
manager.
คนร้ายลอบวางระเบิดทหารที่ปะแตบาดเจ็บ 1 นาย
3 มีนาคม 2553 13:26 น.
ยะลา - คนร้ายระเบิดทหารลาดตระเวนเส้นทางที่ ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
วันนี้ (3 มี.ค.53) เวลา 11.15 น.ร.ต.ท.ภคิน วงศ์สุวรรณ ร้อยเวร สภ.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา รับแจ้งจาก ชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที่ว่า มีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 นาย ที่บ้านตาเลาะ หมู่ที่ 1 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา
หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังบริเวณจุดที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.อ.วรเดช เดชรักษา ผบ.ฉก.ยะลา 14 พ.ต.ท.ประสม เกื้อหนุน สวป.สภ.ยะหา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.14 อ.ยะหา ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD-ARMY) ภูธรจังหวัดยะลา ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดยะลา และ ฝ่ายปกครอง
ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายบายอ - ปะแต ก่อนถึง โรงเรียนบ้านบายอ ราว 500 เมตร พบหลุมระเบิดลึกราว 10 นิ้ว ดิน และ กอหญ้าข้างทางกระจายเป็นวงกว้าง พบสะเก็ดระเบิด เศษกล่องเหล็ก เศษชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กระจัดกระจาย บริเวณใกล้กันมีเลือดสาดเปรอะบนพื้น ส่วนผู้บาดเจ็บชื่อ พลทหารวีรวัฒน์ กลั่นเนียม อายุ 22 ปี
ชุดลาดตระเวนเดินเท้าร้อย ร.1542 สังกัด ร.15 พัน 2 ค่ายวชิราวุธ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ถูกสะเก็ดระเบิดเจาะราวนมขวา 2 รู ศีรษะ และ ขาขวาอีก 4 แห่ง อาการสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว
จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.จรูญ ธานีรัตน์ หัวหน้าชุดลาดตระเวนดังกล่าวได้นำกำลัง จำนวน 9 นาย ออกจากฐานปฏิบัติการ ในโรงเรียนบ้านบายอ เดินเท้าลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยเส้นทาง ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารเดินมาถึงบริเวณดังกล่าว ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนทำให้ พลทหารวีรวัฒน์ กลั่นเนียม ที่อยู่ใกล้ที่สุดได้รับบาดเจ็บ สาหัส
ส่วนกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นแนวร่วมอาร์เคเค.จากพื้นที่ใกล้เคียงลอบเข้ามาก่อเหตุแอบสังเกตความเคลื่อนไหวฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหาร แล้วแอบนำวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่องจุดชนวนกับรีโมทรีบมาวางซุกไว้ในพงหญ้าข้างทางรอจังหวะที่ชุดทหารลาดตระเวนเดินเท้ามาถึงแล้วจุดชนวนให้ระเบิด จนทำให้บาดเจ็บดังกล่าว
manager.
กอ.รมน.ชี้บึ้ม 8จุดแบงก์นราฯ มุ่งทำลายระบบการเงินหวังให้กระทบเศรษฐกิจ ยะลาผวาดึงจีที200ตรวจหาระเบิด
วันที่ 02 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 21:00:34 น.
คนร้ายลอบวางระเบิด 8 จุด ในจังหวัดนราธิวาส มุ่งโจมตีธนาคาร กอ.รมน.ชี้ทำลายระบบการเงินหวังให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ยะลาผวาดึงจีที 200 ตรวจสอบเข้มทั้งเมือง
คนร้ายวางบึ้มป่วนนราฯ 8 จุด
คนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่ต่างๆ ของ จ.นราธิวาส รวมทั้งหมด 8 จุด 4 อำเภอ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ทั้งนี้ คนร้ายใช้ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงเทพ เป็นเป้าหมายในการวางระเบิดรวมทั้งมุ่งสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุดคุ้มครองความปลอดภัยครู เมื่อวันที่ 2 มีนาคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุระเบิดใน 3 จุดของเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จุดแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.30 น. ผู้ก่อเหตุความไม่สงบใช้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกระป๋องน้ำอัดลม น้ำหนัก 1 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยนาฬิกาดิจิตอล บริเวณหน้าตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองนราธิวาส
ตั้งอยู่ริมถนนผดุงอาราม ทางปีกขวาของสำนักงานเทศบาลเมืองนราธิวาส แรงระเบิดทำให้ตู้เอทีเอ็มได้รับความเสียหาย และนางพร้อม ศิริพร อายุ 46 ปี พนักงานทำความสะอาด เทศบาลเมืองนราธิวาสได้รับบาดเจ็บ
จุดที่ 2 เกิดระเบิดที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของธนาคารออมสิน สาขานราธิวาส ถนนสุริยะประดิษฐ์ คนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุกล่องเหล็ก น้ำหนัก 5 กิโลกรัม ทำให้ตู้เอทีเอ็ม และบันไดขึ้นชั้น 2 ของธนาคารได้รับความเสียหายไม่มากนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ พ.ต.ท.สมเกียรติ์ อินทสุทธิ์ สารวัตรเวร สภ.เมืองนราธิวาส นำกำลังตรวจสอบจุดระเบิดระเบิดที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารออมสินอยู่นั้น คนร้ายจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องชนิดแอมโมเนียมไนเตรท บรรจุในท่อเหล็กทรงกลม ยาว 1 คืบ น้ำหนัก 3 กิโลกรัม ที่ซุกไว้ในกระถางต้นไม้หน้าร้านเสริมสวย เลขที่ 66/2 ถนนวรคามพิพิธห่างจากธนาคารออมสิน 30 เมตร นับเป็นจุดที่ 3 แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
"สุไหงโก-ลก" ซุก2แบงก์กู้ทัน
ส่วนจุดที่ 4 เกิดที่ อ.ระแงะ เมื่อเวลา 06.50 น. ที่บริเวณตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน สาขาตันหยงมัส ถนนเทศบาล 8 เขตเทศบาล ต.ตันหยงมัส แรงระเบิดทำให้ตู้เอทีเอ็มได้รับความเสียหาย ขณะที่นายชาญวิทย์ เอื้อปัญญาศิลป์ อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 10 ถนนเทศบาล 8 ถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัว ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบเป็นระเบิดชนิดแอมโมเนียมไนเตรท บรรจุในกระป๋องน้ำอัดลม น้ำหนัก 1 กิโลกรัม
ส่วนจุดที่ 5 เกิดระเบิดขึ้นที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย สาขาตันหยงมัส อ.ระแงะ ถนนเทศบาล 1 ซอย 7 คนร้ายใช้ระเบิดแอมโมเนียมไนเตรท บรรจุในกระป๋องน้ำอัดลม น้ำหนัก 1 กิโลกรัม และจุดชนวนด้วยนาฬิกาดิจิตอลเหมือนจุดแรก
ถัดมาเวลา 07.45 น. เกิดเหตุระเบิดในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เป็นจุดที่ 6 คนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องชนิดแอมโมเนียมไนเตรท บรรจุในกล่องเหล็ก น้ำหนัก 5 กิโลกรัม ซุกริมถนนในหมู่บ้านจูโว หมู่ 3 ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ เพื่อดักทำร้ายทหารร้อยปืนเล็กที่ 1 ฉก.นราธิวาส 32 ชุดคุ้มครองครู เกิดเหตุระเบิดขึ้น แต่ไม่มีทหารนายใดได้รับบาดเจ็บ
เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ใน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ตรวจพบระเบิดในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ด้วยเป็นจุดที่ 7 โดยซุกอยู่หน้าตู้เอทีเอ็มธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาสุไหงโก-ลก ถนนเอเชีย 18 เยื้องกับสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก เป็นระเบิดชนิดสารอีมัลชั่น
บรรจุในกระป๋องมันฝรั่งทอด น้ำหนัก 1 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยนาฬิกาปลุกดิจิตอล และยังพบระเบิดชนิดเดียวกันอีก 1 ลูก เป็นจุดที่ 8 บริเวณบันไดทางขึ้นธนาคารกรุงเทพ สาขาสุไหงโก-ลก ถนนประชาวิวัฒน์ ทั้งสองจุดเจ้าหน้าที่ใช้ปืนยิงทำลาย และเก็บกู้ระเบิดได้โดยปลอดภัย
ที่"ระแงะ"เตรียมออกหมายจับ1
ด้านนายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ ทั้งชิ้นส่วนวัตถุระเบิด และกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างๆ จุดเกิดเหตุ ในบางจุดมีพยานบุคคลที่เห็นพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายด้วย การขยายผลจะเป็นไปด้วยความรวดเร็วมากขึ้น จากการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมือง
พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธร (ผบก.ภ.) จว.นราธิวาส กล่าวว่า ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด โดยเฉพาะบริเวณหน้าธนาคารออมสิน สาขาตันหยงมัส อ.ระแงะ พบผู้ก่อเหตุเป็นชาย 1 คน เจ้าหน้าที่เตรียมสเก๊ตช์ภาพใบหน้าเพื่อขอออกหมายจับ สภ.ระแงะ เตรียมรายงานสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา สบ 10 จะลงมาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
"สำหรับการดูแลความปลอดภัยหลังเกิดเหตุระเบิดนั้น ให้ตำรวจทั้ง 19 สภ. ใน 13 อำเภอ ที่กระจายอยู่ตามหมู่บ้านและย่านชุมชนต่างๆ เพิ่มความเข้มงวด โดยเฉพาะการตั้งจุดตรวจลอย และเสริมกำลังดูแลตามสถานที่ราชการ สถานที่ชุมชน ทั้งให้จัดกำลังคอยซุ่มดูแลความปลอดภัยไว้บริเวณเป้าหมายล่อแหลม เพื่อคอยสังเกตสิ่งผิดปกติแล้วด้วย" ผบก.ภ.จว.นราธิวาสกล่าว
กอ.รมน.ชี้มุ่งทำลายระบบการเงิน
นายรุ่งวิทย์ ทิตย์สีแสง ประธานชมรมธนาคาร อ.สุไหงโก-ลก กล่าวว่า ธนาคารทั้ง 9 แห่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก เพิ่มความเข้มงวดรักษาความปลอดภัยใน 3 มาตรการ คือจัดชุดรักษาความปลอดภัย ติดตั้งกล้องวงจรปิด และเฝ้าสังเกตวัตถุหรือบุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยที่เข้ามาบริเวณพื้นที่รัดกุมอยู่แล้ว ทำให้เก็บกู้วัตถุระเบิดได้ 2 ลูกก่อนเกิดระเบิด
ส่วนธนาคารจะเปิดให้บริการต่อไป แต่ทำความเข้าใจให้ลูกค้าที่นำรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าธนาคารทุกคันต้องเปิดเบาะทุกครั้ง เพื่อป้องกันคนร้ายซุกซ่อนระเบิดสร้างสถานการณ์ซ้ำอีก
พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงว่า เหตุวางระเบิด 8 จุด ที่ จ.นราธิวาส เป็นการกระทำของผู้ก่อเหตุรุนแรง มุ่งทำลายระบบการเงิน การธนาคารพร้อมกันหลายจุด หวังให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจในพื้นที่ เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการต่อเนื่อง 3 วัน
เมื่อเปิดวันแรกประชาชนใช้บริการที่ธนาคารจำนวนมาก และไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์ป่วนเมืองในกรุงเทพฯ
"ในห้วงเวลาที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเชิงรุกมากขึ้น ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ และปะทะกับผู้ก่อเหตุหลายครั้ง ทำให้ผู้ก่อเหตุระเบิดระดับแกนนำปฏิบัติการเสียชีวิต อาจเป็นไปได้ว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุหวังแก้แค้น พร้อมกับแสดงศักยภาพของกลุ่ม แม้ว่าแกนนำสำคัญจะเสียชีวิตไปแล้ว " โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ระบุ
พ.อ.บรรพตกล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่านับแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบผลการทดสอบเครื่องตรวจมวลสารระยะไกล (จีที 200) ได้ก่อเหตุระเบิดมาแล้ว 27 ครั้ง เฉลี่ยวันละประมาณเกือบ 2 ครั้ง แยกเป็นเหตุระเบิด 17 ครั้ง และสามารถเก็บกู้ทำลาย 10 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 48 ราย แยกเป็นทหาร 25 นาย ตำรวจ 3 นาย และประชาชนทั่วไป 20 ราย
ยะลาผวาตรวจสอบเข้มทั้งเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานหลังจากคนร้ายลอบวางระเบิดอย่างต่อเนื่องใน จ.นราธิวาส พ.ท.ยุทธนาม เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 นำกำลังทหารออกกระจายกำลังตรวจสอบบริเวณธนาคารทุกแห่งในเขตเทศบาลนครยะลา จ.ยะลา พร้อมนำเครื่องตรวจหาสารระเบิด จีที 200 ตรวจสอบด้านหน้าธนาคาร เพื่อหาวัตถุต้องสงสัย
รวมทั้งนำเครื่องรบกวนสัญญาณ (ทีบ๊อกซ์) เพื่อป้องกันเหตุลอบวางระเบิด เน้นพื้นที่ ถนนยะลา ถนน ณ นคร และถนนปราจีน ที่มีธนาคารอยู่จำนวนหลายแห่ง
ขณะที่ พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.เมืองยะลา ใช้ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ กระจายกำลังลาดตระเวนตรวจสอบที่บริเวณหน้าธนาคาร สถานที่ราชการ รวมทั้งโรงเรียน ในเขตเทศบาลนครยะลา รวมทั้งตรวจสอบรถยนต์รถจักรยานยนต์ เป้าหมายอย่างเข้มงวด
matichon.
ชาวบ้านนราฯ โชคร้ายเหยียบระเบิดขาขาดทั้ง 2 ข้าง
1 มีนาคม 2553 12:29 น.
นราธิวาส - โจรใต้วางแผนลวงซุกระเบิดเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ ขณะเข้าตรวจสอบเหตุตัดต้นยาง แต่ชาวบ้านตากใบโชคร้ายเหยียบระเบิดขาขาดทั้ง 2 ข้าง
วันนี้ (1 มี.ค.) ร.ต.ท.ธงชัย ภุกกาพันธ์ ร้อยเวร สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุชาวบ้านเหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณประตูทางเข้าสวนยางพารา ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนบ้านบอฆอ ม.2 ต.โฆษิต อ.ตากใบ
จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.จักรพร แท่นทอง ผกก.สภ.ตากใบ พ.ต.ต.เนติธร วัตตธรรม สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบ บริเวณประตูทางเข้าสวนยางพารา ซึ่งมีร่องรอยต้นยางพารา ถูกของมีคมฟันที่บริเวณลำต้นได้รับความเสียหายจำนวนกว่า 100 ต้น และมีหลุม ลึก 1 เมตร กว้าง 2 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง
ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในหม้อแกงอลูมิเนียม หนัก 8 ก.ก. จุดชนวนด้วยระบบเท้าเหยียบ ตกกระจายเกลื่อนพงหญ้ารกทึบ รวมทั้งกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีพลเมืองดี นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลตากใบไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บ ที่โรงพยาบาล ทราบชื่อคือ นายสุชิน คงแสง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84/1 ม.2 ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
ซึ่งอยู่ในสภาพขาซ้ายขาด และขาขวามีหนังหุ้มกระดูกห้อยรุ่งริ่ง อาการสาหัส เมื่อแพทย์ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้นแล้ว ได้ส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า ช่วงก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 ก.พ.53 ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบนำของมีคมเข้าไปตัดต้นยางพาราซึ่งเป็นสวนของนายคง แดงสุวรรณ อายุ 80 ปี แต่เจ้าของไม่ได้เข้าแจ้งความ
แต่ได้ว่าจ้างนายสุชิน ผู้บาดเจ็บ เข้าไปทำการซ่อมแซมรั้วบริเวณประตูทางเข้าให้มีความหนาแน่นและมั่นคง เพื่อป้องกันมิให้คนร้ายเข้าไปตัดต้นยางพาราซ้ำ
ในระหว่างที่นายสุชิน กำลังเดินเข้าไปเพื่อซ่อมแซมรั้วนั้น นายสุชิน ได้เหยียบกับระเบิดของคนร้ายที่ลอบนำไปฝังไว้ เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบเหตุตัดต้นยางพารา จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนนายสุชินขาได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ แต่เจ้าของไม่ได้เข้าแจ้งความ จนนายสุชินมารับเคราะห์ดังกล่าว
manager.
โจรใต้ยิงชาวบ้าน กลับจากละหมาด เจ็บ1ที่นราฯ
วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2553
คนร้ายซุ่มยิงชาวบ้านกลับจากละหมาดที่ อ.แว้ง นราฯ ก่อนหลบหนีไปในความมืด สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นความมั่นคง
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 27 ก.พ. ร.ต.อ.กิตตินาถ เมืองลาย ร้อยเวร สภ.แว้ง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บหน้าบ้านเลขที่ 199 หมู่ 2 ต.แว้ง อ.แว้ง จึงสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ฝ่ายปกครอง พร้อมด้วย นายเถกิงศักดิ์ ยกศิริ
นายอำเภอแว้ง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรอยเลือดที่ถนนหน้าบ้านพัก ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแว้ง ทราบชื่อคือ นายเจ๊ะอาแว เจ๊ะมามะ เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าที่ลำตัวจำนวน 1 นัด อาการสาหัสแพทย์ได้นำตัวส่งรักษายังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายเจ๊ะอาแว เดินเท้าไปละหมาดที่มัสยิดใกล้บ้าน เสร็จแล้วจึงเดินกลับบ้าน ขณะเดินถึงหน้าบ้านมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนที่ดักซุ่มอยู่ในพงหญ้ารกทึบ หน้าบ้าน ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ผู้บาดเจ็บจำนวน 3 นัดซ้อนจนล้มลง เมื่อญาติๆ ได้ยินเสียงปืนจึงวิ่งออกมาดู
พบนายเจ๊ะอาแวถูกยิง จึงนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลในเวลาต่อมา ส่วนคนร้ายได้อาศัยความมืดพากันหลบหนีไป สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นความมั่นคง
thairath.
แฉภาพเอ็กซเรย์"จีที 200" แค่แท่งพลาสติกกลวงโบ๋
Saturday, 27 February 2010 16:46
"ชุมชนวิทยาศาสตร์หว้ากอ" เผยแพร่ภาพเอ็กซเรย์ "จีที 200" พบเป็นแค่แท่งพลาสติกกลวง ช่องใส่การ์ดก็โบ๋ ไม่มีจุดสัมผัสกับกลไกอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ "เซ็นเซอร์การ์ด" ก็แค่พลาสติก 2 แผ่นประกบกัน "เจษฎา" สรุปลวงโลก ไม่สามารถทำงานได้จริง เสาอากาศชี้เพราะคนถือเอียงมือโดยไม่รู้ตัว ด้านองค์กรสิทธิฯจี้ ผบ.ทบ.เลิกใช้ด่วน ใต้ยังบึ้มรายวัน ทหารเจ็บ 7
นักวิชาการและผู้สนใจด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งรวมตัวกันในนาม "ชุมชนวิทยาศาสตร์หว้ากอ" ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ยังคงเดินหน้าตรวจสอบเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 ต่อไป หลังจากฝ่ายความมั่นคงยังไม่ยอมยุติการใช้เครื่องมือชนิดนี้
โดยเฉพาะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งๆ ที่ผลการทดสอบซึ่งจัดโดยคณะกรรมการที่มีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเจ้าภาพ ชี้ชัดว่าเครื่องจีที 200 ไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง เพราะมีสถิติการค้นหาระเบิดต่ำกว่าการเดาสุ่ม
นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการอิสระผู้ออกมาเปิดโปงกลไกการทำงานของเครื่องจีที 200 ผ่านสื่อ และเป็นหนึ่งในชุมชนวิทยาศาสตร์หว้ากอ เปิดเผยว่า ทางชุมชนได้นำเครื่อง จีที 200 ไปเอ็กซเรย์ที่คลินิกเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อพิสูจน์กลไกภายในว่าไม่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ โดยสาเหตุที่ต้องนำไปเอ็กซเรย์เพราะติดปัญหาไม่สามารถผ่าเครื่องโดยตรงได้
"เราได้รับเครื่อง จีที 200 จาก พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตประธานที่ปรึกษากองทัพไทย ประธานองค์กรอุณาโลม ซึ่งได้รับสนับสนุนเครื่องมาจากภาคเอกชนอีกที ผลการเอกซเรย์พบว่าด้านในของเครื่องกลวงตั้งแต่บริเวณฐานที่เป็นช่องใส่การ์ดขึ้นไปจนถึงตัวเครื่อง ซึ่งสอดคล้องกับการสังเกตด้วยตาเปล่า ไม่มีจุดสัมผัสอิเล็กทรอนิกส์กับการ์ดแต่อย่างใด"
นายเจษฎา กล่าวต่อว่า ในส่วนของเซ็นเซอร์การ์ดเป็นเพียงแผ่นพลาสติก 2 แผ่น ทากาวยางประกบกันแบบง่ายๆ เมื่อแกะทั้ง 2 แผ่นออกจากกันก็ไม่พบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ มีเพียงเศษกระดาษสีชมพูขนาดเล็กอยู่ภายใน ภาพจากการเอ็กซเรย์ก็ยืนยันว่าไม่มีอะไรอยู่ในการ์ดเช่นกัน
ส่วนที่ด้ามจับบริเวณกลางเครื่องซึ่งเคยสงสัยว่าอาจจะมีอะไรอยู่ด้านในนั้น นายเจษฎา กล่าวว่า ภาพเอ็กซเรย์ก็แสดงให้เห็นว่าว่างเปล่า เช่นเดียวกับบริเวณด้านบนสุดที่ต่อกับเสาอากาศวิทยุของเครื่อง ก็ไม่มีอะไรอยู่ภายใน และไม่มีอะไรที่จะไปบังคับต่อเชื่อมกับเสาอากาศได้ ภาพเอ็กซเรย์ยังแสดงให้เห็นว่าเสาอากาศมีเพียงน็อตขันติดกับแผ่นพลาสติกสีดำที่เสียบอยู่กับแกนลวด สามารถโยกขึ้นลง และหมุนซ้ายขวาได้ง่ายเท่านั้น
ย้ำเครื่องลวงโลก-เสาชี้เพราะคนถือ
"สรุปก็คือเครื่อง จีที 200 ไม่สามารถทำงานได้เอง เริ่มตั้งแต่ไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงทฤษฎีวิทยาศาสตร์ ทั้งเรื่องไฟฟ้าสถิตจากร่างกายผู้ถือและหลักการแม่เหล็กดูด-ผลักของสาร, ไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงกลไก และไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงประสิทธิภาพ เพราะทดสอบแล้วชี้เป้าถูกต้องต่ำกว่าการเดาสุ่ม" นายเจษฎา กล่าว
นักวิชาการชื่อดัง ยังบอกอีกว่า ทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานสนับสนุนสมมติฐานที่ว่า การที่เสาอากาศของเครื่องหมุนได้นั้น ไม่ได้เกิดจากหลักแม่เหล็กดูดผลักตามที่บริษัทกล่าวอ้าง แต่เป็นผลจากผู้ใช้เครื่องทำให้เสาอากาศหมุนเอง โดยอาจจะเป็นการตั้งใจเอียงเครื่องเพื่อชี้
หรือจะเป็นความบังเอิญในการเอียงเครื่องเล็กน้อยระหว่างเดิน ซึ่งแรงเฉื่อยจากร่างกายผู้ใช้ได้ส่งถ่ายต่อไปยังเครื่อง ทำให้เสาอากาศหมุนได้เมื่อเอียงออกนอกจุดศูนย์ถ่วงที่เสถียรของเครื่อง
"สรุปสุดท้ายว่าการที่เจ้าหน้าที่นำไปใช้แล้วหาวัตถุระเบิดได้นั้น น่าจะมาจากฝีมือและความสามารถส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ท่านนั้น ซึ่งได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีในการตรวจหาพิรุธของการซุกซ่อนวัตถุระเบิด ประกอบกับมีการข่าวที่ดีนำมาก่อน ทำให้เมื่อเดินผ่านบริเวณที่ต้องสงสัย
จึงส่งผลต่อจิตใต้สำนึกของเจ้าหน้าที่ทำให้เครื่องเอียงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว และชี้เสาอากาศไปยังวัตถุต้องสงสัยได้ แม้ว่าจะซ่อนไว้ค่อนข้างดีแล้วก็ตาม"
เตือนเลิกใช้-ไม่ปลอดภัยแถมละเมิด
นายเจษฎา กล่าวด้วยว่า มีความเสี่ยงสูงมากๆ หากจะนำเครื่อง จีที 200 และเครื่องที่มีลักษณะเดียวกัน เช่น อัลฟ่า 6 (กระทรวงมหาดไทยเพิ่งจัดซื้อล็อตใหญ่) ไปใช้ในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย กระบวนการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เพราะมีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา
อนึ่ง ก่อนหน้านั้น เมื่อค่ำวันอังคารที่ 23 ก.พ. ที่องค์กรอุณาโลม ภายในราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนามม้านางเลิ้ง กรุงเทพฯ) นายเจษฎา และ พล.อ.ปฐมพงษ์ ได้ร่วมกันตรวจสอบเซ็นเซอร์การ์ดของเครื่อง จีที 200
โดยบันทึกภาพและวิดีโอเอาไว้ ปรากฏว่าเมื่อ พล.อ.ปฐมพงษ์ ใช้มือแกะเซ็นเซอร์การ์ดจนแยกออกเป็น 2 ชิ้น พบเพียงกระดาษแผ่นเล็กๆ แปะอยู่ โดยไม่มีกลไกอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ทั้งสิ้น
องค์กรสิทธิรุกจี้ ผบ.ทบ.หยุดใช้"จีที"
ด้านมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน สถาบันพัฒนานักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ศูนย์ทนายความมุสลิม และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบง) โดยขอให้กองทัพบกยกเลิกการใช้เครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม
ทั้งนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีการใช้เครื่อง จีที 200 บุคคลผู้ต้องสงสัย แล้วอ้างว่าตรวจพบสารตั้งต้นวัตถุระเบิดในตัวบุคคลหรือเสื้อผ้า จากนั้นก็ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยได้นานถึง 37 วัน ทำให้บุคคลเหล่านั้นสูญเสียอิสรภาพโดยไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาในทางอาญา
นอกจากนั้นยังพบว่า ผู้ที่เคยถูกควบคุมตัวเนื่องจากการใช้เครื่องจีที 200 ได้ถูกทางราชการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) เอาไว้ ทำให้ต้องประสบกับความเดือดร้อนและกระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพอย่างยิ่ง เช่น ถูกตรวจเข้มเป็นพิเศษในระหว่างเดินทาง ถูกติดตามตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กลายเป็นผู้ต้องสงสัยของรัฐอย่างไม่วันจบสิ้น
โอกาสนี้ทางองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนจึงขอเรียกร้องให้กองทัพบกยกเลิกการใช้เครื่อง จีที 200 ทั้งหมด ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือไม่ และให้ยกเลิกบัญชีดำบุคคลที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงเนื่องจากการใช้เครื่องจีที 200 พร้อมให้ชดเชยและเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้เครื่องจีที 200 โดยเจ้าหน้าที่อย่างรีบด่วนด้วย
ใต้ยังบึ้มรายวัน "2 ตูม"ทหารเจ็บ 7
ด้านสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดวันที่ 26 ก.พ.2553 ยังคงเกิดเหตุรุนแรงขึ้นบ้างประปราย โดยเมื่อเวลา 08.10 น. คนร้ายจุดชนวนระเบิดบริเวณสามแยกทางเข้าโรงเรียนบ้านถ้ำศิลป์ ท้องที่หมู่ 2 ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา ขณะทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลา 11 กำลังออกลาดตระเวนโดยใช้รถจักรยานยนต์เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับคณะครู
แรงระเบิดทำให้มีทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ ส.อ.สมจิตร คงจันทร์ อายุ 40 ปี และพลทหารสะมาแอ มะตาเฮ อายุ 22 ปี เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ขณะที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38 กำลังขับรถกลับฐาน หลังไปส่งกำลังพลเพื่อเข้าเวรรักษาความปลอดภัยช่วงกลางคืนที่โรงเรียนบ้านตาโล๊ะ ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ นั้น ปรากฎว่าระหว่างทางได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนจุดชนวนระเบิดที่บรรจุไว้ในถังดับเพลิง น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม
วางไว้บริเวณโคสเสาไฟฟ้าริมถนนสายตอหลัง-ระแงะ ช่วงบริเวณบ้านตาโล๊ะ หมู่ 1 ต.ตันหยงลิมอ จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ประกอบด้วย ส.อ.นัฐพงษ์ ใจคำ หัวหน้าชุด ส.ท.สุขสันต์ ทับทิม พลทหารจรัล สุกเขียว พลทหารปรียาวัตร หัวเขา และ พลทหารไพศาล บุญส่ง เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบเช่นกัน
isranews.
โจรใต้วางระเบิดทหารระแงะเจ็บ 5 -ไฟดับทั่วทั้งตำบล
26 กุมภาพันธ์ 2553 20:50 น.
นราธิวาส – โจรใต้วางระเบิดโคนเสาไฟฟ้าก่อนกดชนวนหวังสังหารรถทหาร ทำให้ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย และไฟฟ้าดับทั้งตำบล
วันนี้ (26 ก.พ.) เมื่อเวลา 17.50 น. ร.ต.ท.ภานุพงษ์ จินดาหลวง ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.15124 ฉก.นราธิวาส 38 ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย เหตุเกิดบนถนนสายตอหลัง-ระแงะ ช่วงบริเวณบ้านตาโล๊ะ ม.1 ต.ซตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ
พ.อ.สิทธิพร มุกสิกะสิน รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอระแงะ และ พ.ต.ต.เนติธร วัตตธรรม สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบเสาไฟฟ้าริมถนนหักโคนทับเส้นทาง จนยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ แถมสายไฟฟ้าที่ติดอยู่บนเสายังมีอนุภาพของระเบิดได้รับความเสียหายจนขาด เจ้าหน้าที่ต้องรีบประสานไปยังเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ระแงะ เพื่อเดินทางมาทำการตัดกระแสไฟฟ้า ก่อนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
เมื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าบริเวณโคนเสาไฟฟ้าจุดที่คนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 20 ก.ก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ มาวางไว้มีหลุมลึก 3 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องตกอยู่กระจัดกระจาย โดยเฉพาะห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจอดอยู่
โดยสภาพตัวถังด้านขวาจรดท้ายกระบะ มีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายเป็นรูพรุน แถมที่กระบะบรรทุกหลังเจ้าหน้าที่พบรอยเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 5 นาย เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้วเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาจึงได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดตามบริเวณลำตัว ทราบชื่อต่อมาคือ 1.ส.อ.นัฐพงษ์ ใจคำ หัวหน้าชุด 2. ส.ท.สุขสันต์ ทับทิม 3.พลทหารจรัล สุกเขียว 4. พลทหารปรียาวัตร หัวเขาและ 5. พลทหารไพศาล บุญส่ง
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.อ.นัฐพงษ์ หัวหน้าชุด ได้ขับรถยนต์ออกจากฐาน เพื่อนำกำลังไปส่งที่โรงเรียนบ้านตาโล๊ะ ในการทำหน้า รปภ.โรงเรียนในช่วงกลางคืน เมื่อส่งกำลังแล้วเสร็จ ส.อ.นัฐพงษ์ จึงได้ขับรถยนต์เพื่อกลับฐาน เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง
ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง แล้วนำไปวางพิงไว้กับโคนเสาไฟฟ้า จนเกิดระเบิดขึ้นขณะที่รถยนต์ของ ส.อ.นัฐพงษ์ขับผ่านมา ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย แถมเสาไฟฟ้าโคนล้มทับเส้นทาง และชาวบ้านตำบลตันหยงลิมอไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินแก้ไข เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้กระแสไฟฟ้าตามปกติแล้ว
manager.
บึ้ม! ทหารชุด รปภ.ครูยะลาเจ็บ 2 นาย
26 กุมภาพันธ์ 2553 12:51 น.
ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดทหารชุดคุ้มครองครู โดยการนำระเบิดซุกซ้อนไว้ใต้ต้นไม้ทางแยกทางเข้าโรงเรียนบ้านถ้าศิลป์ ก่อนกดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย
เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (26 ก.พ.) ร.ต.ท.วิรกิจ แก้วนวลจริง ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณปากทางเข้าวัดถ้ำศิลป์ หมู่ที่ 2 ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.เมืองยะลา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.11 อ.เมืองยะลา
ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ศรศึก-ศรชัย (EOD-ARMY) ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 10 จังหวัดยะลา และฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่งที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าวใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้กับสามแยกทางเข้าโรงเรียนบ้านถ้ำศิลป์ ประมาณ 10 เมตร
เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ คาเซ่ สีขาว-ดำ ของทางราชการ หมายเลขทะเบียน กบบ-ปัตตานี 924 ล้มอยู่บนถนน จำนวน 1 คัน สภาพรถเสียหายไม่สามารถใช้งานได้ ห่างกันเล็กน้อย
ริมถนนใต้ต้นไม้ เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิด ขนาดกว้าง ลึก 50 ซม. เศษสะเก็ดระเบิด ถ่านไฟ 9 โวลต์ สายไฟ เศษโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวส่ง โรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว ทราบชื่อ คือ ส.อ.สมจิตร ชุมจันทร์ อายุ 49 ปี
ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และพลทหารสะมะแอ มะตาเฮ อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาและลำตัวอาการสาหัส ซึ่งทั้ง 2 นายเป็นเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร. 5032 ฉก.11 อ.เมือง จ.ยะลา ประจำฐานปฏิบัติการวัดหน้าถ้ำ ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา
จากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายไม่ทราบกลุ่ม และจำนวนได้นำระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กก.บรรจุไว้ในกล่องเหล็กจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือนำมาวางไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ จ.ส.อ.ณรงค์ จินดาวงศ์ หัวหน้าชุดได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 8 นาย พร้อมรถจักรยานยนต์ 4 คัน
ลาดตระเวนออกจากฐานปฏิบัติการ เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยครู และเส้นทางโดย 2 คันแรก ได้ขับรถลาดตระเวนมาจนถึงทางสามแยกทางเข้าโรงเรียนบ้านถ้ำศิลป์ คนร้ายที่รออยู่ได้กดชนวนระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นายดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า เป็นการก่อเหตุร้ายเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
manager.
ทหารพรานปะหน้ากับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ ต.ปะแตเจ็บ 1 นาย – คนร้ายดับ1
24 กุมภาพันธ์ 2553 22:46 น.
ยะลา - ทหารพรานปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ต.ปะแต อ.ยะหา ทำให้ทหารพราน ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย และ คนร้ายเสียชีวิต 1 ศพ ยึดอาวุธปืนสงครามเอ็ม 203 ได้อีก 1 กระบอก
วันนี้ (24 ก.พ.) ร.ท.ไพรัตน์ สุรัตน์ ผบ.ร้อย ทพ.4703 กรมทหารพรานที่ 47 ได้รับแจ้งจาก ชาวบ้านที่ออกหาของป่าว่า พบกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจำนวนหลายคน พร้อมอาวุธ ปืนสงคราม ในป่าหลังหมู่บ้านห่างจากถนนประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณหมู่ที่ 5 บ.จาเราะซีโป๊ะ ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา
หลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารพราน จึงได้ประสานกับกำลังทหาร ฉก.14 อ.ยะหา และ เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) สภ.ปะแต จำนวน กว่า 50 นาย เข้าทำการปิดล้อมในพื้นที่ดังกล่าว
ขณะที่ เจ้าหน้าที่ ทั้ง 3 ฝ่าย กำลังเดินเท้าจากถนนในหมู่บ้านเข้าไปยังจุดที่รับแจ้ง กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เห็นเจ้าหน้าที่ก่อน จึงได้ใช้อาวุธปืนสงครามอาก้า และ เอ็ม 16 ยิงเข้าใส่โดยทันที จนทำให้เกิดมีการปะทะกันขึ้น นานกว่า 20 นาที
หลังเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ พบ อส.ทพ.พัทยา แปงคำใส อายุ 20 ปี สังกัด ร้อย.ทพ.4703 กรมทหารพรานที่ 47 ประจำฐานปฏิบัติการในพื้นที่ ต.ปะแต อ.ยะหา ถูกยิงเข้าที่บริเวณลำคอด้านขวา เพื่อนทหารได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาในเวลาต่อมา
ผ่านไปเกือบประมาณ 30 นาที เจ้าหน้าที่พบศพ นายอับดุลเลาะ ยาวางอ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมูที่ 3 ต.กระเสาะ อ.มายอ จ.ปัตตานี ถูกยิงนอนเสียชีวิตจมกองเลือด จำนวน 1 ศพ
ห่างกันเล็กน้อยพบอาวุธปืนสงครามเอ็ม 203 จำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่ชุดนิติวิทยาศาสตร์จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อหาข้อมูลต่อไป ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ พ.อ.อุทิศ อนันตนานนท์ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 47 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารพราน กระจายกำลังปิดล้อมไล่ล่ากลุ่มคนร้ายในพื้นที่ใกล้เคียง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เข้ามาหลบซ่อนตัวในพื้นที่ ดังกล่าว เพื่อเตรียมการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ อ.ยะหา อ.กรงปินัง และ อำเภอใกล้เคียง
manager.
ลอบบึ้มทหารตระเวนเส้นทางยะลาหวังซ้ำลูก 2 โชดดีกู้ทัน
24 กุมภาพันธ์ 2553 14:40 น.
ยะลา – คนร้ายลอบวางระเบิดใต้ถนนหวังสังหารเจ้าหน้าที่ทหาร ชุดลาดตระเวนเส้นทาง ระหว่างบ้านสลาแด-บ้านตะโละสโต ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง เพื่อลวงเจ้าหน้าที่หวังระเบิดซ้ำ โชคดีเก็บกู้ทันไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
วันนี้ (24 ก.พ.) ศูนย์วิทยุ สภ.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา ได้รับแจ้งจาก ร.ต.ท.สุทธิชัย คำมี ร้อยเวร สภ.กรงปินัง ว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณบนถนนเส้นทางในหมู่บ้าน หมู่ที่ 3 บ้านสลาแด ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างบ้านสลาแด-บ้านตะโละสโต ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา
หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กรงปินัง เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.13 อ.กรงปินัง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD-ARMY) ชุดศรศึก-ศรชัย เจ้าหน้าที่ทหารเก็บกู้วัตถุระเบิด ชุดอโนทัย และ ฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าวสองข้างทางเป็นป่าสวนผลไม้ และสวนยางพารา เจ้าหน้าที่ พบหลุมระเบิดขนาดเล็ก ที่คนร้ายขุดเจาะใต้ถนนเพื่อฝังระเบิด แต่เนื่องจากระเบิดทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ เจ้าหน้าที่ต้องใช้ชะแลงเปิดหน้าหลุมระเบิด แล้วทำการตรวจสอบ ข้างในหลุมระเบิดพบเศษถังแก๊สปิ๊กนิกขนาด 10 กิโลกรัม กระจายบนพื้นถนน ห่างกันข้างทางประมาณ 150 เมตร เจ้าหน้าที่ยังพบสายไฟลากเข้าไปในสวนผลไม้
จากการเข้าตรวจสอบ พบวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่องที่คนร้ายได้ทำขึ้นมาเอง วางไว้อีก 1 ลูก น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ขนาดกว้าง 3 ซ.ม ยาว 7 ซ.ม หุ้มด้วยกระบอกเหล็ก พันด้วยเทปกาวสีดำ จุดชนวนด้วย วงจรแผงอิเล็กทรอนิกส์ ถ่าน 9 โวลท์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นฝีมือคนร้ายที่ลวงเจ้าหน้าที่ เพื่อระเบิดซ้ำ โชคดีสามารถเก็บกู้ไว้ได้
จากการสอบสวนทราบว่า มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม และจำนวนใช้ระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิ๊กนิกน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ถ่าน 9โวลท์ นำมาฝั่งไว้ใต้ถนน เมื่อรถหุ้มเกราะ REVA ของเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.4032 ฉก.13 กรงปินัง ตั้งฐานปฏิบัติการที่บ้านสลาแด อ.กรงปินัง มี ร.อ.สมภพ ใจบุญ หัวหน้าชุด ร.ป.ภ.ครู และลาดตระเวนเส้นทาง
พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ 15 นายขับผ่านเพื่อมุ่งเข้าตรวจสอบเหตุ คนร้ายลอบวางเพลิงที่ร้านน้ำชาชาวบ้าน ที่บ้านตะโละสโต หมู่ที่ 6 ต.สาเอะ อ.กรงปินัง เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา เมื่อรถ REVA มาถึงบริเวณที่เกิดเหตุคนร้ายได้กดชนวนระเบิดขึ้น แต่ระเบิดทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และรถไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่า เป็นยุทธวิธีที่คนร้ายพยายามหลอกล่อเจ้าหน้าที่ โดยใช้การวางระเบิดถนน แล้วลวงหวังสังหารซ้ำ เพื่อเป็นการตอบโต้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่กดดันในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
manager.
โจรใต้วางระเบิดดักสังหารทหารที่ อ.ตากใบ เจ็บระนาว 6 นาย
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 15:18:08 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.ศิริพงษ์ อ่อนละมูล ร้อยเวร สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัดร้อย ร.1934 ฉก.นราธิวาส 36 จนได้รับบาดเจ็บ 6 นาย บนถนนเลียบแม่น้ำไทย-มาเลเซีย
ช่วงบริเวณบ้านโต๊ะยามู ม.4 ต.นานาค อ.ตากใบ ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนส์ ทะเบียน บฉ-706 ยะลา ซึ่งจอดอยู่ห่างจุดระเบิดประมาณ 20 เมตร ซึ่งอยู่ในสภาพกระจกหน้าแตก ตัวถังด้านซ้ายถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูพรุน แถมยางล้อหน้าซ้ายยังถูกสะเก็ดระเบิดจนยางแตก
จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พบหลุมระเบิดลึก 1 ฟุต กว้าง 2 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิค หนัก 20 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ยี่ห้อโมโตโรล่า ตกกระจายเกลื่อนถนนในรัศมีกว้าง 20 เมตร
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 6 นาย ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดเฉี่ยวบริเวณแขน ลำตัวและศรีษะ รวมทั้งถูกแรงอัดของระเบิด เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาในเบื้องต้นที่โรงพยาบาลตากใบไปก่อนหน้าแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหาร รวม 6 นาย ได้นั่งรถยนต์กระบะออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ห่างที่เกิดเหตุ ประมาณ 1 ก.ม. เพื่อตระเวนส่งเสบียงอาหารให้ทหารตามฐานปฏิบัติการณ์ย่อยอยู๋นั้น เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง
ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก็สปิกนิค ที่นำไปซุกซ่อนไว้ในถุงปุ๋ยที่ตั้งไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารขับรถยนต์ผ่าน แต่ระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยทั้ง 6 นาย และรถยนต์กระบะถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายไปด้วย
matichon.
โจรใต้ซุ่มยิงทหารชุด รปภ.ครูสาหัส 1 คล้อยหลังไม่ถึง 5 นาที บึ้ม!รถยนต์ ผกก.รามันรอดหวุดหวิด
23 กุมภาพันธ์ 2553 19:31 น.
ยะลา – เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดคุ้มครองครูบนถนนสายโกตาบารู – บือมัง อ.รามัน และปะทะกันประมาณ 10 นาที เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย และในเวลาไล่เลี่ยกัน ผกก.สภ.รามันเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ คนร้ายกดชนวนระเบิดซ้ำรอดหวุดหวิด
เมื่อช่วงเย็นวันนี้(23 ก.พ.) ร.ต.ท.พงษ์พันธ์ คำวุ่น ร้อย สภ.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งมีเหตุซุ่มยิงและระเบิด เจ้าหน้าที่ทหาร ชุดคุ้มครองครูบนถนนสายโกตาบารู – บือมัง บ้านเฆาะ หมู่ที่ 1 ต.โกตาบารู หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองเดินทางไปยังที่เกิดเหตุจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์สีน้ำเงินคาดเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของทางราชการพลิกคว่ำตกอยู่ข้างทาง บนถนนมีรอยเลือด เศษดิน เศษเหล็ก และชิ้นส่วนระเบิดแตกกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ข้างถนนมีร่องรอยคราบเขม่าระเบิดติดที่พงหญ้าเป็นบริเวณกว้าง ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อ จ.ส.อ.สุวรรณ สุวรรณสิงห์ อายุ 32 ปี
ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณใบหน้าและเบ้าตา อาการสาหัส และพลทหารมะซอลี ยูโซ๊ะ อายุ 22 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัว อาการไม่สาหัส ทั้งสองนาย สังกัด ร้อย ร.15224 ฉก.12 อ.รามัน ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการภายในวัดวชิรปราการ ต.โกตาบารู ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กม.
จาการสอบสวนทราบว่า กำลังทหารทั้งหมด จำนวน 23 นาย นั่งรถยนต์กระบะเชฟโรเลต สีบรอนซ์ทอง จำนวน 10 นาย ตามหลังด้วยรถจักรยานยนต์ 3 คัน จำนวน 6 นาย และเดินเท้าอีก จำนวน 7 นาย รวมทั้งสิ้น 23 นาย เมื่อชุดรถจักรยานยนต์
เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายที่แอบซุ่มอยู่ในป่าบนเนินเขา ได้กดระเบิดขึ้น พร้อมกับยิงเข้าใส่ เจ้าหน้าที่ทหาร จนเกิดการปะทะกันขึ้นประมาณ 10 นาที คนร้ายอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีขึ้นเขาไป
จากการสอบสวนอย่างละเอียดพบว่า คนร้ายได้นำระเบิดชนิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 3 กก. วางไว้ในพงหญ้ารกริมถนน แล้วลากสายไฟยาวเข้าป่ายางข้างถนน แล้วกดชนวนระเบิดด้วยแบตเตอรี่ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อมุ่งร้ายต่อ เจ้าหน้าที่หาร
และในเวลาไล่เลี่ยกันขณะที่ พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก.สภ.รามัน กำลังเดินทางจะเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ด้วยรถยนต์กระบะ กันกระสุน ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ตราโล่ 93095 ของ สตช. โดยมี ส.ต.ท.สายหยุด จักบุญ พลขับ และ ส.ต.ท.ศุภศักดิ์ จันทร์แก้ว
เมื่อมาถึง บริเวณบนถนนสายรามัน – ยะลา บ้านบือยอง หมู่ที่ 3 ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน คนร้ายได้กดระเบิดชนิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 15 – 20 กก.ซุกซ่อนฝังระเบิดใต้ผิวถนน ด้วยแบตเตอรี่ จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นพื้นที่ แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ มีอาการแค่หูอื้อเท่านั้น
manager.
โจรใต้แต่งลายพราง-ชุดหญิงกราดอาก้า ตร.ดูแลร้านทองดับ 2
22 กุมภาพันธ์ 2553 17:55 น.
นราธิวาส - โจรใต้ลายพรางและแต่งกายหญิงใช้เอ็ม 16 อาก้า กราดยิงตำรวจระแงะเสียชีวิต 2 นาย ขณะ รปภ.ร้านทองพื้นที่ตลาดเทศบาลตันหยงมัส
วันนี้ (22 ก.พ.) เมื่อเวลา 14.40 น. ร.ต.อ.ศรเพชร ตันติอมรชัยกุล ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย
ขณะทำหน้าที่ รปภ.อยู่บริเวณห้างทองไทยย่งเต็ง ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 49 ถ.เทศบาล 10 เขตเทศบาลตันหยงมัส อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว รอง ผบก.ตร.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.เนติธร วัตตธรรม สารวัตรกองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอระแงะและกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง
เมื่อรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายคือ จ.ส.ต.สมเกียรติ แก้วเกื้อ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ระแงะ และ ด.ต.สมพงษ์ นิลน้อย ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ระแงะ นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณม้านั่งหินอ่อนข้างห้างทองไทยย่งเต็ง
โดยมีบาดแผลถูกกระสุนปืนเอ็ม.16และอาก้าของคนร้ายพรุนไปทั้งร่าง เจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำตัวตำรวจทั้ง 2 นาย ส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะอย่างเร่งด่วน
แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย มีอาการสาหัส โดยเฉพาะ จ.ส.ต.สมเกียรติ แก้วเกื้อ ได้เสียชีวิตขณะถูกนำตังส่งรักษาที่โรงพยาบาลระแงะ โดยถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณหน้าท้อง หัวไหล่และหน้าอก ส่วน ด.ต.สมพงษ์ นิลน้อย
ก็ได้เสียชีวิตลงขณะถูกนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ในเวลาต่อมาโดยถูกกระสุนที่บริเวณศีรษะ หน้าอกทะลุปอดเช่นกัน ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนสงคราม อาก้าและเอ็ม16 ของคนร้ายตกอยู่ที่บริเวณถนนข้างห้างทองไทยย่งเต็ง จำนวนกว่า 20 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนายนิรันดร์ ลิขิตตาพงศ์ เจ้าของห้างทองไทยย่งเต็ง ทราบว่า ขณะที่ ด.ต.สมพงษ์ และ จ.ส.ต.สมเกียรติ กำลังปฏิบัติหน้าที่ รปภ.ห้างทองของตน ด้วยการนั่งม้าหินอ่อนข้างห้างทองฯอยู่นั้นได้มีคนร้าย 4 คน ขี่และนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ 2 คัน ลักษณะคนร้ายที่ขี่จักรยานยนต์ซ้อนท้ายคันแรกแต่งกาย ชุดฮีญาบคล้ายผู้หญิงมุสลิม
ส่วนคันที่ 2 แต่งกายชุดลายพราง โดยคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายถืออาวุธปืน เอ็ม16 และ อาก้าคนละกระบอก ออกมายิงใส่ ด.ต.สมพงษ์ และ จ.ส.ต.สมเกียรติกว่า 20 นัดซ้อน แล้วคนร้ายได้รีบหลบหนีไป ท่ามกลางสายตาประชาชนเป็นจำนวนมากที่กำลังยืนจับจ่ายสินค้าร้านชำฝั่งตรงกันข้าม
สาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายของกลุ่มความรุนแรง เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐ สร้างสถานการณ์ป่วนใต้ รายงานแจ้งว่า ช่วงเกิดเหตุ นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพานิชย์ อยู่ระหว่างปฎิบัติภารกิจในพื้นที่ จ.นราธิวาส
manager.
ฉก.ยะลาทลายรังโจรยิงปะทะโจรใต้ 2แกนนำถูกยิงเจ็บ
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 10:27:05 น.
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 20 ก.พ. ที่หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 15 บ.ยีลาปัน ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา เจ้าหน้าที่จากสำนักนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม
ได้เดินทางเข้าเก็บหลักฐาน ลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ จากของกลางที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดได้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 15 ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41
ได้เข้าปิดล้อมพื้นที่รอยต่อระหว่างหมู่บ้านปะออ หมู่ 4 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา และได้เกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งในเบื้องต้นเชื่อว่มกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 คน แต่สามารถหลบหนีไปได้
โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้จำนวนมาก เช่น เครื่องมือสื่อสาร ที่ดัดแปลงใช้เป็นตัวจุดระเบิดจำนวนหลายเครื่อง แบตเตอรี่ อุปกรณ์ประกอบระเบิด สายไฟ เครื่องยาเวชภัณฑ์ เสื้อผ้าลายพรางทหาร รวม 56 รายการ
พ.ต.อภิชัย เรืองฤทธิ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 15 เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากที่เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากเชื่อว่าเป็นฐานปฎิบัติการของฝ่ายกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งในขณะที่กำลังซุ่มอยู่นั้น กลุ่มคนร้ายจำนวน 4-5 คน
นำโดยนายนูรุดดิน จากะลากี และนายซายูตี อาลีมามะ ซึ่งเป็นแกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ พร้อมอาวุธปืนสงคราม แต่งกายคล้ายทหาร สะพายเป้ เดินเข้ามายังฐานดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่ซุ่มอยู่ก็ได้เรียกให้หยุดเพื่อของตรวจค้น
แต่กลุ่มคนร้ายดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันที จนเกิดการยิงปะทะกัน ในเบื้องต้นเชื่อว่านายนูรุดดิน และนายซายูตี ถูกเจ้าหน้าที่ยิงได้รับบาดเจ็บ แต่สามารถหลบหนีไปได้ เนื่องจากมีความชำนาญในพื้นที่
matichon.
ด่วน!! จยย.บอมบ์เจ็บ 2-โจรใต้ปะทะ จนท.กลางเมืองยะลา
19 กุมภาพันธ์ 2553 20:32 น.
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – เกิดเหตุ จยย.บอมบ์กลางเมืองยะลา เบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ขณะที่ก่อนหน้าไม่ถึง 10 นาที ก็เกิดการปะทะกันกลางเมืองระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้
เมื่อเวลา 19.42 น. วันนี้ (19 ก.พ.) ได้เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ปะทะกับกลุ่มคนร้ายบริเวณป้อมเมืองทอง ใกล้สะพานข้ามทางรถไฟ บนถนนสายผังเมือง 4 ในเขตเทศบาลนครยะลา เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
จากนั้นเวลา 19.50 น. เกิดเหตุ จยย.บอมบ์เสียดังสนั่นหวั่นไหวทั่วเมืองยะลา โดยกลุ่มคนร้ายนำรถจักรยานยนต์ที่ซุกซ่อนระเบิดไปจอดไว้หน้าแผงขายหนังสือริมฟุตบาท บริเวณปากซอย 24 ถนนผังเมือง 4 เขตเทศบาลนครยะลา เบื้องต้นทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า เวลา 20.00 น. วันนี้ (19 ก.พ.) พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.เมืองยาะลา รับแจ้งมีเหตุระเบิดที่ร้านขายของชำและกิ๊ปชอป ปากซอย 24 ถ.ผังเมือง 4 เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา
จึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า ที่ร้านดังกล่าวได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ถูกสะเก็ดระเบิดที่ขาขวา และนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบว่า กลุ่มคนร้ายนำวัตถุระเบิดใส่ไว้ในรถจักรยานยนต์ นำไปจอดไว้ที่หน้าร้านดังกล่าว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่นาที สภ.เมืองยะลาได้รับแจ้งจากจุดตรวจเมืองทองว่า มีเหตุคนร้ายใช่อาวุธปืนสงครามยิงเข้าใส่จุดตรวจประมาณ 4-6 นัด และได้หลบหนีไป แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ยิงตอบโต้ เนื่องจากเกรงว่าผู้บริสุทธิ์จะได้ถูกลูกหลง และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
จากการตรวจสอบพบว่า มีคนร้ายประมาณ 2-4 คน แต่งกายเลียนแบบชุดดาวะห์ เข้ามายิงใส่จุดตรวจดังกล่าว หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าว ปรากฏว่า มีวัตถุต้องสงสัยถูกนำมาวางไว้ที่ใต้สะพานเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นสะพานข้ามทางรถไฟ ใกล้กับจุดตรวจเมืองทอง ขณะนี้เจ้าที่กำลังตรวจสอบว่าเป็นระเบิดชนิดใด
ล่าสุดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้แล้วบางส่วน พบปลอกกระสุน เอ็ม 16 แล้วจำนวน11 ปลอก แต่ในการเข้าตรวจพื้นที่นั้น เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากมาก เพราะในที่เกิดเหตุพบวัตถุต้องส่งสัยอยู่หลายจุด ประกอบกันเป็นช่วงเวลามืดค่ำ จนท.จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
สำหรับความคืบหน้า “ผู้จัดการออนไลน์” จะรายงานให้ทราบต่อไป
manager.
ยะลาเสริมกำลังไล่ล่า “อาร์เคเค” หลังปะทะทหารบาดเจ็บ
19 กุมภาพันธ์ 2553 20:13 น.
ยะลา - ความคืบหน้า ทหารพรานเข้าตรวจค้นในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เกิดปะทะกับกลุ่ม อาร์เคเค ทำให้กลุ่มโจรได้รับบาดเจ็บหลายรายหลบหนีขึ้นเขา ล่าสุดเพิ่มกำลังติดตามคนร้ายแล้ว
วันนี้ (19 ก.พ.) เวลา 16.00 น. พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 สภ.บันนังสตา ว่าเกิดเหตุคนร้ายซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน ฉก.ทพ.1111 กรมทหารพรานที่ 41 จนเกิดการปะทะกันขึ้นที่บริเวณ บ้านบือยอ หมู่ที่ 4 ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา
หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางเข้าไปยังจุดที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย จ.อ.ปรเมศร์ จันทร์แสง ปลัดป้องกัน อ.บันนังสตา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.15 อ.บันนังสตา ทหารพราน 41 และฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าว เป็นสวนยางพาราท้ายหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่พบเพียงแต่รอยเลือดของกลุ่มคนร้าย ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารพราน ฉก.ทพ.1111 กรมทหารพรานที่ 41 ทั้งหมดปลอดภัย
จากสอบสวนทราบว่า พ.อ.คมกฤษ รัตนฉายา ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน ที่ 41ได้รับแจ้งจากสายข่าวในพื้นที่ว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ กลับเข้ามาวางแผนเพื่อก่อเหตุร้าย มาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่บ้านบือยอ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารพราน ฉก.ทพ.1111เข้าไปตรวจค้น
ระหว่างที่กำลังเข้าตรวจค้นกลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามอาก้า และ เอ็ม 16 ยิงเข้าใส่จำนวนหลายชุด จนเกิดการปะทะกันขึ้นนานประมาณ 20 นาที หลังเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่ทหารพรานพบรอยเลือดหยดไหลเป็นทาง คาดว่ากลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน
ถูกเจ้าหน้าที่ยิงจนได้รับบาดเจ็บแล้วหลบหนีขึ้นเขาไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.15 อ.บันนังสตา ตำรวจ และ ฝ่ายปกครอง ไล่ติดตามแล้ว
manager.
ใต้ระเบิดเพียบ-บึ้ม 5 จุด 2 จังหวัดเจ็บนับสิบ
Friday, 19 February 2010 00:47
ใต้ป่วนระเบิดเพียบ คนร้ายวางบึ้ม 5 จุดใน 2 จังหวัด ทั้งในเขตเมืองปัตตานี และที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา บาดเจ็บกว่าสิบราย ปะทะเดือดอีก 2 จุดที่ทุ่งยางแดงกับรือเสาะ วิสามัญฯ 1 ศพ เจ็บหนึ่ง จับเป็นอีกหนึ่ง ตามรวบ 8 ผู้ต้องสงสัยพัวพันฆ่า 2 ทหาร
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดวันพฤหัสบดีที่ 18 ก.พ.2553 เกิดเหตุรุนแรงขึ้นหลายจุด โดยเมื่อเวลา 07.45 น. พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผู้กำกับการ สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งเหตุระเบิดมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายบนถนนภายในเขตอุตสาหกรรม ข้างรั้วเรือนจำกลางจังหวัดปัตตานี ท้องที่หมู่ 8 ต.บานา อ.เมืองปัตตานี จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ทั้งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกำลังเก็บหลักฐานในจุดเกิดเหตุอยู่นั้น พบวัตถุต้องสงสัยอยู่ห่างออกไปประมาณ 3 เมตร จึงใช้ปืนยิงทำลาย ปรากฏว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในกระป๋องสี โบกด้วยปูน จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร
ส่วนเหตุระเบิดจุดแรก คนร้ายติดตั้งระเบิดไว้ในรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน กมต 22 ปัตตานี ทำให้รถพังยับเยิน แรงระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 12 คน ประกอบด้วย นายธีรพันธ์ และ นายนิชาติ ก่อเกียรติพิทักษ์ ทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน และเป็นหลานชายของ นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี โดยนายธีรพันธ์อาการสาหัส
นอกจากนั้นยังมี นายวิทยา เจ๊ะเฮง นายยาฟาด ราชกิจ นางรออายเซาะ ดือเระ นายเสกศักดิ์ แหลมและ นายสุรินทร์ แวนิ นายอนุรักษ์ ยิ่งยวด ด.ช.อัฟฟาน หวั่นหมัด นางพิมลรัตน์ ศรีหวงศ์ นายยุทธนา สุรารักษ์ และ นายอีซา หะยีมะแซ โดยทั้งหมดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยกเว้นนายวิทยาที่อาการสาหัส ขาซ้ายเกือบขาด
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ นายธีรพันธ์ ผู้จัดการบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารส่งออก กับนายนิชาติ รองหัวหน้าฝ่ายการผลิตบริษัทเดียวกัน ขับรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด หมายเลขทะเบียน กก 5000 ปัตตานี เดินทางไปทำงาน โดยมีพนักงานบริษัทและประชาชนทั่วไปขี่รถจักรยานยนต์ตามมาด้านหลังหลายคัน ปรากฏว่าเมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงจากรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จอดอยู่ ทำให้ นายธีรพันธ์ นายนิชาติ และประชาชนได้รับบาดเจ็บถึง 12 คนดังกล่าว
สันนิษฐานว่าคนร้ายซึ่งน่าจะเป็นสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบ ได้นำรถจักรยานยนต์ซุกระเบิดมาจอดไว้ ก่อนจุดชนวนระเบิด จากนั้นได้นำระเบิดอีกลูกมาซุกไว้ในพงหญ้าหมายสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจจุดเกิดเหตุ แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้ไว้ได้ทัน สำหรับสาเหตุคาดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่มีการว่าจ้างกลุ่มก่อความไม่สงบให้ก่อเหตุ และดักสังหารเจ้าหน้าที่ในคราวเดียวกัน
บันนังสตาป่วนล่อ จนท.กดบึ้มซ้ำ
เวลา 08.50 น. เกิดเหตุระเบิดบนถนนในหมู่บ้าน หมู่ 9 บ้านคีรีราช ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทำให้ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 4423 ซึ่งกำลังออกปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเส้นทาง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่รุดไปตรวจสอบ โดย พ.ต.อ.สมเพียร พร้อมลูกน้องอีก 3 นาย นั่งรถกระบะหมายเลขทะเบียน กข 9302 ยะลา มุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 410 เมื่อไปถึงหมู่ 11 บ้านบูเก๊ะปาโจ ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดที่ติดตั้งไว้ในรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีบรอนซ์-ดำ หมายเลขทะเบียน กคว 383 เบตง
จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่โชคดีที่ระเบิดทำงานหลังจากรถของ พ.ต.อ.สมเพียร แล่นผ่านไปแล้ว จึงไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ดี มีรถของประชาชนที่แล่นตามมาได้รับความเสียหายเล็กน้อย
ต่อมา เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าไปตรวจจุดเกิดเหตุมอเตอร์ไซค์บอมบ์ พบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ติดตั้งระเบิด เป็นรถที่คนร้ายยิงเจ้าของรถเสียชีวิต 2 ราย แล้วขโมยรถไป เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย.2550 ในท้องที่หมู่ 5 บ้านกาโสด ต.บันนังสตา
ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ยังเกิดระเบิดขึ้นอีก 1 ครั้ง บนถนนในหมู่บ้าน ทางเข้าบ้าน กม.26 หมู่ 4 บ้านตาเนาะปูเต๊ะ ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา ทำให้ทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลา 15 ซึ่งกำลังเดินทางไปตรวจสอบเหตุระเบิด ตชด.ที่หมู่ 9 บ้านคีรีราช ต.ตลิ่งชัน ได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเหตุระเบิดทั้ง 3 จุดเป็นฝีมือของคนร้ายกลุ่มเดียวกันที่วางระเบิดจุดแรกเพื่อลวงเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และก่อเหตุซ้ำหวังสังหารเจ้าหน้าที่
ปะทะเดือดที่รือเสาะคนร้ายเจ็บ 1
เวลา 11.00 น. ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ขณะที่ ส.อ.กันตินันท์ ตาอินคำ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ร้อย ร.1114 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 นำกำลังจำนวน 6 นาย เดินเท้าลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยเส้นทางให้กับครูโรงเรียนบ้านสาวอ อ.รือเสาะ เมื่อลาดตระเวนถึงบ้านทางสิแด หมู่ 6 ต.สาวอ มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 7 คนซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังเนินดินข้างทาง ใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการยิงปะทะกันนานกว่า 10 นาที
จากนั้น ส.อ.กันตินันท์ ได้ขอกำลังเสริม และทั้งสองฝ่ายยิงปะทะกันอีกหลายรอบ กระทั่งฝ่ายคนร้ายล่าถอยไป มีคนร้ายได้รับบาดเจ็บ 1 คน ส่วนฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัย
ต่อมา พ.ท.จักรกฤษณ์ ศรีนนท์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 พร้อมด้วย พ.ต.ท.พชรพล ณ นคร รองผู้กำกับการ สภ.รือเสาะ สนธิกำลังกันเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบรอยเลือดของคนร้ายหยดเป็นทางเข้าไปในป่าลึก จึงใช้สุนัขสงครามตามรอยเลือดไป กระทั่งพบฐานที่มั่นของคนร้าย 2 จุด พร้อมอุปกรณ์การดำรงชีวิตในป่าจำนวนมาก
สำหรับคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บและหลบหนีไปได้ ตรวจสอบแล้วทราบชื่อคือ นายอานัช บินวาแม อยู่บ้านเลขที่ 65/2 หมู่ 5 ต.สาวอ อ.รือเสาะ ซึ่งมีหมายจับในคดีความมั่นคงหลายคดี รวมทั้งคดีลอบวางระเบิดทหารนาวิกโยธินเสียชีวิต 5 นาย เมื่อปี 2548 และเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ซุ่มยิงทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 เสียชีวิต 2 นายเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมาด้วย
ยิงบันฑิตอาสาดับที่ยะลา
เวลา 14.30 น. พ.ต.อ.เฉลิมเกียรติ อัมรากระสินธ์ ผู้กำกับการ สภ.ธารโต จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากนายยะโก๊ะ อาหามะ อายุ 40 ปี ว่า พบศพลูกชาย อยู่ในสวนยางพารา ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร ท้องที่บ้านเจาะซิโป๊ะ หมู่ 8 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบศพ นายอับดุลรามัน อาหามะ อายุ 20ปี อยู่บ้านเลขที่ 230/2 หมู่ 8 ในชุดกรีดยาง สภาพศพถูกยิงที่ศีรษะด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ชั่วโมง
สอบสวนนายยะโก๊ะ ทาราบว่า ลูกชายทำงานเป็นบัณฑิตอาสาประจำ ต.บ้านแหร ทำงานอยู่ที่ทำการปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าตำบลบ้านแหร ก่อนไปทำงานลูกชายจะไปกรีดยางในสวนของตนเองก่อนเป็นประจำทุกวัน และจะกลับมาบ้านเปลี่ยนชุดไปทำงาน แต่วันนี้ลูกชายหายไป จึงพาเพื่อนบ้านออกค้นหา กระทั่งพบเป็นศพดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุของการสังหารในครั้งนี้
ปะทะเดือดที่ทุ่งยางแดงตาย 1 จับเป็น 1
เวลา 19.00 น. เกิดการยิงปะทะกันระหว่างกองกำลังผสมตำรวจ ทหาร กับกลุ่มคนร้าย ที่บ้านเลขที่ 26/3 หมู่ 4 บ้านมะนังยง ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ฝ่ายคนร้ายถูกวิสามัญฆาตรกรรมเสียชีวิต 1 ราย และถูกจับเป็น 1 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่ปลอดภัย
สอบสวนทราบว่า เหตุเกิดขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งยางแดง สนธิกำลังกับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 กองกำลังทหารพรานที่ 444 และฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ หมู่ 4 บ้านมะนังยง และถูกกองกำลังติดอาวุธใช้อาวุธปืนยิงใส่ จนเกิดการยิงปะทะกันดังกล่าว
สำหรับผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายฮูไซฟะ หะยีสาเมาะ พร้อมยึดของกลางเป็นอาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก โดยนายฮูไซฟะเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคงของ สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ส่วนคนที่ถูกจับกุม คือ นายมะยูฮา มูดอ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของ สภ.กะพ้อ เช่นกัน
รวบ 8 ผู้ต้องสงสัย-พบหลักฐานฝึกรบแบบจรยุทธ์
ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 13.00 น.วันพุธที่ 17 ก.พ.2553 พ.ต.อ.สามารถ วิชัยขัทคะ ผู้กำกับการ สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พร้อมด้วย นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ พ.ต.ณัฐพงศ์ อัศวินวงศ์ รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ได้ร่วมสนธิกำลังกว่า 80 นาย ใช้กฎอัยการศึกบุกจู่โจมตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด
ในพื้นที่บ้านปูโปะ หมู่ 2 ต.รือเสาะออก หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์แปลกหน้าแฝงตัวเข้าไปกบดาน ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่า อาจเป็นกลุ่มคนร้ายที่ดักซุ่มโจมตีทหารชุดลาดตระเวนเส้นทาง สังกัด ร้อย ร 1111 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 จนเสียชีวิต 2 นาย บนถนนในหมู่บ้านไอร์จือนะ หมู่ 5 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา
เมื่อเดินทางถึงเป้าหมาย เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันโอบล้อมบ้าน 2 หลัง ก่อนแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 8 คน พร้อมยึดของกลางได้หลายรายการ อาทิ ปืนพกสั้นขนาด 11 ม.ม.จำนวน 2 กระบอก กระสุน 35 นัด แม็กกาซีน 4 อัน เงินสด
เอกสารภาษายาวี เป้สะพาย มีดเดินป่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และถังดับเพลิง 1 ลูก รวมทั้งชุดฝึก ตรวจสอบประวัติพบเกือบทุกคนมีหมายจับในคดีความมั่นคง และ 2 ใน 8 คนเคยผ่านการฝึกรบแบบจรยุทธ์ มีประกาศนียบัตรของขบวนการเบอร์ซาตูด้วย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ส่งผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยทั้งหมดไปควบคุมตัวยังศูนย์เสริมสร้างสันติสุข ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดย แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้นำทีมเข้าเก็บดีเอ็นเอจากบุคคลทั้ง 8 เพื่อนำไปตรวจสอบว่าเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่ใดหรือไม่
--------------------------------------------------------------
บรรยายภาพ :
1. เจ้าหน้าที่กำลังตรวจจุดเกิดเหตุระเบิดข้างรั้วเรือนจำจังหวัดปัตตานี ริมถนนในเขตอุตสาหกรรม โดยคนร้ายซุกระเบิดไว้ในรถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้าง มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 12 ราย
2. ซาก "มอเตอร์ไซค์บอมบ์" หลังคนร้ายกดระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ในท้องที่ อ.บันนนังสตา จ.ยะลา
isranews.
บึ้มปัตตานีบาดเจ็บ12 -บึ้ม3จุดยะลาบาดเจ็บ4
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 12:23
จยย.บอมบ์ ข้างรั้วเรือนจำปัตตานี บาดเจ็บ 12 น้องชาย2คนของนายกเล็กปัตตานีสาหัส เก็บกู้ได้อีกหนึ่งลูกเชื่อหวังบึ้มซ้ำ ที่ยะลาระเบิด3จุดเจ็บ4
เมื่อเวลา 07.45 น. พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผกก สภ.เมือง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุระเบิดมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายบนถนนภายในเขตอุตสาหกรรม ข้างรั้วเรือนจำกลางจังหวัดปัตตานี หมู่ 8 ต.บานา อ.เมือง เข้าตรวจที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลปัตตานี
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบพบวัตถุต้องสงสัยอยู่ห่างจุดแรก ประมาณ 3 เมตร จากนั้นจึงได้กั้นรอบๆ บริเวณ ก่อนจะใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงทำลายเพื่อตัดวงจรระเบิด และเมื่อเข้าตรวจสอบอีกครั้งปรากฏว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุอยู่ในกระป๋องสีโบกด้วยปูนอัดแน่นจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร
จำนวนรวม 10 กิโลกรัม และจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบซากรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ทะเบียน กมต 22 ปัตตานี สภาพแหลกทั้งคัน ชิ้นส่วนและสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ
มีผู้บาดเจ็บจำนวน 12 คน ทราบชื่อ นายธีรพันธ์ และ นายนิชาติ ก่อเกียรติพิทักษ์ สองพี่น้อง ซึ่งทั้งสองเป็นน้องชายของนายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศบาลเมืองปัตตานี โดยนายธีรพันธ์ อาการสาหัสถูกสะเก็ดระเบิดตามลำตัวหลายแห่ง
นายวิทยา เจ๊ะเฮง ขาซ้ายเกือบขาด นายยาฟาด ราชกิจ นางรออายเซาะ ดือเระ นายเสกศักดิ์ แหลม นายสุรินทร์ แวนิ นายอนุรักษ์ ยิ่งยวด เด็กชายอัฟฟาน หวั่นหมัด นางพิมลรัตน์ ศรีหวงศ์ นายยุทธนา สุรารักษ์ และ นายอีซา หะยีมะแซ
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ นายธีรพันธ์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารส่งออก และนายนิชาติ ตำแหน่งรองหัวหน้าฝ่ายการผลิตบริษัทเดียวกัน ขับรถยนต์กระบะเพื่อเดินทางไปทำงาน โดยมีประชาชนขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมาด้านหลังหลายคัน ปรากฏว่ามาถึงจุดเกิดเหตุระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง
ด้านเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายนำรถจักรยานยนต์ซุกระเบิดหนัก 5 กิโลกรัมมาจอดไว้ พร้อมๆ กับนำระเบิดอีกลูกมาซุกซ่อนในพงหญ้า โดยกดระเบิดชุดแรกก่อนเพื่อล่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจก็จะกดระเบิดซ้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ เกิดเหตุระเบิดไล่เลี่ยกัน 3 จุดในอ.บันนังสตา จ.ยะลา เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 4 นาย
bangkokbiznews.
วินาทีรอดตายชุดเก็บกู้เผยใช้สายตาสังเกตแทนใช้ “จีที200”
18 กุมภาพันธ์ 2553 13:20 น.
ปัตตานี – เจ้าหน้าที่พร้อมหน่วยเก็บกู้ระเบิดเมืองปัตตานี โชคดีกวาดสายตาเจอระเบิดระลอกสองแทนฝากชีวิตไว้กับ จีที200 หลังเกิดรถ จยย.คาบอมบ์ไปแล้วหนึ่งระลอก
จากเหตุคนร้ายซุกระเบิดในรถ จยย.พ่วงข้างบนถนนนาเกลือ บริเวณ ม.8 ต.บานา อ.เมืองปัตตานี จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 10 รายถูกนำส่งโรงพยาบาลปัตตานีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (18 ก.พ.)
ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่โดยใช้เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ก่อน และใช้สายตาสังเกตวัตถุต้องสงสัยแทนเครื่อง จีที 200
จากการสอบถามหน่วยเก็บกู้ทราบว่า เจ้าหน้าที่พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด ตรวจสอบเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุอยู่ในกระป๋องสีโบกด้วยปูนอัดแน่นจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารประมาณ 10 กิโลกรัมซุกไว้ข้างทาง ห่างจากจุดระเบิดเพียง 15 เมตร
ซึ่งเป็นวัตถุระเบิดน้ำหนักน้ำหนักจริงประมาณ 3 กิโลกรัม ใช้วิทยุสื่อสารควบคุม จากนั้นจึงได้กั้นรอบ ๆ บริเวณ ก่อนจะใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงทำลายเพื่อตัดวงจรระเบิด
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่ามีทั้งหมด 13 รายได้แก่ นายธีรพันธ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ ตำแหน่งผู้จักการทั่วไปของโรงงานปัตตานีผลิตภัณฑ์อาหาร ได้รับบาดเจ็บสาหัส นายอนุรักษ์ ยิ่งยวด พนักงานขับรถยนต์กระบะที่ได้รับความเสียหาย นายวิชาติ ก่อเกียรติพิทักษ์ ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อวัสดุ ของโรงงานปัตตานีผลิตภัณฑ์อาหาร
บาดเจ็บเล็กน้อย นายสุรินทร์ แวนิ นายหย่าฝาด ราชกิจ นางรอฮายเซ๊าะ ดือเร๊ะ นายเสกศักดิ์ เหล็มแหละ นายวิทยา เจ๊ะเฮง เด็กชายอิฟฟาน หวันตุหมัน นายยุทธนา ตุลารักษ์ นส.อิซา หะยัมเรช นายธีรศักดิ์ ปราบวิชิต
นายสุรินทร์ แวนิ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่29/9 ม.10 ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี กล่าวว่าก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ ออกจากบ้านเพื่อมุ้งหน้าไปทำงานที่โรงงานปัตตานีผลิตภัณฑ์อาหาร โดยได้นำหน้ารถจักรยานยนต์อีก 2 คัน
และมีรถยนต์กระบะของผู้จัดการนั่งมาด้วยตามหลังอีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อมาถึงบริเวณ 3 แยกทางเลี้ยวเข้าโรงงานพบมีรถจักรยานยนต์พวงข้าง 3 ล้อบรรทุกน้ำขวดจอดนิ่งโดยไม่มีคนขับ ในระหว่างที่รถยนต์กระบะคันที่เสียหายมาถึงได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุตัวเองและเพื่อนที่มาด้วยกันได้รับบาดเจ็บป็นจำนวนมาก
ส่วนประเด็นสาเหตุ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งการสืบสวนและสอบสวนว่าเกี่ยวกับเหตุการก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่หรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ทิ้งประเด็นอื่นๆโดยเฉพาะ ประเด็นความขัดแย้งภายในโรงงานปัตตานีผลิตภัณฑ์อาหารเอง ส่วนประเด็นสาเหตุเจ้าหน้าที่กำลังเร่งการสืบสวน
manager.
โจรชั่วป่วนเมืองซุ่มยิง ชุด ตชด.ก่อนวาง จยย.บอมบ์หวังปลิดชีพ ผกก.บันนังสตา
18 กุมภาพันธ์ 2553 13:43 น.
ยะลา - คนร้ายซุ่มยิง ชุด ตชด. มว.ฉก.4423 บาดเจ็บ 3 นาย ก่อนเกิดเหตุจยย.บอมบ์อีกจุดหวังลอบทำร้าย ผกก.บันนังสตา โชคดีรอดตายหวุดหวิด
วันนี้ (18 ก.พ.) ร.ต.ท.ศุภกิจ ศรีไพร ร้อยเวร สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา ว่าเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายไม่ทราบกลุ่มจำนวนใช้อาวุธสงครามอาก้าและ เอ็ม 16 ซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด. มว.ฉก.4423 ขณะทำการลาดตระเวนเส้นทางดูแลรักษาความปลอดภัยครู บนถนนภายในหมู่บ้าน บ้านคีรีราด หมู่ที่ 9 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา
หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังบริเวณจุดที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 15 อ.บันนังสตา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง พบว่ามีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 3 นาย นอกจากนั้นพบรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ ตชด.ล้มอยู่ข้างทางจำนวน 2 คัน
บนตัวรถจักรยานยนต์เต็มไปด้วยรอยเลือด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อน ตชด.ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล อ.บันนังสตา
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ชุด มว.ฉก.4423 กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 4 คัน 8 นาย ลาดตระเวนเส้นทาง และ ดูแลรักษาความปลอดภัยครู บริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นที่เปลี่ยว
เมื่อขับรถมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ กลุ่มคนร้ายไม่ต่ำ 3-5 คนมีอาวุธสงครามครบมือ ที่หลบซ่อนตัวในป่าสวนยางพารารกทึบ ได้ยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ชุดดังกล่าวจนเกิดการยิงปะทะกันประมาณ 10 นาที ทำให้เจ้าหน้าที่ ตชด.ได้รับบาดเจ็บ 3 นายดังกล่าว
ต่อมาเวลาประมาณ 09.30 น. ขณะที่ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา พร้อมลูกน้องรวม 3 นาย ขับรถยนต์ประจำตำแหน่ง โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ 4 ประตู สีน้ำตาล แผ่นป้ายทะเบียน กข. 9302 ยะลา
มุ่งหน้าจะไปยังบริเวณจุดที่เกิดเหตุคนร้ายซุ่มยิง ชุด มว.ฉก.4423 เมื่อขับมาถึงบ้านยีลาปัน หมู่ที่ 11 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา บนถนนสาย 410 ยะลา – เบตง คนร้ายได้กดชนวนระเบิดน้ำหนัก 15 กิโลกรัม
ที่ซุกอยู่ในรถจักรยานยนต์ ที่จอดอยู่ริมถนน จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่โชคดีรถยนต์ได้ขับผ่านไปก่อน จึงทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ มีเพียงแต่กระจกรถยนต์ด้านหลัง และ ด้านข้างแตกเป็นรูได้รับความเสียหายเล็กน้อย
จากการตรวจสอบของชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD - ARMY) กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พบซากรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ 100 ซีซี สีบรอนซ์-ดำ หมายเลขทะเบียน กคว. 383 เบตง สภาพขาดสองท่อน
ไม่สามารถใช้งานได้ ห่างกันเพียงเล็กน้อย ยังพบเศษชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ และ เศษเหล็กสะเก็ดระเบิดตกอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดยะลา ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมดไปตรวจสอบเพื่อหาข้อมูลหลักฐานต่อไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา อย่างแน่นอน
manager.
รวบ8RKKสอบเครียดโยงฆ่าทหาร2ศพ
ไทยรัฐออนไลน์
18 กุมภาพันธ์ 2553, 03:50 น.
กำลังผสมรือเสาะ จ.นราธิวาส รวบ 8 อาร์เคเค นำตัวสอบเครียด โยงฆ่าทหาร 2 ศพ หมอพรทิพย์ รุดตรวจดีเอ็นเอว่าเคยร่วมก่อเหตุร้ายที่ใดบ้าง...
เมื่อ เวลา 15.00 น.วันที่ 17 ก.พ. 2553 พ.ต.อ.สามารถ วิชัยขัทคะ ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ พ.ต.ณัฐพงศ์ อัศวินวงศ์ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 ร.อ.นราภัทร วิริยา ผบ.ร้อย ร.1114 ฉก.นราธิวาส 30 และ พ.ต.ต.ดิเรก โฉมยงค์ หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนคดีสำคัญ ศชต. ได้ร่วมสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง 80 นาย ใช้กฎอัยการศึกบุกจู่โจม ตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด
ในพื้นที่บ้านปูโปะ หมู่ 2 ต.รือเสาะออก หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านมีกลุ่มชายฉกรรจ์แปลกหน้าได้แฝงตัวเข้าไป กบดานอยู่ที่บ้านทั้ง 2 หลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าอาจจะเป็นกลุ่มคนร้ายที่ลอบดักซุ่มโจมตี เจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนเส้นทาง สังกัด ร้อย ร 1111 ฉก.นราธิวาส 30 เสียชีวิต 2 นาย บนถนนในพื้นที่ บ้านไอร์จือนะ หมู่ 5 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา
เมื่อถึงเป้าหมายเจ้า หน้าที่ได้กระจายกำลังกันโอบล้อมบ้านเป้าหมายทั้ง 2 หลัง พร้อมทั้งได้แสดงตัว เพื่อขอตรวจค้น โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ จำนวน 8 คน พร้อมตรวจยึดของกลางได้จำนวนหลายรายการ ทั้งอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 มม.จำนวน 2 กระบอก กระสุน 35 นัด แมกกาซีน 4 อัน เงินสด เอกสารภาษายาวี เป้สะพาย มีดเดินป่า อุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์จำนวนหนึ่ง และถังดับเพลิง 1 ลูกรวมทั้งชุดฝึก
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 8 ราย พร้อมของกลางไปสอบสวนและตรวจสอบในเบื้องต้นที่ฐานปฏิบัติการ ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งทราบชื่อผู้ต้องสงสัยทั้ง 8 คน คือ 1.นายบากอบูลีมัน ดอเลาะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 ม.4 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ ที่มีหมายจับ ป.วิอาญา คดีวางระเบิดและซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ 2.นายรอพะ ฮาลี อยู่บ้านเลขที่ 105/1 ม.2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ ที่มีหมายจับ ป.วิอาญาคดีวางระเบิดชุด รปภ.ครูในพื้นที่ อ.รือเสาะ
เหตุเกิดกลางเดือน มิ.ย.51 ที่ผ่านมา 3.นายรุสลัน โล๊ะมะ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 ม.2 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ ที่มีหมายจับ ป.วิอาญาคดีความมั่นคง 4.นายอาแวเลาะ โล๊ะมะ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ม.6 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ ที่มีหมายจับ พรก. 5.นายมาลีซัน สะดูดิง อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 ม.2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ ที่มีหมายจับ พรก. 6.นายดอเลาะ สะไล อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 ม.2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ
ที่มีหมายจับ พรก. 7.นายอับดุลยาซิ ยาซิง อยู่บ้านเลขที่ 100/3 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ และ 8.นายอับดุลเลาะห์ หะมะ อยู่บ้านเลขที่ 106/2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ โดยนายอับดุลยาซิ และนายอับดุลเลาะห์ ผ่านการฝึกด้านจรยุทธ์จากขบวนการเบอร์ซาตูในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบใบประกาศนียบัตรที่กลุ่มเบอร์ซาตูออกให้เพื่อ รับรองด้านการรบแบบกองโจร
ต่อมา แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้เดินทางมาตรวจดีเอ็นเอ ของบุคคลทั้ง 8 ราย เพื่อเก็บไว้ไปเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอ ที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบหลักฐานในที่เกิดเหตุต่างๆ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า บุคคลทั้ง 8 ราย เคยร่วมก่อเหตุร้ายที่ใดบ้าง นอกเหนือจากหมายจับที่ออกไปแล้ว ส่วนกรณีจากการตรวจสอบอาวุธปืน 11 มม.ทั้ง 2 กระบอกในเบื้องต้น พบว่าปืนทั้ง 2 กระบอก
ถูกลบหมายเลขประจำปืน และคาดว่าปืนทั้ง 2 เป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหาร ที่คนร้ายได้ขโมยไปหลังจากที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้กำลังดูว่าเป็นของเจ้าหน้าที่รายใด ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวบุคคลทั้ง 8 ราย ไปสอบสวนขยายผลที่ศูนย์พิทักษ์สันติ ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานีต่อไป
thairath.
โจรใต้ปะทะเดือดทหารรือเสาะถูกปาดคอขาด 2 นาย สาหัส 1 ก่อนฉกปืนหนี
16 กุมภาพันธ์ 2553 19:56 น.
นราธิวาส - โจรใต้เหิมหนัก ดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนเส้นทาง เปิดฉากยิงกันกว่า 15 นาที บนถนนในพื้นที่บ้านไอร์จือนะ อ.รือเสาะ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ถูกยิงร่างพรุนและถูกปาดคอจนขาดเสียชีวิต 2 นายบาดเจ็บอีก 1 นาย ก่อนที่กลุ่มคนร้ายหลบหนีไปพร้อมกับฉกปืนไป 2 กระบอก
เมื่อเวลา 15.40 น.วันนี้ (16 ก.พ.) ร.ต.ท.อุกฤช สังขมณี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหาร ชุดลาดตระเวนเส้นทาง สังกัด ร้อย ร 1111 ฉก.นราธิวาส 30 เสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ 1 นาย บนถนนในพื้นที่ บ.ไอร์จือนะ ม.5 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ
จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สามารถ วิชัยขัทคะ ผกก.สภ.รือเสาะ นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ พ.ต.ณัฐพงศ์ อัศวินวงศ์ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส พร้อมกำลังทหารตำรวจและฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบศพเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 2 นาย นอนจมกองเลือดอยู่ริมถนน โดยอยู่ในสภาพร่างกายถูกกระสุนปืนของคนร้ายพรุนไปทั้งร่างและทั้ง 2 ศพ ถูกปาดคอจนขาด ทราบชื่อคือ 1.ส.อ.นักรบ สมมูลนา และ 2. พลทหารสุริยา กงซุย
นอกจากนี้จากการตรวจสอบที่บริเวณเนินดิน 2 ฟากถนนซึ่งเป็นสวนยางพารา เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจสอบพบปลอกกระสุน เอ็ม.16 และอา.ก้า.ของคนร้ายตกอยู่ จำนวนกว่า 80 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ จ.ส.อ.ถนอม ทองเกลียว หัวหน้าชุดซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณหัวไหล่ ชายโครงและขาขวา เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลรือเสาะไปก่อนหน้าแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.ถนอม หัวหน้าชุดได้ระดมกำลัง รวม 7 นายพร้อมอาวุธปืนครบมือ เดินเท้าออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่บ้านปาโงปะแต ม.1 ต.โคกสะตอ เพื่อลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางให้กับคณะครูโรงเรียนบ้านธรรมเจริญเดินทางกลับบ้านพัก
ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 10 คน แยกกำลังออกเป็น 2 ชุด แฝงตัวอยู่บนเนินดินสวนยางพาราที่รกทึบ และได้ใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม.16 และ อา.ก้า.ยิงถล่มใส่เจ้าหน้าที่ทหาร จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นละลอกๆ นาน 15 นาที แต่เจ้าหน้าที่กำลังน้อยกว่าและอยู่ในจุดอับ
จึงถูกกลุ่มคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บ 1 นาย และเสียชีวิต 2 นาย ส่วนที่เหลือปลอดภัย แต่ถูกกลุ่มคนร้ายยิงเปิดทางและให้พวกอีก 2 คน วิ่งลงจากเนินดินลงมาหยิบอาวุธปืน เอ็ม.16 และกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 2 นายที่เสียชีวิต ก่อนที่จะหลบหนีไป
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการตอบโต้ของกลุ่มก่อเหตุความรุนแรง ซึ่งในช่วง 1-2 วันนี้ เจ้าหน้าที่สามารถวิสามัญแกนนำระดับปฏิบัติการณ์เสียชีวิต 2 ราย ในพื้นที่ อ.บาเจาะและ อ.เจาะไอร้อง
manager.
โจรใต้ดักถล่มปลัดอำเภอเจาะไอร้อง อส.เจ็บ 5 นาย
16 กุมภาพันธ์ 2553 11:57 น.
นราธิวาส - แกนนำกลุ่ม RKK ดักถล่มปลัดอำเภอเจาะไอร้อง และ อส.จนได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ส่วนโจรถูกวิสามัญตาย 1 เบื้องต้นพบเป็น 1 ใน 6 แกนนำ RKK ที่แหกคุกโรงพักตันหยง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.10 น. ของคืนวันที่ 15 ก.พ. ขณะที่นายจักรา พรหมแก้ว ปลัดอำเภอเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พร้อมด้วยอาสาสมัครรักษาดินแดน รวม 7 นาย นั่งรถยนต์กระบะหุ้มเกราะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงินไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
ไปตามถนนสายเจาะไอร้อง – จะแนะ เพื่อลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยของจุดตรวจ อส.ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้ามัสยิดอัลฟุรกอน บ้านไอปาแย ม.8 ต.จวบ
แต่เมื่อนายจักรา ปลัดอำเภอและ อส. นั่งรถยนต์ผ่านไปได้ประมาณ 800 เมตร ได้มีคนร้ายประมาณ 10 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ ได้แยกกำลังออกเป็น 2 ชุด โดยชุดแรกได้นำขอนไม้มาวางดักไว้กลางถนน และชุดที่ 2 ได้วางกำลังไว้ในสวนยางพาราที่รกทึบห่างจากชุดแรกประมาณ 50 เมตร
นายจักราจึงสั่งพลขับจอดรถเพื่อตรวจสอบ ทันใดนั้นคนร้ายทั้ง 2 ชุด จึงได้ใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม.16 และ อาก้ายิงถล่มใส่รถยนต์ และทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นายจักราจึงได้ประสานไปยังศูนย์วิทยุสื่อสารอำเภอเจาะไอร้อง เพื่อขอสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง เนื่องจากตกอยู่ในสภาวะคับขัน
ต่อมา พ.ท.จรัญ เอี่ยมฐานนท์ รอง ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 และ พ.ต.อ.พีระพล ณ พัทลุง ผกก.สภ.เจาะไอร้อง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ได้เข้าสนับสนุน และยิงปะทะกับกลุ่มคนร้ายอีกครั้งนาน 10 นาที กลุ่มคนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้รีบนำกำลังล่าถอยไป
เมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการเคลียร์พื้นที่ พบว่าคนร้ายเสียชีวิต 1 คน โดยในมือยังถืออาวุธปืนสงคราม เอ็ม.16 ในขณะที่รถยนต์กระบะหุ้มเกราะของเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหาย ถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณตัวถังด้านซ้ายเป็นรูพรุน ล้อหน้าและล้อหลังด้านซ้ายแตก
ส่วนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย คือ 1. นายจักรา พรหมแก้ว ปลัดอำเภอเจาะไอร้อง 2. อส.มะรอมลี อาลี 3. อส.พรชัย ตูเร๊ะ 4. อส.มะรอพีอี สือแม และ 5. อส.วิเนตร ดำเปล่าเจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลเจาะไอร้อง แต่เนื่องจากมีอาการสาหัส 2 นาย
คือ อส.มะรอมลี และ อส.พรชัย ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่ลำตัวหลายแห่ง แพทย์จึงได้ส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และได้ประสานผู้ที่เกี่ยวข้องมาทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
ต่อมา นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส อัยการจังหวัดและแพทย์โรงพยาบาลเจาะไอร้อง รวมทั้ง พ.ต.ท.สมใจ สิงห์เกลี้ยง พนักงานสอบสวนได้ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ
และพบว่าผู้เสียชีวิตคือ นายอาหามัด สะรีสาเมาะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 ม.6 บ้านบาโงดุดุง ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งมีบาดแผลถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่พรุนไปทั้งร่าง ซึ่งนายอาหามัด ผู้ตาย
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติพบว่า เป็น 1 ใน 6 ผู้ต้องหาตามหมายจับก่อคดีความมั่นคงในพื้นที่ (RKK) จ.นราธิวาส ที่ได้ร่วมกับพวก รวม 6 คน หลบหนีออกจากห้องขังของ สภ.ตันหยง อ.เมืองนราธิวาส เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2551
ส่วนของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้กว่า 10 รายการ อาทิ อาวุธปืน เอ็ม.16 จำนวน 1 กระบอก ที่คนร้ายได้บุกปล้นมาจากคลังแสงของกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 47 ที่ผ่านมา
โดยมีหมายเลขประจำปืนที่ 9549940, ซองกระสุนปืนเอ็ม.16 จำนวน 6 ซอง, กระสุนปืนเอ็ม.16 จำนวน 180 นัด, อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม. 1 กระบอก, กระสุนปืน 9 ม.ม. 21 นัด, โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง, มีดสปาต้า 1 เล่ม,
ลูกประคำ, ไฟฉาย, เข็มขัดซองกระสุนปืน, รองเท้าเดินป่า, นาฬิกาข้อมือ, กระเป๋าหนังสีดำ, กระเป๋าสตางค์และสมอลทอล์ค เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางไปทำการตรวจสอบ และนำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เพื่อติดต่อญาติมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา
manager.
"ชาวปะนาเระ" ประกาศไม่สมานฉันท์โจรใต้ - ปิดถนนชุมนุมจี้รัฐเข้ม รปภ.
16 กุมภาพันธ์ 2553 12:56 น.
ปัตตานี – ชาวบ้านทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมในพื้นที่ปะนาเระ ปัตตานีกว่า 300 คนรวมตัวชุมนุมประท้วง ตัดต้นไม้ขวางถนนเพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐดูแลความปลอดภัยประชาชน หลังเกิดเหตุความไม่สงบซ้ำซาก สุดทน 2 แม่ลูกถูกยิงแต่คดียังไม่คืบหน้า จี้ ตร.เร่งจับกุมคนร้าย พร้อมยื่นข้อเสนอ 5 ข้อประกาศไม่สมานฉันท์โจรใต้และขอให้ตั้งฐานปฎิบัติการให้เสร็จจึงจะสลายการชุมนุม ด้านรองผู้ว่าฯ รับได้เพียง 2 ข้อเท่านั้น
วันนี้ (16 ก.พ.) ชาวบ้าน ม.1, ม.2 และ ม.3 ต.คอกกระบือ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี กว่า 300 คน ได้รวมตัวชุมนุมประท้วงบนถนนเขตรอยต่อระหว่าง ม.4 บ้านโต๊ะชา ต.ท่าน้ำ และ ม.2 บ้านหัวนอน ต.คอกกระบือ เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐดูแลความปลอดภัยของประชาชนให้มากขึ้น
หลังจากก่อนหน้านี้มีประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกทำร้ายเสียชีวิตไปแล้ว 4 และยังเกิดเหตุสลดซ้ำอีก โดยเฉพาะเร่งดำเนินการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุยิงนางรัตยา แดงประเทศ อายุ 44 ปี และ ด.ญ.จีรพัฒน์ แดงประเทศ อายุ 14 ปี ลูกสาวที่เรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนวุฒิชัยวิทยา เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับตลาดนัดเพื่อไปบ้านพัก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมีทั้งชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิม ต่างถือป้ายผ้า และพ่นสีบนถนนที่มีข้อความว่า “ ตายหลายศพ รัฐช่วยไม่ได้” พร้อมกันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้มีการตัดต้นไม้ใหญ่ จำนวน 4 ต้น และนำลวดหนามมาขวางถนน เพื่อแสดงจุดยืนถึงการชุมนุมประท้วงที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเร่งแก้ปัญหาความไม่สงบ การสังหารโหดประชาชนผู้บริสุทธิ์
และการดูแลความปลอดภัยประชาชนอย่างจริงจังและจริงใจ เพื่อประชาชนจะได้มีชีวิตที่ปกติสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสงบสุข ไม่ต้องหวาดระแวงระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ขณะที่ชุมนุมประท้วงได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง จำนวน 100 นายคอยดูแลความสงบและความปลอดภัย
จนกระทั่งเวลา 10.00 น ว่าที่ร้อยตรีเลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, พลตรีจีระศักดิ์ ชมประสพ ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้เดินทางมารับทราบปัญหา และเจรจาพร้อมทั้งรับข้อเสนอที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำหนังสือเปิดผนึกมามอบ เพื่อนำไปแก้ปัญหา โดยข้อเรียกร้องดังกล่าวมี 5 ข้อ คือ
1.ให้เจ้าหน้าที่จับคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ภายใน 3 วัน 2.ให้จัดกำลังทหารเข้ามารับผิดชอบในเขตรอยต่อระหว่าง ต.คอกกระบือ ต.ท่าน้ำ ต.พ่อมิง อย่างถาวร 3.ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ต.ท่าน้ำรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด 4.ถ้าชาวบ้านใน ต.คอกกระบือเสียชีวิตอีกจะไม่รับผิดชอบความปลอดภัยของผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ ต.คอกกระบือ 5.ไม่เอาสมานฉันท์
หลังจากที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีได้รับมอบหนังสือข้อเรียกร้องดังกล่าวจากผู้ชุมนุมแล้ว จึงได้ขอเจรจาถึงข้อตกลงทั้ง 5 ข้อว่า จังหวัดสามารถดำเนินการได้เพียง 2 ข้อ และรับปากว่าจะดำเนินการ คือจะเร่งให้ความร่วมมือ และช่วยเหลือข้อปัญหาที่เกิดขึ้น และจะเร่งจัดตั้งฐานปฏิบัติการอย่างถาวร
เพื่อดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักประท้วงและยังไม่มีการนำต้นไม้ที่ขวางถนนออก เนื่องจากต้องการให้มีการจัดตั้งฐานปฏิบัติการทหารให้แล้วเสร็จจึงจะมีการสลายตัว
manager.
โจรใต้ถล่มสองแม่ลูกดับกลางสวนยาง จนท.คาดปมแพร่งพรายความลับ
15 กุมภาพันธ์ 2553 14:07 น.
นราธิวาส - โจรใต้ก่อเหตุชั่วรายวัน กราดเอ็ม 16 ถล่มสองแม่ลูกเสียชีวิตกลางป่ายางบนเทือกเขากูจิงลือปะ จนท.ตรวจพบผู้ตายเป็นบุคคลต้องสงสัยตามหมาย พ.ร.ก.คาดเป็นการฆ่าตัดตอนกลัวผู้ตายจะแพร่งพรายความลับ
วันนี้ (15 ก.พ.) ร.ต.ท.เฮรามาน เจ๊ะดี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิต 2 ศพที่บริเวณป่าสวนยางพาราบนเทือกเขาลูโบ๊ะบาเดาะ ตั้งอยู่หลังหมู่บ้านกูจิงลือปะ ม.4 ต.เฉลิม อ.ระแงะ
จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.ระแงะ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยนรา 01 และกำลังตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
โดยเจ้าหน้าที่นำกำลังเดินเท้าขึ้นไปบนเทือกเขาหลังโรงเรียนบ้านกูจิงลือปะประมาณ 2 กิโลเมตร พบศพ 2 แม่ลูกนอนจมกองเลือดใกล้กันโคนต้นยางพารา โดยศพแรกคือ นางเจ๊ะแม๊ะ หะแย อายุ 50 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 55 ม.4 ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบุคคลต้องสงสัยตามหมาย พ.ร.ก.ของเจ้าหน้าที่ โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่บริเวณลำคอทะลุด้านหน้า แผ่นหลัง และหน้าอก รวม 3 นัด
ส่วนศพที่ 2 คือ น.ส.บาราตี ลาบอ อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของนางเจ๊ะแม๊ะ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนชนิด และขนาดเดียวกันที่บริเวณแผ่นหลังและหน้าอก รวม 2 นัด
ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่ที่เกิดเหตุ จำนวน 6 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนที่จะมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยนรา 01 ส่งโรงพยาบาลระแงะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา
จากการสอบสวนนายมะยาเซะ ลาบอ ซึ่งเป็นสามีของผู้ตายทราบว่า ในระหว่างที่ภรรยา ลูก และตนรวม 3 คนกำลังแยกย้ายกันกรีดยางพาราอยู่นั้น ได้มีคนร้ายจำนวน 1 คน แต่งกายชุดดำโดยในมือถืออาวุธปืนเอ็ม 16 เดินลงจากเทือกเขา
และได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ภรรยาและลูก จำนวน 5-6 นัดซ้อน จนภรรยาและลูกล้มทั้งยืน ตนเห็นดังนั้นจึงได้รีบวิ่งหลบหนีไป และได้เดินลัดเลาะแจ้งให้ชาวบ้านได้รับทราบเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบดังกล่าว
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่า น่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่เพื่อฆ่าตัดตอน เกรงว่านางเจ๊ะแม๊ะซึ่งเป็นบุคคลต้องสงสัยตามหมาย พ.ร.ก.จะแพร่งพรายความลับให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบถึงเครือข่าย
manager.
จนท.สนธิกำลังปะทะเดือดเด็ดหัวโจรใต้ 1 รวบอีก 3 ค่าหัวนำจับ 2 ล้าน
14 กุมภาพันธ์ 2553 12:38 น.
นราธิวาส – เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายสนธิกำลังปิดล้อมบ้านต้องสงสัย เกิดเหตุปะทะเดือดกว่า 20 นาที เด็ดหัวโจรใต้ได้ 1 ควบคุมตัวได้อีก 3 ราย หนึ่งในสามเป็นผู้ต้องหาคดีความมั่นคงค่าหัวนำจับ 2 ล้าน คาดหนีไปได้อีก 2
เมื่อเวลา 06.30 น. วันนี้(14 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสนธิกำลัง 3 ฝ่าย ทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 32 เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่อำเภอบาเจาะ กว่า 100 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ ม.3 บ.คลอแระ ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
หลังสืบทราบว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีความมั่นคงเข้ามาเคลื่อนไหว เพื่อเตรียมก่อเหตุช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งจากการเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 38 ม.3 บ.คลอแระ เจ้าหน้าที่ถูกคนร้ายประมาณ 5 -6 คน
ใช้อาวุธสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ และพยายามหลบหนีออกทางด้านหลังบ้าน ทำให้เกิดการปะทะกันขึ้น นานกว่า 20 นาที จนเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมกลุ่มคนร้ายได้ 3 ราย
และจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุโดยรอบเจ้าหน้าที่พบคนร้ายเสียชีวิตจากการปะทะ 1 ราย ซึ่งคนร้ายสวมชุดสีดำ ข้างกายมีปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ตกอยู่ ตามร่างกายถูกยิงเข้าบริเวณหน้า แขน โดยเจ้าหน้าที่ประสานชุดกองวิทยาการพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ
สำหรับคนร้ายที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้ ทราบชื่อคือ นายอับดุลฮาซิส สาและ บ้านเลขที่ 126 ม.4 ต.ดอนทราย อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี เป็นผู้ต้องหาคดีความมั่นคงรวม 12 คดี มีค่าหัวนำจับ 2 ล้านบาท และนายคอลี ซูเดาะ บ้านเลขที่ 58/1 ม.4 ต.ดอนทราย อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี
มีหมายจับคดีความมั่นคง 1 คดี ส่วนอีก 1 ราย คือนายอัมเซาะ สาเมาะ อายุ 23 ปี เป็นเจ้าของบ้านในพื้นที่ บ.คลอแระ ต.บาเร๊ะใต้
ซึ่งทั้ง 3 รายเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนอย่างเคร่งเครียดเพื่อขยายผลถึงกลุ่มคนร้ายที่หลบหนี ซึ่งคาดน่าจะหลบหนีได้ 2 ราย
manager.
โจรใต้ป่วนปัตตานียิงผู้บริสุทธิ์เจ็บ 1 ทหารพราน 1
12 กุมภาพันธ์ 2553 15:26 น.
ปัตตานี – เกิดเหตุความไม่สงบ 2 สถานการณ์ในจังหวัดปัตตานี คนร้ายประกบยิงชาวบ้านหลังกลับจากละหมาดบนถนนสายปาลัส-มายอ ได้รับบาดเจ็บ ส่วนอีกรายเป็นอส.ทหารพรานถูกจ่อยิงศีรษะอย่างอุกอาจ ก่อนคนร้ายหลบหนีไป
วันนี้ (12 ก.พ.) เมื่อเวลา 13.30 น. พ.ต.ท.อนุสรณ์ จันทร์กลับ สารวัตรเวร สภ.มายอ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายปาลัส-มายอ ม6 ต.ลางา นำกำลังไปตรวจสอบพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มข้างทางและมีเลือดจำนวนมากบนถนน ส่วนคนเจ็บถูกพลเมืองดีนำส่ง รพ.มายอ
ทราบชื่อ นายมะสาปาเร เจ๊ะเต อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 ม.4 ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธพกสั้นไม่ทราบขนาดเข้าแขนและขาซ้าย 2 นัด แพทย์ได้ให้ความช่วยเหลือจนปลอดภัยและส่งต่อไปรักษาตัวที่ รพ.ปัตตานี
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ นายมะสาปาเร ขับขี่รถ จยย.กลับมาจากละหมาดที่มัสยิดในหมู่บ้านและกำลังเดินทางกลับบ้านพัก ระหว่างทางถูกคนร้าย 2 คนขี่รถ จยย.ตามประกบยิง ซึ่งสาเหตุยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเกี่ยวโยงสถานการณ์ความไม่สงบ
อีกราย พ.ต.ท.อาคม บัวทอง สวญ.สภ.โสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นำกำลังเข้าไปตรวจสอบเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบริเวณตลาดนัดบ้านจาเราะ ม.5 ต.เขาตูม ไปถึงพบเพียงกองเลือด โดยคนเจ็บถูกนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อ อส.ทพ.อันวา ยามา อายุ 30 ปี สังกัดกรมทหารพรานที่ 41 จ.ยะลา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน .38 เข้าศรีษะ 1 นัด
สอบสวนทราบว่า ผู้ตายกำลังเดินซื้อของในตลาดนัด ได้มีคนร้าย 3 คนเดินตามหลังก่อนชักอาวุธปืนจ่อยิงศรีษะต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก จนผู้ตายล้มฟุบกองกับพื้นและเสียชีวิต หลังก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไป สาเหตุเชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์
manager.
ระเบิดทหารชุด รปภ.ครูสาหัส 2 ที่ยะลา ตร.เชื่อฝีมือ “ซอฟวัน”
11 กุมภาพันธ์ 2553 11:09 น.
ยะลา - คนร้ายลอบวางระเบิดทหารชุดคุ้มครองครูสาหัส 2 นายที่ยะลา ตำรวจเชื่อฝีมือ “ซอฟวัน” แกนนำคนสำคัญ พร้อมพวกลงมือ
เมื่อเวลา 07.45 น.วันนี้ (11 ก.พ.) ร.ต.ท.วรนันท์ โฉสูงเนิน ร้อยเวร สภ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.152113 ฉก.12 อ.รามัน บนถนนสายรามัน-ท่าธง บ้านกือเม็ง หมู่ที่ 1 ต.อาซ่อง ห่างจากโรงเรียนบ้านตะโล๊ะสะดา ประมาณ 600 เมตร
หลังได้รับแจ้ง พ.ต.อ.สุริยา ไชยโยธา รอง ผบก. พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก. พ.ต.อ.สุรพล มุ่งมา ผกก.สอบสวน ภ.จว.ยะลา พ.ท.อิศรา จันทกระยอม ผบ.ฉก.12 กำลัง ตำรวจ ชุดเก็บกู้ระเบิด ศรศึก ศรชัย ตร.ภ.จว.ยะลา ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดยะลา และกำลังทหาร ตำรวจจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนน เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดขนาดกว้าง 1 เมตร ลึก 1 เมตร บนผิวถนนมีรอยเลือดกองใหญ่ 2 จุด ห่างกันเล็กน้อยมีเศษเหล็กขนาด 2 หุน ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ กระจัดกระจายบนพื้นถนนจำนวนมาก ห่างหลุมระเบิดเล็กน้อย มีสายไฟสีแดง ลากยาวเข้าไปในสวนยางพาราเป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่ได้เก็บทั้งหมดเป็นหลักฐานในการตรวจสอบ
ส่วนผู้บาดเจ็บถูกเพื่อนทหารนำส่ง รพ.รามัน ก่อนที่จะส่ง รพ.ศูนย์ยะลาในเวลาต่อมา ทราบชื่อ พลทหาร เจ๊ะดาฮารี เจ๊ะอาแว อายุ 23 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขาขวา กระดูกแตกละเอียด ต้องตัดขาออก พลทหารฮำดีละ หามะ อายุ 21 ปี ถูกสะเก็ดระเบิด บริเวณใต้คาง และมือซ้าย ทั้งสองอาการสาหัส
จากการสอบสวนทราบว่า กำลังทหารทั้งหมด 9 นายมี ส.อ.เกรียงศักดิ์ ไกรสวัสดิ์ เป้นหัวหน้าชุด ได้รับคำสั่งจาก ร.ท.พรณรงค์ ตันจีบุณย์ ผบ.ร้อย ร.152113 ให้ออกไปลาดตระเวนคุ้มครองเส้นทาง รักษาความปลอดภัยครู ขณะที่กำลัง ทหารลาดตระเวนเดินเท้าถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้กดระเบิดชนิดแสวงเครื่อง ที่ฝังไว้ใต้ดินข้างถนนใต้ต้นพุทรา ด้วยรีโมต จนเกิดระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุให้ทหารได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
คนร้ายใช้ระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม บรรจุกล่องเหล็กขนาด 4x4 นิ้ว ใช้กดระเบิด 2 ระบบ ทั้งการใช้กดด้วยแบตเตอรี่ และรีโมตคอนโทรล
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์และมุ่งร้ายต่อชีวิตเจ้าหน้าที่ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตการเคลื่อนไหวของนายซอฟวัน สะมะ และนายรุสลี แบรอสะแม สองแกนนำอาร์เคเคคนสำคัญ โดยมีแนวร่วมในพื้นที่ให้การสนับสนุน
manager.
กราดเอ็ม 16 ถล่ม ส.อบต.กลางเมืองยะลาบาดเจ็บ
11 กุมภาพันธ์ 2553 14:26 น.
ยะลา – คนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่สมาชิก อบต.สาวอ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมาเที่ยวผับในเมืองยะลาได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นกำลังสอบสวนสาเหตุ
วันนี้ (11 ก.พ.) ร.ต.ท.เชิด ประกอบพุ่ม ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเมื่อเวลา 02.25 น. กลางดึกที่ผ่านมา ว่า มีเหตุใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม นายก อบต. บริเวณบนถนนสิโรรส ข้างโรงแรมยะลาชางลี ในเขตเทศบาลนครยะลา
หลังได้รับแจ้งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ทำการแทน ผกก.สภ.เมืองยะลา พ.ท. ยุทธนาม เพ็ชรม่วง ผบ.ฉก.11 อ.เมืองยะลาและกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะมิซูบิซิ ทะเบียน ฉภ. 4913 กรุงเทพมหานคร ถูกยิงที่บริเวณประตูด้านข้างคนขับเป็นรูพรุน กระจกข้างแตกละเอียด บนถนนพบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 จำนวน 21 ปลอก ปืนพกสั้น ขนาด 11 มม. จำนวน 7 ปลอก
ส่วนคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ก่อนหน้านี้ ทราบชื่อ นายอัสมิน แวกาจิ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 1 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นสมาชิก อบต.สาวอ อ.รือเสาะ ถูกยิงที่ไหล่ซ้ายอาการสาหัส
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้บาดเจ็บขับรถส่วนตัวออกมาจากเที่ยวผับนาซ่า และกำลังจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุห่างจากผับนาซ่าเพียง 100 เมตร มีคนร้ายไม่น้อยกว่า 3 คน นั่งรถยนต์กระบะโตโยต้า สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน
ไล่ประกบ ใช้ปืน เอ็ม 16 กราดยิง จำนวน 1 ชุด และใช้ปืนพกสั้นขนาด 11 มม.ยิงซ้ำอีก 7 นัด ก่อนหลบหนีไป เบื้องต้นกำลังตรวจสอบว่าเป็นเหตุการณ์สร้างสถานการณ์ หรือขัดแย้งในผลประโยชน์การทำงานใน อบต.หรือ มีเรื่องกับคู่อริในผับดังกล่าว
อีกรายเมื่อเวลา 13.45 น. ร.ต.ท.ประมาณ ยักกะพันธ์ ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืนภายในบ้านพัก158/1 ซอยธนวิถี 4 ในเขตเทศบาลนครยะลา หลังได้รับแจ้งไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกำลังตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุภายในบ้านพบขวดเบียร์ ล้มระเนระนาด และรอยเลือดกองเล็ก 1 จุด ส่วนคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อ นายเกรียงศักดิ์ ภู่พันธ์ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 245/81 หมู่ที่ 4 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา ถูกยิงที่หน้าแข้งขวา 1 นัด บาดเจ็บ
จากการสอบสวนทราบว่าผู้บาดเจ็บ พร้อมเพื่อนอีก 3 คนนั่งดื่มเบียร์อยู่ภายในบ้าน มีวัยรุ่น จำนวน 2 คน ขับรถมาจอดหน้าบ้าน หนึ่งในสองคนร้ายลงจากรถเข้าไปหาพร้อมกับชักปืนพกสั้นไม่ทราบขนาด ยิงเข้าใส่ 1 นัด กระสุนไปแฉลบกับพื้น
แล้วกระเด็นไปถูกหน้าแข้ง จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้น กำลังตรวจสอบว่าเป็นก่อเหตุ จากการทะเลาะระหว่างผู้บาดเจ็บกับคู่อริหรือไม่
manager.
โรคหัวใจดับโจรใต้ค่าหัว 2 ล.พี่ชาย “ส.ส.อารีเพ็ญ”
11 กุมภาพันธ์ 2553 15:19 น.
นราธิวาส - แกนนำป่วนใต้ค่าหัว 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นพี่ชายของ ส.ส.อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ พรรคมาตุภูมิเสียชีวิตแล้วที่มาเลเซียด้วยโรคหัวใจ โดยเช้าตรู่วันนี้ญาติรับศพข้ามแดนมาประกอบพิธีทางศาสนาที่สุไหงปาดีบ้านเกิดเรียบร้อยแล้ว
ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีนายทหารระดับสูงทั้ง พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาค 4, ผบ.ฉก.นราธิวาส 31, ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยว จะเดินทางรวมพิธีฝังศพที่กูโบว์บ้านต้นไม้สูง
รายงานข่าวจากแหล่งข่าวหน่วยความมั่นคงจากพื้นที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เปิดเผยถึงการเสียชีวิตของนายรอมลี อุตรสินธุ์ อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของนายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคมาตุภูมิ จ.นราธิวาส
ซึ่งถูกกรมสืบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ออกหมายจับในฐานะเครือข่ายแกนนำป่วนใต้ โดยมีรางวัลนำจับ 2 ล้านบาท ได้เสียชีวิตลงแล้วที่โรงพยาบาลกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ด้วยโรคหัวใจ เมื่อเวลา 12.00 น.ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา
โดยวันนี้ (11 ก.พ.) เมื่อเวลา 05.40 น. ทางเครือญาติได้เดินทางติดต่อไปรับศพจากประเทศมาเลเซีย โดยนำผ่านด้านพรมแดนอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส แล้วนำไปยังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก
เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพ ก่อนที่จะนำศพไปยังบ้านเกิดเลขที่ 271 ถ.จารุเสถียร เขตเทศบาลตำบลปะลุรู อ.สุไหงปาดี เพื่อรอเครือญาติร่วมประกอบพิธีทางศาสนา ในเวลา 15.00 น.ของวันเดียวกันนี้
เบื้องต้นทราบว่า พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาค 4 พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 และ พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยว จะเดินทางรวมพิธีฝังศพที่กูโบว์บ้านต้นไม้สูง ม.2 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
สำหรับประวัตินายรอมลีผู้ตายเป็นพี่ชาย นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ จ.นราธิวาส ถูกเจ้าหน้าที่ DSI ของไทย ตั้งค่าหัวนำจับ 2 ล้านบาท เป็นแกนนำโจรใต้
ขบวนการ บี.อาร์.เอ็น.คอดีเน็ตใน 12 ข้อหาฐานเป็นกบฏแบ่งแยกดินแดน สะสมกำลังพลและอาวุธ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ โดยมีค่าหัวนำจับ 2 ล้านบาท โดยนายรอมลีได้หลบหนีการจับกุมและอาศัยอยู่ในพื้นที่ประเทศมาเลเซียนานถึง 6 ปี ก่อนที่จะเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ
โดยผู้ตายอยู่ในเครือข่ายเครือข่ายของนายสะแปอิง บาซอ ครูสอนศาสนาโรงธรรมวิทยามูลนิธิ จ.ยะลา ค่าหัวหมายจับ 10 ล้านบาท ที่ทางการไทยต้องการตัวมากที่สุด และยังมีรายชื่อหมายจับที่เหลืออีก ประกอบด้วย
1.นายอดุลย์ มูณี รางวัลนำจับ 2 ล้านบาท
2. นายการียา ยะลาแป รางวัลนำจับ 2 ล้านบาท
3.นายหีพนี มะเร๊ะ รางวัลนำจับ 2 ล้านบาท
4.นายอิสมาแอล เก็งมะลาพี รางวัลนำจับ 1 ล้านบาท
5.นายอับดุลอาซิ สาและ รางวัลนำจับ 2 ล้านบาท
6.นายยะยา กาลูมอ รางวัลนำจับ 5 แสนบาท
7.นายญีฮาด หะยีมะ รางวัลนำจับ 5 แสนบาท
8.นายไพศอล หะยีสะมะแอ รางวัลนำจับ 1 ล้านบาท
9. นายมูฮำหมัดสูไฮมี กูนา รางวัลนำจับ 5 แสนบาท
10.นายสดีรมัน มูดอ รางวัลนำจับ 5 แสนบาท
11.นายอับดุลรอหิ สนิมิงรางวัลนำจับ 5 แสนบาท
12.นายรอม ลี อุตรสินธุ์ รางวัลนำจับ 2 ล้านบาท (เสียชีวิตแล้ว)
13.นายสาหูดิน ตะเจะมะ รางวัลนำจับ 2 ล้านบาท
14. นายอับดุลรอซะ ฆาเด รางวัลนำจับ 2 ล้านบาท
15.นายอำหมัดมูริส ลาเตะ รางวัลนำจับ 1 ล้านบาท
16.นายเด็ง อาแวจิ รางวัลนำจับ 1 ล้านบาท
17.นายดูนเลาะ แวมะนอ รางวัลนำจับ 1 ล้านบาท
18.นายอิสมาแอ มะเซ็ง รางวัลนำจับ 1 ล้านบาท
19. นายการูซามัน เจะดอเลาะ รางวัลนำจับ 1 ล้านบาท
20.นายรอยี หะยีเจะแว รางวัลนำจับ 5 แสนบาท
21.นายมะซอเร มูดอ รางวัลนำจับ 5 แสนบาท
22. นายรอสดี มะยามา รางวัลนำจับ 5 แสนบาท
23.นายมะดารี อารง รางวัลนำจับ 5 แสนบาท
24.นายมานุ บอรอดายา รางวัลนำจับ 5 แสนบาท
25.นายอัหมัด ตือง๊ะ รางวัลนำจับ 5 แสนบาท
26.นายมะหะมะ รอมือลี สาแม รางวัลนำจับ 5 แสนบาท
27.นายมะสือดี คาหมิ๊ รางวัลนำจับ 5 แสนบาท
โดยทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่ DSI ตั้งข้อหาเป็นกบฏแบ่งแยกดินแดน สะสมกำลังพลและอาวุธ ร่วมกันเป็นอั้งยี่
manager.
โจรใต้ยิง ผญบ.ในยะลาสาหัส จนท.ประสบเหตุเกิดปะทะเจ็บ 1 นาย
10 กุมภาพันธ์ 2553 14:46 น.
ยะลา – เกิดเหตุคนร้ายขับรถยนต์ประกบยิงผู้ใหญ่บ้านบ้านบัวทอง ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา ได้รับบาดเจ็บสาหัส และในขณะนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขับรถตามหลังมาจึงได้ประสบเหตุ ได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับคนร้ายแต่ถูกยิงสวนมาจนได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
วันนี้ (10 ก.พ.) เมื่อเวลา 12.15 น. พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มรถปิกอัพ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
ที่บ้านทำนบ หมู่ 5 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.วิชัย แจ้งสกุล รอง ผกก.สส. นายอุสมาน บุญยมินทร์ ปลัดหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอบันนังสตา สนธิกำลังรุดไปที่เกิดเหตุ อยู่ระหว่างหลัก กม.22-23
ไปถึงที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน ตจ-4923 ยะลา และยี่ห้อมิตซูบิชิสีดำ ป้ายทะเบียน กค-7949 ตรัง จอดอยู่ในคูข้างทาง บนถนนสาย 410 (ยะลา-เบตง) รถทั้งสองคันสภาพตัวถังพรุนและกระจกหน้าแตก มีคราบเลือดเปรอะบนพื้น
ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ ส.อ.พิพัฒน์พงษ์ สนิทไทย สังกัด ฉก.ยะลา 16 อ.ธารโต และนายเปาซี ยะโก๊ะ อายุ 39 ปี เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านบัวทอง ต.บ้านแหร อ.ธารโต ทั้งคู่ถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีผู้นำส่งโรงพยาบาลบันนังสตาแล้ว
จากการตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนอาก้า และเอ็ม.16 ตกกระจัดกระจายบนพื้นถนนจึงเก็บรวบรวมไว้ได้นับสิบปลอก หลังจากนั้นได้ติดตามไปสอบสวนผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าแพทย์กำลังให้การช่วยเหลืออยู่ในห้องฉุกเฉิน ก่อนที่จะส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ศูนย์ยะลา ในเวลาต่อมา
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายเปาซี ยะโก๊ะ ได้ขับรถปิกอัพเดินทางเข้าตัวเมืองยะลา ช่วงมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คนใช้รถกระบะไม่ทราบสีและยี่ห้อขับไล่ติดตามไป จังหวะที่ขับแซง คนบนกระบะท้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่ม กระสุนถูกรถทะลุไปถูกนายเปาซีได้รับบาดเจ็บ
ขณะเดียวกันรถปิกอัพเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 16 ซึ่งมีส.อ.พิพัฒน์พงษ์ สนิทไทย เป็นหัวหน้าชุดนำกำลังเดินทางไปราชการที่ตัวจังหวัดตามหลังมาประสบเหตุ ได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับคนร้ายแต่ถูกยิงสวนมาจนได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นพวกคนร้ายถือโอกาสขับเข้าซอยข้างทางหลบหนีเข้าไปในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุเชื่อว่ามาจากสถานการณ์ความไม่สงบ
manager.
ยิงกำนันดังหลานชาย”วันนอร์”ดับที่ยะลา
9 กุมภาพันธ์ 2553 10:52 น.
ยะลา – เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มกำนัน คนดังของ อ.รามัน จ.ยะลา หลายชาย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เสียชีวิต หน้าบ้านพัก หลังเดินทางกลับมาจากพบกับปลัดอำเภอรามัน ที่บ้านพัก
วันนี้ (9 ก.พ.) เมื่อเวลา 01.30 น. ร.ต.อ.จิรายุ ภู่ระหงษ์ ร้อยเวร สภ.รามัน จ.ยะลา ว่าเกิดเหตุใช้อาวุธสงคราม ที่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 2 บ้านกำปงเปาว์ ต.บาลอ หลังได้รับแจ้ง นายบุญไทย กาฬศิริ นายอำเภอรามัน พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก. พ.ท.อิศรา จันทกระยอม ผบ.ฉก.12 อ.รามัน และกำลัง ตำรวจ ทหาร จำนวนหนึ่งเดินทางเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบศพนายการิม มะทา อายุ 41 ปี ตำแหน่ง กำนัน ต.บาลอ อยู่บ้านเลขที่ 325 หมู่ที่ 3 สภาพศพถูกยิงตามร่างกายและศีรษะ เป็นรูพรุน นอนเสียชีวิตอยู่ข้างบ้าน บริเวณหน้าต่างบ้านและผนังบ้าน มีร่องรอยกระสุนปืน ทำให้กระจกหน้าต่างแตก 3 บาน ห่างกันเล็กน้อยภายในสวนลองกองหลังบ้าน จนท.พบปลอกกระสุนปืน อาก้า และ เอ็ม 16 ตกอยู่จำนวนมาก จนท.ได้เก็บไว้เพื่อตรวจสอบที่มาของอาวุธปืน
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเดินทางกลับมาจากพบกับปลัดอำเภอรามัน ที่บ้านพัก ข้างที่ว่าการอำเภอ เมื่อกลับมาถึงบ้าน ขณะกำลังไปเปิดก๊อกน้ำข้างบ้านห่างจากประตูบ้านประมาณ 5 เมตร มีคนร้ายไม่น้อยกว่า 3 คน แอบซุ่มอยู่ในที่มืด
ใช้อาวุธปืน อาก้า และ เอ็ม 16 กราดยิงเป็นชุดๆ หลายสิบนัด จนกระสุนเข้าเป้าตามร่างกายและศีรษะ ล้มลงเสียชีวิตคาที่ คนร้ายได้อาศัยความมืดหลบหนีไป จนท.สันนิษฐานว่า เป็นการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
พ.ต.อ.สุรพล มุ่งมา พนักงานสอบสวน (สบ.4) กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธร จ.ยะลา ซึ่งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับพนักงานสอบสวน สภ.รามัน กล่าวว่า ตนได้กำชับให้พนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่ ตรวจหาวัตถุพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด และสอบสวนญาติผู้ตายว่ามีเรื่องขัดแย้งกับใครบ้างในพื้นที่
เพื่อสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชน ผู้ตายเป็นถึงกำนัน และเป็นหลานของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา และสส.หลายสมัยของจังหวัดยะลา
manager.
โจรใต้ฆ่าเผาครู บึ้มทหารเจ็บอื้อ
วันที่ 09 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
โจรใต้สุดโหดฆ่าเผาครู ขี่จยย.ตามประกบยิงขณะครูขี่ช็อปเปอร์กลับบ้าน ยิงจนตกรถเสียชีวิตก่อนราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาตายสยองเหตุเกิดที่อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ส่วนที่นราธิวาส แนวร่วมก่อความไม่สงบลอบผูกระเบิดซุกในถังแก๊สปิคนิคกับเสาป้ายหมู่บ้าน พอรถทหารผ่านมา ก็ใช้วิทยุสื่อสารกดระเบิดสนั่นหวั่นไหว จนรถตกไหล่ทาง มีทหารเจ็บ 7 นาย
เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 8 ก.พ. 53 ร.ต.ท. เฮรามาน เจ๊ะดี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยที่ 4502 กรมทหารพรานที่ 45 ได้รับบาดเจ็บ 7 นาย เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านลาแป ม.2 ต.บองอ อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ. นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.ระแงะ
พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 พ.ต.ท. เลียบ พรมจันทร์ รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน นปพ.จ.นราธิวาส และพ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ. นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อเดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบเสาปูนซิเมนต์ป้ายชื่อบอกหมู่บ้าน ถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหาย มีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิค หนัก 15 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง ห่างไปประมาณ 700 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถ 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีเขียวขี้ม้า ทะเบียนตรากงจักร 9535
จอดเสียหลักอยู่ในไหล่ทาง ที่ตัวถังด้านขวามีรอยถูกสะเก็ดระเบิดพรุนไปทั้งแถบ ภายในกระบะหลังพบกองเลือดจำนวนมาก ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารนำตัวส่งรักษาที่ร.พ.ระแงะไปก่อนหน้าแล้ว
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บทั้ง 7 นาย ที่ร.พ. มีอาการสาหัส 3 นาย ประกอบด้วย อส.ทพ.จิระเชษฐ์ ถนอมวรรณ ถูกสะเก็ดระเบิดที่ใบหน้า อส.ทพ.อิสมะแอ สาและ ถูกสะเก็ดระเบิดที่ใบหน้า และอส.ทพ.ธีระพงษ์ ศิริราพันธ์ ถูกสะเก็ดระเบิดที่กกหู ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บไม่สาหัส 4 นาย คือ อส.ทพ.จีระศักดิ์ รอดพิสดาร ถูกแรงอัดที่หน้าอก อส.ทพ.สาธิต พูนแก้ว
ถูกสะเก็ดระเบิดที่หลัง อส.ทพ.สัญญา ต้นงาม ถูกสะเก็ดระเบิดที่สีข้างขวา และอส.ทพ.พรเทพ เรืองอุไร หูอื้อและแน่นหน้าอก ซึ่งทั้ง 7 นาย เมื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วส่งตัวรักษาต่อที่ร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ท.ไพรัช นุ้ยสุข ผบ.ร้อย 4502 ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร 38 นาย นั่งรถยนต์ 6 ล้อ 2 คันออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ อ.เจาะไอร้อง เพื่อออกปฏิบัติภารกิจพิเศษในพื้นที่ อ.สุคิริน คันแรกมี ส.ท.พิสิทธิ์ จันทนาน เป็นพลขับ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางพาราที่รกทึบ
ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิค ที่นำไปผูกไว้กับเสาซิเมนต์ป้ายบอกชื่อหมู่บ้าน และได้เกิดระเบิดขึ้นขณะรถที่ส.ท.พิสิทธิ์ขับผ่านมา ทำให้รถยนต์เสียหลักตกไหล่ทางมีทหารบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนคนร้ายหลบหนีไป
เมื่อเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุคนถูกยิงและเผา 1 ราย บนถนนสายกะพ้อทุ่งยางแดง บริเวณ ม.8 ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จึงเรียนผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบมีผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกไหม้เกรียม ทราบชื่อภายหลังคือ นายสัมฤทธิ์ พันธเดช อายุ 51 ปี ครูโรงเรียนบ้านบาโงยือแบ็ง
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์ช็อปเปอร์ อกกจากโรงเรียนเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านในจ.ยะลา โดยใช้เส้นทางกะพ้อ-ทุ่งยางแดง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามยิงจนเสียชีวิต ก่อนคนร้ายจะออกมาใช้น้ำมันราดร่างนายสัมฤทธิ์แล้วจุดไฟเผาอย่างโหดเหี้ยม และยังได้นำรถจักรยานยนต์ของผู้ตายหลบหนีไปด้วย
นายบุญพาศ รักนุ้ย นายอำเภอกะพ้อ กล่าวว่า โดยปกตินายสัมฤทธิ์จะเดินทางกลับบ้านเอง โดยสลับเส้นทางไม่ซ้ำกัน เพื่อป้องกันเหตุร้าย แต่ก็มาเกิดเหตุจนได้
เวลา 18.30 น. พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัส ผกก. สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 2 คน ถูกนำส่งร.พ.ปัตตานี เหตุเกิดบนถนนสาย 410 ปัตตานี-ยะลา ม. 1 ต.ตะลุโบะ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือนายซาการียา แวบือราเฮง อายุ 35 ปี ชุดรักษาความสงบเรียบร้อยหมู่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 19/1 ม.7 ต.บาราเฮาะ อ.เมืองปัตตานี
และเพื่อนของนายซาการียา สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ทั้งคู่กำลังขี่รถจักรยานยนต์เพื่อกลับบ้านพัก เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้รถยนต์ตามประกบยิงด้วยอาวุธปืนหลายนัดกระสุนถูกทั้งคู่บาดเจ็บดังกล่าว
khaosod.
คนร้ายกดบึ้มหวังสังหารทหารพราน 2 คันรถ 6 ล้อถูกสะเก็ดเจ็บ 7 นาย
8 กุมภาพันธ์ 2553 18:23 น.
นราธิวาส – เกิดเหตุระเบิดบนถนนในหมู่บ้านลาแป อ.ระแงะ ขณะเจ้าหน้าที่ทหารพรานจำนวน 38 นายนั่งรถ 6 ล้อเพื่อเดินทางออกไปปฏิบัติภารกิจพิเศษที่พื้นที่ อ.สุคีริน แรงระเบิดทำให้รถเสียหลักตกข้างทางและสะเก็ดระเบิดถูกเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 7 นาย
เมื่อเวลา 14.15 น. วันนี้ (8 ก.พ.) ร.ต.ท.เฮรามาน เจ๊ะดี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยที่ 4502 กรมทหารพรานที่ 45 ได้รับบาดเจ็บ 7 นาย เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านลาแป ม.2 ต.บองอ อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิตินัย หลังยบาหน่าย ผกก.สภ.ระแงะ
พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 พ.ต.ท.เลียบ พรมจันทร์ รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน นปพ.จ.นราธิวาส และ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบเสาปูนซิเมนต์ป้ายชื่อบอกหมู่บ้าน ถูกอนุภาพระเบิดได้รับความเสียหาย โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร่ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิค หนัก 15 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง และห่างไปประมาณ 700 เมตร
เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะ 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีเขียวขี้ม้า ทะเบียนตรากงจักร -9535 จอดเสียหลักอยู่ในไหล่ทาง โดยเฉพาะที่บริเวณตัวถังด้านขวา มีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดพรุนไปทั้งแถบ นอกจากนี้ภายในกระบะหลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บทั้ง 7 นาย ที่โรงพยาบาลและมีอาการสาหัส 3 นาย ประกอบด้วย 1. อส.ทพ.จิระเชษฐ์ ถนอมวรรณ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณใบหน้า 2. อส.ทพ.อิสมะแอ สาและ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณใบหน้า และ 3. อส.ทพ.ธีระพงษ์ ศิริราพันธ์ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณกกหู
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 นาย คือ 1.อส.ทพ.จีระศักดิ์ รอดพิสดาร ถูกแรงอัดระเบิดจนเจ็บภายในทรวงอก 2.อส.ทพ.สาธิต พูนแก้ว ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณกลางหลัง ไหล่ 3. อส.ทพ.สัญญา ต้นงาม ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณสีข้างขวา และ 4. อส.ทพ.พรเทพ เรืองอุไร
ถูกสะเก็ดระเบิดจนมีอาหารหูอื้อและแน่นหน้าอก ซึ่งทั้ง 7 นาย เมื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วแพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ท.ไพรัช นุ้ยสุข ผบ.ร้อย 4502 ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 38 นาย นั่งรถยนต์ 6 ล้อ 2 คันออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ อ.เจาะไอร้อง เพื่อออกปฏิบัติภารกิจพิเศษในพื้นที่ อ.สุคีริน โดยคนแรกมี ส.ท.พิสิทธิ์ จันทนาน
เป็นพลขับ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางพาราที่รกทึบ ได้ใช้วิทยุสื่อสารมือถือ รุ่นโมโตโรล่า จุดชนวนระเบิดที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิค ที่นำไปผูกไว้กับเสาซิเมนต์ป้ายบอกชื่อหมู่บ้าน และได้เกิดระเบิดขึ้นขณะที่รถยนต์ 6 ล้อที่ ส.ท.พิสิทธิ์ ขับผ่านมา และรถยนต์ได้เกิดเสียหลักตกไหล่ทาง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
manager.
“หมอแว” ฉะ ศอ.บต.ลอยแพ นศ.ผช.พยาบาลกว่าร้อยตกงาน ชี้แก้หรือสร้างปัญหาพื้นที่
8 กุมภาพันธ์ 2553 18:51 น.
นราธิวาส – นักศึกษาหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลกว่า 80 คน ยื่นหนังสือร้องเรียน นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอ๊ะ สส.เขต 1 จ.นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน หลังถูก ศอ.บต.ลอยแพ เรียนจบแล้วไม่มีงานทำ แนะ ศอ.บต.หยุดโครงการนี้ก่อนที่จะเป็นดินพอกหางหมู
วันนี้ (8 ก.พ.) ที่ห้องประชุมโรงแรมอิมพีเรียล อ.เมือง จ.นราธิวาส ตัวแทนนักศึกษา ตามโครงการ ศอ.บต. ส่งเสริมวิชาชีพ หลักสูตร พนักงานผู้ช่วยพยาบาล ได้รวมตัวกันกว่า 80 คน จากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อถกปัญหา กรณีเรียนจบหลักสูตรแต่กลับไม่มีงานทำ ตามที่ศูนย์อำนวยการ จังหวัดชายแดนภาคใต้อ้างไว้
โดยนายไพศาล หะไร ประธานชมรมพนักงาน ผู้ช่วยเหลือคนไข้ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ทางชมรมและตัวแทนนักศึกษา ได้เรียนเชิญ นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอ๊ะ สส.เขต 1 จ.นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน จ.นราธิวาส เพื่อมารับฟังปัญหาความทุกข์ของนักศึกษา ที่เรียนจบหลักสูตร ตามโครงการ ศอ.บต.
ซึ่งกว่า 200 คนเรียนจบมาหลายปี แต่ต้องประสบกับชะตากรรมที่แย่กว่า คือ ไปสมัครทำงานที่ไหน ตามสถานโรงพยาบาลในประเทศไทยกลับไม่รับเข้าทำงาน ทั้งที่ทุกคน มีความตั้งใจไปศึกษา จนผู้ปกครองหลายรายเป็นหนี้สิน ซึ่งได้ทำหนังสือเพื่อร้องเรียนไปยัง สส.คือนายแพทย์แวมาฮาดี ร้องทุกข์เพื่อให้รัฐบาลมาแก้ปัญหาการว่างงาน
ทางด้านนายแพทย์แวมาฮาดี สส.จังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนของนักศึกษาดังกล่าว ซึ่งบอกตรงๆว่า เป็นโครงการ ที่ไม่ได้ผ่านการศึกษาก่อน นำนักศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าเรียนตาม หลักสูตร 6 เดือน ในแต่ละปีหลายร้อยคน โดยทาง ศอ.บต.
บอกว่า จบแล้วมีงานทำ แต่ผลที่ออกมา กลับไม่เป็นตามที่สัญญาวางไว้ ซึ่งมองได้ว่า นี้เป็นโครงการที่รัฐ พาเข้ามาหาประชาชน แทนที่จะแก้ปัญหา กลับสร้างปัญหา เพราะ ศอ.บต.ลอยแพนักศึกษาดังกล่าว ทำให้ประชาชนค้างคาใจ ในแต่ละโครงการที่เข้ามาในพื้นที่ 3 จังหวักภาคใต้ว่า เป็นการหาผลประโยชน์หรือเพื่อแก้ปัญหา
จึงอยากนำเรื่องบอกผ่านไป ศอ.บต.ว่า ให้แก้ปัญหาเสียก่อน และในฐานะ สส.ตนจะนำเรื่องไปเข้าพรรค และอาจนำไปเป็นกระทู้ ถามไปยังนายกรัฐมนตรีอีกประเด็นหนึ่งในสัปดาห์หน้า
นายแพทย์แวมาฮาดี กล่าวต่ออีกว่า และอยากขอร้องไปยัง ศอ.บต.ถ้า นักศึกษาที่จบแล้วยังไม่มีงานทำ โครงการดังกล่าวยกเลิกไปก่อน เพราะจะพอกและสร้างปัญหามากกว่าเดิม ในส่วนความช่วยเหลือนักศึกษาพนักงานผู้ช่วยพยาบาล ในเบื้องต้นตนจะประสานไปยังรัฐบาลมาเลเซีย บูรไนและประเทศทางตะวันออกลาง เพื่อสอบถามความต้องการและส่งนักศึกษาไปทำงานในประเทศเหล่านั้น แต่ทั้งนี้ ศอ.บต.ต้องเสริมความรู้ภาษาอาหรับและอังกฤษให้กับนักศึกษาด้วย
manager.
ประกบยิง ชรบ.ปัตตานีสาหัส 2 ลูกสาวรอดหวุดหวิด
8 กุมภาพันธ์ 2553 21:08 น.
ปัตตานี – เกิดเหตุคนร้าย 2 คนขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิง 2 ชรบ.บนถนนสายปัตตานี-ยะลา ขณะกำลังเดินทางไปซื้อของในเมือง เป็นเหตุให้ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมกับเด็กหญิงวัย 1 ขวบที่มาด้วยได้รับบาดเจ็บศีรษะแตกจากแรงกระแทกรถล้ม
เมื่อเวลา 18.30 น. วันนี้ (8 ก.พ.) พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายปัตตานี – ยะลา ม.3 ต.ตะลุโบะ จึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ ทะเบียน กรต 790 ปัตตานี ตกข้างทาง
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ทหารได้นำส่ง โรงพยาบาลปัตตานี ทราบชื่อ นายซะการียา แวบือราเฮง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/1 ม.7 ต.บาราเฮาะ อ.เมืองปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.
เข้ากลางหน้าอก 2 นัด และ นายซะการียา แวบือราเฮง อายุ 27 ปี (ชื่อเหมือนกันเนื่องจากทั้งสองคนเป็นญาติกัน) ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าลำตัว 2 นัด อาการสาหัสทั้งคู่ แพทย์ต้องรีบนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเป็นการด่วน
นอกจากนี้ยังมี เด็กหญิงซูรีฟา อายุ 1 ขวบ ลูกสาวของผู้บาดเจ็บคนแรก ศีรษะแตกเนื่องจากแรงกระแทกจากรถล้ม ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน จำนวน 2 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ทั้งสองคนเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและยังเป็นญาติกันโดยมีชื่อและนามสกุลเหมือนกัน ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ทั้งสองคนขี่รถจักรยานยนต์เพื่อจะเข้าเมืองไปซื้อของให้ลูกสาวที่มาด้วยกัน ระหว่างทางถูกคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิงจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
คนร้ายพยายามจะเข้าไปยิงซ้ำแต่โชคดีที่มีชาวบ้านเข้ามาช่วยทำให้คนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเบื้องต้นตั้งไว้ 2 ประเด็นคือ เรื่องส่วนตัว และอาจจะเชื่อมโยงสถานการณ์ใต้เนื่องจากทั้งสองเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน
manager.
โจรใต้ใช้เอ็ม 16-อาก้าถล่มทหารดับ 1 สาหัส 1 ที่นราฯ
6 กุมภาพันธ์ 2553 18:05 น.
นราธิวาส – คนร้ายควบกระบะควง เอ็ม 16 และ อาก้า ยิงถล่มทหารซึ่งยืนดูแลความปลอดภัยให้ชาวบ้าน เสียชีวิต 1 นายและได้รับบาดเจ็บอีก 1 ที่ อ.ยี่งอ
วันนี้ (6 ก.พ.) เวลา 13.20 น. ระหว่างที่ จ่าเอกวรายุทธ หนูแก้ว อายุ 23 ปีทหารสังกัดร้อย ร.3014 ฉก.นราธิวาส 32 กองทัพเรือ ชุดช่วยราชการ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส พร้อมกำลังรวม 6 นาย ได้ทำหน้าที่ยืนดูแลรักษาความปลอดภัย อยู่ที่บริเวณ 3 แยกบ้านทุ่งคา หน้าบ้านเลขที่ 2 หมู่ 2 ต.ละหาร อ.ยี่งอ ได้เกิดเหตุคนร้ายประมาณ 4-5 คน
ใช้รถยนต์กระบะยี่ ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เป็นพาหนะ ขับผ่านมา แล้วใช้ปืน เอ็ม 16 และปืนอาก้า กราดยิงใส่ทหารชุดดังกล่าว ซึ่งฝ่ายทหารก็ได้ยิงตอบโต้ จนเกิดการยิงปะทะกันนาน 5 นาที จากนั้นคนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะหลบหนีไป
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพื้นที่พบว่า จ่าเอกวรายุทธ และพลฯ ศุภชัย ปุราเต อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส แต่ต่อมาจ่าเอกวรายุทธทนพิษบาดแผลไม่ไหว ได้เสียชีวิตลงในที่สุด ส่วนพลฯศุภชัยขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี รอง ผกก.สภ.ยี่งอ ที่ได้เข้าตรวจที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 และปลอกกระสุนปืนอาก้า ประมาณ 50 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีเขียว ทะเบียน ก.4449 นราธิวาส ซึ่งเป็นของนางมาลี ศรีชัยศักดิ์ อายุ 53 ปี เจ้าของบ้านหลังที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งจอดอยู่บริเวณข้างบ้านถูกกระสุนปืนของคนร้ายเป็นรูพรุนทั้งคัน
ก่อนหน้านั้น วันนี้เช่นกัน เวลา 07.40 น. พ.ท.จักรกฤษณ์ ศรีนนท์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 ชุดช่วยราชการ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้นำกำลัง 40 นาย ขึ้นไปพิสูจน์ทราบบนเทือกเขาหลังหมู่บ้านสาวอฮูลู หมู่ 2 ต.สาวอ อ.รือเสาะ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีกลุ่มคนร้ายได้แฝงตัวเคลื่อนไหวอยู่บนเทือกเขาดังกล่าว
เมื่อเดินเท้าขึ้นไปประมาณ 1 กิโลเมตร พบคนร้าย 5-6 คนนั่งอยู่ภายในขนำข้างลำธาร เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่จึงใช้ปืนกราดยิงใส่ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ยิงตอบโต้ จนเกิดการปะทะกันนาน 10 นาที คนร้ายจึงล่าถอยไป
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเข้าเคลียร์พื้นที่พบศพ นายฮานาดี หะยีรอเซ๊ะ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/4 หมู่ 3 ต.จะกั๊วะ อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งมีหมายจับคดีก่อเหตุความไม่สงบของ สภ.จะกั๊วะหลายคดี โดยข้างศพนายฮานนาดีพบปืนพกสั้น .38 ตกอยู่ 1 กระบอก
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางของคนร้ายอีกหลายรายการคือ แมกกาซีนปืน เอ็ม 16 จำนวน 9 อัน กระสุนปืน เอ็ม 16 รวม 225 นัด ชุดลายพราง ถังแก๊สปิกนิค และอาหารแห้งที่คนร้ายใส่ไว้ในถังพลาสติกจำนวน 4 ใบ แล้วขุดหลุมฝังไว้ใต้ดิน
manager.
โจรใต้แต่งหญิงซิ่งปิกอัพยิงถล่มทหารดับ 1 สาหัส 1
6 กพ. 2553 16:08 น.
ร.ต.ท.ภุมรัตน์ รินสีมา ร้อยเวรสอบสวน สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงถล่มเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัดร้อย ร.3014 ฉก.นราธิวาส 32 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ รปภ.ร้านขายของชำ เลขที่ 2 ม.2 ต.ละหาร อ.ยี่งอ ซึ่งเป็นบ้านพักของนายบุญ พรมแก้ว อายุ 82 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย จึงพร้อมด้วย น.ท.นฤมิต ศุขสมิติ ผบ.ฉก.นราธิวาส 32
พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธร จ.นราธิวาส รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม.16 และ อา.ก้า.ตกเกลื่อนอยู่บนถนน จำนวนกว่า 50 ปลอก โดยเฉพาะที่โรงจอดรถยนต์ข้างบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งฮอนด้าซีวิค สีน้ำเงิน ทะเบียนก-4449 นราธิวาส มีร่องรอยถูกกระสุนปืนพรุนไปทั้งคัน พร้อมกองเลือดจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้บาดเจ็บนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์แล้ว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลทราบคือ จ.อ.วรายุทธ หนูแก้ว ซึ่งถูกกระสุนปืนอาก้า.และเอ็ม.16 บริเวณลำตัว กลางหลังและหน้าอก เสียชีวิตขณะนำส่งรักษาโรงพยาบาล และพลทหารศุภชัย พุทธทอง ถูกกระสุนปืนของคนร้ายชนิดเดียวกันที่ชายโครงขวา หัวไหล่และช่องท้อง อาการสาหัส แพทย์ต้องนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อช่วยเหลือชีวิตอย่างเร่งด่วนแล้ว
สอบสวนทราบว่าระหว่างที่ จ.อ.วรายุทธ และพลทหารศุภชัย ยืน รปภ.ร้านขายของชำอยู่บริเวณท้ายรถยนต์เก๋งของนายบุญ มีคนร้าย 4-5 คน แต่งกายแบบผู้หญิง โดยใช้ผ้าคลุมศีรษะ นั่งรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ ไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะ โดยคนร้ายที่นั่งกระบะหลัง 2 คน ถืออาวุธปืนเอ็ม 16และอาก้า.
คนละกระบอก ยิงถล่มใส่กว่า 50 นัด ก่อนหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่ทางการที่บุกทลายค่ายพักบนเทือกเขา อ.รือเสาะ และวิสามัญสมาชิกในกลุ่มเสียชีวิต 1 คน ในช่วงเช้าที่ผ่านมา
nationchannel.
ทหารทลายค่ายพักโจรใต้บนเทือกเขารือเสาะ
6 กพ. 2553 11:41 น.
พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 46 และ พ.ท.จักรกฤษณ์ ศรีนนท์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 ได้ร่วมสนธิกำลัง จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการณ์ รวม 35 นาย พร้อมอาวุธปืนครบมือ ขึ้นพิสูจน์ทราบบนเทือกเขาหลังหมู่บ้านสาวอฮูลู ม.2 ต.สาวอ อ.รือเสาะ หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้าน
มีกองกำลังติดอาวุธ RKK กลุ่ม นายอับดุลเลาะ สามามะ พร้อมสมุน รวม 6 คน ได้แฝงตัวเคลื่อนไหวมาสร้างค่ายพักชั่วคราวบนเทือกเขา เพื่อเตรียมลงมือประชุมวางแผนก่อเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่
ขณะเข้าพื้นที่ 1 ใน 6 กองกำลังติดอาวุธเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้ตะโกนบอกพวก พร้อมใช้อาวุธปืนสงครามนานๆชนิด ยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นละลอกๆนานกว่า 20 นาที
เมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าพิสูจน์ทราบ พบกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ RKK เสียชีวิต 1 คน ส่วนที่เหลือได้รับบาดเจ็บ และอาศัยความชำนาญพื้นที่สามารถหลบหนีไปได้
nationchannel.
ทพ.ปะทะกลุ่มติดอาวุธที่นราธิวาส ดับ 1 ศพ
6 กุมภาพันธ์ 2553 10:27 น.
วันนี้ (6 ก.พ.) เวลาประมาณ 07.00 น. ทหารพรานได้ปะทะกับกลุ่มติดอาวุธ ขณะลาดตระเวน ที่บริเวณสวนยางบ้านสาวอ ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ทำให้กลุ่มติดอาวุธเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 1 คน และขณะนี้ ตำรวจ ทหารร่วมกันปิดล้อมพื้นที่ เพื่อตรวจค้นอย่างละเอียดอีกครั้ง
manager.
คนร้ายยิงช่างเจาะบาดาลยะรังเสีย 1 เจ็บ 1
3 กุมภาพันธ์ 2553 20:17 น.
ปัตตานี – เกิดเหตุยิงช่างเจอะบาดาลบนถนนสาย 410 ปัตตานี-ยะลา ขณะเดินทางกลับบ้านพัก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 1 ราย
วันนี้ (3ก.พ.) เมื่อเวลา 17.50 น. พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมฆ ผกก.สภ.ยะรัง รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดบนถนนสาย 410 ปัตตานี-ยะลา ม. 1 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง
จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์อีซูซุสีเหลือง ทะเบียน บ 2180 ปัตตานี ตกข้างทาง ภายในรถมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายวิรัตน์ กาฬลักน์ อายุ 44 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.1 บ้านคอกช้าง ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา ส่วนผู้บาดเจ็บ นายบุญโฮม ตะโยลัมย์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขทที่ 48/12 ม.9 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ทั้งสองคนเป็นคนงานเจาะบาดาล
ก่อนเกิดเหตุขณะที่ทั้งสองคนกำลังขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว กลับจากเจาะบาดาลในพื้นที่ ต.ม่วงหวาน อ.มายอ มุ่งหน้ากลับบ้านพักที่ จ.ยะลา เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คน
ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะตามประกบยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด กระสุนถูกนายวิรัตน์ เสียชีวิตที่เกิดเหตุ ส่วนนายบุญโฮม ได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกรถเสียหลักตกข้างทาง ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและยกรถออกจากที่เกิดเหตุ
manager.
ผบ.พตท.สรุปจำนวนทหารในจชต. บาดเจ็บกว่า 1 พันนาย
3 กุมภาพันธ์ 2553 19:42 น.
ยะลา - วันทหารผ่านศึก ผบ.พตท. เผยจำนวนทหารที่ปฏิบัติงานที่ได้รับบาดเจ็บในจชต. กว่า 1 พันนาย พร้อมยืนยันกองทัพบกจัดระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อช่วยเหลือทหารที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดีที่สุด
วันนี้ (3ก.พ.) ที่กองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.) กล่าวเนื่องในวันทหารผ่านศึก ว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2547
เป็นต้นมา เป็นเหตุให้ จนท.ทหาร และทหารพราน ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1,473 นาย ในจำนวนนี้ ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎ จำนวน 157 นาย
อย่างไรก็ตาม จนท.เหล่านี้ ส่วนหนึ่งได้ปลดเป็นทหารกองหนุนประจำการประเภททหารผ่านศึก มีเงินเดือนบำนาญ ตามระเบียบของการรับราชการทหาร ซึ่งทางกองทัพบก มีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนในการช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมีการดูแลทางด้านการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐ
ทั้งโรงพยาบาลทั่วไปและ รพ.ทหาร ในระหว่างการรักษา มีเงินเบี้ยเลี้ยงยังชีพให้ ตามสิทธิตามชั้นยศของกำลังพล ส่วนครอบครัวมีการดูแลในเรื่องของการเยียวยา
พล.ท.กสิกร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กองทัพบกยังมีนโยบายรับบุตรหลานของ จนท.ที่เสียชีวิตเข้ารับราชการ ตามดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาในแต่ละรายๆ ไป ซึ่งกองทัพบกได้มีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนในการให้การช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดีที่สุด
ในขณะเดียวกันผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้น ได้พยายามให้การช่วยเหลือในสิทธิของกำลังพลอย่างดี เนื่องในวันทหารผ่านศึกปีนี้ ขอทำความเข้าใจกับประชาชนด้วยว่า กำลังพล ทุกนายที่มาปฏิบัติหน้าที่ในทุกระดับ ได้เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ และพร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ เพื่อความสงบสุขของประชาชนเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม สำหรับนายทหาร ที่ได้รับบาดเจ็บในการปฏิบัติหน้าที่ ล่าสุด คือ ร.อ.มานพ พันธ์สะโม นายทหารฝ่ายการข่าว.หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 16 อ.ธารโต ซึ่งได้รับบาดเจ็บพร้อมลูกน้องจากการลอบวางระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยครู
บนเส้นทางสายบ้านแหร – บ้านบัวทอง หมู่ที่ 2 ต.บ้านแหร อ.ธารโต เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2553 เป็นเหตุให้ต้องตัดขาทั้งสอง ข้าง ขณะนี้รักษาตัวอยู่ โรงพยาบาลพระมงกุฎ กรุงเทพมหานคร
manager.
รัวอาก้า-เอ็ม 16 ดับผู้ใหญ่บ้านที่เมาะมาวี เด็กน้อยเหยื่อฆ่ายกครัวยังเครียดไม่พูดจา
Written by Administrator
Tuesday, 02 February 2010 08:23
รอซิดะห์ ปูซู / แวดาโอ๊ะ หะไร
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา
คนร้ายควบเก๋งรัวอาก้า-เอ็ม 16 ถล่มผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตที่เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ตำรวจยังไม่สรุปขัดแย้งการเมืองท้องถิ่นหรือไฟใต้ ด้านเด็กน้อยที่รอดชีวิตจากเหตุฆ่ายกครัว 3 ศพยังเครียด จิตใจบอบช้ำ ไม่พูดไม่จา ขณะที่ผู้ต้องหายิง อส.หญิงจะแนะ เปิดปากสารภาพ พาค้นแหล่งซุกระเบิด
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงปลายเดือน ม.ค.ต่อเนื่องต้นเดือน ก.พ.2553 ยังคงมีเหตุร้ายเกิดขึ้นรายวัน โดยเมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 1 ก.พ. พ.ต.ท.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ รองผู้กำกับการ สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายปัตตานี-ยะลา ท้องที่หมู่ 5 บ้านเกาะบาตอ ต.เมาะมาวี
จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน ผก 5041 สงขลา เสียหลักตกลงไปข้างทาง ตัวถังรถด้านคนขับเต็มไปด้วยรอยกระสุนปืนสงคราม
ตรวจสอบภายในรถพบ นายมาหามะ เจ๊ะสมอเจ๊ะ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/2 หมู่ 5 ต.เมาะมาวี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้าเข้าที่ลำตัวหลายนัด อาการสาหัส จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่นายมาหามะทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตระหว่างทาง นอกจากนั้นในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนทั้งอาก้าและเอ็ม 16 เกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายมาหามะ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.เมาะมาวี กำลังขับรถกลับมาจากที่ประชุมลูกบ้านในหมู่บ้าน แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถเก๋งไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนตามประกบยิงด้วยอาวุธสงครามจนรถเสียหลักตกลงไปข้างทาง
จากนั้นจึงเร่งเครื่องหลบหนีไป เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าปมสังหารมาจากความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่นหรือเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ
เด็กเหยื่อฆ่ายกครัวยังปิดปาก
ด้านความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธยิง นายหะแว วามะ อายุ 50 ปี นางสารีธา แวจิ อายุ 41 ปี และ ด.ช.อับดุลฮากิม วามะ อายุ 8 ปี ซึ่งเป็นพ่อแม่ลูกกัน เสียชีวิต 3 ศพ ส่วน ด.ช.อับดุลซาลาม วามะ อายุ 5 ปี 2 เดือน ลูกชายคนเล็ก ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ทั้งหมดนั่งรถจักรยานยนต์มาด้วยกันเพื่อไปเยี่ยมญาติ เหตุเกิดในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดชุดสืบสวน สภ.สายบุรี ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา ผู้กับการ สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เพื่อขอข้อมูลคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เนื่องจากพบว่า มูลเหตุของการสังหารโหดครั้งนี้ น่าจะเป็นการฆ่าปิดปากนายหะแว ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญในคดียิงผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.ปะนาเระ เสียชีวิตเมื่อปลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ทิ้งประเด็นสร้างสถานการณ์
สำหรับอาการบาดเจ็บของ ด.ช.อับดุลซาลาม ซึ่งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปัตตานีนั้น แพทย์ระบุว่าบาดแผลจากคมกระสุนที่ถากบริเวณศีรษะได้รับการรักษาจนปลอดภัยแล้ว เหลือเพียงสภาพจิตใจที่บอบช้ำอย่างหนัก เนื่องจากต้องเสียทั้งพ่อ แม่ และพี่ชายในคราวเดียวกัน คาดว่า ด.ช.อับดุลซาลาม ยังคงช็อคกับเหตุรุนแรงต่อหน้าต่อตา จึงยังไม่ยอมพูดคุยกับใคร ได้แต่นอนหลับตาตลอดเวลา
ย้อนเหตุฆ่ายกครัว 3 ศพที่สายบุรี
สำหรับเหตุการณ์ฆ่ายกครัว 3 ศพดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 1 ก.พ.2553 โดย พ.ต.อ.วัลลพ จำนงค์อาสา ผู้กำกับการ สภ.สายบุรี รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดบนถนนสายบางเก่า-บ้านแป้น ท้องที่หมู่ 1 บ้านเจาะโบ ต.แป้น อ.สายบุรี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิต 3 รายนอนอยู่บนถนน และมีรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำอยู่ 1 คัน
ตรวจสอบทราบว่าทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูกัน คือ นายหะแว วามะ อายุ 50 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านท่าน้ำ ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ นางสารีธา แวจิ อายุ 42 ปี ภรรยาของนายหะแว และ ด.ช.อับดุลฮากิม วามะ อายุ 6 ปี ลูกชายของทั้งคู่ ทั้งนี้ในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม.จำนวน 2 ปลอก ปลอกกระสุนปืนขนาด 11 ม.ม.จำนวน 7 ปลอก และหัวกระสุนปืนขนาด 11 ม.ม.อีก 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายหะแว กำลังขี่รถจักรยานยนต์พร้อมด้วยภรรยาและลูกรวม 4 คนออกจากบ้านที่ ต.ท่าน้ำ มุ่งหน้าไปที่บ้านลาเลาะ ต.ปะเสยาวอ อ.สายบุรี เพื่อเยี่ยมญาติ แต่ระหว่างทางถูกคนร้าย 3 คนใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันขี่ตามประกบ
และใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม.กับ 11 ม.ม.ยิงถล่มจนเสียชีวิต 3 ศพและบาดเจ็บสาหัส 1 คนดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
คุมตัวผู้ต้องหายิง อส.หญิงค้นแหล่งซุกระเบิด
วันที่ 1 ก.พ.เช่นกัน พ.ต.อ.จิรวุฒิ ทิศเสถียร ผู้กำกับการ สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส พร้อมด้วย พ.ท.ศักดิ์วุฒิ วงศ์วานิช ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 34 นายนันทวัฒน์ เจริญวรรณ นายอำเภอจะแนะ และ พ.ต.ต.ดิเรก โฉมยงค์ สารวัตรชุดสืบสวนคดีสำคัญ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมสนธิกำลังจำนวน 100 นาย นำตัว นายซอบรี สือแม อายุ 19 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 1 บ้านไอร์กำมะลอ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงคนสำคัญ ไปค้นหาระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ หลังจากเจ้าตัวยอมสารภาพ และให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
สำหรับ นายซอบรี ตกเป็นผู้ต้องหาคดียิง นางซัลมา สะอิ อายุ 35 ปี อาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำที่ว่าการ อ.จะแนะ เสียชีวิต ขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปปฏิบัติหน้าที่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ม.ค.2553 และยังมีหมายจับในคดียิงพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยพุทธ ยิง ตชด.และยิงสายข่าวทหารในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถบุกจับกุมตัวได้ขณะแฝงตัวกบดานอยู่ที่บ้าน พร้อมกับนายปรีชา เจ๊ะแม อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่1 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ
ทั้งนี้ นายซอบรี ยอมให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และได้สารภาพถึงสถานที่ซุกซ่อนวัตถุระเบิดของกองกำลังติดอาวุธที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.จะแนะ บนเทือกเขาหลังบ้านของเขา และเตรียมที่จะลักลอบนำไปก่อเหตุถล่มจุดตรวจของฐานปฏิบัติการเสือดำ สังกัด ร้อย ร.2934 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 34 บนถนนสายตันหยงมัส-ดุซงญอ ห่างจากโรงพยาบาลจะแนะ ประมาณ 100 เมตร
ซึ่งระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ประกอบด้วย ระเบิดขว้างแบบเอ็ม.67 ระเบิดขว้างแบบเอ็มเค 2 และระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิงจำนวน 3 ลูก น้ำหนักลูกละ 20 กิโลกรัม
เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายซอบรีเดินทางกลับถึงบ้าน จึงให้นายซอบรีได้พูดคุยกับมารดา ก่อนจะให้นายซอบรี นำทางลัดเลาะเข้าไปในป่ายางพารารกทึบ กระทั่งพบแหล่งซุกซ่อนระเบิดทั้งหมด ซึ่งแยกเก็บไว้ 2 จุด แต่จุดที่ 2 ที่เป็นแหล่งซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ในถังดับเพลิงนั้น มีสมาชิกกองกำลังติดอาวุธกลุ่มของนายซอบรี แอบเคลื่อนย้ายไปก่อนแล้ว
isranews.
หน่วยข่าวแจ้งเตือน" 9 จยย. - 2 รถยนต์" ซุกระเบิดป่วนใต้
วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 09:25:53 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แจ้งเตือนหน่วยงานในพื้นที่ว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ โดยนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์ซุกซ่อนวัตถุระเบิดจำนวนหลายคัน ดังนี้ รถจักรยานยนต์ คันที่ 1 กขบ 468 ยะลา คันที่ 2 กรต 883 ยะลา คันที่ 3 กยท 491 ยะลา คันที่ 4 กบก 791 ยะลา คันที่ 5 กบบ 801
ยะลา คันที่ 6 กยต 418 ยะลา คันที่ 7 กษบ 895 ยะลา คันที่ 8 กยต 511 ยะลา และ คันที่ 9 กยบ 662 ยะลา “ นอกจากนั้นยังมีรถยนต์กระบะสีแดงหมายเลขทะเบียน บอ 1174 สงขลา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ บ้านบือแน ม .4 ตำบลบุดี และ รถยนต์เก๋งสีเทาดำ หมายเลขทะเบียน 502 สมุทรปราการ ไม่ทราบหมวดอักษร ทั้งสองคันคนร้ายได้ประกอบระเบิดไว้เรียบร้อยแล้ว
สำหรับรถยนต์กระบะที่ใช้ขนอาวุธ และชุดปฏิบัติการเข้าพื้นที่ คือรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอน์เงิน สี่ประตู หมายเลขทะเบียนศอ 1892 กรุงเทพ รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอน์เงิน สี่ประตู หมายเลขทะเบียน คค 6174 ยะลา รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตาร์ดร้า สีบรอน์เงิน สี่ประตู หมายเลขทะเบียน กค 7972 ยะลา รถยนต์กระบะยี่ห้อนิสัน บิ๊กเอ็ม เคป สีบรอน์ทอง เลขทะเบียน บจ 3657 ปัตตานี ” ในรายงานระบุ
รายงานแจ้งเตือน ยังระบุว่า ยังมีรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตาร์ดร้าสีบรอน์ทองสี่ประตู เลขทะเบียน กน 1805 ยะลา ซึ่งอยู่ในอยู่ในพื้นที่ตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตาร์ดร้า สีบรอน์เงิน สี่ประตู หมายเลขทะเบียน กค 1099 ยะลา ซึ่งอยู่ในพื้นที่บ้านโต๊ะฮาดี หรือ บ้านไม้แก่น ม . 2 อำเภอรามัน ยะลา
และรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อ สีบรอน์เงิน หมายเลขทะเบียน บง 3022 ปัตตานี ขณะนี้รับแจ้งเบื้องต้นอยู่ในพื้นที่บ้านโสร่ง ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี รถตู้สีขาว เลขทะเบียน บจ 7981 ปัตตานี และรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 9975 ไม่ทราบหมวดอักษร และจังหวัด โดยให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งตรวจสอบ และค้นหา ซึ่งในเบื้องต้นป้ายทะเบียนทั้งหมดตรวจสอบแล้วเป็นป้ายทะเบียนปลอม
matichon.
คนร้ายถล่มยิง ผญบ.สาหัส ขณะขับรถยนต์กลับจากประชุมลูกบ้านที่ปัตตานี
1 กุมภาพันธ์ 2553 13:17 น.
ปัตตานี – คนร้ายใช้อาวุธสงครามประกบยิงผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง ขณะขับรถยนต์กลับมาจากประชุมกับลูกบ้านในหมู่บ้าน เป็นเหตุให้รถเสียหลักลงข้างทาง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้าเข้าลำตัวหลายนัดอาการสาหัส
เมื่อเวลา 12.00 น. วันนี้ (1 ก.พ.) พ.ต.ท.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ รอง ผกก.สส.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันบนถนนสายปัตตานี-ยะลา ม.5 ต.เมาะมาวี จึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ ผกก. พ.ท.บุญสิน พาดกลาง ผบ.ฉก.ปัตตานี 21 ไปถึงพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน ผก 5041 สงขลา ตกข้างทางสภาพด้านคนขับถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามจนพรุนทั้งแถบ
ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกยิงฟุบคาพวงมาลัย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อ นายมาหามะ เจ๊ะสมอเจ๊ะ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/2 ม.5 ต.เมาะมาวี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้าเข้าลำตัวหลายนัดอาการสาหัส ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนทั้งอาก้าและ เอ็ม 16 ตกเกลื่อนบนถนน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า นายมาหามะ เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.เมาะมาวี ก่อนเกิดเหตุขณะขับรถยนต์กลับมาจากประชุมกับลูกบ้านในหมู่บ้าน ปรากฏว่าเมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถยนต์เก๋งไม่ทราบยี่ห้อตามประกบยิงจนรถเสียหลักตกข้างทาง จากนั้นเร่งเครื่องหลบหนีไป สำหรับประเด็นการก่อเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งไว้ 2 ประเด็นคือ เรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับการเมืองท้องถิ่น และอาจจะเชื่อมโยงสถานการณ์ใต้
manager.
คนร้ายฆ่าโหด 3 ศพพ่อแม่ลูก-ลูกอีกคนยังโคม่า ที่ปัตตานี
31 มกราคม 2553 15:17 น.
ปัตตานี – เกิดเหตุคนร้ายประกบยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านท่าน้ำ ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เสียชีวิต พร้อมครอบครัว ร่วม 3 ราย ขณะลูกชายอีกคนได้รับบาดเจ็บสาหัส จนท.คาดอาจเป็นการฆ่าปิดปากพยาน เพราะผู้ตายเป็นพยานปากเอกในคดียิงผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่
วันนี้ (31 ม.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.วัลลพ จำนงอาสา ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบนถนนภายในหมู่บ้าน ม.1 ต.แป้น จึงรีบนำกำลังตำรวจ ทหารไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.
พ.ต.อ.จีรวัฒน์ อุดมสุด พ.ต.อ.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบก. พอ.ปกรณ์ จันทรโชตะ ผบ.ทพ.43 ไปถึงเจ้าหน้าที่พบภาพสลดใจ เนื่องจากผู้เสียชีวิตนอนตายสภาพกอดกันพ่อแม่ลูก โดยมีเลือดจำนวนมากไหลนองบนพื้นถนน
จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ศพ คือนายหะแว วามะ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 ม.2 บ้านท่าน้ำ ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี และมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วย นางสารีธา แวจิ อายุ 41 ปี และ ดช.อับดุลฮากิม วามะ อายุ 8 ปี นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านท่าน้ำ โดยทั้ง 3 ศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. และ 11 มม.ที่ลำตัว
นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ปัตตานี เนื่องจากอาการสาหัส ทราบชื่อ ดช.อับดุลสลาม วามะ อายุ 6 ปี ถูกกระสุนปืนที่ศรีษะ 1 นัด ในที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า ทะเบียน ขกศ 173 ตรัง และพบปลอกกระสุน 9 มม. จำนวน 2 ปลอก และ 11 มม. จำนวน 7 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายหะแว ขี่รถ จยย.มาจากบ้านพักที่ อ.ปะนาเระ เพื่อจะไปธุระที่ อ.สายบุรี โดยมีภรรยาและลูกชาย 2 คน นั่งมาด้วย ปรากฏว่า เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 4 คนใช้รถ จยย.2 คัน ขับตามประกบหลัง จากนั้นได้ชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงหลายนัดโดยไม่สนใจว่าจะเป็นผู้หญิงหรือเด็กที่นั่งมาด้วย จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
หลังเกิดเหตุคนร้ายได้เร่งเครื่องหลบหนีไป อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่า นายหะแวเป็นพยานปากเอกในคดียิงผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ซึ่งก็เชื่อว่าน่าจะเป็นประเด็นหนึ่งของการสังหารครั้งนี้ แต่ก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นการสร้างสถานการณ์
manager.
คนร้ายลอบบึ้ม 3 จุดที่ยะลา บาดเจ็บ 1 คน
30 มกราคม 2553 16:55 น.
เกิดเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา 3 จุด โดยจุดแรกผู้ก่อเหตุนำระเบิดปลอมมาวางล่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณถนนสายยะหา-ปะแต ห่างกันประมาณ 5 เมตร พบสายไฟโผล่จากต้นไม้ ลักษณะเหมือนกับดัก
เจ้าหน้าที่จึงใช้รถยนต์หุ้มเกราะเข้าตรวจสอบ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนัก 3 กิโลกรัม บรรจุในกล่องเหล็ก ทำให้ทหารบาดเจ็บที่นิ้วมือเล็กน้อย 1 นาย
อีก 2 จุด เป็นพื้นที่หมู่ 3 บ้านคอกแพะ เทศบาลยะหา และหมู่ 5 บ้านปะแดรู ต.กาตอง ตรวจสอบพบมีวัตถุต้องสงสัยที่คนร้ายนำมาไว้ข้างถนน แต่ไม่ใช่ระเบิด เบื้องต้นสันนิษฐานเป็นการป่วนพื้นที่ แสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อเหตุ
manager.
โจรใต้ป่วนยะลาข่มคนรวมพลังต่อต้านก่อการร้าย
30 มกราคม 2553 20:03 น.
ยะลา – คนร้ายวางระเบิดปลอมและจริงก่อเหตุป่วนในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา เพื่อข่มขู่ประชาชนที่ออกมารวมพลังต่อต้านการก่อการร้ายร่วมพันคนที่สนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านลือเน็ง
วันนี้ (30 ม.ค.) เวลา 10.00 น. ที่สนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านลือเน็ง หมู่ที่ 3 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำทางจิตวิญญาณ กลุ่มสตรี กลุ่มอาชีพ กลุ่มเยาวชน ชรบ. อรบ. และ ประชาชน จำนวน 1,000 คน
ร่วมแสดงพลังต่อต้านการก่อการร้ายทุกๆ รูปแบบ โดยมี พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท.เป็นประธานในพิธี ขณะที่ผู้นำศาสนาและประชาชนร่วมละหมาดฮายัต ขอพรจากพระเป็นเจ้าให้พ้นภัยจากการก่อเหตุรุนแรง และสวดดูอาร์ขอพรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จากนั้น ผู้มาร่วมพิธีได้ร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณตน เพื่อแสดงจุดยืนในการรวมพลังสามัคคีและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสู่สายตาสาธารณะชน และแสดงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง
รวมทั้งบูรณาการในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐในพื้นที่กับประชาชน และให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ในโอกาสเดียวกันนี้ ผู้บัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร
ได้มอบธงชาติไทย และมอบเกียรติบัตรให้กับผู้แทนครอบครัวของราษฎร จำนวน150 คน และร่วมร้องเพลงชาติไทย เพลงสดุดีมหาราชา เพลงรักกันไว้เถิด และเยี่ยมชมสินค้าโอทอปของกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่
ก่อนหน้านี้ เวลา 08.30 น. ร.ต.ท.สุรัตน์ จันทร์จ้า ร้อยเวร สภ.ยะหา ได้รับแจ้งว่ามีเหตุพบวัตถุต้องสงสัย ในพื้นที่ จำนวน 3 จุด จุดแรก บริเวณ ริมถนนสายยะหา – กาบัง บ้านปาแดรู หมู่ที่ 5 ต.กาตอง หลังได้รับแจ้ง พ.ต.อ.สวัสดิ์ เตียวิรัตน์ ผกก.
พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.14 อ.ยะหา ฝ่ายปกครอง และ ชุดศรศึก - ศรชัย (EOD-ARMY) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดยะลา เดินทางเข้าตรวจสอบเหตุพบเป็นกล่องต้องสงสัย ตรวจสอบแล้วภายในบรรจุทราย เพื่อลวงเจ้าหน้าที่
หลังจากนั้นได้รับแจ้งพบอีกจุดที่ 2 ที่บริเวณบนถนนสายยะลา – ยะหา บริเวณใกล้บ้านพักแปลตตำรวจ ใกล้กับฟาร์มเลี้ยงแพะ หมู่ที่ 3 ต.ยะหา จนท.เข้าตรวจสอบพบเป็นกล่องหลอกเช่นกัน และจุดสุดท้าย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านพบวัตถุต้องสงสัย
มีสายไฟลากยาวเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง บริเวณริมถนนเขตรอยต่อระหว่างหมู่ที่ 5 – กับหมู่ที่ 4 บ้านซีแซะ ต.ปะแต อ.ยะหา จนท.เดินทางไปตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม วางใต้ท่อนไม้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถยนต์กันกระสุนหุ้มเกราะ วีว่าของ ทหาร ฉก.14 เข้าไปลากสายไฟ จนเกิดระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้รถยนต์ทหาร ได้รับความเสียหายเล็กน้อย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการป่วน ข่มขู่ประชาชน หลังจากที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบทราบว่าจะมีการรวมพลังของประชาชน เพื่อต่อต้านการก่อความไม่สงบในพื้นที่ในวันเดียวกัน โดย พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท.กล่าวว่า กลุ่มคนร้ายก่อเหตุเพื่อแสดงศักยภาพของตัวเองให้ประชาชนเกิดการเกรงกลัว
manager.
โจรใต้ทำเนียนซุกระเบิดสังหาร ยิงถล่มซ้ำ ทหารพลีชีพ 1 สาหัส 2 ที่ปัตตานี
29 มกราคม 2553 17:40 น.
ปัตตานี – เกิดเหตุคนร้ายกดชนวนระเบิดและยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน ระหว่างรอเพื่อนทหารทำการละหมาด แรงระเบิดส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล 1 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 2 นาย
เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (29 ม.ค.) พ.ต.อ.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดและยิงปะทะกันขึ้น บริเวณบ้านปานแด ม.2 ต.ปานัน จึงรีบนำกำลังตำรวจ ทหาร ไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. ไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ที่ ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน ห่างจากมัสยิดนีซอมุดดีน ประมาณ 30 เมตร
แรงระเบิดทำให้อาคารศูนย์ซึ่งสร้างด้วยปูนชั้นเดียวแบบเปิดพังยับเยิน ตู้ อุปกรณ์รวมไปถึงหนังสือต่างๆ ถูกแรงระเบิดและสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีชิ้นส่วนระเบิดและสะเก็ดกระจายไปทั่วบริเวณ
นอกจากนี้ ยังพบกองเลือดจำนวนมาก และปลอกกระสุนปืนอาก้าของคนร้ายกว่า 10 ปลอก โดยผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง โรงพยาบาลมายอ ทราบชื่อคือ สอ.สราวุธ กุลธิกวด อายุ 26 ปี ถูกสะเก็ดและแรงระเบิดตามร่างกายหลายแห่งเสียชีวิต ขณะนำส่งโรงพยาบาล ส่วนพลทหารศักรินทร์ เนียมนวล อายุ 22 ปี
และ พลทหารสันติ ศรีสัตมัน อายุ 22 ปี ทั้งสามนายสังกัด ร้อย ร.15312 ฉก.ปัตตานี 25 ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณลำตัวอาการสาหัส แพทย์ต้องส่งต่อไป โรงพยาบาลปัตตานี
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้ง 3 นายกำลังนั่งรอ พลทหารซุลกีฟรี หมัน ซึ่งกำลังทำละหมาดอยู่ในมัสยิด โดยทั้ง 3 นาย ได้เข้าไปรออยู่ในศูนย์ดังกล่าวโดยที่ไม่ได้เอะใจว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น ปรากฏว่าได้มีคนร้าย จำนวน 4-5 คน
ซุ่มอยู่บริเวณที่เกิดเหตุได้กดชนวนระเบิด น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ที่ซุกไว้ในตู้หนังสือข้างผนังจนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนนับสิบคนที่กำลังละหมาดตกใจวิ่งหนีออกมา จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงซ้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่แข็งใจใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ จนเกิดการปะทะกันขึ้น ประมาณ 5 นาทีจนคนร้ายวิ่งหลบหนีไป
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองได้ระดมกำลังปิดล้อมตรวจค้นในที่เกิดเหตุเพื่อติดตามไล่ล่าคนร้าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อกลุ่มคนร้ายได้มีการวางแผนแล้วล่วงหน้าโดยรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ จึงฉวยโอกาสก่อเหตุเพื่อสังหารเจ้าหน้าที่สร้างสถานการณ์ใต้
manager.
คนร้ายลอบเผา จยย.ชาวสวนยางบนเขาบูโดเสียหาย 2 คัน
28 มกราคม 2553 20:34 น.
นราธิวาส - คนร้ายเผารถ จยย.ของคนกรีดยางบนเขาบูโด ในนราธิวาส เสียหาย 2 คัน ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดระแวงในความปลอดภัย
วันนี้ ( 28 ม.ค. 53 ) พ.ต.ท.จำลอง สุวลักษณ์ สว.สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส นำกำลังตำรวจ และทหาร ฉก.นราธิวาส 32 กองทัพเรือ ชุดช่วยราชการ อ.บาเจาะ นำกำลังขึ้นไปบนเทือกเขาบูโดห่างจากหมู่บ้านกือดายือริง หมู่ 8 ต.ปะลุกาสาเมาะ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าไป-กลับรวมกว่า 3 ชั่วโมง
โดยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุคนร้ายลอบเผารถจักรยานยนต์ 2 คัน ของชาวสวนยางพาราที่ขึ้นไปกรีดยางพาราบนเทือกเขาดังกล่าว เป็นรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีดำ ทะเบียน กษม.906 นราธิวาส ของนายอิสมาแอ ซอและ อายุ 54 ปี
และคันที่สองเป็นรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีดำ ทะเบียน ขกย.914 นราธิวาส ของนายสะดี ยะ อายุ 46 ปี ซึ่งทั้ง 2 คันถูกเผาเสียหายทั้งคันในจุดเดียวกัน
จากการสอบสวนนายอิสมาแอ และนายสะดี ให้การว่า ทั้งนายอิสมาแอและนายสะดี พักอยู่ในหมู่บ้านกือดายือริง ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ และได้ขี่รถจักรยานยนต์คนละคัน ขึ้นมาบนเทือกเขาบูโดเพื่อกรีดยางพาราทุกวัน ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
เมื่อกรีดยางเสร็จและได้เดินทางมาที่บริเวณจอดรถซึ่งห่างจากสวนยางประมาณ 500 เมตร กลับพบว่ารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ถูกคนร้ายลอบเผาเสียหายหมดทั้ง 2 คันแล้ว จึงได้เข้าแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.ปะลุกาสาเมาะ ให้ขึ้นมาทำการตรวจสอบดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปว่าเป็นการสร้างสถานการณ์หรือเหตุส่วนตัว อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นชาวบ้านในพื้นที่ที่ทราบข่าวต่างหวาดกลัวไม่กล้าขึ้นมากรีดยางเนื่องจากกลัวถูกทำร้าย
manager.
บึ้ม ตชด.กลับจากส่งครูที่ปัตตานี ชาวบ้านเจ็บ 1 ราย
27 มกราคม 2553 11:22 น.
ปัตตานี - โจรใต้ป่วนรายวันบึ้ม ตชด.กลับจากส่งครู รอดตายหวุดหวิด แต่ชาวบ้านรับเคราะห์เจ็บ 1 รายที่ปัตตานี
วันนี้ (27 ม.ค.) พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นบนถนนภายในหมู่บ้านบาซาเอ ม.4 ต.ปิตูมุดี จึงได้รีบนำกำลังตำรวจ ทหาร และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดรุดเข้าไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวรชายแดนกระจายกำลังคุมเชิงบริเวณที่เกิดเหตุหลังเกิดระเบิดขึ้น
จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุอยู่ริมถนน พบหลุมระเบิดและชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายเป็นชาวบ้านถูกนำส่ง รพ.ยะรัง ทราบชื่อ นายซการียา โฮ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 ม.3 ต.ปิตูมุดี ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณต้นขาซ้าย แพทย์ได้ช่วยเหลือพ้นขีดอันตรายแล้ว
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่กำลังตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 12 นายใช้รถ จยย.จำนวน 6 คัน เป็นพาหนะเดินทางกลับมาจากส่งคณะครูที่โรงเรียนบ้านบาซาเอ ซึ่งอยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ปรากฏว่าขณะขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนคนร้าย
ไม่ทราบจำนวนได้กดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ บรรจุอยู่ในกล่องเหล็กห่อด้วยผ้า น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม วางไว้ริมถนน ก็ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น
ระหว่างนั้น นายซการียา ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดีจึงได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนเจ้าหน้าที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่หวังสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์ แต่พลาดถูกชาวบ้านรับเคราะห์แทน
manager.
บึ้ม! หวังสังหาร จนท.ลาดตระเวน เจ็บ 1 ที่ปัตตานี
26 มกราคม 2553 10:22 น.
ปัตตานี – เกิดเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดหวังสังหารเจ้าหน้าที่ทหารลาดตระเวนเส้นทาง ริมถนนบ้านจาเย๊าะมาตี อ.สายบุรี แรงระเบิดส่งผลให้พลทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้(26 ม.ค.) พ.ต.ท.ปัญญา คารวะนันทร์ รอง ผกก.สส.สภ.สายบุรี จังหวัดปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นที่ริมถนนบ้านจาเย๊าะมาตี ม.6 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี เมื่อไปถึงในที่เกิดเหตุพบว่าจุดเกิดเหตุ อยู่บริเวณเพิงขายของริมทาง พบหลุมระเบิดและชิ้นส่วนสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ
และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ1 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพยุพราชสายบุรี ทราบชื่อคือ พลทหารธีรวัฒน์ คงเพ็ชร อายุ 22 ปี สังกัด กรมทหารพรายที่ 43 มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่ข้อมือซ้าย
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่พลทหารธีรวัฒน์ คงเพ็ชร พร้อมพวก 8 นาย เดินลาดตระเวนเพื่อดูแลเส้นทาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ถูกคนร้ายจุดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ที่บริเวณเพิงขายของ จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ระเบิดมีน้ำหนักประมาณ 5 กก. จึงเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
manager.
ไฟใต้ระอุบึ้มทหาร นราธิวาสเจ็บ6นาย
วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553
บึ้มทหาร - เจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุ ระเบิดบนถนนสายกูจิงลือปะ-ซีโปร์ หมู่ 3 ต.เฉลิม อ.ระ แงะ จ.นราธิวาส ทำ ให้ทหารชุดฉก.นรา ธิวาส 38 ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย เมื่อวันที่ 24 ม.ค.
ไฟใต้ยังร้อนระอุ คน ร้ายลอบวางระเบิดถล่มทหารชุดฉก. นราธิวาส ขณะออกลาดตระเวน บนถนนสายกูจิงลือปะ-ซีโปร์ หมู่ 3 ต.เฉลิม อ.ระแงะ กดระเบิดตูมสนั่นสะเก็ดถูกทหารได้รับบาดเจ็บ 6 นาย หลังเกิดเหตุตรวจพบหลุมลึก 2 ฟุต กว้าง 4 ฟุต โชคยังดีที่ระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ ความรุนแรงจึงไม่เต็มที่ ส่วนที่อ.หนองจิก จ.ปัตตานี คนร้ายกดบึ้มถังดับเพลิงที่ฝังไว้กลางถนน ทหารพรานบาดเจ็บไปอีก 3
เมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 24 ม.ค. ร.ต.อ.ศรเพชร ตันติอมรชัยกุล ร้อยเวรสภ.ระแงะ จ.นรา ธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิดสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุดฉก.นราธิวาส 38 ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย บนถนนสายกูจิงลือปะ-ซีโปร์ หมู่ 3 ต.เฉลิม จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก. สภ.ระแงะ พ.ต.ท.กฤช จินายนต์ สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส
และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 2 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และมีสายไฟฟ้ายาว 150 เมตร ลากยาวเข้าไปในป่ารกทึบริมทาง พร้อมทั้งมีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิกหนัก 15 ก.ก. ตกกระจายเกลื่อนในที่เกิดเหตุ
นอกจากนี้ พบรถยนต์กระบะฟอร์ดสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของเจ้าหน้าที่ทหารชุด ฉก.นราธิวาส 38 ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณตัวถังด้านคนขับเป็นรูพรุนจอดอยู่ห่างจุดเกิดเหตุ ประ มาณ 30 เมตร เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บ 6 นาย ซึ่งถูกแรงระเบิดมีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ เพื่อนทหารนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทหารชุดฉก.นราธิวาส 38 จำนวน 6 นาย นั่งรถยนต์กระบะนำกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคดีสำคัญ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจส่วนหน้า จ.ยะลา นำโดย พ.ต.ต.ดิเรก โฉมยงค์ สว.กลุ่มงานสืบ สวนคดีสำคัญ ศปก.ตร.สน.เข้าตรวจค้นหมู่บ้านกูจิงลือปะ
เมื่อแล้วเสร็จทหารนำกำลังนั่งรถยนต์กระบะนำหน้าขบวน เพื่อกลับที่ตั้งฐาน ถึงที่เกิดเหตุคนร้ายอยู่ในป่ารกข้างทาง วางระเบิดรถยนต์ แต่โชคดีระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ ทำให้รถยนต์กระบะถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย ส่วนทหารถูกแรงระเบิดจนแน่นหน้าอกและหูอื้อดังกล่าว
พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ตามที่ทหารฉก.นราธิวาส 31 ชุดช่วยราชการ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส นำกำลังปิดล้อมและจับกุมตัว นายแวนอ กุเวกานอ อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 49 บ้านเจาะเกราะ หมู่ 1 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง เมื่อวันที่ 22 ม.ค.นั้น
จากการสอบสวนทราบว่า นายแวนอ กุเวกานอ เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับแกนนำ มีหน้าที่ติดต่อประสานงานกับแนวร่วมในการก่อเหตุ เป็นครูฝึกให้กับสมาชิกและมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาฝ่ายการเงิน มีการแสวงหาผลประโยชน์จากการเป็นผู้ฝึกด้วยการแสดงตนเป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณและทำพิธีสาบานตน
ให้กับกลุ่มบุคคลที่หลงเชื่อ เพื่อให้ได้มาซึ่งจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งปลุกระดมกลุ่มเยาวชนให้มีความคิดต่อ ต้านอำนาจรัฐโดยเฉพาะการแบ่งแยกดินแดน
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบความเคลื่อน ไหวข้อมูลด้านการข่าวพบว่านายแวนอ กุเวกานอ ก่อเหตุร้ายในพื้นที่อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส 2 เหตุการณ์คือ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2552 ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่ร้านอาหาร ริมถ.ทรายทอง 8 เขต เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และขว้างระเบิดซ้ำก่อนหลบหนีไป
อีกทั้งในวันเดียวกันได้ใช้รถ ยนต์ติดตั้งระเบิดแสวงเครื่องไปจอดทิ้งไว้ตรง ข้ามโรงแรมเมอร์ลิน อ.สุไหงโก-ลก ก่อนที่จะจุดระเบิดขึ้นทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งการจับตัวได้ในครั้งนี้ถือเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ในการขยายผลได้อย่างมาก
ต่อมาเวลา 19.30 น. นายดอฮะ ดอเลาะ อายุ 39 ปี คนทำสวนโรงพยาบาลจะแนะ ขับรถยนต์กระบะโตโยต้า ไทเกอร์ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บฉ 5657 ปัตตานี โดยมีนางจิราวรรณ ดอเลาะ อายุ 40 ปี สารวัตรกำนันตำบลจะแนะ ภรรยา และเพื่อนบ้านนั่งมาในรถด้วยรวม 5 คน
เดินทางจากเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส มุ่งหน้ากลับบ้านพักในอ.จะแนะ เมื่อมาถึงบ้านกาเสาะ หมู่ 7 ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส ถูกคนร้ายขับรถกระ บะประกบยิงกระสุนถูกนายดอฮะบาดเจ็บสาหัส จากนั้นรถยนต์เสียหลักตกไหล่ถนน ทำให้นางจิราวรรณและ น.ส.รัชนีกร เจ๊ะสามะแอ อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนเพื่อนบ้านอีก 2 คนปลอดภัย
ส่วนที่จ.ปัตตานี เวลา 09.45 น. พ.ต.ท.วีรชาติ คูหามุข รองผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุระเบิดบนถนนทางหลวงชนบท หมู่ 5 บ้านดอนนา ต.บางเขา อ.หนองจิก มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 3 นาย
ถูกนำส่งร.พ.หนองจิก จึงรุดไปตรวจสอบ พบรถยนต์ กระบะของทหารพราน ได้รับความเสียหายจำนวน มาก ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองนายถูกนำส่งโรงพยาบาลก่อนแล้ว ทราบชื่อ อส.ทพ.มานพ ชุมพล อส.ทพ.สมพงษ์ ปานเพชร อส.ทพ.จอม เซ้งทับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย อาการปลอดภัยแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุอาสาสมัครทหารชุดดังกล่าวเป็นทหารชุดพัฒนาสันติ 4344 ตั้งฐานอยู่ที่สาบหมอ หมู่ 6 จำนวน 5 นาย กำลังลาดตระเวนเส้นทาง โดยใช้รถยนต์กระบะ ออกไปประสานกำลังใกล้เคียง เพื่อเตรียมความพร้อมในงานแจกพันธุ์ปลากะพงขาวในวันที่ 25 ม.ค.
เมื่อถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายจุดชนวนระเบิดที่บรรจุในถังเคมีดับเพลิง ฝังใต้ผิวถนนก่อนแล้ว ทำให้รถยนต์เสียหลักได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่อส.ทพ.ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ในที่เกิดเหตุพบสายไฟที่คนร้ายใช้จุดชนวนระเบิด ลากเข้าป่าละเมาะข้างทางได้จำนวนหนึ่ง และพบชิ้นส่วนสะเก็ดระเบิด และชิ้นส่วนถังเคมีดับเพลิงเป็นจำนวนมาก
khaosod.
4 คนร้ายใช้อาก้ากราดยิงผู้รับเหมาตอกเสาเข็มเสียชีวิต 1 เจ็บ 2 ที่ปัตตานี
25 มกราคม 2553 20:47 น.
ปัตตานี – คนร้าย 4 คนใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันตามประกบยิงรถกระบะผู้รับเหมาตอกเสาเข็ม ขณะขับรถกลับบ้านพักทำให้คนขับรถเสียชีวิตทันที ส่วนคนนั่งข้างได้รับบาดเจ็บ ชาวบ้านโดนลูกหลงบาดเจ็บอีก 1 คน
เมื่อเวลา 19.00 น. วันนี้ (25 ม.ค.) พ.ต.ท.ปัญญา คารวนันทร์ รอง ผกก.สส.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บนถนนภายในหมู่บ้าน ต.บือเระ ม.1 จึงรีบรายงานให้ นายลือชัย เจริญทรัพย์ นายอำเภอสายบุรี พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. พ.อ.ปกรณ์ จันทรโชตะ ผบ.กรมทหารพรานที่ 43 พร้อมนำกำลังตำรวจ ทหาร
ไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบรถยนต์กระบะแค๊ป ยี่ห้อมิซซูบิชิ ทะเบียน กค 1898 ปัตตานี ตกข้างทางสภาพถูกยิงพรุนด้านคนขับ ภายในรถที่นั่งคนขับพบผู้เสียชีวิตคาพวงมาลัย ทราบชื่อ นายปรีชา ชูโชติ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 908/12 ม.1 ต.คอนหลัง อ.สะเดา จ.สงขลา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้า เข้าศีรษะและลำตัวหลายนัด
นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายถูกนำส่ง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี ทราบชื่อ นายสิทธิพงษ์ หอมชม อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/13 ม.5 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถูกยิงเข้าที่ลำตัว 2 นัดอาการสาหัสแพทย์ต้องสงต่อไป โรงพยาบาลปัตตานี และ นางบองอ สาแม อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 ม.1 ต.บือเระ อ.สายบุรี
ถูกยิงเข้าที่ข้อเท้าขวา 1 นัด อาการปลอดภัยแล้ว ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกเกลื่อนถนนนับสิบปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ผู้ตายขับรถยนต์เพื่อเดินทางกลับบ้านพักในตัวเมืองปัตตานีหลังจากเสร็จทำงานรับตอกเสาเข็มที่ อบต.บือเระ โดยมี นายสิทธิพงษ์ นั่งข้างคนขับ และมี น.ส.สุวรรณี ขุนทอง อายุ 24 ปี นั่งในแค๊ปหลังรถ ปรากฏว่าเมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้าย 4 คนขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน
ขับแซงด้านขวาแล้วใช้อาวุธปืนอาก้า 2 กระบอกกราดยิงเข้าไปในรถทำให้ นายปรีชาเสียชีวิตทันที ส่วนนายสิทธิพงษ์บาดเจ็บ ส่วน น.ส.สุวรรณี ปลอดภัย
นอกจากนี้ กระสุนยังไปถูก นางบองอ ซึ่งนั่งอยู่หน้าบ้านพักของตัวเองบาดเจ็บไปอีกคน ระหว่างนั้นคนร้ายพยายามจะเดินเข้าไปยิงซ้ำอีกครั้ง แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 43 กำลังลาดตระเวนในที่เกิดเหตุได้ยินเสียงปืนจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยและให้ยิงตอบโต้คนร้ายจนเกิดการปะทะกันขึ้น กระทั่งคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไป ก่อนจะนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล
อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุมีพยานพบเห็นรูปพรรณคนร้ายทั้ง 4 คนซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำพยานไปชี้รูปถ่ายประวัติกลุ่มก่อความไม่สงบพบว่าเป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยก่อเหตุในพื้นที่หลายครั้งซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับต่อไป
manager.
ลอบบึ้มทหารพรานขณะออกมวลชนสัมพันธ์เจ็บ 3 นายที่ปัตตานี
24 มกราคม 2553 12:43 น.
ปัตตานี – คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน บนถนนภายในหมู่บ้านดอนนา ม.5 ต.บางเขา ขณะเดินทางออกปฏิบัติภารกิจมวลชนสัมพันธ์ตามหมู่บ้าน ส่งพลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย
วันนี้ (24 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.ท.วีรชาติ คูหามุข รอง ผกก.สส.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุถระเบิดขึ้นบนถนนภายในหมู่บ้านดอนนา ม.5 ต.บางเขา จึงรีบรายงานให้ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. นำกำลังตำรวจ ทหาร ไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบรถยนต์กระบะ ตรากงจักร ทะเบียน 7127
จอดข้างทางสภาพด้านหน้าซ้ายถูกแรงระเบิดพังยับเยิน ห่างกันประมาณ 50 เมตรพบหลุมระเบิดขว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร มีชิ้นส่วนระเบิดและสะเก็ดกระจายไปทั่วบริเวณ และพบสายไฟยาวประมาณ 100 เมตรลากเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากนี้ ยังมีทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ถูกนำส่ง รพ.หนองจิก ทราบชื่อ อส.ทพ.สมพงษ์ ปานเพชร อายุ 35 ปี อส.ทพ.มานพ ชุมพล อายุ 36 ปี และ อส.ทพ.จอม เส็ง อายุ 32 ปี สังกัด กรมทหารพรานที่ 43 ร้อย ทพ.4304 ทั้ง 3 นายมีบาดแผลบริเวณศรีษะ แขน และหูอื้อ แพทย์ได้ให้การรักษาจนปลอดภัยแล้ว
สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ทหารพราน จำนวน 5 นายใช้รถยนต์เป็นพาหนะขับออกมาจากฐานปฏิบัติการณ์ซึ่งอยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตรเพื่อเดินทางออกปฏิบัติภารกิจมวลชนสัมพันธ์ตามหมู่บ้าน
ปรากฏว่าเมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนจุดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ใต้พื้นถนน น้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น แต่โชคดีที่รถยนต์ขับกลางถนนจึงพ้นรัศมีของแรงระเบิด ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่สร้างสถานการณ์
manager.
ลอบบึ้ม!! ฉก.นราธิวาส 38 เจ็บ 6 นาย
24 มกราคม 2553 11:29 น.
เกิดเหตุกลุ่มก่อความไม่สงบ ลอบวางระเบิดทหารชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 38 โดยเหตุเกิดบนถนนสายซีโปร์-กูจิงรือปะ หมู่ที่ 3 ต.เฉลิม อ.เมือง จ.นราธิวาส ขณะที่ทหารชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 38 นั่งรถกระบะฟอร์ดสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนกลับฐานปฏิบัติการ หลังส่งกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นหมู่บ้านกูจิงรือปะ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุที่เป็นป่ารกทึบริมทาง ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย และทหารได้รับบาดเจ็บ 6 นาย จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 2 ฟุต กว้าง 4 ฟุต
และมีสายไฟฟ้ายาว 150 เมตร ลากยาวเข้าไปในป่ารกริมทาง พร้อมมีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่อง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สตกกระจายเกลื่อน เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์
manager.
โจรใต้จ่อยิง เลขาฯ ชมรมวิทยุสมัครเล่น จ.ยะลา ตายคาที่
วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 19:40:36 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงก่อเหตุร้ายต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 23 มกราคม ขณะที่นายมูฮำมัดนาวาวี สีดิ อายุ 52 ปี ช่างซ่อมวิทยุสื่อสาร และเป็นเลขานุการชมรมวิทยุสมัครเล่น จ.ยะลา กำลังซ่อมวิทยุสื่อสารอยู่ในบ้านพักตัวเองเลขที่ 3/18 ถนนเทศบาล 6 ซอย 3 เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา มีคนร้ายขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก
ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาจอดหน้าบ้าน แล้วเข้าไปพูดคุยจากนั้นใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงจนเสียชีวิต เบื้องต้นตำรวจ สภ.เมืองยะลาอยู่ระหว่างสอบสวนสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัว หรือเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบ
เวลา 06.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส สนธิกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ใน 13 อำเภอ 400 นาย กระจายปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านเป้าหมาย คุมตัวผู้ต้องหา 8 ราย แยกเป็น สภ.รือเสาะ จับตัวนายมะรีเซ็ง แมเราะ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 121 หมู่ 7 ต.รือเสาะ
ผู้ต้องหาตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในข้อหาเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ใช้ขนอาวุธปืนสงคราม 3 กระบอก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2552 ส่วน สภ.สุไหงโก-ลก และสภ.ตากใบ จับผู้ต้องหาพร้อมอาวุธปืนพกสั้นไว้ในครอบครองได้ สภ.ละ 1 คน ยึดปืนพกสั้นไว้ตรวจสอบ 2 กระบอก ขณะที่ สภ.ตันหยง อ.เมืองนราธิวาส สภ.แว้ง และ สภ.ศรีสาคร จับกุมผู้ต้องหามียาเสพติดประเภทใบกระท่อมไว้ในครอบครองได้อีก 5 คน
matichon.
ไฟใต้ปี 53 ระวังยุทธการ"รวมดารา"
Written by Administrator
Saturday, 23 January 2010 10:27
ทีมข่าวอิศรา
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา
สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก้าวผ่าน 6 ปีเต็มไปแล้ว กำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 7 ประเด็นที่น่าสนใจก็คือเมื่อพลิกดูสถิติการก่อเหตุร้ายรายวันในพื้นที่ ค่อนข้างชัดว่าความรุนแรงลดลงอย่างมากหลังจากปี 2550 แต่ก็เริ่มทรงตัวในห้วงปี 2551-2552 และแนวโน้มในปี 2553 ก็ยังน่าเป็นห่วง
รายงานของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ระบุว่า ตลอด 6 ปีไฟใต้ (2547-2552) มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นทั้งสิ้น 13,058 ครั้ง แยกเป็นลอบยิง 5,494 ครั้ง วางระเบิด 1,716 ครั้ง ที่เหลือเป็นวางเพลิงและเหตุป่วนอื่นๆ มีผู้เสียชีวิตรวม 3,850 ราย แยกเป็นประชาชน 3,365 ราย ทหาร 248 นาย ตำรวจ 237 นาย มีเด็กกำพร้ามากกว่า 5,000 คน หญิงหม้ายมากกว่า 1,600 คน
โดยปี 2550 เป็นปีที่เกิดเหตุรุนแรงมากที่สุดคือ 2,475 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 1,015 ราย เป็นประชาชน 888 ราย ทหาร 83 นาย ตำรวจ 44 นาย
อย่างไรก็ตาม สถิติการเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบลดลงอย่างเห็นได้ชัดในปี 2551 กล่าวคือมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น 1,370 ครั้ง อัตราการสูญเสีย 605 ราย หรือลดลงราว 44% เลยทีเดียว
แต่กระนั้น ในปี 2552 กลับมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น 1,347 ครั้ง ลดลงจากปี 2551 เพียง 23 เหตุการณ์ หรือคิดเป็น 1% เศษ และมีอัตราการสูญเสีย 606 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ประมาณ 1.7%
ที่สำคัญปี 2552 เพียงปีเดียวยังเกิดเหตุระเบิดในลักษณะ "คาร์บอมบ์" ถึง 6 ครั้ง ทั้งๆ ที่ในรอบ 5 ปีก่อนหน้านั้นมีคาร์บอมบ์เกิดขึ้นเพียง 6 ครั้ง โดยรัฐบาลต่ออายุการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ “พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ” ไปแล้ว 18 ครั้ง
แหล่งข่าวซึ่งเป็นนายตำรวจระดับสูงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่รับผิดชอบงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเมินว่า ช่วงปี 2550 ต่อเนื่องปี 2551 ฝ่ายความมั่นคงสามารถทำลายโครงสร้างของฝ่ายก่อความไม่สงบได้เยอะมาก อันเป็นผลจากการใช้กฎหมายพิเศษและปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมอย่างเข้มข้น ทำให้ฝ่ายตรงข้ามก่อเหตุได้น้อยลง และลดความถี่ไปมาก
อย่างไรก็ดี ในปี 2553 เหตุรุนแรงต่างๆ จะยังคงเกิดขึ้นต่อไป โดยฝ่ายผู้ก่อการจะเลือกวันที่มีความพร้อมหรือวันที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ในการก่อเหตุเพื่อให้เป็นข่าวดัง และใช้ยุทธการที่เรียกว่า "รวมดารา" คือดึงแนวร่วมจากหลายๆ พื้นที่มาร่วมกันทำงาน จากเดิมที่แยกกันเป็นพื้นที่ เป็นอำเภอ เป็นจังหวัด
“สถิติการก่อเหตุที่ลดลง อธิบายได้ว่าฝ่ายผู้ก่อการเริ่มหมดคน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีฝีมือและเป็นมือดี เขาจึงต้องปรับยุทธวิธี ด้านหนึ่งก็รีบหาคนใหม่เข้ามา กับอีกด้านหนึ่งก็คือใช้ยุทธการรวมดารา”
"จากเหตุรุนแรงในระยะหลัง ผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานของเราชัดเจนว่า ฝ่ายก่อการใช้คนจากนอกพื้นที่มาก่อเหตุ เช่น กรณีคาร์บอมบ์ที่หน้าโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี (เมื่อปี 2551) มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ทำคาร์บอมบ์ที่ จ.ยะลา และ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ทั้งยังโยงใยกับกลุ่มธุรกิจนอกกฎหมายและยาเสพติดซึ่งเป็นผู้สนับสนุนด้านเงินทุนด้วย" แหล่งข่าว กล่าว
อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ค่อนข้างชัดว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในยุทธการ “รวมดารา” ก็คือเหตุการณ์โจมตีรถไฟที่ จ.นราธิวาส เมื่อปี 2551 ซึ่งนายตำรวจระดับสูงผู้นี้ บอกว่า สาเหตุที่รู้ก็เพราะฝ่ายความมั่นคงมีฐานข้อมูลโครงข่ายของกลุ่มก่อความไม่สงบมากพอสมควร
“เรามีฐานข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเกือบทุกคดีที่เกิดขึ้น หากเป็นคดีความมั่นคง เรารู้ตัวผู้กระทำเกือบทั้งหมด”
แต่กระนั้นก็ยังมีคำถาม เพราะดูเหมือนฝ่ายผู้ก่อการยังเลือกสร้างสถานการณ์ได้ในจังหวะเวลาและพื้นที่ที่ต้องการ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการก่อเหตุรุนแรงอย่างน้อย 9 จุด เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2552 ซึ่งเป็นวันที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พร้อมกับ นายนาจิบ ราซัก ผู้นำมาเลเซีย แต่ข้อข้องใจนี้ก็มีคำอธิบาย
“ถ้าเป็นช่วง 2-3 ปีก่อน เขาทำได้มากกว่านี้เยอะ อย่าลืมว่าเขาเคยทำได้เป็นร้อยจุด โจมตีธนาคารพร้อมกัน 22 แห่ง มีม็อบออกมาชุมนุมประท้วงมากมาย แต่ทุกวันนี้ไม่มีแล้ว”
ส่วนยุทธวิธีของฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะตำรวจ ที่จะเดินหน้าต่อไปในปี 2553 นั้น ก็คือการใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้นและเป็นธรรม ใช้กำลังคุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการคุมเส้นทางเข้าออกตามแนวชายแดน เพราะชัดเจนว่ามีการผลิตระเบิดในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแล้วส่งเข้ามาก่อเหตุในสามจังหวัด ที่สำคัญจะต้องนำมาตรการยึดทรัพย์มาใช้กับกลุ่มทุนที่สนับสนุนฝ่ายก่อความไม่สงบด้วย
“ปฏิบัติการสืบสวนจับกุมต้องขยายผลเพื่อให้ได้ตัวคนสั่งการ ถ้ารู้ตัวได้ ยึดอาวุธได้ คุมพื้นที่ได้ ฝ่ายผู้ก่อการก็เคลี่อนไหวลำบาก ยิ่งหากคุมกระแสเงินได้ด้วย ก็จะหยุดการก่อเหตุร้ายรายวันได้ ขณะที่อีกด้านหนึ่งรัฐบาลก็ต้องเร่งเรื่องการพัฒนา แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ดูแลเรื่องการศึกษา และให้ความเป็นธรรม ก็จะคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างยั่งยืน” นายตำรวจระดับสูง กล่าว
เป็นเป้าหมายของฝ่ายความมั่นคงที่จะต่อกรกับ “ยุทธการรวมดารา” เพื่อเดินหน้าสถาปนาสันติสุข!
บรรยายภาพ : เหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่หน้าโรงแรมซี.เอส.ปัตตานี เมื่อ 15 มี.ค.2551 ซึ่งตำรวจมองว่าเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ฝ่ายผู้ก่อการใช้ยุทธวิธี “รวมดารา”
isranews.
จับครูฝึกอาร์เคเคนราธิวาส ขณะที่พวกอีก7คนหนีรอด
22 มค. 2553 19:29 น.
พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้สั่งการให้ พ.ต.จรัญ เอี่ยมฐานนท์ รอง ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ร่วมสนธิกำลังกับ พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 และ พ.ต.ต.ปรีชา กิ่มเกลี้ยง สว.นปพ.นราธิวาสที่ 2 ร่วมสนธิกำลังจำนวน 3 ชุด
ปฏิบัติการณ์พร้อมอาวุธปืนครบมือ เข้าพิสูจน์ทราบบ้านร้างไม่มีเลขที่ ซึ่งตั้งอยู่ในสวนยางพาราที่รกทึบในหมู่บ้านดารุลอีซา ม.14 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง
หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านมีกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัย จำนวน 8 คน ได้แฝงตัวเข้าไปอาศัยอยู่ที่บ้านร้างหลังดังกล่าวเมื่อถึงเป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันโอบล้อม เพื่อเตรียมที่จะบุกจู่โจมตรวจค้นบ้านร้าง แต่ชายฉกรรจ์ต้องสงสัย จำนวน 8 คน เห็นเจ้าหน้าที่จึงได้ตะโกนบอกพวกให้พากันหลบหนี
พร้อมทั้งได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นเวลานาน 5 นาที เมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังกันเคลียร์พื้นที่ และสามารถจับกุมตัวนายแวนอ กูเวกามา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 ม.9 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ส่วนพวกอีก 7 คน สามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายแวนอ ไปทำการสอบสวนในเบื้องต้นที่ฐานปฏิบัติการณ์ชุดเฉพาะกิจ นราธิวาส 31 ซึ่งตั้งอยู่ภายในค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และจากการตรวจสอบประวัติเจ้าหน้าที่พบว่า นายแวนอ มีหมายจับ พรก.ฉุกเฉิน เลขที่ ฉฉ.219/2549 ลงวันที่ 13 เม.ย. 2549
ในคดีความมั่นคง ที่ลอบตระเวนก่อเหตุร้ายในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส และเป็นตัวแทนนายมะแซ อุเซ็ง ที่สามารถสั่งการให้สมาชิกแนวร่วม RKK
ทั้งชายและหญิงในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ลอบตระเวนก่อเหตุร้าย นอกจากนี้นายแวนอ ยังเป็นครูฝึกด้านจรยุทธ์ให้กับกองกำลังติดอาวุธ RKK โดยใช้มัสยิดยามาอิยะห์ ในพื้นที่ ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง เป็นสถานที่ฝึก รวมทั้งนายแวนอ ยังเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ที่ใช้จิตวิทยาในการโน้มน้าวเยาวชนเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกกับขบวนการ
และล่าสุดยังได้รับความไว้วางใจจากนายมะแซ อุเซ็ง ให้รับผิดชอบเป็นที่ปรึกษาฝ่ายการเงินของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ RKK อีกตำแหน่งด้วย ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่บุกจับกุมเอาไว้ได้
nationchannel.
คนร้ายป่วนนราฯ 2 อำเภอรวด ชาวบ้านดับ 2 คน
21 มกราคม 2553 16:12 น.
นราธิวาส – คนร้ายออกป่วนชาวบ้านฆ่าหมกป่าบริเวณ อ.จะแนะ ก่อนก่อเหตุสาดกระสุนข้างทาง ที่อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส สร้างความสะพรึงกลัวให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่
วันนี้ (21 ม.ค.) ร.ต.ท.สุดใจ พันธุ์แสง ร้อยเวร สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะแนะว่า นายรุสลี บินสาแม อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 236/3 หมู่ 3 ต.ช้าง เผือก อ.จะแนะ
ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลจะแนะ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ จากการสอบสวนทราบว่า นายรุสลี ผู้เสียชีวิตได้เดินทางออกจากบ้านพักเพื่อไปหาเพื่อนที่หมู่บ้านไอร์ลากอ หมู่ 5 ต.ช้างเผือก ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ของวันที่ 20 ม.ค.แล้วหายตัวไป ทางญาติเห็นผิดสังเกตจึงได้ออกตามหานายรุสลี
จนกระทั่งมาถึงบนถนนในหมู่บ้านใหม่ หมู่ 7 ต.ช้างเผือก พบรอยเลือดหยดอยู่บนถนนเป็นทางเข้าไปในสวนยางพาราริมถนนจึงเดินตามรอยเลือดเข้าไปประมาณ 200 ม. พบพื้นดินซึ่งถูกขุดแล้วฝั่งกลบใหม่ จนพบศพนายรุสลีดังกล่าว ส่วนบริเวณที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่ 1 นัด ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน
นอกจากนี้ เมื่อเวลา 17.30 น. วานนี้ นายอิสมาแอ ยูโซ๊ะ อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 22/9 บ้านละโอ หมู่ 2 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส พร้อมกับเพื่อนบ้าน รวม 4 คน เดินทางกลับจากทำสวนบนภูเขาด้านหลังหมู่บ้านละโอ
ถูกคนร้ายที่ดักรออยู่ข้างทางใช้ปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่กระสุนถูกนายอิสมาแอ ที่ศีรษะด้านซ้าย 1 นัด และถูกที่จมูกอีก 1 นัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนเพื่อนบ้านที่เหลือ 3 คน ปลอดภัย
manager.
เบื้องลึกมาเลย์จับ 11 คนไทย ยังมิใช่บทพิสูจน์กระชับความสัมพันธ์
Written by Administrator
Wednesday, 20 January 2010 12:14
ทีมข่าวอิศรา
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา
แม้กรณีตำรวจมาเลเซียจับกุมคนไทย 3 คน พร้อมยึดของกลางเป็นอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก ที่บ้านหลังหนึ่งในอำเภอปาเสมัส รัฐกลันตัน จะนำไปสู่การขยายผลจับกุมคนไทยเพิ่มเติมอีก 8 คน แต่เรื่องนี้ก็ยังน่าวิเคราะห์ว่าเป็นสัญญาณที่ดีของความร่วมมือระหว่างไทยกับมาเลเซียในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยหรือไม่
จุดเริ่มต้นจับ 3 คนไทย
การจับกุมคนไทยกลุ่มแรกจำนวน 3 คน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2552 ภายหลังการลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ครั้งประวัติศาสตร์ร่วมกันของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย และ นายนาจิบ ราซัก ผู้นำมาเลเซีย เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.เพียง 5 วัน โดยคนไทย 3 คนที่ถูกตำรวจมาเลย์จับกุม ประกอบด้วย
1. นายมูฮำหมัดฟาโร บินยาการียา อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ 2 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส
2. นายมะยูไน บินเจ๊ะดอเลาะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส
3. นายสารี มูฮำหมัด บินอับดุลฮาสิ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 หมู่ 5 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
สำหรับของกลางที่ยึดได้จากบ้านเช่าของผู้ต้องหาทั้งสามคน เลขที่ 17 บ้านแกเด็ง ตำบลบาโงสะโต อำเภอปาเสมัส รัฐกลันตัน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านแฆแบ๊ะ หมู่ 1 ต.นานาค อ.ตากใบ จ.นราธิวาส มีหลายรายการ อาทิ กระสุนปืนพกสั้น ขนาด .32 จำนวน 48 นัด
กระสุนปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 210 นัด ไดนาไมท์ จำนวน 136 แท่ง คู่มือประกอบวัตถุระเบิด 6 เล่ม ปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรท จำนวน 5 กิโลกรัม รีโมทรถยนต์ จำนวน 6 ชุด ถ่านไฟฉายขนาด 12 โวลต์จำนวน 8 ก้อน ถ่านไฟฉายขนาด 9 โวลต์ จำนวน 9 ก้อน
รถยนต์เก๋งยี่ห้อโปรตรอน สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน WKB 7153 จำนวน 1 คัน อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 และอาก้า จำนวน 2 กระบอก แผนที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น
ขยายผลจับเพิ่มอีก 8 คน
ต่อมาวันที่ 21 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประเทศมาเลเซียได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่บ้านรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ซึ่งเป็นการขยายผลหลังสอบปากคำผู้ต้องหาคนไทย 3 คนที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ โดยมีรายงานว่าทั้งสามได้ซัดทอดถึงกลุ่มขบวนการที่ยังหลบซ่อนตัวตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-มาเลเซีย ทั้งด้าน อ.ตากใบ และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส
ผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่มาเลย์สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มได้อีก 8 คน และนำตัวไปสอบสวน โดยทั้ง 8 คนนี้ล้วนมีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.นราธิวาส และ 1 ใน 8 ยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ด้วย
สำหรับรายชื่อคนไทยที่ถูกควบคุมตัวเพิ่มเติมทั้ง 8 คนได้แก่
1. นายซาฮูดิน เจ๊ะดี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/2 หมู่ 3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
2.นายมูฮำหมัดอาสารี เจ๊ะดี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
3. นายนิอาลาวี อับดุลบุตร อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 1 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
4. นายสูไฮมี บินยูลียา อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/48 ถนนปงฮงกือปัส-เกาะตา ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
5. นายอับดุลบาซิ ยูนุ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
6. นายอาลฮาตา บินดอเลาะ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ถนนปงฮงกือปัส-เกาะตา ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
7.นายนิปา นิเระ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/1 หมู่ 6 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส (มีหมาย ฉฉ ที่ 152/2549 ของ สภ.เจาะไอร้อง ซึ่งเป็นหมายที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ในคดีลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง
8. นายมูฮำหมัด ยูสนีซัน อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 3 ต.สุไหงปาดี อ. สุไหงปาดี จ.นราธิวาส
อย่างไรก็ดี ในชั้นต้นคนไทยที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 8 คน ยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาเรื่องการครอบครองอาวุธหรือวัตถุระเบิด หรือเกี่ยวโยงกับการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ส่วน นายนิปา นิเระ ซึ่งมีหมายเชิญตัวของ สภ.เจาะไอร้อง นั้น เบื้องต้นยังไม่มีการประสานเพื่อขอตัวมาดำเนินคดี
ทั้งนี้ หลังจากมีข่าวการจับกุมคนไทยในประเทศมาเลเซีย และฝ่ายความมั่นคงไทยได้ตรวจสอบข่าวสารจนเป็นที่แน่ชัด ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ จ.นราธิวาส ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านของคนไทยที่ถูกจับบางคน เพื่อหาหลักฐานที่อาจเชื่อมโยงกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ด้วย
กอ.รมน.ชี้ บางส่วนเป็นแนวร่วมระดับปฏิบัติการ
การจับกุมคนไทยรวม 11 คนในประเทศมาเลเซีย เป็นข่าวที่ไม่ค่อยมีความชัดเจนมากนัก เนื่องจากทางการมาเลเซียไม่ได้เปิดแถลงอย่างเป็นทางการ ทำให้ฝ่ายความมั่นคงไทยต้องตรวจสอบข่าวและออกคำแถลงในเวลาต่อมา
คำแถลงของ พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ทำให้ได้รายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจค้นจับกุมครั้งนี้มากขึ้นพอสมควร โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2552 เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉพาะกิจ สถานีตำรวจปาเสมัส รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย
ร่วมกับหน่วยทำลายวัตถุระเบิดพิเศษ (UPB) และสำนักงานพิเศษ (SIS) ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเช่าเลขที่ 17 บ้านกือเบ็ง อำเภอปาเสมัส ประเทศมาเลเซีย จับกุมชาวไทยจำนวน 3 คน และยึดของกลางเป็นอุปกรณ์ผลิตระเบิดแสวงเครื่องหลายรายการ พร้อมทั้งได้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจบูกิตอามาน กรุงกัวลาลัมเปอร์
คนแรกเป็นผู้หลบหนีตามหมายขังระหว่างพิจารณาคดีอาญาของศาลจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2552 คนที่สองเป็นผู้ต้องหาตามหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกโดย สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส และคนที่สามเคยเข้าร่วมชุมนุมกรณีตากใบ เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2547
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2552 เวลา 04.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ล็อค 886 บ้านบาโงแมะปิกูวอซีตุ ตำบลรันตูปันยัง อำเภอปาเสมัส รัฐกลันตัน ตรงข้ามกับ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ผลการปิดล้อมตรวจค้นสามารถควบคุมตัวคนไทยได้อีก 8 คน
และชาวมาเลเซีย 1 คน พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 10 เครื่อง นำส่งสถานีตำรวจปาเสมัส เพื่อดำ เนินการสอบสวนตามกฎหมายมาเลเซีย
วันที่ 27 ธ.ค.2552 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ได้ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัว (รอบหลัง) จำนวน 3 คน เนื่องจากมีหนังสือเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกต้อง ส่วนที่เหลือจำนวน 5 คนถูกดำเนินคดีข้อหาหลบหนีเข้าเมือง โดยผู้ต้องหาในกลุ่ม 5 คนนี้ มี 3 คนที่มีรายชื่อเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการจากข้อมูลด้านการข่าวของไทย
มีรายงานว่า คนไทย 3 คนที่มีหนังสือเดินทางเข้าประเทศมาเลเซียอย่างถูกต้องและได้รับการปล่อยตัวแล้ว คือ นายอับดุลบาซิ ยูนุ นายอาลฮาตา บินดอเลาะ และ นายมูฮำหมัด ยูสนีซัน
3 คนไทยชุดแรกเจอข้อหาหนัก-ขึ้นศาลปลาย ก.พ.
ส่วนคนไทยกลุ่มแรกที่ถูกจับกุมรวม 3 คนเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2552 นั้น พ.อ.บรรพต ระบุว่า ถูกดำเนินคดีใน 2 ข้อหา คือ
1. หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่มาเลเซียได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเข้าพิจารณาคดีที่แผนกคดีตรวจคนเข้าเมือง 3 ศาลเมืองโกตาบารู อำเภอโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ผลการดำเนินกระบวนพิจารณาคดี ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ศาลพิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้ง 3 คน คนละ 10 เดือน และให้โบย 3 ที
2. ครอบครองเครื่องกระสุนและวัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่มาเลเซียได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปยังศาลแผนกคดีอาญา ศาลปาเสมัส อำเภอปาเสมัส รัฐกลันตัน เพื่อไต่สวนคดีเกี่ยวกับเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิด แต่ผู้ต้องหาทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลจึงเลื่อนการไต่สวนไปเป็นวันที่ 25 ก.พ.2553
พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (ผบ.พตท.) กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับทราบข่าวการจับกุมคนไทยในประเทศมาเลเซีย
ก็ได้สั่งการให้หน่วยข่าวติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมกับเป็นคนกลางในการประสานงานกับทางมาเลเซียเพื่อขออนุญาตให้ญาติในประเทศไทยได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ต้องหาที่ถูกคุมขัง ซึ่งในเบื้องต้นทางการมาเลเซียอนุญาตแล้ว
ส่วนการดำเนินคดีนั้น ทาง พตท.ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ แต่ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบและคดีความต่างๆ ที่บางคนอาจจะเคยมีส่วนร่วม
เปิดเบื้องลึกจับ 11 คนไทย
ทั้งหมดที่สรุปมาคือที่มาที่ไปและความคืบหน้ากรณีทางการมาเลเซียจับกุมคนไทย ซึ่งบางส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ประเด็นที่ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามกันต่อเนื่องมาก็คือ
ปฏิบัติการของทางการมาเลเซียครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างไทยกับมาเลย์เกี่ยวกับการจัดการปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ภายหลังรัฐบาลทั้งสองประเทศกระชับความสัมพันธ์จากการเดินทางเยือนไทยของผู้นำมาเลย์หรือไม่
สาเหตุที่ต้องไขข้อข้องใจประเด็นนี้ ก็เพราะจะสามารถประเมินแนวโน้มความร่วมมือของสองประเทศได้ อันจะส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่อย่างแน่นอน
นายทหารระดับสูงจากหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านกิจการชายแดน กองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวกับ "ทีมข่าวอิศรา" ว่า กรณีที่เกิดขึ้นยังไม่ชัดนักว่าเป็นผลจากการกระชับความสัมพันธ์ของผู้นำสองประเทศ
"จุดที่น่าสนใจคือเจ้าหน้าที่ไทยไม่ได้ร่วมสอบสวนเลย เขาไม่ได้เปิดให้เราเข้าไปร่วม ขณะที่กงสุลใหญ่ไทยในโกตาบารูก็ยังไม่ได้เข้าเยี่ยมคนไทยที่ถูกจับ การข่าวที่แจ้งเข้ามาค่อนข้างชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่มาเลย์เข้าไปค้น เข้าไปตรวจตามปกติ แล้วเจอคนไทยกับอุปกรณ์ประกอบระเบิดพอดีจึงต้องจับ พอเป็นข่าวขึ้นมา ปิดไม่ได้แล้ว ก็เลยถือโอกาสโยงเรื่องความสัมพันธ์"
นายทหารผู้นี้ ยังบอกว่า การจับกุมคนไทยที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบได้ในมาเลเซีย ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจ แต่ถ้ามาเลย์จับคนของตัวเองที่เกี่ยวโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบ อย่างนี้จึงจะถือว่าร่วมมือกันจริง
"สิ่งที่อยากเห็นที่สุดในเวลานี้คือ การมีเจ้าหน้าที่ไทยเข้าไปร่วมสอบสวน ขณะที่ในบ้านเราเองก็ต้องกัดไม่ปล่อย ต้องหาความเชื่อมโยงของคนเหล่านี้กับเครือข่ายของเขาให้ได้ ถ้าหน่วยงานความมั่นคงทำจริง เชื่อว่าจะเห็นอะไรขึ้นบ้างจากที่มืดแปดด้านมานาน"
นายทหารที่รับผิดชอบงานด้านกิจการชายแดน กล่าวด้วยว่า ภาพรวมของระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สังเกตได้จากที่ นายราจิบ ราซัก นายกฯมาเลเซีย ยังคงย้ำว่าปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาภายในของไทย มาเลเซียจะไม่ยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องหากไม่ได้รับการร้องขออย่างเป็นทางการ
ข้อสังเกตจากนายทหารผู้นี้ สอดคล้องกับแหล่งข่าวจากกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.) ที่ว่า การจับกุมคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตระเบิดในประเทศมาเลเซีย ไม่น่าจะเป็นผลจากการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ
แต่น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า อย่างไรก็ดี ก็ต้องถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงรู้ว่า ไม่สามารถใช้ประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานหรือแหล่งกบดานได้อีกต่อไป
พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท. ยอมรับกับ "ทีมข่าวอิศรา" ว่า ทางการไทยยังไม่ได้เข้าร่วมสอบสวนคนไทยที่ถูกจับกุมในมาเลเซีย แต่มองว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะฝ่ายความมั่นคงของไทยต้องการให้มาเลเซียดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของมาเลย์ไปโดยอิสระ
"เราอยากให้ฝ่ายที่ก่อเหตุรุนแรงเห็นว่า ไม่สามารถหนีเข้าไปกบดานในประเทศเพื่อนบ้านได้อีกแล้ว ถ้าลักลอบเข้าไปแบบผิดกฎหมายหรือไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายก็จะต้องถูกจับกุมและถูกดำเนินการตามกระบวนการของประเทศเพื่อนบ้าน” พล.ท.กสิกร ระบุ
ขอบคุณ : ข้อมูลข่าวบางส่วนจาก คุณอมรรัตน์ เข็มขาว ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนราธิวาส
isranews.
ครม. ไฟเขียวต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3 ชายแดนใต้
Tuesday, 19 January 2010 14:34
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไปอีก 3 เดือน
ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2553 ถึงวันที่ 19 เมษายน 2553
ทั้งนี้ ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาการประกาศใช้พระราชบัญญัติบริหารราชการฉุกเฉินดังกล่าวส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมผู้ต้องสงสัยได้รวม 171 คน และได้ดำเนินมาตรการลดผลกระทบจากการบังคับกฏหมายความมั่นคงภายในพื้นที่ โดยยืดหลักความโปร่งใสในการปฏิบัติงานและเปิดโอกาส
ในการสร้างความเข้าใจกับผู้ต้องสงสัยและประชาชนในพื้นที่ให้ลดความหวาดระแวง และมีความไว้วางใจต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มากขึ้น จนสามารถขยายผลให้เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี
stockwave.
บึ้ม! รถยนต์เจ้าหน้าที่ทหาร รปภ.ครูธารโต เจ็บ 4
19 มกราคม 2553 11:06 น.
ยะลา – เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถฮัมวี่ เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ม. ฉก.16 อ.ธารโต ชุดรักษาความปลอดภัยแก่คณะครูโรงเรียนบ้านบัวทอง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย
วันนี้ (19 ม.ค.) เมื่อเวลา 07.50 น. พ.ต.อ.เฉลิมเกียรติ อัมรากระสินธุ์ ผกก.สภ. ธารโต จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.16 อ.ธารโต ว่าเกิดเหตุระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู ที่บริเวณบนถนนสายบ้านบัวทอง – บ้านแหร หมู่ที่ 2 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา
หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.16 อ.ธารโต ชุดศรศึก - ศรชัย (EOD-ARMY) ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดยะลา และฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุบนถนนสายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์ฮัมวี่ จำนวน 2 คัน จอดอยู่ริมถนนได้รับความเสียหายเป็นรูพรุน ห่างกันเพียงเล็กน้อยบริเวณริมถนน พบกองเลือดกองใหญ่ และชิ้นส่วนของร่างกาย ใกล้กันพบหลุมระเบิดกว้าง 1 เมตร ลึก 30 เซนติเมตร ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารนำตัวส่งโรงพยาบาลธารโต
ทราบชื่อ ร.อ.มานพ พัสซะโม อายุ 34 ปี มีบาดแผลที่บริเวณขาขาด 2 ข้าง อาการสาหัส ส.ท.ไฟรัฐ รักษ์ณรงค์ อายุ 26 ปี มีบาดแผลที่บริเวณลำตัวและบริเวณตาทั้ง 2 ข้าง อาการสาหัส ส.อ.ภูวดล คนคล่อง อายุ 25 ปี มีบาดแผลที่บริเวณด้านหลัง พลทหารอารีเพ็ง ซีระ อายุ 21 ปี มีบาดแผลที่บริเวณตาทั้ง 2 ข้าง และบริเวณลำตัว แพทย์ได้นำตัวทั้งไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลาเพื่อช่วยชีวิตเป็นการด่วน
จากการสอบสวนทราบว่าคนร้ายได้นำระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุไว้ในถังดับเพลิงน้ำหนักประมาณ 5 – 10 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ฝั่งไว้ใต้ผืนถนน เมื่อเจ้าหน้าที่ทหาร ชุด ร้อย ม. ฉก.16 ประจำฐานปฏิบัติการวัดธารโต นำโดย ร.อ.มานพ พัสซะโม มีกำลังพล 11 นาย ขับรถยนต์ฮัมวี่ จำนวน 2 คัน จอดรถหยุดบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อรอดูแลรักษาความปลอดภัยแก่คณะครูที่จะเข้าไปยังโรงเรียนบ้านบัวทอง
เมื่อ ร.อ.มานพ พัสซะโม เดินลงมาจากรถฮัมวี่ พร้อมลูกน้องได้ประมาณ 2 นาที คนร้ายได้กดชนวนระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 นาย ดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เป็นการก่อเหตุร้ายเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา อย่างแน่นอน ซึ่งในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.16 ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองเข้าปิดล้อมแนวภูเขาบ้านบัวทอง-บ้านแหร ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุที่คาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุจะหลบซ่อนตัวอยู่
manager.
ขว้างระเบิดใส่ร้านคาราโอเกะเจ็บ 1 - ยิง 2 ราย 2 ศพกลางดึกที่ปัตตานี
18 มกราคม 2553 10:01 น.
ปัตตานี – เหตุร้ายรายวันที่ปัตตานี เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่ร้านดาวคาราโอเกะ อ.ปะนาเระ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน และเกิดเหตุคนร้ายยิงชาวบ้านเสียชีวิตอีก 2 ราย ที่ อ.ปะนาเระและ อ.ยะหริ่ง
เมื่อเวลา 20.30 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา (17 ม.ค.) พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี นำกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ไปตรวจสอบเหตุระเบิดที่ร้านดาวคาราโอเกะ เลขที่ 20/7 ม.2 ต.ท่าข้าม
ไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณรั้วด้านหน้าของร้าน แรงระเบิดทำให้มีหลุมกว้าง 30 ซม. และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน ทราบชื่อคือ นางอังคนา หาญกูบาล อายุ 47 ปี ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ
สอบสวนทราบว่า ร้านดังกล่าวเป็นของ นางสุราภา สมวงศ์ อายุ 47 ปี ก่อนเกิดเหตุขณะที่ร้านดังกล่าวกำลังเปิดให้บริการเป็นปกติทุกคืน โดยมีพนักงานของร้านยืนอยู่หน้าร้าน ระหว่างนั้นมีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์มาจอดแล้วขว้างระเบิดทันที
แต่โชคดีที่ระเบิดตกริมรั้วมีเสียงดังสนั่นและมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว หลังก่อเหตุคนร้ายได้เร่งเครื่องหลบหนีไป ส่วนสาเหตุนั้นเบื้องต้นคาดว่าอาจจะเป็นเรื่องขัดแย้งธุรกิจ หรืออาจจะเชื่อมโยงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
เมื่อกลางดึกคืนเดียวกัน พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้รับรายงานว่าเกิดเหตุยิงกันขึ้นสองราย โดยรายแรกเกิดขึ้นหน้าบ้านเลขที่ 41/1 บ้านกูมุง ม.2 ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ ขณะที่ นายอับดุลเลาะ ยูโซ๊ะ อายุ 31 ปี เจ้าของบ้านเกิดเหตุอยู่ภายในบ้าน ปรากฏว่ามีคนร้ายจำนวน 4 คน
ได้เรียกนายอัลดุลเลาะออกมา จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงถูกนายอับดุลเลาะเสียชีวิตทันที จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไป หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบพบปลอกกระสุน เอ็ม 16 จำนวน 7 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
อีกรายเกิดขึ้นบนถนนภายในหมู่บ้านท่าด่าน ม.3 ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง ขณะที่ นายมะกรี ลาเยาะ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ม.3 ต.ตะโละกาโปร์ ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อเจอาร์ดี ไม่ติดป้ายทะเบียน มาจากร้านน้ำชาเพื่อเดินทางกลับบ้าน มาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คน
ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบก่อนชักอาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงนายมะกรีหลายนัด กระสุนถูกศีรษะเสียชีวิตทันที จากนั้นเร่งเครื่องหลบหนีไป
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 เหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุ เบื้องต้นคาดว่าอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวและอาจจะเกี่ยวโยงสร้างสถานการณ์ใต้
manager.
ทหารปรับการทำงาน3จว. หลังเกิดเหตุร้ายอย่างต่อเนื่อง
15 มค. 2553 20:43 น.
พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการผสมพลเรือนตำรวจ ทหาร รวมกิจกรรมสร้างความเข้าใจกับฝ่ายอำนวยการด้านกิจการพลเรือนของหน่วย ครั้งที่ 1 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายให้ปฏิบัติหน้าที่ในการทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างจริงจังและจริงใจ เพื่อสร้างความสันติสุขกลับมาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
อย่างยั่งยืน มี พ.อ. วิชาญ สุขสง หัวหน้าฝ่ายกิจการ พลเรือน เจ้าของโครงการ และเจ้าหน้าที่กองบัญชาการผสม พลเรือน ตำรวจ ทหาร เข้าร่วมจำนวน 80 นาย พล.ท.กสิกร กล่าวว่า การร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อทำความเข้าใจ
และแลกเปลี่ยนความคิดเหตุ ในการแก้ไขปัญหาแก่พี่น้องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เป็นผู้ทำงานจริงและเหตุเหตุการณ์ต่างๆในพื้นที่ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งการทำงานกับพี่น้องประชาชนจะต้องร่วมกันอย่างจริงจัง และจริงใจ เปิดอก พูดคุยกันกับประชาชนในพื้นที่ อย่างจริงใจ ในการแก้ปัญหาความไม่สงบ
ซึ่งในการแก้ไขปัญหา จะต้องใช้เวลา ไม่สามารถกำหนดเวลาได้แน่นอน แต่จะต้องพยายามทำให้เหตุการณ์ ดีขึ้น และให้พี่น้อง ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับทางราชการในการแก้ไข้ปัญหาให้มากขึ้นกว่าเดิม และหวังว่าจะเกิดผลดีกับพี่น้องประชาชน ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบซึ่งเป็นปัญหาของชาติอย่างจริงจังและจริงใจอีกด้วย
nationchannel.
"กองทุนหมู่บ้าน"ได้อีก1.1หมื่นล้านอุดงบขาด ใต้ครองแชมป์เบี้ยว โจรใต้ขู่ใครกู้เจอดีแน่
วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 23:00:24 น.
"มาร์ค"ไฟเขียวทุ่มเงินกองทุนหมู่บ้านกว่า11,000ล้านบาท สั่งคุมขั้นตอนให้โปร่งใสขู่ฟันคนยักยอก ภาคใต้ครองแชมป์ค้างชำระ เหตุคนปชป.เคยสั่งคนในพื้นที่ต้านแต่พลิกมารับผิดชอบโครงการ โจรใต้ขู่ห้ามกู้
เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ว่า ที่ประชุมอนุมัติเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้าน รวม 11,000 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 60 ของทั้งหมด เม็ดเงินรวมกว่า 11,000 ล้านบาท แบ่งเป็นช่วงแรก 8,700 ล้านบาท และช่วงต่อไป 2,797 ล้านบาท สำหรับกองทุนที่ยังมีปัญหา ขณะนี้ทางการกำลังช่วยดูแลทั้งในส่วนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนว่าทำอย่างไรให้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข เพื่อจะได้ไปจดทะเบียนได้ ส่วนกองทุนที่จดทะเบียนแล้วแต่ยังไม่เรียบร้อย โดยเฉพาะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะดูให้เป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีกองทุนที่ยังติดเงื่อนไขอื่นๆ ก็จะช่วยติดตามแก้ไข
"กรณีหลายพื้นที่ประธานกองทุนยักยอกเงินก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ติดตามการบริหารจัดการกองทุนที่มีปัญหา และติดตามในส่วนที่ส่งเงินเพิ่มทุนไปแล้ว เพื่อให้การจัดการมีคุณภาพ ซึ่งเม็ดเงินเพิ่มทุนที่อนุมัติ จะทำทุกเดือน ดังนั้นที่เหลืออีกร้อยละ 40 ก็จะทยอยเข้ามา เราจะพิจารณาประมาณสัปดาห์แรกและสัปดาห์ที่สองในระดับอนุกรรมการ แล้วจะประชุมคณะกรรมการประมาณกลางเดือน ก่อนที่จะโอนเงินลงไป เงินที่ลงไปนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ต่อเนื่องมาจากที่ได้ยืดอายุการชำระหนี้ ซึ่งจะทำให้มีเงินสำหรับกองทุนที่เราจะให้กู้สำหรับรายใหม่ หรือจะเพิ่มให้รายเก่าหากไม่มีรายใหม่เข้ามามาก จะสามารถทำให้กองทุนตอบสนองความต้องการประชาชนได้" นายกฯกล่าว
แหล่งข่าวจากสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ กทบ. ที่มีนายอภิสิทธิ์ เป็นประธาน มีการอนุมัติเงินทุนเพิ่มเติมให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ครั้งที่ 2 อีกจำนวน 11,968 แห่ง วงเงิน 2,797 ล้านบาท จากเดิมที่อนุมัติไปแล้ว 35,881 แห่ง วงเงิน 8,695 ล้านบาท ทำให้ยอดเงินที่มีการโอนไปแล้ว 58.76% หรือเป็นวงเงิน 11,492 ล้านบาท จากวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลทั้งหมด 19,559.2 ล้านบาท สำหรับการเพิ่มทุนให้กับกองทุน ทั้งประเทศ 79,255 แห่งทั่วประเทศ ที่ได้รับอนุมัติเงินไปแล้วแห่งละ 1 ล้านบาท ในสมัยรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในลำดับขั้นบันได 2 แสนบาท 4 แสนบาท และ 6 แสนบาท ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
แหล่งข่าวกล่าวว่า ภายหลังจากที่ประชุม กทบ. มีมติเห็นชอบการเพิ่มเงิน ครั้งที่ 2 ดังกล่าว แล้ว นายอภิสิทธิ์ ได้แจ้งให้ที่ประชุมว่า ขอให้มีการประเมินผลและติดตามการดำเนินงานของกองทุนฯ ที่ได้รับการเพิ่มทุนไปแล้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้รับทราบผลการดำเนินงานที่ชัดเจน ส่วนกองทุนหมู่บ้าน อีก 3,000 กว่าแห่ง ที่ยังไม่สามารถจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระ และเงินขาดบัญชีเกิน 20% ก็ขอให้ สทบ. เข้าไปติดตามช่วยเหลือ เพื่อที่จะได้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มทุนด้วย
"นายกฯย้ำว่า การดำเนินงานในโครงการฯนี้ ต้องมีการวางมาตรการเข้าไปสุ่มตรวจกระบวนการทำงานตั้งแต่ระดับ ตำบล อำเภอและจังหวัด เพื่อควบคุมการทำงานให้เกิดความโปร่งใสทุกขั้นตอนด้วย" แหล่งข่าวกล่าว
นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการ สทบ. กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านฯที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีกลุ่มคนที่มีปัญหาหนี้สินค้างชำระกับกองทุนฯ กว่า 5,000 ราย วงเงินกว่า 280 ล้านบาท มีกองทุนฯที่ส่อว่าจะมีปัญหาในการดำเนินงาน 7,000-8,000 แห่ง แบ่งเป็นกองทุนฯที่ยังผ่านการจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่กว่า 3,000 แห่ง เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะมีปัญหาเรื่องมีหนี้ค้างชำระและเงินขาดบัญชีเกิน 20% หรือคิดเป็นวงเงินกว่า 500 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 4,000-5,000 แห่ง เป็นกองทุนที่จดทะเบียนมาแล้ว ตั้งแต่ช่วงปี 2547-2549 แต่พบว่าในปี 2553 มีหนี้ค้างชำระในระดับที่สูง แผนการดำเนินงานไม่ชัดเจน ซึ่งทาง สทบ. จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดต่อไป
นายนทีกล่าวว่า สำหรับกองทุนหมู่บ้านฯ ที่ยังไม่ได้รับอนุมัติเพิ่มทุนอีก 31,406 แห่ง วงเงิน 10,585 ล้านบาท ที่ประชุม กทบ. จะพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้เป็นประจำทุกเดือนจนครบให้เสร็จภายในเดือนกันยายน 2553 แต่ยอมรับการจัดสรรเงินเพิ่มทุนได้แค่เพียง 80% ของจำนวนกองทุนหมู่บ้านฯทั้งหมด ทำให้อาจมีกองทุนฯที่ไม่ได้รับอนุมัติเงินกว่า 1.5 หมื่นกองทุน ส่วนการยกระดับกองทุนฯ ให้เป็นสถาบันการเงินชุมชนในปี 2553 นี้ สทบ. มีเป้าหมายที่จะเพิ่มให้ได้อีก 1,000 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 1,200 แห่ง และส่งเสริมให้มีกองทุนฯที่มีความเข้มแข็ง หรือที่เรียกว่ากองทุนฯสำเร็จรูป จำนวน 100 แห่ง กระจายอยู่จังหวัดละ 1 แห่ง ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับกองทุนฯแห่งอื่นด้วย
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้กองทุนฯมีปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระ และเงินขาดบัญชี จนไม่สามารถจดทะเบียนนิติบุคคลได้ เป็นเพราะเกิดการเบี้ยวหนี้ของลูกหนี้เป็นจำนวนมาก มีทั้งเจตนา และไม่เจตนา โดยในส่วนที่ไม่เจตนาเนื่องจากนำเงินไปใช้ทำโครงการและประสบความล้มเหลว แต่ส่วนที่เจตนา มาจากคนบางกลุ่ม ที่อาศัยอำนาจบารมีของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ รวมถึงนักการเมืองไปขอกู้เงินมาใช้ และไม่ยอมคืน แต่ก็ไม่มีใครกล้าไปทวงคืน เพราะมีหลายคนที่เป็นหัวคะแนนให้นักการเมือง มีอิทธิพลในพื้นที่มาก
"ปัญหาการอ้างบารมีของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เป็นปัญหาหนักอกของผู้บริหารระดับสูงจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่รับผิดชอบโครงการนี้อย่างมาก มีการมองว่า เรื่องนี้เป็นผลพวงมาจากแผนปฏิบัติการต่อต้านโครงการนี้ ในอดีตของนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ ที่หลายคนไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ ก็เลยไปบอกกับคนของตัวเองในพื้นที่ ไม่ให้สนับสนุนโครงการนี้ เลยทำให้การดำเนินงานกองทุนฯบางพื้นที่มีปัญหา ทั้งการเข้าไปป่วนการดำเนินงานกองทุนฯ และบางกองทุนฯก็ไม่มีการใช้จ่ายเงินที่ได้รับไปเลย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้" แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับนักการเมืองที่เคยมีแนวคิดต่อต้านโครงการนี้ในอดีต และต้องเข้ามารับผิดชอบโครงการในขณะนี้ มีหลายคน ทั้งนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่เคยเป็นประธาน กทบ. ในช่วงที่เป็นรองนายกฯ นางอัญชลี วาณิชเทพบุตร รวมถึงนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ว่าที่รองนายกฯ ก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนท่าทีกับโครงการนี้หรือยัง และจะหาทางแก้ไขปัญหาที่ตัวเองผูกเอาไว้ได้อย่างไร
แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระและเงินขาดบัญชี เบื้องต้น สทบ. จะให้เป็นหน้าที่ไปติดตามเงินคืนจากผู้กู้ และผู้ค้ำประกัน เพราะถือเป็นเงินหลวง หากไม่ยอมใช้หนี้ก็คงจะให้คณะกรรมการกองทุนฯใช้วิธีการบังคับคดีทางศาลต่อไป สำหรับกองทุนฯที่มีปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระกว่า 3,000 แห่ง แยกเป็น ภาคใต้ 1,392 แห่ง ภาคเหนือ 219 แห่ง ภาคอีสาน 124 แห่ง ภาคตะวันออก 275 แห่ง ภาคตะวันตก 231 แห่ง ภาคกลาง 241 แห่ง กทม. 279 แห่ง และชุมชนในเขตทหาร 99 แห่ง
แหล่งข่าวกล่าวว่า การดำเนินงานโครงการกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากปัญหาการเข้าไปชี้นำของนักการเมืองแล้ว ในส่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยังประสบปัญหาเรื่องความไม่สงบด้วย เพราะไม่สามารถเรียกประชุมคณะกรรมการได้ เนื่องจากมีผู้ก่อการร้ายขู่ว่าหากมีการประชุม ผู้ที่เป็นแกนนำจะถูกทำร้าย และมีตัวอย่างใน อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ที่แกนนำกองทุนหมู่บ้านคนหนึ่งเรียกประชุมคณะกรรมการกองทุนแต่ระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งก่อนหน้านี้มีคำขู่ถึงแกนนำรายนี้ว่าไม่ให้จัดประชุม นอกจากนี้ผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ปล่อยข่าวว่าหากใครไปกู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านฯจะถูกทำร้าย ทำให้กองทุนหมู่บ้านบางแห่งในพื้นที่ไม่มีใครกล้ามาขอกู้เงินเลย
"สทบ.ได้รายงานข้อมูลเรื่องนี้ให้นายกฯรับทราบแล้ว และนายกฯสั่งการให้ สทบ.จัดทำข้อเสนอหรือมาตรการพิเศษเข้าไปดูแล เพื่อให้การเพิ่มทุนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งอาจจะจัดประชุมคณะกรรมการในพื้นที่ใดที่หนึ่ง ที่มีความปลอดภัย พร้อมกันทุกหมู่บ้าน และทำอย่างไรให้คนในพื้นที่กล้ากู้เงิน คาดว่าต้องใช้เวลาศึกษาพอสมควร เพราะปัญหานี้เกี่ยวพันกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่" แหล่งข่าวระบุ
matichon.
โจรใต้ป่วนหนักกดระเบิดทหารลาดตระเวนเจ็บ 2 นายที่ปัตตานี
14 มกราคม 2553 13:08 น.
ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร ขณะกำลังเดินลาดตระเวนเส้นทาง เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน สี่งผลฝให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ หลังจากถูกกดดันอย่างหนัก
วันนี้ (14 ม.ค.) พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผกก.สภ.เมืองปัตตานีพร้อมด้วย พต.อ.จีรวัฒน์ อุดมสุด รอง ผบก.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่กองวิทยาการ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ หลังได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย
ถูกนำส่ง รพ.ปัตตานี ทราบชื่อ พลฯ สุพัฒน์ วงษ์กระแส อายุ 21 ปี และ พลฯ.ธีรพงษ์ ศรีทาบัว อายุ 21 | | |