|
|
 |
Latest News
2009-08-10 Patani Post Launches 10 August 2008 !
Anda pembaca
Kini pelancaran patanipost sudahpun berusia setahun ,berbagai penglaman bertambah dan kelemahan2 yang telah dialami sepanjang tahun kami akan cuba mengatasi,
dengan semperna setahun umur Patanipost akan kami perluaskan lagi berita tanah air kepada dua bahasa yaitu arab dan melayu dengan pakai web patanipost.net,
perbezaan diantara kedua patanipost ialah satu memetik surat khabar asing dan satu lagi cari berita sendiri dan tulis berita senderi oleh kaki tangan patanipost.
Terima kasih.
OIC RESOLUTION ABOUTH THAILAND
24 May 2010
RESOLUTIONS ON MUSLIM COMMUNITIES AND MINORITIES IN NON-OIC MEMBER STATES ADOPTED BY THETHIRTY-SEVENTH SESSION OF THE COUNCIL OF FOREIGN MINISTERS
(SESSION OF SHARED VISIONOF A MORE SECURE AND PROSPEROUS ISLAMIC WORLD)
DUSHANBE — REPUBLIC OF TAJIKISTAN
patanipost.
Will Dato' Seri Najib’s visit to Thailand bring any change?
6 DECEMBER 2009 03:00
During the ASEAN conference in Hua Hin on October 26, the Prime Minister of Malaysia, Dato’ Seri Najib Tun Razak, expressed that the Thai Government should give autonomy to Southern Thailand (Patani). This declaration was received well by his Thai collegue Abhisit Vejjajiva and was supported by opposition leader General Chavalit Yongchaiyudh- making it a hot discussion topic among politicians, media and the general Thai public.
On 7-9 December Dato 'Seri Najib will be in Patani. Can he convince Abhisit to give autonomy to the people of Southern Thailand?
Original Article In Malay
Summary in English
Read More
090816 PULO and Mujahidin join forces
090816 Gabungan PULO dan Mujahidin Islam Patani
090418 Ihsanoglu urges OIC Member States to accord greater attention to Muslim minority issues
081204 OIC Resolution regarding Patani
Kerajaan Thai Meloby Negara OIC
Patanipost.net.
Today
คนร้ายลอบวางระเบิดกลางเมืองสะบ้าย้อย จนท.กู้สำเร็จ
27 มกราคม 2555 16:20 น.
สงขลา - คนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้ในร้านขายของชำกลางเมืองสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา โชคดีเจ้าหน้าที่กู้ทัน เผยเป็นลูกที่สองในเดือนนี้
วันนี้ (27 ม.ค.) พ.ต.อ.คณิต รัตนมณี ผู้กำกับการ สภ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ได้รับแจ้งว่า พบกล่องต้องสงสัยซึ่งเป็นกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมคล้ายกล่องไปรษณีย์ ถูกนำไปวางไว้ที่หน้าร้านขายของชำไม่มีชื่อเลขที่ 24 ถนนชาญนุเคราะห์ เขตเทศบาลตำบลสะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งเป็นร้านของ นายกระบวน เทพไชย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รองผบก.ภ.จว.สงขลา ประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ไปทำการตรวจสอบและเก็บกู้โดยได้ทำการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือเพื่อป้องกันคนร้ายจุดระเบิด ก่อนที่จะยิงทำลาย
โดยพบว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณครึ่งกิโลกรัม ภายในมีปุ๋ยยูเรีย ถ่านไฟฉาย สายไฟ สะเก็ดระเบิดทำจากลูกปลาย แก๊ฟจุดชนวนระเบิด และแผงวงจรโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยคนร้ายได้ประกอบวงจรไว้ครบ แต่ไม่สามารถจุดระเบิดได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ตัดสัญญาณตั้งแต่ขณะตรวจพบ โดยคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย เพื่อเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคงเกิดเหตุลอบวางระเบิดอย่างต่อเนื่อง
สำหรับระเบิดแสวงเครื่องที่พบในครั้งนี้เป็นลูกที่สองในรอบเดือนนี้ที่คนร้ายนำมาวางเพื่อก่อเหตุในเขตเทศบาลตำบลสะบ้าย้อย โดยเมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา คนร้ายได้นำระเบิดแสงเครื่องชนิดเพาเวอร์เจล ซึ่งเป็นระเบิดเพลิงนำมาวางไว้ในท่อซีเมนต์ บริเวณหน้าร้านขายของชำเลขที่ 1 ถนนสมโภชน์แสงทอง เขตเทศบาลตำบลสะบ้าย้อยแต่เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ไว้ได้ทัน
www.manager.
ผู้ว่าฯยะลาประณามคนร้ายลอบบึ้มรถ นอภ.ระแงะ - แนะ จนท.ฝ่ายปกครองต้องสร้างความเข้มแข็ง
27 มกราคม 2555 16:10 น.
ยะลา - ผู้ว่าฯยะลา แนะเจ้าหน้าที่หลังจากนี้ก็ต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับกองกำลังของฝ่ายปกครอง หลังเกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์นายอำเภอระแงะ นราธิวาส ระบุ การกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบสมควรที่จะต้องประณามอย่างยิ่ง
ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ก่อเหตุลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และประชาชนผู้บริสุทธิ์อยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระยะหลังกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้หันไปก่อเหตุลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในระดับสูงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระดับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และปลัดอำเภอ
ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 ม.ค.55 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้จุดชนวนระเบิดดักสังหาร นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอระแงะ จ.นราธิวาส ที่บริเวณทางโค้งเลียบเส้นทางรถไฟบ้านฮุลูปาเร๊ะ หมู่ที่ 1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีเพียงรถยนต์ของทางราชการได้รับความเสียหายจำนวน 2 คัน
นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า สำหรับฝ่ายปกครองนั้นก็หมายถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านด้วย นับตั้งแต่ปี 47 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ฝ่ายปกครอง รวมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องสูญเสียจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ไปแล้ว 95 คน เป็นส่วนที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้กระทำ ทั้งๆ ที่กลุ่มนักปกครองเหล่านี้ เป็นนายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ล้วนแล้วแต่เป็นคนของประชาชน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลทุกข์สุขของประชาชน เป็นผู้บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน ไม่ได้มีหน้าที่สร้างเงื่อนไข หรือไปกดขี่ข่มเหงประชาชน ชาวไทย ชาวมลายู เหมือนเป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบวางไว้
เมื่อกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมีการมุ่งเป้ามายังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง โดยเฉพาะฝ่ายปกครองในระดับข้าราชการ ตั้งแต่ปลัดอำเภอ และนายอำเภอขึ้นไป ซึ่งตนก็ตระหนักในจุดนี้ มีการประชุมร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารร่วมกัน มีการกำหนดแผนร่วมกัน มีการพัฒนาขีดความสามารถของกองกำลัง ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ โดยที่ผ่านมามีการทำงานร่วมกันภายใต้เอกภาพเดียวกัน ซึ่งกองกำลังของฝ่ายปกครองมีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา เมื่อฝ่ายรัฐมีความพร้อมแล้ว ก็ต้องไปดูฝ่ายตรงข้ามด้วย นับวันกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ได้กระทำในสิ่งที่มีความสวนทางกับแนวคิด และที่ได้ประกาศไว้
โดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ประกาศว่า ทำเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมให้กับชาวไทยมุสลิม ไปตอบโต้ภาครัฐที่ไปกดขี่ข่มเหงต่อประชาชนชาวไทยมุสลิม แต่การกระทำที่ผ่านมาเป็นการสวนทาง และไม่เกี่ยวกับที่ประกาศโดยสิ้นเชิง ณ วันนี้ มีผู้บาดเจ็บ ล้มตายในพื้นที่ จ.ยะลา มีผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วกว่า 1,300 คน เป็นข้าราชการกว่า 300 คนเป็นประชาชนธรรมดา กว่า 900 คน
ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบข้อมูลที่ผ่านมา เกี่ยวกับผู้ที่เสียชีวิต พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ไปกดขี่ข่มเหง ประชาชน ส่วนกว่า 900 คน ที่เป็นชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิม ล้วนแล้วแต่เป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งนั้น และข้าราชการที่เสียชีวิตกว่า 300 คนนั้น ซึ่งมีฝ่ายปกครองจำนวน 95 คนล้วนแต่เป็นข้าราชการที่ต้องทำตามหน้าที่ทำตามกฎหมาย เพราะหากข้าราชการเหล่านั้นไม่ทำตามหน้าที่ ก็จะมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็มีความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติหน้าที่
“แต่ข้าราชการที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมให้กับประชาชนชาวไทยมุสลิม ไม่ได้ถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ลงโทษ หรือทำร้ายแต่อย่างใด การกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบสมควรที่จะต้องประณามอย่างยิ่ง หลังจากนี้ก็ต้องมีการสร้างความเข้มแข็งให้กับกองกำลังของฝ่ายปกครอง” ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าว และว่า
สุดท้ายตนเองขอวิงวอนให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หยุดสร้างเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ เพราะดูเหมือนเป็นการฆ่าแพะ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ไม่ไปได้ไปกระทำกับกลุ่มที่ก่อเหตุ หรือสร้างเงื่อนไข ให้กับชาวไทยมุสลิมแต่อย่างใด ทุกคนบอบช้ำ เกิดผลกระทบต่อแผ่นดินและไม่ได้เกิดผลดีต่อใครเลย
www.manager.
บึ้ม! หมายสังหาร นอภ.ระแงะ โชคดีไร้เจ็บ-ตาย
26 มกราคม 2555 16:04 น.
นราธิวาส - คนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์นายอำเภอระแงะ จ.นราธิวาส ขณะเดินทางไปเป็นประธานงานปลูกหญ้าเฉลิมพระเกียรติฯ ที่ ต.บองอ รถยนต์เสียหาย 2 คัน โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ
วันนี้ (26 ม.ค.) เมื่อเวลา 09.45 น. ร.ต.อ.นเรศ พุ่มแก้ว ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหาร นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอระแงะ ที่บริเวณทางโค้งเลียบเส้นทางรถไฟบ้านฮุลูปาเร๊ะ ม.1 ต.ตันหยงมัส จึงพร้อมด้วย นายอภินันท์ ซื่อธนานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วคงไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ฌข 1471 กทม.ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่งของนายอำเภอระแงะจอดอยู่กลางถนน ในสภาพประตูด้านคนขับและประตูหลังรวมทั้งกระจกทั้ง 2 บาน มีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายเป็นรูพรุน และบริเวณทางโค้งริมถนนฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นโคนต้นไม้ริมทางมีหลุมระเบิดลึก 2 ฟุต กว้าง 3 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง
และห่างจากรถนายอำเภอประมาณ 30 เมตร เจ้าหน้าที่ยังพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กง 9880 ปทุมธานี ถูกสะเก็ดระเบิด กระจกหลังแตกละเอียด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
โดย นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอระแงะ เปิดเผยถึงวินาทีระทึกว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ระดมกำลัง อส.รวม 4 นาย นั่งรถยนต์หุ้มเกราะประจำตำแหน่งออกจากบ้านพัก โดยมี อส.วิฑูรย์ เกียรติตระกูล เป็นพลขับ เพื่อเดินทางไปเป็นประธานปลูกหญ้าเฉลิมพระเกียรติฯ ที่หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 5 ต.บองอ อ.ระแงะ
เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่นำไปฝังไว้บริเวณโคนต้นไม้ริมทาง จนเกิดระเบิดขึ้นขณะที่รถยนต์กระบะของตนขับผ่าน ประจวบเหมาะกับในช่วงนั้น นายมะฮูเซ็ง กาเซ็ง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 259/1 ม.1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้ขับรถยนต์เก๋งเพื่อไปล้างอัดฉีดสวนทางมา จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้รถยนต์ประจำตำแหน่งและรถยนต์ของนายมะอูเซ็งถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายทั้ง 2 คัน ตนจึงได้ตะโกนสั่งให้ อส.วิฑูรย์ ซึ่งเป็นพลขับรีบขับรถยนต์ออกจากจุดเกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว เกรงจะถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มซ้ำ ก่อนที่จะสั่งให้ อส.วิฑูรย์ ขับรถกลับมายังจุดเกิดเหตุและแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบดังกล่าว
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น นายศุภวริศ เพชรกาฬ นายอำเภอระแงะ ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า คนร้ายกลุ่มนี้ตั้งใจจะวางระเบิดเพื่อดักสังหารตน เพราะในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ รปภ.เส้นทางได้ตรวจสอบทั่วบริเวณถนนตลอดสายที่ตนจะเดินทางไปเป็นประธานปลูกหญ้าแล้ว ไม่พบวัตถุต้องสงสัยและสิ่งแปลกปลอมใดๆ แต่เมื่อคนร้ายทราบว่าตนได้เดินทางออกจากบ้านพักแล้ว คนร้ายจึงได้แฝงตัวนำระเบิดมาฝังไว้ และรอจังหวะที่รถยนต์ของตนขับผ่านแล้วจึงจุดชนวน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ทำให้ขวัญและกำลังใจของตนเกิดความหวาดกลัวแต่อย่างใด เพราะตนถือว่าเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียว ชีวิตนี้จะทำงานเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย
www.manager.
โจรใต้ถล่มฐาน นย. ปัตตานี ก่อนกดระเบิดซ้ำเจ็บ 5 นาย
22 มกราคม 2555 20:27 น.
ปัตตานี - คนร้ายก่อเหตุยิงถล่มฐานปฏิบัติการณ์ ร้อยปืนเล็กที่ 3 ฉก.ปัตตานี 26 เพื่อเป็นการลวงให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ ก่อนที่จะกดระเบิดซ้ำ เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารนาวิกโยธิน สังกัด ฉก.ปัตตานี 26 ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย
เมื่อเวลา 19.00 น. วันนี้ (22 ม.ค.) พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งว่า มีเหตุคนร้ายซุ่มโจมตีฐานปฏิบัติการณ์ ร้อยปืนเล็กที่ 3 ฉก.ปัตตานี 26 ตั้งฐานอยู่ภายในสถานีอนามัยร้างในพื้นที่ ม.6 ต.เมาะมาวี แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ จากนั้นเพียงไม่กี่นาทีได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นอีกห่างจากจุดเกิดเหตุโจมตีฐาน ประมาณ 1 กิโลเมตร ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย
หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไปถึงพบเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 5 นาย ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บจึงรีบลำเลียงนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี ทราบชื่อ พ.จ.อ.วัฒนา สุภาณุกรม อายุ 42 ปี ถูกสะเกดระเบิดเข้าที่ตาด้านซ้าย และขาทั้งสองข้างอาการสาหัส, จ.อ.เทิดชัย ทองหวาน อายุ 40 ปี, จ.อ.เอกฉัตร สาริกพันธ์ อายุ 25 ปี, จ.อ.สิทธิศักดิ์ สังข์คำ อายุ 37 ปี, พลฯเอกพงษ์ จันทร์จุฬา อายุ 23 ปี ถูกสเก็ดระเบิดตามลำตัวบาดเจ็บเล็กน้อย ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ จอดข้างทางสภาพด้านซ้ายถูกสะเก็ดระเบิดพรุนทั้งแทบ และมีหลุมระเบิดกว้าง 50 ซม.
สอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารนาวิกโยธิน สังกัด ฉก.ปัตตานี 26 ตั้งฐานปฏิบัติการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามถล่มยิงใส่ฐานหลายนัดจนเกิดการยิงปะทะกันขึ้นจนคนร้ายล่าถอยหนีเข้าไปในป่า และได้วิทยุขอกำลังเสริมจากหน่วยหลักซึ่งตั้งฐานอยู่ที่วัดสักขี ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 6 กิโลเมตร ขณะที่กำลังเดินทางด้วยรถยนต์เพื่อเข้าพื้นที่เกิดเหตุคนร้ายได้วางกับดักเป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัมไว้ริมถนน แล้วกดระเบิดจนเสียงดังสนั่นเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
หลังเกิดเหตุ น.ท.ปรัชญา โพธิ์ย้อย ผบ.ฉก.ปัตตานี 26 พร้อมกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้ระดมกำลังเข้าปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุทันทีในรัศมี 500 เมตร เนื่องจากเชื่อคนร้ายน่าจะหลบซ้อนตัวอยู่ในพื้นที่ โดยมีแนวร่วมในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีการวางแผนมาก่อน โดยการลอบโจมตีฐานเพื่อลวงให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อนจะกดระเบิดหมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์
www.manager.
บึ้มหน้าโรงเรียนปัตตานี โชคดีไร้เจ็บ
19 มกราคม 2555 16:22 น
ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดที่จอดรถจักรยานยนต์หน้าโรงเรียนพัฒนาอิสลาม จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้มีรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ขณะที่คนร้ายประกบยิงผู้จ้างของรัฐดับ 1 ในพื้นที่ อ.กระพ้อ
เมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้ (19 ม.ค.) พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบริเวณหน้าโรงเรียนพัฒนาอิสลาม ม.1 ต.บาราเฮาะ จึงนำกำลังพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ ไปถึงพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณที่จอดรถจักรยานยนต์หน้าโรงเรียน ซึ่งมีจำนวนหลายคัน พบแรงระเบิดทำให้รถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย จำนวน 3 คัน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียนป้ายแดง ก 5991 ปัตตานี เสียหายหนักจากแรงระเบิด ตรวจสอบเป็นรถของ นายมุสตอปา มัตรูดิน อายุ 26 ปี ครูฝ่ายปกครองโรงเรียนดังกล่าว ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
สอบสวน นายมุสตอปา ครูฝ่ายปกครองและเป็นเจ้าของรถ ให้การว่า ตนและนักเรียนของโรงเรียนจะจอดรถจักรยานยนต์บริเวณที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้น มีนักเรียนเห็นวัยรุ่น 2 คนขับรถจักรยานยนต์มาจอด ที่จุดเกิดเหตุแล้วเดินเข้าไปนำวัตถุต้องสงสัยใส่ใต้รถจักรยานยนต์ของตน กระทั่งเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตั้งไว้สองประเด็น คือเรื่องส่วนตัวภายในโรงเรียน หรือการสร้างสถานการณ์ โดยคนร้ายคาดว่าน่าจะเป็นคนในพื้นที่
และเมื่อเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.กอิงอรรถ สุวรรณขำ ผกก.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี นำกำลังไปตรวจสอบเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบนถนนสายมะนังดาลำ-กะพ้อ ม.6 ต.กะรุบี ไปถึงพบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด ทราบชื่อ นายวรสิทธิ์ ผืนผา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/2 ม.2 ต.กะรุบี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นเข้าลำตัว จำนวน 3 นัด ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายล้มข้างทาง
สอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นลูกจ้างของรัฐในพื้นที่ ก่อนเกิดเหตุขณะที่ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักเพื่อไปทำธุระ ระหว่างทางถูกคนร้าย 2 คนขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิงจนเสียชีวิต สาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
www.manager.
โจรใต้กราดยิงนายดาบดับพร้อมลูกชายวัย 15 ขณะส่งไปโรงเรียน
17 มกราคม 2555 10:29 น. Share5
ปัตตานี - คนร้ายวางแผนสะกดรอยตามยิงนายดาบตำรวจ สภ.ปัตตานี ขณะที่กำลังส่งลูกชายวัย 15 ปี โรงเรียนชื่อดังตอนเช้า เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และขโมยรถจักรยานยนต์ไปด้วย ขณะที่กล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวใช้การไม่ได้
วันนี้ (17 ม.ค.) เมื่อเวลา 07.00 น. พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายบริเวณถนนท่าเสด็จ ต.ตะลุบัน จึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยชุดพิสูจน์หลักฐาน ไปถึงพบว่าผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จำนวน 2 ราย ทราบชื่อ ด.ต.สถาพร คงพุทธ อายุ 50 ปี ตำแหน่งเจ้าหน้าที่นโยบายและแผน สภ.สายบุรี และ ด.ช.พัชรพล คงพุทธ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล จ.ปัตตานี ทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 และขนาด 9 มม. เข้าลำตัวและศีรษะหลายนัด ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนเอ็ม 16 จำนวน 21 ปลอก และ 9 มม.จำนวน 3 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ ด.ต.สถาพรยืนส่ง ด.ช.พัชรพล เพื่อขึ้นรถตู้รับจ้างไปส่งโรงเรียนริมถนน ปรากฏว่าได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถยนต์กระบะไม่ทราบยี่ห้อและป้ายทะเบียนตามมาจอดจากนั้นได้ชักอาวุธปืนกราดยิงทันที โดยที่ทั้งสองคนไม่ทันระวังตัวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุต่อหน้าประชาชนจำนวนมากที่ขับรถผ่านไปมาบริเวณที่เกิดเหตุ และก่อนหลบหนีคนร้ายได้ขโมยรถจักรยานยนต์และอาวุธปืนขนาด 9 มม.ของผู้ตายหลบหนีไปด้วย
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. พ.ต.อ.จีรวัฒน์ อุดมสุด รอง ผบก.นำกำลังตรวจที่เกิดเหตุพร้อมสั่งให้สกัดจับคนร้ายและปิดล้อมตรวจค้นทันที โดยเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นแนวร่วมในพื้นที่ และรู้ความเคลื่อนไหวของผู้ตายจึงได้ฉวยโอกาสก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ ขณะที่กล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุหลายตัวไม่สามารถใช้การได้เลย ทำให้ประชาชนที่อยู่ในที่เกิดเหตุต่างพิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่จริงใจของรัฐ
www.manager.
บึ้มทหารเจ็บ 3 ยิงบุคลากรการศึกษาปางตาย สองผู้ต้องหาวางเพลิงสะบ้าย้อยจ่อเข้า ม.21
วันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2012 เวลา 07:19 น.
ใต้ป่วนประปรายตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่แล้วต่อเนื่องถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ คนร้ายดักบึ้มทหารชุด รปภ.ตลาดนัดเจ็บ 3 ที่ธารโต ยิงช่างครุภัณฑ์ สพท.นราธิวาสเขต 1 หวิดสิ้นชื่อ รัวเอ็ม 16 ถล่มรถบรรทุกเกลือส่งโรงงานน้ำบูดูสายบุรี คนขับสังเวย หนุ่มหาของป่าลาโลกอีกศพที่กะพ้อ ด้านสองผู้ต้องหาคดีลอบวางเพลิงที่สะบ้าย้อยมอบตัวผู้ว่าฯสงขลา อ้างถูกแกนนำขบวนการชักจูง เตรียมเข้ากระบวนการมาตรา 21
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ย้อนหลังไปถึงกลางสัปดาห์ที่แล้ว ยังคงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ้างประปราย โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ม.ค.2555 เวลา 08.40 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดชุดปฏิบัติการลาดตระเวนเส้นทางและรักษาความปลอดภัยตลาดนัด หน่วยเฉพาะกิจยะลา 16 กำลังพล 8 นาย ขณะลาดตระเวนเดินเท้าดูแลความปลอดภัยอยู่บริเวณริมถนนทางเข้าตลาดนัดบ้านหน้าสวนปาล์ม หมู่ 6 ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา แรงระเบิดทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย จ.ส.อ.สตาร์ สืบสวน อายุ 38 ปี พลทหารมาโนช ทันเที่ยง อายุ 22 ปี และ พลทหารรัตนชัย ชูใจหาญ อายุ 22 ปี โดยพลทหารรัตนชัยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ทั้งนี้ ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง บรรจุในกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ โดยคนร้ายนำระเบิดไปวางไว้ริมถนนแบบเร่งด่วน ไม่ได้ขุดหลุมฝัง เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ควบมอเตอร์ไซค์ปาระเบิดถล่มปิคอัพ
วันศุกร์ที่ 13 ม.ค.เวลา 10.10 น. คนร้ายจำนวน 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้ระเบิดชนิดขว้างแบบเอ็ม 67 ปาเข้าใส่รถกระบะยี่ห้อฟอร์ดสี่ประตู สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กม 601 สงขลา ซึ่งเป็นของ นายวาสัน มะเส็น อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/1 บ้านต้นธง หมู่ 3 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เหตุเกิดบนถนนสายช้างให้ตก–สะบ้าย้อย ท้องที่บ้านปุหรน หมู่ 4 ต.ช้างให้ตก อ.โคกโพธิ์
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายวาสันกำลังขับรถยนต์ไปขายของที่ตลาดนัด เมื่อถึงจุดเกิดเหตุมีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ แล้วใช้ระเบิดชนิดขว้างแบบ เอ็ม 67 ปาเข้าใส่ โชคดีที่ระเบิดกระทบกระจกรถยนต์กระเด็นตกไปในป่าสวนยางพาราริมถนนและเกิดระเบิดขึ้น นายวาสันจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่รถยนต์ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายเล็กน้อย เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุ แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งส่วนตัวและการเมืองท้องถิ่น
ยิงบุคลากรการศึกษาปางตาย-รัวเอ็ม 16 ถล่มรถส่งเกลือคนขับสังเวย
เวลา 11.50 น.คนร้ายจำนวน 4 คนมีรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนจำนวน 2 คันเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด .22 ยิงนายถนอม ถาวรศรี อายุ 55 ปี ช่างครุภัณฑ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานราธิวาสเขต 1 (สพท.นราธิวาสเขต 1) อยู่บ้านเลขที่ 179/2 บ้านปลักปลา หมู่ 8 ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดขณะนายถนอมกำลังขี่รถจักรยานยนต์บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 บริเวณบ้านปูตะ หมู่ 3 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการพยายามสังหาร
เวลา 15.45 น.วันเดียวกัน คนร้ายจำนวน 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มรถสิบล้อบรรทุกเกลือ ยี่ห้อฮีโน่ สีเขียว หมายเลขทะเบียน 80-6060 สมุทรสงคราม ซึ่งมี นายเจษฎา ธนาธาร อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 ถนนก้อนทอง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี เป็นคนขับ ขณะขับรถไปส่งเกลือที่โรงงานผลิตน้ำบูดู บ้านปะเสยะวอ หมู่ 3 ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โดยส่งเกลือเรียบร้อยแล้วกำลังขับรถกลับ เหตุเกิดบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 (ปัตตานี-นราธิวาส) ท้องที่บ้านแซะโมะ หมู่ 4 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี ทำให้ นายเจษฎา เสียชีวิตคารถ โดยในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 8 ปลอก เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ยิงเจ้าของร้านน้ำชาหวิดสิ้นชื่อที่ศรีสาคร
วันพฤหัสบดีที่ 12 ม.ค.เวลา 22.00 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายนาพี มะเด็ง อายุ 46 ปี อยู่เลขที่ 6/3 บ้านละโอ หมู่ 2 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เหตุเกิดบริเวณร้านน้ำชาในหมู่บ้านละโอ ทำให้นายนาพีได้รับบาดเจ็บสาหัส
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบและสอบสวนจนทราบว่า นายนาพีเป็นเจ้าของร้านน้ำชา ขณะเกิดเหตุกำลังขายน้ำชาอยู่บริเวณหน้าร้านของตนเอง ระหว่างนั้นมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้าม เมื่อสบโอกาสได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ เป็นเหตุให้นายนาพีได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง
ดับหนุ่มหาของป่าอีกราย-สุนัขรับเคราะห์ด้วย
วันพุธที่ 11 ม.ค.เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขา ผู้กำกับการ สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามยิงประชาชนเสียชีวิตบนทางหลวงหมายเลข 4074 บ้านมะกอ หมู่ 1 ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กรค 358 ยะลา ล้มคว่ำอยู่ ข้างๆ รถพบศพ นายสุธน ศรีสุข อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 243/5 หมู่ 4 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา และมีสุนัขตาย 1 ตัว กับซากตะกวดในกระสอบอีก 5 ตัว
จากการสอบสวนทราบว่า นายสุธนกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับจากหาของป่า เมื่อถึงบริเวณบ้านมะกอ หมู่ 1 ต.ปล่องหอย มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงใส่ เป็นเหตุให้นายสุธนเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
2 ผู้ต้องหาคดีวางเพลิงสะบ้าย้อยมอบตัวเตรียมเข้าอบรม ม.21
วันอังคารที่ 10 ม.ค.ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.คำรณ ยอดรักษ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา (รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ได้รับมอบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับที่ออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) ในคดีก่อเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จำนวน 2 ราย คือ นายมาหามะ ลาเตะ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 2 บ้านควนหรัน ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย และนายตามิซิ ยีกะจิ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/5 หมู่ 2 บ้านควนหรัน ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย เช่นกัน
ทั้งสองรายเป็นผู้ต้องหาคดีวางเพลิงบ้านเลขที่ 33 หมู่ 4 บ้านลำใหม่ ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย ซึ่งเป็นบ้านของ นายเฉลียว มณีสวัสดิ์ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2554 และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะบ้าย้อย ออกหมายจับเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ปีเดียวกัน
นายตามิซิ กล่าวว่า ได้ก่อเหตุลอบวางเพลิงจริง เนื่องจากหลงเชื่อคำชักชวนของ นายอารง สะอิ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับพร้อมกัน และเป็นแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ โดยนายอารงได้ชักชวนให้เข้าร่วมขบวนการ โดยใช้เรื่องประวัติศาสตร์และการกดขี่มุสลิมเป็นประเด็นในการชักชวน เมื่อเข้าร่วมขบวนการแล้วเขาได้รับกล่องจากนายอารง แต่ไม่ทราบว่าเป็นกล่องอะไร โดยนายอารงบอกว่าให้นำไปวางที่บ้านของนายเฉลียว
"หลังก่อเหตุและรู้ว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ จึงเกิดความรู้สึกหวาดกลัวเรื่องความไม่ปลอดภัย จึงได้ให้ทางญาติประสานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเข้ามอบตัว" นายตามิซิ กล่าว
นายกฤษฎา กล่าวว่า หากผู้ต้องหาทั้ง 2 คนจะเข้ากระบวนการตามมาตรา 21 พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ซึ่งประกาศใช้ในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เพื่อเข้าอบรมเป็นเวลา 6 เดือนแทนการฟ้องคดี ก็สามารถดำเนินการได้ โดยคณะกรรมการที่รับผิดชอบเรื่องมาตรา 21 ต้องดูเงื่อนไขในการเข้ากรรมวิธีอีกครั้ง แต่การยอมเข้ามอบตัวถือเป็นนิมิตหมายที่ดี และสะท้อนภาพความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของพี่น้องประชาชน
อนึ่ง กระบวนการตามมาตรา 21 กำลังอยู่ในภาวะชะงักงัน เมื่อผู้ต้องหาคดีความมั่นคงชุดแรก 4 รายที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) อ้างว่าสมัครใจเข้าร่วมกระบวนการ ได้ขึ้นให้การต่อศาลจังหวัดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อวันพุธที่ 14 ธ.ค.ปีที่แล้ว ระบุว่าไม่สมัครใจเข้ารับการอบรม แต่ถูกเจ้าหน้าที่บังคับ และขอต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมปกติเพราะไม่ได้กระทำผิด
ทั้งนี้ ศาลได้นัดผู้ต้องหาทั้ง 4 รายอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 23 ม.ค.2555 แต่ก็เป็นที่คาดหมายกันว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 รายจะยืนยันต่อศาลเช่นเดิม ทำให้หลายฝ่ายประเมินว่ากระบวนการตามมาตรา 21 อาจล้ม และไม่สามารถดำเนินการต่อได้ในพื้นที่ อย่างไรก็ดี หากผู้ต้องหาคดีลอบวางเพลิงใน อ.สะบ้าย้อย ตัดสินใจเข้าร่วมกระบวนการ ก็จะเป็นผู้ต้องหานำร่องชุดใหม่ต่อไป
www.isranews.
สัปดาห์แรกหลังปีใหม่โจมตี จนท.4 ครั้ง ทหารหลัก-ทหารพราน-อส.เจ็บตายอื้อ
วันอังคารที่ 10 มกราคม 2012
ใต้ป่วนหนักตั้งแต่สัปดาห์แรกหลังปีใหม่ โจมตีเจ้าหน้าที่ 4 ครั้ง ทั้งบึ้มทหารที่ธารโตเจ็บ 3 ยิง อส.ที่รือเสาะดับ 2 สาหัส 4 และยิงถล่มทหารพรานที่จะแนะ 2 จุด พลีชีพอีก 1 นาย ขณะที่คนร้ายเลือดอาบต้องทิ้งรถหนี แค่ 5 วันยิงรายวันถึง 8 เหตุการณ์ สังเวย 5 ศพ เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 2 ราย ด้านปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ กู้ระทึกระเบิดปลากระป๋องที่สะบ้าย้อย บุกค้นหลายจุดใน อ.ระแงะ ยึดยุทโธปกรณ์เพียบ
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในห้วงสัปดาห์แรกของปี 2555 หลังจากเกิดเหตุลอบวางระเบิดจนสูญเสียทหารระดับรองผู้บังคับกองร้อย เมื่อวันอังคารที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ยังคงมีเหตุรุนแรงอื่นๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ และเหตุขัดแย้งส่วนตัว
เมื่อเวลา10.30 น.วันอาทิตย์ที่ 8 ม.ค2555 พ.ต.อวิชัย แจ้งสกุล ผู้กำกับการ สภ.ธารโต จ.ยะลา ได้สนธิกำลังกับทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลา 16 และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 3 นาย บนถนนในหมู่บ้านบ่อหินใน (บ้านย่อยของบ้านบ่อหิน) หมู่ 5 ต.บ้านแหร อ.ธารโต
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 9 นายกำลังเดินเท้ากลับฐานปฏิบัติการที่วัดบ่อหิน หลังเสร็จสิ้นภารกิจลาดตระเวนพื้นที่ ได้ถูกคนร้ายกดจุดชนวนระเบิดน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัมที่วางซุกไว้ริมทาง แรงระเบิดทำให้ พลทหารสุวิทย์ แก่นเมือง อายุ 23 ปี พลทหารนครินทร์ ยอดยา อายุ 22 ปี และ พลทหารไกรวุฒิ เรือนน้อย อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ควบกระบะยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านยะรังดับ
เวลา 17.50 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถกระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามยิง นายดอเลาะ เย็ง อายุ 42 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 64/1 บ้านกอตอระนอ หมู่ 1 ต.คลองใหม่ เสียชีวิตคาที่ขณะนั่งคุยกับภรรยาอยู่ที่หน้าบ้านของตนเอง เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร
เวลา 22.00 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายมัรซุก สะรีหมะ อายุ 27 ปี อาสารักษาดินแดน (อส.) อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส อยู่บ้านเลขที่ 116/2 บ้านแฆและ หมู่ 7 ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ ขณะกลับจากร้านน้ำชากำลังเดินเข้าบ้าน ทำให้นายมัรซุกได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิงเช่นกัน
โจมตี อส.สังเวย 2 ศพเจ็บอีก 4 ที่รือเสาะ
เวลา 03.40 น.วันศุกร์ที่ 6 ม.ค. พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผู้กำกับการ สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามยิง อส.ประจำ อ.รือเสาะ ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยโรงงานเย็บผ้า แฮนด์ อิน แฮนด์ ตั้งอยู่ที่บ้านยาแลเบาะ หมู่ 5 ต.รือเสาะ เป็นเหตุให้ อส.เสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บอีก 4 นาย
โดย อส.ที่เสียชีวิตคือ นายอัสลัม เจ๊ะบู อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/2 หมู่ 3 ต.สุวารี อ.รือเสาะ กับ นายบือรอเฮง ยูโซ๊ะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/7 หมู่ 5 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ
ส่วน อส.ที่ได้รับบาดเจ็บประกอบด้วย นายศิริชัย สุวรรณมณี อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 266 หมู่ 7 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส นายมะรอสือดี สะมะหะ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/1 หมู่ 8 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ นายอภิเดช จะปะกียา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 1 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ และ นายทศพล เกิดระเบียบ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9809/1 หมู่ 7ต.ลาโละ อ.รือเสาะ
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบและสอบสวนจนทราบว่า ขณะที่ อส.ทั้ง 6 นายกำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ที่โรงงานเย็บผ้า แฮนด์ อิน แฮนด์ นั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบเข้าไปทางด้านหลังโรงงานซึ่งเป็นป่ายางพารา จากนั้นใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงใส่กลุ่ม อส.จำนวนหลายนัด และใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบขว้างปาเข้าใส่ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว โดยหลังก่อเหตุคนร้ายได้ชิงอาวุธปืนอาก้าจำนวน 2 กระบอก และอาวุธปืนเอ็ม 16 เอ 1 จำนวน 1 กระบอกหลบหนีไปด้วย และทิ้งระเบิดแสวงเครื่องที่บรรจุในกระป๋องปลากระป๋องดักเอาไว้ แต่เจ้าหน้าที่เก็บกู้ได้สำเร็จ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ซุ่มยิงทหารพรานจะแนะ-เจอสวนมีเจ็บ
เวลา 12.45 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามซุ่มยิงทหารพรานชุดกองร้อยทหารพรานที่ 4610 (ร้อย.ทพ.4610) หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 46 บริเวณบ้านไอร์ลาฆอ หมู่ 4 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ขณะ ลาดตระเวนเดินเท้ารักษาความปลอดภัยพื้นที่ก่อนที่ พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 จะเดินทางไปมอบห้องน้ำที่สร้างเสร็จแล้วให้กับชาวบ้านในพื้นที่ หลังถูกซุ่มโจมตี ทหารพรานได้ใช้อาวุธปืนประกายยิงตอบโต้ จนเกิดการยิงปะทะกันประมาณ 5 นาที คนร้ายจึงล่าถอยไป
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรอยเลือด ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 และรองเท้าตัดยาง (สำหรับใส่กรีดยาง) จำนวน 1 คู่ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
คนร้ายโต้ทันควันรัวกระสุนถล่มจุดตรวจ-ทหารดับ 1
ต่อมาเวลา 17.40 น.คนร้ายประมาณ 6 คนมีรถกระบะแบบสี่ประตู สีบรอนซ์ทอง หมายเลขเลขทะเบียน ษธ 6466 กรุงเทพมหานคร เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่จุดตรวจฐานปฏิบัติการ กองร้อยทหารพรานที่ 4610 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 บริเวณบ้านไอร์บือแต หมู่ 4 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ ทำให้ ส.ท.อภิเดช หน่อทอง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 6 ต.บังหวาน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เสียชีวิต และ นายสุทิน แซ่เล่า อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165 หมู่ 4 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ ได้รับบาดเจ็บ
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ กองร้อยทหารพรานที่ 4610 ได้ตั้งจุดตรวจบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการเพื่อตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นพาหนะที่ใช้พากลุ่มก่อความไม่สงบที่ได้รับการบาดเจ็บจากเหตุปะทะที่บ้านไอร์ลาฆอแล้วหลบหนี แต่ปรากฏว่าคนร้ายชุดใหม่ได้จอดรถใกล้กับจุดตรวจ จากนั้นได้ลงจากรถและกราดกระสุนปืนสงครามถล่มบริเวณฐานทันที ทำให้ ส.ท.อภิเดช เสียชีวิต และกระสุนยังพลาดไปถูกนายสุนทรซึ่งเป็นชาวบ้านในละแวกนั้น ได้รับบาดเจ็บไปด้วย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังไล่ติดตามจนสามารถยึดรถกระบะของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุได้ 1 คัน โดยที่รถมีรอยกระสุนและกองเลือด ทั้งยังพบอุปกรณ์ปฐมพยาบาลขั้นต้นจำนวนหนึ่ง ส่วนคนร้ายบางส่วนได้จี้รถจักรยานยนต์ของชาวบ้านขี่หลบหนีไปพร้อมคนเจ็บ ขณะที่อีกบางส่วนวิ่งหลบหนีเข้าป่าบริเวณหมู่บ้านไอร์กาเซ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ เขตติดต่อกับ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบ
ยิงดะวันเดียว 3 ศพที่ปัตตานี
เวลา 11.30 น.วันเดียวกัน คนไม่ทราบจำนวนมีรถกระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามยิง นายสาการียา กะลูบี อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/1 บ้านปายอ หมู่ 3 ต.กะดุนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิตขณะขับรถกะบะส่วนตัวกลับจากการแข่งนกในหมู่บ้านกลาพอ หมู่ 7 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน เหตุเกิดในท้องที่บ้านกลาพอ โดยกระสุนของคนร้ายยังพลาดไปถูก นายดอรอนิง อาบู อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ 7 ต.เตราะบอน ขณะนั่งพักผ่อนอยู่ในศาลาประจำหมู่บ้าน จนได้รับบาดเจ็บไปอีกราย ทั้งนี้หลังเกิดเหตุคนร้ายได้ชิงปืนพกขนาด 9 มม.ของผู้ตายไปด้วย จากนั้นจึงหลบหนีไป เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร
เวลา 11.30 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายอับดุลอาซิ เจ๊ะสมอเจ๊ะ อายุ 30 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ อยู่บ้านเลขที่ 46/2 หมู่ 1 ต.กระโด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เสียชีวิต เหตุเกิดขณะนายอับดุลอาซิกำลังจอดรถจักรยานยนต์ที่หน้าบ้านเลขที่ 21 หมู่ 1 ต.กระโด เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหารที่แน่ชัด แต่ให้น้ำหนักไปที่การทะเลาะวิวาท
เวลา 17.15 น.วันเดียวกัน คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดประกบยิง นายแวรอซะ วาเด็ง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 บ้านปาเซปูเต๊ะ หมู่ 2 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เสียชีวิต เหตุเกิดขณะนายแวรอซะกำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนทางหลวงหมายเลข 4074 บ้านปาแดปาลัส หมู่ 1 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เพื่อมุ่งหน้าไปตลาดนัด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุของการลอบยิงเช่นกัน
ยิงรายวันอีก 2 ศพที่ยะลา-นราฯ
วันพฤหัสบดีที่ 5 ม.ค.เวลา 14.15 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนอาก้ายิง นายมะยากี หะยีเปาะ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 244 บ้านกาตอง หมู่ 2 ต.กาตอง อ.ยะหา จ.ยะลา กระสุนถูกบริเวณศีรษะและลำตัวเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดที่บ้านกือเม็ง หมู่ 1 ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งเป็นบ้านภรรยาของนายมะยากี โดยคนร้ายยิงใส่นายมะยากีขณะเดินกลับบ้านภรรยา เลขที่ 26/1 หลังเสร็จจากรับจ้างกรีดยางพาราในพื้นที่ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร
เวลา 20.45 น.วันเดียวกัน คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด 11 มม.ยิงสองสามีภรรยา ทราบชื่อคือ นายอับดุลฮาแว เจ๊ะแว อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ถนนนประชาวิวัฒน์ ซอย 21 อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไปสิ้นใจที่โรงพยาบาล ส่วนภรรยาคือ นางรอฮายา เจ๊ะเต๊ะ อายุ 32 ปี ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขณะนายอับดุลฮาแวกำลังขับรถยนต์ออกจากบ้านไปรับประทานอาหารในตลาดสุไหงโก-ลกกับภรรยา แต่ระหว่างทางบริเวณถนนประชาวิวัฒน์ซอย 21 ได้ถูกคนร้ายประกบยิงเสียก่อน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร
กู้ระทึกบึ้มปลากระป๋องในร้านชำที่สะบ้าย้อย
วันพฤหัสบดีที่ 5 ม.ค.เช่นกัน 10.00 น. พ.ต.อ.คณิต รัตนมณี ผู้กำกับการ สภ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา รับแจ้งจาก นายปรีชา อ่อนประเสริฐ เจ้าของร้านขายของชำในตลาดสะบ้าย้อยว่า พบวัตถุต้องสงสัยเป็นกล่องกระดาษวางไว้บนชั้นวางของภายในร้าน จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 เข้าเก็บกู้ โดยใช้ปืนน้ำแรงดันสูงยิงทำลาย
จากการตรวจสอบภายในกล่องกระดาษพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกระป๋องปลากระป๋อง จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาด้วยนาฬิกาแบบดิจิตอล คาดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
วันพุธที่ 4 ม.ค.เวลา 11.00 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีกระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม.ยิง นายเจะคาเดร์ เจ๊ะฮะ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/2 บ้านกูบังบาเดาะ หมู่ 4 ต.สะกา อ.มายอ จ.ปัตตานี เหตุเกิดขณะที่นายเจะคาเดร์กำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนในหมู่บ้านคลองโต๊ะเนาะ หมู่ 3 ต.สะกา เพื่อไปดื่มน้ำชาที่ร้านค้า กระสุนถูกบริเวณแผ่นหลัง 2 นัดได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง
รดน้ำศพรอง ผบ.ร้อยพลีชีพรายแรกหลังปีใหม่
ที่วัดสุวรรณากร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีรีดน้ำศพ ร.ท.ดิเรกสิน รัตนสิน อายุ 25 ปี รองผู้บังคับกองร้อยทหารราบที่ 15312 (รอง ผบ.ร้อย ร.15312) หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 และ ส.อ.ยุธยา จำปามี อายุ 26 ปี สังกัดเดียวกัน ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบนถนนสายบ้านคลองช้าง-บ้านเขาวัง หมู่ 3 ต.เกาะจัน อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อวันอังคารที่ 3 ม.ค. โดยมีเพื่อนทหารมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าสลด
พล.ท.อุดมชัย กล่าวว่า กำลังพลที่เสียชีวิตได้ทำงานการเมืองในพื้นที่จนสามารถสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี จนชาวบ้านมั่นใจว่าพื้นที่นี้มีความปลอดภัย ดังนั้นเมื่อเกิดความสูญเสียขึ้นจึงต้องมีการปรับแนวทางการทำงาน ต้องเข้มงวดจุดอ่อนทุกจุด โดยเฉพาะการเดินทางบนถนน และการปฏิบัติงานอื่นๆ ที่เป็นการทำงานอันล่อแหลม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีก
สำหรับความคืบหน้าทางคดีนั้น ฝ่ายตำรวจได้เบาะแสว่าคนร้ายที่ลอบวางระเบิดครั้งนี้น่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบจากนอกพื้นที่เข้ามาปฏิบัติการ โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้จำนวนหนึ่งแล้ว
บุกค้นระแงะเจอยุทโธปกรณ์-บึ้มปลากระป๋อง
ด้านผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ มีการเปิดปฏิบัติการเชิงรุกจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีความมั่นคงและยาเสพติดได้หลายราย โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ม.ค.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้สนธิกำลังกับตำรวจ สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจค้นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกูจิงรือปะ หมู่ 4 ต.เฉลิม อ.ระแงะ พบซองกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 3 ซอง สายไฟฟ้ายาวประมาณ 500 เมตร 1 ม้วน ประทัดจำนวน 4 ถุง ฝาประกับอาวุธปืนอาก้า 1 อัน หมวกไหมพรม 2 ใบ กางเกงลายพราง 1 ตัว ถุงมือ 1 คู่ สีสเปรย์ และกระสอบอีก 1 ใบ จึงส่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์และเก็บเป็นหลักฐานต่อไป
วันเดียวกัน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่บ้านกูตง หมู่ 3 ต.บองอ อ.ระแงะ และสามารถยึดระเบิดแสวงเครื่องบรรจุอยู่ในกระป๋องปลากระป๋อง จำนวน 1 ลูก ปืนปลอม 1 กระบอก จึงได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัย 1 รายไปซักถามและเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันศุกร์ที่ 6 ม.ค.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 พบศพ นายแวอับดุลเลาะ หะยีดอเล๊าะ ถูกทิ้งอยู่ที่บ้านไอร์กาแซ หมู่ 4 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส จึงได้ประสานชุดนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะแนะ เข้าตรวจสอบ ขณะเดียวกันก็ได้ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ใกล้เคียง และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 4 รายไปซักถามขยายผลที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46
จับยาเสพติดทั้ง "ไอซ์-กระท่อม" คาด่าน 2 อำเภอ
เวลา 21.00 น.วันพุธที่ 4 ม.ค.ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้สนธิกำลังตั้งจุดตรวจบริเวณสถานียุทธศาสตร์ตันหยงลิมอ บ้านตอหลัง หมู่ 3 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ ได้เรียกตรวจรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่น ซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน กท 4926 นครศรีธรรมราช พบยาไอซ์บรรจุในถุงพลาสติกใสปิดผนึก น้ำหนักประมาณ 1.671 กรัมพร้อมอุปกรณ์เสพ และยังพบ อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ขนาด.357 และขนาด.38 อีกอย่างละ 1 กระบอก จึงได้ควบคุมตัวคนในรถ คือ นายสนธยา สะนิ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 282/47 ถนนเอเซีย ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ นายอิบรอเฮม สุหลง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 ซอย 3 ถนนชลธารเขต ต.สุไหงโก-ลก ส่ง สภ.ระแงะ เพื่อดำเนินคดีต่อไป
วันอังคารที่ 3 ม.ค.เวลา 23.00 น. ขณะที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองสนธิกำลังตั้งจุดตรวจบริเวณบ้านปาแด หมู่ 7 ต.ท่ากาชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และได้เรียกตรวจรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กล 2302 สงขลา พบใบกระท่อมสดเป็นมัดๆ น้ำหนักรวม 25 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในรถ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายฮามีอดี ราเดง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/9 หมู่ 5 ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส และ นายอาหะมะซีวา สามะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/3 หมู่ 1 ต.ปะลุกาลาเมาะ อ.บาเจาะ ส่งดำเนินคดีที่ สภ.หนองจิก
แจกถุงยังชีพพระราชทานผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ยะลา
ด้านสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหลายอำเภอต้องเจอกับน้ำท่วมหนักในช่วงสัปดาห์แรกหลังปีใหม่นั้น เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ม.ค.เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอรามัน จ.ยะลา นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายประสงค์ พิทูรกิจจา เลขาธิการมูลนิธิฯ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อมอบถุงยังชีพพระราชทานแก่ราษฎรผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.รามัน จำนวน 800 ชุด โดยมี นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร นายอำเภอรามัน รอให้การต้อนรับ ท่ามกลางความปลื้มปิติของชาวบ้าน
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ม.ค.ที่ห้องประชุมศรียะลา อาคาร 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดยะลา นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในฐานะผู้แทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้มอบถุงยังชีพพระราชทานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีตัวแทนจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา และพระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่รับมอบเพื่อนำไปแจกจ่ายประชาชนที่เดือดร้อนต่อไป
www.isranews.
กดบึ้มคาร์บอมบ์ที่ระแงะ พ่อ-ลูกเจ็บ 2 ราย
10 มกราคม 2555 22:44 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคาร์บอมบ์ หน้าตู้ เอ.ที.เอ็ม.ธนาคารกรุงไทย สาขาตันหยงมัส พ่อ-ลูกสาว ขับ จยย.ผ่าน เคราะห์ร้ายโดนสะเก็ดระเบิดเจ็บทั้งคู่
วันนี้ (10 ม.ค.) เมื่อเวลา 19.10 น. พ.ต.ท.เฉลิม ยิ่งคง สว.เวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์ หน้าตู้ เอ.ที.เอ็ม.ธนาคารกรุงไทย สาขาตันหยงมัส เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบซากรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิซิ สีเทาดำ ทะเบียน กข-9784 ยะลา จอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ 697 ข้างตู้เอ.ที.เอ็ม. ซึ่งถูกแรงระเบิดสภาพพังยับเยิน และมีฝาเพดานประตูเหล็กของห้องแถวไม้ชั้นเดียวถูกอนุภาพของระเบิดได้รับความเสียหาย 6 คูหา นอกจากนี้ ภายในซากรถยนต์เก๋ง เจ้าหน้าที่ยังพบถังน้ำมันเชื้อเพลิงเพลิงจำนวน 2 แกลลอน รวมทั้งโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายใช้เป็นตัวจุดชนวน บรรจุไว้ในกล่องพลาสติกสี่เหลี่ยม
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย คือ นายมะห์ มะรี อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 ม.7 ต.บาโงสโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และ ด.ญ.แวนัสริน มะรี อายุ 10 ปี ถูกพลเมืองดีนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ มีชายฉกรรจ์ จำนวน 1 คน ขับรถยนต์คาร์บอมบ์มาจอดหน้าตู้เอ.ที.เอ็ม. แล้วเปิดประตูลงจากรถเดินหายไปประมาณ 5 นาที จึงเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ขณะที่นายมะห์ ขับรถจักรยานยนต์พาลูกสาวไปซื้อของที่ตลาด จนถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบรถยนต์เก๋ง และพบว่าป้ายทะเบียนดังกล่าวเป็นคนละคันกับที่คนร้ายได้นำมาติดไว้ ซึ่งต้องรอการตรวจสอบตัวเลขเครื่องยนต์ และคลัทซี ว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นของใคร มีการแจ้งหายไว้ในพื้นที่ใดบ้าง รวมทั้งเตรียมตรวจสอบภาพวงจรปิดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นใคร เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
www.manager.
บึ้มทหารสาหัส 1 ขณะเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ อ.ธารโต จ.ยะลา
8 มกราคม 2555 13:53 น.
ยะลา - เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ทหาร ขณะนำกำลังเข้าช่วยชาวบ้านที่เกิดการปะทะกับกลุ่มก่อความไม่สงบ ในพื้นที่หินใน หมู่ที่ 5 ต.บ้านแหร อ.ธารโต เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
วันนี้ (8 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.45 น. พ.ต.อ.วิชัย แจ้งสกุล ผกก.สภ.ธารโต จ.ยะลา พ.ต.ท.ชาญวุฒิ รักษาพราหมณ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.มานพ สืบบุก สวป.นำกำลังรุดไปสนับสนุนเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนดักซุ่มโจมตีลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารที่บ้านบ่อหินใน หมู่ที่ 5 ต.บ้านแหร อ.ธารโต ปรากฏว่า เมื่อไปถึงพวกคนร้ายได้ล่าถอยไปแล้ว ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นายชื่อพลทหารสุวิทย์ แก่นเมือง อายุ 22 ปี สังกัด มว.2 ร้อย ม.1 กองพันทหารม้าที่ 15 อ.เมือง จ.น่าน
ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณสะโพกและก้นได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลธารโตแล้ว ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนอาก้า เอ็ม.16 สะเก็ดระเบิดกระจัดกระจายเป็นวงกว้าง จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.อ.นภดล เตชะ ผบ.มว.2 ร้อย ม.1 นำกำลังจำนวน 6 นายเดินเท้าออกจากฐานในหมู่บ้านเดินลาดตระเวน ก่อนถึงที่เกิดเหตุได้ยินเสียงปืนลักษณะคล้ายยิงต่อสู้กันดังสนั่นอยู่ในราวป่า เมื่อนำกำลังเข้าไปพบว่า มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังยิงตอบโต้อยู่กับพวกคนร้ายซึ่งคาดว่าเป็นพวกก่อความไม่สงบ ที่เคลื่อนไหวอยู่รายรอบหมู่บ้าน จึงได้เข้าสนับสนุนยิงต่อสู้ จนกลุ่มคนร้ายต้องล่าถอยออกไป
ขณะล่าถอยคนร้ายได้ปาระเบิดสังหารสกัดการติดตาม ปรากฏว่า ระเบิดมาตกด้านข้างพลทหารสุวิทย์ เกิดระเบิดขึ้นจนถูกสะเก็ดระเบิด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ดังกล่าว
www.manager.
โจรใต้ถล่มฐานที่จะแนะ ทหารพลีชีพ1
7 มกราคม 2555, 01:43 น.
โจรใต้ควงอาก้าถล่มฐานปฏิบัติการร้อย ทพ.4601 ที่จะแนะ เจ้าหน้าที่ยิงสวน ปะทะนาน 10 นาที สิ้นเสียงปืนพบเจ้าหน้าที่พลีชีพ 1 นาย ส่วนคนร้ายหนีได้ลอยนวล ...
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 6 ม.ค. พ.ต.อ.ปัตตะ มะดาวา ผกก.สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัด ร้อย ทพ.4601 กรมทหารพรานที่ 46 เสียชีวิตบริเวณจุดตรวจหน้าฐานปฏิบัติการร้อย ทพ.4601 บ้านไอร์บือแต หมู่ 4 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่บนถนน ทราบชื่อ คือ ส.ต.อภิเดช หน่อทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ร้อย ทพ.4601 มีบาดแผลถูกกระสุนปืนของคนร้ายพรุนไปทั้งร่าง เจ้าหน้าที่จึงนำศพผู้เสียชีวิตส่ง รพ.จะแนะ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด
จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่ ส.ต.อภิเดช หัวหน้าชุด นำกำลังรวม 6 นาย ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการอยู่นั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เป็นพาหนะ เมื่อถึงบริเวณจุดตรวจคนร้ายที่นั่งกระบะหลังได้ใช้อาวุธปืนสงครามอาก้ายิงใส่ จนทั้งสองฝ่ายเปิดฉากปะทะกันนาน 10 นาที สิ้นเสียงปืนพบว่า ส.ต.อภิเดช ถูกยิงเสียชีวิตคาที่ ส่วนคนร้ายได้พากันหลบหนีไป
www.thairath.
คนร้ายยิงถล่มฐานย่อย อส.รือเสาะเสียชีวิตคาที่ 2 เจ็บอีก 3
6 มกราคม 2555 12:17 น.
นราธิวาส - คนร้ายกว่า 30 คนบุกยิงถล่มฐานย่อย อส.รือเสาะ กลางดึก เจ้าหน้าที่เสียชีวิตคาที่ 2 นาย เจ็บอีก 3 ก่อนหนีฉกปืนเอ็ม 16 และอาก้า ไปด้วยรวม 5 กระบอก
วันนี้ (6 ม.ค.) เมื่อเวลา 02.45 น. ร.ต.ท.กฤตินาท เมืองลาย ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายบุกถล่มฐานย่อยของ อส.ประจำที่ว่าการอำเภอรือเสาะ ตั้งอยู่ภายในรั้วของโครงการอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างงานที่ยั่งยืน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายรือเสาะ-ท่าเรือ ช่วงบริเวณบ้านยาแลเบาะ ม.5 ต.รือเสาะ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ อส.เสียชีวิต 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย
จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่สภาพพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยเกรงกลุ่มคนร้ายจะวางกำลังดักซุ่มโจมตี
จนกระทั่งช่วงเช้า เมื่อเวลา 07.30 น.ของวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง และพบว่าที่บริเวณรั้วลวดหนามด้านหลังของโครงการดังกล่าวถูกคนร้ายใช้คีมตัดจนสามารถเดินผ่านไปมาได้สะดวก โดยเฉพาะบริเวณสนามหญ้าหน้าเรือนนอนทั้ง 4 หลังที่ อส.ใช้เป็นสถานที่พักอาศัย มีปลอกกระสุนปืนนานาชนิดของคนร้ายตกอยู่เกลื่อนทั่วบริเวณ ทั้งปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 อาก้า อูซี่ ปืนกลมินิ และลูกซอง ตกอยู่จำนวนกว่า 100 ปลอก
นอกจากนี้ ที่บริเวณศาลาสำหรับใช้เป็นสถานที่พักผ่อน เจ้าหน้าที่พบโทรทัศน์ถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับความเสียหาย และพบศพผู้เสียชีวิตภายในเรือนนอนที่ 1 จำนวน 2 นาย นอนจมกองเลือดอยู่ใต้เตียงนอน คือ 1.อส.บอรอเฮง ยูโซ๊ะ 2.อส.อัสรัน อาบู ซึ่งทั้ง 2 นายถูกกระสุนปืนของคนร้ายพรุนไปทั้งร่าง
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณห้องเก็บวัสดุ ซึ่งอยู่บริเวณประตูทางเข้าของโครงการดังกล่าว พบกระจกหน้าต่างแตก เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในห้องยังพบระเบิดแสวงเครื่องชนิดขว้างที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกระป๋องของปลากระป๋องยี่ห้ออายำ หนัก 0.5 กก.ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการเก็บกู้เอาไว้ และได้เก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งนำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 นายส่งโรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 นาย ได้แก่ 1.อส.รอซาดี สามาหะ 2.อส.อภิเดช จะปะกียา และ 3.อส.ศิริชัย สุวรรณมณี ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณลำตัว ขณะนี้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และพ้นขีดอันตรายแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 30 คนพร้อมอาวุธปืนครบมือ แยกกำลังออกเป็น 3 ชุด ชุดละ 10 คน โดยชุดแรกได้ใช้คีมตัดรั้วลวดหนามด้านหลังของโครงการเข้าไปที่ฐานย่อยของ อส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการ รปภ.โครงการ พร้อมทั้งได้กระจายกำลังใช้อาวุธปืนนานาชนิดยิงใส่เจ้าหน้าที่ อส. จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นาน 10 นาที ทำให้เจ้าหน้าที่ อส.เสียชีวิตภายในเรือนนอนที่ 1 จำนวน 2 นาย ส่วน อส.อีก 3 นาย ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับบาดเจ็บ ได้อาศัยความมืดหนีไปพรางตัวอยู่ในพงป่าที่รกทึบจนสามารถเอาชีวิตรอดมาได้
หลังจากนั้น กลุ่มคนร้ายได้พากันเดินไปยังอาคารของโครงการ พร้อมทั้งใช้อาวุธปืนยิงใส่ตัวอาคาร และใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบผลิตเองขว้างใส่เข้าไปในห้องเก็บวัสดุ แต่โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน ก่อนที่คนร้ายจะกลับไปหยิบอาวุธปืนของ อส.หลบหนีไป 5 กระบอก ประกอบด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนอาก้า จำนวน 4 กระบอก พร้อมด้วยกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง
ส่วนคนร้ายชุดที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่ตัดต้นไม้ขวางถนน พร้อมทั้งใช้ล้อยางรถยนต์ จำนวน 2 เส้นจุดไฟเผา เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายปกครองเข้าสนับสนุน และคนร้ายชุดที่ 3 ได้นำกำลังยิงถล่มฐานปฏิบัติการย่อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจุดเกิดเหตุ ประมาณ 800 เมตร เพื่อสร้างความปั่นป่วนไม่ให้เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวเข้าสนับสนุนเช่นกัน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ.ต.อ.สะท้านฟ้า ผกก.สภ.รือเสาะ เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายได้มีการนัดแนะวางแผนก่อเหตุร้ายในครั้งนี้มาเป็นอย่างดี เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่ที่สามารถบุกทลายคลังแสงของกลุ่มคนร้าย จนเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมากถึง 2 ครั้งในเดือน ธ.ค. 54 คือเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ภายในสวนยางพาราบ้านกูยิ ม.4 ต.ลาโล๊ะ และเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ภายในสวนยางพาราบ้านบาโงบือมิง ม.1 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
www.manager.
บึ้มลูกแรกปี 55 รอง ผบ.ร้อยดับพร้อมลูกน้อง ผวา 8 ปีไฟใต้ปืนถูกปล้น 1.6 พันกระบอก!
วันอังคารที่ 03 มกราคม 2012 เวลา 20:57 น.
ใต้เริ่มป่วนรับปี 2555 ประเดิมบึ้มลูกแรกที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี ทหารพลีชีพ 2 นาย เผยหนึ่งในสองเป็นระดับรอง ผบ.ร้อย ถูกดักระเบิดถังดับเพลิงขณะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ เปิดข้อมูลผวาในวาระครบรอบ 8 ปีปล้นปืนค่ายปิเหล็ง พบปืนถูกปล้นมากกว่า 1.6 พันกระบอก ติดตามคืนได้ไม่ถึง 500 กระบอก
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังจากเงียบสงบมาเกือบตลอดเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยเมื่อเวลา 10.20 น.วันอังคารที่ 3 ม.ค.2555 พ.ต.อ.อดุลย์ ปีแนบาโง ผู้กำกับการ สภ.มายอ จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุระเบิดบริเวณคอสะพานบนถนนสายบ้านคลองช้าง-บ้านเขาวัง หมู่ 3 บ้านคลองช้าง ต.เกาะจัน อ.มายอ จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดขนาดยักษ์ และรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ แบบ 4 ประตู สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กล 456 ปัตตานี อยู่ในสภาพพังยับทั้งคัน ตรวจสอบภายในรถพบศพ ร.ท.ดิเรกสินธุ์ รัตนสิน อายุ 25 ปี เป็นรองผู้บังคับกองร้อยทหารราบที่ 15312 (รอง ผบ.ร้อย ร.15312) หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 ส่วนอีกศพกระเด็นไปอยู่ในทุ่งนา ห่างจากรถประมาณ 20 เมตร คือ ส.อ.ยุทธนา จำปามี อายุ 26 ปี เป็นพลขับ
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ท.ดิเรกสินธุ์ ได้นั่งรถกระบะซึ่งมี ส.อ.ยุทธนา เป็นพลขับเพื่อไปร่วมงานวันปีใหม่และมอบของขวัญให้กับเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยตำบลเกาะจัน อ.มายอ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุคนร้ายได้ใช้แบตเตอรี่กดจุดชนวนระเบิดน้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัมซึ่งประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิงฝังไว้บริเวณคอสะพาน แรงระเบิดทำให้ทหารทั้งสองนายเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
อนึ่งเหตุระเบิดในครั้งนี้นับเป็นลูกแรกของปี 2555 และเป็นเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นก่อนวาระครบรอบ 8 ปีปล้นปืนเพียง 1 วัน โดยเมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 หรือเมื่อ 8 ปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์คนร้ายบุกปล้นปืนและฆ่าทหารจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ บ้านปิเหล็งใต้ ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้อาวุธปืนไปถึง 413 กระบอก ถือเป็นปฐมบทของความรุนแรงรอบใหม่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา
เปิดข้อมูลปืนถูกปล้น 1.6 พันกระบอก-ได้คืนไม่ถึง 500 กระบอก
เป็นที่น่าสังเกตว่า ความรุนแรงรอบใหม่ที่เริ่มนับจากเหตุการณ์ปล้นอาวุธปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (ค่ายปิเหล็ง) เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 และตลอด 8 ปีที่ผ่านมานั้น มีอาวุธปืนถูกปล้นชิงจากกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอีกหลายครั้ง รวมไปถึงเหตุการณ์ปล้นฐานพระองค์ดำ หรือฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารราบที่ 15121 (ร้อย ร.15121) หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38 ที่ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2554 ด้วย แต่จำนวนอาวุธปืนที่ถูกปล้นไปกลับถูกปิดเป็นความลับตลอดมา
จากการตรวจสอบเชิงลึก พบรายงานของหน่วยงานความมั่นคงระบุว่า อาวุธปืนที่ถูกปล้นไปทั้งหมดตลอด 8 ปีมีมากถึง 1,629 กระบอก แยกเป็นอาวุธปืนที่ถูกปล้นจากกองพันพัฒนาที่ 4 เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 จำนวน 413 กระบอก ถูกปล้นจากฐานพระองค์ดำเมื่อวันที่ 19 ม.ค.2554 อีก 65 กระบอก นอกนั้นเป็นอาวุธปืนที่ถูกปล้นจากเหตุร้ายรายวันต่างๆ
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า หน่วยงานความมั่นคงสามารถติดตามปืนคืนได้เพียง 484 กระบอก แยกเป็นปืนเอ็ม 16 จำนวน 140 กระบอก อาก้า 66 กระบอก ปืนพกสั้น 203 กระบอก ลูกซอง 53 กระบอก เอชเค 15 กระบอก และอื่นๆ อีก 7 กระบอก ส่วนอาวุธปืนจากฐานพระองค์ดำ ติดตามยึดคืนได้ 3 กระบอก เป็นปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก และอูซี่ 1 กระบอก (ข้อมูลถึงสิ้นปี 2554)
ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ามีอาวุธปืนชนิดและขนาดต่างๆ อยู่ในมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีข้อมูลการตรวจพิสูจน์อาวุธปืนและหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พบว่าจากการตรวจพิสูจน์ 4,989 กรณี มีการยิงซ้ำด้วยปืนกระบอกเดียวกันจำนวน 678 ครั้ง ทำให้ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่ากลุ่มก่อความไม่สงบมีอาวุธปืนหมุนเวียนสำหรับใช้งานมากกว่า 600 กระบอก (ไม่นับรวมปืนที่ซุกซ่อนหรือฝังเอาไว้)
www.isranews.
โจรใต้บึ้มดับ “ส.อ.-ร.ท.” อนาคตไกลขณะไปมอบกระเช้าปีใหม่
3 มกราคม 2555 13:21 น.
ปัตตานี - วงการทหารสูญเสียอีกแล้ว หลังจากโจรใต้กดระเบิด 15 กก. สังหาร ร.ท.และ ส.อ.ดับคาที่ ขณะกำลังเดินทางออกไปมอบกระเช้าปีใหม่เพื่อร่วมเทศกาลแห่งความสุขที่สถานีอนามัย
วันนี้ (3 ม.ค.) พ.ต.อ.อดุลย์ ปีแนบาโง ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายบ้านคลองช้าง-บ้านเขาวัง ม.3 ต.ตรัง จึงรายงานให้ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก. นำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ท.ประธาน ตลับทอง ผบ.ฉก.ปัตตานี 25, ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและชุดพิสูจน์หลักฐาน
เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดขนาดใหญ่เกือบ 4 เมตร ลึก 1.5 เมตร ห่างกัน 3 เมตรพบซากรถยนต์กระบะ 4 ประตูยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน กล 456 ปัตตานี ในสภาพถูกแรงระเบิดจนเละเป็นเศษ เหลือแต่ซากกระจัดชิ้นส่วนรถกระจายไปทั่วบริเวณ ภายในรถพบศพ ร.ท.ดิเรกสิน รัตนสิน อายุ 27 ปี ผบ.ร้อย ร.15312 ฉก.ปัตตานี 25 สภาพถูกแรงระเบิดจนกระดูกหักแขนขาเกือบขาด ห่างกันประมาณ 5 เมตร พบศพ ส.อ.ยุทธยา จำปามี อายุ 27 ปี สภาพขาขาด ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบสายไฟยาว ประมาณ 100 เมตรลากเข้าไปในป่า ชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องและสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ ส.อ.ยุทธยา ขับรถพา ร.ท.ดิเรกสิน ออกจากฐานเพื่อนำกระเช้าของขวัญไปร่วมงานเทศกาลปีใหม่ ที่สถานีอนามัยกระเสาะ อ.มายอ ปรากฏว่ามาถึงที่เกิดเหตุห่างจากฐานประมาณ 1 กิโลเมตร คนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 15 กก.ฝังไว้ใต้ถนน จนเกิดระเบิดขึ้นกลางรถพอดี ทำให้รถกระเด็นลอยตกข้างทางสภาพพังยับเยิน ส่วน ส.อ.ยุทธยากระเด็นลอยไปตกห่างจากตัวรถประมาณ 5 เมตร
หลังเกิดเหตุคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือกลุ่มแนวร่วม RKK ในพื้นที่หมายจะก่อเหตุตอบโต้เจ้าหน้าที่หลังจับแกนนำ RKK ได้ 2 รายเมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา
สำหรับประวัติ ร.ท.ดิเรกสิน รัตนสิน อายุ 27 ปี เป็นชาวกรุงเทพฯ จบนักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 45 จปร.รุ่น 56 เมื่อปี 2551 จากนั้นสมัครใจมาปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยบรรจุราชการครั้งแรกที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 153 ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี โดยปฏิบัติภารกิจสนาม สังกัด ฉก.ปัตตานี 24 ที่ อ.โคกโพธิ์ ใน ตำแหน่ง ผบ.หมวดปืนเล็ก จากนั้นเมื่อปี 2553 ได้ติดยศร้อยโทในตำแหน่งปัจจุบัน
www.manager.
2 คนร้ายซิ่ง จยย.ประกบยิงทหารพรานสาหัส
17 ธันวาคม 2554 10:52 น.
ยะลา - เกิดเหตุ 2 คนร้ายใช้ จยย.เป็นพาหนะซุกซ่อนอาวุธปืนก่อนจะยิงใส่ทหารพราน ซึ่งขับรถกำลังเดินทางไปฐานปฎิบัติการในเมืองยะลา โดยกระสุนถูกจุดสำคัญของร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส
วันนี้ (17 ธ.ค.) เวลา 08.15 น. พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดบนถนนสิโรรส บริเวณปากซอยสิโรรส 8 ในเขตเทศบาลนครยะลา จึงพร้อม พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก,.พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รอง ผกก.ป., จ.ส.อ.อดิศักดิ์ ทับเที่ยง ปลัดป้องกันอำเภอเมืองยะลา สนธิกำลังเดินทางไปสอบสวน
ในที่เกิดเหตุพบเลือดกองอยู่บนถนนบริเวณใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าโนวา อาร์ สีดำหมายเลขทะเบียน น - 9552 สงขลา ล้มอยู่ ใกล้กันมีกองเลือดกองใหญ่ จำนวน 2 กอง ส่วนผู้ได้บาดเจ็บชุดกู้ภัยมัสยิดกลางยะลา นำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อ อส.ทพ.บรรพต มีบุญ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ที่ 5 ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ถูกกระสุนไม่ทราบขนาดเจาะหน้าอกซ้ายและชายโครงขวา รวม 2 นัด อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน แพทย์กำลังให้การช่วยเหลืออยู่ในห้องฉุกเฉิน ไม่สามารถ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า อส.ทพ.บรรพต มีบุญ เป็นอาสาสมัครทหารพรานสังกัดกรมทหารพรานที่ 47 เขื่อนแม่น้ำปัตตานี ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ก่อนหน้าจะถูกยิง อส.ทพ.บรรพต ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางออกจากค่ายเพื่อไปประจำยังฐานปฏิบัติการในเขต อ.เมืองยะลา ปรากฏว่าขณะมาถึงที่เกิดเหตุมีพยานเห็นคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าดรีม สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน คนขับสวมหมวกกันน็อก เสื้อแจ็กเก็ตดำ ส่วนคนซ้อนท้ายสวมหมวกแก๊ปสีดำ ขณะขับประกบมือปืนที่ซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนออกจากเสื้อคลุมจ่อยิงติดต่อกัน 3 นัด นายบรรพตถูกกระสุนปืนเจาะลำตัวเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ล้มลง
จากนั้นคนร้ายได้เร่งเครื่องมุ่งหน้าเข้าไปทางถนนสิโรรส 6 แล้วหลบหนีไปทาง หมู่ที่ 3 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา อย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบติดตามสังหาร อส.ทพ.บรรพต จนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว
อส.ทพ.บรรพต มีบุญ ผู้ขับขี่ จยย.คันนี้ อาการสาหัสจากเหตุคนร้ายลอบยิงอย่างอุกอาจ
www.manager.
กระหน่ำยิง “มุคตาร์ กีละ” นักการเมืองท้องถิ่นเมืองนราฯ เสียชีวิต
16 ธันวาคม 2554 12:55 น.
นราธิวาส - 4 คนร้ายกระหน่ำยิง นายมุคตาร์ กีละ หัวหน้าพรรคประชาธรรม เสียชีวิต ส่วนคนร้ายถูก ชรบ.ยิงสวนขณะหลบหนีตาย 2 พบประวัติโชกโชน ร่วมสังหารครูจูหลิง และยิงพนักงานรถไฟตาย 4 ศพ
วันนี้ (16 ธ.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รองสว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดไปตรวจสอบเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิง นายมุคตาร์ กีละ อายุ 47 ปี หัวหน้าพรรคประชาธรรม และเป็นผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส เขต 3 อยู่บ้านเลขที่ 173/2 บ้านลูโบ๊ะกาเยาะ ม.5 ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตหน้าบ้านเลขที่ 267 ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านพักและคนร้ายถูกชุด ชรบ.และ อส.ประจำที่ว่าการ อ.ระแงะ ยิงเสียชีวิต 2 รายโดยเหตุเกิดในช่วงคืนที่ผ่านมาเวลา 22.45 น.
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนอาก้า และเอ็ม 16 ของคนร้ายตกอยู่ที่ถนนหน้าบ้านพักจุดเกิดเหตุกว่า 10 ปลอก พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่ง ส่วนศพ นายมุคตาร์ ทางญาติได้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว
นอกจากนี้ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร ซึ่งเป็นป้อมจุดตรวจของชุด ชรบ.บ้านลูโบ๊ะเยาะ เจ้าหน้าที่พบกองเลือดจำนวน 2 จุด บนถนนที่ชุด ชรบ.และ อส.ได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนประจำกายยิงใส่กลุ่มคนร้ายเสียชีวิต 2 คน หลังจากก่อเหตุยิงนายมุคตาร์ เสียชีวิตแล้ว คือ 1.นายดอรอโอ๊ะ ปีเยาะ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 ม.4 บ้านกูจิงลือปะ ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งมีหมาย ป.วิอาญา 4 คดี โดยเฉพาะร่วมสังหารโหดครูจูหลิง ปงกำมูล เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 พ.ค.49 และร่วมกับพวกยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำขบวนรถไฟเสียชีวิต 4 นาย เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.51 โดยข้างศพเจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่คนร้ายบุกปล้นจากฐานปฏิบัติการพระองค์ดำ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ 1 กระบอกตกอยู่
ส่วนคนร้ายศพที่ 2 คือ นายซาฮีรัน วาดะ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 ม.4 บ้านกูจิลลือปะ ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยตามหมาย พ.ร.ก.คดีร่วมกับพวกยิง ผช.ธ.ก.ส.สาขาอำเภอรือเสาะเสียชีวิตเมื่อปี 50 ซึ่งมีอาวุธปืนอาร์ก้า.ตกอยู่อีก 1 กระบอก โดยศพคนร้ายทั้ง 2 คนทางญาติได้รับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว
สอบสวนทราบว่า หลังจากที่ นายมุคตาร์ กินน้ำชาที่บ้านเพื่อนฝั่งตรงข้ามบ้านพักแล้วเสร็จ ได้ขอตัวเดินกลับบ้านพัก ทันใดนั้นได้มีคนร้าย 4 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน มาจอดเยื้องกับบ้านของนายมุคตาร์ คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้า ยิงใส่นายมุคตาร์ กว่า 10 นัดซ้อนจนล้มลงเสียชีวิตคาที่ แล้วคนร้ายทั้ง 4 คนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์วิ่งหลบหนีไปทางป้อมจุดตรวจ ชรบ.ที่ อส.และ ชรบ.ปฏิบัติหน้าที่อยู่ จึงถูก อส.และ ชรบ.ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงใส่กลุ่มคนร้าย จนคนร้ายทั้ง 2 คน ที่นั่งซ้อนท้ายเสียชีวิตและตกจากรถจักรยานยนต์ ส่วนคนร้ายที่ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คัน สามารถหลบหนีไปได้
ส่วนสาเหตุในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่ก่อความไม่สงบ ที่นายมุคตาร์ได้ร่วมกันต่อต้านกับชาวบ้านเรื่อยมา จนตัดสินใจลงรับสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต 3 เพื่อเป็นตัวแทนเสียงประชาชนในสภาในการเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้คลี่คลายถูกจุดและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ต่อมาเมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (16 ธ.ค.) พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 50 นาย ใช้กฎอัยการศึกในการปิดล้อมตรวจค้นบ้านกูจิงลือปะ เพื่อไล่ล่าและกดดันคนร้ายอีก 2 คน ที่สามารถหลบหนีมาได้ให้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่
สำหรับ นายมุคตาร์ เป็นบุคคลในแวดวงการเมืองของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคสันติภาพไทย ซึ่งมี นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยเป็นหัวหน้าพรรค และได้ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ส.ส.ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี พ.ศ.2548 แต่ไม่มีผู้สมัครได้รับเลือก
ต่อมาพรรคสันติภาพไทย ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการเปิดสาขาพรรคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด แต่นายมุคตาร์ก็ยังไม่ถอดใจ ยังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไปในนามกลุ่มสันติภาพ
ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2550 นายมุคตาร์ ได้เข้าร่วมกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งอีกครั้ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอีกเช่นเคย กระทั่งในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2554 นายมุคตาร์ ได้ตั้งพรรคใหม่ชื่อพรรคประชาธรรม ชูจุดขายว่าเป็นพรรคของคนมลายูแท้ๆ และขอโอกาสเป็นสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่สันติสุข เพราะปัญหาชายแดนใต้ต้องแก้โดยคนในพื้นที่เอง แม้เขาและผู้สมัครของพรรคจะไม่ได้รับการเลือกตั้งเลยอีกครั้ง แต่พรรคประชาธรรม ก็สร้างกระแส “พรรคการเมืองของคนมลายู” ได้อย่างคึกคักไม่น้อย ก่อนจะจบชีวิตในวัย 43 ปีดังกล่าว
www.manager.
ยิงถล่มจุดตรวจตันหยงลิมอ ชาวบ้านตาย 1 ทหาร-ชรบ.สาหัส 4
16 ธันวาคม 2554 10:33 น.
นราธิวาส - คนร้ายแต่งกายเลียนแบบผู้หญิงซิ่งกระบะใช้ปืนสงครามยิงถล่มจุดตรวจตันหยงลิมอ เจ้าของร้านน้ำชาตาย 1 ทหารและ ชรบ.สาหัส 4
วานนี้ (15 ธ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุกลุ่มคนร้ายยิงถล่มจุดตรวจตันหยงลิมอ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสี่แยกตอหลัง ม.3 บ.ตอหลัง ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบที่พื้นถนนมีปลอกกระสุนปืนสงครามทั้งเอชเคและอาร์ก้าตกอยู่ประมาณ 50 ปลอก รวมทั้งคราบเลือดบริเวณหน้าร้านขายน้ำชาและของชำ ส่วนบริเวณจุดตรวจรวมทั้งร้านค้าและตู้โทรศัพท์ที่อยู่ใกล้กันมีร่องรอยถูกกระสุนปืนเป็นรูพรุนจำนวนหลายแห่ง
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีทั้งหมด 5 ราย ถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อต่อมาคือ 1.นายสุภาพ ไข่มุก อายุ 43 ปี เจ้าของร้านน้ำชาและร้านชำ ซึ่งถูกกระสุนปืนที่ลำตัวและแผ่นหลัง อาการสาหัสและเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล 2.ร.ท.ธงชัย แพรชนะ อายุ 45 ปี 3.อส.ทพ.อชิรพงษ์ เพ็งดี อายุ 33 ปี ทั้ง 2 นายสังกัดกองร้อย ทพ.ที่ 4507 กรมทหารพรานที่ 45 ส่วนอีก 2 รายเป็น ชรบ.ประจำหมู่บ้านตอหลัง
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจตันหยงลิมอ สังกัด สภ.ระแงะ จำนวน 12 นาย กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่จุดตรวจดังกล่าว ได้มีรถยนต์กระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บต-7723 ปัตตานี ขับผ่านมาถึงจุดตรวจ โดยที่กระบะท้ายมีชายฉกรรจ์ประมาณ 7-8 คน แต่งกายคล้ายผู้หญิงและชุดดาวะพร้อมปืนสงครามครบมือเปิดฉากยิงถล่มเข้าใส่จุดตรวจดังกล่าว รวมทั้งร้านขายน้ำชาและของชำชื่อบ้านทองอินทร์ เลขที่ 97 ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามจุดตรวจด้วย
ตำรวจจึงใช้ปืนประจำกายยิงตอบโต้กลุ่มคนร้ายประมาณ 5 นาที จนกลุ่มคนร้ายล่าถอยไป ทำให้นายสุภาพ เจ้าของร้านเสียชีวิต ส่วนทหารพรานทั้ง 2 นายถูกลูกหลงขณะขับรถยนต์กระบะของสังกัดจะกลับฐานปฏิบัติการณ์ที่ ต.กาลิซา อ.ระแงะ รวมทั้ง ชรบ.2 รายที่กำลังรถจักรยานยนต์เพื่อจะไปเข้าเวรได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อสร้างสถานการณ์ป่วนใต้ ข่มขวัญเจ้าหน้าที่ในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่
www.manager.
ยิงถล่มรถ รองสวป.สภ.ลำใหม่ เจ็บสาหัส เมีย-ลูกเสียชีวิตคาที่
15 ธันวาคม 2554 19:37 น.
ยะลา - ยิงถล่มรถ รองสวป.สภ.ลำใหม่ กระสุนเจาะหน้าผากบาดเจ็บสาหัส ส่วนภรรยาและลูกชายที่โดยสารมาด้วยเสียชีวิตคารถ
วันนี้ (15 ธ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 15.40 น. พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัทยาท ผกก.สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา และ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รองผกก.ป.จ.ส.อ.อดิศักดิ์ ทับเที่ยง ปลัดป้องกันอำเภอเมืองยะลา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 11 รุดไปสอบสวนเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่บ้านท่าวัง หมู่ที่ 4 ต.พร่อน จุดเกิดเหตุอยู่บนเส้นทางลัดสายท่าสาป-ลำใหม่ ปรากฏว่า ระหว่างทางรถปิกอัพของเจ้าหน้าที่ อส.อำเภอเมืองยะลา แล่นไปเหยียบตะปูเรือใบที่คนร้ายโปรยตามเส้นทางเป็นระยะ จนล้อหลังเสียหาย พร้อมกับรถชาวบ้านอีกจำนวนหลายคัน จึงต้องจอดลงไปช่วยกันเก็บกวาดตะปูเรือใบ
หลังจากนั้น เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตกอยู่ในทุ่งนาข้างทาง ข้างรถพบศพ นางนิภา เฉียงเอี้ยน อายุ 45 ปี ส่วนในรถพบศพ นายพงษ์ศักดิ์ รักศิริ อายุ 19 ปี ติดอยู่ภายในรถ ส่วนผู้ได้บาดเจ็บ ชื่อ ร.ต.ท.ญาติ รักษ์ศิริ อายุ 55 ปี เป็น รองสวป.สภ.ลำใหม่ ถูกกระสุนเจาะหน้าผากได้บาดเจ็บสาหัส ผู้ประสบเหตุได้นำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุบริเวณทุ่งนาข้างทางและบนถนน เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ขนาด 11 มม.และ 9 มม.ตกอยู่เกลื่อนถนน เก็บรวบรวมไว้ได้ร่วม 30 ปลอก จากนั้นจึงได้ติดตามไปสอบสวนผู้ได้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ปรากฏว่า แพทย์ยังให้การช่วยเหลืออยู่ในห้องฉุกเฉิน ขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ท.ญาติ รักษ์ศิริ ได้ขับรถปิกอัพคันดังกล่าว มีนางนิภา ภรรยานั่งโดยสารเดินทางไปรับ นายพงษ์ศักดิ์ ลูกชาย ที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ (เด็กออทิสติก) ต.บุดี อ.เมืองยะลา โดยขณะเดินทางกลับ มีคนร้ายคาดว่าจำนวนไม่ต่ำกว่า 4 คน ใช้รถปิกอัพ ยี่ห้ออิซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีขาว ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียนขับไล่ติดตาม จากบ้านท่าสาป ต.ท่าสาป จังหวะขับแซงคนร้ายบนกระบะท้าย 3 คน ใช้อาวุธปืนสงครามและปืนพกสั้นยิงกระหน่ำเป็นเหตุให้ ร.ต.ท.ญาติ ถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บไม่สามารถบังคับรถได้ จนเกิดเสียหลักพุ่งลงในทุ่งนาข้างทาง นางนิภา และ นายพงษ์ศักดิ์ ถูกกระสุนปืนเสียชีวิต ร.ต.ท.ญาติบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นฝีมือพวกก่อความไม่สงบที่พยายามติดตามสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อสร้างสถานการณ์
ต่อมา ร.ต.ท.อรรถกร แก้วพวง รองสวป.สภ.ลำใหม่ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ออกติดตามคนร้ายไปพบชายวัยรุ่นต้องสงสัยป้วนเปี้ยนอยู่บนเส้นทางลัดไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ โดยมีท่าทีพิรุธ จึงได้เข้าควบคุมตัวไว้ ทราบชื่อคือ นายฮามะ สาเมาะ อายุ 27 ปี นายมูฮำหมัด แวกาจิ อายุ 19 ปี นายไฟอิน เซ็งโซะ อายุ 23 ปี และ นายอับดุลคอเต็บ มะแต อายุ 22 ปี คาดว่า อาจเป็นแนวร่วมโปรยตะปูเรือใบ เนื่องจากมีพยานเห็นหลายคน จึงได้นำตัวไปส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป
www.manager.
ทหาร รปภ.ครูปะทะคนร้ายที่กรงปินัง โชคดีไร้เจ็บ
13 ธันวาคม 2554 17:47 น.
ยะลา - ขณะเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร.1412 ออกเดินลาดตระเวนปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยคณะครู เส้นทางสายบ้านแบหอ-ห้วยกระทิง พบคนร้ายดักซุ่มในป่าทึบข้างทาง และเกิดการปะทะกันราว 10 นาที แต่ไม่มีทหารได้รับบาดเจ็บ
วันนี้ (13 ธ.ค.) เมื่อเวลา 15.55 น.ณ ศูนย์วิทยุ สภ.กรงปินัง จ.ยะลา ได้รับแจ้งจาก หน่วยเฉพาะกิจ 13 ว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารสังกัดร้อย ร.1412 รับผิดชอบพื้นที่ อ.กรงปินัง จ.ยะลา จำนวนหนึ่งออกเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทางสายบ้านแบหอ-ห้วยกระทิง ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยคณะครูโรงเรียนบ้านแบหอ ช่วงหลังเลิกเรียน ปรากฏว่า เมื่อมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านในเขตพื้นที่หมู่ 2 ต.ห้วยกระทิง พบคนร้ายคาดว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ไม่ทราบจำนวน ซึ่งดักซุ่มอยู่ในป่าทึบข้างทางตามไหล่เขา ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่ม เป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันขึ้นประมาณ 10 นาที
โดยคนร้ายล่าถอยไปเอง ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารปลอดภัยทุกนาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายเป็นแนวร่วมอาร์เคเคที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ พยายามก่อเหตุดักซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อสร้างสถานการณ์รายวัน
www.manager.
กดบึ้ม จยย.บอมบ์ทหาร รปภ.เส้นทางครูสาหัส 1 นาย
13 ธันวาคม 2554 17:43 น.
ปัตตานี - คนร้ายใช้ จยย.บอมบ์กดบึ้มขณะทหาร รปภ.เส้นทางครู ก่อนใช้อาวุธสงครามกราดยิงซ้ำ เป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันราว 5 นาที อส.ทพ.บาดเจ็บสาหัส 1 นาย
วันนี้ (13 ธ.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.อ.ระพีพงศษ์ สุขไพบูลย์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดและมีการปะทะกันขึ้นบนถนนสายโคกโพธิ์-ช้างไห้ตก ม.1 ต.ป่าบอน จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 1 นาย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลโคกโพธ์ ทราบชื่อคือ อส.ทพ.นราธิป ชูโชติ อายุ 19 ปี สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4203 กรมทหารพรานที่ 42 มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดตามลำตัวหลายแห่งบาดเจ็บสาหัส
นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบซากรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สภาพถูกแรงระเบิดจนแหลกเป็นเศษเหล็ก และมีชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ
สอบสวนก่อนเกิดเหตุ ทราบว่า ขณะที่กำลังทหารพราน จำนวน 11 นาย เดินเท้าตามเส้นทางดังกล่าวเพื่อตรวจความปลอดภัยเส้นทางที่ครูจะเดินทางกลับ ปรากฏว่า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายซึ่งได้ลอบนำรถจักรยานยนต์ซุกระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม มาจอดทิ้งไว้ แล้วกดฉนวนระเบิดด้วยรีโมทคอนโทรล ทำให้ทหารต้องกระโดดหลบหาที่กำบัง
ระหว่างนั้นคนร้ายอีก 1 ชุด ซึ่งแอบซุ่มในป่าได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มซ้ำอีก จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น 5 นาที ก่อนที่คนร้ายจะล่าถอยหนีเข้าไปในป่า เมื่อสิ้นเสียงปะทะ ปรากฏว่า มีทหารบาดเจ็บ 1 นายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายหมายจะสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อตอบโต้ภาครัฐ ที่ก่อนหน้านี้มีการจับกุมแกนนำและแนวร่วมหลายราย
www.manager.
คนร้ายทำทีเข้าหลบฝนจ่อยิง อส.ทพ.ดับคาที่หน้าบ้านที่ยะลา
13 ธันวาคม 2554 15:48 น
ยะลา - คนร้าย 2 คนก่อเหตุยิงอาสาสมัครทหารพรานสังกัดกรมทหารพรานที่ 47 เสียชีวิตคาบ้านพัก หลังทำทีขอเข้าไปหลบฝน โดยคนร้ายได้แต่งกายคล้ายชุดไปละหมาด คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
วันนี้ (13 ธ.ค.) เมื่อเวลา 14.10 น. พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านบ่อเจ็ดลูก หมู่ 6 ต.ยุโป จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาพร้อม พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก. พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รอง ผกก.ป. จ.ส.อ.อดิศักดิ์ ทับเที่ยง ปลัดป้องกันอำเภอเมืองยะลา สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครองรุดไปสอบสวน
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณริมทางหลวงสาย 418 (ยะลา-ปัตตานี) ใกล้วงเวียนใหญ่ เป็นบ้านยกพื้นเลขที่ 3/1 หมู่ 6 ต.ยุโป พบศพ นายอารัญ อาแว อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/1 หมู่ 1 ต.บุดี อ.เมืองยะลา นุ่งโสร่ง ไม่สวมเสื้อ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าบริเวณแผ่นหลัง และศีรษะรวม 3 นัด นอนตายจมกองเลือดอยู่บนพื้นใต้ถุนบ้าน พบหัวกระสุนปืนตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 3 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า นายอารัญ อาแว ผู้ตายเป็นอาสาสมัครทหารพรานสังกัดกรมทหารพรานที่ 47 เขื่อนแม่น้ำปัตตานี ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ก่อนเกิดเหตุนายอารัญออกจากเวรยามเดินทางมาพักที่บ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านภรรยา ขณะฝนตกนายอารัญนั่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านเพียงลำพัง มีคนร้าย 2 คนนุ่งโสร่ง สวมหมวกกะปิเยาะ แต่งกายคล้ายชุดไปละหมาด ใช้รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนเป็นยานพาหนะแล่นเข้าไปใต้ถุนบ้านทำทีเข้าไปหลบฝน
จังหวะที่นายอารัญเผลอ คนร้ายได้ชักอาวุธปืนออกมาจ่อยิงศีรษะนายอารัญจนล้มลง หลังจากนั้นคนร้ายจ่อยิงซ้ำที่แผ่นหลังอีก 2 นัด ให้แน่ใจว่าเสียชีวิตแล้วจึงขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหลบหนีออกไปท่ามกลางสายฝนอย่างรวดเร็ว
ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นฝีมือโจรใต้ลงมือก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์รายวัน
www.manager.
โจรใต้เหิมหนักถล่มฐานทหารรือเสาะ 2 จุด ทั้งวางระเบิด-ยิงเอ็ม 79
13 ธันวาคม 2554 15:03 น.
นราธิวาส - โจรใต้เหิมหนักลอบวางระเบิดหวังถล่มฐานทหารรือเสาะ 2 จุดพร้อมกัน โชคดีแผนที่คนร้ายได้ว่างไว้เกิดผิดพลาด จึงทำให้ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตแต่อย่างใด คาดเป็นชุดที่เคยบุกโจมตีฐานปฏิบัติการณ์ทหารพระองค์ดำ
วันนี้ (13 ธ.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.อ.หมัดอุเส็ง เหมาะสะนิ ร้อยเวร สภ.รือเสาะ และ ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายวางแผนบุกโจมตีฐานปฏิบัติการณ์ทหาร จำนวน 2 จุด และตัดต้นไม้ขวางถนนอีกจำนวน 1 จุด รวมเป็น 3 จุด
จุดแรกเป็นฐานปฏิบัติการณ์ทหาร สังกัด ร้อย ร.15323 ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งตั้งอยู่ภายในที่ทำการ อบต.สุวารี ม.5 ต.สุวารี และฐานปฏิบัติการณ์ทหารหมวดปืนเล็กที่ 3 ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 2 ก.ม. โดยทั้ง 2 จุดไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้ใดเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ มีเพียงอาคารที่ทำการ อบต. เครื่องใช้ภายในสำนักงาน และกำแพงรั้วได้รับความเสียหาย จน อบต.สุวารีต้องปิดทำการไปโดยปริยาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่เกิดความหวาดกลัว และไม่มีความมั่นใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ส่วนจุดที่ 3 ซึ่งห่างจากจุดที่ 2 ประมาณ 1.5 กิโลเมตร คนร้ายได้ตัดต้นยางพาราริมถนน เพื่อขวางถนนไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุน จนส่งผลทำให้สายไฟฟ้าริมถนนขาด ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในตำบลสุวารี จำนวน 8 หมู่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้
จุดแรกเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบที่ทำการ อบต.สุวารี ซึ่งตั้งอยู่ ม.6 บ้านดือแยฮายี ต.สุวารี ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการณ์ทหารสังกัด ร้อย ร.15323 ฉก.นราธิวาส 30 พบกำแพงรั้วหน้าที่ทำการ อบต.เป็นรูโหว่ จำนวน 2 จุด ซึ่งทั้ง 2 จุด ห่างกันประมาณ 10 เมตร โดยจุดแรกคนร้ายได้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก น้ำหนัก 15 กก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ แล้วนำไปผูกไว้กับลวดแขวนไว้ที่บริเวณข้างกำแพงด้านนอก
ส่วนจุดที่ 2 คนร้ายได้ประกอบระเบิดใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ แล้วนำไปผูกไว้กับลวดแขวนไว้กับกำแพงรั้วด้านนอกเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 จุด เจ้าหน้าที่พบเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบว่า ที่บริเวณหลังคาตัวอาคารที่ทำการ อบต.สุวารี กระเบื้องมุงหลังคาถูกอนุภาพของระเบิดแบบขว้าง ที่คนร้ายขว้างเข้าใส่ได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง และยังพบว่าเครื่องใช้สอยภายในสำนักงาน เครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องปรับอากาศ ยังถูกอนุภาพของระเบิดได้รับความเสียหายไปด้วย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่ 2 ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการณ์ทหารหมวดปืนเล็กที่ 3 ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งถูกคนร้ายใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะ และใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 19 ยิงถล่มใส่ฐานจำนวน 1 นัด แต่กระสุนพลาดเป้า ทำให้ไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้ใดเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ ส่วนจุดที่ 3 ซึ่งเป็นจุดสุดท้าย พบต้นยางพาราริมถนนถูกคนร้ายตัดโค่นล้มขว้างถนนไป 1 ช่องจราจร แถมกิ่งไม้ฟาดไปถูกสายไฟฟ้าริมถนนจนขาด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านช่วยกันใช้เลื่อยยนต์ตัดแต่งกิ่งไม้ พร้อมทั้งเคลื่อนย้ายไปไว้ริมถนน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ยานพาหนะสัญจรไปมาได้สะดวก
จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงคืนที่ผ่านมาเวลา 02.00 น. ได้มีกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ RKK จำนวน 40-50 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ วางแผนแยกกำลังออกเป็น 3 ชุด โดยนัดแนะลงมือปฏิบัติการณ์ในเวลาพร้อมกัน โดยคนร้ายกลุ่มแรกได้อาศัยความมืดนำระเบิดจำนวน 2 ลูกที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก และประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก นำไปผูกแขวนไว้ที่บริเวณริมกำแพงรั้วหน้าที่ทำการ อบต.สุวารี แล้วใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดทั้ง 2 ลูก เพื่อต้องการให้กำแพงรั้วพังลงทั้งแถม แล้วกลุ่มคนร้ายจะวิ่งกรูเข้าไปบุกโจมตีทหารแบบประชิดตัว
แต่อนุภาพของระเบิดไม่รุนแรงดั่งที่คนร้ายตั้งใจไว้ คนร้ายจึงได้ตัดสินใจใช้ระเบิดขว้างใส่หลังคาที่ทำการ อบต.เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารที่อาศัยอยู่ในฐานปฏิบัติการณ์ทหารต่างวิ่งกรูเข้าหาที่กำบัง และใช้อาวุธปืนประจำกายกราดยิงใส่กลุ่มคนร้าย จนคนร้ายทั้งหมดต้องล่าถอยไป
ส่วนคนร้ายกลุ่มที่ 2 ได้ใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะโดยคนร้ายที่นั่งกระบะหลัง ได้ใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 ยิงถล่มใส่เข้าไปในฐานปฏิบัติการณ์ทหารสังกัด หมวดปืนเล็กที่ 3 ฉก.นราธิวาส 30 จำนวน 1 ลูก เพื่อเป็นการเบี่ยงเบนไม่ให้เจ้าหน้าที่ทหารส่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือ ทหารที่ถูกกลุ่มคนร้ายบุกโจมตีอยู่ภายในที่ทำการ อบต.สุวารี ส่วนคนร้ายชุดที่ 3 ได้ใช้เครื่องเลื่อยยนต์ตัดต้นยางพาราของชาวบ้านที่ปลูกไว้ในสวนริมถนน เพื่อให้ขวางถนนสกัดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุน แต่แผนที่กลุ่มคนร้ายวางไว้เกิดความผิดพลาด ทำให้กลุ่มคนร้ายทั้งหมดพากันหลบหนีไป
ด้าน พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ เปิดเผยว่า คนร้ายมีการนัดแนะวางแผนมาอย่างดี แต่เกิดความผิดพลาดทำให้เจ้าหน้าที่ทหารที่ตั้งฐานอยู่ในที่ทำการ อบต.สุวารี จำนวน 30 นาย รอดตายไปอย่างอย่างหวุดหวิด ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ บางส่วนเคยร่วมบุกโจมตีฐานปฏิบัติการทหารพระองค์ดำ ซึ่งตั้งอยู่ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตไป 4 นาย ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย และอาวุธปืนถูกคนร้ายปล้นไปจำนวนกว่า 50 กระบอกและเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง
www.manager.
โจรใต้เหิมหนักยิงเอ็ม 79 ถล่มฐานทหารเจ็บ 1 นาย
11 ธันวาคม 2554 16:15 น. Share8
ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืน M.79 ยิงถล่มฐานปฏิบัติการณ์ทหาร ร้อย ร.1311 ฉก.ปัตตานี 21 ที่ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-ยะลา เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
เมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ (11 ธ.ค.) พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานีได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายโจมตีฐานปฏิบัติการณ์ทหาร ร้อย ร.1311 ฉก.ปัตตานี 21 ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-ยะลา ม.2 บ้านบาซากะจิ ต.กระโด จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ไปถึงพบว่าที่เกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ทหารกำลังตรึงกำลังเข้มรอบๆ ฐานปฏิบัติ ตรวจสอบพบว่าจุดระเบิดอยู่บริเวณต้นไม้ด้านหน้าฐาน ทำให้สะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณและมีทหารบาดเจ็บ 1 นายถูกนำส่ง รพ.ยะรัง ทราบชื่อ ส.อ.เกตพล ขอนแก่น อายุ 30 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ศีรษะ แพทย์ได้ช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว
สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่กำลังทหารปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตามปกติ ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืน เอ็ม 79 ยิงใส่ฐานหมายสังหารหมู่เจ้าหน้าที่ แต่โชคดีที่กระสุนปืนได้กระทบกับต้นไม้ก่อนจึงระเบิดขึ้น ทำให้มีทหารบาดเจ็บ 1 นาย หลังเกิดเหตุ พ.ท.นิสิต สมานมิตร ผบ.ฉก.ปัตตานี 21 ได้ระดมกำลัง 3 ฝ่ายกระจายกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุในรัศมี 200 เมตร เพื่อตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัยเชื่อว่าคนร้ายน่าจะหลบซ่อนตัวในพื้นที่ โดยมีแนวร่วมให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เชื่อคนร้ายใช้จังหวะที่มีฝนตกหนักทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ทันระวังตัวหมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์
www.manager.
ปิดล้อมหมู่บ้านใน อ.รามัน ปะทะเดือดแกนนำอาร์เคเค ชรบ.เสียชีวิต 1 นาย
9 ธันวาคม 2554 11:21 น.
ยะลา - ปะทะเดือด หลังสนธิกำลัง 3 ฝ่ายปิดล้อมหมู่บ้าน ต.จะกว๊ะ อ.รามัน เพื่อบุกรวบตัว 3 แกนนำอาร์เคเค เป็นเหตุให้ ชรบ.เสียชีวิต 1 นาย ส่วนคนร้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บแต่หลบหนีไปได้
วันนี้ (9 ธ.ค.) เมื่อเวลา 06.30 น. พ.ต.ต.ประเทือง สุวรรณชาตรี สวป.สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา รับแจ้งเกิดเหตุเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเข้าปิดล้อมตรวจค้น ก่อนเกิดยิงปะทะกับคนร้าย เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เสียชีวิต โดยเหตุเกิดที่บ้านลีเซ็งใน หมู่ 5 ต.จะกว๊ะ จึงพร้อม พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา และ พ.ต.ท.ภูไชยวัฒน์ นทีรัตน์ สวญ. สนธิกำลังรุดไปสอบสวน
พบศพนายยะหยา ด๊ะมะ อายุ28 ปี เป็น ชรบ. สภาพศพตามร่างกายถูกกระสุนปืนอาร์ก้าของคนร้ายจนพรุน นอนตายจมกองเลือดอยู่บนพื้น และพบปลอกกระสุนปืนตกเกลื่อน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานจำนวน 30 ปลอก นอกจากนี้ยังพบรอยเลือดของคนร้ายซึ่งคาดว่าคนร้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 1 คน แต่สามารถหลบหนีไปได้
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ท.เฉลียว อนุสาร รอง สวป.สภ.จะกว๊ะ นำกำลังออกปฏิบัติหน้าที่ และได้รับแจ้งจากนายมะรอมิง ยะกูมอ กำนัน ต.จะกว๊ะ ว่ามีคนร้ายซึ่งเชื่อว่าเป็นนายมะรอดา มะซีละ แกนนำอาร์เคเคที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ นำพวกเข้ามาหลบซ่อนตัวที่บ้านญาติเพื่อวางแผนก่อเหตุร้าย ต่อมาจึงได้ขอกำลังสนับสนุนจาก พ.ท.อนุชา โนนคู่เขตโขง ผบ.ฉก.12 อ.รามัน พร้อมสั่งการให้ ร.ท.โกวิทย์ จันทร์สุข ผบ.ร้อย ร.15214 ฉก.ยะลา12 ร่วมเข้าปิดล้อมตรวจค้น
ปรากฏว่าเมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปถึง คนร้าย 3 คนได้ถืออาวุธปืนยาวครบมือวิ่งหลบหนีออกจากหลังบ้านเข้าไปในสวนยางพาราพร้อมใช้อาวุธปืนยิงเปิดทางหนี จนเกิดการปะทะกันขึ้นอย่างดุเดือดราว 10 นาที หลังเสียงปืนสงบลงคนร้ายสามารถหลบหนีไปได้โดยทิ้งรอยเลือดไว้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่มีนายยะหยา ดะมะ ชรบ.ถูกกระสุนปืนคนร้ายเสียชีวิตดังกล่าว
หลังเกิดเหตุ นายวิทยา พานิชพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้นายบุญไทย กาฬศิริ นายอำเภอรามัน จัดกำลัง อส.ชุดเคลื่อนที่เร็ว เข้าไปสนับสนุนกำลังทหาร ตำรวจ ในการติดตามไล่ล่าคนร้ายที่คาดว่าจะได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่งอย่างใกล้ชิด พร้อมกับกำชับให้ดูแลให้กำลังใจ พร้อมจัดสวัสดิการช่วยเหลือครอบครัวของ นายยะหยา ด๊ะมะ ชรบ.ที่เสียชีวิตอย่างดีที่สุดด้วย
www.manager.
โจรใต้ป่วนเผากล้องวงจรปิด 9 ตัวในยะหริ่ง
8 ธันวาคม 2554 11:55 น.
ปัตตานี - คนร้ายลอบเผากล้องวงจรปิดในพื้นที่อำเภอยะหริ่ง เสียหายอีก 9 ตัว เผยเป็นกล้องของโครงการกล้องวงจรปิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
วันนี้ (8 ธ.ค.) พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งบนเสาไฟฟ้า หลังถูกคนร้ายเผาทำลายจนได้รับความเสียหาย 9 ตัว ซึ่งเป็นกล้องของโครงการกล้องวงจรปิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เหตุเกิดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่ากล้องทุกตัวถูกเผาทำลายโดยการนำยางจักรยานยนต์มาพาดไว้ที่ตัวกล้องจากนั้นจึงจุดไฟเผา
โดยเฉพาะที่หน้าโรงเรียนชุมชนบ้านตาแกะและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตาแกะ อ.ยะหริ่ง คนร้ายได้ลอบเผากล้องวงจรปิด 4 ตัวซึ่งทั้งหมดเป็นของ อบต.ตาแกะ ที่ติดตั้งไว้บนเสาไฟฟ้าหน้าโรงเรียน เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาในการดูแลความปลอดภัยครูและประชาชนในพื้นที่ แต่ก็ถูกเผาเสียหาย เด็กนักเรียนต่างออกมาดูด้วยความเสียดาย
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการตอบโต้ของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมแกนนำมีหมายจับจนเป็นเหตุให้กลุ่มก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดธนาคาร ยิงตำรวจเสียชีวิต ก่อนจะเผาทำลายกล้องวงจรปิดเพื่อสร้างสถานการณ์
www.manager.
โจรใต้อุกอาจขว้างระเบิดใส่ฐานในโรงเรียน ทหารเจ็บ 1
7 ธันวาคม 2554 10:01 น.
ปัตตานี - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มายอ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ คนร้ายขว้างระเบิดแสวงเครื่องภายในโรงเรียนเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าปฏิบัติหน้าที่อยู่ ทำให้ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด 1 นาย และพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว
วันนี้ (7 ธ.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.อ.อดุลย์ ปีแนบาโง ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเหตุระเบิดภายในโรงเรียนบ้านลางสาด ม.1 ต.กระเสาะ เมื่อกลางดึกวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบพบหลุมระเบิดอยู่บริเวณฐานปฏิบัติการทหาร ร้อย ร.15312 ฉก.ปัตตานี 25 ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียนห่างกำแพง ประมาณ 5 เมตร สะเก็ดระเบิดถูก จ.ส.ต.สงคราม สีวาจา อายุ 34 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและลำตัว ขณะนี้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังทหารปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยโรงเรียน ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขว้างระเบิดแสวงเครื่องไม่ทราบชนิดใส่เจ้าหน้าที่ทหาร ขณะปฏิบัติหน้าที่ จนระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นและมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่รู้เส้นทางเข้าออกและหลบหนี
www.manager.
ยิง ตร.ปัตตานีดับหน้าร้านโรตี ตั้งประเด็นป่วนใต้-ดับหัวคะแนนการเมือง
7 ธันวาคม 2554 09:58 น.
ปัตตานี - คนร้ายก่อเหตุอุกอาจชักปืนยิงดาบตำรวจเสียชีวิตคาที่ ขณะที่กำลังลงไปซื้อโรตีให้ลูกรับประทานก่อนไปโรงเรียน ก่อนยิงปืนขึ้นฟ้าอีกนัด เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนสาเหตุว่ามาจากเหตุความไม่สงบ หรือเกี่ยวพันทางการเมือง เนื่องจากผู้ตายเป็นหัวคะแนนใหญ่ให้กับ ส.ส.ปัตตานี ซึ่งเป็นญาติอีกด้วย
วันนี้ (7 ธ.ค.) เมื่อเวลา 06.33 น.พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมือง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันบนถนนสาย 410 ปัตตานี-ยะลา บริเวณ ม.7 ต.ปูยุด อ.เมือง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย
ภายหลังเกิดเหตุได้นำกำลังตำรวจ ทหาร ปกครอง หน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพร้อมกันที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุพบจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีเขียว หมายเลขทะเบียน กรพ ปัตตานี 622 ของผู้ตายจอดอยู่และพบมีรอยเลือดกองอยู่บริเวณรถคันดังกล่าว
ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นญาติได้นำส่งโรงพยาบาลปัตตานีก่อนแล้ว ทราบชื่อคือ ด.ต.ต่วนฮามิ นิแฮ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 ต.ปูยุด ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานปราบปราม สภ.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ ต้นคอ และบริเวณลำตัว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวออกจากบ้านพัก เพื่อซื้อโรตีให้ลูกกินก่อนไปโรงเรียน ซึ่งจะออกมาซื้ออยู่เป็นประจำทุกวัน ในระหว่างที่กำลังจะจอดรถรถหน้าร้านโรตี KR roti ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะตามประกบหลัง แล้วใช้อาวุธปืนพกสั้นชนิดลูกโม่กระหน่ำยิงจำนวน 3 นัด แล้วยิงขึ้นฟ้าอีก 1 นัด ก่อนเร่งเครื่องหลบหนีไปตามถนนสาย 410 อย่างลอยนวล
ส่วนประเด็นสาเหตุ เจ้าหน้าที่คาดว่าการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ที่ได้ก่อเหตุมาแล้วอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ทิ้งประเด็นอื่น เช่น เรื่องการเมืองระดับชาติ เนื่องจากผู้ตายเป็นญาติสนิทของนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี เขตเลือกตั้งที่ 1 และที่ผ่านมาผู้ตายได้เป็นหัวคะแนนใหญ่ให้กับ ส.ส.อีกด้วย
www.manager.
ระเบิดตู้ ATM กลางเมืองปัตตานี 2 จุด ชาวบ้านเจ็บ 1
6 ธันวาคม 2554 11:01 น.
ปัตตานี - ระเบิดตู้ ATM กลางเมืองปัตตานี 2 จุดมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ตร.คาดเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
วันนี้ (6 ธ.ค.) เมื่อเวลา 06.45 น. พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมือง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดบริเวณตู้ ATM 2 จุดในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นเหตุให้ตู้ดังกล่าวได้รับความเสียหาย และมีประชาชนที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 1 ราย พลเมืองดีช่วยนำส่งโรงพยาบาลปัตตานีแล้ว ทราบชื่อคือ น.ส.อารีสา มูเมาะอารี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/2 ม.4 ต.บาราเฮาะ อ.เมือง พบมีบาดแผลบริเวณลำตัวด้านซ้าย
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปัตตานี ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบยังที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุดเพื่อตรวจสอบสอบหาชิ้นส่วนที่คนร้ายนำมาประกอบระเบิดว่าเป็นชนิดได้บ้าง
โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบริเวณตู้ ATM ธนาคารกรุงศรีอยุธยาขนาด 1 ตู้ อยู่ติดกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณ 4 แยกถนนพิพิธ จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อเวลา 06.33 น.ได้เกิดระเบิดขึ้นภายในตู้ ATM เป็นเหตุให้ตู้ได้รับความเสียหายกระจกหน้าจอแตกเป็นรอยร้าว กระจกตู้แตกกระจายเกลื่อนถนน และแรงระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นเหตุให้นางสาวอารีสา ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บในขณะขี่รถจักรยานยนต์ผ่านพอดี
ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนยะรัง จากการตรวจสอบพบว่า เป็นตู้ ATM ตั้งเรียงจำนวน 3 ตู้ ตั้งอยู่บริเวณธนาคารกรุงไทย พบมีตู้ ATM เสียหายจำนวน 1 ตู้ หน้าจอแตกกระจายทั่วบริเวณ และพบมีชิ้นส่วนของตู้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เบื้องต้นพบว่าคนร้ายมาด้วยกัน 2 คน เป็นชายและหญิง โดยคนร้ายได้วางระเบิดที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาก่อนที่จะไปวางที่ธนาคารกรุงไทย จากนั้นได้กดระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือเป็นเหตุให้เกิดระเบิดขั้นดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือกลุ่มนายมาหามะ จาจ้า และนายอดือนัน มะสะอิ แกนนำคนสำคัญก่อเหตุครั้งนี้เพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ
www.manager.
น้ำลดระเบิดผุด ยิงปลัด อบต.หญิงดับ ผู้ค้ายะลาโวย"เซฟตี้โซน" นายกฯลงใต้แค่หาดใหญ่
วันเสาร์ที่ 03 ธันวาคม 2011 เวลา 08:05 น. เขียนโดย สุเมธ ปานเพชร, อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ และทีมข่าวอิศรา หมวด ข่าวทั่วไป, ข่าว, เรื่องเด่น-ภาคใต้
ใต้เริ่มป่วนทันทีหลังน้ำลด ดักบึ้มทหารดับ 1 เจ็บ 1 ที่ธารโต ประกบยิงปลัด อบต.หญิงดับคารถที่บาเจาะ นักการเมืองท้องถิ่นตกเป็นเป้าความรุนแรงเพียบ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงตามรวบแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบระดับสั่งการ ด้านผู้ค้ายะลาปิดถนนประท้วงมาตรการ "เซฟตี้โซน" ส่วนนายกฯลงใต้แค่หาดใหญ่ ศาลสั่งสหกรณ์ครูยะลาคืนสิทธิ "มะยาเต็ง" ที่หายสาบสูญไปหลายปี
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงปลายเดือน พ.ย.ต่อต้นเดือน ธ.ค.2554 เริ่มมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ้างประปรายภายหลังอุทกภัยเริ่มคลี่คลาย โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค.เวลา 15.35 น.คนร้ายจำนวน 4 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด 11 มม.ประกบยิง น.ส.อรุณ บัวจุด อายุ 39 ปี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตคารถของ อบต.ขณะเดินทางกลับบ้านในพื้นที่ อ.บาเจาะ เหตุเกิดบนทางหลวงสาย 4168 บ้านกือดายือริง หมู่ 8 ต.ปะลุกาสาเมาะ
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้รุดไปตรวจสอบและสอบสวนจนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายอนูวา สาและ คนขับรถของ อบต.ได้ขับรถกระบะของ อบต.ปะลุกาสาเมาะ เพื่อไปส่ง น.ส.อรุณ กลับบ้าน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นบริเวณหน้าตลาดนัด มีประชาชนจอดรถจับจ่ายซื้อของเป็นจำนวนมาก ทำให้ นายอนูวาต้องชะลอรถ จังหวัดนั้นเองคนร้าย 4 คนได้ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันตามประกบ แล้วใช้อาวุธปืนพกขนาด 11 มม.ยิงใส่หลายนัด กระสุนถูก น.ส.อรุณ เสียชีวิตคาที่ ส่วนนายอนูวาวิ่งหนีลงจากรถ ทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ก็ไม่ตัดทิ้งการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ดักบึ้มทหารชุดลาดตระเวนที่ธารโตดับ 1 เจ็บ 1
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ธ.ค.เวลา 08.00 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดทหารชุดลาดตระเวนเดินเท้าเพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทางและดูแลความปลอดภัยครู สังกัดหน่วยเฉพาะกิจยะลา 16 เหตุเกิดบนถนนสายชนบทหน้ามัสยิดบ้านบัวทอง หมู่ 2 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา
ทั้งนี้ แรงระเบิดทำให้ พลทหารเกรียงไกร พรหมฝาย อายุ 22 ปี เสียชีวิต และพลทหารสยาม แซ่เล้า อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บ โดยระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง บรรจุในกล่องเหล็ก วางไว้บริเวณเสาหลักริมถนน จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่
ต่อมาวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค.ที่ศาลาบำเพ็ญกุศล วัดพุทธภูมิพระอารามหลวง ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา พล.ต.โชค เพิกโสภณ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน.) เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพพลทหารเกรียงไกร โดยมีข้าราชการทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง คณะครู และประชาชนเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมอบเงินเยียวยาเบื้องต้นให้กับครอบครัวจำนวน 5 แสนบาท ก่อนจัดพิธีส่งศพไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดของ พลทหารเกรียงไกร ที่ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน
ดักสังหารรองนายก อบต.ที่ยะรัง-สมาชิก อบต.ที่เจาะไอร้อง
วันพุธที่ 30 พ.ย.เวลา 22.00 น.คนร้ายจำนวน 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายมะกอเซ็ง อีปง อายุ 39 ปี รองนายก อบต.ปิตูมุดี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 43 บ้านบาซาเวาะเซ็ง หมู่ 2 ต.ปิตูมุดี ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตขณะพลเมืองดีช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้ามัสยิดบ้านบาซาเวาะเซ็ง หมู่ 2 ต.ปิตูมุดี ขณะนายมะกอเซ็งกำลังขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้ากลับบ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่น
วันอังคารที่ 29 พ.ย.เวลา 20.30 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายมะรีเพ็น เจ๊ะมุ อายุ 49 ปี สมาชิก อบต.บูกิต อยู่บ้านเลขที่ 40/1 บ้านเจาะเกราะ หมู่ 1 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส กระสุนเข้าจุดสำคัญทำให้นายมะรีเพ็นเสียชีวิต เหตุเกิดขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนภายในหมู่บ้านเจาะเกราะ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหารเช่นกัน
รวบแกนนำกลุ่มป่วนใต้ระดับสั่งการที่ยะรัง
ด้านปฏิบัติการของฝ่ายความมั่นคง เมื่อวันพุธที่ 30 พ.ย.หน่วยเฉพาะกิจตปัตตานี 21 จัดกำลังร่วม 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ และพลเรือน เข้าติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงและบุคคลเป้าหมาย โดยปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 58/4 บ้านกอตอรานอ บ้านย่อยบ้านโคกหญ้าคา หมู่ 1 ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
ผลการตรวจค้น สามารถควบคุมตัว นายมูฮำมัด จิใจ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/2 บ้านบาซากาจิ หมู่ 2 ต.กระโด อ.ยะรัง ซึ่งจากแฟ้มประวัติของฝ่ายความมั่นคงระบุว่าเป็นสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบระดับสั่งการ และทำหน้าที่เป็นครูฝึก ทั้งยังเป็นผู้ต้องสงสัยคดียิงผู้เจ้าหน้าที่ทหารชุดตรวจเลือกทหารที่ อ.ยะรัง เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2552 ด้วย โดยเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไปซักถามที่หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21
ผู้ค้ายะลาปิดถนนประท้วง"เซฟตี้โซน"
ด้านความคืบหน้าการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในย่านการค้า เขตเทศบาลนครยะลา หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดกว่า 30 จุดใน อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยฝ่ายความมั่นคงได้สร้าง "เขตปลอดภัย" หรือเซฟตี้ โซน (Safety Zone) บนถนนรวมมิตรซึ่งเป็นย่านการค้า ด้วยการจัดการจราจรแบบเดินรถทางเดียว (วันเวย์) และอนุญาตให้รถเข้าพื้นที่ได้เพียง 5 เส้นทาง มีทางออก 11 ช่องทาง และให้ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมทั้งกองกำลังภาคประชาชนกว่า 200 นาย คอยตรวจสอบรถทุกคันที่จะเข้า-ออกอย่างละเอียดนั้น
ล่าสุดมาตรการดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้ค้า ถึงขั้นออกมารวมตัวปิดถนนประท้วง โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค.บริเวณปากซอยสองพี่น้อง หน้าโชว์รูมรถยนต์มาสด้า ถนนรวมมิตร ได้มีพ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมกว่า 100 คน นำแผงเหล็กมากั้นถนนรวมมิตร และชูป้ายเขียนข้อความว่า "ไม่ได้สร้างปัญหา แต่ว่าเดือดร้อน ค้าขายไม่ได้" , "ขอบคุณสำหรับความปลอดภัย แต่ขอให้คิดถึงปากท้องด้วย" , "ซื้อไม่ได้ ขายไม่ออก" และ "เซฟตี้โซน คิดดีแต่ต้องมีทางเข้าและออกหลายทาง"
หลังจากนั้น นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และ นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าพูดคุยกับกลุ่มผู้ค้า พร้อมนัดให้ไปรวมตัวให้ข้อมูล และพูดคุยเพื่อปรับเปลี่ยนมาตรการที่ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา ทำให้กลุ่มผู้ประท้วงยอมเปิดถนนและสลายตัวไป
น.ส.หทัย บุญโชติ ตัวแทนกลุ่มผู้ค้า กล่าวว่า มาตรการที่ทำขึ้นส่งผลให้ผู้ประกอบการและประชาชนที่พักอาศัยบริเวณถนนรวมมิตรและซอยต่างๆ ในละแวกใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อนอย่างรุนแรง การจราจรไม่คล่องตัว การค้าขายก็ซบเซา กระทบกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ดี ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่พยายามวางมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย แต่อยากขอให้ปรับปรุงเพื่อความสะดวกในการสัญจรและให้การค้าขายราบรื่นขึ้น
"โกวิท"ไปรามัน-นายกฯลงใต้ครั้งแรกแค่หาดใหญ่
ด้านความเคลื่อนไหวของฝ่ายการเมือง วันศุกร์ที่ 2 ธ.ค. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ และปกครองในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงรอให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ก่อนบินกลับไปรับฟังบรรยายสรุปที่ ศชต.โดยเฉพาะการติดตามความคืบหน้าคดีสำคัญ
ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้เช่นกัน และเป็นการล่องใต้ครั้งแรกตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำประเทศ แต่ไปแค่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไม่ได้ไปถึงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้แต่อย่างใด
ทั้งนี้ ภารกิจของนายกฯที่ อ.หาดใหญ่ คือเป็นประธานเปิดงาน “5 ธันวาฯ รวมพลังคนไทย รวมหัวใจถวายพระพร” ที่ลานจัตุรัสนครหาดใหญ่ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ โดยมีข้าราชการ และประชาชนมารอต้อนรับกว่า 2,000 คน รวมทั้งชาวบ้านมุสลิมจากหมู่บ้านคนเสื้อแดงแห่งแรกของภาคใต้ ตั้งอยู่หมู่ 5 ต.คู อ.จะนะ จ.สงขลา และเครือข่ายคนเสื้อแดงของ จ.สงขลา มารอต้อนรับอย่างคึกคักด้วย
หลังจากนั้น นายกฯได้พบปะกับตัวแทนภาคธุรกิจและภาคเอกชนของ จ.สงขลา ที่โรงแรมซากุระแกรนด์วิว ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจเอกชน โดยข้อเรียกร้องของภาคเอกชนคือ
- ต้องการให้ขยายพื้นที่ด่านพรมแดนสะเดา (อ.สะเดา จ.สงขลา) ซึ่งเป็นด่านที่มีมูลค่าการส่งออกมากที่สุดในประเทศประมาณ 4.2 แสนล้านบาทต่อปี เพราะปัจจุบันคับแคบ ทำให้ล่าช้าทั้งการขนส่งสินค้าและการเข้า-ออกของนักท่องเที่ยว
- ขยายถนนกาญจนวนิช (หาดใหญ่-สงขลา) เป็นมอเตอร์เวย์
- เร่งสนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล เชื่อมระหว่างอ่าวไทยกับอันดามัน
- โครงการรางรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูงในภาคใต้
- โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ หรือเซาท์เทิร์นซีบอร์ด
- เปิดเส้นทางบินใหม่ พร้อมเร่งสานต่อโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย
ศาลสั่งสหกรณ์ครูยะลาจ่ายเงินครอบครัว "มะยาเต็ง"
มีรายงานจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งทำงานด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ศาลจังหวัดยะลาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.865/2554 ลงวันที่ 1 พ.ย.2554 ให้สหกรณ์ครูจังหวัดยะลารับ นายมะยาเต็ง มะรานอ กลับเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา และให้สหกรณ์ฯดำเนินการจ่ายเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืน รวมทั้งจ่ายเงินตามสิทธิในฐานะสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ผู้เสียชีวิต และจ่ายเงินเรือนหุ้นคืนให้กับครอบครัวนายมะยาเต็ง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายครอบครัวนายมะยาเต็งต้องชำระค่าหุ้นของนายมะยะเต็งเดือนละ 500 บาทตั่งแต่เดือน ก.ค.2550 ถึง ก.ย.2552 รวมเป็นเงิน 13,500 บาทด้วย ขณะที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลามีหน้าที่ชำระเงินคืนทั้งสิ้น 967,250 บาทให้แก่โจทก์ ซึ่งก็คือภรรยาและบุตร 2 คนของนายมะยาเต็ง
คดีนี้ นางซูมะอิเด๊าะ มะรานอ ภรรยา และบุตรของนายมะยาเต็งซึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับนานหลายปี ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา กรณีคณะอนุกรรมการติดตามหนี้สหกรณ์ครูยะลาได้มีมติ ครั้งที่ 11/2550 ลงวันที่ 12 พ.ย.2550 ให้นายมะยาเต็งออกจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ (หลังจากหายตัวไป) โดยอ้างว่านายมะยาเต็งในฐานะสมาชิกของสหกรณ์ยะลาผิดนัดชำระหนี้ และให้ยึดเอาทุนเรือนหุ้นบังคับชำระหนี้กู้ยืม แม้ว่าเมื่อวันที่ 8 ต.ค.2552 ศาลจังหวัดยะลาได้มีคำสั่งให้นายมะยาเต็งเป็นบุคคลสาบสูญตามกฎหมาย อันทำให้สิทธิและหน้าที่ความรับผิดชอบที่ผู้ตายจะต้องได้รับนับยังคงมีสมบูรณ์ แต่โจทก์ในฐานะทายาทตามกฎหมายกลับไม่ได้รับสิทธิในการรับเงินปันผลจากหุ้นและเงินเฉลี่ยคืนเมื่อนายมะยาเต็งเสียชีวิต (การเป็นบุคคลสาบสูญเท่ากับเสียชีวิตในทางกฎหมาย) รวมทั้งเงินจากกองทุนสงเคราะห์สมาชิกผู้เสียชีวิต รวมถึงสิทธิอื่นๆตามข้อบังคับหรือระเบียบของสหกรณ์ครูยะลา
อย่างไรก็ดี สหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลายังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาได้ภายใน 30 วัน
สำหรับนายมะยาเต็ง เป็นภารโรงโรงเรียนบ้านบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก ปิดล้อม ตรวจค้น และควบคุมตัวนายมะยาเต็งพร้อมรถยนต์ของเขาไปเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2550 จากนั้นนายมะยาเต็งก็ไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย
www.isranews.
4 โจรใต้ยิงปลัด อบต.หญิง ดับคารถ ก่อนหนีฉกปืน 1 กระบอก ที่นราธิวาส
2 ธันวาคม 2554 20:58 น
นราธิวาส - 4 คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ประกบยิงปลัด อบต.ปะลุกาสาเมาะ เสียชีวิตคารถ ขณะนั่งรถกลับบ้านพักในตัวอำเภอบาเจาะ ก่อนหลบหนีคนร้ายยังได้หยิบปืนพกของผู้ตายไปด้วยอีก 1 กระบอก
วันนี้ (2 ธ.ค.) เมื่อเวลา 15.40 น. ร.ต.ท.ปิยะพงษ์ รักษา ร้อยเวร สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตคารถยนต์กระบะ เหตุเกิดบริเวณหน้าตลาดนัดกือดายือริง ม.8 ต.ปะลุกาสาเมาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพศร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบชาวบ้านเป็นจำนวนมากยืนมุงดูรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนส์ทอง ทะเบียน บจ 7051 นราธิวาส โดยที่บริเวณประตูหน้าทั้ง 2 ด้าน มีตราโลโก้ของ อบต.ปะลุกาสาเมาะ ซึ่งอยู่ในสภาพกระจกหน้า และกระจกข้างตรงข้ามคนขับแตก โดยภายในห้องโดยสารตรงข้ามคนขับพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิง จำนวน 1 ราย นอนจมกองเลือดอยู่ และจากการตรวจสอบทราบชื่อ คือ น.ส.อรุณ บัวจุด อายุ 41 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ จ.พัทลุง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นปลัด อบต.ปะลุกาสาเมาะ
โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม. ที่บริเวณหน้าอก จำนวน 4 นัด โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนของคนร้ายตกอยู่ข้างรถ จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย นรา 01 ส่งโรงพยาบาลบาเจาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการสอบสวนนายอนุวา สาและ พนักงานขับรถ อบต.ปะลุกาสาเมาะ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถยนต์ของที่ทำการ อบต.เพื่อไปส่ง น.ส.อรุณ ซึ่งเป็นปลัด เพื่อกลับบ้านพักที่เช่าอยู่ในพื้นที่ อ.บาเจาะ โดยตนได้พาลูกสาววัย 3 ขวบ นั่งรถยนต์ไปด้วย เมื่อถึงบริเวณหน้าตลาดนัดจุดเกิดเหตุมีคนเดินซื้อของพลุพล่านเป็นจำนวนมาก ตนจึงได้ชะลอความเร็วรถ ทันใดนั้นมีคนร้าย จำนวน 4 คน ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน มาจอดขวางหน้า แล้วคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คัน ได้ลงจากรถพร้อมได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม. คนละกระบอก เดินถือปืนจ่อไปยิงใส่ น.ส.อรุณ ปลัด อบต.ที่นั่งโดยสารเบาะหน้าคู่กันมา จำนวน 4 นัดซ้อนจนเสียชีวิต
ตนตั้งสติได้จึงเปิดประตูรถวิ่งหลบหนี โดยทิ้งลูกสาววัย 3 ขวบ ที่นั่งอยู่ตอนหลังไว้ในรถ เมื่อ 1 ใน 2 ที่ทำหน้าที่เป็นมือปืนเห็นตน จึงได้วิ่งไล่ และใช้ปืนยิงใส่ตนจำนวนหลายนัด แต่โชคดีที่ไม่ถูกกระสุนปืนของคนร้ายแล้วคนร้ายก่อนที่จะหลบหนีได้แวะเปิดประตูรถยนต์หยิบกระเป๋าเป้สีดำของ น.ส.อรุณ ซึ่งภายในมีอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พาหลบหนีไปด้วย เมื่อคนร้ายหนีไปแล้วตนจึงได้วิ่งมาที่รถ พบลูกสาวนั่งร้องไห้อยู่ด้วยความตกใจ และเมื่อนำลูกสาวออกจากรถแล้วจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน
www.manager.
บึ้มทหารชุด รปภ.ครู ในอำเภอธารโต เสียชีวิต 1 เจ็บ 1
1 ธันวาคม 2554 10:39 น.
ยะลา - ซุกบึ้มริมถนนใกล้โรงเรียนบ้านบัวทอง อ.ธารโต ทหารชุด รปภ.ครู เคราะห์ร้ายเสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 1 ขณะลาดตระเวณรักษาความปลอดภัย
วันนี้ (1 ธ.ค.) เมื่อเวลา 08.01 น. พ.ต.อ.วิชัย แจ้งสกุล ผกก.สภ.ธารโต จ.ยะลา ได้รับแจ้งมีเหตุ คนร้ายระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารขณะปฏิบัติหน้าที่บนถนนภายในหมู่บ้าน บ้านบัวทอง หมู่ที่ 2 ต.บ้านแหร หลังได้รับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.มานพ สืบบุก สว.ป. พ.ท.ทศพล ผ่องศรีสุข ผบ.ฉก.16 นายสุรชัย วงศ์ศุภลักษณ์ นายอำเภอธารโต และกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุพบกำลังทหารชุดเขียวอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมรบจำนวนหนึ่ง ห่างกันบนริมถนนมีหลุมระเบิดขนาดกว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร มีคราบเลือดกองใหญ่ 1 กอง มีเศษเหล็กชิ้นส่วนของระเบิดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลธารโตจำนวน 2 นาย ทราบชื่อ พลทหารเกรียงไกร พรมสาย อายุ 22 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ข้อเท้าขวาเละ และลำตัวเป็นแผลฉกรรจ์ ทนบาดเจ็บไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล และพลทหารสยาม แซ่เล้า อายุ 22 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัว อาการไม่สาหัส โดยทั้ง 2 นายสังกัดหมวดทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจที่ 16
จากการสอบสวนทราบว่า กำลังทหารทั้งหมดจำนวน 8 นาย ซึ่งมี จ.ส.อ.ไพฑูรย์ คำแสน เป็น หัวหน้าชุด ออกจากฐานปฏิบัติการย่อยบ้านบัวทองเดินเท้าออกลาดตระเวนเส้นทางเพื่อรักษาความปลอดภัยครู เมื่อเดินถึงระหว่างมัสยิดบ้านบัวทองกับโรงเรียนบ้านบัวทอง ซึ่งห่างจากโรงเรียนประมาณ 1 กิโลเมตร พลทหารเกรียงไกร ผู้เสียชีวิต ซึ่งเดินนำหน้าได้เหยียบกับระเบิดที่คนร้ายแอบฝังไว้ริมทาง จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปถึงที่ว่าการอำเภอธารโต ซึ่งห่างกันกว่า 5 กม. จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และพลทหารสยาม ซึ่งเดินตามมาทิ้งระยะห่าง 10 เมตร ได้รับบาดเจ็บไปด้วย
จากตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า คนร้ายได้นำระเบิดชนิดเหยียบบรรจุกล่องเหล็กขนาด 10 x 12 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 5 กก. ฝังกลบดินอย่างมิดชิด ก่อนทหารซึ่งได้ลาดตระเวนเป็นประจำเพื่อดูแลความปลอดภัยครูเดินไปเหยียบจนเกิดระเบิดขึ้นดังกล่าว
www.manager.
ยิงรองนายก อบต.ปิตูมุดี ในปัตตานีเสียชีวิต
1 ธันวาคม 2554 10:38 น.
ปัตตานี - คนร้ายกระหน่ำยิงนายมะกอเซ็ง อีปง รองนายก อบต.ปิตูมุดี ในปัตตานี เสียชีวิตกลางดึกขณะขับ จยย.กลับบ้าน คนร้ายยังลอยนวล ตร.เร่งสอบว่าเป็นเหตุสร้างสถานการณ์หรือปมขัดแย้งส่วนตัว
วันนี้ (1 ธ.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันทร์ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี และพนักงานสืบสวนและสอบสวน สภ.ยะรัง ได้นำกำลังตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปัตตานี เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุยิงนายมะกอเซ็ง อีปง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 ม.3 ต.ปิตูมุดี ตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปิตูมุดี เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเก็บวัตถุพยานที่คาดว่ายังอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ไม่พบปลอกกระสุนปืนแต่อย่างใด โดยเหตุเกิดบริเวณทางเข้ามัสยิดบ้านบาซาเวาะเซ็ง ม.2 ต.ปิตูมุดี เป็นเหตุทำให้นายมะกอเซ็งได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในระหว่างการนำส่งโรงพยาบาลอำเภอยะรัง
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายมะกอเซ็งได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปทำธุระในตัวอำเภอยะรัง ระหว่างทางกลับบ้านเมื่อมาถึงบริเวณแยกทางเข้ามัสยิดดังกล่าวได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดกระหน่ำยิงจำนวนหลายนัด ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนประเด็นสาเหตุ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนและสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่หรือไม่ แต่ยังไม่ทิ้งประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว
www.manager.
โจรใต้รัว 6 นัด ดับ ส.อบต.เจาะไอร้อง
30 พฤศจิกายน 2554, 09:56 น.
คนร้ายขี่ จยย. ประกบยิง ส.อบต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง ตรวจสอบพบถูกกระสุน 11 มม. กระหน่ำยิงเข้าร่างกาย 6 นัด ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา จนท.ตั้งปมสร้างสถานการณ์ แต่ไม่ตัดประเด็นการเมืองท้องถิ่น
เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 30 พ.ย. 54 พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งว่ามีเหตุ คนถูกยิงได้รับบาดเจ็บบนถนนในหมู่บ้านเจาะเกราะ หมู่ 1 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบรถจยย.ล้มตะแคงอยู่ริมถนน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ และปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 11 มม.อีก จำนวน 6 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้บาดเจ็บมีพลเมืองดีนำตัวส่งรักษา รพ.เจาะไอร้อง ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ นายอารีเพ็ง เจ๊ะมุ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/1 ม.14 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็น ส.อบต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. เข้าที่บริเวณลำตัว 3 นัด ขาซ้าย 1 นัด และหน้าท้องอีก 2 นัด รวม 6 นัด อาการสาหัสแพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่รถ จยย.ออกจากบ้านพักตามลำพัง เพื่อเดินทางไปหาเพื่อนและทำธุระภายในหมู่บ้าน ระหว่างทางได้ถูกคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.เป็นพาหนะตามประกบไล่หลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้าย ได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 มม. ออกมายิงใส่ผู้ตาย จำนวน 6 นัดซ้อน จนรถเสียหลักล้มคว่ำลง แล้วคนร้ายได้รีบขี่รถ จยย.หลบหนีไป ส่วนสาเหตุในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานเป็นฝีมือก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แต่ก็ไม่ตัดทิ้งประเด็นการเมืองท้องถิ่น
www.thairath.
คนร้ายเชือดคอชาวบ้านดับ 1 ที่ยะลา
28 พฤศจิกายน 2554 10:55 น.
ยะลา - คนร้ายใช้ของมีคมฟัน แทง เชือดคอ ชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย ซึ่งเป็นผู้กว้างขวาง ซึ่งคนร้ายอาจเข้าใจว่าได้เป็นสายข่าวให้กับเจ้าหน้าที่
เมื่อเวลา 07.00 น.วันนี้ (28 พ.ย.) พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัธยาท ผกก.สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา ได้รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตภายในหมู่บ้านเจ๊าะแปลง หมู่ 4 ต.ลิดล อ.เมือง ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายบ้านต้นหยี-บ้านตะโละ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รองผกก.สภ.ลำใหม่
ที่เกิดเหตุพบศพนอนเสียชีวิตอยู่ริมถนนบ้านเจ๊าะแปลง หมู่ 4 ต.ลิดล คือ นายรุสฮัน ลือแม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 4 ต.ลำใหม่ ถูกของมีคมฟันที่หน้าผาก ศีรษะ และลำคอถูกเชือดนอนตายจมกองเลือด เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงและพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน ท 7566 ยะลา ล้มอยู่ใกล้ๆ ไม่พบหลักฐานอื่นใดเพิ่มเติม
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายรุสฮัน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวออกจากบ้านไปก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อยแล้วหายไป จนกระทั่งเช้ามีชาวบ้านไปพบว่าถูกฆ่าเสียชีวิตแล้วจึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า ขณะเกิดเหตุมีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ติดตามมาเรียกให้หยุดทำทีมีธุระพูดคุย เมื่อสบโอกาสจึงใช้ของมีคมฟันแทงและเชือดคอนายรุสฮันแล้วหลบหนีไป
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากนายรุสฮัน เป็นบุคคลกว้างขวางรู้จักเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย พวกคนร้ายเข้าใจว่าเป็นสายข่าวจึงติดตามฆ่าปิดปากดังกล่าว
www.manager.
ยิง M79 ใส่ฐานทหารหนองจิก 2 ลูก อส.ทพ.เจ็บ 1 นาย
23 พฤศจิกายน 2554 10:21 น.
ปัตตานี - คนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่ฐานปฏิบัติการร้อยทหารพราน 4302 หมู่ 3 บ้านน้ำดำ อ.หนองจิก 2 ลูก อาสาสมัครทหารพรานบาดเจ็บ 1 นาย ขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.คืนที่ผ่านมา (22 พ.ย.) พ.ต.อ.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงฐานปฏิบัติการร้อยทหารพราน 4302 สังกัดกรมทหารพรานที่ 43 ตั้งอยู่ ม.3 บ้านน้ำดำ ต.ปุโละปูโย จึงรีบนำกำลังเข้าไปสนับสนุนที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้รีบนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทราบชื่อ อส.ทพ.พิเชษฐ์ ทองใหญ่ ถูกแรงระเบิดได้รับบาดเจ็บบริเวณลำตัว แพทย์ได้ทำการรักษาพ้นขีดอันตรายแล้ว
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบความเสียหายจากอาวุธปืนเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 จำนวน 2 จุด โดยจุดแรกตกภายในฐาน และอีกจุดบริเวณนอกฐาน จนเกิดหลุมกว้าง 30 ซม.
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ภายในฐานปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ปรากฏว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 79 ยิงเข้าไปภายในฐานจำนวน 2 ลูก จนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น เจ้าหน้าที่ต้องหลบเข้าที่กำบังก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อป้องกันการโจมตีของคนร้าย
หลังเสียงปืนสงบจึงได้เข้าตรวจสอบ พบทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นายดังกล่าว ส่วนคนร้ายได้ใช้ความมืดหลบหนีไป เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบหมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์
www.manager.
อส.รามันเหยียบระเบิดร่างขาด 3 ท่อน เสียชีวิตคาสวนกล้วย
21 พฤศจิกายน 2554 15:06 น.
ยะลา - คนร้ายขุดหลุมพรางวางระเบิดหน้ากระท่อมในสวนกล้วย เป็นเหตุให้ นายยะโก๊ะ ยาโงะ อส.อ.รามัน เจ้าของสวนร่างฉีกขาด 3 ท่อนเสียชีวิตคาที่ ตร.คาดกลุ่มคนร้ายต้องการล้างแค้นที่ อส.รายนี้แจ้งเบาะแสแก่ทางการ
วันนี้ (21 พ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ร.ต.ท.สราวุธ เกษมสุข ร้อยเวร สภ.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณกระท่อม ริมถนนสายวังพญา-ท่าธง หมู่ที่ 3 บ้านตาลาแน ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา หลังรับแจ้งได้ประสานกับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย ร.ต.ท.สมบัติ สุวรรณไตย ร้อยเวรปราบปราม พ.ต.ท.จีระศักดิ์ วิกรัยเจริญยิ่ง สว.หน.สภ. พ.ต.ท.อำไพ ชุ่มช่วย รองผกก.ป.สภ.รามัน นายวีระยุทธ เหล็มเล๊าะ ปลัดหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.รามัน พร้อมแจ้งประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD-ARMY) ตำรวจภูธรจังวัดยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.12 อ.รามัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 จ.ยะลา และฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุอยู่ภายในสวนกล้วย ห่างจากถนนประมาณ 30 เมตร ริมถนนสายวังพญา-ท่าธง เจ้าหน้าที่พบศพ นายยะโก๊ะ ยาโงะ อายุ 55 ปี สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อ.รามัน อยู่บ้านเลขที่ 31/2 หมู่ที่ 7 ต.วังพญา สภาพร่างขาด 3 ท่อน ชิ้นส่วนกระจัดกระจาย และกระท่อมที่พักขนาดกว้างยาว 5x5 เมตร พังยับเยิน เจ้าหน้าที่จึงปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุแล้วประสานให้ชุดเก็บกู้วัตถุและทำลายวัตถุระเบิด (EOD-ARMY) ตำรวจภูธรจังวัดยะลาเข้าทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายอาจวางกับระเบิดดักไว้
ปรากฏว่า ไม่พบสิ่งอันตรายใดๆ จึงได้เข้าไปตรวจเก็บหลักฐานเป็นเศษชิ้นส่วนวงจรไฟฟ้า เศษกล่องเหล็ก เศษแบตเตอรี่ ขนาด 9 โวลต์ จำนวนหลายก้อนและรวบรวมสะเก็ดระเบิดไว้ได้จำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนเอ็ม 16 ของ นายยะโก๊ะ ยาโงะ สภาพแตกเสียหาย ส่วนปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ไม่พบแต่อย่างใด
จากการสอบสวน นางซีตีซาลีฮอ ยาโงะ ภรรยาผู้ตาย ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายยะโก๊ะ ยาโงะ ได้เดินทางออกจากบ้านพักพื้นที่ หมู่ที่ 7 ต.วังพญา เพื่อไปดูแลสวนกล้วยและสวนผลไม้ในที่เกิดเหตุตามปกติเหมือนเช่นทุกเช้า ขณะที่ นายยะโก๊ะ เดินไปถึงแคร่หน้ากระท่อมบังเอิญไปสะดุดกับระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก 5 กิโลกรัม ที่คนร้ายได้ฝังซุกซ่อนดักไว้ จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังอย่างสนั่นหวั่นไหว เป็นเหตุให้ร่างของนายยะโก๊ะ ฉีกขาด 3 ท่อน เสียชีวิตทันที
ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ได้แอบนำกับระเบิดมาฝังไว้ เพื่อทำการล้างแค้นที่นายยะโก๊ะ แจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไล่ล่าคนร้ายพวกก่อความไม่สงบเป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต หลังจากนั้น กลุ่มคนร้ายได้ติดตามล่าตัวนายยะโก๊ะ มาโดยตลอด จนกระทั่งทราบว่า นายยะโก๊ะ มาทำสวนกล้วยและสวนผลไม้ จึงได้จัดการนำกับระเบิดแสวงเครื่องมาวางดักให้นายยะโก๊ะ ไปเหยียบสะดุดจนเสียชีวิตดังกล่าว
สำหรับ นายยะโก๊ะ ยาโงะ เดิมเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7 ต.วังพญา และได้ออกจากตำแหน่ง จึงได้เข้าไปเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนได้ประมาณ 4 ปี จนกระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว และก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2551 คนร้าย 3-5 คนได้ขับขี่รถยนต์กระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธสงครามกราดยิงนายยะโก๊ะ จนเกิดการปะทะกันขึ้นที่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านอูเป๊าะ หมู่ที่ 7 ต.วังพญา มาแล้ว เป็นเหตุให้คนร้ายถูกยิงเสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งหลังก่อเหตุคนร้ายยังเผารถยนต์กระบะที่ใช้ในการก่อเหตุเพื่อทำลายหลักฐานทิ้ง ที่บริเวณหมู่ที่ 2 ต.กอตอตือระ อ.รามัน จ.ยะลา ด้วย
www.manager.
ปัตตานีบึ้มอีก! ทหารสาหัส 2 นาย
18 พฤศจิกายน 2554 11:53 น.
ปัตตานี - ฝังระเบิดใต้ถนนบึ้มทหารเจ็บสาหัส 2 นาย ที่บ้านโคกหญ้าคา อ.ยะรัง
วันนี้ (18 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานด่วนจาก จ.ปัตตานี ว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.45 น. เกิดแหตุระเบิดขึ้นที่ถนนชลประทาน หมู่ 6 บ้านโคกหญ้าคา ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ทหารบาดเจ็บ 2 นาย ทราบชื่อคือ สิบเอก กองสิน จานคำภา อายุ 49 ปี อาการสาหัส ขณะนี้แพทย์กำลังเร่งช่วยชีวิตด้วยการปั๊มหัวใจ และพลทหาร สงกรานต์ พรหมไตร อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นเดียวกัน
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะที่ทหารทั้ง 2 นายพร้อมเพื่อนทหารรวม 6 นาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน ลาดตระเวนเส้นทางรักษาความปลอดภัยอยู่นั้น เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุก็ได้เกิดระเบิดขึ้น คาดว่าคนร้ายลอบนำมาฝังไว้ใต้ถนนก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่
ส่วนความคืบหน้า “ASTV ผู้จัดการออนไลน์” จะรายงานให้ทราบต่อไป
www.manager.
ถึงคิวปัตตานีป่วน 9 จุด 5 อำเภอ!
วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน 2011 เวลา 09:21 น. เขียนโดย ทีมข่าวอิศรา และ อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ หมวด ข่าวทั่วไป, ข่าว, เรื่องเด่น-ภาคใต้
ใต้ระอุหลังผ่านเทศกาลรายอ คราวนี้ถึงคิวปัตตานี คนร้ายเปิดปฏิบัติการเมื่อคืนวันที่ 16 พ.ย. "บึ้ม-ยิง"ปูพรม 9 จุดใน 5 อำเภอ ส่วนใหญ่เป็นระเบิดวางในห้องน้ำสถานที่ราชการและที่ทำการไปรษณีย์ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ วันเดียวกันยังดักบึ้มตำรวจโคกโพธิ์เจ็บอีก 2 รัวกระสุนดับ 2 เจ้าหน้าที่ อบต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง ขณะที่ตากใบยังวุ่น วางกับระเบิดแบบเหยียบในที่นาชาวบ้าน ตูมสนั่นวัวรับเคราะห์
สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มร้อนแรงขึ้นตามลำดับหลังจากเงียบสงบมาประมาณ 1 สัปดาห์ โดยเมื่อคืนวันพุธที่ 16 พ.ย.2554 เวลาประมาณ 21.30 น. คนร้ายเปิดปฏิบัติการสร้างความปั่นป่วนในหลายพื้นที่ของ จ.ปัตตานี โดยใช้อาวุธปืนยิงและลอบวางระเบิดรวม 9 จุดพร้อมกัน กระจายในพื้นที่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย
1) อ.หนองจิก จำนวน 1 จุด
- คนร้ายจำนวน 2-3 คน ใช้อาวุธปืนอาก้าและเอ็ม 16 ลอบยิงจุดตรวจดอนรักของทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 ที่บ้านดอนรัก หมู่ 1 ต.ดอนรัก ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้ยิงตอบโต้ ทำให้คนร้ายล่าถอยไป ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกระสุนปืนอาก้าและเอ็ม 16 รวม 21 ปลอกตกอยู่ จึงเก็บรวบรวมส่งให้ตำรวจ สภ.หนองจิก ตรวจสอบเพื่อหาตัวคนร้าย
2) อ.เมืองปัตตานี จำนวน 2 จุด
- คนร้ายวางระเบิดในห้องน้ำชายภายในอาคารการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ถนนพิพิธ ต.อาเนาะรู ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา
- คนร้ายวางระเบิดในห้องน้ำชายของกองการศึกษา อาคารเทศบาลเมืองปัตตานี แรงระเบิดทำให้ฝาผนังและฝ้าเพดานได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
3) อ.ยะรัง จำนวน 2 จุด
- คนร้ายวางระเบิด 2 ลูกบริเวณที่ทำการไปรษณีย์อำเภอยะรัง แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
- คนร้ายวางระเบิดบริเวณเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ของบริษัททีโอที ในเขตเทศบาลตำบลยะรัง ทำให้เสาส่งสัญญาณได้รับความเสียหาย โทรศัพท์สามารถใช้การได้ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ตรวจสอบทั้ง 2 จุดพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาระเบิด
4) อ.ยะหริ่ง จำนวน 1 จุด
- คนร้ายลอบวางระเบิดในห้องน้ำของที่ทำการไปรษณีย์อำเภอยะหริ่ง ที่หมู่ 2 ต.ยามู ทำให้ห้องน้ำได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ตรวจสอบพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาเช่นกัน
5) อ.ปะนาเระ จำนวน 3 จุด
- ภายในห้องส่งพัสดุของที่ทำการไปรษณีย์อำเภอปะนาเระ ทำให้เกิดเพลิงไหม้จนอาคารได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
- บริเวณหลังที่ว่าการอำเภอปะนาเระ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
- บริเวณข้างอาคารที่พักกองร้อยอาสารักษาดินแดน (อส.) อ.ปะนาเระ ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ตรวจสอบทั้ง 3 จุดคนร้ายใช้ระเบิดชนิดแสวงเครื่องที่จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาระเบิด
เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะวางแผนไว้ล่วงหน้า และก่อเหตุลักษณะต่างๆ พร้อมกันในเวลาประมาณ 21.30 น.โดยเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ เป้าหมายเพื่อลดทอนความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง หรือดักทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคารที่ 25 ต.ค.ซึ่งเป็นวันครบรอบ 7 ปีเหตุการณ์ตากใบ คนร้ายได้ก่อเหตุระเบิดป่วนเมืองมากกว่า 30 จุดในเขต อ.เมือง จ.ยะลา หลังจากนั้น 5 วันคือในวันอาทิตย์ที่ 30 ต.ค.คนร้ายลอบวางระเบิดในย่านชุมชนและร้านสะดวกซื้อรวม 10 จุดในท้องที่ 5 อำเภอใน จ.นราธิวาส
รัวกระสุนดับ 2 เจ้าหน้าที่ อบต.น้ำดำ
ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 12.00 น.วันพุธที่ 16 พ.ย.คนร้ายจำนวน 4 คนแต่งกายคล้ายผู้หญิง มีรถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนอาก้า เอ็ม 16 และปืนพกขนาด 9 มม.ประกบยิงเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี จนเสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบริเวณหน้าที่ทำการ อบต.น้ำดำ บ้านบือแนยามู หมู่ 4 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง ขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งรถกระบะเข้า อบต.
สำหรับผู้เสียชีวิตคือ นายศักดา แก้วศรี อายุ 38 ปี ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายโยธา อบต.น้ำดำ อยู่บ้านเลขที่ 7 บ้านคูตีน หมู่ 2 ต.น้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา กับ น.ส.เพ็ญศรี พงศ์รัตน์ อายุ 35 ปี ตำแหน่งหัวหน้าส่วนการคลัง อบต.น้ำดำ อยู่บ้านเลขที่ 40 บ้านตาเอียด หมู่ 5 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหารที่แน่ชัด แต่ให้นำหนักไปที่เรื่องส่วนตัวหรือการขัดผลประโยชน์ภายใน อบต.
ดักบึ้มตำรวจโคกโพธิ์เจ็บ 2 นาย
เวลา 13.00 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดชนิดแสวงเครื่องดักทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี จำนวน 2 นาย ขณะปฏิบัติหน้าที่โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะเพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทางให้กับข้าราชการ จ.ปัตตานี ที่ไปประชุม ณ ที่ว่าอำเภอโคกโพธิ์ แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 409 ใกล้กับศาลาที่พักริมทาง ปากทางเข้าวัดมะกรูด ท้องที่หมู่ 6 ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์
รายชื่อผู้บาดเจ็บคือ ด.ต.สมบัติ วิริยะกุล อายุ 49 ปี และ ด.ต.ประสิทธิ์ สมบูรณ์ อายุ 50 ปี ทั้งคู่เป็นเป็นผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม (ผบ.หมู่ ป.) สภ.โคกโพธิ์ โดยได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
ยิงชาวบ้านเจ็บ 1 ดับ 1 ที่ "ปาดี-โก-ลก"
ส่วนที่ จ.นราธิวาส เวลา 09.50 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายมะรอเด็ง อาแว อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/1 บ้านไอจือเราะ หมู่ 5 ต.มาโมง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ทำให้นายมะรอเด็งได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขณะนายมะรอเด็งกำลังพักผ่อนอยู่ภายในบ้านของญาติ เลขที่ 47/25 บ้านซารายอ หมู่ 1 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเหตุขัดแย้งส่วนตัว เนื่องจากคนร้ายเรียกนายมะรอเด็งไปพูดคุยกันที่หน้าบ้านก่อนจะใช้อาวุธปืนจ่อยิง
เวลา 10.15 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถกระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายนิฮามะ อูเซ็ง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 229 บ้านบาโงฮูมอ หมู่ 5 ต.กาวะ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี เหตุเกิดขณะนายนิฮามะกำลังซ่อมเครื่องตัดหญ้าอยู่ภายในบ้านซึ่งเปิดเป็นร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร
ส่วนที่ อ.เมือง จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุจากคนงานขุดลอกแม่น้ำปัตตานีว่าพบระเบิดลูกเกลี้ยงบริเวณริมแม่น้ำ จึงรีบนำกำลังเข้าไปตรวจสอบและเก็บกู้เอาไว้ได้อย่างปลอดภัย โดยระเบิดดังกล่าวเป็นชนิดเอ็ม 33 สภาพเก่า พันเทปกาวสีดำเอาไว้ คาดว่าเป็นระเบิดที่คนร้ายนำไปทิ้งน้ำ หรือไม่ก็นำไปวางข่มขู่คนงานของบริษัทชินวรยะลาที่รับงานขุดลอกแม่น้ำจากทางราชการ
เสธ.ทบ.ลงพื้นที่ประชุมร่วมหน่วยเฉพาะกิจ
วันอังคารที่ 15 พ.ย. พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ พร้อมรับฟังสรุปข้อมูลภาพรวมของสถานการณ์ โดยได้ประชุมร่วมกับแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจต่างๆ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ที่อาคารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
ค่ำวันเดียวกัน ขณะที่ทหารพรานกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนทางหลวงสาย 4061 หน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.ควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้เรียกตรวจรถกระบะสีเขียว หมายเลขทะเบียน 9695 ปัตตานี พบยาแก้ไอจำนวน 196 ขวด ซึ่งสามารถนำไปจำหน่ายเป็นสารเสพติดได้ จึงควบคุมตัว นายนาเบล อาแว อายุ 29 ปี คนขับรถ อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 5 ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา พร้องของกลางส่งให้ สภ.ปะนาเระ ดำเนินการต่อไป
ฝังกับระเบิดในที่นาชาวบ้านที่ตากใบ-วัวเจ็บ
วันจันทร์ที่ 14 พ.ย.เวลา 07.45 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายรุสลี หะยีเลาะ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/1 บ้านบลูกาฮูลู หมู่ 4 ต.บาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตคาที่ขณะกำลังกรีดยางอยู่ในสวนยางพาราในท้องที่ ต.บาตง อ.รือเสาะ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่เรื่องส่วนตัว
ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) ได้เข้าไปตรวจสอบเหตุระเบิดบริเวณทางเข้าทุ่งนา ท้องที่บ้านใหญ่ หมู่ 3 ต.พร่อน อ.ตากใบ ซึ่งเป็นที่ดินของ นายธรรม จ้อนเจิม อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 136 หมู่ 3 ต.พร่อน ทำให้วัวได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขณะนายธรรกำลังต้อนวัวกลับเข้าคอก เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 13 พ.ย. แต่เจ้าหน้าที่เกรงจะมีเหตุซ้ำซ้อนขึ้น จึงนำกำลังไปตรวจสอบในวันที่ 14 พบระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นกับระเบิดแบบเหยียบ และยังพบระเบิดลักษณะเดียวกันฝังดักอยู่อีก 1 ลูก ห่างจากลูกแรกที่ระเบิดไปแล้วเพียง 1 เมตร จึงเก็บกู้เอาไว้ได้สำเร็จ
ผู้ว่าฯยะลาจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียหายบึ้มป่วนเมืองอีก 88 ราย
วันจันทร์ที่ 14 พ.ย.เช่นกัน ที่ห้องประชุมหลักเมือง ชั้น 2 อาคารศาลากลางจังหวัดยะลา (หลังเก่า) อ.เมือง จ.ยะลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทางด้านชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา โดยเฉพาะเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดป่วนเมืองกว่า 30 จุด เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บหลายสิบคน และมีทรัพย์สินได้รับความเสียหายจำนวนมาก
โดยการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 โดยมอบให้กับผู้ได้รับผลกระทบด้านร่างกายและทรัพย์สินเสียหายจำนวน 88 ราย จำนวน 5,243,189 บาท
ดักบึ้มทหารชุดลาดตระเวนที่รือเสาะเจ็บ 2
วันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย.เวลา 20.15 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดทหารชุดลาดตระเวนเส้นทางและรักษาความปลอดภัยฐานปฏิบัติการ กองร้อยทหารราบที่ 15324 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 กำลังพล 8 นาย แรงระเบิดทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ พลทหารอรรถพล ทองเอื้อ อายุ 23 ปี ชาว อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และ พลทหารอุดมพร เมืองสง อายุ 22 ปี ชาว อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เหตุเกิดบริเวณป้อม ชรบ. (ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) หน้ามัสยิดดารุลอาดีดี บ้านบลูกาฮูลู หมู่ 4 ต.บาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยขณะเกิดเหตุไม่มี ชรบ.ปฏิบัติหน้าที่อยู่ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
www.isranews.
ปัตตานียังมีระเบิดต่อเนื่องอีก 2 ลูก โชคดีไร้เจ็บ
17 พฤศจิกายน 2554 14:02 น.
ปัตตานี - เกิดระเบิดต่อเนื่องอีก 2 จุด หน้าที่ว่าการอำเภอมายอ และสำนักงานไปรษณีย์สาขาปาลัส อ.ปะนาเระ โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ ด้าน ตร.คาดคนร้ายตั้งเวลาเพื่อให้ระเบิดพร้อมกันกับระเบิด 5 จุดใน จ.ปัตตานี เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่วงจรขัดข้อง
วันนี้ (17 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปัตตานี ว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีก 2 จุด โดยจุดแรก เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.อดุลย์ ปีแนบาโง ผกก.สภ.มายอ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุระเบิดหน้าที่ว่าการอำเภอมายอ จ.ปัตตานี จึงได้ประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ พบว่ากระถางต้นไม้ที่ทำจากท่อปูน ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าของที่ว่าการอำเภอถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายจำนวน 3 ใบ และพบชิ้นส่วนรวมทั้งสะเก็ดระเบิดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไปพิสูจน์หลักฐาน ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ อส.กำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยภายในที่ว่าการอำเภออยู่นั้น ปรากฏว่าได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ทำให้เจ้าหน้าที่และประชาชนต่างตกใจและหมอบลงกับพื้นเพื่อความปลอดภัย โดยระเบิดดังกล่าวเป็นชนิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก 2 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยนาฬิกา ซึ่งคาดว่ากลุ่มคนร้ายได้ลอบนำระเบิดดังกล่าวมาวางไว้ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา และตั้งเวลาเพื่อหมายสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์
ต่อมาเกิดเหตุระเบิดขึ้นอีกจุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะนาเระ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์สาขาปาลัส อ.ปะนาเระ ว่าพบกล่องไปรษณีย์ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้จำนวนมาก จึงจัดกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบ พบว่ากล่องไปรษณีย์ซึ่งวางอยู่บนรถเข็น ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยจากการตรวจสอบพบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยนาฬิกา บรรจุอยู่ในกล่องพัสดุไปรษณีย์ที่ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้พิสูจน์หลักฐานต่อไป
จากการสวบสวนทราบว่า พัสดุดังกล่าวมีผู้นำมาฝากไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายของเมื่อวาน เจ้าหน้าที่จึงนำไปไว้บนรถเข็นเพื่อนำจ่ายปลายทางต่อไป ทั้งนี้ ตำรวจคาดว่าคนร้ายได้ตั้งเวลาระเบิดไว้พร้อมกันกับเวลาระเบิดใน 5 อำเภอหลายจุดเมื่อคืนนี้ แต่ระเบิดทำงานไม่เต็มที่เลยทำให้เกิดเพลิงไหม้เท่านั้น
www.manager.
คนร้ายวางบึ้มหวังสังหารทหารขณะลาดตระเวน สาหัส 2 นายที่รือเสาะ
14 พฤศจิกายน 2554 10:48 น.
นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารขณะเดินลาดตระเวนเส้นทางบนถนนบ้านบาตง อ.รือเสาะ แรงระเบิดส่งผลให้พลทหารได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย
เมื่อเวลา 21.00 น.คืนที่ผ่านมา (13 พ.ย.) ร.ต.ท.อุกฤษฎ์ สังฆมณี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนเส้นทาง สังกัดร้อย ร.15324 ฉก.นราธิวาส 30 บนถนนในหมู่บ้านบาตง ม.3 ต.บาตง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบบริเวณต้นโคนต้นไม้ใหญ่ริมถนนมีหลุมลึก 2 ฟุต กว้าง 2 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลรือเสาะไปก่อนหน้าแล้ว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล คือ 1.พลทหาร อรรถพล ทองเอื้อ อายุ 22 ปี มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแก้มขวา และนิ้วมือขวา ถูกสะเก็ดระเบิดจนฉีกขาดจำนวน 3 นิ้ว 2.พลทหาร อุดมภรณ์ เมืองสงค์ อายุ 22 ปี มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแผ่นหลังและขาขวา ทั้งคู่อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษายังโรงพยาบาลศูนย์ จ.ยะลา
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ รวม 12 นาย เดินเท้าออกจากฐาน เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยบนถนนในพื้นที่รับผิดชอบ ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นขณะที่พลทหารอรรถพล และพลทหารอุดมภรณ์ เดินผ่านจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน
www.manager.
ฉก.ยะลาที่ 11 ตรวจเข้ม หลังคนร้ายเตรียมก่อเหตุลอบวางระเบิด
13 พฤศจิกายน 2554
ยะลา - หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 ตั้งจุดตรวจลอย ตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัย และดูแลรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนในเขตเทศบาลนครยะลา หลังการข่าวแจ้งเตือน จยย.บอมบ์ คาร์บอมบ์ จะเข้าเมืองมาเพื่อก่อเหตุ
วันนี้ (13 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ท.ธนุตม์ พิศาลสิทธิวัฒน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ที่ 11 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว มีกำลังทหารจำนวน 15 นาย ใช้รถหุ้มเกราะวีว่า ของทหาร ออกลาดตระเวนดูแลรักษาความปลอดภัยในเขตเทศบาลนครยะลา และตั้งจุดตรวจลอย ตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัย บุคคลเป้าหมาย โดยมีการตรวจสอบข้อมูลประวัติตัวบุคคล ตามหมายเลข 13 หลัก ตามแนวทางรักษาความปลอดภัยในเขตเทศบาลนครยะลา
ตามแผนป้องกันเมืองเพื่อนำไปสู่มาตรการป้องกัน และปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบในเขตพื้นที่ อันเนื่องจากเหตุระเบิดภายในเขตเทศบาลนครยะลา กว่า 30 แห่ง เมื่อคืนวันที่ 25 ต.ค.54 ที่ผ่านมา และล่าสุด หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ให้มีการเฝ้าระวังการก่อเหตุร้ายครั้งใหม่ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ภายในบริเวณเขตชุมชนย่านการค้า ย่านที่อยู่อาศัยของชาวไทยพุทธ ในเขตเทศบาลนครยะลา และในเขต ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา
ทั้งนี้ มีกระแสข่าวออกมาว่า แกนนำกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ได้เตรียมการก่อเหตุ โดยให้แนวร่วมนำรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน สีน้ำเงิน ไม่ทราบรุ่น และ หมายเลขทะเบียน ซุกระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20 กิโลกรัม (คาร์บอมบ์) และรถจักรยานยนต์บอมบ์ จำนวน 6 คัน เตรียมเคลื่อนย้ายนำเข้ามาก่อเหตุร้าย ย่านชุดชน ภายในเขตเทศบาลนครยะลา โดยมีเป้าหมายบริเวณที่เป็นแหล่งการค้าของชาวไทยพุทธ ย่านถนนรวมมิตร ตามสถานบันเทิง โรงแรม
หน่วยเฉพาะกิจยะลา ที่ 11 จึงได้มีการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อคอยอำนวยความสะดวก และคอยดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนอย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนในพื้นที่ให้กลับมาอีกครั้ง
www.manager.
สำรวจงบดับไฟใต้ปี 55 กอ.รมน.ชง 6.1 พันล้าน ศอ.บต.ลุ้น 1.4 พันล้าน งบความมั่นคงส่อลด
วันพุธที่ 09 พฤศจิกายน 2011 เวลา 08:35 น.
สัปดาห์นี้จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ที่ตั้งเอาไว้ 2.38 ล้านล้านบาท (2,380,000,000,000 บาท) น่าสนใจว่า "งบดับไฟใต้" ในปีนี้มีจำนวนเท่าไร โดยเฉพาะเป็นปีที่รัฐบาลกำลังจัดทำโครงสร้างองค์การบริหารใหม่ ขณะที่องค์กรดับไฟใต้เดิมอย่าง ศอ.บต.ก็มีกฎหมายรองรับให้เสนองบประมาณของตนเองได้เป็นปีแรก
พลิกดูเอกสารงบประมาณพบว่า "งบดับไฟใต้" ส่วนใหญ่อยู่ในแผนงานที่ชื่อว่า "แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้" กระจายกันอยู่หลายหน่วยงาน ทั้งหน่วยราชการที่ทำหน้าที่พัฒนา และหน่วยงานด้านความมั่นคง
"ศูนย์ข่าวอิศรา" สำรวจตัวเลขงบประมาณดับไฟใต้ของหน่วยงานสำคัญๆ ที่ตั้งเอาไว้ในระดับที่มีนัยสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ดังนี้
- กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ตั้งงบรวมเอาไว้ที่ 6,747 ล้านบาท แยกเป็นงบดับไฟใต้ 6,100 ล้านบาท
- ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งเพิ่งมีพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 ออกมารองรับ และได้เสนองบประมาณเองเป็นปีแรก ตั้งงบไว้ที่ 1,422 ล้านบาท
- กองทัพบก ตั้งงบรวมเอาไว้ 81,716 ล้านบาท เป็นงบดับไฟใต้ 1,502 ล้านบาท ขณะที่กองทัพเรือ 690 ล้านบาท กองทัพอากาศ 204 ล้านบาท และกองบัญชาการกองทัพไทย 50 ล้านบาท
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งงบรวมเอาไว้ 78,000 ล้านบาทเศษ เป็นงบดับไฟใต้ 1,521 ล้านบาท
- กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตั้งงบดับไฟใต้เอาไว้ที่ 2,085 ล้านบาท ขณะที่กรมโยธาธิการและผังเมือง มีงบแผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 238 ล้านบาท
- กระทรวงศึกษาธิการ มีการตั้งงบไว้หลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวง 163 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 749 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 186 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 113 ล้านบาท
- กระทรวงสาธารณสุข ตั้งงบเอาไว้ที่สำนักงานปลัดกระทรวง 413 ล้านบาท
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตั้งงบแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เอาไว้ 122 ล้านบาท มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ 23 ล้านบาท มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 18 ล้านบาท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 22 ล้านบาท
นอกจากนั้น ยังมีกระทรวง ทบวง กรมที่เป็นกระทรวงเศรษฐกิจและสังคมตั้งงบที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้เอาไว้อีกจำนวนมาก ทว่าแต่ละรายการมียอดงบประมาณไม่มากนัก เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แบ่งเป็นกรมการข้าว 11 ล้านบาท กรมประมง 45 ล้านบาท กรมปศุสัตว์ 61 ล้านบาท กรมพัฒนาที่ดิน 113 ล้านบาท กรมวิชาการเกษตร 34 ล้านบาท กรมส่งเสริมการเกษตร 25 ล้านบาท กรมส่งเสริมสหกรณ์ 25 ล้านบาท กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวง 25 ล้านบาท
กระทรวงยุติธรรม ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวง 46 ล้านบาท กระทรวงวัฒนธรรม ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวง 80 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) 14 ล้านบาท และยังมีงบพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดอีกจำนวนหนึ่ง โดยตัวเลขงบประมาณทั้งหมดนี้ไม่รวมงบเยียวยา
ยอดรวม 1.6 หมื่นล้าน-งบความมั่นคงส่อลด
ตัวเลขงบประมาณที่สรุปมา เป็นงบเบื้องต้นที่ทางกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานต่างๆ เสนอขอเอาไว้ และผ่านการพิจารณาของสำนักงบประมาณในลำดับแรก ซึ่ง "ศูนย์ข่าวอิศรา" สรุปมาแบบตัวเลขกลมๆ ไม่ลงรายละเอียดมากนัก และยอดงบประมาณของแต่ละหน่วยงานยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้เมื่อผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ทั้งของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
อย่างไรก็ดี จากการพิจารณาทิศทางของงบประมาณในเบื้องต้นนี้ พบว่ายอดงบรวมในแผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ที่ราว 16,000 ล้านบาทเศษ เป็นงบของ กอ.รมน.รวมกับ ศอ.บต.ในฐานะหน่วยงานหลักในภารกิจดับไฟใต้ 7,522 ล้านบาท (กอ.รมน. 6,100 ล้าน ศอ.บต.1,422 ล้านบาท) และงบกองทัพบก (หน่วยงานหลักใน กอ.รมน.) 1,502 ล้านบาท
จากตัวเลขงบประมาณที่มองเห็นในเบื้องต้น พอสรุปได้ว่าการตั้งงบประมาณด้านความมั่นคงในปีงบประมาณ 2555 มีทิศทางลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว กล่าวคืองบ กอ.รมน. (รวม ศอ.บต.) ตั้งงบประมาณปี 2554 ไว้ที่ 8,019 ล้านบาทเศษ (ได้รับจริง 7,542 ล้านบาท) แต่ปีนี้ลดลงเหลือ 7,522 ล้านบาท ขณะที่งบของกองทัพบกในภารกิจดับไฟใต้ก็ตั้งไว้ลดลงจาก 2,274 ล้านบาทในปีที่แล้ว เหลือ 1,502 ล้านบาทในปีนี้
กระนั้นก็ตาม ทั้งยอดรวมของงบแผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และงบดับไฟใต้ที่แยกรายหน่วยงาน ยังคงต้องติดตามตรวจสอบต่อไป เนื่องจากอาจมีงบที่ซ่อนอยู่ในรายการอื่นๆ เช่น งบสำหรับการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ซึ่งอาจเกี่ยวเนื่องกับภารกิจแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ซึ่ง "ศูนย์ข่าวอิศรา" จะติดตามมานำเสนอเป็นระยะๆ ต่อไป
ย้อนดูงบดับไฟใต้ 8 ปีงบประมาณ
อนึ่ง งบประมาณดับไฟใต้ที่ผ่านมาแยกแยะเป็นรายปีได้ดังนี้
ปี 2547 จำนวน 13,450 ล้านบาท
ปี 2548 จำนวน 13,674 ล้านบาท
ปี 2549 จำนวน 14,207 ล้านบาท
ปี 2550 จำนวน 17,526 ล้านบาท
ปี 2551 จำนวน 22,988 ล้านบาท
ปี 2552 จำนวน 27,547 ล้านบาท
ปี 2553 จำนวน 16,507 ล้านบาท
ปี 2554 จำนวน 19,102 ล้านบาท
รวม 8 ปีงบประมาณ รัฐบาลทุ่มเม็ดเงินลงไปสำหรับภารกิจดับไฟใต้แล้วทั้งสิ้น 145,001 ล้านบาท หรือตัวเลขกลมๆ 1.45 แสนล้านบาท
www.isranews.
ซุ่มยิง ตร.ขณะปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย โชคดีไร้เจ็บ
4 พฤศจิกายน 2554 16:57 น.
ยะลา - คนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยคดีความมั่นคง ใน ต.ลำใหม่ ก่อนเกิดการปะทะกันราว 5 นาที ทั้งนี้หลังเสียงปืนสงบไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายอาศัยความชำนาญทางหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว
วันนี้ (4 พ.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รองผกก.ป.สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา รับแจ้งจากทางวิทยุสื่อสารว่ามีกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืน ซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา (ศปก.ตร.สน.) ขณะเข้าทำการตรวจค้นในพื้นที่และบ้านเป้าหมาย เพื่อค้นหาบุคคลเป้าหมายในคดีความมั่นคง บริเวณด้านหลังมัสยิด บ้านปีซัด หมู่ที่ 1 ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา หลังได้รับแจ้ง จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัทยาท ผกก. จ.ส.อ.อดิศักดิ์ ทับเที่ยง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เมือง จ.ยะลา กำลังเจ้าหน้าที่ ทหาร ฉก.11 อ.เมือง จ.ยะลา ตำรวจ และฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง
จุดที่เกิดเหตุดังกล่าวเป็นบริเวณทางด้านหลังมัสยิดบ้านปีซัด ตรงต้นไม้รกทึบ พบเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา (ศปก.ตร.สน.) อยู่ในท่าทีเตรียมพร้อม สอบสวนทราบว่า ขณะที่ พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ (ศปก.ตร.สน.) และเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.11 อ.เมือง จ.ยะลา จำนวน 30 นาย ได้เข้าทำการปิดล้อมพื้นที่ และบ้านเป้าหมายเพื่อค้นหาบุคคลต้องสงสัย หลังการข่าวแจ้งว่ามีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ กลุ่มของนายอิบรอฮิม เซ็งโซ๊ะ ผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงเข้าหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
โดยขณะทำการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ มีกลุ่มคนร้ายประมาณ 2-4 คน โดย 1 ใน 4 สวมผ้าโสร่ง ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหลายนัด จึงเกิดการปะทะกันประมาณ 5 นาที หลังเสียงปืนสงบไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายได้อาศัยความชำนาญหลบหนีไปทางบ้านตาสาอย่างรวดเร็ว
www.manager.
ยิง M79 ถล่มจุดตรวจ 2 ลูกแต่พลาดเป้าถูกชาวบ้านเจ็บสาหัส
3 พฤศจิกายน 2554 22:25 น.
ปัตตานี - ยิง M 79 จำนวน 2 ลูกใส่จุดตรวจยุทธศาสตร์จันทรัตน์ อ.ปะนาเระ แต่พลาดเป้า ถูกชาวบ้านบาดเจ็บสาหัส 1 ราย
วันนี้ (3 พ.ย.) เมื่อเวลา 20.00 น. พ.ต.ท.ไพสิฐ แก้วจรัส รอง ผกก.ป.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งทางวิทยุจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจยุทธศาสตร์จันทรัตน์ ตั้งอยู่ริมถนนสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส ม.1 ต.ควน ว่า ถูกคนร้ายโจมตีด้วยระเบิดจึงขอกำลังเสริมเข้าช่วยเหลือ หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังเข้าตรวจสอบพร้อมกำลังทหาร ฉก.ปัตตานี 22 รุดไปยังที่เกิดเหตุ
ไปถึงพบว่าสถานการณ์ปกติแล้ว ตรวจสอบพบหลุมระเบิดอยู่ด้านหน้าใกล้โรงเก็บรถห่างจากจุดตรวจ ประมาณ 5 เมตร ทำให้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กษ 6320 กทม. ของ รตท.นรากร เอียดช่วย รอง สวป.สภ.ปะนาเระ ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าจุดตรวจ ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย และพบอีก 1 หลุมด้านหลังจุดตรวจ ทำให้นางเที่ยม ดำแก้ว อายุ 65 ปี ถูกสะเก็ตดระเบิดเข้าศีรษะบาดเจ็บสาหัส ขณะนั่งอยู่ในบ้านเลขที่ 43 ม.1 ต.ควน และถูกนำส่งโรงพยาบาลปะนาเระแล้ว
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ รตท.นรากร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ จำนวน 10 นาย กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามปกตินั้น ปรากฏว่าได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ใช้อาวุธปืนเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่จุดตรวจ จำนวน 2 ลูก เสียงดังสนั่น หมายจะสังหารเจ้าหน้าที่ แต่พลาดเป้าไปถูกชาวบ้านบาดเจ็บ ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว
ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือแนวร่วมต้องการสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน
www.manager.
โจรใต้ดักบึมรถทหารนราฯ เจ็บสาหัส 2 นาย
3 พฤศจิกายน 2554, 15:07 น.
บึมรายวัน! โจรใต้ดักวางระเบิดแสวงเครื่อง 5 กก. ชุดลาดตระเวนตรวจความเรียบร้อยบนถนนศรีสาคร รถกระบะทหารพรุน จนท.ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย เพื่อนทหารส่งตัวรักษาที่ รพ.แล้ว
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 พ.ย. 54 พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผกก.สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัดร้อย ร.3113 ฉก.นราธิวาส 37 ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย เหตุเกิดบนถนนสายศรีสาคร-บ้านปีโล๊ะ หมู่ 1 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับนายไพโรจน์ จริตงาม นายอำเภอศรีสาคร พ.ท.จักรพงษ์ เสลา ผบ.ฉก.นราธิวาส 37
ที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดที่ริมถนน ลึก 2 ฟุต กว้าง 3 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง และห่างไปประมาณ 100 เมตร พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่เจ้าหน้าที่ทหารนั่งโดยสารมา มีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณตัวถังด้านขวาเป็นรูพรุนจำนวนหลายแห่ง จอดเสียหลักอยู่ข้างทาง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 นาย เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาที่ รพ.ศรีสาคร ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ คือ ส.อ.อัญเชิญ อิ่มนวลกมล อายุ 30 ปี และ พลฯวสันต์ กุลรักษ์ อายุ 22 ปี ซึ่งทั้ง 2 นาย ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขาได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.อ.สมหมาย ปล้องไม้ ผบ.ร้อย ร.3113 ฉก.นราธิวาส 37 ได้นำกำลังรวม 5 นาย นั่งรถยนต์กระบะออกจากฐานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อย เส้นทางให้กับคณะครู เมื่อเสร็จภารกิจได้นั่งรถยนต์กระบะเพื่อเดินทางไปประชุมต่อร่วมกับผู้บังคับบัญชาที่ ฉก.นราธิวาส 37 ขณะเดินทางอยู่นั้นได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะรถยนต์แล่นผ่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ 2 นาย
www.thairath.
บึ้มรถคนหาของป่าดับ 6 ศพ-ทหารพรานเหยียบระเบิดเพิ่มรวมสาหัสอีก 2
2 พฤศจิกายน 2554 19:52 น.
นราธิวาส - โจรใต้กดบึ้มรถกระบะขาด 2 ท่อน คนหาของป่าสังเวย 6 ศพ และอาการสาหัสอีก 1 ราย โดยมีการเข้าจ่อยิงซ้ำอย่างโหดเหี้ยมทีละคน ขณะเดียวกันทหารพรานเข้าตรวจเหยียบกับระเบิดสาหัสอีก 1 ที่ระแงะ
วันนี้ (2 พ.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.อ.เฮรามาน เจ๊ะดี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิดรถยนต์ของชาวบ้านที่หาของป่าบนถนนสายเจาะไอร้อง-บาโงกูโบ ช่วงบริเวณ ม.6 ต.บองอ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดร้อย ทพ.ที่ 4509 กรมทหารพรานที่ 45 เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้เหยียบกับระเบิดของคนร้ายได้รับบาดเจ็บอีก 1 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน ทะเบียน บค-8582 สงขลา ซึ่งอยู่ในสภาพถูกอนุภาพของระเบิดขาด 2 ท่อน จอดอยู่กลางถนน และมีศพผู้เสียชีวิต จำนวน 6 คน ซึ่งอยู่ในสภาพร่างกายแหลกเหลวอยู่จมกองเลือดอยู่กระจัดกระจาย แถมยังมีปลอกกระสุนปืนเอ็ม.16 ของคนร้ายตกอยู่บนถนนอีก จำนวนกว่า 10 ปลอก นอกจากนี้ห่างไปอีกประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดกลางถนน ลึก 1 เมตร กว้าง 1.5 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 20 ก.ก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟเข้าไปในป่ารกทึบ 100 เมตร รวมทั้งหมูป่าอีก 2 ตัว ที่กระเด็นตกจากรถไปนอนกองอยู่กับผู้เสียชีวิต
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ คือ นายมานพ บุญเต๊ะ ซึ่งถูกอนุภาพของระเบิดมีอาการสาหัส แพทย์ต้องรีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุก่อนที่จะทยอยนำศพผู้เสียชีวิตซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่บ้านป่าไผ่ ม.5 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ส่งโรงพยาบาลระแงะแพทย์ให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งประกอบด้วย 1.นายบรรหาร สั่งแก้ว 2.นายปรีชา จ่ายอ่อง 3.นายเทียบ รักษาชุม 4.นายรุธ เซ้งสีแดง 5.นายวาทิน เซ้งสีแดงและ6. ด.ต.เอกชัย มิ่งขวัญ อดีต ตชด.447
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายและผู้บาดเจ็บ รวม 7 คน ได้รวมตัวขึ้นรถยนต์กระบะเพื่อเดินทางตระเวนหาสัตว์ป่า ในพื้นที่ ต.บองอ อ.ระแงะ เมื่อทั้ง 7 คน สามารถยิงหมูป่าได้ 2 ตัวแล้วจึงได้ชวนกันกลับบ้านพัก และในระหว่างที่ผู้ตายและผู้บาดเจ็บนั่งรถยนต์กระบะถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้าย จำนวน 5-6 คน ซึ่งมีอาวุธปืนครบมือ ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้กลางถนน จนเกิดระเบิดขึ้นขณะรถยนต์กระบะแล่นผ่ากลาง ทำให้รถยนต์กระบะขาด 2 ท่อน คนที่นั่งโดยสารร่วมกันมาทั้งด้านหน้าและกระบะหลัง ต่างลอยกระเด็นตกจากรถไปคนละทิศละทางมีทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต หลังจากนั้นคนร้ายทั้งหมดได้วิ่งกรูออกจากป่าใช้อาวุธปืนเอ็ม.16 ยิงซ้ำใส่คนหาของป่าทั้งหมดทีละนัดๆ แต่นายมานพผู้ได้รับบาดเจ็บโชคดีที่กระเด็นเข้าไปในป่า ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับกลุ่มคนร้าย ทำให้คนร้ายมองไม่เห็นและรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหารพรานร้อย ทพ.ที่ 4509 กรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งตั้งฐานอยู่ภายในโรงเรียนบ้านบาโงกูโบ ได้รับแจ้งเหตุจึงจัดกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าตรวจสอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุจึงได้กระจายกำลังกันตรวจสอบเพื่อหาผู้รอดชีวิต และสามารถพบตัวนายมานพที่นอนสลบอยู่ในป่า จึงได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลระแงะ แต่กำลังอีกชุดหนึ่งได้ตรวจสอบบริเวณป่าที่คนร้ายใช้เป็นสถานที่นั่งจุดชนวนระเบิด และขณะตรวจสอบอยู่นั้น อส.นริศ ลิวรรณ ได้เดินไปเหยียบกับระเบิดที่คนร้ายวางดักไว้ จนข้อเท้าด้านขวาเกือบขาดดังกล่าว
www.manager.
ยะลาบึ้มอีกรอบ! ทหารพรานรอดตายหวุดหวิด
2 พฤศจิกายน 2554 13:27 น.
ยะลา - ระเบิดซ้ำอีกรอบ! ทหารพราน มว.447 กรมทหารพรานที่ 47 รอดตายหวุดหวิดขณะออดลาดตระเวนเส้นทางใน อ.บันนังสตา ด้าน ผกก.สภ.บันนังสตา เผย "ไอ้หน้าเหลี่ยม" หรือ "ยูกีมือรี เจะดีแม" แกนนำคนสำคัญลอบวางระเบิด ตชด.ยะลาเจ็บ 4 นายเมื่อเช้านี้
วันนี้ (2 พ.ย.) หลังจากเกิดเหตุคนร้าย ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องใต้ผิวถนนสายปาลอบาต๊ะ-บ้านนิคมกือลอง อ.บันนังสตา ก่อนกดชนวนขณะเจ้าหน้าที่ ตชด.เดินทางไปรักษาความปลอดภัยครู แรงระเบิดส่งผลให้ ตชด.บาดเจ็บ 4 นายเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น
พ.ต.อ.สุวัตต์ วงศ์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา เปิดเผยว่า กลุ่มที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เป็นกลุ่มของ "ไอ้หน้าเหลี่ยม" หรือยูกีมือรี เจะดีแม แกนนำคนสำคัญ มือระเบิดสังหาร พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.บันนังสตา ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.บันนังสตา
ทั้งนี้ ประมาณ 1 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ตชด.นั้น ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดทหารพราน มว.447 กรมทหารพรานที่ 47 ขณะออดลาดตระเวนเส้นทางภายในหมู่บ้านแอร้อง หมู่ที่ 10 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 3 นาย โดยได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้ว เบื้องต้นทราบว่า เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 3 - 5 กก. ฝั่งไว้ริมถนน เมื่อเจ้าหน้าที่เดินมาถึง คนร้ายได้กดระเบิดขึ้น ทำให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
www.manager.
ใต้ป่วนไม่หยุด ลอบบึมริมถนนบันนังสตา ตร.เจ็บ3นาย
31 ตุลาคม 2554, 15:41 น.
โจรใต้ป่วนไม่หยุด ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนัก 10 กก. ริมถนนสาย 410 ยะลา – เบตง หมู่ 11 บ้านป่าหวัง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ตรงข้ามโรงงานไม้ยางพาราบ้านป่าหวัง ตร.บาดเจ็บ 3 นาย รถ จนท. รถบรรทุกพังเสียหาย...
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 ต.ค 54 ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจู่โจม สภ.บันนังสตา ว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสาย 410 ยะลา – เบตง หมู่ 11 บ้านป่าหวัง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ตรงข้ามโรงงานไม้ยางพาราบ้านป่าหวัง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บหลายนาย หลังรับแจ้ง จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.สุวัตต์ วงษ์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบันนังสตา แล้วจำนวน 3 นาย ทราบชื่อ คือ ส.ต.ท.เรืองฤทธิ์ ทองทิพย์ ส.ต.ท.นเรศ ทิพย์สละ และ ดต.สัญญา จิตต์เหลือม โดยทั้งสามนายถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกายและใบหน้า ล่าสุดต้องส่งตัว ส.ต.ท.เรืองฤทธิ์ ไปยังโรงพยาบาลยะลา เพื่อตรวจดูอาการอย่างละเอียด ส่วนในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่าที่บริเวณเสาหลักริมถนน ถูกแรงระเบิด ได้รับความเสียหาย โดยที่ข้างเสาดังกล่าว พบหลุมที่เกิดจากแรงระเบิดกว้างประมาณ 1 ฟุต ลึก 6 นิ้ว นอกจากนั้นยังพบเศษถุงกระสอบ เศษถังแก๊สปิกนิก สายไฟ รวมทั้งสะเก็ดระเบิด ตกกระจายอยู่รอบบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน
ในเบื้องต้นเชื่อว่า เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิกนิก น้ำหนักประมาณ 10 กก. ส่วนการจุดชนวน เชื่อว่าใช้วิทยุสื่อสาร แต่ก็ต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ หมายเลขทะเบียน 80-4115 ยะลา สภาพถูกแรงระเบิดทำให้ยางแตกทั้งหมด และสะเก็ดระเบิดทำให้ถังน้ำมันแตก น้ำมันรั่วไหลลงบนพื้นถนนจำนวนมาก และยังพบรถยนต์กระบะตราโล่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หมายเลข ชผ 1079 กทม. จอดอยู่ใกล้กัน สภาพถูกแรงระเบิด ทำให้กระจกแตก และมีร่องรอยสะเก็ดระเบิดจำนวนหลายจุด
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการจู่โจม ของ สภ.บันนังสตา จำนวน 8 นาย เดินทางด้วยรถยนต์กระบะคันดังกล่าว เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุในขณะที่รถยนต์กระบะของตำรวจ กำลังจะขับแซงรถบรรทุก คนร้ายซึ่งนำวัตถุระเบิดใส่ในกระสอบแล้วอำพรางด้วยหน่อกล้วย มาวางไว้ที่เสาปูนริมถนน ได้จุดชนวนระเบิดขึ้นทันที ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุ เชื่อว่าคนร้ายต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
www.thairath.
โจรใต้ป่วนนราฯ วางระเบิดทำ ชรบ.-ชาวบ้านขาขาด 2 ราย-เด็กสิบขวบบาดเจ็บ
31 ตุลาคม 2554 12:20 น.
นราธิวาส - คนร้ายลอบวางแผนตัดต้นไม้ขวางถนน ล่อให้ ชรบ.ติดกับออกไปตรวจสอบและเหยียบระเบิดขาขาด อีกราย ส่วนอีกรายวางระเบิดในสวนยาง ทำให้ชาวบ้านเหยียบระเบิดขาขาดอีกราย และสะเก็ดระเบิดทำให้ลูกชายวัย 10 ขวบได้รับบาดเจ็บอีกด้วย
วันนี้ (31 ต.ค.) เมื่อเวลา 07.00 น. พ.ต.อ.เสน่ห์ จรรยาสถิตย์ ผกก.สภ.แว้ง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุ ชรบ.เหยียบกับระเบิดขาขาด 1 ราย ที่บ้านน้ำขาว ม.3 ต.กายูคละ อ.แว้ง จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบคนร้ายตัดต้นไม้ยางพาราขวางถนน และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อพีวีซี หนัก 1 กก. จุดชนวนแบบเท้าเหยียบตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ โดยเฉพาะที่บริเวณกิ่งไม้คนร้ายได้ใช้เชือกไนลอนแขวนป้ายผ้า เขียนข้อความเป็นภาษาไทย ซึ่งมีใจความว่า “ตุลาแห่งตากใบ ตราบใดผู้บงการฆ่าชาวมลายูยังครองอำนาจรัฐอยู่ ตราบนั้นชีวิตชาวไทยพุทธต้องได้รับการชดใช้” ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บพลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลแว้งไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ทราบชื่อ คือ นายสุรพงษ์ ศรีสุวรรณโณ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 216 ม.3 ต.กายูคละ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านน้ำขาว ม.3 ต.กายูคละ มีร่องรอยถูกอนุภาพของระเบิดจนขาขวาขาด แพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น แล้วรีบส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก
จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะที่นายสุรพงษ์กำลังเข้าเวรอยู่ที่ป้อมจุดตรวจ ชรบ.ได้รับแจ้งจากชาวบ้านมีคนร้ายตัดต้นยางพาราขวางถนน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบและในระหว่างเดินอยู่นั้น นายสุรพงษ์ได้เดินไปเหยียบกับระเบิดที่คนร้ายวางซุกไว้ข้างกิ่งไม้ริมถนนจนนายสุรพงษ์ขาขวาขาด
ต่อมาในเวลาไล่เลี่ยกันนายมูฮัมหมัดปาสุดี อีซอสาหะ อายุ 16 ปี และ ด.ช.รุสลัน ยูโซ๊ะ อายุ 10 ปี ได้เดินเข้าไปเพื่อช่วยบิดาและมารดาเก็บขี้ยางพาราภายในสวน ซึ่งตั้งอยู่บ้านคอลอกาเว ม.1 ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร นายมูฮัมหมัดปาสุดีได้เดินไปเหยียบกับระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อ พีวีซี หนัก 1 กก. ก่อนนำไปฝังไว้บริเวณทางเดินภายในสวนยางพารา จนทำให้นายมูฮัมหมัดปาสุดี ข้อเท้าซ้ายขาด ส่วน ด.ช.รุสลัน ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณลำตัวและขาทั้ง 2 ข้าง ซึ่งล่าสุด พ.ท.จักรพงษ์ เสลา ผบ.ฉก.นราธิวาส 37 และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว
ต่อมาเวลา 09.50 น.ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นบนถนนภายในหมู่บ้านแฆและ ม.4 ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.นราธิวาส 32 กำลังเดินลาดตระเวนเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยอยู่บนถนน ซึ่งจุดดังกล่าวนี้ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
ความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดร้านขายของชำ วางระเบิดหน้าฐานปฏิบัติการทหารชุดพัฒนาสันติ และขว้างระเบิดใส่บ้านพักครู ป่วนนราธิวาส 5 อำเภอ คือ อำเภอรือเสาะ สุไหงโก-ลก สุไหงปาดี ตากใบ และอำเภอยี่งอ เมื่อช่วงดึกของคืนที่วันที่ 30 ต.ค.54
ล่าสุด จากการประเมินสถานการณ์จากการให้ปากคำของพยานบุคคลในเบื้องต้น พบว่า กลุ่มคนร้ายที่ลอบก่อเหตุทั้งหมด จะแฝงตัวอำพรางแต่งกายเป็นผู้หญิงใช้ผ้าคลุมผมปิดใบหน้า แอบถือระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกระป๋องเครื่องดื่มน้ำอัดลม หนัก 1 กก. จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาปลุกจากนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอลไปวางปะปนไว้กับสินค้าภายในร้าน ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนของแต่ละ สภ.ได้ทำการตรวจสอบภาพวงจรปิดเพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมกลุ่มคนร้ายต่อไปแล้ว
www.manager.
ระเบิดรถยนต์ตำรวจยะลา ร้อยเวรเจ็บ 1
31 ตุลาคม 2554 13:46 น.
ยะลา - ระเบิดรถยนต์ตำรวจพังยับ ร้อยเวรบันนังสตา บาดเจ็บ 1 นาย คาดคนร้ายลอบฝังระเบิดหวังปลิดชีพ จนท.
วันนี้ (31 ต.ค.) เมื่อเวลา 10.10 น. พ.ต.อ.สุวัตต์ วงค์ไพบูลย์ ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา พ.ต.ท.เจริญ ธรรมขันธ์ รอง ผกก.สส.นายสมเกียรติ ศีรษะเนตร นายอำเภอบันนังสตา พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 15 สนธิกำลังไปตรวจสอบเหตุระเบิดที่บ้านป่าหวังนอก หมู่ 11 ต.บันนังสตา ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณทางโค้งหน้าโรงงานไม้ยางพาราแปรรูป ริมถนนสาย 410(ยะลา-เบตง)
พบจุดระเบิดอยู่ตรงเสาหลัก เสาคอนกรีตแตกกระจาย มีรถปิกอัพเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.บันนังสตา ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ ทะเบียน 1079 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหาย กระโปรงตัวถังแถบซ้ายถูกสะเก็ดระเบิดพรุน กระจกหน้ารถแตก นอกจากนี้ยังมีรถบรรทุกสิบล้อไม่ทราบทะเบียน ยางล้อหลังแตกจอดอยู่ริมถนน
ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ คือ ส.ต.ท.เรืองฤทธิ์ ทองทิพย์ อายุ 27 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.บันนังสตา ถูกสะเก็ดที่ดั้งจมูกได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่งโรงพยาบาลบันนังสตาแล้ว และพบเศษกล่องเหล็กบรรจุระเบิด สะเก็ดระเบิดตัดจากเหล็กเส้น เศษชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์วิทยุสื่อสาร จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นจึงติดตามไปสอบสวนผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล
เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.ธีรศักดิ์ วัฒนกุล ผบ.หมู่ ป.สภ.บันนังสตา นำกำลัง จนท.ตำรวจชุดสายตรวจออกสืบสวนหาข่าวตามแผนรักษาความปลอดภัยของ พ.ต.อ.สุวัตต์ วงค์ไพบูลย์ ขณะเดินทางกลับแล่นตามหลังรถบรรทุกสิบล้อมาถึงทางโค้งจุดเกิดเหตุ จู่ๆ ได้เกิดระเบิดขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว สะเก็ดระเบิดถูก ส.ต.ท.เรืองฤทธิ์ ได้รับบาดเจ็บ และรถยนต์ได้รับความเสียหายดังกล่าว
ส่วนผู้ก่อเหตุคาดว่าเป็นกลุ่มแนวร่วมอาร์เคเคในพื้นที่ ถือโอกาสช่วงฝนตกเกือบตลอดคืนแอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัมจุดชนวนกับวิทยุสื่อสารมาฝังไว้ หวังทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
www.manager.
คนร้ายใช้เอ็ม 16 ถล่มยิง อส.กะพ้อ ดับ ลูกหลงถูกชาวบ้านเจ็บ 1
31 ตุลาคม 2554 16:11 น.
ปัตตานี- เกิดเหตุคนร้ายใช้เอ็ม 16 ยิงถล่ม อส.อ.กะพ้อ เสียชีวิตขณะเดินทางกลับบ้านพัก ชาวบ้านถูกกระสุนลูกหลงบาดเจ็บอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์
เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (31 ต.ค.) พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขำ ผกก.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันพื้นที่ ม.5 ต.ปล่องหอย นำกำลังไปที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือด ทราบชื่อ นายอดิศักดิ์ กือนิ อายุ 46 ปี เป็น อส.อ.กะพ้อ อยู่บ้านเลขที่ 60/2 ม.6 ต.ปล่องหอย มีบาดแผลถกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม 16 เข้าศีรษะจนสมองเปิด และยังมีชาวบ้านถูกลูกหลงบาดเจ็บ 1 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลกะพ้อ ชื่อ นายมาหามะซัมซูดิง สาแม อายุ 53 ปี ถูกยิงเข้าที่สะโพกแพทย์ได้ช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กวน 334 ปัตตานี และพบปลอกกระสุนตกจำนวน 8 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้านพัก ระหว่างทางถูกคนร้ายตามประกบยิงจนเสียชีวิต และมีชาวบ้านถูกลูกหลงบาดเจ็บด้วย สาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์
www.manager.
โจรใต้วางระเบิดป่วนนราฯ 5 อำเภอ 10 จุด ในกระป๋องน้ำอัดลม
30 ตุลาคม 2554 21:52 น.
นราธิวาส - คนร้ายป่วนลอบวางระเบิดใน 5 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส โดยส่วนใหญ่เป็นร้านขายของชำ ซึ่งคนร้ายได้นำระเบิดบรรจุในกระป๋องน้ำอัดลมน้ำหนักประมาณ 1 กก.แล้วตั้งเวลาระเบิดด้วยนาฬิกาปลุก
วันนี้ (30 ต.ค.) ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนประชุมวางแผนนัดแนะวางระเบิดป่วนในพื้นที่หลายอำเภอของ จ.นราธิวาส โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มตั้งแต่เวลา 17.50 น.-18.20 น. โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี 2 จุด โดยจุดแรกคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุใส่ไว้ในกระป๋องเครื่องดื่มน้ำอัดลมหนัก 1 ก.ก.จุดชนวนด้วยนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล แฝงตัวนำไปวางไว้ภายในร้านขายรองเท้า และเสื้อผ้า เลขที่ 230/10 เขตเทศบาลตำบลปะลุรู อ.สุไหงปาดี ของนางเล็ก แซ่ตั้ง อายุ 68 ปี แรงระเบิดทำให้สินค้าได้รับความเสียหายแต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ส่วนจุดที่ 2 คนร้ายได้นำระเบิดชนิดและขนาดเดียวกันไปวางไว้บริเวณหน้าฐานปฏิบัติการชุดพัฒนาสันติที่ 30-3 ซึ่งตั้งอยู่หลังสถานีรถไฟสุไหงปาดี เขตเทศบาลตำบลปะลุรู แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
ส่วนที่ อ.สุไหงโก-ลก คนร้ายได้นำระเบิดชนิดและขนาดเดียวกันไปวางไว้ภายในร้านจำหน่ายสินค้ากิ๊ฟช็อป เลขที่ 86 ถนนประชาวิวัฒน์ เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ใกล้กับโรงแรมอินเตอร์ทาวเวอร์ ของนายสมนึก ทินกร อายุ 45 ปี แรงระเบิดทำให้สินค้าภายในร้านได้รับความเสียหายแต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
ส่วนที่ อ.ยี่งอ คนร้ายได้นำระเบิดขว้างใส่เข้าไปภายในบ้านพักของ นางคะนึงนิตย์ ชูสิงห์ ครู โรงเรียนบ้านกูแว ซึ่งตั้งอยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์ อ.ยี่งอ เขตเทศบาลตำบลยี่งอ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
ส่วนที่ อ.ตากใบ คนร้ายได้นำระเบิดชนิดและขนาดเดียวกันไปลอบวางไว้จำนวน 2 จุด โดยจุดแรกที่บริเวณร้านขายของชำไม่มีเลขที่ บ้านตาบา หมู่ 1 ต.เจ๊ะเห ส่วนจุดที่ 2 ที่บริเวณกำแพงรั้วหน้าโรงเรียนอนุบาลสมถวิล เขตเทศบาลเมืองตากใบ ซึ่งทั้ง 2 จุดไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ส่วนที่ อ.รือเสาะ คนร้ายได้นำระเบิดชนิดและขนาดเดียวกันลอบไปวางไว้จำนวน 4 จุด โดยจุดแรก คนร้ายได้นำระเบิดไปวางไว้ภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขารือเสาะ เลขที่ 182/27 เขตเทศบาลตำบลรือเสาะ ซึ่งจุดดังกล่าวทำให้ร้านเซเว่นฯ ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย ส่วนจุดที่ 2 ที่ร้านย่งฮวด เลขที่ 166/2 หมู่ 1 ต.รือเสาะออก ของนายประเสริฐ แซ่อึ้ง ทำให้สินค้าภายในร้านถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายบางส่วน จุดที่ 3 ที่บริเวณแผงลอยขายของชำ ภายในตลาดสดเทศบาลตำบลรือเสาะ และจุดที่ 4ห่างจากจุดที่ 3 ประมาณ 20 เมตร ซึ่งเป็นร้านขายของชำไม่มีเลขที่ ซึ่งทั้ง 4 จุดไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
www.manager.
สรุปเหตุระเบิดป่วนเมืองยะลา 24 จุดตาย 4 ศพ "โจร 2 ชาวบ้าน 2"
26 ตุลาคม 2554 13:27 น.
ยะลา - สรุปเหตุระเบิดถล่มเมืองยะลาเมือคืนที่ผ่านมา ระเบิดรวมทั้งสิ้น 24 จุด เก็บกู้ได้ 4 ลูก คนร้ายตาย 2 ชาวสบ้านตาย 2 เจ็บกว่า 50 คน และมีรายงานว่าคนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่ป้อมขุนไวอีก 2 ลูก แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
วันนี้ (26 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลา ว่า พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผบช.ศชต. เปิดเผยรายละเอียดเหตุการณ์ระเบิดป่วนเมืองยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อคืนที่ผ่านมา (25 ต.ค.) ว่า เกิดเหตุระเบิดรวมทั้งสิ้น 24 จุด ดังนี้
1. เวลา 18.32 น. เกิดระเบิดขึ้นเป็นจุดแรก ที่บริเวณซอยศรีปุตรา ตลาดเก่า ถ.สิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา เบื้องต้นตรวจสอบพบชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนมนุษย์ ส่วนที่เป็นศีรษะและขา เชื่อว่าเป็นของคนร้าย จำนวน 2 คน
2. เวลา 18.45 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านแซ่บอีสาน 2 ถ.ผังเมือง 5 เขตเทศบาลนครยะลา
3. เวลา 18.47 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านข้าวต้มคนจน ถ.รวมมิตร เขตเทศบาลนครยะลา
4. เวลา 18.50 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านมายค๊อฟฟี่ ถ.รวมมิตร เขตเทศบาลนครยะลา
5. เวลา 18.55 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าโชว์รูมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า บริษัทอริยะมอเตอร์ ถ.เทศบาล 1 เขตเทศบาลนครยะลา
6. เวลา 19.00 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าคิวทองสนุกเกอร์ โรงแรมปาร์ควิว ถ.รวมมิตร เขตเทศบาลนครยะลา
7. เวลา 19.00 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านอาหารซินุยะ ถ.รวมมิตร เขตเทศบาลนครยะลา
8. เวลา 19.03 น. เกิดระเบิดขึ้นที่ปากซอย 11 ถ.ผังเมือง 4 เขตเทศบาลนครยะลา
9. เวลา 19.04 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านเก่งเครื่องเขียน ถ.อาคารสงเคราะห์ เขตเทศบาลนครยะลา
10. เวลา 19.05 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าสำนักงานเขตตรวจราชการที่ 12 ถ.อาคารสงเคราะห์ เขตเทศบาลนครยะลา
11. เวลา 19.05 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านคุรุมาร์ท ถ.อาคารสงเคราะห์ เขตเทศบาลนครยะลา
12. เวลา 19.10 น. เกิดระเบิดขึ้นบริเวณตู้โทรศัพท์สาธารณะ ตลาดเมืองใหม่ (ตลาดผลไม้) เขตเทศบาลนครยะลา
13. เวลา 19.12 น. เกิดระเบิดขึ้นบริเวณหน้าฟู๊ดเช็นเตอร์ ถ.รัฐคำนึง เขตเทศบาลนครยะลา
14. เวลา 20.30 น. เกิดระเบิดขึ้นบริเวณหน้าร้าน 75 มาลอน ถ. ปิติอุทิศ เขตเทศบาลนครยะลา
15. เวลา 20.30 น. เกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าโรงแรมยะลารามา ถ.ศรีบำรุง เขตเทศบาลนครยะลา
16. เวลา 21.00 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านชุมพูมาร์ท หน้าตลาดสดผังเมือง 4 ถ.ผังเมือง 4 เขตเทศบาลนครยะลา
17. เวลา 21.05 น. เกิดระเบิดขึ้นบริเวณเสาไฟฟ้า บ้านปรามะ ม.13 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา
18. เวลา 21.45 น. เกิดระเบิดขึ้นหน้าร้านเฟอร์นิเจอร์เคเฮาส์ (ตรงข้ามสำนักงานขนส่งเก่าทางเข้าตลาด เมืองใหม่) ถ.ภูมาชีพ เขตเทศบาลนครยะลา
19. เวลา 21.20 น. เกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณสี่แยกเมอร์รี (หน้าโรงแรมไฮเฮียง) ถ.พุทธภูมิวิถี เขตเทศบาลนครยะลา
20. เวลา 21.20 น. เกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณสามแยกบ้านท่าสาป (สะพานเฉลิมพระเกียรติเรือนจำ) ทางไปโรงเรียนบ้านท่าสาป ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา
21. เวลา 21.22 น. เกิดระเบิดขึ้นที่สามแยกบ้านท่าสาป (สะพานเฉลิมพระเกียรติเรือนจำ) ทางไปโรงเรียนบ้านท่าสาป (ฝั่งบ้านท่าสาป) อ.เมือง จ.ยะลา
22. เวลา 23.00 น. เกิดระเบิดขึ้นที่หน้าร้านจงกลนีการไฟฟ้า ถ.สิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา
23. เวลา 21.30 .น. เกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณเชิงสะพานท่าสาป (เส้นทางสาย 418. ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา
24. เวลา. 23.03 น. เกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าบริษัทเฉลียวศักดิ์ยางยนต์ ถ.สิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดได้อีก 4 จุด คือ
1. เวลา 18.50 น. เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ ถ.เทศบาล 1 เขตเทศบาลนครยะลา ได้จำนวน 1 ลูก จุดระเบิดด้วยนาฬิกาดิจิตอล ตั้งเวลาไว้ที่ 22.00 น.
2. เวลาประมาณ 19.15 น. เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดได้บริเวณหน้าศูนย์อีซูซุ ยะลา ได้จำนวน 1 ลูก
3. เวลา 19.25 น. เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดได้จำนวน 1 ลูก บริเวณหน้าโรงเรียนพัฒนาวิทยา ถ.ผังเมือง 2 จุดระเบิดด้วยนาฬิกาดิจิตอล ตั้งเวลาไว้ที่ 22.30 น.
4. เวลา 21.25 น. เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดหน้าร้านคาราโอเกะมิวสิคเคอเซอร์ ถ.ผังเมือง 4 เขตเทศบาลนครยะลา ได้จำนวน 1 ลูก
และเวลาประมาณ 23.32 น. คนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 79 ยิงใส่ป้อมขุนไว ถ.หลวงหมายเลข 410 ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา จำนวน 2 ลูก ลูกแรกตกในพงหญ้าข้างทาง ลูกที่ 2 ตกในคลอง ไม่มีผู้บาดเจ็บ
ทั้งนี้ จากเหตุระเบิด จำนวน 24 จุด เบื้องต้นได้ตรวจสอบกับโรงพยาบาลศูนย์ยะลาพบว่า มีผู้เสียชีวิต จำนวน 4 ราย เป็นคนร้ายจำนวน 2 ราย คือ นายฮัมดี มอสู อายุ 23 ปี และนายซาการียา สะนอยานยา อายุ 21 ปี เสียชีวิตขณะนำระเบิดเข้าที่หมาย ณ จุดที่ 1 และมีประชาชนเสียชีวิต 2 ราย คือ นายเสฎวุฒิ ทองจีน เสียชีวิตจากเหตุระเบิดบริเวณหน้าโรงแรมปาร์ควิว และหญิงไม่ทราบชื่อ 1 ราย นอกจากนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 50 ราย ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดใน จ.ยะลา จำนวน 52 รายและคนร้ายอีก 2 คน ได้แก่
1. นายเสฎวุฒิ ทองจีน เสียชีวิต
2. หญิง (ไม่ทราบชื่อ) เสียชีวิต
3. นายสุเทพ ผ่องสุวรรณ
4. นายฉลองชัย สายกระทะ
5. นายอับดุลการิม สาและอะ
6. นายเจริญ แซ่เล่า
7. น.ส.สุวรรณา ศรีเดชะ
8. น.ส.ขวัญชนก รักษ์ทอง
9.น.ส.สุภาวดี ทองเพชร
10. นายโชติวิทย์ สิงแก้ว
11. น.ส.วิยะดา ผ่องใส่
12. นายปิยะ ดุลยะเสวี
14. นายสุรศักดิ์ สันติธัญโชค
15. นายซูลกิฟลี
16.น.ส.สร้อยแก้ว หงานผื่น
17. น.ส.นารีกาญจน์
18. ด.ญ.กัลยกร สุวรรณชาตรี
19. นายกัมปนาท สุวรรณชาตรี
20. ด.ญ.ศิริวิภา สายอะทะ
21. นายธนา ยามุมาศยุคล
22. นางโสภา วรวัฒน์วิชัย
23. นายทรงพล คงนะ
24. นายกิตติพัฒน์ อารีรักษ์
25. น.ส.จงใจ วงศ์คำอินทร์
26. น.ส.ณฐกร บอกา
27. นางพิไล ล่ากาวงศ์
28. นางขนิษฐา สายยะหะ
29. นายอาชิยา ดุลยาศรี
30. นายพงศ์กฤษณ์ แก้ววิจิตร
31. นายบุญช่วย สังข์แก้ว
32. นายอาวุธ ชมจันทร์
33.นางพรศิริ โลหะวิจารณ์
34. ดร.อนุกิตต์ วงศ์จันทร์เสนี
35. นายหะมะ ตาและ
36. น.ส.อัสมะ ปาแย
37. นายศราวุธ ลิขิตสมบัติ
38. นายสุยศ ช่วยศิริ
39. ด.ช.กสานต์ ธวิดา
40.นายกิตติพงษ์ แก้วทอง
41. นายคมกฤษ หงส์สาม
42. นางมารีแย สุหลง
43. นายพงษ์เทพ แซ่ซิ้ม
44. นายพัชรวิทย์ เลากาวงศ์
45. นางสุนันทา ชายกุล
46. นายธรรมรัตน์ จันทรรังสี
47. นายเจษฎารัตน์ บุญมา
48.นางคำพรรณ แซ่หลี
49. นายกิตติพัฒน์ จงรักษ์
50. นางยุพิน ศิริพงศ์
51. นายวรรธน์ธนสามศิปล์
52. นายพีระเทพ สุวุรรณเภสัช
53. นายฮัมดี มอสู (คนร้าย) เสียชีวิต
54. นายซาการียา สะนอยานยา (คนร้าย) เสียชีวิต
www.manager.
เปิด 50 ชื่อเหยื่อระเบิด 16 จุดเมืองยะลา-คาดโจรใต้ดับคาระเบิด 2
25 ตุลาคม 2554 22:26 น.
ยะลา - เผยรายชื่อผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดป่วนเมืองยะลา เบื้องต้น 16 จุด เสียชีวิตแล้ว 3 ราย บาดเจ็บ ร่วม 50 ราย เจ้าหน้าที่คาดผู้เสียชีวิต 2 รายแรก คือคนร้ายที่ลอบนำระเบิดไปวางที่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ แต่เกิดผิดพลาดทำให้เสียชีวิต
เมื่อเวลา 18.30 น.จนถึงเวลา 20.30 น.วันที่(25 ต.ค.) ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในตัวเมืองยะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา โดยคนร้ายได้ก่อเหตุลอบวางระเบิดขึ้นจำนวนหลายจุด นับได้เบื้องต้น 16 จุด
ลูกแรกเกิดขึ้นที่บริเวณถนนศรีปุตรา 1 ถนนสิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา เบื้องต้นทราบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย
หลังจากนั้นทิ้งช่วงกันราว 10 นาที ได้เกิดระเบิดขึ้นที่ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ถนนเทศบาล 1 ตามมาที่หน้าร้านแซบอีสาน 2 ถนนผังเมือง 6 หลังศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.) ลูกที่ 3 ที่ร้านข้าวต้มคนจนหัวมุมถนนรวมมิตร หน้าโรงแรมโคล่า ลูกที่ 4 หน้าเซ็นจูรี่ผับ โรงแรมปาร์ควิว ลูกที่ 5 สี่แยกซุ้มเบียร์ถนนรวมมิตร ลูกที่ 6 หน้าโรงแรมยะลารามา ถนนศรีบำรุง ลูกที่ 7 หน้าร้านเก่ง ถนนอาคารสงเคราะห์ ใกล้สำนักงานเขตการศึกษา
ลูกที่ 8 หน้าตลาดผลไม้ตลาดเมืองใหม่ ถนนเปรมจิตต์-สุรพันธ์ ลูกที่ 9 หน้าร้านฟูดเซ็นเตอร์ ถนนสิโรรส ลูกที่ 10 ร้านสะดวกซื้อซอย 11 ถนนผังเมือง 4 ลูกที่ 11 ร้านโชว์ไทม์สี่แยกถนนจงรักษ์ ลูกที่ 12 หน้าเขตการศึกษา 2 หลังจากนั้นเกิดระเบิดซ้ำอีกลูก ลูกที่ 14 ร้านยะลาเฟอร์นิเจอร์ ถนนสิโรรส ลูกที่15 ถนนปิติอุทิศ หน้าโรงแรมเทพวิมาน ลูกที่ 16 หน้าตลาดสดผังเมือง 4 ถนนผังเมือง 4
ปรากฏว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ร่วม 50 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา และที่สาหัสมี 15 ราย ประกอบด้วย
1.นายเศรษฐวุฒิ ทองจีน อายุ 17 ปี ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการช่วยเหลือ
2.นายซารียะ ดุลยเสรี
3.นายฉลองชัย สายกะทะ
4.นางสร้อยแก้ว หงวนฝัน
5.นายพงษ์เทพ แซ่ซิ้ม
6.นางรีกาญจน์ ไม่ทราบนามสกุล
7.นายสุเทพ ผ่องสุวรรณ
8.นายเจริญ แซ่เล่า
9.นางสุวรรณา ศรีเดช
10.น.ส.ขวัญชนก รักษ์ทอง
11.นางสุภาวดี ทองเพชร
12.นายสุรศักดิ์ สันติธัญญาโชค
13.นายซุลกิพลี ไม่ทราบนามสกุล
14.นางมารีแย สุหลง
15.หญิงไม่ทราบชื่อ
นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดทั้งเด็กและผู้ใหญ่อีกหลายราย ได้แก่
1.ด.ญ.กัลยกร สุวรรณชาตรี
2.นายกัมปนาท สุวรรณชาตรี
3.ด.ญ.ศิริวิภา สายอาทร
4.นายชนา ยานุมาศยุคล
5.นางโสภา วรวัฒนวิชัย
6.นายทรงพล คงนะ
7.นายกิตติพัฒน์ อารีรักษ์
8.น.ส.จงใจ วงศ์คำอินทร์
9.น.ส.ณิชิกร มอคำ
10.นางพิไล เลากาวงศ์
11.น.ส.ขนิษฐา สายยะนะ
12.นายอาชิยา ดุลยเสรี
13.นายโชติวิทย์ สังข์แก้ว
14.นายบุญช่วย สังข์แก้ว
15.นางพงศ์กฤษณ์ แก้ววิจิตร
16.นายอาวุธ ชมจันทร์
และยังมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยอีกหลายราย ทางโรงพยาบาลต้องระดมทีมแพทย์พยาบาลไปให้การช่วยเหลือโดยเร่งด่วน โดยผู้ที่สาหัสได้จัดเตรียมนำเข้าห้องผ่าตัดเอาสะเก็ดระเบิดออก ส่วนผู้ที่บาดเจ็บเล็กน้อยและหูอื้อ หลังเยียวยาเบื้องต้นแพทย์ได้ให้กลับบ้านได้
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้สั่งการให้นายตำรวจทุกนายที่ไม่ได้เข้าเวรยามให้ไปเตรียมพร้อม ณ ที่ทำการ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นหลายจุด หลังจากนั้นได้พร้อม พ.ต.ท.จรัส ชิณนะพงศ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สนธยา ธูปทอง รอง ผกก.ป.นำกำลังแยกย้ายกันไปตามจุดที่เกิดเหตุ
ส่วนเหตุระเบิดรายแรกที่มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่ถนนศรีปุตรา 1 หลัง โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธินั้น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เข้าตรวจสอบ แต่คาดว่าผู้เสียชีวิตอาจเป็นคนร้ายอีกชุดที่แอบนำระเบิดเข้าไปร่วมป่วนเมืองในครั้งนี้ แต่เกิดผิดพลาดทางเทคนิคทำให้เกิดระเบิดขึ้นก่อนจนทำให้ตัวเองเสียชีวิต
และมีรายงานว่า พบวัตถุต้องสงสัยที่หน้าโรงเรียนพัฒนาวิทยา ถนนผังเมือง 2 หลังศาลากลางจังหวัดยะลา ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดตั้งเวลา โดยคนร้ายได้ตั้งเวลาไว้ที่ 22.30 น. ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเก็บกู้จนสำเร็จ
เหตุการณ์ป่วนเมืองครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเป็นความพยายามของพวกคนร้ายที่พยายามก่อเหตุ โดยก่อนหน้านั้นมีกระแสข่าวว่าคนร้ายเตรียมก่อเหตุระเบิดย่านถนนรวมมิตร ทางการจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ อส.อ.เมืองยะลาไปประจำริมถนนเป็นระยะๆ แต่คนร้ายได้วางแผนนำระเบิดซุกรถ จักรยานยนต์ ซุกรถยนต์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนิดตั้งเวลา แอบนำไปวางในช่วงปลอดเจ้าหน้าที่ อส.ที่ผลัดเปลี่ยนเวรยาม จนสามารถระเบิดได้นับสิบแห่ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บร่วม 50 รายดังกล่าว
www.manager.
บึ้ม! มินิมาร์ทนราฯ เสียชีวิตแล้ว 7 สาหัส 8 จนท.พบฮาร์ดดิสก์ CCTV เร่งตรวจสอบ
24 ตุลาคม 2554 12:07 น.
นราธิวาส - เหตุระเบิดมินิมาร์ท 2 จุด อ.เมืองนราธิวาส และเหตุยิงถล่มจุดตรวจบ้านยะกัง พบเจ้าของร้าน หจก.ซุ่ยฮั้วพาณิชย์ พร้อมอาจารย์สาวดับอนาถคากองเพลิงในร้านสะดวกซื้อ และครอบครัวทหารไฟคลอกดับอีก 3 รวมเสียชีวิตแล้ว 7 ราย สาหัส 8 ราย
เมื่อเวลา 07.30 น.วันนี้ (24 ต.ค.) พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พร้อมด้วย พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพษร หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส เดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่ร้านจินไถ่ จูเนียร์ เลขที่ 234 ถ.พิชิตบำรุง เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส รวมทั้ง หจก.ซุ่ยฮั้วพาณิชย์ นราธิวาส ถ.จำรูญนรา เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งทั้ง 2 ร้านเปิดบริการเป็นร้านสะดวกซื้อ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขึ้นชื่อของ จ.นราธิวาส โดยทั้ง 2 จุดถูกกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดขณะที่มีผู้คนกำลังจับจ่ายสินค้าเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 18.50 น.ของวันที่ 23 ต.ค.54 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย รวมทั้งร้านค้าได้รับความเสียหายยับเยิน
โดยจุดแรกที่ร้านจินไถ่ จูเนียร์ ซึ่งมีนายธีระ นวเธียร อายุ 45 ปี เป็นเจ้าของร้าน พบว่าเพลิงได้ลุกไหม้ตัวอาคารตั้งแต่ชั้น 1 จนถึงชั้น 4 รวมทั้งคลังเก็บสินค้าด้านข้างอาคารได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยมีเศษซากกระจกที่แตก รวมทั้งหลังคาที่พังตกลงมากระจัดกระจายเกลื่อนกองรวมกับสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมดเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่าบริเวณที่กลุ่มคนร้ายลอบแฝงตัวเข้าไปภายในร้านก่อนวางระเบิดเป็นชั้นวางสเปรย์ปรับอากาศ ที่ตั้งอยู่ทางซีกขวาของตัวอาคาร ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบฮาร์ดดิสก์ของกล้องวงจรปิดที่ถูกเพลิงไหม้ตกอยู่ใต้ซากของชั้นวางของมุมขวาของร้าน จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบเพื่อสาวไปถึงกลุ่มคนร้ายที่ลอบก่อเหตุในครั้งนี้
ขณะที่ทางด้าน หจก.ซุ่ยฮั้วพาณิชย์ ที่ห่างไปประมาณ 400 เมตร พบว่า สภาพความเสียหายไม่แตกต่างจากร้านจินไถ่ โดยถูกเพลิงไหม้ตัวอาคารทั้ง 2 ชั้นรวมทั้งสินค้าในร้านเสียหายทั้งหมดเช่นกัน โดยคนร้ายแฝงตัวปะปนเข้าไปภายในร้านก่อนวางระเบิดที่มุมด้านซ้ายของร้าน ซึ่งวางสินค้าประเภทผงซักฟอก
ทางด้าน พ.ต.อ.บรรลือ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ระเบิดที่กลุ่มคนร้ายลอบเข้าไปวางในร้านทั้ง 2 แห่ง เป็นระเบิดเพลิงที่บรรจุน้ำมันเบนซินไว้ภายในขวดขนาดใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบหาหลักฐาน เพื่อความชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากขณะนี้สภาพภายในร้านยังคุกรุ่นไปด้วยเปลวควัน ที่ต้องมีการฉีดน้ำสกัดเพื่อป้องกันการปะทุขึ้นมาอีกรอบให้ได้ก่อน ส่วนกลุ่มคนร้ายที่แบ่งกำลังเป็น 3 กลุ่มๆ ละประมาณ 6 คนนั้น เจ้าหน้าที่ได้มีการประสานไปยังสถานพยาบาลทุกแห่ง เนื่องจากคนร้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บประมาณ 3 คนจากการยิงต่อสู้ของเจ้าหน้าที่กองกำลังผสมที่จุดตรวจกาเสาะ บ.ยะกัง เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส โดยคนร้ายเสียชีวิต 1 คน ซึ่งคาดว่าสมาชิกที่เหลือยังคงกบดานในพื้นที่อำเภอใกล้เคียงคือ อ.ยี่งอ อ.บาเจาะและ อ.ระแงะ
สำหรับผู้เสียชีวิตจากเหตุทั้ง 3 จุด จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย 1.อส.วีรชัย แซ่พู่ อายุ 33 ปี 2.อส.ชลชาติ พรหมมูล อายุ 24 ปี ซึ่งทั้ง 2 นายถูกยิงเสียชีวิตที่จุดตรวจกาเสาะ 3.นายพิชยุทธ์ ธนะกิจวัมน์ อายุ 45 ปี เจ้าของร้านซุ่ยฮั้วพาณิชย์ 4.นางนันทนา บินมะ อายุ 29 ปี อาจารย์ รร.บ้านบูเก๊ะบากง อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ซึ่งทั้ง 2 รายถูกไฟคลอกเสียชีวิตภายในร้านซุ่นฮั้ว นอกจากนี้ พบศพเสียชีวิตซึ่งเป็นลูกค้าที่เข้าไปซื้อของภายในร้านจินไถ่ สภาพศพเป็นกองตะโก เสียชีวิตอีก 3 ราย ทราบชื่อ 1.จ.อ.สุวิทย์ วิไลวรรณ ไม่ทราบอายุ 2.นางวิลาศิณี วิไลวรรณ อายุ 32 ปี และ 3.ด.ช.พิทักษ์พงษ์ วิไลวรรณ อายุ 3 ขวบ ผู้ตายทั้ง 3 คนเป็นชาวไทยมุสลิม เกี่ยวข้องเป็นพ่อ แม่ ลูก ถูกนำชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ก่อนจะส่งศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนาต่อไป
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 8 ราย ประกอบด้วย 1.พลทหารพิทักษ์ เพ็ชรนก อายุ 23 ปี สังกัด ฉก.นราธิวาส 33 ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่จุดตรวจกาเสาะ ที่เหลืออีก 7 รายได้รับบาดเจ็บจากระเบิดเพลิงที่ร้านสะดวกซื้อทั้ง 2 จุดประกอบด้วย 1.นายมะรอกิ ดอเลาะ อายุ 30 ปี 2.ด.ญ.อาซีกิม ดือเร๊ะ อายุ 14 ปี 3.นางณัฐพุฒ ธนจิตรัตน์ อายุ 78 ปี 4.น.ส.สุรียานี เปาะแด อายุ 17 ปี 5.นางอรนิตย์ อำนวยพาณิชย์ อายุ 38 ปี 6.น.ส.รุซีนา เจ๊ะแว อายุ 18 ปี และ 7.นายอุสมาน ซานิตา อายุ 46 ปี โดยทั้ง 8 รายยังนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส เพื่อให้แพทย์ดูอาการอย่างใกล้ชิด
www.manager.
ป่วนนราฯ 3 จุด ยิง M79 อส.ดับ 2 – บึ้มร้านค้า 2 แห่งเจ็บ 8
24 ตุลาคม 2554 00:14 น.
นราธิวาส -เขตเทศบาลเมืองนราฯ ป่วนหนัก คนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่จุดตรวจยะกัง ปลิดชีพ อส. 2 ศพ ทหารบาดเจ็บ 1 นาย ขณะเดียวกันเกิดเหตุระเบิดในร้านของชำ 2 แห่ง ไฟไหม้วอด เจ็บรวม 8 ราย สาหัส 1 ราย
วันนี้ (23 ต.ค.) เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายกว่า 8 คน ใช้รถยนต์กระบะเป็นยานพาหนะขับผ่านบริเวณจุดตรวจบ้านยะกัง เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จากนั้นได้ใช้ปืนเอ็ม 79 ยิงใส่เจ้าหน้าที่บริเวณดังกล่าว ก่อนใช้อาวุธสงครามกราดยิงซ้ำ ทำให้เกิดการปะทะกันขึ้นจนคนร้ายล่าถอยไป
พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในร้านซุ่ยฮั้ว พานิชย์ ด้วย โดยคนร้ายได้นำระเบิดซุกไว้ภายในร้าน แล้วกดฉนวนระเบิด เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และมีเพลิงไหม้เกิดขึ้น โดยเพลิงไหม้ได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากภายในร้านเป็นโกดังเก็บของ มีสินค้าที่รอจำหน่ายจำนวนมาก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดอีก 1 จุด เกิดขึ้นภายในร้านขายของชำจินไถ่ เป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกไหม้เช่นกัน หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบทั้ง 3 จุด พร้อมทั้งประสานรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ
จากการเข้าตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่พบว่า บริเวณจุดตรวจยะกังมีเจ้าหน้าที่ อส. เสียชีวิต 2 นาย และเจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บ 1 นาย และจากการสอบถามทราบว่าจากการปะทะน่าจะมีคนร้ายได้รับบาดเจ็บหลบหนีไปด้วย ส่วนเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นภายในร้านซุ่ยฮั้วและร้านจินไถ่ รวมผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 8 ราย สาหัส 1 ราย ซึ่งขณะนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์แล้ว
www.manager.
ยิงถล่มปลัดอบต. โจรใต้อุกอาจ ดับคาห้องทำงาน
21 ตุลาคม 2554, 18:46 น.
โจรใต้สุดโหด! ยกพวกบุกยิงถล่ม ปลัด อบต.เชิงคีรี จ.นราธิวาส เสียชีิวิตคาห้องทำงาน พร้อมทำลายเครื่องบันทึกภาพวงจรปิด ก่อนหลบหนียังฉกปืนเอ็ม.16 ขับเก๋งผู้ตายหนี จนท.เชื่อคนร้ายที่ลงมือแบ่งเป็น 4 ชุดๆ ละ 6-8 คน วางแผนมาเป็นอย่างดี...
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 21 ต.ค.54 ร.ต.ท.รักษ์พล อำไพ ร้อยเวร สภ.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายบุกยิง ปลัด อบต.เสียชีวิตคาห้องทำงาน ภายในที่ทำการ อบต.เชิงคีรี บ้านตามุง หมู่ 2 อ.ศรีสาคร จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตร ผกก.สภ.ศรีสาคร พ.ท.จักรพงษ์ เสลา ผบ.ฉก.นราธิวาส 37 พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพษร หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบชาวบ้าน เป็นจำนวนมากยืนมุงดูอยู่รอบที่ทำการ อบต. โดยจับกุมวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโหดเหี้ยมของกลุ่มคนร้ายไปต่างๆนานา เจ้าหน้าที่จึงกันชาวบ้านออกห่างก่อนเข้าตรวจสอบภายในห้องทำงานของปลัด อบต.เชิงคีรี พบศพ นายธนษร เกื้อสุข อายุ 39 ปี ตำแหน่ง ปลัด อบต.เชิงคีรี นอนจมกองเลือดอยู่ข้างเก้าอี้ทำงาน โดยมีบาดแผลถูกกระสุนปืนเอ็ม.16 ที่บริเวณศีรษะและลำตัวรวม 3 นัด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจสอบภายในห้องทำงานของ นายก.อบต.เชิงคีรี พบว่าเครื่องบันทึกภาพวงจรปิด CCTV ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะที่บริเวณพื้นห้องเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม.16 รวมกว่า 14 ปลอกตกอยู่ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำศพผู้เสียชีวตส่ง รพ.ศรีสาคร เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด
จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่นายธนษร ปลัด อบต.กำลังนั่งทำงานอยู่ภายในห้องทำงาน ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน พร้อมอาวุธปืนครบมือแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหารพราน ขับรถยนต์กระบะมาจอดบนถนน และให้คนร้ายที่นั่งกระบะหลังกระโดดลงมาแล้ววิ่งเข้าไปภายในห้องทำงานปลัด อบต.เชิงคีรี ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงใส่นายธนษร ที่กำลังนั่งทำงานอยู่บนเก้าอี้เพียงลำพังภายใน อบต. เนื่องจากเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ แยกย้ายกันไปประกอบพิธีละหมาดกัน จนเสียชีวิต แล้วคนร้ายได้รื้อโต๊ะทำงานของนายธนษร เพื่อหยิบเอากุญแจรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ทะเบียน กค-741 พัทลุง ซึ่งภายในรถยังมีอาวุธปืนเอ็ม.16 และเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง ต่อมาคนร้ายได้เดินเข้าไปภายในห้องทำงานของ นายก อบต.เชิงคีรี เพื่อยิงเครื่องบันทึกภาพวงจรปิด CCTV จนเสียหาย เพื่อทำลายหลักฐาน หลังจากนั้นคนร้ายได้วิ่งไปขึ้นรถยนต์เก๋งของนายธนษร แล้วขับหลบหนีไป
ด้าน พล.ต.ต.ชัยทัต ผบก.ภ.จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้แยกออกเป็น 4 ชุด รวมประมาณ 6-8 คน โดยมีการนัดแนะวางแผนก่อเหตุมาเป็นอย่างดี ด้วยการแยกกำลังออกเป็น 4 ชุด ชุดแรกทำหน้าที่ดูต้นทาง ชุดที่ 2 ทำหน้าที่ชี้เป้า ชุดที่ 3 ทำหน้าที่บุกสังหาร และชุดที่ 4 ทำหน้าที่โปรยเรือใบเพื่อสกัดกั้นการตามล่าของเจ้าหน้าที่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าคนร้ายกลุ่มนี้เป็นกองกำลังติดอาวุธ RKK ที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ อ.ศรีสาคร และอ.รือเสาะ และเคยร่วมก่อเหตุบุกยิงครูภายในโรงเรียนบ้านบือแรง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และบุกยิงครูโรงเรียนบ้านซากอ อ.ศรีสาคร เสียชีวิตคาห้องพักเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่เตรียมทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
www.thairath.
เปิดโครงสร้าง "นชต.-กบชต." แม่ทัพ 4 คุมพื้นที่-งบเบ็ดเสร็จ ติดดาบเสนอย้าย ขรก.
วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2011 เวลา 02:15 น.
แม้การประชุมเชิงปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แบบบูรณาการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อจัดตั้ง “องค์กรบริหารใหม่” จะจบลงในเย็นวันพุธที่ 19 ต.ค.2554 ซึ่งขณะที่เขียนรายงานชิ้นนี้การเวิร์คชอปยังไม่จบ แต่ก็เชื่อว่า “องค์กรบริหารใหม่” คงไม่หนีไปจากพิมพ์เขียวนี้ที่จัดเตรียมมาล่วงหน้าโดย กอ.รมน.
เป้าหมายของการจัดโครงสร้างองค์กรใหม่ ระบุไว้ในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่เตรียมยกร่างเอาไว้แล้วว่า “โดยที่สถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่ได้สร้างความสูญเสียต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนทำลายโอกาสในการพัฒนาพื้นที่เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยสอดคล้องกับอัตลักษณ์และวิถีชีวิต ซึ่งการแก้ไขปัญหาเพื่อนำสันติสุขกลับคืนมาสู่พื้นที่โดยเร็วนั้น จำเป็นต้องให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการภายในเอกภาพของการบริหารจัดการและกรอบยุทธศาสตร์เดียวกัน”
ด้วยเหตุนี้จึงนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการ หรือ “บอร์ด” 2 ระดับ และองค์กรที่เป็นฝ่ายอำนวยการอีก 3 องค์กรย่อยเพื่อแก้ปัญหาอย่างบูรณาการดังนี้
1.คณะกรรมการนโยบายนโยบายแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ นชต. มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รองผอ.รมน. หมายถึงผู้บัญชาการทหารบก) และเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นรองประธานกรรมการ นอกจากนั้นยังมีหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงและสำนักงานหรือเทียบเท่าอีก 27 หน่วยงานร่วมเป็นกรรมการ
อำนาจหน้าที่ของ นชต. ก็คือ
- กำหนดกรอบแนวทางในการบูรณาการ อำนวยการ และกำกับดูแลการขับเคลื่อนยุทธศาตร์การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้บรรลุตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์
- พิจารณากลั่นกรองโครงการ แผนงาน รวมทั้งงบประมาณของส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหา ตลอดจนสามารถสนับสนุนการปฏิบัติซึ่งกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การดำเนินการของ นชต.ให้ใช้ทรัพยากรทั้งปวง รวมถึงงบประมาณของหน่วยต่างๆ ตามแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวง
2.สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ สล.นชต. ทำหน้าที่เป็นสำนักงานฝ่ายอำนวยการ วางแผน และประสานงานการขับเคลื่อนแผนงานและโครงการของทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตามกรอบของยุทธศาสตร์ หรือตามที่รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน นชต.มอบหมาย โดยมีเลขาธิการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (เลขาธิการ รมน. หมายถึงเสนาธิการทหารบก) เป็นหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ รับผิดชอบควบคุมการดำเนินงานของ สล.นชต.
3.คณะกรรมการบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กบชต.เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการบูรณาการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยมีแม่ทัพภาค 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธาน และมีผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา รวมทั้งผู้แทน ศอ.บต.และผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นรองประธาน มีกรรมการได้แก่ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกองพลทหารราบที่ 15 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ผู้อำนวยการศูนย์เสริมสร้างสันติสุข และผู้แทนศูนย์ข่าวกรองจังหวัดชายแดนภาคใต้
อำนาจหน้าที่ของ กบชต.คือ
- บูรณาการแผนงาน โครงการ และการปฏิบัติงานของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหา และมีเอกภาพในการควบคุมบังคับบัญชา
- พิจารณากลั่นกรองโครงการ แผนงาน รวมทั้งงบประมาณของหน่วยและส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องต่อความต้องการของประชาชนและสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่
- พิจารณาให้ความดีความชอบ และการลงโทษ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในพื้นที่
- การดำเนินการของ กบชต.ให้ใช้ทรัพยากรทั้งปวง รวมถึงงบประมาณของหน่วยต่างๆ ตามแผนการปฏิบัติราชการประจำปี
4.ศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศบก.จชต. ทำหน้าที่เป็นสำนักงานฝ่ายอำนวยการในการวางแผน อำนวยการ และประสานงานการขับเคลื่อนแผนงานและโครงการของหน่วย รวมทั้งส่วนราชการในพื้นที่ให้เป็นไปตามกรอบยุทธศาสตร์หรือตามที่ กบชต.กำหนด โดยมีผู้อำนวยการ ศบก.จชต.เป็นหัวหน้าฝ่ายอำนวยการรับผิดชอบ ควบคุมการดำเนินงาน
ทั้งนี้ การจัดตั้ง ศบก.จชต.ให้เป็นไปตามอัตราเฉพาะที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ากำหนด และต้องเสนอให้ นชต.เห็นชอบก่อนที่จะเสนอให้คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรให้ความเห็นชอบต่อไป
5.ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนแยก หรือ ศอ.บต.สย. จัดตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ให้เป็นหน่วยในอัตราของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทำหน้าที่ประสานและขับเคลื่อนแผนงานและโครงการด้านการพัฒนาในพื้นที่
อย่างไรก็ดี การจัดตั้ง ศอ.บต.ส่วนแยก มีเสียงคัดค้านจากหลายฝ่าย จึงอาจมีการปรับโครงสร้างในส่วนนี้อีกครั้งหลังเวิร์คชอป ซึ่ง “ทีมข่าวอิศรา” จะติดตามนำมารายงานต่อไป
สำหรับ กบชต. ซึ่งเป็นบอร์ดระดับพื้นที่และมีแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานนั้น จะมีหน่วยงานในบังคับบัญชาคือ กอ.รมน.จังหวัด (คุมผู้ว่าราชการจังหวัด) ศอ.บต.ส่วนแยก (คุม ศอ.บต.) ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต. - คุมตำรวจ) ศูนย์ข่าวกรองจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศขก.จชต. - คุมงานการข่าว) กำลังทหาร และศูนย์สันติสุข
เท่ากับกระชับอำนาจเบ็ดเสร็จในทุกมิติของการดับไฟใต้ ทั้งงานความมั่นคงและงานพัฒนา!
www.isranews.
ตั้งเสียที..."ทวี สอดส่อง" นั่งเลขาฯ ศอ.บต. - ทหารคุมดับไฟใต้
วันอังคารที่ 18 ตุลาคม 2011 เวลา 23:46 น.
ครม.มีมติตั้ง “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” นั่งเลขาธิการ ศอ.บต.ระดับ 11 แล้วหลังตกเป็นข่าวมานาน โยก "ภาณุ อุทัยรัตน์" ซึ่งตั้งสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯฝ่ายข้าราชการประจำ ด้าน กอ.รมน.เป็นเจ้าภาพจัดเวิร์คชอปบูรณาการดับไฟใต้ จัดโครงสร้างใหม่เป็นบอร์ด 2 ชั้น ระดับนโยบายให้ "โกวิท" นั่งประธาน ส่วนระดับพื้นที่ให้แม่ทัพภาค 4 คุมเบ็ดเสร็จ อ้างเพื่อเอกภาพ ผบ.ทบ.ยันทหารไม่ได้เอางบมาถือ ย้ำเงินยังอยู่ในมือกระทรวง ทบวง กรม ยืนยันไม่ถอนทหาร ฉะมีกระบวนการมุ่งให้เกิดความรุนแรง
ในที่สุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็มีมติแต่งตั้งให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ขึ้นเป็นเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) คนใหม่ หลังจากมีข่าวลือว่าจะให้ พ.ต.อ.ทวี ไปดำรงตำแหน่งนี้มานานนับเดือนตั้งแต่ตั้งรัฐบาลใหม่ๆ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 18 ต.ค.2554 ว่า สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้รับโอน นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต.ให้มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ และแต่งตั้ง พ.ต.อ.ทวี ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.แทน
ทั้งนี้ ตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.เป็นข้าราชการพลเรือนระดับ 11 เทียบเท่าปลัดกระทรวง การแต่งตั้ง พ.ต.อ.ทวี ขึ้นเป็นเลขาธิการ ศอ.บต.จึงทำให้เขาผงาดจากระดับ 10 ขึ้นระดับ 11 และนับเป็นเลขาธิการ ศอ.บต.คนที่ 2 ต่อจากนายภาณุ อุทัยรัตน์ นับตั้งแต่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ พ.ร.บ.ศอ.บต.มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่่ 30 ธ.ค.2553 ในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
พ.ต.อ.ทวี เป็นอดีตข้าราชการตำรวจ จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน (นรต.) รุ่น 37 สมัยยังสวมเครื่องแบบสีกากี เขามีความโดดเด่นในงานด้านสืบสวนปราบปราม เคยดำรงตำแหน่งผู้กำกับการ 2 กองปราบ (ผกก.2 ป.) หรือตำแหน่งผู้กำกับประเทศไทย และขึ้นเป็นรองผู้บังคับการกองปราบ ก่อนโอนย้ายไปสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม และขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ ตามด้วยรองปลัดกระทรวงยุติธรรม
ส่วน นายภาณุ เป็นข้าราชการระดับ 11 อีกรายหนึ่งที่ถูกโยกย้ายในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเป็นระดับ 11 คนที่ 2 ที่ถูกเด้งไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ต่อจาก นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
นายภาณุ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ เมื่อรู้ตัวเรื่องถูกโยกย้ายว่า ไม่ได้รู้สึกอะไรและไม่ได้คิดอะไรมาก การเป็นข้าราชการประจำต้องพร้อมทำงานให้ได้ทุกตำแหน่ง และไม่ได้มีปัญหาอะไรกับรัฐบาล พร้อมทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย
"โกวิท"เปิดประชุมบูรณาการดับไฟใต้
วันเดียวกัน ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คชอป) แก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แบบบูรณาการตามนโยบายของรัฐบาล โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 รอให้การต้อนรับ
พล.ต.อ.โกวิท กล่าวในพิธีเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า ความเป็นเอกภาพในกองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4 รับผิดชอบปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้) ยังไม่ชัดเจน เพราะบางองค์กรมีอิสระ มีกฎหมายของตัวเอง แต่อยากทำเข้าใจว่าโครงสร้างของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นเรื่องของพลเรือน ตำรวจ ทหาร ไม่ใช่ทหารอย่างเดียว การประชุมมีเป้าหมายเชิงบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาภาคใต้ เพื่อให้การปฏิบัติงานมีความชัดเจน จะได้เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่
โครงสร้างใหม่ระดับปฏิบัติการทหารคุมเบ็ดเสร็จ
สำหรับการจัดตั้ง “องค์กรบริหาร” เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามที่ กอ.รมน.เสนอ และรัฐบาลให้ความเห็นชอบไปแล้วนั้น จะมีคณะกรรมการ หรือ "บอร์ด" 2 ระดับ คือระดับนโยบาย ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ นชต. มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการ สมช. รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รองผอ.รมน. หมายถึงผู้บัญชาการทหารบก) และเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นรองประธานกรรมการ นอกจากนั้นยังมีหัวหน้าส่วนราชการอีก 27 หน่วยงานร่วมเป็นกรรมการ
ส่วนในระดับพื้นที่ (สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา) ให้จัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กบชต.เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการบูรณาการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยมีแม่ทัพภาค 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธาน และมีผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา รวมทั้งผู้แทน ศอ.บต.และผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นรองประธาน มีกรรมการได้แก่ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกองพลทหารราบที่ 15 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ผู้อำนวยการศูนย์เสริมสร้างสันติสุข และผู้แทนศูนย์ข่าวกรองจังหวัดชายแดนภาคใต้
"ประยุทธ์"แจงทหารไม่ได้แย่งงบมาถือ
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีมานาน การแก้ไขปัญหาทุกคนจะต้องเข้าใจร่วมกันว่าการต่อสู้เชิงความคิดไม่ได้เป็นการต่อสู้ด้วยการเอากำลังมารบกันตามปกติ และในพื้นที่ยังมีกลุ่มต่างๆ ที่ร่วมก่อความรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย ทำให้สถานการณ์ภาคใต้แย่ลงไปอีกในสายตาประชาชนและต่างชาติ สิ่งที่เป็นห่วงคือความเข้าใจของทุกหน่วยงานที่รัฐบาลสั่งการลงไป
"ฉะนั้นการบูรณาการตามแนวทางใหม่ไม่ได้หมายความว่าทหาร หรือ กอ.รมน.จะเข้าไปก้าวก่ายกระทรวง ทบวง กรมของท่าน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือการขับเคลื่อนในระดับรัฐบาล โดยมีกระทรวงทั้งหมด 19 กระทรวง และหน่วยงานกลางระดับสำนักงาน 11 หน่วยงาน ซึ่งจะขับเคลื่อนโดยมีรองนายกรัฐมนตรี (พล.ต.อ.โกวิท) เป็นประธาน เป็นการทำงานระดับบนเพื่ออุดช่องว่างเรื่องงบประมาณต่างๆ ที่เคยมีปัญหาอยู่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว และว่า
“ผมไม่ได้เอางบประมาณของพวกท่านมาถือ งบประมาณยังอยู่กับท่านเหมือนเดิม เพียงแต่ว่างบประมาณทั้งหมดจะต้องนำมาเปิดดูว่าจะทำอะไรก่อนหลัง ขอทำความเข้าใจว่า งบประมาณของ กอ.รมน.ไม่ได้มีเหลือเฟืออย่างที่เข้าใจ งบประมาณ 60-70% เป็นงบของกำลังพล เรื่องความมั่นคงต้องให้ทหารดูแลเป็นหลัก เพราะในต่างประเทศเวลาเกิดความไม่มั่นคงหรือเกิดสงคราม ทหารจะเป็นหลักในการดูแล โดยครั้งนี้ได้ให้แม่ทัพภาคที่ 4 ดูแล หากในพื้นที่เข้มแข็ง ทหารก็พร้อมถอนกำลังออกมา"
"หากบอกว่าให้ถอนทหารออกไปแล้วเหตุการณ์สงบ ใครจะรับรองตรงนี้ เพราะมีพวกที่มุ่งหวังให้เกิดความรุนแรง เรื่องนี้มันมีกระบวนการ ทหารพยายามทำทุกอย่างให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจหลายหมื่นนายอาจจะมีทั้งดีและไม่ดี หากพบว่าใครไม่ดีก็ปรับย้ายออกไป อย่าบอกว่าใครเก่งกว่าใคร ผมไม่ได้เก่งกว่าท่าน ท่านก็ไม่ได้เก่งกว่าผม เราต้องเอาหัวมาชนกันเพื่อแก้ไขปัญหา” ผบ.ทบ.กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำด้วยว่า การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่ใช่เอาทหารมานำการเมือง และจะไม่ไปยุ่งกับงบประมาณของกระทรวง ทบวง กรม ทุกคนทำงานก็คาดหวังให้ภาคใต้สงบ จะได้นำงบไปทำอย่างอื่นให้กับประเทศ เช่น สร้างเขื่อนในแม่น้ำเจ้าพระยายังดูดีกว่า ใครเป็นรัฐบาลต้องแก้ปัญหา ทหารอยู่ภายใต้กลไกของรัฐ ไม่มีปัญหา การแก้ไขปัญหาทุกฝ่ายต้องช่วยกัน
www.isranews.
คนร้ายซิ่งกระบะกราดยิง ตร.ปะนาแระเสียชีวิต 1 เจ็บหนัก 2
17 ตุลาคม 2554 13:51 น.
ปัตตานี - คนร้ายเหิมซิ่งกระบะพร้อมอาวุธสงครามครบมือ กราดยิง ตร.ปะนาแระ เสียเสียชีวิต 1 เจ็บ 2 เผย ตร.ยิงตอบโต้จนคนร้ายได้รับบาดเจ็บแล้ว แต่ก็ยังหลบหนีไปได้
วันนี้ (17 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปัตตานี ว่า เมื่อเวลา 13.15 น. เจ้าหน้าที่ตรวจ สภ.ปะนาแระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงตำรวจเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายปะนาแระ - สายบุรี หมู่ 4 ต.น้ำบ่อ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบกองเลือด และปลอกกระสุนปืนสงคราวจำนวนมาก ส่วนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลปะนาแระแล้ว โดยตำรวจที่เสียชีวิต ทราบชื่อคือ ร.ต.ท.วิทย์ สิทธิตระกูล อายุ 58 ปี รอง สวป.สภ.ปะนาแระ ถูกอาวุธปืนสงคราวยิงเข้าลำตัวหลายนัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย ยังไม่ทราบชื่อ
เบื้องต้น สอบสวนทราบว่า ผู้ตายและผู้บาดเจ็บได้ยืนอยู่ริมถนน บริเวณจุดเกิดเหตุดังกล่าว ปรากฏมีคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม จำนวน 3 - 4 คน ใช้รถยนต์กระบะเป็นพาหนะ พร้อมอาวุธครบมือ กราดยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว จึงถูกเจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้กลับไปถูกคนร้ายได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ยังหลบหนีไปได้
www.manager.
โจรใต้กราดอาก้าปลิดชีพสารวัตรกำนันระแงะ
17 ตุลาคม 2554, 19:36 น.
โจรใต้ก่อเหตุป่วนเมืองรายวัน ล่าสุดขี่ จยย.ใช้อาก้าประกบยิงอดีตสารวัตรกำนันดับ ขณะขับรถกระบะนำปาล์มไปขายให้โรงงาน เสียชีวิตคาพวงมาลัยที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ตร.คาดเป็นฝีมือกลุ่มสร้างสถานการณ์รายวัน...
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 ต.ค. ร.ต.อ.นเรศ พุ่มแก้ว ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตบนถนนจารุเสถียร สายเจาะไอร้อง-นราธิวาส บ้านลูโบ๊ะดีแแย หมู่ 6 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.ระแงะ ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จว.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมากยืนมุงดูซากรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตาร์ด้า สีบรอนซ์-แดง ทะเบียน ฒจ 7356 กรุงเทพมหานคร ที่บรรทุกทะลายปาล์มน้ำมันมาเต็มคันรถ จอดเสียหลักชนต้นไม้ใหญ่อยู่ริมถนน สภาพพังยับเยิน
จากการตรวจสอบภายในรถ เจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตคาพวงมาลัย ทราบชื่อคือ นายพัสดี ดือราแม อายุ 50 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส อดีตสารวัตรกำนันตำบลจวบ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนสงครามอาก้า ยิงเข้าที่บริเวณศีรษะจำนวน 1 นัด ส่วนในที่เกิดเหตุมีปลอกกระสุนปืนสงครามอาก้า 2 ปลอก ตกอยู่บนพื้นถนน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพัสดีขับรถกระบะบรรจุทะลายปาล์มเต็มคันรถ ออกจากสวนปาล์มใกล้บ้านพักเพื่อนำไปขายให้กับโรงงาน พื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คน ใช้รถ จยย.เป็นพาหนะขี่ตามไล่หลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายก็ขี่รถเข้าไปประกบข้าง ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนสงครามอาก้ายิงใส่ 1 นัด แต่กระสุนพลาดไปถูกประตูรถ จากนั้นนายพัสดีได้เร่งความเร็วหนี แต่คนร้ายขี่รถ จยย.ตามไล่จนทัน ก่อนใช้อาวุธปืนยิงซ้ำจนกระสุนทะลุกระจกถูกศีรษะนายพัสดีทำให้รถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางและเสียชีวิตคาที่ ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ ต้องการสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน.
www.thairath.
โจรใต้ป่วนรือเสาะ ยิงอดีตรองนายก อบต.สาหัส 1
16 ตุลาคม 2554, 23:03 น.
โจรใต้ป่วนเมืองใช้เอ็ม.16 ประกบยิงอดีตรองนายก อบต.สาหัส 1หมู่บ้านลาเมาะใน ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ตร.คาดเป็นกลุ่มผู้ไม่หวังดีเพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน...
เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 16 ต.ค. 54 ร.ต.อ.กฤตินาท เมืองลาย ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงบนถนนในหมู่บ้านลาเมาะใน หมู่ 5 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ ห่างจากที่ทำการ อบต.รือเสาะออก ประมาณ 80 เมตร จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิซิ ทะเบียน กง-1563 ยะลา จอดอยู่เสียอยู่ริมถนน ในสภาพกระจกหน้าและประตูด้านคนขับมีร่องรอยถูกกระสุนปืนแตกเป็นรูพรุน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ที่บริเวณเบาะนั่งคนขับ โดยผู้ได้รับบาดเจ็บพลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษา รพ.รือเสาะ ไปก่อนหน้าแล้ว
ทราบชื่อผุ้บาดเจ็บในเวลาต่อมา คือ นายมูฮำหมัดอามาลิณ ลอแม อายุ 46 ปี ชาวบ้าน หมู่ 5 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นอดีต รองนายก อบต.รือเสาะออก มีบาดแผลถูกกระสุนปืนสงครามเอ็ม.16 ที่บริเวณหัวไหล่ ชายโครงขวา 2 นัด แต่อาการสาหัสแพทย์ได้นำตัวส่งรักษาต่อยัง รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนสงครามเอ็ม.16 ตกอยู่จำนวน 4 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บได้ขับรถยนต์กระบะออกจากบ้านพักตามลำพัง เพื่อเดินทางไปทำธุระภายในเขตเทศบาลตำบลรือเสาะ เมื่อแล้วเสร็จผู้บาดเจ็บได้ขับรถยนต์กลับบ้านพัก ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.ตามประกบไล่หลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ขี่รถ จยย.เข้าประชิดให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม.16 ออกมายิงใส่ผู้บาดเจ็บจำนวน 4 นัดซ้อน แล้วคนร้ายได้จอดรถเพื่อหมายจะเดินลงไปยิงซ้ำ แต่โชคดีมีชาวบ้านขับรถยนต์ผ่านมาคนร้ายจึงขี่รถ จยย.หลบหนีไป จึงทำให้ผู้บาดเจ็บรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด ส่วนสาเหตุในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีเพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน
www.thairath.
โจรใต้โหดยิงล้างตระกูลสายข่าวทหารระแงะ-บึมป่วน!
15 ตุลาคม 2554, 12:15 น.
สุดโหด! โจรใต้ตามประกบยิงมารดาสายข่าวทหารที่ อ.ระแงะ บาดเจ็บ จยย.ล้ม พยายามวิ่งหนีแต่ถูกตามจ่อยิงหัวเสียชีวิตคาที่ พบตระกูลถูกคนร้ายลอบสังหารเสียชีวิตเกือบหมด ส่วนยะลาคนร้ายลอบวางบึม อบต.ยะต๊ะ หวังลวง จนท.เหยียบกับระเบิด โชคดีเข้าตรวจสอบตอนเช้าเก็บทำลายสำเร็จ...
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 15 ต.ค. ร.ต.ท.อรรฆพันธุ์ บัวสำลี ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 152/2 บ้านลาแป หมู่ 2 ต.บองอ จึงพร้อมด้วย ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นทีน่า สีม่วง ทะเบียน ช-7767 นครศรีธรรมราช จอดเสียหลักล้มตะแคงอยู่ข้างประตูรั้วบ้านจุดเกิดเหตุ และที่บริเวณข้างประตูหลังบ้านพักดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบกองเลือดจำนวนหนึ่ง พร้อมด้วยปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ตกอยู่จำนวน 4 ปลอก จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียชีวิตพลเมืองดีได้นำส่ง รพ.ระแงะ ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ นางกูปาเสาะ ต่วนโมง อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ 2 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ที่บริเวณขาขวา 1 นัด และที่บริเวณหน้าผากอีก 1 นัด รวม 2 นัด
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่รถ จยย.ออกจากบ้านพักตามลำพัง เพื่อเดินทางไปกรีดยางพารา เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.ตามประกบไล่หลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ออกมายิงใส่ผู้ตายจำนวน 3 นัด ถูกที่บริเวณขาขวา 1 นัด ทำให้เสียหลักจน รถ จยย. ได้ล้มคว่ำ ผู้ตายจึงได้ลุกขึ้นวิ่งเข้าไปในบริเวณบ้านของนายยูโซ๊ะ ลือบา เพื่อขอความช่วยเหลือ จากนั้นคนร้ายจึงจอดรถ จยย.แล้ววิ่งตามผู้ตายไปใช้อาวุธปืนจ่อยิงซ้ำผู้ตายที่บริเวณหน้าผากอีก 1 นัด จนเสียชีวิตคาที่อย่างโหดเหี้ยมแล้วหลบหนีไป จนกระทั่งเจ้าของบ้านจุดเกิดเหตุออกมาพบแล้วนำผู้เสียชีวิตส่ง รพ.
ส่วนสาเหตุในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เนื่องจากครอบครัวของผู้ตายในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา ทั้งสามี ลูกชาย ลูกเขยและลูกสะใภ้ ถูกคนร้ายบุกยิงเสียชีวิตคาบ้านพักและดักซุ่มยิงจนเสียชีวิตและพิการมาแล้ว เกือบทั้งตระกูล เนื่องจากสามีและลูกชายผู้ตายเป็นสายข่าวของเจ้าหน้าที่ทหาร
ขณะที่เมื่อเวลา 22.45 น. วานนี้ (14 ต.ค.) พ.ต.ท.กฤษณะพงษ์ แพทย์สิทธิ์ สว.สส.สภ.รามัน จ.ยะลา พร้อมชุดสายสืบออกสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ตามแผนป้องกันเหตุของ พล.ต.ต.โชติ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จ.ยะลารับแจ้งเหตุมีคนร้ายลอบวางระเบิดที่บริเวณบ้านอุแบ หมู่4 ต.ยะต๊ะ หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางเข้าที่เกิดเหตุพบว่าระเบิดเกิดขึ้นด้านหลังของ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ยะต๊ะ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุได้อย่างละเอียดเพราะเกรงว่าคนร้ายจะวางกับดักระเบิดเจ้าหน้าที่อีกครั้ง
ต่อมาเวลา 08.00 น. วันนี้ พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย ผกก. นายบุญไทย กาฬศิริ นายอำเภอรามัน พร้อมกำลังตำรวจ ทหาร ฉก.12 อ.รามัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด "ชุดศรชัย" ภ.จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 และฝ่ายปกครอง เดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้ง พบจุดระเบิดอยู่ด้านหน้าห้องน้ำบริเวณด้านหลังอาคาร อบต.ยะต๊ะ สะเก็ดระเบิดทำลายผนังอาคารเพดาน และกระจกแตกกระจายเต็มพื้นที่ได้รับความเสียหาย นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบระเบิดอีก 1 ลูกบรรจุในกระป๋องเหล็กสีเขียวเป็นกระป๋องบรรจุนมผงเลี้ยงเด็กทารกน้ำหนักประมาณ 3 กก. ซุกซ่อนอยู่ด้านหลังคอมเพรสเชอร์เครื่ืองปรับอากาศ บริเวณใกล้ทางเดินห่างจากจุดระเบิดลูกแรกไม่มากจึงนำไปจัดการยิงทำลายทิ้ง
จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายบรรจุระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 3 กก. อัดในท่อพีวีซีสีน้ำเงินโบกด้วยปูนซีเมนต์ใส่ไว้กระป๋องเหล็กอัดแน่นด้วยดินปืนและสะเก็ดระเบิดอีกชั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบประสงค์สร้างสถาน
| | |